สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

(เนื่องจาก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ติดราชการ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๐๓ นาฬิกา)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะคะที่ได้มาประชุมโดยที่การแจ้งนี่ค่อนข้างจะกะทันหัน แต่ว่าทุกท่านก็คงจะได้รับทราบ แล้วก็ขออภัยที่เมื่อคืนนี้มีความจําเปึนที่จะต้อง สั่งเลื่อนการประชุม เพราะว่าข้อมูลในขณะนั้นหากว่าต้องสั่งให้แม้แต่หน่วยราชการ ก็ต้องหยุด สถาบันการเงินก็ต้องหยุด และโรงเรียนต่าง ๆ หยุด ก็แสดงว่ามีข้อมูลที่จําเปึน จะต้องมีการดําเนินการก็เลยคิดว่าเราต้องปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ ท่านประธานเองก็เปึนห่วง พวกเราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราโพสต์โพน (Postpone) เพราะว่าเรายังมีวันพรุ่งนี้ ที่จะสามารถประชุมได้อีกวันหนึ่ง แต่เมื่อข้อมูลไม่ใช่นี่นะคะ การตัดสินใจก็เลยต้องเปลี่ยนไป ว่าถ้าเผื่ออย่างนั้นเรามาประชุมเพื่อที่จะทําให้แผนการทํางานของเราเปึนไปตามเปัาหมาย ก็คือเปึนไปตามกรอบเวลาที่เราได้วางไว้ ดิฉันถึงต้องขอขอบคุณทุกท่านค่ะ ท่านสมาชิกคะ ก่อนที่จะประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนี่นะคะ ดิฉันขอให้ท่านได้ปรึกษาหารือก่อน ท่านละ ๒ นาที ซึ่งขณะนี้มีรายนามท่านอยู่แล้วนะคะ ท่านแรกขอเชิญท่านฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ค่ะ

นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ และเพื่อนสมาชิกครับ ผม ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ หมายเลข ๐๗๑ ครับ ความจริงผมไม่อยากจะให้ มีเดือนกันยายนเลยนะครับป้นี้ มันเศร้านะ คิดถึงเดือนกันยายนทีไรมันเศร้าทุกครั้งนะครับ สมาชิกทุกท่านครับ ผมอยากจะหารือผมเคยพูดในสภาแห่งนี้ไว้หลายครั้งแล้วนะครับว่า ผู้ที่มีอํานาจและผู้ที่ปฏิบัติทําไมปล่อยให้มีการจาบจ้วงอยู่เรื่อยในทางสื่อนะครับ ไม่แก้ไข ปัญหาตรงนี้สักทีหนึ่ง ผมเคยหารือมาหลายครั้ง และแม้กระทั่งพูดทั้งนอกและในไมโครโฟน นะครับ ทําไมพวกเราหรือว่าผู้ที่มีหน้าที่ ปฏิบัติไม่ทําสักครั้งหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติเลย เห็นเปึนอย่างไรผมก็ยังไม่เข้าใจนะครับ แล้วก็พวกเราไม่ต้องกังวลแล้วนะครับว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะไม่มีระเบิด ในกรุงเทพมหานครมันก็ยังมีเลยนะครับ ท่านไม่ต้องไปกังวลเลยนะครับ เมื่อวานนี้ท่านรองประธานทัศนา ท่านก็ปัองกันไว้ก่อน ดีกว่าแก้นะครับ ท่านก็ทําถู กต้องแล้ว ท่านไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ท่านปฏิบัติหน้าที่ ได้ถูกต้องมากแล้วครับ ผมคิดว่าในช่วงระยะเวลานี้พวกเรานี่นะครับ ถ้าประเทศของเรา จะไปได้ดีนั้นก็คือความร่วมมือร่วมใจกัน สมานสามัคคี เปึนหลักของการที่เราอยู่ด้วยกัน ได้รอดนะครับ และไม่ต้องไปกังวลหรอกครับว่าเราจะอยู่หรือเราจะไปในสภานี้ เพราะใจเรา ไม่ได้จากกันนะครับ ดังนั้นผมก็คงไม่ขอที่จะกล่าวอะไรมากนัก เพราะว่าจิตใจผมรําลึก และคิดถึงเสมอนะครับ พวกเราทุกคนที่นี่ใน ๒๕๐ คน ถึงจะขาดไปบ้างเปึนบางคน แต่เราคาดว่าเราได้โปรดเกล้าฯ มาด้วยกัน ๒๕๐ คน เราอาจจะไม่มีวันลืมกันเลยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านโกวิทย์ ทรงคุณ ค่ะ

นายโกวิทย์ ทรงคุณ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ หมายเลข ๐๑๘ จังหวัดสุโขทัยครับ จะหารือท่านประธานว่า เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืนเปึนที่น่าวิตกแก่สมาชิกและเจ้าหน้าที่ของสภาทุกท่านนะครับ แต่วันนี้เหตุการณ์มาเปึนปกตินะครับ ก็ขอให้พวกสมาชิกทุกท่าน แล้วก็เจ้าหน้าที่ต้องสู้ ๆ นะครับ ขอขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน ค่ะ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ วันนี้คงจะเปึนวันสุดท้าย ที่ดิฉันจะได้ลุกขึ้นยืนหารือในสภาแห่งนี้ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันจึงขอกล่าวถึงความประทับใจและความชื่นชมในการทํางานที่สภาแห่งนี้นะคะ นั่นคือการทํางานที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งของสํานักงานเลขาธิการส ภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สํานักงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตั้งแต่ตัวท่านเลขาธิการไปจนกระทั่งถึงเจ้าหน้าที่ ทุกระดับ ในการจัดสัมมนา สปช. รายงานประชาชนเมื่อ ๑๓ สิงหาคมนั้น เปึนตัวอย่าง อันดีที่สุดที่ดิฉันจะขอยกมากล่าว เปึนการจัดสัมมนาครั้งใหญ่ จัดในเวลาอันสั้น ลงทุน ทั้งงบประมาณและกําลังคนมากมาย ทางสภาได้ตั้งคณะกรรมการอํานวยการจัดงานขึ้น โดยมีท่านรองประธานทัศนาเปึนประธาน ประกอบด้วย สปช. บางคนแล้วก็ส่วนใหญ่แล้ว จะเปึนเจ้าหน้าที่และ ผบ. ผอ. ระดับสูงของสภานะคะ การทํางานมีปัญหามากมาย แต่ว่าการเตรียมการด้วยระยะเวลาอันสั้ นนั้นทําได้ดีมาก คือในส่วนของสภานะคะ เราเจอปัญหามากมายทั้งก่อนงานและระหว่างงาน นับตั้งแต่ทําแบคดรอป (Backdrop) จัดโต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงผู้ที่เข้าลงทะเบียนสัมมนาถึง ๑,๗๕๓ คน ปัญหาเรื่องอาหาร บริการต่าง ๆ ทางสภาแก้ปัญหาได้หมดทุกประการอย่างรวดเร็ว เปึนการแก้ปัญหาหน้างาน ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

ซึ่งท่านรองประธานทัศนาก็ได้กล่าวชมเชยและขอบคุณในการประชุมกรรมการอํานวยการ ครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้แล้วนะคะ ดิฉันจึงขอเรียนว่าดิฉันมีความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา รายงานตัวที่นี่ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจนถึงปัจจุบันนี้ อยากจะขอฝาก ความทรงจํานี้ไว้ แต่ขอเรียนอีกนิดหนึ่งอยากจะประกาศความดีงามของเจ้าหน้าที่สภาคือ นางสาวกนกพร ปาละรีย์ ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา สํานักรักษาความปลอดภัย ดิฉันทําของมีค่าตกหายไว้ที่ห้องน้ํานี้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ว่าภายในเย็นวันนั้นก็ได้คืนค่ะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาท่านนี้ได้เก็บไว้ให้ แล้วดิฉันก็ได้ทําหนังสือขอบคุณ ท่านเลขาธิการจเรไปแล้วนะคะ จะจากไปแล้วก็ขอกราบขอบพระคุณด้วยความซาบซึ้งใจ ในการทํางานด้วยใจและความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่สภาทุกคนภายใต้การอํานวยการของ ท่านจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันจะไม่ลืมและจดจําจารึกไว้ในหัวใจตลอดกาล แม้ว่าอาจจะไม่ได้กลับเข้ามาที่สภาแห่งนี้ อีกแล้วก็ตาม ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ค่ะ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดอุบลราชธานีครับ จากการที่มีการจัดเสวนา สัมมนา สปช. รายงานประชาชนนั้น ผมในฐานะ สปช. จากจังหวัดได้รับข้อมูลจากทั่วไปว่า ประทับใจ แล้วก็มีความชัดเจนในการที่จะรับฟังสิ่งที่เปึนการ รายงานตั้งแต่ต้นจนสุดท้าย ของงาน ผมคิดว่าเรื่องที่มีการจัดวันนั้นมีความสําคัญมาก เพราะเปึนการใช้ข้อมูล ในการสื่อสารอย่างง่าย โดยเฉพาะช่วงที่ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติตอบข้อซักถาม ท่านสุทธิชัย หยุ่น แล้วก็ที่สําคัญที่สุดคือช่วงที่ท่านประธานกล่าว และท่านนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบ ผมได้ทําการถอดคําพูดแล้วก็อ่าน พบว่ามีหลายส่วนที่มีการพูดแล้วก็มีการตอบ กันอย่างเปึนการสอดรับกันในทางที่ทําให้เกิดเห็นภาพของความเปึนการทํางานร่วมกัน ที่มีการบูรณาการ ผมก็อยากจะเสนอหารือว่าเอกสารของวันที่ ๑๓ ถ้าหากมีการทํารูปแบบ แล้วก็เผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องได้สามารถที่จะนําไปศึกษา นําไปอ่านให้เกิดความเข้าใจตรงกันก็จะเปึนการดีต่อการที่จะขับเคลื่อนในการร่วมมือ กับผู้บริหารประเทศ รัฐบาล หรือสภาต่อไปในการที่จะปฏิรูป ประเทศต่อไป โดยเฉพาะ

ในวันที่ ๒๐ ที่จะถึงนี้จะมีการคอนเฟอเรนซ์ (Conference) ไปทั่วประเทศ นั่นก็อีกบทหนึ่ง ที่จะต้องมีการสรุป แล้วก็นําให้ประชาชนทั่วไปรับทราบว่าสภาปฏิรูป แห่งชาติเรานั้น ได้วางรากฐานในทางกรอบแนวคิดไว้ ซึ่งจะส่งมอบให้กับอีกสภาหนึ่งลงมื อปฏิบัติ ในการปฏิรูปของประเทศเราประสบความสําเร็จในเวลาอันไม่ช้าซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ จึงอยากหารือที่จะทําเอกสารนี้ให้เปึนเอกสารสําคัญสําหรับสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. เลขที่ ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช รู้สึกภูมิใจ ปลื้มใจที่ได้มานั่ง อยู่ในสภาแห่งนี้เปึนเวลาประมาณ ๑๑ เดือน ขอขอบคุณท่านประธาน รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทัศนา บุญทอง ซึ่งเปึนผู้ที่มีความงามเสมอทั้งในที่ประชุมและนอกห้องประชุม ท่านประธานศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งทําหน้าที่ได้สมบูรณ์ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งเปึนผู้ที่มีความฉับไวและมีความสามารถพิเศษ นั่นคือความภูมิใจที่มีอยู่ และภูมิใจ ในสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ เรามาอยู่ด้วยกันถ้าพูดตามหลักแห่งพุทธศาสนา เขาบอกว่าเราเคยอยู่ด้วยกันในอดีต แล้วก็มาอยู่ด้วยกันอีก ณ ที่นี่ นี่คือบุญที่สร้างร่วม เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาอยู่ด้วยกันแล้วเรามาสร้างคุณงามความดีร่ วมกัน ซึ่งออกมาเปึน เอกสารรายงานมอบท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้ว

แล้วท่านก็ดีใจ วันนั้นท่านพูดเสียงใส แล้วท่านบอกว่านี่คือคัมภีร์ในการที่จะดูเพื่อที่จะปฏิบัติ ต่อไปซึ่งเปึนสิ่งที่น่าภูมิใจนะครับ ทุกคนในห้องนี้และนอกห้องซึ่งเปึน สปช. ล้วนแต่ เปึนพี่เปึนน้องที่มีความรู้สึกรักและรู้สึกดีต่อกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งใด ๆ ที่อาจจะมี ความพลาดพลั้งไปบ้าง แม้แต่ตัวผมเองนะครับถ้าพลาดพลั้งบ้างก็ขออภัยด้วย และถือว่า นั่นเปึนความพลาดพลั้งโดยมิได้ตั้งใจ ไม่รู้ตัว ก็ขอขอบคุณเพื่อน สปช. ทุกท่านนะครับ มีน้ําใจให้ มีความรักสมัครสมานสามัคคี ๑๑ เดือนที่อยู่คือความประทับใจ ที่สุดนี้ผมมี ร้อยกรองเขียนเพื่อพี่น้อง ๔ วรรคว่า สปช. รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ๒๕๐ คน ย่อมมีความหมาย เราต้องรักสามัคคีมิเสื่อมคลาย เพื่อประเทศไทยจะเพลิดพรายสู่แดนธรรม ขอบคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ก็ชื่นชมทุกท่านที่ขึ้นมา เผยความในใจในเรื่องของความประทับใจ แต่ของผมเองนี่ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องของ ความเปึนห่วงเปึนใย เรื่องของความปลอดภัยของการจัดงานต่าง ๆ ของระดับไม่ว่าจะเปึน ปริมณฑลซึ่งในช่วงปลายป้จะมีจัดงานประจําป้ จัดงานใหญ่ ๆ กันเยอะนะครับ ก็อยากให้ ทางคณะรัฐมนตรีได้กําชับไปยังทางจังหวัดต่าง ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ผู้ที่ดูแล รักษาความปลอดภัยให้เข้มงวด แล้วก็ให้ประชาชนทุกคนเปึนหูเปึนตาในการที่จะเฝัาระวัง สอดส่อง เปึนหูเปึนตาให้กับทุกคน ดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่อาจจะไม่คาดคิด มาก่อน และเรื่องสุดท้ายอีกเรื่องที่อยากจะย้ําฝากไป เพราะว่าถ้าหมดวาระในตําแหน่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะทําหน้าที่แทนประชาชนแล้ว ผมอยากจะฝากเรื่องที่ ประชาชนเขาฝากมาว่าการจัดงานต่าง ๆ ของจังหวัดทุกจังหวัด นี่จัดดี มีระบบรักษา ความปลอดภัยดีอยู่แล้ว แต่มีปัญหาอยู่ข้อเดียว การจัดงานประจําป้ของหลาย ๆ จังหวัด ตอนนี้ก็ยังเก็บค่าบัตรผ่านประตูอยู่ซึ่งมันเปึนความไม่สบายใจ ในยุคนี้อยากให้มีการสั่งการ ไปยังจังหวัดว่าถ้ามีการจัดงานขอความกรุณาอย่าเก็บ ค่าบัตรผ่านประตูเลย เพราะว่า ประชาชนทั่วไปเขาเสียค่ารถ ค่าใช้จ่ายมาแล้ว เขาก็อยากมาเดินด้วยความสุข ความสบายใจ

แต่ว่าพอจะเข้างานต้องมาเสียค่าบัตรผ่านประตู ซึ่งตรงนี้ก็ติดค้างในใจประชาชนมานานแล้วครับ วันนี้ก็อยากจะฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์นิรันดร์ พันทรกิจ ค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ได้กําหนดหน้าที่สําคัญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่ง ชาติไว้ ๓ ประการ คือ ๑. ให้การเสนอแนะในเรื่องของการปฏิรูป ๒. ก็คือให้ข้อเสนอแนะในการจัดทํา รัฐธรรมนูญ และ ๓. ให้ความเห็นชอบในรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นชอบอะไรก็แล้วแต่นะครับ สืบเนื่องมาจากประเด็นดังกล่าวนั้นเรามองเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องสําคัญ แล้วกระบวนการในการดําเนินการในการจัดทํารัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นเราก็ไม่ค่อยได้มี โอกาสจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันเท่าไรนัก ผมก็เลยเสนอแนะพูดคุยกับสมาชิก หลายท่านว่าเราควรที่จะได้มีโอกาสได้ถกแถลงกันในเรื่องรัฐธรรมนูญหลังจากที่เราได้รับ ร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ปรากฏว่าท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ท่านได้เสนอญัตติ เพื่อที่หลังจากรับร่างรัฐธรรมนูญวันที่ ๒๒ นี้แล้ว เรามีเวลาอยู่ประมาณ ๑๕ วันก่อนที่จะ ดําเนินการลงมติกัน ควรจะมีโอกาสได้ศึกษาทําความเข้าใจนะครับ แต่เมื่อเสนอญัตติ ไปแล้วก็ปรากฏว่าวิป (Whip) หรือประธานก็ไม่ทราบหรอกครับไม่บรรจุเข้าไป

ซึ่งเรื่องนี้ผมจะได้พูดอีกครั้งหนึ่งตอนที่หมดวาระการทําประชามติแล้วจะได้เสนอว่า เราน่าจะมีโอกาสได้ถกแถลงกันก่อน ทําไมถึงไม่บรรจุระเบียบวาระการประชุมนี้เข้าไป วิปมีอํานาจในการที่จะไม่บรรจุไหม ประธานมีอํานาจในการไม่บรรจุไหม ผมคิดว่าเรื่องนี้ ผมจะได้นําเสนอเปึนญัตติอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยในเรื่องของประเด็นประชามติ เรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ค่ะ

รองศาสตราจารย์เปรื่อง จันดา

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ผม เปรื่อง จันดา สมาชิกหมายเลข ๑๔๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ก่อนอื่น ขอร่วมประณามกับผู้ที่ได้คิดและมีส่วนกระทําในเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เพื่อทําให้ประเทศชาติ เสียหาย ขอให้ผู้ที่มีส่วนคิดพร้อมด้วยวงศ์ตระกูลจงเกิดภัยพิบั ติเพื่อชดใช้เวรกรรมกับ ผู้สูญเสียแล้วก็ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะมีความคิด เผอิญตรงกับท่านนิรันดร์เมื่อกี้ผมได้อ่านมาตรา ๓๗ หลังจากที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นําส่งรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ที่แก้ไขแล้ว แล้วก็ในวรรคสอง ของมาตรา ๓๗ ก็ระบุว่าให้รอไว้ ๑๕ วันเพื่อที่จะดําเนินการให้สภานี้ลงมติให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบ ผมว่าเปึน ๑๕ วันที่มีคุณค่า ถ้าหากเปึนไปได้เปึนความคิดเห็น ที่อยากหารือด้วยความบริสุทธิ์ใจ เปึนไปได้ที่สภาแห่งนี้จะได้นัดหมายให้มีการประชุม แล้วก็นัดหมายเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้มาอธิบายบางประเด็นที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ใน ความสนใจของพวกเราอธิบายให้ฟังว่าได้แก้ไขเรื่องนั้นไปอย่างไร อะไรที่แก้ไขได้ อะไรที่ แก้ไขไม่ได้ อย่างน้อยไม่มีการอภิปรายก็ไม่ได้เปึนผลอะไรเพราะว่าอภิปรายไปก็แก้ไขไม่ได้ ฉะนั้นผมคิดว่าการที่ได้มีโอกาสให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มาอธิบายนี่ผมว่า มันจะเกิดความเห็นพ้องและความเห็นต่าง ความเห็นพ้องและความเห็นต่างของสมาชิก นําไปสู่การตัดสินใจ แล้วก็สามารถที่จะนําคําอธิบายเหล่านั้นไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนให้เข้าใจร่วมกัน ผมคิดว่าจะเกิดกระแสกระเพื่อมข่าว อยู่ ๒ ระยะ ขออภัยที่จะต้องเลยเวลานิดหนึ่ง ระยะที่ ๑ คือหลังจาก ๒๒ สิงหาคมนี้ กระเพื่อมข่าวเรื่องรัฐธรรมนูญจะมีอยู่ในสังคมประ เทศไทยเปึนอย่างมาก อันที่ ๒ ก็คือ

หลังจากวันที่ ๗ ครับ ก็หลังจากที่เราลงมติแล้วก็จะมีกระแสข่าวอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญ ฉะนั้นผมอยากจะให้มีการจัดการตามที่หารือ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร ค่ะ

รองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

กราบเรียนท่านประธานที่ประชุมค่ะ ดิฉัน พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร หมายเลข ๑๕๕ ยังหารือเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย ว่าด้วยการจดทะเบียนคนเกิดเพื่อปัองกันปัญหาความไร้รัฐให้กับเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลไทย เหมือนเดิม แต่เปึนประเด็นที่ได้จากการลง พื้นที่ตามคําขอของท่าน สปช. อุบล สปช. ด้านสังคม และ สปช. กัญญ์ฐญาณ์ สปช. จังหวัดพิษณุโลก สําหรับกรณีซึ่งเกิดขึ้น ที่จังหวัดกระบี่ค่ะ สาระสําคัญของเรื่องที่ได้พบและเห็นประเด็นปฏิรูปเล็กซึ่งทําได้เลยก็คือ การจดทะเบียนคนเกิดของโรงพยาบาลในพื้นที่ชายทะเลทางด้านใต้ยังมีความขัดข้อง หลายประการ โรงพยาบาลดังกล่าวไม่ได้ปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการเกิด แต่การเชื่อมประสานกับเทศบาลอําเภอซึ่งเปึนหน่วยงานส่วนท้องถิ่ นยังมีปัญหาและ มีความเข้าใจที่แตกต่างไปจากบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้บุตรของคนต่างด้าว ซึ่งเกิดในโรงพยาบาลไม่อาจแจ้งเกิดในประเทศต้นทางของบุพการีและตกหล่นจาก ทะเบียนราษฎรของประเทศดังกล่าว ตกเปึนคนไร้สัญชาติในประเทศไทยและตกค้างอยู่ ในประเทศไทย ข้อเสนอที่น่าจะแก้ไขได้โดยง่ายเพื่อกระทรวงสาธารณสุขก็คือ

๑. สํารวจแนวคิดและวิธีปฏิบัติของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการจัดการคนเกิด ๒. มีหนังสือ สั่งการอย่างชัดเจน ประมวลวิธีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยทําร่วมกับ กรมการปกครอง ซึ่งรักษาการตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ซึ่งทางปฏิบัตินี้ได้แนะนํา ให้ทํามาตั้งแต่ต้นป้ ๒๕๕๘ ซึ่งควรจะเร่งและทําต่อไป ประการสุดท้ายก็คือ มีศูนย์ให้คําปรึกษาทางกฎหมายเพื่อหารือตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เด็กที่เกิดในโรงพยาบาลไทย ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของประเทศต้นทาง ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องขอบคุณท่านประธานและท่านรองประธานนะครับ ที่ได้ตัดสินใจให้มีการประชุมในวันนี้หลังจากที่เราได้รับข้อมูลในเบื้องต้น แล้วก็ เพื่อความเหมาะสม ท่านประธานในที่ประชุมก็ให้มีการเลื่อนการประชุม แต่ว่าภายในเวลา ไม่นานสมาชิกก็ได้รับการแจ้งว่าได้มีการตัดสินใจให้มีการเดินหน้าประชุมตามกําหนดการเดิม ซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เราทําหน้าที่มา ๑๑ เดือน และเหลือเวลาอีก ไม่ถึงเดือนในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ถือเปึนสถาบันหลักของประเทศ ในขณะนี้ และผลงานที่จะก่อให้เกิดคุณูป การอย่างใหญ่หลวงก็คือการเปลี่ยนประเทศไทย การปฏิรูปประเทศไทยภายใต้พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ และถือเปึนชุดแรกของประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นการที่เรายืนหยัดอย่างมั่นคง เปึนหลักของขวัญกําลังใจในฐานะสถาบันหนึ่ง ที่เปึนหลักของประเทศนั้นถือว่าเปึนการตัดสินใจที่ถูกต้องข องท่านรองประธานและ ท่านประธาน กระผมมีเรื่องที่เพิ่มเติมเล็กน้อยว่าเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่เราได้จัดงาน ในหัวข้อเรื่องเปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. เราได้ส่งมอบพิมพ์เขียวให้กับรัฐบาล เราได้รายงานประชาชนในสิ่งที่เปึนวาระปฏิรูป รวมไปถึงจุดคานงัดที่สําคัญในหลายประเด็น แต่สิ่งสําคัญที่สุดที่จะเปึนจุดคานงัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้อยู่ที่ความสําเร็จในการทํา พิมพ์เขียวเท่านั้น แต่อยู่ที่ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความจําเปึน ที่ต้องปฏิรูปประเทศนี้ ที่เราอยู่ในภาวะถดถอย เสื่อมถอย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จุดคานงัดที่สําคัญที่จะทําให้ เกิดการเชื่อมโยงระหว่างปณิธานของเราสู่การปฏิบัติให้เปึนจริงก็คือสมาชิก สปช. นี้ครับ

ที่วิปได้มีแนวทางสนับสนุนให้จัดตั้งชมรม สปช. ๕๗ ขึ้นมา บัดนี้ร่างข้อบังคับ เสร็จเรียบร้อยโดยคณะทํางานแล้วก็นํารายงานต่อท่านประธาน ท่านรองประธาน และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วนะครับ ซึ่งในวันที่เราลงมติ ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนวันสุดท้ายก่อนที่จะพ้นวาระก็ได้ขอให้ทางวิปได้พิจารณาแล้วก็ เห็นพ้องในการให้มีการจัดประชุมใหญ่ชมรม สปช. ครั้งแรกเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับและ เลือกกรรมการเพื่อดําเนินการขับเคลื่อนตามเจตนารมณ์ของพวกเราที่ต้องการเห็นการปฏิรูปนั้น ปรากฏเปึนจริงครับ จึงนําเรียนท่านประธานผ่านถึงท่านสมาชิกด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ณรงค์ พุทธิชีวิน ค่ะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ลําดับที่ ๐๗๔ ครับ ท่านประธานครับ ถ้าพวกเรามาทําหน้าที่กัน เพื่อการออกรบ ผมเคยเห็นในหนังสงครามเมื่อเสร็จศึกแล้วนี้พวกเราจะกลับบ้านกลับเมือง ด้วยก้อนอิฐหรือดอกไม้ ผมยังมีความมั่นใจนะครับว่าพวกเรากลับไปด้วยเสียงชื่นชม ในเสียงชื่นชมนี้ผมอยากจะพูดถึงท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ ผมรู้สึกซาบซึ้งท่านประธาน มาก ๆ ในการตัดสินใจเมื่อวาน ผมเห็นรูปในไลน์ (Line) ครับ รูปของแม่ไก่ที่เอาลูกเล็ก ๆ อยู่ใต้ป้ก ท่านประธานไม่ใช่แม่นะครับแต่เปึนพี่สาวที่อบอุ่นอย่างนี้ ช่วยให้เห็นว่า เพื่อความปลอดภัยของพวกเราท่านตัดสินใจอย่างนั้น ก็ขอบพระคุณมากเลยนะครับ

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงได้ ขอแสดงความชื่นชมกับท่านประธานครับ และเรื่องสุดท้ายที่จะพูดในที่ประชุมนี้ก็คือเรื่องของการปฏิรูปซึ่งเปึนหน้าที่ของพวกเรา ผมอยากจะพูดหลักการ ๓ ข้อง่าย ๆ ชัด ๆ ข้อแรกก็คือการปฏิรูปนั้นเปึนกระบวนการ เปึนออนโกอิง โพรเซส (Ongoing process) มันไม่จบในวันไหนหรอกครับ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนก็ปฏิรูปต่อไป มันเปึนห้องที่จัดไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นการไประบุว่า ต้องปฏิรูป ๒ ป้ ๓ ป้ หรือ ๕ ป้ ๑๐ ป้จึงขัดกับหลักการ ประการที่ ๒ ก็คือเราปฏิรูป ก่อนเลือกตั้งแล้ว สิ่งที่เรากําลังทํานี่ปฏิรูปมาตั้งนานแล้ว ๙ เดือน ๑๐ เดือนแล้ว หลังจากนี้ ก็เปึนหน้าที่ของกระบวนการการเลือกตั้งเขาทําหน้าที่ไป และประการที่ ๓ ก็คือเมื่อเราปฏิรูป ในกระบวนการของเราแล้วจากนี้เปึนต้นไปการปฏิรูปกับการเลือกตั้งหรือรัฐบาลที่บริหาร ประเทศก็จะทําหน้าที่ควบคู่กันไป นั่นเปึนหน้าที่เรา เปึนความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเรา เพราะฉะนั้นผมอยากทําความเข้าใจร่วมกัน คิดว่าสมาชิกคงเห็นด้วยว่าการปฏิรูป เปึนออนโกอิง โพรเซส เราปฏิรูปก่อนเลือกตั้งแล้ว และจากนี้เปึนต้นไปการปฏิรูปกับหน้าที่ ของการบริหารประเทศก็เปึนเรื่องที่ทําไปพร้อมกันได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรสนา โตสิตระกูล ค่ะ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อคืนนี้นะคะ แล้วก็หวังว่าทางรัฐบาลจะมีแถลงการณ์ อย่างเปึนทางการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียแล้วก็รวมไปถึงผู้ที่ บาดเจ็บ แล้วก็อยากให้รัฐบาลรับปากว่าจะมีการดูแล ชดเชยให้กับผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ เพื่อเปึน การรักษาขวัญและกําลังใจของคนเหล่านั้น ในประเด็นที่ดิฉันอยากจะขอหารือก็อยากจะขอให้ มีการแก้ไขข้อมูลสักนิดหนึ่งนะคะ คือในเอกสารข้อเสนอการปฏิรูปเร็ว ในหน้า ๑๑๒ เรื่อง การเป่ดให้สัมปทานป่โตรเลียม รอบ ๒๑ ในหมายเหตุข้างท้ายเขียนว่าข้อเสนอนี้ เสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๘ และได้นําส่งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่งเปึนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนนะคะ ดิฉันใคร่ขอให้ท่านประธานโปรดบัญชาให้ทางฝ์ายหน่วยงาน ได้แก้ไข เพราะว่าเอกสารนี้ต่อไปจะเปึนเอกสารทางการ ก็อยากจะให้เพิ่มอย่างนี้นะคะว่า

ข้อเสนอนี้เสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติลงคะแนน ไม่เห็นด้วย ๑๓๐ ท่าน เห็นด้วย ๗๙ ท่าน งดออกเสียง ๒๖ ท่าน เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๘ และได้นําส่งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่งถ้าหากว่ามีการลงข้อมูล ที่ครบถ้วนเช่นนี้แล้วเอกสารเหล่านี้จะเปึนเอกสารทางราชการต่อไปในอนาคต ก็ขอประทาน กราบเรียนท่านประธานให้โปรดมีการดําเนินการต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ค่ะ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ครับ ต้องเรียนว่ากระผมรู้สึกดีใจและเปึนเกียรติที่ได้ทํางานในสภาปฏิรูป แห่งชาติแห่งนี้ แล้วก็มีความรู้สึกว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ ที่น่าเคารพและน่าภาคภูมิใจที่ได้รู้จักครับ ทีนี้มีประเด็นที่ผมจะเรียนอย่ำงนี้ครับว่า ประเทศไทยขณะนี้อยู่ในกรอบทางการค้าของโลกที่เราต้องระมัดระวังอยู่ ๒ กรอบ กรอบแรก คืออาเซียนบวก ๖ (ASEAN+6) หรืออาร์เซพ (RSEP) อีกกรอบหนึ่งก็คือกรอบทีพีพี (TPP) อาร์เซพนั่นก็คือรีเจินนอล คอมพรีเฮนซีฟ อีโคโนมิก พาร์ตเนอร์ชิป (Regional Comprehensive Economic Partnership) ในขณะที่ทีพีพีนั่นคือทรานส์แปซิฟ่ก พาร์ตเนอร์ชิป (Trans-Pacific Partnership) อาร์เซพนั้นในกลุ่มนี้ก็จะมีประเทศจีน กับประเทศญี่ปุ์นซึ่งเปึนผู้นําอยู่ในกลุ่มนี้ ขณะที่ทีพีพีนั้นมีประเทศสหรัฐอเมริกาเปึนผู้นํา ในทีพีพีนั้นมีก ลุ่ม สมำชิกจำกอำเซีย น (ASEAN) เ ข้าไ ปอ ยู่ ๔ ป ระเ ท ศ เปึนกลุ่มทีพีพีแล้ว ในขณะที่อาร์เซพนั้นประเทศไทยเราก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ประเทศไทย ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มทีพีพี สิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธานก็คือว่าประเทศไทยคงต้องเตรียมการ ในการที่จะ ๑. พร้อมที่จะเข้ากลุ่มของอาร์เซพและอาเซียนบวก ๖

ขณะเดียวกันเราต้องศึกษาเตรียมการในการที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มทีพีพี เพราะว่า อันนี้เปึนเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องเข้ากลุ่มนี้อยู่แล้วแต่เปึนเพียงแต่ว่าสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์ของกลุ่มทีพีพีนั้นมันอยู่ในเรื่องที่เราต้องเตรียมการ ผมว่าอย่างน้อยสัก ๒ ป้ ๓ ป้ นับจากนี้ไปเราต้องเตรียมการเพื่อรองรับในการที่จะเข้ากลุ่มทีพีพีนะครับ สิ่งที่ผมเปึนกังวล ก็คือว่าในเชิงการค้าระหว่างประเทศนั้นเรายังคงต้องพึ่ งพาประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ หลายประเทศ และประเทศต่าง ๆ เหล่านี้บางประเทศก็มีอิทธิพลต่ออิทธิพลทางการค้ากับ ประเทศไทย ถ้าเราไม่เตรียมการรองรับให้ดีไม่ว่าจะเปึนกลุ่มอาเซียนบวก ๖ แล้วกลุ่มทีพีพี เราก็จะมีปัญหาในระยะยาว เรื่องนี้เปึนเรื่องที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อ งรวมทั้งภาคเอกชน จะต้องเตรียมการเพื่อรองรับทีพีพีและอาเซียนบวก ๖ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ค่ะ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ สมาชิกหมายเลข ๒๓๗ เช่นเดียวกับท่านอื่น ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อคืน แล้วก็ดิฉันขอร่วมกับหลาย ๆ ท่านชื่นชม ประทับใจท่านประธานและท่านรองประธานในการเปึนผู้นําพาในการป ฏิรูปหรือว่า การประชุมของพวกเราในทุก ๆ โอกาสที่ผ่านมา ที่ขอโอกาสพูดเพราะว่าวันนี้น่าจะเปึน ครั้งเดียวที่เราจะมีโอกาสได้อภิปรายในลักษณะนี้ในวาระทั่ว ๆ ไปแบบนี้ ดิฉันยังชื่นชม ดิฉันยังทึ่งความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐสภาหลาย ๆ ท่านว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งพวกท่าน มีความสามารถพิเศษหลาย ๆ ด้าน ซึ่งล้วนแล้วเปึนเรื่องซึ่งดีในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ให้สามารถลุล่วงไปด้วยดีขอชื่นชนในส่วนนั้นด้วย ดิฉันเข้าใจว่าท่านคงทราบว่าดิฉัน หมายถึงอะไร อย่างเช่น การจัดงานหรือว่าปัญหาต่าง ๆ ที่จําเปึนต้องแก้ไขอย่างฉับพลัน ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกเรื่อง กลับมาที่ประเด็นของพวกเราสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันมีความเห็นว่าเมื่อถึงเวลาพวกเราทุกคนก็ต้องหมดวาระการทํางานไปแล้วนะคะ แต่ก็จากที่ได้ทํางานร่วมกันมาดิฉันเชื่อว่าพวกเราทุกท่านมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อยากเห็นการ ปฏิรูปของประเทศสามารถเดินหน้าไปและทุกอย่างไปสู่เปัาหมายที่เราต้องการอยากเห็นกัน ทุกคน คิดว่าถึงแม้เราจะไม่มีโอกาสในสภาแต่เรายังมีโอกาสทํางานร่วมกันในการ ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการทํางานของรัฐบาลในรูปแบบตามความรู้ ความชํานาญ

หรือในเวทีที่ท่านทํางานหรือรั บผิดชอบกันอยู่ ดิฉันเชื่อว่าเรายังสามารถช่วยกัน ประคับประคองสถานการณ์ของประเทศ การพัฒนาประเทศ และการปฏิรูปประเทศให้ไปสู่ เปัาหมายที่เราอยากเห็นในป้ พ.ศ. ๒๕๗๕ ให้จงได้ แต่อย่างน้อยที่สุดดิฉันคิดว่าในส่วนที่ ทุกท่านสามารถทําได้ในวันนี้ตั้งแต่ตอนนี้เปึนต้นไปก็คื อเราทุกคนน่าจะมีส่วนร่วมทําในสิ่งที่ เราสามารถทําได้ เช่น ตัวเราเองหรือในครอบครัวเรา ในชุมชนเรา ดิฉันคิดว่าประเด็น ที่เราคุยกันในสภาปฏิรูปแห่งชาติน่าจะได้รับการนํามาปฏิบัติในบ้าน ในครอบครัว ในชุมชน และแม้กระทั่งในเพื่อนฝูง ญาติมิตรของเราด้วยให้ไปสู่เปัาหมายนับตั้งแต่เวลานี้เปึนต้นไปเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ค่ะ

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หมายเลข ๑๑๗ ครับ กระผมมีประเด็นจะหารือเรื่องวันที่ ๖ วันที่ ๗ วันที่ ๘ ที่เราจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนหน้านั้นเราคงจะได้มีการศึกษากันแล้ว ประเด็นที่ผมอยากจะหารือก็คือว่าเมื่อเราตัดสินใจรับหรื อไม่รับนั้นอยากให้แต่ละท่าน ทําความเห็น เขียนเปึนลายลักษณ์อักษรว่าท่านมีเหตุผลอย่างไรในการรับ มีเหตุผลอย่างไร ในการไม่รับ หรือจะมีข้อวิจารณ์อะไรเพิ่มเติมไปก็ได้ตามแต่ที่คิดว่าสมควร ผมว่าสิ่งนี้ จะเปึนเอกสารที่ประกอบรัฐธรรมนูญอย่างหนึ่งเพื่อการตัดสินใจ อาจจะใช้เปึนประโยชน์ ในการทําประชามติก็ได้ ก็เปึนไปได้ แต่อย่างน้อยมันจะเปึนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นพวกเราที่มีส่วนแสดงความคิดเห็นนั้นมีความเห็นอย่างไร ผมว่าสิ่งนี้ จะเปึนปรากฏการณ์ใหม่ และมิติใหม่ถ้าทําได้นะครับ แล้วก็รวบรวมขึ้นมา แล้วอาจจะ จัดพิมพ์เปึนเล่มอย่างน้อยแจกพวกเราไว้ก็จะเปึนที่ระลึกอย่างดียิ่งสําหรับการร่วม ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้ายท่านอุทัย สอนหลักทรัพย์ ค่ะ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์

กราบเรียนท่านประธานนะครับ เพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่าน ผม อุทัย สอนหลักทรัพย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อยากจะขอหารือ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เพราะว่าปัจจุบันเหตุการณ์เมื่อวานนี้คงจะทราบดีว่า ทําให้ประเทศชาตินั้นเสียหายไปมาก ในฐานะที่สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติต้องขอ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เรียกประชุมในวันนี้ ผมว่าวันนี้ถ้าเปึนไปได้ผมขอหารือ ว่าควรจะหาโอกาสอันนี้มาร่วมคิดกันสัก ๒ ชั่วโมงเพื่อจะวางแนวทางในการแก้ไขปัญหา ให้แก่ประเทศชาติ เพราะทั้ง ๒๔๘ ท่านถือว่าความคิดหลากหลายแล้วก็มีประสบการณ์ที่จะ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้ อย่างนั้นถ้า ท่านหารือแล้วท่านประ ธานก็ตั้ง คณะขึ้นไปจํานวนหนึ่งเข้าไปให้กําลังใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยเอาข้อมูลของเราที่เราคิดกันขึ้นมาภายใน ๒ ชั่วโมงนี้ไปมอบให้ท่านเพื่อเปึนแนวทางหนึ่ง เพราะว่าแม้แต่คณะรัฐมนตรีวันนี้ก็ยังปรึกษากันอยู่ในเรื่องนี้ยังเลื่อนการประชุม คณะรัฐมนตรีเช่นกัน อย่างนั้นผมอยากจะฝากท่านประธานว่าได้ระดมความคิดจากผู้รอบรู้ ทั้งหลาย ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายหาข้อมูลเปึนข้อ ๆ ไปแล้วก็นําเสนอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยไปมอบให้ท่านในวันนี้ก็จะเปึนการที่เราชิงการนําในการที่จะเข้าไปช่วยกันแก้ไขปัญหา บ้านเมือง ผมต้องขอกราบขอบพระคุณครับ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๒๙ คน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม จํานวน ๑๖๗ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้ว ดิฉันจะขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๕ ประจําป้ ๒๕๕๘

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

เรื่องแรกคือรายงานการพิจารณาของคณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมการเข้าประจําที่

(คณะกรรมการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ ด้วยได้มีคําสั่งของประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้ง คณะกรรมการ สังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้น โดยมีอํานาจหน้าที่ประมวลและ จัดทําบทสรุปสังเคราะห์วาระการปฏิรูปและแผนขั้นตอนการปฏิรูป เพื่อส่งมอบสําหรับ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และประเด็นอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควรและได้จัดทํารายงาน นําเสนอต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้เสนอเรื่องต่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้มีมติ เห็นชอบแล้ว จึงได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้พิจารณาในวันนี้ และเพื่อให้ที่ประชุมมีข้ อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน ดิฉันได้อนุญาตให้คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ นะคะ ท่านสมาชิกคะ และเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาดิฉันจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมการในการแถลงรายงาน ละ ตอบข้อชี้แจงให้กระชับอยู่ในประเด็น และสําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกก็เช่นกัน ท่านกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่จะมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมนะคะ

ท่านกรรมการพร้อมแล้วนะคะ ดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมการแถลงรายงาน เรื่องการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อที่จะได้เปึนแนวทาง ให้สมาชิกอภิปราย ขอเชิญค่ะ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สีลาภรณ์ บัวสาย ในฐานะประธานกรรมการสังเคราะห์ ภาพรวมข้อเสนอการปฏิรูปทั้งหมดนะคะ จริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าข้อเสนออันนี้เราได้ นําเสนอไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๓ ที่จริงก็เข้าใจว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเกื อบทั้งหมด คงจะได้เห็นในวันนั้นแล้ว อาจจะมีบางท่านเท่านั้นที่ยังไม่ได้เห็น อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่า เวลาที่จํากัดในวันที่ ๑๓ ได้เรียนปรึกษาท่านประธานเทียนฉายนะคะว่าจะต้องข้ามส่วนที่ เปึนวิธีทํางาน การอธิบายกระบวนการ ที่มาของข้อสรุป ซึ่งหลายท่านอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้จะเปึนวันที่มีโอกาสที่จะอธิบายถึงตัวกระบวนการดําเนินงานของ คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ งานนี้จะเปึนงานที่ เสมือนการขมวดงานทั้งหมดของ สปช. เปึนเหมือนแผนที่ลายแทงสําหรับการที่ จะนําทางให้คนที่สนใจว่า สปช. เสนออะไร จะได้รู้ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร มีองค์ประกอบอย่างไร เพราะว่าทุกท่านอาจจะไม่ได้ทราบภาพรวมนะคะว่า การตั้งคณะกรรมาธิการ ๑๘ คณะนั้นเรามีคณะอนุกรรมาธิการทั้งหมด ๘๘ ชุด ไม่นับ คณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องการมีส่วนร่วมในจังหวัดต่าง ๆ ด้วย อันนั้นอีกต่ำงหาก แต่คณะอนุกรรมาธิการที่อยู่ภายใต้ ๑๘ ชุด มีอยู่ถึง ๘๘ ชุด แล้วก็มีการทําข้อเสนอ การปฏิรูปทั้งหมด ๑๘๑ ข้อเสนออยู่ภายใต้ ๔๖ วาระหลักของการปฏิรูป นึกภาพดูว่า ถ้าใครก็ตามที่มาจับงาน สปช. เขาก็จะบอกว่านี่มันอะไรกันเต็มไปหมดนะคะ มันก็จะมี เรื่องราวเยอะแยะ ตรงนี้จึงเปึนงานที่คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศมองว่าเราควรจะต้องมีการทํางานภาพรวม ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนะคะ กระบวนการดําเนินงานสังเคราะห์ของคณะกรรมการนั้นเราตั้งเปัาหมายการทํางานว่าจะทํา ให้เอกสารนี้มีเนื้อหาอะไรบ้างที่จะทําให้คนมาจับงา น สปช. เข้าใจงานทั้งหมดของเรา ได้อย่างรวดเร็ว จึงมองว่าอันที่ ๑ ควรจะมีภาพรวมของการปฏิรูปและชี้ให้เห็นความเชื่อมโยง ของข้อเสนอทั้งหมด ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญเพราะถ้าเราเห็นเพียงเสี้ยวเพียงส่วน ในที่สุด ก็จะเปึนคําถามว่าแล้วเรื่องที่ ๑ มันต่อกับเรื่องที่ ๑๘๐ ตรงไหน หรือวาระปฏิรูปที่ ๓

มันโยงกับวาระปฏิรูปที่ ๒๘ ตรงไหน เพราะเขามองไม่เห็นภาพรวมนะคะ การมองเห็น ภาพรวมเปึนเรื่องจําเปึนมากสําหรับการทํางานใหญ่ อันที่ ๒ คือเรื่องของเปัาหมาย และตัวชี้วัด เปัาหมายจะใช้เปึนเครื่องมือที่ยึดโยงคนเข้าด้วยกัน ถ้าหากว่าประชาชน มองไม่เห็นว่าตกลง สปช. เสนอแล้วจะพาประเทศไทยไปไหน ตรงนี้จําเปึนต้องทําเปัาหมาย และตัวชี้วัดที่ชัด มีคํากล่าวที่บอกว่าอะไรที่วัดไม่ได้ก็ทําให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้อง พยายามหาตัวชี้วัดที่มันวัดได้แล้วก็จับต้องได้ ในการนี้ได้มีกระบวนการที่เราทบทวนว่า ตัวชี้วัดที่ใช้ในระดับสากลต่าง ๆ ที่เขาใช้กันไม่จําเปึนต้องเยอะมีไม่กี่ตัว ตัวที่สําคัญที่สุด น่าจะเปึนอะไร แล้วก็มาดูเทียบกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการหลาย ๆ ชุด ซึ่งมีคล้ายกันบ้าง ต่างกันบ้าง แล้วก็ต้องเชิญตัวแทนนั้นมานั่งปรึกษาหารือกัน แล้วก็คณะกรรมการตัดสินใจ ร่วมกันจึงกําหนดตัวชี้วัดออกมา

เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการบางชุดอาจจะรู้สึกว่าตัวชี้วัดนี้มาจากไหน อันที่เราเสนอ มันสูงมันต่ํากว่านี้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เกิดจากกระบวนการตรวจสอบตัวชี้วัดดังกล่าวนะคะ ประเด็นที่ ๓ คือคานงัดสําคัญที่ เราคิดว่าข้อเสนอของ สปช. ทั้งหมดควรจะบอกด้วยว่า ท่ามกลาง ๑๘๐ กว่าเรื่องที่เสนอนั้นอะไรเปึนเรื่องที่เปึนหมัดน็อก (Knock) เปึนเรื่องที่ไม่ทําก่อน ไม่ได้หรือเปึนเรื่องที่ถ้าไม่ทําเรื่องนี้ภายในช่วงเวลา ๒-๓ ป้แรก เรื่องที่เหลือทําต่อ ไม่ได้เลยตรงนั้นจะเปึนสิ่งที่เราเรียกว่าคานงัดสําคัญ ซึ่งก็จะเกิดจากกระบวนการวิเคราะห์ ส่วนที่ ๔ ก็คือแผนและขั้นตอนการปฏิรูป และส่วนที่ ๕ ก็คือการที่เราจะต้องตรวจสอบ ย้อนกลับมาหาโจทย์ที่ระบุไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ในการตั้ง สปช. ว่าเขาให้มาปฏิรูป ๑๑ ด้าน ข้อเสนอทั้งหมด ๑๘๐ กว่าเรื่องมันโยงกับ ๑๑ ด้านนี้อย่างไร การดําเนินงานของ คณะกรรมการเริ่มต้นจากการประชุมสัมมนาของ สปช. เมื่อวันที่ ๒๔ ท่านประธาน ตั้งคณะกรรมการนี้หลังจากวันนั้น ๒ วัน ก็คือเอาข้อคิดเห็นที่เห็นเปึนแผ่น ๆ คงจําได้ว่า พวกเราไปติดข้อเสนอพวกนี้นะคะ จากข้อเสนอเหล่านี้ก็นํามาสู่การวิเคราะห์ ซึ่งแบ่งกรอบ การวิเคราะห์ออกเปึน ๘ กลุ่มวาระหลัก ๆ นะคะ ๕ เรื่องเปึน ๕ เรื่องที่สําคัญที่ถูกระบุไว้ใน รัฐธรรมนูญในแง่เปัาหมายของการตั้ง สปช. อยู่แล้ว อีก ๓ เรื่องเปึนเรื่องของระบบที่ จะไปรองรับอนาคตข้างหน้า ๘ เรื่องที่ว่านั้น ๕ เรื่องแรกก็คือ อันที่ ๑ คือเรื่องของ การพัฒนาระบอบการปกครองและระบบการเลือกตั้ง อันที่ ๒ คือการแก้ไขปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบ กลุ่มวาระที่ ๓ ก็คือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวาระที่ ๔ คือเรื่องการปรับกลไกภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ กลุ่มวาระที่ ๕ คือ การบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มวาระที่ ๖ คือโครงสร้างระบบเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ การพัฒนา กลุ่มวาระที่ ๗ คือเรื่องคุณภาพคนและพลเมือง และกลุ่มวาระที่ ๘ คือเรื่อง ระบบรองรับความเสี่ยงใหม่ ทั้ง ๘ เรื่องนี้ถ้าหากว่าดูในเอกสารป๊กใหญ่ ๆ หรือเล่มสีน้ําเงิน ที่ท่านได้รับแจกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๓ ดิฉันเข้าใจว่าป๊กใหญ่ วันนี้เขาสําเนามาแจกอยู่ ข้างหน้าท่านจะเห็นผังที่มันเปึนกลม ๆ เราเอาข้อเสนอทั้งหมดของที่แมปป่ง (Mapping) กัน ในการประชุมสัมมนาที่โรงแรมเอเชียเมื่อวันที่ ๒๔ มาแมป (Map) จัดกับกลุ่มพวกนี้ แล้วก็พบว่ามีหลายเรื่ องที่คร่อม บางเรื่องเปึนข้อเสนอที่ทําแล้วได้ผลทั้งเรื่องลดทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) เปึนเรื่องการปรับกลไกภาครัฐและไปลดความเหลื่อมล้ําด้วย อย่างนี้เปึนต้น จึงนํามาสู่การทําแมทริกซ์ (Matrix) เพื่อการวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อเสนอ

การปฏิรูปจะอยู่ ในภาคผนวก ข ภาคผนวก ข จะสําคัญมากเพราะว่าเปึนจุดตั้งต้น ของการทํางานทั้งหมด ข้อเสนอการปฏิรูปทั้ง ๔๖ วาระและ ๑๘๑ ข้อเสนอ จะถูกเอามา วางเรียงแล้วก็วิเคราะห์บนคอลัมน์ (Column) ที่เปึน ๘ กลุ่ม แล้วก็ดูว่าเรื่องไหนที่มันเปึน ประเด็นที่คร่อมและข้ามไปเชื่อมโยงกับหลายเรื่องถ้าดูในเอกสารที่ท่านได้รับแจ กไป เมื่อวันที่ ๑๓ เล่มสีน้ําเงินซึ่งเปึนเล่มสี ๆ นั้น ตัวตารางภาคผนวกจะเฉดสีเหลืองกับสีเขียว เอาไว้ สีเหลืองคือที่พาดคาบเกี่ยว ๕ เรื่องขึ้นไปแล้วก็สีเขียวคือพาดคาบเกี่ยว ๔ เรื่อง ทั้งหมดไม่ใช่ ๑๖๒ เรื่อง ทั้งหมดคือ ๑๘๑ เรื่อง เราสกัดพวกสีเหลือง สีเขียวพวกนี้ขึ้นมาได้ ทั้งหมด ๖๐ เรื่อง คือประมาณ ๑ ใน ๓ แล้ว ๑ ใน ๓ คือตัวที่จะนํามาวิเคราะห์เพื่อจะเปึน คานงัดสําคัญ กระบวนการทํางานคู่ขนานกับการสังเคราะห์อันนี้ก็เปึนอีกส่วนหนึ่ง ที่สําคัญนะคะ

คือเราได้มีการทํางานร่วมกับรัฐบาลซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ทราบ ได้นําเสนอท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติทําหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอให้มอบตัวแทนเข้ามาทํางานร่วม ในกระบวนการสังเคราะห์ เพราะเราตระหนักว่าในช่วงโค้งสุดท้ายนี่ความเข้าใจเปึนสิ่งที่ จําเปึนมาก ซึ่งก็ต้องเรียกว่าโชคดี ทางรัฐบาลได้มอบ ๒ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเอก ชูศักดิ์ ซึ่งท่านเปึนประธานคณะอนุกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ และกรอบการปฏิรูปของรัฐบาล แล้วกําลังอยู่ในช่วงของการยกร่างกรอบยุทธศาสตร์ ระยะยาว ๒๐ ป้อยู่ด้วย การทํางานคู่ขนานกันตรงนี้เปึนประโยชน์มากทั้งส่วนของ สปช. และส่วนของรัฐบาล ท่านชูศักดิ์ได้กรุณานําเนื้อหาของก รอบยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลยกร่าง เอาไว้มาแชร์ (Share) กับคณะกรรมการ และคณะกรรมการก็ได้เอาข้อคิดเห็นจากของ สภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นไปแชร์กับทางรัฐบาล รวมถึงช่วยเสนอแนะข้อแก้ไขหลายส่วนเข้าไปในนั้น ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้รับไปด้วย เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ต้องแปลกใจเท่าไร ถ้าหากว่า กรอบยุทธศาสตร์ออกมาแล้วมันมีอะไรที่เหมือนอ่านของตัวเองแล้วมันไปเจออยู่ที่นั่น เพราะว่าก็แลกโน้ตกันไปกันมา รวมถึงการประสานงานเพื่อกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมารับมอบผลงาน ตรงนี้ทําให้ท่าทีของการยอมรับงานของ สปช. นั้น เปึนไปด้วยดี นอกจากนี้เรายังได้ประสานกับเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายกับทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่ามีกฎหมายประกอบอะไรบ้างที่จะออกตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะว่าทางเราเองก็มีอยู่ ๑๘๒ ฉบับ ตัวเลขใกล้เคียงกันมากเลย ข้อเสนอ ๑๘๑ เรื่อง กฎหมาย ๑๘๒ ฉบับ เปึนกฎหมายเก่าที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ๘๒ ฉบับ กฎหมายใหม่ ๑๐๐ ฉบับ และส่วนสุดท้ายก็คือการทําเรื่องของการเผยแพร่สื่อสารบทสรุปสังเคราะห์ ในส่วนของการเสนอว่าเราจะปฏิรูปอะไรนี่เดี๋ยวจะขอให้ท่านเขมทั ต สุคนธสิงห์ ได้เปึน ผู้นําเสนอ ดิฉันเรียนนิดเดียวว่าความเชื่อมโยงของข้อเสนอการปฏิรูปทั้งหมดนี้เปึนส่วนที่ สําคัญมาก อยากเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่ง แล้วเปึนส่วนที่ผู้บริหารเวลาที่อ่านงานทั้งหมดของ สปช. เปึนเรื่องแรกที่เขาจะดูเพื่อทําความเข้าใจว่าทั้งหมดที่เราเสนอมันคืออะไร แล้วมันจะ ทําให้เขาสามารถจัดลําดับความสําคัญได้ว่าถ้าปัญหาอยู่ที่ตรงนี้เราควรจะแก้อะไร เราควรจะ ไปแก้ตรงนั้น แล้วแก้อย่างไรซึ่งก็จะสามารถไปเป่ดข้อเสนอของ สปช. เล่มต่าง ๆ ดูได้ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๗๐ เล่มถ้าดิฉันจําไม่ผิด ในส่วนความเชื่อมโยงของข้อเสนอ และเปัาหมายจะขออนุญาตให้ท่านเขมทัตซึ่งเปึนคนที่อยู่เบื้องหลังต้องเปึนผู้ที่รับ

เครดิตเต็ม ๆ ของการออกแบบเครื่องบิน เพราะท่านเปึนวิศวกร ท่านถึงขนาดบอกดิฉันว่า เครื่องบินที่ไปเอาภาพมานี่รุ่นไหนใช้ไม่ได้ก็ไม่ทราบ ดิฉันเปึนผู้ หญิงดิฉันก็ไม่ค่อยรู้ ท่านบอกให้ไปเอาขั้นต่ําสุดให้เอาเอ ๓๔๐ (A 340) แล้วก็ขั้นสูงสุดให้เอาโบอิง ดรีมไลเนอร์ (Boeing Dreamliner) ดิฉันก็ไม่รู้ดิฉันไปหยิบโบอิง ๗๓๗ (Boeing 737) หรืออะไรมา แต่ท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ รุ่นนี้ใช้ไม่ได้ ท่านเขมทัตจะได้นําเสนอต่อไป ขออนุญาตค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ เรียนเพื่อนสมาชิกที่รักและเคารพทุกท่าน ก็ขอบพระคุณท่านประธานกรรมการ ที่ให้โอกาสผมมาคุยให้ฟัง จริง ๆ แล้วกรรมการชุดนี้เปึนการทํางานของภาคสังคมคือ อาจารย์สีลาภรณ์นี่ก็ชํานาญทางด้านสังคม ผมก็พยายามจะเอาเรื่องเทคโนโลยีนั้นเข้ามา ประยุกต์ใช้เพื่อให้การอธิบายนั้นมันง่ายขึ้น เรื่องของเปัาหมายการปฏิรูปประเทศนั้น ก็เปึนเรื่องของวิสัยทัศน์ซึ่งอาจารย์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ก็ได้ทําเรื่องวิสัยทัศน์ประเทศไทย ซึ่งเราก็ประชุมร่วมกันไป เพราะฉะนั้นในสไลด์ที่เรานําเสนออย่างที่อาจารย์สีลาภรณ์ได้เรียน

ก็คือเราอาจจะวางเปัาหมายตามวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย เช่นบอกว่าในเรื่องของการเมือง ก็เขียนคํากว้าง ๆ ว่าเปึนการเมืองที่เป่ดกว้าง การมีส่วนร่วมที่สําคัญคือมีผู้นําที่ดีและเก่ง เรื่องของรายได้นั้นเราฝันที่จะก้าวพ้นจากประเทศที่ติดกับอยู่กับรายได้ปานกลาง เพราะฉะนั้นเราก็ตั้งตัวเลขที่ ๑๕,๐๐๐ เหรียญต่อคนต่อป้ ในป้ ๒๕๗๕ หลายท่านก็คงงงว่า ป้ ๒๕๗๕ เปึนป้ที่กรุงเทพฯ ๒๕๐ ป้ใช่ไหมครับ แล้วก็ประชาธิปไตย ๑๐๐ ป้ เพราะฉะนั้น ถ้าจะทําตรงนั้นได้เราก็เห็นชัดว่าจะต้องทําอัตราเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติประมาณ ร้อยละ ๖ ต่อป้ จากนี้ไป ๑๗ ป้ เราเองเราเคยพูดกันแล้วว่าเราจะเปึนศูนย์กลางของ การเชื่อมโยงการพัฒนาสุวรรณภูมิ ก็คือส่วนที่เปึนในภาคพื้นดินของอาเซียน นี่นะครับ กับอาเซียนทั้งหมด ในเรื่องของการศึกษาซึ่งเปึนเรื่องที่พูดกันมากนั้นเราต้องการ ให้ผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาเราจากที่วันนี้ถูกวางไว้อยู่อันดับ ๘ นั้นต้องขึ้นไปอยู่อันดับ ๒ ให้ได้ ถามว่าทําไมต้องอยู่อันดับ ๒ อันดับ ๑ ไม่ได้หรือ ก็คือด้วยขนาดของประเทศของเรา ประชากรของเราที่ใหญ่มากนั้นทําให้ไปเปึนอันดับที่ ๑ วิธีการประเมินเราทําไม่ได้นะครับ ด้วยกฎเกณฑ์ของการประเมิน อย่างไรก็ตามเราจะต้องกลับไปเปึนเสือตัวที่ ๕ ของเอเชีย ให้ได้ในเรื่องการศึกษา เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติที่ได้ทํางานกันมาอย่างมากมายนั้น เรามุ่งหวังที่จะให้พื้นที่ป์ากลับมาเปึนร้อยละ ๔๐ ให้ได้ แล้วก็ระบบน้ําซึ่งเปึนหัวใจสําคัญ ของด้านการเกษตรนั้นจะต้องครอบคลุมให้ได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่เราจะต้องใช้ ทีนี้กระบวนการคิดก็คือในอดีตนั้นจากที่เราทําแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ มานี่มันพาเรามาถึงวันนี้ได้อย่างไร มันก็ต้องมีเครื่องมือในการพามานะครับ ฉะนั้นเครื่องมือในการพามาในตอนนั้นถ้าเผื่อเราพิจารณาให้ดีนั้นก็คือเรื่องของความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่เราถูกดูดใช้ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ทรัพยากรที่ถูกดึงไปจาก ทางภาคใต้ พวกดีบุกอะไรทั้งหลายแหล่ เรื่องของป์าไม้ เรามีบุคลากรที่มีฝ้มือแรงงานดี แล้วก็ราคาถูก แล้วก็มีความขยัน ต้นทุนการบริหารงานเราก็ต่ํา ใช้เทคโนโลยีที่ต่ํา ดังนั้น ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนเรามาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๔ จนมาถึงวันนี้ก็เปึนยานพาหนะที่ไม่ได้ใช้ เทคโนโลยีสูงมาก แล้วก็ใช้สิ่งที่เปึนทุนดั้งเดิมขับเคลื่อนมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เราจะพบว่า ในระหว่างทางนี่ถ้าเผื่อเราจําได้ในป้ ๒๕๔๐ ประเทศเราก็เจอพายุ เจ้ายานพาหนะลํานี้ มันก็เจอพายุจนกระทั่งเราเซเกือบจะตกแต่เราก็สามารถประคองมาได้ ฉะนั้นตอนที่เราเจอ วิกฤติต้มยํากุ้งนั้นเราก็ภูมิคุ้มกันไม่พอ หลังจากที่เราลงมาบินที่ระดับต่ําเราก็ค่อย ๆ ใช้

ทรัพยากรดั้งเดิมกลับคืนมาสู่ระดับที่ดีขึ้นเปึนรายได้ประมาณ ๕,๐๐๐ เหรียญต่อป้ จากตอนนั้นที่เราพยายามจะไต่ระดับ ๓,๐๐๐ เหรียญ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับก็เปึน แนวคิดที่จะอธิบายให้คนเข้าใจได้ง่าย ทีนี้ท่านถามว่าทําไมยานพาหนะจะต้องเปึนเครื่องบิน ก็เพราะว่าถ้าเผื่อเรายังอยู่ในสังคมโลกนั้นเราจะยังมาใช้รถ ใช้รถไฟเปึนตัวเปรียบเทียบอยู่นี่ มันช้า แล้วที่ท่านอาจารย์สีลาภรณ์พูดก็คือเพื่อที่จะให้คนเข้าใจและคนไทยก็มีความละเอียด รอบคอบที่จะมาคอยจี้นะครับ เครื่องบินยี่ห้อนี้ รุ่นนี้มันหมดสมัยไปแล้ว เราก็เลยต้องไป เลือกเครื่องบินที่มีความทันสมัยที่สุด เพื่อที่จะอธิบายให้ได้นะครับว่าเราจะช่วยกันสร้าง พาหนะลํานี้นําประเทศไทยไปสู่เปัาหมายวิสัยทัศน์ป้ ๒๕๗๕ ได้อย่างไร ฉะนั้นวิธีการคิด ที่จะเปรียบเทียบและให้คนอธิบายง่าย ๆ ในเรื่องต่าง ๆ ที่กรรมาธิการพวกเราทั้งหมด ได้ทํานี่นะครับ ในอุปกรณ์เครื่องบินแต่ละชิ้น ๆ มันก็สามารถจะแปลความหมายทํา อะนาลอจี (Analogy) ว่าเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราทํา เพราะฉะนั้นในทุกชิ้นนะครับ อย่างกรณีของป้กเครื่องบินเราก็จะพบว่าถ้าเครื่องบินป้กมันเอียงเพราะมีคนจน คนรวย เครื่องบินมันก็บินไม่ไปไหนหรอกมันจะต้องเอียงอย่างนั้น ทีนี้การที่จะทําให้ป้ก ไม่เอียงนั้น

มันไม่ได้มี แค่กรรมาธิการหรือการทํางานชุดเดียวที่จะทําให้ป้กเครื่องบินมันไม่เอียง ทุกชุดที่เราอยู่ร่วมกันในสภาแห่งนี้นะครับก็ต้องช่วยกันทํา มีส่วนร่วมทั้งสิ้นที่จะทําให้ ป้กไม่เอียงนะครับ ในเครื่องบินนั้นผมอยากจะพูดแค่สําคัญ ๆ นะครับก็คือเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนนั้นก็ต้องมีเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่กรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ท่านได้พยายามคิด มองทั้งเศรษฐกิจมหภาค เศรษฐกิจภาคการผลิต เรื่องของการสร้างวง ผู้ประกอบการอันนี้เปึนตัวขับเคลื่อนที่จะต้องสร้างเครื่องยนต์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ในการใช้พลังงานสูง เรื่องความเหลื่อมล้ํา สมดุลที่เมื่อสักครู่นี้พูดเรื่องป้กไปนั้น ก็คือจะต้องใช้ ยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่เปึนตัวนําเพื่อที่จะทําให้แต่ละส่วนข องเครื่องบินนั้นมีความเท่าเทียม มีน้ําหนักที่เท่ากันซึ่งก็จะมีรายละเอียดประกอบตามสไลด์ที่เสนอ ซึ่งผมจะไม่พูด ในรายละเอียด สิ่งหนึ่งที่เราได้พูดกันก็คือประชาชนคนไทยที่จะมาขึ้นเครื่องบินลํานี้ ไปสู่อนาคตด้วยกันนั้นเปึนผู้คนที่มีความหลากหลายวัฒนธรรมนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ คนไทยจะอยู่ร่วมกันในเครื่องบินลํานี้แล้วไปสู่จุดหมายให้ได้นั้น เรื่องของกฎ ระเบียบ เราขึ้นเครื่องบินเราก็ต้องมีกฎ ระเบียบใช่ไหมครับ ฉะนั้นกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของพนักงานผู้โดยสา รในเครื่องบินก็คือหน้าที่พลเมืองที่เราจะต้องอาศัยกติกา การอยู่ร่วมกัน นั่งคุยกันในเครื่องบินเวลาที่กัปตันสั่งอะไร การสื่อสารเราก็นั่งฟังใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเช่นเดียวกันครับ ประชาชนที่อยู่ในยานลํานี้ที่จะพาไปสู่วิสัยทัศน์นั้น ก็ต้องมี สัมพันธภาพที่ดี มีการสื่อสารที่เข้าใจกันนะครับ แล้วก็ต้องมีค่านิยมเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เรื่องความปรองดอง ถ้อยทีถ้อยอาศัย เพราะถ้าผู้โดยสารทะเลาะกันเมื่อไร มันก็ตีกัน เครื่องบินก็ตกนะครับ ฉะนั้นเรื่องที่ภาครัฐซึ่งเปรียบเสมือนผู้ให้บริการในเครื่องบินนั้น ก็ต้องให้สวัสดิการที่ดี มีการตอบสนองความต้องการกับผู้โดยสารที่ดี ทําอย่างไรถึงจะทํา เรื่องของโอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open government) ซึ่งประกาศแล้วผู้โดยสารเข้าใจหมด รู้ถึงเครื่องยนต์ วิธีการสมัยใหม่ ท่านคงมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สุดนะครับ วันนี้เครื่องบินรุ่ น ๗๘๗ ไม่มีแล้วนะครับม่านป่ดกันแสง ถึงเวลามันมืดของมันเอง เวลาที่เจอแสงนะครับ เรื่องเหล่านี้ทําอย่างไรเราถึงจะเข้าใจกันให้ได้ เรื่องของทุกคนได้รับรู้ เท่า ๆ กัน เราจะสร้างผู้โดยสารที่ดีมาร่วมพาหนะลํานี้ได้อย่างไร สิ่งที่ค่อนข้างจะลําบากมาก ในการที่เราอุปมาอุปไมยนั้นก็คือวันนี้ผู้นําภาครัฐบาลก็คือนักการเมืองนั้นเปึนนักบินครับ ฉะนั้นถ้าเผื่อนักบินพาเราไปผิดทางหรือเราวางแผนไว้แล้วแต่นักบินไปปรับหางเสือ

ไปที่ที่เราไม่อยากจะไป เราก็จะไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เพราะฉะนั้นนักบิน ก็ต้องทํางานร่วมกับนักบินผู้ช่วยซึ่งเปรียบเสมือนข้าราชการประจําต่าง ๆ ที่คอยจะให้ข้อมูล ในการที่จะนําพาไปสู่จุ ดหมายปลายทาง เรื่องของโครงสร้างหน้าที่ภายในเครื่องบิน นั่นหมายถึงโครงสร้างอํานาจส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น พนักงานให้บริการ สจวต เพอเซอร์ (Steward Purser) จะทํางานอย่างไร นี่ก็คือการแบ่งงานซึ่งสามารถจะชี้ให้เห็นได้นะครับ แล้วก็กฎ กติกา ถึงเวลาที่เราเจอพายุร่วมกันจะต้องรัดเข็มขัด จะต้องทําอะไร ก็เปึนสิ่งที่พยายามชี้ให้เห็นจะได้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ เรามีโอกาสที่จะเจอสภาวะอากาศ แปรปรวน เจอทั้งลมต้าน ลมส่งมากมาย ผมคงจะไม่ไล่ลงไปในรายละเอียด แต่สิ่งที่จะช่วย ให้เราผ่านพ้นสภาวะอากาศแปรปรวนแล้วก็ลมต้านลมส่งนั้นก็คือเรื่องที่ท่านกรรมาธิการ ทางด้านการจัดการภัยพิบัติ เรื่องของกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน เรื่องของกรรมาธิการ ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา เรื่องของสื่อ เรื่องของกีฬา แล้วก็ ระบบรองรับสังคมผู้สูงวัยเหล่านี้ครับ มันก็จะเปึนวัคซีนที่จะช่วยให้ยานพาหนะลํานี้ ต่อสู้กับสภาวะอากาศแปรปรวนซึ่งมาจากโลกภายนอกนะครับ

ผมคิดว่าผมจะขออธิบายถึงตรงนี้ ส่วนกลไกการขับเคลื่อนการปฏิรูปเดี๋ยวท่านประธานจะให้ ท่านใดอธิบายต่อ ผมขอเพิ่มเติมอีกนิด หนึ่งก็คือจริง ๆ แล้วผมเปึนคนทํา เมทริกซ์ จากข้อเสนอของท่าน เพราะฉะนั้นข้อเสนอของท่านทุกข้อเสนอที่ท่านให้มาเรามาใส่ไว้ใน เมทริกซ์หมดเลย แล้วเราก็มาประเมินว่าแต่ละเรื่อง แต่ละผลผลิตที่ท่านตั้งใจจะทํานั้น มันมีผลกระทบต่อ ๘ ข้ออย่างไร เปึนการให้แบบดูผลกระทบที่ชัดเจน แน่นอนทุกข้อ มันมีผลกระทบหมด แต่ว่าถ้าผลกระทบที่มันไม่ชัดเจนหรือไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงนั้น ก็อาจจะทําให้ท่านจะมาค้านได้ เราจะมองอย่างเปึนกลางจริง ๆ เพื่อให้หาคานงัดที่สําคัญ ให้ได้ ผมขออนุญาตสรุปส่วนที่ทําว่าเราจะปฏิรูปอย่างไร แล้วก็มีอ ะนาลอจีอย่างไร เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ เชิญค่ะ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมการ 🔗

จริง ๆ ต้องเรียนว่าเราโชคดี ใน สปช. เรามีคนที่หลากหลาย แล้วในกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ประทศเราก็น่าจะครบทุกศาสตร์ มีวิศวกร มีเศรษฐศาสตร์ มีรัฐศาสตร์ มีสื่อสารมวลชน มีนักกฎหมาย มีทุกชนิด มีนักการศึกษา แล้วก็เปึนตัวแทนที่ มาจากคณะกรรมาธิการ หรือว่าเขาจับประเด็น ที่สามารถดูแลกลุ่มวาระได้ ส่วนที่เราวิเคราะห์ถัดไปนอกจากว่า ทั้งหมดแล้วมันเชื่อมโยงกันอย่างไร แล้วมันบอกอะไรบ้าง เปัามันคืออะไร แล้วอีกส่วนหนึ่ง ก็คือต้องเอาเรื่องแผนขั้นตอน ที่คณะต่าง ๆ ได้เสนอกันไว้มาวิเคราะห์รวมดูอีกทีหนึ่งว่า กลไกการขับเคลื่อนแล้วก็อะไรที่ต้องทําก่อนทําหลัง ถ้าสรุปสั้น ๆ เลยเมื่อวันที่ ๑๓ นั้น ท่านกิติพงศ์กับท่านกอบศักดิ์ ได้เสนอโดยละเอียดไปแล้วดิฉันขอไม่อธิบายซ้ํา แต่ว่าจะพูด สรุปเพียง ๒ แผ่นว่า เรื่องกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป ขอสไลด์นะคะ เราจะพูดถึงกลไก ๓ ระดับ อันที่ ๑ คือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว จะต้องเกิดขึ้นตาม รัฐธรรมนูญ ตัวที่ ๒ คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมองว่า ตัวนี้จะเปึนตัวกัฟเวิร์นแนนซ์ (Governance) ของหน่วยที่จะต้องบริหารเชิงบูรณาการ ที่จริง คณะกรรมการนี้วิเคราะห์ก่อนว่าถ้าเราจะขับเคลื่อนการปฏิรูปนี้ให้เกิดผลจริงจะต้อง มีทรัพยากรจํานวนหนึ่งเพื่อเดิ นโครงการพิเศษที่จะเปึนตัวทําเฟาน์ เดชัน (Foundation) ของการขับเคลื่อนการปฏิรูปหลาย ๆ เรื่อง แล้วอันนี้มันแปล ว่าต้องมีหน่วยจัดการ

มันไม่สามารถเดินได้โดยไม่มีหน่วยจัดการ ถ้าหากว่าเข้าไปที่รัฐบาลแล้วก็สั่งการไปที่ กระทรวงต่าง ๆ การจัดการก็จะเปึนอย่างเดิม ปัญหาที่เราเจออยู่คือปัญหาของกระบวนการ บูรณาการ รัฐบาลเองท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดหลายครั้งว่า สิ่งที่ทําอันใหม่ก็คือพยายาม จะบูรณาการข้ามโดยการตั้งรองนายกรัฐมนตรีทํางานข้ามกระทรวง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยที่ตัวหน่วยบริหารจัดการควรจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูป ซึ่งก็ไปพ้อง แล้วก็ตรงกันกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็กับของรัฐบาลด้วย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อวันที่ ๑๓ ต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีชื่นชมว่าสังเคราะห์นี่ ท่านบอกว่าเครื่องบินนี่เข้าท่ามากเลย มันทําให้ท่านอ่านแล้วท่านเกต (Get) ได้โดยไม่ต้อง ไปอ่านอะไรเยอะแยะ แล้วท่านก็จะสามารถรู้ได้ว่าโอเค (OK) ถ้าทั้งตั้งอย่างนี้ท่านก็จะ ไปดึงมาได้ว่า ถ้าท่านคิดว่าปัญหามันคือป้กไม่สมดุลก็ไปหยิบรายงานที่ว่าด้วยเรื่อง ความเหลื่อมล้ํา เรียนว่าเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ําเรามีข้อเสนอการปฏิรูปจาก ๑๘๑ เรื่อง เมื่อกี้ที่บอกมีอยู่ ๑๐๔ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ํา เปึนอะเจนดา (Agenda) ที่ใหญ่ที่สุดที่แทบทุกข้อเสนอแตกประเด็นเรื่องของความเหลื่อมล้ํา คานงัดสําคัญที่จะต้อง ทําก่อนการเลือกตั้งและภายในป้ ๒๕๖๐ ก็วิเคราะห์มาว่าจะมีกฎหมายสําคัญกับโครงสร้าง ระบบที่สําคัญ ดิฉันยกตัวอย่างแล้วกัน

กฎหมายสําคัญ เช่น ถ้าจะปฏิรูประบบงบประมาณนี่ มันต้องแก้ พ.ร.บ. งบประมาณ แก้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่แค่นั้นไม่พอ แก้แค่กฎหมายมันไม่เกิด มันต้องไปทําระบบของการจัดทํางบประมาณประจําป้ใหม่ด้วย อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น กฎหมายกับโครงสร้างระบบมันจะต้องตีคู่กันไป โดยการวิเคราะห์เลือกกฎหมายสําคัญและ โครงสร้างระบบที่สําคัญนั้นเลือกมาจากการดูตัวคานงัดที่เราวิเคราะห์กันมานะคะ จาก ๑๘๒ กฎหมายทั้งหมดที่เสนอขอแก้ไขและร่างใหม่ ๑๘๒ เราดึงขึ้นมา ตั้งเปัาว่าดึงแค่ ๒๐ กฎหมายหลักที่น่าจะทําภายใน ๒ ป้แรก เพราะว่าเวลามันค่อนข้างจํากัด มีอะไรบ้าง ก็ออกมา ๒๐ เรื่องก็อยู่ในเอกสาร แล้วก็ ๑๖ โครงสร้างระบบสําคัญ ทั้งหมดนี้ก็จะเปึน การดึงและเชื่อมลงมาให้ เห็นว่า จากรัฐธรรมนูญที่ กําหนดเรื่อง การปฏิรูป ๑๑ ด้าน คณะกรรมาธิการ ๑๘ คณะ มีอนุกรรมาธิการทั้งหมด ๘๘ คณะ เวทีรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ๙๐๐ กว่าเวทีบวก ๆ ที่ท่านประชาได้พูดให้ฟังวันก่อน มีประชาชนที่เข้าร่วม ในเวทีเหล่านี้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คน เราได้ ๓๗ วาระปฏิรูป ๗ วาระการพัฒนา และ ๒ วาระปฏิรูปพิเศษ รวมเปึนทั้งหมด ๔๖ วาระ ที่จริงท่านประธานเทียนฉาย ได้แยกวาระปฏิรูปพิเศษไว้ทั้งหมด ๑๕ เรื่อง กับปฏิรูปเร็วอีก ๙ เรื่อง วาระปฏิรูปพิเศษจาก ๑๕ เรื่อง มีอยู่ ๒ เรื่องที่ดึงขึ้นมาเปึนพิเศษจริง ๆ นอกนั้นมันไปเชื่อมกับวา ระปฏิรูป และวาระการพัฒนาได้ ก็เลยจับมันไปโยงกับอันอื่น แต่ว่า ๒ เรื่องที่ดึงขึ้นมาเปึนพิเศษ คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติกับ เรื่องแนวทางการสร้างความปรองดองเปึน ๒ เรื่องที่น้ําหนัก ของมันสําคัญจึงดึงขึ้นมาเปึนพิเศษ ทั้งหมดเปึน ๑๘๑ ข้อเสนอการปฏิรูป เราก็พูดกันว่า ทูเกตเตอร์ วี แคน ฟลาย (Together we can fly) คือถ้าเราไปด้วยกันมองเห็นได้ว่า การทํางานปฏิรูปครั้งนี้ลําพังจบแค่ข้อเสนอมันก็คงไม่ได้ไปไหน แล้วก็เห็นได้ว่าต้องการ พลังของประชาชนจํานวนมากเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนและยกเครื่องบินลํานี้ ต่อเครื่องบิน ลํานี้ให้เสร็จแล้วก็พามันไปให้ได้ ในส่วนต่อไปที่จะต้องมารับลูกต่อจากนี้ก็คือเรื่องของการ เผยแพร่การสื่อสารบทสรุปสังเคราะห์ ซึ่งเราได้มีท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ ประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปเข้ามาร่วมเปึนกรรมการกับเราด้วย คือท่านอ่อนอุษา ลําเลียงพล ท่านก็ได้วางแผนที่จะเอาข้อเสนอนี้จัดช่วงเวทีการนําเสนออะไรต่าง ๆ ทั้งในช่วงที่เรากําลัง ทํางานอยู่ไปจนถึงวันที่ ๑๓ และวางแผนต่อเนื่องหลังจากนี้ไปด้วยนะคะ ก็ขออนุญาตให้ ท่านอ่อนอุษาได้นําเสนอเปึนท่านสุดท้าย แล้วก็ขออนุญาตให้ได้ใช้เพาเวอร์พอยต์

(PowerPoint) ที่ท่านอ่อนอุษาเตรียมซึ่งพอดีมาล่า ไม่ได้มีแจกในที่ประชุม ขออนุญาต ด้วยนะคะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นางสาวอ่อนอุษา ลําเลียงพล กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ และสวัสดีท่านสมาชิกสภาปฏิ รูปแห่งชาติทุกท่านนะ คะ ดิฉัน อ่อนอุษา ลําเลียงพล สิ่งที่ดิฉันกําลังจะเสนอนี่เปึนการพูดคุยกันในคณะกรรมการสังเคราะห์ ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เปึนการพูดคุยกันในเบื้องต้นในเรื่องของ การสื่อสารนะคะ ทุกคนคงจะเห็นด้วยกับดิฉันว่ำการสื่อสารเปึนเรื่องที่ สําคัญ แต่หลาย ๆ ครั้งเรามักจะลืมนึกถึงไปนะคะ ดิฉันว่าเราจะต้องไม่หยุดในเรื่องของการสื่อสาร เราจะต้องทําต่อไป ดิฉันคิดว่าวันนี้จะขอความร่วมมือแล้วก็จริง ๆ แล้วคือความคิดเห็นจาก ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุก ๆ ท่านที่อยู่ตรงนี้กับความคิดที่มีค่าที่ จะช่วยต่อยอดกัน ออกไปนะคะ ดิฉันคิดว่าในฐานะที่เราทุกคนเปึนเจ้าของงานปฏิรูปทุก ๆ ชิ้นที่เราช่วยกัน ทํามาจนจะประสบความสําเร็จในวันนี้ แล้วก็ส่งมอบให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมด เราจะต้อง ไม่หยุดในเรื่องของการที่เราจะสื่อสารต่อไป

