ภราดร ปริศนานันทกุล อภิปรายถึงการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพื่อพัฒนาวงการกีฬาอาชีพให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล โดยมีหลักการและเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพในประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมและ เพื่อนสมาชิกจากหลายพรรคการเมืองครับ ทั้งจากพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย แล้วก็ อีกหลายพรรคการเมืองครับ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
หลักการ คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ
เหตุผล โดยที่กีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่นานาประเทศให้ความสําคัญ และเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาอาชีพ อีกทั้งการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาอาชีพและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศ แต่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกําหนดมาตรการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกําหนดให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพเพื่อกําหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ ให้สอดคล้องกับสากลเพื่อยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชีพในประเทศไทยและเพื่อคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาอาชีพ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ ไม่เกิน ๕ นาทีเพื่ออภิปรายถึง เหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมคิดว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ของวงการกีฬาของประเทศไทยครับ ที่ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการที่จะ พัฒนาวงการกีฬาให้รุดหน้าต่อไปด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ผ่านมาเราคงจะเห็น นะครับกีฬาอาชีพในบ้านเราวันนี้มีที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีทั้งสิ้น ๑๓ ประเภทกีฬาครับ แต่มีเพียงประเภทกีฬาเดียวคือกีฬามวยเท่านั้นครับที่มีพระราชบัญญัติ คุ้มครอง แต่กีฬาอื่นที่เหลืออีก ๑๒ ประเภทไม่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองเลยครับ ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าการที่จะพัฒนากีฬาให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอารยประเทศได้ จําเป็นครับ ที่จะต้องอาศัยพระราชบัญญัติฉบับนี้ วันนี้เราคงจะเห็นครับกีฬาอาชีพ ผมยกตัวอย่าง กีฬาอาชีพหนึ่งที่เป็นที่สนใจของผู้คนมากในขณะนี้ แล้วผมคิดว่าเป็นกีฬาอาชีพที่กําลัง จะก้าวเข้าสู่การเป็นอาชีพอย่างแท้จริงในประเทศไทย คือกีฬาฟุตบอลครับ ช่วง ๓-๔ ปีให้หลัง ท่านคงจะเห็นครับว่าผู้คนในวงการฟุตบอลตื่นตัวมากกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่มีลักษณะ เป็นอาชีพมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หากจะย้อนอดีตกลับไปสัก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีที่แล้ววงการฟุตบอล ของบ้านเราก็เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นครับ สมัยยุคที่คุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นทีมชาติ ขณะนั้น ยุคที่สมัยมาดาส ทองท้วม เล่นให้ทีมชาติไทยขณะนั้น วงการกีฬาฟุตบอลขณะนั้น กําลังเป็นที่คลั่งไคล้ของพี่น้องประชาชนในประเทศเหมือนกับในขณะนี้ไม่มีผิดครับ พวกเรา ผู้คนทั้งประเทศคาดหวังว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ววงการกีฬาฟุตบอลจะก้าวไปแล้วก็พัฒนา ทัดเทียมกับอารยประเทศ แต่จนแล้วจนรอดครับ เราไม่สามารถที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ จนแล้วจนรอดกีฬาฟุตบอลอาชีพ ที่พวกเราเคยคาดหวังร่วมกันก็ต้องล้มและพังทลายไป ด้วยเหตุผลหลากหลายเหตุผลที่ผมจะ กล่าวอ้าง เหตุผลที่หนีไม่พ้นครับ คือ ๑. เรื่องของการบริหารจัดการที่เหมาะสมในทุก ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของสโมสร ทั้งในเรื่องของตัวของนักกีฬา ทั้งในเรื่องของแฟนคลับ และที่สําคัญครับ ในเรื่องของวงการของผู้ตัดสินคนที่มีส่วนสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนกีฬาไปข้างหน้า คือผู้ตัดสินครับ ช่วง ๒๐ ปีที่แล้วที่ผมบอกว่ากีฬาฟุตบอลเคยเกือบจะประสบความสําเร็จ ครั้งหนึ่งแต่ต้องล้มเหลวก็เพราะว่าเกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่พวกเราไม่พึงปรารถนา เหตุการณ์ล้มบอลเราคงจะเห็น เหตุการณ์ของการตัดสินที่ไม่เป็นอาชีพของผู้ตัดสิน