สาธิต ปิตุเตชะ หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและทุจริต โดยชี้ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงปัญหาที่สำคัญ และขอแนะนำให้เพิ่มมูลฐานความผิดเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานสากลและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ร้ายแรง และสนับสนุนกฎหมายทั้งสองฉบับ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการชั่งน้ำหนักในการให้ความเป็นธรรม และการแก้ไขความไม่ชัดเจนในกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงใช้เวลาไม่นานนะครับ สำหรับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ที่ต้องสนับสนุนก็เพราะว่ามันมีเหตุผลความจำเป็น เหตุผลที่สำคัญก็คือว่าเหตุผลที่ได้กำหนดไว้ ในร่างกฎหมายฉบับ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... แล้วก็กฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุผลที่ว่านอกจากนี้ยังมีความจำเป็นพิเศษอีกครับว่าในการดำเนินการ ของประเทศเรามันล่าช้า แล้วก็ถ้าเราไม่ทำเราก็ถูกขึ้นบัญชีถึงแม้ว่าอาจจะไม่เป็นบัญชีสีดำ ก็เป็นบัญชีสีเทา ซึ่งก็อาจจะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจ แล้วก็ภาคเอกชนที่เขาจะต้องไปทำธุรกรรม ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามก่อนจะเข้าไปถึงเนื้อหารายละเอียดที่ผมเรียนท่านประธาน ถึงเหตุผลแล้ว ผมอยากจะพูดถึงหลักการ ซึ่งก็ต้องฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านเลขาธิการ ปปง. ว่าโดยหลักการของกฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ผู้บังคับใช้กฎหมาย หัวใจของผู้บังคับใช้กฎหมายก็คือว่าต้องมีความเป็นธรรม มีจิตวิญญาณ ในการที่จะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพราะต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นคนเก่งแค่ไหน อย่างไร ไม่สามารถที่จะเขียนตัวบทกฎหมายให้ครอบคลุมทุกประเด็น ทุกกรณี มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องใช้ดุลยพินิจครับ ซึ่งการใช้ดุลยพินิจที่ว่านี้ก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่ แล้วก็ผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีหัวใจเป็นธรรมก็จะใช้ดุลยพินิจในการที่จะตัดสินในแต่ละเรื่องได้ อย่างเป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่น กรณีความผิดมูลฐานที่ได้มีการเพิ่มเติมมาในส่วนของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราจะเห็นว่ามีความผิด หลายความผิดที่เพิ่มเป็นความผิดมูลฐานซึ่งถ้าดูโดยเหตุผลจริง ๆ แล้วก็ไม่ควรเข้าความผิด มูลฐาน แต่ว่าขมวดไปด้วยเหตุผลประกอบ ยกตัวอย่างเช่น ใน (๑๘) พูดถึงความผิดเกี่ยวกับ การลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา คือถ้ามองผิวเผินการไปกำหนดมูลฐานความผิดอันนี้ก็ไม่ถึง ขนาดความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาสู่กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่ว่า มันก็มีเหตุผลประกอบในมาตรา ๔ ในเรื่องของความผิดทั้งหมดที่พูดถึงจะต้องมีลักษณะ ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของพี่น้องประชาชน ความมั่นคงในประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจการคลัง ของประเทศ อันนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับทรัพย์ใน (๑๘) แล้วจะต้องมาเข้าข้อสันนิษฐาน ตามวรรคท้ายในมาตรา ๔ ด้วย การที่จะไปวินิจฉัยว่าจะเข้าองค์ประกอบทั้งหมด แล้วก็ เป็นไปตามมาตรา ๔ วงเล็บท้ายหรือไม่ก็ต้องใช้ดุลยพินิจครับ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าผมมีข้อแนะนำ หัวใจในหลักการในการ ที่จะให้ผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นไปโดยความเป็นธรรม นั่นก็คือว่าต้องเอาการเมืองออกจาก กระทรวงยุติธรรม อันนี้เป็นหัวใจเลยครับ ถ้าเราเอาการเมืองออกจากกระบวนการยุติธรรมได้ ทุกอย่างก็จะทำให้ใช้ดุลยพินิจเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม