รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ผมจะให้ท่านสมาชิกหารือก่อนนะครับ ท่านแรกท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อยู่ไหมครับ เชิญท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ นายพิเชษฐ์ มีความชอบ เป็น อส. อปพร. ของจังหวัดสระบุรี อำเภอดอนพุด ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไม่ให้จมน้ำตาย สุดท้ายก็ต้องมา เสียชีวิตลงเสียเอง ครอบครัวของนายพิเชษฐ์ก็ลำบากมาก สิ่งที่ครอบครัวเขาสมควรจะได้รับ ก็คือเงินช่วยเหลือจากพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ แต่จน ณ บัดนี้แล้ว ๘-๙ เดือนต่อมาก็ยังไม่ได้รับครับท่านประธาน ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งรัดจัดการเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของคุณพิเชษฐ์นี้ด้วยครับ อย่างน้อยก็เป็นการช่วยเหลือครอบครัวของคนดีในจังหวัดสระบุรี และที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มพลังที่มีจิตอาสาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น อส. อปพร. หรือว่า อสม. เขาจะได้มีขวัญมีกำลังใจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดสระบุรีต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาส วันนี้กระผมขอหารืออาชีพประมงชายฝั่งสักหน่อย อาชีพประมงชายฝั่ง เป็นอาชีพที่เก่าแก่ ทำมาหากินกันหลายชั่วอายุคน พอคนเกิดมาก ๆ และมี เครื่องไม้เครื่องมือดี ๆ ก็จับกันหมดทะเล โดยเฉพาะคนจนลำบากมากนะครับ ยกตัวอย่าง อวนลากคู่ เดี๋ยวนี้เขามีตะกั่วลากหน้าดินหมดเลยนะครับ แล้วปลาเองก็ไม่มีที่อยู่ พี่น้องชายฝั่งทะเล เรือเล็ก ๆ ก็ออกไปหากินไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายกำหนดห้ามจับปลา ในที่ ๓,๐๐๐ เมตร ๓ กิโลเมตร เขาลำบากมาก ๆ นะครับ พ่อแม่ต้องหาเงินให้ลูกเรียน กระผมขอฝากท่านประธานช่วยฝากรัฐบาลหน่อยนะครับ ขอปะการังเทียมทุกจังหวัดที่ติดทะเล โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีของผมก็ติดทะเลชายฝั่ง ๑๐๘ กิโลเมตร อยากได้ปะการังเทียม สัก ๔ จุดนะครับ จุดแรก ก็คือที่เกาะจิก อำเภอขลุง จุดที่ ๒ ก็คือปากน้ำอำเภอแหลมสิงห์ จุดที่ ๓ คลองขุด จุดที่ ๔ ก็อ่าวคุ้งกระเบน ก็ขอจุดใหญ่ ๆ หน่อยนะครับ ทุกวันนี้ปะการังเทียม ก็ให้จุดเล็ก ๆ เวลาลงไปแล้วก็จะจมดินไปหมด ไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าได้จุดใหญ่ ๆ พี่น้องชาวประมงชายฝั่งก็คงจะได้ประโยชน์ เวลาไปตกปลาบ้าง จับอวนบ้าง เขาก็อยู่ได้นะครับ ทุกวันนี้เขาไม่ไหวจริง ๆ ขอท่านประธานช่วยฝากรัฐบาล ขอปะการังเทียมด่วนเลย ถ้าไม่มี ปะการังเทียมใช้รถไฟ รถอะไรที่ไม่ได้ใช้ หรือตึกร้าง ๆ ก็ได้ เพราะทุกวันนี้ปลาทะเล ไม่มีบ้านอยู่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ขอให้ผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำข้าวมัน กว้าง ๔ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สืบเนื่องจากดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ในอำเภอภูเรือ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายจันทร์แดง วังคีรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนแสงแก้ว หมู่ที่ ๑๐ ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ว่าในหมู่บ้านบ้านโนนแสงแก้วนี้ มีสะพานไม้เก่า ๆ ที่ให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้สัญจรไปมาและนำผลผลิตทางการเกษตร ออกมาจากไร่สวน แต่สืบเนื่องจากมีความเก่าแก่ แล้วก็ยากแก่การบูรณะซ่อมแซม และสิ่งสำคัญคือสะพานตัวนี้ใช้เชื่อมโยงระหว่างตำบลร่องจิกในอำเภอภูเรือ และตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จึงมีความสำคัญมาก จึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาดูแล แล้วก็ช่วยผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างด้วย
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายทวี ผลศิริ ผู้ใหญ่บ้านท่ามะนาว หมู่ที่ ๗ ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ว่าอยากให้ผลักดันงบประมาณในการก่อสร้าง ในการซ่อมแซมคันฝายและฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยขามป้อม สืบเนื่องจากพี่น้อง ๒ หมู่บ้าน ไม่ว่า บ้านท่ามะนาว หมู่ที่ ๗ และบ้านขามป้อม หมู่ที่ ๙ ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ปีที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยทำให้คันฝายห้วยขามป้อมพังทลาย และลำน้ำห้วยขามป้อมนี้ มีความตื้นเขินมาก ไม่สามารถเก็บกักน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ ก็ช่วยผลักดันให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันงบประมาณในการซ่อมแซมและในการขุดลอกนี้ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
อาจารย์ผุสดี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่องของการเร่งการพิจารณากฎหมายฉบับที่ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑ ท่านประธานคะ องค์กรผู้บริโภค ๓๐๒ องค์กรเขาได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด แล้วก็พยายาม เร่งให้คลอดกฎหมายออกมานี้ แล้วเขาเองได้เป็นผู้มีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการติดตามจริง ๆ สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว แล้วรัฐบาลก็ได้ยืนยันหลังมีสภาชุดใหม่ แล้วก็ทราบว่าวุฒิสภาก็ได้ให้ความเห็นชอบ แต่มี การแก้ไขผ่านไปเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ แล้วก็ขณะนี้เท่าที่ดิฉันทราบ หนังสือเรียกประชุมตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ พฤษภาคมนั้นยังอยู่ในวาระด่วน วาระที่ ๑๔ แต่วันนี้เนื่องจากมีอาการเลื่อนไปเลื่อนมาหลายเรื่องก็เลยไม่ทราบว่าจะอยู่ที่ตรงไหน ก็เลยอยากจะขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานว่าจะสามารถเลื่อนเอาร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภามาแล้วถ้าเผื่อเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็อยากจะให้พิจารณาโดยเร็ว ทำไมถึงต้องทำอย่างนั้นคะท่านประธาน เพื่อว่า เป็นหลักประกันให้กับผู้บริโภคไทย แล้วนอกจากนั้นแล้วไทยเรายังจะได้เป็นแบบอย่างให้กับ การเป็นผู้นำในประชาคมอาเซียน (ASEAN) ด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่ดี ในอีกไม่กี่ปีก็จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แล้วก็อยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบด้วยว่า ในระดับอาเซียนนั้นเขาก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันคิดว่ามันน่าจะ เป็นโอกาสที่ดีมากเลยที่สภาชุดนี้จะได้เลื่อนวาระขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเร่งพิจารณากันต่อไป สำคัญก็คือว่าประชาชนคนไทยจะได้ไม่ต้องตะเกียกตะกายแก้ไขปัญหาตามลำพัง เช่นขณะนี้ จอดำดูการถ่ายทอดฟุตบอลกันไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็ขอความกรุณาท่านประธานด้วย ขอบพระคุณค่ะ
เดี๋ยวจะประสานทางวิป (Whip) รัฐบาล เพราะว่าเรื่องปัญหาที่อาจารย์ผุสดีหยิบยกขึ้นมา ผมได้หารือทางวิปรัฐบาลไปแล้วครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้ทางท่านสมาชิก แล้วก็คณะบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้เขาก็ติดตามอยู่นะครับ หลังจากผมลงบัลลังก์แล้ว จะได้สอบถามอีกครั้งหนึ่ง ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ
เรื่องแรก คือตอนนี้ในหลายจังหวัดได้มีฝนตกอย่างทั่วถึง แล้วก็ทำให้เกิด ปัญหาที่ตามมาก็คือมีน้ำที่ไม่สามารถระบายได้ก็จะค้างอยู่ในท่อระบายน้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายค่ะท่านประธาน ตอนนี้ในหลายพื้นที่มีเด็กป่วย เป็นโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมากค่ะก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ก็คือกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยออกดูแลแล้วก็ควบคุมปริมาณยุงลาย ที่มันเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนของประเทศเราเป็นไข้เลือดออกค่ะ แล้วก็ ไข้เลือดออกมันเป็นโรคติดต่อนะคะท่านประธานก็อยากจะฝากให้เร่งรีบดำเนินการ เป็นการด่วนด้วยค่ะ
เรื่องที่สอง ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากพี่น้องประชาชนผู้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ เขากำลังดำเนินการเพื่อเลือกกรรมการประจำหมู่บ้านเพื่อมาเป็นตัวแทนในระดับตำบลค่ะ หลายหมู่บ้านหน่วยงานก็หวังดีค่ะ แต่ว่าหวังดีในที่นี้ ก็คือสมมุติหมู่บ้านหนึ่งมีสมาชิก ประมาณ ๔๐๐ คน แต่ว่าได้มีการคัดเลือกเอามาให้เพียง ๗๐ คน แล้วบอกกับประชาชนว่า ๗๐ คนนี้คือคนที่ดูแล้วมีคุณสมบัติเหมาะน่าจะเป็นกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับหมู่บ้านได้ ดิฉันก็เลยอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ว่าเป็นไปได้ไหมให้ล้มเลิกเถอะค่ะ ที่เอามาแค่ ๗๐ คนให้เลือกจาก ๔๐๐ กว่าคน ขอให้ส่งมา ทั้งหมดว่าหมู่บ้านเขามีสมาชิกคือใครบ้าง แล้วให้เป็นหน้าที่ของหมู่บ้านที่จะเลือกดูว่า เขาต้องการใครเพื่อมาเป็นตัวแทนในการเป็นกรรมการของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีค่ะ เพื่อผลประโยชน์จะได้ตกต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ตอนนี้ที่บ้านเรา ที่จังหวัดชัยภูมิ เรามีการเปิดงานเทศกาลดอกกระเจียวงามแล้วค่ะ ก็อยากจะเชิญชวน ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ไปเที่ยวชมที่ทุ่งดอกกระเจียว ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคมค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา เรื่องที่จะหารือท่านประธานมีอยู่ ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับร้องเรียนจากราษฎรตำบลนาทับซึ่งมีอาชีพเป็นประมงพื้นบ้าน ได้รับผลกระทบจากเรือเจาะน้ำมัน บริษัทเจาะน้ำมัน บริษัทนิวคอสตอล ซึ่งเจาะน้ำมัน อยู่ในอ่าวไทยของจังหวัดสงขลา ปรากฏว่าเมื่อไปเจาะน้ำมันแล้วราษฎรจะได้รับผลกระทบ ก็คือปลาจะหนีหมดแล้วท้องทะเลปั่นป่วน บริษัทเขาก็รู้ถึงรับผิดชอบในเรื่องนี้เขาก็จ่ายเงิน ให้ผู้ได้รับผลกระทบตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แต่ปรากฏว่าที่ตำบลนาทับซึ่งอยู่ใกล้ที่เจาะน้ำมัน ไม่ได้รับเงินเยียวยาจากตรงนี้ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด บริษัทน้ำมัน แล้วก็นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดช่วยดำเนินการให้ราษฎร ที่มีอาชีพประมงพื้นบ้านในอำเภอจะนะของตำบลนาทับได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ได้รับร้องเรียนก็คือเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งผมก็เคยพูดในที่นี้ มาครั้งหนึ่งแล้วว่า ประชาชนในจังหวัดสงขลาโดยเฉพาะที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา ตำบลนาหว้า ตำบลนาทับ ตำบลบ้านแค ตำบลคลองเปียะ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก รัฐรุกที่ชาวบ้าน ราษฎรเขาอยู่กินมาหลายชั่วคนแล้ว ปรากฏว่าอยู่ ๆ ก็มีประกาศ เป็นเขตห้ามล่าทับที่ชาวบ้านทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านก็มี ส.ค. ๑ เป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่า ทางราชการบอกจะออกโฉนดให้แล้วก็เก็บ ส.ค. ๑ ไป ปรากฏว่าเงียบหายไปจนถึงบัดนี้ เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เมื่อวานนี้ผมก็เจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านว่าจะดำเนินการให้ แล้วเรื่องนี้ผมยื่นหนังสือไปถึงคณะกรรมาธิการ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วปรากฏว่ายังไม่ได้รับการดูแล ตอนนี้ผมมาเป็น ส.ส. ที่นี่ ๑ ปีแล้วผลงานตรงนี้ปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่อย่างใด
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องราษฎรที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเทพา เมื่อก่อน นิคมอุตสาหกรรมเทพาอยู่กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย แต่หลังจาก มีการเปลี่ยนกรมประชาสังเคราะห์ไปอยู่ในอีกกระทรวงหนึ่งนะครับ แล้วก็นิคมอุตสาหกรรม ก็ย้ายไปขึ้นอยู่กับอีกกระทรวงหนึ่ง ปรากฏว่าตั้งแต่ย้ายไปอยู่อีกกระทรวงหนึ่ง จนถึงบัดนี้ ยังไม่ได้รับการดูแล ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ น้ำท่วมอย่างไรก็อย่างนั้น ก็เลยอยากให้กระทรวง ที่รับผิดชอบนิคมอุตสาหกรรมช่วยดำเนินการแก้ปัญหาจัดงบประมาณให้บ้าง หลายปีแล้ว ไม่ได้จัดงบประมาณไปนะครับ ขอให้ช่วยดำเนินการด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ตอนนี้เขตลาดกระบังเองมีประชากรเพิ่มขึ้น อย่างมากมาย แล้วก็มีผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเกิดขึ้นกับ เด็กนักเรียนที่จะต้องข้ามถนนโดยปราศจากความปลอดภัย เนื่องจากว่าการที่มีรถวิ่งบนถนน นักเรียนไม่มีสะพานลอยข้ามในจุดที่เหมาะสม อย่างเช่น ดิฉันต้องขอยกตัวอย่างนะคะ จุดหน้าสนามบินสุวรรณภูมิตรงถนนลาดกระบัง ในเขตลาดกระบัง ตรงนั้นเป็นถนน ขนาดประมาณ ๘ เลน แต่ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะให้ประชาชนสามารถข้ามถนนได้ ก็คือทางม้าลาย แล้วก็ไฟจราจรอัจฉริยะ แต่เนื่องจากว่าถนนเส้นนั้นมีขนาดที่กว้างมาก และบางครั้งรถที่วิ่งมาใช้ความเร็วสูง แล้วก็ไม่ได้เคารพกฎจราจรเท่าที่ควร จึงทำให้ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ดิฉันจึงเห็นสมควรว่าจะประสานท่านประธานฝากถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดพิจารณาสร้างสะพานลอยหรือว่าพิจารณา ในการที่จะบังคับใช้กฎจราจรให้เป็นไปด้วยความเข้มงวด เพื่อที่ประชาชนจะได้รับ ความปลอดภัยในชีวิตด้วย
อีกจุดหนึ่งนะคะท่านประธาน เป็นจุดของหน้าหมู่บ้านวนารมย์ บนถนนฉลองกรุง ตรงนี้เป็นถนนขนาด ๖ เลน ตรงนี้ไม่มีแม้แต่ทางม้าลาย ไม่มีไฟจราจร ไม่มีสะพานลอย ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนนั้นจะต้องมีความเสี่ยงในชีวิตอยู่ทุกครั้ง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาค่ะ ดิฉันขอฝากไปถึงผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครด้วยนะคะ โปรดคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้ดำเนินงานป้องกันปัญหาน้ำท่วม โดยการส่งกรมราชทัณฑ์เข้าไปขุดลอกท่อในหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมในปีนี้ค่ะ ประชาชนฝากขอบคุณรัฐบาลด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
คุณวัชระ เพชรทอง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน เริ่มแรก จากปัญหาเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเมื่อน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนจำนวนนับหลายแสนครอบครัวยังไม่ได้รับเงิน ดังกล่าว เริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้าตลาดรังสิต ตลาดพรพัฒน์ ตลาดสุชาติ บริเวณตลาดรังสิต ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดปทุมธานี ชาวบ้านตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ราษฎรตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม หมู่ที่ ๑๓ หมู่ที่ ๑๙ หมู่ที่ ๒๐ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอตาคลี ตำบลสร้อยทอง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอบางบัวทอง ในเขตเทศบาลบางบัวทอง ซึ่งในเขตนี้ ท่านอดีต ส.ส. ทศพล เพ็งส้ม ได้นำพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ท่านประธานครับ ปรากฏว่า ในพื้นที่น้ำท่วมทุกจังหวัดที่เกิดน้ำท่วมในปีที่แล้วและในทุกเขตกรุงเทพมหานคร ที่เกิดน้ำท่วมในปีที่แล้วยังไม่ได้รับเงินเยียวยาดังกล่าว ขอให้รัฐบาลจ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ให้เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปแจกที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเงินครอบครัวละ ๒๐,๐๐๐ บาทอย่างเท่าเทียม
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ไม่ฎีกาคดีภาษีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ขอให้อัยการสูงสุดชี้แจงต่อสภาแห่งนี้
และเรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ปรากฏว่า ประเทศแซมเบีย โดยรัฐมนตรีกิจการภายในของประเทศแซมเบียไม่ให้นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทยเข้าประเทศแซมเบีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยน่าจะเอาแบบอย่าง
สุดท้ายมีเรื่องจะชมเชยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เนื่องจาก เวลาหมดแล้ว ขอขอบคุณ
ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องของถนนทางหลวงแผ่นดิน สาย ๒๒๖ ซึ่งเป็นถนนสายยุทธศาสตร์จากจังหวัดนครราชสีมา จนไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นถนนทางหลวงเก่าแก่ เป็นทางหลวงขนาดใหญ่ วันนี้ มันคับแคบมากเพราะว่ามัน ๒ เลนนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็ได้รับการดูแล จากรัฐบาลไปในช่วงหนึ่งก็คือ ช่วงจากจังหวัดนครราชสีมาไปถึงจังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ช่วง ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำเป็น ๔ เลน แล้วก็จากจังหวัดสุรินทร์นี่แทบจะไม่มีเลย ออกจาก จังหวัดสุรินทร์ที่จะไปจังหวัดศรีสะเกษทำได้อยู่ประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วโดยเฉพาะช่วง จากจังหวัดสุรินทร์ไปถึงอำเภอศีขรภูมิ โดยเฉพาะจากอำเภอศีขรภูมิไปอำเภอสำโรงทาบ แล้วก็ไปอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ประชาชนเสียชีวิต เนื่องจากถนนมันแคบ แล้วรถก็ใช้ในทางสัญจร คือมันเป็นสายหลักของอีสานใต้นะครับ จะไปทำ ๔ เลนทีหนึ่งก็จากจังหวัดศรีสะเกษจนไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจริง ๆ ทางหลวงสายนี้ ได้เปิดยุทธศาสตร์ออกแบบสำรวจไว้แล้ว สมัยยุคของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตอนนั้นผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ แต่ด้วยความบังเอิญเกิดวิกฤตินะครับ มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง งบประมาณก็เลยหายไป พี่น้องประชาชนก็มาเรียกร้องนะครับ เพราะว่าช่วงหนึ่งนี่ได้ขึ้นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าจะไปปรับปรุงทำเส้นทางให้ แต่หลังจากปี ๒๕๔๙ มาจนถึงวันนี้ ถ้านับจำนวนศพก็มากมายก่ายกองแล้ว ที่พี่น้องเกิดอุบัติเหตุล้มหายตายจาก และที่เจ็บป่วยรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลมากมาย ฉะนั้น ที่ผมลุกขึ้นมาวันนี้อย่างน้อย ๆ ก็อยากจะเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงนะครับ ไม่ใช่กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงใหญ่ให้ช่วยไปดูแลในช่วงของเขตอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ไปจรดเขตอำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งคนมันสัญจรไปมาตั้งแต่ เช้ามืดครับ พ่อค้าแม่ค้า ก็ฝากท่านประธาน พอดีงบประมาณกำลังเข้าสู่สภาพอดีนะครับ อย่างน้อย ๆ ถ้าท่านประธานได้ช่วยทำเรื่องไปยังกรมทางหลวงให้ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
คือความเดือดร้อนของชาวบ้านตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อบต. เกาะรัง ถนนสาย ๒๒๗๕ ช่วง กม. ๓ กม. ๔ เป็นถนนที่คับแคบ แล้วก็ มีบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตนี้จำนวนมาก แล้วก็มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะขอให้ แขวงการทางจังหวัดลพบุรีที่ ๒ ลำนารายณ์สำรวจออกแบบก่อสร้างขยายถนนเป็น ๔ เลน เพื่อให้ชาวบ้านเดินทางสะดวก และเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน
เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นทางสาย ๒๒๔๓ บ้านบัวชุม อำเภอชัยบาดาล ผ่านบ้านหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ไปถึงอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งช่วงบ้านหัวลำนี้ เป็นทางโค้งยาวผ่านย่านชุมชน ผู้คนอาศัยอยู่จำนวนหนาแน่น ต้องการขอให้แขวงการทาง จังหวัดลพบุรีที่ ๒ ลำนารายณ์ขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร ความยาวประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน เพราะช่วงนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็มี ตลาดนัดประจำทุก ๒ วัน ทำให้การจราจรติดขัด แล้วก็มีอุบัติเหตุบ่อย เพื่อความปลอดภัย ของชาวบ้านอยากจะให้แขวงการทางจังหวัดลพบุรีที่ ๒ และของบประมาณจากกรมทางหลวง มาให้ก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจรช่วงนี้ด้วย
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้าย อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งด่านตรวจถาวรบนถนนสาย ๒๑ ช่วงถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ในเขตอำเภอชัยบาดาล ที่ช่วงศูนย์อีซูซุ อำเภอชัยบาดาลก็ได้ เพราะช่วงนี้เป็นถนนหลายเส้นทางที่มาบรรจบกัน แล้วก็รถขนส่งสินค้าจากภาคอีสานก็มาบรรจบที่ตรงนี้ แล้วจากภาคเหนือตอนล่าง ก็บรรจบตรงนี้ เพราะว่ามันมีสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด แล้วก็พวกอาวุธต่าง ๆ ผ่านมา แล้วก็ ไม่มีการตรวจตรา แล้วก็เข้ามาสู่ส่วนกลาง อยากขอความกรุณาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ต่อไปท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่หลายตำบลในเขตรอยต่อ ๕ อำเภอ คืออำเภอกันทรลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอโนนคูณ และอำเภอน้ำเกลี้ยง ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากว่าไม่มีสะพานข้ามลำน้ำห้วยขะยุง เดิมทีนั้นสะพานบริเวณจุดนี้เป็นสะพานไม้ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองฮางเป็นคนจัด งบประมาณให้จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้ได้ถูกน้ำพัดพาพังชำรุดเสียหายหมดแล้ว ไม่สามารถใช้การได้ ผมได้หารือที่สภาแห่งนี้ ๓ ครั้งแล้วครับท่านประธาน ครั้งแรกได้รับ คำตอบจากกระทรวงคมนาคมว่าได้มีการสำรวจออกแบบแล้วงบประมาณประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้ชี้แจงกับทางชาวบ้าน ชาวบ้านก็ดีใจ ครั้งที่ ๒ ในรัฐบาลที่ ๒ ก็ได้ หารืออีก ผลปรากฏว่าก็ได้รับคำชี้แจงจากทางกระทรวงคมนาคมอีกว่าได้มีการออกแบบใหม่ งบประมาณประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นมาก็รอ รอแล้วรอเล่า จนกระทั่ง รัฐบาลที่ ๓ ก็ได้หารืออีก มีการสำรวจออกแบบใหม่อีกว่างบประมาณนั้นเพิ่มขึ้นมาเป็น ๑๑ ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ณ ขณะนี้เวลานี้งบประมาณปี ๒๕๕๕ ใช้กำลังจะหมดแล้ว ได้สอบถามทางกรมทางหลวงชนบทผลปรากฏว่าไม่มีงบประมาณ เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้หารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยังรัฐบาลได้โปรดสั่งการไปยัง กระทรวงคมนาคมได้โปรดดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ใช้ในการสัญจรไปมาในการทำไร่ทำนา และขนถ่ายสินค้าเพื่อการเกษตร ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจะให้หารืออีก ๔ ท่านแล้วก็จะได้เข้าในวาระการประชุมของเรานะครับ ใน ๔ ท่านนี้ ประกอบไปด้วย ๑. ท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๒. คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๓. คุณอนุรักษ์ บุญศล ๔. คุณสมคิด เชื้อคง เชิญคุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาผ่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ก็คือในเรื่องของสะพานของบ้านกุดปลาขาวที่ขาดตั้งแต่น้ำท่วมปีที่แล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้รับการดูแล ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้สร้างสะพานให้ใหม่ เพราะว่าตอนนี้เดือดร้อนมากจริง ๆ สะพานที่ ๒ ก็คือสะพานบ้านขนา ตำบลน้ำอ้อมไปยังตำบลเวียงเหนือ อันนี้ก็ขาดตั้งแต่ น้ำท่วมปีที่แล้วเช่นกัน เรื่องต่อมาที่จะฝากท่านประธานก็คือเรื่องของถนนชำรุด ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบัน ตอนนี้ก็ฝนตกทำให้ถนนชำรุดมากยิ่งขึ้น ก็คือ ถนนจากบ้านด่าน บ้านโศกขามป้อม ไปยังบ้านคำสะอาด ตำบลท่าคล้อ ผ่านหลายจุด ที่มีถนนพังมากก็คือบ้านท่าสว่าง บ้านรุ่งอรุณ ตำบลโนนสำราญ อันนี้ก็อยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลด้วย เพราะว่าผ่านหลายตำบล หลายหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร อันนี้เชื่อมต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี จนจบเส้น ๒๔ นะคะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลด้วยนะคะ
อีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นจากบ้านไหล่ดุม บ้านตาเหมา ตำบลสังเม็ก ถนนพังมาก จนจะหน้าฝนครั้งใหม่นะคะ อย่างไรก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วย ซ่อมแซมให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัยนะคะ ในช่วงนี้ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๓ เรื่อง ที่ผมจะหารือท่านประธานในวันนี้เป็นผลพวงมาจากการที่มีน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดตรังนะครับ
เรื่องที่ ๑ พนังกั้นน้ำคลองนางน้อย ซึ่งอยู่ตรงบริเวณบ้านโคกสะท้อน หมู่ที่ ๒ ตำบลควนปริง ซึ่งเป็นคันดินนะครับ ได้ถูกแรงน้ำพัดจนพังทลายเป็นระยะทาง ประมาณ ๘๐๐ เมตร ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม
เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามแม่น้ำตรัง ระหว่างตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมือง กับตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ ตอนนี้ราวสะพานหัก แล้วคอสะพานชำรุด คือตรงบริเวณ คอสะพานปกติแล้วก็จะกว้างนะครับ ตอนนี้โดนน้ำกัดเซาะ ๒ ข้างจนเหลือตรงกลาง ที่สัญจรไปมาได้อยู่เพียงเลนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นอันตรายมาก ไม่รู้ว่ามันจะพังลงวันไหนนะครับ
เรื่องที่ ๓ มีถนนหลายสายในตำบลต่าง ๆ อย่างเช่น ตำบลนาท่ามใต้ ตำบลนาพระ ตำบลนาท่ามเหนือ แล้วก็ตำบลอื่น ๆ ในอำเภอเมือง จังหวัดตรัง ที่ผิวถนน ชำรุดอย่างมากทีเดียวครับ ก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมเช่นเดียวกัน
ทั้ง ๓ เรื่องนี้อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ลงไปซ่อมแซมหรือว่าปรับปรุงโดยด่วนครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ได้ร้องเรียนมามากเหลือเกินถึงความไม่สะดวกต่าง ๆ แล้วตอนนี้ฝนก็เริ่มตกแล้วครับ น้ำก็ท่วมอีกแล้ว เรื่องพนังกั้นน้ำยังไม่ได้ซ่อม ทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณที่มันไม่ควรจะท่วมนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องไฟฟ้า ส่องสว่าง บ้านทุ่งปลากัดน้อย ตำบลบ้านถ่อน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นหนังสือร้องเรียนจาก นายสมควร โยธามาศ และราษฎร บ้านทุ่งปลากัดน้อย หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านถ่อน อำเภอสว่างแดนดิน บ้านทุ่งมน อำเภอเจริญศิลป์ บ้านสนามชัย อำเภอสว่างแดนดิน บ้านหนองแสง อำเภอเจริญศิลป์ ทั้งหมดจังหวัดสกลนคร ซึ่งร่วมลงชื่อกับ นายสมควร โยธามาศ กว่า ๒๐๐ คนเลยทีเดียวค่ะ ว่าบริเวณ สี่แยกหนองบัวแพกับบริเวณสี่แยกบ้านหนองฮังแหลว ซึ่งแยกหนึ่งไปบ้านหนองบัวแพ อีกแยกหนึ่งไปหนองฮังแหลว ซึ่งหนองบัวแพนั้นอำเภอสว่างแดนดิน หนองฮังแหลวนั้น อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร บริเวณนี้มีตลาดสินค้าทางการเกษตรและโอทอป (OTOP) สินค้าพื้นเมืองทุกประเภท และนอกจากนั้นมีพนักงานโรงงานสนามชัยเฟอร์นิเจอร์ กว่า ๑๔๐ คน ต้องการไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน ใน ๒ หมู่บ้านนี้ และอีกหลาย ๆ หมู่บ้านค่ะ แล้วก็อีกที่ต้องการไฟส่องสว่างก็คือสินค้าทางการเกษตร ของสี่แยกนี้จะได้มีไฟส่องสว่าง ไม่ใช่ว่าจะอาศัยแต่พระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตกดิน เท่านั้น ก็ต้องการแสงสว่างที่จะขายสินค้าทางการเกษตรเวลามืดค่ำต่อไปอีกสักชั่วโมง ๒ ชั่วโมงค่ะท่านประธานที่เคารพคะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยถนนในหมู่บ้าน บ้านทุ่งปลากัดน้อย หมู่ที่ ๘ คับแคบ ต้องการขยายถนนในหมู่บ้านออก ให้กว้างกว่านี้ การที่ถนนคับแคบนั้นจากการสำรวจออกแบบหรือว่าแคบจากการตัดตอน งบประมาณคะ จึงขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดูแลราษฎรฐานราก เพราะไม่อยากให้ถนน ที่คับแคบนี้ติดไปด้วยคราบเลือดจากอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็เป็นถนนที่ไม่ลงตัว จึงขอให้ ขั้วรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาให้อย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านสมคิด เชื้อคง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายเติม ศรีเนตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโซง พร้อมนายบุญเหลือ จันทร์ภักดี ซึ่งขอทราบความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้าในการที่จะ ดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยบอน ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการในพระราชดำริ เริ่มต้นมานานแล้ว เป็น ๑๐ ปี รับปากว่าจะดำเนินการแต่ว่าก็ยังไม่ดำเนินการต่อเนื่อง เห็นทราบข่าวว่า กรมชลประทานดำเนินการที่จะอนุมัติ แต่ว่าไปติดขัดอยู่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะต้องถอนเขตอุทยานแห่งชาติ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ให้ท่านประธานแจ้งไปยังทั้งกรมชลประทานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อทราบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ นายสันติ วิลานันท์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแปดอุ้ม ตำบลโดมประดิษฐ์ หมู่ที่ ๒ อำเภอน้ำยืน ร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับโครงการชลประทาน คลองส่งน้ำระบบท่อ ซึ่งหมู่บ้านนี้เดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องน้ำทางการเกษตร ก็กรุณาโปรดแจ้งกรมชลประทานช่วยดูแลครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องที่เหตุเกิดที่กรณีชาวตำบลโดมประดิษฐ์ ประมาณ ตั้งแต่หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๑๑ เรื่องนี้เหตุเกิดมานานแล้วครับตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างภัยสงคราม แล้วมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มตำบลนี้ ๓ ศพ นอกนั้นเป็นผู้บาดเจ็บ เขาไม่ได้รับการเยียวยา เพราะฉะนั้นเขาร้องไปยังนายกรัฐมนตรีก็ยังเงียบอยู่ เพราะฉะนั้น ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรุณาไปตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ปี ๒๕๓๐ โน่นล่ะครับ เกี่ยวกับเรื่องศึกสงครามในชายแดน มีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ผู้ทุพพลภาพ จำนวนมาก เดี๋ยวผมยื่นเอกสารให้ท่านประธานกรุณาแจ้งทางกองทัพบกไปดำเนินการ ช่วยเหลือด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล มาลงชื่อตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมงเช้า แล้วผมก็อ่านชื่อท่านอาจจะ ไปปฏิบัติภารกิจห้องอื่น เชิญท่านสุดท้ายครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมต้องขออภัยครับเพราะว่าผมมาลงเช้าจริง ๆ ครับ แต่เนื่องจากว่า ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (NBT) เชิญให้ผมไปออกรายการเรื่องของน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย แล้วก็ต่อด้วยรายการของรัฐสภาเองนะครับ ท่านประธานครับ ที่ทราบกันนะครับว่า ตอนนี้จังหวัดสุโขทัยน้ำกำลังท่วมหนักมากนะครับ แล้วผมเรียนกับท่านประธาน ก็สืบเนื่องมาจากว่าปัญหาหนึ่งซึ่งทำให้น้ำที่มาตามลุ่มน้ำยมนั้นเกิดมีปัญหาก็คือเกี่ยวกับ เรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ขุดลอกคู คลอง ซึ่งก็ไม่ใช่คลองใหญ่ให้กับท้องถิ่นนั้นดำเนินการอยู่ แล้วก็ไปจำกัดกรอบเวลาเกี่ยวกับว่า ๓๐ วันให้เสร็จ ผู้รับเหมาเขาก็เลยไปกั้นไม่ให้น้ำได้ผ่าน ก็กั้นเป็นช่วง ๆ ก็ทำให้ไม่สามารถที่จะพาส (Pass) น้ำได้ครับ ปัญหาก็เกิดว่าทำให้น้ำ ในแม่น้ำก็ดีหรือน้ำที่จะไปพาสออกไปซ้ายขวาไม่ได้ ก็ฝากถึงทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องครับ ทำอย่างไรให้ผู้รับเหมาเขาได้หยุดงานก่อน แล้วก็ให้เขาปล่อยระบายน้ำออกไปได้ อันนี้ ก็ฝากด้วยครับ
แล้วกระผมต้องกราบขอบคุณต่อกรมทางหลวง โดยเฉพาะสำนักงาน ทางหลวงที่ ๔ ของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งผมได้อภิปรายในสภาไปบ่อยครั้งเกี่ยวกับเรื่องปัญหา ที่พี่น้องเดือดร้อนตำบลหนองตูม เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นย่านชุมชน กรมทางหลวง ไม่ค่อยจะไปดูแล แล้วตอนนี้ก็ได้ให้งบไปทำการปรับปรุงสร้างเพื่อให้พ้นน้ำ ต้องขอบคุณ กับแขวงการทางจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็สำนักงานทางหลวงที่ ๔ ด้วยครับ แต่มีปัญหา อยู่อีกที่หนึ่ง ก็คือที่ของแขวงการทางจังหวัดสุโขทัยที่ตำบลโตนด เขาเรียกว่าบ้านหัวยวดครับ ตรงนี้น้ำท่วมตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วปีนี้มันชำรุดทรุดโทรมมาตลอด แต่ว่ายังไม่เคยที่จะไปซ่อม ให้ชาวบ้านเขาได้รับความสะดวกเลย ก็ฝากถึงแขวงการทางจังหวัดสุโขทัย สำนักงาน ทางหลวงที่ ๔ จังหวัดพิษณุโลกได้จัดงบที่จะซ่อมแซมที่บ้านหัวยวด ตำบลโตนดด้วยครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อแล้ว ๒๖๖ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป อาจารย์มีอะไรหรือครับ
เรียนท่านประธาน กระแสไฟฟ้าตอนนี้ ไม่ค่อยพอใช้ แล้วก็พลังงานต่าง ๆ เราก็ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าใช้ลม แล้วก็ใช้แสงแดด ก็จะช่วยประหยัดแล้วก็เป็นพลังงานสะอาด ป้องกันโลกร้อนเรือนกระจกได้ เวลานี้มีการผลิต รถมอเตอร์ไซค์
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับอาจารย์ครับ วันพรุ่งนี้
ผมส่งเป็นหนังสือได้ไหมครับ
ได้ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งที่ประชุมนะครับ
๒.๑ รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของสภาผู้แทนราษฎร
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบ ซึ่งรายละเอียด ของรายงานดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกทราบแล้วนะครับ จึงแจ้งที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๒ รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของศาลฎีกา
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาดำเนินการนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่า ศาลฎีกาได้ดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ซึ่งรายละเอียด ผลการดำเนินการดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิก ได้ทราบแล้ว แจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน
เรื่องด่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ แต่เนื่องจากว่าได้มีร่างอีก ๑ ฉบับ ของท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ พร้อมคณะ ได้เสนอมา ซึ่งเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ผมจึงขอความกรุณาว่าจะเอาเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาพร้อมกันในวาระเดียวกันเลยนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้องผมก็จะดำเนินการต่อไป ท่านสมาชิกครับ ผมขอปรึกษา ที่ประชุมนิดหนึ่ง เนื่องจากว่ารัฐบาลได้เสนอกฎหมายที่สำคัญมา ๒ ฉบับ อีกฉบับหนึ่งนั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งผมรับผิดชอบงานด้านกฎหมายของสภาเรา ผมได้เห็นว่าร่างทั้ง ๒ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เป็นร่างซึ่งเป็นกฎหมายที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน แล้วก็มีผลผูกพันต่อต่างประเทศ ซึ่งเป็น ร่างที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีและทางเศรษฐกิจของชาติ และมีผลผูกพันต่อการทำธุรกิจค้าขายซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าหากว่าทางสภาผู้แทนราษฎร จะได้พิจารณาทั้ง ๒ ร่างไปพร้อมกัน เพื่อที่ท่านจะได้ทราบถึงความเชื่อมโยง โครงสร้าง แล้วก็ รูปแบบของโครงสร้างในกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมานี้ในคราวเดียวกัน แล้วผมก็จะได้ ดำเนินการ ส่วนการลงมติจะขอลงทีละฉบับนะครับ ฉะนั้นเพื่อให้การพิจารณาในวันนี้ ได้ก่อเกิดประโยชน์ต่อท่านสมาชิกสูงสุด ผมขอหารือที่ประชุมว่าจะเอา ๒ เรื่องนี้มาพิจารณา ในคราวเดียวกัน แล้วจะลงมติทีละฉบับนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่นผมถือว่าเอาตามที่ผมได้เสนอนะครับ
ทีนี้ในเรื่องที่ ๒ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ก็ได้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามา แล้วก็ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระ ผมถือว่าเป็นร่างทำนองเดียวกัน จึงเอาทั้ง ๒ ร่างนี้เข้ามาพิจารณา ในคราวเดียวกันเลยนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ตามที่ผมได้เสนอ เนื่องจากว่าร่างทั้งสองนี้เป็นร่างกฎหมาย เกี่ยวกับกฎหมายที่เป็นกฎหมายพิเศษนะครับ รัฐบาลจึงได้ขออนุญาตทางผมให้ขอนำบุคคล ที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างในการออกแบบกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้ให้กับท่านสมาชิกได้ ก็คือขออนุญาตให้ พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าร่วมประชุม เพื่อตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกผมก็จะอนุญาต เชิญท่านเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปรามปรามการฟอกเงินเข้าประจำที่นะครับ
(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
ในการเสนอนะครับ ผมจะให้ทางรัฐบาลนำเสนอหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนนะครับ แล้วก็จะให้ ท่านสมาชิกได้เสนอตาม หลังจากนั้นก็จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอ ฉบับที่ ๒ ต่อ แล้วก็ท่านสมาชิกได้เสนอต่อนะครับ แล้วจะฟังความเห็นของท่านสมาชิกต่อไป
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ บังคับบัญชาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ความผิดมูลฐาน” “ธุรกรรมที่มีเหตุ อันควรสงสัย” และ “ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
(๒) กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ กำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินที่อาจเกิดจากธุรกรรม บางประเภท (เพิ่มมาตรา ๒๕ (๑/๑))
(๓) กำหนดมาตรการคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (เพิ่มเติมมาตรา ๓๗/๑)
(๔) กำหนดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ เกี่ยวกับการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินการรายงานการทำธุรกรรม และวิเคราะห์ ความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๔๐ (๓) และ (๔) และเพิ่มมาตรา ๔๐ (๓/๑))
(๕) กำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน (เพิ่มเติมมาตรา ๔๔ วรรคสาม)
(๖) กำหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือเพื่อดำเนินการ กับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มมาตรา ๔๖/๑)
(๗) กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับ คดีความผิดตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ (เพิ่มมาตรา ๖๔/๑ และมาตรา ๖๔/๒)
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่ได้กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาร้ายแรงบางฐานความผิดเป็นความผิด มูลฐาน ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดสามารถนำเงินและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด มาใช้สนับสนุนการกระทำความผิดอาญาได้อีก จึงเห็นควรกำหนดความผิดมูลฐานเพิ่มเติม และกำหนดกรอบของความผิดมูลฐานให้ชัดเจน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน นอกจากนี้ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่จะกำหนด นโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินและเสนอแนะแนวทางเพื่อป้องกัน ความเสี่ยง กำหนดเรื่องมาตรการคุ้มครองพยาน เรื่องตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษที่จะได้รับ เงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนับสนุนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือการดำเนินการกับทรัพย์สินเกี่ยวกับ การกระทำความผิด รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ เพื่อให้ การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้พิจารณาถึงความจำเป็นและเร่งด่วนตามเหตุผลดังกล่าว ข้างต้น และได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน โดยการให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่เสนอมานี้ ทั้งนี้หากท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติมีประเด็นซักถามเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กระผมขออนุญาต มอบหมายให้ พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน เป็นผู้ชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอนำเสนอหลักการและเหตุผลในเรื่องของพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ค่ะ
หลักการและเหตุผลนั้นเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ความผิดมูลฐาน” “ธุรกรรมที่มีเหตุ อันควรสงสัย” และ “ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
(๒) กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ กำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินที่อาจเกิดจากธุรกรรม บางประเภท (เพิ่มเติม ๒๕ (๑/๑))
(๓) กำหนดมาตรการคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้ถ้อยคำ หรือผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือข้อมูล อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (เพิ่มมาตรา ๓๗/๑)
(๔) กำหนดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ เกี่ยวกับการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินการรายงานการทำธุรกรรม และวิเคราะห์ ความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๔๐ (๓) และ (๔) และเพิ่มมาตรา ๔๐ (๓/๑))
(๕) กำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือน (เพิ่มมาตรา ๔๔ วรรคสาม)
(๖) กำหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือเพื่อดำเนินการ กับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มมาตรา ๔๖/๑)
(๗) กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับ คดีความผิดตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ (เพิ่มมาตรา ๖๔/๑ และมาตรา ๖๔/๒)
ในส่วนของเหตุผลดิฉันขอนำเสนอดังนี้ค่ะ โดยที่พระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่ได้กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาร้ายแรง บางฐานความผิดเป็นความผิดมูลฐาน ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดสามารถนำเงินและทรัพย์สิน ที่ได้จากการกระทำความผิดมาใช้สนับสนุนการกระทำความผิดอาญาได้อีก จึงเห็นควร กำหนดความผิดมูลฐานเพิ่มเติมและกำหนดกรอบของความผิดมูลฐานให้ชัดเจน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นอกจากนี้ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินที่จะกำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงิน และเสนอแนะแนวทางเพื่อป้องกันความเสี่ยง กำหนดเรื่องมาตรการคุ้มครองพยาน เรื่องตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษที่จะได้รับเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือการดำเนินการกับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมทั้งกำหนดให้มี คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคะ ถ้าดิฉันจะขออนุญาตกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผล ที่เราสมควรที่จะต้องสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ ณ ตอนนี้ได้เลยใช่ไหมคะท่านประธาน
จากการที่ดิฉันได้ติดตามข่าวสาร แล้วก็เห็นถึงค วามสำคัญ ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนเงินแก่ผู้ก่อการร้ายนั้น ดิฉันก็ได้นำข้อมูลหลาย ๆ อย่างมาประมวล รวมทั้งติดตามจากสื่อโทรทัศน์ทุก ๆ อย่าง ก็พบว่าตอนนี้มันมีความเป็นมาที่เราสมควร ที่จะต้องรับกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาเพื่อที่จะนำสู่การพิจารณาต่อไป อันเนื่องมาจากว่า เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการ ทางการเงินหรือที่เรียกว่า ไฟแนนเชียล แอคชั่น ทาสก์ ฟอร์ซ (Financial Action Task Force) หรือแฟตเอฟ (FATF) ที่ทางผู้สื่อข่าวได้ให้คำจำกัดความไว้ ได้กำหนดให้ประเทศไทย มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยจะเห็นว่าแฟตเอฟนั้นได้มาเรียกร้องให้ประเทศไทยซึ่งได้ถูก จัดไว้ในกลุ่มเดียวกับประเทศที่มีความเสี่ยงในการทำธุรกรรม และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินที่จดทะเบียนในประเทศไทย ท่านประธานคะ ความเป็นมาที่ดิฉันได้กล่าวไปนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ภาคเอกชนของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเมื่อทางแฟตเอฟได้ออกข้อกำหนดนี้ โดยจัดประเทศไทยให้ไปอยู่กลุ่มที่มีความเสี่ยง เมื่อเอกชนของไทยจะต้องไปติดต่อทำการค้า กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หมายความว่าประเทศไทยจะต้องถูกจับตาเป็นพิเศษ การจับตาเป็นพิเศษนี้ทำให้เกิดถึงระยะเวลาการดำเนินงานที่จะต้องยาวนานขึ้น ดิฉันต้องขอยกตัวอย่างเช่น จากเดิมถ้ามีการโอนเงินจากประเทศไทยไปประเทศต่าง ๆ อาจใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เมื่อแฟตเอฟได้ออกกฎข้อนี้มาแล้ว การที่จะดำเนินงาน ตามขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องทำด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประเทศไทยถูกเตือนไว้ ว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการที่จะติดต่อทำธุรกรรมด้วย ดังนั้นจากการที่ใช้เวลา เพียงแค่ ๓ วัน ๔ วัน อาจจะเพิ่มเป็นถึง ๒ อาทิตย์ หรือ ๓ อาทิตย์ หรือ ๑ เดือน เพื่อที่จะให้ความแน่ใจกับประเทศที่เราทำธุรกิจด้วย ให้เขามั่นใจว่ามันจะไม่มีผลอะไร ย้อนหลังมาสู่ตัวของเขาเอง ถ้าเขาได้ทำการธุรกรรมกับประเทศไทยไปแล้ว ตรงนี้ก็เป็น เหตุผลหนึ่งทำให้เศรษฐกิจของเราอาจจะต้องชะลอตัว แล้วก็เกิดความเชื่องช้าในการที่จะ บริหารงานต่อไป ท่านประธานคะ กฎหมาย ปปง. ที่ประเทศไทยมีอยู่ในปัจจุบันนี้ ยังถือว่า ขาดหลักที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้วย ประเทศไทยมีกฎหมาย ปปง. ที่มีการปรับปรุง มาโดยตลอดเวลาตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แต่ว่ากฎหมายที่ปรับปรุงมาเรื่อย ๆ นั้น มิได้ให้อำนาจหน้าที่กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการที่จะเข้าไป แก้ปัญหาใด ๆ เลย ให้เพียงได้แค่สามารถยึดทรัพย์กับผู้ที่ทำความผิดทางธุรกรรมเท่านั้น แต่เมื่อมีการแก้ไขในครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ นั้น จึงได้มีการเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงได้เพิ่มกลุ่มอาชีพที่จะเข้าข่ายในการที่จะเข้าสู่กฎหมายการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินด้วย ตรงนี้ดิฉันขอกล่าวเป็นเบื้องต้นถึงเหตุผลสำคัญที่เราควรที่จะต้อง ให้การสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านกระบวนการรัฐสภาเพื่อเข้าสู่การพิจารณา ต่อไปนะคะ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกทุกคน จะเข้าใจถึงความจำเป็นในส่วนนี้ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปจะเป็นร่างอีกฉบับหนึ่ง เป็นร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เชิญท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะบังคับบัญชา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายได้ส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ถึงแม้ประเทศไทยจะมีการกำหนดความผิด ฐานก่อการร้ายไว้ในประมวลกฎหมายอาญา และกำหนดไว้เป็นความผิดมูลฐาน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้วก็ตาม แต่ยังคง ไม่มีมาตรการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการเข้าถึงเงินทุนของผู้ก่อการร้าย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการในการ ป้องกันและปราบปรามเรื่องดังกล่าว โดยให้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย การระงับ การดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย การกำหนดให้สถาบัน การเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อ ผู้ก่อการร้าย การกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ในเรื่องดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนการกำหนดโทษสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้อง กับมาตรฐานสากลในการร่วมมือกันเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำใด ที่เป็นการก่อการร้ายซึ่งรวมถึงการสนับสนุนทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือกรณีอื่นใด ที่มีวัตถุประสงค์จะนำไปใช้ในการก่อการร้าย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่ง สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้พิจารณาเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้น และจะได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยการให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ตามที่เสนอมานี้ ทั้งนี้ หากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มีประเด็นซักถามเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กระผมขออนุญาตมอบหมายให้ พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นผู้ชี้แจงประกอบและตอบข้อซักถามต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ แถลงหลักการและเหตุผล
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายดังนี้ค่ะ
หลักการ เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายได้ส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ถึงแม้ประเทศไทยจะมีการกำหนดความผิด ฐานการก่อการร้ายไว้ในประมวลกฎหมายอาญา และกำหนดให้เป็นความผิดมูลฐาน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้วก็ตาม แต่ยังคงไม่มี มาตรการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการเข้าถึง เงินทุนของผู้ก่อการร้าย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการในการป้องกัน และปราบปรามเรื่องดังกล่าว โดยให้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย การระงับ การดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย การกำหนดให้สถาบัน การเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ผู้ก่อการร้าย การกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่อง ดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนการกำหนดโทษสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ในการร่วมมือกันเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำใดที่เป็นการก่อการร้าย ซึ่งรวมถึง การสนับสนุนทางการเงิน ทรัพย์สิน หรือกรณีอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ในการ ก่อการร้าย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติมในส่วนข้อมูลที่ดิฉัน ได้รับทราบมาจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นก็คือว่าจากปี ๒๕๔๔ ซึ่งก็คือปี ๒๐๐๑ ซึ่งเรา ได้รับทราบโดยทั่วกันว่าได้มีเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงหลาย ๆ ที่ ในตอนนั้นได้มีพูดถึงการที่จะให้เงินทุนในเรื่องของการเข้าถึงว่าทำไม ผู้ก่อการร้ายนั้นสามารถปฏิบัติการอย่างนั้นได้ ก็ได้มีหลายกระแสที่เข้ามาว่าอาจจะมีผู้ที่อยู่ เบื้องหลังในการนี้ ในการนั้นจึงได้มีการกำหนดกฎหมายนี้ขึ้นมา ซึ่งยูเอ็น (UN) จึงได้มี การประกาศให้การก่อการร้ายนั้นเป็นกฎหมายที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินเช่นเดียวกัน นั่นก็คือเราจะต้องนำกฎหมายผู้ก่อการร้ายนั้น เข้ามารวมอยู่ในฉบับนี้ด้วย ดิฉันจึงเห็นเป็นการสมควรว่าถ้าเราเพิ่มความผิดมูลฐานนี้เข้าไป ให้รวมอยู่ในฉบับเดียวกันนั้น เราก็จะสามารถที่จะป้องกันผู้ที่จะให้การสนับสนุนทางการเงิน แก่ผู้ก่อการร้ายได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากอย่างเช่นที่เราได้รับทราบกัน ในปัจจุบันแล้วว่า ปัญหาก่อการร้ายนั้นไม่ใช่เพียงแค่ประเทศต่าง ๆ เท่านั้น ตอนนี้ ในประเทศไทยเราเองนั้นเราก็จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน และวิธีการหนึ่ง ที่เราจะสามารถเข้าไปตรวจสอบถึงการเข้าถึงตรงนั้นได้ นั่นก็คือเราจำเป็นที่จะต้องบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่อยู่ในห้องนี้จะได้เห็นถึงความจำเป็นที่เราจะต้องเร่งออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้มีมติ ครม. ได้เอากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ซึ่งท่านได้ให้ความสำคัญกับ ร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบว่าท่านได้มีหนังสือถึงประธาน แฟตเอฟ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยชี้แจงว่าประเทศไทยนั้นได้มีความพยายาม อย่างเต็มที่ในการที่จะปรับปรุงข้อบกพร่องในเรื่องของกฎหมายดังกล่าวทั้ง ๒ ฉบับ แต่เป็นที่เข้าใจกันดีว่าระยะเวลาที่ผ่านมาประมาณ ๓-๔ ปีที่ผ่านมานั้น สถานการณ์ ภายในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเรื่องการเมืองก็ดี หรือเรื่องการขัดแย้งในเรื่องต่าง ๆ ก็ดี เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศใหม่ ๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นปรากฏการณ์ก็คือเรื่องของภัยธรรมชาติเรื่องน้ำท่วม แล้วก็ในที่สุดนั้น เข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แล้วก็นำพามาสู่การนำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ แฟตเอฟเป็นองค์กรที่มีความสำคัญในเรื่อง การกำหนดมาตรฐานในเรื่องการเงิน ได้กำหนดข้อแนะนำมาอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ๔๐+๙ คำว่า ๔๐+๙ นั้นผมเข้าใจว่าเรื่อง ๔๐ นั้นก็คือมาตรฐานในเรื่องความผิดมูลฐานที่จะต้อง ครอบคลุมในเรื่องของการฟอกเงินทั้งหมดในทุกมูลฐานความผิด ส่วนคำว่า ๙ ก็คือ เป็นการป้องกันสนับสนุนในเรื่องการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย ผมถือว่าเรื่องเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะเพิ่มศักยภาพของประเทศไทย ในการที่จะนำเข้าสู่มาตรฐานสากลดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการประเมินเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้คะแนนในการประเมินอยู่ที่ร้อยละ ๓๑ เท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับประเทศที่ได้รับ การพัฒนาหรือประเทศในกลุ่มยุโรป หรือแม้ประเทศในกลุ่มอาเซียนเองก็ตาม อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศเหล่านี้ยังได้รับการประเมินอยู่ในระดับที่ ร้อยละ ๕๐ ถึงร้อยละ ๖๐ ซึ่งในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานั้น ท่านผู้เสนอกฎหมาย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ได้กล่าวนำในเบื้องต้นแล้วว่า มีการประชุมเรื่องแฟตเอฟ แล้วก็ ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยของเรานั้นมีความเสี่ยงอย่างยิ่งในเรื่องของการฟอกเงิน และขบวนการการก่อการร้าย ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยยกสถานะของประเทศให้มี ความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ได้กำหนด เอาไว้ของทั่วโลก แม้ประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นสมาชิกของแฟตเอฟเองก็ตาม
