สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๘ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕

วรชัย เหมะ หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและก่อการร้าย และเรียกร้องให้ใช้อำนาจในการตรวจสอบอย่างถูกต้อง โดยไม่ละเว้นใคร ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ตุลาการ หรือสื่อ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง และปกป้องความสมบูรณ์ของประเทศ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟอกเงินและการก่อการร้ายทั้ง ๒ เรื่อง มันมีมา ตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๔๒ เพราะว่าประเทศไทยนั้นต้องทำธุรกรรมระหว่างประเทศ กับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสำคัญอย่างยิ่งครับ เราเป็นที่รับรู้ว่าเงินนอกระบบที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยนั้นต่อปีไม่ต่ำกว่า ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านี้ครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการได้มาซึ่งเงินที่นอกระบบนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคอร์รัปชัน (Corruption) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่เกิดขึ้น ซึ่งการค้ามนุษย์เป็นเรื่องร้ายแรงที่สำคัญที่สุด แต่ว่าเราไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ และเราจะเห็นว่าเงินเหล่านี้เข้าไปสู่สถาบันการเงินครับท่านประธาน แล้วก็หลังจากนั้น ไปทำธุรกิจ ทำการค้าธุรกิจในระบบก็ถือว่าเงินนั้นเข้ามาถูกต้อง แล้วก็ใช้จ่ายได้ตามกฎหมายครับ ท่านประธานครับ แล้วที่สำคัญที่สุดการคอร์รัปชันของนักการเมือง โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ไม่มีที่มาที่ไปของการเงิน ไม่มีการทำธุรกิจโดยเฉพาะนักการเมืองที่ไม่มีอาชีพที่เห็นชัด แต่ว่าเป็นนักการเมืองไม่นานครับ รวยครับ ท่านประธานครับ แล้วเราจะตรวจสอบ ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับนักการเมืองในประเทศไทย แล้วอีกองค์กรหนึ่งครับ ตุลาการศาลครับ เราจะเห็นว่าเงินเดือนของศาลไม่เท่าไร เป็นลูกชาวนาคนจนคนหนึ่งไม่มีธุรกิจ แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ครับ ไม่นานตุลาการท่านนั้นร่ำรวยครับ มีบ้านหลังหนึ่งเป็นร้อยล้านบาท ก็มีครับ เห็นกับตากันอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะตรวจสอบอย่างไรครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หรือว่า สื่อครับท่านประธานครับ สื่อหลายท่านด้วยกันครับ รวยครับ แล้วพอตรวจสอบก็หาว่า แทรกแซงสื่อ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการใช้อำนาจ ไม่ว่าดีเอสไอ ปปง. ทำหน้าที่ด้วยความซื่อตรงไหมครับ กล้าตรวจสอบไหมครับ สิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอำนาจในการตรวจสอบถ้าใช้อำนาจในสิ่งที่เห็นว่าควรทำ ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจมากแค่ไหนเราก็จะต้องมีการตรวจสอบ ต้องยอมรับว่า พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ว่าด้วยการฟอกเงิน ท่านประธานครับ เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งอาจจะไป จำกัดสิทธิของคนไทย หรือว่าด้านหนึ่งอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายกัน ท่านประธานครับ เพราะว่าประเทศไทยนั้นเราจะเห็นได้เมื่อยุคที่ผ่านมา มีการอายัดเงินของผู้บริสุทธิ์ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือเปล่าครับท่านประธาน ใช้กฎหมายฟอกเงิน แล้วก็ไป อายัดเงินผู้บริสุทธิ์ในการทำธุรกรรม เขาต้องเสียหาย ถ้าธุรกรรมที่ถูกต้องแล้วไปอายัดเขา เขาเสียหายต่อเศรษฐกิจ เขาไม่สามารถที่จะทำธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เงินถูกอายัด อยู่ในแบงก์ครับท่านประธาน แล้วเขาจะเดินไปได้อย่างไร นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นต้องระวังครับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเหตุบอกให้เห็นชัดเจนว่าการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องมันเป็นดาบสองคม