การบังคับใช้ไปทุกฝ่าย ทุกส่วนนี่ ก็จะได้รับความเชื่อถือแล้วก็มีความเชื่อมั่น ผมเรียนว่ามีสมาชิกบางท่านได้พูดถึงเหตุการณ์ ในอดีต ซึ่งความจริงก็ไม่อยากจะพูดถึง แต่ว่าก็เรียนเพื่อเป็นข้อมูลว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ถูกใช้ เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในสมัยที่ท่านเลขาธิการ ปปง. เองก็เคยเป็นรองเลขาธิการ ปปง. ในสมัยนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่ามันถูกนำกฎหมายอย่างนี้ไปใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง อย่างแท้จริง มันก็เลยเกี่ยวกับว่าที่ผมพยายามพูดถึงหลักการของกฎหมายทุกฉบับว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นหัวใจที่ต้องใช้ดุลยพินิจอย่างเที่ยงธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นที่ผมแนะนำก็คือว่าถ้าเราสามารถเอาการเมืองออกจากกระบวนการยุติธรรมได้ ความเชื่อมั่น ความศรัทธาของพี่น้องประชาชนก็จะกลับมายังกระบวนการยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเนื้อหารายละเอียดของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ผมจะขอเข้าไปในความผิดมูลฐานใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราให้เหตุผลและความจำเป็นว่าจำเป็นจะต้องเพิ่มความผิดมูลฐานเพื่อให้เป็น มาตรฐานสากล ความจริงก็ไปดูในความผิดมูลฐานที่เป็นมาตรฐานสากลก็มีฐานความผิด ประมาณ ๒๐-๒๑ ฐานความผิด แต่ว่าการขอเพิ่มเติมมูลฐานความผิดใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่เพิ่มเติมในครั้งนี้ ก็ขอมาประมาณใกล้เคียงกันแต่ว่าอาจจะไม่ครบฐานความผิดทั้งหมด ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้ก็เป็นที่นิยมในสากล ในต่างประเทศนานาชาติเขาพูดถึงการค้ามนุษย์กัน แต่ว่าในการเพิ่มเติมในครั้งนี้ก็ไม่ได้มี การใส่ความผิดมูลฐานในเรื่องของการค้ามนุษย์เข้าไปด้วย อาจจะพูดได้ว่าของเดิมมีความผิด เกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็กและสตรี แต่ว่าความจริงแล้วความผิดเรื่องค้ามนุษย์ ผมคิดว่า ฐานความผิดน่าจะมีมากไปถึงการค้าแรงงาน ยกตัวอย่างเช่น ไปเอาเด็กที่อายุยังไม่ถึง มาขอทาน อาจจะเป็นเด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ทั้งหมดก็น่าจะเป็นอยู่ในมูลฐาน ความผิดการค้ามนุษย์นะครับ รวมทั้งการลักลอบเข้าเมือง อันนี้ก็ยังไม่ได้ระบุหรือไม่ได้เพิ่ม ความผิดมูลฐานไปที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพิ่มเติมเข้ามา เท่าที่ตรวจสอบก็พบที่ใกล้เคียง ทั้ง ๒๑ มูลฐาน ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่พูดถึงความผิดมูลฐานเรื่องร่ำรวย ผิดปกติ เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้สมควรอย่างยิ่ง เพราะว่าอันนี้เป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงที่สุด ที่เกาะกินในเมืองไทยเรา เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะไปใช้อำนาจทางกฎหมายที่ถูกต้อง ไปดึงเงินในระบบที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็ไปมีการฟอกเงินกันอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ไปทำธุรกิจ เราสามารถดึงเงินพวกนี้กลับมาได้ อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นประโยชน์กับประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามูลฐานความผิด ที่ไหน ๆ เพิ่มขึ้นมาแล้ว ๒-๓ ฐานความผิดนี้ก็ยังน่าจะขาดอยู่