ดิฉันขอสไลด์ค่ะ ในเรื่องของวัตถุประสงค์นะคะการสื่อสารจะต้องต่อเนื่อง ดิฉันมั่นใจว่า ประชาชนต้องการรับรู้ความคืบหน้าของการทํางานของ สปช. ที่มีผลต่อชีวิตของเขาแล้วก็ ของลูกหลานทุกคนรอคอยผลงานความสําเร็จของการปฏิรูปครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะเปึนในช่วง สเตจ (Stage) แรกอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้วจะต้องทําต่อไปอีกให้บังเกิดผลขึ้นมา แล้วก็ดิฉันคิดว่าวัตถุประสงค์ต่อไปก็คือว่าเราทุกคนในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราคุยกันในเรื่องของการเปึนแอคทีฟ ซิติเซน (Active citizen) สิ่งนี้สําคัญเราจะต้องทําเปึน ตัวอย่างและเราจะต้องช่วยกันทําหน้าที่ในการสื่อสารครั้งนี้นะคะ สําหรับในเรื่องของกลยุทธ์หลัก ดิฉันขอพูดในเรื่องของความสําเร็จของงาน สปช. รายงานประชาชน เปลี่ยนประเทศไทย กับ สปช. ในธีม (Theme) ความคิดอันนั้นที่ประสบความสําเร็จอย่างงดงาม ทุกคนทราบดี ในวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่ผ่านมาทุกคนคงรู้สึกได้ถึงความสําเร็จในวันนั้นแล้วก็เราตั้งเปัา ก่อนที่จะทํางานชิ้นนี้ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคือท่านรองประธานทัศนา บุญทอง ที่เปึนประธานในคณะทํางานนี้เราจํากันได้ ว่าเราพูดเลยว่าสิ่งที่เราต้องการจะเห็น เปึนเอาท์พุต (Output) หรือว่าเปึนเคพีไอ (KPI) ของงานในวันนั้นเราต้องการเห็นหนังสือพิมพ์ ลงทุกหน้า ทีวี (TV) ออกทุกช่อง ออนไลน์ (Online) ออกทุก ๆ สื่อนะคะ และเราก็เห็นแล้ว นะคะว่าเราไม่ใช่แค่ลงทุกฉบับเราลงหน้า ด้วยในหลาย ๆ ฉบับด้วย และในกลยุทธ์ของเรา ดิฉันคิดว่าเราจะต้องเลือกประเด็นการสื่อสารที่สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละ กลุ่มเปัาหมายแล้วก็ในแต่ละสถานการณ์ด้วย คอนเทนต์ (Content) เรามีมากกว่าวันที่ ๑๓ เพราะวันนั้นเราต้องการให้เราพูดแล้วได้ยินเสียงดังฟังชัดแล้วก็เปึนภาษาของประชำชน ซึ่งดิฉันคิดว่าเราทําและประสบความสําเร็จ ส่วนในคอนเทนต์นั้นดิฉันคิดว่านอกจากที่เสนอ ในวันที่ ๑๓ ซึ่งเราจะโฟกัส (Focus) ในพรีเซนเทชัน (Presentation) นี้เราช่วยกันคิดได้ว่า จะเอาคอนเทนต์อันใด เรื่องใด ในแต่ละคณะกรรมาธิการที่จะสื่อสารออกไปถึงแม้วันนั้น เราจะได้ทําในเรื่องของการสังเคราะห์และการบูรณาการแล้ว สําหรับกลยุทธ์ที่ ๒ ก็คือ เราต้องการที่จะขยายสื่อให้กว้างและลึกกว่าเดิมนะคะ คือเรามีมีเดีย เอกซ์เทนชัน (Media Extension) ออกไปอีก เราต้องการพูดไปถึงสื่อต่างประเทศแล้วก็สื่อใหม่ทั้ง อินเตอร์เนชันแนล มีเดีย (International Media) และโซเชียล มีเดีย (Social Media) เปึนแชนแนล (Channel) ที่สําคัญที่เราจะต้องต่อยอดต่อไปนะคะ โมเมนตัม (Momentum) เกิดขึ้นแล้วในวันนั้นหลายคนบอกว่าเปึนความสําเร็จที่พีค (Peak) แต่ดิฉันคิดว่าเราจะต้องเหวี่ยง

โมเมนตัมนั้นต่อไป ขอสไลด์ต่อไปค่ะ ในกลยุทธ์ด้านเนื้อหาอันนี้ดิฉันขอโฟกัสในช่วงเช้าของ วันที่ ๑๓ ที่เราอยากจะต่อยอดออกไปแล้วก็ถ้ามีความคิดเห็นอันใดก็เชิญได้นะคะ ในช่วงเช้า ที่ดิฉันคิดว่าเราจุดพลุกันไปแล้วในช่วงเช้านี้เราจะมีในช่วงแรกก็คือภาพรว มของการปฏิรูป ตามภารกิจตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่เปึนการพูดคุยของ ท่านประธานเทียนฉายกับคุณสุทธิชัย หยุ่น ตรงนั้นเรามีวีดิทัศน์ที่เน้นในเรื่องของเสียงประชาชน แล้วก็วิสัยทัศน์และรวมทั้งความมุ่งมั่นของท่านประธานเทียนฉายอยู่ในนั้นด้วย เราสามารถ นํามาใช้ได้และเราก็มีคลิป (Clip) การสนทนาของท่านประธานแล้วก็ท่านสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งคมกริบมาก ๆ ดิฉันขอใช้คํานี้ ตรงนั้นก็เปึนคอนเทนต์หนึ่ง ในส่วนที่ ๒ ก็คือวิสัยทัศน์ ซึ่งวันนั้นดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ทรงพลังมาก ๆ นะคะคือลุกขึ้นพูดแล้วตรึงทุกคนอยู่ แล้วก็ได้ยินชัดถ้อยชัดความทุก ๆ คํา ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ต้องขยายผลต่อไปให้ประชาชน ทั้งประเทศได้ตื่นตัว ตื่นตระหนก แล้วก็ตื่นรู้ ดิฉันจําได้ว่าเราอยู่ในลอสต์ เดคเคด (Lost decade) ดิฉันคิดว่าเราจะต้องส่งต่อและพูดต่อไปว่าถ้าเรายืนอยู่เฉย ๆ เราจะ เหมือนกับถอยหลังไปเพราะคนอื่นเขาแซงหน้าไปหมดแล้ว ในวิสัยทัศน์ที่บอกว่าเราจะเปึน ประเทศในโลกที่ ๑ ในป้ ๒๕๕๗ เราจะโตในจีดีพีร้อยละ ๖ ต่อป้ เราจะเคลื่อนตัวจาก ๑.๐ เปึนประเทศเกษตรกรรมไปถึง ๔.๐ เปึนประเทศนวัตกรรม –

เราจะขับเคลื่อนจากประเทศที่ขับเคลื่อนโดยประสิทธิภาพไปเปึนการขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม ทุกอย่างนี้จะต้องเปึนสิ่งที่ส่งต่อออกไปแล้วก็สื่อสารออกไปนะคะ และในเรื่อง ของการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อการขับเคลื่อน ที่ดอกเตอร์สีลาภรณ์ ดอกเตอร์กอบศักดิ์ แล้วก็ศาสตราจารย์กิติพงศ์ช่วยกันเปึนแพเนิล (Panel) นั้นก็สําคัญจริง ๆ นะคะ ดิฉันก็ไม่จําเปึ นจะต้องพูดถึง เราจํากันได้ในเครื่องบินของท่านเขมทัตที่ท่านได้เรียนแล้ว เมื่อสักครู่นะคะ ทั้ง ๓ คอนเทนต์นี้เรามีทั้งในเรื่องของเพาเวอร์พอยต์ ในเรื่องของคลิป ที่มีถ่ายเอาไว้ แล้วก็ในเรื่องของวีดิทัศน์ด้วย ยังไม่นับถึงห้องแต่ละห้องในห้องย่อย ๖ ห้อง ตรงนั้นเราก็มีวีดิทัศน์ทั้ง ๖ ประเด็นที่เราเลือกพูดเพื่อที่จะตอบโจทย์การปฏิรูป เลือกพูด ที่จะทําให้ประชาชนเข้ามาฟังแล้วก็ล้นหลามทุก ๆ ห้องนะคะ สไลด์ต่อไป เปึนในเรื่องของ กลยุทธ์ด้านสื่อค่ะ ง่าย ๆ นะคะ มองทางด้านคอลัมน์ซ้ายมือก่อนนะคะ ดิฉันคิดว่าท่านที่ เปึนสเตคโฮลเดอร์ (Stakeholder) ทั้งหมดนี้ ที่สําคัญเหนืออื่นใดเลยก็คือสมาชิก สปช. ทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้นะคะ ทุกท่านทั้ง ๒๔๙ ท่าน มีกลุ่มโซเชียล เนตเวิร์ก (Social network) ของท่านนะคะ มีกลุ่มเฟซบุก (Facebook) มีกลุ่มไลน์ มีกลุ่มทวิตเตอร์ (Twitter) มีเปึนโอพีเนียน รีดเดอร์ (Opinion readers) มีบล็อกของตัวเองในหลาย ๆ ท่านที่ดิฉัน ก็ติดตามอยู่นะคะ ท่านธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ท่านเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประสาร ท่านวันชัย ท่านอลงกรณ์นะคะ ก็จะมีบล็อก ซึ่งตรงนี้มันสําคัญมาก และมันก็สามารถที่จะสเปรด (Spread) ออกไปเปึนไวรัล (Viral) ได้เลยในเรื่องของโซเชียล มีเดีย ถ้าเราจะขยายผลออกไป คอนเทนต์ดิฉันเรียนแล้วว่ามันมีอะไรบ้าง เราเลือกประเด็นที่เปึนประเด็นปฏิรูป ที่เหมาะกับแต่ละท่าน ท่านก็สามารถที่จะทําให้โมเมนตัมของการปฏิรูปที่เราเสนอไป ในวันที่ ๑๓ นี้ไม่หยุดนะคะ แล้วก็คอลัมน์ทางซ้ายที่ ๒ ก็คือในเรื่องของโซเชียล มีเดีย ตรงนี้เราก็ทราบดีว่ามีอิทธิพลมากมายขนาดไหนนะคะ เราจะต้องใช้เว็บไซต์ (Web site) หลักที่ต้องนําเสนอความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็จะหมดวาระและภารกิจกันภายใน วันที่ ๗ กันยายนนี้แล้วนะคะ ตอนนี้เว็บไซต์ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันเห็นว่าคอนเทนต์ ในเรื่องของการปฏิรูปยังขึ้นไม่ครบถ้วน แต่เราก็มีเว็บไซต์ของที่ท่านภัทรียา สุมะโน ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ซึ่งท่านเปึนประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการสื่อสารภายใน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ สปช. ร่วมกันกับทีมงาม คือท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ทําเวิลด์ไวด์เว็บ รีฟอร์มวอยซ์เซสดอตคอม (www.reformvoices.com) แล้วก็มีคนทําแอดมิน (Admin)

อยู่ตรงนี้เราสามารถที่จะพูดคุยกันแล้วต่อยอดที่จะนําในเรื่องของสาระการปฏิรูปขึ้นไป บนนั้นได้ เพราะว่าใครอยากดูจะได้เข้ามาดูตรงนี้นะคะ คอลัมน์ที่ ๓ ทางซ้ายก็คือ แมส มีเดีย (Mass media) แมส มีเดียนี่สําหรับประเทศไทย ถึงแม้ภูมิทัศน์สื่อจะไปในโลก โซเชียล (Social) แล้ว แมส มีเดียยังสําคัญมาก ๆ โดยเฉพาะประชาชนรากหญ้านะคะ ดิฉันคิดว่าในคอนเทนต์ที่เรามีนี้เราสามารถนําวิดีโอ (Video) ทั้ง ๗ เรื่องไปใช้ในรายการทีวี อย่างต่อเนื่อง ไปใช้ในเคเบิลซึ่งเราก็มีท่านนิพนธ์ นาคสมภพ ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ซึ่งเปึนนายกสมาคมเคเบิล เราช่วยกันได้ในห้องนี้นะคะ ในประสบการณ์ แล้วก็ ในคุณวุฒิที่ทุกท่านมีอยู่ แล้วก็ในคอ นเนกชัน (Connection) ในเนตเวิร์ก (Network) ของท่านด้วยนะคะ สําหรับ สปช. จังหวัดก็ช่วยได้ในทุก ๆ เรื่องโดยเอาคอนเทนต์ที่เปึน วีดิทัศน์ทั้ง ๗ เรื่อง หรือว่าเอาไปออกในรายการวิทยุ ซึ่งตอนที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศได้ลงพื้นที่ไ ป เราก็ได้ทําเอ็มโอยู (MOU) สร้างสัมพันธภาพไว้กับทางสถานีวิทยุท้องถิ่นไว้ในหลาย ๆ สถานี ตรงนี้คุณนิมิต สิทธิไตรย์ ก็ถือว่าเปึนแชมเป้ยน (Champion) อยู่ตรงนี้นะคะก็สามารถที่จะนําแล้วก็พูดคุยกับทาง สปช. จังหวัด แล้วก็ให้ทุกคนเปึนเจ้าของโปรเจกต์ (Project) นี้ แล้วก็ทํากันต่อไปนะคะ เราก็ต้องการที่จะแชร์ออกไปให้มากที่สุด สําหรับในสไลด์ต่อไปเปึนการสรุป ดิฉันจะไม่ใช้ เวลานาน ก็คือกลยุทธ์การสื่อสารโดยรวม ตรงกลางเราต่อยอดจากเปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. นะคะ ถึงวันที่ ๗ เราก็คงจะไม่ใช้คํานี้แล้ว อาจจะเปึนการปฏิรูปประเทศไทยต่อไปนะคะ กลยุทธ์คือการแชร์ให้มากที่สุด กระจายให้มากที่สุดนะคะ รับฟัง เพราะว่าเราไม่ฟังไม่ได้นะคะ เพราะถ้าเขียนมาเราก็ต้องฟังในบล็อก ในโซเชียล เนตเวิร์กต่าง ๆ

และที่สําคัญที่สุดคือความต่อเนื่อง เราต้องทําต่อไปนะคะ สําหรับคอนเทนต์ที่ดิฉันเลือกมา เปึนวงตรงกลางก็จะมีคอนเทนต์มากมายกว่านี้ ดูทางด้านขวานะคะ เราจะเข้าไปในเว็บไซต์ ซึ่งเมื่อกี้ เรียนแล้วนะคะ รีฟอร์มวอยซ์เซสดอต คอม (Reformvoices.com) เดี๋ยวเรา จะช่วยกันทําให้เกิ ดขึ้นต่อไป เรานําวิดีโอขึ้นยูทูบ (YouTube) แล้วนะคะ แล้วก็ยูทูบนี้ ถ้าทุกคนมีโซเชียล เนตเวิร์ก ดิฉันก็ขอความกรุณาให้ทุกคนแชร์ ไปให้เพื่อน ๆ ในเฟซบุก ในโซเชียล เนตเวิร์กของท่านด้วยในไลน์ กรุป (Line group) เรามีแผนว่าจะเอา เพาเวอร์พอยต์มาทําเปึนอินโฟกราฟ่ก (Infographic) ให้มันง่ายขึ้น ให้ดูแล้วเข้าใจมากขึ้น ต่อไปก็เปึนรายการทีวีที่ต่อเนื่องทุกอาทิตย์ ทีวีแพงมาก ๆ นะคะถ้าจะไปถึงรากหญ้านี่ ซื้อไม่ได้เพราะว่านาทีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเราก็จะทําแบบที่ไม่ใช้เงิน ก็ใช้คอนเนกชันของ สปช. ดิฉันเองก็รู้จักกับนายก ทํางานร่วมกันกับนายกสมาคมมีเดีย (Media) ซึ่งก็ขอรายการมาได้แล้วก็ที่ทําให้เกิดขึ้นเสมอ ก็ทําเช่นนั้นในทุก ๆ ช่อง ที่ไปถึง ทุก ๆ คนในประเทศนี้ แล้วก็พูดไว้แล้วก็คือเฟซบุกของเครือข่าย สปช. ด้านล่างคือ บทความที่คงจะต้องคุยกับเอดิเตอร์ (Editor) ทั้งในสื่อในและนอกประเทศเพื่อให้ถึง ทุก ๆ ท่าน ต่อไปทางด้านซ้ายมือเราคุยกันในเรื่องของการทําสัมมนา การทําเวิร์กชอป (Workshop) ตามมหาวิทยาลัย ท่านอาจารย์หลายท่านก็อยู่ในที่นี้ และในกลุ่มนักศึกษา แล้วก็เราอยากจะทําให้เกิดขึ้นในทั่วประเทศ แล้วก็เรื่องเวลาสําคัญที่สุดนะคะ ดิฉันก็อยากให้ ท่านกิติพงศ์ช่วยนิดหนึ่งก่อนที่ดิฉันจะสรุปในหน้าสุดท้าย ที่ท่านกิติพงศ์ มีไอเดีย (Idea) เรื่องของ สปช. เชิญค่ะ ขออนุญาตค่ะ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ กรรมการ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมอยากจะพูดสั้น ๆ นิดเดียวคือผมคิดว่าเรื่องที่เรากลัวเรื่องเสียของนี่นะครับ ผมคิดว่า สปช. เรา ๒๔๘ คนจะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยการที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ในการที่จะนําไปเผยแพร่อย่างที่คุณอ่อนอุษาพูดนะครับ ยกตัวอย่างเช่นให้ท่านเลือกเรื่องที่ ท่านรู้ดีที่สุดคุยกับสื่อลงหนังสือพิมพ์ ซึ่งยกตัวอย่างที่เราจะทําต่อไปอย่างเรื่องการปฏิรูป โครงสร้างภาษี ผมก็ได้ใช้โครงข่ายของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ที่จะสัมมนาเรื่องนี้ต่อ แล้วก็อาจจะใช้สื่ออย่างสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ที่ติดต่อไว้ว่าจะเอาเรื่องปฏิรูปภาษีไปออกรายการสรยุทธ์ด้วยอย่างนี้เปึนต้น ผมคิดว่า เรื่องเหล่านี้ท่านสมาชิก สปช. แต่ละท่านซึ่งมีความรู้ ความชํานาญ มีเครือข่ายก็นําเรื่องที่

สําคัญ ๆ ไปต่อยอด เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะจบตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการศึกษา ผมเชื่อว่ารายงานของ สปช. ทั้งหมดสามารถนําไปทํางานวิจัยทั้งปริญญาโท ปริญญาเอกได้ เปึนหัวข้อการประชุมในสถาบันการศึกษาแต่ละภาคได้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านสมาชิกทุกท่านว่าเมื่อจบภารกิจวันที่ ๗ กันยายนแล้วเราจะไม่อยู่กันเฉย ๆ เราจะช่วยกันผลักดันการปฏิรูปแต่ละเรื่องที่ท่านมีความรู้ ความชํานาญในท้องถิ่น ในจังหวัด ผมเชื่อว่าการปฏิรูปคราวนี้พวกเราก็แค่เสนอไป แต่ว่าประชาชน ไปงานศิษย์เก่า ผมก็ทํานะครับ ไปงานศิษย์เก่า ไปงานไหนก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ในมือของพวกเรา แล้วก็ ท่านก็สามารถเลือกหัวข้อซึ่งมีอยู่ง่าย ๆ ไปพรีเซนต์ (Present) อย่างที่ท่านอ่อนอุษาพูด ก็หวังว่าสิ่งที่เรานําเสนอวันนี้ การสังเคราะห์วันนี้จะนําไปสู่การผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ ในระยะเวลาอันใกล้ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ท่านก็ได้รับทราบการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทําให้เรามีความเข้าใจมากขึ้น แล้วก็ยังทั้งได้รับทราบว่าเราจะกระจายข่าว อย่างต่อเนื่องไปถึงประชาชนได้อย่างไร ทั้งนี้เพื่อที่จะได้พลังร่วมในการผลักดันการปฏิรูป ให้เกิดผลได้มากยิ่งขึ้น ต่อไปก็จะเปึนการอภิปรายของสมาชิกค่ะ ก่อนที่จะเริ่มดิฉันใคร่ขอเรียน ต่อที่ประชุมว่าคณะแลกเปลี่ยนบุคลากรจากสภาแห่งชาติลาวพร้อมเจ้าหน้าที่ได้เข้าสังเกต การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติขอต้อนรับค่ะ ต่อไปก็จะเชิญท่านสมาชิก อภิปราย ท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมค่ะ

ดิฉันมีรายนามอยู่ในขณะนี้คือ ท่านเตือนใจ สินธุวณิก ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์สุกัญญา สุดบรรทัด ท่านธวัชชัย อุ่ยพานิช แล้วก็ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ ขอเริ่มต้นจาก ท่านเตือนใจ สินธุวณิก เลยค่ะ ขอเชิญค่ะ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติและท่านประธานกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นขออนุญาตท่านประธานที่ดิฉันจะพูด เรื่องของการที่หารือซึ่งเนื่องจากไม่ทัน อยากจะขอเรียนว่าจากเห ตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่มีการก่อวินาศภัยนั้นดิฉันอยากจะขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่านี่เปึนโอกาส ที่ดีที่สุดที่ทางรัฐบาลจะใช้อํานาจบริหารในการที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องที่ทางกรรมาธิการ ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา และท่านประธานอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา โดยท่านดอกเตอร์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และตัวดิฉันเองซึ่งเปึนประธานอนุกรรมาธิการจัดตั้งกองทุนทางทางศิลปะและ วัฒนธรรมที่เราเคยเสนอในสภานี้ แล้วก็ได้รับความเห็นชอบ หรือว่าได้เรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาได้รับทราบแล้วเกี่ยวกับเรื่องของ การที่จะให้มีการประกันภัยชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ดิฉันคิดว่าเราเสนอเพื่อผลประโยชน์และภาพลักษณ์ของประเทศที่จะทําให้ประเทศไทย เรานั้นเปึนศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ทําให้สะท้อนภาพลักษณ์ว่ารัฐบาลไทยนั้นคํานึงถึงชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยที่เราไม่ได้หวังแต่จะได้เงินด้าน การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ว่าเราคํานึงถึงความปลอดภัยโดยการประกันภัยให้กับเขา แล้วก็ รัฐบาลเองก็จะสามารถประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขที่จะช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างเมื่อวานนี้ที่เปึนโศกนาฏกรรมนั้นได้เปึนอย่างดีถึงป้ละประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ยังมีการทําเงินเข้าประเทศได้ป้ละหมื่นกว่าล้านบาทด้วยนะคะ คิดว่าอยากจะขอกราบฝากตรงนี้ไปยังท่านรัฐบาลนะคะ ย้อนมาเรื่องของการที่จะขออนุญาต กราบชื่นชมด้วยความจริงใจยิ่งต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านเทียนฉาย กีระนันทน์ และท่านรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ท่านรองประธานทัศนา บุญทอง ที่อยู่กับ เราตลอดเวลา รวมทั้งประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์บวรศักดิ์

อุวรรณโณ ด้วยวันนี้จะขอชื่นชมคณะทํางานที่ท่านประธานเทียนฉายได้ตั้งขึ้นเปึน คณะกรรมการวิสามัญทั้ง ๕ คณะที่ได้ทํางานอย่างดีเยี่ยม ดิฉันภูมิใจที่เปึนหนึ่งใน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ เพราะว่าอย่างที่ท่านประธานดอกเตอร์สีลาภรณ์บอกนะคะ ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรานั้นรวบรวมผู้ที่มีความรู้ในทุกสาขาวิชาเข้ามาร่วมกัน และสิ่งที่ พวกเราได้ดําเนินการมาตลอดระยะเวลา ๑๑ เดือนนั้นคือการรวมใจกันที่จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด ที่ให้แก่ประเทศชาติของเราในยามนี้นะคะ แล้วดิฉันขอเรียนว่าสิ่งที่เรานําเสนอนั้น ท่านสีลาภรณ์เองก็ตาม หรือว่าท่านดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่เสนอภาพรวมว่าถ้าเรา ไม่เดินไปข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และขออนุญาตกราบชมเชยท่านเขมทัตนะคะ เครื่องบินของท่านนี่ทําให้ตัวดิฉันเองซึ่งฟังมาแล้วครั้งหนึ่งในการสัมมนาของเราเมื่อวันที่ ๑๓ รวมทั้งพี่น้องประชาชนเข้าใจอย่างดีมากเลยว่าขณะนี้เปึนวิกฤติที่พี่น้องชาวไทยทุกคนต้อง รวมใจกันในการที่จะช่วยทําให้เครื่องบินประ เทศไทยของเรานั้นเริ่มที่จะสตาร์ต (Start) แล้วก็ออกบินขึ้นไปเรียกว่าไปสู่ระดับสูงอีกครั้งหนึ่ง เราต้องร่วมใจกัน เพราะขณะนี้ เรามีกัปตันพิเศษ มีผู้ช่วยนักบินพิเศษ รวมทั้งผู้โดยสารทุกคนต้องให้ความร่วมมือกันเปึน ฟันเฟ๋องสําคัญ ในฐานะที่ดิฉันเปึนประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนกลยุทธ์การสื่อสาร ภายนอกผ่านสื่อบูรณาการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อกา รปฏิรูป ดิฉันขออนุญาตขอบคุณท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ท่านผู้อํานวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ท่านผู้อํานวยการสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทย ท่านประชาสัมพันธ์จังหวัดทุกจังหวัด รวมทั้งท่านผู้อํานวยการสถานีวิทยุ โทรทัศน์ในเครือข่ายกองทัพบกและทางเครือข่ายของกองทัพทุกท่านโดยการนําของ ท่าน พลโท เดชา ปุญญบาล ซึ่งท่านเปึนรองประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนกลยุทธ์ การสื่อสารภายนอกผ่านสื่อบูรณาการด้วย ที่ได้กรุณาให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ ของเราและสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้นะคะ

ดําเนินการเสนอข่าวสารออกสปอต (Spot) ทั้งวิทยุโทรทัศน์และถ่ายทอดสด โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ถือเปึนการร่วมกันทํางานเพื่อชาติด้วยความภาคภูมิใจยิ่ง ดิฉันหวังใจว่าอยากจะขอเรียนว่าเครื่องบินลํานี้ต้องไปได้ด้วยดี แม้ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเรากําลังจะหมดวาระลง แต่สิ่งที่ทางท่านประธานและเราทุกคนได้ดําเนินการไปในเวลา ๑๑ เดือน รวมทั้งการเสนอภาพรวมของเรา สังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนั้นดิฉันถือว่าเปึนพิมพ์เขียวที่ทรงคุณค่าที่สุดที่เราได้ส่งมอบต่อให้กับคณะกรรมการ ขับเคลื่อนต่อไปที่ทางรัฐบาลจะได้จัดตั้ง ถือเปึนพิมพ์เขียวที่เราคิดว่าทุกคนคาดหวังว่าจะ ได้รับการนําไปดําเนินการและปฏิบัติตามที่เราได้เสน อ ทั้งนี้ก็เพื่อความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศไทยเราค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์สุกัญญา สุดบรรทัด ค่ะ

ศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุดบรรทัด 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุดบรรทัด ก็ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงานที่ทางคณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่ได้กรุณาจัดทําการสังเคราะห์นี้ขึ้นมา ซึ่งดิฉันเห็นว่าเปึน งานที่มี คุณค่ามาก ก็ขอขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งเลยนะคะ แล้วก็ทราบว่าท่านต้องลําบากตรากตรํา อดหลับอดนอนกันมากเหลือเกิน ก็ขอขอบคุณในผลงานของท่าน แต่ว่าดิฉันมีข้อสังเกต เกี่ยวกับงานสังเคราะห์ครั้งนี้ คือหลังจากที่ได้อ่านงานของท่านแล้วดิฉันก็พยายามที่จะ สังเคราะห์งานสังเคราะห์ของท่าน แล้วก็ตั้งข้อสังเกตบางอย่าง ข้อสังเกตนั้นก็จะเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการจัดลําดับความสําคัญของเรื่องราวต่าง ๆ แล้วก็พยายามที่จะหาว่าหลังจากที่ได้ จัดลําดับความสําคัญต่าง ๆ เหล่านั้นแล้วองค์ความรู้ที่ได้มานั้นมันนําไปสู่นิว ไมด์เซต (New mindset) และนิว สกิลเซต (New skillset) อย่างไร เพราะดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สําคัญ แล้วก็เปึนสิ่งที่ท่านอาจารย์ดอกเตอร์สุวิทย์ท่านได้เน้นย้ําไว้หลายครั้งเกี่ยวกับ เรื่องของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ ซึ่งเปึนสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งสําหรับการที่จะปฏิรูป ประเทศ ดิฉันได้อ่านงานสังเคราะห์ของท่านได้พบว่าในข้อเสนอที่ให้มานั้นส่วนใหญ่จะเปึน เรื่องของการปรับระบบการบริหารจัดการ ถ้าเผื่อว่าเราไปดูในหน้า ๘ เราจะพบว่าข้อเสนอ การปฏิรูปที่มีลําดับความสําคัญสูงนั้น ซึ่งท่านบอกว่าวิธีการจัดลําดับความสําคัญของท่าน

ท่านใช้วิธีดูว่าถ้าข้อเสนอมากและคาบเกี่ยวกับคนอื่นมากแปลว่ามีความสําคัญในระดับสูง ซึ่งจากการจัดลําดับความสําคัญเช่นนั้นทําให้การจัดลําดับส่วนใหญ่เรื่องสําคัญจะเปึนเรื่อง ของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็เรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน เหมือนกับว่าเครื่องบินลํานี้ที่กําลังจะบินขึ้นสู่ท้องฟัาเอาการบริหารจัดการแผ่นดินเปึนหางเสือ หรือว่าเปึนน้ํามัน เปึนเชื้อเพลิงหลักในการที่จะผลักดันประเทศ ทีนี้พอไปดู อีกเรื่องหนึ่งซึ่งน่าจะมีความสําคัญเช่นเดียวกัน คือเรื่องของสติปัญญาของมนุษย์ ดิฉันก็ไปดู ในเรื่องของการศึกษา เรื่องของการเรียนรู้ทั้งหลายทั้งปวงมันไปอยู่ลําดับที่ ๑๖ ไล่ลงไป อยู่ในลําดับท้าย ๆ ซึ่งนํามาสู่ความกังวลใจ ถ้าเผื่อว่าไปดูในงานวิเคราะห์จากเวทีเสวนา ผู้นําทางความคิดปรากฏว่าเขาให้ความสําคัญจัดลําดับมา ๕ ข้อ ให้การเมืองการปกครอง มีความสําคัญเปึนอันดับ ๑ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับงานของสื่อมวลชนทั่ว ๆ ไป แล้วก็ ให้ความสําคัญกับเรื่องสังคมและการศึกษาเปึนลําดับ ๒ และลําดับ ๓ ซึ่งแสดงว่า ในภาคประชาชนกลับให้ความสําคัญในเรื่องของสังคมและเรื่องของสติปัญญาของมนุษย์ มากกว่า ถ้าไปดูในเรื่องของผู้นํานักศึกษานี่นักศึกษาบอกว่าที่สําคัญที่สุ ดคือการศึกษา รองลงมาคือเศรษฐกิจและสังคม และท้ายที่สุดคือเรื่องของการเมืองที่โปร่งใส จะเห็นได้ว่า ภาคประชาชนได้ให้ความสําคัญกับปัญญาค่อนข้างมากเลยทีเดียว ดิฉันเกรงว่าเรื่องนี้พอผ่าน ออกไปสู่สาธารณะแล้วเขาจะพลอยกันให้ความสําคัญกับเรื่องของการบริหารจัดการ เกรงว่า จะละเลยในเรื่องของสติปัญญาของมนุษย์ไป ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ

แล้วก็สิ่งที่เราควรจะทําก็คือการพลิกกระบวนทัศน์ของมนุษย์ให้ความสําคัญกับเรื่องของ ความเปึนผู้มีปัญญาให้มากขึ้น เช่น เปึนผู้ที่รู้จักเลือกรับฟัง รับรู้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ไม่ว่าเขาจะเปึนใคร มีองค์ความรู้ในระดับไหนก็ตาม แต่ว่าเขาจะต้องรู้จักเลือกฟัง เปึนนักสื่อสารที่ดี เลือกรับฟัง เลือกรับรู้ แล้วก็นํามาคิดใคร่ครวญ วิเคราะห์ แล้วก็แสวงหา คําตอบด้วยตนเอง นั่นคือผู้มีปัญญาเขาจะแสวงหาคําตอบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือสิ่งที่ เราต้องการให้พลเมืองของเราเปึนนะคะ อยากให้พลเมืองทุกคนนั้นรู้จักที่จะหันไปมอง รอบตัวพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในสถานการณ์ต่าง ๆ และในขณะเดียวกันให้รู้จักสร้าง มุมมองใหม่ แล้วก็องค์ความรู้ใหม่ในเรื่องที่ตนถนัด ดิฉันคิดว่าการให้อาวุธนี้แก่ประชาชน คือสิ่งที่สําคัญและควรที่จะใช้ระบบการสื่อสารนั้นโปรยทัศนะเช่นนี้ โปรยอาวุธชนิดนี้ไปสู่ ภาคประชาชน ซึ่งดิฉันมองเห็นว่ามันจะเปึนเชื้อเพลิงที่สําคัญในการที่จะผลักดันเครื่องบิน ลํานี้ให้เดินทางไปสู่สวัสดิภาพอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ก็ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธวัชชัย อุ่ยพานิช ค่ะ

นายธวัชชัย อุ่ยพานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายธวัชชัย อุ่ยพานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๐๒ จากจังหวัดระยอง ก่อนอื่นผมขอเปึนกําลังใจและขอแสดงความชื่นชมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ ผมมีข้อเสนอต่อท่านประธาน อยู่ ๒ ประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ประเด็นที่ ๑ เรื่องการศึกษาเชิงพื้นที่ ที่กําหนดให้มีคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจังหวัด เรื่องนี้ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนที่จะกําหนดให้มีคณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นในระดับจังหวัด เพื่อให้มีหน้าที่ในการกําหนดนโยบำยทิศทางการจัดการศึกษาในทุกระดับและ ทุกประเภทในจังหวัด พร้อมทั้งมีหน้าที่ในการบูรณาการการจัดการศึกษากับศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคมในทุกระดับให้มีความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งมีหน้าที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ในการพัฒนา การศึกษาของจังหวัด ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๒ ผมมีข้อเสนอ ต่อท่านประธานในรายงานการสังเคราะห์ฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคผนวก ง หน้า ๑๙ ซึ่งเปึนเอกสารการนําเสนอบทสังเคราะห์การปฏิรูปประเทศสู่อนาคตที่มีการกําหนดไว้ว่า

ถ่ายโอนโรงเรียนประถมศึกษาทั้งหมด โรงเรียนมัธยมศึกษาประจําตําบล และ กศน. ให้ท้องถิ่นดูแลภายในป้ ๒๕๗๕ ประเด็นนี้ผมขอเรียนต่อท่านประธานว่าน่าจะมี ความคลาดเคลื่อนในเรื่องข้อมูล หรือมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องการสื่อสารระหว่าง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับคณะกรรมการสังเคราะห์ ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ ทั้งนี้เพราะว่าผมเองได้ศึกษา จากรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ได้ผ่าน ความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ทั้ง ๓ วาระ กล่าวคือวาระปฏิรูปที่ ๑๖ เรื่องการปฏิรูประบบการจัดการศึกษา

วาระปฏิรูปที่ ๑๗ เรื่อง การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ เรื่อง การปฏิรูประบบการเรียนรู้ ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ วาระปฏิรูปการศึกษานี้ไม่ได้มีการกล่าวถึง การถ่ายโอนโรงเรียนประถมศึกษาทั้งหมด การถ่ายโอนโรงเรียนมัธยมศึกษาประจําตําบล และการถ่ายโอน กศน. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล ภายในป้พุทธศักราช ๒๕๗๕ แต่ประการใด มีเพียงแต่ว่าเขียนไว้ใน รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไว้ว่าการให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแลรับผิดชอบในการจัดการศึกษาหรือการถ่ายโอนโรงเรียน ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นให้เปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่และความพร้อมของ สถานศึกษา ท่านประธานครับ หลักเกณฑ์ที่มีอยู่ ณ วันนี้ ณ ปัจจุบันนี้หมายถึงแนวปฏิบัติ หมายถึงระเบียบที่เกี่ยวข้อง ๒ ประการด้วยกัน ๑. ก็คือกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนด หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๗ และข้อ ๒ ครับ ก็คือประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง วิธีการและเงื่อนไขการแสดงถึงความสมัครใจให้โอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียน มาทั้งหมดนี้ผมมีข้อเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอให้มีการทบทวน หรือแก้ไข หรือตัดข้อความนี้ออกไป จากรายงานการสังเคราะห์ฉบับนี้เพื่อให้รายงานฉบับนี้มีความสอดคล้องกับรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้เอกสารทั้ง ๒ ฉบับนี้ มีความสอดคล้องกัน และท่านประธานครับ เราจะได้มีทิศทางในการปฏิรูปการศึกษา เปึนไปในทิศทางเดียวกัน ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ความจริงท่านเขมทัตท่านเก่งมากเรื่องรถ เปึนเจ้าพ่อ ในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟัาคนแรก ๆ ของประเทศ แต่วันนี้ไต่ระดับขึ้ นไปทํา เครื่องบินนะครับ ก็ต้องชมเชยว่าเปึนโมเดล (Model) ที่ทําให้คนเข้าใจได้ง่ายมาก ผมเริ่มต้น ที่จะขอเพิ่มเสริมเติมต่อในรายงานสังเคราะห์ภาพรวมการปฏิรูปเพราะว่าตรงนี้จะเปึนเสมือน

คู่มือครับ เปึนแมนนวล (Manual) ที่ใครก็ตาม จะเปึนสภาขับเคลื่อนปฏิรูปก็ดี หรือว่า กรรมการยุทธศาสตร์ก็ดี หรือทุกภาคส่วนภาคีจะเสมือนเปึนคู่มือในการที่จะขับเครื่องบิน ก็คือเรื่องของการปฏิรูป ผมมีความเห็นอยู่ในสไลด์หน้า ๙ และหน้า ๑๘ ครับ อยากให้เห็น ความสมบูรณ์และความสําคัญในจุดคานงัดที่ท่านเสนอมา แต่คานงัดนั้นหายไปครับ หน้า ๙ นั้นนักบินคือผู้นําทางคือการเมืองครับ ต้องยอมรับนะครับว่าไม่ว่าเราจะมี เครื่องยนต์สมรรถภาพสูงอย่างไร มีพลังงานเชื้อเพลิงที่ดี มีผู้โดยสารที่ดี มีหางเสือที่ดี แต่อย่างไรก็ตามถ้านักบินขาดประสิทธิภาพก็คงจะเปึนแบบเอ็มเอช ๓๗๐ (MH370) ครับ หรือเหตุการณ์แบบไนน์ อีเลฟเวน (Nine Eleven) เพราะฉะนั้นหัวใจสําคัญตรงนี้ครับ ที่เปึนจุดคานงัดแล้วก็ขอใช้เวลาของวันนี้ที่จะมีโอกาสได้พูดปราศรัยอภิปรายในเรื่องของ การเมือง ความจริงเปึนนักการเมืองที่พูดเรื่องการเมืองน้อยที่สุดนะครับ แล้วก็จะขมวดปม วันนี้ครับ

เพราะท่านได้สรุปแล้วว่าจุดที่เปึนปมสําคัญที่จะทําให้ประเทศปฏิรูปไปได้อยู่ที่การเมือง แล้วท่านก็ตกผลึกได้ตรงกันก็คือนักบินที่จะนําเครื่องบินไปขึ้นหรือลงไต่เพดานอัพเกรด (Upgrade) ประเทศไปได้หรือไม่อยู่ที่ตรงนี้ ไม่ว่า ๓๗ วาระปฏิรูป ๗ วาระพัฒนา กับอีก ๒ วาระปฏิรูปพิเศษ ไม่มีวันประสบความสําเร็จถ้าหากว่าเราได้นักบินไม่ดีพอ เราออกแบบมาตั้ง ๒ ตุลาคมที่เกิด สปช. แล้วก็ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคมเราทํางานมา ๓๓๓ วัน ส่วนจะบวก ๕ บวก ๖ บวก ๗ หรือไม่ อย่างไร ก็ต้องรอว่าท่านประธานจะกําหนดวันลงมติ รับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรหรื อไม่ แต่ว่าเมื่อมาดูในหน้า ๑๘ ท่านกรรมาธิการ ช่วยกรุณาตามไปก็แล้วกัน สิ่งสําคัญคือการบอกว่าคานงัดสําคัญที่ต้องทําก่อนการเลือกตั้ง และภายในป้ ๒๕๖๐ มี ๒๐ กฎหมายสําคัญและ ๑๖ โครงสร้างระบบที่สําคัญ เราไปดู ในเอกสารรายงานในหน้า ๒๓ ข้อเสนอการแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบและโครงสร้างระบบ ที่สําคัญ ตรงนี้ที่ท่านระบุว่ามันเปึนคานงัดสําคัญที่ต้องทําก่อนการเลือกตั้งและ ภายในป้ ๒๕๖๐ ปรากฏว่ามันหายไปจากจอเรดาร์ (Radar) ครับคือเรื่องการเมือง ๒๐ กฎหมายที่สําคัญนั้นไม่ปรากฏกฎหมายสําคัญ ๓ ฉบับครับ ที่จะทําให้การปฏิรูป การเมืองที่เปึนหัวกะทินั้ นเปึนไปอย่างที่ข้อเสนอปฏิรูปการเมืองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ นั่นคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ถามบอกว่าวันนี้ทําไมการเมืองเกิดวิกฤติโดยเฉพาะ ๑๐ ป้หลังกว่ามานี้ เต็มไปด้วยการทุจริตการเลือกตั้ง คนดีไม่มีที่ยืน เต็มไปด้วยการคอร์รัปชันจนกลายเปึน ประเทศที่เหมือนคนป์วยของเอเชียทําให้คุณภาพทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาทุกอย่าง แม้แต่ค่านิยมและวัฒนธรรมของเราเสื่อมถอยเสื่อมทรามมาก ขีดความสามารถของเราไม่ได้ เดินไปข้างหน้าและถูกแซง เพราะฉะนั้นก็มาดูว่าข้อเสนอในเรื่องของกฎหมายและ โครงสร้างระบบที่จะเปึนคานงัดที่ท่านได้กําหนดไว้ และวางสถานะของการเมืองอยู่สําคัญ ที่สุดคือนักบิน ตรงนี้อยากจะให้เพิ่มเติมครับ วันนี้เรามีเพียงพรรคการเมืองของนักการเมือง เรามีประชาธิปไตยแบบผู้แทนมา ๘๓ ป้ เรายังไม่ใช่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง เรามีพรรคการเมืองซึ่งเปึนเพียงสถาบันของนักการเมือง จําเปึนจะต้องปฏิรูปเพื่อให้เปึน สถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เราต้องการพัฒนาประชาธิปไตย ไปสู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่เรียกว่าพาร์ทิซิเพทอรี ดิมอคเครซี (Participatory

