บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข โดยต้องการเปลี่ยนชื่อร่างให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมระดับชาติและระดับโลก ไม่จำกัดแค่ระดับชุมชน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่ขออภิปรายสนับสนุนในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งได้นำเข้ามาพิจารณาในสภาวันนี้ในวาระที่หนึ่ง จำนวนทั้ง ๔ ร่าง ซึ่งมีร่างของ ครม. ที่ใช้คำว่าร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... แล้วก็อีก ๓ ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แล้วก็ ของทางพรรคเพื่อไทย แล้วก็ที่สำคัญจากภาคประชาชนโดยคุณไพศาล บางชวด พี่น้องประชาชน จำนวน ๑๔,๘๗๖ คน เป็นผู้เสนอเข้ามาพิจารณาร่วมกัน ผมและพรรคประชาธิปัตย์ มีความดำริคิดว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งแล้วในเวลานี้ที่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับจะได้ นำมาพิจารณาร่วมกัน แล้วก็ได้ร่างที่เหมาะสมที่สุดโดยใช้กระบวนการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะนำไปพิจารณาเพื่อให้มาบังคับใช้ แต่ผมเองมีความเป็นห่วง แล้วก็มีความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้จะร่างได้ด้วยความยากลำบากมากกว่าร่าง พ.ร.บ. ซึ่งเกิดเป็นกฎหมายแล้ว ทั้งหมด ๖ ฉบับด้วยกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งชาวบ้านก็จะรู้ว่าคุณหมอ แพทย์นะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรมของคุณหมอ แพทย์ พ.ร.บ. วิชาชีพพยาบาล ของคุณพยาบาล พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรมของร้านขายยาของหมอเภสัชนะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของคุณหมอที่เจาะเลือด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะต่าง ๆ แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพทันตแพทย์ของหมอฟัน แล้วก็ พ.ร.บ. วิชาชีพกายภาพบำบัด ของนักกายภาพบำบัด แล้วก็กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กำลังจะเข้ามา ในวาระที่สอง วาระที่สามในสภาจ่ออยู่ก็คือร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการแพทย์แผนไทย จะเป็น ๗ วิชาชีพ ถ้าหากว่าสภายังคงมีอายุยืนยาวอยู่ต่อไปสักระยะหนึ่ง ร่าง พ.ร.บ. นี้ก็จะเข้ามาสภา ในวาระที่สอง วาระที่สาม เป็นสภาวิชาชีพที่ ๘ ด้วยกันนะครับ แต่เนื่องจากว่ากลุ่มคุณหมออนามัย ซึ่งมีประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ถ้าจุดปฏิบัติงาน ที่เราเห็นชัดในชุมชนก็คือสถานีอนามัย ซึ่งในระยะหลัง ๆ รัฐบาลที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ยกฐานะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล นอกจากนั้นก็ยังอยู่ในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ในกรุงเทพมหานครก็ดี หรือในเทศบาลท้องถิ่นใหญ่ ๆ ก็ดี ปัจจุบันนี้ปฏิบัติอาชีพนั้นก็โดยความครอบคลุมของคุณหมอ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็คือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดูแลอยู่ จะทำผิดทำถูกอะไรก็แล้วแต่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือปลัด กระทรวงสาธารณสุขก็จะเป็นคนออกไปรับหน้าแทนให้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าโดยศักยภาพ ของหมออนามัยทั่วประเทศไทยมีความเข้าอกเข้าใจเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพอยู่แล้ว แล้วก็ มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นที่สูงยิ่งอยู่แล้ว แล้วก็ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีทีมงานผู้ช่วยซึ่งเราเรียกว่า อสม. นับล้านคนทั่วประเทศอยู่แล้ว แล้วก็ ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่การงานในการสุขภาพ ดูแลสุขภาพประชาชนนั้นก็ไม่ได้มีความเสี่ยง ให้กับประชาชนมากนักนะครับ เพื่อเป็นการยกมาตรฐานวิชาชีพทางด้านการสาธารณสุข ให้สูงยิ่งขึ้นนะครับ ก็เห็นว่าถ้าหากว่าได้รวมตัวกันเป็นสภาวิชาชีพเหมือนกับอีก ๖ สภาวิชาชีพ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่ใน ๖ สภาวิชาชีพนั้นทุก ๆ สภาวิชาชีพ กว่าจะเป็นวิชาชีพได้ ผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านั้นก็จะไปสังกัดอยู่ในกองประกอบโรคศิลป์เสียก่อน แล้วก็ มีการประกอบอาชีพต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ค่อยยกฐานะมาเป็นสภาวิชาชีพ ถ้าหากว่า สภาวิชาชีพนี้จะเกิดสำเร็จก็เป็นสภาวิชาชีพแรกในสายสาธารณสุขที่ขยับมาเป็นสภาวิชาชีพ โดยไม่ได้ผ่านกองประกอบโรคศิลป์ หรือ พ.