ธีรรัตน์ เสนอการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยมีหลักการและเหตุผลครอบคลุม พร้อมให้อำนาจหน้าที่แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอนำเสนอหลักการและเหตุผลในเรื่องของพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ค่ะ
หลักการและเหตุผลนั้นเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
(๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ความผิดมูลฐาน” “ธุรกรรมที่มีเหตุ อันควรสงสัย” และ “ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
(๒) กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ กำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินที่อาจเกิดจากธุรกรรม บางประเภท (เพิ่มเติม ๒๕ (๑/๑))
(๓) กำหนดมาตรการคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้ถ้อยคำ หรือผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือข้อมูล อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (เพิ่มมาตรา ๓๗/๑)
(๔) กำหนดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมีอำนาจ เกี่ยวกับการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินการรายงานการทำธุรกรรม และวิเคราะห์ ความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๔๐ (๓) และ (๔) และเพิ่มมาตรา ๔๐ (๓/๑))
(๕) กำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือน (เพิ่มมาตรา ๔๔ วรรคสาม)
(๖) กำหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือเพื่อดำเนินการ กับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มมาตรา ๔๖/๑)
(๗) กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับ คดีความผิดตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ (เพิ่มมาตรา ๖๔/๑ และมาตรา ๖๔/๒)
ในส่วนของเหตุผลดิฉันขอนำเสนอดังนี้ค่ะ โดยที่พระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่ได้กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาร้ายแรง บางฐานความผิดเป็นความผิดมูลฐาน ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดสามารถนำเงินและทรัพย์สิน ที่ได้จากการกระทำความผิดมาใช้สนับสนุนการกระทำความผิดอาญาได้อีก จึงเห็นควร กำหนดความผิดมูลฐานเพิ่มเติมและกำหนดกรอบของความผิดมูลฐานให้ชัดเจน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นอกจากนี้ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินที่จะกำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงิน และเสนอแนะแนวทางเพื่อป้องกันความเสี่ยง กำหนดเรื่องมาตรการคุ้มครองพยาน เรื่องตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษที่จะได้รับเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือการดำเนินการกับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด รวมทั้งกำหนดให้มี คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคะ ถ้าดิฉันจะขออนุญาตกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผล ที่เราสมควรที่จะต้องสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้ ณ ตอนนี้ได้เลยใช่ไหมคะท่านประธาน
จากการที่ดิฉันได้ติดตามข่าวสาร แล้วก็เห็นถึงค วามสำคัญ ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนเงินแก่ผู้ก่อการร้ายนั้น ดิฉันก็ได้นำข้อมูลหลาย ๆ อย่างมาประมวล รวมทั้งติดตามจากสื่อโทรทัศน์ทุก ๆ อย่าง ก็พบว่าตอนนี้มันมีความเป็นมาที่เราสมควร ที่จะต้องรับกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาเพื่อที่จะนำสู่การพิจารณาต่อไป อันเนื่องมาจากว่า เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการ ทางการเงินหรือที่เรียกว่า ไฟแนนเชียล แอคชั่น ทาสก์ ฟอร์ซ (Financial Action Task Force) หรือแฟตเอฟ (FATF) ที่ทางผู้สื่อข่าวได้ให้คำจำกัดความไว้ ได้กำหนดให้ประเทศไทย มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยจะเห็นว่าแฟตเอฟนั้นได้มาเรียกร้องให้ประเทศไทยซึ่งได้ถูก จัดไว้ในกลุ่มเดียวกับประเทศที่มีความเสี่ยงในการทำธุรกรรม และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินที่จดทะเบียนในประเทศไทย ท่านประธานคะ ความเป็นมาที่ดิฉันได้กล่าวไปนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ภาคเอกชนของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเมื่อทางแฟตเอฟได้ออกข้อกำหนดนี้ โดยจัดประเทศไทยให้ไปอยู่กลุ่มที่มีความเสี่ยง เมื่อเอกชนของไทยจะต้องไปติดต่อทำการค้า กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หมายความว่าประเทศไทยจะต้องถูกจับตาเป็นพิเศษ การจับตาเป็นพิเศษนี้ทำให้เกิดถึงระยะเวลาการดำเนินงานที่จะต้องยาวนานขึ้น ดิฉันต้องขอยกตัวอย่างเช่น จากเดิมถ้ามีการโอนเงินจากประเทศไทยไปประเทศต่าง ๆ อาจใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เมื่อแฟตเอฟได้ออกกฎข้อนี้มาแล้ว การที่จะดำเนินงาน ตามขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องทำด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประเทศไทยถูกเตือนไว้ ว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการที่จะติดต่อทำธุรกรรมด้วย ดังนั้นจากการที่ใช้เวลา เพียงแค่ ๓ วัน ๔ วัน อาจจะเพิ่มเป็นถึง ๒ อาทิตย์ หรือ ๓ อาทิตย์ หรือ ๑ เดือน เพื่อที่จะให้ความแน่ใจกับประเทศที่เราทำธุรกิจด้วย ให้เขามั่นใจว่ามันจะไม่มีผลอะไร ย้อนหลังมาสู่ตัวของเขาเอง ถ้าเขาได้ทำการธุรกรรมกับประเทศไทยไปแล้ว ตรงนี้ก็เป็น เหตุผลหนึ่งทำให้เศรษฐกิจของเราอาจจะต้องชะลอตัว แล้วก็เกิดความเชื่องช้าในการที่จะ บริหารงานต่อไป ท่านประธานคะ กฎหมาย ปปง. ที่ประเทศไทยมีอยู่ในปัจจุบันนี้ ยังถือว่า ขาดหลักที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้วย ประเทศไทยมีกฎหมาย ปปง. ที่มีการปรับปรุง มาโดยตลอดเวลาตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แต่ว่ากฎหมายที่ปรับปรุงมาเรื่อย ๆ นั้น มิได้ให้อำนาจหน้าที่กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการที่จะเข้าไป แก้ปัญหาใด ๆ เลย ให้เพียงได้แค่สามารถยึดทรัพย์กับผู้ที่ทำความผิดทางธุรกรรมเท่านั้น แต่เมื่อมีการแก้ไขในครั้งที่ ๓ และครั้งที่ ๔ นั้น จึงได้มีการเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงได้เพิ่มกลุ่มอาชีพที่จะเข้าข่ายในการที่จะเข้าสู่กฎหมายการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินด้วย ตรงนี้ดิฉันขอกล่าวเป็นเบื้องต้นถึงเหตุผลสำคัญที่เราควรที่จะต้อง ให้การสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านกระบวนการรัฐสภาเพื่อเข้าสู่การพิจารณา ต่อไปนะคะ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกทุกคน จะเข้าใจถึงความจำเป็นในส่วนนี้ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