Democracy) ไม่ใช่เรพรีเซนเททีฟ ดิมอคเครซี (Representative Democracy) ของประเทศด้อยพัฒนาอีกแล้ว ข้อเสนอหลายข้อที่ถูกละเลยไม่ได้เขียนไว้ในนี้ก็คือการปฏิรูป พรรคการเมือง การให้มีระบบไพรมารี (Primary) หรือการหยั่งเสียงขั้นต้นไม่ใช่เฉพาะ ส.ส. เท่านั้น แต่ผู้นําพรรค หัวหน้าพรรค จากนี้ไปจะต้องผ่านการหยั่งเสียงขั้นต้นจากสมาชิกพรรค คือประชาชน ไม่ใช่อากู๋ อาก๋ง นายทุนพรรค อยากให้คนนี้เปึนหัวหน้าพรรคก็ได้เปึน แล้วก็ไปตอบแทนบุญคุณ ตอบแทนด้วยผลประโยชน์เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ท้ายที่สุดเราไม่ได้ผู้นําที่ดี ที่ซื่อสัตย์และมีคุณภาพ ประสิทธิภาพสมกับศักยภาพของ ความเปึนประเทศไทย และที่สําคัญจากนี้ไปเราจะสู้กับอนาคตที่มีค วามไม่แน่นอนมากขึ้น มีการแข่งขันสูงขึ้น การเมืองระหว่างประเทศที่ซับซ้อน ความขัดแย้งทั้งในภูมิภาค อนุภูมิภาคและระดับสากล เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิกฤติที่เกิดขึ้นเราต้องการ ผู้นําการเมืองที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์

และมีความซื่อสัตย์สุจริต และมาจากการยอมรับของประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ ที่อยากจะให้ท่านลองไปเพิ่มเติมนะครับว่ากฎหมายสําคัญ ๒๐ ควรจะเปึน ๒๐ บวก ๓ โครงสร้างระบบที่เปึนคานงัดสําคัญควรจะเพิ่มเติมในส่วนของการเมือง ซึ่งในส่วนนี้ ถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการได้ปรับปรุงหรือท่านคิดไว้อยู่แล้ว แต่ข้อจํากัดของการจัดทํา ทราบว่าชุดนี้เราได้มอบหมายหน้าที่ไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ขออภัย แต่ว่าเห็นว่าจุดสําคัญ ที่เปึนนักบินนั้นสําคัญที่สุด และจะต้องเน้นที่สุดครับ อยู่ในกฎหมายฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ และคานงัดที่เปึนโครงสร้างระบบ ๑ ๒ ๓ เช่นกันครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน ค่ะ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออภิปรายข้อสังเกตบางประการ ในรายงานการสังเคราะห์ภาพรวมข้อเสนอการปฏิรูปของคณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคิดว่าพวกเราทุกคน ที่ได้รับฟังการรายงานของคณะกรรมการชุดนี้คงจะเห็นตรงกันว่าการทํางานชิ้นนี้เปึนเรื่อง ยากระดับน้อง ๆ ดุษฎีนิพนธ์ ปริญญาเอกเลยนะคะ แล้วก็นับเปึนความสามารถอย่างมาก ถึงมากที่สุดของคณะกรรมการชุดนี้ที่ได้ทํางานด้วยความเสียสละแ ละทุ่มเทจนได้ผลงาน เปึนภาพรวมของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่พวกเราทุกคนก็มีส่วนที่จะได้หน้าได้ตาไปด้วย ส่งให้รัฐบาล ซึ่งดิฉันเชื่อว่าถ้าหากท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้อ่านรายงานชิ้นนี้ก็คงจะมีความพอใจ แล้วก็เต็มอกเต็มใจที่จะส่งไปให้สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศสานต่อเพื่อให้งานของเราไม่เปึนแผ่นกระดาษนะคะ การสังเคราะห์ของ คณะกรรมการชุดนี้ดิฉันคิดว่าสมบูรณ์แบบจนแทบจะไม่มีที่ติใด ๆ เลย แต่ว่าการอภิปราย จะต้องมีข้อเสนอแนะใช่ไหมคะ ดิฉันใคร่ขอเสนอความเห็นในเรื่องของกระบวนการบูรณาการ อย่างที่ท่านสีลาภรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้กล่าวว่าแผนปฏิรูปท่านไม่ต้องการให้เปึนกระดาษ ที่เปึนแผนนิ่งและท่าน สปช. อ่อนอุษา ลําเลียงพล ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้ตอบโจทย์ว่า มันจะมีการเผยแพร่ มันจะไม่หยุดอยู่เฉย ๆ ก็เผยแพร่เพื่อให้รับรู้ตื่นรู้ทั่วกัน แต่ดิฉันวาดภาพ ไว้ว่าทําอย่างไ รจะต้องให้เปึนไปในทางปฏิบัติเพราะว่าหลายคนเราเคยคุยกันใน สปช. ว่าสิ่งที่เราส่งไปนี่เขาจะใช้ไหม สภาขับเคลื่อนชุดใหม่ขึ้นมาจะไปตบแต่งหรือเปลี่ยนแปลงใหม่

หรือเปล่า ดิฉันคิดว่าผู้ที่จะทําให้แผนของเราไม่ทําให้ห่อกระดาษผูกโบที่เราส่งให้ในวันที่ ๑๓ สิงหาคมเปึนห่อเฉย ๆ ก็คือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปและความปรองดองที่จะทําหน้าที่นี้ ดิฉันจึงอยากจะเสนอให้เราน่าจะทํา กรอบแผนบูรณาการในทางปฏิบัติ จัดเปึนโครงสร้างการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปนี้ให้เปึนกลไก การขับเคลื่อนที่จะส่งต่อ เพราะกลไกการทํางานแบบสภานี่มันไม่เพียงพอค่ะ ในทางปฏิบัติ จะทําอย่างไร เช่น เราอาจจะเสนอการตั้งคณะทํางานชุดต่าง ๆ จนครบ ๑๘ ประเด็น วางแผนการทํางานว่าจะเริ่มต้นตรงไหนก่อนหลังอย่างไร จะต้องประสานกับหน่วยงาน อะไร ใด ๆ บ้าง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนอะไรก็แล้วแต่นะคะ ดิฉันคิดว่าเราทําไว้ส่งไปนี่รัฐบาล หรือว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะเกิดขึ้นเขาจะใช้ของเราหรือเปล่า หรือไม่ ก็ไม่เปึนไร แต่เราทําเปึนเสมือนไกด์ไลน์ (Guideline) หรือว่าแนวทางไปให้เปึนลักษณะ ของการอิมพลีเมนต์ (Implement) แผนในทางปฏิบัตินี่นะคะ ในด้านการสื่อสาร ที่ท่าน สปช. อ่อนอุษา ลําเลียงพล กล่าวถึงสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์เสียงปฏิรูปดอทคอม ที่อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการสื่อสารภายในและการเสริมสร้างภาพลักษณ์ สปช. ของคณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปจัดทําขึ้นนั้น

ดิฉันก็กําลังคิดว่าจะเสนอคณะกรรมาธิการของเราอยู่ว่าจะขอปรึกษากับทางสํานักงาน สภาปฏิรูปแห่งชาตินี้นะคะว่าเราจะขอมอบส่งต่องานชิ้นนี้ไปให้กับทางสภา เพื่อให้เสียงปฏิรูปออนไลน์นั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจากไปพร้อมพวกเรานะคะ ซึ่งจะต้อง จากสภานี้ไปแล้ว แต่ว่าขอฝากเสียงปฏิรูปออนไลน์ไว้เพื่อทํางานต่อ เปึนการทําให้เรื่องของ แผนปฏิรูปหรืองานปฏิรูปที่เราทํานี้ยังคงสืบต่อไป แต่ว่าดิฉันเรียนว่าสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เสียงปฏิรูปดอทคอมก็ไม่ได้เสนอเฉพาะข่าวเรื่องราวของสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ เราเสนอ แม่น้ํา ๕ สายค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็คงจะต้องปรึกษากันต่อไปว่าจะดําเนินการในทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งดิฉันก็ยินดีที่จะฝากให้เสียงปฏิรูปดอทคอมนี้เปึนเครื่องมือสื่อสารอย่างหนึ่งของสภาต่อไป เพราะว่าเสียงปฏิรูปออนไลน์นั้นเปึนสื่อสังคมออนไลน์แห่งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย ที่ภูมิใจเสนอก็นับว่าเปึนวินวิน (Win Win) กันทั้ง ๒ ฝ์าย ขอฝากด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขอความกรุณาว่าท่านรักษาเวลานะคะ ดิฉันเปึนคนที่ไม่นิยม ที่จะขัดท่านในขณะที่ท่านอภิปรายเพื่อให้สาระของท่านอยู่ในกรอบ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับท่านภัทรียานะคะ แต่ว่าขอเรียนเตือนไว้ก่อนว่าวันนี้เรามีวาระที่จะต้องคุยแล้วก็ อาจจะยาวมากนะคะ แต่ก่อนที่จะไปในลําดับถัดไป ดิฉันจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบชี้แจงในบางประเด็นซึ่งท่านคิดว่าน่าจะได้ทําความเข้าใจกันก่อนนะคะ เชิญค่ะ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ ดิฉันมีคําชี้แจงเพิ่มเติมนิดหน่อยนะคะ สําหรับประเด็น ที่อาจจะมีความเข้าใจไม่ตรงนัก ที่ท่านอาจารย์สุกัญญาถามถึงเรื่องลําดับความสําคัญ ในหน้า ๘ ของเอกสารเล่มนี้นะคะ ตัวที่เขียนว่าลําดับ จริง ๆ มันเปึนเลขของวาระนะคะ ไม่ใช่ลําดับที่ ๑ มันหมายความว่า ๑. นี้คือมันเปึนวาระที่ ๑ วาระที่ ๑ ของเราคือ เรื่องการปัองกันทุจริต การปัองกันทุจริตไม่ได้เปึนลําดับที่ ๑ ค่ะ อันนี้เพื่อความเข้าใจนะคะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลายเปึนว่า ตายแล้วเรื่องแนวทางความปรองดองไปอยู่วาระที่ ๔๖ อะไรอย่างนี้นะคะ มันไม่ใช่ มันเปึนเลขของวาระเดิม ดิฉันอาจจะหาคําอื่นแทนคําว่าลําดับ ทีแรกจะเว้นว่าง ๆ ไว้เฉย ๆ อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านอลงกรณ์ พูดถึงว่าปมของการปฏิรูป คือนักบิน ท่านอลงกรณ์คะ ต้องเรียกมาฟัง เรื่องนักบินนี้พอเปรียบเทียบเปึนเครื่องบินแล้ว

อันนี้เราจะเห็นเลยว่าต่อให้น้ําหนักของข้อเสนอที่ไปเปึนเรื่องการพัฒนาระบอบการปกครอง และการเลือกตั้งมีจํานวน น้อย แต่เรื่องนักบินเปึนเรื่องสําคัญเพราะถ้าเครื่องบินตกนี่ เรื่องใหญ่ เราก็เห็นของประเทศเยอรมนีนะคะ อยู่ ๆ นักบินก็ตัดสินใจขับเครื่องบิน โหม่งโลกไปเฉย ๆ นะคะ มันเปึนเรื่องใหญ่มาก ข้อเสนอเรื่องการแก้ปัญหาของตัวนี้ เรามีนักบินจริง ๆ พลอากาศเอก เจษฎา อยู่ในทีมเราด้วยนะคะ ท่านไปค้นมาเลยนะว่า แอร์แมนชิป (Airmanship) นี้คือต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง อย่างไรนะคะ เรื่องการแก้ กฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ทั้ง พ.ร.บ. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ. ว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง แล้วก็ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา อยู่ในลําดับความสําคัญต้น ๆ ทีแรก แล้วพอเราเห็นว่าคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ คือเราได้ประสานกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าเขาจะออก พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญอะไรบ้าง ปรากฏว่า ๓ อันนี้มันจะไปอยู่ที่โน่นแล้ว เราก็เลย เอาโควตานี้ออก ๒๐ ฉบับมันจะได้ให้คนอื่นเขาเข้ามาได้ด้วยนะคะ พูดง่าย ๆ ว่าจริง ๆ เรามี ๒๐ ฉบับ แล้วก็บวกกับของยกร่างรัฐธรรมนูญอีกเท่าไรนะคะคุณกอบศักดิ์

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการ

๑๒ ฉบับ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมาธิการ

๑๒-๑๓ ฉบับประมาณนั้น ที่เปึนตัวหลัก ๆ ที่จะต้องมี อันนี้ก็ขอเรียนชี้แจงนะคะ

ส่วนประเด็นเรื่องการศึกษาที่พูดถึงการถ่ายโอนโรงเรียนทั้งหมดให้ท้องถิ่นดูแล เดี๋ยวจะให้ อาจารย์อมรวิชช์ ที่จริงเรามีทีมสังเคราะห์ที่มาจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ๒ ท่านคือทั้งคุณเขมทัตแล้วก็ดอกเตอร์อมรวิชช์ แต่ว่าเรียนอย่างนี้ ว่าห ลายเรื่องที่มันไม่เห็นอยู่ แล้วมาปรากฏเปึนเพราะว่าเราต้องเขียนไทม์เฟรม (Timeframe) ว่าอีก ๑๗ ป้ข้างหน้า น่าจะเห็นอะไร พยายามทําให้เปึนรูปธรรมที่สุด จับต้องได้มากที่สุด เพราะถ้ามันไม่ชัดมันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น เช่นบอกโอนโรงเรียนให้อะไร อย่างนี้ หรือว่าพูดถึง เรื่องรายได้อย่างนี้ รายได้ควรจะเปึนเท่าไร ภายในป้ ๒๕๗๕ ทีนี้รายงานของคณะกรรมาธิการแทบทุกชุดไม่ได้เบรกช่วงป้พวกนี้ หรือว่าบางทีคิดอยู่แค่ ๔-๕ ป้แรก เพราะฉะนั้นก็เปึนอีกสิ่งหนึ่งที่ คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็ต้องมาระดมสมองแล้วก็ช่วยกันถามว่าใช่ไหม อันนี้น่าจะ เปึนอย่างไร แต่ดิฉันเข้าใจว่าประเด็นเรื่องคําว่าท้องถิ่นต้องมีคําอธิบาย มันไม่ใช่ท้องถิ่น ที่แปลว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าเดี๋ยวให้อาจารย์อมรวิชช์อธิบาย เพราะฉะนั้น ส่วนที่เปึนเรื่องของการตั้งเปัาหมายนั้นก็เปึนส่วนที่จะต้องมาช่วยกั นคิด อย่างไรก็ตาม สําหรับส่วนที่เปึนแก้ข้อเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เรายังรับได้ถึงประมาณน่าจะ สัปดาห์หน้า เพราะดิฉันยังพยายามปรับให้มันได้ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุดอยู่ ถ้าหากว่าท่านใดจะมีข้อคิดเห็นว่า ควรจะมีการปรับเพิ่มเติมได้เล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ยังทําได้นะคะ ก็ยินดีค่ะ เดี๋ยวขออนุญาต ให้อาจารย์อมรวิชช์ได้ชี้แจงประเด็นเรื่องโรงเรียนนิดหนึ่งค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ กรรมการ

กราบขอบคุณครับท่านประธาน ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ สปช. ด้านการศึกษา ประเด็นที่ท่านธวัชชัยได้ทักขึ้นมา เรื่องการถ่ายโอนโรงเรียนประถมศึกษาประจําตําบล หรือว่า กศน. ไปให้ท้องถิ่นดูแล ตรงนี้ อย่างที่ท่านประธานได้ชี้แจงเรื่องนี้มันเปึนการตั้งเปัาหมายให้มีความคมชัด แล้วในระยะ ๑๗ ป้ข้างหน้ามันเปึนสิ่งที่เราต้องเดินไป อยากเรียนว่าในกระบวนการที่ทําเรื่องนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้ขัดกับเจตนารมณ์ของรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในส่วนของเรื่องสถานะของโรงเรียนในอนาคต ๑๗ ป้ข้างหน้าเราคงไม่ได้ คิดว่าโรงเรียนไปอยู่สังกัดใคร จะเปึนท้องถิ่น หรือรัฐ หรือเอกชนก็แล้วแต่ เราคิดว่าโรงเรียน

น่าจะเปึนโรงเรียนที่มีอิสระ เปึนสถานศึกษาที่มีความเปึนนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ เหมือนสถานศึกษาในกํากับที่สามารถ ดูแลตนเองได้เรื่องหลักสูตร เรื่องการเงิน เรื่องการบรรจุครู การสอบวัดผลต่าง ๆ ประเด็นที่ ๒ คิดว่าคงไม่ได้ขัดในเจตนารมณ์ในเรื่อง ที่คําว่าให้ท้องถิ่นดูแล ผมคิดว่าตรงนี้คงต้องไปขยายความก็คงไม่ได้หมายถึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แต่หมายถึงองค์กรหลายรูปแบบ จะเปึนวิสาหกิจชุมชน จะเปึนองค์กรรูปแบบ ต่าง ๆ ที่อยู่ในท้องถิ่น เปัาหมายคือเรื่องของแอเรียเบส ด์ เอดดูเคชัน (Area-based education) เราอยากเขียนตรงนี้ให้สะท้อนเรื่องว่า ในอนาคตเรื่องการจัดการศึกษา มันควรจะเปึนการจัดการเชิงพื้นที่ แล้วหน่วยงานในพื้นที่ในท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนดูแล กํากับ สนับสนุน ให้สถานศึกษามีคุณภาพดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของท่านธวัชชัยก็เปึน ประโยชน์ครับ ในเวลาที่ท่านประธานบอกว่าเรามีประมาณ ๑ สัปดาห์ หลายเรื่องจะไป ขยายความให้มันชัดเจนแล้วก็สอดคล้องกับเจตนารมณ์อย่างที่ท่านธวัชชัยได้ตั้งข้อสังเกต ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 🔗

ขอบพระคุณนะคะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ก่อนอื่นก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อผู้ที่เสียชีวิต แล้วก็ดิฉั นเองก็มีข้อเสนอเล็ก ๆ ไปถึงรัฐบาลว่า ขอให้ช่วยสนับสนุน การเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกรายเปึนอย่างดี แล้วก็ดิฉันคิดว่าเราควรจะยืน เรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตไม่ว่าเปึนใครก็ตาม ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะแสดงความเห็น ต่อรายงาน ก่อนอื่นดิฉันก็ชื่นชมคณะกรร มการที่ทํางานอย่างหนัก แล้วก็ภายใต้ระยะเวลา ที่สั้น ทั้งกรรมการทุกท่าน ท่านรองประธานทัศนา

ท่านประธานเทียนฉายก็ชื่นชมต่อการนําเสนอ ผลงานเปึนอย่างดี และรวมทั้งรายงาน ทั้งหมดด้วย ดิฉันก็สนับสนุนนะคะว่าการปฏิรูปถ้าเราเทียบเคียงกับเครื่องบินก็เหมือนอย่างที่ หลายท่านพูด แต่ดิฉันคิดว่าประสบการณ์นกแอร์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นนะคะว่า แม้กระทั่งระบบข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ก่อนที่เราจะขึ้นเครื่องบินก็ส่ งผลต่อการบิน ของเครื่องบิน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่นักการเมือง หรือไม่ใช่แค่คนที่จะขับเครื่องบิน แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์คุณไม่สามารถทํางานได้ วันนั้นเรียกว่ารวนไปทั้งวันนะคะ จนกระทั่ง ทุกคนได้ขึ้นเครื่องบินฟรี รีบไปใช้สิทธิกันด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการป ฏิรูป ถ้าเราเทียบเคียงกับเครื่องบินดิฉันก็ อยากเห็นการถ่วงดุลของเครื่องบิน ที่ดี เราจะเห็นว่า ตลอดหลายสิบป้ที่ผ่านมาเราเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วก็อาจจะเปึนครั้งนี้ที่เราเน้น เรื่องการขจัด เรียกว่าความเหลื่อมล้ํา เราใช้คําว่าขจัดความเหลื่อมล้ํานะคะ ไม่ใช่ลด ซึ่งดิฉัน คิดว่านี่มีความหมายมากต่อการปฏิรูปในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็อยากเห็น เรียกว่า ความเชื่อมโยงข้อเสนอการปฏิรูปที่สะท้อนการขจัดความเหลื่อมล้ําที่ชัดเจน แล้วก็เปึน ทิศทางนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเครื่องบินบินไม่ได้แน่นอน เราบินมานานมากแล้ว เราก็เห็น ว่าเครื่องบินเรามีปัญหาตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ จะเห็นว่า แผนและขั้นตอนที่เราเสนออาจจะไม่ได้ครบถ้วนทั้ง ๑๘ ประเด็น ซึ่งน่าจะเปึนประเด็นที่ สําคัญทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นว่าเปัาหมายการปฏิรูปเศรษฐกิจ จะเห็นชัด เราเห็นตรงกันว่าอย่างน้อยเราต้องเปึนประเทศที่ก้าวข้ามพ้นประเทศกําลังพัฒนาแต่พอมา เรื่องการลดความเหลื่อมล้ําด้านสังคมจะเห็นว่าข้อเสนอเราวีค (Weak) มากนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าก็น่าจะนําข้อเสนอ ทุกส่วน อย่างน้อย ๓-๔ ส่วนที่สําคัญ รวมทั้งข้อเสนอ เรื่องการปฏิรูปสื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปในแผน และขั้นตอนด้านสังคม ด้านทรัพยากรนะคะ เพราะฉะนั้นเพื่อจะให้เห็นว่ามันไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะคะ รวมทั้งดิฉันเองก็อาจจะอยู่ ในที่ประชุมค่อนข้างมาก ดิฉันไม่แน่ใจว่า ๒๐ กฎหมายในหน้า ๒๓ เปึน ๒๐ กฎหมาย ที่เราพูดถึงหรือว่า ๒๐ กฎหมายนี้มาจากไหน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เองก็อยากให้ยึด ๓๑ ข้อเสนอหลัก แล้วก็รวมทั้งประเด็นคานงัดด้วย และดิฉันคิดว่าจริง ๆ การวิเคราะห์ ที่หลายคนอาจจะพูดถึงไปแล้วบ้างนะคะ ที่บอกว่าการวิเคราะห์ในหน้า ๘ หน้า ๙ อย่างเช่น ดิฉันคิดว่าเรื่องที่สําคัญ เรื่องการปฏิรูปที่ดินและการจัดการที่ดิน เราไม่มีประเด็นข้อเสนอ เพื่อการปฏิรูป ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนประเด็นหลัก ที่สําคัญ ซึ่งกรรมาธิการบอกว่า

ที่ไม่มีเพราะว่าไม่มีรีเลชัน (Relation) กับเรื่องอื่น ๔ ด้าน ซึ่งดิฉันคิดว่าการปฏิรูปที่ดินและ การจัดการที่ดินเปึนไปได้อย่างไรที่เราไม่มีรีเลชันกับด้านอื่น ๔ ด้านจากกรอบของ การวิเคราะห์ซึ่งยึดเรื่องการปรับกลไกภาครัฐ การพัฒนาระบบการปกครองและการเลือกตั้ง การบังคับใช้กฎหมาย การลดความเหลื่อมล้ํา การแก้ไขทุจริตคอร์รัปชัน เศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพคนและพลเมือง ดิฉันคิดว่าการปฏิรูปที่ดิน นี่อย่างน้อยหรือแม้กระทั่ง ระบบรองรับความเสี่ยงใหม่ ถ้าดิฉันวิเคราะห์เองอย่างน้อยการปฏิรูปที่ดินเกี่ยวข้องกับ ๖ เรื่อง เพราะฉะนั้นเปึนไปไม่ได้ที่การปฏิรูปที่ดินเ ราไม่มีข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ แล้วก็เช่นเดียวกันในข้อเสนอ ขออภัยนะคะท่านประธาน เนื่องจากว่า ดิฉันมีข้อเสนอที่บางส่วนอาจจะเปึนเรื่อ งความถูกต้องของข้อมูลด้วย หรืออย่างเช่น ถ้ามันมองดูในส่วนเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะเห็นว่า อย่างเช่นเราพูดเรื่องการคุ้มครอง ผู้บริโภค พูดเรื่องการออกกฎหมายใหม่ การแก้ไขกฎหมายเก่า

แต่ว่าเวลาเราวิเคราะห์นี่เราวิเคราะห์ตัวหัวแต่เราไม่ได้วิเคราะห์รีเลชัน อย่างเช่นสมมุติว่า เราพูดถึงเรื่องกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันคิดว่านี่คือ การปรับกลไกภาครัฐ ถูกไหมคะ อันนี้คือการบังคับใช้กฎหมายเพราะหน่วยองค์กรนี้จะมา ทําหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบการคุ้มครองผู้บริโภค ลดความเหลื่อมล้ําชัดเจน เพราะเพิ่มอํานาจต่อรองให้ผู้บริโภค ช่วยแก้ไขเรื่องทุจริตคอร์รัปชันด้วย เพราะถ้าผู้บริโภค ใส่ใจสนใจเรื่องสิทธิของตนเองย่อมตรวจสอบสังคม เพิ่มคุณภาพคนแน่นอนถ้าคุณเท่าทัน ไม่ถูกหลอก ถ้าเปึนคนจนก็ฌาปนกิจ ถ้าคนรวยก็แชร์ลูกโซ่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่มันเปึน การรองรับแน่นอน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการวิเคราะห์นี่ยึดหัวอย่างเดียวแต่ว่าไม่ได้ดูว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มันเปึนเรื่องตาม ๗ ด้านนั้นในแต่ละประเด็นย่อยไหม ดิฉันก็อยากเห็นว่า กรรมการช่วยกรุณาทําให้สอดคล้องแล้วก็มีประเด็นที่อาจจะซ้ําซ้อนนิดหน่อยนะคะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านคงพอแล้วค่ะ ท่านคงสรุปได้เลยค่ะ ไม่อย่างนั้นท่านก็คงอาจจะต้องเขียนเปึนเอกสาร

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

เดี๋ยวดิฉันจะเขียนเปึนเอกสารด้วยก็คือหน้า ๒๓ ก็มีความซ้ําซ้อนคือ พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชํารุดบกพร่องในสัญญาซื้อขาย เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเราไม่ได้ทํากฎหมายฉบับนี้นะคะ จริง ๆ คือ พ.ร.บ. องค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ที่เปึนการดําเนินการ ซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่องความถูกต้องของข้อมูล แล้วก็ อีกประเด็นหนึ่งซึ่งดิฉันคิดว่าทางกรรมาธิการได้ปรับแก้วันที่นําเสนอไปแล้วในเพาเวอร์พอยต์ ในเอกสาร ง ก็รบกวนให้ทางท่านกรรมาธิการใช้เอกสารชิ้นใหม่ที่ทางท่านอาจารย์สีลาภรณ์ ได้กรุณาปรับแก้ไปแล้วเอกสารนําเสนอบทสังเคราะห์ในสไลด์สุดท้าย แต่จริง ๆ ยังมีเรื่อง หลายประเด็น

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านเขียนเปึนเอกสาร ท่านสารีเขียนเปึนเอกสารนะคะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณมากท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านกรุณารักษาเวลานะคะ เพราะว่าอย่างที่เรียนค่ะดิฉันจะพูดแทรกท่าน น้อยมาก แต่ว่าขอให้ท่านตระหนักก็แล้วกันว่าวันนี้จะมีวาระที่จะต้องคุยกันเยอะมาก ต่อไป ขอเชิญท่านสมเกียรติ ชอบผล ค่ะ

นายสมเกียรติ ชอบผล

ขอบคุณท่านประธาน ผม สมเกียรติ ชอบผล ผมมีประเด็นสั้น ๆ ประเด็นเล็ก ๆ อยู่ ๒-๓ เรื่อง ก็ต้องขออภัยเพราะว่าการวิจารณ์นี่มันง่าย แต่ว่าท่านทํางานยากลําบาก แต่ผมคิดว่าอาจจะเปึนข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์ ประเด็นแรก ในหน้า ๒ ง พีระมิดแรกก็เห็นด้วยกับท่านสารีว่าด้าน สังคมมันดูจะไม่ค่อยเด่นชัดมากนัก ผมไม่ลงรายเอียดเพราะคุณสารีพูดไปแล้ว ประเด็นที่ ๒ ถ้าไปดูในหน้า ๑๘ เรื่องการนําเสนอ รูปแบบยังค่อนข้างไม่ค่อยจะเหมือนกันจะแตกต่างถ้าคนอ่านในมิติของการนําไปสู่การปฏิบัติ แล้วก็ความชัดเจนของเนื้อหาสาระผมเข้าใจว่ามันอาจจะมีปัญหาอา จจะต้องทํารูปแบบ การนําเสนอให้เหมือนกัน อย่างการปฏิรูปภาคเกษตรนี่เปึนขั้นตอนการปฏิรูป แต่การปฏิรูป การศึกษาเปึนประเด็นการปฏิรูปอะไรประมาณนี้นะครับ ถ้าทําให้เปึนรูปแบบเดียวกัน มันเข้าใจง่าย ทีนี้ผมดูใน ๒-๓ มิติในการวิเคราะห์ของการศึกษาในหน้า ๑๘ เปัาหมาย ปลายทางของเรานี่คือผลสัมฤทธิ์ แต่ว่าในประเด็นปฏิรูปมันก็โอเคโดยรวม ๆ นี่เราทํา ๓ เรื่อง เรื่องระบบการจัดการศึกษา เรื่องงบประมาณ เรื่องทรัพยากร แล้วก็เรื่องวิธีการ เรียนรู้ แต่ว่าถ้าให้มันชัดเจนมันมีคีย์เวิร์ด (Keyword) หลาย ๆ คํา มีคําหลักที่มันจะ ตอบสนองต่อเรื่องนี้เ ช่น เรื่องคุณภาพของครู หรือการเรียนรู้ที่การใช้สื่อมวลชนที่เปึน โรงเรียนของสังคมซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ที่จะเข้ามาทดแทนพวกที่เราพูดกันในกรรมาธิการ การศึกษาให้มันเห็นมิติใหม่ ๆ ว่าในการปฏิรูปครั้งนี้เราต้องการทางสื่อมวลชนเข้ามา มีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมอะไรต่าง ๆ อันนี้ผมเข้าใจว่ามันก็จะทําให้ เปัาหมายและขยายเปัาหมายว่าประเด็นการปฏิรูปนี่มันตอบสนองต่อเปัาหมายของ คุณภาพการศึกษา

คือถ้าเขียนไว้อย่างนี้บางทีมันก็ไม่บอก คนอ่านก็อาจจะตีความตามว่าเราทําอะไรก็ไม่ตรง อีกมิติหนึ่งที่ผมดูนี่ ถ้าเราเขียนอย่างนี้ พอเราไปดูปฐมวัยคือการศึกษามันมีระดับ ประเภท พอดูการศึกษาปฐมวัยนี่ประเด็นการปฏิรูปนี่มันก็ไม่มีตร งไหนที่ไปตอบ หรืออุดมศึกษา ที่มันจะสร้างองค์ความรู้หรือไปทําอะไรขึ้นมานี่ เพราะฉะนั้นความเห็นของผมนี่มันอาจจะ ต้องเขียนคําหลัก ๆ อย่างอาชีวศึกษานี่ที่มันอาจจะต้องสร้างทักษะใหม่หรือรูปแบบการจัด ที่ร่วมกับภาคเอกชนอะไรประมาณนี้ ให้คนที่ไปปฏิบัติเขาได้เห็นภาพที่ชัดขึ้นนี่ก็น่าจะเปึน ประโยชน์ในมิติของเรื่องระดับประเภท แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็คือการเขียนนี่บางทีก็อาจจะเปึน ปัญหาที่คุณธวัชชัยว่า เราบอกว่าเราจะโอนไปให้ท้องถิ่น ขณะเดียวกันเราบอกว่าให้โรงเรียน เปึนนิติบุคคลที่สมบูรณ์นี่ การถ่ายโอนโรงเรียนไปให้ท้องถิ่นนี่ โรงเรียนที่อยู่กับท้องถิ่นนี่ มันไม่ได้เปึนนิติบุคคลโดยสมบูรณ์โดยปฏิบัติที่เปึนอยู่ เพราะว่าท้องถิ่นมันคือตัวนิติบุคคล อย่าง อบต. หรือ อบจ. นี่ ตรงนั้นเขาเปึนนิติบุคคลแต่โรงเรียนไม่ได้เปึน พอไปอยู่ มันก็ถูกจัดการแทน ตรงนี้กลไกหรือวิธีการมันอาจจะต้องมีการอธิบาย แต่ผมเห็นด้วยว่า ถ้าเราเขียนว่าให้โรงเรียนเปึนนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ มีอิสระในการจัดนี่มันก็จะทําให้ ภาพการทํางานแล้วไม่มีปัญหาในเรื่องของการตีความหรือการประท้วงอะไรต่าง ๆ ก็น่าจะ เปึนประโยชน์นะครับ ก็ต้องขอบคุณคณะที่ได้ทํามาจนเปึนรูปเปึนร่างที่ชัดเจน แล้วก็นําไปสู่ การปฏิบัติที่เกิดประโยชน์ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอรพินท์ สพโชคชัย ค่ะ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดิฉันก็ต้อง ขออนุญาตชื่นชมที่ท่านกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ทํางาน จริง ๆ แล้วงานการสังเคราะห์หลาย ๆ เรื่องที่ทาง สปช. เราได้ทํานั้นเปึนงานที่ มีความยากลําบากแล้วก็ต้องร้อยเรื่องต่าง ๆ ที่มีความละเอียดเข้าด้วยกันให้เปึนเรื่อง ที่มีความเข้าใจได้ง่าย ดิฉันมีข้อเสนอแนะ ๒-๓ ประการที่จะทําให้รายงานฉบับนี้นั้น เปึนรายงานที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น และหวังว่าท่านกรรมการคงจะรับข้อเสนอแนะนําไปสู่ การปรับปรุง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะคะ ดิฉันอ่านรายงานฉบับนี้ด้วยความยากลําบากมาก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วดิฉันเปึนคนหนึ่งในกรรมาธิการที่มีส่วนร่วมในการที่จะมีข้อเสนอแนะ

ในหลาย ๆ ส่วน ประเด็นก็คือว่ารายงานฉบับนี้ต้องการสื่อสารให้สังคมหรือว่าคนที่ไม่ ได้ อยู่ใน สปช. ได้ทราบว่าเราทําอะไรบ้าง เราเสนออะไร เราเสนอแนวทางการปฏิรูปเรื่องอะไร เสนอเรื่องของการที่จะนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร เอกสารนี้ตอบคําถามเหล่านี้ได้ไม่ชัดเจน มากนัก มีการนําข้อมูลต่าง ๆ มาร้อยเรียง แล้วสิ่งที่ดิฉันคิดว่าเปึนจุดอ่อนของเอกสารฉบับนี้ ตามความเห็นดิฉัน เอกสารฉบับนี้ไม่สามารถจะอธิบายตัวเองได้ การทําเอกสารที่ดีนั้น จะต้องเปึนเอกสารที่เมื่อวางอยู่แล้วนี่ ผู้อ่านไม่ว่าจะมีส่วนร่วมหรือไม่มีส่วนร่วม หรือประชาชนทั่วไป หรือผู้ปฏิบัติในหน่วยงานนั้น เมื่อหยิบเอกสารมาอ่านแล้วจะมีความเข้าใจ ดิฉันมีข้อ เสนอแนะ ๒-๓ ประเด็นนะคะ ประเด็นแรกก็คือว่าในหน้า ๑ ถึงหน้า ๒๓ ที่เปึนบทที่รายงานนั้นควรจะมีการพูดโยงถึงสิ่งที่เรียกว่าตารางต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้ได้ทํา ตารางไว้ ๒ หน้า ในตาราง ๒ หน้านั้นไม่มีคําอธิบาย การเขียนเอกสารที่ดีนั้นจะต้องอธิบาย ตารางและชาร์ต (Chart) หรือว่าตารางต่าง ๆ ที่อยู่ในเอกสาร เราอาจจะเข้าใจเพราะว่า ท่านกรรมการนั้นมาเล่าให้เราฟัง

แต่ว่าเมื่อเอกสารที่ออกไปแล้วถามว่าท่านอื่นที่ เปึนคนภายนอกอ่านนั้นจะเข้าใจหรือไม่ ดิฉันก็มีความเปึนห่วงว่าการเข้าใจนั้นคงเข้าใจยาก มีการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษหลายตัว ซึ่งดิฉันคิดว่าศัพท์หลายตัวนั้นสามารถมีคําแปลเปึนภาษาไทยแล้ว แต่ว่าในเอกสารฉบับนี้ ก็ยังเลือกที่จะใช้คําภาษาอังกฤษหลายตัว แล้วก็มีหลายคําที่ เขียนขึ้นมาแล้วไม่ทราบว่า หมายความว่าอะไรนะคะ แล้วก็ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าอันนี้ยึดโยงกับรายงานปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการชุดไหน อย่างเช่นคําว่าเมกะซิตี (Megacity) ท่านจะปฏิรูปเรื่องเกี่ยวกับ เมืองใหญ่หรืออย่างไร หรือตั้งเมืองใหม่ อะไรต่าง ๆ ดิฉันไม่แน่ใจว่าตรงนี้โยงไ ปไหน เพราะฉะนั้นแนวทางการปรับปรุงดิฉันคิดว่าเรื่องไหนที่ท่านดึงสรุปมาจากเอกสารของ คณะกรรมาธิการชุดใดควรจะต้องมีการยึดโยงให้เห็นว่าดูรายละเอียดในเอกสาร ฉบับต่าง ๆ นั้น อันนี้เปึนข้อที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญมาก แล้วก็ยังมีข้อปลีกย่อย อย่างเช่น ในภาคผนวกต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการอธิบายเชื่อมโยงจากรายงานในหน้า ๑ ถึงหน้า ๒๓ ดิฉันคิดว่าเอกสารที่ดีเมื่อท่านเอาภาคผนวกมาใส่นั้นจะต้องมีการอธิบาย บางส่วนถูกอธิบาย อย่างเช่นเพาเวอร์พอยต์ ภาพของเพาเวอร์พอยต์บางส่วนนั้นอธิบายได้นะคะ ในส่วนของ ภาคผนวก ข ที่พูดถึงเรื่องของตารางที่เปึนเมทริกซ์อันนั้นเปึนเมทริกซ์ที่อ่าน ๒ คอลัมน์แรก ก็อ่านพอเข้าใจนะคะ แต่พอมาถึงคอลัมน์ที่แบ่งเปึน ๘ กลุ่มนั้น ตัวเลขที่ท่านใส่ ๑ ๒๓ ๒๘ อะไรต่าง ๆ นั้นไม่มีคําอธิบายว่าหมายความว่าอะไร ดิฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ามันหมายความว่า อะไร ก็พยายามจะตีความ เพราะฉะนั้นการอ่านเอกสารที่จะต้องตีความนั้นดิฉันคิดว่า ก็จะเปึนเอกสารที่ล่อแหลมและอันตรายพอสมควร ในการใช้คําในตารางเมทริกซ์นั้น จริง ๆ แล้วตัวหัวตารางนั้นก็ใช้ภาษาไทยหมด ยกเว้นในคอลัมน์ที่ ๓ ที่เขียนว่าเอาต์พุต (Output) แต่ว่าถ้าท่านจะใช้คําว่าเอำต์พุตนั้นควรจะมีเอส (S) ด้วยนะคะ เพราะว่ามันมี เอาต์พุตหลายอัน ไม่ใช่เอาต์พุตอันเดียว แต่ดิฉันขอแนะนําว่าเปลี่ยนเปึนภาษาไทยแล้วกัน นะคะ ดิฉันก็มีข้อเสนอแนะแล้วก็หวังว่าท่านคงจะนําไปปรับปรุง ดิฉันก็มีความเปึนห่วงว่า หลายท่านถ้าอ่านแล้วอาจจะไม่เข้าใจค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันมีรายนามอยู่ในขณะนี้นะคะ มีท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ท่านหาญณรงค์ เยาวเลิศ ท่านนิมิต

