พายัพ ปั้นเกตุ พูดถึงกฎหมายการฟอกเงินและการก่อการร้าย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานของรัฐ และความเสี่ยงของการเสียเอกราชและประชาธิปไตย พายัพ ปั้นเกตุ ยังหารือเรื่องการใช้มาตรการระงับทรัพย์สินโดยไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และผลกระทบต่อชื่อเสียงและโอกาสในการประกอบอาชีพของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการก่อการร้าย นอกจากนี้ พายัพ ปั้นเกตุ ยังหารือเรื่องการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย การกำหนดคำจำกัดความและโทษของผู้ก่อการร้าย และความเป็นธรรมและความเป็นอธิปไตยของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แล้วก็ การสนับสนุนผู้ก่อการร้ายนั้น เป็นกฎหมายที่ดูเผิน ๆ แล้วดูเสมือนว่าไม่มีอะไร แต่เมื่อดู เข้าไปในรายละเอียดลึก ๆ แล้วเราจะเห็นได้ว่ามีหลายประการทีเดียวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธานได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ แต่ยังไม่ทราบละเอียดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้ลุกขึ้นมาเสนอ ด้วยเหตุด้วยผลที่น่ารับฟังหลายประการ กระผมมีความเห็นค่อนข้างจะสอดคล้องกับ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ แต่ประเด็นหนึ่งที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดตรงนี้ก็คือว่า กฎหมายการฟอกเงิน กฎหมายการก่อการร้ายนั้นเป็นกฎหมายที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วก็ยังไม่มีสิ่งใด ที่จะเป็นสิ่งบอกเหตุได้ชัดเจนว่าจะมีสถานการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า ที่จะบอกว่าเป็นการร้ายแรงในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ ข้อกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินนั้นมีการเพิ่มอำนาจหน้าที่และคำวินิจฉัย ให้กับหน่วยงานของรัฐ ๒ หน่วยงาน ก็คือดีเอสไอ (DSI) แล้วก็ ปปง. อำนาจค่อนข้างจะ ครอบคลุม และอำนาจนั้นดูเหมือนว่าเป็นคำวินิจฉัยซึ่งใช้คำว่า เชื่อได้ว่า ท่านประธานครับ ท่านประธานลองดูคำนิยามตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางเงิน แก่การก่อการร้ายดูนะครับ เขาบอกว่าการจัดทำบัญชีผู้ก่อการร้ายตามร่างมาตรา ๔ มีประเด็นหนึ่งที่น่าหยิบยกมาพูดตรงนี้ก็คือว่า ผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายอันได้แก่ บุคคล องค์กร ๑. เขาบอกว่าต้องมีมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ กำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้ายและรัฐบาลไทยประกาศให้การรับรองมติ นั่นหมายความว่า ถ้าเกิดว่ามติสหประชาชาติได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีกลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายขึ้นในประเทศแล้ว ถ้ามติสหประชาชาติร้องขอมาที่รัฐบาลไทย แล้วรัฐบาลไทยให้การยอมรับผมก็สงสัยว่า ๑. คัดค้านได้ไหม ไม่ยอมรับได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลไทยมีความเห็นที่แตกต่างกับสหประชาชาติ หรือต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ของสหประชาชาติทุกกรณีที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติตามความคิดเห็นของสหประชาชาติ ทุกเรื่อง แล้วถ้าเกิดว่าเราตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็น ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศขึ้นมาจะทำอย่างไร เพราะว่าองค์กรใหญ่ ซึ่งเป็นองค์กรของระหว่างประเทศคือสหประชาชาตินั้น มีอิทธิฤทธิ์ค่อนข้างมาก มีอิทธิพล ในภูมิภาคค่อนข้างมาก ถ้าเรามีความเห็นแย้งได้หรือไม่ เราไม่เห็นด้วยได้หรือไม่ เพราะว่า ถ้าเกิดเราทำตามทุกเรื่องแล้วนี่ บางทีเราก็จะกลายเป็นว่าเราเสียเอกราช เสียเอกราช ในความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเหมือนกัน
ประการถัดมา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือเรื่องของข้อ ๒ ที่บอกว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญา และพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับการก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพครับ คำนี้สิครับ น่ากลัวเหลือเกิน คำที่ว่าควรเชื่อได้ว่านี่ละครับ ในประเทศไทยเรามีการใช้คำนี้ ในประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ใช้ พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาวินิจฉัยการเลือกตั้งว่าควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรายนี้กระทำความผิด ด้วยการแจกเงิน ทรัพย์สินเงินทองต่าง ๆ คำว่า ควรเชื่อได้ว่า นี้ได้วินิจฉัยแล้ว บางทีไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะว่าคำว่าเชื่อได้ว่านั้นมันไม่น่าจะมีในประมวลกฎหมาย เพราะว่ามันต้องชี้ให้ชัดเจนว่ามีความผิด มีพยานหลักฐานอย่างไร แต่ไม่ใช่ใช้ความเห็นว่า ควรเชื่อได้ว่าบุคคล องค์กรเหล่านั้นมีพฤติกรรมอันควรเชื่อได้ว่าสนับสนุนการก่อการร้าย แล้วเราก็ไปใช้มาตรการในการอายัดทรัพย์สินเขา ใช้มาตรการในการระงับทรัพย์สินเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างยิ่งถ้าเกิดว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้กระทำ กว่าจะพิสูจน์หลักฐานได้ว่า เขาไม่ได้กระทำ เขาได้สูญเสียซึ่งชื่อเสียง ได้สูญเสียซึ่งโอกาสในการทำมาหากิน โอกาส ในการแสวงหาธุรกิจของเขาไปแล้ว
อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่ามีอยู่ ๒ กลุ่มครับ ที่บอกว่าควรเชื่อได้ว่าก็คือ ๑. ก คือบุคคลที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ การกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งไม่จำเป็นที่บุคคล ที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา จะเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายเสมอไป นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ ไม่มีบัญชีรายชื่ออยู่ก็สามารถนำมาเข้าอยู่ในกรอบของบุคคลที่เป็นผู้ก่อการร้ายได้ด้วย ใช่หรือไม่ นี่แสดงว่าคนที่มีพฤติกรรม คนที่ทำจริง คนไม่ทำจริงสามารถพิจารณาได้หมดเลย จะใส่เข้าไปอย่างไรก็ได้ เพราะถ้าทำอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน ลองเปิดไปดูสิครับว่าถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่ผู้เสนอ หรือทำรายงานซึ่งเป็นเท็จมีความผิด สถานใดบ้าง มีโทษจำ มีโทษปรับนะครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ผม ถามว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วมันทำได้อย่างนั้นหรือไม่ นี่สิครับเป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านประธาน
อีกประการถัดมาก็คือว่าบุคคลที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีพฤติการณ์การกระทำความผิดที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของอนุสัญญาและพิธีสารระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการก่อการร้าย ท่านประธานครับ ความผิดที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอนุสัญญามันกว้าง เหลือเกินนะครับ อนุสัญญานะครับ อนุสัญญามีอะไรบ้างละครับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีรายละเอียดที่ครอบคลุมกว้างขวาง แล้วก็มีอะไรที่เป็นข้อยกเว้นให้หรือไม่ ถ้าเรา ปล่อยอย่างนี้ต่อไปให้มีการพิจารณาอย่างนี้แล้วไม่ดูซึ่งสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องถูก อาจจะถูกกลั่นแกล้งโดยอคติกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลยุคหนึ่งยุคใด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายืนยันให้ใครไม่ได้ ประเด็นเหล่านี้ครับ เป็นประเด็นที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาครับ เพราะเราไม่พิจารณาเรื่องอย่างนี้ไว้ เป็นการป้องปรามไว้ก่อน มันอาจจะเกิดความเสียหายเกิดขึ้นในวันข้างหน้ากับกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านลองดูความผิดที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่า ๑๒ ฐานนั่นละครับ การฟอกเงิน ถามว่ามีใครได้ทราบเรื่องนี้บ้างในรายละเอียด ผมเรียน ให้ท่านประธานทราบครับ เขาบอกว่า ๑. ถ้าเกิดมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ต้องมีพฤติกรรมเหล่านี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับอั้งยี่ หรือเป็น พรรคพวกซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการเข้าร่วมกับองค์กรอาชญากรรม ที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการกระทำความผิด ท่านดูรายละเอียดเหล่านี้นะครับ อั้งยี่ ซ่องโจร ตีความอย่างไรครับ แล้วเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ที่ท่านร่างเสนอขึ้นมา ในวันนี้ ปลอมหรือการแปลงเงินตามประมวลกฎหมายอาญา ใครก็ตามที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วสามารถที่จะนำมาพิจารณาเข้ามาเกี่ยวข้องดึงมาถึงเรื่อง ของการผิดประมวลกฎหมายการฟอกเงินและการก่อการร้ายด้วยเช่นเดียวกัน ผมอ่านไว ๆ เพื่อให้ท่านประธานได้ทราบดังนี้ครับ อั้งยี่ ซ่องโจร รับของโจร ปลอมแปลงเงิน ทำการปลอมเอกสาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ยึดถือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ ประทุษร้าย ต่อร่างกาย หรือทำให้เกิดบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา การหน่วงเหนี่ยว กักขัง การลักทรัพย์ วิ่งราว กรรโชก รีดทรัพย์ ชิงทรัพย์ เป็นโจรสลัด กระทำความผิดเกี่ยวกับ ตลาดหลักทรัพย์ ข้อสุดท้ายเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธ เครื่องมืออุปกรณ์อาวุธที่ตาม ประมวลกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ละครับ ต้องคิดให้มาก การระบุเพราะว่าเขาเป็นการกระทำที่ก่อการร้ายหรือไม่ ต้องเข้าไปดู ขบวนการการฟอกเงิน ผิดมาอย่างไร ถูกดำเนินคดีอย่างไร เราไปบอกว่าถ้าเกิดบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์ มีการสะสมอาวุธ มีการผลิตยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นต้องเข้าสู่ประมวลกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในประเทศไทยนี้มีการผลิตยุทธภัณฑ์ครับ มีบริษัทเอกชนประมาณ ๑๙ หรือ ๒๐ บริษัท ที่ผลิตเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์เกี่ยวกับการสงคราม การป้องกันการก่อการร้าย การชุมนุม มีเครื่องมือหลายเครื่องมือครับ ที่ตำรวจนำมาทดลองใช้แล้วก็เลิกใช้ เช่น เครื่องมือ ยิงแหควบคุมฝูงชน มาทดลองประเดี๋ยวหนึ่งแล้วยกเลิก ไม่ซื้อเขา ไปซื้อต่างประเทศ มีอาวุธ ที่ประเทศไทยผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสายพาน ปืน ปืนเล็ก ปืนใหญ่ ปืนประจำกาย มีมากมายไปหมด ผลิตได้ทุกอันเลย แม้กระทั่งยุทธภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องเรือดำน้ำซึ่งผลิตได้ แต่ว่าในประมวลกฎหมายอาญาเรากำหนดควบคุมไว้เรื่องการยุทธภัณฑ์ ถามว่าถ้าเกิดว่า สหประชาชาติมีความเห็นว่า ถ้าบริษัทเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต แล้วมีการส่งขาย ต่างประเทศไปแล้ว ถือว่ามีความผิดเกี่ยวกับเรื่องของการก่อการร้ายด้วย เอาไปเข้าข่ายด้วย จะทำอย่างไร หรือคิดอีกแง่หนึ่งถ้าเกิดว่าไปจำกัดขอบเขตเขาไว้อย่างนี้ เขาจะทำมาหากิน อย่างไร เขาจะขยายธุรกิจอย่างนี้ไปได้อย่างไร ความเป็นจริงวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ อาวุธยุทธภัณฑ์หลายรายการทีเดียวที่ผลิตได้ในประเทศไทย ตั้งแต่เรือดำน้ำ เครื่องยิงจรวด รถถังก็ผลิตได้ในประเทศไทย ใครคิดบ้างว่าไทยจะผลิตได้ แล้วถ้าเกิดสหประชาชาติ ไม่เห็นด้วยล่ะ จำกัดขอบเขตอย่างนี้ แล้วถามว่าธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างนี้จะเข้าข่าย การก่อการร้ายหรือไม่ มีหลักเกณฑ์อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาอีกสักเล็กน้อยนะครับ ท่านดูเรื่อง ของการยึดทรัพย์สินของบุคคลสิครับ พยายามก่อการร้าย ใช้คำว่าพยายามก่อการร้าย เข้าร่วม หรือสนับสนุน ใช้คำเหล่านี้นะครับ การตีความคำนิยามต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษต่อประชาชนในยุคหนึ่งยุคใดหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้คำนิยาม มันยังไม่ชัดเจน อ้ายความหมายของผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ ผู้ก่อการร้ายต่างประเทศ ผู้ก่อการร้ายนานาชาติ ผู้ก่อการร้ายสากล คำนิยามเขียนว่าผู้ก่อความรุนแรง ผู้ก่อความไม่สงบ ยังเป็นความหมายที่ตีความไปตามช่วงระยะเวลาของรัฐบาลแต่ละรัฐบาล พฤติกรรมเดียวกัน แต่มีการตีความหมายของรัฐบาลที่แตกต่างกันครับ ยุคหนึ่งเมื่อมีปัญหาที่ภาคใต้ ตีความหมายว่าเป็นการก่อการร้าย ยุคหนึ่งบอกเป็นโจร ยุคนี้บอกว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรง บางทีพิจารณาว่าพฤติกรรมการยึดสนามบินนานาชาติเป็นผู้ก่อการร้ายสากล สิ่งเหล่านี้ เรามีคำจำกัดความอะไรที่มันชัดเจนที่เป็นประโยชน์กับทุก ๆ ฝ่าย และให้ความเป็นธรรม กับทุก ๆ ฝ่ายแล้วหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึง ท่านผู้มาชี้แจงครับ ในเรื่องของคำนิยาม ในเรื่องของอำนาจวินิจฉัย ในเรื่องของบัญชี ผู้ก่อการร้าย การกำหนดโทษ และเรื่องที่สำคัญมันเกี่ยวข้องกับความเป็นเอกราช ความเป็นอธิปไตยของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ท่านดูร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... หน้าที่ ๒ สิครับ (๓) บอกว่า รัฐบาลต่างประเทศได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยกำหนดให้เป็นผู้ก่อการร้าย ตามพระราชบัญญัตินี้ นี่สิ เรื่องนี้สิครับท่านประธาน ท่านประธานจำได้ไหม ในยุคสงครามโลก ถ้าเกิดว่าสหประชาชาติขอความร่วมมือแล้วประเทศนั้นไม่ให้ความร่วมมือ เกิดอะไรขึ้น ประวัติศาสตร์โลกเคยทำให้เราได้เรียนรู้มาแล้วหลายครั้งครับ วันนี้แค่มีข่าวว่า มีคนจะขอใช้อู่ตะเภาก็กระเทือนเลื่อนลั่นไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องอธิปไตยของประเทศ ถามว่ามีอะไรเป็นหลักประกันกับอธิปไตยของประเทศกับ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้บ้าง หรือว่า เราจะต้องไม่คิดอะไรเลย จะปล่อยให้มันผ่านไปโดยที่ว่ามันดูแล้วไม่มีอะไร แต่ผมดูว่า มันมีอะไรครับถ้าไม่ชัดเจน เพราะว่ารัฐบาลต่างประเทศร้องขอมารัฐบาลไทยนะครับ รัฐบาลไทยทำอย่างไร ทำตามหรือไม่ทำตาม แล้วข้อที่ ๒ ท่านประธานเลื่อนขึ้นไปดูสิครับ มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติกรรม อันนี้น่ากลัว เรื่องกรณีคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติเป็นคนพิจารณากำหนดกฎเกณฑ์การก่อการร้ายทั้งหมดไว้ ข้อพิจารณาเหล่านี้ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเป็นความห่วงใยทั้งสิ้นครับ เป็นความห่วงใยต่อสิทธิ และเสรีภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ละครับ มีความห่วงใยต่ออธิปไตยของประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ผ่านสภามาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ผมมีความห่วงใยสิ่งเหล่านี้ซึ่งไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ทั้งหมดนี้ ฝากไปถึงท่านประธาน ฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นในอนาคตไม่กี่วันนี้ว่า พิจารณาให้รอบคอบ พิจารณารายละเอียดทั้งหมด เพราะดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจริง ๆ แต่ดูทุกมาตรามีอะไรครับ ก็ขอฝากท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