ประชา พรหมนอก หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ โดยขอความชัดเจนในเรื่องของฐานความผิด และขอให้พิจารณาในเรื่องบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ ปปง. และการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาในองค์กร ปปง. และยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อสังเกตของรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ด้วยความขอบคุณนะครับ ที่ท่านสมาชิกทุกท่านได้กรุณาให้การอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับในวันนี้ ซึ่งเกือบจะทุกท่านนะครับ ได้ให้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมากในการที่จะดำเนินการ ต่อไปในวาระที่สองนะครับ เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำไปพิจารณากันเพื่อให้ได้ข้อยุติให้ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ
ก็เริ่มต้นจากท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านก็ได้มีประเด็นข้อห่วงใยไว้บ้าง เรื่องความชัดเจนในเรื่องของฐานความผิด อันนี้เราก็จะนำไปพิจารณาให้ได้ข้อสรุปให้ดีที่สุด
ของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านอภิปรายเกือบจะทุกท่านได้มีข้อสังเกต และบางท่านก็มีคำถามที่ผมควรจะต้อง ตอบในนี้ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตได้เอ่ยถึงท่านที่อภิปรายด้วย ด้วยความขอบคุณนะครับ ไม่ใช่อภิปรายในเชิงที่ตำหนิอะไร เพราะว่าแต่ละท่านนั้นได้ให้ข้อสังเกตและข้อห่วงใยไว้มาก พอสมควร อย่างท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านก็ได้ให้ข้อสังเกตไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนั้น หลายเรื่อง อย่างเช่นคำนิยามว่า ผู้ก่อการร้าย ท่านก็อยากจะให้เกิดความชัดเจน อันนี้ ผมก็เห็นด้วยครับ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนในขั้นกรรมาธิการนะครับ นอกจากนั้นก็ยังจะให้ พิจารณาในส่วนของบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่จะระบุไปนั้นนะครับ จะเป็นประโยชน์อย่างไร กับการดำเนินการของทางฝ่ายรัฐของไทยเรามากน้อยแค่ไหน เพียงไร และจะไป กระทบกระเทือนต่อต่างประเทศเขาหรือไม่ อันนี้ทางกระผมขอรับไว้นะครับ
ในส่วนของท่านอลงกรณ์ พลบุตร กระผมก็ได้ตอบไปบางส่วนแล้ว แต่ท่าน ได้ฝากข้อสังเกตในเรื่องของการพิจารณา ในเรื่องขององคาพยพต่าง ๆ ในการที่จะ ดำเนินการบริหารจัดการตามร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ นั่นก็หมายถึงว่าทั้งกำลังพล และงบประมาณของ ปปง. นั้นดูแล้วไม่น่าจะมีความสมดุลนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าในการปรับปรุงกฎหมายเที่ยวนี้เรามีในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของ การปรับปรุง พัฒนาในเรื่องของบุคลากร ตลอดจนในเรื่องของค่าตอบแทนทั้งหลายทั้งปวง อยู่อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งจะต้องไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ
ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ท่านรู้สึกจะตั้งคำถามไว้ว่าผมเองจะต้องยืนยันว่า กฎหมายนี้ออกไปแล้วจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่ยืนยันท่านไม่มีความมั่นใจ ท่านก็จะ ไม่ใช้สิทธิในการโหวตในครั้งนี้ ผมขอเรียนยืนยันนะครับท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ครับว่า ทางรัฐบาลนั้นจะดำเนินการให้ได้ตามตัวบทกฎหมายที่เราได้ยกร่างขึ้นมา และเสนอ ความเห็นชอบในวันนี้นะครับ