ส่วนประเด็นในเรื่องของรายละเอียดในกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมให้ความสำคัญในเรื่อง มาตรา ๗ อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผมเห็นด้วยว่าความจริงผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่ในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เป็นหัวใจ เพราะว่าสามารถให้คุณให้โทษ แล้วก็เป็นคุณ เป็นโทษที่หนักหนาสาหัสอยู่พอสมควร ผมเข้าใจว่าเวลาผู้ที่ต้องสงสัย หรือมีเหตุสงสัย ว่ากระทำความผิดในฐานความผิดมูลฐาน เมื่อจะเข้าไปสู่การอายัดทรัพย์สิน มีความเดือดร้อน อย่างที่สุด เพราะฉะนั้นการชั่งน้ำหนักในการให้ความเป็นธรรม อันนี้ต้องมีส่วนจำเป็นอย่างยิ่ง มาตรา ๕ และมาตรา ๗ ก็คือผู้ที่มีหน้าที่รายงาน ได้รับแจ้งบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย ต้องมี หน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ คือ ๑ ๒ ๓ ก็คือต้องแจ้งรายการทรัพย์สินต่าง ๆ ทีนี้มาตรา ๗ ขยายมาตรา ๕ บอกว่า ผู้ที่มีหน้าที่รายงาน ซึ่งได้ดำเนินการตามมาตรา ๕ ก็หมายความว่าเมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้วบังเอิญมันมีข้อผิดพลาด ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าสุจริต ก็ถือว่าผู้นั้นไม่ได้มีความผิด เว้นเสียแต่ว่าจะพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง ถ้าพิสูจน์อย่างนี้เจ้าหน้าที่คนนั้นก็จะมีความผิด ผมคิดว่ามันยังไม่ชัดเจนครับ แล้วก็ต้องให้น้ำหนักที่ดีว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านนี้มีความสำคัญมากในการรายงาน ข้อมูลอันนี้ละครับจะนำไปสู่การที่ผู้มีอำนาจไปดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจ หน้าที่ที่ให้ไว้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเจ้าหน้าที่ผู้นี้มีเจตนากลั่นแกล้งทำให้เกิดความเสียหาย อันนี้ผมฝากคณะกรรมาธิการในวาระที่สองต้องไปตรวจสอบ แล้วก็ต้องไปแก้ไขให้ชัดเจนว่า เราจะให้ภาระพิสูจน์ตกอยู่กับใคร ถ้าเขียนเฉพาะแค่นี้การพิสูจน์นี้ผมเข้าใจว่าความจริง ควรจะให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพื่อให้มี ความชัดเจนในกฎหมาย
ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือผมอยากจะฝากว่ามาตรการคุ้มครองพยาน หรือผู้แจ้งเบาะแสในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ผมก็เรียนสั้น ๆ เป็นประเด็นสุดท้ายว่าผู้ที่มีหน้าที่แจ้งเบาะแส หรือเป็นพลเมืองดีที่เขาแจ้งเบาะแสเป็นหัวใจสำคัญเลยนะครับ เพราะว่าลำพังเจ้าหน้าที่เอง หรือว่าเราจะไปสืบหาข้อมูลเองเป็นเรื่องยากพอสมควรครับ แต่ว่าถ้ามีคนที่เป็นพลเมืองดี เขามาให้ข้อมูล อันนี้จะต้องคุ้มครองเขาครับ ก็เป็นเรื่องดีที่ใช้กฎหมายคุ้มครองพยานมา เพื่อจะปกป้องการทำหน้าที่พลเมืองดีของเขา แต่ว่าแค่นั้นคงยังไม่พอนะครับ คือต้องยอมรับ อย่างแท้จริงว่ากรณีเข้าโครงการคุ้มครองพยานมันมีความยุ่งยาก มันกระทบกับ ชีวิตประจำวันเขานะครับ เหมือนกับชีวิตทั้งชีวิต อนาคตทั้งอนาคตเขาหายไป แต่ว่าถ้าเทียบ ถึงความจำเป็นว่า ถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน แต่เปลี่ยนอนาคตเขาเขาอาจจะแลก เขาอาจจะยินยอม แต่ถ้ามันสามารถที่จะเขียนกฎหมายไปคุ้มครองเขาในส่วนอื่นได้ หรือว่า ป้องกันตั้งแต่ต้นว่าสิ่งที่เขามาให้ข้อมูลแจ้งเบาะแสทำอย่างไรละครับที่จะไม่ให้คนข้างนอกได้รู้ ได้ทราบว่าเขาเป็นผู้มาให้เบาะแส มาตรการเหล่านี้ต้องมีอีกหลายมาตรการที่จะคุ้มครองเขา เหมือนกับการเลือกตั้งนะครับ ทุจริต ซื้อเสียง กว่าจะได้พยานมาแต่ละคน โอ้โหทุกคนรู้หมด ว่ามีการซื้อเสียง แต่ว่าเวลาจะให้การเป็นพยานหลักฐานไม่มีใครกล้ามาครับ เพราะว่าเขา ไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของเขา ผมก็ฝากว่าในรายละเอียดในเรื่อง ของการคุ้มครองผู้ที่จะมาให้ข้อเท็จจริงจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากการเข้าโครงการ คุ้มครองพยานแล้ว ต้องมีมาตรการอย่างอื่นที่จะมาดูแลเขาด้วย
ผมก็ขอเรียนกับท่านประธานในประเด็นสุดท้ายว่าผมสนับสนุนนะครับ เห็นด้วยกับกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็มีหลายเรื่องที่ผมสนับสนุน แล้วก็ลงมติให้นะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังผู้ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้านทุกเรื่องนั้นไม่จริง มีเรื่องดี ๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราสนับสนุน ฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