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไม่ผ่านกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมมีความเชื่อ ว่าผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อาจจะไม่ส่งผลในระยะเวลาอันใกล้ แต่ในระยะยาวนั้น เชื่อได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการทำธุรกรรมการเงินในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ จะเริ่มมีความยุ่งยากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการส่งออก เป็นรายได้ที่สำคัญนะครับ แล้วก็เอกสารที่เพิ่มเติมอย่างมากมาย โดยที่ต่างประเทศ ประเทศผู้ซื้อนั้นยังมีความสงสัยในประเทศของเราว่าแหล่งบริษัทที่ขายสินค้าให้เขานั้น เป็นบริษัทที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีวัตถุประสงค์ตามหนังสือบริคณห์สนธิ อย่างไรหรือไม่ และมีเงินทุนที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้จะต้องมีเรื่องเอกสารเข้ามา เกี่ยวข้องอย่างมากมาย และที่สำคัญเมื่อเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจะทำให้ต้นทุนทางด้านการเงิน ในการดำเนินการธุรกรรมทางการเงินนั้นมีความสูงขึ้น แล้วก็เป็นต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ติดตามมา
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่กระผมอยากกราบเรียนก็คือว่า เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมาแล้ว การลงทุนในต่างประเทศของประเทศเรา ประเทศอื่นๆ นั้น ที่จะมาลงทุนย้ายฐานการผลิตมาลงทุนที่ประเทศไทยนั้นจะทำให้เขามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ประเทศนี้ไม่ได้เป็นแหล่งฟอกเงิน ไม่ได้เป็นแหล่งอาชญากรรม หรือการก่อการร้าย ในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อเขามีความมั่นใจแล้วในเรื่องนี้กองทุนต่าง ๆ ที่จะมาลงทุน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกองทุนในระดับโลกหลาย ๆ อย่าง เขามีข้อกำหนดที่อ้างอิงกับแฟตเอฟบอกว่า บางกองทุนนั้นต้องอาศัยข้อกำหนดของแฟตเอฟเป็นหลักหนึ่งในการพิจารณานะครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถ ของประเทศ และที่สำคัญประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยกำลังจะ ก้าวเข้าสู่ความเป็นอาเซียนในปี ๒๕๕๘ วันนี้ประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ก็ดี เขามีความเชื่อถือในเรื่องของมาตรฐานทางด้านการเงิน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าประเทศไทย ยังมัวช้าอยู่ โอกาสสูญเสียในตลาดการแข่งขันในเรื่องต่าง ๆ ทั้งตลาดการเงิน ตลาดทุน ตลาดการท่องเที่ยว แม้กระทั่งการอุตสาหกรรมก็ดีจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แล้วก็ ผมถือว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศผู้นำอาเซียนในระดับต้น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะพลาดโอกาสในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็จะไม่สามารถแข่งขันอย่างมีศักยภาพได้ ในปี ๒๐๑๐ ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ เช่น ประเทศฟิลิปปินส์นั้นมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดี แล้วก็สิ่งแรกที่ประเทศนั้นเขาทำก็คือการออกกฎหมายเรื่องการฟอกเงิน และการก่อการร้าย แม้ว่าขณะนี้ในประเทศฟิลิปปินส์เอง กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านขั้นตอน ของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่กำลังพิจารณาอยู่ในขั้นของวุฒิสภาซึ่งผมคิดว่าวันนี้ ในประเทศรอบๆ เพื่อนบ้านของเราในกลุ่มอาเซียนนั้นเขาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้กัน อย่างก้าวหน้า เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสที่ประเทศไทยนั้นจะได้นำสาระสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ สาระสำคัญของ กฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินนี้ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าการแก้ไขในเรื่องการเพิ่มคำนิยามของถ้อยคำที่เรียกว่าความผิดมูลฐาน จากเดิมกฎหมาย พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๒ มีแค่ ๑๑ มูลฐานความผิดนะครับ กฎหมายฉบับนี้ ที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเพิ่มไปอีก ๑๒ มูลฐานความผิด ซึ่งผมเชื่อว่าจะครอบคลุม สิ่งที่มาตรฐานสากลในโลกเขาต้องการ แล้วจะเป็นการทำให้ประเทศไทยนั้นได้ยกสถานะ ในการเลื่อนชั้นเป็นประเทศที่มีระบบในเรื่องความเชื่อถือในเรื่องการเงินมากขึ้น
นอกจากนั้นแล้วสาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องการกระทำความผิด นอกราชอาณาจักร เรื่องความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้น เดิมไม่มีการกำหนดในเรื่องนี้นะครับ กฎหมายเรื่องการฟอกเงินและการก่อการร้ายก็จะมีการเชื่อมโยงกัน แล้วก็กำหนดให้ การกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรไทยนั้นเป็นความผิด แม้ว่าได้กระทำภายในประเทศไทย ก็ตาม อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สาระสำคัญของเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผมมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนเรื่องร่าง พ.ร.บ. การป้องกันปราบปรามการสนับสนุนทางด้านการเงิน และการก่อการร้าย สาระสำคัญที่สำคัญที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ก็คือว่าการกำหนด ความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แม้จะมีในประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา ๑๓๕/๒ อยู่แล้วนะครับ แต่ก็ไม่ครอบคลุม แล้วก็ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มบัญชีผู้ก่อการร้าย ซึ่งบัญชีนี้ก็ยึดหลักมาตรฐานสากล ทางหนึ่ง แล้วก็ยึดหลักบัญชีที่ประเทศไทยเองเห็นควรที่จะให้มีบัญชีเหล่านี้เกิดขึ้น ว่าใครเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยในการที่เราจะต้องมาขึ้นบัญชีเช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นแล้วสาระสำคัญอีกหลายอย่างของ พ.ร.บ. นี้ เรื่องการระงับ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดหรือผู้มีรายชื่อนั้นได้มีการกระทำ ความผิดเกิดขึ้นมานั้นก็มีเหตุอันสมควรในการที่จะควบคุมทรัพย์สินเหล่านั้น สิทธิของผู้ถูกระงับ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อเป็นการป้องกันในเรื่องของความไม่เป็นธรรม ในเรื่องต่าง ๆ ผู้ถูกร้องอาจจะขอยื่นการเพิกถอนบัญชีรายชื่อจากที่ตนเองนั้นได้มีข้อกำหนด ในเรื่องที่ติดบัญชีเหล่านี้จากการมีบัญชีรายชื่อในเรื่องผู้ก่อการร้าย
นอกจากนั้นแล้วสาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประโยชน์และมีความเป็นธรรม ก็คือเรื่องของการเข้าถึงทรัพย์สินของผู้ที่ถูกระงับการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้บุคคลภายนอกได้สามารถทำธุรกรรมที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเอาเงินเข้าบัญชี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชำระดอกเบี้ย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาล ในเรื่องต่าง ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับสาระสำคัญในหลักการและเหตุผล ของร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตที่สำคัญที่อยากจะ บอกผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง แล้วก็ผู้เสนอกฎหมาย ก็คือว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้ จริง ๆ แล้วอยากให้มีความพยายามที่ให้เสร็จในเวลาที่ไม่ชักช้ามาก เพราะว่าการประชุม รอบแฟตเอฟที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๖ ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่เขาจะมี การพิจารณาในเรื่องของประเทศที่ติดแบล็คลิสท์ (Blacklist) หรือประเทศที่มีข้อสงสัย ในเรื่องการเงินและเรื่องการก่อการร้ายต่าง ๆ ถ้ากระบวนการพิจารณากฎหมายนี้เสร็จสิ้น พอเปิดสภามานี่เข้าวาระที่สามได้ สมมุตินะครับ แล้วก็มีผลบังคับใช้ก่อนปีใหม่หรืออาจจะ เร็วกว่านั้น ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศของเราเป็นอย่างยิ่ง
ข้อสังเกตประการที่ ๒ ก็คือว่าถ้าร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ผมเชื่อว่าสำนักงานเลขาธิการ ปปง. จะเป็นหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่งในการที่จะมา ดูแลเรื่อง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้เป็นหน่วยงานหลัก เพราะฉะนั้นจำนวนบุคลากรซึ่งวันนี้ สำนักงาน ปปง. มีบุคลากรอยู่ ๒๐๐ กว่าคนก็จริง แต่มีบุคลากรที่ดูแลในเรื่องการเงิน มีไม่ถึง ๑๐ คน มีอยู่ ๕ คนเท่านั้นเองครับ ถ้าเทียบสัดส่วนแล้วมีถึง ๒๐,๐๐๐ ต่อ ๑ คน ในขณะที่ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและมีผลบังคับใช้ สถาบันการเงินที่ต้องได้รับผลกระทบหรือธนาคาร ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศ มีอยู่เป็น ๑๐,๐๐๐ แห่ง ๒๐,๐๐๐ แห่งต่อคนดู ๑ คน ผมว่าไม่เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีอัตรากำลังคนเพิ่มเติมในหน่วยงานนี้ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะสภาการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรม ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ แม้กระทั่งวงการสมาคมธนาคารต่าง ๆ เขารอกฎหมายฉบับนี้อยู่ครับ แล้วเขาอยากให้เร่งกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่ประโยชน์ ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศในการค้าการขายกับธุรกิจระดับประเทศในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง ก็คือว่าผมได้ดูร่างกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้ในมาตราต่าง ๆ สิ่งหนึ่งก็คือเนื่องจากว่าความผิดมูลฐานนั้นเป็นความผิด ที่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญาด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็เกิดขึ้นในกฎหมาย ปปง. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการก่อการร้ายด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเรียนถาม ก็คือว่าขอให้มีความชัดเจนในเรื่องของการกำหนดความผิดมูลฐานว่าอะไรที่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา อะไรที่เป็นความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนที่ได้กระทำความผิดไม่มาก กระทำความผิดเล็กน้อย ที่ไม่ได้ความผิดร้ายแรง ตัวอย่างเช่น ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. เกี่ยวกับป่าไม้ หรือทรัพยากรธรรมชาติ สมมุติว่าพี่น้องประชาชนเดิมเคยไปตัดต้นไม้ในเขต ภบท. ๕ เคยเอามาเผาถ่านเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้น่าจะเข้าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษไม่หนักเหมือนความผิดที่เกิดขึ้นในประมวลกฎหมายที่เรากำลัง จะพิจารณาในขณะนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าฐานความผิดตามกฎหมายการฟอกเงิน แล้วก็ ในเรื่องต่าง ๆ ที่อาจจะได้รับโทษที่หนักขึ้นนะครับ ก็หลายประเด็นที่กระผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปนะครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วก็ผมอยากเห็น สภาแห่งนี้ได้สนับสนุนกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ และกระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ให้มีการพิจารณา ฝากคณะกรรมาธิการแล้วก็ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอแสดงความคิดเห็นเพียงเบื้องต้นเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... สนับสนุนที่ให้นำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ด้วยเหตุผลก็คือว่าเป็นความจำเป็น แล้วก็ต้อง ถือว่าเป็นความก้าวหน้าของการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการก่อการร้าย ดูจะล่าช้าเสียด้วยซ้ำเมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่าน รวมทั้งท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง ถึงความจำเป็น เนื่องจากว่ายิ่งล่าช้าไปนานเท่าไร ภาพพจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อระบบ กฎหมายของประเทศไทย หรือต่อธุรกิจการค้าที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันความที่ล่าช้าในการจัดทำเรื่องนี้ก็สะท้อนให้เห็นประการหนึ่งว่าเราเองนั้น มีปัญหาภายในของเราเองที่ไม่สามารถจัดทำกฎหมายให้เป็นที่ยอมรับของสากลได้ ต้องรอให้ องค์กรระหว่างประเทศที่เรียกกันว่า เอฟเอทีเอฟ ให้เข้ามากระตุ้นให้เราต้องกระทำตาม พันธสัญญา แล้วก็ข้อเรียกร้องของเขา ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลได้นำเสนอเข้ามาในครั้งนี้ เรื่องสำคัญก็คือการเพิ่มมูลฐานความผิดอีก ๑๒ ฐานความผิดเข้ามาก็ต้องถือว่า เป็นการปฏิรูปเรื่องของระบบการติดตามการฟอกเงินครั้งใหญ่ทีเดียว จากเดิมที่เรามีเพียง ๑๑ ฐานความผิดเท่านั้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามการเพิ่มฐานความผิดคราวเดียวกัน ถึง ๑๒ ฐานความผิดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคำแนะนำของเอฟเอทีเอฟทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นความดำริ หรือเป็นความประสงค์เพิ่มเติมของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้มีการนำเสนอเป็นร่างเพิ่มเติมมาในวันนี้อยู่ ๓ ประการ
ประการแรก การที่เราได้เพิ่มฐานความผิดเข้ามาจำนวนมากนี้ ด้านหนึ่ง ก็ทำให้เป็นความง่ายของเจ้าหน้าที่ในการเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดกับฐานความผิด เหล่านี้ คนที่คิดจะทำความผิดตามฐานความผิดทั้ง ๑๒ รายการดังกล่าวนี้ก็คงจะต้องคิดมาก ในการที่จะสนับสนุนทางการเงินกับผู้กระทำผิดตามฐานความผิดเหล่านี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าก็เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งกฎหมายก็ไปยึดโยงเพื่อให้การปฏิบัติงานของ ปปง. มีความสะดวกมากขึ้น ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานควบคู่กันไป ท่านประธานที่เคารพครับ การมีอำนาจที่เพิ่มขึ้นนั้นก็ต้องยอมรับว่าก็เป็นช่องทางที่ทำให้ อำนาจที่มิชอบก็เพิ่มตามขึ้นมาได้ เพราะในหลาย ๆ กรณีที่ผ่านมาในอดีตเราก็มี ประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อสงสัยเป็นข้อที่วิตกกังวลว่าเมื่ออำนาจทางการเมืองเข้าไปมีบทบาท เหนือสำนักงานคณะกรรมการ ปปง. เข้าไปมีอำนาจเหนือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันข้างหน้าจะมีหลักประกันอะไรที่จะไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกยัดข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ มูลฐานความผิดที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากขณะนี้ นี่เป็นข้อสังเกตประการแรกที่อยากจะฝากไว้
ประการที่ ๒ ๑๒ ฐานความผิดที่เพิ่มขึ้นมานี้ แน่นอนละครับว่าจะต้องทำให้ ผู้ปฏิบัติงานก็คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจะต้องปรับตัวเองครั้งใหญ่ ด้วยเช่นกัน เพราะลำพังเพียงแค่ ๑๑ ฐานความผิดเดิมท่านก็ต้องทำงานกันหัวหมุนอยู่แล้ว กำลังเจ้าหน้าที่ที่มีไม่เพียงพอ ความรู้ความสามารถ หรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่จะต้องก้าว ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ให้ทันกับกลุ่มที่ก่ออาชญากรรมกับความผิดเหล่านั้นก็ยากอยู่แล้ว ท่านยิ่งจะต้องทำงานหนักมากขึ้น ผมคิดว่าในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่กำหนดไว้ ในมาตรา ๒ ที่บอกว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๒๐ วันนับตั้งแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปนั้น ผมยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำนะครับว่า ๑๒๐ วัน หรือ ๔ เดือนจะเพียงพอสำหรับการปรับตัวเองของสำนักงาน ปปง. ในการเตรียมคน ในการเตรียมความรู้ ในการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ หรือแม้กระทั่งการประสานงาน กับกำลังหน่วยงานอื่น ๆ ที่จะมาช่วยสนับสนุนการทำงานของท่าน
ประการที่ ๓ จริง ๆ แล้วฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ๑๒ ฐานความผิดนี้ถ้าดูจากสภาพความเป็นจริงในบ้านเมืองของเราแล้ว ๑๒ ฐานความผิดนี้ ก็ยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่เรียกว่าเป็นความผิดที่ควรจะเอาความผิดทางด้านการฟอกเงิน เข้ามาดำเนินการ เพราะถ้าเราเข้าไปดูในประมวลกฎหมายอาญามีความผิดที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรอยู่หลายเรื่องที่น่าจะนำเข้ามาเป็นฐานความผิดที่เพิ่มขึ้น เพื่อเข้าไปดูแลเรื่องของการฟอกเงิน นั่นก็คืออย่างน้อยที่สุด ๓ เรื่อง ความผิด ต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งที่จงใจ ไม่จงใจ และทั้งที่เป็นขบวนการ ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ มีการใช้เงิน มีการสนับสนุน ทางการเงินอย่างเป็นขบวนการ แต่ความผิดเหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าสำนักงาน ปปง. ให้ความสำคัญเพื่อที่จะติดตามเอาผิดในคดีการฟอกเงินหรือไม่ หรือความผิดต่อความมั่นคง ในราชอาณาจักร ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ซึ่งปฏิบัติการเหล่านี้ เราเห็นกันอยู่ชัดเจนทั้งกระทำโดยคนไทยเอง ทั้งกระทำโดยคนต่างชาติที่มีพฤติกรรม เป็นปัญหากับความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยอยู่เสมอ ๆ ความผิดเหล่านี้มีการเตรียมการ มีผู้ร่วมขบวนการและมีการใช้เงินจำนวนมหาศาลและมีผลกระทบกับความสงบ ความสันติ ของสังคมไทย ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินได้เข้าไปดูแล แล้วก็อาจจะเพิ่มมูลฐานความผิดเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา พวกที่เตรียมการก่อการกบฏ ก่อการรัฐประหาร พวกใช้เสรีภาพเกินรัฐธรรมนูญ พวกซ่องสุม กำลังอาวุธเพื่อการต่อต้านรัฐ พวกที่ล่วงละเมิดจาบจ้วงบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกยุยงส่งเสริม ต่อท่อน้ำเลี้ยงเข้ามาเพื่อปฏิบัติการให้เกิดการต่อต้านรัฐ มีรูปธรรม ที่เห็นกันชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แน่นอนครับ นี่เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนไม่สบายใจ ก็จำเป็นที่จะต้องตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณา แล้วก็หวังว่าในชั้นของ กรรมาธิการก็จะดูรายละเอียดในเรื่องนี้มากขึ้น
กฎหมายฉบับที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ภาพรวมของกฎหมายฉบับนี้ มุ่งเน้นไปเรื่องของการจัดการ และมาตรการการป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินกับผู้ก่อการร้ายเป็นหลัก ซึ่งก็น่าเสียดายที่เรา มีโอกาสออกกฎหมายเกี่ยวกับการก่อการร้ายทั้งทีเรามุ่งเน้นไปในจุดที่ค่อนข้างจะคับแคบ ไปสักนิดหนึ่ง สมควรที่จะทำให้กฎหมายการก่อการร้ายฉบับนี้มีความครอบคลุมกว้างขวาง มากขึ้น ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประการเช่นกันก็คือว่า
เมื่อเราพูดถึงการก่อการร้าย ประเทศเราไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนหรอกครับว่า การก่อการร้ายหมายถึงอะไร กลายเป็นว่าอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานสอบสวนที่จะ ตั้งข้อหากันตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งก็พวกวางเพลิง วางระเบิด ระเบิดเขื่อน ทำลาย ขนส่งสาธารณะ อะไรต่าง ๆ ก็อาจจะถูกจัดเข้าไปอยู่ในส่วนนั้น แต่ว่าการก่อการร้าย ในความหมายในปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการตอบโต้ทางการเมืองกัน แล้วเรา ก็หามาตรฐานเรื่องนี้ไม่ได้ ท่านประธานครับ เราก็เห็นกันว่าคนที่ชุมนุมปิดสนามบินก็ถูกกล่าวหา ว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้าย พวกที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีในที่ชุมนุมของการปิดสนามบิน ก็เป็นพวกผู้ก่อการร้าย พวกที่ซ่องสุมกำลังในการชุมนุมที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ไปฆ่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปยิงผู้บริสุทธิ์ คนเหล่านี้ก็เป็นผู้ก่อการร้าย คนที่ปฏิบัติการวางระเบิดคาร์บอมบ์ (Car bomb) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เผาโรงเรียน พวกนี้ก็เป็นผู้ก่อการร้าย คน ๓ กลุ่มนี้ เป็นผู้ก่อการร้ายเสมอกันในความรู้สึกของสาธารณชน แล้วมาตรฐานของการก่อการร้าย คืออะไร กฎหมายควรที่จะมีคำนิยามในเรื่องนี้ให้ชัดเจน แล้วโอกาสนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี ที่เราควรจะสร้างบรรทัดฐานในเรื่องนี้
ประเด็นที่ ๒ ครับ ผมคิดว่าปัญหาสถานการณ์การก่อการร้ายในประเทศไทยนั้น เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น มาจากทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศของเราเอง ก็นำไปสู่การก่อการร้าย ปัญหาความขัดแย้งของประเทศอื่นที่เขาขัดแย้งกันเอง แล้วก็ใช้ ประเทศไทยเป็นฐานในการก่อการร้าย ก็เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และประเทศไทยก็อยู่ใน สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงกับปัญหาก่อการร้ายในมิตินี้ การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ที่อาจจะผลักดันให้ประเทศไทยของเราต้องไปสังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเราก็กลายเป็น เป้าหมายของการก่อการร้าย นี่ก็เป็นอีกมิติหนึ่งของปัญหาสถานการณ์ที่มันจะ ทวีความรุนแรงมากขึ้น ปรากฏการณ์การก่อเหตุร้ายทั้งในกรุงเทพมหานครในเมืองใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้น ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในจังหวัดยะลาก็เป็นรูปธรรมที่สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาก่อการร้ายอยู่ใกล้กับตัวเรามากขึ้นเรื่อย ๆ กระบวนการในการปฏิบัติการก่อการร้ายนั้น มีหลากหลาย เราไม่อาจที่จะนิยามกันได้ชัดเจนว่าคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ขึ้นบัญชีรายชื่อ ผู้ก่อการร้ายแล้วจะจบลงแค่นั้น มันจะมีรายใหม่ ๆ เข้ามา มีปฏิบัติการในรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามา และที่ผมก็เคยได้กล่าวกับที่ประชุมแห่งนี้ในหลายครั้งว่าปฏิบัติการก่อการร้ายจะเข้ามา ปฏิบัติการในเขตเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นปฏิบัติการที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สิน ปฏิบัติการที่ก่อให้เกิดความกระทบต่อขวัญกำลังใจของพี่น้องประชาชนรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์การก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้สมควรที่รัฐบาลจะต้องนำไปขบคิดว่า เราถือโอกาสที่จะทำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาทั้งทีแล้วนี่ ทำอย่างไรถึงจะให้ครอบคลุมไปถึง สถานการณ์ที่เป็นจริงของการก่อการร้ายในปัจจุบันนี้ด้วย
ในประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของการจัดทำบัญชีผู้ก่อการร้าย ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดไว้ในมาตรา ๔ ซึ่งการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ก็ให้พิจารณาจากบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรซึ่งมีอยู่ ๓-๔ ส่วนที่จะเสนอเข้ามา ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี อย่างเช่นมติหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดให้เป็น ผู้ก่อการร้ายและรัฐบาลไทยได้ประกาศให้ความรับรองมติหรือประกาศดังกล่าว วันนี้ผมก็ยัง ไม่ทราบนะครับว่ามติเหล่านั้นหรือประกาศเหล่านั้นมันมีอะไรบ้างที่ประเทศไทยเรา ไปให้การรับรอง อันที่ ๒ มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์กระทำความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดซึ่งอยู่ภายใต้ ขอบเขตของอนุสัญญาและพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่ประเทศไทย เป็นภาคีหรือรับรอง เรื่องนี้ก็เช่นกัน นี่เป็นดุลยพินิจของสำนักงาน ปปง. ที่จะหยิบชื่อใครขึ้นมา เพื่อที่จะเสนอให้ ครม. อนุมัติว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ รัฐบาลต่างประเทศได้ขอร้องให้รัฐบาลไทยกำหนดให้ เป็นผู้ก่อการร้ายตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. ที่จะเสนอกับ ครม. ประเด็นปัญหาที่ผมให้ความสนใจก็คือว่า การจะหยิบชื่อใครขึ้นมาตีตราว่า เป็นผู้ก่อการร้ายนั้น นอกจากมีแหล่งที่มา ๓-๔ แหล่งนี้ มันมีกระบวนการในการตัดสินใจ อย่างไร ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สำนักงาน ปปง. มีอยู่ในมือหรือหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ของประเทศนี้มีอยู่ในมือมันยืนยันได้ไหมว่ารายชื่อเหล่านั้นถูกต้อง ชัดเจน ไม่เป็นการไปใส่ร้ายเขา ไม่เป็นการไปซ้ำเติมเขาหรือว่าไม่เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อที่จะกล่าวหาใครก็ได้ แล้วขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้าย เพราะว่าในอนาคตเราก็ไม่แน่นะครับ สำนักงาน ปปง. ซึ่งก็ถูก แทรกแซง ถูกกระทำการจากอำนาจรัฐบาล อำนาจทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง จะไม่ถูกใช้งาน เพื่อประโยชน์ในทางการเมืองในวันข้างหน้า การเสนอชื่อจากต่างประเทศ หรือตามพันธะ ข้อตกลงกับองค์กรระหว่างประเทศ เราจะวางเงื่อนไขในการยอมรับรายชื่อเหล่านั้นอย่างไร ที่จะไม่ให้ถูกกล่าวหาในภายหลังว่าเราเดินตามก้นมหาอำนาจ หรือประเทศที่มีอำนาจ ในการชักจูงให้เราต้องคล้อยตาม เงื่อนไขเหล่านี้ผมคิดว่าเราต้องเป็นอิสระและจะต้อง เปิดเผยในระดับหนึ่งให้สาธารณชนได้มั่นใจได้ว่าไม่ใช่วันดีคืนดีเขาไปทำกิจกรรมอะไร ในทางการเมือง หรือในทางความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาลแล้วจะไม่ถูกยัดข้อหา เป็นผู้ก่อการร้าย นอกจากนั้นเรื่องกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามร่างกฎหมายนี้ ก็พิจารณาตามรายชื่อที่สำนักงาน ปปง. เสนอ คณะรัฐมนตรีมีเงื่อนไข มีข้อพิจารณา ของตัวเองอย่างไร ที่จะให้หลักประกันว่าในชั้นของการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งสูงสุดแล้วจะไม่มีความผิดพลาด จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
ประเด็นต่อมา เรื่องของระยะเวลาในการดำรงความเป็นผู้ก่อการร้าย เมื่อถูก ขึ้นบัญชีเป็นผู้ก่อการร้ายแล้ว ถามว่าเขาจะถูกปลดจากการเป็นผู้ก่อการร้ายเมื่อไร หรือว่า ถ้าได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้ายตามมติของคณะรัฐมนตรีของประเทศไทยแล้ว ไม่ว่า ชั่วชีวิตนี้เขาก็จะเป็นผู้ก่อการร้ายไปวันยังค่ำ หรือพฤติกรรมของเขามันไม่ได้เป็นประโยชน์ หรือว่าไม่ได้เป็นโทษกับประเทศที่ถูกเสนอชื่อมาให้ประเทศไทยขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้ายแล้ว เขาก็หมดสภาพความเป็นบัญชีผู้ก่อการร้ายไปโดยปริยายหรือไม่นะครับ
สุดท้ายที่ผมกังวลใจมากก็คือว่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าการขึ้นบัญชี ผู้ก่อการร้ายโดยรัฐบาลไทย โดยการสนับสนุน โดยคำเสนอแนะขององค์กรระหว่างประเทศ หรือประเทศอื่น ๆ จะไม่ทำให้ประเทศไทยของเราต้องกลายเป็นเป้าหมาย ของการก่อเหตุร้าย หรือกลายเป็นประเทศคู่ขัดแย้งกับกลุ่ม หรือองค์กรก่อการร้ายสากล ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลมาก เราสบายอกสบายใจมาตลอดว่าประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย ของการก่อการร้าย ประเทศไทยเป็นเพียงทางผ่าน ประเทศไทยเป็นเพียงที่พักของนักก่อการร้าย มาแล้วก็ไป ส่วนเป้าหมายเขาจะเป็นอะไรที่ไหนเราไม่เคยสนใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันนี้ไม่ใช่ เหตุระเบิดที่กรุงเทพมหานครเมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าเราไม่รู้หรอกครับ ว่าเขาจะใช้ประเทศไทยทำอะไร อาจจะเป็นทางผ่านก็ได้ หรืออาจจะเป็นฐานปฏิบัติการก็ได้ ยิ่งถ้าเราไปข้องแวะกับคนเหล่านี้มากเท่าไร ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับคนเหล่านี้มากเท่าไร ประเทศไทยก็จะตกเป็นเป้าของการก่อการร้ายมากเท่านั้น เหล่านี้นะครับผมจึงตั้งข้อสังเกต ให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาเพื่อที่จะทำให้การออกกฎหมายในวาระสำคัญนี้มีประโยชน์ และครอบคลุมมากที่สุด กราบขอบพระคุณครับ
เนื่องจากกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็กฎหมายฉบับที่ได้ขอเสนอกฎหมายใหม่ คือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลจะขอชี้แจงถึงรูปแบบเนื้อหาและโครงสร้าง วิธีปฏิบัติ พร้อมกับ การออกแบบของกฎหมายฉบับนี้ให้กับท่านสมาชิกได้ทราบนะครับ แล้วผมจะเปิดให้ท่านสมาชิก ได้อภิปรายอย่างเต็มที่เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. เนื่องจากว่า ในเรื่องนี้กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ แล้วก็ทางผมเองในฐานะที่กำกับดูแลตรงนี้ ได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตัวกระผมเองตลอดมา ถ้าไม่กราบเรียนชี้แจงให้ท่านสมาชิกได้กรุณา รับทราบเป็นเบื้องต้นแล้ว อาจจะมีคำถามหลาย ๆ คำถามที่จะตามมา ซึ่งกระผมก็ใคร่ที่จะ ขอถือโอกาสนี้ขออนุญาตท่านประธาน ขอกราบเรียนในเนื้อหาบางเนื้อหาไปก่อนจะได้ไหมครับ
เดี๋ยวท่านอลงกรณ์ให้รัฐบาลท่านชี้แจงก่อนได้ไหมครับ เพราะว่าในกฎหมายฉบับที่ ๒ มันเป็นการออกแบบกฎหมายมาใหม่ แล้วพวกเราก็ตั้งข้อสังเกตหลายท่าน แต่ถ้าหากว่า เราได้ฟัง เดี๋ยวนะครับ ท่านครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมเข้าใจว่าท่านจะพยายามบอกว่าขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงก่อน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีได้เสนอร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับแล้ว ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีรอฟัง ข้อสังเกต คำถามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล หลังจากนั้น ท่านเก็บประเด็นแล้วค่อยชี้แจงครับ เพราะว่าถ้าท่านจะได้ชี้แจงในขณะนี้อาจจะซ้ำซ้อน ผมคิดว่าท่านได้เสนอร่างกฎหมายตามขั้นตอนการปฏิบัติของสภาของเราแล้ว กระผมไม่เห็นว่า มีเหตุผลพิเศษใดนะครับ แล้วก็จะเป็นการสิ้นเปลืองเวลา ซ้ำซ้อน ดังนั้นอยากให้ท่านรอ แล้วก็จดคำถามเพราะว่ามีหลายคำถามเลยครับ ท่านมีเวลาจะชี้แจงมากนะครับ แต่ว่า อยากให้ฟังก่อน หลังจากนั้นนำประเด็นที่ทางรัฐบาลจะต้องตอบเพราะว่ามีทั้งกฎหมายเก่า ผมเองเป็นคนเสนอร่างกฎหมายฟอกเงินเป็นคนที่ ๒ ของประเทศนะครับ ดังนั้นก็จะมี คำถามทั้งในเรื่องตัวบทกฎหมาย ๒. คือในเรื่องการบริหารจัดการ ๓. ก็คือการควบคุม เช็กแอนด์บาลานซ์ (Checks and balanccs) ๔. ก็คือที่เกี่ยวกับแฟตเอฟว่ามันมีความจำเป็นแค่ไหน และเหตุใดรัฐบาลจึงดำเนินการเรื่องนี้ ก็มีหลายคำถามนะครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีรอ แล้วก็ชี้แจงในคราวเดียวจะได้หรือไม่ครับ ขอหารือผ่านท่านประธานครับ
ได้ครับ เชิญรัฐมนตรีครับ
คือที่จะกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เป็นเรื่องการดำเนินการที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่จะต้องเป็นการตอบคำถาม แต่ถ้าคำถามท่านสมาชิกถามมาจะต้องได้ตอบอยู่แล้ว ในตอนท้าย แต่ว่าเพื่อไม่ให้เป็นการที่สับสนก็อยากจะกราบเรียนว่าความเป็นมา และการดำเนินการในเบื้องต้นที่ผ่านมาคือเป็นข้อเท็จจริงเท่านั้นก็ไม่ทราบว่าจะเหมาะสม หรือไม่ แต่ถ้าจะให้ตอบในตอนท้ายก็ไม่เป็นอะไร
เดี๋ยวนะครับท่าน เอาที่มานิดหนึ่งก็ได้นะ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อเลยครับ
ขอสั้น ๆ นิดเดียวนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากข้อมูลนี้ผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือก็ต้องกราบเรียนว่าในเรื่องนี้คณะผู้เชี่ยวชาญแฟตเอฟ เป็นคณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินสากล เขาได้เข้ามาสังเกตการณ์เมืองไทยเราตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อประมาณ เดือนธันวาคม คณะทำงานคณะนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญแฟตเอฟก็ได้มาพบผม ขณะนั้นน้ำท่วม ไม่ได้พบที่กระทรวงเพราะว่าเข้ากระทรวงไม่ได้ ก็ไปพบกันที่สนามบินดอนเมือง จากการพบกันครั้งนั้น เขาก็ได้มีการสื่อความมาบ้างว่าประเทศไทยเรามีความบกพร่องทางยุทธศาสตร์ อาจจะ เข้าข่ายในเรื่องของการที่จะขึ้นเป็นพับบลิค สเตทเมนท์ (Public Statement) ตรงนี้ เป็นการพูดคุยกันเมื่อเดือนธันวาคม ทางผมเองก็ได้รับทราบ เพราะเขาได้ติดตามมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ เขาได้สังเกตการณ์ในเรื่องนี้มาว่ามาตรการต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการที่ผ่านมานั้น ยังปรากฏว่ามีความบกพร่องทางยุทธศาสตร์ ก็จึงได้ปรึกษาหารือกับกระผม กระผมก็จึงได้ หารือกับเลขาธิการ ปปง. และคณะกรรมการการฟอกเงินว่าเรื่องนี้ทางแฟตเอฟเขามา เขาได้มาแล้ว พิจารณาเห็นว่าเรามีความบกพร่องทางยุทธศาสตร์ ทางสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มันทันต่อเหตุการณ์ เพราะเนื่องจากเราทราบแล้วว่า เดือนกุมภาพันธ์จะต้องมีการประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก็ได้มีการพูดคุยกัน กระผมจึงได้มอบหมายให้เลขาธิการ ปปง. พร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน และการดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงนี้ไปชี้แจงที่ประเทศฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๑๓-๑๗ กุมภาพันธ์ อันนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่กระผมอยากจะกราบเรียน แต่ในขณะที่ชี้แจงอยู่นั้น วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ จึงได้ปรากฏว่าเขาได้ออกเป็น พับบลิค สเตทเมนท์ออกมานะครับ แฟตเอฟเต็มคณะ บอกว่าประเทศไทยเรามีจุดบกพร่อง ทางยุทธศาสตร์อยู่จริง เขาจึงได้ออกเป็นพับบลิค สเตทเมนท์ตรงนั้นออกมา จากนั้น กระผมก็ไม่ได้ละความพยายาม ก็ได้มีการติดต่อกับทางแฟตเอฟโดยมีทั้งเอกสาร การติดต่อว่า เรามีความบกพร่องอยู่จริงในเรื่องของกฎหมายฟอกเงิน เพราะเรา ไม่ได้มีกฎหมายเรื่องการสนับสนุนการก่อการร้าย อันนี้เรายอมรับว่าเราไม่มีจริง และในสิ่งที่ เขาต้องการให้เราแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ในเชิงยุทธศาสตร์ ให้สามารถที่จะป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ได้นำเรียนว่าเราจะแก้ไขปรับปรุง แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในช่วงนั้นก็ปรากฏว่าไม่เป็นผลสำเร็จ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงนั้นก็จึงได้ ออกพับบลิค สเตทเมนท์ของแฟตเอฟออกมา อันนี้คือประเด็นสำคัญที่กระผมต้องกราบเรียน แล้วหลังจากที่ได้ทราบชัดเจนว่าเขาได้มีพับบลิค สเตทเมนท์ออกมาว่าประเทศเรา มีความบกพร่องทางด้านยุทธศาสตร์ อย่างนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็มายกร่างกฎหมาย นำเรียน เรื่องนี้ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นำเรื่องนี้เรียนต่อคณะรัฐมนตรีว่า ทางแฟตเอฟนั้นรู้สึกจะ ไม่พึงพอใจในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทยเรา เนื่องจากฐานความผิดอะไรทั้งหลายทั้งปวงยังไม่ชัดเจน ก็จึงได้ยกร่าง อันนี้เป็นความจริง ประการหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบเป็นเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนในข้อซักถาม หรือข้อแนะนำอื่น ๆ นั้นกระผมก็จะขออนุญาตรับฟังครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปผมจะลำดับชื่อเดี๋ยวท่านจะได้เตรียมตัวด้วยนะครับ ท่านพายัพ ปั้นเกตุ แล้วก็กลับมาที่ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร แล้วก็มาท่านวรชัย เหมะ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔ ท่านก่อนนะครับ ส่วนท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ มีชื่อแล้วเดี๋ยวลำดับต่อไปนะครับ เชิญท่านพายัพ ปั้นเกตุ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แล้วก็ การสนับสนุนผู้ก่อการร้ายนั้น เป็นกฎหมายที่ดูเผิน ๆ แล้วดูเสมือนว่าไม่มีอะไร แต่เมื่อดู เข้าไปในรายละเอียดลึก ๆ แล้วเราจะเห็นได้ว่ามีหลายประการทีเดียวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธานได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ แต่ยังไม่ทราบละเอียดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้ลุกขึ้นมาเสนอ ด้วยเหตุด้วยผลที่น่ารับฟังหลายประการ กระผมมีความเห็นค่อนข้างจะสอดคล้องกับ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ แต่ประเด็นหนึ่งที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดตรงนี้ก็คือว่า กฎหมายการฟอกเงิน กฎหมายการก่อการร้ายนั้นเป็นกฎหมายที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วก็ยังไม่มีสิ่งใด ที่จะเป็นสิ่งบอกเหตุได้ชัดเจนว่าจะมีสถานการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า ที่จะบอกว่าเป็นการร้ายแรงในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ ข้อกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินนั้นมีการเพิ่มอำนาจหน้าที่และคำวินิจฉัย ให้กับหน่วยงานของรัฐ ๒ หน่วยงาน ก็คือดีเอสไอ (DSI) แล้วก็ ปปง. อำนาจค่อนข้างจะ ครอบคลุม และอำนาจนั้นดูเหมือนว่าเป็นคำวินิจฉัยซึ่งใช้คำว่า เชื่อได้ว่า ท่านประธานครับ ท่านประธานลองดูคำนิยามตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางเงิน แก่การก่อการร้ายดูนะครับ เขาบอกว่าการจัดทำบัญชีผู้ก่อการร้ายตามร่างมาตรา ๔ มีประเด็นหนึ่งที่น่าหยิบยกมาพูดตรงนี้ก็คือว่า ผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายอันได้แก่ บุคคล องค์กร ๑. เขาบอกว่าต้องมีมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ กำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้ายและรัฐบาลไทยประกาศให้การรับรองมติ นั่นหมายความว่า ถ้าเกิดว่ามติสหประชาชาติได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีกลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายขึ้นในประเทศแล้ว ถ้ามติสหประชาชาติร้องขอมาที่รัฐบาลไทย แล้วรัฐบาลไทยให้การยอมรับผมก็สงสัยว่า ๑. คัดค้านได้ไหม ไม่ยอมรับได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลไทยมีความเห็นที่แตกต่างกับสหประชาชาติ หรือต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ของสหประชาชาติทุกกรณีที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติตามความคิดเห็นของสหประชาชาติ ทุกเรื่อง แล้วถ้าเกิดว่าเราตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็น ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศขึ้นมาจะทำอย่างไร เพราะว่าองค์กรใหญ่ ซึ่งเป็นองค์กรของระหว่างประเทศคือสหประชาชาตินั้น มีอิทธิฤทธิ์ค่อนข้างมาก มีอิทธิพล ในภูมิภาคค่อนข้างมาก ถ้าเรามีความเห็นแย้งได้หรือไม่ เราไม่เห็นด้วยได้หรือไม่ เพราะว่า ถ้าเกิดเราทำตามทุกเรื่องแล้วนี่ บางทีเราก็จะกลายเป็นว่าเราเสียเอกราช เสียเอกราช ในความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเหมือนกัน
ประการถัดมา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือเรื่องของข้อ ๒ ที่บอกว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญา และพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับการก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพครับ คำนี้สิครับ น่ากลัวเหลือเกิน คำที่ว่าควรเชื่อได้ว่านี่ละครับ ในประเทศไทยเรามีการใช้คำนี้ ในประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ใช้ พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาวินิจฉัยการเลือกตั้งว่าควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรายนี้กระทำความผิด ด้วยการแจกเงิน ทรัพย์สินเงินทองต่าง ๆ คำว่า ควรเชื่อได้ว่า นี้ได้วินิจฉัยแล้ว บางทีไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะว่าคำว่าเชื่อได้ว่านั้นมันไม่น่าจะมีในประมวลกฎหมาย เพราะว่ามันต้องชี้ให้ชัดเจนว่ามีความผิด มีพยานหลักฐานอย่างไร แต่ไม่ใช่ใช้ความเห็นว่า ควรเชื่อได้ว่าบุคคล องค์กรเหล่านั้นมีพฤติกรรมอันควรเชื่อได้ว่าสนับสนุนการก่อการร้าย แล้วเราก็ไปใช้มาตรการในการอายัดทรัพย์สินเขา ใช้มาตรการในการระงับทรัพย์สินเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างยิ่งถ้าเกิดว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้กระทำ กว่าจะพิสูจน์หลักฐานได้ว่า เขาไม่ได้กระทำ เขาได้สูญเสียซึ่งชื่อเสียง ได้สูญเสียซึ่งโอกาสในการทำมาหากิน โอกาส ในการแสวงหาธุรกิจของเขาไปแล้ว
อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่ามีอยู่ ๒ กลุ่มครับ ที่บอกว่าควรเชื่อได้ว่าก็คือ ๑. ก คือบุคคลที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ การกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งไม่จำเป็นที่บุคคล ที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา จะเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายเสมอไป นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ ไม่มีบัญชีรายชื่ออยู่ก็สามารถนำมาเข้าอยู่ในกรอบของบุคคลที่เป็นผู้ก่อการร้ายได้ด้วย ใช่หรือไม่ นี่แสดงว่าคนที่มีพฤติกรรม คนที่ทำจริง คนไม่ทำจริงสามารถพิจารณาได้หมดเลย จะใส่เข้าไปอย่างไรก็ได้ เพราะถ้าทำอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน ลองเปิดไปดูสิครับว่าถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ผู้เสนอ หรือทำรายงานซึ่งเป็นเท็จมีความผิด สถานใดบ้าง มีโทษจำ มีโทษปรับนะครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ผม ถามว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วมันทำได้อย่างนั้นหรือไม่ นี่สิครับเป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านประธาน
อีกประการถัดมาก็คือว่าบุคคลที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีพฤติการณ์การกระทำความผิดที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญาและพิธีสารระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการก่อการร้าย ท่านประธานครับ ความผิดที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอนุสัญญามันกว้าง เหลือเกินนะครับ อนุสัญญานะครับ อนุสัญญามีอะไรบ้างละครับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีรายละเอียดที่ครอบคลุมกว้างขวาง แล้วก็มีอะไรที่เป็นข้อยกเว้นให้หรือไม่ ถ้าเรา ปล่อยอย่างนี้ต่อไปให้มีการพิจารณาอย่างนี้แล้วไม่ดูซึ่งสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องถูก อาจจะถูกกลั่นแกล้งโดยอคติกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลยุคหนึ่งยุคใด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายืนยันให้ใครไม่ได้ ประเด็นเหล่านี้ครับ เป็นประเด็นที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาครับ เพราะเราไม่พิจารณาเรื่องอย่างนี้ไว้ เป็นการป้องปรามไว้ก่อน มันอาจจะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นในวันข้างหน้ากับกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านลองดูความผิดที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่า ๑๒ ฐานนั่นละครับ การฟอกเงิน ถามว่ามีใครได้ทราบเรื่องนี้บ้างในรายละเอียด ผมเรียน ให้ท่านประธานทราบครับ เขาบอกว่า ๑. ถ้าเกิดมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ต้องมีพฤติกรรมเหล่านี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับอั้งยี่ หรือเป็น พรรคพวกซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการเข้าร่วมกับองค์กรอาชญากรรม ที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการกระทำความผิด ท่านดูรายละเอียดเหล่านี้นะครับ อั้งยี่ ซ่องโจร ตีความอย่างไรครับ แล้วเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ที่ท่านร่างเสนอขึ้นมา ในวันนี้ ปลอมหรือการแปลงเงินตามประมวลกฎหมายอาญา ใครก็ตามที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วสามารถที่จะนำมาพิจารณาเข้ามาเกี่ยวข้องดึงมาถึงเรื่อง ของการผิดประมวลกฎหมายการฟอกเงินและการก่อการร้ายด้วยเช่นเดียวกัน ผมอ่านไว ๆ เพื่อให้ท่านประธานได้ทราบดังนี้ครับ อั้งยี่ ซ่องโจร รับของโจร ปลอมแปลงเงิน ทำการปลอมเอกสาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ยึดถือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ ประทุษร้าย ต่อร่างกาย หรือทำให้เกิดบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา การหน่วงเหนี่ยว กักขัง การลักทรัพย์ วิ่งราว กรรโชก รีดทรัพย์ ชิงทรัพย์ เป็นโจรสลัด กระทำความผิดเกี่ยวกับ ตลาดหลักทรัพย์ ข้อสุดท้ายเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธ เครื่องมืออุปกรณ์อาวุธที่ตาม ประมวลกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ละครับ ต้องคิดให้มาก การระบุเพราะว่าเขาเป็นการกระทำที่ก่อการร้ายหรือไม่ ต้องเข้าไปดู ขบวนการการฟอกเงิน ผิดมาอย่างไร ถูกดำเนินคดีอย่างไร เราไปบอกว่าถ้าเกิดบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์ มีการสะสมอาวุธ มีการผลิตยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นต้องเข้าสู่ประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในประเทศไทยนี้มีการผลิตยุทธภัณฑ์ครับ มีบริษัทเอกชนประมาณ ๑๙ หรือ ๒๐ บริษัท ที่ผลิตเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์เกี่ยวกับการสงคราม การป้องกันการก่อการร้าย การชุมนุม มีเครื่องมือหลายเครื่องมือครับ ที่ตำรวจนำมาทดลองใช้แล้วก็เลิกใช้ เช่น เครื่องมือ ยิงแหควบคุมฝูงชน มาทดลองประเดี๋ยวหนึ่งแล้วยกเลิก ไม่ซื้อเขา ไปซื้อต่างประเทศ มีอาวุธ ที่ประเทศไทยผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสายพาน ปืน ปืนเล็ก ปืนใหญ่ ปืนประจำกาย มีมากมายไปหมด ผลิตได้ทุกอันเลย แม้กระทั่งยุทธภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องเรือดำน้ำซึ่งผลิตได้ แต่ว่าในประมวลกฎหมายอาญาเรากำหนดควบคุมไว้เรื่องการยุทธภัณฑ์ ถามว่าถ้าเกิดว่า สหประชาชาติมีความเห็นว่า ถ้าบริษัทเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต แล้วมีการส่งขาย ต่างประเทศไปแล้ว ถือว่ามีความผิดเกี่ยวกับเรื่องของการก่อการร้ายด้วย เอาไปเข้าข่ายด้วย จะทำอย่างไร หรือคิดอีกแง่หนึ่งถ้าเกิดว่าไปจำกัดขอบเขตเขาไว้อย่างนี้ เขาจะทำมาหากิน อย่างไร เขาจะขยายธุรกิจอย่างนี้ไปได้อย่างไร ความเป็นจริงวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ อาวุธยุทธภัณฑ์หลายรายการทีเดียวที่ผลิตได้ในประเทศไทย ตั้งแต่เรือดำน้ำ เครื่องยิงจรวด รถถังก็ผลิตได้ในประเทศไทย ใครคิดบ้างว่าไทยจะผลิตได้ แล้วถ้าเกิดสหประชาชาติ ไม่เห็นด้วยล่ะ จำกัดขอบเขตอย่างนี้ แล้วถามว่าธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างนี้จะเข้าข่าย การก่อการร้ายหรือไม่ มีหลักเกณฑ์อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาอีกสักเล็กน้อยนะครับ ท่านดูเรื่อง ของการยึดทรัพย์สินของบุคคลสิครับ พยายามก่อการร้าย ใช้คำว่าพยายามก่อการร้าย เข้าร่วม หรือสนับสนุน ใช้คำเหล่านี้นะครับ การตีความคำนิยามต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษต่อประชาชนในยุคหนึ่งยุคใดหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้คำนิยาม มันยังไม่ชัดเจน อ้ายความหมายของผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ ผู้ก่อการร้ายต่างประเทศ ผู้ก่อการร้ายนานาชาติ ผู้ก่อการร้ายสากล คำนิยามเขียนว่าผู้ก่อความรุนแรง ผู้ก่อความไม่สงบ ยังเป็นความหมายที่ตีความไปตามช่วงระยะเวลาของรัฐบาลแต่ละรัฐบาล พฤติกรรมเดียวกัน แต่มีการตีความหมายของรัฐบาลที่แตกต่างกันครับ ยุคหนึ่งเมื่อมีปัญหาที่ภาคใต้ ตีความหมายว่าเป็นการก่อการร้าย ยุคหนึ่งบอกเป็นโจร ยุคนี้บอกว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรง บางทีพิจารณาว่าพฤติกรรมการยึดสนามบินนานาชาติเป็นผู้ก่อการร้ายสากล สิ่งเหล่านี้ เรามีคำจำกัดความอะไรที่มันชัดเจนที่เป็นประโยชน์กับทุก ๆ ฝ่าย และให้ความเป็นธรรม กับทุก ๆ ฝ่ายแล้วหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึง ท่านผู้มาชี้แจงครับ ในเรื่องของคำนิยาม ในเรื่องของอำนาจวินิจฉัย ในเรื่องของบัญชี ผู้ก่อการร้าย การกำหนดโทษ และเรื่องที่สำคัญมันเกี่ยวข้องกับความเป็นเอกราช ความเป็นอธิปไตยของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ท่านดูร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... หน้าที่ ๒ สิครับ (๓) บอกว่า รัฐบาลต่างประเทศได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้าย ตามพระราชบัญญัตินี้ นี่สิ เรื่องนี้สิครับท่านประธาน ท่านประธานจำได้ไหม ในยุคสงครามโลก ถ้าเกิดว่าสหประชาชาติขอความร่วมมือแล้วประเทศนั้นไม่ให้ความร่วมมือ เกิดอะไรขึ้น ประวัติศาสตร์โลกเคยทำให้เราได้เรียนรู้มาแล้วหลายครั้งครับ วันนี้แค่มีข่าวว่า มีคนจะขอใช้อู่ตะเภาก็กระเทือนเลื่อนลั่นไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องอธิปไตยของประเทศ ถามว่ามีอะไรเป็นหลักประกันกับอธิปไตยของประเทศกับ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้บ้าง หรือว่า เราจะต้องไม่คิดอะไรเลย จะปล่อยให้มันผ่านไปโดยที่ว่ามันดูแล้วไม่มีอะไร แต่ผมดูว่า มันมีอะไรครับถ้าไม่ชัดเจน เพราะว่ารัฐบาลต่างประเทศร้องขอมารัฐบาลไทยนะครับ รัฐบาลไทยทำอย่างไร ทำตามหรือไม่ทำตาม แล้วข้อที่ ๒ ท่านประธานเลื่อนขึ้นไปดูสิครับ มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติกรรม อันนี้น่ากลัว เรื่องกรณีคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติเป็นคนพิจารณากำหนดกฎเกณฑ์การก่อการร้ายทั้งหมดไว้ ข้อพิจารณาเหล่านี้ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเป็นความห่วงใยทั้งสิ้นครับ เป็นความห่วงใยต่อสิทธิ และเสรีภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ละครับ มีความห่วงใยต่ออธิปไตยของประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ผ่านสภามาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ผมมีความห่วงใยสิ่งเหล่านี้ซึ่งไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ทั้งหมดนี้ ฝากไปถึงท่านประธาน ฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นในอนาคตไม่กี่วันนี้ว่า พิจารณาให้รอบคอบ พิจารณารายละเอียดทั้งหมด เพราะดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจริง ๆ แต่ดูทุกมาตรามีอะไรครับ ก็ขอฝากท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอลงกรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรี ใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้แสดงความเห็นที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ ๑ และอีกฉบับหนึ่งคือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ก่อนอื่นกระผมต้องเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรี และเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ว่าด้วยประสบการณ์ของการทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้เสนอร่างกฎหมาย ป้องกันการฟอกเงินฉบับแรก ๆ ของประเทศ หลังจากที่เราได้ผ่านการเลือกตั้งปี ๒๕๓๘ แล้วก็ต้องเอ่ยถึงดอกเตอร์ปรีชา สุวรรณทัต ท่านเป็นผู้ที่ได้เสนอร่าง ปปง. เป็นฉบับแรก ในนามพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ต่อมาท่านไม่มีสิทธิในการเสนอ ผมจึงได้นำเสนอต่อสภา ความจริงเรื่องของการป้องกันการฟอกเงินนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นห้วงเวลาไม่ถึง ๒ ทศวรรษหรอกครับที่นานาประเทศได้เห็นความสำคัญว่าอาชญากรรมข้ามชาติได้ขยายตัวออกไป แล้วก็ในยุคโลกาภิวัตน์ด้วยเทคโนโลยีและด้วยความสลับซับซ้อนของอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นเครือข่ายได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาค ในระดับโลก และในระดับประเทศ อาชญากรรมข้ามชาตินั้นมีรูปแบบหลากหลาย แต่ล้วนแต่เป็นธุรกิจ ผิดกฎหมายทั้งสิ้น และเป็นธุรกิจที่กฎหมายประเทศเดียวไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ กับอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว ที่เราเรียกว่าเป็นออร์กะไนซ์ ไครม์ (Organize crime) ผมเองได้มีส่วนร่วมในการประชุมที่อะคาปุลโก ประเทศเม็กซิโก ครั้งนั้นเป็นครั้งแรก เข้าใจว่าถ้าจำไม่ผิดในปี ๒๕๓๘ ที่เป็นการประชุมรัฐสภาเอเชียแปซิฟิก ได้มีการหยิบยก หัวข้อที่ถือว่าก้าวหน้ามากในขณะนั้น ก็คือในเรื่องของมาตรการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน หรือมันนี ลอนเดอะริง (Money laundering) แล้วก็มีความเห็นในองค์กร รัฐสภาของเราที่รัฐสภาเราเป็นสมาชิก ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกประเทศจะต้องตรากฎหมาย ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีครับ หลังจากนั้นผมก็ได้ติดตามแล้วก็นำเสนอร่างกฎหมาย ดังกล่าว นั่นคือความเป็นมา เพราะฉะนั้นจึงได้ติดตามทั้งในเรื่องของตัวกฎหมาย ซึ่งมีการแก้ไข ๒-๓ ครั้ง ได้ติดตามตัวองค์กร คือสำนักงาน ปปง. แล้วก็ได้ติดตามในเชิง นโยบายของแต่ละรัฐบาลที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่กระผมพูดเสมอตั้งแต่ครั้งเป็นผู้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ในอดีตว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นเป็นซูเปอร์ลอว์ (Super law) สำนักงาน ที่เกิดขึ้นก็เป็นซูเปอร์เอเจนซี่ (Super agency) หมายความว่ามีอำนาจมาก มีอำนาจมาก แน่นอนเพื่อป้องกันอันตรายของสังคม ป้องกันภยันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น การได้อำนาจมากจำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังในการใช้อำนาจ การตรากฎหมาย ท่านประธานคงจะเห็นว่าร่างกฎหมายที่เสนอวันนี้แตกต่างจากในอดีต โดยเฉพาะ มูลฐานความผิด ตัวกฎหมายฉบับแรกที่ประกาศใช้ในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๔๒ นั้น มีมูลฐานความผิดอยู่ไม่มากหรอกครับ ก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่เราเริ่มดำเนินการ ก็ลองทดลอง ดูก่อน แล้วเราก็มีสำนักงาน ปปง. เกิดขึ้น แต่ว่าด้วยปัญหาที่เกิดความไม่อิสระ เกิดการแทรกแซงด้วยอิทธิพลทางการเมืองใด ๆ ก็ตาม ต่อการแต่งตั้ง ต่อการแทรกแซงด้วยอำนาจการบริหารได้เกิดความมัวหมองและมลทิน เกิดขึ้นในการดำเนินงานของ ปปง. นั่นคือครั้งแรกที่สมาชิกรัฐสภามีความรู้สึกว่าจำเป็น จะต้องถ่วงดุล จำเป็นจะต้องตรวจสอบการให้อำนาจโดยรัฐสภาในการตรากฎหมายเพื่อให้มี สำนักงาน ปปง. และมีกฎหมาย ปปง. ในการใช้อำนาจตามกฎหมายนั้น สุ่มเสี่ยง และเป็นครั้งแรกที่มีสัญญาณเตือนภัย แม้แต่คุณแม่ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คุณแม่ถ้วน ซึ่งขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านวายชนม์แล้ว แต่ว่านี่เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นจริงของคุณแม่ ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ยังถูกตรวจสอบธุรกรรมการเงิน โดยสำนักงาน ปปง. ท่านเลขาธิการ ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรองเลขาธิการคงจำเหตุการณ์นี้ได้ดี มีสื่อมวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เช่น กลุ่มเครือเดอะเนชั่น ขณะนั้นก็ถูกตรวจสอบ มีพ่อค้า นักธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการฟอกเงิน แต่ว่าเป็นผู้สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค ก็ถูกตรวจสอบ นั่นคือการใช้เครื่องมือของ ปปง. และกฎหมายฟอกเงินเป็นเครื่องมือ ทางการเมือง นั่นคือประสบการณ์ที่เราไม่ประสงค์ที่จะเห็น ไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดซ้ำอีก เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นวันที่สำคัญมาก เพราะว่าคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างกฎหมาย ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งคือตัวกฎหมายแม่ให้มีการแก้ไขตัวร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับอีกฉบับหนึ่งก็คือร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... โดยหลักการ และเหตุผลถือได้ว่าเป็นร่างกฎหมาย ๒ ฉบับ ที่ขอให้พิจารณาในคราวเดียวกันเนื่องจากว่า มีวัตถุประสงค์ในทำนองเดียวกัน ที่บอกว่ามีเหตุผลเดียวกันก็เพราะว่าเป็นการเสนอ ร่างกฎหมายเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในชั้นต้นในการตอบสนองต่อปัญหา ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ คือเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อองค์กรระหว่างรัฐ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศนะครับ ซึ่งไม่เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านจะเข้าใจหรือไม่ การตรากฎหมายหรือเสนอกฎหมาย ในประเทศไทยนั้นมันเป็นอธิปไตย เป็นเอกราช เป็นบูรณภาพแห่งดินแดนของเราที่จะ ตรากฎหมาย การตรากฎหมายครั้งนี้สภาผู้แทนราษฎรเสมือนถูกมัดมือชก มันเป็น ความจำเป็นของประเทศ เป็นความจำเป็นเพราะเหตุว่าเราได้ถูกจัดอยู่ในบัญชีของประเทศ กลุ่มสีเทา สีเทาเข้ม แฟตเอฟหรือว่า ไฟแนนซ์เชียล ทาสก์ ฟอร์ซ ของกลุ่มประเทศจี-๒๐ (G-20) ความจริงจัดตั้งมาก่อนเราออกกฎหมายฟอกเงิน ๑๐ ปี คือปี ๒๕๓๒ โดยตอนนั้น ยังเป็นจี-๗ (G-7) อยู่ คือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ก็ไม่ได้ก้าวหน้า กว่าเราเท่าไรหรอกครับ ประเทศไทยก็มีการศึกษาเรื่องกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน กฎหมายก่อการร้ายเรามีมานานแล้วอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา และแม้แต่การแก้ไข กฎหมายฟอกเงินครั้งแรก ฉบับปี ๒๕๔๖ เราก็กำหนดการก่อการร้ายเป็นความผิดมูลฐาน เพราะประเทศไทยได้ดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเรื่องของการให้ความร่วมมือ แม้ว่า เราจะไม่ใช่เป็นสมาชิกของแฟตเอฟในกลุ่มจี-๒๐ ที่ผมบอกว่าเป็นองค์กรระหว่างรัฐ ไม่ใช่องค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ หรือว่าอย่างองค์กรดับเบิ้ลยูทีโอ (WTO) และอื่น ๆ หรือไวโป (WIPO) นี่คือองค์กรระหว่างรัฐ คือเป็นของกลุ่มรัฐเท่านั้นเอง แต่เอาเถอะเนื่องจากว่ามันมีเหตุผลที่ผมทั้งสนับสนุน แล้วก็มีข้อกังวลนะครับ ดังนั้นที่ผมบอกว่าเป็นการมัดมือชกสภา เพราะว่ารัฐบาลล่าช้ามาก มัวแต่วุ่นวายใช้สภา เสียเวลาไปกับเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมายนิรโทษกรรม กฎหมายอย่างนี้ จึงเข้ามาช้า แล้วทำให้เราเสียภาพลักษณ์ ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะการอยู่ในกลุ่มประเทศ ดาร์กเกรย์ลิสต์ (Dark gray list) มันเป็นการกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือ ของประเทศ แฟตเอฟซึ่งเป็นกลไกเครื่องมือของกลุ่มประเทศร่ำรวยที่มีอิทธิพลทางตะวันตก จี-๒๐ นั้นเขาแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม แล้วการจัดกลุ่มลักษณะของการต่อต้านการฟอกเงิน และการก่อการร้ายนั้น มันมีทั้งการเป็นอาชญากรรมและการเมืองระหว่างประเทศ ผสมปนเปอยู่ด้วย ผมไม่ประสงค์ที่จะเห็นปัญหาการชักศึกเข้าบ้าน ไม่ประสงค์ที่จะเห็น ปัญหาดาบสองคมของกฎหมายที่จะเกิดขึ้น แต่ผมก็ยอมรับว่าเราถูกมัดมือชก แล้วผม เชื่อว่ามันเป็นความเห็นพ้องต้องกัน แม้แต่ในซีกของฝ่ายค้านก็ตาม ก็เรียนท่านประธานได้เลย ว่าจะยกมือให้ แต่ว่าในชั้นกรรมาธิการแล้วจะต้องไปดูตีกรอบอย่างรอบคอบ อย่าให้เกิด ปัญหาดาบสองคม อย่าให้เกิดปัญหาชักศึกเข้าบ้าน เพราะว่าก่อการร้าย คำนี้ได้สร้าง การเปลี่ยนแปลงพอกับคำว่า โลกาภิวัตน์ ใน ค.ศ. ๒๐๐๐ กรณีของไนน์ อีเลฟเว่น (Nine eleven) และหลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่ได้มีสำนักงาน ปปง. เท่านั้นหรอกครับที่มีผลกระทบทั่วโลก จากการที่มีแฟตเอฟได้มีสิ่งที่เรียกว่าเป็นข้อแนะนำพิเศษ ข้อแนะนำสำคัญที่เป็น คอร์เรคคอมเมนเดชั่น (Core recommendation) หรือคีย์เรคคอมเมนเดชั่น (Key recommendation) แล้วเราต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ปฏิบัติตามอย่างน้อย ๑๐ ข้อ เราถูกจัด เป็นกลุ่มประเทศกลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มดาร์กเกรย์ลิสต์ ๑๔ ประเทศ แต่กลุ่มที่ ๑ ที่เป็น แบล็คลิสต์จริง ๆ กลุ่มที่เป็นซูเปอร์แบล็ค (Super black) ความจริงทั้ง ๓ กลุ่มที่เขาแบ่งออกนี่ เขาจัดอันดับ ถือว่าเป็นแบล็คลิสต์ทั้งนั้น ประเทศไทยนี้ถูกแบล็คลิสต์แล้วนะครับ แต่ว่าเป็นแบล็คลิสต์ในกลุ่มที่เรียกว่า ดาร์กเกรย์ อ่อนกว่ากลุ่มซูเปอร์แบล็คลิสต์ ซูเปอร์แบล็คลิสต์มี ๒ ประเทศเท่านั้น คือประเทศเกาหลีเหนือและประเทศอิหร่าน แล้วเรา ก็ทราบดีว่าเมื่อผมพูดคำว่าการก่อการร้ายเป็นทั้งอาชญากรรมระหว่างประเทศ อาชญากรรม ในประเทศนั้น ๆ และเป็นการเมืองระหว่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้นการที่ ๒ ประเทศ อย่างประเทศเกาหลีเหนือและประเทศอิหร่านถูกจัด ทุกคนก็ทราบดีว่ามันมีประเด็น ของการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาในเรื่องของอาชญากรรมก่อการร้ายล้วน ๆ เท่านั้น ประเทศไทยเสียหน้ามากครับ ผมเข้าใจที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ได้พยายามจะชี้แจงเพื่อจะบอกว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมบอกว่าช้าไปแล้ว ช้าไปเพราะรัฐบาลได้ทำให้ประเทศนี้เสียหาย ความจริงต้องย้อนไป ให้เครดิต ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตอนนั้น เรามี การแก้ไขกฎหมาย ปปง. นี่ครับ และเราได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันการฟอกเงิน และการก่อการร้าย เพราะตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อสภานั้นเขาได้เข้ามา แล้วเริ่มจัดอันดับ เก็บข้อมูล แล้วก็ได้มีการประกาศ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๒ เราได้มี การทำงานซึ่งก็ต้องชมในส่วน ปปง. ว่าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่มีข้อแนะนำทั้งในส่วน แฟตเอฟ แล้วก็ผ่านทางไอเอ็มเอฟ (IMF) กองทุนการเงินระหว่างประเทศมาก็ได้ทำงานกัน อย่างบูรณาการ มีการเตรียมร่างกฎหมาย มีการนำ ๑๖ ข้อแนะนำที่เป็นทั้งคอร์ และคีย์เรคคอมเมนเดชั่น ๑๖ ข้อ แต่มันไม่ใช่กระทรวงเดียวครับ มันหลายกระทรวง เพราะใน ๑๖ ข้อนั้น ซึ่งกระผมสักครู่จะต้องอ่านเพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญมากที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็พี่น้องประชาชนนั้นควรจะต้องได้รับรู้รับทราบ เพราะกฎหมายที่บอกว่าเป็นซูเปอร์ลอว์ และโดยซูเปอร์เอเจนซีอย่างนี้ มันผลต่อสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่เฉพาะสิทธิเสรีภาพของพลเมือง เท่านั้น สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ สิทธิเสรีภาพในการลงทุน สิทธิเสรีภาพ ในการค้าการขาย และสิทธิเสรีภาพในตลาดการเงิน และรวมทั้งธุรกรรมในประเทศ และระหว่างประเทศ แต่ว่ารัฐบาลได้ใช้เวลาอย่างสูญเสียต่อการผลักดันเรื่องการเมืองมากจนเกินไป จนลืมปัญหา ของบ้านเมือง ดังนั้น กกร. หรือ ๓ สถาบันภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย เขาตื่นตัว แล้วก็ตกใจ ตื่นตระหนกมากเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ แม้ว่ารัฐบาลจะได้ส่งคนเข้าไป พยายามที่จะไม่ให้ประเทศไทย ถูกประกาศที่เขาเรียกว่าพับบลิค สเตทเมนท์นั่นละครับ โดยแฟตเอฟ หรือว่าองค์กร เฉพาะกิจในด้านของการป้องกันการฟอกเงิน แล้วก็การป้องกันการก่อการร้าย แต่มันก็ สายเกินไป ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่เพียงรอกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เท่านั้น มันมีข้อที่เราต้อง ปฏิบัติหรือควรพึงปฏิบัติ แต่เราก็ไม่ได้ปฏิบัติ จนในที่สุดเราก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดาร์กเกรย์ลิสต์ ๑๔ ประเทศครับ เราอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศกานา ประเทศแทนซาเนีย ประเทศโบลิเวีย ประเทศคิวบา ประเทศเอธิโอเปีย ประเทศเคนยา ประเทศพม่า ประเทศไนจีเรีย ประเทศเซาตุเม และประเทศปรินซิปี ประเทศศรีลังกา ประเทศตุรกี ประเทศซีเรีย ประเทศปากีสถาน แล้วก็ มีเพื่อนอาเซียนอีกประเทศ คือประเทศอินโดนีเซีย กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มเกรย์สิสต์ ก็คือ แบล็คลิสต์ ประเภทที่ถูกเตือนเบื้องต้น ประเทศฟิลิปปินส์ก็เอาตัวรอดไปได้แล้ว ผมไม่ทราบว่า ท่านได้ศึกษาหรือหารือกับทางประเทศฟิลิปปินส์หรือไม่ว่าทำอย่างไรที่เดิมเคยอยู่ กลุ่มเกรย์ลิสต์ แล้วก็หลุดออกมา แต่ผลที่กระผมเรียนท่านประธานในเบื้องต้นอยู่แล้วว่า มีเหตุผลสนับสนุน เพราะว่าจำเป็นและถูกมัดมือชก เพราะว่ามาถึงที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ถึงไหน ๆ แล้วก็จำเป็น เพราะเหตุว่าประเทศในกลุ่มจี-๒๐ นั้น เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีอำนาจอิทธิพลในด้านตลาดทุน ตลาดเงิน ตลาดการค้ากับประเทศไทยและอาเซียน เช่น สหภาพยุโรป อียู (EU) ๒๗ ประเทศ หรือว่าประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ เป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย
ประการที่ ๒ ก็คือว่าถ้าเราไม่ปฏิบัติตามได้หรือไม่ ได้ เพราะเราเป็นประเทศ เอกราช แต่ผลที่ตามมาคือเราจะขาดความน่าเชื่อถือ และอาจจะรุนแรงไปถึงการถูกกีดกัน ทางการค้า หรือการใช้มาตรการที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี ที่เรียกว่านอนทาริฟ บาร์ริเออร์ (Non-tariff barrier) ในการตอบโต้ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศสมาชิกจี-๒๐ ความจริง ประเทศไทยก็เป็นสมาชิกแฟตเอฟนะครับ แต่เป็นสมาชิกสมทบเท่านั้น ไม่ใช่สมาชิกสามัญ ของเขา
ประการที่ ๓ ก็คือว่า กลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิก หรือประเทศคู่ค้า ไม่ใช่ สมาชิกนะครับ กลุ่มประเทศคู่ค้าของแฟตเอฟใช้มาตรการกีดกันการค้าต่อประเทศไทย ในฐานะที่เราไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือมาตรฐานของแฟตเอฟ ซึ่งแน่นอนจะส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่ามูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ของประเทศไทยมีสัดส่วนสูงถึง ๑๔๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ส่งออกเป็นสัดส่วนถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แล้วก็นำเข้าเป็นสัดส่วนถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ตัวเลขกลม ๆ ก็คือว่าการค้าระหว่างประเทศมีความสำคัญถึง ๑๔๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศไทย ดังนั้นเราก็พึงจะต้องระมัดระวังต่อการถูกกีดกัน
สุดท้ายก็คือหากเราไม่ดำเนินการจะมีผลกระทบและความยุ่งยากในการทำ ธุรกรรมเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าและออก
สรุปก็คือ ๔ ผลกระทบดังกล่าวทำให้เราถูกมัดมือชก เราเข้าตาจน เราจนมุม ทั้งที่เราสามารถต่อรองได้มากกว่านี้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเข้มงวดด้วยการตรากฎหมาย ที่เหนียวแน่นไปด้วยข้อจำกัดและอื่น ๆ ตลาดทุน ตลาดเงิน และตลาดการค้าของเรานั้น ถือได้ว่าอยู่ในเส้นด้าย ผมก็เข้าใจว่ารัฐบาลได้ดำเนินการเสนอร่างกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้ว ถามท่านว่าถ้าหากว่าสภามีเหตุในการที่ไม่สามารถประชุมในสัปดาห์สุดท้ายได้ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ทำไมหลายเดือนที่ผ่านมาท่านไม่เสนอกฎหมายนี้ มัวแต่ชักเย่อ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ท่านไม่ได้ห่วงบ้านเมืองเลย และทั้งที่ รู้อยู่แล้วว่าการถูกขึ้นบัญชีดำอย่างนี้มันกระทบ ตัวรัฐมนตรี เสนาบดี หรือรัฐบาลอาจจะ ไม่กระทบ แต่ปากท้องพี่น้องประชาชนที่เขาพึ่งพาการนำเข้าส่งออก พึ่งพาการลงทุน จากต่างประเทศ พึ่งพาในเรื่องของการท่องเที่ยว อาชีพปากท้องได้รับผลกระทบ และอนาคตต้นทุนการดำเนินธุรกิจการค้าการขายของประเทศไทยที่จะมีต่อนานาประเทศ เราอาจจะมีต้นทุนสูงกว่าเขา ท่านคงจำได้ว่าผมเคยย้ำเสมอ หรือแม้แต่เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรี ผมก็ได้พูดถึงเรื่องของความสะดวก ความง่ายในการทำธุรกิจ ซึ่งธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ (World Bank) เขาจัดอันดับ และล่าสุดไม่กี่วันมานี้ประเทศไทยก็ถูกลดอันดับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลก็ต้องทบทวนว่าบริหารอย่างไรเพียงแค่เวลาร่วมปีมานี้ สถานะของประเทศถึงถดถอยลง และยิ่งถดถอยเมื่อเราถูกจัดขึ้นบัญชีดำแบล็คลิสต์ในกลุ่ม ของดาร์กเกรย์ลิสต์ของแฟตเอฟ ความสะดวก ความรวดเร็วที่เราพยายามที่จะปฏิรูประบบ ในอาเซียนเพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของเรา หรือการที่เราพยายาม ขยายโอกาสของประเทศด้วยการเป็นอาเซียนบวก ๓ อาเซียนบวก ๖ หรือแม้แต่การเป็น สมาชิกของเอเปก (APEC) ในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก หรือการติดตามเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด ในกลุ่มทีพีพี (TPP) แต่ว่าท่านประธานครับ ขณะที่เรากำลังไขว่คว้าหาโอกาส เรากลับ เตะตัดขาตัวเองโดยที่รัฐบาลถือว่าได้ให้ความสำคัญ ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีควรจะมา อยู่ที่นี่ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญมาก ๆ แล้วก็จะได้เรียนรู้เป็นบทเรียนว่าทีหลัง อย่าให้เกิดพฤติกรรมอย่างนี้เพราะมันเสียหายต่อประเทศ และมันเสียหายไปแล้ว ผมไม่เรียกร้องการชดเชยจากรัฐบาลหรอกครับ แต่อยากจะบอกว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมันเป็นรายจ่ายราคาแพง โดยเฉพาะในภาคของการค้า ระหว่างประเทศ ในภาคของการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกทางการค้า ความง่าย ต่อการทำธุรกิจที่เรียกว่า อีซี ดูอิ้ง บิวซิเนส (Easy doing business) ที่ธนาคารโลกจัดอันดับ แล้วเราก็พยายามที่จะปฏิรูปภายในของเราเพื่ออะไร เพื่อลดค่าโสหุ้ย เพื่อลดระยะเวลา เพื่อลดขั้นตอน ซึ่งเราสามารถทำได้ในการเริ่มต้นธุรกิจ ลดเวลาจาก ๔ วันเหลือเพียง ๖๐ นาที โดย ๓ กระทรวงสำคัญ คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง เป็นตัวอย่าง กว่าจะทำตรงนั้นได้ แต่ในที่สุดเราต้องมาเจอปัญหาจากความล่าช้าของรัฐบาล จากการไม่สามารถคลี่คลาย ถ้าท่านปลดเพียงแค่ ๔ ข้อจาก ๑๓ ข้อ ให้ต่ำกว่า ๑๐ ข้อ เราก็ ไม่ถูกจัดอยู่ในแบล็คลิสต์ตรงนี้ แต่ไม่ทราบว่าไปมะงุมมะงาหราอยู่ที่ตรงไหน หรือว่า ทำงานไม่เป็นครับ หรือไม่รู้ว่านี่เป็นปัญหาบ้านเมือง เอาเรื่องของบ้านของตัวเองก่อน เราถึง ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในฐานะอย่างนี้ แต่เอาเถอะผมได้เรียนว่าถ้าเราไม่ดำเนินการ แล้วสภาไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลมันจะกระทบ ๔ ด้าน และจะหนักกว่านั้นก็คือว่า เราอาจจะถูกมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น ขณะนี้ถึงแม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มแบล็คลิสต์ที่เรียกว่า ดาร์กเกรย์ลิสต์ เขาก็ใช้มาตรการอ่อนไปหาแข็งครับ เตือน การที่ออกมาพับบลิค สเตทเมนท์ ถือเป็นการประจาน ประณามประเทศ เราถึงต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาลครับ แต่ว่า ก็ขอความร่วมมือรัฐบาลในทางกลับกันว่าในชั้นกรรมาธิการก็จะต้องไปดูให้เกิดความพอดี พอควร ผมเรียนท่านประธานเพิ่มเติมว่าใน ๑๓ ข้อที่ประเทศไทยถูกชี้ว่าบกพร่อง ไม่ผ่านเกณฑ์ของแฟตเอฟนั้น
ข้อ ๑ ก็คือความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินของประเทศไทยไม่ครอบคลุมถึงความผิดที่แฟตเอฟกำหนดและไม่ได้บัญญัติ ความผิดมูลฐานที่กระทำในต่างประเทศ อันนี้ก็เป็นบทเรียนในเชิงการพัฒนากฎหมาย ปปง. จะโดยสำนักงาน ปปง. หรือโดยนโยบายของรัฐบาล และตรงนี้ต้องอยู่ในระดับนโยบายคือ รัฐบาลครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ท่านต้องเข้าใจว่ากฎหมายฟอกเงินเป็นกฎหมาย สากล เป็นกฎหมายที่ต้องเชื่อมโยงระหว่างประเทศและเป็นกฎหมายที่มีความร่วมมือ ระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะ ดังนั้นการที่เราถูกชี้เป็นข้อแรกในข้อบกพร่องตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นระดับนโยบายที่จะต้องรับผิดชอบและต่อไปอย่าให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเป็นข้อที่เรา สามารถปลดได้ แล้วเราก็จะไม่ถูกแบล็คลิสต์ ถูกประจานเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตอนนี้เริ่มเกิดปัญหาภาระในการที่จะต้องมีการแจ้งรายงานธุรกรรม แม้แต่การส่งออก นำเข้า ต่อไปเราก็จะต้องเผชิญปัญหาสำหรับผู้ประกอบการของไทย ในด้านของการต้องรายงาน ต้องแจ้ง หรือการลงทุนที่เราจะไปจัดตั้งธุรกิจหรือไปลงทุน อาจจะต้องทำสิ่งที่เรียกว่าเป็น ดิวดิลิเจนซ์ (Due diligence) เพราะเขาไม่แน่ใจว่าที่มาที่ไปของทรัพย์หรือเงินที่มี ในการลงทุน หรือพาร์ทเนอร์ (Partner) หรือคู่ค้าคู่ขายของเรานั้นเกี่ยวข้องสนับสนุน ในการก่อการร้ายหรือไม่ ตรงนี้คือสิ่งที่มันได้ส่งผลต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ข้อ ๒ ประเทศไทยไม่มีกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการ ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (เกี่ยวกับกฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคู่ค้าหรือซีดีดี (CDD) ผมเข้าใจว่าถ้าจำไม่ผิดตรงนี้อยู่ในยุทธศาสตร์ และอยู่ในสิ่งที่ ปปง. ได้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๘ ไม่เข้าใจว่าทำไม ข้อนี้จึงเป็นข้อที่เราถูกชี้ว่าบกพร่อง หรือว่ายังไม่ได้ทำ ร่วม ๒ ปีที่ผ่านมา
ข้อ ๓ ประเทศไทยไม่มีกฎหมายให้สถาบันการเงินเก็บรักษาข้อมูลการแสดงตน และข้อธุรกรรมของลูกค้าหรือหลักฐานอื่น ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย ๕ ปี เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดี
ข้อ ๔ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไทย ยังไม่ครอบคลุมถึงสถาบันการเงินตามที่แฟตเอฟกำหนด มีอะไรบ้างละครับ ความจริง ๔ ข้อแรก เป็น ๔ ข้อที่เราสามารถปลดเปลื้อง การเพียงแต่สานงานต่อจากยุทธศาสตร์ ปปง. ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๘ และดำเนินการตามข้อแนะนำของ ปปง. ซึ่งผมได้ติดตามนะครับ เพราะถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ให้กำเนิด ปปง. ขึ้นมาในประเทศไทย ถ้าดำเนินการอย่างเอาจริง เอาจังและใส่ใจ ถ้าเราปลด ๔ ข้อนี้ประเทศไทยไม่ถูกประจานไปทั่วโลกหรอกครับ ไม่ต้อง ไปอยู่กลุ่มเดียวกับประเทศกานา ประเทศแทนซาเนีย ประเทศซีเรีย
ข้อ ๕ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของไทย ไม่ได้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานกรณีมีความพยามยามที่จะทำธุรกรรม รวมทั้ง ไม่มีการประเมินความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงินในส่วนของธุรกรรมที่ได้รับการยกเว้นจากหน้าที่ ในการรายงาน หน่วยงานอื่นที่บูรณาการกับทางกระทรวงยุติธรรม แล้วก็ ปปง. เพราะมี ๒๐-๓๐ หน่วยงานที่ถือได้ว่าเป็นคอร์เน็ตเวิร์ก (Core network) ที่จะต้องประสานกัน ความจริงข้อเหล่านี้เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน
ข้อ ๖ ความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายไทย ยังไม่ครอบคลุมถึง เช่น การสนับสนุนทางการเงินแก่การกระทำที่ระบุในอนุสัญญา ตามภาคผนวกของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย
ผมจะอ่านแค่ ๖ ข้อเท่านั้นละครับ เพราะว่าที่เหลืออีก ๗ ข้อเป็นเรื่องที่ ผมเรียนได้ว่าเราสามารถทำได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึง ๑ ปี ซึ่งก็ถือเป็นบทเรียนนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านก็คงมีความตั้งใจที่จะดำเนินการ แต่ว่า จะด้วยวิบากกรรมของประเทศไทยหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่ว่า ๑ ปีที่ผ่านมา มันไม่มีอะไร ที่จะบอกได้นอกจากการที่เราถูกจัดอันดับโดยแฟตเอฟ หรือว่าไฟแนนเชียล แอคชั่น ทาสก์ ฟอร์ซ ให้อยู่ในบัญชีดำ อาจจะเป็นเรื่องใหม่มาก แต่ว่าสำหรับภาคเอกชนแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ ผมเองเคยกำกับดูแลบรรดานักธุรกิจ พ่อค้า องค์กรภาคเอกชนทั้งหลายได้รับโทรศัพท์ ด้วยความกังวลใจทั้งก่อนแล้วก็หลังจากถูกประกาศ แล้ววันนี้ต้นทุนของประเทศ และของธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นต้นทุนและกลายเป็นอีกความเสี่ยงทางธุรกิจ หากว่า จะมาดำเนินการในประเทศไทยหรือการดำเนินการการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กฎหมาย ดังกล่าวทั้ง ๒ ฉบับนั้นผมนอกจากให้เหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นใน ๔ ข้อที่เป็นผลกระทบ และเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าเราจะให้ความร่วมมือ เพราะนี่คือปัญหาของประเทศ ไม่ใช่ ปัญหาของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของประเทศที่เราจะต้องรับผิดชอบร่วมกันในฐานะ ของพรรคการเมือง ในฐานะของพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่า ข้อกังวลที่ผมอยากฝากท่านรัฐมนตรี แล้วก็สำนักงาน ปปง. ไปในชั้นของการพิจารณา ของกรรมาธิการ ก็คือในเรื่องของการถ่วงดุล กล่าวได้ว่าครั้งนี้เป็นการเพิ่มความผิดมูลฐาน แบบก้าวกระโดดเลยครับ มีการเพิ่มความผิดมูลฐานเข้าไป แล้วก็ครอบจักรวาลค่อนข้างมาก บางความผิดมูลฐานนั้นคิดอย่างไรก็ยังคิดไม่ออกนะครับว่าทำไมจะต้องใส่ไว้ แต่ก็คงต้องมี เหตุผลและคำชี้แจง ผมก็คิดว่าทาง ปปง. เองหรือว่าทางท่านรัฐมนตรีก็คงจะมีคำชี้แจง ที่พอเข้าใจได้ เช่น ความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา อย่างนี้มันไปโยงเกี่ยวกับเรื่องของ การก่อการร้ายหรือการสนับสนุนการก่อการร้ายอย่างไร โดยพฤติกรรมอาจจะเฉี่ยวบ้าง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง หรือเกือบจะเคยมีพฤติกรรมบ้าง แต่ว่าลักษณะการกระทำความผิด ทางอาชญากรรมเช่นนี้มันได้ให้อำนาจของ ปปง. และหน่วยงานอื่นอย่างดีเอสไอนะครับ ในการที่จะเข้าไปแม้แต่ในคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ผมยกเพียงแค่ ๑ มูลฐานความผิดเท่านั้นเองว่าทำไมความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จึงได้มีการเสนอเข้ามา ประกอบเข้ากับเรื่องของการก่อการร้าย ล้วงกระเป๋าก็ไปเกี่ยวกับการก่อการร้าย การฟอกเงินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้ายเช่นนั้นหรือ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องที่ อยากทราบจริง ๆ ครับว่าเวลาที่เราต่อสู้กัน ท่านเลขาธิการ ปปง. ทราบดีนะครับ ท่านรัฐมนตรีสมัยที่ท่านรับราชการท่านก็ทราบดีว่า ปปง. และรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยนี่ครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาปี ๒๕๕๒ ที่มีการแก้ไข ร่างกฎหมาย ปปง. ยากจริง ๆ คือการขอเพิ่มมูลฐานความผิด ยากมาก เพราะเราถือว่า สภาผู้แทนราษฎรนั้นเราต้องดูแลในเรื่องของประโยชน์สาธารณะ ดูแลคุ้มครองปกป้อง ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของพลเมือง สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ สิทธิเสรีภาพ หรือความลับของลูกค้า ตั้งแต่สถาบันการเงิน ตัวลูกค้าเอง หรือว่าบริษัทนิติบุคคลต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาประกอบทำมาหากินในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต่อสู้กันมาก ในการที่จะเพิ่มมูลฐานความผิด กว่าจะเสนอทั้งในระดับคณะรัฐมนตรีก็ซักไซ้ไล่เลียงกัน ปปง. ทราบดีครับ เหมือนการพิจารณางบประมาณกว่าจะให้แต่ละบาท แต่ละสลึงนั้น ยากมาก แต่คราวนี้ปล่อยผีเลยครับ คราวนี้ท่านรัฐมนตรีปล่อยผีเข้ามาพรวดเดียว แล้วก็ บางมูลฐานความผิด ซึ่งผมไม่อ่านทั้งหมดนะครับ เพราะว่าครั้งนี้เยอะมาก ๑๑-๑๒ ที่เพิ่มเข้ามานี่ แต่มีตัวอย่างที่ยกเพียงตัวอย่างเดียวนะครับว่ามันมากไปหรือเปล่าครับ ฉวยโอกาสหรือเปล่าโดยการอ้างในเรื่องของแฟตเอฟ แล้วอย่างที่ผมบอกนะครับว่า โดยประสบการณ์ที่เราค่อนข้างกังวลคือสิ่งที่เรียกว่าการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรืออะบิวซ์ ออฟ พาวเวอร์ (Abuse of power) และเคยเกิดมาแล้วท่านเลขาธิการคงทราบว่าคราวนั้น เป็นประเด็นการเมือง และเป็นประเด็นทางการบริหารอย่างรุนแรงทีเดียวที่ ปปง. ถูกใช้ เป็นเครื่องมือในการจัดการกับฝ่ายตรงข้าม เป็นรอยด่าง ซึ่งผมเชื่อว่าในยุคนี้คงไม่มีแล้ว แต่มันคือความระแวงและความกังวลใจครับ เมื่อท่านได้ขยายอำนาจด้วยการเพิ่ม มูลฐานความผิด เพิ่มอำนาจของสำนักงาน เพิ่มอำนาจกรรมการ และกำลังพูดถึงในเรื่องของ การปรับโครงสร้าง ผมเห็นตัวเลขเรื่องการปรับโครงสร้าง อันนี้เป็นข้อกังวลที่ ๒ นะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ขอชี้แจงในเบื้องต้น แล้วเดี๋ยวท่านก็คงต้องชี้แจงอีก ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับ เรื่องของกำลังพล งบประมาณ เมื่อเปรียบเทียบเป็นตารางดูเหมือนกับว่าเป็นหน่วยงาน ที่ต้องแบกรับภารกิจอย่างที่ไม่สมดุลเลย เข้าใจว่า ๒๐๐ คนต่อ ๑ กรณี หรืออะไรทำนองนี้ เปรียบเทียบหน่วยงานอื่น ระดับ ๑๐ ระดับ ๑๐๐ เท่านั้นเอง ความจริงอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เพราะว่าสถาบันการเงิน ผมยกตัวอย่างว่าโดยกฎหมายถ้ามีการถอน ฝาก หรืออะไร ในการโอนย้ายเงินฝากจากธนาคารหรือสถาบันการเงินนี่ตั้งแต่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ก็ให้รายงานมา เราไม่ต้องตามไปดู เขาต้องรายงาน เพราะฉะนั้นการกำกับดูแลในส่วนนี้ เวลาที่เอาจำนวนปริมาณเข้ามาก็ต้องดูว่าหน้าที่ที่แท้จริงมันเป็นเชิงรุกหรือเชิงรับ ถ้านั่งอยู่เฉย ๆ เขารายงานมามันไม่ต้องใช้คนมากครับ การมาหารตัวเลขประหนึ่งว่า งานมากเหลือเกิน อย่างนี้ผมถือว่าเป็นการตบตาสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่พึงกระทำ ตามเอกสารรายงานที่ทางสภาผู้แทนราษฎรทำรายงานให้กับทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าเมื่อภารกิจที่เพิ่มขึ้นเราคงได้เห็น ในชั้นกรรมาธิการว่าจากการที่มีการขยายมูลฐานความผิดและการที่มีการเพิ่มแก้ไขกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน แล้วก็กฎหมายในเรื่องการก่อการร้ายนั้นจะต้อง มีคำอธิบาย ถ้าปริมาณงานเพิ่มขึ้นก็เพิ่มขึ้นก็เพิ่มกำลังคน ปรับโครงสร้างและจะได้รับ การสนับสนุนในเรื่องนี้ ก็ต้องตรงไปตรงมา แต่ว่าก็ต้องดูลักษณะของภารกิจทางกฎหมายด้วย
เพราะฉะนั้นผมก็ฝากเป็นประเด็นสุดท้ายนะครับว่าเมื่อมีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มมูลฐานความผิดมากเช่นนี้ ขอให้ดูในเรื่องของการถ่วงดุลนะครับ เช็กแอนด์บาลานซ์ว่า ในชั้นกรรมาธิการไปดูให้ละเอียด ๒. ก็คือว่ามูลฐานความผิดอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ อย่าไปตามแห่เขาครับ เราเป็นประเทศที่มีดุลยพินิจเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เขาชี้ว่าต้องทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ รัฐบาลก็ทำตามฝรั่งบอกหมดเสียทุกอย่าง มันไม่ใช่ เรามีลักษณะความผิดของเรา มีกฎหมายอาญา มีประมวลกฎหมายอาญา มีลักษณะกฎหมายทางอาญาจำนวนมาก บางเรื่องอย่างที่บอกมาเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มโนสาเร่ก็ไม่ควรที่จะใส่เข้าไปในความผิดมูลฐาน ตรงนั้นมันก็เป็นเรื่องที่จะต้องการคำอธิบายมากทีเดียว แล้วก็ขอให้พยายามตีกรอบอย่างรอบคอบนะครับ อย่าใช้ข้ออ้างเพียงแค่แฟตเอฟอย่างเดียว แล้วก็เทกระจาดเปิดกว้างจนกระทั่งเราเสียหลักเสียเกณฑ์ ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ ความเป็นนิติรัฐ นิติธรรมในการตรากฎหมาย ซึ่งผมก็อยากจะสรุปว่าเป็นกฎหมาย ซูเปอร์ลอว์นะครับ กฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษจริง ๆ ไม่มีกฎหมายใดในประเทศนี้ที่จะให้ อำนาจเท่ากับกฎหมายฟอกเงินครับ แล้วคราวนี้มาสู่กฎหมายก่อการร้าย ซึ่งบทเรียน จากสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างนะครับ ไม่สามารถป้องกันได้หรอกครับ ถ้าหากว่าเรา แยกแยะไม่ได้ระหว่างอาชญากรรมและการเมืองระหว่างประเทศ และประเทศไทยต้องระวัง เหมือนกรณีอู่ตะเภานี่ครับ มันเกิดขึ้นมาใกล้เคียงกันมากที่เรารู้สึกว่าบางครั้งการตัดสินใจ ของรัฐบาลไม่รอบคอบเท่าที่ควร การตัดสินใจของรัฐบาลขาดวุฒิภาวะ นำประเทศสุ่มเสี่ยง ต่อการชักศึกเข้าบ้าน ต่อสถานะที่ดีอยู่แล้วของประเทศในการที่เราไม่ไปยุ่งเกี่ยว ไม่ตกเป็นเครื่องมือของความขัดแย้ง แต่ถ้าเป็นกรณีอาชญากรรมจากก่อการร้ายตามเนื้อผ้าจริง ๆ เราให้ความร่วมมือ เราจัดการ เพราะฉะนั้นการตรากฎหมายไม่จำเป็นจะต้องไปเปิดมาก ถึงขนาดนี้ เปิดกว้างให้อำนาจหน่วยงานหรือรัฐบาลมากถึงขนาดนี้ ก็ขอให้ในชั้นหลักการ ก็จะยกมือให้ เห็นด้วย แต่ในชั้นกรรมาธิการผมขอความยืดหยุ่นจากท่านรัฐมนตรีนะครับ จากรัฐบาล แล้วก็ ปปง. ว่าอะไรที่ไม่จำเป็นเราตัดออก แล้วขอว่าในการที่เราตรากฎหมาย วัตถุประสงค์ก็คือต้องการให้เราพ้นจากแบล็คลิสต์ จากการที่ถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่เป็น ดาร์กเกรย์ลิสต์ สุ่มเสี่ยงต้องการถูกแซงก์ชัน (Sanction) ทางเศรษฐกิจ กีดกันทางการค้า เป็นความจำเป็นของประเทศ แต่ว่าก็ขอให้ดูเท่าที่ควรครับ เพราะว่ามันมีอีกหลายข้อ ซึ่งผมเสียดายนะครับ ไม่อยากรบกวนเวลา เดี๋ยวมีสมาชิกที่จะลำดับข้อที่ ๗-๑๓ ต่อไปนั้น ก็จะเห็นชัดเจนว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่กฎหมาย ๒ ฉบับนี้เท่านั้น ที่จะทำให้เราหลุด เราสามารถหลุดด้วยกฎกระทรวง ด้วยวิธีปฏิบัติอย่างอื่น ก็สามารถดำเนินการได้ ไม่จำเป็น จะต้องแลกสิทธิเสรีภาพในการทำธุรกิจ หรือโอกาสในอนาคตของประเทศ ถึงกับมี การให้อำนาจมากมายขนาดนี้นะครับ แต่ว่าในหลักการผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ เพราะเห็น เป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยนั้นต้องดำเนินการนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธาน แล้วหวังว่าทางรัฐบาลจะได้ยินและได้ฟัง แล้วก็นำข้อเสนอของผมไปพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
ขอต้อนรับคณะตัวแทนเกษตรกรไร่มันสำปะหลังจากอำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๑๕ ท่านนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ถ้าผม ไม่ถือโอกาสนี้ขึ้นชี้แจงบ้างเดี๋ยวก็จะกลายเป็นว่าทางรัฐบาลปัจจุบันนี้ล่าช้าไป แล้วก็ บกพร่อง เพราะเนื่องจากว่าที่ท่าน ส.ส. อลงกรณ์ พลบุตร ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับท่านครับ ท่านได้พูดถึงประเด็นที่ค่อนข้างจะย้ำเน้นว่ารัฐบาลเรา ล่าช้าในการแก้ไขปัญหา ในการติดตามปัญหา กระผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ขอเรียนผ่านไปทางรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ทางคณะทำงานของแฟตเอฟ เขาเข้ามาดูตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เขามาติดตามในเรื่องของการทำนิติกรรมทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับ เรื่องการเงิน เขาก็ได้พบในประเด็นที่ประเทศไทยเรามีความบกพร่องทางยุทธศาสตร์ ผมได้เน้นแล้วตั้งแต่ตอนแรก ไม่ใช่ในปัจจุบัน ท่านก็ได้พยายามพูดว่ารัฐบาลเราล่าช้า ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน มะงุมมะงาหรา อันนี้ผมขอทบทวนคำพูดท่านนะครับ ผมได้เรียนแล้วว่าเมื่อเดือนธันวาคม ทางแฟตเอฟ มาพบผม ขณะนั้นน้ำท่วมกระทรวงยุติธรรม ไม่มีที่ทำงานเลยครับที่กระทรวงยุติธรรม ก็ไป ทำงานที่ดอนเมืองกันนะครับ ก็ได้เรียนให้ท่านทราบตั้งแต่ต้นไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ในตอนนั้นเราก็ได้รู้แล้วว่าเรามีอะไรที่จะต้องปรับปรุง เพราะเขาให้ข้อคิดเราแล้วนะครับ ท่านอลงกรณ์ ผมยอมรับนะครับ ท่านรู้มากเรื่องนี้ และท่านตามเรื่องนี้ ผมต้องยกย่องชมเชย ท่านนะครับ ในข้อสังเกตและข้อประเด็นหลาย ๆ ที่ท่านให้มานี้ เป็นประโยชน์อย่างมาก ในการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุง แต่ผมเห็นด้วยที่ท่านได้ปรารภว่า ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่มีความเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมาย แก้ไขการดำเนินการใด ๆ เลย ผมเห็นด้วย แต่ไม่ทราบว่า ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าเป็นรัฐบาลใด ไม่ใช่รัฐบาลท่าน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างแน่นอน เพราะเราเพิ่งเข้ามารับงานเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม เข้ามาแถลงต่อรัฐสภานี้ วันที่ ๒๓-๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้นเป็นรัฐบาลใด ผมไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ เพราะฉะนั้นการดำเนินการในช่วงนั้นมีหรือไม่ ผมก็ไม่ขอพูดถึงตรงนั้น แต่ผมก็มา ขอเรียนให้ทราบแล้วตอนต้นนี้ว่าพอเราได้ทราบจากแฟตเอฟแล้วเมื่อเดือนธันวาคม หลังจาก ที่เราเข้ามารับงานได้ไม่กี่เดือน และอยู่ในภาวะวิกฤติมาก น้ำท่วมในขณะนั้น เราก็ให้รับเรื่องนี้ มาดำเนินการ ผมได้สั่งให้ทางสำนักงาน ปปง. ได้ยกร่างกฎหมายทันที เนื่องจากเรารู้ว่า ความบกพร่องทางยุทธศาสตร์ของเรานั้นก็มีอยู่ ๒ ประการสำคัญ ๆ ก็คือ ๑. ในเรื่องของ กฎหมาย กฎหมายไม่พร้อมที่จะนำสู่การปฏิบัติ ในการที่จะป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการกับการก่อการร้าย ตรงนี้สำคัญที่สุด ผมได้กำชับให้สำนักงาน ปปง. ได้ยกร่างตั้งแต่ตอนนั้นขึ้นมาแล้ว แล้วก็ยังมอบให้สำนักงาน ปปง. เดินทางไปชี้แจงที่ประเทศฝรั่งเศสอีก ท่านรัฐมนตรีครับผ่านท่านประธานนะครับ ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจเลย ได้ดำเนินการเรื่องนี้โดยตลอดมานะครับ เพราะฉะนั้นก็ใคร่ขอเรียนตรงนี้ ให้ท่านได้มีความมั่นใจนะครับ ในประเด็นที่ท่านได้ฝากไว้เป็นข้อสังเกตไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ฐานความผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้อำนาจในทางที่อาจจะเกิดความเสียหายหรือไม่ อย่างไรนั้น รับไว้ที่จะไปดำเนินการในชั้นกรรมาธิการครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่กระผมกราบเรียนนะครับ ในเรื่องขององคาพยพของ ปปง. ก็ขอกราบเรียนว่าทางกระทรวงยุติธรรมได้มองเรื่องนี้เห็นเป็นเรื่องสำคัญ ได้ดำเนินการแล้วนะครับ ในการที่จะปรับปรุงโครงสร้างของสำนักงาน ปปง. และปรับปรุงกำลังพล ตลอดจน การปรับเงินเดือนอะไรทั้งหลายทั้งปวงให้กับสำนักงาน ปปง. เพื่อให้มีความพร้อม ในการที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านได้กรุณาทราบตรงนี้ ส่วนเรื่องคำแนะนำอื่น ๆ นั้นกระผมคิดว่าเราคงจะต้องนำไปพูดในชั้นกรรมาธิการ ผมขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์เป็นอย่างมากครับ ท่านรู้จริง ท่านให้คำแนะนำ ได้หลายเรื่องนะครับ แต่บางเรื่องผมก็ต้องชี้แจง เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมเสียหาย ถ้าผมไม่ชี้แจง และรัฐบาลก็เสียหายครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต เผอิญพาดพิงนิดเดียวครับ คือกรณีที่ท่านรัฐมนตรีได้นำคำพูดซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อนนะครับ ที่ว่า ๒ ปีไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ในเรื่องกฎหมาย ความจริงผมบอก ๒ ปีที่ผ่านมา มันเป็นโอกาส เพราะว่าปี ๒๕๕๓ ได้มียุทธศาสตร์ ๕ ปี ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๘ เป็นยุทธศาสตร์ ป้องกันการฟอกเงินและการก่อการร้ายที่กระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ที่กำกับดูแล โดยท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แล้วก็กำกับดูแลในส่วน ปปง. ด้วย ได้ดำเนินการในการทำ ยุทธศาสตร์ตรงนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนของแฟตเอฟถูกต้องอย่างที่ท่านได้กล่าวนะครับ เขาเริ่มเข้ามาปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นมันได้มีการประสานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จนกระทั่ง ในที่สุดนำมาซึ่งการปรับปรุงแก้ไขการให้ความร่วมมือทั้งในระดับกฎระเบียบ ในระดับ ของการแก้ไขกฎหมาย และในที่สุดมาสู่เรื่องของยุทธศาสตร์ ผมถึงบอกว่าท่านเพียงแต่ สานงานต่อเท่านั้นครับ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่สั่งการว่าเขามาเดือนธันวาคม ท่านก็สั่งการ เดือนธันวาคม ความจริงเรื่องนี้มันตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วครับ ตั้งแต่หลังเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเราไม่ได้มีหน้าที่ ผมเข้าใจนะครับว่า อุทกภัยทำให้เราต้องใช้เวลามากมายในการที่จะทำงานแก้ไขปัญหา แต่ว่าขณะเดียวกัน ปัญหาก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น มันมีอีกหลากหลายปัญหาที่เราจะต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพราะฉะนั้นการดำเนินการที่ผมคิดว่ามันเสียโอกาสก็คือก่อนหน้าที่เขาจะประกาศ ตรงนั้นเรามีเวลา แล้วผมถึงได้ยกให้ความเป็นธรรมกับท่านว่า ๑๓ ข้อนั้นเราแก้ไขเพียงแค่ ๔ ข้อ ซึ่งบางครั้งไม่ใช่ตัวเรื่องของกฎหมายด้วยซ้ำไป เราก็สามารถดำเนินการได้ แม้แต่ ในเรื่องกฎหมายเราผ่านสมัยประชุมในการพิจารณากฎหมายมา เราก็ไม่ได้มีการเสนอ ตั้งแต่หลังจากที่เขาประกาศมา เรามีเวลาตั้ง ๓-๔-๕ เดือน เราก็ไม่เสนอเข้ามา เพิ่งจะมา เสนอเอาเมื่อจะหมดสมัยประชุมอยู่แล้วนี่ครับ จะปิดสมัยประชุมแล้ว แล้วก็แค่วาระที่หนึ่ง ยังไม่ได้ตราเป็นกฎหมายเลย ยังต้องผ่าน ๓ วาระ ยังต้องไปวุฒิสภาอีก เพียงแต่ให้เห็นว่า เวลาเป็นของมีค่า บางครั้งถ้าเราบริหารเวลา แล้วก็บริหารประเทศไม่ถูกทาง ประเทศ ก็ถูกประจานแล้วก็เสียหาย
ท่านพอสมควรแล้วครับ ก็บริหารเวลาเต็มที่ คืออย่างนี้นะครับท่านสมาชิกครับ มีผู้ลงชื่อ ประมาณ ๑๐ ท่าน ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์อยู่ลำดับ ๑๐ เลยนะครับ เพราะฉะนั้นจำกัดเวลา ได้ไหมครับ ถ้าจะปล่อย เมื่อสักครู่นี้ท่านอลงกรณ์ก็พูดได้ดีแต่ท่านก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงนะครับ ผมขอสัก ๑๐ นาทีก็แล้วกันนะครับ เพราะว่ากว่าจะไปถึงท่านสุดท้ายก็เหลืออีกประมาณ ๑๐ ท่านจะถึงท่านพีระพันธุ์ เชิญท่านวรชัย เหมะ ครับ ขอสัก ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟอกเงินและการก่อการร้ายทั้ง ๒ เรื่อง มันมีมา ตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๔๒ เพราะว่าประเทศไทยนั้นต้องทำธุรกรรมระหว่างประเทศ กับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสำคัญอย่างยิ่งครับ เราเป็นที่รับรู้ว่าเงินนอกระบบที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยนั้นต่อปีไม่ต่ำกว่า ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านี้ครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการได้มาซึ่งเงินที่นอกระบบนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคอร์รัปชัน (Corruption) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่เกิดขึ้น ซึ่งการค้ามนุษย์เป็นเรื่องร้ายแรงที่สำคัญที่สุด แต่ว่าเราไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ และเราจะเห็นว่าเงินเหล่านี้เข้าไปสู่สถาบันการเงินครับท่านประธาน แล้วก็หลังจากนั้น ไปทำธุรกิจ ทำการค้าธุรกิจในระบบก็ถือว่าเงินนั้นเข้ามาถูกต้อง แล้วก็ใช้จ่ายได้ตามกฎหมายครับ ท่านประธานครับ แล้วที่สำคัญที่สุดการคอร์รัปชันของนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ไม่มีที่มาที่ไปของการเงิน ไม่มีการทำธุรกิจโดยเฉพาะนักการเมืองที่ไม่มีอาชีพที่เห็นชัด แต่ว่าเป็นนักการเมืองไม่นานครับ รวยครับ ท่านประธานครับ แล้วเราจะตรวจสอบ ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับนักการเมืองในประเทศไทย แล้วอีกองค์กรหนึ่งครับ ตุลาการศาลครับ เราจะเห็นว่าเงินเดือนของศาลไม่เท่าไร เป็นลูกชาวนาคนจนคนหนึ่งไม่มีธุรกิจ แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ครับ ไม่นานตุลาการท่านนั้นร่ำรวยครับ มีบ้านหลังหนึ่งเป็นร้อยล้านบาท ก็มีครับ เห็นกับตากันอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะตรวจสอบอย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หรือว่า สื่อครับท่านประธานครับ สื่อหลายท่านด้วยกันครับ รวยครับ แล้วพอตรวจสอบก็หาว่า แทรกแซงสื่อ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจ ไม่ว่าดีเอสไอ ปปง. ทำหน้าที่ด้วยความซื่อตรงไหมครับ กล้าตรวจสอบไหมครับ สิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอำนาจในการตรวจสอบถ้าใช้อำนาจในสิ่งที่เห็นว่าควรทำ ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากแค่ไหนเราก็จะต้องมีการตรวจสอบ ต้องยอมรับว่า พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ว่าด้วยการฟอกเงิน ท่านประธานครับ เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งอาจจะไป จำกัดสิทธิของคนไทย หรือว่าด้านหนึ่งอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายกัน ท่านประธานครับ เพราะว่าประเทศไทยนั้นเราจะเห็นได้เมื่อยุคที่ผ่านมา มีการอายัดเงินของผู้บริสุทธิ์ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือเปล่าครับท่านประธาน ใช้กฎหมายฟอกเงิน แล้วก็ไป อายัดเงินผู้บริสุทธิ์ในการทำธุรกรรม เขาต้องเสียหาย ถ้าธุรกรรมที่ถูกต้องแล้วไปอายัดเขา เขาเสียหายต่อเศรษฐกิจ เขาไม่สามารถที่จะทำธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เงินถูกอายัด อยู่ในแบงก์ครับท่านประธาน แล้วเขาจะเดินไปได้อย่างไร นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นต้องระวังครับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเหตุบอกให้เห็นชัดเจนว่าการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องมันเป็นดาบสองคม กฎหมายบางฉบับเป็นดาบสองคมครับ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่า ประเทศไทยนั้นรายได้หลักมาจากการทำธุรกรรมการค้ากับต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่มีกฎหมายฟอกเงิน การเชื่อมั่นกับการทำธุรกรรมต่างประเทศมันสั่นคลอน อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยนั้นต้องอาศัยเงินตราต่างประเทศเข้ามาพัฒนาชาติ เข้ามาพัฒนาประเทศไทยครับ วันนี้สถาบันการเงินของประเทศไทยนั้นการทำธุรกรรมนั้น เป็นสิ่งสำคัญครับ การที่เอาเงินนอกระบบมาใช้แล้วก็มาทำการค้านั้นความเชื่อถือ ของประเทศหลายประเทศที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เรื่องกฎหมายฟอกเงินและเรื่อง พระราชบัญญัติในเรื่องของการสนับสนุนเงินกับผู้ก่อการร้ายนั้น ประเทศที่ผลักดันมากที่สุด ท่านทราบไหมครับคือประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ทำธุรกรรมการค้าเกี่ยวกับการเงินมากที่สุด เราจะเห็นว่า มีการโจมตีค่าเงินบาท ทำลายระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศมาแล้ว โดยเฉพาะ ประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้นเขาต้องปกป้องในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การค้าอาวุธ ประเทศไหนละครับ ท่านประธานครับ ที่ทำการค้าอาวุธเป็นประเทศที่สำคัญที่สุด ประเทศไหนละครับที่ขายสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาวุธสงคราม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของเครื่องบินรบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องบิน นี่คือประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นเขาพยายามที่จะบีบหลายประเทศให้มีกฎหมายเหล่านี้เพื่อที่จะง่ายในการที่จะ สามารถรักษาผลประโยชน์และธุรกิจ ธุรกรรมของตัวเองเอาไว้ให้ได้ครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น บนโลกมนุษย์ใบนี้ ประเทศที่มีอำนาจบาตรใหญ่ ประเทศที่เขากุมบังเหียนเศรษฐกิจของโลก เขาก็ต้องหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะคุมการขับเคลื่อนขององค์กรการค้าของเขา วันนี้เรามี องค์การการค้าโลก เราต้องยอมรับบนเวทีโลกครับ แต่ว่าเราต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพ ของคนในประเทศด้วยครับ ไม่ใช่ว่าบางครั้งนั้นไปเอาใจต่างชาติมากเกินไป ไปเอาใจ ประเทศคู่ค้ามากเกินไปครับ อย่าให้เสียเปรียบประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากการส่งออกปีหนึ่งถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีก็ตาม แต่ว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีคู่ค้า ไม่จำเป็นต้องเป็นยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาครับ เรามีประเทศในอาเซียน ในเอเชียด้วยกันหลายประเทศ ในประเทศจีนครับ แล้วสิ่งสำคัญวันนี้ที่บอกว่าสนามบินอู่ตะเภานั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่ต้นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างแน่นอน เรื่องนี้ เป็นการเกิดขึ้นในสมัยยุคที่ผ่านมาครับ ในการเยือนประเทศไทยของนางฮิลลารี คลินตัน แล้วก็รัฐบาลที่แล้วเสนอว่าให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีฐานทัพ ของประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งได้ เพื่อที่จะตรวจสอบชั้นบรรยากาศ แล้วก็ตั้งฐานทัพ เพื่อมนุษยธรรม เรื่องนี้ผมไม่เชื่อครับท่านประธาน เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีคู่แข่งในเอเชียหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนครับ ถ้าให้ตั้งฐานทัพในประเทศไทย จะมีปัญหากับประเทศเหล่านี้ไม่ว่าประเทศจีนหรือประเทศโซเวียตครับ เรื่องนี้ผมเห็น มีการพูดกันมาหลายครั้งหลายหนครับ ก็อย่าเพิ่งบอกว่าเป็นการกระทำของรัฐบาลนี้ครับ แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อยุครัฐบาลที่ผ่านมาครับ
เอาเรื่องฟอกเงิน
เมื่อครู่ท่านสมาชิกที่ผ่านมาได้พูด ในเรื่องนี้ผมก็เลยชี้แจงให้ท่านทราบครับ เพราะว่าผมได้ติดตามเรื่องนี้อยู่ครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ผมเห็นว่ามีความจำเป็นครับ แล้วก็ด้านหนึ่งต้องใช้อย่างระวัง อย่าตกเป็นเครื่องมือของประเทศหนึ่งประเทศใดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะ ขอความมั่นใจจากรัฐบาลนะครับว่ารัฐบาลได้มีความจริงใจที่จะเสนอกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ในวันนี้ และรัฐบาลต้องปฏิบัติได้ตามที่ได้เสนอไว้ในหลักการและเหตุผลของกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้เสนอกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับมาก็เนื่องจากได้มี การกดดันของภาคธุรกิจที่ต้องการให้เสนอกฎหมายฉบับนี้ เพราะถ้าไม่เสนอกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ จะกระทบต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ที่ผมเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ได้ หรือรัฐบาลได้เสนอกฎหมายนี้ เพราะถูกบังคับหรือเป็นไปตามกติกา ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทำไมผมถึงไม่ค่อยมั่นใจครับ เพราะว่าผมดูเพื่อนสมาชิกในซีกของรัฐบาลบางท่านได้ยืนขึ้นอภิปราย ได้อภิปราย แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็กฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เพราะฉะนั้นต้องขอความมั่นใจกับรัฐบาลครับว่า ท่านจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้ายนี้อย่างจริงใจหรือไม่ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าต้องยอมรับ ความจริงกันครับว่าเวลาพูด ในขณะนี้การก่อการร้ายมันมีการดำเนินคดีในการก่อการร้าย อยู่ในประเทศนี้ค่อนข้างเยอะตามสมควร แล้วผมคิดว่ารัฐบาลเองก็คงกังวลใจครับว่า การดำเนินคดีผู้ที่ก่อการร้ายตามความในประมวลกฎหมายอาญานั้นหลายคนครับ ต้องยอมรับว่าเป็นผู้ที่อยู่ในซีกของรัฐบาล ต้องยอมรับความจริงครับ ทีนี้เมื่อกฎหมายฉบับนี้ ออกมาแล้วคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านต้องประกาศรายชื่อ ท่านต้องทำบัญชีครับ ท่านต้องทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่กระทำความผิด ท่านทำได้หรือครับ และท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังได้หรือครับ ผมว่าไม่ได้ครับ เพราะผู้กระทำความผิดเหล่านั้น ส่วนใหญ่นะครับ จริง ๆ แล้วการก่อการร้ายมันมีน้อยครับ ในประเทศไทยก็มีน้อยครับ แต่ว่า ในขณะนี้มันมีอยู่ และที่มีน้อยที่มีอยู่นั้นนะครับ ส่วนใหญ่นั้นที่มีอยู่มันเป็นคนของรัฐบาล ทั้งสิ้นนะครับ แล้วรัฐบาลกำลังออกกฎหมายมาป้องกันปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย ผมว่ามันดูกระไรอยู่นะครับ มันลักลั่นกันอยู่นะครับ รัฐบาลจะมีมาตรการ อย่างไรครับที่จะชี้แจงต่อสภานี้ ท่านรัฐมนตรีจะให้ความมั่นใจกับสภาอย่างไรครับว่า ท่านจะดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างจริงใจ อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ เพราะว่าถ้าเราไม่ลืมท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางฝ่ายรัฐบาลเองได้เสนอกฎหมายมา ๔ ฉบับ จะเรียกว่ากฎหมายปรองดองหรือกฎหมายนิรโทษกรรมก็แล้วแต่ละครับ แต่เป็น กฎหมายที่มีลักษณะเป็นการนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่กระทำความผิดในข้อหาการก่อการร้ายด้วยครับ มันอะไรกันละครับ รัฐบาลกำลังเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้าย แต่ว่ามาวันนี้รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมว่าพฤติกรรมทั้ง ๒ เรื่องของรัฐบาลมันตรงกันข้ามกัน ผมเลยไม่ค่อยมั่นใจว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้วนี่นะครับ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินท่านจะขึ้นบัญชีผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร วันนี้ ท่านเลขาธิการท่านลองตอบผมคร่าว ๆ สิครับว่า มีใครบ้างละครับ มีเท่าไรครับที่อยู่ ในเครือข่ายที่ท่านต้องขึ้นบัญชี ท่านเตรียมการเสนอกฎหมายนี้มา ผมคิดว่าท่านต้องมีตัวเลข อยู่แล้วครับ ว่าพอกฎหมายนี้ประกาศ มีผลบังคับใช้ปั๊บ บุคคลที่ต้องขึ้นบัญชีในข้อหา ก่อการร้ายมันมีอยู่เท่าไร ท่านลองตอบผมหน่อยสิครับ ว่ามีเท่าไรครับในขณะนี้ครับ แล้วท่านจะดำเนินการกับคนเหล่านั้นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ การก่อการร้าย ตามความหมายของกฎหมายฉบับนี้มันมีอยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน คือการก่อการร้ายตามข้อมติ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อันนี้ไม่มีปัญหาหรอกครับ คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เขาให้นิยามการก่อการร้ายอย่างไรก็ว่าไปครับ มันเป็นสากลครับ ส่วนการก่อการร้ายอีกนิยามหนึ่งหรืออีกบัญชีหนึ่งที่ต้องดำเนินการก็คือ ตามบัญชี ที่แต่ละประเทศจัดทำขึ้น ซึ่งในประเทศไทยนี่ครับก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๒ เพราะว่าเมื่อเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๒ ท่านเลขาธิการ ปปง. ท่านต้องมีตัวเลขอยู่แล้วละครับ ว่าท่านต้องจัดการกับคนเหล่านี้เท่าไร ทีนี้ถ้าในขณะนี้ เมื่อท่านจะจัดทำบัญชีรายชื่อ แล้วมันมีการออกกฎหมายปรองดอง หรือนิรโทษกรรมขึ้นมาเพื่อยกเลิกความผิดฐานการก่อการร้าย ซึ่งมีคดีอยู่ในขณะนี้ ท่านจะ ทำอย่างไรครับ ไม่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ดีไหมครับ ผมบอกตรง ๆ นะครับ จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ว่าผมไม่มั่นใจครับว่ารัฐบาลจะดำเนินการ ตามกฎหมายนี้ได้ ผมไม่ออกเสียงให้หรอกครับ ผมไม่โหวตให้ครับกฎหมายฉบับนี้ครับ เว้นแต่ว่าท่านรัฐมนตรีจะแสดงความมั่นใจว่าท่านสามารถที่จะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ได้ และท่านเลขาธิการ ปปง. สามารถที่จะยืนชี้แจงได้ว่าในขณะนี้ตามที่ท่านรวบรวม มีบัญชีรายชื่อผู้ที่ก่อการร้ายในประเทศนี้เท่าไร ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านยังไม่มีตัวเลข ผมไม่ยกมือให้ท่านหรอกครับ กฎหมายฉบับนี้ ถึงแม้เป็นกฎหมาย ที่มีความจำเป็นก็ตาม เพราะผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ได้ นี่ประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ครับที่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้มานั่งคุยกับผม ซึ่งผมเห็นว่าความเห็นของท่านเป็นความเห็นที่ดี ก็คือเราควร จะเพิ่มความผิดในเรื่องของการฟอกเงิน ฐานความผิดขึ้นอีกสักฐานความผิดครับ ที่ได้เสนอมานี้ มันก็เยอะอยู่แล้วนะครับ เสนอขึ้นมาหลายฐานความผิดด้วยกัน แต่ว่าฐานความผิด อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการ ซึ่งอาจจะตั้งขึ้น ในการดูกฎหมายฉบับนี้ ก็คือความผิดว่าด้วยการทุจริตการเลือกตั้งครับ ความผิดว่าด้วย การทุจริตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะคนที่ได้ใบแดง ท่านประธานครับ ใบเหลืองค่อยว่ากันนะครับ เพราะใบเหลืองเราไม่ได้ทำเอง แต่คนอื่นอาจจะทำให้แล้วก็ได้ใบเหลืองไป แต่ว่าการทุจริตการเลือกตั้งนะครับ ซึ่งผู้สมัครได้ใบแดงว่าอย่างนั้นเถอะครับ แล้วก็ ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มันเป็นการใช้เงินหรือการหาเสียงที่ผิดประเภท ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียงนี่ครับ เงินในการซื้อเสียงมันเป็นเงินสีเทา ทั้งนั้นละครับ มันเป็นเงินนอกระบบทั้งนั้นละครับ เพราะกฎหมายบังคับอยู่แล้วว่า เลือกตั้งแต่ละครั้งเราใช้เงินได้เท่าไร แต่ว่าถ้าท่านเอาเงินเหล่านั้นไปซื้อเสียงผมยืนยันว่า เงินเหล่านั้นมันเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดแล้วเป็นเงินนอกระบบ วันนี้เรากำลังบอกกันว่า ต่อไปนี้ครับการยุบพรรคการเมืองมันไม่ควรจะมีขึ้นแล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับว่า การยุบพรรคการเมืองไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว เพราะพรรคไม่ได้กระทำความผิดด้วย มันเป็น ความผิดของผู้ซื้อเสียง แต่ผมฝากท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่าผู้ที่ทุจริต ในการซื้อเสียง โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อเสียงนี่ครับ ซึ่งใช้เงินผิดกฎหมายทั้งสิ้นละครับ ใช้เงิน นอกประเภททั้งนั้นละครับ เหล่านี้ควรจะอยู่ในฐานความผิดในกฎหมายป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมฝากคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตควรจะนำฐานความผิดว่าด้วยการทุจริตการเลือกตั้งเข้าไปเป็นฐานความผิดในเรื่อง กฎหมายฟอกเงินด้วย ถ้าเรานำฐานความผิดเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งไปเป็นฐานความผิด ในเรื่องของกฎหมายฟอกเงิน ผมคิดว่าต่อไปเรื่องยุบพรรคอะไรก็เลิกคิดได้เลยครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายยุบพรรคแล้วนะครับ แต่ดำเนินการกับผู้ที่ทุจริตในการเลือกตั้ง โดยใช้มาตรการทางกฎหมายฟอกเงิน ผมคิดว่ากฎหมายนี้ก็จะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านรัฐมนตรีไม่แถลงให้ความมั่นใจว่าสามารถ ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ได้อย่างจริงจังผมก็ไม่ยกมือไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ให้ละครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้น กฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต้อง บอกว่าเป็นการล้อมคอกไว้ก่อนแล้วก็ล้อมหลายครั้ง แก้ไขครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ เพื่อว่าจะทำให้ ประเทศไทยได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ง่าย ๆ เลยค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศไทยก็ติดอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเลยทีเดียวที่มีเงินสีดำจากการธุรกิจสีดำนี่นะคะ จากเศรษฐกิจสีดำมากที่สุดในภูมิภาค ดังนั้นแล้วดิฉันสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง เลยทีเดียวที่จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ ที่เป็นการอำพราง มีการที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้นั้น หลุดหายไปจากประเทศไทยและเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ การฟอกเงิน หรือการแปรสภาพเงินเป็นการกระทำใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางแหล่งที่มาของเงินที่ได้มา โดยมิชอบ โดยการแปรหรือเปลี่ยนสภาพเงินสกปรก ต้องเรียนให้ท่านประธานทราบว่า เงินสกปรกให้เป็นเงินสะอาดเพื่อพรางให้เห็นว่าเงินนั้นได้มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย เช่น โดยการโอนเงินผ่านธนาคารต่างประเทศ หรือผ่านธุรกิจของคนกลาง หรือนำเงินฝากไว้ ในบัญชีลับ แล้วมาปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ รวมตลอดถึงการนำเงินนั้นไปลงทุนในธุรกิจ หรือกิจการค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย ทีนี้นั้นการฟอกเงินถ้าพิจารณาแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่อง ธรรมดาของคนที่มีรายได้เยอะ ๆ จากการทำผิดกฎหมาย และไม่ประสงค์ให้ใครรู้วิธี การซุกซ่อนแบบธรรมดา แต่เก่าก่อนของเรามาก็คือใส่ตู้เซฟไว้ค่ะท่านประธานคะ แล้วก็ ซ่อนไว้ที่กำแพงบ้านมีด้วยนะคะท่านคะ ฝาผนังบ้าน บ้านบางคนอยู่ ณ ที่นี้ในนี้นั้นกำแพงนี่ ข้างในมีแต่เงิน เงิน และเงิน หลาย ๆ คนเลยใส่ไว้ แล้วนอกจากนั้นแล้วยังใส่ไว้ในท่อพีวีซี (PVC) ขนาดใหญ่ด้วย ตำรวจไปทุบค่ะ ไปเอาเลื่อยเลื่อย โอ้โห ไม่ใช่น้ำค่ะท่านประธานคะ เป็นเงินทะลัก ทะลัก ทะลักออกมาเลยทีเดียว แล้วทีนี้แบบไทย ๆ โบราณก็คือใส่ตุ่มฝังดินไว้ ไม่ทราบว่าของท่านประธานมีกี่ตุ่มนะคะ ทีนี้นั้นนายทุนผู้ค้ายาเสพติดทั้งหลาย อันนั้นก็คือเรียนให้ท่านประธานทราบ ไม่ได้มีเจตนา จะว่าร้ายท่านประธานแต่ประการใด ทีนี้นายทุนผู้ค้ายาเสพติดซึ่งมีรายได้มหาศาล จากการค้ายาเสพติดไม่อาจจะกระทำเช่นนั้นได้ ผู้ค้ายาเสพติดมีวิธีการที่เหนือชั้น โดยการแปรหรือเปลี่ยนสภาพเงินสกปรกให้เป็นเงินสะอาด เหมือน หรือดูเหมือนว่า เป็นรายได้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ให้เกิดปัญหาข้อสงสัยจากเจ้าหน้าที่ บ้านเมืองค่ะ ซึ่งข้อมูลตัวนี้นั้นดิฉันเรียนให้ท่านประธานทราบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการค้ายาเสพติดและมีเงินหมุนเวียน เขาทำสถิติไว้ทั้งโลก เฉพาะยาเสพติด ๓๒๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งท่าน ส.ส. วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ คูณให้ดิฉันแล้ว ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทของประเทศไทยเลยทีเดียว เป็นเงินบาทในประเทศ เยอะขนาดนั้นค่ะ ที่มีการค้าเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเดือนนี้นั้นวันที่ ๒๖ มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก และวันที่ ๒๖ มิถุนายนนั้นก็เป็นวันสุนทรภู่ของประเทศไทยด้วย ทีนี้จำนวนมหาศาลขนาดนี้ค่ะ ท่านประธานคะ จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่ล้อมคอกไว้อย่างดี ด้วยร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินค่ะ เพราะว่าน่ากลัวมากนะคะ แล้วทีนี้นั้นไปที่ไหนบ้าง ท่านประธานคะ ไปที่ไหนบ้างเงินค้ายา ดิฉันจะพูดถึงเฉพาะ เงินเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษเท่านั้น ไม่ไปพูดเรื่องเศรษฐกิจสีดำอื่น ๆ นะคะ เพราะว่า มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่อยู่ในเรื่องนี้ถึงกับ ๓๒๒ ล้านเหรียญของอเมริกาเลยทีเดียว ทีนี้นั้น เมื่อไปแล้วไปในสิ่งที่น่ากลัวมากเลยทีเดียวค่ะ เงินจำนวนนี้ การฟอกเงินที่กระทำโดยองค์กร อาชญากรรมมีผลกระทบต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง เงินที่ฟอกจะถูกใช้ในการค้าขายยาเสพติด การก่อการร้าย การค้าอาวุธ และประกอบอาชญากรรมอย่างอื่น หรือแม้แต่การทุจริต ติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้กระทั่งนักการเมือง ทำให้การแผ่ขยายอาณาจักร ขององค์กรเหล่าร้ายเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและยากแก่การสกัดกั้น เป็นปัญหา ของประชาคมโลก ดังนั้นแล้วจะต้องทำให้ชัดเจนให้กับประเทศไทยของเราว่าเราเอาจริง เอาจังมากสำหรับเงินสีดำเหล่านี้ เพื่อที่จะได้กำจัดให้หมดไปจากประเทศไทย เพราะในขณะนี้นั้นเราเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคในการค้ายาเสพติดให้โทษค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดังนั้นแล้วดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ไม่เฉพาะ แต่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีปัญหานี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ประสบปัญหา การฟอกเงินมากที่สุด เพราะจากการศึกษาวิเคราะห์พฤติการณ์ของผู้ค้ายาเสพติดปรากฏว่า นำเงินรายได้จากการค้ายาเสพติดไปหลบซ่อนและแปรสภาพดังนี้ค่ะ ซุกซ่อนเป็นเงิน ผิดกฎหมาย นำเงินไปซื้อทองคำ นำเงินไปใส่บัญชีลับและนำเงินไปปั่นในตลาดหุ้น นำเงินรายได้จากการค้ายาเสพติดนอกประเทศกลับไปประเทศสหรัฐอเมริกาในสภาพ เงินสะอาด ฉะนั้นมีการค้าทั่วโลกเลย เป็นโครงข่ายที่น่ากลัว นำเงินไปลงในธุรกิจหรือกิจการ ที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้นั้นสมควรที่จะมีมาตรการที่ชัดเจน และแจ่มแจ้งเพื่อในประเทศและต่างประเทศค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ฟอกเงินไป เพื่อค้าขายยาเสพติด ฟอกเงินไปเพื่อเข่นฆ่าชีวิตก่อการร้าย ฟอกเงินเพื่อค้าอาวุธทุจริต อีกมากมาย สกัดเงินสีดำไว้ด้วยกฎหมายฟอกเงิน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ท่านยื่นเข้ามาเป็นวาระ เพื่อพิจารณา ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งคือการปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินฉบับเดิม อีกฉบับหนึ่ง เป็นการป้องกันปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินเป็นฉบับใหม่ เรื่องเหตุผลความจำเป็น ผมไม่ติดใจนะครับ ผมคิดว่าเรามีความจำเป็นเร่งด่วน แล้วก็ผมเองเป็นคนหนึ่งที่พร้อมที่จะ สนับสนุนออกเสียงให้ในการผ่านวาระที่หนึ่งของสภาไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็มีทั้งประเด็น ซักถามและมีข้อห่วงใยอยู่หลายประการทีเดียวนะครับ
ประการแรก เหตุผลที่เราแก้กฎหมายฟอกเงิน เพราะเราใช้คำแนะนำ ขององค์กรที่เราเรียกว่าแฟตเอฟนะครับ ก็ขอใช้ทับศัพท์เพื่อความเข้าใจที่ง่าย ๆ ทีนี้ ข้อแนะนำของแฟตเอฟมันมีตั้งแต่ปี ๒๐๐๑ ปี ๒๐๐๓ ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ ในการปรับปรุงแก้ไข แต่มันมีฉบับล่าสุดออกมาเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๐๑๒ ซึ่งมันมีประเด็น เพิ่มเติมและแตกต่างอยู่บ้างกับข้อแนะนำเดิม ผมก็พยายามไล่ดูก็พบว่ามันมีประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ไม่ปรากฏอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ แล้วคือเรื่อง การประเมินความเสี่ยงและการนำแนวคิดของการดำเนินการเชิงเปรียบเทียบกับความเสี่ยง มาใช้ในการบังคับใช้กฎหมาย เขาบอกว่าประเทศจะต้องมีการประเมินว่ากลุ่มที่เป็น ความเสี่ยงสูงต้องดำเนินการอย่างไร กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าต้องดำเนินการอย่างไร ถ้าเป็น กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องมีมาตรการที่ให้ปฏิบัติตามโดยใช้มาตรการที่มั่นใจได้ว่า จะจัดการกับความเสี่ยงนั้นได้ ต้องมั่นใจนะครับแล้วนำไปปฏิบัติเป็นมาตรการที่เข้มข้น แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่านั้นอาจจะใช้มาตรการที่ไม่ซับซ้อนและปฏิบัติได้ง่าย ตรงนี้ ไม่ปรากฏนะครับ ที่ท่านเขียนไว้อยู่ในมาตรา ๗ (๑/๑) ก็คือเป็นเรื่องของที่ท่านจะไปกำหนด นโยบายใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผมว่าตรงนี้ไม่ใช่เรื่องนโยบายครับ ตรงนี้เป็นเรื่องของหลักการ ของการประเมินความเสี่ยงซึ่งควรจะเขียนให้ชัดในกฎหมายเลย ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ กรรมการจะไปใช้ดุลยพินิจในการปรับเปลี่ยนในเชิงนโยบายแต่ละครั้ง ผมอยากเสนอนะครับ มาตรา ๗ ท่านต้องแก้ ต้องใส่ให้ชัดเจนเลยครับว่าเกณฑ์ในการกำหนดความเสี่ยงสูง กลุ่มความเสี่ยงสูงกับกลุ่มความเสี่ยงต่ำเป็นอย่างไร ซึ่งเขียนได้ครับ มีแนวคิด มีวิธีปฏิบัติ ของหลายประเทศ อันนี้ผมก็อยากฟังคำชี้แจงของท่านนะครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าสำคัญมากก็คือว่าการแก้ไขปรับปรุงของท่านจะต้อง ไม่จำกัดหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะว่าข้อมูลทางด้านการเงินจะต้องมีการรวบรวม และเปิดเผยต่อหน่วยงาน ในบางกรณีถ้าท่านเขียนไว้ไม่ดีหรือหลักปฏิบัติของท่านไม่ดี การดูแลเรื่องความลับที่เป็นสิทธิส่วนบุคคลดำเนินการไม่ดีเป็นการละเมิดครับ ตรงนี้ ไม่มีเขียนตรงไหนที่เป็นหลักประกันว่าถ้ามีการละเมิดโดยการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่จะมีความผิด ตรงนี้ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้น ในภาพรวมทั้ง ๒ ฉบับถ้าท่านมองดูแล้ว ถ้าเราสามารถออกกฎหมายได้ภายในสิ้นปีนี้แล้วกัน เราก็คงจะไม่ติดบัญชีดำนะครับ เพราะฉะนั้นต้องทำทุกอย่างในแง่ของกระบวนการของสภา ในการออกกฎหมายให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้นะครับ ผมคงไม่ไปโยงใยนะครับว่าที่ผ่านมา ใครช้าใครเร็วคงไม่เป็นปัญหานะครับ แต่การส่งสัญญาณของรัฐบาลในช่วงต้น ๆ ปีก็รู้สึก จะสับสนนิดหนึ่ง แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ ณ วันนี้เข้าสภาแล้วผมไม่ติดใจ แต่การเจรจาในรอบต่อไป กับแฟตเอฟ ต้องขอร้องเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ต้องให้ฝ่ายนโยบาย ร่วมเจรจาด้วยนะครับ ไม่ใช่เป็นการส่งข้าราชการประจำไปเจรจาอย่างเดียว เพราะน้ำหนัก จะไม่สามารถเทียบเท่ากับฝ่ายนโยบายที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ในการเจรจา ทีนี้ถ้าผมลงไปในรายละเอียด ผมมีข้อเป็นห่วงในการปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินอยู่ ๒-๓ ประการ **
ประการแรก ก็คือความผิดมูลฐานครับ ท่านอ้างว่าที่ท่านต้องเพิ่ม เป็นคำแนะนำของแฟตเอฟ ก็เรียนท่านนะครับผมก็เช็กมาตราต่อมาตราเลยครับ รายการ ต่อรายการ มันมีรายการหนึ่งที่ท่าน ผมไม่เข้าใจว่า ผมเดานะครับ ท่านอาจจะแปลผิด ท่านไปคิดว่าของเดิมมีอยู่แล้วก็คือข้อ ๒ ของความผิดมูลฐาน แต่ข้อ ๒ ของความผิดมูลฐาน ถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาเรียกร้องมามันแคบกว่า แคบกว่าการค้ามนุษย์ ข้อ ๒ ในความผิดมูลฐานของท่าน มันพูดถึงสตรีและเด็ก ไม่ใช่เป็นการค้ามนุษย์ในภาพรวมนะครับ ผมไล่ทุกมาตรา ผมคิดว่า อันนี้อาจจะผิดพลาดในข้อเรียกร้องของเขามี ๒ เรื่อง ก็คือการค้ามนุษย์และการลักลอบ นำเข้าแรงงานเถื่อน หรือการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่ชัดนะครับความผิดมูลฐานที่ท่านเขียนไว้ ไม่ครอบคลุม อันนี้ท่านต้องไปทบทวนให้ดี
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะชี้นิดหนึ่งซึ่งมันก็อยู่ในกรอบความผิดมูลฐานเดิม อยู่แล้ว ก็คือเรื่องการทำความผิดคอร์รัปชัน ผมมีข้อสังเกตนิดเดียวครับ ที่ผ่านมากรณี คอร์รัปชันทั้งหลาย พอเรื่องไปถึง ป.ป.ช. หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลอยู่ รู้สึกจะนั่งเฉย ๆ ซึ่งอันนี้ไม่ถูกนะครับ ปปง. เอง กรณีคอร์รัปชัน ท่านต้องเข้าไปตรวจเลย เพราะคอร์รัปชันก็คือเงินไม่สะอาดอยู่แล้วเหมือนกับกรณีทำผิดเลือกตั้ง แต่ในเรื่องคอร์รัปชัน มันเขียนอยู่ในความผิดมูลฐานอยู่แล้ว ผมไม่ทราบเลยครับว่าในอดีตเมื่อคดีไปผ่าน ป.ป.ช. แล้ว สำนักงาน ปปง. เอง ผมเชื่อว่าไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ซึ่งอันนี้ไม่ถูก เพราะต้องถือเลยว่า เป็นเงินที่ไม่สะอาด และท่านมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตในเรื่อง ความผิดมูลฐาน
ทีนี้ในการยกร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับของท่านมันมีส่วนหนึ่งที่ท่านทำตาม คำแนะนำของแฟตเอฟจริง แต่มีบางส่วนที่ท่านเขียนเพิ่มเข้าไปเอง แล้วในส่วนที่ ท่านเขียนเพิ่มขึ้นไปเองนี่ ก็มีบางประเด็นที่ผมต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจ ยกมือผ่านหรือไม่ผ่าน
ประการแรก เช่น ในกรณีมาตรา ๑๑ ท่านพูดถึงเรื่องเงินเพิ่ม ไม่ใช่เป็น ข้อเรียกร้องของแฟตเอฟ อันนี้ท่านเขียนเข้าไป ต้องให้เหตุผลว่าทำไมจะต้องมีเงินเพิ่ม ไม่ใช่เป็นข้อเรียกร้องเลยนะครับ เขาไม่ได้กำหนดข้อนี้เลยนะครับ
อีกมาตราหนึ่ง ก็คือเรื่องการที่มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ คือมาตรา ๖๔/๑ ก็ไม่ใช่เงื่อนไขของแฟตเอฟ แต่ในขณะเดียวกันแฟตเอฟเรียกร้องให้ท่านมีหน่วยหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า เอฟไอยู (FIU) หรือไฟแนนเชียล อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Financial Intelligence Unit) หรือหน่วยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ท่านไม่มีครับ ทีนี้ในกรณีเปรียบเทียบ ท่านพูดเฉย ๆ ว่าท่านตั้งกรรมการอยู่ ๓ คน ไม่บอกว่าที่มาที่ไปของ ๓ คนมาอย่างไร แล้วทำไมถึง ๓ คน แล้วกรรมการ ๓ คนนี้จะทำงานอย่างเป็นกลางได้อย่างไร ไม่มีระบุครับ ตรงนี้ผมคิดว่า แล้วอันนี้เป็นเงื่อนไขที่ท่านเขียนเพิ่มเข้าไปนะครับ ไม่ใช่ข้อเรียกร้อง ของแฟตเอฟ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการที่ดีนี่ การตั้งกรรมการต้องมีการถ่วงดุล การทำงานของกรรมการต้องมีการถ่วงดุล และต้องมีกระบวนการอุทธรณ์ที่ชัดเจนนะครับ ถ้ากรรมการดำเนินการไปแล้วถ้าเข้าข่ายที่จะไปละเมิดคนอื่น หรือคนที่เขาถูกดำเนิน มาตรการด้วย เขามีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาต้องสามารถอุทธรณ์ได้ ท่านไม่ได้เขียนไว้ครับ
ประการสุดท้ายในฉบับนี้ก็คือเรื่องอายุความ ท่านเขียนไว้ว่าอายุความ ในมาตรา ๖๔/๒ ๒ ปีนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิด แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบหรือภายใน ๕ ปีนับแต่วันที่กระทำความผิด แล้วเป็นอันขาดอายุความ คือถ้าเลขาธิการทราบแล้วนั่งเฉย ๆ ก็ขาดอายุความได้ใช่ไหมครับ ตรงนี้จะทำอย่างไร นี่คือปัญหานะครับ ถ้าเขียนกฎหมายอย่างนี้ผมคิดว่ามันมีช่องว่าง ช่องโหว่อยู่พอสมควรในการนำไปปฏิบัติ แล้วกลายเป็นว่าอำนาจในการที่จะดูแลให้มี การขาดอายุความอยู่ที่เลขาธิการคนเดียวเลยครับ ทีนี้อายุความทำไมกำหนดไว้สั้นขนาดนี้ครับ ผมก็อยากทราบว่าที่มาที่ไป ขอเวลาท่านประธานอีกนิดนะครับ ผมว่าเป็นประโยชน์ที่ผมพูด ไม่แตะเรื่องการเมืองอะไรทั้งสิ้นนะครับ ปกติแล้วความผิดทางอาญามัน ๑๐ ปี อายุความครับ ฟอกเงินผมก็คิดว่าเข้าข่ายความผิดอาญาอยู่แล้ว แล้วทำไมอายุความมันแบ่งเป็นว่า ๒ ปี ถ้าเลขาธิการนั่งเฉย ๆ หมดอายุไปเฉย ๆ เลย อันที่ ๒ ถ้าไม่เช่นนั้น ๕ ปีนับแต่วัน กระทำความผิดขาดอายุความไปเลยทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ผมก็ไม่ทราบท่านเอา บรรทัดฐานอะไรมากำหนดอายุความในมาตรานี้ ขอความชัดเจนนะครับ แล้วผมคิดว่า เข้าไปในชั้นคณะกรรมาธิการต้องมีการปรับปรุง
ฉบับเรื่องการป้องกันปราบปรามสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย นิดเดียวครับ ไม่ยาวเท่าไรนะครับ ทีนี้มันมีมาตรา ๗ ที่ผู้มีหน้าที่รายงาน ซึ่งได้ดำเนินการ ตามมาตรา ๕ โดยสุจริตไม่ต้องรับผิด ตรงนี้ทำไมครับ ทำไมถึงไม่ต้องรับผิด ถ้าคุณ ดำเนินการโดยสุจริต แต่เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ถึงท่านไม่ได้ตั้งใจสร้างความเสียหาย ให้คนอื่น ทำไมไม่ต้องรับผิด ตรงนี้ทำไมได้รับการยกเว้น เป็นดุลยพินิจล้วน ๆ นะครับ สมมุติ ท่านไปสั่งให้มีการระงับการดำเนินการ หรือธุรกรรมทางการเงินของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่พิสูจน์ต่อมาว่าคำสั่งนั้นจริง ๆ ไม่ถูก เพราะบุคคลคนนั้นไม่ได้ผิดจริง ท่านไม่ต้อง รับผิดอะไรเลย ตรงนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้องครับ เพราะหน้าที่ อำนาจที่ให้ไปภายใต้กฎหมาย ท่านก็ต้องมีความรับผิดชอบในการนำกฎหมายไปใช้ด้วยนะครับ มาตรา ๘ ก็เป็นอีกอันหนึ่งว่า เขียนไว้ในการยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อสำนักงานเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ๓ ข้อ ก็ไม่ได้บอกว่ากรรมการจะพิจารณาด้วยวิธีไหน อย่างไร แล้วถ้าไม่เห็นด้วย กับการพิจารณาของกรรมการมีโอกาสอุทธรณ์ไหมครับ จริง ๆ ต้องมีกรรมการอุทธรณ์ครับ กรรมการอุทธรณ์ต้องรับเรื่องได้ แล้วต้องเป็นกรรมการคนละชุดกับกรรมการที่วินิจฉัย สั่งการเอาผิดต่อหน่วยงาน หรือบริษัทต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเขียนไว้อย่างนี้ จะให้อำนาจมากจนเกินไป และไม่น่าจะมีเหตุผลที่ดีพอ และไม่ใช่เป็นข้อเรียกร้อง ของทางแฟตเอฟด้วยนะครับ อันนี้ท่านใส่เข้ามาเองนะครับ ข้อเหล่านี้นะครับ นอกจากนั้น ยังมีตั้งแต่มาตรา ๗ ไปจนถึงมาตรา ๑๓ ครับ ก็เป็นสิ่งที่ท่านใส่เข้าไปเองเหมือนกัน ไม่ใช่ ข้อเรียกร้องของแฟตเอฟครับ ก็ต้องมีคำอธิบายชัดเจนว่าทำไมท่านถึงใส่รายละเอียด เหล่านั้นเข้าไป
ประการต่อมา มาตรา ๑๔ เหมือนกันครับ อันนี้พูดถึงระวางโทษจำคุก ๒ ปี ถึง ๑๐ ปี ท่านเปรียบเทียบมาอย่างไร ท่านคิดอย่างไรครับ เพราะผมคิดว่าโทษของการฟอกเงิน หรือสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้ายเป็นโทษที่ร้ายแรงนะครับ เป็นโทษที่ร้ายแรง อย่างยิ่งเลยครับ กรณี ๒ ปีที่ผ่านมา ที่เกิดความไม่สงบ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผมก็ได้ยินข่าวว่า มีการสนับสนุนทางการเงินถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นอย่างนั้นเป็นเรื่องใหญ่ครับ โดยสรุปของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมก็ยังมีความเป็นห่วงอยู่ว่า ในเรื่องระวางโทษและอัตราปรับ อ้างอิงอะไร ขอคำอธิบายนะครับ แล้วก็ประการที่ยังเป็นความเป็นห่วงของภาคสถาบัน การเงิน แล้วเขาได้พูดกับท่านไปแล้วแต่ไม่ได้สะท้อนอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเรื่องภาระ ในการส่งรายงานให้ท่าน ภาระในการส่งรายงาน จริง ๆ เขาเอาข้อมูลส่งให้ท่านได้ แต่ท่าน อย่าไปบังคับให้เขาต้องวิเคราะห์ให้ท่านตามสิ่งที่ท่านต้องการ เพราะฉะนั้นภาระในการ วิเคราะห์ข้อมูลผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. เพราะถ้าท่านบังคับให้เขาเป็น ผู้วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ไม่ใช่หน้าที่เขาเลย และเป็นภาระเพิ่มเติมของเขาด้วย ตรงนี้ท่านต้อง ระวังให้ดีนะครับ ต้องเขียนให้ชัดนะครับ ถ้าเขาส่งรายงานที่เป็นข้อมูลดิบที่เขามีอยู่แล้วให้ท่าน เป็นเรื่องปกติ เรียกร้องได้ตามกฎหมาย แล้วก็เป็นเจตนารมณ์ของข้อแนะนำของแฟตเอฟ แต่อย่าไปสร้างภาระเพิ่มเติม เพราะในที่สุดแล้วการแบ่งแยกความผิดและความรับผิดชอบ ของแต่ละหน่วยงานจะมีปัญหาทันทีครับ เพราะฉะนั้นภาระในการที่จะไปวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. โดยตรงนะครับ
ประการสุดท้ายก็คงเป็นเรื่องอายุความ ในนี้ไม่พูดถึงครับ อายุความไม่มีครับ การทำความผิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่มีอายุความหรืออย่างไรผมไม่ทราบ หาไม่เจอ ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาชี้แจงในสิ่งเหล่านี้ให้กับทางพวกเราทราบ
นิดเดียวครับท่านประธานพอดีเมื่อครู่มีการพูดถึงเรื่องการตั้งฐานทัพในไทย ผมขอชี้แจงนิดเดียวเพราะผมมีส่วนอยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่เคยมีแนวคิดให้มี ประเทศสหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยนะครับ พอดีท่านใช้คำว่าตั้งฐานทัพ ในประเทศไทย ไม่ใช่ครับ ตอนนั้นอู่ตะเภามีแนวคิดนิดเดียวก็คือว่าเสนอให้เป็นฐาน ที่ใช้ในการดูแลเรื่องภัยพิบัติในภูมิภาคนี้และไม่ได้เกี่ยวกับกองทัพประเทศใดเลย ไม่มีการยื่นข้อเสนอให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการพิเศษด้วย เป็นแนวคิดที่พูด ในเวทีประชุมระหว่างประเทศ และเป็นสิ่งที่กระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือ ต้องให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนเห็นชอบ เพราะเป็นการดำเนินการในโครงการที่จะ เป็นประโยชน์ต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน ไม่มีเรื่องตั้งฐานทัพในประเทศไทย แล้วไม่มีเรื่อง การตรวจสอบบรรยากาศด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วมแสดง ความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมจะใช้เวลาไม่มากครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นจากหลายท่านที่ได้อภิปราย มาแล้ว ผมเห็นว่าจากที่ประเทศไทยเราได้รับการขึ้น ถือว่าขึ้นบัญชีดำก็ว่าได้นะครับในการ ที่ทางสากลเขาเห็นว่าประเทศไทยเรายังเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง ผมสนใจอย่างเดียว ข้ออื่น ๆ ผมไม่สนใจ เรื่องผู้ก่อการร้าย เรื่องยาเสพติด อันนี้มันมีมานานแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่มี การดำเนินการให้แล้วเสร็จ ยิ่งทำเท่าไรยิ่งมีมากโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด บ้านของผม อยู่จังหวัดหนองคายอยู่ชายแดนแม่น้ำโขงยาวมาก แล้วยาเสพติดก็มีมาก เราจะทำอย่างไร มันถึงจะสำเร็จ เพราะว่าวงการทุกวงการ บางวงการเราคิดว่าไม่น่าจะมีผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็มี ก็แปลกใจเหมือนกันว่าบางทีอยู่ในวงการของเจ้าหน้าที่เอง เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กลับเป็นผู้ไปค้าเอง อย่างนี้เราจะมีมาตรการอย่างไรถึงจะให้คนกลัว ให้ผู้ปฏิบัติความผิดพวกนี้ ได้กลัวหรือหลาบจำ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งมาก อันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตดูว่ามันเป็นเพราะอะไร
อีกเรื่องที่ผมสนใจที่จะอภิปรายวันนี้ก็คือเรื่องความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องอื่นผมจะไม่อภิปราย ผมเห็นว่าทุกวันนี้ป่าไม้ ในประเทศไทยเหลือน้อยมาก โดยเฉพาะที่บ้านผมมีคนไปกว้านซื้อที่ดินจำนวนมาก แล้วก็ ปลูกยางพารา ผมไม่เห็นหน่วยงานไหนไปเกี่ยวข้องหรือว่าป้องกันไม่ให้เขาทำลายป่า ทั้งที่ป่าสมบูรณ์ เขาไถทิ้งหมดเลย ปลูกต้นยางพาราแค่ไร่หนึ่งประมาณ ๒๐ กว่าต้น มันจะเหลืออะไรทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่เรามีกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ มีกระทรวง มีทบวง กรมเกี่ยวข้อง ไม่มีใครไปแตะต้องเลย เดี๋ยวนี้เป็นสวนยางกันทั้งหมด ผมไม่แปลกใจที่น้ำท่วมประเทศไทย เราจะไปร้องหาเทวดาที่ไหน มาช่วยก็ไม่ได้ เพราะตัวต้นไม้มันหมดไปแล้ว จากหมื่น ๆ ต้นในไร่หนึ่ง ปลูกแค่ ๒๐ ต้น แล้วไม่มีรากแก้วด้วยเป็นยางที่เราติดตาต่อกิ่งไป มันไม่ช่วยเหลืออะไร ทำอย่างไรถึงจะแก้ไข ตรงนี้ได้ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นคนมีอำนาจด้วยในประเทศนี้ ทั่วประเทศ ไปเกี่ยวข้อง โดยอะไร โดยการที่ไปนำที่ดินที่เป็น ส.ป.ก. เดี๋ยวนี้เขาไปซื้อมาหมดแล้ว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเรา อยู่อย่างไร บางคนมีเป็นหลายหมื่นไร่ปลูกยาง ผมยกตัวอย่างแค่บ้านผม ถ้าทั่วประเทศ ทำเหมือนกันล่ะ บางแห่งเขาเรียกว่าทุจริตเชิงนโยบาย มีนโยบายจัดทำที่ดินให้ประชาชน ผู้เดือดร้อนแต่ตัวเองตั้งกลุ่มหรือบริษัทห้างร้านอะไรติดตามซื้อคืนจากประชาชนหมดเลย ไปดูเลยครับ แถวจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี อันนี้เพียงยกตัวอย่างนะ ผมว่า ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นทรัพยากรธรรมชาติพวกนี้ถูกทำลายไปหมดแล้ว ถ้าท่าน ขึ้นเครื่องบินไป ท่านจะขึ้นไปทางภาคเหนือก็ตาม ไปทางภาคอีสานก็ตามมีป่าไม้น้อยมาก ภูเขาหัวโล้นหมด เป็นที่ป่าสงวน ส.ป.ก. ที่เรากำหนดไว้หมด แต่ไม่มีหน่วยงาน ไม่ว่า รัฐบาลไหนนะครับ ผมไม่ว่ารัฐบาลนี้ มันเป็นมาตั้งนานแล้ว เดี๋ยวนี้ผู้มีอำนาจทั้งหลาย คุมพื้นที่หมดแล้ว ไม่ว่าในเกาะแก่งในทะเลก็ตามเดี๋ยวนี้ผู้มีอิทธิพลก็ไปยึดหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติตัวนี้ผมพูดข้อเดียวตัวนี้ ปีนี้ปีหน้าไม่แปลกใจ ที่น้ำท่วมภาคใต้ ไม่แปลกใจน้ำท่วมภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เมื่อไม่มีต้นไม้ มันจะเหลืออะไรอยู่ ฝนตกลงมาไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ คนอยู่ที่ต่ำ ปกติคนก็สร้างบ้าน อยู่ที่ลุ่มอยู่แล้ว น้ำไหลไปก็ท่วม ท่วมแล้วก็เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผมว่าเรียกร้อง จนประเทศไทยมันจะไม่มีประเทศไทย การเรียกร้องสิทธิอันนี้ เพราะพวกเราไม่แก้ต้นเหตุนะครับ ถ้าจะแก้จริง ๆ ก็ไปจับกันจริง ๆ ดูสิครับท่านครับ ลองติดตามดูสักเคส (Case) หนึ่งว่า คนที่มีสวนยางมาก ๆ ลองไปจับกันดูว่าสวนยางนั้นเป็นสวนยางที่เป็นใบที่ดินอะไร เป็นที่ดินที่หวงห้าม เป็นที่ดินที่จัดที่ทำกินให้ประชาชนเป็น ส.ป.ก. หรือไม่ เป็นที่ดินอะไร ที่ออกกฎหมายพิเศษเพื่อให้ประชาชนราษฎรทำกิน แต่ราษฎรขายไปหมดแล้ว เดี๋ยวนี้ ก็แค่เป็นลูกน้องอยู่ในสวนยางเท่านั้น อันนี้ยกตัวอย่างสวนยางนะครับ สวนปาล์มเท่านั้น ชื่อ ส.ป.ก. นั้นไม่เปลี่ยน สัญญาทำเป็น ๑๐๐ ปี เช่า เพราะฉะนั้นจะไปทำอย่างไร อันนี้ คือต้นเหตุของเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีสาเหตุหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงิน แต่ผมมาเห็นข้อนี้ผมก็สนใจ ลองติดตามการฟอกเงินโดยการทำสวนยางดูสิว่าจะเป็นอย่างไร อันนี้มันติดตามได้ง่ายเพียงไปสืบดูว่าสวนยางนี้เป็นของใคร เดิมเป็นของใครขายให้ใครแค่นั้น ไปสืบแถวจังหวัดหนองคายผมก็ได้ครับไม่ต้องไปสืบที่อื่น ผมว่ารับรองเจอตอแน่ ๆ แล้วจะเป็นอย่างไร แก้ไขได้ไหม เมื่อตั้งกฎหมายนี้ขึ้นมาผมกลัวว่าตั้งขึ้นมา มาหลอกประชาชนเท่านั้น ถ้าเสนอกฎหมายขึ้นมานี้ทำได้ประเทศไทยจะไม่มีปัญหา เรื่องน้ำท่วมเลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้พื้นที่ของประเทศไทยเรามีป่าไม้ เพื่อป้องกันน้ำท่วมพวกนี้นะครับ ๑. เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ คือถอนสภาพ เดี๋ยวนี้นะครับ ผมอยากให้ถอนสภาพของ ส.ป.ก. คือยึดคืนจากผู้มีการซื้อขายพวกนี้ เดี๋ยวนี้นายทุนไม่ว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เต็มอยู่ภาคอีสาน ป่าไม้ที่เคยมี ตามดอนปู่ตาอะไรต่าง ๆ ไถทิ้งหมด ที่สาธารณะไม่เหลือแล้วครับเดี๋ยวนี้ ห้ามก็ไม่ฟัง ไม่มีใครห้ามด้วย เพราะฉะนั้นผมก็อยากยกตัวอย่างตรงนี้ให้ท่านประธานได้ผ่านไปยัง ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายการฟอกเงินนี้นะครับ ให้ไปติดตามเอาที่ดินพวกนี้คืนมา ถ้าประชาชนได้ขายไป ถ้าตามหลักแล้วต้องยึดคืนใช่ไหมครับ ผมอยากให้ทำจริง ๆ จัง ๆ สำหรับเรื่องอื่นผมจะไม่พูดถึง ผมสนใจเรื่องทรัพยากรป่าไม้ บางแห่งก็มีการขุดลอก ขุดแร่ ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจังหวัดหนองคาย จังหวัดเลยก็ตาม ไปทำพวกนี้โดยที่ไม่ผ่าน กระบวนการที่มันถูกต้อง ผมก็อยากให้ไปเอาจริงเอาจัง บางแห่งก็มีการตัดไม้ทำลายป่า ผมเคยพูดหลายครั้งแล้ว ไม่มีนโยบายของรัฐบาลไหนที่ว่าตั้งใจปลูกป่าหรือว่าทำอย่างไร จะซื้อป่าคืนจากประชาชนที่เขาเป็นเจ้าของ หรือทำอย่างไรจะให้ค่าตอบแทนเจ้าของที่ดิน ที่มีป่าอยู่แล้ว แทนที่เขาจะไปไถป่าทิ้งมาปลูกยาง ให้เงินตอบแทนเขาต่อไร่ได้ไหมที่เขามีป่า ตามหัวไร่ปลายนา จะดีกว่าที่เขาไปขายแล้วก็มาไถป่าทิ้งแล้วมาปลูกยาง ๑๐ ต้น ๒๐ ต้นต่อไร่ ถ้าเรามีนโยบายแบบนี้เราจะช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ให้ค่าตอบแทน ไม่ว่าวัดวาอารามก็ตาม มีป่าไม้วัดป่าอะไรอย่างนี้ คิดเป็นไร่ให้เลย โรงเรียน ป่าไม้ต่าง ๆ ต้นไม้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในที่สาธารณะ ไม่ว่ากรุงเทพมหานคร ตามถนนหนทางก็น่าจะมีค่าตอบแทนให้ ทุกหน่วยงาน ทุกคน ทุกหมู่บ้าน ทุกหลังคาเรือนจะรักษาต้นไม้ของตัวเองไว้ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านอาจารย์ ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อ กระผม ขออนุญาตอภิปรายปัญหาในการเสนอกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ เท่าที่ได้ฟังการอภิปราย จาก ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยหลักใหญ่ ๆ ก็คือว่าปัญหาอันนี้มันเกิดขึ้นมากับ ปัญหาอยู่ ๒ ด้านใหญ่ ๆ คือด้านต่างประเทศกับในประเทศ คือด้านต่างประเทศนั้นเราพบ ปัญหาว่าการค้าขายกับต่างประเทศนั้น เขารังเกียจว่าเรามีมาตรการต่าง ๆ ไม่สมบูรณ์ ในการที่แก้ไขปัญหาการฟอกเงิน ฉะนั้นก็ต้องมีกฎหมายอันนี้ออกมา แต่ว่าท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านผู้ฟัง ที่อยู่ที่บ้านว่าปัญหาในทำนองนี้ได้เกิดขึ้นมาหลายปีมาแล้ว จนในที่สุดจำเป็นต้อง ออกพระราชบัญญัติอันนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งขณะนั้นท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาเราก็คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาต่างประเทศได้ ที่เขารังเกียจเรา แต่เมื่อเอาไปประกาศใช้แล้ว ปัญหาตามมาก็คือว่าเป็นปัญหาการปฏิบัติ ในประเทศของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายอันนี้มีคนเอาไปใช้สร้างรอยด่างให้กับ กฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าผู้เอาไปใช้นั้นเสมือนหนึ่งว่าสร้างปีศาจร้าย โดยอาศัยกฎหมายฟอกเงิน ดังกล่าวนี้ไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่นซึ่งไม่เป็นที่สบอารมณ์ของผู้มีอำนาจในขณะนั้น ตัวเลขาธิการคนเก่านั้นเท่าที่ผมรู้จักกันส่วนตัว เป็นคนดีมากครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นจะรู้สึกว่า เขาเป็นคนดีมาก แต่ว่าเมื่อผมพบแล้วผมก็ถามว่าน้องเอ๋ยทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้ ที่ใช้อำนาจไปเบียดเบียนคนอื่น ตัวอย่างเช่น พ่อค้าคนดี ๆ ซึ่งไม่เป็นที่สบอารมณ์ ของผู้มีอำนาจในขณะนั้น สื่อมวลชนคนดี ๆ เป็นที่ไม่สบอารมณ์ของคนที่มีอำนาจในขณะนั้น ก็ใช้กฎหมายฉบับนี้เข้าไปกลั่นแกล้งในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อายัดเงินในบัญชีธนาคาร ตรวจค้นกลั่นแกล้งต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างจนคนดี ๆ นั้น ก็มีความรู้สึกว่ากลัววิญญาณของกฎหมายดังกล่าวนี้คือกฎหมายฟอกเงินนี้ ผมก็ไปถาม เลขาธิการคนเก่านั้น เขาก็บอกว่า เพราะว่าคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาทำอย่างนั้น เมื่อมา ตรวจดูในกฎหมายแล้วกฎหมายเขาก็บอกว่า การที่จะไปกลั่นแกล้งใครนั้นมันทำไม่ได้ง่ายหรอก เพราะว่ามีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจะพิจารณาว่าอะไรบ้างที่จะทำได้ อะไรจะทำไม่ได้ แต่ว่าคนที่มีอำนาจในขณะนั้นเหนือกว่าคณะกรรมการนี้ ใช้โอกาส ของกฎหมายอันนี้เข้าไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่น อันนี้เป็นรอยด่างของกฎหมายดังกล่าว ฉะนั้น เรื่องนี้ผมก็อยากจะฝากไว้ว่าขณะนี้ฐานความผิดได้มีเพิ่มขึ้นจาก ๙ ฐานความผิด มาเพิ่มเป็น ๒๑ ฐานความผิด ผมก็เกรงว่าคนที่มีอำนาจที่จิตใจชั่วช้าเลวทรามนั้นจะเอากฎหมายอันนี้ ไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่นอีก แต่ถ้ามาพิจารณาถึงเลขาธิการปัจจุบันนั้นเป็นคนดีครับ ชื่อเสียงดี ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับท่านชื่อเสียงดี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขณะนี้ก็เป็นคนดีครับ แต่ว่าผมกลัวว่าถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนไป แล้วมีคนอื่นที่มีอำนาจ เหนือกว่า จิตใจชั่วช้ามาใช้กฎหมายอันนี้บังคับเขา ผมมีความเป็นห่วงว่าจะทำให้บ้านเมืองเรา เสียหายครับ เรื่องนี้ผมจึงขอเตือนหน่วยงานทุกคน เจ้าหน้าที่ประจำ เจ้าหน้าที่การเมือง และพี่น้องประชาชนทั้งหลายว่าเรามีกฎหมายฉบับนี้ให้เขี้ยวเล็บ ให้อาวุธกับคนที่มีอำนาจ และถ้าคนมีอำนาจเป็นคนดีก็ดีไปครับ แต่ถ้าหากว่าคนมีอำนาจนั้นเป็นคนไม่ดีแล้ว บ้านเมืองจะเสียหาย ขอยกตัวอย่างหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่สอบสวนคดีพิเศษ มีคนบางคน ใช้อำนาจอันนี้ในทางที่ฟังดูแล้วน่าเกลียดน่ากลัวมาก ไม่ได้ใช้เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณะ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นอันขาด แต่ว่าได้อาศัยกฎหมายนั้นเพื่อผลประโยชน์ ของตัวเอง ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติบางคน จึงทำให้หน่วยงานนั้นดูแล้วน่ากลัวอย่างที่สุด เสียภาพพจน์ ท่านทั้งหลายคงจะคิดนะครับ การทำงานราชการนี้มีระเบียบปฏิบัติ อย่างถูกต้อง แต่ว่าถึงแม้ว่าจะมีระเบียบปฏิบัติอย่างถูกต้องอย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่า คนปฏิบัตินั้นเป็นบุคคลซึ่งไม่มีหลักการ ไม่มีศักดิ์ศรี ย่อมจะใช้อำนาจในทางที่ผิด สร้างความเสียหายต่อสาธารณะได้ กระผมจึงขอตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ขอให้กฎหมาย ฉบับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงนี้อย่าได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของคนชั่วอย่างในอดีตอีก เพราะว่า บ้านเมืองเราจะลุกเป็นไฟต่อไป มันเคยลุกเป็นไฟมาแล้วครับ แล้วจะลุกเป็นไฟต่อไป ผมก็ขอฝากข้อสังเกตนี้ไว้ด้วยครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตเท่านั้นเองครับ
ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขออภิปรายเพื่อให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพราะกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน กระผมจะพยายามจะไม่ไปซ้ำกับท่านใดนะครับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ท่านประธานครับ เมื่อเหตุการณ์ที่เขย่าขวัญช็อค (Shock) โลกทั้งโลก ซึ่งพวกเราก็คงจะไม่ลืม เมื่อประมาณ สัก ๑๐ ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตเท้าความไปถึงเมื่อเหตุการณ์ ผมขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษนะครับ คือ ไนน์ อีเลฟเว่น ทูทาวซั่นวัน (Nine eleven 2001) คือประมาณวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ นะครับ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ วันนั้นเป็นวันที่คนทั้งโลกช็อค ตื่นตระหนกตกใจ เพราะว่า มีการก่อการร้ายระดับโลกที่บันลือโลก ตึกสูง ๆ ที่เป็นแท่ง ๆ ที่เรียกว่าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ตึกสูงเสียดฟ้า ๒ หลังครับ ถูกเครื่องบินบินชนไฟลุกโชนแล้วก็ถล่มลงมาที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และในวันเดียวกันครับ เครื่องบินโดยสารวิ่งเข้าชนตึกเพนตากอน ตึกแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นกระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์เขย่าขวัญนั้น ทำให้ผู้คนชาวอเมริกันและอีกหลายชาติต้องเสียชีวิต ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เมื่อเหตุการณ์ เกิดขึ้นทางการข่าวประเทศสหรัฐอเมริกา ตามฐานข่าวก็คิดว่าบิน ลาดิน ซึ่งเป็นพวกอัลกออิดะห์ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้ที่วางแผนให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นคือการถล่มตึก การก่อการร้าย ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใช้เวลาสืบหาบิน ลาดิน อยู่เป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็รู้ว่าบิน ลาดิน ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคนวางแผนถล่มตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ แล้วก็เพนตากอนของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น อยู่ที่ไหน หน่วยซีล (SEAL) ของราชนาวีสหรัฐอเมริกาก็จึงได้ทำการไปล่าสังหาร แล้วก็ทำให้ บิน ลาดิน ต้องจบชีวิตลงเมื่อปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ในตอนนั้น ก็เป็นเหตุบังเอิญที่ตัวกระผมเองเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ซึ่งกราบขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านรองประธานสภาคือท่านที่ทำหน้าที่ เป็นประธานในขณะนี้ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และท่านอดีตรองประธานอีกท่านหนึ่งคือ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ก็ได้ทำงานร่วมอยู่ด้วยกันกับผม ในฐานะกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานครับ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มันเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน มันเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายข้ามชาติ เพราะฉะนั้นในช่วงที่ กระผมและท่านผู้มีเกียรติหลายท่านที่ผมได้เอ่ยนามท่านได้ช่วยกันกระเสือกกระสนดิ้นรน เพื่อที่จะหาทางเพิ่มความผิดขั้นมูลฐานหรือวิธีการฟอกเงินครับ ซึ่งเดิมในสมัยปี ๒๕๔๒ กฎหมายฉบับนี้ออกมาปี ๒๕๔๒ ฐานความผิดหรือวิธีการฟอกเงิน ถ้าใครใช้วิธีนั้น ๙ วิธีฟอกเงินมานี่ถือว่าเป็นความผิด นั่นคือปี ๒๕๔๒ แต่สถานการณ์การก่อการร้ายข้ามชาติ มันทวีความรุนแรงมากขึ้น ๆ เราไม่เท่าทันเหตุการณ์ เราไม่ทันสมัย เราไม่เป็นสากล เราจึงได้พยายามหาทางที่จะเพิ่มมูลฐานความผิดขั้นพื้นฐานให้เพิ่มมากขึ้น ๆ จนกระทั่งวันนี้ เรามีวันที่เราได้ตั้งใจไว้ ต่างชาติทั่วโลกเขามีวิธีการป้องกันการฟอกเงินถึง ๒๑ วิธีการ หรือ ๒๑ ความผิดมูลฐาน เดิมประเทศไทยเรามีแค่ ๙ ความผิดมูลฐาน วันนี้เพื่อให้เป็นสากล เพื่อให้ทันสมัยเท่าทันกับผู้ที่ฟอกเงินเราจึงได้แก้ไขกฎหมายของเราให้มีความผิดมูลฐาน ให้เป็นสากล คือเพิ่มอีก ๑๒ มูลฐาน เพิ่มอีก ๑๒ วิธีนะครับ รวมแล้วเป็น ๒๑ มูลฐานความผิด ซึ่งถือว่าทันสมัยและเป็นที่ยอมรับถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะแสดงความห่วงใยครับ ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีความล่อแหลม ต่อการเป็นแหล่งซ่องสุ่มของการฟอกเงิน และเป็นแหล่งซ่องสุ่มของการก่อการร้าย ผมกราบเรียนนะครับว่าการฟอกเงินนั้นเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเหมือนคอหอย กับลูกกระเดือกครับ เหตุที่กระผมมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ของประเทศไทยว่า มีความล่อแหลมต่อการก่อการร้ายและการฟอกเงินนั้น เพราะประเทศไทยถือว่า เป็นแดนสวรรค์ของผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ เป็นแดนสวรรค์ของการฟอกเงินเพราะกรุงเทพฯ ประเทศไทยเป็นเมืองเปิด เป็นประเทศเปิด ใครจะเข้ามาก็ได้ และประเทศไทยเองก็มี การเชิญชวน ชักชวนให้มีคนมาลงทุน ให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น มากขึ้น คนที่เข้ามาประเทศไทยจึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นนักฟอกเงิน ใครเป็นนักต้มตุ๋น และใครเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางการขนส่งทางอากาศ เพราะฉะนั้น กรุงเทพฯ จึงเป็นเส้นทางการขนส่งยาเสพติดซึ่งเป็นสิ่งที่พัวพันใกล้ชิดกับการฟอกเงิน กับการก่อการร้ายข้ามชาติอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้กล่าวมาแล้วสั้น ๆ การก่อการร้ายข้ามชาติ การก่อการร้ายระดับโลกนั้นนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น มากขึ้น และการก่อการร้ายนั้น จะต้องใช้เงิน เงินในการจัดหาอาวุธ เงินในการที่จะนำมาใช้สำหรับทางด้านกำลังพล ในการฝึกปรือคนเพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดไปทำการก่อการร้าย ณ จุด ณ ประเทศที่เขาต้องการ เมื่อต้องการเงิน เงินที่หามาได้ง่ายและหามาได้ทีละมาก ๆ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการฟอกเงินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ว่าเดิมวิธีการฟอกเงินที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดมีแค่ ๙ ประการ วันนี้เราเพิ่มขึ้นอีก ๑๒ ประการ ให้เป็นสากล ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะย้ำ ถึงความห่วงใยเป็นหลัก หลายท่านได้พูดมาแล้วถึงการฟอกเงิน ถึงความผิดฐานต่าง ๆ กระผมจะไม่ซ้ำ แต่กระผมจะขออนุญาตกล่าวถึงข้อห่วงใยเป็นหลัก
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการแรกก็คือทำอย่างไรครับ เมื่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ที่กำลังจะออกไปในอนาคตซึ่งจำเป็นจะต้องออก เพราะถ้าไม่ออกเราก็จะถูกบอยคอต (Boycott) จะถูกแซงก์ชันในเชิงการค้าพาณิชย์ เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว ทำอย่างไรครับ เมื่อเราให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการฟอกเงินมีอำนาจหน้าที่กว้างขวางมากขึ้น มากขึ้น จาก ๙ มูลฐานความผิดกลายเป็น ๒๑ มูลฐานความผิด มีอำนาจมากขึ้น มากขึ้น คำถาม ข้อห่วงใยก็คือ ทำอย่างไรเราจะไม่ให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง เพื่อนำไปกลั่นแกล้งกัน เรื่องนี้เมื่อสักครู่ท่านดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ ได้กล่าวยกตัวอย่าง มาแล้ว กระผมก็จะไม่กล่าวซ้ำ เป็นการประหยัดเวลานะครับ กระผมต้องกราบขออภัยที่ต้อง เอ่ยนามท่าน ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ เพราะสิ่งที่ท่านอภิปรายไปเมื่อสักครู่คือข้อห่วงใย ที่กระผมตั้งใจจะอภิปราย เมื่อท่านกล่าวแล้วผมก็ขอไม่กล่าวซ้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ทำอย่างไรครับ เมื่อเราให้อำนาจหน้าที่กับกรรมการฟอกเงินมากมายมหาศาล สุ่มเสี่ยง ต่อคนเหล่านี้ถ้าใครเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าใครไม่มีคุณธรรมพอเพียง เสี่ยงที่เขาจะเอา ๒๑ อำนาจ ๒๑ ข้อไปกลั่นแกล้ง ไปก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของปวงชน เมื่อเป็นอย่างนี้ กระผมมีความเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีบทลงโทษเจ้าหน้าที่กรรมการฟอกเงินให้รุนแรงนะครับ ถ้าไปกลั่นแกล้ง ถ้าเป็นเครื่องมือทางการเมืองในทางตรงกันข้ามจะต้องได้รับโทษ ที่ค่อนข้างรุนแรงด้วยเช่นกัน
ประการต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะต้อง สงวนท่าทีต่อกลุ่มประเทศที่มีกิจกรรมการก่อการร้าย ผมพูดอย่างนี้ ผมขออนุญาตไม่อธิบายมาก ถ้าประเทศไทยไม่มีท่าทีที่ดี วางตัวไม่เหมาะสม เข้าข้างโน้น เข้าข้างนี้ ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ เป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มประเทศที่ก่อการร้าย ก็เป็นการเสมือนหนึ่งชักชวนให้เขามาก่อการร้าย ในประเทศไทย ซึ่งผมกราบเรียนว่าง่ายเหลือเกิน เนื่องจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นประเทศเปิด เข้าง่าย ออกง่าย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องมีท่าทีที่ดีในเชิง การต่างประเทศต่อประเทศที่ทำการก่อการร้ายนะครับ
ต่อไปครับท่านประธานที่เคารพ การดำเนินคดีกับคนที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นคนฟอกเงิน จะต้องดำเนินด้วยความรวดเร็ว ผมเป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้เพราะเมื่อ เจ้าหน้าที่ไปดำเนินคดีกับคนที่ไปฟอกเงิน จะเกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์ การกักตัว อย่างโน้นอย่างนี้เพื่อความเป็นธรรมครับ จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว เพราะยิ่งช้าเท่าไรคนที่ถูกกล่าวหาถ้าเผื่อกล่าวหาผิดคนก็จะเกิดผลเสียมากขึ้นเท่านั้น
อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ การก่อการร้ายวันนี้เป็นการก่อการร้ายข้ามชาติ นานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ความห่วงใยก็คือ ประเทศเราจะต้องดำเนินกิจการทางด้านการข่าว ประสานงานกับประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดีที่สุดเพราะลำพังเราประเทศเดียวเรื่องการข่าว ไม่สามารถที่จะรับมือกับนักฟอกเงินกับการก่อการร้ายข้ามชาติได้แต่ประเทศเดียว อย่างแน่นอน
