วัชระ เพชรทอง อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายว่ากฎหมายดังกล่าวมีสอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศหรือไม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องอายุความในมาตราและเสนอให้เพิ่มอายุความเป็น 10 ปี และหารือเรื่องความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการบัญญัติศาลชัดเจนและดำเนินการแก้ไข
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตลุกขึ้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลเสนอเข้ามา ที่จำเป็นต้องอภิปรายเพราะว่าบางประการ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกำลังจะเขียนกฎหมายซึ่งเกี่ยวพันกับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน และแม้แต่ตัวท่านประธานเองในอนาคตถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้ ผมก็ไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวท่านประธานหรือไม่ อย่างไร ถ้าท่านประธานสงสัยว่า จะส่งผลกระทบต่อท่านประธานหรือไม่ ท่านประธานไปดู (๑๕) เกี่ยวกับการยึดถือ ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องแสดงความกังวลเอาไว้ ท่านประธานครับ ในวิชาการเชิงลึกท่านอาจารย์ ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว และวิชาการแบบทั่วไปท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ ท่านก็ได้อภิปรายไปหมดสิ้นแล้ว ผมก็ขอ แสดงความกังวลบางประการเท่านั้นเอง กฎหมายฉบับนี้มีสั้น ๆ ๑๓ มาตรา และอย่างที่ ท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ ท่านได้อภิปรายเอาไว้ว่าแต่เดิมนั้น ปปง. ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางการเมือง ไปตรวจสอบทรัพย์สินของหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารเนชั่น ผู้บริหารไทยโพสต์ หรือแม้แต่คนรับใช้บ้านคุณแม่ถ้วน หลีกภัย ที่จังหวัดตรัง ก็ได้แต่ หวังอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าใครจะมาเป็นเลขาธิการ และผมก็ค่อนข้างจะเชื่อมั่นในตัวเลขาธิการคนใหม่นี้คือท่านที่นั่งอยู่ข้างบน ซึ่งท่านมีความรู้ ความสามารถที่เป็นได้อย่างแน่นอน กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมสงสัยและกังวลก็คือว่า ใน (๑๘) ที่ท่านเพิ่มมูลฐานความผิดเกี่ยวกับลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ถามท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าตรงนี้ สอดคล้องกับที่ต่างประเทศได้ให้เราบัญญัติไว้หรือไม่ เพราะเท่าที่ผมเปิดดูจากเอกสาร ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจกมา ปรากฏว่าในเรื่องของวิ่งราวทรัพย์ และชิงทรัพย์ไม่มี ที่ต่างประเทศไม่มีวิ่งราวทรัพย์และชิงทรัพย์ แต่ทำไมท่านถึงเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะการวิ่งราวทรัพย์อย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรานั้นจะตามไปยึดทรัพย์คนที่วิ่งราวทรัพย์ อย่างนั้นเลยหรืออย่างไร ท่านประธานครับ เพราะการที่จะกำหนดมูลฐานความผิดเพิ่มขึ้น จากแต่เดิม ๙ มูลฐานความผิด เป็น ๒๑ มูลฐานความผิด เพิ่มขึ้นมา ๑๒ มูลฐานความผิดนั้น ผมเห็นว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากและควรที่จะพิจารณาอย่างถ่องแท้ และคำบางคำก็ยอมรับว่า เป็นคำที่ใหม่ เช่นใน (๑๐) ก็บอกว่าเป็นพรรคพวกซ่องโจร คำว่าเป็นพรรคพวกซ่องโจร ผมก็ไม่ทราบว่าเราจะตีความนิยามใด พรรคพวกซ่องโจร เราจะคิดอย่างไรว่าคนคนนี้เป็นกลุ่ม เป็นบุคคล เป็นสมาชิกในพรรคพวกซ่องโจรเพราะถือว่าเป็นคำใหม่ เพราะแต่เดิมในกฎหมายอาญา ก็มีแต่คำว่าซ่องโจร อั้งยี่ เพราะฉะนั้นคำว่าพรรคพวกซ่องโจรจึงเป็นคำใหม่ที่ต้อง ขอคำตอบจากท่านเลขาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมายนี้เพื่อนสมาชิกหลายคน ก็ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้วว่า