กฎหมายบางฉบับเป็นดาบสองคมครับ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่า ประเทศไทยนั้นรายได้หลักมาจากการทำธุรกรรมการค้ากับต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่มีกฎหมายฟอกเงิน การเชื่อมั่นกับการทำธุรกรรมต่างประเทศมันสั่นคลอน อย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยนั้นต้องอาศัยเงินตราต่างประเทศเข้ามาพัฒนาชาติ เข้ามาพัฒนาประเทศไทยครับ วันนี้สถาบันการเงินของประเทศไทยนั้นการทำธุรกรรมนั้น เป็นสิ่งสำคัญครับ การที่เอาเงินนอกระบบมาใช้แล้วก็มาทำการค้านั้นความเชื่อถือ ของประเทศหลายประเทศที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เรื่องกฎหมายฟอกเงินและเรื่อง พระราชบัญญัติในเรื่องของการสนับสนุนเงินกับผู้ก่อการร้ายนั้น ประเทศที่ผลักดันมากที่สุด ท่านทราบไหมครับคือประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ทำธุรกรรมการค้าเกี่ยวกับการเงินมากที่สุด เราจะเห็นว่า มีการโจมตีค่าเงินบาท ทำลายระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศมาแล้ว โดยเฉพาะ ประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้นเขาต้องปกป้องในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การค้าอาวุธ ประเทศไหนละครับ ท่านประธานครับ ที่ทำการค้าอาวุธเป็นประเทศที่สำคัญที่สุด ประเทศไหนละครับที่ขายสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาวุธสงคราม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของเครื่องบินรบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องบิน นี่คือประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นเขาพยายามที่จะบีบหลายประเทศให้มีกฎหมายเหล่านี้เพื่อที่จะง่ายในการที่จะ สามารถรักษาผลประโยชน์และธุรกิจ ธุรกรรมของตัวเองเอาไว้ให้ได้ครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น บนโลกมนุษย์ใบนี้ ประเทศที่มีอำนาจบาตรใหญ่ ประเทศที่เขากุมบังเหียนเศรษฐกิจของโลก เขาก็ต้องหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะคุมการขับเคลื่อนขององค์กรการค้าของเขา วันนี้เรามี องค์การการค้าโลก เราต้องยอมรับบนเวทีโลกครับ แต่ว่าเราต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพ ของคนในประเทศด้วยครับ ไม่ใช่ว่าบางครั้งนั้นไปเอาใจต่างชาติมากเกินไป ไปเอาใจ ประเทศคู่ค้ามากเกินไปครับ อย่าให้เสียเปรียบประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากการส่งออกปีหนึ่งถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีก็ตาม แต่ว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีคู่ค้า ไม่จำเป็นต้องเป็นยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาครับ เรามีประเทศในอาเซียน ในเอเชียด้วยกันหลายประเทศ ในประเทศจีนครับ แล้วสิ่งสำคัญวันนี้ที่บอกว่าสนามบินอู่ตะเภานั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่ต้นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างแน่นอน เรื่องนี้ เป็นการเกิดขึ้นในสมัยยุคที่ผ่านมาครับ ในการเยือนประเทศไทยของนางฮิลลารี คลินตัน แล้วก็รัฐบาลที่แล้วเสนอว่าให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีฐานทัพ ของประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งได้ เพื่อที่จะตรวจสอบชั้นบรรยากาศ แล้วก็ตั้งฐานทัพ เพื่อมนุษยธรรม เรื่องนี้ผมไม่เชื่อครับท่านประธาน เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีคู่แข่งในเอเชียหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนครับ ถ้าให้ตั้งฐานทัพในประเทศไทย จะมีปัญหากับประเทศเหล่านี้ไม่ว่าประเทศจีนหรือประเทศโซเวียตครับ เรื่องนี้ผมเห็น มีการพูดกันมาหลายครั้งหลายหนครับ ก็อย่าเพิ่งบอกว่าเป็นการกระทำของรัฐบาลนี้ครับ แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อยุครัฐบาลที่ผ่านมาครับ