และท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน น่าจะได้นำมาทบทวนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพราะกฎหมายเหล่านี้เกิดขึ้นมาเมื่อ ๑๐ ปีก่อน เช่น กฎหมายดักฟังโทรศัพท์ กฎหมายคุ้มครองพยาน กฎหมายยาเสพติด ถ้าเมื่อมีการรีวิว (Review) มีการปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินแล้วก็เหมาะก็ควรที่จะเอากฎหมาย ๒-๓ ฉบับ ที่กระผมได้กราบเรียนมาแล้ว นำมาทบทวนปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้า ทันสมัยของกฎหมายฟอกเงิน กระผมก็ขอกราบเรียนให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อห่วงใยแต่เพียงเท่านี้ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอพูดสั้น ๆ นะครับ ไม่กี่ประเด็น ไม่ใช้เวลานานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ การที่เรามาร่วมกันพิจารณาในการที่จะ ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการฟอกเงินนั้น ก็คงเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่เราถูกคล้าย ๆ กับองค์การระหว่างประเทศหรือว่าคณะทำงาน ที่เขาทำการปราบปราม แล้วก็ป้องกันการฟอกเงินระหว่างประเทศเขาได้ประเมินประเทศไทย ให้คะแนนประเทศไทยว่าเรายังมีความบกพร่องอย่างมากในการที่จะแก้ไขประเด็นปัญหา เกี่ยวกับการฟอกเงิน มันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราจะต้องเร่งรีบแก้ไขเพราะว่าประเทศไทย ทำมาค้าขายกับต่างประเทศถึง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แล้วถ้าเผื่อเราไม่แก้ไข แล้วเรา ถูกเขาประเมินไปในทางลบ ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยโดยองค์รวมก็เป็นปัญหา แล้วก็ จะทำให้ธุรกิจเอกชนทางด้านการเงิน การค้าขาย โดยทั่ว ๆ ไปจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมายอันนี้ที่จะแก้ไขก็จะได้ตอบสนองการทำธุรกิจของทางภาคเอกชน ซึ่งเป็นหัวจักร เป็นกลไกอันสำคัญของความอยู่ดีกินดีของประเทศ เป็นแหล่งที่มาของภาษี ที่รัฐบาลจะได้นำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นในหลักการกระผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องแก้ไขกฎหมายให้มันมีความรัดกุม แล้วก็ตอบสนองข้อท้วงติงของคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินมาตรการทางด้านการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน อันนี้ผมเห็นด้วยผมไม่มีปัญหา เกี่ยวกับสาระเนื้อหา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วก็รัฐบาลก็คือว่าการมีกฎหมายที่ดี แล้วก็แก้ไข ปรับปรุงให้มันสอดคล้องกับมาตรฐานสากลก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ที่ผมมักจะเป็นห่วงก็คือว่า คู่ขนานกันไปกับการที่จะออกกฎหมายใหม่ ๆ หรือปรับปรุงกฎหมายให้มันดีขึ้นนั้น ทางกระทรวงยุติธรรม แล้วก็รัฐบาลดำเนินการในการที่จะให้มีความพร้อมของบุคลากรของไทย ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ คงไม่ใช่จะจำกัดที่ข้าราชการของกระทรวงยุติธรรม ตำรวจก็ดี ตม. ก็ดี ศุลกากรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็บรรดาธนาคารพาณิชย์ แล้วก็พวกบริษัทที่เกี่ยวกับการเงิน ธุรกรรมทางการเงินทั้งหลายเราจะมีการดำเนินการ เพื่อให้มีความพร้อมในแง่ของความรู้ ความชาญฉลาด การรู้เห็นแล้วก็ทันโลกเกี่ยวกับ กระบวนการฟอกเงินระหว่างประเทศอย่างไร แล้วก็กระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่างไร มีการจัดผู้รู้จากภัยต่างประเทศมาเพื่อจะให้การฝึกอบรมหรือไม่ แล้วก็คู่ขนานกันไปนั้น เราจะมีการเตรียมบุคคลรุ่นใหม่ในสถาบันมหาวิทยาลัยของเราอย่างไร เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งต่อภาพลักษณ์ ภาพพจน์ หน้าตา แล้วก็ขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรื่องบุคลากรอยากจะได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าแล้วประสานงานกันอย่างไร โดยเฉพาะกับทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการที่จะติดตาม ความเคลื่อนไหวของเงินที่เข้าออกประเทศไทยที่จะมีการฟอก เพราะว่าเราก็เป็นที่เลื่องลือ ในเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ เราเป็นแหล่งที่ทำอะไรที่มันผิดกฎหมายเยอะแยะ ของการทำเอกสารปลอมแปลง การฟอกเงิน และที่สำคัญรอบ ๆ ตะเข็บชายแดน ของประเทศไทยนั้นมีแหล่งคาสิโน (Casino) บ่อนการพนันมากมาย แล้วก็มีคนไทยข้ามไป ก็แน่นอนก็คงจะเอาเงินไปฟอกด้วย แล้วก็เงินที่ฟอกแล้วก็กลับมาทำอาชญากรรมต่อไป ผมก็อยากจะฝากไว้ว่าควรจะมีการเข้มงวดของการขนเงินไปเล่นการพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ในขณะเดียวก็น่าที่จะมีการริเริ่มในการที่จะพูดจากับประเทศเพื่อนบ้าน ว่าการที่เขา มาตั้งบ่อนการพนันอยู่ที่ชายแดนมันไม่ได้เสริมสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หรือการที่จะ ร่วมกันทำมาหากินในสิ่งที่ดีงาม ประเด็นนี้ก็อยากจะฝากรัฐบาลไว้ด้วยว่าน่าจะมีการร่วมมือกัน แล้วเพื่อจะดูว่าการบริหารจัดการของแหล่งคาสิโนนั้น ไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ ทางด้านอาชญากรรมข้ามชาติ แล้วก็โดยเฉพาะกับการฟอกเงิน นอกจากนั้นแล้ว ผมก็อยากจะทราบว่าที่ผ่านมาภายใต้พระราชบัญญัติที่มีอยู่ในขณะนี้ทางกระทรวงยุติธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกับองค์การที่เหมือนกันทางด้าน การต่อต้านการฟอกเงินมากแล้วกี่ประเทศครับ เราได้มีผลงานอะไรร่วมกันบ้าง เราได้เรียน ประสบการณ์อะไรกับเขา แล้วก็ได้มีการร่วมมือในการที่จะขจัดการฟอกเงิน มีสถิติไหม ว่าอย่างไร แล้วก็มีการร่วมมือกันอย่างไรในการที่จะทำการต่อสู้กับเงินที่ไปฟอกอยู่ตามที่ ผมอยากจะเรียกว่าเกาะโจรสลัด โดยเฉพาะในแถบทะเลแคริบเบียนที่เป็นที่ตั้งของการที่เอา เงินที่ผิดกฎหมายทั้งหลายเอาไปกองกันไว้อยู่ที่นั่น ได้มีการติดตามมากน้อยแค่ไหน เงินที่มันไหลเข้าไหลออกจากประเทศไทย ซึ่งโดยรวมแล้วก็อยากจะให้มีการทำงานกันอย่างจริงจัง คือให้มีการใช้กฎหมายอย่างจริงจังแล้วก็ทำด้วยความรู้ แล้วก็ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตด้วย อันนี้มันก็ต้องคู่ขนานไปกับที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ได้เพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า จะเร่งในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชัน แล้วการฟอกเงินกับการทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นของคู่แฝดนะครับ แล้วถ้าเผื่อมันจะทำได้ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเป็นผู้นำของรัฐบาล ความเอาจริงเอาจัง แล้วก็หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ก็อยากจะขอฝากประเด็นข้อท้วงติง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ของการทำงานของรัฐบาลในการที่จะ เสริมสร้างภาพลักษณ์ ภาพพจน์ของประเทศไทยให้เป็นที่เชื่อถือในนานาประเทศนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
อันดับแรก ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ได้กรุณา นำร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จะเร็วหรือช้า ไม่เป็นประเด็นเท่ากับว่าได้เข้ามาพิจารณาหรือเปล่า
ประเด็นต่อไปก็คือว่า เราต้องทำให้เสร็จตามกำหนดเวลา ไม่ว่าเราอยากจะให้มี หรือไม่มี เพราะว่ามันเป็นผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติของประชาชนคนไทยทั้งมวลเลย เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้หลายท่านหรือบางท่านอาจจะคิดว่าเป็นการละเมิด หรือเป็นการทำตามสั่งหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ว่าสุดท้ายถ้าเราไม่ดำเนินการในขณะที่ เรายังคงต้องอยู่ในสังคมของนานาประเทศก็จะทำให้คนไทยโดยรวมเกิดปัญหา แล้วก็ จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศของเราได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้น ที่เราจะต้องเริ่มดำเนินการกันในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผมจะขออนุญาตท่านประธานพูดไป ในรายละเอียดที่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้ ก็ขออนุญาตทำความเข้าใจสักเล็กน้อย เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้ขึ้นมาชี้แจงจากการที่ท่านได้ฟังท่านอลงกรณ์ พลบุตร ขออภัยเอ่ยนามท่าน แล้วท่านก็เข้าใจว่าท่านอลงกรณ์ไปต่อว่าว่า ๒ ปีที่แล้วไม่ได้ทำอะไร ทำอะไรอยู่ แล้วท่านก็เลยบอกว่าให้ดูว่าเป็นรัฐบาลไหนอะไรก็แล้วแต่ ผมขอเรียนครับว่า ในประเด็นเรื่องนี้มันมีความเป็นมามานาน ไม่ใช่ว่าเริ่มต้นในรัฐบาลสมัยที่แล้ว ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ว่ามันมีการพัฒนาดำเนินการกันมาก่อนหน้านั้นหลายรัฐบาลแล้ว แล้วก็ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณทางสำนักงาน ปปง. นะครับ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการปัจจุบัน ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้มาตั้งแต่ท่านยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ แล้วก็เป็นรักษาการ เลขาธิการ แล้วก็ในส่วนที่เป็นฝ่ายประจำท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อมา ในทุกรัฐบาล ผมขออนุญาตเรียนว่าในสมัยที่ผมรับผิดชอบเป็นรัฐมนตรียุติธรรม แล้วก็กำกับ ดูแลสำนักงาน ปปง. ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงนั้น ผมก็ได้รับการประสานงาน แล้วก็ได้รับรายงานจากท่านเลขาธิการ ปปง. ท่านปัจจุบัน ว่าในฐานะที่ผมเข้ามารับตำแหน่งนี้ ปัญหาส่วนหนึ่งซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นควรจะต้องเร่ง ดำเนินการก็คือปัญหาเรื่องที่ทางเอฟเอทีเอฟ หรือที่เรียกกันว่าแฟตเอฟ เขาขอให้ ทางรัฐบาลไทยเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่ต้องพัฒนาไปสู่กฎหมายป้องกัน ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินผู้ก่อการร้าย มิเช่นนั้นก็จะก่อให้เกิดปัญหาอย่างที่เรา ได้ทราบ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ แต่ว่าการดำเนินการมันไม่ใช่มาถึงก็ดำเนินการได้ทันที เพราะว่า ไม่ได้มีแต่เพียงแค่ต้องออกกฎหมาย แต่ว่ามันมีมาตรการ แล้วก็แผนงานอื่นที่ต้องดำเนินการ ควบคู่กันไป ซึ่งจะต้องมีการยกร่างแผนขึ้นมาก่อน ซึ่งในการยกร่างแผนตรงนี้ ทางสำนักงาน ปปง. จะต้องดำเนินการร่วมกับคณะผู้แทนของเอฟเอทีเอฟหรือแฟตเอฟนี้ แล้วก็ได้มีการดำเนินการกันมาก่อนที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมาเป็นรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก่อนที่ผมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพียงแต่ว่าสิ่งที่ ท่านเลขาธิการ ปปง. ซึ่งขณะนั้นท่านมีตำแหน่งเป็นรักษาการ อยากจะให้ผมในฐานะ เป็นรัฐมนตรีได้ร่วมเข้ามามีบทบาท มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเหมือนกับประหนึ่งเป็นตัวแทน รัฐบาล เพื่อที่จะได้ทำให้ทางฝ่ายของแฟตเอฟเขามีความมั่นใจ แล้วมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า นโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นจะให้การสนับสนุนในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็จะเป็นประโยชน์ กับหน่วยงานต่าง ๆ ของ ปปง. ในการทำงานประสานงานกับเขาด้วย ผมจึงได้เข้าไป ทำหน้าที่ร่วมกับทางท่านเลขาธิการ ปปง. ในการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนของแฟตเอฟ ได้มีการประชุมหารือแล้วก็กำหนดแนวทาง กำหนดแผน สุดท้ายทางสำนักงาน ปปง. ก็ได้ไป ดำเนินการยกร่างแผน แล้วก็มีการทบทวนร่างกันหลายรอบ จนสุดท้ายก็ได้ฉบับที่เรียกว่า สมบูรณ์ แล้วเราก็ได้นำแผนนั้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนคณะรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบรับตามแนวทางนั้น นั่นคือ จุดเริ่มต้นครับ และหลังจากนั้นทางสำนักงาน ปปง. โดยท่านเลขาธิการก็ได้เอาจริงเอาจัง แล้วก็ไปเริ่มต้นที่จะศึกษาแนวทางที่จะเอาแผนที่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วไปดำเนินการ ในการยกร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อที่จะให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลของประเทศไทยเรา ได้ดำเนินการตามแผนตามขั้นตอนทั้งหมดเป็นการเอาจริงเอาจัง แล้วตรงจุดนี้ครับถ้าหากว่า ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาไปดูในคำแถลงของแฟตเอฟที่เขาได้ประกาศออกมาเมื่อต้นปี แล้วทำให้เรามีปัญหาในวันนี้จะเห็นได้ชัดว่าในนั้นเขาเขียนไว้ชัดว่าในรัฐบาลที่แล้วได้ให้ ความร่วมมือ แล้วก็ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็เลยเป็นประโยชน์ที่อย่างน้อยเขาก็เห็น ความร่วมมือความเอาจริงเอาจัง แต่เหตุที่เขาต้องมาประกาศวันนั้นก็เพราะว่ากระบวนการ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีในสมัยท่านอภิสิทธิ์ได้มีมติไปแล้วนั้น มันก็เกิดความล่าช้า ในการเสนอกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนั้นมันพ้นมือรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ซึ่งผมรับผิดชอบแล้ว ซึ่งผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีครับ ที่พูดนี่คือเล่าข้อเท็จจริงไม่ได้ต่อว่าครับ เพราะว่าเผอิญในช่วงเดียวกันนั้นท่านเข้ามารับตำแหน่งไม่นานก็เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ อย่างที่ท่านพูดไปเมื่อสักครู่ ก็เลยทำให้เกิดปัญหาความล่าช้านะครับ แต่ว่าในส่วนของ สำนักงาน ปปง. เท่าที่ผมทราบ เจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะท่านเลขาธิการ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ประสานงานกับหน่วยงานของต่างประเทศคือแฟตเอฟ อย่างต่อเนื่องให้เห็นถึงว่าในส่วนประจำนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นเล็กน้อยก็คือว่า ที่ผมเองก็แปลกใจ หลังจากที่สำนักงาน ปปง. ได้ยกต้นร่างของกฎหมายฉบับนี้เสร็จ ก็เกิดข้อท้วงติงจากคณะกรรมการ ปปง. แล้วก็มี การไปตั้งคณะคล้าย ๆ คณะทำงานหรืออนุกรรมการก็ไม่แน่ใจนะครับ ไปศึกษาทบทวน เนื้อหาสาระของกฎหมาย ซึ่งความจริงแล้วในส่วนผม ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องโดยตรง ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ซึ่งควรที่จะเป็นผู้ที่จะพิจารณาเนื้อหาสาระ ร่วมกับทางสำนักงาน ปปง. เพื่อที่จะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี แล้วก็ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาในวาระแรกเริ่มต้น ในวาระรับหลักการ ตรงนั้นละครับคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด กระบวนการที่ทำให้การนำเสนอกฎหมายมันยืดออกไป แล้วก็มีคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่พูดกันตรงไปตรงมาคือไม่ใช่หน้าที่ เลยทำให้กระบวนการการเสนอกฎหมายอันนี้ ของสำนักงาน ปปง. ผ่านท่านรัฐมนตรีเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเกิดความล่าช้า เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็คือข้อเท็จจริง ซึ่งผมไม่ได้ต่อว่าท่านรัฐมนตรี แต่ข้อเท็จจริงมันเป็นมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ผมถึงเรียนว่า จะเร็วจะช้าผมก็ขอขอบคุณครับที่กฎหมายนี้ท่านรัฐมนตรีได้ผลักดัน จนสามารถเอาเข้าสู่สภาได้ในวันนี้ครับ แต่สิ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่า ในเนื้อหาสาระในร่างที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกในวันนี้ มีอยู่ ๒ ฉบับ ความจริงกฎหมายที่เป็นปัญหาและควรจะต้องเร่งออกจริง ๆ เลย ก็คือฉบับเรื่องของ การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย อันนั้นที่เป็นปัญหาที่ทำให้เราเกิดปัญหา แต่ผม ไม่ได้ติดใจว่าท่านได้เสนอรวมกันมาอีกฉบับหนึ่ง คือการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินมาด้วย ซึ่งในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วย ผมพูดมานานแล้วว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายบางครั้งต้องเสนอเป็นชุดเป็นพวง ถ้าเสนอเป็นฉบับ ๆ บางครั้ง มันไม่สามารถบังคับใช้ได้เต็มตามเจตนารมณ์ เพราะว่ากฎหมายอื่นไม่ได้ปรับปรุงแก้ไข ให้สอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นวันนี้แม้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับปี ๒๕๔๒ ได้นำเสนอเข้ามาด้วย โดยที่จริง ๆ แล้ว เหมือนกฎหมายพ่วงเข้ามานะครับ ผมไม่ได้ติดใจ เพียงแต่คิดว่าในการพิจารณา ในรายละเอียดของชั้นกรรมาธิการในวาระต่อไปนั้น ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีกับท่าน เลขาธิการ ปปง. ต้องดูด้วยว่าเนื้อหาข้างในของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ให้มันส่งเสริมกันด้วย เพราะว่าแรกเริ่มเดิมทีของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มันเป็นวัตถุประสงค์เป้าหมายคนละส่วน คนละเรื่องกับการนำเสนอกฎหมายฉบับใหม่ คือพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย แต่เมื่อมันมาด้วยกัน แล้วก็จะเป็นกฎหมายซึ่งจะอยู่ในการบังคับใช้หรือความรับผิดชอบ ของสำนักงาน ปปง. เหมือนกันทั้งคู่ ผมคิดว่าจะต้องดูให้เนื้อหาสาระมันเกื้อหนุน และสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่การทำงานซึ่งกันและกัน มันก็จะเป็นประโยชน์ แก่เจ้าหน้าที่โดยรวม
เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมขออนุญาตนำเรียนว่า ในส่วนที่ผม อยากจะขอฝากไว้ครับ ท่านประธานขออนุญาตใช้เวลาสักนิดเดียวนะครับ เพราะว่า เป็นประเด็นที่สำคัญและผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการครับ ผมก็เลยขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกับท่านเลขาธิการครับว่า ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มันมีการเพิ่มกฎหมายความผิดมูลฐานขึ้นมา ๑๑-๑๒ มูลฐานท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจครับ เพราะว่าความจริงในต้นร่างสมัยก่อน ถ้าหากว่าท่านประธานจำได้เราก็อยู่ในสภากันมา ต้นร่างจริง ๆ ในอดีตก็มีการพยายามจะใส่ ความผิดมูลฐานมากกว่าที่เป็นอยู่อยู่แล้ว แต่ว่าเราก็บอกว่าเริ่มต้นเอาน้อย ๆ ก่อน แล้วเมื่อ ใช้ไป ๆ ถ้ามีเหตุผลจำเป็นค่อยปรับเพิ่ม ทีนี้ในส่วนนี้ที่ผมอยากจะฝากเรียนไปก็คือว่า มันมีบางความผิดซึ่งผมเป็นห่วงว่า มันจะจุกจิกลงไปเกินไปไหม ผมยกตัวอย่างเช่นใน (๑๘) ของมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัตินะครับท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานกรุณาดู ท่านประธานจะเห็นว่ากำหนดว่าความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ในขณะที่ใน (๑๖) ก็ดี (๑๗) ก็ดี (๑๖) เป็นเรื่องการประทุษร้ายต่อชีวิตหรือร่างกายก็กฎหมายอาญา (๑๗) เกี่ยวกับเรื่อง หน่วงเหนี่ยวกักขังก็เหมือนกับเรียกค่าไถ่ก็กฎหมายอาญา แต่ถ้าท่านประธานดูใน (๑๖) กับ (๑๗) ๒ อนุมาตรา ท่านประธานจะเห็นว่าทางต้นร่างร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล ได้กำหนดว่าเฉพาะที่เกี่ยวกับอะไร เช่น กรณีความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย ก็บอกว่าเฉพาะที่เกี่ยวกับการจัดหาผู้กระทำความผิดหรืออะไรก็ว่าต่อไป แต่ว่า ไม่ทั้งหมด ในขณะที่ (๑๗) ก็บอกว่าความผิดเกี่ยวกับการหน่วงเหนี่ยวกักขังเฉพาะกรณี เพื่อเรียกหรือรับผลประโยชน์หรือเพื่อต่อรอง แต่พอมา (๑๘) ซึ่งถ้าหากว่าท่านประธาน ซึ่งเป็นทนายความเป็นนักกฎหมายอยู่เหมือนกัน ท่านประธานจะดูว่าเห็นว่าความผิด เกี่ยวกับการลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ มันเป็น ความผิดที่เล็กน้อยกว่าความผิดใน (๑๖) (๑๗) เยอะมาก แต่ว่าใน (๑๘) ซึ่งใส่ความผิด ฐานนั้นไว้กลับไม่บอกว่าเฉพาะเรื่องไหน กลายเป็นว่าทุกประการที่เข้ามูลฐานความผิด เป็นความผิดนั้นเข้าหมดเลยครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นความผิดเบาและเล็กกว่า (๑๖) (๑๗) ตรงนี้ละครับ ที่ผมอยากจะฝากไว้เป็นประการแรกว่าต้องดูให้ดีในชั้นกรรมาธิการ มิฉะนั้นท่านประธานครับ จะทำให้เกิดการยึดทรัพย์ในกรณีนี้ทั่วประเทศไปหมดเลยครับ ความผิดฐานลักทรัพย์เวลานี้ อยู่ในศาลอาญาตั้งเท่าไร แล้วเร็ว ๆ นี้ผมยกตัวอย่างครับ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องไปเอาข้าว เห็นไหมครับที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อเอาไปเลี้ยงลูก ลักทรัพย์ ท่านประธานครับ ไม่มีข้อยกเว้น ถูกยึดทรัพย์หมดอีก อย่างนี้กลายเป็นว่าเราจะไปซ้ำเติมสังคมหรือไม่ เพราะฉะนั้นในอนุมาตรานี้ที่ผมคิดว่าน่าเป็นห่วง ฝากท่านเลขาธิการ ท่านรัฐมนตรีไปดู ในชั้นกรรมาธิการด้วยว่าจำเป็นแค่ไหน ถ้ายังมีความจำเป็นทุกอันไหม ถ้าอันที่ยังคงต้องใส่ไว้ ควรจะมีเงื่อนไขเหมือนใน (๑๖) (๑๗) หรือไม่
ส่วนอีกอันหนึ่งครับในเรื่องนี้ก็คือใน (๒๐) ความผิดเกี่ยวกับการกระทำ อันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผมจำไม่ได้ชัด แต่เท่าที่ผมจำได้เพราะผมเคยจับดูเรื่องกฎหมายฉบับนี้มา มันไม่มี ความผิดฐานนี้ครับ มันไม่มีนะครับ ท่านลองไปดูให้ดี แต่มันมีความผิดฐานปั่นหุ้นนะครับ ที่พูดง่าย ๆ ภาษาพูดก็คือปั่นหุ้น มี แต่ไม่เป็นธรรมนี่มันจะเป็นปัญหา เพราะอะไรคือไม่เป็นธรรม แบบไหนคือการไม่เป็นธรรมของการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่สิ่งที่กฎหมายหลักทรัพย์ห้ามไว้ แล้วเป็นความผิดไว้ มันไม่ใช่เรื่องของความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม แต่มันเป็นเรื่องของ การทุจริต การโกง ใช้ข้อมูลภายใน หรือเป็นลักษณะของการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เรียกว่า สร้างราคาหรือปั่นหุ้น ตรงนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าควรจะไปดูให้ละเอียด แล้วก็ปรับปรุง ในส่วนนี้
ในส่วนที่กฎหมายฉบับนี้ครับ อีกประเด็นที่ต้องขออนุญาตฝากไว้คือเรื่อง การคุ้มครองพยานที่มีการเพิ่มเติมในมาตรา ๓๗/๑ เข้ามา ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นหลักการที่ดี แต่ขอให้ไปดูเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ อย่าไปคิดว่าพยานทุกคนเป็นพยานที่มีคุณภาพที่ดีหมด อาจจะเป็นพยานเท็จได้ แต่ว่าการเป็นพยานเท็จในความผิดฐานนี้มันสร้างความเสียหาย ให้ประชาชนคนอื่นเขามากพอสมควร ขณะนี้เรากำลังสร้างมาตรการคุ้มครองพยานที่ดีครับ ท่านประธาน แต่เราก็ต้องคิดอีกมุมหนึ่งว่าถ้าพยานคนนั้นเป็นพยานที่สร้างเรื่องขึ้น ปั่นเรื่องขึ้น แต่งเรื่องขึ้น เขาควรจะมีโทษที่สูงขึ้นกว่าการเป็นพยานเท็จปกติเหมือนกับที่เราได้กำหนด ความผิดเพิ่มขึ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้ไว้แล้วในกรณีอื่น ตรงนี้ละครับที่คิดว่า ต้องมองอีกมุมหนึ่งด้วยที่ขอฝากไว้
อีกสุดท้ายในกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานกับสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ในส่วนนี้ตั้งแต่สมัยที่ผมรับหน้าที่ เป็นรัฐมนตรียุติธรรมนี่ก็ได้ประสานหารือกับท่านเลขาธิการมาตลอด เพราะว่าลำพังแต่ สำนักงานเลขาธิการ ปปง. และท่านเลขาธิการกับคณะ มีไม่พอ ไม่พูดถึงจำนวนคนนะครับ มือไม้ไปไม่ถึง กรอบกฎหมายที่ให้ไว้ก็ไม่ถึง เพราะฉะนั้นในอดีตที่ผ่านมาต้องใช้ระบบในทาง บริหารที่จะสามารถทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกับทาง ปปง. สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่ก็มีข้อขัดข้องในเชิงของอำนาจหน้าที่ก็ทำให้กล้า ๆ กลัว ๆ เพราะฉะนั้นการเพิ่มมาตรานี้มานี่ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุน เพียงแต่ว่าในการที่จะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดูให้ครบถ้วนครับ เพราะว่าผมดูในนี้เห็นว่าท่านให้เขามาสนับสนุนเรื่องของการรวบรวม พยานหลักฐาน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ควรจะต้องเพิ่มเติมไปอีกเรื่องก็คือว่าต้องให้เขาช่วยจับกุม ให้ท่านด้วยครับ เพราะถ้าหากว่าเราพบผู้กระทำความผิดที่มีความผิดมูลฐาน แม้ในส่วนที่เกี่ยวกับ ปปง. เราจะยึดทรัพย์เขา มุ่งในทรัพย์ แต่มันเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดนั้นในฐานะเราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเราอยู่ในกระทรวงยุติธรรม เหมือนกัน ควรจะต้องดำเนินการทางกฎหมายจับกุมคนเหล่านั้นด้วย ซึ่งผมคิดว่าในส่วนนี้ สำนักงาน ปปง. ไม่มีศักยภาพและไม่มีมือมีไม้หรือมีเจ้าหน้าที่พอที่จะทำในส่วนนี้ ถ้าหากว่า เราได้เขียนกฎหมายมาตรานี้เพื่อให้ ปปง. กับดีเอสไอทำงานร่วมกันแล้วอยากให้ทำ ให้ถึงที่สุด ให้เอาหลักฐานที่รวบรวมได้ ไม่ใช่เพียงแค่เอามาเป็นประโยชน์ในเรื่อง ของการยึดทรัพย์ แต่ควรเอาพยานหลักฐานเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการจับกุมดำเนินคดี คนเหล่านี้ด้วย ผมก็ขอฝากไว้ในกฎหมายฉบับนี้
สุดท้ายอีกฉบับหนึ่ง นิดเดียวท่านประธานครับ ก็คือกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ในส่วนนี้ ผมขออนุญาตเรียนครับว่าในมาตรา ๔ ที่กำหนดไว้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ก็ จะโยงมากับสิ่งที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ในกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ในมาตรา ๔ (๒) ที่ท่านบอกว่า แนวทางหนึ่งที่จะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายนี่นะครับ จะต้องดูอะไรครับ ดูว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามกฎหมายนั้นหรือไม่ เอาง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ แล้วก็ในวรรคสุดท้ายท่านบอกว่า การกำหนดรายชื่อผู้ก่อการร้ายต้องมีเหตุอันควรสงสัยว่าหากมีการสนับสนุนทางการเงิน ก็เข้าข่าย ผมเรียนท่านประธานครับว่ามองดูเผิน ๆ ไม่มีอะไร แต่สำหรับผมในฐานะ นักกฎหมายและคนที่เคยดูแลงานด้านกระบวนการยุติธรรมมา ผมคิดว่าเป็นปัญหาครับ ปัญหาก็คือว่าไม่ใช่ว่าเราเขียน ผมถึงเรียนว่าฉบับนี้กับอีกฉบับหนึ่งต้องโยงกัน แล้วการทำงานของดีเอสไอกับ ปปง. ต้องประสานงานกัน ท่านกำลังดูหลักฐานของท่าน ในเชิงที่จะดำเนินการทางทรัพย์หรือธุรกรรมทางการเงิน แต่หลักฐานที่ว่านี้คือหลักฐาน ของการกระทำความผิดกฎหมายอาญาที่สำคัญ เพราะฉะนั้นหลักฐานที่ว่านี้เมื่อท่าน เป็นถึงระดับที่ว่าอันควรเชื่อหรือว่าควรสงสัยได้ระดับที่ยึดทรัพย์เขาได้ต้องจับกุมได้ด้วย เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นในการดำเนินการในส่วนนี้อย่างน้อยท่านต้องโยงกลับไป กฎหมายฟอกเงิน ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกับท่านสามารถจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำ ความผิดฐานนี้ได้ และมันก็จะโยงมาในส่วนที่ผมอยากเรียนเป็นประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่ง คือในมาตรา ๘ ของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ท่านไปทบทวนนะครับว่า มันถูกหรือไม่ มาตรา ๘ ผู้ที่ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินตามมาตรา ๕ อาจยื่นคำร้อง เป็นหนังสือต่อสำนักงานเพื่อเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาในเรื่องดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ผมไม่พูดตรงนั้นละครับ เพราะประเด็นที่ผมจะเรียนไม่ใช่เรื่องตรงนั้น ประเด็นที่ผมจะเรียน บอกว่าคนที่อยู่ในข่ายเป็นผู้ก่อการร้ายมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อถือได้ตามมาตรา ๔ แปลว่าท่านต้องจับกุมดำเนินคดีทางอาญาด้วย แล้วท่านจะไปบอกว่าให้เขามามีโอกาส มาพิสูจน์ ขอให้ดำเนินการเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีได้อย่างไรครับ ทันทีที่เขามาติดต่อ ขอเพิกถอนชื่อเขานี่ ท่านต้องจับกุมดำเนินคดีแล้วไปพิสูจน์ในศาลครับ ท่านต้องรอ ให้ศาลพิพากษาตัดสินก่อนว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านถึงจะปล่อยทรัพย์เขาได้ เพราะมันไม่ใช่ ความผิดธรรมดาครับ มันเป็นความผิดก่อการร้ายซึ่งเป็นอันตราย และเป็นความผิดอาญา สำคัญ และเป็นความผิดอยู่ในหมวดความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในข่าย และมีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ตามที่ท่านเขียนในมาตรา ๔ ท่านให้คนเหล่านี้ มายืนต่อหน้าท่าน มาเขียนคำร้องต่อหน้าท่านว่าเขาไม่ควรอยู่ในนั้นแล้วกลับบ้านได้ ผมว่า ใช้ไม่ได้ครับพรรค์นี้ เขาจะต้องถูกจับกุมและไปพิสูจน์ในศาลครับ ไม่ใช่พิสูจน์กับ ปปง. เพราะ ปปง. มีมูลเหตุ มีหลักฐานควรสงสัยว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิดก่อการร้าย เมื่อเขา มาปรากฏตัวต่อหน้าท่าน หรือต่อดีเอสไอที่จะร่วมทำงานกับท่านในกฎหมายโน้น ท่านจะต้องจับกุมดำเนินคดีและให้เขาพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่มาพิสูจน์กับท่านว่าเขาไม่ใช่ เพราะว่าข้อหานี้มันเป็นข้อหาที่รุนแรง เพราะฉะนั้นในบทบัญญัติมาตรา ๘ เขียนในเชิง เหมือนกับว่าให้เขามาพิสูจน์กับท่าน แล้วเอาชื่อเขาออก และถ้าอย่างนั้นท่านไปตั้งว่าเขามี หลักฐานอันควรเชื่อถึงขนาดใส่ชื่อเขา แต่ว่าไม่ถึงขนาดจะจับกุมดำเนินคดี ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะถ้าหากว่าน้ำหนักหลักฐานไม่ถึงขั้นจะจับกุมดำเนินคดียึดทรัพย์เขาได้อย่างไรครับ ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เรามีอำนาจที่จะละเมิดสิทธิประชาชนได้ตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลจำเป็น แต่การละเมิดนั้นต้องมีเหตุมีผลรับรองและพอสมควรแก่เหตุ เมื่อเราเห็นว่า เขากระทำผิดฐานก่อการร้าย เราถึงยึดทรัพย์เขาได้ เพราะฉะนั้นต้องดำเนินคดีให้เขาพิสูจน์ในศาล เพราะฉะนั้นรายละเอียดตรงนี้พวกผมก็เลย ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี แล้วก็ถึงท่านเลขาธิการ เพราะว่าในขณะที่ สรุปยกร่างกฎหมายอันนี้ผมไม่ได้มีโอกาสได้ดูมาก่อน พ้นตำแหน่งมาแล้ว แต่ว่า ในชั้นกรรมาธิการผมก็มีภารกิจเยอะไม่ได้เป็น ผมถึงขออนุญาตท่านประธานพูด ณ โอกาสนี้ เพื่อฝากให้รัฐมนตรีกับท่านเลขาธิการนำประเด็นที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตไปทบทวน พิจารณาในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงโดยรวมของประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านสาธิตสุดท้ายนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต
ท่านสาธิตมีท่านวัชระประท้วงท่านสาธิตครับ นั่งก่อนได้ไหมให้ท่านสาธิตพูดจบก่อน เดี๋ยวจะให้คุณพูดคนต่อไป นั่งลงเดี๋ยวให้พูดครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงใช้เวลาไม่นานนะครับ สำหรับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ที่ต้องสนับสนุนก็เพราะว่ามันมีเหตุผลความจำเป็น เหตุผลที่สำคัญก็คือว่าเหตุผลที่ได้กำหนดไว้ ในร่างกฎหมายฉบับ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... แล้วก็กฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุผลที่ว่านอกจากนี้ยังมีความจำเป็นพิเศษอีกครับว่าในการดำเนินการ ของประเทศเรามันล่าช้า แล้วก็ถ้าเราไม่ทำเราก็ถูกขึ้นบัญชีถึงแม้ว่าอาจจะไม่เป็นบัญชีสีดำ ก็เป็นบัญชีสีเทา ซึ่งก็อาจจะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจ แล้วก็ภาคเอกชนที่เขาจะต้องไปทำธุรกรรม ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามก่อนจะเข้าไปถึงเนื้อหารายละเอียดที่ผมเรียนท่านประธาน ถึงเหตุผลแล้ว ผมอยากจะพูดถึงหลักการ ซึ่งก็ต้องฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าโดยหลักการของกฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ผู้บังคับใช้กฎหมาย หัวใจของผู้บังคับใช้กฎหมายก็คือว่าต้องมีความเป็นธรรม มีจิตวิญญาณ ในการที่จะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพราะต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นคนเก่งแค่ไหน อย่างไร ไม่สามารถที่จะเขียนตัวบทกฎหมายให้ครอบคลุมทุกประเด็น ทุกกรณี มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องใช้ดุลยพินิจครับ ซึ่งการใช้ดุลยพินิจที่ว่านี้ก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่ แล้วก็ผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีหัวใจเป็นธรรมก็จะใช้ดุลยพินิจในการที่จะตัดสินในแต่ละเรื่องได้ อย่างเป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น กรณีความผิดมูลฐานที่ได้มีการเพิ่มเติมมาในส่วนของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราจะเห็นว่ามีความผิด หลายความผิดที่เพิ่มเป็นความผิดมูลฐานซึ่งถ้าดูโดยเหตุผลจริง ๆ แล้วก็ไม่ควรเข้าความผิด มูลฐาน แต่ว่าขมวดไปด้วยเหตุผลประกอบ ยกตัวอย่างเช่น ใน (๑๘) พูดถึงความผิดเกี่ยวกับ การลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา คือถ้ามองผิวเผินการไปกำหนดมูลฐานความผิดอันนี้ก็ไม่ถึง ขนาดความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาสู่กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่ว่า มันก็มีเหตุผลประกอบในมาตรา ๔ ในเรื่องของความผิดทั้งหมดที่พูดถึงจะต้องมีลักษณะ ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของพี่น้องประชาชน ความมั่นคงในประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจการคลัง ของประเทศ อันนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับทรัพย์ใน (๑๘) แล้วจะต้องมาเข้าข้อสันนิษฐาน ตามวรรคท้ายในมาตรา ๔ ด้วย การที่จะไปวินิจฉัยว่าจะเข้าองค์ประกอบทั้งหมด แล้วก็ เป็นไปตามมาตรา ๔ วงเล็บท้ายหรือไม่ก็ต้องใช้ดุลยพินิจครับ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าผมมีข้อแนะนำ หัวใจในหลักการในการ ที่จะให้ผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นไปโดยความเป็นธรรม นั่นก็คือว่าต้องเอาการเมืองออกจาก กระทรวงยุติธรรม อันนี้เป็นหัวใจเลยครับ ถ้าเราเอาการเมืองออกจากกระบวนการยุติธรรมได้ ทุกอย่างก็จะทำให้ใช้ดุลยพินิจเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม การบังคับใช้ไปทุกฝ่าย ทุกส่วนนี่ ก็จะได้รับความเชื่อถือแล้วก็มีความเชื่อมั่น ผมเรียนว่ามีสมาชิกบางท่านได้พูดถึงเหตุการณ์ ในอดีต ซึ่งความจริงก็ไม่อยากจะพูดถึง แต่ว่าก็เรียนเพื่อเป็นข้อมูลว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ถูกใช้ เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในสมัยที่ท่านเลขาธิการ ปปง. เองก็เคยเป็นรองเลขาธิการ ปปง. ในสมัยนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่ามันถูกนำกฎหมายอย่างนี้ไปใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง อย่างแท้จริง มันก็เลยเกี่ยวกับว่าที่ผมพยายามพูดถึงหลักการของกฎหมายทุกฉบับว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นหัวใจที่ต้องใช้ดุลยพินิจอย่างเที่ยงธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นที่ผมแนะนำก็คือว่าถ้าเราสามารถเอาการเมืองออกจากกระบวนการยุติธรรมได้ ความเชื่อมั่น ความศรัทธาของพี่น้องประชาชนก็จะกลับมายังกระบวนการยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเนื้อหารายละเอียดของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ผมจะขอเข้าไปในความผิดมูลฐานใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราให้เหตุผลและความจำเป็นว่าจำเป็นจะต้องเพิ่มความผิดมูลฐานเพื่อให้เป็น มาตรฐานสากล ความจริงก็ไปดูในความผิดมูลฐานที่เป็นมาตรฐานสากลก็มีฐานความผิด ประมาณ ๒๐-๒๑ ฐานความผิด แต่ว่าการขอเพิ่มเติมมูลฐานความผิดใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่เพิ่มเติมในครั้งนี้ ก็ขอมาประมาณใกล้เคียงกันแต่ว่าอาจจะไม่ครบฐานความผิดทั้งหมด ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้ก็เป็นที่นิยมในสากล ในต่างประเทศนานาชาติเขาพูดถึงการค้ามนุษย์กัน แต่ว่าในการเพิ่มเติมในครั้งนี้ก็ไม่ได้มี การใส่ความผิดมูลฐานในเรื่องของการค้ามนุษย์เข้าไปด้วย อาจจะพูดได้ว่าของเดิมมีความผิด เกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็กและสตรี แต่ว่าความจริงแล้วความผิดเรื่องค้ามนุษย์ ผมคิดว่า ฐานความผิดน่าจะมีมากไปถึงการค้าแรงงาน ยกตัวอย่างเช่น ไปเอาเด็กที่อายุยังไม่ถึง มาขอทาน อาจจะเป็นเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ทั้งหมดก็น่าจะเป็นอยู่ในมูลฐาน ความผิดการค้ามนุษย์นะครับ รวมทั้งการลักลอบเข้าเมือง อันนี้ก็ยังไม่ได้ระบุหรือไม่ได้เพิ่ม ความผิดมูลฐานไปที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพิ่มเติมเข้ามา เท่าที่ตรวจสอบก็พบที่ใกล้เคียง ทั้ง ๒๑ มูลฐาน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่พูดถึงความผิดมูลฐานเรื่องร่ำรวย ผิดปกติ เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้สมควรอย่างยิ่ง เพราะว่าอันนี้เป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงที่สุด ที่เกาะกินในเมืองไทยเรา เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะไปใช้อำนาจทางกฎหมายที่ถูกต้อง ไปดึงเงินในระบบที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็ไปมีการฟอกเงินกันอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ไปทำธุรกิจ เราสามารถดึงเงินพวกนี้กลับมาได้ อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นประโยชน์กับประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามูลฐานความผิด ที่ไหน ๆ เพิ่มขึ้นมาแล้ว ๒-๓ ฐานความผิดนี้ก็ยังน่าจะขาดอยู่
ส่วนประเด็นในเรื่องของรายละเอียดในกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมให้ความสำคัญในเรื่อง มาตรา ๗ อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผมเห็นด้วยว่าความจริงผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่ในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เป็นหัวใจ เพราะว่าสามารถให้คุณให้โทษ แล้วก็เป็นคุณ เป็นโทษที่หนักหนาสาหัสอยู่พอสมควร ผมเข้าใจว่าเวลาผู้ที่ต้องสงสัย หรือมีเหตุสงสัย ว่ากระทำความผิดในฐานความผิดมูลฐาน เมื่อจะเข้าไปสู่การอายัดทรัพย์สิน มีความเดือดร้อน อย่างที่สุด เพราะฉะนั้นการชั่งน้ำหนักในการให้ความเป็นธรรม อันนี้ต้องมีส่วนจำเป็นอย่างยิ่ง มาตรา ๕ และมาตรา ๗ ก็คือผู้ที่มีหน้าที่รายงาน ได้รับแจ้งบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ต้องมี หน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ คือ ๑ ๒ ๓ ก็คือต้องแจ้งรายการทรัพย์สินต่าง ๆ ทีนี้มาตรา ๗ ขยายมาตรา ๕ บอกว่า ผู้ที่มีหน้าที่รายงาน ซึ่งได้ดำเนินการตามมาตรา ๕ ก็หมายความว่าเมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้วบังเอิญมันมีข้อผิดพลาด ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าสุจริต ก็ถือว่าผู้นั้นไม่ได้มีความผิด เว้นเสียแต่ว่าจะพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง ถ้าพิสูจน์อย่างนี้เจ้าหน้าที่คนนั้นก็จะมีความผิด ผมคิดว่ามันยังไม่ชัดเจนครับ แล้วก็ต้องให้น้ำหนักที่ดีว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านนี้มีความสำคัญมากในการรายงาน ข้อมูลอันนี้ละครับจะนำไปสู่การที่ผู้มีอำนาจไปดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจ หน้าที่ที่ให้ไว้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเจ้าหน้าที่ผู้นี้มีเจตนากลั่นแกล้งทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้ผมฝากคณะกรรมาธิการในวาระที่สองต้องไปตรวจสอบ แล้วก็ต้องไปแก้ไขให้ชัดเจนว่า เราจะให้ภาระพิสูจน์ตกอยู่กับใคร ถ้าเขียนเฉพาะแค่นี้การพิสูจน์นี้ผมเข้าใจว่าความจริง ควรจะให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพื่อให้มี ความชัดเจนในกฎหมาย
ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือผมอยากจะฝากว่ามาตรการคุ้มครองพยาน หรือผู้แจ้งเบาะแสในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมก็เรียนสั้น ๆ เป็นประเด็นสุดท้ายว่าผู้ที่มีหน้าที่แจ้งเบาะแส หรือเป็นพลเมืองดีที่เขาแจ้งเบาะแสเป็นหัวใจสำคัญเลยนะครับ เพราะว่าลำพังเจ้าหน้าที่เอง หรือว่าเราจะไปสืบหาข้อมูลเองเป็นเรื่องยากพอสมควรครับ แต่ว่าถ้ามีคนที่เป็นพลเมืองดี เขามาให้ข้อมูล อันนี้จะต้องคุ้มครองเขาครับ ก็เป็นเรื่องดีที่ใช้กฎหมายคุ้มครองพยานมา เพื่อจะปกป้องการทำหน้าที่พลเมืองดีของเขา แต่ว่าแค่นั้นคงยังไม่พอนะครับ คือต้องยอมรับ อย่างแท้จริงว่ากรณีเข้าโครงการคุ้มครองพยานมันมีความยุ่งยาก มันกระทบกับ ชีวิตประจำวันเขานะครับ เหมือนกับชีวิตทั้งชีวิต อนาคตทั้งอนาคตเขาหายไป แต่ว่าถ้าเทียบ ถึงความจำเป็นว่า ถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน แต่เปลี่ยนอนาคตเขาเขาอาจจะแลก เขาอาจจะยินยอม แต่ถ้ามันสามารถที่จะเขียนกฎหมายไปคุ้มครองเขาในส่วนอื่นได้ หรือว่า ป้องกันตั้งแต่ต้นว่าสิ่งที่เขามาให้ข้อมูลแจ้งเบาะแสทำอย่างไรละครับที่จะไม่ให้คนข้างนอกได้รู้ ได้ทราบว่าเขาเป็นผู้มาให้เบาะแส มาตรการเหล่านี้ต้องมีอีกหลายมาตรการที่จะคุ้มครองเขา เหมือนกับการเลือกตั้งนะครับ ทุจริต ซื้อเสียง กว่าจะได้พยานมาแต่ละคน โอ้โหทุกคนรู้หมด ว่ามีการซื้อเสียง แต่ว่าเวลาจะให้การเป็นพยานหลักฐานไม่มีใครกล้ามาครับ เพราะว่าเขา ไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของเขา ผมก็ฝากว่าในรายละเอียดในเรื่อง ของการคุ้มครองผู้ที่จะมาให้ข้อเท็จจริงจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากการเข้าโครงการ คุ้มครองพยานแล้ว ต้องมีมาตรการอย่างอื่นที่จะมาดูแลเขาด้วย
ผมก็ขอเรียนกับท่านประธานในประเด็นสุดท้ายว่าผมสนับสนุนนะครับ เห็นด้วยกับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็มีหลายเรื่องที่ผมสนับสนุน แล้วก็ลงมติให้นะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังผู้ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้านทุกเรื่องนั้นไม่จริง มีเรื่องดี ๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราสนับสนุน ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมาก ต่อไปท่านวัชระ เพชรทอง แล้วผมจะให้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านเลขาธิการ ปปง. ตอบ เราจะได้ลงมตินะครับ แต่เนื่องจากว่าเราเปิดประชุมพิเศษ เรามีกฎหมายที่สำคัญ ที่ได้ตกลงกันไว้ ก็มีร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... แล้วก็เรื่อง ที่จะต้องพิจารณาวันนี้ คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่วนวันพรุ่งนี้เราจะพูดกันถึงเรื่องร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... อันนี้ต้องขอความร่วมมือด้วยนะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง นะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตลุกขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลเสนอเข้ามา ที่จำเป็นต้องอภิปรายเพราะว่าบางประการ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกำลังจะเขียนกฎหมายซึ่งเกี่ยวพันกับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน และแม้แต่ตัวท่านประธานเองในอนาคตถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวท่านประธานหรือไม่ อย่างไร ถ้าท่านประธานสงสัยว่า จะส่งผลกระทบต่อท่านประธานหรือไม่ ท่านประธานไปดู (๑๕) เกี่ยวกับการยึดถือ ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องแสดงความกังวลเอาไว้ ท่านประธานครับ ในวิชาการเชิงลึกท่านอาจารย์ ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว และวิชาการแบบทั่วไปท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ ท่านก็ได้อภิปรายไปหมดสิ้นแล้ว ผมก็ขอ แสดงความกังวลบางประการเท่านั้นเอง กฎหมายฉบับนี้มีสั้น ๆ ๑๓ มาตรา และอย่างที่ ท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ ท่านได้อภิปรายเอาไว้ว่าแต่เดิมนั้น ปปง. ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางการเมือง ไปตรวจสอบทรัพย์สินของหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารเนชั่น ผู้บริหารไทยโพสต์ หรือแม้แต่คนรับใช้บ้านคุณแม่ถ้วน หลีกภัย ที่จังหวัดตรัง ก็ได้แต่ หวังอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าใครจะมาเป็นเลขาธิการ และผมก็ค่อนข้างจะเชื่อมั่นในตัวเลขาธิการคนใหม่นี้คือท่านที่นั่งอยู่ข้างบน ซึ่งท่านมีความรู้ ความสามารถที่เป็นได้อย่างแน่นอน กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมสงสัยและกังวลก็คือว่า ใน (๑๘) ที่ท่านเพิ่มมูลฐานความผิดเกี่ยวกับลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ถามท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าตรงนี้ สอดคล้องกับที่ต่างประเทศได้ให้เราบัญญัติไว้หรือไม่ เพราะเท่าที่ผมเปิดดูจากเอกสาร ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจกมา ปรากฏว่าในเรื่องของวิ่งราวทรัพย์ และชิงทรัพย์ไม่มี ที่ต่างประเทศไม่มีวิ่งราวทรัพย์และชิงทรัพย์ แต่ทำไมท่านถึงเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะการวิ่งราวทรัพย์อย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรานั้นจะตามไปยึดทรัพย์คนที่วิ่งราวทรัพย์ อย่างนั้นเลยหรืออย่างไร ท่านประธานครับ เพราะการที่จะกำหนดมูลฐานความผิดเพิ่มขึ้น จากแต่เดิม ๙ มูลฐานความผิด เป็น ๒๑ มูลฐานความผิด เพิ่มขึ้นมา ๑๒ มูลฐานความผิดนั้น ผมเห็นว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากและควรที่จะพิจารณาอย่างถ่องแท้ และคำบางคำก็ยอมรับว่า เป็นคำที่ใหม่ เช่นใน (๑๐) ก็บอกว่าเป็นพรรคพวกซ่องโจร คำว่าเป็นพรรคพวกซ่องโจร ผมก็ไม่ทราบว่าเราจะตีความนิยามใด พรรคพวกซ่องโจร เราจะคิดอย่างไรว่าคนคนนี้เป็นกลุ่ม เป็นบุคคล เป็นสมาชิกในพรรคพวกซ่องโจรเพราะถือว่าเป็นคำใหม่ เพราะแต่เดิมในกฎหมายอาญา ก็มีแต่คำว่าซ่องโจร อั้งยี่ เพราะฉะนั้นคำว่าพรรคพวกซ่องโจรจึงเป็นคำใหม่ที่ต้อง ขอคำตอบจากท่านเลขาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมายนี้เพื่อนสมาชิกหลายคน ก็ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้วว่า แล้วอย่างกรณีที่ร่ำรวยผิดปกติจะอยู่ในมูลฐานความผิดใด หรือจะไปดูมูลฐานความผิดเดิมที่ได้บัญญัติไว้แล้ว หรือพวกที่สู้แล้วรวยจะมีมูลฐาน ตามความผิดใด เพราะว่าการสู้แล้วรวยอย่างไม่มีเหตุผล ประชาชนสงสัย ท่านประธานครับ ในกฎหมายที่บัญญัติไว้สั้น ๆ ไม่กี่มาตรานั้นปรากฏว่ากำลังจะมี การร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนถามไปยังท่าน เลขาธิการว่าสภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอในปัจจุบันนั้นยังคงน่าเชื่อถือดีอยู่หรือ ในปีที่แล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษมาของบประมาณแผ่นดินและของบราชการลับ เป็นเงินถึง ๓๐ ล้านบาท ผมเป็นคนที่เสนอให้ตัดงบราชการลับของดีเอสไอลง ๑๐ ล้านบาท ขอตัดลง ๑๐ ล้านบาทดีเอสไอแทบจะเป็นจะตายบอกว่าจะทำงานไม่ได้ แล้วหน่วยงานนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุน มีเครื่องมือดักฟังสารพัดชนิด มีเครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มากมาย มีกระสุนนับล้านนัด มีปืนทันสมัยนานาชนิด ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่าดีเอสไอดักฟังโทรศัพท์ของท่านประธานหรือไม่ อย่างไร หรือดีเอสไอดักฟัง โทรศัพท์ของคณะรัฐมนตรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาบ้างหรือไม่ อย่างไร ผมไม่มีความเชื่อถือในดีเอสไออีกต่อไป ณ วันนี้ เพราะอะไรครับท่านประธาน การที่เราจะเขียนกฎหมายแล้วให้ดีเอสไอมาร่วมกับ ปปง. มันเหมือนกับให้เสือติดปีก สามารถบินไปได้ทั่วประเทศแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดีเอสไอมีธรรมาภิบาล ถ้าดีเอสไอ เป็นข้าราชการที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าดีเอสไอไม่ใช่หน่วยงาน ทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันกราบเรียนท่านประธานว่าดีเอสไอกลายเป็นหน่วยงานทางการเมือง ไปแล้ว รวมถึงการวินิจฉัยในคดีต่าง ๆ หรือการสั่งไม่ฟ้องในคดีต่าง ๆ ก็เป็นไปตามธง ที่กำหนดทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ดีเอสไอวันก่อนบอกว่าพูดอย่างนี้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างแน่นอน แต่มาวันนี้กลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ ท่านประธานครับ บอกว่า ไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสียแล้ว หรือแม้แต่การยุติการสั่งไม่ฟ้องในคดีภาษีหรือคดีต่าง ๆ เป็นต้น ฉะนั้นการที่จะเขียนกฎหมายโดยที่รัฐบาลเสนอมาให้ ปปง. ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือดีเอสไอมาดำเนินการนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะต้องวิตกกังวลแม้นว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ท่านจะได้ให้เกียรติ นั่งฟังการอภิปรายอยู่ในสภาตลอดเวลาก็ตาม แต่เราก็ไม่อาจที่จะค้ำประกันได้ว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั่งอยู่ในสภาตลอดเวลา ดีเอสไอจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยุติธรรม แม้แต่เก้าอี้ที่ท่านประธานนั่งปรากฏว่ามีการลากเก้าอี้ท่านประธาน ดีเอสไอกำลังจะนำเป็นคดีพิเศษ แล้วมันจะเป็นคดีพิเศษได้อย่างไร ท่านประธานครับ ลากเก้าอี้กำลังจะอนุมัติเป็นคดีพิเศษ แล้วยังมีความน่าเชื่อถืออันใดในหน่วยงานนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมกับหน่วยงานนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วย และอยากกราบเรียนท่านประธานว่านอกจากดีเอสไอจะมาร่วมกับสำนักงาน ปปง. แล้ว ผมนั้นได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการงบประมาณ ปรากฏว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมมาชี้แจงบอกว่ากำลังจะร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการจัดการกับโรงงานต่าง ๆ ท่านประธานครับ ปปง. นั่งอยู่ตรงนี้ท่านอาจจะไม่ทราบ แต่ปรากฏว่าดีเอสไอกำลังตีเมืองขึ้น ไปร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่จะจัดการโรงงาน ทั้งประเทศ ผมถามว่ามีหน้าที่อะไร กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่อะไรที่จะไปร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือเป็นไปตามใบสั่งของใคร ท่านประธานครับ นี่ ปปง. นั่งอยู่ตรงนี้ เขียนกฎหมายบอกว่าจะร่วมกับดีเอสไอ แล้วดีเอสไอ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายจ่าย งบประมาณแผ่นดิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจำเป็นต้องเอาดีเอสไอมาร่วมด้วย ผมถามว่าแล้วดีเอสไอจะมีกำลัง มีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ให้กับ ปปง. ให้กับกรมโรงงาน อุตสาหกรรมมากขนาดนั้นหรือ ท่านประธานครับ นี่คือเฉพาะเพิ่งตรวจพบว่าดีเอสไอ กำลังจะสนธิกำลังกับ ปปง. ๑ กรณี และดีเอสไอกำลังจะสนธิกำลังกับกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ๑ กรณี เราเพิ่งพิจารณางบประมาณผ่านไปได้แค่ ๒ กระทรวง ปรากฏว่า โผล่มาแล้ว ๒ หน่วยงาน และอีก ๔๐๐ กว่าหน่วยงาน ผมก็ไม่ทราบว่าดีเอสไอจะไปร่วมกับ กรมไหนอีก เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เห็นด้วยครับที่จะให้ดีเอสไอ คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาร่วมกับ ปปง. ในการดำเนินการตามนี้ จึงกราบเรียนท่านประธานได้ทราบ
ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในมาตราสุดท้าย ท่านประธานอย่าเพิ่ง กดไมค์สีแดงครับ เพราะผมมีประเด็นที่จะพูดสั้น ๆ ก็คือว่าในมาตราสุดท้ายอายุความ ท่านบอกว่าภายใน ๒ ปีนับแต่วันที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิด และรายงานให้กับเลขาธิการ ปปง. ทราบหรือภายใน ๕ ปีนับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความในทุกมูลฐานความผิดที่เขียนเอาไว้ทั้ง ๒๑ มูลฐาน ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะมีขึ้น ผมคิดว่าอายุความ แค่ ๒ ปีกับ ๕ ปีนี้น่าจะสั้นไปครับ น่าจะสั้นไปต่อมูลฐานความผิดร้ายแรงต่าง ๆ ที่ท่านได้ บัญญัติเอาไว้และกำลังจะบัญญัติขึ้น แต่ไม่นับมูลฐานความผิด วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ที่ท่านเขียนเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะจัดการกับคนที่กระทำผิด คนชั่วร้าย จริง ๆ แล้ว อายุความ ๒ ปี ๕ ปีนี้สั้นไปครับ และผมเชื่อว่าถ้าเป็นดังนี้ถ้าอายุความแค่ ๒ ปี ท่านอาจจะถูกอำนาจพิเศษทำให้คดีขาดอายุความก็ได้ เพราะฉะนั้นอายุความตรงส่วนนี้ น่าจะไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปีครับ กราบเรียนไปยังท่านเลขาธิการ ปปง. เพื่อได้โปรดพิจารณาว่า อายุความควรให้นานกว่านี้เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ และโดยสรุปในมูลฐานความผิดที่เพิ่มขึ้น ทั้ง ๑๒ มูลฐาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือมูลฐานความผิด ที่เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ผมเป็นห่วงอย่างนี้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าผมเองนั้นไม่เคยมีหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว ในตลาดหลักทรัพย์ และไม่ได้ไปเล่นหุ้นเหมือนกับที่เขาบอกว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ผมไม่มีหุ้นแต่ผมวิตกกังวลเพราะอะไรครับ เพราะเราจะมีอะไรที่บัญญัติชัดเจนว่าการกระทำ อันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเป็นอย่างไร และถามว่าแล้วอย่างซุกหุ้นอย่างนี้ จะจัดการได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่เป็นประเด็นประเด็นหนึ่งที่อยากจะ ถามท่านเลขาธิการ ปปง. นะครับ ถ้าซุกหุ้นท่านจะจัดการได้ไหม มีความผิดไหมตาม (๒๐) นี้ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าใน (๑๕) ผมอยากจะอ่านให้ ท่านประธานฟังว่าความผิดเกี่ยวกับการใช้ ยึดถือ หรือ
ท่านวัชระเกินเวลาแล้วนะครับที่เรากำหนดไว้ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ
ครับ ผมก็ขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ก็คือว่า ในความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาตินะครับท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ ควรกระทำนะครับ แต่ว่าถ้าท่านกำหนดอายุความสั้นไปปัญหาก็จะแก้ไม่จบ และผม ด้วยความเคารพท่านประธาน ซึ่งเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยรามคำแหงอย่างยิ่ง ก็ขออนุญาต ยุติการอภิปราย สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีเสร็จแล้ว เลขาธิการ ปปง. ต่อนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ด้วยความขอบคุณนะครับ ที่ท่านสมาชิกทุกท่านได้กรุณาให้การอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับในวันนี้ ซึ่งเกือบจะทุกท่านนะครับ ได้ให้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมากในการที่จะดำเนินการ ต่อไปในวาระที่สองนะครับ เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำไปพิจารณากันเพื่อให้ได้ข้อยุติให้ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ
ก็เริ่มต้นจากท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านก็ได้มีประเด็นข้อห่วงใยไว้บ้าง เรื่องความชัดเจนในเรื่องของฐานความผิด อันนี้เราก็จะนำไปพิจารณาให้ได้ข้อสรุปให้ดีที่สุด
ของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านอภิปรายเกือบจะทุกท่านได้มีข้อสังเกต และบางท่านก็มีคำถามที่ผมควรจะต้อง ตอบในนี้ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตได้เอ่ยถึงท่านที่อภิปรายด้วย ด้วยความขอบคุณนะครับ ไม่ใช่อภิปรายในเชิงที่ตำหนิอะไร เพราะว่าแต่ละท่านนั้นได้ให้ข้อสังเกตและข้อห่วงใยไว้มาก พอสมควร อย่างท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านก็ได้ให้ข้อสังเกตไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนั้น หลายเรื่อง อย่างเช่นคำนิยามว่า ผู้ก่อการร้าย ท่านก็อยากจะให้เกิดความชัดเจน อันนี้ ผมก็เห็นด้วยครับ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนในขั้นกรรมาธิการนะครับ นอกจากนั้นก็ยังจะให้ พิจารณาในส่วนของบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่จะระบุไปนั้นนะครับ จะเป็นประโยชน์อย่างไร กับการดำเนินการของทางฝ่ายรัฐของไทยเรามากน้อยแค่ไหน เพียงไร และจะไป กระทบกระเทือนต่อต่างประเทศเขาหรือไม่ อันนี้ทางกระผมขอรับไว้นะครับ
ในส่วนของท่านอลงกรณ์ พลบุตร กระผมก็ได้ตอบไปบางส่วนแล้ว แต่ท่าน ได้ฝากข้อสังเกตในเรื่องของการพิจารณา ในเรื่องขององคาพยพต่าง ๆ ในการที่จะ ดำเนินการบริหารจัดการตามร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ นั่นก็หมายถึงว่าทั้งกำลังพล และงบประมาณของ ปปง. นั้นดูแล้วไม่น่าจะมีความสมดุลนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าในการปรับปรุงกฎหมายเที่ยวนี้เรามีในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของ การปรับปรุง พัฒนาในเรื่องของบุคลากร ตลอดจนในเรื่องของค่าตอบแทนทั้งหลายทั้งปวง อยู่อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งจะต้องไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ
ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ท่านรู้สึกจะตั้งคำถามไว้ว่าผมเองจะต้องยืนยันว่า กฎหมายนี้ออกไปแล้วจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่ยืนยันท่านไม่มีความมั่นใจ ท่านก็จะ ไม่ใช้สิทธิในการโหวตในครั้งนี้ ผมขอเรียนยืนยันนะครับท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ครับว่า ทางรัฐบาลนั้นจะดำเนินการให้ได้ตามตัวบทกฎหมายที่เราได้ยกร่างขึ้นมา และเสนอ ความเห็นชอบในวันนี้นะครับ
ต่อคำห่วงใยของท่านเกียรติ สิทธีอมร การเจรจากับแฟตเอฟนั้นจะต้องให้ เป็นฝ่ายนโยบายไปร่วมเจรจาด้วย ท่านครับ ผมเห็นด้วยครับตรงนี้ ซึ่งก็จะดำเนินการ เพราะในการประชุมครั้งต่อไปนั้นซึ่งจะมีเกิดขึ้นที่กรุงปารีส อันนี้ทางตัวผมเอง ถ้ามีโอกาสอยู่ ที่จะดำเนินการนั้นก็จะไปร่วมในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ แล้วท่านฝาก ข้อห่วงใยในเรื่องของอายุความตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง อันนี้ก็คงจะต้องรับไปดำเนินการ ในชั้นกรรมาธิการนะครับ
นอกนั้นก็มีท่านเจริญ คันธวงศ์ ท่านวินัย สมพงษ์ นะครับ ท่านได้ฝาก ข้อห่วงใยไว้บ้างหลายประเด็นเหมือนกัน กระผมก็ขอรับไว้นะครับ คงจะได้นำชี้แจงนำพูดจากัน ในรายละเอียดต่อไปในชั้นกรรมาธิการนะครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านได้แจ้งว่าต้องการคำตอบในเรื่องของการบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคลและการพัฒนา ท่านก็คงหมายถึงการบริหารจัดการและการบริหาร ทรัพยากรบุคคลขององค์กร ปปง. นั่นเอง ซึ่งก็ขอเรียนว่ากระผมได้มีแผนงานในการที่จะ ปรับปรุงซึ่งได้ให้ดำเนินการไปแล้วนะครับ ได้มีคณะกรรมการขึ้นมายกร่าง ปรับปรุง ทั้งในเรื่องโครงสร้างขององค์กร ปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างบุคลากร แล้วก็ปรับปรุง ในเรื่องของระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็ขอยืนยันว่าเราจะมีการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของท่านนะครับ
ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านได้อภิปราย ในเรื่องนี้ไว้ดีมาก หลายเรื่องทีเดียวที่เป็นประโยชน์ที่ผมจะต้องนำไปปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับ ปปง. แล้วก็ขอบคุณที่ท่านได้เข้าใจในการดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงของกระทรวงยุติธรรม ส่วนในข้อฝากของท่านนั้นในทุกข้อไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดในมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการคุ้มครองพยาน ผมก็รับว่าจะไปดำเนินการในเรื่องนี้ อาจจะต้องพิจารณารายละเอียดด้วยอีกส่วนหนึ่งในชั้นกรรมาธิการนะครับ
จากนั้นก็เป็นท่านสาธิต ปิตุเตชะ ซึ่งท่านมีข้อสังเกตอีกโดยเฉพาะในเรื่องของ หลักการ ภาระพิสูจน์จะต้องอยู่กับใคร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผมยอมรับว่าเป็นเรื่อง สำคัญจริง ๆ ว่าเราจะให้ใครเป็นผู้พิสูจน์ในเรื่องนี้ อันนี้เราก็จะต้องมีการนำไปสู่ การวิพากษ์วิจารณ์ในคณะกรรมาธิการครับ ขอรับไปนะครับ แล้วก็มาตรการในการคุ้มครองพยาน โดยเฉพาะผู้แจ้งเบาะแสในทางการเงิน อันนี้เป็นหัวใจจริงครับ ท่านพูดได้ตรงประเด็นมากนะครับ ผมรับไว้ว่าจะไปกำหนดในรายละเอียดในส่วนปลีกย่อยในการปรับปรุงในเรื่องขององคาพยพ ของ ปปง. อีกส่วนหนึ่งด้วยครับ
จากนั้นก็เป็นท่านสุดท้ายครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านได้ฝากไว้ หลายประการเช่นเดียวกัน ในความห่วงใยของท่าน ท่านคงห่วงใยในเรื่องของดีเอสไอ ก็ขอเรียนว่าการใช้กฎหมายนั้นย่อมมีขอบเขตครับ แล้วต้องมีการถ่วงดุล ถ้าทำไม่ดี ทำไม่ถูก ไม่ต้อง ไม่ควรก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ขอฝากให้ท่าน ได้มีความสบายใจ
แล้วทางรัฐบาลก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้ข้ออภิปราย ให้ข้อห่วงใย ให้ข้อสังเกต ตลอดจนคำแนะนำ กระผมรับไป ดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่าน พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน เดี๋ยวให้ท่านชี้แจงก่อนได้ไหม ให้จบก่อน ใจเย็น ๆ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่จะได้รับการสนับสนุนและนำแนวทางต่าง ๆ ไปพิจารณา ในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับต่อไปนะครับ
ประการแรก ในเรื่องของความผิดมูลฐานตามที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้กรุณาให้ข้อสังเกตนั้น ผมเรียนว่าความผิดมูลฐานต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ ๑๒ มูลฐานนั้น ก็เป็นความผิดมูลฐานที่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นเพื่อรองรับกับมาตรฐานสากล สำหรับ ในบางความผิดมูลฐานที่ท่านสมาชิกบางท่านได้ให้ข้อสังเกตว่าอาจจะยังไม่มีในกฎหมายฉบับนี้ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น เรื่องของการค้ามนุษย์ก็ดี เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงก็ดี ซึ่งการค้ามนุษย์นั้นเป็นความผิดอยู่แล้วซึ่งอยู่ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ อยู่ในมาตรา ๑๔ ซึ่งกำหนดไว้อยู่แล้วว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน
สำหรับเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นก็เป็นความผิดอยู่แล้วนะครับ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานที่กำหนดไว้ในกฎหมายคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งนะครับ อื่น ๆ นั้น ในส่วนที่เพิ่มเติมนั้นก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ รองรับกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมของประเทศไทยในภาพรวมด้วย
ในประเด็นอื่นนอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องข้อห่วงใยในเรื่องของความเสี่ยง หรือการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล เรื่องนี้ผมเรียนว่าส่วนหนึ่งนั้นก็ได้ปรากฏ อยู่ในบทมาตราซึ่งอยู่ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินฉบับนี้ แต่ในบางส่วนนั้นที่ไม่ได้ระบุไว้ก็เนื่องจากว่า ในเรื่องของการประเมินความเสี่ยงก็ดี การดำเนินการเกี่ยวกับความเสี่ยงก็ดี ก็ได้มีอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๐/๑ ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) แล้วก็ได้ออกมาเป็นกฎกระทรวงแล้วครับ ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้คือกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ค้า ซึ่งในทางสากลขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เรียกว่า คัสโตเมอร์ ดิว ดิลิเจนซ์ (Customer Due Diligence) ซึ่งรัฐบาลได้ออกเป็นกฎกระทรวงลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ในปีนี้ครับ
สำหรับในเรื่องของการพิจารณาเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลความลับของลูกค้า ต่าง ๆ ก็ดีนั้น เรื่องของการเปิดเผยความลับใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับการดำเนินการ ตามกฎหมายฟอกเงินนั้นเป็นความผิด มีโทษทางอาญาอยู่ในมาตรา ๖๖ ครับ ผู้ใดที่เปิดเผย ความลับเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินมีโทษจำคุกและโทษปรับด้วย
สำหรับในเรื่องของภารกิจเพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของการที่กำหนด ให้เงินเพิ่มกับข้าราชการสำนักงาน ปปง. นั้น กระผมเรียนว่าภารกิจของสำนักงาน ปปง. ไม่ได้ดูแลในเรื่องของการปราบปราม การยึดอายัดทรัพย์สินอย่างเดียว แต่การกำกับดูแลนั้น เป็นเรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องที่ทางแฟตเอฟนั้นเห็นว่าประเทศไทยควรจะเพิ่มศักยภาพ ของบุคคล เพิ่มบุคลากรต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้ข้าราชการของสำนักงาน ปปง. นั้น สามารถปฏิบัติงานได้ การกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่ใช่ไปกำกับดูแลในเรื่องของ รายงานธุรกรรมอย่างเดียว แต่จะต้องดูไปถึงเรื่องของการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับลูกค้า การปฏิบัติต่าง ๆ อันเป็นขั้นตอนในรายละเอียดซึ่งจำเป็นจะต้องได้บุคลากร ที่มีความรู้ความชำนาญที่มาปฏิบัติงานนะครับ
ในเรื่องของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ผมเรียนว่าที่ผ่านมานั้นกฎหมายฟอกเงิน ได้กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินอยู่ในมาตรา ๖๒ ซึ่งเป็น การดำเนินคดีทางอาญา หากว่าผู้ที่มีหน้าที่รายงานคือสถาบันการเงินหรือผู้ที่ประกอบอาชีพ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะเป็นการดำเนินคดีอาญา ซึ่งในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก็เนื่องจากจะเป็นการลดภาระในกรณีที่ผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงิน เช่นในเรื่องของการรายงานธุรกรรมก็ดี หากจะต้อง ถูกดำเนินคดีอาญา เราก็จะใช้มาตรการในเรื่องของการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งจะลดภาระ กับผู้ที่ฝ่าฝืนในเรื่องของการรายงานธุรกรรมซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ
สำหรับในเรื่องของอายุความ ตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนั้น ผมเรียนว่าอายุความตามมาตรา ๖๔/๒ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องของอายุความ สำหรับที่ดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน ไม่ใช่อายุความที่จะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดมูลฐาน สืบเนื่องจากว่าความผิดในกรณีที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินนั้นเป็นความผิด ที่มีโทษปรับสถานเดียว จะมีอายุความไม่เกิน ๑ ปี เพราะฉะนั้นเมื่อตรวจพบความผิด ที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนนั้นส่วนใหญ่จะเกินระยะเวลา ๑ ปีไปแล้ว จึงทำให้สำนักงาน ปปง. ไม่สามารถดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนได้ ตรงนี้เป็นสาระสำคัญที่ทางแฟตเอฟและประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ของประเทศไทยพบว่าประเทศไทยยังไม่ได้มีการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขอายุความขยายออกไปเพื่อให้สามารถ ดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินได้
สำหรับในกรณีมาตรา ๗ นะครับ ในกรณีที่มีสมาชิกได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่อง ของการคุ้มครองผู้มีหน้าที่รายงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผู้มีหน้าที่รายงาน ไม่ใช่ข้าราชการสำนักงาน ปปง. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีหน้าที่รายงานหมายถึงสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ เพราะฉะนั้นการที่ให้เข้าให้ความร่วมมือ กับทางราชการในการปฏิบัติตามกฎหมาย หากได้กระทำโดยสุจริตนั้นก็ไม่ควรที่จะต้องรับผิด หรือถูกฟ้องร้องในการดำเนินคดี จึงได้มีบทบัญญัตินี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้ความคุ้มครองกับ ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
สำหรับมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๓ นั้น ในพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เป็นกระบวนการ ซึ่งดำเนินการในส่วนที่หลังจากที่มีการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องของการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่ต้องถูกระงับในการดำเนินการกับทรัพย์สิน สำหรับภาระหน้าที่ในการรายงานธุรกรรมนั้น ผมเรียนว่าขณะนี้สำนักงาน ปปง. ก็วิเคราะห์ รายงานธุรกรรมอยู่แล้ว แต่ที่เราได้กำหนดให้ผู้รายงานธุรกรรมส่วนหนึ่งได้ทำการวิเคราะห์ด้วย ก็เนื่องจากว่าจะทำให้เป็นการลดภาระกับสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรม เพื่อจะได้รายงานธุรกรรมสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของอายุความ ก็คืออายุความในพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... นั้นไม่ได้ระบุไว้ ก็เพราะว่าอายุความในกฎหมายฉบับนี้หากเป็นโทษทางอาญาก็มีอายุความอยู่แล้ว ในประมวลกฎหมายอาญาครับ
ประเด็นอื่น ๆ นั้นก็เป็นเรื่องของการใช้อำนาจของ ปปง. ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบัน กระผมเรียนอย่างนี้ครับในความห่วงใยในประเด็นนี้กฎหมายฟอกเงินได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมครั้งที่ ๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีคณะกรรมการธุรกรรมซึ่งจะต้องได้รับการแต่งตั้ง จากคณะกรรมการ ปปง. ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมนั้นจะมาจากคณะกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม มาจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการอัยการ โดยมีเลขาธิการ ปปง. เป็นเลขานุการคณะกรรมการธุรกรรม ขณะเดียวกันการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. หรือกรรมการธุรกรรมก็ดี จะต้องมีการรายงาน ผลการตรวจสอบธุรกรรมให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบทุก ๔ เดือน ในขณะเดียวกันหากมีการใช้อำนาจทางการเมือง เรื่องนี้มีอยู่ใน มาตรา ๖๑/๑ ขออนุญาตสรุปว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ใดใช้หรือให้กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ รองเลขาธิการ ตรวจสอบธุรกรรมทรัพย์สิน ยับยั้งธุรกรรม ยึดหรืออายัด หรือปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมิให้พยานหลักฐาน ตามสมควรเพื่อกลั่นแกล้ง หรือให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือเพื่อประโยชน์ ทางการเมืองหรือกระทำดังกล่าวโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๓๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นโทษทางอาญานะครับ
ประเด็นสุดท้ายก็คือว่าในกรณีที่ข้าราชการ ปปง. เองกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๑ ก็ได้กำหนดโทษให้ต้องรับผิดเพิ่มขึ้นอีก ๓ เท่า ผมเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมาตรการตรวจสอบหลายด้าน หลายประการจากองค์กรรอบข้างต่าง ๆ ผมให้ ความมั่นใจได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. จะปลอดจากการแทรกแซง ทางการเมืองหรือเรื่องต่าง ๆ ก็สามารถให้ความยุติธรรม หากมิได้มีการแก้ไขกฎหมาย ก็จะไม่เป็นปัญหาในการปฏิบัติ
สำหรับกรณีอื่น ๆ นั้น ในเรื่องของความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้แจ้งให้ทราบว่าได้มีการปรับปรุงในเรื่องของ โครงสร้างและบุคลากร
ประเด็นสุดท้ายเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะนี้สำนักงาน ปปง. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ กับประเทศทั้งหมด ๔๐ ประเทศไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เราสามารถปฏิบัติงานและให้ความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ได้
ท้ายที่สุดกระผมขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกนะครับ หากท่าน ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวัชระ ขอสั้น ๆ นะครับ เราจะลงมติ เราเหลือหลายฉบับอยู่ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สั้น ๆ ก็คือว่าขออนุญาต กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ที่ท่านบอกว่าดีเอสไอจะมีการตรวจสอบถ่วงดุล จะมีความยุติธรรม คือผมสงสัยครับ ท่านรัฐมนตรีที่เคารพ เพราะว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ บอกว่าแม้กระทั่งกรณีที่มี การลากเก้าอี้ประธานในที่ประชุมสภาแห่งนี้ นายธาริตบอกว่าจะนำเข้าเป็นคดีพิเศษ ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าท่านรังสิมา รอดรัศมี จะเกรงกลัวแต่ประการใด แต่สงสัยว่าทำไมกรณีแค่นี้ อย่างนี้ถึงต้องเป็นคดีพิเศษ มันพิเศษอย่างไร ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยโปรดตอบด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญครับท่าน พลตำรวจเอก ประชาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอเรียนตอบคำถามของท่านวัชระ เพชรทอง ครับ ผมยังไม่ได้ทราบข่าวนี้เลยครับ เพิ่งได้ยินจากท่านนี่ครับ
ท่านเกียรติผมว่าเราไปพูดในวาระที่สองได้ไหม ท่านติดใจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พอดีท่านเลขาธิการได้ตอบมาเมื่อครู่นี้ ก็ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน แล้วก็ในวาระที่กรรมาธิการจะไป ปรับปรุงแก้ไขจะได้ตรงกัน
ประการแรก ที่ท่านตอบว่าความผิดมูลฐานบางเรื่องมีอยู่ในกฎหมายฉบับอื่น อันนี้ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นหลายเรื่องท่านไม่ต้องแก้ ก็ท่านแก้เพื่อให้มันสอดคล้อง กับที่แฟตเอฟเรียกร้องมา ค้ามนุษย์นี่ชัด ๆ เลยที่มีอยู่ความผิดมูลฐานไม่ตรงกับที่เขาเขียนไว้ ถ้าจะปรับปรุงไม่ดีกว่าหรือครับ จะได้ไม่ต้องมีข้อโต้แย้งต้องไปอธิบาย ถูกไหมครับ อันนี้ จะได้ตรงกันนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวกรรมาธิการเวลาไปทำงานเดี๋ยวจะสับสนจากคำตอบ ของท่าน
การประเมินความเสี่ยงท่านพูดว่ามันมีอยู่แล้ว แต่ผมแย้งว่าประเด็นนี้ ไม่ควรจะเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องที่กรรมการจะออกเป็นนโยบายแต่ละครั้งแต่ละคราว เขียนให้ มันชัด จบครับ ภาคเอกชนกลัวที่สุดครับดุลยพินิจกรรมการ ถ้าเขียนให้ชัดว่าการประเมิน ความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ กฎหมายประเทศอื่นก็เขียนไว้ชัดเจนว่าจะประเมินอย่างไรก็เขียน ในกฎหมาย อย่าให้เป็นหน้าที่เรื่อง ไม่ใช่เป็นเรื่องของนโยบายของกรรมการ อันนี้จะได้ ตรงกัน
อีกประการหนึ่งท่านบอกว่าที่เพิ่มเงินมันโยงกับการเพิ่มศักยภาพซึ่งแฟตเอฟ เรียกร้อง ใช่ครับ แต่เพิ่มศักยภาพไม่เกี่ยวกับเงินนะครับ ขึ้นอยู่กับวิธีการทำงาน ถ้าแนวคิด ของท่านว่าจะเพิ่มศักยภาพคือเพิ่มเงินผมว่าเราหลงทางแล้วครับ คงไม่ใช่นะครับ
อีกประการหนึ่งกรรมการเปรียบเทียบผมไม่ได้ห่วงเรื่องว่าการมีกรรมการ เปรียบเทียบเพื่อความสะดวกในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ติดใจครับ แต่ติดใจว่ากรรมการ มี ๓ คน กรรมการมาจากไหนไม่ระบุครับ มีระบุคนเดียวครับ แล้วถ้าเกิดกรรมการ เปรียบเทียบปรับไปแล้ว แล้วไม่ดำเนินการเป็นธรรม อุทธรณ์ได้ไหม อุทธรณ์ ถ้าอุทธรณ์ เป็นกรรมการเดิมไม่ถูกต้องก็ต้องมีกรรมการอุทธรณ์ ตรงนี้จะได้คิดตรงกันนะครับ
ประการสุดท้ายเรื่องอายุความที่ท่านบอกว่าผู้ฝ่าฝืนเท่านั้น เขียนให้ชัดสิครับ เพราะที่เขียนอยู่มันไม่ชัด แล้วในร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการสนับสนุน การก่อการร้ายทางด้านการเงินก็ไม่มีในเรื่องนี้ เมื่อมันไม่มีมันตกไปขอท่านให้หลักประกันพวกเรา ว่าท่านจะนำเรื่องเหล่านี้ไปปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการ ผมขอแค่นั้น ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ ข้อสังเกตของท่านเกียรติเดี๋ยวท่านเลขาธิการ ปปง. ก็เป็นกรรมาธิการด้วย ท่านรัฐมนตรีก็จะเป็นประธานคณะกรรมาธิการด้วย เดี๋ยวท่านไปเอาข้อแนะนำของท่าน ไปพูดกันนะครับ ผมว่าการอภิปรายพอสมควรแล้วนะครับ ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ แล้วก็ตามข้อบังคับให้เจ้าของญัตติที่เสนอสรุปอีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลไม่ติดใจนะครับ เจ้าของร่าง ไม่ติดใจนะครับ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์นะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
อย่างนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติในชุดแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และฉบับที่ ๒ จะเป็นร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... จะลงทีละฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นก่อนจะลงมติรับหลักการหรือไม่ ผมจะขอ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติรับหลักการกฎหมายนะครับ ก่อนที่ จะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านที่เข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ เชิญเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ระหว่างกดปุ่มแสดงตน ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะประชาชนผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... จำนวน ๑๐๐ ท่าน ที่เข้ามาฟัง การประชุม ซึ่งกฎหมายของท่านก็จะได้พิจารณาในวาระต่อไป ซึ่งท่านรอมาประมาณครึ่งปีแล้ว เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งแจ้งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
(แทรกองค์)
ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับหรือไม่ ผู้ใดเห็นควร รับหลักการให้กดปุ่ม รับหลักการ วันนี้ผมเห็นปรองดองกันดีนะครับ ผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลครับ เห็นด้วย ๓๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยรับหลักการ ๓๖๘ ท่าน ต่อไป เชิญตั้งคณะกรรมาธิการ อาจารย์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ ๑๘๓ เห็นด้วยครับ
เพิ่มอีก ๑ ท่านนะครับ
(แทรกมติ 368)
ต่อไปครับเชิญตั้งคณะกรรมาธิการ กี่ท่านครับ ท่านประธานวิปรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลำภู เสนอตั้งกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
๓๑ ท่านนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
๓๑ ท่านนะครับ ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นสัดส่วนจะเป็นอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอคณะกรรมาธิการ ๕ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของรัฐบาล ๑. พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ๒. พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ ๓. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ๔. นายวรรณชัย บุญบำรุง ๕. นายวิทยา นีติธรรม
เชิญพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้ ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกัน ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ดังรายชื่อต่อไปนี้ ๑. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๒. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๓. นายสามารถ แก้วมีชัย ๔. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๕. พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๖. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๗. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ๘. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ๙. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ๑๐. นายนิรมิต สุจารี ๑๑. นายนิยม เวชกามา ๑๒. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๓. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๑๔. นายกมล บันไดเพชร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๘ คน ดังต่อไปนี้นะครับ ๑. นายโกวิทย์ ธารณา ๒. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๓. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๔. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๕. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๖. ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๗. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๘. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. นางสาวเรวดี รัศมิทัต ๒. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังชลและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน คือนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ๒. พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ ๓. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ๔. นายวรรณชัย บุญบำรุง ๕. นายวิทยา นีติธรรม ๖. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๗. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๘. นายสามารถ แก้วมีชัย ๙. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๑๐. พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๑๑. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๑๒. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ๑๓. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ๑๔. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ๑๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๖. นายนิยม เวชกามา ๑๗. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๘. นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ๑๙. นายกมล บันไดเพชร ๒๐. นายโกวิทย์ ธารณา ๒๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๒. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๒๓. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๔. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๒๕. ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๒๖. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๒๗. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๘. นางสาวเรวดี รัศมิทัต ๒๙. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ๓๐. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ และ ๓๑. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
เชิญท่านพิษณุแปรญัตติกี่วันครับ
๗ วันตามข้อบังคับ ท่านประธาน
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ๗ วันนะครับ ต่อไปผมจะขอลงมติในเรื่องต่อไป เป็นร่างพระราชบัญญัติ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ ขอเป็น ๑๕ วันนะครับ
๑๕ วันขัดข้องไหมท่านพิษณุ
ขอยืนยัน ๗ วันท่านประธาน
ต้องขอมตินะครับ เอา ๑๕ วันก็ได้กระมังผมว่านะ
ได้ท่านประธาน
๑๕ วันนะครับ
๑๕ วัน โอเค ครับ
แปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ ต่อไปเป็นการลงมติรับหลักการฉบับที่ ๒ นะครับ เดี๋ยวนะครับ ใช้ร่างไหนเป็นหลักครับ เชิญท่านพิษณุ ร่างรัฐบาลหรือของท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์
ขอใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักครับ ท่านประธาน
ที่ประชุม ร่างรัฐบาลเป็นหลักนะครับ จบฉบับที่ ๑ ต่อไปเป็นการลงมติในฉบับที่ ๒ นะครับ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นควรรับหลักการ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนน ได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงมีไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ ส่งผลการลงคะแนน เชิญ ขอส่งผลการลงคะแนน มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ที่ประชุมมีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่งนะครับ
ต่อไปเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญท่านพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพครับ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลำภู เสนอตั้งกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ
๓๑ ท่านนะครับ มีคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญรัฐบาล ๕ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรมนอก ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ในสัดส่วนรัฐบาล จำนวน ๕ คน คือ พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นายวรรณชัย บุญบำรุง และนายวิทยา นีติธรรม
ผมว่าน่าจะใช้ชุดเดียวกันได้ไหมครับ ไม่ต้องเสนอนะครับ ก็ใช้คณะกรรมาธิการชุดเดิมนะครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ ก็ใช้กรรมาธิการชุดเดิม แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ จบการพิจารณาในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ แล้วก็ ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลักนะครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการ ปปง. ด้วยนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ นะครับ แต่เนื่องจากมีร่างทำนองเดียวกันอีก ๓ ร่าง คือร่างของนายไพศาล บางชวด กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๔,๘๙๒ คน เป็นผู้เสนอ นะครับ แล้วก็ร่างที่ ๓ เป็นร่างของ ท่าน ส.ส. ปาริชาติ ชาลีเครือ กับคณะ ร่างที่ ๔ เป็นร่างของท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เชิญผู้แทนที่จะเสนอกฎหมาย เข้าสู่บัลลังก์เพื่อที่จะนำเสนอหลักการและเหตุผลครับ
(แทรก 4 ร่าง)
เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับ มอบหมายจากคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอนำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นกระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ในระเบียบวาระเพื่อพิจารณา พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติ ทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับไว้ในระเบียบวาระด้วยเช่นกัน ได้แก่
๑. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ที่ท่านไพศาล บางชวด กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๔,๘๙๒ คน เป็นผู้เสนอ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันได้ร้องขอต่อรัฐสภาให้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไปตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
๒. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ที่ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และ
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ
สำหรับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ นั้น มีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการคือให้มีกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน
โดยมีเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่เป็นการสมควร พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน อยู่ทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยจัดตั้ง สภาการสาธารณสุขชุมชนขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน กำหนด และควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพและควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดภัยและความเสียหายต่อสุขภาพของบุคคล และชุมชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้รับ ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชนได้มาตรฐานเป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ รวมทั้ง ผดุงไว้ซึ่งเกียรติและสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว ขอบคุณครับ
ร่างที่ ๒ เชิญท่าน ส.ส. ปาริชาติ ชาลีเครือ พร้อมคณะ เสนอหลักการและเหตุผล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ดิฉันได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุข พ.ศ. .... พร้อมกับคณะ และได้เข้าวาระในวันนี้
หลักการ การให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสาธารณสุขนั้น
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุข และควบคุม การประกอบวิชาชีพสาธารณสุขเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานและจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ เพื่อลดความเสี่ยง ในการเจ็บป่วยและการเกิดโรค ด้วยการเสริมสร้างสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค และการอนามัยสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่สมบูรณ์อย่างยั่งยืนของประชาชน โดยการจัดตั้งสภาการสาธารณสุขขึ้น เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบวิชาชีพ กำหนด มาตรฐานจริยธรรมและควบคุม กำกับดูแล และกำหนดมาตรฐานการให้บริการ ของผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุข และการควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์มิชอบ จากบุคคลซึ่งมีความรู้ไม่เพียงพอ อันจะก่อให้เกิดภัยและความเสียหายต่อสุขภาพของบุคคล และชุมชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันมีเหตุผลหลายประการที่อยากสนับสนุน เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือ
ประการแรก กฎหมายฉบับนี้มีความสอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ ส่วนที่ ๙ มาตรา ๕๑ บัญญัติรับรองสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุข และสวัสดิการจากรัฐของประชาชน ของบุคคลทั่วไป และประชาชนผู้ที่มีความยากไร้เสมอกันอย่างเหมาะสม และได้มาตรฐาน ซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีสิทธิได้รับการป้องกัน และขจัดโรคติดต่ออันตรายโดยได้รับบริการจากรัฐอย่างเหมาะสมและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทันต่อเหตุการณ์ ตลอดจนมีผู้ยากไร้มีสิทธิที่ได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการ สาธารณสุขโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประการที่ ๒ เพื่อให้สิทธิดังกล่าวของประชาชนได้รับการคุ้มครองจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ได้บัญญัติไว้ในหมวด ๕ ตามแนวนโยบายของรัฐ ส่วนที่ ๔ มาตรา ๘๐ (๒) โดยกำหนดให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มาตรฐานอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา สุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุขโดยผู้ที่มีหน้าที่ให้บริการดังกล่าว ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ประการที่ ๓ ปัจจุบันนี้จะเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการ ด้านสุขภาพ การป้องกันโรคยังไม่มีมาตรฐานวิชาชีพนี้ แล้วก็ไม่มีจริยธรรมแห่งวิชาชีพนี้ รวมถึงมาตรฐานของงานส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับของ สังคม สาธารณะ โดยให้มีการตรากฎหมายรับรองเป็นการเฉพาะ ในขณะที่บริบทและ สถานการณ์แวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ การ ปฏิรูประบบสุขภาพ และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสภาวะ โลกร้อนและการเกิดโรคที่มีความรุนแรง โรคอุบัติใหม่ ๆ โรคอุบัติซ้ำซากเช่นนี้ อย่างเช่น ปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติน้ำท่วม ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงการดิ้นรนของประชาชนเพื่อซื้อสุขภาพที่ดีในขณะที่สังคมและเศรษฐกิจเป็นลักษณะ ที่ไม่พอเพียง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสุขภาพทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผล ต่อนโยบายของรัฐในระดับประเทศจึงต้องชะลอลง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน ต่อสถานการณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ ซึ่งสถานีอนามัยปัจจุบันเป็นกลไกจัดการบริหารในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกับชุมชน ท้องถิ่นและประชาชนอย่างมากที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพมีทักษะ และองค์ความรู้เฉพาะที่สามารถป้องกันปราบปรามแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที อย่างมี มาตรฐานวิชาชีพค่ะ
อีกประการหนึ่ง ก็คือดังที่กล่าวจะเห็นว่าการสนับสนุนส่งเสริมหรือคุ้มครอง ประชาชนให้ได้รับการบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานทั่วถึงจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะเดียวกัน ผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้การกระทำ เป็นอย่างนี้ ขาดการควบคุมจนทำให้ประชาชนมีการบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐานและขาด จริยธรรมแห่งวิชาชีพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้ประกอบวิชาชีพนี้ ผู้ที่ให้บริการ สาธารณสุขทุกประเภท จึงพึงต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ รวมทั้งหมออนามัยหรือบุคลากร สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาล รพ.สต. หรือสถานี อนามัยเดิม หรือในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เอกชน รวมทั้งบุคลากรร่วม ๕๐,๐๐๐ คน และจะมีนักศึกษาที่ จะจบการศึกษาเข้าทำงานอีกเป็นแสนคน ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขเหล่านี้ได้ปฏิบัติงานโดยใช้ องค์ความรู้และศิลปะของตนเพื่อทำหน้าที่ให้แก่ประชาชนด้วยการใช้องค์ความรู้ ความสามารถให้บริการที่ได้มาจากการศึกษาเล่าเรียน จากสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่รับรอง แล้วก็ตาม ซึ่งจะเห็นได้ว่าการปฏิบัติงานเพื่อชดเชยของบุคลากรนี้ทางด้านสุขภาพอื่น ก็มีไม่เพียงพอ และยังคงเป็นปัญหาในการบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพของกระทรวง สาธารณสุข ที่ไม่สามารถกระจายผู้ประกอบวิชาชีพด้านเวชกรรม ด้านทันตกรรม ด้านการพยาบาล เภสัชกรรม และอื่น ๆ อีก ให้บริการประชาชนในชุมชนห่างไกล อาจจะ สรุปได้ว่าบุคลากรสาธารณสุขเหล่านี้เป็นผู้ปฏิบัติงานให้บริการสาธารณสุขให้กับโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสถานีอนามัย หรือศูนย์สุขภาพชุมชน ซึ่งรวมอยู่ในปัจจุบัน ถึง ๙,๘๖๔ แห่ง รวมถึงศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลจำนวน ๒๘๐ แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ๖๘ แห่ง และสถานบริการอื่น ๆ อีกมากมาย จะได้ทำการประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาตและทำหน้าที่ทดแทนพยาบาล เภสัช ถ้าหากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับการพิจารณา ได้รับการผ่านสภาผู้แทนราษฎร ก็จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากร เหล่านี้
ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะได้มีกฎหมายฉบับที่ดีสำหรับ รองรับบุคลากรดังกล่าว ดิฉันก็อยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ให้โอกาสแล้วก็สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ที่ดิฉันกับคณะได้เสนอในครั้งนี้ด้วย ขอขอบพระคุณค่ะ
ร่างที่ ๓ เชิญท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกอบด้วยนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล นายแพทย์สุรันต์ จันทร์พิทักษ์ นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม และเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีก ๒๕ ท่าน ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรด้านการสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยจัดตั้งสภาการสาธารณสุขขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบ วิชาชีพการสาธารณสุข กำหนดและควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ และควบคุม มิให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดภัย และความเสียหายต่อสุขภาพของบุคคลและชุมชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมต่อท่านประธานถึงความเป็นมา ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอสู่สภา เมื่อสักครู่ว่าโดยข้อเท็จจริงกฎหมายฉบับนี้ได้เริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ตอนที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และได้นำเสนอ พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ และจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ และได้ส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายทุกฉบับที่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ว่าในระหว่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการพิจารณานั้นปรากฏว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ได้พ้นจากภารกิจความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินจึงเป็นที่มาที่เรามีรัฐบาล ชุดใหม่ คือรัฐบาลชุดปัจจุบัน และกฎหมายฉบับนั้นหลังจากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็พิจารณาเสร็จสิ้น และได้นำกลับเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ แล้วเป็นที่มาของการนำเสนอตามขั้นตอนกระบวนการเข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ และในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ที่ยังมีภารกิจเรื่องนี้ค้างคาอยู่ กระผมจึงได้ร่วมกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีกครั้งหนึ่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรควบคู่ไปกับ ร่างของรัฐบาล แต่มีข้อท้วงติงประการเดียว ไม่ตั้งใจจะตำหนิใครละครับ เพราะว่าร่างที่ผม เสนอเข้าสู่สภานั้นเสนอก่อนรัฐบาล แต่ได้รับการบรรจุทีหลัง แต่ร่างรัฐบาลเสนอทีหลัง แต่ได้รับการบรรจุก่อน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวด้วย การเงิน นายกรัฐมนตรีต้องให้คำรับรองก่อน ปรากฏว่ากฎหมายของผมนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ให้คำรับรอง จนกระทั่งพวกเราต้องมาทวงกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นที่มา ที่นายกรัฐมนตรีได้ให้คำรับรอง แล้วส่งกลับเข้ามา แล้วก็สามารถนำเข้าสู่การพิจารณา ในวันนี้ได้ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ ๙,๗๕๐ แห่ง ซึ่งในช่วงที่กระผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีนโยบายยกระดับสถานีอนามัย ๙,๐๐๐ กว่าแห่งขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นทั้งหมดในช่วงรัฐบาลชุดที่แล้ว บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนี้ บวกกับเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในโรงพยาบาลชุมชน และเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข อยู่ในโรงพยาบาลสังกัดหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นและอื่น ๆ ปัจจุบันมีด้วยกันทั้งสิ้น ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน บวกกับอนาคตที่จะเกิดขึ้นอีกประมาณ ๑๖,๐๐๐ คน ที่รัฐบาล ชุดที่แล้วได้อนุมัติไว้ให้เพิ่มอัตราให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในระยะเวลาตามที่ กำหนด เพราะฉะนั้นจะเป็นอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าคน ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับผลพวง จากร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขฉบับนี้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงตอนที่ริเริ่มกฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีอุปสรรคมากมายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขนั้นมีอยู่ด้วยกันแล้ว ๖ วิชาชีพ นั่นก็คือวิชาชีพแพทย์ วิชาชีพพยาบาล วิชาชีพทันตกรรม วิชาชีพเภสัชกรรม วิชาชีพ เทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพกายภาพบำบัด ทั้ง ๖ วิชาชีพนี้ดูเหมือนจะไม่ถนัดใจที่จะให้ เกิดวิชาชีพใหม่ คือวิชาชีพการสาธารณสุขขึ้นมา ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเกรงว่าวิชาชีพใหม่นี้ จะไปซ้ำซ้อนกับวิชาชีพเดิม ๖ วิชาชีพที่เขามีอยู่แล้วซึ่งเขาก็มีเหตุผล แล้วก็เกรงว่าวิชาชีพใหม่ จะไปเป็นการสกัดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของกลไกอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันหรืออนาคตที่เขา จะต้องประกอบงานทางด้านการสาธารณสุขต่อไป กระผมจึงให้เป็นนโยบายตอนยกร่าง กฎหมายฉบับนี้ว่าจะต้องถือปฏิบัติอย่างน้อย ๓ ข้อ เพื่อป้องกันปัญหาไปกระทบกับวิชาชีพเดิม ที่เขามีอยู่แล้ว ๖ วิชาชีพ
หลักข้อ ๑ ก็คือว่าการยกร่างกฎหมายฉบับนี้จะต้องไม่เป็นการทับซ้อน กับวิชาชีพเดิม ๖ วิชาชีพที่เขามีอยู่แล้วเพื่อป้องกันปัญหา
ประการที่ ๒ ก็คือว่าจะต้องไม่เป็นการสกัดกั้นการเกิดวิชาชีพใหม่ที่มัน อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ด้านการแพทย์ การสาธารณสุขที่จะต้องเกิดขึ้น ในอนาคต
ประการที่ ๓ จะต้องไม่ให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ของบุคลากรอื่นที่อาจจะเกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุข เช่น อสม. การพ่นหมอกควัน กำจัดยุง การทำฟิตเนส (Fitness) การกำจัดปลวกหรืออะไรต่อมิอะไรประมาณนี้เป็นต้น
และโดยหลักการ ๓ ข้อที่กระผมให้ไว้ก็เป็นที่มาของการยกร่างกฎหมาย ของกระทรวงสาธารณสุข และนำเข้าสู่ ครม. และกลับเข้ามาสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้
กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมกับท่านประธานว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะช่วยให้วิชาชีพการสาธารณสุขของบุคลากรประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน และ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนในอนาคตนั้นปฏิบัติภารกิจ วิชาชีพนี้จะครอบคุลมงาน ๓ ด้านครับ งานด้านที่ ๑ ก็คืองานทางด้านการควบคุมโรค งานด้านที่ ๒ ก็คืองานป้องกันโรค และงาน ด้านที่ ๓ ก็คือการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งอันนี้ก็คืองานของวิชาชีพการสาธารณสุข กระผมก็หวังว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลสำคัญในการที่จะช่วยให้เกิดวิชาชีพใหม่ ที่มีกฎหมายรองรับชัดเจนที่มีเกียรติ แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอื่น ๆ ซึ่งรวมทั้ง โรงพยาบาลของหน่วยการปกครองท้องถิ่นและสังกัดอื่นใดก็ตาม นอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้ ก็จะช่วยให้มีสภาวิชาชีพเพื่อควบคุมเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีมาตรฐาน มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักของวิชาชีพและเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้รับบริการสืบไป ซึ่งพวกกระผมพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและรับหลักการในวาระที่หนึ่งครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ผมจะอนุญาตให้ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติแถลงหลักการและเหตุผล ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีประชาชนผู้มีสิทธิเสนอชื่อมาด้วย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ และข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๑๑๐ กำหนดให้ผู้แทน ของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเป็นผู้เสนอและชี้แจง ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ผู้เสนอก็ได้ส่งรายชื่อมามี ๔ ท่าน ก็คือ ท่านที่ ๑ นายไพศาล บางชวด ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุรชาติ ณ หนองคาย ท่านที่ ๓ นางทัศนีย์ บัวคำ ท่านที่ ๔ นายสมบัติ ชูเถื่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ ให้เลขาธิการจัดทำรายงาน ผลการดำเนินการร่างพระราชบัญญัตินั้นเพื่อให้สภาทราบด้วย ซึ่งรายงานผลการดำเนินการ ของร่างพระราชบัญญัติซึ่งคุณไพศาล บางชวด กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอมานั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งไปพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้กับ ท่านสมาชิกให้ทราบแล้วนะครับ เชิญตัวแทนของภาคประชาชนชี้แจงหลักการและเหตุผล ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพศาล บางชวด ร่วมกับประชาชนกว่า ๑๔,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... โดยกฎหมายฉบับนี้มีเหตุผลและความจำเป็นในการตรากฎหมายดังต่อไปนี้
เหตุผลและความจำเป็นในการตรากฎหมาย
๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการปฏิบัติงานของบุคคล ด้านสาธารณสุข
๒. ให้มีมาตรฐานและควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ
๓. จัดตั้งสภาการสาธารณสุขชุมชนขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน
๔. ควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ใดโดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่ใช่ เป็นผู้ประกอบการวิชาชีพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ การที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุข พ.ศ. .... นั้น
หลักการ
๑. มีความสอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ ส่วนที่ ๙ มาตรา ๕๑ บัญญัติรับรอง สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐของประชาชนเป็นบุคคลทั่วไป และประชาชนเป็นบุคคลผู้ยากไร้เสมอกันอย่างเหมาะสมและได้มาตรฐานซึ่งต้องเป็นไป อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย จากรัฐอย่างเหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์ ตลอดจนผู้ยากไร้มีสิทธิ ได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