ต่อคำห่วงใยของท่านเกียรติ สิทธีอมร การเจรจากับแฟตเอฟนั้นจะต้องให้ เป็นฝ่ายนโยบายไปร่วมเจรจาด้วย ท่านครับ ผมเห็นด้วยครับตรงนี้ ซึ่งก็จะดำเนินการ เพราะในการประชุมครั้งต่อไปนั้นซึ่งจะมีเกิดขึ้นที่กรุงปารีส อันนี้ทางตัวผมเอง ถ้ามีโอกาสอยู่ ที่จะดำเนินการนั้นก็จะไปร่วมในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ แล้วท่านฝาก ข้อห่วงใยในเรื่องของอายุความตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง อันนี้ก็คงจะต้องรับไปดำเนินการ ในชั้นกรรมาธิการนะครับ
นอกนั้นก็มีท่านเจริญ คันธวงศ์ ท่านวินัย สมพงษ์ นะครับ ท่านได้ฝาก ข้อห่วงใยไว้บ้างหลายประเด็นเหมือนกัน กระผมก็ขอรับไว้นะครับ คงจะได้นำชี้แจงนำพูดจากัน ในรายละเอียดต่อไปในชั้นกรรมาธิการนะครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านได้แจ้งว่าต้องการคำตอบในเรื่องของการบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคลและการพัฒนา ท่านก็คงหมายถึงการบริหารจัดการและการบริหาร ทรัพยากรบุคคลขององค์กร ปปง. นั่นเอง ซึ่งก็ขอเรียนว่ากระผมได้มีแผนงานในการที่จะ ปรับปรุงซึ่งได้ให้ดำเนินการไปแล้วนะครับ ได้มีคณะกรรมการขึ้นมายกร่าง ปรับปรุง ทั้งในเรื่องโครงสร้างขององค์กร ปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างบุคลากร แล้วก็ปรับปรุง ในเรื่องของระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็ขอยืนยันว่าเราจะมีการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของท่านนะครับ
ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านได้อภิปราย ในเรื่องนี้ไว้ดีมาก หลายเรื่องทีเดียวที่เป็นประโยชน์ที่ผมจะต้องนำไปปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับ ปปง. แล้วก็ขอบคุณที่ท่านได้เข้าใจในการดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงของกระทรวงยุติธรรม ส่วนในข้อฝากของท่านนั้นในทุกข้อไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกำหนดในมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการคุ้มครองพยาน ผมก็รับว่าจะไปดำเนินการในเรื่องนี้ อาจจะต้องพิจารณารายละเอียดด้วยอีกส่วนหนึ่งในชั้นกรรมาธิการนะครับ
จากนั้นก็เป็นท่านสาธิต ปิตุเตชะ ซึ่งท่านมีข้อสังเกตอีกโดยเฉพาะในเรื่องของ หลักการ ภาระพิสูจน์จะต้องอยู่กับใคร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผมยอมรับว่าเป็นเรื่อง สำคัญจริง ๆ ว่าเราจะให้ใครเป็นผู้พิสูจน์ในเรื่องนี้ อันนี้เราก็จะต้องมีการนำไปสู่ การวิพากษ์วิจารณ์ในคณะกรรมาธิการครับ ขอรับไปนะครับ แล้วก็มาตรการในการคุ้มครองพยาน โดยเฉพาะผู้แจ้งเบาะแสในทางการเงิน อันนี้เป็นหัวใจจริงครับ ท่านพูดได้ตรงประเด็นมากนะครับ ผมรับไว้ว่าจะไปกำหนดในรายละเอียดในส่วนปลีกย่อยในการปรับปรุงในเรื่องขององคาพยพ ของ ปปง. อีกส่วนหนึ่งด้วยครับ
จากนั้นก็เป็นท่านสุดท้ายครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านได้ฝากไว้ หลายประการเช่นเดียวกัน ในความห่วงใยของท่าน ท่านคงห่วงใยในเรื่องของดีเอสไอ ก็ขอเรียนว่าการใช้กฎหมายนั้นย่อมมีขอบเขตครับ แล้วต้องมีการถ่วงดุล ถ้าทำไม่ดี ทำไม่ถูก ไม่ต้อง ไม่ควรก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ขอฝากให้ท่าน ได้มีความสบายใจ
แล้วทางรัฐบาลก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้ข้ออภิปราย ให้ข้อห่วงใย ให้ข้อสังเกต ตลอดจนคำแนะนำ กระผมรับไป ดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