แล้วอย่างกรณีที่ร่ำรวยผิดปกติจะอยู่ในมูลฐานความผิดใด หรือจะไปดูมูลฐานความผิดเดิมที่ได้บัญญัติไว้แล้ว หรือพวกที่สู้แล้วรวยจะมีมูลฐาน ตามความผิดใด เพราะว่าการสู้แล้วรวยอย่างไม่มีเหตุผล ประชาชนสงสัย ท่านประธานครับ ในกฎหมายที่บัญญัติไว้สั้น ๆ ไม่กี่มาตรานั้นปรากฏว่ากำลังจะมี การร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนถามไปยังท่าน เลขาธิการว่าสภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอในปัจจุบันนั้นยังคงน่าเชื่อถือดีอยู่หรือ ในปีที่แล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษมาของบประมาณแผ่นดินและของบราชการลับ เป็นเงินถึง ๓๐ ล้านบาท ผมเป็นคนที่เสนอให้ตัดงบราชการลับของดีเอสไอลง ๑๐ ล้านบาท ขอตัดลง ๑๐ ล้านบาทดีเอสไอแทบจะเป็นจะตายบอกว่าจะทำงานไม่ได้ แล้วหน่วยงานนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุน มีเครื่องมือดักฟังสารพัดชนิด มีเครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มากมาย มีกระสุนนับล้านนัด มีปืนทันสมัยนานาชนิด ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่าดีเอสไอดักฟังโทรศัพท์ของท่านประธานหรือไม่ อย่างไร หรือดีเอสไอดักฟัง โทรศัพท์ของคณะรัฐมนตรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาบ้างหรือไม่ อย่างไร ผมไม่มีความเชื่อถือในดีเอสไออีกต่อไป ณ วันนี้ เพราะอะไรครับท่านประธาน การที่เราจะเขียนกฎหมายแล้วให้ดีเอสไอมาร่วมกับ ปปง. มันเหมือนกับให้เสือติดปีก สามารถบินไปได้ทั่วประเทศแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดีเอสไอมีธรรมาภิบาล ถ้าดีเอสไอ เป็นข้าราชการที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าดีเอสไอไม่ใช่หน่วยงาน ทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันกราบเรียนท่านประธานว่าดีเอสไอกลายเป็นหน่วยงานทางการเมือง ไปแล้ว รวมถึงการวินิจฉัยในคดีต่าง ๆ หรือการสั่งไม่ฟ้องในคดีต่าง ๆ ก็เป็นไปตามธง ที่กำหนดทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ดีเอสไอวันก่อนบอกว่าพูดอย่างนี้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างแน่นอน แต่มาวันนี้กลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ ท่านประธานครับ บอกว่า ไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสียแล้ว หรือแม้แต่การยุติการสั่งไม่ฟ้องในคดีภาษีหรือคดีต่าง ๆ เป็นต้น ฉะนั้นการที่จะเขียนกฎหมายโดยที่รัฐบาลเสนอมาให้ ปปง. ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือดีเอสไอมาดำเนินการนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะต้องวิตกกังวลแม้นว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ท่านจะได้ให้เกียรติ นั่งฟังการอภิปรายอยู่ในสภาตลอดเวลาก็ตาม แต่เราก็ไม่อาจที่จะค้ำประกันได้ว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั่งอยู่ในสภาตลอดเวลา ดีเอสไอจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยุติธรรม แม้แต่เก้าอี้ที่ท่านประธานนั่งปรากฏว่ามีการลากเก้าอี้ท่านประธาน ดีเอสไอกำลังจะนำเป็นคดีพิเศษ แล้วมันจะเป็นคดีพิเศษได้อย่างไร ท่านประธานครับ ลากเก้าอี้กำลังจะอนุมัติเป็นคดีพิเศษ แล้วยังมีความน่าเชื่อถืออันใดในหน่วยงานนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมกับหน่วยงานนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วย และอยากกราบเรียนท่านประธานว่านอกจากดีเอสไอจะมาร่วมกับสำนักงาน ปปง. แล้ว ผมนั้นได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการงบประมาณ ปรากฏว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมมาชี้แจงบอกว่ากำลังจะร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการจัดการกับโรงงานต่าง ๆ ท่านประธานครับ ปปง. นั่งอยู่ตรงนี้ท่านอาจจะไม่ทราบ แต่ปรากฏว่าดีเอสไอกำลังตีเมืองขึ้น ไปร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่จะจัดการโรงงาน ทั้งประเทศ ผมถามว่ามีหน้าที่อะไร กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่อะไรที่จะไปร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือเป็นไปตามใบสั่งของใคร ท่านประธานครับ นี่ ปปง. นั่งอยู่ตรงนี้ เขียนกฎหมายบอกว่าจะร่วมกับดีเอสไอ แล้วดีเอสไอ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายจ่าย งบประมาณแผ่นดิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจำเป็นต้องเอาดีเอสไอมาร่วมด้วย ผมถามว่าแล้วดีเอสไอจะมีกำลัง มีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ให้กับ ปปง. ให้กับกรมโรงงาน อุตสาหกรรมมากขนาดนั้นหรือ ท่านประธานครับ นี่คือเฉพาะเพิ่งตรวจพบว่าดีเอสไอ กำลังจะสนธิกำลังกับ ปปง. ๑ กรณี และดีเอสไอกำลังจะสนธิกำลังกับกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ๑ กรณี เราเพิ่งพิจารณางบประมาณผ่านไปได้แค่ ๒ กระทรวง ปรากฏว่า โผล่มาแล้ว ๒ หน่วยงาน และอีก ๔๐๐ กว่าหน่วยงาน ผมก็ไม่ทราบว่าดีเอสไอจะไปร่วมกับ กรมไหนอีก เพราะฉะนั้นผมถึงไม่เห็นด้วยครับที่จะให้ดีเอสไอ คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาร่วมกับ ปปง. ในการดำเนินการตามนี้ จึงกราบเรียนท่านประธานได้ทราบ
ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในมาตราสุดท้าย ท่านประธานอย่าเพิ่ง กดไมค์สีแดงครับ เพราะผมมีประเด็นที่จะพูดสั้น ๆ ก็คือว่าในมาตราสุดท้ายอายุความ ท่านบอกว่าภายใน ๒ ปีนับแต่วันที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิด และรายงานให้กับเลขาธิการ ปปง. ทราบหรือภายใน ๕ ปีนับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความในทุกมูลฐานความผิดที่เขียนเอาไว้ทั้ง ๒๑ มูลฐาน ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะมีขึ้น ผมคิดว่าอายุความ แค่ ๒ ปีกับ ๕ ปีนี้น่าจะสั้นไปครับ น่าจะสั้นไปต่อมูลฐานความผิดร้ายแรงต่าง ๆ ที่ท่านได้ บัญญัติเอาไว้และกำลังจะบัญญัติขึ้น แต่ไม่นับมูลฐานความผิด วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ที่ท่านเขียนเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะจัดการกับคนที่กระทำผิด คนชั่วร้าย จริง ๆ แล้ว อายุความ ๒ ปี ๕ ปีนี้สั้นไปครับ และผมเชื่อว่าถ้าเป็นดังนี้ถ้าอายุความแค่ ๒ ปี ท่านอาจจะถูกอำนาจพิเศษทำให้คดีขาดอายุความก็ได้ เพราะฉะนั้นอายุความตรงส่วนนี้ น่าจะไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปีครับ กราบเรียนไปยังท่านเลขาธิการ ปปง. เพื่อได้โปรดพิจารณาว่า อายุความควรให้นานกว่านี้เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ และโดยสรุปในมูลฐานความผิดที่เพิ่มขึ้น ทั้ง ๑๒ มูลฐาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือมูลฐานความผิด ที่เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ผมเป็นห่วงอย่างนี้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าผมเองนั้นไม่เคยมีหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว ในตลาดหลักทรัพย์ และไม่ได้ไปเล่นหุ้นเหมือนกับที่เขาบอกว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น ผมไม่มีหุ้นแต่ผมวิตกกังวลเพราะอะไรครับ เพราะเราจะมีอะไรที่บัญญัติชัดเจนว่าการกระทำ อันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเป็นอย่างไร และถามว่าแล้วอย่างซุกหุ้นอย่างนี้ จะจัดการได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่เป็นประเด็นประเด็นหนึ่งที่อยากจะ ถามท่านเลขาธิการ ปปง. นะครับ ถ้าซุกหุ้นท่านจะจัดการได้ไหม มีความผิดไหมตาม (๒๐) นี้ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าใน (๑๕) ผมอยากจะอ่านให้ ท่านประธานฟังว่าความผิดเกี่ยวกับการใช้ ยึดถือ หรือ