๒. เพื่อให้สิทธิดังกล่าวของประชาชนได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ได้บัญญัติไว้ในหมวด ๕ แนวนโยบายแห่งรัฐ ส่วนที่ ๔ มาตรา ๘๐ (๒) โดยกำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพ ที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดส่งเสริม ให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข โดยผู้มีหน้าที่ได้รับบริการดังกล่าวซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพจริยธรรมย่อมได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคยังไม่มีมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ รวมถึงมาตรฐานของงาน ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งต้องเป็นที่ยอมรับของสังคมและสาธารณชนโดยให้มีการตรากฎหมาย รับรองเป็นการเฉพาะในขณะที่บริการและสถานการณ์แวดล้อมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบสุขภาพและการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาวะโลกร้อนและการเกิดโรคที่มีความรุนแรง โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ เช่นปัญหาเกิดภัยพิบัติจากน้ำท่วม ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการดิ้นรนของประชาชนเพื่อซื้อสุขภาพที่ดี ขณะที่สังคม และเศรษฐกิจเป็นลักษณะที่ไม่พอเพียง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ทางสุขภาพทั้งสิ้นและส่งผลต่อนโยบายของรัฐในระดับประเทศที่ต้องหยุดชะลอลง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันต่อเหตุการณ์และก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่ากัน ซึ่งสถานีอนามัยถือเป็นกลไกการจัดบริการ ในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่นและประชาชนอย่างมากที่สุด จึงจำเป็นต้องมี ผู้ประกอบการวิชาชีพที่มีทักษะองค์ความรู้เฉพาะที่สามารถจะป้องกันป้องปรามและแก้ไข สถานการณ์ได้ทันทีท่วงทีอย่างมีมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ กล่าวโดยสรุป ประเทศไทยจำต้องเร่งพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและหมออนามัยเหล่านี้ให้มีมาตรฐานวิชาชีพ และจริยธรรมแห่งวิชาชีพ พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานของงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคด้วย ในการนี้สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข พร้อมด้วยองค์กรต่าง ๆ และประชาชนขอเสียงสนับสนุน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยสนับสนุนวิชาชีพสาธารณสุขให้เกิดด้วย เพื่อผลประโยชน์ กับประชาชนและผลประโยชน์กับประเทศชาติโดยส่วนรวม ขอขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอวรงค์นะครับ หลังจากนั้นก็จะเป็นท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ เชิญครับ คุณหมอวรงค์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ก็ถึงกับวันที่เพื่อน ๆ พี่น้องชาวสาธารณสุขได้รอคอย ผมจำได้ว่าผมเป็นผู้แทนตั้งแต่สมัย ปี ๒๕๔๘ ตอนนั้นเป็นคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขของสภา มีเพื่อนพี่น้องพวกเรา ที่ทำงานในสายวิชาชีพสาธารณสุขได้เข้ามาเสนอผลักดันในการออก พ.ร.บ. วิชาชีพ สาธารณสุข ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ และตอนนั้นเองเรียนไปยังท่านประธาน แล้วก็พวกเรา ทุกคนว่าในที่ประชุมของกรรมาธิการสาธารณสุขในยุคนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของพวกเราที่อยู่ ในการทำงานที่สถานีอนามัย แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่ตกผลึกความคิดครับว่าเรารู้ว่าหลักการ ของการเป็นวิชาชีพมันคือการยกมาตรฐานของอาชีพ การยกมาตรฐานอาชีพมันไม่ยาก แต่การออกกฎเกณฑ์เพื่อคุ้มครองประชาชนมันยากกว่า คือถ้าในสายสาธารณสุข อดีตที่ผ่านมาเรามี ๖ วิชาชีพแล้ว เรามีแพทย์ เรามีพยาบาล เรามีทันตแพทย์ มีเภสัช มีเทคนิคการแพทย์ แล้วก็มีกายภาพ เราออกมาตรฐานของวิชาชีพเพื่อคุ้มครองประชาชน ในอาชีพเหล่านี้ในการปฏิบัติประกอบอาชีพได้ชัดเจน แต่เมื่อถึงของสาธารณสุขตอนนั้นก็มี การถกกันเยอะครับเพราะว่างานของสาธารณสุขเรามีอยู่ ๔ งานท่านประธาน เรามีงาน รักษาพยาบาล เรามีงานควบคุมโรค เรามีงานป้องกันโรค เรามีงานส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งงาน ตรงนี้ตอนนั้นก็มีการถกกันว่าประชาชนก็มีสิทธิที่จะส่งเสริมสุขภาพได้ ประชาชนก็มีสิทธิ ในการป้องกันโรคได้ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ตกผลึกเอาอย่างไรดี จนกระทั่งผมมาเป็น ส.ส. สมัยถัดมา ท่านประธานครับ ตอนปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ตอนนั้นท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็น นายกรัฐมนตรี ทุกคนสปอทไลท์ (Spotlight) มาที่การสาธารณสุขขั้นพื้นฐานหรือปฐมภูมิ จึงเกิดความคิด ก็ในเมื่อเราถือว่าการป้องกันโรค การควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพมันดีกว่า การรักษาพยาบาล มันก็เกิดความคิดว่าทุกคนพุ่งเป้าไปที่การสาธารณสุขขั้นพื้นฐานหรือปฐมภูมิ ตอนนั้นท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความคิดในการยกฐานะสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เมื่อมีการยกฐานะสถานีอนามัยเป็น รพ.สต. ขึ้นมา มีการดูแล อสม. อย่างจริงจัง ก็คือมีการให้ค่าตอบแทน มันจึงเกิดองค์ประกอบในการทำงาน สุขภาพเชิงรุกที่ว่าป้องกันดีกว่ารักษา เมื่อคนสนใจตรงโน้นแล้วมันก็เกิดความคิดที่ชัดเจน ขึ้นมา ก็ขณะนี้เราเดินถูกทางแล้วนี่ ก็ในเมื่อแม้แต่องค์การอนามัยโลกก็ยังบอกชัดเจนว่า การป้องกันดีกว่าการรักษาพยาบาล เราเสียงบประมาณปีหนึ่งเป็นแสนล้านบาท ในการที่ จะต้องมารักษาพยาบาลคนเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ถ้าเราป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วยมันน่าจะ ดีกว่าไม่ใช่หรือ เมื่อถึงตรงนี้แล้วองค์ประกอบในการดูแลในเชิงขั้นปฐมภูมิมันจึงครบ องค์ประกอบมากขึ้น เรามี รพ.สต. ที่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างจริงจัง เรามี อสม. ที่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างจริงจัง เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วมันก็ควรจะถึงเวลาที่จะต้องให้ พี่น้องเพื่อน ๆ ของเราที่ทำงานในระดับสาธารณสุขที่อยู่ตามอนามัยต่าง ๆ ซึ่งได้รับการดูแล มีการยกมาตรฐานวิชาชีพขึ้นมา คือผมจำได้ว่าตอนนั้นเองท่านจุรินทร์เป็นรัฐมนตรี คือ มีพวกเราที่อยู่ที่สถานีอนามัยหลายคนมาพบปะที่จะมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพียงแต่ว่าเราก็ถกกันว่าถ้าเป็น พ.ร.บ. วิชาชีพ ทุกคนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ผมขอทำความเข้าใจ กับท่านประธานนิดหนึ่งว่าวิชาชีพกับอาชีพต่างกัน คืออาชีพใครทำอะไรก็เป็นอาชีพ คนเป็นเสมียนก็เป็นอาชีพ คนเป็นช่างไม้ก็เป็นอาชีพ คนขับแท็กซี่ก็เป็นอาชีพ คนเป็นหมอ ก็ถือเป็นอาชีพ แต่ถ้าเป็นวิชาชีพปุ๊บมันมีอะไรที่เหนือกว่าอาชีพธรรมดาอยู่หน่อยหนึ่ง ตรงที่ ๑. จะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ คนจบปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต จบพยาบาลมา ถ้าไม่มีใบประกอบวิชาชีพทำงานไม่ได้ อันที่ ๒ จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า จริยธรรมของวิชาชีพ ขึ้นมา ซึ่ง ๒ สิ่งนี้ถ้าคนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องมี ๒ สิ่งนี้ ถ้าไม่มี ๒ สิ่งนี้ไม่สามารถทำในสิ่งนั้นได้ เมื่อถึงตรงนี้แล้วครับ หลังจากที่มีการพูดคุย จนกระทั่งตกผลึกความคิดว่าถึงเวลาแล้ว สังคมไทยจะต้องพุ่งเป้าไปที่ รพ.สต. และถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยกมาตรฐานของวิชาชีพ สาธารณสุขขึ้นมา จนกระทั่งเกิดความคิดในการผลักดัน พ.ร.บ. วิชาชีพสาธารณสุขขึ้นมา โดยพวกเราชาวสาธารณสุขทั้งหมด ซึ่งผมถือว่าทุกพรรคการเมืองช่วยกันครับ ไม่ใช่ว่า เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะเป็นพรรคเพื่อไทย ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพี่น้องชาวสาธารณสุขทุกคนมาช่วยกันในการผลักดันสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เพียงแต่ว่ามันเกิด การถกเถียงนิดหนึ่งว่า ก็ในเมื่อวิชาชีพนี้ดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน ดูแลเรื่อง การควบคุมโรค ดูแลเรื่องการป้องกันโรค แล้วก็ดูแลเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ และสิ่งเหล่านี้เอง เราก็ต้องการให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะดูแลตัวเองได้ด้วย แต่ถ้าสมมุติประชาชนดูแล ตัวเอง แล้วเราก็มีใบประกอบวิชาชีพบางครั้งประชาชนก็ผิด พ.ร.บ. วิชาชีพ จนกระทั่ง เราหาทางออกให้ได้ว่า ถ้าเราจะยกฐานะของสาธารณสุขขึ้นมาให้เป็นวิชาชีพขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันเราก็ส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสิ่งเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นประชาชนผิดกฎหมายนะ ในการส่งเสริมสุขภาพตัวเองในการป้องกันโรค จนกระทั่งผมดีใจนะครับที่ทีมงาน ทุก ๆ ส่วนช่วยกันคิดว่าเราจะจำกัดไว้ว่า การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค ตลอดจน การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน หรือแม้แต่การควบคุมโรคให้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการค้า ถ้าเป็น เรื่องการค้าทำไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องการค้า อย่างเช่น เราเอาประชาชนมาช่วยกันรณรงค์ ออกกำลังกายอย่างนี้ทำได้ แต่ถ้าใครมาเปิดคลินิกในสิ่งเหล่านี้เพื่อการค้าทำไม่ได้ จนกระทั่ง เป็นบทสรุปร่วมกันทุก ๆ ส่วนครับว่า ถ้าอย่างนี้แล้วในเมื่อเราตกผลึกอย่างนี้แล้วก็ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะร่วมกันผลักดัน พ.ร.บ. วิชาชีพขึ้นมา ก็คือทางด้านสาธารณสุข แล้วผมอยากจะ กราบเรียนผู้แทนภาคประชาชนนะครับว่า อย่างไรก็แล้วแต่งานของสาธารณสุขที่มันมีอยู่ ๔ งาน คืองานรักษาพยาบาล งานควบคุมโรค งานป้องกันโรค และงานส่งเสริมสุขภาพ มันค่อนข้างจะเป็นสีเทา คำว่า สีเทา มันเคลียร์ (Clear) ไม่คัท (Cut) เหมือนกับอาชีพ ทันตแพทย์ อาชีพแพทย์ อาชีพพยาบาล อย่างหมอนี่ทำคลอดมันชัดนะครับ ทำคลอด หมอผ่าตัด มันชัดครับ หมอฟันนี่ถอนฟันนี่ทำชัดว่าอันนี้คนทั่วไปทำไม่ได้ แต่การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน การส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การป้องกันโรค บางครั้งเราอุดหนุนให้คนทั่วไปทำได้ด้วย แต่เพียงแต่ว่าเราเอาเรื่องการค้าในเชิงพาณิชย์มาเป็นเส้นในการขีดแบ่งสำหรับ ผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งก็เลยอยากจะฝากผู้แทนภาคประชาชน เพราะผมเชื่อว่า อย่างน้อย พวกท่านจะต้องเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการ ๑ ใน ๓ ที่ดูแลรายละเอียดพวกนี้ อย่าให้ พ.ร.บ. วิชาชีพเป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการดูแลตัวเองทั้ง ๔ งานนี้ เพราะเราสนับสนุน อยู่แล้วว่า ๔ งานนี้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลตัวเองด้วย เพราะเราถือว่า การป้องกันดีกว่าการรักษาพยาบาล แต่สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน อยากจะฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรี เพราะบังเอิญท่านอยู่ตรงนี้ด้วย เป็นที่รับรู้ของทุกวิชาชีพอยู่แล้วว่า คนประกอบวิชาชีพเหนือกว่าอาชีพ ๒ หลัก ๒ ข้อ คือ ๑. เรื่องการควบคุมมาตรฐาน ซึ่งพวกนี้เขาต้องมีมาตรฐานครับ เพราะถ้าไม่มีมาตรฐานเป็นวิชาชีพไม่ได้ และอันที่ ๒ ก็ฝากไป ทั้งท่านรัฐมนตรีและภาคประชาชนก็คือเรื่องจริยธรรมครับ เพราะคนที่จะเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพต้องมีจริยธรรมเหนือกว่าธรรมดา แล้วก็ในเมื่อเราเรียกร้องพี่น้องชาวสาธารณสุข เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขชุมชนที่จะต้องมีการทำงานที่ต้องมีมาตรฐาน เป็นการทำงานที่จะต้องมีจริยธรรม แต่สิ่งที่ ๓ จะต้องตามมาคือต้องมีเงินค่าตอบแทนให้เขา สูงกว่าปกติ มันเป็นของคู่กันท่านประธานครับ คือเราต้องการให้เขามีมาตรฐาน ต้องการ ให้เขามีจริยธรรม แน่นอนค่าตอบแทนเขาต้องสูงขึ้น ก็เลยถือโอกาสนี้ฝากไปยัง รัฐมนตรีสาธารณสุขครับว่า ทุกอย่างถ้าเราเรียกร้องให้เขามีสิ่งที่ดีกับประชาชน ค่าตอบแทน ที่รัฐบาลจะต้องดูแลเขาก็ต้องสูงขึ้นตาม ก็เลยถือโอกาสว่าถ้ามีการผลักดัน พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขออกมาอย่างเป็นทางการแล้วนี่ เงินค่าตอบแทนวิชาชีพนี่ฝากเป็นโจทย์ ให้รัฐบาลเตรียมไว้ให้เขาด้วยครับ เพื่อให้เขาจะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีอีกหลายท่านที่จะใช้สิทธิในการออกความเห็นนะครับ ผมขอความกรุณาว่าจะให้ท่านละ ๗ นาทีนะครับ แล้วท่านจะได้อภิปรายในกำหนดเวลา ท่านละ ๗ นาที จะมีท่านเปล่งมณีต่อไปนะครับ แล้วก็มาท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ท่านสมคิด เชื้อคง อาจารย์ผุสดี ตามไท แล้วก็ท่านปวีณ แซ่จึง ตามลำดับอย่างนี้นะครับ เชิญ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ซึ่งได้มีทางรัฐบาล พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกไม่ว่าฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึงทั้งทาง ภาคประชาชนได้เสนอร่างมาหลายฉบับมาก ซึ่งเป็นความสำคัญและอยากให้กฎหมายฉบับนี้ออก เพื่อที่จะมีในการที่จะดูแลบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ซึ่งตัวดิฉันก็คิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพวกเราก็มาร่วมแรงร่วมใจกันในการที่จะผลักดันพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ให้ออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะนำไปสู่ในภาคการปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพราะว่า เราจะต้องมีมาตรฐานทางด้านวิชาชีพจริยธรรม หรือจรรยาบรรณให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ทางด้านสาธารณสุข และจะต้องต่อยอดและพัฒนาบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ชิด กับประชาชนที่จะต้องมีความรู้ความสามารถในการดูแลพี่น้องประชาชนด้านสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนยากคนจน และอยู่ห่างไกลจากความเจริญ ซึ่งทางวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ตามร่างพระราชบัญญัติก็มีทางท่านผู้เสนอร่างได้พูดไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องจะต้องมีการดูแล ป้องกัน ควบคุม รักษาโรค ตรวจวินิจฉัย บำบัด รักษา ส่งเสริม หลายสิ่งหลายอย่างใช้ศาสตร์ ทางด้านการแพทย์และศาสตร์ทางด้านวิชาสาธารณสุขในการที่จะดูแลสุขภาพร่างกาย พี่น้องประชาชน งานบริการสาธารณสุขในระดับชุมชน ซึ่งตอนนี้มีโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. มาทดแทนสถานีอนามัย หรือสถานบริการทางด้านสาธารณสุข ดิฉันเห็นของบประมาณมาเยอะแยะ แล้วก็มีทั่วทุกตำบลทั่วประเทศ ตอนนี้พวกเรา มาให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องความรู้ ความสามารถของบุคลากรทางสาธารณสุข ซึ่งเราต้อง มาให้ความรู้ แล้วมีการฝึกอบรม ฝึกฝนให้บุคลากรได้ศึกษาในสถานที่ที่มีสถาบันการศึกษา ที่มีมาตรฐาน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุม คุ้มครอง และดูแลบุคลากรทางด้านนี้ ซึ่งแต่เดิมอยู่ในการดูแลของท่านสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งยังไม่มีกฎหมายรองรับในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้วเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ยกระดับ วิชาชีพที่มีสภาวิชาชีพขึ้นมากำกับดูแล แล้วก็จะมีค่าตอบแทนในค่าวิชาชีพเช่นเดียวกับหมอ เภสัชกร และพยาบาล ซึ่งจะเป็นขวัญและกำลังใจอย่างดียิ่งให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ สิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันขอฝากว่า เมื่อมีการยกระดับให้การบริการทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก็อยากให้มีการบริการให้มากยิ่งขึ้น ดิฉันอยากฝากผู้ป่วยเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดัน หรือโรควัณโรคต่าง ๆ ซึ่งต้องพบหมอบ่อย ๆ ทุก ๆ เดือน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการที่จะเดินทางมาหาหมอ ก็อยากจะฝากส่วนนี้ให้ช่วยบริการ ให้กับพี่น้องประชาชนส่วนมากซึ่งเป็นผู้สูงอายุทั้งนั้นที่จะเป็นโรคนี้ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความจริงใจต่อพี่น้องประชาชน ทางด้านสุขภาพ เดิมมี ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แล้วก็พี่น้องประชาชนก็ภูมิอกภูมิใจ ดีใจ ที่ได้มีการช่วยเหลือ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แล้วนะคะ อีกส่วนหนึ่งก็อยากจะให้หันมาพัฒนา บุคลากรเกี่ยวกับเรื่องทางด้านสาธารณสุข ในการที่จะให้บริการสาธารณสุขให้ได้รับ การยอมรับจากประชาชน มีมาตรฐานที่ดีต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องถิ่นชนบท ซึ่งปัจจุบันบริการได้แค่การรักษาพยาบาลเบื้องต้น แต่อนาคตเชื่อว่าเราจะเพิ่มศักยภาพ ให้กับบุคลากรเหล่านี้ให้มีความสามารถในการรักษาพยาบาลได้ในระดับก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์นะคะ แล้วก็ ไม่มีโรคเบียดเบียน ก็เชื่อว่าสุขภาพพลานามัยของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นในอนาคต ในวาระแรกนี้ดิฉันได้เวลาแค่ ๗ นาทีก็ขอตัดย่อนะคะ แล้วอยากขอสนับสนุน ในร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านพยาบาลอุดมลักษณ์ ต่อไปก็เป็นหมออยู่ด้านหลังท่านพยาบาลอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อย่างที่ท่านประธานได้กล่าวนะคะว่าดิฉันเองเป็นพยาบาล ซึ่งถือว่า เป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพอีกคนหนึ่งที่อยากจะเสนอเพื่อที่จะได้ช่วยกันสนับสนุนวิชาชีพ การสาธารณสุข ซึ่งถือว่าเป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพอีกวิชาหนึ่งที่ไม่ได้รับการรองรับในวิชาชีพ ดิฉันเองก็ได้ดูพัฒนาการของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งพวกเราจะเรียกกันติดปากว่า หมออนามัย แล้วชาวบ้านก็จะรักแล้วก็ให้ความสนิทสนม ให้การดูแลชาวบ้านอย่างใกล้ชิด แล้วถือว่าเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพที่ไม่มีกฎหมายวิชาชีพรองรับนะคะ ถ้าเป็นอย่างทางด้าน การแพทย์ก็จะมีวิชาชีพแพทย์รองรับ วิชาชีพพยาบาล อย่างดิฉันเป็นพยาบาล ก็มีวิชาชีพพยาบาลรองรับ ก็สามารถที่จะประกอบวิชาชีพโดยที่ว่ามีหลักประกัน มีกฎหมาย รองรับ วิชาชีพการสาธารณสุขเป็นวิชาชีพที่น่าเห็นใจนะคะ เพราะว่าเป็นวิชาชีพ ที่ดำเนินการมาเกือบจะ ๑๐๐ ปีอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้รับการดูแลให้เกิดมีวิทยฐานะของวิชาชีพ รองรับ ดิฉันเองก็ได้รับการร้องขอจากหมออนามัย อย่างที่ดิฉันได้กล่าวนะคะว่าเขาบอกว่า ตัวเขาเองเป็นหมออนามัย แต่ว่าเขาทำปฏิบัติการเกี่ยวกับชีวิตของพี่น้องประชาชนที่จะต้อง อาศัยความรู้ที่เรียนมาหลายวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์เขาก็สามารถที่จะ ตรวจรักษาคนไข้ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพอื่น ๆ นอกจากนี้ทำงานหนักเพราะว่า อาจจะต้องอยู่เวรอยู่ยามตลอด ๒๔ ชั่วโมง เนื่องจากว่าอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลนะคะ แต่ก่อนนี้เราจะเรียกหมออนามัย แล้วก็อยู่ห่างไกล แต่ก่อนเป็นอนามัย ตอนนี้เป็นที่ที่เราได้ เปลี่ยนชื่อมาในช่วงสมัยของรัฐบาลที่แล้วก็คือเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เขาก็เรียก คุณหมออยู่นะคะ แต่ว่าเป็นหมออนามัยที่ว่าเปลี่ยนเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ที่ไม่ได้รับการรองรับเกี่ยวกับวิชาชีพ อันนี้ดิฉันเองในฐานะที่ว่าเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องนะคะ เนื่องจากว่าเราอยู่ในสายงานเดียวกัน แล้วก็มีความเห็นใจซึ่งกันและกันนะคะ ซึ่งท่านก็จะได้ เห็นจากวิชาชีพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากแพทย์ที่มีการพูดถึงวิชาชีพนี้ว่าเราเห็นใจพวกวิชาชีพ ที่ว่าทำให้กับชาวบ้านมาตลอดแต่ว่าไม่ได้รับการรองรับวิชาชีพ ก็จะทำให้วันนี้เป็นวันที่ รอคอยมานานแสนนาน ก็จะได้รับการรองรับจากสมาชิกทุกท่าน ดิฉันเชื่อว่าหลายวิชาชีพที่ได้คลุกคลีอยู่กับชาวบ้านนะคะ ท่านจะเห็นว่าความสำคัญ ของอาชีพทางด้านสาธารณสุขมันจะเชื่อมโยงกัน ไม่ว่าอะไรก็ตามก็จะไปหาที่อนามัย ไปหาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ แล้วก็จะต้องอาศัยคุณหมออนามัยนี่ล่ะค่ะเป็นตัวเชื่อม ทางรัฐบาลกับพี่น้องประชาชนโดยตรง ดิฉันก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกให้ช่วยกันสนับสนุน เพื่อที่จะให้เกิดวิชาชีพการสาธารณสุขขึ้นมาอย่างเป็นธรรม อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดิฉัน ก็รอคอยความหวังมากับหมออนามัยเช่นกันนะคะ แล้วดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขท่านก็ได้เห็นความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลที่แล้ว ที่จริงก็ได้ให้ความสำคัญเช่นกันเหมือนกัน แต่ว่าเนื่องจากว่าเราอาจจะมีกฎหมาย หลาย ๆ กฎหมายที่ยังรอคอยในเรื่องที่จะเอาเข้ามาสภาเพื่อพิจารณาก็จะทำให้วิชาชีพ การสาธารณสุขอาจจะเข้ามาช้าไปหน่อย แต่ว่าก็ยังได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นมาเพื่อที่จะ ถือว่าเป็นกฎหมายเร่งด่วนที่จะได้รองรับวิชาชีพนี้นะคะ อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้ที่ ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขรอคอยมาถึง ๙๐ ปีมาแล้วนะคะ อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้ มีกำลังใจในการที่จะทำงานเพื่อที่จะบริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามชนบท แล้วก็ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกำลังใจที่จะทำให้เขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากว่า จะดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ แล้ว ก็ยังเป็นกำลังสำคัญให้กับทางรัฐบาลที่จะได้ช่วย พี่น้องประชาชนในเรื่องของที่จะไม่เป็นโรคต่าง ๆ ที่หนัก เพราะว่าเรามีการป้องกัน มีการส่งเสริมสุขภาพ แล้วก็อะไรอีกหลายอย่าง ดิฉันก็ดีใจกับวิชาชีพการสาธารณสุขที่จะ ได้รับการรับรองจากสภา และออกเป็นกฎหมายเพื่อที่จะให้วิชาชีพนี้ทำคุณประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคต แล้วก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเพื่อจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งนำเสนอโดย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้นำเสนอในนามของคณะรัฐมนตรี ขอบคุณภาคประชาชน ท่านนายกสมาคม วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนที่ได้นำเสนอในนามของภาคประชาชน ท่านสมาชิกอีก ๒ ท่าน ที่ได้นำเสนอกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อย จริง ๆ เตรียมไว้ที่จะให้ข้อมูล กับสภาเยอะพอสมควรแต่ว่ามีเวลาน้อย ผมจะเริ่มจากบทสรุปที่ผมเขียนเลย เห็นควรอย่างยิ่ง ที่จะรับหลักการกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับรวมกัน เพราะว่าเนื้อหาสาระโดยหลักการแล้วก็เหตุผล ใกล้เคียงกัน สารบัญญัติไม่ได้แตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างของตัวสารบัญญัติ แต่สิ่งที่สำคัญ ที่ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ร่างที่เป็นหลักก็คงเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี เหตุผลที่ให้เป็น ข้อสังเกตนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ชื่อร่าง สังเกตร่างของคณะรัฐมนตรีจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... มีข้อต่างกันนะครับ ร่างของภาคประชาชน และเพื่อนสมาชิกจะเป็นชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... นัยตรงนี้ มีความหมายพอสมควรนะครับ ผมไม่มีเวลาที่จะให้ข้อมูลตรงนี้มาก ก็คงไปพูดในชั้น กรรมาธิการ ฝากกรรมาธิการในประเด็นนี้นะครับว่าทำไมต้องเป็นวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน ทำไมไม่ใช่วิชาชีพการสาธารณสุข
ประเด็นที่ ๒ คำนิยามที่เขียนออกมาโดยเฉพาะคำนิยามของ ร่างคณะรัฐมนตรีที่ให้คำนิยามเรื่องของการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เขียนไว้ ค่อนข้างชัดเจน ๔ หัวข้อ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะก็คือว่า การแยกหัวข้ออย่างนี้อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและตีความหมายผิดได้ เพราะฉะนั้น ใน (๓) (๔) ถ้าตามร่างว่าด้วยการตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษาเบื้องต้นกับการประเมิน อาการการเจ็บป่วยใน (๔) ถ้าเป็นไปได้น่าจะเป็นบทขยายใน (๑) เพราะเป็นภาพรวม ประเด็นนี้ฝากเป็นข้อสังเกต
สิ่งที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะให้โอกาสกับพี่น้องที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ มิตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูโรค มีโอกาสทำหน้าที่ภายใต้มาตรฐาน และจริยธรรมที่ทุกท่านได้นำเสนอไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องตั้งข้อสังเกต ความคาดหวัง เมื่อได้รับใบประกอบวิชาชีพแล้วความเห็นของผมในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นท่านย่อมมีสิทธิ ที่จะประกอบวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐหรือแม้ในส่วนที่เป็นส่วนตัว ตรงนี้เอง ก็เข้าไปดูกันว่าจะมีข้อจำกัดอย่างไร เพราะฟังจากเพื่อนสมาชิกอภิปรายหลายท่านเห็นว่า ไม่น่าจะมีโอกาส ในฐานะที่ท่านได้ไปประกอบวิชาชีพแล้ว สภาวิชาชีพรับรองควบคุมท่านอยู่แล้ว ท่านก็น่าจะมีโอกาสในประเด็นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องนำเรียนสำหรับ เรื่องกฎหมายฉบับนี้มีที่มาที่ไปพอสมควร ๔ ฉบับ โดยฉบับของพี่น้องประชาชน ๑๔,๘๙๒ คนที่เข้าชื่อ ต้องกราบเรียนว่าเป็นต้นเหตุเป็นมูลเหตุให้มีกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา อย่างจริง ๆ ต้องกราบขอบพระคุณที่พี่น้องพวกเราช่วยกันต่อสู้จนมีร่างกฎหมายนี้เสนอเข้าสู่สภา บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ และต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะรัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เสนอต่อรัฐสภาให้มีมติพิจารณาต่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ไม่เช่นนั้นร่างนี้ก็ตกไปเพราะหมดสมัยของการประชุม หรือหมดสมัยของสภาไป ในการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่เห็นว่าร่างนี้มีความจำเป็นมีการสานต่อ ต่อเนื่อง จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์มีมติจาก ครม. โดยความเห็นชอบของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ว่าเห็นควรอย่างยิ่งจะต้องพิจารณาต่อในสมัยนี้ ก็เสนอคำยืนยันมาที่รัฐสภา รัฐสภามีมติยืนยันที่จะพิจารณาต่อเป็น ๑ ใน ๒๔ ฉบับ เป็นกฎหมายที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ตรงนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ความจริงใจที่อยากจะให้สังคมเราให้โอกาสกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนเอง ผู้คนที่ได้รับผลของการมีมาตรฐานในการรักษาพยาบาล คุ้มครองเขาฐานะที่เขาเป็นคนดูแลตามกฎหมาย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว ผมคิดว่า ตรงนี้เองเป็นความจริงใจ แล้วที่สำคัญยิ่งผมกราบเรียนในฐานะที่ผมเป็นวิปรัฐบาล ช่วงเวลา ที่เราขยายสมัยประชุมออกมาวัตถุประสงค์หนึ่งเราต้องการจะนำกฎหมายที่มีความสำคัญ ของภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณา วันนี้คือข้อพิสูจน์ว่าเราทำอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้เพียงแต่ บอกว่าขยายเวลาจะไปทำอย่างอื่นนะครับ กฎหมายที่มีความสำคัญก็เอาเข้ามา ตรงนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่จะให้ โอกาสกับผู้ที่ทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนโดยประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้มีสถานะมีกฎหมายรองรับรับรองเขาเป็นวิชาชีพ โดยมีสภาวิชาชีพเป็นผู้ควบคุมกำกับ เดิมเขาเองเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพ ภายใต้กฎหมายประกอบวิชาชีพเวชกรรม ภายใต้การควบคุมกำกับของแพทย์ หรือนายแพทย์สาธารณสุขกระทำเยี่ยงนี้มาตลอดนะครับ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ยิ่ง ก็คือมีสภาวิชาชีพแล้วนอกจากจะคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ที่ไปรับการรักษาพยาบาล หรือเป็นผู้ที่ได้รับการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยเฉพาะมิติการส่งเสริมและป้องกันโรค สุขาภิบาล อนามัย สิ่งแวดล้อมนี่เป็นปัจจัยหลัก เป็นหัวข้อหลักที่จะทำให้กฎหมายวิชาชีพนี้ ประสบผลสำเร็จ เขาได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานที่สภาวิชาชีพจะกำหนดขึ้นมา และที่สำคัญผู้ประกอบวิชาชีพก็ได้รับการกำกับดูแลควบคุมการประกอบวิชาชีพ สิ่งที่หลายท่านเป็นห่วงว่ามีกฎหมายฉบับนี้จะไปกีดกันการทำหน้าที่ของบุคลากรฝ่ายอื่น หรือไม่ เรามีสารบัญญัติครับ เรามีบทบัญญัติที่มีข้อเว้นและข้ออนุญาตเอาไว้ ผมยกตัวอย่าง พี่น้อง อสม. หลายร่างมีปรากฏอยู่ แต่หลายร่างไม่มี ร่างรัฐบาลไม่มีนะครับ ผมเองก็เสนอ ท่านประธานไว้ตรงนี้ก่อน ขออนุญาตนิดเดียวครับว่าถ้าเป็นไปได้ก็เขียนไว้ในตัวบทว่า จะอนุญาตให้พี่น้อง อสม. ทำหน้าที่ในเรื่องของการดูแลสุขภาพในมิติของการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคได้อย่างไร เดิมเขาไปอาศัยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม มาตรา ๒๖ (๔) อนุญาตให้เขาทำตามประกาศของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นไปทำหน้าที่ได้ ภายใต้การกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้เองครับผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็ให้กำลังใจผู้คนที่อยู่ในวงการสาธารณสุขที่เรียกร้องสิ่งเหล่านี้มานาน เรายังมีเวลา ในชั้นกรรมาธิการนะครับ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับท่าน ที่จะเป็นประโยชน์ กับการประกอบวิชาชีพจริง ๆ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการยินดีที่จะรับฟัง ยินดีที่จะไปปรับแก้ ยินดีที่จะแก้ไขกฎหมายให้สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อที่จะให้เป็นพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน หรือพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขของท่านให้ได้ประโยชน์ ทุกฝ่าย ท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยสรุปเห็นว่าควรจะรับทั้ง ๔ ร่าง และใช้ร่าง ของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักเพื่อที่จะได้นำมาสู่กระบวนการของการพิจารณาที่สมบูรณ์ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ถือว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์ โดยตรงต่อพี่น้องประชาชนวันนี้ ผมถือว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในความเห็นของกระผมวันนี้เรามีทัพหน้าที่ทำหน้าที่ดูแล พี่น้องประชาชนอยู่ ๒ ทัพ ทัพแรกเป็นทัพหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนในการเสริมสร้าง ปัญญา นั่นคือครู อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าครูมีใบประกอบวิชาชีพมา ค่อนข้างยาวนาน ในขณะเดียวกันเราก็มีทัพหน้าอีกทัพหนึ่งคือทำหน้าที่ในการดูแลรักษาสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน ทัพหน้าทัพนี้ถูกละเลยมาโดยระยะเวลาอันยาวนาน นั่นคือ เพื่อนพ้องน้องพี่ของพวกเราที่ทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพ นั่นคือบุคลากรด้านสาธารณสุข วันนี้จึงเป็นวันที่มีความสำคัญที่สภาแห่งนี้ได้หยิบยกเอาวิชาชีพของบุคลากรเหล่านั้น มาพูดคุยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาของเราวันนี้มีร่างสำคัญ ๔ ร่าง ซึ่งสมควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องบันทึกไว้ นั่นคือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งเสนอ โดยคณะรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ซึ่งเสนอ โดยประชาชน โดยท่านไพศาล บางชวด ซึ่งมีพี่น้องประชาชนมากกว่า ๑๔,๘๙๒ คน เป็นผู้เสนอ ร่างที่ ๓ คือร่างโดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ และคณะ ที่ว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... และร่างที่ ๔ เป็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยอดีตท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๔ ร่างนี้สาระในร่างใกล้เคียงกันมาก ในขณะที่มีความใกล้เคียงกัน ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าวิชาชีพในลักษณะเดียวกันนี้มีขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ หรือแคนาดา เขาก็มีวิชาชีพในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ในขณะที่ มีวิชาชีพในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการเสนอวิชาชีพ การสาธารณสุขในที่ประชุมแห่งนี้มีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่หลายท่านกำลังจะฉีกทิ้ง และร่างใหม่อยู่ในสภาของพวกเรา แต่ไม่ว่าจะฉีกทิ้งหรือจะร่างใหม่ อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือรัฐธรรมนูญฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ ส่วนที่ ๙ มาตรา ๕๑ ได้ให้สิทธิของพี่น้องประชาชนและมีความเกี่ยวโยงกับการที่เรา จะบัญญัติพระราชบัญญัติที่กำลังพูดคุยกัน มาตรา ๕๑ บัญญัติไว้ว่า สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ ของประชาชน ผู้เป็นผู้บุคคลทั่วไป และประชาชนบุคคลที่ยากไร้เสมอกันอย่างเหมาะสม และได้มาตรฐาน ซึ่งต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ นั่นแปลว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้สิทธิของพี่น้องประชาชนไว้แล้ว และเช่นเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากำลังใช้อยู่ ในปัจจุบัน หมวดที่ ๕ ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐส่วนที่ ๔ มาตรา ๘๐ (๒) ยังกำหนดให้ รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่ สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุข ที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราระบุอย่างนั้นแปลว่าคำว่า มาตรฐาน และคำว่า ทั่วถึงต้องผูกโยงกับบุคลากรสาธารณสุขที่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ถ้าเผื่อว่าเราให้ความสำคัญกับวิชาชีพแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ หรือเภสัชกร บุคลากร เหล่านี้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในตัวชุมชนเมืองเท่านั้น แต่บุคลากรอีกจำนวนมากที่กระจายอยู่ ตามพื้นที่ต่าง ๆ ถ้าเราไม่ส่งเสริมเขา เราไม่สร้างวิชาชีพให้กับเขา ถามว่ามาตรา ๘๐ (๒) ที่กระผมกล่าวถึงจะได้รับความสำคัญได้อย่างไร ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าวันนี้ ถ้าเราสร้างวิชาชีพสาธารณสุขให้มีคุณลักษณะสำคัญ ๖ ประการ ตามร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ตามร่างทั้ง ๔ ฉบับที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้นจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คุณสมบัติทั้ง ๖ ประการที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานซึ่งเป็นสาระสำคัญของร่างทั้ง๔ ร่าง ยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน ถ้าเผื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านแล้ว คุณสมบัติประการสำคัญข้อแรกคือเราจะได้บุคลากรที่มี ความรู้ชั้นสูง ซึ่งผมเข้าใจว่าในร่างทั้ง ๔ ร่าง ระบุสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว ข้อที่ ๒ ผมมั่นใจว่า หลังจากนั้นก็จะมีการขึ้นทะเบียนสมาชิก นั่นแปลว่าพี่น้องบุคลากรสาธารณสุข ทั่วทั้งประเทศจะเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ และเช่นเดียวกันจากนั้นในขั้นตอนที่ ๓ จะมีสภา หรือคณะกรรมการวิชาชีพ ขั้นตอนที่ ๔ ถ้าหากมีสภาก็จะมีการควบคุมสมาชิกให้ปฏิบัติตาม คุณสมบัติของวิชาชีพนั้น ๆ มาตรฐานวิชาชีพก็จะเกิดขึ้น จริยธรรมหรือจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพก็จะเกิดขึ้น และเช่นเดียวกันหลังจากนั้นถ้าเผื่อว่ามีจรรยาบรรณ มีมาตรฐาน วิชาชีพเรียบร้อยแล้ว ถ้าเผื่อเพื่อนสมาชิกของพวกเราย่อหย่อนลงไปก็จะต้องมีการเพิกถอน ใบอนุญาต มีการลงโทษ และที่สำคัญที่สุดซึ่งเพื่อนสมาชิกของพวกเราควรจะคำนึงถึงด้วย นั่นก็คือการพิจารณาเรื่องการให้ค่าตอบแทนวิชาชีพของบุคลากรของพวกเรา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานโดยย่อ ๆ เหล่านี้ เพื่อจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ประกอบวิชาชีพสาธารณสุข ซึ่งกำลังจะเป็นวิชาชีพ ที่ได้รับการยอมรับและหลังจากนั้นเป็นภาระของท่านในการช่วยกันดูแลสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน นั่นคือปลายทางที่เราต้องการครับท่านประธาน
ท่านสมคิด เชื้อคง แล้วก็ต่อมาอาจารย์ผุสดี แล้วก็ท่านปวีณ แซ่จึง แล้วก็มาคุณหมอโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ขอแสดงความยินดี กับชาวสาธารณสุขที่มี พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขนี้เข้ามา ความจริงร่างทั้ง ๔ ร่างนี้ ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูด แล้วก็แตกต่างนิดหน่อยของร่างรัฐบาล ก็คำว่า ชุมชน เท่านั้นเอง เดี๋ยวท่านทั้งหลายที่เป็นกรรมาธิการก็คงจะไปคุยกันในเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานว่า กฎหมายฉบับนี้ทางภาคประชาชน ได้ดำเนินการ ได้พยายามต่อสู้ รวมทั้งชาวหมออนามัยทั้งหลายที่อยู่ทั่วประเทศ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน เขาก็วาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะมีสภาวิชาชีพของตัวเอง เหมือนสภาการพยาบาล เหมือนแพทยสภา เหมือนวิชาชีพอื่น ซึ่งเขามีอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ได้ต่อสู้กันมานานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ซึ่งผู้ที่ดำเนินการครั้งแรกนายแพทย์วินัย วิริยะกิจจา แล้วก็ท่านไพศาลที่นั่งอยู่ข้างบนนั่นละครับ ผมเข้าใจว่ามันนานมากแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทั้ง ๆ ที่วิชาชีพหมออนามัยมีมาเป็น ๑๐๐ ปี ผมมองว่าวันนี้แม้กระทั่งรัฐบาลชุดที่แล้วนี่นะครับเขาก็เสนอ เขาก็มีความหวังดีที่จะ ดำเนินการ บังเอิญช่วงนี้เรามาต่อเนื่องก็ทำกันต่อ แล้วผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่อยู่ ในสภาแห่งนี้ก็คงจะยินดีที่จะมีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อีกเรื่องหนึ่งผมเจอเพื่อนชาวสาธารณสุข ที่มาวันนี้ ๔-๕ ท่านก็เป็นห่วงว่าสภาจะไม่รับร่าง จริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่สมาชิกที่จะต้องดู รายละเอียดนะครับ กลัวว่ามันจะเหมือนเหตุการณ์วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติ ร่างของท่านก็คว่ำไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะบอกเพื่อนพี่น้องสมาชิกสภาว่า วิชาชีพสาธารณสุขนั้นเป็นเหมือนเพื่อนสมาชิกที่ว่าเป็นนักรบแนวหน้า ก็คือหมออนามัย ทั้งหลายนี่ละครับ อยู่กับชาวบ้าน อยู่กับพี่น้องประชาชนรอบนอกทั้งหมด ผมเชื่อว่า เงินค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสภาวิชาชีพ ไม่น่าจะยิ่งใหญ่ไปกว่าศักดิ์ศรี ของชาวสาธารณสุขนะครับ เพราะว่าอันนั้นเป็นเรื่องใหญ่กว่า ส่วนอื่น ๆ นี้จะเป็นองค์ประกอบ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก สิ่งที่ผมเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือว่าท่านจะต้องดำเนินการในเรื่องของการอบรม การฝึกฝน การสร้างประสบการณ์ เพื่อพี่น้องที่อยู่ห่างไกล ผมเชื่อว่าเพื่อนชาวสาธารณสุขที่อยู่ตำบลต่าง ๆ เหล่านั้นจะต้องมี ความรู้ความสามารถพอสมควร แล้วถ้ามีสภาการวิชาชีพ ผมก็เชื่อว่าสภาแห่งนี้จะเป็นแหล่ง ให้เขามาเรียนรู้ ให้เขามาทดสอบ ทดลองอะไรก็แล้วแต่ แล้วแยกกันออกไปทำงาน ท่านจะ ประกอบวิชาชีพเพื่อชาวบ้านอย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่อยากฝากถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านสภาแล้ว ท่านต้องสร้างจริยธรรมในการดูแลพี่น้องประชาชนให้มาก อย่าทำถึงขั้นจะเป็นพาณิชย์นะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะมีปัญหาต่อเนื่องถึงบุคคลที่เป็นสมาชิกกับท่าน แล้วผมก็เชื่อว่าทางสภา ถ้ามันเกิดขึ้นก็คงจะต้องดูแลพี่น้องอย่างดี อย่างน้อย ๆ ผมเชื่อว่าโรคในประเทศไทยโรคทั้งหลาย จริง ๆ แล้ว ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องประชาชนรักษาตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาหาหมอเฉพาะทาง แบบนายแพทย์เชิดชัยก็ได้ เพราะว่าถ้าให้ความรู้ ถ้าให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับชาวบ้านเขาป้องกัน ตัวเองได้ หน้าที่ของท่าน ของแพทย์หมออนามัยทั้งหลายก็คือหน้าที่หลัก ๆ ป้องกันอยู่แล้วครับ ป้องกัน ส่งเสริมนั่นหลัก ๆ เลย เพราะฉะนั้นในเมื่อมีวิชาชีพแล้วท่านอย่าลืมหน้าที่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวจะไปเลยหน้าที่ตรงนี้ไปว่าฉันมีวิชาชีพแล้วใครแตะต้องไม่ได้ เป็นเรื่องของฉัน อย่างนี้ ไม่ได้นะครับ ต้องมีการควบคุมที่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นในหลักการต่าง ๆ แม้กระทั่ง ๓-๔ ฉบับที่มาผมก็พอได้อ่านคร่าว ๆ ว่าใกล้เคียงกัน ทุกอย่างใกล้เคียงกัน แล้ววันนี้ผมก็ เชื่อว่าพี่น้องชาวสาธารณสุขก็คงจะมีความยินดี อยากฝากว่าบางครั้งความที่ทำงานอยู่ต่างอำเภอ ท้องถิ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านผมนี่มันไกล แถวอำเภอน้ำยืน น้ำขุ่นบ้านผมนี่ไกลนะครับ ติดชายแดนเขมร โรคภัยไข้เจ็บมันมาก เพราะฉะนั้นความรู้ต่าง ๆ นั้นใส่ลงไปนะครับ เรียนรู้ ให้มาก ท่านทั้งหลายก็คงจะได้มีความสุขในการทำงาน แล้วผมเชื่อว่าในการที่ พ.ร.บ. เข้ามานี่ คิดว่าทั้งภาคประชาชน ทั้งพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ก็คงจะ โดยเฉพาะเพื่อนชาวสาธารณสุข ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ก็คงจะสบายใจได้ว่าอย่างน้อย ๆ รัฐบาลชุดนี้และสภาแห่งนี้ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ได้ดำเนินการช่วยกันเพื่อที่จะผลักดัน พ.ร.บ. เหล่านี้เพื่อท่านทั้งหลายครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญอาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ขออนุญาตใช้เวลาตามที่ท่านได้กรุณาจัดสรรเอาไว้ให้นะคะ อภิปรายสั้น ๆ ต่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ก่อนอื่นดิฉันต้องบอกว่าต้องขอบคุณ ภาคประชาชนที่ลงกำลังลงแรงลงเวลามาเป็นเวลาช้านานเพื่อที่ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะว่างานเรื่องของนิติบัญญัติไม่ง่ายเลยนะคะ แต่ก็ชื่นชม
อันที่ ๒ ดิฉันต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่าดิฉันเห็นด้วย แล้วก็ สนับสนุนอย่างยิ่งต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเหตุผลที่มันค่อนข้างชัดเจน คืออยากจะให้การปฏิบัติงานของบุคคลด้านการสาธารณสุขนั้นมีมาตรฐานแล้วก็มีคุณภาพ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปนะคะ อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ อยากจะขออนุญาตกราบเรียนถึงข้อสังเกตแล้วก็ข้อคำถาม ซึ่งท่านรัฐมนตรีอาจจะช่วยกรุณา ตอบได้นะคะ ต้องขอประทานโทษว่าใช้เวลาสั้น ๆ ในการอ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ก็มีคำถาม
ในเรื่องที่ ๑ บังเอิญเพื่อนสมาชิกคือคุณหมอชลน่าน ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ได้พูดไปแล้ว ดิฉันไม่แน่ใจว่านัยของการใส่คำว่า วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ของร่าง ของ ครม. นั้นมีความหมายอย่างไร เพราะคำว่า ชุมชน นั้นความหมายก็กว้าง แต่จะจำกัดไว้ ที่ไหน อย่างไร แล้วแตกต่างกันไหมกับคำของวิชาชีพการสาธารณสุขโดยไม่มีคำว่า ชุมชน นะคะ
อันที่ ๒ ดิฉันอ่านเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ทำให้ กริ่งเกรงเล็กน้อยนะคะ เหตุผลที่บอกว่าอยากจะให้มีการทำให้มันเป็นมาตรฐาน มีสภา เพื่อจะกำหนด แล้วก็ควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ และควบคุมมิให้มีการแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดภัยและความเสียหายต่อสุขภาพ ของบุคคลและชุมชน ก็เลยทำให้ดิฉันค่อนข้างจะกริ่งเกรงเหมือนกันว่ามันจะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าเผื่อว่าการร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วไม่ค่อยรอบคอบมันจะก่อให้เกิดอาการกีดกัน เกิดการกีดกันการปฏิบัติงาน หรือการประกอบอาชีพของคนอีกกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ในมาตรา ๓ ท่านเขียนไว้ในเรื่องของคำนิยาม วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนนั้น ท่านไปพูดถึง ทั้งการป้องกันโรค เรื่องการควบคุมโรค การตรวจวินิจฉัยและการบำบัดรักษาโรคเบื้องต้น การดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษ จะขอเรียนถามว่า เช่นการนวด ไม่ต้องแพทย์แผนไทยนะคะ นวดธรรมดานี่ละคะ มันจะเข้าข่ายไหมคะ แล้วก็เรื่องของการจัดกระดูกที่เราจะเรียกกันว่า ไคโรแพรคทิค (Chiropractic) ซึ่งทำกันอยู่เวลานี้นะคะ เข้าข่ายไหมคะ หมอจีน หมอแมะ อย่างนี้ค่ะ ก็วินิจฉัยด้วยการแมะเหมือนกัน ซึ่งเขาก็ประกอบอาชีพกันมา แล้วก็ผู้ที่เป็นลูกค้า หรือผู้บริโภคนั้นก็ไปใช้บริการกันอยู่ไม่น้อยทีเดียวนะคะ เหล่านี้เขาจะถูกกีดกันออกไป ด้วยเหตุแห่งการมีพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือเปล่า อันนั้นก็เป็นข้อคำถาม
ในอีกคำถามหนึ่งนะคะ ก็ปรากฏอยู่ในมาตรา ๖ (๓) ซึ่งท่านใช้คำว่า ควบคุมดูแลความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพ ดิฉันเข้าใจว่าท่านน่าจะหมายถึง การประพฤติปฏิบัติกระมังคะ คือไม่ใช่ความประพฤติในความหมายที่เราเข้าใจกันทั่ว ๆ ไป เพราะมันจะต้องไปสอดคล้องกันกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วท่าน ก็ใช้อยู่ในมาตรา ๓๐ ด้วย คำว่า ประพฤติ ก็ใช้ประพฤติเฉย ๆ
ทีนี้มีอยู่อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันสงสัยและพยายามจะพลิกหาอยู่เสมอเลยนี่นะคะ ท่านประธานคะ ในมาตรา ๖ (๘) ท่านพูดถึงเรื่องของวัตถุประสงค์ของสภาการสาธารณสุข จัดทำแผนการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อสภานายกพิเศษอย่างน้อย ปีละครั้ง แล้วก็ยังมีที่ท่านเขียนไว้อีกนี่นะคะ ในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ ซึ่งท่านก็บอกไว้ว่า สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการ หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาการสาธารณสุขชุมชนในเรื่องใด ๆ ก็ได้ ต่อท้ายอีกนะคะ พูดถึงเรื่องว่าใน (๓) ของมาตรา ๒๖ ให้นายกสภาการสาธารณสุขชุมชนเสนอมติตามวรรคหนึ่ง ต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษอาจมีคำสั่งยับยั้งมตินั้นได้ และในวรรค ต่อไปก็เช่นเดียวกัน ต้องขอประทานโทษท่านประธานจริง ๆ เลย ดิฉันมีความรู้น้อยมากเลย ขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหน่อยได้ไหมคะว่าช่วยตอบ สักนิดเถอะค่ะว่า สภานายกพิเศษนี้คือใครคะ และปรากฏอยู่ที่ตรงไหนคะ นอกเหนือจากที่ ดิฉันเอ่ยขึ้นมาในมาตราต่าง ๆ เหล่านี้ จะได้เห็นภาพชัดเจนว่าสภานายกพิเศษมันพิเศษ กว่านายก หรือพิเศษกว่าคณะกรรมการ หรือพิเศษกว่าสภาอย่างไรบ้าง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านปวีณ แซ่จึง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๘ ญัตติร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุข พ.ศ. .... หรือการสาธารณสุขชุมชนที่มีการเสนอร่างโดยรัฐบาล แล้วก็มี ท่านเจ้าของร่างอีก ๓ ร่าง
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข หลักการเป็นหลักการ เดียวกันทั้งหมด ผมเห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข หรือการสาธารณสุขชุมชน หลักการเห็นด้วยนะครับ
เหตุผล เพื่อให้คนที่จะให้บริการทางด้านสาธารณสุขแก่ชุมชนหรือประชาชน โดยทั่วไปได้มีมาตรฐานในตัวเอง มีการกำหนดกรอบของคนที่จะเข้าสู่และเป็นสมาชิกที่จะ เข้าสู่กรอบของสมาชิกของสภาวิชาชีพการสาธารณสุขนี้ และมีหลักการว่าด้วยวิธีการเข้าสู่ ตำแหน่ง และมีหลักการว่าด้วยการที่จะควบคุมเพื่อให้ผู้ที่จะให้บริการทางด้านสาธารณสุข แก่ประชาชนนี้ได้มีมาตรฐาน ได้มีขวัญและกำลังใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราจะสามารถ ควบคุมผู้ที่มีวิชาชีพเหล่านี้ได้และให้อยู่ในกรอบของอาชีพที่ได้กำหนดเป็นหลักการ ซึ่งมี คณะกรรมการสภาวิชาชีพการสาธารณสุขเป็นผู้กำกับดูแล เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เหตุผล จึงเป็นเหตุผลที่เราใช้คำว่าสภาแห่งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านน่าจะเห็นด้วย แล้วก็ ขอกราบเรียนว่าเท่าที่ได้นั่งฟังท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปรายจะมีกฎหมายฉบับนี้ ที่มีผู้ที่ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนเกือบหมดทุกท่าน ถึงแม้ว่าจะมีข้อสงสัยบ้างก็เป็นเรื่อง รายละเอียดปลีกย่อยซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการในการแปรญัตติในขั้นแปรญัตติต่อไป หลังจากที่ได้รับหลักการและเหตุผลในเรื่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นญัตติ ของรัฐบาลที่ร่วมอยู่ด้วย ส่วนที่มีคำว่า ชุมชน ต่อท้ายหรือไม่มีนั้นก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการ สามารถที่จะแปรญัตติในขั้นแปรญัตติได้ โดยการแปรญัตติแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำว่าหลักการ ก็จะเพิ่มเติมหรือตัดทอนลงไปได้ ส่วนเหตุผลนั้นก็เป็นเรื่องรายละเอียดที่ผู้ที่เป็นกรรมาธิการ แปรญัตติจะต้องไปดูที่รายละเอียด จะต้องให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้เสนอญัตติ ซึ่งมีหลักการอยู่แล้วที่ร่างเป็นรายมาตรามานะครับ ก็จะต้องไปดู ณ ที่ตรงนั้นว่า การจำกัดสิทธิบุคคลนั้นเราต้องไม่ให้กระทบกับผู้ที่ถูกจำกัดสิทธิ หรือผู้ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน การที่มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมานั้นผมเชื่อว่าผู้ที่มีอาชีพทางด้าน การสาธารณสุขคงจะได้มีความชื่นชมในวิชาชีพของตัวเองและจะเป็นขวัญและกำลังใจ เมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้มีขวัญและกำลังใจก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ผลที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลต่อประชาชนหรือชุมชนที่เป็นประชาชนที่จะได้รับผลประโยชน์ จากการให้บริการทางด้านสาธารณสุขซึ่งเราถือว่าเป็นการให้บริการที่จำเป็นและพื้นฐาน ที่ประชาชนของเราทุกคนควรจะได้รับการบริการอย่างมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ วิชาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็นครู วิศวกร แพทย์เขาก็มีสภาควบคุม มีสภาว่าด้วยจรรยาบรรณ ของสมาชิก เพราะฉะนั้นนับตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้ถ้าหากได้ผ่านการพิจารณาของสภาแห่งนี้ และได้ประกาศใช้ไปแล้ว ก็จะเป็นการยกระดับของพี่น้องที่มีวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข ผมบังเอิญได้เข้าไปมีส่วนร่วมที่ท่านเชิญไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็ไปฟังแล้วเกิดความรู้สึกว่า มีความจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องให้การสนับสนุน ผมต้องขอบคุณทางรัฐบาลปัจจุบัน แล้วต้องขอบคุณผู้ที่เป็นเจ้าของร่างทั้ง ๓ ร่าง รวมเป็น ๔ ร่างทั้งหมดที่มีเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือต้องการที่จะให้มีการตรากฎหมาย ออกกฎหมายเพื่อที่จะให้เป็นหลักการในการ ดำเนินการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมยังมองไม่เห็นว่าข้อแตกต่างระหว่างคำว่า วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนกับวิชาชีพ สาธารณสุข ต่างกันอย่างไร ถ้าหากว่ากรรมาธิการที่มีหน้าที่แปรญัตติ ท่านเห็นว่าข้อความนี้ อาจจะทำให้สาระเปลี่ยนไป ท่านก็สามารถที่จะใช้เหตุผลในการพิจารณาในขั้นแปรญัตติ อาจจะปรับลด หรืออาจจะใช้ร่างของรัฐบาลก็ได้ถ้าหากว่าข้อความนั้นสามารถที่จะ ครอบคลุมและเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ผมต้องขอบคุณเจ้าของร่างทั้ง ๔ ร่าง และเรียนท่านสมาชิกทุกท่าน ผมเข้าใจว่าเราทุกคนมีความต้องการและมีเจตนาที่อยากให้ กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาแห่งนี้ และได้ประกาศใช้ในโอกาสต่อไป ผมเห็นด้วยในหลักการ แล้วผมก็ขอรับหลักการและเหตุผล ขอบคุณมากครับ
ท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้มี โอกาสอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... แล้วก็ ขอแสดงความยินดีกับวิชาชีพสาธารณสุข หรือหมอ ๆ อนามัยของพวกเราทุกคน ๕๐,๐๐๐ คน ที่วันนี้ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ของพวกเราได้กลับเข้ามาอยู่ ในสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้ก็คงต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ทั้ง ๔ ร่างที่เสนอโดย ๔ กลุ่ม ทั้งคณะรัฐมนตรี ท่านอดีต ส.ส. ท่านอดีตรัฐมนตรี รวมทั้ง ภาคประชาชนซึ่งผลักดันให้เกิดร่างพระราชบัญญัตินี้มาหลายครั้งแล้วนะครับ แล้วก็ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งและเป็นครั้งสำคัญของพวกเรา วันนี้ก็คงต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ร่าง หลักการและเหตุผลของทั้ง ๔ ร่างนี้ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ทั้ง ๔ ร่างนี้ มองอย่างเดียว ก็คือมองทั้งทางด้านคุณภาพ มาตรฐาน ในการที่จะดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดี เนื่องจากว่าเหตุผลสำคัญที่สุดของการที่จะพัฒนาประเทศให้ไปสู่ความเจริญได้ สิ่งสำคัญ ๆ ๒ อย่างแรกที่เราต้องพัฒนาก็คือ อันที่ ๑ การศึกษา วันนี้ประเทศไทยระบบการศึกษา ได้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก แล้วทางรัฐบาลได้เห็นความสำคัญกับการพัฒนาระบบการศึกษา ท่านได้พัฒนารูปแบบการศึกษาใหม่ ๆ ทั้งทางด้านแท็บเล็ต (Tablet) เพื่อเพิ่มเทคโนโลยี ให้กับคนที่ด้อยโอกาส อย่างเช่น ประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด อย่างตัวกระผมก็มาจาก ภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็เป็นโอกาสอันดีในส่วนของคนที่ด้อยโอกาส และสิ่งสำคัญระบบสาธารณสุข วันนี้พวกเราทุกคนที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติหรือเป็นตัวแทน ประชาชนในระดับประเทศ ทั้ง ๕๐๐ คน ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็บอกว่าวันนี้ ระบบสุขภาพก็ต้องถูกพัฒนา ระบบสุขภาพจะพัฒนาได้อย่างไร วันนี้บุคลากรที่อยู่ในระบบ สุขภาพของไทยมีทั้งหมดอยู่ ๗ กลุ่มหลัก ๆ วันนี้ ๖ กลุ่มแรกตั้งแต่แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล เทคนิคการแพทย์ และนักกายภาพบำบัด ทั้ง ๖ กลุ่มนี้เขามีสภาเป็นของตัวเอง ดูแลมาตรฐาน ดูแลคุณภาพในการที่จะให้บริการแก่ประชาชน แต่สิ่งสำคัญละครับ คนกลุ่ม สุดท้ายคือจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ตัวสำคัญ จิ๊กซอว์ตัวสำคัญของการที่จะพัฒนาระบบสุขภาพ ให้พัฒนาไปได้ ก็คือนักวิชาชีพสาธารณสุข หรือเรียกว่า หมออนามัยของพวกเรานี่ละครับ ท่านเหล่านี้รอมานานกับสภาวิชาชีพ กับสิ่งที่ท่านอยากจะบอกว่าเราอยากจะรับรองคุณภาพ มาตรฐานของตัวเราเอง เราอยากจะมีสภาวิชาชีพเป็นของเราเอง เราอยากจะดูแล พวกเราเองนักวิชาชีพสาธารณสุข เพื่อให้มีการพัฒนา เพื่อให้ประเทศของพวกเราพัฒนา ไปในอนาคต วันนี้ต้องบอกเลยครับ ในระบบสุขภาพของประเทศไทย คนสำคัญของพวกเรานักวิชาชีพ สาธารณสุขหรือหมออนามัย ซึ่งวันนี้กระจายตัวอยู่ในประเทศไทยอยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ท่าน ท่านเสียสละมาก มากที่สุดจริง ๆ เพราะส่วนหนึ่งวันนี้ก็คงต้องบอกว่าผมได้มี โอกาสสัมผัสกับนักวิชาชีพสาธารณสุขหรือหมออนามัยมาสักพักใหญ่ ๆ เพราะได้มีโอกาส ไปทำงานใน รพ.สต. ทำงานใกล้เคียงกับพวกท่านนี่ละครับ ผมยอมที่จะลาออกจากโรงพยาบาล แล้วไปอยู่ในอนามัยฝังตัวอยู่กับพวกท่าน ในฐานะที่เป็นแพทย์ วันนี้ก็คงต้องบอกว่าคนที่ เสียสละก็คือหมออนามัย ท่านยอมครับ ยอมที่จะไม่มีค่าตอบแทน หรือ พตส. ท่านยอม ยอมที่จะไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ยอมนะครับ ยอมที่จะต้องตากแดด ขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อไปดูแล ประชาชนตามหมู่บ้าน โดยที่ใช้ค่าน้ำมันรถของตัวเองในการที่จะออกไปดูแลประชาชน และสิ่งสำคัญครับวันนี้พวกเราฝ่ายนิติบัญญัติเห็นความสำคัญของพวกท่าน นักวิชาชีพ สาธารณสุข ท่านควรจะได้ยกระดับ ไม่ได้ยกระดับด้านการเงินครับ แต่วันนี้เราจะยกระดับ ศักดิ์ศรีความเป็นนักวิชาชีพสาธารณสุขให้กลับคืนมา ให้กลับมาอยู่ในสังคม ให้ทุกคนเห็นว่า หมออนามัยของพวกเรานี่ละครับคือคนสำคัญที่จะผลักดันให้กระบวนการสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยการส่งเสริม การควบคุม การป้องกัน และการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ให้ประชาชนมีมาตรฐาน โดยมาตรฐานเหล่านี้จะถูกควบคุมโดยสภาวิชาชีพการสาธารณสุข สภาวิชาชีพการสาธารณสุขจะมาควบคุมมาตรฐานคุณภาพในการให้บริการประชาชน เพื่ออะไรครับ เพื่อให้พวกเราประชาชนทุกคนมีความปลอดภัยในการได้รับบริการนะครับ วันนี้ก็เลยต้องบอกว่าสภาวิชาชีพการสาธารณสุขเกิดขึ้นแล้ว จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ เป็นความฝันของพวกเราทุกคนนะครับ แล้วก็ระบบสุขภาพก็คือระบบปฐมภูมิ ก็จะถูกพัฒนา ไปอย่างยั่งยืน การรักษาแบบใกล้บ้าน ใกล้ใจจะเกิดขึ้นโดยที่มีบุคลากรที่มีความภาคภูมิใจ เต็มภาคภูมิ ก็คือหมออนามัยของเราจะทำงานแบบยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดไปครับ ถ้าวันนี้ พระราชบัญญัตินี้ถูกเสนอ แล้วก็ผ่านในขั้นตอนของสภาไปได้อย่างราบรื่นนะครับ วันนี้ก็คง ต้องบอกว่าเมื่อมีสภาวิชาชีพเสร็จแล้วผมก็อยากจะฝากว่าทุกคนที่อยู่ในระบบสาธารณสุข ทุกคนวันนี้เรามาทำงาน เราเสียสละครับ เรายินดีจะทำงานเพื่อให้ประชาชนของเรามี ความสุข ต้องขอบพระคุณทุกคนนะครับ ขอบพระคุณทางรัฐบาล ขอบพระคุณทางฝ่ายค้าน ขอบพระคุณทางประชาชน และขอบพระคุณพวกเราทุกคน ส.ส. ๕๐๐ คน ที่ช่วยกัน สนับสนุนให้เกิดสภาวิชาชีพการสาธารณสุขเพื่อเร่งให้ระบบสุขภาพของประเทศไทยทำงาน ได้ดีขึ้น เพื่อทำให้หมออนามัยที่อยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีความสุขในการ ทำงานมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของประชาชน สุดท้ายก็คงต้องบอกว่าวันนี้ ยังมีอีกอาชีพหนึ่งนะครับที่ยังไม่ได้ถูกบรรจุเข้าในระบบราชการอย่างเต็มภาคภูมิเหมือนกัน ก็คือพยาบาลครับ เขามีสภาวิชาชีพแล้ว เขาจบมาแล้วครับ แต่วันนี้เขาไม่ถูกบรรจุให้ไปอยู่ ในตำแหน่งข้าราชการ เป็นลูกจ้างในโรงพยาบาล วันนี้ก็ขอฝากทางรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งนะครับ ฝากทางรัฐมนตรีด้วยนะครับ อยากจะให้ท่านช่วยพิจารณาคนกลุ่มนี้ให้เข้าสู่ระบบราชการ แบบเต็มภาคภูมิ วันนี้ผมก็ขอสนับสนุนให้พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ได้ผ่านสภาเพื่อพวกเราชาวหมออนามัย ๕๐,๐๐๐ คนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมดีใจมากครับที่เห็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขทั้ง ๔ ฉบับ เข้ามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมสนับสนุนครับ เพราะว่าตรงนี้เท่ากับทำให้โครงสร้างในการดูแลสุขภาพอนามัยของประเทศไทยแข็งแรง ยิ่งขึ้นอีกบาทก้าวหนึ่ง อย่างที่ผมเคยได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับว่าหลักการ ในการดูแลสุขภาพของประชาชนต้องวางน้ำหนักอยู่ที่การป้องกัน และนี่คือข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ ก็คือโครงสร้างในการรองรับการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งประเทศต้องเป็นระบบครับ ต่างคนต่างทำไม่ได้ หมอทำไปลำพังเฉพาะหมอ พยาบาลทำไป ลำพังเฉพาะพยาบาล หรือว่าแขนงต่าง ๆ ของวิชาชีพทางการแพทย์ต่างคนต่างทำหน้าที่ ไปไม่ได้ครับ ต้องถักทอ แล้วกลายเป็นโครงสร้างที่เชื่อมร้อยเป็นระบบกันทั้งประเทศ แล้วตรงนี้ก็คือโครงสร้างแรกที่สำคัญก็คือเป็นฐานของปิรามิด ฐานปิรามิดต้องแข็งแรง ถึงจะสามารถที่จะรองรับยอดปิรามิดได้ หากว่าฐานปิรามิดไม่แข็งแรงก็ไม่สามารถที่จะ รองรับยอดปิรามิดได้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะมีปิรามิดที่งดงามที่ถาวรได้ เพราะผมเห็นแล้วครับ ฐานของปิรามิดจะแข็งแรง นั่นก็คือว่าโครงสร้างทางการแพทย์ระบบปฐมภูมิจะแข็งแรง เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับจะเข้ามารองรับ
