สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๘ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕

สีหนาท ประยูรรัตน์ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยอธิบายความผิดมูลฐานที่กำหนดไว้ และอธิบายว่าบางความผิดมูลฐานที่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นเพื่อรองรับกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประเมินความเสี่ยงจากการฟอกเงิน การปรับปรุงภารกิจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งชาติ อายุความในกฎหมายฟอกเงิน การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรายงานธุรกรรมเพื่อป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการใช้อำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ครับ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการที่จะได้รับการสนับสนุนและนำแนวทางต่าง ๆ ไปพิจารณา ในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับต่อไปนะครับ

ประการแรก ในเรื่องของความผิดมูลฐานตามที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้กรุณาให้ข้อสังเกตนั้น ผมเรียนว่าความผิดมูลฐานต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ ๑๒ มูลฐานนั้น ก็เป็นความผิดมูลฐานที่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นเพื่อรองรับกับมาตรฐานสากล สำหรับ ในบางความผิดมูลฐานที่ท่านสมาชิกบางท่านได้ให้ข้อสังเกตว่าอาจจะยังไม่มีในกฎหมายฉบับนี้ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น เรื่องของการค้ามนุษย์ก็ดี เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงก็ดี ซึ่งการค้ามนุษย์นั้นเป็นความผิดอยู่แล้วซึ่งอยู่ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ อยู่ในมาตรา ๑๔ ซึ่งกำหนดไว้อยู่แล้วว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

สำหรับเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นก็เป็นความผิดอยู่แล้วนะครับ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานที่กำหนดไว้ในกฎหมายคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งนะครับ อื่น ๆ นั้น ในส่วนที่เพิ่มเติมนั้นก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ รองรับกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมของประเทศไทยในภาพรวมด้วย

ในประเด็นอื่นนอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องข้อห่วงใยในเรื่องของความเสี่ยง หรือการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล เรื่องนี้ผมเรียนว่าส่วนหนึ่งนั้นก็ได้ปรากฏ อยู่ในบทมาตราซึ่งอยู่ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินฉบับนี้ แต่ในบางส่วนนั้นที่ไม่ได้ระบุไว้ก็เนื่องจากว่า ในเรื่องของการประเมินความเสี่ยงก็ดี การดำเนินการเกี่ยวกับความเสี่ยงก็ดี ก็ได้มีอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๐/๑ ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) แล้วก็ได้ออกมาเป็นกฎกระทรวงแล้วครับ ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้คือกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ค้า ซึ่งในทางสากลขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เรียกว่า คัสโตเมอร์ ดิว ดิลิเจนซ์ (Customer Due Diligence) ซึ่งรัฐบาลได้ออกเป็นกฎกระทรวงลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ในปีนี้ครับ

สำหรับในเรื่องของการพิจารณาเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลความลับของลูกค้า ต่าง ๆ ก็ดีนั้น เรื่องของการเปิดเผยความลับใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับการดำเนินการ ตามกฎหมายฟอกเงินนั้นเป็นความผิด มีโทษทางอาญาอยู่ในมาตรา ๖๖ ครับ ผู้ใดที่เปิดเผย ความลับเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินมีโทษจำคุกและโทษปรับด้วย

สำหรับในเรื่องของภารกิจเพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของการที่กำหนด ให้เงินเพิ่มกับข้าราชการสำนักงาน ปปง. นั้น กระผมเรียนว่าภารกิจของสำนักงาน ปปง. ไม่ได้ดูแลในเรื่องของการปราบปราม การยึดอายัดทรัพย์สินอย่างเดียว แต่การกำกับดูแลนั้น เป็นเรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องที่ทางแฟตเอฟนั้นเห็นว่าประเทศไทยควรจะเพิ่มศักยภาพ ของบุคคล เพิ่มบุคลากรต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้ข้าราชการของสำนักงาน ปปง. นั้น สามารถปฏิบัติงานได้ การกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่ใช่ไปกำกับดูแลในเรื่องของ รายงานธุรกรรมอย่างเดียว แต่จะต้องดูไปถึงเรื่องของการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับลูกค้า การปฏิบัติต่าง ๆ อันเป็นขั้นตอนในรายละเอียดซึ่งจำเป็นจะต้องได้บุคลากร ที่มีความรู้ความชำนาญที่มาปฏิบัติงานนะครับ

ในเรื่องของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ผมเรียนว่าที่ผ่านมานั้นกฎหมายฟอกเงิน ได้กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินอยู่ในมาตรา ๖๒ ซึ่งเป็น การดำเนินคดีทางอาญา หากว่าผู้ที่มีหน้าที่รายงานคือสถาบันการเงินหรือผู้ที่ประกอบอาชีพ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะเป็นการดำเนินคดีอาญา ซึ่งในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก็เนื่องจากจะเป็นการลดภาระในกรณีที่ผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงิน เช่นในเรื่องของการรายงานธุรกรรมก็ดี หากจะต้อง ถูกดำเนินคดีอาญา เราก็จะใช้มาตรการในเรื่องของการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งจะลดภาระ กับผู้ที่ฝ่าฝืนในเรื่องของการรายงานธุรกรรมซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ

สำหรับในเรื่องของอายุความ ตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนั้น ผมเรียนว่าอายุความตามมาตรา ๖๔/๒ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องของอายุความ สำหรับที่ดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน ไม่ใช่อายุความที่จะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดมูลฐาน สืบเนื่องจากว่าความผิดในกรณีที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินนั้นเป็นความผิด ที่มีโทษปรับสถานเดียว จะมีอายุความไม่เกิน ๑ ปี เพราะฉะนั้นเมื่อตรวจพบความผิด ที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนนั้นส่วนใหญ่จะเกินระยะเวลา ๑ ปีไปแล้ว จึงทำให้สำนักงาน ปปง. ไม่สามารถดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนได้ ตรงนี้เป็นสาระสำคัญที่ทางแฟตเอฟและประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ของประเทศไทยพบว่าประเทศไทยยังไม่ได้มีการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขอายุความขยายออกไปเพื่อให้สามารถ ดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินได้

สำหรับในกรณีมาตรา ๗ นะครับ ในกรณีที่มีสมาชิกได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่อง ของการคุ้มครองผู้มีหน้าที่รายงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผู้มีหน้าที่รายงาน ไม่ใช่ข้าราชการสำนักงาน ปปง. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีหน้าที่รายงานหมายถึงสถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา ๑๖ เพราะฉะนั้นการที่ให้เข้าให้ความร่วมมือ กับทางราชการในการปฏิบัติตามกฎหมาย หากได้กระทำโดยสุจริตนั้นก็ไม่ควรที่จะต้องรับผิด หรือถูกฟ้องร้องในการดำเนินคดี จึงได้มีบทบัญญัตินี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้ความคุ้มครองกับ ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๓ นั้น ในพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... เป็นกระบวนการ ซึ่งดำเนินการในส่วนที่หลังจากที่มีการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องของการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่ต้องถูกระงับในการดำเนินการกับทรัพย์สิน สำหรับภาระหน้าที่ในการรายงานธุรกรรมนั้น ผมเรียนว่าขณะนี้สำนักงาน ปปง. ก็วิเคราะห์ รายงานธุรกรรมอยู่แล้ว แต่ที่เราได้กำหนดให้ผู้รายงานธุรกรรมส่วนหนึ่งได้ทำการวิเคราะห์ด้วย ก็เนื่องจากว่าจะทำให้เป็นการลดภาระกับสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรม เพื่อจะได้รายงานธุรกรรมสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของอายุความ ก็คืออายุความในพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... นั้นไม่ได้ระบุไว้ ก็เพราะว่าอายุความในกฎหมายฉบับนี้หากเป็นโทษทางอาญาก็มีอายุความอยู่แล้ว ในประมวลกฎหมายอาญาครับ

ประเด็นอื่น ๆ นั้นก็เป็นเรื่องของการใช้อำนาจของ ปปง. ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบัน กระผมเรียนอย่างนี้ครับในความห่วงใยในประเด็นนี้กฎหมายฟอกเงินได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมครั้งที่ ๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีคณะกรรมการธุรกรรมซึ่งจะต้องได้รับการแต่งตั้ง จากคณะกรรมการ ปปง. ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมนั้นจะมาจากคณะกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม มาจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการอัยการ โดยมีเลขาธิการ ปปง. เป็นเลขานุการคณะกรรมการธุรกรรม ขณะเดียวกันการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. หรือกรรมการธุรกรรมก็ดี จะต้องมีการรายงาน ผลการตรวจสอบธุรกรรมให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบทุก ๔ เดือน ในขณะเดียวกันหากมีการใช้อำนาจทางการเมือง เรื่องนี้มีอยู่ใน มาตรา ๖๑/๑ ขออนุญาตสรุปว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ใดใช้หรือให้กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ รองเลขาธิการ ตรวจสอบธุรกรรมทรัพย์สิน ยับยั้งธุรกรรม ยึดหรืออายัด หรือปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมิให้พยานหลักฐาน ตามสมควรเพื่อกลั่นแกล้ง หรือให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือเพื่อประโยชน์ ทางการเมืองหรือกระทำดังกล่าวโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๓๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นโทษทางอาญานะครับ

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่าในกรณีที่ข้าราชการ ปปง. เองกระทำความผิด ตามมาตรา ๑๑ ก็ได้กำหนดโทษให้ต้องรับผิดเพิ่มขึ้นอีก ๓ เท่า ผมเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นมาตรการตรวจสอบหลายด้าน หลายประการจากองค์กรรอบข้างต่าง ๆ ผมให้ ความมั่นใจได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. จะปลอดจากการแทรกแซง ทางการเมืองหรือเรื่องต่าง ๆ ก็สามารถให้ความยุติธรรม หากมิได้มีการแก้ไขกฎหมาย ก็จะไม่เป็นปัญหาในการปฏิบัติ

สำหรับกรณีอื่น ๆ นั้น ในเรื่องของความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านได้แจ้งให้ทราบว่าได้มีการปรับปรุงในเรื่องของ โครงสร้างและบุคลากร

ประเด็นสุดท้ายเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะนี้สำนักงาน ปปง. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ กับประเทศทั้งหมด ๔๐ ประเทศไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เราสามารถปฏิบัติงานและให้ความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ได้

ท้ายที่สุดกระผมขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกนะครับ หากท่าน ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... ขอบพระคุณครับ