ร.บ. ประกอบโรคศิลป์ อันนี้ผมอธิบาย ให้เพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ได้ฟังอยู่ได้ทราบนะครับ ซึ่งผมกังวลว่าร่างยาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าเหมือนที่ดินแปลงใหญ่แปลงหนึ่ง คือระบบสุขภาพ ทั้ง ๖ สภาวิชาชีพเขาแบ่งหน้าที่กันไปทำหมดแล้วนะครับ เหมือนหมู่บ้านจัดสรร แบ่งเป็นบ้านไปแล้ว ๖ หลัง แล้วมันมีแปลงที่ดินคงเหลืออยู่แปลงหนึ่งซึ่งภาษาเขาเรียกว่า แปลงคง ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ทำโรงงานพื้นที่ก็ไม่พอ มันเป็นแปลงคงเหลือ เพราะหน้าที่ การงานของวิชาชีพนี้ร่างค่อนข้างยาก ผมก็เลยอยากจะฝากข้อสังเกตให้กรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณาว่าในมาตรา ๓ ท่านต้องดูให้ดี ๆ นะครับว่าเมื่อร่างขึ้นมาแล้ว ไม่กระทบกระเทือนต่อสภาวิชาชีพอีก ๖ สภาวิชาชีพ หรือ ๗ สภาวิชาชีพนั้นนะครับ ผมยังฝากตั้งข้อสังเกตว่าร่างของ ครม. มีพูดถึงการวินิจฉัย รักษาเบื้องต้นด้วย ตรงนี้ละครับ ผมเป็นกังวล แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าวิชาชีพการสาธารณสุขนั้นจะรักษาเบื้องต้น ไม่ได้ จะจ่ายยาพาราเซตามอล (Paracetamal) ไม่ได้ จะทำแผลไม่ได้ ผมก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ต้องดูแลให้ดี ๆ อาจจะไปฝากไว้ว่าทั้งนี้ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ว่าในยุคในสมัยใด หรือในจังหวัดใด พื้นที่ใดที่มันมีความขาดแคลนก็ให้รัฐมนตรีประกาศ ให้สามารถดำเนินการได้ เมื่อบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าแล้ว อย่างในกรุงเทพมหานคร ในเมืองใหญ่ ๆ ถ้าหากว่าไปรักษาเข้าแล้วมีปัญหาเพราะว่าการยกฐานะให้เป็นวิชาชีพนี้ มันไปต้องด้วยกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ ว่าจะต้องคุ้มครองประชาชนตามวิชาชีพนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓ ผมฝากข้อสังเกตเป็นพิเศษเลยทีเดียว เรื่องของการรักษาพยาบาล ว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าเห็นว่าจำเป็นควรจะใช้การประกาศของรัฐมนตรี
แล้วก็อีกประเด็นสุดท้ายเรื่องชื่อร่าง พ.ร.บ. ผมเห็นว่าควรจะใช้ตามร่าง ของประชาชน ทางของ ครม. นั้นเคร่งครัดเกินไปว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สาธารณสุขชุมชนนะครับ เพราะผมเห็นว่ามันจะได้เติบโตได้มากกว่านี้ เดี๋ยวนี้การอาชีวอนามัย ดูแลสุขภาพในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างเช่น มาบตาพุดต่าง ๆ มันก็อยู่ในกิจการส่งเสริม ป้องกันและอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเรียกว่า เอนอ็อค (ENOC) เอ็น (En) ก็คือ เอ็นไวรอนเมนทอล (Environmental) สิ่งแวดล้อม อ็อค (Oc) คือ อ็อคคิวเพชั่นนอล (Occupational) อันนี้ ล้วนแต่สามารถเติบโตได้ถึงขนาดระดับมหภาค ระดับโลกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านอย่าไปล็อกไว้ถึงแค่ระดับชุมชน มันเป็นการสาธารณสุขระดับชาติ ระดับโลกก็ยังได้นะครับ ท่านล็อกมากเกินไป ก็อยากจะให้ในกรรมาธิการได้ตัดคำว่า ชุมชน ออกด้วยนะครับ ก็ขอฝากไว้ว่าคิดเรื่องวิชาชีพนี้ คิดให้รอบคอบอย่าให้คนวิ่งออกกำลังกายนั้นจะต้อง ผิดกฎหมายนะครับ ต้องไปขอใบอนุญาตจากท่าน ท่านพยายามหากิจการงานที่เป็น การส่งเสริมและการป้องกันเป็นหลัก ส่วนการรักษาและฟื้นฟูเขามีวิชาชีพของเขาอยู่แล้ว ก็ขอฝากข้อสังเกตตรงนี้ไว้ครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