เหตุการณ์การบริหารจัดการทีมที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ฟุตบอลเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วต้องล่มสลายไป ทําให้ความฝันของคนไทยที่คาดหวังด้วยกันมา ๒๐-๓๐ ปีแล้วว่า บอลไทยจะต้องไปบอลโลก วันนี้ก็ยังเป็นได้แค่ความฝัน วันนี้วงการฟุตบอลกําลังก้าวเข้าสู่ จุดสูงสุดของมันอีกครั้ง ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ํารอยครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือ ผมย้ําว่าเป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยในการที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลและวงการ กีฬาอาชีพประเภทอื่นให้พัฒนาทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
ในเรื่องของการบริหารจัดการ เมื่อเป็นอาชีพผมคิดว่าการบริหารจัดการของ ในแต่ละสโมสร ในแต่ละทีมต้องมีความเป็นอาชีพมากกว่านี้ ในเรื่องของนักกีฬา ในเมื่อเป็น นักกีฬาอาชีพมีเงินเดือนซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เล่นกีฬากันเพียงเพื่อสันทนาการ เล่นเพื่อ ออกกําลังกายหรือเล่นเพื่อความเป็นเลิศเท่านั้น วันนี้มันมีวิวัฒนาการของมันจนเป็นอาชีพขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอาชีพจิตวิญญาณของนักกีฬาที่จะเป็นมืออาชีพยังไม่สมบูรณ์แบบครับ เรายังเห็นข่าวอยู่ทั่ว ๆ ไป เมื่อสัก ๒-๓ อาทิตย์ก็มีผู้ฝึกสอนของสโมสรหนึ่งออกมาให้ข่าวว่า มีการล้มบอลเกิดขึ้น การสร้างจิตสํานึกให้กับนักกีฬาในทุก ๆ ประเภทจึงเป็นเรื่องที่สําคัญ ในการที่จะเคารพในอาชีพของตัวเอง ในเรื่องของการตัดสิน ในเรื่องของผู้ตัดสินเช่นเดียวกันครับ เราก็จะเห็นข่าวอยู่ ผมพูดได้เลยครับว่าทุกสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ที่มีการแข่งขันฟุตบอล ในทุกดิวิชั่นในประเทศนี้ทั้งในระดับสูงสุดคือไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก (Thailand Premier League) ระดับดิวิชั่น ๑ และในระดับลีกภูมิภาคคือดิวิชั่น ๒ ทุกอาทิตย์หนีไม่พ้นครับ วันจันทร์ทีหนึ่งหลังจากที่ฟุตบอลแข่งเสร็จ หน้าหนังสือพิมพ์ก็จะต้องขึ้นแล้วครับ สโมสรนี้ สโมสรโน้นไม่เห็นด้วยกับคําตัดสินของผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินโกง ผู้ตัดสินเป่าไม่เป็นกลาง ผู้ตัดสิน ไม่เป็นธรรมในการตัดสิน ผมคิดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทลงโทษที่ชัดเจน แล้วผมคิดว่า ในชั้นกรรมาธิการผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่กําลังจะตั้งขึ้นให้ไปดูบทลงโทษของ นักฟุตบอลก็ดีที่ล้มบอล ของนักกีฬาก็ดีที่ทําการล้มกีฬา ของโคชก็ดีที่ทําการล้มกีฬา หรือของผู้ตัดสินซึ่งเป็นองค์กรอีกองค์กรหนึ่งที่มีอํานาจมาก ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนว่า ถ้าหากว่ามีการล้มกีฬา หรือถ้าหากว่ามีการเป่าตัดสินที่เป็นไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องจะต้อง มีการตรวจสอบที่ชัดเจน ผมดีใจนะครับที่เห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้น เพราะว่า ในร่างฉบับนี้จะมีกรรมการอยู่ชุดหนึ่งซึ่งจะมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะขณะนี้ การพิจารณาลงโทษเหล่านี้คือสมาคมฟุตบอลครับ คนที่พิจารณาลงโทษคือสมาคมผู้ตัดสินครับ ผมถามบอกว่าในกรณีที่ผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาด หรือผู้ตัดสินมีส่วนได้เสียไปรับเงินจากข้างใดข้างหนึ่ง ผมถามครับว่าวงการผู้ตัดสินซึ่งเป็นกรรมการในการที่จะตรวจสอบจะทําร้ายพวกเดียวกัน หรือไม่ จะลงโทษพวกเดียวกันหรือไม่ ไม่มีทางหรอกครับ เขาก็พยายามที่จะปกป้องกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พยายามที่จะปกป้ององค์กรของตัวเอง ไม่ให้มีความเสื่อมเสียเกิดขึ้นในองค์กร เอาพวกตัวเองมาตัดสินพวกตัวเอง ผมคิดว่า มันไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้มีเขียนขึ้นมาแล้วก็ จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อดําเนินการในเรื่องเหล่านี้ ผมจึงฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรี ถึงคณะรัฐมนตรีครับ ผมมั่นใจว่าท่านมีเจตนาและมีวิสัยทัศน์ที่ดีในการที่จะ พัฒนาวงการกีฬาบ้านเราไปสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง จึงได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เป็นกําลังใจให้กับคณะรัฐมนตรีในการที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องของกีฬาให้มีการเป็น มืออาชีพมากขึ้น และช่วยกันพัฒนาวงการของพวกเราให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น ด้วย เหตุผลเหล่านี้ที่ผมได้เอ่ยมาจึงจําเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ ขอบพระคุณครับ