ท่านประธานครับ ผมมีเวลานิดเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมก็จะเข้าสู่ ประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่าผมเห็นทั้ง ๔ ฉบับ มีทั้งข้อดี และข้อด้อยอยู่ในตัวของเขาเอง ดังนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในสิ่งที่ ผมอยากจะนำเสนอ ก็คือว่าถ้าไปดูร่างของทางคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลก็จะมีข้อดีในมาตรา ๓ เพราะว่าในส่วนอื่นดูเหมือนจะไม่มี หรือมีไม่ดีเท่ากับทางของคณะรัฐมนตรี ของทาง ภาคประชาชนก็ดูเหมือนจะขาดรายละเอียดเรื่องการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุข แต่ว่า ของคณะรัฐมนตรีจะมีว่าการประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุขชุมชนหมายความว่าอะไร และขณะเดียวกันก็ไปปรากฏว่าอยู่ที่ร่างของนางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ กับคณะ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม แต่ว่าอีก ๒ ร่างก็จะไม่มี ดังนั้นก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนนะครับว่า ทั้ง ๔ ร่าง ก็มีจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ดังนั้นหลังจากที่เรารับหลักการในวาระที่หนึ่งแล้ว ในชั้นกรรมาธิการก็อยากให้กรรมาธิการนำไปศึกษาในรายละเอียดโดยไม่ทอดทิ้งทั้ง ๔ ร่าง ไปพิจารณาดูสิว่าอะไรดีของร่างไหนก็เก็บเอาไว้ สมมุติว่าถ้าเราจะใช้ร่างของคณะรัฐมนตรี เป็นหลักเราก็ยึดโยงของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักแล้วไปดูสิว่าอันอื่นที่เขามี แต่ของ คณะรัฐมนตรีไม่มีมีอะไรบ้าง ซึ่งผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานเป็นตัวอย่าง อาทิเช่นในมาตรา ๖ ของฝ่ายประชาชนก็คือนายไพศาล บางชวด ก็มีในข้อที่ ๔ คือช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ให้การศึกษาและสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน ซึ่งผมดีใจมาก ที่ภาคประชาชนได้สนใจในเรื่องนี้ ก็คือว่าประชาชนจะต้องไม่ใช่เป็นฝ่ายตั้งรับหรือฝ่ายรับ แต่เพียงอย่างเดียว คือเรื่องสุขภาพไม่ใช่ว่าประชาชนจะเป็นฝ่ายรับ ประชาชนเองต้องเป็น ฝ่ายรุกด้วย คือเขาต้องมีกระบวนการเรียนรู้ด้วย ดังนั้นเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ของเจ้าหน้าที่ทางด้านการสาธารณสุขต้องไปสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเขารู้จักสร้างเสริมสุขภาพของเขาให้แข็งแรง จริง ๆ ในวันนี้ที่ประชากร ในโลกนี้มีอายุยืนขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากวิถีชีวิตและการปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ถูกต้อง ก็เลยทำให้อายุโดยเฉลี่ยของประชาชนในโลกนี้ยาวขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เกิดขึ้นเนื่องจาก ประชาชนเขามีกระบวนการเรียนรู้ ตรงนี้ร่างของประชาชนมี แต่ร่างของคณะรัฐมนตรีไม่มี ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงว่าไปตำหนิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงแต่กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า อะไรที่เป็นข้อดีของร่างอื่นซึ่งอีกร่างหนึ่งไม่มี ก็ควรจะต้องหยิบยกข้อดีของร่างอื่น สมมุติว่า ของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ถ้าของคณะรัฐมนตรีไม่มีก็ควรจะเสริมจากร่างอื่นเข้ามา อีกอันหนึ่งก็คือว่ามาตรา ๗ ที่ผมเห็น ร่างของประชาชนสภาวิชาชีพการสาธารณสุขมีอำนาจ หน้าที่ดังต่อไปนี้ ข้อแรกของเขาก็คือพัฒนาศักยภาพของสมาชิกสภา อันนี้ผมชอบใจมากเลยครับ ตรงนี้ทางด้านประชาชน ฝ่ายประชาชนก็บอกแล้วให้สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน คือไม่ใช่ให้ประชาชนเป็นฝ่ายสนองรับอย่างเดียว ตอบรับอย่างเดียว หรือเฝ้าถามหา อย่างเดียว มันก็จะกลายเป็นไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่ถามหาจากผู้ปกครองแต่เพียงประการเดียว แต่ว่าประชาชนไม่ใช่เด็กน้อยนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราในการที่จะสร้าง กระบวนการเรียนรู้ ขณะเดียวกันสมาชิกของสภาการสาธารณสุขของเราเราก็ต้องพัฒนา ศักยภาพให้กับเขาด้วยเช่นกัน อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างนะครับ
ทีนี้ผมเหลือเวลาแค่นาทีเดียว อยากจะกราบเรียนประธานในประเด็นสุดท้าย ก็คือในวันนี้ผมเห็นองค์กรต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเสริมความแข็งแรงให้กับระบบ สุขภาพอนามัยของประเทศไทยของประชาชนทั้งประเทศขึ้นมาแล้ว เกิดขึ้นมาหลายองค์กรแล้ว ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับว่ารัฐบาลในฐานะที่เป็นองค์กร รวมองค์กรศูนย์กลางรัฐบาลจะต้องบูรณาการทุกองค์กรที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อเอามาใช้เป็น ประโยชน์ในการที่จะสร้างสุขภาพของประชาชนในประเทศไทยให้แข็งแรงขึ้น คือเราต้อง วางน้ำหนักในการสร้างสุขภาพของประชาชนให้แข็งแรง เพื่อจะทำให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของเรา ไม่สิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ จริง ๆ เราสามารถที่จะใช้เงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในวันนี้ผมเห็นมีการไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่วิลิศมาหรามากมาย อาทิเช่น ในกรุงเทพมหานครมีเอ็มอาร์ไอ (MRI) ผมจำไม่ได้กี่เครื่องแล้ว อาจจะกว่า ๖ เครื่อง อยู่ในกรุงเทพมหานครรวม ๆ กันอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเป็นการจัดสรรเงินและเป็นการ จัดสรรเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ที่เป็นจริง ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเป็นตัวกลางในการที่จะบูรณาการทุกองค์กรเข้ามาหากันรวมทั้งเอกชน เพื่อให้ ประชาชนทั้งประเทศไทยได้รับบริการทางด้านสาธารณสุขที่แข็งแรง ขอบคุณมากครับ โดยสรุปแล้วก็คือว่าผมสนับสนุนทั้ง ๔ ร่าง และอยากให้เอา ถึงแม้ว่าถ้าเอาร่างรัฐบาลเป็นหลัก อยากให้เอาข้อดีของร่างอื่นเข้ามาเสริมเติมของรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขออภิปรายสนับสนุนในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งได้นำเข้ามาพิจารณาในสภาวันนี้ในวาระที่หนึ่ง จำนวนทั้ง ๔ ร่าง ซึ่งมีร่างของ ครม. ที่ใช้คำว่าร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... แล้วก็อีก ๓ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แล้วก็ ของทางพรรคเพื่อไทย แล้วก็ที่สำคัญจากภาคประชาชนโดยคุณไพศาล บางชวด พี่น้องประชาชน จำนวน ๑๔,๘๗๖ คน เป็นผู้เสนอเข้ามาพิจารณาร่วมกัน ผมและพรรคประชาธิปัตย์ มีความดำริคิดว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งแล้วในเวลานี้ที่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับจะได้ นำมาพิจารณาร่วมกัน แล้วก็ได้ร่างที่เหมาะสมที่สุดโดยใช้กระบวนการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะนำไปพิจารณาเพื่อให้มาบังคับใช้ แต่ผมเองมีความเป็นห่วง แล้วก็มีความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้จะร่างได้ด้วยความยากลำบากมากกว่าร่าง พ.ร.บ. ซึ่งเกิดเป็นกฎหมายแล้ว ทั้งหมด ๖ ฉบับด้วยกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งชาวบ้านก็จะรู้ว่าคุณหมอ แพทย์นะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรมของคุณหมอ แพทย์ พ.ร.บ. วิชาชีพพยาบาล ของคุณพยาบาล พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรมของร้านขายยาของหมอเภสัชนะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของคุณหมอที่เจาะเลือด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะต่าง ๆ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพทันตแพทย์ของหมอฟัน แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพกายภาพบำบัด ของนักกายภาพบำบัด แล้วก็กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กำลังจะเข้ามา ในวาระที่สอง วาระที่สามในสภาจ่ออยู่ก็คือร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการแพทย์แผนไทย จะเป็น ๗ วิชาชีพ ถ้าหากว่าสภายังคงมีอายุยืนยาวอยู่ต่อไปสักระยะหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ. นี้ก็จะเข้ามาสภา ในวาระที่สอง วาระที่สาม เป็นสภาวิชาชีพที่ ๘ ด้วยกันนะครับ แต่เนื่องจากว่ากลุ่มคุณหมออนามัย ซึ่งมีประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ถ้าจุดปฏิบัติงาน ที่เราเห็นชัดในชุมชนก็คือสถานีอนามัย ซึ่งในระยะหลัง ๆ รัฐบาลที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ยกฐานะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล นอกจากนั้นก็ยังอยู่ในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ในกรุงเทพมหานครก็ดี หรือในเทศบาลท้องถิ่นใหญ่ ๆ ก็ดี ปัจจุบันนี้ปฏิบัติอาชีพนั้นก็โดยความครอบคลุมของคุณหมอ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็คือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดูแลอยู่ จะทำผิดทำถูกอะไรก็แล้วแต่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือปลัด กระทรวงสาธารณสุขก็จะเป็นคนออกไปรับหน้าแทนให้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าโดยศักยภาพ ของหมออนามัยทั่วประเทศไทยมีความเข้าอกเข้าใจเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพอยู่แล้ว แล้วก็ มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นที่สูงยิ่งอยู่แล้ว แล้วก็ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีทีมงานผู้ช่วยซึ่งเราเรียกว่า อสม. นับล้านคนทั่วประเทศอยู่แล้ว แล้วก็ ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่การงานในการสุขภาพ ดูแลสุขภาพประชาชนนั้นก็ไม่ได้มีความเสี่ยง ให้กับประชาชนมากนักนะครับ เพื่อเป็นการยกมาตรฐานวิชาชีพทางด้านการสาธารณสุข ให้สูงยิ่งขึ้นนะครับ ก็เห็นว่าถ้าหากว่าได้รวมตัวกันเป็นสภาวิชาชีพเหมือนกับอีก ๖ สภาวิชาชีพ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่ใน ๖ สภาวิชาชีพนั้นทุก ๆ สภาวิชาชีพ กว่าจะเป็นวิชาชีพได้ ผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านั้นก็จะไปสังกัดอยู่ในกองประกอบโรคศิลป์เสียก่อน แล้วก็ มีการประกอบอาชีพต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ค่อยยกฐานะมาเป็นสภาวิชาชีพ ถ้าหากว่า สภาวิชาชีพนี้จะเกิดสำเร็จก็เป็นสภาวิชาชีพแรกในสายสาธารณสุขที่ขยับมาเป็นสภาวิชาชีพ โดยไม่ได้ผ่านกองประกอบโรคศิลป์ หรือ พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลป์ อันนี้ผมอธิบาย ให้เพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ได้ฟังอยู่ได้ทราบนะครับ ซึ่งผมกังวลว่าร่างยาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าเหมือนที่ดินแปลงใหญ่แปลงหนึ่ง คือระบบสุขภาพ ทั้ง ๖ สภาวิชาชีพเขาแบ่งหน้าที่กันไปทำหมดแล้วนะครับ เหมือนหมู่บ้านจัดสรร แบ่งเป็นบ้านไปแล้ว ๖ หลัง แล้วมันมีแปลงที่ดินคงเหลืออยู่แปลงหนึ่งซึ่งภาษาเขาเรียกว่า แปลงคง ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ทำโรงงานพื้นที่ก็ไม่พอ มันเป็นแปลงคงเหลือ เพราะหน้าที่ การงานของวิชาชีพนี้ร่างค่อนข้างยาก ผมก็เลยอยากจะฝากข้อสังเกตให้กรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณาว่าในมาตรา ๓ ท่านต้องดูให้ดี ๆ นะครับว่าเมื่อร่างขึ้นมาแล้ว ไม่กระทบกระเทือนต่อสภาวิชาชีพอีก ๖ สภาวิชาชีพ หรือ ๗ สภาวิชาชีพนั้นนะครับ ผมยังฝากตั้งข้อสังเกตว่าร่างของ ครม. มีพูดถึงการวินิจฉัย รักษาเบื้องต้นด้วย ตรงนี้ละครับ ผมเป็นกังวล แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าวิชาชีพการสาธารณสุขนั้นจะรักษาเบื้องต้น ไม่ได้ จะจ่ายยาพาราเซตามอล (Paracetamal) ไม่ได้ จะทำแผลไม่ได้ ผมก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ต้องดูแลให้ดี ๆ อาจจะไปฝากไว้ว่าทั้งนี้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ว่าในยุคในสมัยใด หรือในจังหวัดใด พื้นที่ใดที่มันมีความขาดแคลนก็ให้รัฐมนตรีประกาศ ให้สามารถดำเนินการได้ เมื่อบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าแล้ว อย่างในกรุงเทพมหานคร ในเมืองใหญ่ ๆ ถ้าหากว่าไปรักษาเข้าแล้วมีปัญหาเพราะว่าการยกฐานะให้เป็นวิชาชีพนี้ มันไปต้องด้วยกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ ว่าจะต้องคุ้มครองประชาชนตามวิชาชีพนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓ ผมฝากข้อสังเกตเป็นพิเศษเลยทีเดียว เรื่องของการรักษาพยาบาล ว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าเห็นว่าจำเป็นควรจะใช้การประกาศของรัฐมนตรี
แล้วก็อีกประเด็นสุดท้ายเรื่องชื่อร่าง พ.ร.บ. ผมเห็นว่าควรจะใช้ตามร่าง ของประชาชน ทางของ ครม. นั้นเคร่งครัดเกินไปว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สาธารณสุขชุมชนนะครับ เพราะผมเห็นว่ามันจะได้เติบโตได้มากกว่านี้ เดี๋ยวนี้การอาชีวอนามัย ดูแลสุขภาพในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างเช่น มาบตาพุดต่าง ๆ มันก็อยู่ในกิจการส่งเสริม ป้องกันและอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเรียกว่า เอนอ็อค (ENOC) เอ็น (En) ก็คือ เอ็นไวรอนเมนทอล (Environmental) สิ่งแวดล้อม อ็อค (Oc) คือ อ็อคคิวเพชั่นนอล (Occupational) อันนี้ ล้วนแต่สามารถเติบโตได้ถึงขนาดระดับมหภาค ระดับโลกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านอย่าไปล็อกไว้ถึงแค่ระดับชุมชน มันเป็นการสาธารณสุขระดับชาติ ระดับโลกก็ยังได้นะครับ ท่านล็อกมากเกินไป ก็อยากจะให้ในกรรมาธิการได้ตัดคำว่า ชุมชน ออกด้วยนะครับ ก็ขอฝากไว้ว่าคิดเรื่องวิชาชีพนี้ คิดให้รอบคอบอย่าให้คนวิ่งออกกำลังกายนั้นจะต้อง ผิดกฎหมายนะครับ ต้องไปขอใบอนุญาตจากท่าน ท่านพยายามหากิจการงานที่เป็น การส่งเสริมและการป้องกันเป็นหลัก ส่วนการรักษาและฟื้นฟูเขามีวิชาชีพของเขาอยู่แล้ว ก็ขอฝากข้อสังเกตตรงนี้ไว้ครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ๓ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอขอบคุณครับ ผมไม่ใช่หมอ ผมไม่ใช่อนามัย แต่แม่ผมเคยเป็นหมอตำแย รับดูแลคนทั้งตำบล ผมตั้งข้อสังเกตว่าหมอตำแยนี่เป็นได้ไหม เขาไม่ได้จบปริญญา แต่เขามีความเชี่ยวชาญในการ ที่ทำผดุงครรภ์อนามัยเอาคนเกิดมาเต็มทั้งตำบล แต่แม่ผมก็เสียชีวิตไปแล้ว ผมเห็น ตลอดชีวิตของผมเห็นตั้งแต่เด็กมา ผมอ่านดูแล้วผมไม่เห็นบุคคลกลุ่มนี้นะครับ ผมก็ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นได้ไหม เป็นสมาชิกนี้ได้ไหม ดูกิตติมศักดิ์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องหมอตำแย ที่มีความเชี่ยวชาญ อีกอย่างหนึ่งอย่าง อสม. ที่เรายกย่องนักหนานี่ ผมเห็นแต่ฉบับประชาชน ที่พูดถึงหลักการนิดหน่อย แต่พอไปดูคุณสมบัติไม่มี อสม. อันนี้เป็นได้ไหม เพราะเขาอบรม เชี่ยวชาญมาแล้วช่วยในการรักษาเบื้องต้น ผมอ่านดูทุกฉบับไม่เห็นพูดถึง อสม. อีกอย่างหนึ่ง อย่างจราจรหรือตำรวจจราจรที่เขาทำคลอดลูกอยู่กลางถนน อยู่บนรถแท็กซี่นี่เขาเป็นได้ไหม สมาชิกนี่ เราไม่ได้พูดถึง ผมอ่านดูแล้วไม่มีนะครับ แล้วพูดแต่คนจบปริญญา เอาไปเอามา เอาคนจบปริญญาไม่รู้จบจริงหรือจบไม่จริง จบปริญญามาเอาคนไปคลอดลูกแล้วตายล่ะ เป็นอย่างไรล่ะ คิดถึงกับคนที่เขามีประสบการณ์ไหม อันนี้ผมอ่านดูแล้วผมไม่เห็น ผมก็เลย อยากตั้งข้อสังเกตให้เห็นว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นได้ไหม หรือบางทีก็กรณีการรักษาเบื้องต้น อย่างนี้เขาจะผิดไหม ถ้าเขาไม่ได้รับการขึ้นบัญชี หรือขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก อย่างกรณี เขาไปเห็นคนคลอดลูกอยู่กลางทางหรืออยู่บนรถ เขามีความชำนาญ เขาไปทำหน้าที่อย่างนี้ เขาจะผิดไหมกรณีอย่างนี้ ถ้าเรามีพระราชบัญญัตินี้ขึ้นเราต้องคิดถึงคนที่ช่วย กรณี เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้มีคนที่เขาเชี่ยวชาญในเรื่องการกีฬา การพลศึกษา เขาไม่ได้จบเรื่องนี้นะ แต่เขาไปช่วยคนในการที่จะรักษาเบื้องต้นที่จะนำคนไปสู่โรงพยาบาลหรือไปอนามัยก็ตาม เขาจะผิดไหมนะครับ ถอนฟันอย่างนี้ อยู่ตามบ้านนอกมีเยอะแยะที่มีความเชี่ยวชาญ ถอนฟันได้ดีกว่าหมอที่เรียนหมอมาด้วย คนที่ถอนฟันอยู่ตามบ้าน แต่เขาไม่มีวุฒิอะไรนะครับ แต่เขาเคยไปช่วยหมอในการถอนฟันตามคลินิก แล้วเขาก็ออกมาปฏิบัติงานอย่างนี้เป็นได้ไหม ควบคุมถึงคนเหล่านี้ไหมนะครับ อันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรังสิมาครับ ท่านสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันในฐานะพยาบาลเก่าก็ดีใจกับเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุข หรือว่า หมออนามัยที่รอวันนี้มานานนะคะ แล้วก็ที่ได้เห็น พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขที่จะเกิดขึ้น ในเร็ววันนี้นะคะ แต่ดิฉันได้รับให้พูดแค่ ๗ นาที ดิฉันจะพูดเฉพาะที่ดิฉันไม่ตรงกับคนอื่นเลย จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านวิชาชีพพยาบาลมา ๒๐ ปี ดิฉันก็ได้เห็นใจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุก ๆ ท่านเลย เพราะว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นด่านแรก ของทางด้านสาธารณสุข ถ้าท่านให้ความสำคัญกับวิชาชีพของสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ หรือว่าเภสัชกรรม หรือว่าหมออนามัยนี่ท่านจะช่วยประหยัด งบประมาณของแผ่นดินอย่างมหาศาลนะคะ เพราะว่าถ้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพก็จะทำให้พี่น้องประชาชน ได้รับการดูแลทางด้านส่งเสริมสุขภาพ ทางด้านป้องกัน ทางด้านรักษาต่าง ๆ ก็จะครอบคลุม ทั้งหมดนะคะ ก็จะทำให้โรงพยาบาลจะได้รับคนไข้น้อยลงเพราะว่าประชาชนมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่เมื่อ พ.ร.บ. วิชาชีพนี้ออกมาแล้วนี่ ดิฉันก็อยากจะฝาก ในประเด็นที่ว่าความก้าวหน้าของหมออนามัย แม้กระทั่งพยาบาลเองก็ร้องเรียนดิฉันมาว่า อยากจะมาเดินขบวนอีกรอบหนึ่งแล้ว เพราะว่าเดินขบวนไปเมื่อสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลครั้งหนึ่งแล้วนะคะ แล้วก็ครั้งนี้อีก ก็อยากจะเรียนทางท่านรัฐมนตรีว่าให้นึกถึง ความสำคัญของผู้ที่ประกอบอาชีพทางด้านสาธารณสุขทั้งหมดด้วย เพราะว่าได้เป็น ลูกจ้างชั่วคราวยังไม่ได้รับการบรรจุเลย แม้กระทั่งพยาบาลหรือว่าเจ้าหน้าที่อนามัย เมื่อครู่ เขาโทรศัพท์มาหาดิฉันนะคะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งประเทศนี่ส่วนใหญ่ก็จะมา ร้องเรียนที่ ส.ส. รังสิมา ว่าเขาทำงานหนักมากเลย แต่ว่าเงินเดือนยังได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ตามค่าแรงขั้นต่ำของที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ ๑๕,๐๐๐ บาท บางคนได้แค่ ๑๒,๐๐๐ บาท ทำงานสากกะเบือยันเรือรบ ทำทุกอย่างเลย ดิฉันเคยอยู่โรงพยาบาลอำเภอมา ทำคลอด ก็ต้องฝังรกเอง ต้องซักผ้าเลือดเอง ไฟก็ต้องปั่นเอง น้ำก็ต้องขึ้นไปแกว่งสารส้มเอง อย่างนี้ คือมันทำทุกอย่างได้ ๘๐ บาทสมัยนั้น แต่คราวนี้เขาบอกว่าเขาอยู่ ๘ ชั่วโมงได้ ๔๘๐ บาท ได้ ๔๘๐ บาทแล้วเงินก็มาช้าอีกต่างหากนะคะ เงินก็กรุณามาให้เร็วหน่อยนะคะ เพราะว่า เงินเดือนน้อย แล้วก็ค่าตอบแทนก็ได้น้อยแล้วยังไม่พอยังมาช้าอีก รอตกเบิกบางทีตกเบิก ก็นานอีก เพราะฉะนั้นก็ขอให้ได้รับการบรรจุจากลูกจ้างให้ได้ขวัญและกำลังใจในตำแหน่ง หน้าที่
และอีกประการหนึ่งก็คือค่าเวรก็เหมือนกัน ก็อยากจะให้ดูแลวิชาชีพ ทางด้านสาธารณสุขนะคะ ถ้าเราไม่เลี้ยงเขาไว้นี่รัฐบาลผลิตเท่าไรก็จะตกไปอยู่กับเอกชนหมด ตอนนี้เอกชนสบายเลยนะคะ ไม่ต้องส่งให้ไปเรียนนะคะ คอยช้อนจากสาธารณสุข ที่เงินเดือนน้อย ๆ แล้วกฎระเบียบมากมาย ไปอยู่เอกชนแต่งตัวก็สวย อยู่ห้องแอร์ งานก็เบากว่า เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่สามารถที่จะดึงดูดวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขเอาไว้ได้ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะฝากว่าวิชาชีพของสาธารณสุข หมออนามัยหรือว่าพยาบาลก็อยากจะให้ได้เงิน ประจำตำแหน่งให้เหมือน ๆ กัน เพราะว่าอย่างพยาบาลได้ เจ้าหน้าที่ของสาธารณสุข หมออนามัยเขาก็ควรที่จะได้ ไม่ใช่เขาก็ทำงานหนักแต่เขาไม่ได้ขวัญและกำลังใจตรงนี้
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันก็เป็นห่วงมาก อภิปรายทุกปี เพราะว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของหมออนามัย หรือว่าพยาบาล ที่อยู่ตามอนามัยมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันเรียนจากจังหวัดนราธิวาส นะคะ ดิฉันก็เป็นห่วงเพื่อน ๆ ก็ลาออกกันไปเยอะแล้ว แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ไปประกอบ วิชาชีพอื่นก็เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเราผลิตเท่าไรก็จะไม่มีความเพียงพอ เพราะว่า การรีเฟอร์ (Refer) คนไข้ก็มีความเสี่ยงสูง ไหนจะอุบัติเหตุ ไหนจะเสี่ยงที่จะถูกทำร้าย ถูกยิง หรือว่าอาจจะถูกข่มขืนระหว่างทางที่ดิฉันเคยอภิปรายไปแล้ว เห็นไหมคะ รถเสีย ถูกตะปูเรือใบ แล้วต้องอยู่ทั้งคืนเลยไม่ได้รับการดูแลจากรัฐเลย เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะ ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของหมออนามัย เพราะว่าอยู่บ้านพัก บ้านพัก ท่านกรุณาช่วยดูให้หน่อยนะคะ บางอนามัยปลวกมันกินหมดแล้ว ส้วมนี่รูเต็มไปหมดเลย แล้วคนก็ชอบมาแอบดู คือมันไม่รู้จะเอากระดาษทิชชู ไปอุดรูไหนแล้วเพราะว่ามันมีแต่ปลวก กินหมด ท่านช่วยตรวจสอบทั้งประเทศนะคะ อันไหนที่มันไม่ดีแล้วช่วยไปสร้างให้เขาใหม่หน่อย เพราะว่าเขาอยู่แล้วเขาจะต้องมาระวังความไม่ปลอดภัย การทำงานเขาก็จะไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ขวัญและกำลังใจของผู้ประกอบวิชาชีพ ทางด้านสาธารณสุข ดิฉันเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขนะคะ แล้วก็ ขอบคุณทางรัฐบาล แล้วก็ทางฝ่ายค้าน แล้วก็ผู้ที่เสนอกฎหมายนี้นะคะ ขอบคุณทุกท่านด้วย ที่สนับสนุนกฎหมายนี้ พร้อมทั้งภาคประชาชน ขอบคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก จำนวน ๑๒ ท่านที่ได้กรุณาอภิปราย ซึ่งทั้ง ๑๒ ท่านนั้นก็ให้การสนับสนุนทุกท่าน ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนได้อภิปรายตรงกันครับว่าการยกระดับวิชาชีพการสาธารณสุขขึ้นมานั้น เป็นเรื่องที่จะทำให้ขวัญกำลังใจของผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวซึ่งมีอยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ทั่วประเทศก็จะสามารถทำงานตามกรอบ ซึ่งเมื่อมีมาตรฐานวิชาชีพก็จะมีจรรยาบรรณ มีการดูแลในด้านต่าง ๆ ครบถ้วนนะครับ ผมเรียนเพิ่มเติมว่ารัฐบาลชุดนี้ได้หยิบยก เอาร่างพระราชบัญญัติซึ่งตกไปเมื่อสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วได้หมดวาระ แต่ว่า ตามรัฐธรรมนูญให้โอกาสรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาดูว่ากฎหมายฉบับใดมีความสำคัญ รัฐบาล โดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มองเห็นแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญ ยิ่งกว่านั้น กฎหมายฉบับนี้มีประชาชน ๑๔,๐๐๐ คนได้ลงชื่อ ถ้าปล่อยให้ตกไป ๑๔,๐๐๐ คน ไม่ใช่ เรื่องง่ายนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงหยิบยกเรื่องนี้เข้ามา แล้วก็ขอบคุณรัฐสภา ที่ให้การรับรอง และขณะนี้การดำเนินการต่าง ๆ ก็ถือว่าได้มาถึงขั้นตอนที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกัน ผมเรียนว่าในเรื่องดังกล่าวนี้มีท่านสมาชิกได้เป็นห่วงเป็นใยครับ ในเรื่องของการที่จะบอกว่า ทำไมชื่อของรัฐบาลจึงมีคำว่า ชุมชน ขึ้นมา โดยเท่าที่เราได้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบแล้ว เห็นว่างานของบุคลากรด้านการสาธารณสุขนั้นจะดูแลไม่ใช่เป็นรายคน จะดูแลไปทั้งชุมชน แล้วก็มีขอบข่ายในการดูแลเป็นส่วน เป็นช่วงอยู่ในชุมชนนะครับ เพราะฉะนั้นจึงใส่ชื่อ ให้ชัดเจนขึ้นมาว่าเป็นร่างที่มีคำว่า ชุมชน เพิ่มขึ้นมาจากร่างอื่น และกราบเรียนว่าเมื่อเรา ยกร่างเสร็จ เมื่อรัฐบาลยกร่างขึ้นมาแล้วก็ยังได้ส่งให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ช่วยกลั่นกรองครับ ซึ่งถือว่าเราต้องการให้ทุกพรรคการเมือง ทุกภาคส่วน ในคณะกรรมาธิการได้ช่วยเสนอแนะ และเราได้ปรับปรุงมา อย่างไรก็ตามในขั้น ของการพิจารณาในคณะกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คงจะได้หยิบยกข้อดีของแต่ละร่างซึ่งมองเห็นแล้วนะครับ ท่านสมาชิกก็เสนอแนะมา ก็คงจะได้มีการนำข้อดีของแต่ละร่างขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด เป็นประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด และเป็นประโยชน์กับในส่วนของบุคลากร ด้านการสาธารณสุขให้มากที่สุดครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา ให้คำแนะนำ และขอบพระคุณท่านสมาชิกที่จะให้การสนับสนุนในการลงมติในวาระที่หนึ่ง ในวันนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ผุสดีมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน อีกนิดเดียวค่ะ คือท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบนะคะ คำถามว่าสภานายกพิเศษที่ดิฉันถามถึงนี่ คืออะไรนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ท่านบอกว่าวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนนั้นที่เขียนไว้ว่า เป็นชุมชนเพราะไปให้บริการชุมชน ที่จริงแล้วท่านเขียนไว้ว่าการกระทำสาธารณสุข ต่อบุคคลก็ใช่ ต่อครอบครัวก็ใช่ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เห็นว่ามันไม่น่าจะใช่ ขอบพระคุณค่ะ อีกนิดเดียวค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมครับว่าในส่วนของที่ท่าน ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ได้กรุณาสอบถามนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับการนวดต่าง ๆ นั้น มีในร่าง พ.ร.บ. การแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว จะไม่รวมอยู่ในฉบับนี้นะครับ
แล้วก็ในเรื่องของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๙ นั้น เราก็ได้พิจารณา ให้สอดคล้องกับสภาวิชาชีพอื่น ๆ เช่น สภาวิชาชีพการพยาบาลก็ได้กำหนดไว้ สภาวิชาชีพ ทางด้านวิศวกร สภาวิชาชีพ ยกตัวอย่างในลักษณะเดียวกัน ในสภาวิชาชีพเวชกรรม ก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นสภานายกพิเศษเหมือนกันนะครับ กระทรวงมหาดไทยก็มีสถาปนิก มีวิศวกร สภาวิชาชีพสถาปนิก สภาวิชาชีพวิศวกร ก็มีท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นสภานายกพิเศษ สำหรับสภาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ สภาวิชาชีพกายภาพบำบัด สภาวิชาชีพเภสัชกรรม สภาวิชาชีพการพยาบาลก็มี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นสภานายกพิเศษ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการที่จะช่วย เป็นการกลั่นกรอง เป็นการควบคุมกันอีกขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้ทุกอย่างได้รับแต่ละสภาวิชาชีพ ได้สามารถดำเนินการได้ในกรอบที่ควรจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุดครับ
สำหรับในเรื่องของชุมชนนั้นผมเรียนเพิ่มเติมว่าการดูแลในส่วนของบุคคลก็ดี ในครอบครัว ในชุมชนต่าง ๆ นั้น เราถือว่าภาพใหญ่คือภาพของชุมชนครับท่านดอกเตอร์ครับ แต่อย่างไรก็ตามทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะมีการพิจารณาละเอียดในคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมครับ จะขอมติแล้วครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุม ขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะขอมติรับหลักการนะครับ กรุณา กดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกกรุณา นั่งประจำที่ด้วยนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ จำนวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
(แทรกองค์290)
ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เชิญทุกท่านลงคะแนน มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ จำนวน ผู้เข้าห้องประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการนะครับ
(แทรกมติ)
รายชื่อคณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน ภาคประชาชน ๑๒ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในโควตา ของรัฐบาล ๖ ท่าน ๑. นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายสุพรรณ ศรีธรรมมา ๓. นายกิตติศักดิ์ ประเสริฐสงค์ ๔. นายสามัคคี เดชกล้า ๕. นายสมบัติ ชูเถื่อน ๖. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอบคุณครับ
เชิญภาคประชาชน ๑๒ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายไพศาล บางชวด ภาคประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอเสนอชื่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายไพศาล บางชวด ๒. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุรชาติ ณ หนองคาย ๓. นายแพทย์อำนวย กาจีนะ ๔. ดอกเตอร์เมธี จันท์จารุภรณ์ ๕. นางทัศนีย์ บัวคำ ๖. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ดอกเตอร์พิทยา จารุพูนผล ๗. นายแพทย์ดอกเตอร์ภูดิท เตชาติวัฒน์ ๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมศักดิ์ พิทักษานุรัตน์ ๙. นายสกลภัทร เหมือนจันทร์เชย ๑๐. นายประสพ สารสมัคร ๑๑. นายปิ่น นันทะเสน ๑๒. นายอาญา ปลอดจินดา
๑๒ ท่านครับ พรรคเพื่อไทย ๙ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวไลพร อัจฉริยะประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยมีรายนามดังนี้ ๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ๓. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๔. นายสมคิด เชื้อคง ๕. นายนพพล เหลืองทองนารา ๖. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๗. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๘. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๙. นางมนพร เจริญศรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๖ ท่านครับ
ท่านประธานคะ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ๑. พันตำรวจเอก สามารถ ม่วงศิริ ๒. นายธีระ สลักเพชร ๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ๕. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๖. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน คือ นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล จำนวน ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล คือ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายสุพรรณ ศรีธรรมมา ๓. นายกิตติศักดิ์ ประเสริฐสงค์ ๔. นายสามัคคี เดชกล้า ๕. นายสมบัติ ชูเถื่อน ๖. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๗. นายไพศาล บางชวด ๘. รองศาสตราจารย์สุรชาติ ณ หนองคาย ๙. นายอำนวย กาจีนะ ๑๐. นายเมธี จันท์จารุภรณ์ ๑๑. นางทัศนีย์ บัวคำ ๑๒. รองศาสตราจารย์พิทยา จารุพูนผล ๑๓. นายภูดิท เตชาติวัฒน์ ๑๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมศักดิ์ พิทักษานุรัตน์ ๑๕. นายสกลภัทร เหมือนจันทร์เชย ๑๖. นายประสพ สารสมัคร ๑๗. นายปิ่น นันทะเสน ๑๘. นายอาญา ปลอดจินดา ๑๙. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒๐. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ๒๑. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๒๒. นายสมคิด เชื้อคง ๒๓. นายนพพล เหลืองทองนารา ๒๔. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๒๕. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๒๖. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๒๗. นางมนพร เจริญศรี ๒๘. พันตำรวจเอก สามารถ ม่วงศิริ ๒๙. นายธีระ สลักเพชร ๓๐. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓๑. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ๓๒. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๓๓. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๓๔. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๓๕. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๓๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์
กำหนดระยะเวลาการแปรญัตติครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ จะใช้ร่างใดเป็นหลักครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนัดประชุมร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครั้งแรก วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ห้องประชุมกรรมาธิการ ๒๑๓-๒๑๔ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๒ นะครับ
ต่อไปเป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
(แทรก)
เชิญรัฐมนตรีผู้เสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรี ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้
(๑) ยกเลิกบทนิยามคำว่า “เลขาธิการ” และกำหนดให้มีบทนิยามคำว่า “ผู้อำนวยการ” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมสถานะและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ และเพิ่มมาตรา ๑๓ (๔/๑))
(๓) กำหนดขั้นตอนและวิธีการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการ (เพิ่ม มาตรา ๑๓/๑)
(๔) กำหนดให้การกำหนดเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวคนพิการ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ วรรคสาม)
(๕) กำหนดขั้นตอนและวิธีการให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น จากรัฐ (เพิ่มมาตรา ๒๐/๑)
(๖) กำหนดให้องค์กรด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (เพิ่มมาตรา ๒๐/๒)
(๗) กำหนดให้มีศูนย์บริการคนพิการ (เพิ่มมาตรา ๒๐/๓ และมาตรา ๒๐/๔)
(๘) กำหนดให้คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนสามารถมอบหมายให้ คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ในการ พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงิน อนุมัติโครงการ กำหนดวงเงิน และรายการค่าใช้จ่ายแทนได้ (เพิ่มมาตรา ๒๖ วรรคสอง)
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังขาดมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อแก้ไข ปัญหาในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจน สวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ จึงเป็นการสมควรกำหนดให้สำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีฐานะเป็นกรม และกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ ในการตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์และการอำนวย ความสะดวกเพิ่มขึ้น รวมทั้งกำหนดให้องค์กรด้านคนพิการหรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการ แก่คนพิการมีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมากขึ้น ตลอดจน กำหนดให้มีศูนย์บริการคนพิการเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริการ และแก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับตามกฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้รับ ความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานที่ดียิ่งขึ้น ขอบคุณครับ
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันมีอีก ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางนันทนา ทิมสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) อีกฉบับหนึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ผมเห็นว่า เป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ น่าจะพิจารณารวมกัน มีท่านอื่นติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่ติดใจ ผมว่าขอให้พิจารณารวมกันนะครับ
เชิญคุณนันทนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันและคณะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย รวม ๒๑ คน ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลเพื่อที่จะ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ
(๑) ยกเลิกนิยามคำว่า “เลขาธิการ” และให้นิยามคำว่า “ผู้อำนวยการ" แทน โดยให้ผู้อำนวยการหมายถึงผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แห่งชาติ
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมสถานะและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบให้คำแนะนำ ช่วยเหลือคนพิการให้สามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่น ตามพระราชบัญญัตินี้ค่ะ
ประเด็นที่ ๓ กำหนดให้ขั้นตอนและวิธีการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ของคนพิการ เพื่อให้สำนักงานสามารถที่จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ในเวลาที่เหมาะสม หากฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องในระยะเวลาอันสมควร ให้สำนักงานรายงานต่อคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และมติคณะกรรมการนั้นให้ถือเป็นที่สุดค่ะ
ประเด็นที่ ๔ กำหนดให้การกำหนดเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว คนพิการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้มี ผู้รับผิดชอบโดยตรงในการที่จะออกบัตรประจำตัวให้สำหรับผู้พิการ
ประเด็นที่ ๕ กำหนดขั้นตอนและวิธีการ ให้คนพิการสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ โดยสามารถเสนอแนะร้องขอให้คณะกรรมการ หรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการดูแลสนับสนุนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิต ให้เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป และสามารถใช้สิทธิได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์และสภาพความพิการ
ประเด็นที่ ๖ กำหนดให้องค์กรด้านคนพิการ หรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการ แก่คนพิการ ซึ่งคณะกรรมการรับรองตามมาตรา ๖ (๑๐) มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ โดยสามารถร้องขอ หรือเสนอแนะต่อคณะกรรมการหรือหน่วยงาน ของรัฐ เพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและเสมอภาค และเมื่อได้รับ การร้องขอให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาและดำเนินการโดยคำนึงถึงการคุ้มครองผู้พิการ เป็นสำคัญ
ประเด็นที่ ๗ กำหนดให้มีศูนย์บริการคนพิการและกำหนดอำนาจหน้าที่ ของศูนย์บริการคนพิการ เพื่อที่จะให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนพิการให้สามารถเข้าถึงประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้
ประเด็นที่ ๘ กำหนดให้ส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเพื่อตั้งเป็นกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นซึ่งอยู่ใกล้ชิด กับพี่น้องประชาชนได้มีส่วนในการดูแลผู้พิการเป็นการเบื้องต้นในพื้นที่ที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นรับผิดชอบอยู่
ประเด็นที่ ๙ กำหนดให้คณะอนุกรรมการบริหารกองทุน สามารถมอบหมาย ให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ ในการพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงิน อนุมัติโครงการ กำหนดวงเงินและรายการค่าใช้จ่ายแทนได้ ซึ่งคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดนั้นจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้พิการในแต่ละจังหวัดนั้น ๆ มากกว่า คณะกรรมการส่วนกลาง เพราะฉะนั้นก็เป็นการดีที่จะให้ทางคณะอนุกรรมการประจำจังหวัด ได้มีส่วนในการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของผู้พิการค่ะ
ประเด็นที่ ๑๐ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกรณีหน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์ จะรับคนพิการเข้าทำงานและไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุน หน่วยงานของรัฐ นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการ นอกจากอาจจะจัดสัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้า และบริการ จัดเหมาช่วงงาน หรือฝึกงานให้กับผู้พิการแล้ว ควรจะจัดให้มีอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๑๑ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจในการประกาศโฆษณาข้อมูล ต่อสาธารณะ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้สำหรับนายจ้างหรือสถานประกอบการที่ได้ จัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สถานประกอบการ หรือนายจ้างเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ดูแลผู้พิการให้ดียิ่งขึ้น
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังขาดมาตรการในการที่จะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อแก้ไข ปัญหาในการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ในสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ จึงสมควรที่จะยกฐานะให้สำนักงาน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนั้นได้มีฐานะเป็นกรม และมีการกำหนดอำนาจ หน้าที่ในการตรวจสอบ ให้คำแนะนำช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์อำนวย ความสะดวกเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้องค์กรด้านคนพิการ หรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการนั้น ได้มีบทบาทในการที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมากขึ้น ตลอดจน ให้มีศูนย์บริการคนพิการเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ ในการให้คำแนะนำ แก่ผู้พิการ ในการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้พิการและเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับผู้พิการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคะ ผู้พิการในประเทศของเราในปัจจุบันนี้นับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนา คุณภาพชีวิตของคนพิการให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้พิการนั้นสามารถที่จะ ใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้เปรียบเสมือนว่าเขาก็เป็นคนปกติคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็จึงอยากจะขอความสนับสนุนจากเพื่อน ๆ สมาชิกได้ช่วยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
คุณพิษณุ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กระผมและเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการดังนี้ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ดีขึ้น โดยมีเนื้อหาย่อ ๆ ดังนี้นะครับ เป็นการกำหนดขั้นตอนและวิธีการให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นที่สาธารณะ กำหนดให้มีคณะกรรมการกำหนด แนวทางออกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ ระเบียบ หรือประกาศเพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการในท้องถิ่น ตลอดจนขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
เหตุผลสั้น ๆ ครับท่านประธาน โดยร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ยังมีมาตรการที่ยังขาดตกบกพร่องและประกาศใช้มา เป็นเวลา ๕ ปี เห็นควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการปรับปรุงเพื่อให้คนพิการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานด้านนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มความสามารถ จึงมีความจำเป็นที่จะ ขอตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้ผมว่าพอสมควรแล้วกระมังครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ต่อเนื่องกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่แล้วครับ คือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ
กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร
โดยร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้มีหลักการเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยเพิ่มมาตรา ๑๗ (๔/๑) เพื่อยกฐานะสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการแห่งชาติ ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขึ้นเป็น สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์
สำหรับเหตุผลของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากมาตรการ ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อแก้ไขปัญหาในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐยังไม่เพียงพอ อันจำเป็นต้องกำหนดให้สำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มีอำนาจในการตรวจสอบ การได้รับสิทธิประโยชน์ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนพิการให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวย ความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่น ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการของสำนักงาน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ สามารถปฏิบัติตามภารกิจที่เพิ่มขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัว สมควรยกฐานะสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติเป็นกรมในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ
ท่านนริศครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานครับว่าเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ เรื่องด่วนที่ ๗ แล้วก็เพื่อนสมาชิกก็เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ แล้วที่จริงเพื่อนสมาชิกควรจะได้อภิปรายเรื่องด่วน ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ แล้วเมื่อจบ ๓ ร่าง จึงเสนอเรื่องด่วนที่ ๑๐ คือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าโดยข้อตกลงแล้วเข้าใจว่าท่านประธานก็ทราบแล้ว ท่านประธานจึงจะปิดประชุมสำหรับวันนี้ เพื่อที่จะไปอภิปรายเรื่องด่วน ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ ในวันพรุ่งนี้ เมื่อจบเรื่องด่วนที่ ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ แล้ว จึงจะเสนอเรื่องด่วนที่ ๑๐ ในวันพรุ่งนี้มันควรจะเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านนริศ ถ้าได้อ่านดูสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คล้ายคลึงกันครับ ก็จะต้องแยกกันลงมติ อภิปรายพรุ่งนี้ ถ้าท่านได้อ่านเนื้อหา พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่ว่าในเนื้อหา ถ้าดูจริง ๆ แล้วจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมตกลงว่าเอาทั้ง ๒ ฉบับมารวมกัน แต่ให้อภิปรายต่อพรุ่งนี้ ถ้าท่านได้ดู เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เนื่องจาก เป็นเรื่องที่สามารถอภิปรายอยู่ต่อเนื่องเรื่องเดียวกัน กระผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านสมาชิกว่าเพื่อให้ท่านสมาชิกสะดวกในการอภิปรายของท่านสมาชิก จะสามารถอภิปราย ไปพร้อมกันทั้ง ๒ เรื่องในคราวเดียวกัน แต่การลงมตินั้นก็จะลงมติแยกกันครับ ท่านประธาน และท่านสมาชิกที่เคารพครับ
เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ที่จริงผมจะอภิปรายอย่างนี้ก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าที่จริง ท่านประธานก็ต้องแจ้งที่ประชุมแต่ต้น ไม่ใช่ให้เสนอมาเรื่องด่วนที่ ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ เสนอ ๑๐ แล้วเมื่อครู่ท่านประธานกำลังจะปิดนะครับ ผมหมายถึงว่าจะต้อง ให้มีการอภิปรายเรื่องด่วนที่ ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ ก่อน แล้วถึงจะต่อด้วย เรื่องด่วนที่ ๑๐ มันควรจะเป็นอย่างนั้นนะครับ
คืออย่างนี้ท่านนริศเป็นความผิดพลาดผมเอง ผมไม่ได้อ่านว่าพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนพิการเหมือนกันครับ อันนี้เป็นความผิดพลาดของผมเองครับ ขอโทษด้วย
ที่จริงถ้าท่านประธานอยากได้อย่างนั้น ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าท่านประธานควรจะพูดตั้งแต่ต้น แล้วถ้าดำเนินการประชุมอย่างนี้ มันต้องอภิปรายเรื่องด่วน ๗ เรื่องด่วนที่ ๘ เรื่องด่วนที่ ๙ ก่อน มันถึงจะเริ่มเรื่องด่วนที่ ๑๐ เรื่องด่วนที่ ๑๑ เรื่องด่วนที่ ๑๒
ดูเนื้อหาสาระเป็นอย่างเดียวกันครับ สามารถอภิปรายพร้อมกันได้ เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คือมันมีข้อที่จะเป็นข้อสังเกตในการพิจารณาในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า ในวันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างหนึ่ง แล้วก็สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอ ๒ ร่าง ความจริงในสมาชิกพรรคเพื่อไทยน่าจะเสนอ เป็นร่างเดียวได้นะครับ จะรับรองกันกี่ร้อยคนก็ได้ แล้วก็เป็น พ.ร.บ. การเงิน ก็ฝาก เป็นข้อสังเกตว่าถ้าพรรคอื่นจะเสนอไปประกบด้วยก็ควรจะรับรองให้เป็น พ.ร.บ. การเงิน ฝากไว้ในสภาแห่งนี้ครับ แล้วทราบมาว่าพรรคภูมิใจไทยก็เสนอไป แต่บอกว่ารับรองไม่ทัน หรืออย่างไรนี่ เพราะฉะนั้นฝากไว้เป็นข้อพิจารณานะครับ รัฐบาลนะครับว่า ถ้าเป็น พ.ร.บ. การเงิน พรรคอื่นเสนอก็ควรจะรับรองให้ด้วย ขอบคุณครับ
ฝากท่านประธานวิปรัฐบาลก็แล้วกันนะครับ ต่อไปจะได้พิจารณาพร้อมกันนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านนันทนา ทิมสุวรรณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันและคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต่อเนื่องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยหลักการและเหตุผลดังนี้นะคะ
หลักการ เพื่อเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อยกฐานะสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขึ้นเป็นสำนักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั่นก็คือ ยกฐานะเป็นกรมกรมหนึ่งในกระทรวง
เหตุผล เนื่องจากมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็น สาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐนั้นยังไม่เพียงพอ จำเป็น ต้องกำหนดให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีอำนาจ ในการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก สวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่น ๆ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว จึงสมควรยกฐานะ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้เป็นกรมในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ค่ะ
ท่านประธานคะ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับฉบับที่แล้ว ซึ่งดิฉัน ก็เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ สามารถที่จะคิดสิ่งต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องคนพิการ แล้วก็มีความเป็นเอกเทศ ในการที่จะสามารถคิด และของบประมาณด้วยตนเองในการที่จะดูแลผู้พิการ ดังนั้นดิฉัน จึงเห็นว่ากฎหมายนี้ก็เป็นกฎหมายสำคัญ ก็อยากจะขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กระผมและเพื่อนสมาชิกอีก ๒๓ ท่าน ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมี
หลักการ เพื่อแก้ไขปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ยกฐานะสำนักงาน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติให้ขึ้นเป็นกรม
เหตุผล ก็คือปัจจุบันนี้สำนักงานดังกล่าวขึ้นกับสำนักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ยังไม่มีประสิทธิภาพ เต็มที่ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มภารกิจ มีความคล่องตัวเพื่อที่จะช่วยเหลือคนพิการทั่วประเทศ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงขอยกสำนักงานดังกล่าวขึ้นเป็นกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
สำหรับวันนี้ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ขอปิดการประชุมครับ