สมคิด เชื้อคง สภาวิชาชีพสาธารณสุข 4 ร่าง มีความเหมือนกันมาก จริยธรรมในการดูแลประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ขอแสดงความยินดี กับชาวสาธารณสุขที่มี พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขนี้เข้ามา ความจริงร่างทั้ง ๔ ร่างนี้ ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูด แล้วก็แตกต่างนิดหน่อยของร่างรัฐบาล ก็คำว่า ชุมชน เท่านั้นเอง เดี๋ยวท่านทั้งหลายที่เป็นกรรมาธิการก็คงจะไปคุยกันในเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานว่า กฎหมายฉบับนี้ทางภาคประชาชน ได้ดำเนินการ ได้พยายามต่อสู้ รวมทั้งชาวหมออนามัยทั้งหลายที่อยู่ทั่วประเทศ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน เขาก็วาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะมีสภาวิชาชีพของตัวเอง เหมือนสภาการพยาบาล เหมือนแพทยสภา เหมือนวิชาชีพอื่น ซึ่งเขามีอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ได้ต่อสู้กันมานานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ซึ่งผู้ที่ดำเนินการครั้งแรกนายแพทย์วินัย วิริยะกิจจา แล้วก็ท่านไพศาลที่นั่งอยู่ข้างบนนั่นละครับ ผมเข้าใจว่ามันนานมากแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทั้ง ๆ ที่วิชาชีพหมออนามัยมีมาเป็น ๑๐๐ ปี ผมมองว่าวันนี้แม้กระทั่งรัฐบาลชุดที่แล้วนี่นะครับเขาก็เสนอ เขาก็มีความหวังดีที่จะ ดำเนินการ บังเอิญช่วงนี้เรามาต่อเนื่องก็ทำกันต่อ แล้วผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่อยู่ ในสภาแห่งนี้ก็คงจะยินดีที่จะมีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อีกเรื่องหนึ่งผมเจอเพื่อนชาวสาธารณสุข ที่มาวันนี้ ๔-๕ ท่านก็เป็นห่วงว่าสภาจะไม่รับร่าง จริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่สมาชิกที่จะต้องดู รายละเอียดนะครับ กลัวว่ามันจะเหมือนเหตุการณ์วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติ ร่างของท่านก็คว่ำไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะบอกเพื่อนพี่น้องสมาชิกสภาว่า วิชาชีพสาธารณสุขนั้นเป็นเหมือนเพื่อนสมาชิกที่ว่าเป็นนักรบแนวหน้า ก็คือหมออนามัย ทั้งหลายนี่ละครับ อยู่กับชาวบ้าน อยู่กับพี่น้องประชาชนรอบนอกทั้งหมด ผมเชื่อว่า เงินค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสภาวิชาชีพ ไม่น่าจะยิ่งใหญ่ไปกว่าศักดิ์ศรี ของชาวสาธารณสุขนะครับ เพราะว่าอันนั้นเป็นเรื่องใหญ่กว่า ส่วนอื่น ๆ นี้จะเป็นองค์ประกอบ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก สิ่งที่ผมเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือว่าท่านจะต้องดำเนินการในเรื่องของการอบรม การฝึกฝน การสร้างประสบการณ์ เพื่อพี่น้องที่อยู่ห่างไกล ผมเชื่อว่าเพื่อนชาวสาธารณสุขที่อยู่ตำบลต่าง ๆ เหล่านั้นจะต้องมี ความรู้ความสามารถพอสมควร แล้วถ้ามีสภาการวิชาชีพ ผมก็เชื่อว่าสภาแห่งนี้จะเป็นแหล่ง ให้เขามาเรียนรู้ ให้เขามาทดสอบ ทดลองอะไรก็แล้วแต่ แล้วแยกกันออกไปทำงาน ท่านจะ ประกอบวิชาชีพเพื่อชาวบ้านอย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่อยากฝากถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านสภาแล้ว ท่านต้องสร้างจริยธรรมในการดูแลพี่น้องประชาชนให้มาก อย่าทำถึงขั้นจะเป็นพาณิชย์นะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะมีปัญหาต่อเนื่องถึงบุคคลที่เป็นสมาชิกกับท่าน แล้วผมก็เชื่อว่าทางสภา ถ้ามันเกิดขึ้นก็คงจะต้องดูแลพี่น้องอย่างดี อย่างน้อย ๆ ผมเชื่อว่าโรคในประเทศไทยโรคทั้งหลาย จริง ๆ แล้ว ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องประชาชนรักษาตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาหาหมอเฉพาะทาง แบบนายแพทย์เชิดชัยก็ได้ เพราะว่าถ้าให้ความรู้ ถ้าให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับชาวบ้านเขาป้องกัน ตัวเองได้ หน้าที่ของท่าน ของแพทย์หมออนามัยทั้งหลายก็คือหน้าที่หลัก ๆ ป้องกันอยู่แล้วครับ ป้องกัน ส่งเสริมนั่นหลัก ๆ เลย เพราะฉะนั้นในเมื่อมีวิชาชีพแล้วท่านอย่าลืมหน้าที่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวจะไปเลยหน้าที่ตรงนี้ไปว่าฉันมีวิชาชีพแล้วใครแตะต้องไม่ได้ เป็นเรื่องของฉัน อย่างนี้ ไม่ได้นะครับ ต้องมีการควบคุมที่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นในหลักการต่าง ๆ แม้กระทั่ง ๓-๔ ฉบับที่มาผมก็พอได้อ่านคร่าว ๆ ว่าใกล้เคียงกัน ทุกอย่างใกล้เคียงกัน แล้ววันนี้ผมก็ เชื่อว่าพี่น้องชาวสาธารณสุขก็คงจะมีความยินดี อยากฝากว่าบางครั้งความที่ทำงานอยู่ต่างอำเภอ ท้องถิ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านผมนี่มันไกล แถวอำเภอน้ำยืน น้ำขุ่นบ้านผมนี่ไกลนะครับ ติดชายแดนเขมร โรคภัยไข้เจ็บมันมาก เพราะฉะนั้นความรู้ต่าง ๆ นั้นใส่ลงไปนะครับ เรียนรู้ ให้มาก ท่านทั้งหลายก็คงจะได้มีความสุขในการทำงาน แล้วผมเชื่อว่าในการที่ พ.ร.บ. เข้ามานี่ คิดว่าทั้งภาคประชาชน ทั้งพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ก็คงจะ โดยเฉพาะเพื่อนชาวสาธารณสุข ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ก็คงจะสบายใจได้ว่าอย่างน้อย ๆ รัฐบาลชุดนี้และสภาแห่งนี้ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ได้ดำเนินการช่วยกันเพื่อที่จะผลักดัน พ.ร.บ. เหล่านี้เพื่อท่านทั้งหลายครับ ขอบพระคุณครับ