สิทธิไตรย์ ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ณรงค์ พุทธิชีวิน แล้วก็ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิก สปช. ทุกท่าน ของผมคงสั้น ๆ แล้วก็อยู่ในเวลานะครับ อย่างแรกสุด ผมคงไม่ลงไปในดีเทล (Detail) เพราะผมมั่นใจว่าหลายต่อหลายท่านก็คงจะพูดถึงดีเทล และถ้าเกิดดีเทลมีอะไรผิดพลาดนิดหน่อยเราก็ค่อยมาส่งเอกสารกันภายหลัง ผมอยากให้ มองภาพรวม เพราะว่าผมเข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ จะใช้สําหรับการนําเสนอภาพรวม ของพวกเรา อย่างแรกสุดจริง ๆ ภาพที่ผมชอบก็คล้าย ๆ ท่านอลงกรณ์ละครับ คือเครื่องบิน แต่จริง ๆ พูดไปพูดมาผมก็ต้องบอกว่าเครื่องบินถ้าเกิดมีพาร์ต (Part) ที่มันเสียหายนี่มันเปลี่ยนเปึนพาร์ต ๆ ได้ ยุคนี้เราเลิกพูดถึงฟ่สิกส์แบบนิวตัน (Newton) แต่เราเปึนแบบควอนตัม (Quantum) หมายถึงว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่ใช่เครื่องบิน เปึนสิ่งมีชีวิต อาจจะเปึนนก อาจจะเปึนอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ละอย่างเชื่อมต่อกัน แก้ทีละพาร์ตนี่เอามารวมกันเราไม่สามารถจะแก้นกไปได้ทีละพาร์ต แต่ในเมื่อเปึนเครื่องบิน เรามองในรูปแบบของเครื่องบินซึ่งเปึนซิสเตม (System) ที่ค่อนข้างแข็งเราก็ลองดูกันนะครับ เครื่องบินลํานี้แน่นอนว่ามันมีปัญหา ปัญหาที่ผมเขียนอยู่ตั้งแต่ต้นแล้วก็เขียนมานานแล้ว ก็คือว่าเดิมทีถ้าเราย้อนไป ๒๐ ป้ก่อน พูดกันตามตรงคําถามก็คือว่าการเมืองเราดีกว่า ตอนนี้มากไหม มันก็ไม่ได้ดี เราก็ไม่ได้มีนักบินที่ดีกว่าตอนนี้มาก ไม่ใช่หมายความว่าเราเปึน ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมาตลอด จริง ๆ แล้วในอดีตเราก็มีปัญหา หมายความว่า นักบินเราก็มีปัญหา ตอนนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องนักบินตีกันหนักหน่อย เพียงแต่ว่าจริง ๆ แล้ว การเมืองก็เปึนส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเกิดถามว่าที่ทําให้เครื่องบินลํานี้บินมาได้จนถึงตอนนี้คืออะไร

มันไม่ใช่นักบินเก่งในอดีต นักบินเก่งโดนไล่ลงหมดเหลือแต่นักบินที่ไม่ค่อยเก่งแล้วตีกัน ไม่ใช่ ปัญหาที่สําคั ญที่สุดก็คือว่าเครื่องบินลํานี้บินมา ๕๐ ป้ตั้งแต่แผน การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ มาด้วยเชื้อเพลิงผมบอกได้เลย ลงมาด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลัก ๆ เลยเราจับปลาไปสร้างถนน เราตัดป์าไปสร้างสนามบิน เราทําอย่างนั้นมาตลอด ๕๐ ป้ เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือว่าทุกประเทศเริ่มต้นอย่างนั้นเหมือนกันหมด ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกแห่ง ยุโรปเหมือนกันหมดใช้ทรัพยากรอย่างฟุ์มเฟ๋อยในตอนแรก แต่ในระหว่างนั้นเขาพัฒนาคนขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อถึงเวลาที่ทรัพยากรเขาเริ่มถึงขีดจํากัดคน เขาก็ขึ้นมารับพอดีก็เปลี่ยนกลายเปึนทรัพยากรมนุษย์ แต่ปัญหาของประเทศไทยอยู่ตรงนี้ ก็คือว่าเราใช้เชื้อเพลิงของเราไม่ว่าจะเปึนทรัพยากรป์าไม้ ทะเล หรือแม้กระทั่ง พลังงานของเราเราใช้ไปเรื่อย ๆ ขณะที่มันก็ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ แต่เรากลับไม่ได้พัฒนาอย่างอื่น ของเครื่องบินลํานี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็เลยมาถึงจุดพลิกผันที่มีความสําคัญอย่างยิ่งก็คือ เครื่องบินเราจะไม่มีเชื้อเพลิงบิน ขณะที่เครื่องบินของเราก็ยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูง เรื่องอื่น ๆ อีกมาก มันเปึนจุดที่ต้องชี้ให้เห็นชัด ว่าตรงนี้คือจุดพลิกผัน ที่ผ่านมาเรามันมี น้ํามัน ใครขึ้นมาถ้าเกิดตัดป์าขายได้มันก็ยังขายได้ ขนของจับปลาขายได้ หาท่องเที่ยว ถล่มทะเล หาเงินได้เศรษฐกิจมันก็ยังไปได้ แต่ตอนนี้เชื้อเพลิงมันกําลังจะหมด เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนจุดสําคัญก็คือว่า เราต้องรักษาไม่ให้เชื้อเพลิงเราร่อยหรอกว่านี้ หรือจะดัดแปลง ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นเข้ามาแทน เพราะฉะนั้นตรงส่วนของเครื่องบินลํานี้ผมให้ความสําคัญ กับเชื้อเพลิงเปึนอย่างยิ่ง เพราะเดิมทีที่ผ่านมาทั้งหมดมันบินได้เพราะเชื้อเพลิงอันนี้ละ มันไม่ได้บินด้วยอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นจากตรงนี้เรากําลังพูดถึงการพัฒนาการสื่อสารอีก ๒๐ ป้ ผมพูดตามตรงว่าอีก ๒๐ ป้เครื่องบินลํานี้ไม่ตกก็ ร่อแร่เต็มทนแล้วเพราะเราไม่มี เชื้อเพลิงไปอีก ๒๐ ป้แน่นอน เราอยู่ในจุดคริติเคิล (Critical) เชื้อเพลิงที่เรามีอยู่ ป์าที่เหลืออยู่ ทะเลที่เหลืออยู่ แหล่งท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ การทําอะไรต่าง ๆ ที่เราเหลืออยู่ ๑๐ ป้ก็เก่งแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมคิดว่าในเรื่องอื่น ๆ ที่จะมารองรับให้เครื่องบินลํานี้ บินต่อไปได้อย่างแรกสุด ๆ ก็คือต้องรักษาเชื้อเพลิงให้ไม่ลดถอยกว่านี้ อย่างที่ ๒ คือต้องเร่ง ทั้งเรื่องนักบิน เร่งทั้งผู้โดยสาร เร่งทั้งระบบบริการเอามาให้ทัน เราลองมาดูกันสิว่า ทรัพยากรเชื้อเพลิงจะบินได้อีกนานแค่ไหน นั่นคือจุดที่สําคัญที่สุดในการนําเครื่องบินลํานี้ไป แล้วผมบอกได้เลยว่าป์าเราเห็นภาพกันมา ทะเลเราเห็นภาพกันมาตอนนี้ยิ่งไหลโจ๊กรั่วแหลก

เพราะฉะนั้นตรงนั้นคือจุดที่ด่านแรก อีกจุดหนึ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นชัดก็คือเครื่องบินลํานี้ บินทางเดียวตลอด เราไม่อาจจะบินอ้อม ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเรื่องราชประสงค์ที่ผ่านมา มันเปึนกรณีอย่างนี้มาตั้งแต่สึนามิ (Tsunami) ผ่านมาหลายครั้งแล้ว เราใช้การถ่วงดุล ของการท่องเที่ยวเราก็ถ่วงอยู่อันเดียว ตอนนี้เหลือเครื่องบินอยู่เครื่องยนต์เดียวก็คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวก็ถ่วงที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว พอกรุงเทพฯ โดนตูมเราก็เปิเลย เครื่องบินนี้เอียงเลย ด้วยเหตุผลว่าเราไม่มีอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) เราไม่มีจังหวัดภูเก็ต เราไม่มีต่าง ๆ ที่เตรียมสร้าง เรามีแต่แผน ผมสรุปง่าย ๆ ก็ตามว่าอันนี้มันเปึนแผน แล้วแน่นอนว่าเราฝากความหวังกับคนอ่านทุกคน แต่คนที่ต้องฝากความหวังมากที่สุดคือเรา สปช. ซึ่งแผนพวกนี้พวกคนที่นําเอาไปดําเนินต่อไม่ใช่สภาขับเคลื่อนเท่านั้นแต่คือเรา สิ่งที่มีมากกว่าหนังสือสังเคราะห์เล่มนี้คือคน ๒๕๐ คน ๒๔๘ คนในสภาแห่งนี้ นั่นแหละ คือกลไกที่สําคัญที่สุด ตราบใดที่ต้องคิดว่าผลผลิตของสภาแห่งนี้คือเอกสาร ๑ ชุด นั่นก็คือจบ สภานี้ไม่มีความหมาย ตราบใดที่เราคิดว่าผลผลิตของสภาของเรานี้ก็คือพวกเรา และเรา คือคนที่จะนํามันไปใช้ตรงนั้นก็จะมีความหมาย ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญอาจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ ลําดับ ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช การสังเคราะห์เอกสารดังกล่าวนั้นก็เปึน สิ่งที่ยากลําบาก เพราะว่ามีเอกสารจํานวนมากกว่าจะออกมาเปึนเล่มได้อย่างนี้ ความยากลําบากอันนี้ในที่สุดก็ทําออกมาเปึนเอ กสารดังที่ปรากฏด้วยประธานกรรมการ ดอกเตอร์สีลาภรณ์และคณะ ก็ต้องขอขอบคุณแทน สปช. ทั้ง ๒๔๘ ท่าน เพราะว่าอันนี้คือ สิ่งที่ออกไปสู่สังคม

ในส่วนของเอกสารนั้นได้เสนอไว้แล้ วเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่ผ่านมาก็เปึนครั้งหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นบางส่วนก็คงจะได้พูดกันบ้างแต่ก็ไม่น่าจะให้ยาวเพราะ ว่าเรายังมีวาระ อีกพอสมควร ถ้าพูดหลายท่านคืนนี้ก็คงจะค่ําอีก แต่ก็มีนิดหน่อยไหน ๆ ก็ขอเวลาพูดแล้ว ในเรื่องของลําดับความสําคัญตรงนั้นซึ่งศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุกัญญาท่านก็บอกว่าดูแล้ว การศึกษาจมหายไปเลยนั้นดอกเตอร์สีลาภรณ์ท่านก็ได้บอกแล้วอาจจะอยู่ที่การใช้คํา เพราะมีคําว่าในส่วนของการจัดลําดับความสําคัญ พอคําว่าลําดับปัูบมันทําให้คิดว่า ๑ ๒ ๓ มีความสําคัญมากกว่า พบว่ามีข้อเสนอการปฏิรูปที่มีลําดับความสําคัญสูง เพราะฉะนั้นผมว่า ถ้าหากเราเอาคําว่าลําดับคําเดียวออกก็ไม่เปึนไร แสดงว่าทุกอย่างมีความเท่าเทียมกันหมด อาจจะใช้คําว่าในส่วนของวาระปฏิรูปที่สําคัญสูงมีดังต่อไปนี้ ใช้แค่นี้แสดงว่าทุกอย่างที่เสนอไว้นั้น ก็มีความสําคัญสูงเหมื อนกันหมด เพียงแต่เอาคําว่าลําดับออกไป เพราะการศึกษานั้น ไปอยู่ลําดับที่ ๑๖ ถ้าใช้คําว่าลําดับนะครับ ฝากกรรมาธิการได้พิจารณาในส่วนนี้นะครับ ในส่วนของเรื่องการปฏิรูปซึ่งมีในเอกสารที่กล่าวเรื่องคุณภาพคนและพลเมือง ตรงนี้ หลายท่านได้อภิปรายว่ามีความสําคัญมาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะย้ําว่าถ้าอย่างไรก็ขอให้ กรรมการดึงเอาเรื่องของการพัฒนาคุณภาพคนและพลเมืองตรงนี้ให้ชูเด่นขึ้นมา เพราะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะไปได้แค่ไหน เพียงไรก็ขึ้นอยู่กับคนทั้งสิ้น โดยเฉพาะการปูพื้นให้คน ในยุคปัจจุบันคือเยาวชนได้รับสิ่งที่ดี ได้มีความรู้ ได้มีคุณธรรม คือมีหัตถศึกษา พลศึกษา จริยศึกษา เหล่านี้เหมือนที่บรรพชนเราเคยย้ํากันนักหนา ผมก็ฝากตรงนี้ว่าเรื่องของคน สําคัญที่สุด แม้แต่ที่โตขึ้นมาเปึนผู้ใหญ่แล้วถ้าสามารถดึงเขากลับมาเปึนคนมีคุณธรรมได้อันนี้ ก็จะเปึนสิ่งที่ดีมาก ก็ขอฝากกรรมาธิการนะครับ ในส่วนเครื่องบินอันนั้นท่านก็ทําไว้ได้ น่าสนใจมีสิ่งต่าง ๆ ที่ทําให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่ข้างล่างที่ว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ ที่มีพลังสูง ซึ่งเปึนเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่หลังจากปฏิรูปแล้ว ตรงนั้นมีเรื่องของกติกาการแข่งขัน ที่เปึนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาค ปฏิรูปภาคผลิต สร้างสังคมผู้ประกอบการ ตรงนี้ผมว่าถ้าเครื่องยนต์นี้เปึนเครื่องยนต์แห่งคุณธรรมลองดูว่า จะใส่ตรงไหนได้บ้างว่าเครื่องยนต์คุณธรรมหมา ยถึงว่ามีอะไรบำงอย่างที่ถูกต้อง ดีงาม เพิ่มเข้าไป จะทําให้เครื่องบินลํานี้หรือเครื่องยนต์พลังสู งเหล่านี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก็ขอฝากดูในตรงนั้น ในส่วนอื่น ๆ ซึ่งเปึนเอกสารที่ค่อนข้างจะมีความสมบูรณ์ตามสมควร อันนี้ก็อยากจะให้ได้ศึกษากันในสิ่งสําคัญต่าง ๆ แต่ในข้อ ๗ ผมดูแล้ว ๒๐ ฉบับของกฎหมายนั้น

ที่จริงมีพระราชบัญญัติศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติตรงนั้นอีกฉบับหนึ่งซึ่งมีความสําคัญ ผมดูแล้วไม่มีนะครับ น่าจะใส่เปึน ๒๑ ฉบับหรือไม่ เพราะเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมนั้น ได้เสนอผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติไปแล้วเท่าที่ผมจําได้พร้อมด้วยเอกสาร ก็อยากจะฝาก กรรมาธิการได้ดูว่าใน ๒๐ ฉบับนั้นยังไม่เห็นชื่อว่าพระราชบัญญัติสมัชชาศิลปะและ วัฒนธรรมแห่งชาติฉบับหนึ่ง ซึ่งถือว่าเปึนหัวใจของการดํารงอยู่ของสังคม ถ้าหากว่าขาด สิ่งเหล่านี้แล้วสังคมก็จะอยู่ยากลําบากเพราะศิลปะและวัฒนธรรมหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่เครื่องบินที่มีในรูปนี้ก็เปึนสิ่งของเครื่องใช้ประเภ ทศิลปะและวัฒนธรรมครับ ขอบคุณ ท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๒๒๘ ครับ

ถ้าดูจากรายงานฉบับที่เปึนรายงานฉบับสมบูรณ์นะครับ ผมพยายามเป่ดไปดูในหน้า ๑๗ ว่าด้วย ๕.๒ การลดความเหลื่อมล้ําแล้วก็พูดเรื่องการจัดการทรัพยากร มีเรื่องเพิ่มพื้นที่ป์าไม้ เปึนร้อยละ ๔๐ แล้วก็พัฒนาระบบชลประทานและการจัดการน้ําให้รองรับกับความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยแล้งให้ครอบคลุมถึงร้อยละ ๗๐ คือร้อยละ ๗๐ ของอะไรอันนี้ไม่ได้บอกครับ อันที่ ๒ ก็คือร้อยละ ๔๐ ของป์า ผมเข้าใจว่าเปึนร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ประเทศไทยทั้งประเทศ แต่พอร้อยละ ๔๐ ของประโยคที่ ๒ คือเพิ่มพื้นที่ ชลประทานให้เปึนร้อยละ ๗๐ อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าทําได้จริงหรือเปล่า เพราะประการแรก ก็คือว่าวันนี้เรามีพื้นที่ชลประทานเพียง ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แม้แต่กรมชลประทาน จะวางไปถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์อันนี้ยังลําบากเลย แต่ว่าถ้าจะให้ครอบคลุมถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าโอกาสเปึนไปได้ยากมากเพราะ ๑. เรามีพื้นที่ป์าไม้เสียแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มันเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้วนะครับ ใช่ไหมครับ แล้วเรามีพื้นที่อยู่อาศัยอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้าเราจะให้พื้นที่ชลประทานไปถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์โอกาสเปึนไปไม่ได้ยากมากนะครับ ฉะนั้นตัวเลขนี้ผมคิดว่าลองปรับแก้ดูไหม ผมเข้าใจว่ายังไม่มีข้อเสนอจา กคณะไหนที่เสนอตัวเลขที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ พอเข้าไปดูในภาคผนวกวาระปฏิรูปและวาระการพัฒนา ผมเข้าใจว่า กรรมาธิการชุดนี้เอาวาระทั้งหมดที่เราเสนอเพื่อการปฏิรูป แต่มีบางประเด็นที่ไม่ได้ถูกเสนอ เนื่องจากระยะเวลาเราสั้นไม่อยู่ในวาระเพื่อการปฏิรูป ผมยกตัวอย่างคณะที่ผมตั้งใจจะทํา มีอยู่ ๒-๓ เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องอนุสัญญาระหว่างประเทศเราไม่ได้เสนอแนะเลยว่า เราสมควรจะปฏิรูปอะไรไหม สมควรจะมีข้อตกหรือข้อสัญญาที่จะนําไปสู่การสร้าง ความร่วมมือซึ่งกันและกัน อันนี้ยังไม่มี ฉะนั้นถ้าดูในภาคผนวกหน้า ๓ ข้อ ๑๑ เรื่องปฏิรูป ที่ดินและการจัดการที่ดิน แต่ผมเห็นเรื่องป์าไม้มันหายไป เพราะป์าไม้มีข้อเสนอเรื่อง สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร นี่รวมทั้งที่ดินและเรื่องป์าไม้ ระบบกรรมสิทธิ์ การถือครอง เรื่อง ส.ป.ก. เรื่องธนาคารที่ดิน แต่มันมีเรื่องโฉนดชุมชนกับเรื่องป์ำชุมชน มันหายไปจากพารากราฟ (Paragraph) อันนี้นะครับ อีกอันหนึ่งผมคิดว่าเรื่องบางเรื่อง ที่ไม่ได้อยู่ในวาระเพื่อการปฏิรูป ๑. เราเวลาเราสั้นเสนอไม่ทัน เมื่อกี้ยกตัวอย่างเรื่อง อนุสัญญาเรามีอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าฉบับ แต่เราไม่ได้ทําเสนอ ผมตั้งใจจะเสนอแต่เนื่องจาก ระยะเวลาไม่พอ คือเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ําหรือแรมซาร์ (Ramsar) ตามอนุสัญญาแรมซาร์

อันนี้ไม่เสนอ ฉะนั้นเปึนไปได้ไหมว่าบางเรื่องนี่ถ้าอย่างไรผมจะทําหนังสือเปึนเอกสารยื่นกับ ประธานกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอีกครั้งหนึ่ง ตามระยะเวลาที่มีว่ามันน่าจะมีเพิ่มอะไรบ้าง เพราะผมคิดว่าถ้ารวมแต่ว่าที่เราเสนอภายใน ๑๑ เดือนในระยะเวลาที่มีนี่และที่มันตกหล่นเราจะว่าอย่างไร อันนี้เปึนอันหนึ่งที่ผมคิดว่า น่าจะเสนอกับทางกรรมาธิการไป แต่เรื่องที่เปึนตารางผมไม่ได้ติดใจที่เปึนตาราง แต่ผมรู้สึกว่า บางเรื่องที่เขียนเปึนตาราง วาระปฏิรูปที่ ๒๕ อันนี้แน่นอนที่ท่านเอามาจากวาระปฏิรูป ที่ถูกเสนอใน ๓๗ วาระปฏิรูปทั้งหมด แต่พอใส่แล้ว เช่น แผนยุทธศาสตร์เรื่องน้ํา แล้วก็รวมถึงในหน้า ๑๘ ตารางแรก เอาต์พุตนี่ก็คือว่าคณะกรรมการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ คณะกรรมการประจําลุ่มน้ํา ที่จริงคือคณะกรรมการลุ่มน้ํา และคณะการลุ่มน้ําสาขา อันนี้คือ ตามร่าง พ.ร.บ. เรามี พ.ร.บ. บริหารการจัดการน้ํา ที่จริงคือ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ ชื่อ พ.ร.บ. อันนี้ผมว่าท่านดูในหน้า ๑๘ แล้วก็ที่เปึนตารางว่าไปตามวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ผมคิดว่าที่ให้อ่านมีเรื่องบางเรื่องที่อยากให้เพิ่ม ส่วนที่เปึนเพาเวอร์พอยต์นี่ผมคิดว่า คงไม่คอมเมนต์ (Comment) ในเพาเวอร์พอยต์ แต่อยากจะทําเปึนเอกสารส่งไปยัง คณะทํางานอีกที ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ผมเพิ่มเติมตรงนี้นะ การทําเอกสารจากสมาชิกส่งถึงกรรมการจะช่วยได้มากนะครับ เพราะว่าที่อภิปรายจะเวลาสั้นมาก เชิญคุณนิมิต สิทธิไตรย์ ครับ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานีครับ ผมมีส่วนที่มีความเห็น เพิ่มเติมจากสิ่งที่ท่านกรรมาธิการได้ทําไป แล้วก็ได้สรุปเมื่อเช้านี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วก็มี ความสมบูรณ์ แต่ผมพยายามที่จะบอกว่าในกลไกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องทําให้ได้เมื่อเรามี สิ่งที่ดี ๆ และมีสิ่งที่ถือว่าเปึนสรุปยอดของการที่จะทําให้การปฏิรูปประเทศนี้เดินหน้า ไปให้ได้นั่นคือหลักการสําคัญ เราคงไม่ลืมนะครับว่าทั้งหมดนี้มาจากต้นตอของเรื่อง ๓ เรื่อง ความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ําและทุจริตคอร์รัปชัน ผมพูดเสมอครับว่าเราต้องไม่ลืมว่า เรามีเปัาหมาย ๖ ประการตามมาตรา ๒๗ สิ่งเหล่านี้ก็คือโจทย์ที่เราต้องตอบ เพราะฉะนั้น การปฏิรูปทุกอันที่เราทําขึ้นมานี้ผมคิดว่าสมบูรณ์แบบ และผมเชื่อว่ากระบวนการนําเสนอ ต่อพี่น้องประชาชนให้พี่น้องประชาชนเปึนเจ้าของแนวทางการปฏิรูปนั้นเปึนเรื่องสําคัญมาก ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้จัดเวที สปช. รายงานประชาชน และท่านประธานเอง ก็ได้เปึนผู้บรรยายในรูปแบบที่ทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจสภาปฏิรูปแห่งชาติและแนวทาง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ชัดเจนแล้วสามารถที่จะจดจําได้ เพราะว่าผมได้มีการสอบถาม คนในพื้นที่แล้วปรากฏว่าเขามีความเข้าใจในบทบาทของ สปช. มากขึ้น จากการที่ผม ได้ศึกษา ได้ถอดคําบรรยายของท่านนายกรัฐมนตรีผมพบว่าท่านนายกรัฐมนตรี มีแนวความคิดแล้วผมก็เชื่อตลอดว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วก็สภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเรานั้นเปรียบเสมือนเปึนเสนาธิการบทบาทเราคือเสนาธิการ จึงเปึนบทบาทที่เราจะต้อง นําเสนอทาง เสนอโอกาส เสนอข้อสรุปให้เลือกนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของภาพรวม ที่นําเสนอนั้นจึงมีความจําเปึนที่จะต้องให้ความชัดเจน ผมอยากเพิ่มเติมตรงที่ว่าคําว่า เครื่องบิน ถ้าจะแปลความจริง ๆ แล้วเครื่องบินนี่คือสมมุติฐานที่แทนให้เกิดความเข้าใจ ผมอยากจะให้มีการที่จะจําลองเครื่องบินเน้นไปในรูปแบบด้านของการปฏิรูป ผมขออนุญาต ที่จะนําเสนอว่าด้านการปฏิรูปนั้นนักบินผมเปรียบเสมือนถึงการปฏิรูปด้านการเมือง เครื่องยนต์ผมเปรียบเทียบให้เปึนบริหารราชการแผ่นดิน เชื้อเพลิงผมเปรียบเทียบให้เปึน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ ป้กทั้ง ๒ ข้างผมให้เปึนการปกครองท้องถิ่นแล้วก็การศึกษา

สื่อมวลชนเปรียบเสมือนหางเสือ การบริการในเครื่องผมเปรียบเหมือนสาธารณสุข สังคม แต่ที่สําคัญที่สุดที่จะต้องให้เปึนหัวใจหลักก็คือยุทธศาสตร์ชาติ อันนั้นหมายถึงแผนที่การบิน ซึ่งเปึนหัวใจสําคัญ ในคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่าการปฏิรูปคงจะเริ่มจากจุดที่เปึน ง่ายแล้วก็ไปยาก ทําง่ายให้จบตามด้วยยากซึ่งก็ต้องใช้เวลา นั่นถือเปึนการบ่งชี้ว่า การบูรณาการของการทํางานร่วมกันนั้นเปึนสิ่งที่ จะต้องมีขั้นตอน เพราะฉะนั้นการแปล ในสิ่งที่วิเคราะห์ออกมาแล้วให้มีขั้นตอนในทางปฏิบัตินั้นจึงเปึนเรื่องที่จําเปึน เปึนเรื่องสําคัญ มากครับที่ สปช. แม้แต่กระทั่งว่าจะหมดวาระไปแล้วก็ยังคงเปึนนักปฏิรูปที่อยู่ตามพื้นที่ ๗๗ จังหวัดที่มาเปึน สปช. ก็ต้องกลับไปในหลั กการของผู้รู้ดีในเรื่องของการปฏิรูป เพราะฉะนั้นรูปแบบของการที่จะเตรียมเปึนคู่มือ เตรียมเปึนสิ่งที่จะเอาไปนําเสนอแก่ พี่น้องประชาชนนั้นจึงเปึนเรื่องจําเปึนที่จะต้องคิดค้นแล้วก็ทําออกมาให้ได้ เหตุผลที่พูด อย่างนี้เพราะว่าถ้าเมื่อใดมีความเข้าใจ รู้ขั้นตอนว่าอะไรสําคัญ ไม่สําคัญ ถ้าเปรียบเทียบการเมือง เปึนนักบินนั้นชัดเจนครับ นักบินมีความสําคัญการเมืองมีความสําคัญ เวลาพี่น้องประชาชน มองก็จะมองในส่วนสําคัญเปึนหลัก แล้วก็จะดําเนินการที่จะคิดตามเราไปให้ได้ อันนั้นเปึน สาระสําคัญ จึงขอเสนอว่ากระบวนการนําเสนอที่จ ะเข้าสู่รากหญ้านั้นเปึนเรื่องจําเปึน เสียงปฏิรูปที่กําเนิดเกิดมาก็ด้วยเหตุผลเดียวกันคือต้องการที่จะให้คนไกลและใกล้ได้ยิน เท่ากัน และต้องการให้คนได้ยินนั้นได้ยินเข้าใจตรงกันนั่นคือวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้น สิ่งที่อยากเสนอในครั้งนี้ก็คืออยากจะให้เห็นว่ารูปแบบขอ งการนําเสนอเปึนรูปเล่มอาจจะ ใช้ได้มิติของอีกกลุ่มหนึ่ง แต่กลุ่มขั้นรากหญ้าจําเปึนต้องสื่อสารให้เขาเข้าใจว่านี่คือของเขา แต่ไม่ใช่เปึนของเราแต่ผู้เดียวครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมขอพูดเรื่องการศึกษา เพราะผมถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก แล้วก็ ถ้ารัฐบาลยุคนี้จะรีบทําก็สามารถทําได้ แล้วเราก็สามารถที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการศึกษา ได้อย่างรวดเร็ว จริง ๆ ผมอยากเขียนชาร์ตให้แต่ผมเขียนไม่ได้ก็ฝากกรรมาธิการช่วยทํา ชาร์ตให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ เรื่องแรกเลยผมว่าหัวสุดก็คือเรื่องกรรมการนโยบาย กรรมการนโยบายผมก็เห็นด้วยที่คณะปฏิรูปการศึกษาก็เสนอให้มีร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยกรรมการนโยบายและพัฒนามนุษย์ อันนั้นก็รับผิดชอบเรื่องนโยบาย ไม่ว่าเรื่อง เกี่ยวกับงบประมาณ บุคลากร เรื่องนโยบาย รวมจนถึงพวกหลักสูตรอะไรนั้นผมเห็นด้วย รวมทั้งมีสถาบันวิจัยหรือสมัชชาการศึกษาเข้ามาซับพอร์ต (Support) แบกอัพ (Backup) อันนั้นก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ผมว่าสิ่งที่คณะปฏิรูปยั งไม่ได้ทําชาร์ตให้เห็นต่อก็คือว่า แล้วเรกูเลเตอร์ (Regulator) ควรจะมีอะไรบ้าง ก็ควรจะเปึนใคร ซึ่งผมอยากจะเสนอเลยว่า เรกูเลเตอร์ควรจะมีทั้งเรกูเลเตอร์ด้านปฐมวัย แล้วก็ สพฐ. พื้นฐาน อาชีวะ อุดมศึกษา แล้วก็ กศน. ก็คือควรจะมี ๕ เรกูเลเตอร์ ๕ เรกูเลเตอร์นี้ก็คือเปึนคนออกใบอนุญาตให้มีการจัดตั้ง โรงเรียน กําหนดมาตรฐานโรงเรียนสําหรับโรงเรียนทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะโรงเรียน ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเปึนเรกูเลเตอร์ก็ต้องดูเรกูเลเตอร์ของทุกโรงเรียน ทีนี้เรกูเลเตอร์เราก็ต้องบอกอาจจะมี สมศ. มาเปึนผู้ช่วยในการติดตามประเมิ นผลว่า แต่ละโรงเรียนได้มาตรฐานหรือไม่ ควรจะปรับปรุงพัฒนาอย่างไรอันนั้นก็เปึนเรื่องของ เรกูเลเตอร์ ส่วนตัวโอเปอเรเตอร์ (Operator) ก็คือหน่วยให้บริการนั้น ผมคิดว่าโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยนั้นก็มีประมาณ ๕ รูปแบบ ก็คือ ๑. โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของเอกชน ก็ต้องไปขออนุญาต ๒. โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่เปึนองค์การมหาชน ๓. โรงเรียนที่เปึน ส่วนราชการ ผมยังไม่แน่ใจยังมีมหาวิทยาลัยหลงเหลือเปึนส่วนราชการหรือเปล่า ๔. โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของท้องถิ่น ๕. ศูนย์การเรียน หน่วยให้บริการทั้งหลาย ท่านประธานต้องไปขอใบอนุญาตแล้วก็ต้องอยู่ในการควบคุมมาตรฐานของเรกูเลเตอร์ และเราก็ต้องยอมรับว่าหน่วยบริการทั้งหลายนี้เขาต้องมีอิสระ นั่นหมายความว่าทุกหน่วย ต้องเปึนนิติบุคคลหมดท่านประธาน แล้วก็ต้องมีอิสระในการบริหารงานบุคคล

และงบประมาณเพื่อให้เขามิอิสระในการบริหารงบประมาณ เงินอุดหนุนต้องเปึนรายหัว และเงินอุดหนุนรายหัวนั้นต้องเปึนธรรมกับทุกสถานศึกษาที่ให้การศึกษาในระดับเดียวกัน ไม่ว่าเอกชน รัฐ องค์การมหาชน ยกเว้นมีเหตุผลพิเศษที่เราต้องการสนับสนุนโรงเรียน บางประเภท โดยเฉพาะอย่างเช่นกิฟเตด (Gifted) อันนั้นก็ว่ากันไป แล้วก็ควรจะเอา เรื่องดีมานด์ ไซด์ (Demand side) เข้ามาใช้ก็จะทําให้มีอิสระในการบริหารงบประมาณ แล้วเราก็ต้องให้มีอิสระในการบริหารบุคลากร แน่นอนถ้ามีบุคลากรที่มีข้าราชการอยู่ด้วย ก็ควรจะมี อ.ค.ศ. ของตนเอง ไม่ใช่ไปใช้ อ.ค.ศ. ของเขตหรือของหน่วยงานที่ใหญ่ทําให้ ขาดอิสระในการงานบริหารบุคคล อันนี้ก็คือให้เปึนนิติบุคคลแล้วอิสระเรื่องคน เรื่องเงินที่จะ ทํางาน แน่นอนหลายอย่างก็อิสระอยู่แล้วไม่ว่าของเอกชน องค์การมหาชนพวกนี้ค่อนข้าง อิสระ แล้วที่สําคัญต้องมีโอนเนอร์ (Owner) โอนเนอร์นั้นก็คือเข้ามาเปึนเจ้าของก็คือต้องเข้ามา กําหนดตัวกรรมการสถานศึกษา เพราะฉะนั้นโอนเนอร์เปึนเจ้าของไลเซนส์ (License) กําหนดกรรมการสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องวิชาการ ในเรื่องงบประมาณและเรื่องบริหารงานบุคคล เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเปึน

กรรมการสถานศึกษาต้องมีทักษะในเรื่องเหล่านี้ เรื่องบุคคล เรื่องเงิน เรื่องการบริหารจัดการ แล้วก็เรื่องวิชาการควรจะเยอะหน่อย เพื่ออะไร ก็เพื่อดูแลโรงเรียนของตัวเองให้ได้คุณภาพ แล้วก็โปร่งใส อันนี้ก็ต้องกําหนดหน้าที่ของโอนเนอร์ให้ชัดเจน เอกชนเขาเปึนเจ้าของ ของเขาเองอยู่แล้ว แต่องค์กรมหาชนต้องมีโอนเนอร์ของมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่เปึน องค์การมหาชน ส่วนราชการมีแล้ว ท้องถิ่นมีแล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเราพัฒนาแบบนี้นะครับ ท่านประธาน สช. ไม่ต้องมีครับ เพราะว่าโรงเรียนเอกชนเมื่อเขาไปรับใบอนุญาตพื้นฐาน ก็ไปเอาพื้นฐาน อาชีวศึกษาไปเอาอาชีวศึกษา อนุบาลก็ไปเอาอนุบาล การศึกษานอกโรงเรียน ก็ไปเอาการศึกษานอกโรงเรียนมันไม่จําเปึนต้องมี สช. เพราะมันไปขึ้นอยู่เรกูเลเตอร์เดียวกัน แล้วท้องถิ่นก็เช่นเดียวกันก็ไม่ต้องไปมีองค์กรยุ่งยาก ตัวเองทําหน้าที่เปึนโอ นเนอร์ ดูแลโรงเรียนให้มีคุณภาพ เรกูเลเตอร์ก็อยู่ที่เดียวกัน เพราะฉะนั้น สมศ. ก็จะได้ติดตาม ประเมินผลโรงเรียนทุกโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในทุกของคนที่ เปึนเจ้าของ อันนี้ผมว่าเปึนเรื่ องที่สําคัญที่ควรจะต้องทําชาร์ต ให้ชัดเจน เวลาออกกฎหมาย จะได้ออกให้ถูกต้อง แล้วรองรับให้ชัดเจน แล้วถ้าเรามองเห็นว่าการศึกษานี้ควรจะเร่ง เพิ่มรายได้ให้กับคนไทย แล้วก็มีนโยบายบางเรื่องที่มันเปึนควิก วิน (Quick Win) เพิ่มรายได้ ให้กับคนไทย อาชีวศึกษาต้องเร่งเป่ดอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษ แล้วสามารถให้เรียน ปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษโดยรัฐให้เงินอุดหนุนจํานวนหนึ่ง คนยากจนสามารถกู้ยืมเรียนได้ ในภาคภาษาอังกฤษ ศูนย์ต่าง ๆ ที่เปึนโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ก็เปลี่ยนเปึนมหาวิทยาลัย ผลิตแพทย์เสียให้แพทย์เยอะ ๆ จะได้มีแพทย์ ครอบครัวแพทย์อะไรก็ว่าไป กลุ่มเหล่านี้ ล้วนแต่มีรายได้ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราเพ่งเล็งทุ่มเทให้โรงเรียนสร้างบุคลากรที่มีรายได้ดี มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่ามันก็จะเปึนไปตามที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นผมก็ขอเสนอให้ ท่านกรรมการช่วยทําผังให้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญท่านอาจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. หมายเลข ๐๗๔ ด้านการศึกษาครับ ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่เราสัมมนา ที่กระทรวงสาธารณสุข ผมได้เห็นเอกสารชุดหนึ่งซึ่งทราบภายหลังว่าท่านประธานทําเอง เปึนเอกสารที่สังเคราะห์ประเด็นการปฏิรูปทุกประเด็นเข้ามาด้วยกัน คราวนั้นก็ชื่นชมครับ

แล้วคราวนี้ เมื่อเห็นงานของคณะกรรมการชุดนี้ทําจนเปึนผลสําเร็จ ต่อยอดจาก ท่านประธานเทียนฉายก็เปึนความชื่นชมอีกครั้งหนึ่งครับ จริง ๆ ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง จากการที่เอาความหลากหลายให้กลายเปึนหนึ่งนั้นถ้าไม่ใช้ความสามารถแล้วทําได้ยากครับ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะให้มีความสมบูรณ์ ผมมีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะแลกเปลี่ยนด้วย ประเด็นแรกครับท่านประธาน ผมมองว่าเมื่อท่านกําหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปเปึนเครื่องบิน ผมย้ํานะครับว่าวิสัยทัศน์การปฏิรูป ไม่ใช่ประเทศไทย เครื่องบินมันก็มีจุดเด่นของมันครับ แต่พอตรงนี้มันก็กลายเปึนจุดด้อยในบางประการเหมือนกัน ประการแรกที่เห็นชัดเจนก็คือ ท่านขึ้นบินท่านมีเปัาหมายไหมครับท่านจะไปไหน ถ้าท่านเอาเปัาหมายของการปฏิรูปทั้ง ๑๘ ด้าน มาเปึนเปัาหมายที่เปึนข้อสรุป คอนเซปต์ (Concept) แต่ละด้าน ๆ มันก็จะมีความชัดเจน อันตรายนะครับถ้าขึ้นบินแล้วไม่รู้ไปทางไหน ประเด็นที่ ๒ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนความเข้าใจ ไม่ตรงกันท่านมองว่าคนไทยในนี้คือผู้โดยสาร ไม่ใช่นะครับ คนไทยต้องเปึนทั้ง ผู้กําหนดเปัาหมาย เปึนทั้งผู้โดยสาร และเปึนทั้งผู้ที่จะรับผลพวงจากการดําเนินการ ท่านมองว่าเมื่อผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแคบนะครับ ไม่ชัดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องเข้าใจ ตั้งแต่เบื้องต้นว่าคนไทยทั้งประเทศนั้นเขาหาใช่เปึนผู้โดยสารจากการที่ท่านกําหนดไม่ เขาเปึนทั้งผู้ออกแบบการเดินทาง เขาเปึนทั้งผู้รับผลพวง แล้วเขาเปึนทั้งผู้ที่ขับด้วย โดยการเลือกตัวแทนเข้าไป

ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนเปึนหัวใจของการปฏิรูปครั้งนี้นะครับ ประเด็นถัดมา ก็คือกระบวนการในเรื่องของการประเมินและติดตาม ท่านพูดเรื่องเหล่านี้น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ผมนั่งฟังการปฏิรูปทั้ง ๑๘ ด้าน มีเรื่องนี้เกือบทุกด้านเลยในมิติต่าง ๆ แต่ในการสังเคราะห์กลับไม่พูดถึงประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดําเนินงาน ไม่พูดถึงประสิทธิภาพหรือกระบวนการในการติดตามถึงประสิทธิภาพของมัน ผมเข้าใจว่า ถ้าเราขาดเรื่องเหล่านี้ มันจะทําให้เราไม่รู้ว่าที่เราตั้งใจนั้นมันบรรลุเปัาหมายหรือไม่ สิ่งที่สําคัญที่สุดที่คิดว่ายังไม่ได้ปรากฏชัดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของสัญญาณเตือนภัย หรือกระบวนการที่ตรวจเช็ก (Check) เมื่อเราเกิดวิกฤติหรือเกิดข้อขัดข้อง มีคนบอกนะครับ ว่าเครื่องบินนั้นพลาดครั้งเดียวก็ไม่ได้ ใน ๑๐๐ สิ่ง ทําผิดสิ่งเดียวก็ไม่ได้ เพราะมันจะทําให้ เครื่องบินตกทั้งลํา แต่กระบวนการในการประเมินติดตามหรือตรวจเช็กเหล่านี้ เปึนเรื่องที่จะต้องทํา กระบวนการที่เราเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญกันและที่จะมารับรองกัน ในวันที่ ๗ นี้ มันก็มีส่วนหนึ่งใช่ไหมครับที่พูดถึงกระบวนการตรวจเช็กเครื่องยนต์กลไก เมื่อยามวันที่เกิดวิกฤติ กระบวนการในสิ่งเหล่านี้น่าที่จะปรากฏในเอกสารสังเคราะห์ด้วยว่า ถ้ากระบวนการปฏิรูปมันเกิดวิกฤติ ถ้ากระบวนการบริหารประเทศมันมีข้อขัดข้องนั้น เรามีกลไกที่ตรวจเช็กมันอย่างไรก่อนที่จะให้มันเกิดขึ้นอย่างที่ว่า ถ้าเราทําได้ในหลายสิ่ง เหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่างานสังเคราะห์ทั้งหมดนั้นน่าที่จะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประเด็นสุดท้ายครับ ที่คิดว่าน่าจะเขียนผิดในเอกสารของท่านในเ ล่มใหญ่ ผมดูแล้ว ที่ท่านบอกว่าการปฏิรูปใน ๔ ด้านหลัก พอท่านใช้คําว่าด้านปัูบ มันคับแคบทันทีเลย แล้วก็บอกว่าในด้านทั้งหมดนั้นมีด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง อะไรทํานองนี้ มันเปึน ๔ ภาคหลักครับไม่ใช่ ๔ ด้าน เราทําตั้งหลายด้าน แต่ภาคหลักมันมี ๔ ภาค อย่างที่ท่านว่านะครับ ถ้าปรับแก้ตรงนี้เปลี่ยนจากคําว่าด้านเปึนคําว่าภาค มันก็จะทําให้ ความเข้าใจมีความสมบูรณ์ขึ้นครับท่านประธานครับ ด้วยความขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒ จากจังหวัดมหาสารคามครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต

ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนะครับ ต้องขอขอบคุณนะครับที่คณะกรรมการได้ทํา เอกสารที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์นะครับ แต่ผมจะขอเสนอความคิดเห็น ๑. ในเรื่องของ เปัาหมายก็เปึนสิ่งที่ดี เพราะว่าพวกเราอยู่ในแต่สิ่งที่เราเจอเรื่องของความขัดแย้ง เรื่องของ ปัญหาที่อยู่ในปัจจุบันแต่เราลืมคิดถึงเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องอนาคตนะครับ คณะกรรมการ สังเคราะห์ คณะกรรมการวิสัยทัศน์ ก็จะบอกว่าในอนาคตเราจะเปึนอะไร เราจะทําอะไร เราต้องคิดในเบิร์ดสอาย วิว (Bird’s-eye view) นะครับ ซึ่งเรื่องสําคัญคือความสามารถที่จะ แข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในโลกนะครับ ซึ่งที่ท่านเปรียบเปึนเครื่องบิน นี่ก็เครื่องบินของ ประเทศไทยนะครับ แล้วจะสู้เครื่องบินของประเทศสิงคโปร์ได้ไหม เขาบินไกลกว่าไหม เขาบินไปที่จุดหมายที่สําคัญกว่าเราไหม เขาบินสูงกว่าเราไ หม สิ่งนี้คือสิ่งที่เราจะต้อง ประเมินตลอดเวลาว่าขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศเรา เราสามารถจะ แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้อย่างไร การเพิ่มรายได้ต่อหัวประชากรเปึน ๔๐,๐๐๐ บาทต่อหัว การมีเปัาหมายเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ ๖ ต่อป้ การลดความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ เปึน ๗ ข้อ ที่ท่านเขียนมาในเอกสารนี้นะครับ

แต่ผมขอเติมข้อที่ ๘ ก็คือว่าการกระจายอํานาจและทรัพยากรไปที่พื้นที่ ผมหมายถึง ทั้งภูมิภาค ทั้งท้องถิ่น ท้องที่และภาคประชาชน เรารู้กันอยู่ทั่วไปว่าทรัพยากรที่เราเห็น ที่เราเข้ามาในสภาปฏิรูปแห่งชาติใหม่ ๆ ว่ามันกองอยู่ที่ส่วนกลาง เราอยากทําให้สามเหลี่ยม มันกลับด้านมาเปึนที่ฐานเยอะขึ้นมันยังไม่มีในเปัาหมาย พื้นที่หมายถึงท้องถิ่น ท้องที่ รวมทั้งส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศบาล นายก อบต. นายก อบจ. รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทําอย่างไรเขาจะได้มีทรัพยากร มีอํานาจหน้าที่ มีการตัดสินใจในพื้นที่เยอะขึ้น ท้องถิ่นแต่ก่อนเราก็มี ๒๘ เปอร์เซ็นต์ก็ยังมีงบเบี้ยยังชีพ เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนชรามาอยู่ในส่วนนี้ รวมทั้งงบทางการศึกษาต่าง ๆ ทําอย่างไร งบประมาณในส่วนพื้นที่รวมทั้งอํานาจการตัดสินใจจะเยอะขึ้น แล้วก็สามารถจะแก้ปัญหา ต่าง ๆ ได้ ผมไม่ไ ด้หมายถึง เรื่องของท้องถิ่นอย่างเดียว นะครับ เรื่องการศึกษา เรื่องทรัพยากรต่าง ๆ เรื่องของการกําจัดขยะ เรื่องของสิ่งแวดล้อม ทําอย่างไรพื้นที่ ที่หมายถึงทั้งท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น แล้วก็ส่วนพื้นที่เอง จะสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนของ พื้นที่เอง ส่วนความเชื่อมโยงของการนําข้อเสนอการปฏิรูปมารวมกัน ผมก็ขอในหน้า ๑๔ ที่ท่านบอกว่ายุทธศาสตร์เชิงพื้นที่การลดความเหลื่อมล้ํา การสร้างความสมดุล นี่แหละครับ คือความสําคัญซึ่งในบรรทัดส่วนกลาง ๆ บอกว่าการกระจายอํานาจ ผมอยากให้เขียนว่า กระจายอํานาจ กระจายทรัพยากรผมไม่อยากให้งบประมาณไปอยู่ที่กระทรวง พอการเมือง เข้ามาจังหวัดไหนมีรัฐมนตรีมีบิก เนม (Big name) ก็จะไปที่จังหวัดนั้น จังหวัดที่ไม่มีบิก เนม การกระจายทรัพยากรก็เกิดความไม่เปึนธรรม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา แล้วการกระจายอํานาจไม่ใช่เฉพาะอํานาจ ต้องทรัพยากรต่าง ๆ ให้ในส่วนพื้นที่ แม้กระทั่ง เรื่องการศึกษาที่พวกเราพูดถึงว่างบการศึกษามาอยู่ที่ส่ วนกลาง ไปถึงโรงเรียนนิดเดียว ทําอย่างไรมันจะออกมาในส่วนของพื้นที่ได้เยอะขึ้น นี่คือสิ่งที่อยากนําเสนอ ยุทธศาสตร์ เชิงพื้นที่ก็จะมีส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อปท. เทศบาล อบต. อบจ. ท้องถิ่น ท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็ง เขาสามารถจะบูรณาการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ มาเปึนประโยชน์ให้กับบ้านตัวเองให้ เกิด ประโยชน์สูงสุด แล้วการที่จะทําให้กลไกนี้เกิดความสมบูรณ์ก็คือการมีนโยบายชัดเจนจาก ส่วนกลางเพื่อจะทําให้ส่วนล่างมีการใช้การทํางานร่วมกัน มีประสิทธิภาพให้เกิดการใช้เงิน

ที่คุ้มค่า ทรัพยากรที่คุ้มค่า ลดการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดความเปึนธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา มีการสนับสนุนงบประมาณและกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่เอื้ออํานวยในการทํางานของพื้นที่ ของท้องถิ่น ต้องมีนวัตกรรมในการที่จะแก้ไขกฎ ระเบียบต่าง ๆ ให้เปึนไดนามิก (Dynamic) มีพลวัตที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎ ระเบียบต่าง ๆ เพื่อทําให้ท้องถิ่น ท้องที่ พื้นที่ จังหวัด ได้มีการใช้งบประมาณ ที่เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ลดการทุจริตต่าง ๆ ก็ขอเพิ่มเติม ในส่วนของภาคพื้นที่ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่าน มีดอกเตอร์พรายพล คุ้มทรัพย์ คุณชาลี เจริญสุข ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ดอกเตอร์วินัย ดะลันห์ แล้วก็รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ เชิญดอกเตอร์พรายพลครับ

นายพรายพล คุ้มทรัพย์

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พรายพล คุ้มทรัพย์ จะใช้เวลาไม่มากนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องชมเชยท่านคณะกรรมการ ที่ได้ทํางานสังเคราะห์ได้เปึนอย่างดี ผมอยากจะมีข้อเสนอเพิ่มเติมสัก ๒-๓ เรื่อง เรื่องแรก เปึนเรื่องที่ขาดหายไปหมดเลย ในช่วงตั้งแต่หน้า ๑ ถึงหน้า ๒๔ ซึ่งถือว่าคล้าย ๆ เปึน เมน รีพอร์ต (Main report) ของรายงาน คือคําว่าวินัยทางการคลังนี่หายไปหมดเลย

ซึ่งผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ละเลยไม่ได้นะครับ เพราะว่าเราเองได้นําเสนอเปึนวาระการปฏิรูป ที่สําคัญในเรื่องของการรักษาวินัยทางการคลัง แล้วเราก็ตกลงว่าจะใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แล้วนะครับ มีความสําคัญทางด้านปฏิรูปด้านการคลัง เพราะอะไร เพราะว่ามันปัองกัน เรื่องนโยบายประชานิยมที่จะมีผลเสียหายต่อประเทศชาติในระยะยาว แล้วยังช่วยปัองกัน การคอร์รัปชัน ทั้งคอร์รัปชันแบบทางตรงหรือคอร์รัปชันด้านนโยบายอะไรต่ออะไรพวกนี้ อันนี้มีความสําคัญมากเพราะว่าสํา หรับเครื่องบินของท่านคณะทํางานนี่ ถ้าเราไม่มีวินัย ทางการคลัง ต่อจะให้ปฏิรูปเรื่องเศรษฐกิจอื่น ๆ สังคมอื่น ๆ การศึกษาอะไรต่ออะไรพวกนี้ ถ้าไม่มีการรักษาการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐมันก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาโดยภาพรวม แล้วก็ประเทศทั้งประเทศถ้าเปึนเครื่องบินก็คือ ตกทั้งลําว่าอย่างนั้นดีกว่า เรื่องที่ประเทศ หรือภาครัฐจะกลายเปึนหนี้อย่างรุนแรง อย่างในกรณีของประเทศกรีซอะไรต่ออะไร มันก็มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอให้ตรงไหนก็ได้ ใส่คําว่า การรักษาวินัย ทางการคลัง ซึ่งน่าจะอยู่เปึนส่วนหนึ่งของการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจว่าจะต้องมีการจัดทํา งบประมาณในลักษณะที่จะต้องมีวินัย ปัองกันนโยบายการใช้จ่ายภาครัฐที่จะทําให้เกิด ความเสียหายถึงแม้ว่าจะเปึนที่นิยมทางด้านการเมืองก็ตาม อีกอันหนึ่งที่ขาดไปที่เกี่ยวข้อง และจริง ๆ แล้วอันนี้ก็เปึนร่างกฎหมายที่ทางสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วนะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งสถาบันวิเ คราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา พ.ศ. .... หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่าพีบีโอ (PBO) อันนี้ก็น่าเสียดายที่ท่านลืมไป มันเปึนร่างพระราชบัญญัติ จําได้ไหมครับร่างแรก ๆ เลย อาจจะเปึนที่ ๒ หรือที่ ๓ ที่สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ แล้วก็เสนอไปที่รัฐบาลแล้วนะครับ บัดนี้ก็ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาหรือความเห็นชอบจาก รัฐบาลทีเดียวนัก เพราะฉะนั้นอยากจะให้ใส่ชื่อกฎหมายนี้ไว้ในหน้า ๒๓ ด้วยว่า เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญมาก เพราะว่าเราให้ความเห็นชอบไปแล้ว ก็เปึนการย้ําเตือน อันนี้ประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ ก็คือเปึนเรื่องเพิ่มข้อความ แก้ข้อความเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างหน้า ๑๙ ที่เกี่ยวกับการเกษตร การปฏิรูปภาคการเกษตร หน้า ๑๙ ในเรื่องการปฏิรูป ด้านระบบนี่ผมคิดว่าน่าจะเพิ่มเติมระบบประกันภัยการผลิตทางด้านการเกษตร อันนี้ก็เปึน อีกวาระหนึ่งที่เราได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว มันจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของเกษตรลงไป คําพูดเกี่ยวกับเรื่องถัดไปนี่เกษตรเหมือนกันนะครับ เรียกว่าการมียุทธศาสตร์พลังงานทางเลือก ที่ชัดเจน อันนี้ฟังดูแล้วไม่ได้เกี่ยวกับการเกษตรเท่าไร แต่ผมเข้าใจว่ามันเปึนเรื่อง

ของพืชพลังงานที่มาเกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก เพราะฉะนั้นท่านจะใส่อย่างไรให้ไป เกี่ยวโยงกับเกษตร ก็คือพืชพลังงานนั่นเอง ถ้อยคําท่านก็ลองไปพิจารณาเอานะครับ ประเด็นถัดไปอีกนิดเดียวนะครับ ในหน้า ๒๐ เรื่องของการปฏิรูปพลังงาน คําสุดท้ายเลย ที่บอกว่าการจัดตั้งกองทุนพัฒนาพลังงาน อันนี้อย่าไปพูดอย่างนี้เพราะว่ำกองทุนพัฒนา ไฟฟัามันมีอยู่แล้ว พูดเฉย ๆ อย่างนี้ไม่ได้ว่าการจัดตั้ง พูดเหมือนกับว่ายังไม่มีการจัดตั้ง มีแล้วนะครับ แต่น่าจะเปลี่ยนว่าเปึนการปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟัา น่าจะเหมาะกว่า เปึนสื่อที่จะสื่อความหมายได้ดีกว่า สุดท้ายเลยนะครับผมคิดว่ารายงาน ฉบับนี้คือถ้ามาอ่านทั้ง ๒๓ หน้า อ่านไปอ่านมาอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจงง ๆ ผมยังคิดว่า เพื่อจะช่วยให้กับผู้ที่อยากจะอ่านสั้น ๆ น่าจะทําเปึนบทสรุปผู้บริหาร เอกเซคคิวทีฟ ซัมมารี (Executive summary) ไม่ควรจะยาวเกิน ๓ หน้า ให้ผู้บริหารได้อ่านและเข้าใจเนื้อหาสาระ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญ คุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคาร พ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในส่วนของผมก็คงจะ อภิปรายเรื่องของเปัาหมายที่ดูจากในรายงานอาจจะไม่ตรงใจนิดเดียว ตรงไหนรู้ไหมครับ ตรงที่บอกเรากําหนดเปัาหมายว่าเปัาหมายสูงสุดก็คือมีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข การเมืองที่เป่ดกว้างไม่ผูกขาด มีส่วนร่วม ผู้นําทางการเมืองดีและเก่ง อันนี้ เปัาหมายทางเชิงกลยุทธ์ก็คือจะเกี่ยวกับการเมือง แต่เปัาหมายเรื่องของรูปธรรมผมอาจจะ ผิดหวังนิดหนึ่งเพราะว่าเนื่องจากเรามาทําเรื่องงานปฏิรูปกัน แล้วในนี้เขียนว่าระบบการเมือง มีเสถียรภาพ รัฐบาลแต่ละชุดอยู่ในตําแหน่งโดยเฉลี่ยมากกว่า ๒ ป้ ผมอยากให้แบบว่า ต้องมั่นใจไปเลยว่าต้องอยู่ให้ครบ ๔ ป้ พรรคการเมืองที่มีผู้สมัครได้รับการเลือกตั้งมีสาขาพรรค ทุกจังหวัด โอเคอันนี้ก็เห็นด้วย ไม่มีคดีการทุจริตในการเลือกตั้งระดับประเทศที่ได้ใบแดง ก็คือจะไม่มีใบแดง อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าเครื่องบินนี่ถ้าเราตั้งเปัาไปแล้ว เราบอกวันนี้เราจะบินไปการเมืองให้ครบ ๔ ป้เลย เราจะไปประเทศจีน ๔ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมงถึงประเทศจีน เซี่ยงไฮ้ ทุกครั้งประเทศไทยบินมา ๘๒ ป้ เราบอกจะไปเมืองจีน ไปไม่ถึงเสียที เพราะไปอยู่แค่ป้ ๒ ป้ก็เกิดการปฏิวัติ คือไม่ถึงเปัาเสียทีครับ อันนี้ผมว่าเปึนสิ่งหนึ่ง ซึ่งวันนี้เราปฏิรูปกลไกอะไรที่เราจะทําให้บินไปถึงเปัาหมายให้ได้เลย ในรายงานนั้นได้เขียน ไว้หมดแล้วว่าความสะดวกสบาย ความพร้อมของเครื่องบิน แผนการบินมีหมดแล้ว แต่สุดท้ายบินไปไม่ถึงเสียที เพราะเราบอกว่าไม่ถึงก็ไม่เปึนอะไร ๒ ป้กว่าขึ้นไปก็เอาแล้ว แต่ว่า ณ วันข้างหน้าผมมองว่าถ้าเราปฏิรูปเสร็จนี่ ๔ ป้ทําอย่างไร ในกลไกนะครับต้องเรียนว่า ที่ผ่านมาเครื่องบินมันไปไม่ถึงเปัาหมายเพราะอะไร ฝ์ายบริหาร นิติบัญญัติ ส.ส. อยากเลือกตั้งบ่อย ๆ ไหมครับ ไม่อยาก ตุลาการเขาก็อยู่ของเขา แต่ทําไมเกิดแอกซิเดนต์ (Accident) ทุกครั้งเลย ก็เพราะว่าฝ์ายบริหารครับ วันนี้กลไกในการปฏิรูปในการเขียน ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมามีนะครับก็คือใครจะมาเปึนผู้บริหารประเทศนี่จะมาแบบ ทําตามอําเภอใจไม่ได้ จะมาคอร์รัปชันอีกไม่ได้ กลไกเข้าสู่สภา เข้าสู่การบริหาร ผู้บริหาร ประเทศนี่ก็บอกแล้วว่าต้องการคนดีมีความรู้และเก่ง และที่สําคัญคือต้องไม่คอร์รัปชัน รับรองเลยครับว่าเปัาหมายการบินของเรา ๔ ป้ครบแน่ ถึงเซี่ยงไฮ้แน่นอนงานนี้พาผู้โดยสาร ก็คือประเทศไทยไปเยือนในประเทศในอาเซียนบวก ๖ แน่นอน ตรงนี้ผมอยากให้มั่นใจไปเลย เขียนไปเลยครับเชิงปริมาณบอก ๔ ป้ต้องครบ เพราะว่าเราจะปัองกันกลไกการทุจริตคอร์รัปชัน

ตั้งแต่การเลือกคนดีเข้าสู่สภา แล้วผมมั่นใจครับถ้าเกิดเราปฏิรูปอย่างนี้สําเร็จหมายความว่า ผู้ที่จะมาเปึนผู้แทนเองเขาก็ไม่อยากเลือกตั้งหรอกผมมั่นใจ เพราะว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง มันก็เหนื่อยแสนสาหัสต้องใช้เงินใช้ทอง แล้วที่สําคัญคืออะไรรู้ไหมครับ กลไกในการเลือกตั้ง ของเราก็เขียนไว้แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งเขาก็อํานวยความสะดวกลดในเรื่องของ ความเหลื่อมล้ําคนรวยกับคนจน หรือว่าคนรายได้น้อยที่จะมาเปึนผู้แทนให้สามารถเข้าสู่ ระบบได้โดยการอํานวยการของ กกต. ก็คือการจํากัดในเรื่องของงบประมาณ การใช้จ่าย งบประมาณ การหาเสียง รถอาจจะมีแค่ ๓ คัน ปัายอาจจะมีไม่เท่าไร มีเวทีจัดให้เสร็จ อย่างอื่นทําไม่ได้หมดเลย อย่างนี้ครับกลไกตรงนี้มันสามารถที่จะส่งคนดีเข้าสภาได้แล้ว แต่ผู้บริหารสิครับต้องยึดหลักว่าถ้าไม่ดีจริงคุณก็ไปไม่ถึงเปัาหมายนะครับ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องถือว่าเปึนความวิริยะอุตสาหะของท่านประธานและคณะในการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็สรุปเปึนประเด็นออกมาค่อนข้างดี และจะเปึนสิ่งที่ เหมาะสําหรับสภาที่จะตามเรามาคือสภาขับเคลื่อนได้นําไปติดตามในเรื่องนี้นะครับ ผมมี ๒ เรื่องหรือ ๒ ประเด็น ในเรื่องที่ ๑ นี้ผมคิดว่าในบางเรื่องที่เราเสนอไป ทั้งวาระ ปฏิรูปและวาระพัฒนานั้นมีความเชื่อมโยงกันอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไปอยู่คนละทิศละทาง มันจะมองความเชื่อมโยงนั้นไม่ออก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ในกรณีของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการหรือเรียล เซกเตอร์ (Real Sector) นี่เราเสนอไปในส่วนที่ผมเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูปการพาณิชย์และ การบริการอยู่ เสนอไป ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของวาระปฏิรูป เรื่องการทําการแข่งขัน ให้เกิดความเปึนธรรมขึ้นมา โดยแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เราทําเรื่องนี้ เพราะอะไร เราทําเรื่องนี้เพราะว่าต้องการให้ระบบนิเวศหรือสภาพแวดล้อมของการค้า ภายในประเทศมีความเสรีและเปึนธรรม เนื่องจากกฎหมายแข่งขันนั้นไม่สามารถที่จะ บังคับใช้ได้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ คงไม่ได้พูดเพื่อให้เสียเวลาในตอนนี้นะครับ เพียงแต่ว่า การผลักดันตรงนี้เพื่อจะให้เกิดบรรยากาศที่เสรีและเปึนธรรม ใหญ่ไม่รังแกเล็ก แล้วก็เล็ก สามารถที่จะเดินทางต่อสู้ไปได้ ซึ่งตรงนี้ก็ผลักดันผ่านสภาไปแล้วในเรื่องที่ ๑ ต้องการทําให้ การค้าภายในประเทศนั้นราบรื่นนะครับ เรื่องที่ ๒ ที่เราไปดูเรื่องเอาต์เวิร์ด อินเวสต์เมนต์ (Outward Investment) เพราะอะไร เพราะเราเห็นว่าการเมืองโลกนี่มันมีการเปลี่ยนแปลง จะเห็นว่าประเทศยักษ์ใหญ่พยายามที่จะใช้การเมืองนั้นมาบีบในเรื่องการค้าเรา เพราะฉะนั้น เราต้องเอาตัวรอดในส่วนนี้ ซึ่งเอกชนรายใหญ่ ๆ ไปแล้ว แต่เอ็ม (M) ของเรานี่ยังไม่ไป ไหนเลย แล้วจะทําให้เสียเปรียบ พอเขาประกาศเทียร์ (Tier) ทีหนึ่งเราก็หนาวทีหนึ่ง มีไอยูยู (IUU) มีไอซีเอโอ (ICAO) เราก็เหนื่อย เพราะฉะนั้นการไปลงทุนในต่างประเทศ เปึนช่องทางออกที่จะทําให้อนาคตของเราที่ฝากชีวิตไว้กับการส่งออกนั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไปรอด อันนี้เปึนเรื่องที่ ๒ ซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกัน ส่วนเรื่องที่ ๓ เราเห็นว่าดิจิทัล อีโคโนมี

(Digital Economy) นั่นคืออนาคตของโลก แล้วขณะนี้หลายประเทศก็ทําไปแล้ว มันเปึน เครื่องมือที่จะตอบโจทย์เรื่องการค้าภายในประเทศ เรื่องของการค้าระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นถึงเอามาร้อยเรียงไว้เปึน ๓ วาระ แต่จะต่างกันก็ตรงที่ว่าวาระที่ ๑ คือการปฏิรูปให้มีการแข่งขันที่เสรีและเปึนธรรมนั้นเปึนวาระปฏิรูปซึ่งต้องไปแก้กฎหมาย ส่วนอีก ๒ วาระนั้นเปึนเรื่องของวาระพัฒนาแต่เชื่อมโยงกัน ทีนี้ถ้าสมมุติเราไม่พูดถึง คอนเนกทิวิตีในส่วนนี้ ถ้าเกิดกรณีสภาขับเคลื่อนเขาไปทํายกดิจิทัล (Digital) ขึ้นมา ยกเอาต์เวิร์ดขึ้นมาก่อน โดเมสติก (Domestic) ไม่ได้ดูแลเลย ก็จะทําให้การร้อยเรียงต่าง ๆ นั้นไม่เปึนไปตามที่เราคิดว่าเรียล เซกเตอร์นั้นมันควรจะเดินไปตามนี้ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า ไม่รู้ว่าวาระอื่น ๆ ซึ่งเรามีเยอะอยู่นั้นจะมีส่วนไหนที่มีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องหรือต้องพึ่งพา ซึ่งกันหรือไม่ ถ้ามีในส่วนนี้ผมคิดว่าถ้าเปึนไปได้ ท่านกรรมการซึ่งดูแลที่ทําเรื่องนี้อยู่นี่ ช่วยเหนื่อยขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง กรุปป่ง (Grouping) ลงมาหาคอนเนกทิวิตีตรงนี้ให้เจอ ภาพมันจะ ชัดขึ้นครับโดยไม่ต้องไปแตะเรื่องเนื้อหาสาระซึ่งเขาทํากันมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าสิ่งที่เราเจอในส่วนของเรียล เซกเตอร์ก็คือส่วนที่จริง ๆ แล้วเราไม่อยากแยกเปึน การเงินด้วยซ้ําไปเพราะมันเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน มันสนับสนุนซึ่งกันและกัน แต่ถ้ามองภาพ ตรงนี้แล้วสามารถกรุป (Group) ในเรื่องหัวข้อต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง มันจะเปึนประโยชน์ อย่างมากในการที่เราจะขับเคลื่อนต่อ และปฏิรูปไปในอนาคต มิเช่นนั้นแล้วมันเหมือน สะเปะสะปะ เรามีเปึน ๔๓ วาระที่เราจะต้องทั้งพัฒนาและปฏิรูป เพราะฉะนั้นบางวาระนั้น สามารถเชื่อมโยงกันได้ก็ขอฝากงานตรงนี้ไว้สักนิดหนึ่ง ก็คิดว่าคงไม่เปึนภาระเยอะนะครับ ในส่วนที่ท่านได้สรุปไว้นั้นจริง ๆ แล้วของเศรษฐกิจดิจิทัลในวาระที่ ๔๒ กับวาระที่ ๔๓ นั้น ก็เรียงกันมาแล้ว แต่ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้านี่ไปอยู่วาระที่ ๑๒ นะครับ ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือในภาคผนวก ก หน้า ๑๐ ในหัวข้อที่ ๓ บนเลย นิว โกรท เอนจิน (New Growth Engine) ในนั้นประเด็นการพัฒนามีการวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริม ให้เกิดสตาร์ทอัพ (Startup) การส่งเสริมให้ธุรกิจไทยออกมาใช้ประโยชน์จากภูมิภาค ให้มากขึ้น เข้าใจว่าตรงนี้ต้องเปึน อันเดียวกันนะครับ ไม่ใช่ ๒ หัวข้อ แต่สิ่งที่อยากจะ เพิ่มในนิว โกรท เอนจินก็คือดิจิทัล อีโคโนมีครับ

เพราะในภาคผนวกนั้นไม่มีเลยที่พูดถึงดิจิทัล อีโคโนมี แต่ในวาระปฏิรูปที่ ๔๒ วาระข้างต้นนั้น ท่านพูดถึงแล้ว ในภาคผนวกนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นดิจิทัล อีโคโนมีเปึนเครื่องมือที่สําคัญ สําหรับโลกอนาคตในการที่จะทํามาค้าขายกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเห็น ตัวอย่างได้จากประเทศจีนที่ทําไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอฝากสิ่งต่าง ๆ ไว้ใน ๒ ประการนี้ เพื่อถ้าท่านสามารถไปทําได้ก็จะเปึนคุณูปการต่อการปฏิรูปในอนาคต กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณครับ เชิญดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ครับ

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจสําหรับเหตุการณ์เมื่อวานนะครับ และกระผมก็คิดว่า ขณะนี้คนไทยเรายืนหยัดอยู่ด้วยกัน การที่เรารวมกันนั้นจะทําให้เราเข้มแข็งขึ้น ในประเด็นที่ ผมอยากจะขอแสดงความคิดเห็นก็คือเรื่องของทิศทางที่เรากําลังจะก้าวเดินไป ทางคณะกรรมาธิการได้มีความฉลาดอย่างมากในการที่จะนําเสนอในรูปของเครื่องบิน เห็นด้วยทุกประการ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะนําเสนอข้อมูลบางอย่างเพื่อที่จะทําให้ เครื่องบินของเรานั้นไปถูกทิศถูกทาง ท่านอลงกรณ์ได้พูดว่านักบินนั้นก็คือการเมือง ซึ่งเราก็ต้องยอมรับนะครับว่ำนักการเมืองหรือว่าผู้นําทางที่เก่งนั้นในที่สุดก็สามารถที่จะ นําพาเราไปจนกระทั่งถึงเปัาหมายได้ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้นั้นในเทคโนโลยีใหม่เรามีเรื่อง ของออโตไพลอต (Autopilot) เรามีเรื่องของหลักการ แนวทางอะไรต่าง ๆ มากมาย สิ่งหนึ่งที่เรากําลังทํากันอยู่โดยเฉพาะอย่า งยิ่งสภา สปช. ก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนั้นจะเปึนออโตไพลอต จะเปึนเครื่องนําทางที่ดีที่สุดในการที่จะนําเราไปให้ถึง ฝัืงฝัน ในเรื่องของป้กที่สมดุลอะไรต่าง ๆ นั้นคณะกรรมาธิการของเราแต่ละชุดก็ได้นําเสนอ แนวทางในการที่จะนําไปสู่แนวทางต่าง ๆ เหล่านั้นได้แล้วนะครับ แต่ปัญหาของพวกเรานั้น เท่าที่เห็นถ้าดูจากในที่นี้ก็คือในจุดที่เราเรียกกันว่าผู้โดยสารที่หลากหลายมากขึ้น ในจุดตรงนั้นเองผู้โดยสารที่มักจะไม่ค่อยเคารพกฎหมาย ที่มักจะละเมิด ที่มักจะมีปัญหา ไม่เดินตามกติกาอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นจะเปึนอุปสรรคอันหนึ่งที่จะ ทําให้เราเดินไปไม่ถึง จุดมุ่งหมาย เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่แล้วนั้นผมแล้วก็ทางสมาชิก สปช. ส่วนหนึ่งได้มีโอกาสในการที่จะเข้าไปร่วมกันคัดค้านในกรณีที่จะมีการดึงเอาเรื่องของ เอียร์มาร์ก แทกซ์ (Earmark tax) ออกไป เอียร์มาร์ก แทกซ์หรือว่าภาษีเฉพำะนั้น

จะไปมีส่วนในเรื่องของการสนับสนุนไทยพีบีเอส สนับสนุนเรื่องของโครงการของ สสส. เราจะเห็นได้ว่าโครงการของ สสส. ลดเหล้า ลดบุหรี่นั้นให้ประโยชน์อย่างมาก และในขณะเดียวกันก็ประสบผลสําเร็จ เหตุที่ประสบผลสําเร็จนั้นเพราะว่ามีเ อียร์มาร์ก แทกซ์ ทําให้เกิดรายได้ที่เปึนรูปธรรม แล้วก็อย่างมั่นคงให้แก่ทาง สสส. กรณีอย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าเราไม่มีเอียร์มาร์ก แทกซ์ การทํางานของ สสส. ในการที่จะลดเหล้า ลดบุหรี่ ไม่มีทาง บอกได้เลยนะครับว่าไม่มีทาง เนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะต่อสู้กับอํานาจอิทธิพ ล ของนักธุรกิจได้ในเรื่องของทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ อันนี้เปึนตัวอย่างที่ดีอันหนึ่ง ส่วนหนึ่งเลยนั้น จําเปึนที่จะต้องมีกลไกพิเศษบางอย่างในการที่จะทําให้ฝ์ายการเมืองสามารถที่จะต่อสู้ฟันฝ์า กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากพวกเรากันเองที่ไม่เคารพกติกา หรือจาก พวกเรากันเองที่พยายามที่จะใช้กลไกหรืออิทธิพล ตรงนี้จําเปึนที่เราที่อยู่บนเครื่องบิน หรือว่านักบินที่จะนําทางนั้นจําเปึนที่จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบนั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นผมเคยเล่าให้ฟังนะครับว่า เขามีกลไกอยู่อย่างหนึ่งในการที่จะทําให้อิทธิพลของฝ์ายนักธุรกิจนั้นลดลง นั่นก็คือ การเพิ่มอํานาจต่อรองของผู้บริโภค เมื่อเพิ่มอํานาจต่อรองของผู้บริโภคให้สามารถที่จะ จับได้ไล่ทันนักธุรกิจแล้วนั้นนักธุรกิจก็สามารถที่จะเข้าไปดําเนินงานของตัวเอง สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็ผลักดันให้ประเทศนั้นก้าวไปสู่การเปึน ประเทศพัฒนาแล้วได้ นั่นเรื่องหนึ่ง

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเลยก็คือเรื่องของการสร้างวินัยในสังคม เราจะเห็นได้ว่า อันหนึ่งที่เปึนปัญหาสําหรับบ้านเราเลยก็คือการละเมิดกฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วพวกเรากันเอง มองว่าสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้นไม่เปึนปัญหา ซึ่งในที่สุดแล้วมันจะกลายไปเปึนสิ่งใหญ่ แล้วผมก็ได้ยกตัวอย่างเรื่องของการขับรถย้อนศรอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ในที่สุดเราทําให้สิ่งที่ ไม่ปกติเหล่านี้กลายเปึนความปกติ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะทําให้กฎหมายกลายเปึน กฎหมายบังคับใช้ได้อย่างถูกต้อง ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดในป้ ๒๕๗๕ เราสามารถที่จะก้าวไปสู่ ประเทศที่เปึนประเทศพัฒนาแล้วได้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญอาจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ครับ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ท่านประธานครับ ผมก็เห็นด้วย แล้วก็ชื่นชมกับ คณะกรรมการที่ช่วยกันมองดูว่าจะหาสาระหรือว่าประเด็นปฏิรูป หรือว่าสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างไรนะครับ ภาพที่เห็นก็คือว่าใช้เครื่องบินเปึนพาหนะ ในการนําทางประเทศเราก้าวข้ามสู่ประเทศที่พัฒนามากขึ้น เครื่องบินลํานี้จะบิ น ด้วยความเร็วขนาดใดก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่บรรทุกไปมีอะไรที่สามารถทําให้ประเทศเดินไป มากกว่านั้นได้ ก็เห็นว่าเรามีสิ่งที่เครื่องบินบรรทุกไปก็คือเรื่องที่เราทําการศึกษาทั้งสิ้น ๔๓ วาระปฏิรูปแล้วก็ วาระพัฒนา แล้วก็มีเรื่องย่อยอีก ๑๙๐ ประเด็น อันนี้เปึนสิ่งที่ เครื่องบินลํานี้บรรทุกไปแล้วก็กําลังจะบิน คนที่จะบินจะเปึนนักบินขณะนี้ไม่ใช่เรา เปึนผู้อื่น ที่จะมาเปึนนักบิน เขาจะบินได้ดีขนาดไหนอันนี้เรายังตอบไม่ได้ เพราะว่าเรายังไม่ใช่เปึนผู้ที่ เปึนคนนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราบรรทุกไปมันมีบำงเรื่องที่อาจจะต้องขอให้คณะกรรมการ สังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับไปด้วยนะครับ ผมเห็นมีงานวิจัย ชิ้นหนึ่งมาอ่านให้ฟังครับ การศึกษาการปนเปุ๋อนของสารเคมีกําจัดศั ตรูพืชเรื่องของ ออร์แกโนคลอรีน (Organochlorine) หรือในเรื่องของเพสติไซด์ (Pesticide) ในน้ํา ในตะกอน แล้วก็ในดิน แล้วก็ใบข้าว และรวมทั้งสัตว์น้ํา อันนี้เปึนการศึกษาที่พื้นที่ใกล้ ๆ กับบึงบอระเพ็ดซึ่งเปึนแหล่งปลูกข้าว แล้วก็ได้ทําการเก็บตัวอย่างพวกยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ซึ่งเปึนสารในกลุ่มของออร์ แกโนคลอรีนกับออร์ แกโนฟอสเฟต (Organophosphate) จากใบข้าว จากเมล็ดข้าว จากปลา แล้วก็จากในน้ํา เพื่อจะดูว่ามันมี

การปนเปุ๋อนของสารเคมีทั้งหลายทั้ง ๒ กลุ่มนี้มากแค่ไหน ก็พบว่ามันมีพวกโทเทิล เอนดริน (Total endrin) สูงมาก ผมขออนุญาตที่ใช้เปึนภาษาอังกฤษเพราะ ว่ามันเปึนตัวบังคับ ของมันก็คือสารจําพวกยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชในตัวศึกษา ๔ ชนิดที่ผมเรียนเมื่อกี้นี้ครับ ปรากฏว่าทั้งโทเทิล เอนดรินก็คือสิ่ง ที่มันสะสมอยู่ในใบข้าวก็ดี ในเมล็ดข้าว ในปลา แล้วก็ในน้ํามีค่าสูงมาก สูงจนเกือบจะใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานที่กระทรวง สาธารณสุขในประเทศไทยจะยอมรับได้ แปลว่าอย่างไรครับ แปลว่าการใช้สารเคมี ในประเทศเรานี้กําลังสูงเกินกว่าความที่เราจะรับได้แล้ว แล้วสารเคมีเหล่านั้นไปตกค้าง อยู่ในปลา และผมกําลังจะบอกต่อไปว่าเม็ดข้าวที่เราบริโภค เรากินก็มีความเสี่ยงสูงที่จะ ปนเปุ๋อนด้วยสารประเภทออร์แกโนคลอรีนและออร์แกโนฟอสเฟตที่ฉีดพ่นโดยตรง

หมายความว่าถ้าเกษตรกรฉีดพ่นโดยตรงไปกับใบข้าวไปกับเมล็ดข้าวที่กําลังตั้งท้องอยู่ อาจจะมีผลทําให้เจ้าตัวสารทั้ง ๒ ประเภทที่ผมได้เอ่ยเมื่อกี้ไปตกค้างอยู่ในเมล็ดข้าวมากขึ้น และเมล็ดข้าวนั้นสะสมเจ้าตัว ๒ ประเภทนี้ แล้วเราก็นํามาบริโภค อันนี้ผมกําลังจะบอกว่า สิ่งแวดล้อมบ้านเราขณะนี้กําลังที่จะมีการปนเปุ๋อน มีการใช้สารเคมีจํานวนมาก ถึงเวลาหรือยัง ในการที่เราจะต้องเฝัาระวังเรื่อง ของการใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า ในสิ่งแวดล้อม ในพวกผลผลิตการเกษตรของเรา ผมเห็นว่าเรื่องของการสร้างความรู้ในเรื่อง ของการใช้สารเคมี ท่านประธานครับ มันควรจะต้องไปอยู่ในเรื่องของ ขออนุญาตเพิ่มอีกนิดหนึ่ง ครับท่านประธาน คือเรื่องของการปฏิรูปภาคเกษตรต้อ งมีความเข้มข้นมากขึ้น ต้องเสริมสร้างความรู้มากขึ้น และเวลาเดียวกันการปฏิรูปด้านการจัดการศึกษาต้องเติม ความรู้เรื่องนี้เข้าไป เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าในวาระปฏิรูปหน้า ๑๘ ของรายงานฉบับนี้ วาระปฏิรูปเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในข้อสุดท้ายควรจะ เติมคําว่า และสร้างความตระหนักในการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้าไปด้วย และนอกจากนั้นอาจจะขอให้เติมในหน้า ๖ ของวาระปฏิรูป ในวาระปฏิรูป ที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร ขอให้เติมไปในเรื่องของการเสริมสร้างความรู้เรื่อง สิ่งแวดล้อมซึ่งเปึนการทําร่วมกันของคณะปฏิรูปการเกษตร สิ่งแวดล้อมแล้วก็วิทยาศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อเปึนการเสริมสร้างความรู้ให้กับเกษตรกรเพื่ อสร้างความตระหนักให้กับเยาวชน ซึ่งต่อไปจะเปึนเกษตรกรให้รับรู้ว่าสารเคมีต่าง ๆ แล้วก็ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์มันมีทั้งโทษและ คุณอนันต์ อันนี้คือสิ่งที่ควรจะต้องเสริมเข้าไป ผมนํางานวิจัยชิ้นนี้มาอ่านให้ฟังเพื่อที่จะบอกว่า เรากําลังก้าวเข้าไปสู่ความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในเรื่องของ สิ่งแวดล้อมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ทั้ง ๒๐ ท่านที่แสดงความจํานงอภิปรายครบแล้ว มากกว่าที่เราคาดไว้เยอะเลย ท่านประธาน จะสรุปไหม ผมว่าเก็บไปเถอะเราจะได้ไปเรื่องอื่นต่อนะครับ โอเคนะครับ ท่านที่ยังไม่ได้ อภิปรายแล้วยังมีค้างอยู่ในหัวใจรีบเขียนมาเลย แล้วก็เดี๋ยวให้ทางกรรมการรับไป ผมสรุปว่า ที่ประชุมพิจารณารับทราบรายงานการพิจารณาของคณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวม เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติก็ได้ผ่านเรื่องนี้ ขอขอบคุณกรรมการทุกท่าน ขอบคุณมาก ๆ เลย

แทนพวกเราทุกคน ความจริงเรามีอีกหลายเรื่องที่จะต้องพูดคุยกัน ท่านรองประธานทัศนา บอกว่าวาระนี้ไม่ต้องลงมติ ผมอยากชวนลงมติ ลงมติรับทราบก็ยังดีจะได้ดูตื่นเต้นหน่อย

ถัดไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๒ ครับ รายงานของ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมกำรจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการได้เข้าประจําที่นะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกครับ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ โดยมีอํานาจหน้าที่คือ ศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ เสนอคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความเห็นชอบ กับ ๒. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย บัดนี้ คณะอนุกรรมาธิการได้จัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้นําเสนอต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ จึงอนุญาตบรรจุระเบียบวาระการปฏิรูปเพื่อให้สภาพิจารณาในวันนี้

อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พิจารณาถึงขั้นที่ต้องลงมติ เพราะกระบวนการพิจารณา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ถึงคราว แต่เนื่องจากวิธีการเขียน ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้ปรับไปจากในรอบแรกที่เราได้เห็น หลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปนั้นได้ถอดลงมาไว้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองได้มองว่าเรื่องนี้น่าจะมีความสําคัญถ้าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เห็นร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ซึ่งก็พร้อมพอที่พิจารณา และให้ความเห็นในคราวที่เราจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสาระสําคัญ ส่วนนั้นถอดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งยังไม่ใช่ การพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่วาระและไม่ใช่หน้าที่ ของเราด้วย แต่สาระที่อยู่ในนั้นควรกับการที่เราจะได้ทราบ เพราะมันจะคู่ไปกับการที่เราจะ เห็นชอบไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประโยชน์ในการพิจารณาในวันนี้ผมคิดว่าอยู่ตรงที่ผม ได้ประมวลสรุปแล้ว จึงอยากจะขอความร่วมมือคณะกรรมาธิการแถลงราย งานและ ตอบชี้แจงขอให้กระชับอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของ ท่านสมาชิกก็กรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมนะครับ ประเด็นที่จะ เพิ่มเติมเรื่องนี้ยังมีอยู่ต่อไป ไม่ใช่เฉพาะวันนี้นะครับ ขอเชิญท่านประธานอนุกรรมาธิการ ได้แถลงรายงานครับ ถ้าเผื่อท่านพร้อมแล้ว คุณหมอชูชัยครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนนะครับ แล้วก็ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องของความบังเอิญที่จะต้องมาเสนอเอกสารรายงานการศึ กษา เตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเพื่อนสมาชิก ทั้งหลาย แต่ว่าในทางพุทธศาสนาพระท่านบอกว่าความบังเอิญไม่มีครับ เพราะว่าสรรพสิ่ง ทั้งหลายล้วนเปึนไปตามหลักอิทัปปัจจยตาซึ่งเปึนกฎสูงสุดของธรรมชาติ ที่บอกว่า เพราะสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงเกิดหรือเพราะมีสิ่งนี้เปึนเหตุปัจจัยให้สิ่งนี้มี ดังนั้นเอกสารที่ปรากฏอยู่ ณ เบื้องหน้าของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายเปึนเพราะเหตุปัจจัยที่ว่า หมวดปฏิรูป เพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรมนั้นถูกตัดทอนลงจากเนื้อหาสาระ ๑๕ มาตรา เหลือเพียง ๔ มาตรา อันที่จริงมีคําขอแก้ไขให้เหลือเพียง ๑ มาตราด้วยซ้ํา อันนี้คือที่มา

อันนี้คือเหตุปัจจัยดังที่ผมจะขยายความต่อไป ถ้าเหลือเพียง ๑ มาตราก็หมายความว่า จะมีแค่หัวข้อของการปฏิรูปแล้วก็มีกลไกที่จะบอกว่าจะทําการปฏิรูป แต่ว่าเพื่อนสมาชิกครับ เราไม่แน่ใจว่าจะเกิดการปฏิรูปได้อย่างไร หากเปึนเช่นนั้นเราก็คงไม่สามารถที่จะมายืนยัน ต่อเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่าจะเกิดการปฏิรูปในบ้านนี้เมืองนี้ และที่สําคัญคือเราจะไปตอบ กับพลเมืองที่ในช่วงเกือบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมานี่

พลเมืองหลากกลุ่มความคิดทางการเมือง ความเชื่อทางการเมืองที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน ก็คือเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของบ้านเมือง เราจะไปตอบคําถาม เขาอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวเหล่านั้นในช่วงเกือบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนจะเปึนการสูญเปล่า เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่ผ่านมา บนเวที เปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกจํานวนไม่น้อยมีความรู้สึกชื่นชม ประทับใจกับคําตอบของท่านประธานเทียนฉายที่ตอบคําถามคุณสุทธิชัยด้วยเนื้อหาสาระ ที่คมชัดและลุ่มลึก มีความตอนหนึ่งที่พูดว่าสมาชิกรู้ว่าเราฉีกใบสั่งคําร้องไปกี่ใบ แต่ท่านประธานเทียนฉายตอบอย่างเข้าใจและสร้างสรรค์ครับ ท่านจึงพูดต่อว่าผู้บริหาร รัฏฐาธิปัตย์มีชุดข้อมูล ชุดความเห็นชุดหนึ่ง สปช. มีอีกชุดหนึ่ง ความไม่เข้าใจกันนั้นมี แต่ได้รีบทําความเข้าใจนั้น ท่านประธานครับ ในคําขอแก้ในหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ํานั้น ที่บัญญัติไว้ถึง ๑๕ มาตราก็เช่นกัน เรามีชุดข้อมูล ชุดความรู้ที่ล้วนมีเหตุผลความจําเปึน อย่างสมเหตุสมผลทั้งสิ้นของแต่ละฝ์าย ฝ์ายหนึ่งมองว่าหากไปกําหนดปฏิรูปทั้ง ๑๕ ด้าน ดังกล่าวแล้ว และบางครั้งก็ระบุในบางเรื่องว่าจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ก็จะเกรงว่าฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับ ความจําเปึนในเรื่องการปฏิรูปนั้นจะไม่พอใจ รวมทั้ง การปฏิรูปบางด้านอาจจะจุดชนวนให้เกิดความแตกแยกต่อไปได้ นอกจากนี้การกําหนดให้ เกิดองค์กรหน่วยงานอีกจํานวนมากซึ่งมากจริง ๆ นะครับ จะนําไปสู่ภาระงบประมาณของ รัฐบาลน่าที่จะมารับช่วงต่อ ทั้งหมดที่ให้เหตุผลประกอบคําขอแก้นั้นมีความจริงอยู่ไม่น้อย เลยนะครับ ดังนั้นการเจรจาจึงเกิดขึ้นดังที่ท่านประธานได้ตอบคุณสุทธิชัยนะครับว่า เมื่อมีความไม่เข้าใจก็รีบทําความเข้าใจนั้นเสีย เมื่อการเจรจาเกิดขึ้น ท่านเพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ ในเอกสารตําราว่าด้วยการเจรจาคงไม่มีตําราเล่มไหนที่ไม่พูด ถึงอดีต ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ที่บอกว่าจงอย่าเจรจาด้วยความกลัว และอย่ากลัวที่จะ เจรจา ด้วยเหตุนี้การเจรจาจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ ศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน เคารพในชุดข้อมูลที่ต่างกันด้วยดีแล้วผลที่สุดก็น่าชื่นใจครับ ต่างฝ์ายต่างก็รับฟัง แล้วก็ออกมาได้ข้อยุติดังที่ผมจะได้อธิบายต่อไป แม้เหลือเพียง ๔ มาตราในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเราก็เห็นเปัาหมาย เราเห็นทิศทาง เห็นสาระการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ได้ครบถ้วนครับ เดิมเราเขียน ๑๕ ด้านปฏิรูป แต่ว่าเมื่อมารับฟังเพื่อนสมาชิก ประธานกรรมาธิการปฏิรูปอีก ๒ ด้าน คือด้านปฏิรูประบบคอร์รัปชันกับเรื่องปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค ขอให้เพิ่ม

ก็กลายเปึน ๑๗ ด้านด้วยกัน จาก ๑๘ คณะ จริง ๆ แล้วมันควรจะเปึน ๑๘ ด้าน แต่ว่าเรา นับรวมด้านเศรษฐกิจทั้งมหภาค ทั้งรายภาคเปึนเรื่องของเศรษฐกิจก็เลยเหลือเพียง ๑๗ ด้าน ๔ มาตรานี่คือ ๔ กลุ่มการปฏิรูป ๑๗ ด้านปฏิรูป

เมื่อแปลงมาเปึนหมวดต่ำง ๆ ในร่างเอกสารเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญมีประมาณ ๑๓๐ อนุมาตรา ดั่งที่เอกสารอยู่ข้างหน้า ๔ กลุ่มหรือ ๔ มาตรานี่ ประกอบด้วย ๑. การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ๒. สังคมและวัฒนธรรม ๓. เศรษฐกิจ ๔. ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ มาตรานั้นยังมีอีก ๑ มาตรา ถ้าผมจําไม่ผิดถ้าตัวเลขมาตรายังไม่นิ่งก็จะไม่ขออ้างมาตรา มีอีก ๑ มาตราที่ระบุชัดเจนว่าบทบัญญัติในภาคนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานและประชาชนที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูป และการสร้างความปรองดองตามหลักการที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ และตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น ก็คือเอกสารเตรียมการจัดทําอยู่ในมือของท่านก็เปึน ๑ ในฉบับนั้น เอกสารข้อเสนอ ของเพื่อนสมาชิก สปช. ๓๗ วาระปฏิรูป หรือข้อเสนอ ๑๖๒ ข้อเสนอนั้นอยู่ในนี้ด้วย ดังที่ผม จะอ่านต่อไป ในมาตรานี้บัญญัติว่าพร้อมระบุด้วยว่าข้อเสนอการปฏิรูปของ สปช. ทั้งหลาย ต้องนําไปพิจารณาต่อไป ด้วยเหตุดังกล่าวนี้งานที่ได้ดําเนินการมาร่วม ๑๐ กว่าเดือนนี่ไม่สูญเปล่า และได้มีการบัญญัติต่อไปว่าหากมีปัญหา เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของรัฐสภา ครม. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติก็เสนอต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย นั่นก็หมายความว่าบทบัญญัตินี้ก่อให้เกิด ความรับผิดชอบ ถ้าเรื่องที่จะต้องปฏิรูปแล้วไม่ดําเนินการปฏิรูป เมื่อมีความรับผิดชอบ ก็มีหน้าที่ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผมคิดว่าเปึนครั้งแรกที่เขียน รัฐธรรมนูญ ที่ผมเคยมีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ผมคิดว่าครั้งนี้เปึน การบัญญัติที่เสนอให้เกิดความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ๔ มาตราในร่างรัฐธรรมนูญดังที่ผมบอกมากลายเปึน ๔ หมวดตามเอกสาร หมวด ๑ ว่าด้วยการเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ศาสตราจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ จะมาขยายความอย่างกระชับนะครับ มีทั้งหมด ๕ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการปฏิรูป ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านการบริหารท้องถิ่น ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน มีคําถามของคุณสุทธิชัย ถามท่านประธานว่าการปฏิรูปที่สําคัญ

ที่เปึนจุดคานงัดมีอะไรบ้าง ท่านประธานเทียนฉายตอบว่าข้อ ๑ นี่แหละที่ผมกําลังอ่าน การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม อันนี้เปึน ๑ ใน ๒ เรื่องที่ ๒ คือเรื่อง การศึกษาท่านบอกว่านี่เปึนเรื่องที่สําคัญมาก เดี๋ยวศาสตราจารย์บรรเจิดจะมาขยายความ หมวด ๒ เรื่องสังคมวัฒนธรรมประกอบด้วย ๘ ส่วนด้วยกัน ผมจะมาสรุปตอนท้ายที่วิทยากร ทั้ง ๓ ท่านได้นําเสนอไปแล้ว มีหมวดสังคมและวัฒนธรรม ส่วนที่ ๑ การปฏิรูป ด้านการศึกษา ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านสาธารณสุข ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านสังคม ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค

ส่วนที่ ๖ การปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนที่ ๗ การปฏิรูป ด้านแรงงาน ส่วนที่ ๘ การปฏิรูปด้านการกีฬา ในหมวด ๓ เปึนเรื่องเศรษฐกิจมีอยู่ ๓ ส่วน ด้วยกันซึ่งผมคิดว่าสําคัญมาก ส่วนที่ ๑ คือการปฏิรูปด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการขจัดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรม ทางเศรษฐกิจ ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านวินัยและเสถีย รภาพการเงินการคลังของประเทศ เพื่อนสมาชิกครับ ที่ผ่านมาเราสนใจแต่เรื่องของการสร้างประชาธิปไตยทางการเมือง ๓ ส่วนนี้ ผมกําลังจะบอกเพื่อนสมาชิกว่านี่คือการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เราสนใจ ประชาธิปไตยทางการเมืองและเปึนประชาธิปไตยทางการเมืองของผู้แทน ต่อไปนี้เราจะต้อง ให้ความสนใจประชาธิปไตยทางการเมืองของพลเมือง ประชาธิปไตยทางการเมืองของ ท้องถิ่น ประชาธิปไตยของฐานล่าง ประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วม ที่สําคัญต้องควบคู่ ไปกับประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล จะมาย้ําให้เห็นความสําคัญ ของหมวดนี้ครับ ผมคิดว่าเปึนครั้งแรกที่เราได้บัญญัติเรื่องประชาธิปไตยทางการเมือง ลงในรัฐธรรมนูญ ในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยเขียนสิ่งเหล่านี้มาก่อนในรัฐธร รมนูญนะครับ อาจจะเขียนบ้างแต่อย่างแยกส่วน คราวนี้ผมเห็นว่าเปึนการเขียนที่เปึนระบบมากที่สุด ส่วนที่ ๔ หรือหมวด ๔ คือทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ การปฏิรูปด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการผังเมือง ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านพลังงาน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูป ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ชี้ให้เห็นว่าขณะนี้เรากําลังมีปัญหาเรื่องคุณภาพของคน สังคม เดินหน้าเข้าสู่ผู้สูงอายุมากขึ้น และทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลงไปมาก หากไม่ปฏิรูปแล้ว ประเทศเราจากประเทศที่ล้าหลังจะไปสู่ประเทศที่ท่านบอกว่าเปึนเฟล สเตท (Failed state) หรือล้มเหลว ดอกเตอร์บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ซึ่งมีความรู้ความชํานาญในเรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และพลังงานจะมา อรรถาธิบายถึง ความจําเปึนที่ต้องปฏิรูปและสาระสําคัญแต่ละด้าน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บรรเจิด สิงคะเนติ ได้นําเสนอในหมวด ๑ ต่อไปครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เรียนเชิญครับ ท่านบรรเจิดครับ

ศาสตราจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม บรรเจิด สิงคะเนติ ในฐานะ ที่เปึนรองประธานอนุกรรมาธิการในการศึกษาเพื่อจัดทําร่างดังกล่าวนะครับ ผมขอสรุป ในส่วนที่ว่าด้วยหมวด ๑ การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในหมวดนี้นั้น ประกอบด้วยสาระสําคัญ ๕ ส่วน ส่วนแรกนั้นว่าด้วยการปฏิรูปด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านการบริหารท้องถิ่น ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ แล้วก็ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน

ผมขอลงรายละเอียดในส่วนที่ ๑ คือการปฏิรูป ด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม ในส่วนที่ ๑ นั้นมีสาระสําคัญ ๒ ส่วน ก็คือปฏิรูปกฎหมายแล้วก็ กระบวนการยุติธรรมซึ่งมีแนวทางโดยสรุปดังนี้ ประการแรกก็คือให้มีการปฏิรูปกระบวนการ ในการร่างกฎหมายให้มีความชัดเจน ทันสมัย ไม่ซ้ําซ้อน แล้วก็ไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน โดยไม่จําเปึน แล้วก็มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม

ประการที่ ๒ ปรับปรุงกฎหมายโดยกําหนดให้มีมาตรการบังคับทางกฎหมายให้เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการฝ์าฝ๋นหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประการที่ ๓ ให้ตรากฎหมายว่าด้วย การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี และมีหน่วยงานที่ให้คําแนะนําทางกฎหมาย ที่จําเปึนแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จัดให้มีทนายความที่มีความสามารถเพื่อดําเนินคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครองให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งจัดตั้งกองทุน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีเพื่อการดังกล่าว ประการต่อมาครับ ปฏิรูปกฎหมาย ว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางเลือก กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ รวมทั้งการระงับ ข้อพิพาทระหว่างประชาชนโดยกระบวนการทําชุมชนหรือการประนีประนอมข้อพิพาท ระดับชุมชน ตรงนี้ถือว่าเปึนส่วนสําคัญที่จะทําให้ข้อพิพาททั้งหลายนั้นไม่เดินเข้าไปสู่ กระบวนการยุติธรรมหลัก เพื่อที่จะลดภาระในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ประการต่อมาครับ ปฏิรูปองค์กรและกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง โดยปรับปรุงกระบวนการทําให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน ประการที่ ๘ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ตรงนี้ก็เพื่อให้ การกําหนดนโยบายในการบริหารนโยบายเรื่องกระบวนการยุติธรรมนั้นมีความเปึนเอกภาพ ประการที่ ๙ ปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งก็จะมีรายละเอียดมากพอสมควร ซึ่งตรงนี้ ก็เปึนสาระสําคัญส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ประการที่ ๑๐ ปฏิรูปการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ตรงนี้อาจจะดูเรื่องการบําบัด ฟุ๋นฟู การแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้เสพยาเสพติด รวมทั้ง ทบทวนบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีบทสันนิษฐานเด็ดขาดนะครับ ประการสุดท้าย ให้มีกลไก ในการบังคับคดีแพ่ง การบังคับโทษทางอาญา รวมทั้งการบังคับคดีปกครองที่มีประสิทธิภาพ นี่เปึนภาพรวมของมาตรา ๙ ที่ว่าด้วยการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มีแนวทางดังต่อไปนี้ครับ ประการแรก การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณต้องดําเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและแผนพัฒนาของชาติด้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาตินะครับ ประการที่ ๒ กําหนดขอบเขต ภาระ อํานาจหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน ในลักษณะของกลุ่มภารกิจและกลุ่มจังหวัดให้ชัดเจน และสัมพันธ์กันแบบบูรณาการนะครับ ประการต่อมา ทบทวนภารกิจและ การบริการสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทําอยู่ ลดและขจัดความซ้ําซ้อนระหว่างกัน

ในลักษณะที่มีความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและการยุบเลิก ประการต่อมา จัดทํางบประมาณตามพื้นที่คู่ขนานกับงบประมาณตามภารกิจ ประการต่อมา วางระบบ และกลไกและเครื่องมือเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโดยรวมอย่างมีประสิ ทธิภาพ ประการต่อมา ให้มีกฎหมายและกลไกเพื่อกําหนดมาตรฐานค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ ของบุคลากรภาครัฐทุกประเภทให้เปึนธรรม ไม่เหลื่อมล้ํา สามารถที่จะดึงดูดคนดีและคนเก่ง เข้า สู่ระบบราชการ อันนี้เปึนสาระสําคัญโดยสรุปของการปฏิรูปในส่วนของ การบริหารราชการแผ่นดินครับ

ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีแนวทางดังนี้ประการแรก ให้มีคณะกรรมการปฏิรูประบบปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยให้มีอํานาจในการขับเคลื่อนด้านการปฏิรูปการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต ศึกษา วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปรับปรุงและการพัฒนา ปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๒ ให้มีกฎหมายและกลไกในการปฏิรูป การปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกฎหมายนี้ต้องมีสาระสําคัญ อย่างน้อย ๔-๕ ประการดังนี้ ประการแรก ดําเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๒ ปลูกฝังจิตสํานึก คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประการที่ ๓ ดําเนินการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิ ชอบโดยการบัญญัติแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย รวมทั้งปรับปรุง พัฒนากลไกและมาตรการอันเกี่ยวกับการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๔ พัฒนาระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ประการสุดท้ายก็คือ กําหนดมาตรการให้หน่วยงานของรัฐมีพันธกิจในการต่อต้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบ มีหลักประกัน ที่จะได้รับ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในการดําเนินการ อย่างเพียงพอ นั่นเปึนสาระสําคัญของการปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ

ส่วนสุดท้ายการปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการ มีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนมีแนวทางที่สําคัญดังนี้ ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งคณ ะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลเมือง ประการที่ ๒ ตรากฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น ประการสุดท้ายปรับปรุงและพัฒนากระบวนการ และกลไกการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐทั้งระดับชาติและ ระดับท้องถิ่น

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเปึนสาระสําคัญโดยย่อในหมวด ๑ ว่าด้วยการเมือง การปกครองและกระบวนการยุติธรรมครับ ขอบพระคุณครับ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่เ ปึนสมาชิก กระผมขอนําสรุปในหมวด ๓ ด้านของเศรษฐกิจของร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งในส่วนนี้นํามาจากภาคที่ ๔ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ เราเคยส่งให้หลายเดือนที่แล้ว ในมาตรา ๒๘๓ การปฏิรูปด้านการเงิน การคลัง ภาษีอากร มาตรา ๒๙๒ เรื่องของ การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ มหภาค มาตรา ๒๙๓ การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจรายภาค แล้วก็ประกอบกับข้อเสนอจากคําแปรญัตติต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอจากคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ แล้วก็หารือกับทางกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังทั้ง ๒ คณะ และชุดอื่น ๆ ประกอบ โดยเราได้จัดหมวดหมู่ใหม่แบ่งออกเปึน ๓ ส่วน ตามโจทย์สําคัญทางเศรษฐกิจ ของประเทศ

ส่วนที่ ๑ ก็คือเปึนเรื่องของการปฏิรูปด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศในมาตรา ๒๒ อันนี้ก็คือสิ่งที่ท่านดอกเตอร์สุวิทย์พูดเปึนประจําว่าประเทศไทย จะแข่งขันไม่ได้ เราไม่สามารถที่จะไปเอาชนะประเทศอื่น ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้าง ครั้งสําคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและจุดยืนของประเทศไทย อันนี้ก็คือ ส่วนที่ ๑ ที่เราคิดว่าเปึนโจทย์สําคัญของประเทศไทยเพื่อไม่ให้เราถอยหลัง เรื่องที่ ๒ ที่เปึนเรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องของการปฏิรูปด้านการขจัดความเหลื่อมล้ําและการสร้าง ความเปึนธรรมทางเศรษฐกิจ อันนี้ก็เปึนโจทย์สําคัญของประเ ทศที่หลายคนพูดไปแล้ว นี่คือความไม่เท่าเทียมของรายได้ สินทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในสังคม แล้วก็กําลังอาจจะมีโอกาส เพิ่มขึ้นในช่วงต่อไป ถ้าเกิดดูเรื่องของรายได้ที่เปึนตัวเงินขยายวงกว้างตลอดเวลาที่ผ่านมา อย่างที่เคยได้พูดกันหลายครั้งแล้ว อันนี้จะปรากฏในมาตรา ๒๓ แล้วเรื่องสุดท้ายก็คือ เรื่องของการปฏิรูปด้านวินัยและเสถียรภาพทางการเงิน การคลังของประเทศ อันนี้ก็เปึน ปัญหาด้านวินัยการคลัง เรื่องของระบบการเงินต่าง ๆ ที่ยังมีช่องโหว่อยู่เราก็ได้พูดในเรื่องนี้ หลายครั้ง ข้อเสนอทั้ง ๓ ด้านได้สรุปหัวใจเปึนประโยคสั้น ๆ เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ เรียบร้อยแล้ว ก็จะสอดรับกันกับสิ่งที่เราจะพูดกันในวันนี้

สิ่งที่อยู่ในมาตราทั้ง ๓ มาตราเปึนหัวใจของการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศที่ผมคิดว่า ถ้าเกิดพอผมพูดไปทุกคนจะจําได้ว่านี่คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง ๑ และ ๒ ได้มาพูดให้กับทุกคนฟังอยู่เปึนประจํา แต่มารวบรวมไว้ที่เดียวเพื่อเห็น เปึนกรอบในการปฏิรูปประเทศไทยที่เดินไปข้างหน้าครับ ผมขออธิบายในแต่ละส่วนนะครับ

ในมาตรา ๒๒ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมีประเด็นสําคัญ ๆ ดังนี้ เริ่มต้นก็คือเรื่องของการให้ความสําคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้าง นิว แพลตฟอร์ม (New platform) อย่างที่เมื่อวานมีการพูดกันนะครับว่าเปึนแพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่ที่ทําให้ประเทศไทยแข่งขันได้บนฐานความรู้และนวัตกรรม ประเด็นที่ ๒ ก็คือ เรื่องของการปฏิรูปเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่จะขจัดการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปัองกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้อํานาจเหนือตลาดทําลาย ผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่เปึนธรรม อันนี้เราก็ผ่านกฎหมายเรื่องของกฎหมายการแข่งขัน ไปแล้ว และอันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจซึ่งเน้นเรื่องของการทบทวน ความจําเปึนในการดํารงอยู่ ความมีประสิทธิภาพและการแยกหน้าที่อย่างชัดเจน ระหว่างหน่วยงานที่กําหนดนโยบายกํากับดูแล และหน่วยงานที่ทําหน้าที่ เปึนเจ้าของ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราเคยพูดกันไปนานพอสมควรเรื่องของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ แต่จะระบุในนี้ ให้ชัดเจนว่าต้องมีการดําเนินการเรื่องนี้ ใน (๔) ถึง (๗) เปึนการกําหนดให้มียุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการในภาคเศรษฐกิจที่สําคัญ ๆ ที่จะเปึนแรงขับเคลื่อนของประเทศไทย ที่จะเปึนเซนเตอร์ ออฟ เอกซะเลนซ์ (Center of excellence) แล้วก็จะเปึนที่นํารายได้ ให้กับประเทศ ก็คือภาคเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ แล้วก็ภาคของการท่องเที่ยวครับ ในส่วนของเกษตรก็จะมีอย่างเรื่องของเกษตรแปรรูป มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องของการ โซนนิง อย่างภาคท่องเที่ยวก็จะมีเรื่องของการเปึนแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่เปึนอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องต่ออัตลักษณ์และวัฒนธรรม แล้วก็ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในส่วนถัดไปเปึนการพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของประเทศเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคม และอีกอันหนึ่งก็จะเปึนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทําให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของอาเซียน คอนเนกทิวิตี (ASEAN Connectivity) อย่างที่เราได้คุยกันไปแล้ว ซึ่งเปึนสเตป (Step) ที่ ๒

อันนี้ก็จะเปึนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ในกลไกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนพีพีพี (PPP) อินฟราสตรักเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) ต่าง ๆ ก็อยู่ในมาตรานี้ หลังจากนั้น ก็จะเปึนเรื่องของการสร้างและพัฒนาสังคมผู้ประกอบการ การสนับสนุนการลงทุนของ คนไทยในต่างประเทศ และอนุมาตราสุดท้ายก็คือเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานครับ ก็คือการพัฒนาเชิงพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน

ในส่วนที่ ๒ ก็คือมาตรา ๒๓ การขจัดความเหลื่อมล้ําและการสร้างความเปึนธรรม ทางเศรษฐกิจ มีอนุมาตราที่สําคัญดังต่อไปนี้ ใน (๑) อันนี้คือสิ่งที่หลายท่านพูดเปึนประจํา อย่างท่านประธาน ชูชัยก็พูดเปึนประจําว่าจะต้องมีหน่วยงานกลางหรือกลไกกลาง ที่เปึนเจ้าภาพในการต่อสู้กับปัญหาของความเหลื่อมล้ําที่รับผิดชอบเรื่องของการกําหนด ยุทธศาสตร์ กรอบนโยบาย เปัาหมาย การประสานงาน และการประเมินผล ซึ่งนี่คือสิ่งที่ เมืองไทยยังขาดอยู่ในขณะนี้ ทําให้นโยบายในเรื่องนี้เปึนเบี้ยหัวแตก (๒) การจัดสรรงบประมาณ พัฒนาพิเศษให้กับพื้นที่ยากจนแล้วก็กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับขึ้นมา ทัดเทียมกับพื้นที่อื่น อันนี้ก็สําหรับบางพื้นที่นะครับ อย่างเช่น จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดแม่ฮ่องสอน นี่คือจังหวัดที่จนต่อเนื่องรั้งท้าย ประเทศไทยตลอดเวลา ในมาตรานี้ก็จะเปึนการที่ให้ความสําคัญเพิ่มเติมจากงบประมาณ เชิงพื้นที่ แต่พื้นที่ยากจนจะต้องได้รับการดูแลเหมือนกับน้องคนสุดท้องที่ ได้รับการดูแล ให้เข้มแข็งขึ้นมา (๓) ก็จะเปึนเรื่องของการให้ความสําคัญกับความรู้ทางการเงิน การเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานในรูปแบบต่าง ๆ ที่เราเคยพูดไปกองทุนชุมชน กองทุนหมู่บ้าน เรื่องของสหกรณ์หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ใน (๔) จะเปึนเรื่องของการ ปฏิรูปที่ดินโดยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเปึนธรรม ซึ่งในเรื่องนี้รวมไปถึงเรื่องของ ธนาคารที่ดิน การให้สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร การจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง เปึนต้น อันนี้ก็จะทํางานอย่างสอดประสาน (๕) เปึนการคุ้มครองเกษตรกร จากการผูกขาดทางเกษตรกรรมที่เปึนเรื่องของระบบเกษตรพันธสัญญา และการทําสัญญา ที่ไม่เปึนธรรม เมื่อวานนี้เราพูดเรื่องนี้นะครับว่าเราจะต้องดูแลเกษตรกรให้ได้รับความเปึนธรรม จากระบบดังกล่าว เพื่อให้เปึนแรงขับเคลื่อนสําคัญของประเทศต่อไป ใน (๖) ก็จะเปึนเรื่อง ของการให้ความสําคัญกับระบบการประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกร ซึ่งอันนี้ กระทบกับชีวิตเขาจํานวนมาก แล้วพอหลังจากนั้นก็เปึนเรื่องของการให้ความสําคัญ

กับการส่งเสริมและพัฒนาการขยายพื้นที่การทําระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และการลดการใช้ สารเคมีที่เปึนพิษด้านการเกษตร

แล้วพอสุดท้ายครับก็คือเรื่องของการสนับสนุนให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม อันนี้เปึนจุดที่สําคัญเพราะว่า รัฐบาลมีงบจํากัดครับ แค่จ่ายงบประจําบวกกับงบลงทุนก็หมดแล้ว งบที่จะมาจัดการเรื่อง ของความเหลื่อมล้ําก็มีน้อย ฉะนั้นเราต้องการที่จะให้ภาคเอกชน ประชาชน มีส่วนร่วม ในการช่วยจัดสรรเงินจัดสรรกําลังเข้าสู่การแก้ไขปัญหานี้ ทั้งหมดนี้ก็จะนําไปอย่างที่ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านอาจารย์คุณหมอชูชัยบอกว่าจะนําไปสู่เรื่องของการเปึน ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่จะเปึนพื้นฐานสําคัญต่อ การปฏิรูปพัฒนาประเทศต่อไป

ในด้านสุดท้ายครับ เปึนการปฏิรูปเรื่องของการเสริมสร้างวินัยและ เสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ ใน ๔ อนุมาตราแรกจะเปึนการปฏิรูป ด้านการคลังเพื่อให้เกิดวินัยและเกิดความเข้มแข็งด้านการคลังแล้วก็ช่วยให้เราหลีกเลี่ยง จากการเกิดปัญหาอย่างที่เกิดในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างในลาตินอเมริการัฐบาล จับจ่ายใช้สอยเก็บภาษีไม่ได้ ในประเทศกรีซก็เปึนปัญหาเดียวกันครับที่เปึนปัญหา ณ วันนี้ ก็คือว่าคนจ่ายภาษีน้อยมาก แล้วก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการเรื่องวินัยการคลังได้ดี ๔ เรื่องแรกก็จะเปึนเรื่ องดังกล่าวก็คือเรื่องของการให้มีคณะกรรมการปฏิรูปการคลัง และภาษีอากรที่เปึนอิสระเพื่อปรับปรุงกฎหมายทางการเงินการคลังและภาษีอากรรวมถึง การเพิ่มฐานภาษีด้านต่าง ๆ อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดภาษีเปึน ๒ ระดับ และดําเนินการ ให้องค์กรบริหารท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีท้ องถิ่นที่พอเพียงกับความจําเปึนในการใช้จ่าย อันนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการให้ตัวของท้องถิ่นสามารถดูแลรับผิดชอบมีอํานาจในตัวเองได้ ในเรื่องถัดมาครับก็คือการกําหนดให้บุคคลต้องแสดงรายได้ของตนต่อหน่วยงานของภาครัฐ ในการประกอบการพิจารณาเพื่อขอความช่วยเหลือในปัจจุบันนะครับเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะว่าอย่างเบี้ยยังชีพคนชรานะครับมีหลายคนนะครับเปึนคนที่มีเงิน บ้านใหญ่มากเลยครับ แต่ยังรับเบี้ยยังชีพคนชรา ๖๐๐ บาทอยู่ดี เขาบอกว่าไหน ๆ รัฐบาลให้แล้วก็รับไปด้วย ซึ่งอันนี้ทําให้เกิดปัญหาเพราะว่าแทนที่จะช่วยคนที่จํานวนจํากัดแต่กลับช่วยทุกคน แทนที่จะได้คนละ ๔-๕ เท่า กลับกันว่าได้คนละ ๖๐๐ บาท อันนี้ก็เลยทําให้การช่วยเหลือ เปึนภาระอย่างยิ่งกับประเทศชาติ ก็เลยจะมีการกําหนดให้บุคคลต้องแสดงรายได้ของตน ต่อหน่วยงานภาครัฐ และในระยะยาวครับอันนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของการมีระบบภาษี ที่แสดงรายได้ของทุกคนในระยะยาว และในขณะเดียวกันจะมีอันหนึ่งที่สําคัญก็คือการให้

ผู้เสียภาษีมีสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย อันนี้ความตั้งใจก็คือว่าหลายคนที่จ่ายภาษีตลอดทั้งชีวิต สุดท้ายก็ควรจะได้มากกว่าเบี้ยยังชีพคนชรา ๖๐๐ บาท เราก็ควรจะมีระบบที่จะจูงใจ ให้คนเข้าสู่ระบบภาษีรัฐบาลก็จะได้ดําเนินการที่จะช่วยดูแลคนที่ได้จ่ายภาษี ๓๐ ป้ตลอดทั้งชีวิต หลังจากนั้นก็จะเปึนเรื่องของการปรับปรุงระบบภาษีแล้วก็การพิจารณายกเลิกมาตรการ ลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุด อันนี้คือสิ่งที่กระทรวงการคลังขอมาครับ เขาบอกว่าปัจจุบันงานหลักของเขาคือการลดหย่อนภาษี ซึ่งไม่ว่าใครจะขอมาก็จะทําให้เกิดว่า คุณมีช่องทางหรือเปล่า รู้จักหรือเปล่า แต่ในอนาคตเราควรจะทําเปึนหลักเกณฑ์ที่สําคัญว่า การลดหย่อนควรที่จะเปึนเรื่องที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ถ้าเกิด ๔ ข้อแรกเปึนประเด็น ด้านการคลังครับ ในอีก ๔ ข้อสุดท้ายจะเปึนมาตรการด้านการเงิน อันนี้เปึนมาตรการ ด้านการเงินเพื่ออุดช่องโหว่ที่มีอยู่ในระบบในปัจจุบันใน (๕) นะครับเปึนการปฏิรูปเรื่องของ การเงินฐานรากเพื่อให้เปึนแหล่งการออม แหล่งทุน และการให้บริการทางการเงินแก่ วิสาหกิจชุมชนอย่างทั่วถึง แล้วก็ให้นํานวัตกรรมในรูปแบบใหม่มาใช้ให้บริการแก่ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย ในหลายประเทศเขาทําโมบาย เพย์เมนต์ (Mobile payment) โมบาย วอลเลต (Mobile wallet) ต่าง ๆ ซึ่งทําให้การโอนเงินถูกสตางค์มากครับแล้วก็สามารถ ส่งได้ถึงตัวคนโดยที่ไม่ต้องมีภาระในการเดินทาง ใน (๖) เปึนเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้าง การกํากับดูแลส่งเสริมสหกรณ์ โดยเฉพาะกรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์ แล้วก็ส่งเสริมให้เกิด ความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์ (๗) อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญสําหรับทุก ๆ คนก็คือเรื่องของ การจัดให้มีระบบบํานาญแห่งชาติที่มีความยั่งยืนแล้วก็จัดให้มีการออมเพื่อการชราภาพ อันนี้เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย ข้อสุดท้ายครับเปึนการส่งเสริมตลาดทุนให้เปึนกลไกสําคัญ ในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการออม การลงทุน แล้วก็การเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งหมดเปึนการ ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจครั้งสําคัญของประเทศครับ เปึนการรวบรวมหัวใจข้อเสนอ ด้านเศรษฐกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ไว้ที่เดียวกันเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ ขจัดความเหลื่อมล้ําแล้วก็สร้างเสริมวินัยด้านการคลังแล้วก็อุดช่องโหว่ ทางด้านการเงินของประเทศครับ ขอบคุณครับ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สมาชิก สปช. ในนามอนุกรรมาธิการ จะมานําเรียนเนื้อหาของตัวร่างกฎหมายว่าด้วย การปฏิรูปในส่วนหมวด ๔ นะครับ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งจะรวมถึงเรื่องด้านของพลังงานไว้อยู่ด้วย ในหมวดนี้จะมีเนื้อหาอยู่ ๓ ส่วนสําคัญ ส่วนที่ ๑ เปึนการปฏิรูปด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการผังเมือง ถ้าท่านกรุณาดูในมาตรา ๒๕ ประกอบไป เราได้วางหลักการ แนวทางการปฏิรูปโดยยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม หลักการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเปึนธรรมและยั่งยืน และหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหมายถึงต้องการให้ประเทศพัฒนาไปได้อย่างมีดุลยภาพระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ๔ แนวทางของการปฏิรูปประกอบด้วยการปฏิรูประบบโครงสร้าง องค์กร เครื่องมือและกฎหมาย โดยใช้แนวทางการปรับปรุงการปฏิรูปกฎหมายซึ่งจะนําไปสู่ การปฏิรูปด้านโครงสร้างองค์กรและระบบการบริหารจัดการ ตัวอย่างใน (๑) สําหรับ กฎหมายที่จะตราขึ้นใหม่ ตัวอย่างเช่น กฎหมายการจัดการทรัพยากรน้ํา การจัดการ พื้นที่คุ้มครองทางทะเล การจัดการพื้นที่ชุ่มน้ํา การจัดการขยะของเสียอันตราย เปึนต้น ตัวอย่างของกฎหมายที่ต้องมีการตราขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ คือกฎหมายว่าด้วยสิทธิชุมชน และการกระจายอํานาจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในแนวทางที่ ๒ คือการปรับปรุงกลไกหรืออาจจะเรียกว่าเครื่องมือในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่กําหนดไว้เปึนตัวเร่งรัดอยากให้เห็นผลในช่วง ๕ ป้ ตัวอย่างที่ กําหนดไว้เช่นเรื่องการปรับปรุงระบบอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ระบบกองทุน ด้านสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การบริหารจัดการภัยพิบัติ ระบบการจัดเขตการใช้ประโยชน์ พื้นที่ในทะเล รวมทั้งการนําเครื่องมือใหม่มาช่วยในการบริหารจัดการที่เราเรียกกันว่า การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือเอสซีเอ (SCA) ระบบบัญชีก๊าซเรือนกระจก ระบบบัญชีรายได้ประชาชาติที่คิดรวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่เราเรียกว่ากรีน จีดีพี (Green GDP) ผมเรียนมาถึงตรงนี้ท่านก็จะพอเปึนข้อสังเกตได้ว่าหลายเรื่องที่ได้กล่าวถึงไว้ใน มาตรา ๒๕ นั้น ทางคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของ สปช. ได้มีการจัดเตรียมรายละเอียด ในหลายส่วนไว้แล้ว เช่น เรื่องการปฏิรูประบบอีไอเอ อีเอชไอเอ เรื่องของการจัดการขยะ

และของเสียอันตราย ในประเด็นนี้หมายความว่าสิ่งที่ทางสมาชิก สปช. สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ทําไว้เปึนผลงานก็จะเกิดการขับเคลื่อนต่อโดยอาศัยตัวกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปฉบับนี้ แนวทางที่ ๓ การพัฒนาองค์กรและกระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในตัวของ การคํานวณต้นทุน การดําเนินคดี การเยียวยา การพัฒนาองค์กรและสถาบัน รวมทั้ง การบังคับคดี ในส่วนสุดท้ายเปึนแนวทางของการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรบริหาร ท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้น

ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านพลังงาน มี ๖ แนวทางสําคัญเพื่อนําไปสู่ การบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานอย่างมีธรรมาภิบาล มีความยั่งยืน คํานึงถึงผลประโยชน์ ของประชาชนและของชาติเปึนหลัก ในแนวทางที่ ๑ นั้นเปึนการวางหลักการไว้ว่า ต้องการเห็นการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีธรรมาภิบาล ยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประเทศและของประชาชน มีการจัดทําหรือปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป่โตรเลียม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ในส่วนที่ ๒ เปึนการวางแนวทางปฏิรูปเรื่องการสํารวจ การผลิต การใช้ โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเปึนหลัก คํานึงถึงผลกระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสุขภาพของประชาชนและชุมชน ส่วนที่ ๓ เปึนการวางแนวทางปฏิรูปที่โยงกับเรื่องประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้เข้าถึง และเข้าใจข้อมูลด้านพลังงาน มีส่วนร่วมทั้งในกระบวนการกําหนดนโยบายและกระบวนการ วางแผน เฝัาระวัง การติดตามและตรวจสอบการดําเนินนโยบายและแผน ส่วนที่ ๔ เปึนเรื่องของการดําเนินการปรับปรุงระบบโครงข่ายพลังงาน ทั้งในเรื่องของระบบ ท่อก๊าซธรรมชาติ ระบบสายส่งไฟฟัา รวมถึงระบบควบคุมการรับส่งพลังงาน ส่วนที่ ๕ เปึนเรื่องของการสนับสนุน ให้มี การศึกษาความเปึนไปได้ในการจัดตั้งบ รรษัท พลังงานแห่งชาติเพื่อทําหน้าที่บริหารจัดการและดูแลสิทธิประโยชน์ในทรัพยากรป่โตรเลียม ก็เปึนเรื่องที่มีการพูดคุยอภิปรายกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนสุดท้ายเปึนเรื่องการปรับปรุง กลไกและกฎหมายที่จะผลัดกันให้มีการสํารวจ การผลิต จําหน่าย และจัดส่งพลังงาน ได้อย่างเพียงพอและมีความเปึนเสรีเปึนลําดับมากขึ้น

