ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้ที่จะให้โอกาสผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมีสภาวิชาชีพเป็นผู้ควบคุมกำกับ และขอให้พิจารณาอนุญาตให้บุคลากรฝ่ายอสม. ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพในมิติของการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเพื่อจะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งนำเสนอโดย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้นำเสนอในนามของคณะรัฐมนตรี ขอบคุณภาคประชาชน ท่านนายกสมาคม วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนที่ได้นำเสนอในนามของภาคประชาชน ท่านสมาชิกอีก ๒ ท่าน ที่ได้นำเสนอกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อย จริง ๆ เตรียมไว้ที่จะให้ข้อมูล กับสภาเยอะพอสมควรแต่ว่ามีเวลาน้อย ผมจะเริ่มจากบทสรุปที่ผมเขียนเลย เห็นควรอย่างยิ่ง ที่จะรับหลักการกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับรวมกัน เพราะว่าเนื้อหาสาระโดยหลักการแล้วก็เหตุผล ใกล้เคียงกัน สารบัญญัติไม่ได้แตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างของตัวสารบัญญัติ แต่สิ่งที่สำคัญ ที่ผมขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ร่างที่เป็นหลักก็คงเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี เหตุผลที่ให้เป็น ข้อสังเกตนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ชื่อร่าง สังเกตร่างของคณะรัฐมนตรีจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... มีข้อต่างกันนะครับ ร่างของภาคประชาชน และเพื่อนสมาชิกจะเป็นชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... นัยตรงนี้ มีความหมายพอสมควรนะครับ ผมไม่มีเวลาที่จะให้ข้อมูลตรงนี้มาก ก็คงไปพูดในชั้น กรรมาธิการ ฝากกรรมาธิการในประเด็นนี้นะครับว่าทำไมต้องเป็นวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน ทำไมไม่ใช่วิชาชีพการสาธารณสุข
ประเด็นที่ ๒ คำนิยามที่เขียนออกมาโดยเฉพาะคำนิยามของ ร่างคณะรัฐมนตรีที่ให้คำนิยามเรื่องของการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เขียนไว้ ค่อนข้างชัดเจน ๔ หัวข้อ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อเสนอแนะก็คือว่า การแยกหัวข้ออย่างนี้อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและตีความหมายผิดได้ เพราะฉะนั้น ใน (๓) (๔) ถ้าตามร่างว่าด้วยการตรวจวินิจฉัย การบำบัดรักษาเบื้องต้นกับการประเมิน อาการการเจ็บป่วยใน (๔) ถ้าเป็นไปได้น่าจะเป็นบทขยายใน (๑) เพราะเป็นภาพรวม ประเด็นนี้ฝากเป็นข้อสังเกต
สิ่งที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะให้โอกาสกับพี่น้องที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ มิตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูโรค มีโอกาสทำหน้าที่ภายใต้มาตรฐาน และจริยธรรมที่ทุกท่านได้นำเสนอไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องตั้งข้อสังเกต ความคาดหวัง เมื่อได้รับใบประกอบวิชาชีพแล้วความเห็นของผมในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นท่านย่อมมีสิทธิ ที่จะประกอบวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐหรือแม้ในส่วนที่เป็นส่วนตัว ตรงนี้เอง ก็เข้าไปดูกันว่าจะมีข้อจำกัดอย่างไร เพราะฟังจากเพื่อนสมาชิกอภิปรายหลายท่านเห็นว่า ไม่น่าจะมีโอกาส ในฐานะที่ท่านได้ไปประกอบวิชาชีพแล้ว สภาวิชาชีพรับรองควบคุมท่านอยู่แล้ว ท่านก็น่าจะมีโอกาสในประเด็นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องนำเรียนสำหรับ เรื่องกฎหมายฉบับนี้มีที่มาที่ไปพอสมควร ๔ ฉบับ โดยฉบับของพี่น้องประชาชน ๑๔,๘๙๒ คนที่เข้าชื่อ ต้องกราบเรียนว่าเป็นต้นเหตุเป็นมูลเหตุให้มีกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา อย่างจริง ๆ ต้องกราบขอบพระคุณที่พี่น้องพวกเราช่วยกันต่อสู้จนมีร่างกฎหมายนี้เสนอเข้าสู่สภา บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ และต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะรัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เสนอต่อรัฐสภาให้มีมติพิจารณาต่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ไม่เช่นนั้นร่างนี้ก็ตกไปเพราะหมดสมัยของการประชุม หรือหมดสมัยของสภาไป ในการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่เห็นว่าร่างนี้มีความจำเป็นมีการสานต่อ ต่อเนื่อง จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์มีมติจาก ครม. โดยความเห็นชอบของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ว่าเห็นควรอย่างยิ่งจะต้องพิจารณาต่อในสมัยนี้ ก็เสนอคำยืนยันมาที่รัฐสภา รัฐสภามีมติยืนยันที่จะพิจารณาต่อเป็น ๑ ใน ๒๔ ฉบับ เป็นกฎหมายที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ตรงนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ความจริงใจที่อยากจะให้สังคมเราให้โอกาสกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนเอง ผู้คนที่ได้รับผลของการมีมาตรฐานในการรักษาพยาบาล คุ้มครองเขาฐานะที่เขาเป็นคนดูแลตามกฎหมาย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว ผมคิดว่า ตรงนี้เองเป็นความจริงใจ แล้วที่สำคัญยิ่งผมกราบเรียนในฐานะที่ผมเป็นวิปรัฐบาล ช่วงเวลา ที่เราขยายสมัยประชุมออกมาวัตถุประสงค์หนึ่งเราต้องการจะนำกฎหมายที่มีความสำคัญ ของภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณา วันนี้คือข้อพิสูจน์ว่าเราทำอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้เพียงแต่ บอกว่าขยายเวลาจะไปทำอย่างอื่นนะครับ กฎหมายที่มีความสำคัญก็เอาเข้ามา ตรงนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่จะให้ โอกาสกับผู้ที่ทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนโดยประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้มีสถานะมีกฎหมายรองรับรับรองเขาเป็นวิชาชีพ โดยมีสภาวิชาชีพเป็นผู้ควบคุมกำกับ เดิมเขาเองเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพ ภายใต้กฎหมายประกอบวิชาชีพเวชกรรม ภายใต้การควบคุมกำกับของแพทย์ หรือนายแพทย์สาธารณสุขกระทำเยี่ยงนี้มาตลอดนะครับ สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ยิ่ง ก็คือมีสภาวิชาชีพแล้วนอกจากจะคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ที่ไปรับการรักษาพยาบาล หรือเป็นผู้ที่ได้รับการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยเฉพาะมิติการส่งเสริมและป้องกันโรค สุขาภิบาล อนามัย สิ่งแวดล้อมนี่เป็นปัจจัยหลัก เป็นหัวข้อหลักที่จะทำให้กฎหมายวิชาชีพนี้ ประสบผลสำเร็จ เขาได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานที่สภาวิชาชีพจะกำหนดขึ้นมา และที่สำคัญผู้ประกอบวิชาชีพก็ได้รับการกำกับดูแลควบคุมการประกอบวิชาชีพ สิ่งที่หลายท่านเป็นห่วงว่ามีกฎหมายฉบับนี้จะไปกีดกันการทำหน้าที่ของบุคลากรฝ่ายอื่น หรือไม่ เรามีสารบัญญัติครับ เรามีบทบัญญัติที่มีข้อเว้นและข้ออนุญาตเอาไว้ ผมยกตัวอย่าง พี่น้อง อสม. หลายร่างมีปรากฏอยู่ แต่หลายร่างไม่มี ร่างรัฐบาลไม่มีนะครับ ผมเองก็เสนอ ท่านประธานไว้ตรงนี้ก่อน ขออนุญาตนิดเดียวครับว่าถ้าเป็นไปได้ก็เขียนไว้ในตัวบทว่า จะอนุญาตให้พี่น้อง อสม. ทำหน้าที่ในเรื่องของการดูแลสุขภาพในมิติของการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคได้อย่างไร เดิมเขาไปอาศัยพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม มาตรา ๒๖ (๔) อนุญาตให้เขาทำตามประกาศของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นไปทำหน้าที่ได้ ภายใต้การกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้เองครับผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็ให้กำลังใจผู้คนที่อยู่ในวงการสาธารณสุขที่เรียกร้องสิ่งเหล่านี้มานาน เรายังมีเวลา ในชั้นกรรมาธิการนะครับ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับท่าน ที่จะเป็นประโยชน์ กับการประกอบวิชาชีพจริง ๆ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการยินดีที่จะรับฟัง ยินดีที่จะไปปรับแก้ ยินดีที่จะแก้ไขกฎหมายให้สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อที่จะให้เป็นพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน หรือพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขของท่านให้ได้ประโยชน์ ทุกฝ่าย ท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยสรุปเห็นว่าควรจะรับทั้ง ๔ ร่าง และใช้ร่าง ของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักเพื่อที่จะได้นำมาสู่กระบวนการของการพิจารณาที่สมบูรณ์ กราบขอบคุณท่านประธานครับ