ส่วนสุดท้ายเปึนเรื่องการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการปฏิรูป ทั้งในส่วนขององค์ความรู้ ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อความเปึนเอกภาพยั่งยืน ทันต่อเหตุการณ์ ในส่วนนี้มีการกําหนดแนวทางปฏิรูปไว้ ๘ แนวทางนะครับ ส่วนที่จะเปึนส่วนขยาย ความหมายของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในส่วนการปฏิรูปหัวข้อนี้มีเรื่องตั้ งแต่ การกําหนดนโยบายบริหารประเทศ การตัดสินใจให้อยู่บนพื้นฐานความรู้ข้อเท็จจริงด้วย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงระบบการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การนําความรู้ ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ไปปรับใช้ในการดํารงชีวิต การประกอบอาชีพและการพัฒนาสังคม นี่คือแนวทางที่ ๒ แนวทางที่ ๓ หมายรวมถึงการลงทุนด้านการศึกษา วิจัย การพัฒนา สร้างนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเปึนทุนสําคัญที่มีอยู่ มีระบบกลไกงบประมาณสนับสนุนการงบประมาณอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการจูงใจทางด้านภาษี และมาตรการอื่น ๆ ในประการที่ ๓ นั้น รวมถึงระบบกลไก มาตรการในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างแท้จริง แนวทางที่ ๔ เปึนการสร้างระบบการจัดการข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และประเด็นสําคัญคือการเข้าถึงตัวข้อมูลดังกล่าวอย่างทั่วถึง และส่งเสริม ให้มีการนําผลการศึกษาวิจัยที่มีอยู่มากไปใช้ในกระบวนการผลิตและการให้บริการให้เกิดผล ในทางปฏิบัติ ในแนวทางที่ ๕ คือโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบบริหารคุณภาพของประเทศ ซึ่งกําหนดไว้ชัดเจนนะครับ ทั้งในด้านมาตรฐาน ด้านการทดสอบ ด้านมาตรวิทยา และ ด้านการบริหารคุณภาพ แนวทางที่ ๖ คือการให้มีกลไกในการคุ้มครอง การแบ่งปัน ต่อยอด ภูมิปัญญา การคิดค้นทดลองมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งปันผลประโยชน์จาก ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้น เน้นเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเปึนธรรม แนวทางที่ ๗ คือการจัดสรรงบประมาณ สิทธิประโยชน์ทำงภาษีเพื่อการลงทุน ทั้งในองค์กรบริหาร ท้องถิ่น ในส่วนของชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในทุกภาคการผลิต ที่สําคัญที่ระบุไว้ในแนวทางที่ ๗ แนวทางที่ ๘ คือการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ ของภาครัฐอย่างเปึนระบบ มีมาตรฐานถูกต้อง ทันสมัย เพื่อให้การบริการและการตัดสินใจ ของหน่วยงานภาครัฐในการดําเนินการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง มีการเป่ดเผยข้อมูล ต่อสาธารณะและให้บริการประชาชน และความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนอย่างมี

ประสิทธิภาพ ทั้ง ๘ แนวทางการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้จะมี การขับเคลื่อนโดยการมีคณะกรรมการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม แห่งชาติภายใน ๑ ป้ ทั้งหมดนี้คือสาระสําคัญของการปฏิรูปในหมวด ๔ เรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอบพระคุณครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ กลับมาตรงหมวด ๒ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ตั้งแต่ส่วนที่ ๑ การปฏิรูปด้านการศึกษา มี ๑๔ อนุมาตรา จริง ๆ แล้วพยายามบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่บอกว่ามี ๑๕ มาตรา ๑ มาตรา เขียนได้ ๓ หน้าเรื่องการศึกษาเพราะเปึนเรื่องสําคัญมา ก แต่ว่าพอมาหดเหลือ ๔ มาตรา ในรัฐธรรมนูญก็ต้องเขียนเหลือประมาณ ๑๐ กว่าบรรทัด แต่ว่าเมื่อมีร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญมารองรับก็เขียนเต็มที่ใน ๑๔ อนุมาตรา ผมจะสรุปสาระสําคัญ เพียงย่นย่อเท่าที่เวลามีอยู่ สาระหลักในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาก็คือกระจายอํานาจ การจัดการศึกษาโดยลดบทบาทของรัฐจากการเปึนผู้จัดการศึกษาเปึนผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งกํากับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผล การจัดการศึกษาควบคู่ไปกับการเพิ่มความสามารถและขยายพื้นที่การจัดการศึกษาของ ภาคประชาชน ชุมชน ภายใต้บริบทของสังคมไทยที่เปึนสังคมพหุวัฒนธรรมและ มีความแตกต่างทางภูมิสังคม ปรับบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการให้เปึนผู้สนับสนุนและ กํากับ ติดตามคุณภาพทางการศึกษา ปฏิรูประบบบริหารจัดการโดยให้ใช้มาตรการการคลัง เพื่อการศึกษาที่ใช้อุปสงค์หรือการสนับสนุนโดยตรงแก่ผู้เรียนหรือผู้รับประโยช น์เปึนฐาน หรือที่เราเรียกกันว่าดีมานด์ ไซด์ ไฟแนนซิง (Demand side financing)

ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ําในการจัดทรัพยากรและกระตุ้นการพัฒนาคุณภาพของ สถานศึกษา ส่งเสริมให้สถานศึกษาเปึนนิติบุคคลเพื่อให้สามารถบริหารจัดการการเงิน และทรัพยากร การบริหารงานบุคคลและวิชาการได้อย่างอิสระมากขึ้น หรือเราพยายาม จะพูดกันเปึนภาษาวิชาการก็ใช้คําว่าออโตโนมัส สคูล (Autonomous school) ปรับปรุง ระบบการผลิตครูโดยพัฒนาหลักสูตรที่สนองตอบความหลากหลายของสถานศึกษาที่ใช้ครู และเป่ดโอกาสให้ผู้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะวิชาชีพที่ดีเข้ามาเปึนครูได้ คุ้มครองสิทธิของผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน ในวงการศึกษา ดําเนินการปฏิรูปการศึกษาจําเปึนจะต้องมีการจัดทํากฎหมาย ใหม่ และปรับปรุงกฎหมายเดิมที่เปึนอุปสรรคต่อการปฏิรูปการศึกษาอันได้แก่ ผมไม่อ่านนะครับ มันเยอะมากเลยครับ รวมทั้งกฎกระทรวง ระเบียบ และกฎหมายอื่น ๆ ที่ว่าด้วย การบริหารงานเพื่อปลดปล่อยการรวมศูนย์อํานาจในการบริหารจัดการการศึกษาไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งจะก่อให้เกิดประ โยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและประเทศชาติ ให้มีคณะกรรมการนโยบาย การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ ทําหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์ อย่างรอบด้านตลอดชีวิตครับ อันนั้นเปึนสาระสําคัญของการปฏิรูปการศึกษา

มาดูด้านสาธารณสุข ด้านสาธารณสุขมี ๗ อนุมาตราเหมือนกัน กําหนดให้มี การปฏิรูประบบประกันสุขภาพและการเงิน การคลังของกองทุนสุขภาพที่มีอยู่หลายกองทุน ให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานใกล้เคียงกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ําระหว่างกองทุนต่าง ๆ ให้มีความเปึนธรรมยิ่งขึ้น อันนี้ก็เปึนสาระสําคัญ นะครับ จัดระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ทั้งระบบสุขภาพชุมชนในระดับตําบลและระบบบริการสุขภาพผสมผสานในระดับอําเภอ เปึนการดําเนินโดยใช้พื้นที่เปึนฐานควบคู่กับการส่งเสริมเวชบัญญัติครอบครัวและชุมชน โดยมีประชาชนเปึนศูนย์กลางเพื่อรองรับการจัดบริการสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุม ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคมรวมทั้งการดูแลสุขภาพระยะยาวจะเปึนการลดความเหลื่อมล้ํา ให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ถ้าพูดเปึนรูปธรรมก็บอกว่าต้องเน้นการปฏิรูปไปที่ บริการด่านหน้าคือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลและระบบสุขภาพชุมชน โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบลหรือที่เรียกว่า รพ.สต. นั้นได้รับการพัฒนาเปึนนโยบายมาหลายป้แล้ว แต่ว่าไม่ถึงขนาดที่เราสามารถเรียกได้ว่าปฏิรูป อันที่จริงท่านศาสตราจารย์ภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ท่านเปึน ๑ ใน สปช. ที่เปึนผู้ทรงคุณวุฒิของ ส.ส. มีบทบาทสําคัญในการช่วย

ผลักดันนโยบายนี้ใ ห้กระทรวงสาธารณสุขได้ดําเนินการพัฒนาไปล่วงหน้าแล้ว แต่ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาการปฏิรูประบบปฐมภูมิซึ่งเปึนบริการด่านหน้าสุดจะมีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ๙,๘๗๕ แห่ง ทั่วประเทศและอาสาสมัคร อสม. ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน อันนี้เปึนจุดสําคัญตั้งแต่ระดับ อําเภอลงไปโรงพยาบาลชุมชนไปจนถึงระบบสุขภาพในชุมชน มีประเด็นเรื่องของการกําหนด กํากับดูแลราคาค่าบริการสุขภาพที่เปึนธรรมโดยให้มีราคาและค่าบริการที่เหมาะสมและ เปึนธรรมต่อผู้รับบริการ กระผมอยากเรียนอย่างนี้ว่ากรรมาธิการปฏิรูป ระบบสาธารณสุข ตั้งคําถามอยู่ตลอดว่าข้อนี้ไม่ได้เสนอมา ผมอยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่งต่อหน้าเพื่อนสมาชิก ทั้งหลายว่าไม่ได้เสนอมาจริงแต่ว่ากรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ หยิบขึ้นมาเอง และที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่านี่เปึนปัญหา เปึนปัญหาที่จะต้องรีบดําเนินการปฏิรูป ในความเห็นส่วนตัวของผมเองอาจจะไม่ถึงขนาดต้องเรียกว่าปฏิรูป แต่ว่าในการอภิปรายของ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ที่สําคัญ ได้บันทึกเจตนารมณ์ว่าเนื่องจาก ราคายาและบริการสุขภาพเปึนสินค้าและบริการคุณธรรมแตกต่างจากสินค้าและบริการอื่น ๆ เปึนสิ่งจําเปึนพื้นฐานของมนุษย์ รัฐจึงจําเปึนต้องมีการพัฒนากลไกในการควบคุมดูแล ในราคาที่เหมาะสม

ประชาชนเข้าถึงได้ต้องทําให้มีความสมดุลระหว่างกําไรและมนุษยธรรมให้เปึนธรรม ต่อผู้ใช้บริการอันนี้คือเจตนารมณ์นะครับ ส่วนการพัฒนากลไกกํากับดูแลนั้นเปึนเรื่อง ที่จะต้องไปบริหารจัดการกันอีกทีหนึ่ง

มาดูด้านปฏิรูปสังคม ยุทธศาสตร์สําคัญการปฏิรูปสังคมวางหลักไว้ ๔ ประการ ในนั้นเขียนไว้หลายอนุมาตราเลย ประการแรกคือการดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ประการที่ ๒ การช่วยลดความเหลื่อมล้ําของสังคมและนําไปสู่ความเปึนสังคมสวัสดิการ ประการที่ ๓ มองภาพรวมโดย ๔ เสาหลักที่เปึนองค์ประกอบที่สําคัญคือการให้บริการสังคม โซเชียล เซอร์วิส (Social service) ระบบประกันสังคมอันนี้ก็เปึนโซเชียล ซีเคียวริตี (Social security) ระบบการช่วยเหลือทางสังคมโซเชียล แอสซิสแตนซ์ (Social assistance) ระบบการส่งเสริมสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคมโซเชียล ซัพพอร์ต (Social support) อันนี้เปึน ๔ เสาหลักในยุทธศาสตร์ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ ความเปึนไปได้ทางการเงินและการบริหารจัดการ ที่เหมาะสมกับสังคมไทย โดยคํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ สิทธิที่ประชาชนจะได้รับ และการมีส่วนร่วมในการดําเนินการทุกระดับ ในการดําเนินการดังกล่าวจําเปึนจะต้อง มีการปฏิรูปกฎหมาย กฎ กติกาต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีสิทธิ ที่จะดูแลที่จะจัดการทุนและทรัพยากร จัดทําบริการสาธารณะ จัดสวัสดิการให้แก่คน ในชุมชน โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรบริหารท้องถิ่นและองค์กรเอกชน ให้มีการปฏิรูปสังคมที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เนื่องจากสังคมไทยกําลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างเต็มตัวจึงจําเปึนที่รัฐจะต้องเตรียมความพร้อมและมีกลไกในการรองรับ การเปลี่ยนแปลงของสังคม และสุดท้ายให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งทําหน้าที่ศึกษา จัดทําแนวทางข้อเสนอแนะกฎหมายต่าง ๆ ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปด้านสังคมให้บังเกิดผล อย่างเปึนรูปธรรมและมีความต่อเนื่อง

ด้านต่อไปเปึนการปฏิรูปด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา เรื่องนี้ได้มีการอภิปราย กันมาหลายครั้งแล้ว ก็ต้องการสนับสนุนให้เกิดสมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ซึ่งมาจากภาคประชาสังคม เพื่อนสมาชิกครับ คําว่าภาคประชาสังคม เปึนครั้งแรกที่ได้บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว จัดให้มีกองทุนที่เรียกว่าทุน ทางวัฒนธรรมแห่งชาติเพื่อส่งเสริมประชาชนและชุมชนในการสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรม องค์กรบริหารท้องถิ่นต้องสนับสนุนและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม อันที่จริง

องค์กรบริหารท้องถิ่นทั่วประเทศก็ได้ทําหน้าที่นี้อยู่แล้ว แต่ว่าความสัมพันธ์จะเข้มข้นขึ้น เมื่ออยู่ในกระบวนการปฏิรูป ให้นําหลักศาสนาไปดําเนินการเพื่อสร้างประโยชน์และ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยการแปรทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนประเทศสู่การเปึนศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมฮาลาล การส่งเสริม การท่องเที่ยวด้านศาสนาและวัฒนธรรมและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายให้มี การตรากฎหมายว่าด้วยสถาบันสร้างคุณภาพสังคมไทยด้วยศาสนธรรม อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ แต่ว่ามีความจําเปึนและสําคัญสูง

มาดูในส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เปึนการกระตุ้น ให้ผู้ประกอบธุรกิจในการพัฒนาคุณภาพความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ นําไปสู่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเองและประเทศโดยรวม มีแนวทางทั้งหมด ๑๐ อนุมาตราด้วยกัน แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นในอนุมาตราแรกผมคิดว่าเรื่ององค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในรัฐธรรมนูญได้กําหนดบทบาทหน้าที่ที่สําคัญใหม่เลยนะครับ ให้มีการฟัองรวมกลุ่มหรือที่เรียกว่าคลาส แอกชัน (Class action) ได้ อันนี้จะเปึน การคุ้มครองผู้บริโภคที่มีผลกระทบสูงมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติกลัวมากที่มีการฟัองในมลรัฐหนึ่งแต่กระทบไปถึงมลรัฐอื่น ๆ ทั่วประเทศ ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการ บูรณาการ

การดําเนินงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครอง ผู้บริโภค รายละเอียดต่าง ๆ มีอีกเยอะมากนะครับ แล้วก็การที่มีการปฏิรูปด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภคมาทันกับเวลาพอดีครับ สังคมเรากําลังเข้าสู่สังคมผู้บริโภคและมีปัญหาอย่างมาก ประเด็นที่สําคัญคือให้มีคณะกรรมการปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภคระบุภายใน ๙๐ วัน นับแต่ประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระบวนการตรากฎหมายฉบับนี้จะต้องมี กระบวนการผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ว่ากรรมาธิการร่วมก็คงจะต้องมาจาก กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครึ่งหนึ่ง แล้วก็ สนช. ครึ่งหนึ่งเพื่อดํารงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ

ไปดูส่วนที่ ๗ การปฏิรูปด้านแรงงานครับ การปฏิรูปด้านแรงงานก็ได้พูดถึง การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานหรือต่อไปในการพัฒนา ไปสู่ธนาคารแรงงาน เมื่อวานก่อนเกิดเหตุการณ์ที่สลดที่ราชประสงค์ก็มีการอภิปรายของ ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ซึ่งยังความชื่นใจให้กับเพื่อนสมาชิกมาก มีคํากล่าว อยู่ประโยคหนึ่งว่าธนาคารที่มีอยู่มีมากก็จริง แต่คนยากคนจน เพื่อนผู้ใช้แรงงาน เข้าถึงหรือไม่สักกี่ธนาคาร อย่างไรก็ตามข้อห่วงใยในเรื่องการตั้งธนาคารแล้วมีปัญหานั้น ผมเชื่อว่ากรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย การพัฒนากองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตแรงงาน เน้นในเรื่องการพัฒนาทักษะ เน้นในเรื่องการออม และค่อย ๆ พัฒนาต่อไปให้มีสถาบันการเงินของผู้ใช้แรงงาน ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ในศาลแรงงาน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ส่งเสริมทักษะและพัฒนาฝ้มือแรงงานไทย ทุกระดับในทุกสาขา เพื่อยกระดับรายได้ และให้สามารถแข่งขันในตลาด แรงงานสากลได้ นั่นเปึนเรื่องของเพื่อนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมี ๑๖.๙ ล้านคนในตลาดแรงงานที่เปึนตัวเลขที่ชัดเจน

ส่วนที่ ๘ เปึนการปฏิรูปด้านกีฬา เปึนสุดท้ายของเรื่องสังคมและวัฒนธรรม ตัวชี้วัดที่สําคัญอันหนึ่งของชาติที่พัฒนาแล้วคือความเปึนเลิศทางกีฬา และสุขภาพของผู้คน ที่มีระบบที่เอื้ออํานวยต่อการกีฬาเพื่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปด้านกีฬาแต่เดิม ไม่ได้อยู่ในประเด็นปฏิรูปมันมีความสําคัญยิ่งขึ้น ให้มีนโยบายและระบบการบริหารจัดการ ด้านกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน เพื่อพัฒนาการกีฬา อย่างเปึนระบบ ทันสมัยมีมาตรฐาน ทั่วถึงและเปึนธรรม ปรากฏการณ์เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม

เปึนปรากฏการณ์ที่นําความสุขมากับประชาชนทั้งชาติ และเปึนสัญญาณอย่างแรงที่บอก ให้เห็นว่าเปึนการกีฬาเพื่อสุขภาพ เปึนการปัืนเพื่อแม่แล้วก็ปัืนเพื่อสุขภาพ ก่อนหน้านี้ เรามีการวิ่งเพื่อสุขภาพจัดให้มีโครงสร้างหน่วยงานที่เหมาะสมเพื่อบริหารจัดการด้านกีฬา โดยเฉพาะ จัดตั้งมหำวิทยาลัยเฉพาะทางด้านกีฬาในระดับชาติ จัดตั้งหน่วยงาน ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬาเปึนหัวใจสําคัญเลยนะครับ รวมทั้งจัดตั้ง สภากีฬาแห่งชาติเพื่อกําหนดนโยบายและกํากับดูแลด้านการกีฬา ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย บัญญัติ ให้องค์กรบริหาร ท้องถิ่นมีหน้าที่ในการส่งเ สริม สนับสนุน และดําเนินการ ด้านการกีฬาแก่ประชาชนในพื้นที่ให้บริการ

นี่คือผลงานทั้งหมดของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้มีองค์ประกอบคือ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๘ ท่าน และมาจากผู้แทน สปช. จากคณะกรรมาธิการปฏิรูป ๑๘ คณะ ๑๘ ท่าน แต่ผมอยากเรียนว่า ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๘ ท่านนั้น มาจากสมาชิกสภาแห่งนี้ ๗ ท่าน เพราะฉะนั้นนี่คือผลงานร่วมกันของสภาแห่งนี้กับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับ เพื่อให้เกิดความมั่นใจผมอยากจะสรุปว่า

ผลงานที่เราทําด้วยกันมาในตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ๑. ก็คือหมวดปฏิรูป ที่เหลือ ๔ มาตรา ๑๗ ด้านการปฏิรูป และมีบทบัญญัติที่ได้กล่าวไปแล้วนะครับ บทบัญญัติ ที่ให้รัฐสภา ให้คณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการดําเนินการ ปฏิรูป ข้อเสนอทั้งหมดของสภาแห่งนี้ต้องนําไปพิจารณาครับ ข้อที่ ๒ บันทึกเจตนารมณ์ ใน ๔ มาตราหลักของรัฐธรรมนูญได้เขียนเพื่อความชัดเจน ไม่ให้ทิศทางใน ๔ มาตราซึ่งย่น ย่อตัวอักษรลงพอสมควรให้มีความชัดเจนและไม่เสียขบวน และอันที่ ๓ คือเอกสาร ประกอบการศึกษาเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. .... ดังที่วิทยากรทั้ง ๔ ท่านได้นําเสนอไปแล้วนะครับ นี่คือผลงานของเพื่อนสมาชิก สภาแห่งนี้ที่จะฝากไว้กับบ้านนี้เมืองนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ยังมีท่านสมาชิกแสดงความประสงค์อยากจะอภิปรายแสดงความเห็นเพิ่มเติมตรงจุดนี้ และเผื่อทางคณะอนุกรรมาธิการจะได้นําไปพิจารณาหรือว่าจะตอบขยายความในโอกาสต่อไป ๕ ท่านแรกผมเอ่ยนามก่อนนะครับ คุณเสรี สุวรรณภานนท์ คุณเตือนใจ สินธุวณิก คุณชาลี เจริญสุข คุณไพโรจน์ พรหมสาส์น และคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช เชิญคุณเสรี สุวรรณภานนท์ ก่อนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ รายงานของกรรมาธิการที่กําลังพิจารณาอยู่นี้ ต้องเรียนเปึนลําดับนะครับว่าในการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามร่างรัฐธรรมนูญผมไม่แน่ใจว่ามีทั้งหมด กี่ฉบับ เข้าใจว่าน่าจะเปึน ๑๐ ฉบับ ๒๐ ฉบับ แต่มีข้อถามว่าทําไมจัดเตรียมเสนอมาฉบับนี้ ฉบับเดียว เปึนการโยนหินถามทางหรือเปล่าว่าถ้าหากว่าให้สมาชิกในที่นี้พิจารณาแล้ว เห็นกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้แล้ว จะเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทํา ไปด้วยหรือไม่ จริง ๆ แล้วในการจัดทําร่างดังกล่าวถ้าหากว่าเปึนรายงานการเตรียมการ จัดทําผมคิดว่ามันก็เปึนในแนวทางที่แต่ละคณะกรรมาธิการส่งตัวแทนเข้าไป แต่ปรากฏว่า ท่านได้จัดทําร่างขึ้นมาทั้งฉบับ ถ้าหากว่าในการเตรียมการ เตรียมว่ามีกี่ประเด็น การเตรียมการมีอะไรบ้าง เนื้อหาสาระในการเตรียมการเพื่อจะให้มีกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญมีอะไรผมว่ายังพอที่จะรับกันได้ แต่การจัดเตรียมการจัดทํานี่นะครับ ถ้าหากว่า

ดูในรายงานแล้วอํานาจหน้าที่ของอนุกรรมาธิการมี ๒ ข้อ อยู่หน้า ๒ การเตรียมการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเตรียมการคืออะไร เหมือนกับเตรียมการ เผาทรัพย์ วางเพลิงเผาทรัพย์ เตรียมการคือยังไม่ได้เผาครับ แต่ถ้าหากว่าเผาแล้ว ไม่ใช่เตรียมการ เพราะฉะนั้นการเตรียมการจัดทํา แล้วท่านจัดทําร่างแนบมาด้วย ผมถือว่าท่านไม่ได้ทําในอํานาจหน้าที่นะครับ เกินกว่าอํานาจหน้าที่ที่ควรจะต้ องทํา เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้นะครับ หมายความว่าอะไร ถ้าหากว่าเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมันเปึนส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่า รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ออกนะครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนี้ออกมาแล้ว เพราะฉะนั้น การที่ท่านทํารายงานผมว่ารายงานนี้มันก็น่าจะพอไปได้ แต่ปรากฏว่าพอแนบร่างมาแล้ว มันขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึนร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในมาตรา ๓๙ เดิม หรือที่แก้ไขมาใหม่มีความชัดเจนว่าถ้าเกิดร่างฉบับนี้ก็ต้องมีการพิจารณา โดยสภาแห่งนี้ก่อนว่าจะรับหรือไม่รับ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าเห็นชอบแล้วนี่นะครับ ในมาตรา ๓๙ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อจัดทํา ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

อันนี้มีความชัดเจนว่าจะต้องให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมาย เหมือนกฎหมายลูกออกทีหลัง แต่นี่กฎหมายลูกออกก่อน คลอดก่อนแม่ซึ่งมันก็ผิดปกติ ผิดธรรมชาติ เพราะว่าเนื้อหาสาระในร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในคณะของสมาชิก ที่เสนอคําขอแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้นําเนื้อหาสาระของแนวทางที่ท่านไปบัญญัติ ว่าเปึนเรื่องของการปฏิรูปประเทศไปบัญญัติไว้ ซึ่งข้อเสนอของเราบอกว่าถ้าหากว่าเปึนเรื่อง การปฏิรูปนี่ไม่ควรที่จะบัญญัติไว้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญควรเปึนรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญควรเปึนเรื่องอนาคตข้างหน้า เราก็เลยใส่เนื้อหาสาระเหล่านี้ เปึนเรื่องของการพัฒนาประเทศอยู่ในส่วนที่ ๙ เอกสารนี่ส่งให้ท่านไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ในระหว่างพิจารณาของท่านท่านก็มีหนังสือมาที่คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการเราก็มี หนังสือตอบแจ้งท่านไปว่าสิ่งที่นํามาให้คณะกรรมาธิการพิจารณานั้น คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ขอพิจารณา เพราะว่ามันเปึนเรื่อง รายละเอียดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ออกก่อนร่างรัฐธรรมนูญซึ่งขัดต่อกฎหมาย แล้วก็ไม่ชอบด้วยเหตุผลที่จะดําเนินการ ดังนั้นก็เลยเสนอไปว่าร่างดังกล่าวนี้นําเสนอมา ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเข้าใจว่าถ้าหากว่าเราจะตัดสินใจในเรื่องใดนั้นมันควรจะเปึน เนื้อหาสาระที่เราต้องตัดสินใจโดยสถานภาพของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งถือว่าเปึน ตัวแทนของคนทั้งประเทศ ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบในการตัดสินใจ การทําหน้าที่ตรงนี้ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญ ดังนั้นถ้าหากว่าเราในฐานะเปึนผู้ที่ใช้กฎหมาย แต่เรากลับทําไปขัดกับ กฎหมายเสียเอง แล้วข้อเสนอที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้เราก็จะรอคําชี้แจงของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ ๑๙-๒๐ หรืออะไรนี่ที่กําหนดไว้ แต่ปรากฏว่า ท่านก็ไปจัดทําร่างมาก่อน แสดงว่าในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองนั้น ไม่ให้ความสําคัญของคําขอของสมาชิกเลยจึงได้จัดทํามาในรูปแบบนี้ ผมจึงเห็นว่าสิ่งที่ ท่านนําเสนอร่างดังกล่าวนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ โดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ท่านรายงานมาก็คงจะรับฟัง แต่ไม่สามารถมาเปึนสิ่งที่จะจูงใจหรือจะชักนําชี้นําให้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งผมเชื่อว่าในห้องนี้เปึนคนที่ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิที่จะตัดสินใจ ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยข้อมูลไม่ใช่การชี้นําหรือนําพาไปสู่การตัดสินใจในการลงมติรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ผมได้เรียน ในตอนต้นแล้วว่าไม่ใช่ วันนี้เพื่อทราบเท่านั้น เชิญท่านที่ ๒ คุณเตือนใจ สินธุวณิก

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่ำงสูง รวมทั้งท่านประธานอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานที่จะต้องแสดงความชื่นชมอย่างยิ่งต่อคณะอ นุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการ จัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ นําโดย ท่านนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ตลอดระยะเวลา ๕-๖ เดือนที่ท่านได้รับมอบหมายให้ทํา เรื่องนี้นั้น ถ้าหากท่านสมาชิกได้อ่านคํานําที่ท่านได้ดําเนินการเสนอมานั้นจะเห็นว่า มีการประสำน นอกจากจะมีตัวแทนจากคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ไปร่วมใน คณะอนุกรรมาธิการของท่านแล้วยังได้มีการประสานตลอดเวลาเท่าที่ดิฉันมีประสบการณ์ ได้เปึนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและ การศาสนา รวมทั้งเปึนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการปฏิรูปสื่ อสารมวลชนและ เทคโนโลยีสารสนเทศค่ะ

จะเห็นว่าท่านมีการดําเนินการสอบถามตลอดเวลาแล้วก็มีการปรับตามที่เราได้เสนอขอไป ดิฉันคิดว่าเปึนการทํางานที่เนื่องจากเรามีระยะเวลาในการทํางานนั้นค่อนข้างจํากัด ดังนั้นดิฉันคิดว่าการที่ท่านประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านประธานกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีการมอบหมายให้อนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ได้ทําร่างพระราชบัญญัติ อันนี้ ดิฉันถือว่าเปึนความชาญฉลาดค่ะ เพราะว่าเราคงไม่มีเวลาที่จะมานั่งพูดถึง ข้อหยุมหยิมของกฎหมายอะไรต่าง ๆ การเตรียมการเช่นนี้ดิฉันถือว่าเปึน การเตรียมการ ที่ดียิ่งนะคะ แล้วการทํางานของคณะอนุกรรมาธิการนี้ก็จะเห็นว่ากําหนดให้มีการออกเสียง ทุกครั้งในเรื่องทุกเรื่องที่ตราขึ้นมานั้น ไม่ใช่ใช้มติ ๒ ใน ๓ แต่ต้องกึ่งหนึ่งถึงจะเห็นชอบ ตามนี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอชื่นชมก็คือการทํางานนั้นไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ประเด็นปฏิรูป ๓๗ ประเด็น ในการปฏิรูปด้านต่ำง ๆ ทั้ง ๑๘ ด้านของกรรมาธิการ ทุกด้านนั้นจะเห็นว่าท่านนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ นะคะ ซึ่งท่านเปึนประธานอนุกรรมาธิการ ท่านเปึนกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นก็จะเห็นว่าการทํางานของท่านนั้น จะร่วมกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็นํามาพิจารณาทบทวนแก้ไขเนื้อหาสาระ โดยเชื่อมโยงสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มีการร่างกันอยู่ ดังนั้นดิฉันจึงมองเห็นว่า สิ่งที่ท่านทําไปนั้นเปึนสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งค่ะ และต้องขอขอบคุณเปึนพิเศษก็คือเรื่องที่ ท่านได้กรุณาเพิ่มสาระการปฏิรูปโดยเฉพาะแยกชัดเจนอีก ๓ ด้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานที่ ทางตัวดิฉันเองเปึน สปช. อยู่ก็คือการปฏิรูปสื่อ การปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ ท่านประธานสารีก็คงจะถูกใจ แล้วทุกคนเราก็จะเปึนประวัติศาสตร์นะคะว่าเปึนครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญที่มีเรื่องการคุ้มครองพี่น้องประชาชนที่เปึนผู้บริโภคทั่วประเทศ อย่างเปึนรูปธ รรม แล้วก็เรื่องการปฏิรูปการกําจัดคอร์รัปชันด้วย ในฐานะที่ดิฉันเอง เปึนสมาชิกของกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ซึ่งมีท่านดอกเตอร์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านเปึนประธานอยู่นั้นดิฉันขออนุญาต ขอบพระคุณทางท่านเปึนอย่างยิ่ง ขอเรียนว่าทุกอย่างที่เราเสนอไปนั้นท่านได้กรุณาบรรจุไว้ โดยตัดต่อถ้อยคําที่เปึนกฎหมายร่างนั้นได้อย่างดียิ่งทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ กองทุนส่งเสริมศิลป วัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งอันนี้จะทําให้วงการศิลป วัฒนธรรมซึ่งเปึน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกเช่นเดียวกันที่ มีการบรรจุอยู่รัฐธรรมนูญนั้นจะสามารถ มีเงินกองทุนที่จะมาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และใช้ทุนทางวัฒนธรรมของเราสร้างรายได้

สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศของเรานะคะ และที่ขอบคุณอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการที่ ท่านนําเอาเรื่องของศาสนาหรือทุนทางศาสนามาที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ฮาลาล แล้วก็แม้แต่การท่องเที่ยวทางด้านศิลปวัฒนธรรมของเรา ทําได้อย่างดียิ่งค่ะ อันนี้ต้องขอเปึนกําลังใจกับท่านนะคะ แล้วก็ขอเรียนว่าเรากําลังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ ประเทศไทยค่ะ เพราะว่าการดําเนินงานของท่านประธาน คสช. ในคราวนี้ ดิฉันคิดว่า เปึนประวัติศาสตร์ที่พวกเราจะต้องจารึกกันต่อไปว่าการดําเนินการปฏิวัติหรือยึดอํานาจ ในครั้งนี้ไม่สูญเปล่าค่ะ เพราะว่าเรากําลังจะมีตัวจักรฟันเฟ๋องที่จะขับเคลื่อน มีกฎหมาย รองรับที่จะต้องประกอบการปฏิรูปครั้งนี้ให้เปึนรูป ธรรมและสําเร็จให้จงได้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณหมอชูชัย เปลี่ยนชื่อแล้วหรือครับ ยังนะ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ก็ขออภิปราย ในหัวข้อที่ต้องบอกว่าเกี่ยวพันกับทางด้านพลังงาน ถึงแม้เราจะมีตัวแทนของกรรมาธิการเรา นั่งอยู่ข้างบนแล้วนะครับ แต่ว่าเนื่องจากในกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเราก็มีการถกประเด็น กันเยอะว่ารายงานฉบับนี้ในเรื่องของการศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศว่าในส่วนนี้เราจะสะท้อนอะไร สะท้อนรัฐธรรมนูญ หรือจะสะท้อนรายงาน

ซึ่งในรายงานก็คือเราก็เปึนที่เข้าใจว่าในรายงานนี้คือพระราชบัญญัติบางฉบับ ร่างพระราชบัญญัติบางฉบับที่เราร่างขึ้น เพื่อที่จะนําไปใช้ในการที่จะปฏิรูป ในเรื่องของพลังงาน มีการถกกันเยอะ เราก็ได้เห็นนะครับว่าในส่วนของส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านพลังงานมีอนุกรรมาธิการทั้งหมด ๖ อนุกรรมาธิการ พอเราอ่านแล้ว ก็รู้สึกน้อยใจในอีก ๓ อนุกรรมาธิการเขาก็น้อยใจ เพราะว่าท่านแตะแต่เรื่องป่โตรเลียม แล้วพลังงานทดแทนไปไหน การอนุรักษ์พลังงาน กิจการไฟฟัาไปไหน และเราจะเดินกัน อย่างไร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อความบางข้อความที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญเราก็ทราบอยู่แล้ว ว่าน้อยมาก เราก็คาดหวังว่าน่าจะมาปรากฏในตรงนี้ครับ รายงานฉบับนี้ แต่ก็ยังถกกัน ก็สรุปแล้วว่าสุดท้าย สุดเลย บอกเราประชุมกันเราก็เสนอโดยท่าน ขออนุญาตนะครับ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ท่านก็บอกว่าท่านก็ทําร่างขึ้นมาฉบับหนึ่ง ซึ่งเปึนการที่จะเสนอในที่ประชุม ปรากฏว่าบอกว่าไม่ทันเสียแล้ว เพราะว่าคณะกรรมาธิการ ชุดใหญ่ได้ประชุมไปแล้ว ถ้าแนบไปหรือใส่ไปเดี๋ยวเกรงว่าจะขัด อันนี้ก็จะเปึนข้อหนึ่งครับ ซึ่งผมเองผมก็เสียดายในฐานะที่เราทํางานในเรื่องของการปฏิรูปพลังงานครบทุกด้าน ก็คือทั้งป่โตรเลียม ทั้งพลังงานทดแทน พลังงานที่มาจากของฟรี พลังงานชีวมวล รวมทั้งการอนุรักษ์พลังงาน นี่แหละครับปรากฏว่ามีอีก ๗ อนุกรรมาธิการที่เราเสนอขึ้นมานี้ ในฉบับนี้ผมก็อยากที่จะเรียนถามท่านประธานครับ ว่ากรณีอย่างนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ในเฉพาะส่วนของการปฏิรูปพลังงานให้ดําเนินงานในแนวทางดังต่อไปนี้ เฉพาะส่วนของ อนุกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะมีอีก ๗ อนุกรรมาธิการ ซึ่งผมก็คงจะต้องเรียนว่าเปึนเรื่องที่สําคัญทั้งนั้นเลยครับ เพราะว่าวันนี้ถ้าเราบอกว่าในรายงาน ในการจัดเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศมีแต่ป่โตรเลียม แล้วพลังงานทดแทน ไปอยู่ที่ไหน แล้วการอนุรักษ์พลังงานนี้จะเกิดได้ไหมตามเปัาหมาย ก็จึงมีข้อเสนอออกมา ๗ ข้อ ต้องเรียนว่าคร่าว ๆ เลยนะครับ เรื่องของการปรับปรุง แก้ไขพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อให้มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีตําแหน่งเปึนกรรมการในคณะกรรมการนโย บายพลังงานแห่งชาติ อยากให้ประชาชนเข้าไปเยอะ ๆ แล้วก็ในเรื่องของพลังงานทดแทน ในเรื่องของปรับปรุง แก้ไขกฎกระทรวง ระเบียบต่าง ๆ ส่งเสริมการผลิต การจําหน่าย วิจัยการใช้อุปกรณ์

พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลั งงานที่ผลิตขึ้นในประเทศ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ (Solar cell) แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ (Invertor) กังหันลม ระบบเก็บสะสมพลังงานหรือสตอเรจ (Storage) นี้ ซึ่งมันจะเปึนอนาคตหรือเปึนทางออก ของผู้ที่จะใช้พลังงานที่ต้องบอกว่าพลังงานแสงอาทิตย์มีคําโต้แย้งมาตลอดว่าไม่มั่ นคง ๆ แต่เรามีทางออกคือการจัดเก็บสะสมพลังงานนี้นะครับก็มีรายละเอียดอีก ๔ ข้อ เวลาไม่พอ ก็จะขออนุญาตฝากไว้เดี๋ยวจะฝากท่านประธาน ตัวแทนของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานไปนะครับ ท่านมนูญนะครับ ในฐานะที่ผมเองทํางานมาแล้วก็ยังทําไม่เสร็จ ยังไม่สําเร็จ ก็เรื่องของบิวดิง เอเนอร์จี โคด (Building energy code) ด้วย เรื่องของเอคโก้ (EGCO) ด้วย คือบริษัท จัดการพลังงาน แล้วก็ปรับปรุงกฎหมายอีกหลายตัวนะครับ ซึ่งเราอยากให้เกิด เราไม่อยากให้เสียของครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ค่ะ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สปช. ๑๖๒ นะครับ กระผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่ดีครับ ที่ได้มีการแยกวาระปฏิรูปทั้งหมด ดูเหมือนจะมี เท่าเดิม ๑๖ มาตรา ออกมาจาก ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็มาทําเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะเราไม่สามารถ จะไปเขียนหลักการหรือ รายละเอียดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่ายังไม่มี ความแน่นอนในบางเรื่องบางอย่าง เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่ดีหลาย ๆ เรื่อง ผมคิดว่า ที่สรุปไว้ก็ดีแล้ว มีมาตราต่าง ๆ เปึนส่วนใหญ่ที่ได้เขียนเอาไว้นะครับ

อย่างไรก็ตามผมมีข้อคิดเห็นที่จะอภิปรายเพียง ๓ ประเด็น ในประเด็นแรกก็คือในเรื่องของ หมวด ๑ ส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม เอกสารหน้า ๕ กระผมคิดว่าในสิ่งที่ได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๑๐ ค่อนข้างชัดเจนให้มีการปฏิรูป ด้านการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เน้นตรงนี้เลยนะครับ รวมทั้งบูรณาการภารกิจและบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐให้มีธรรมาภิบาล และลดความซ้ําซ้อนตามแนวทางต่าง ๆ ๘ ข้อ ผมเห็นด้วยทั้งหมดเลยคงไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็มีประเด็นที่ ๒ ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๓ หน้า ๖ ว่าด้วยการปฏิรูป ด้านการบริหารท้องถิ่น หลักการตามมาตรา ๑๑ ก็กําหนดไว้ดีบอกว่าให้มีการปฏิรูป ด้านการบริหารท้องถิ่นเพื่อให้มีการกระจายอํานาจอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรบริหารท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง ตามแนวทางต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามใน (๑) กระผมก็ติงอยู่เพียงนิดเดียวว่าในเรื่องของ ที่กําหนดเอาไว้บอกว่าให้มีการตรากฎหมายจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและจัดให้มีกลไก ที่จําเปึน สําหรับการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และดําเนินการจัดตั้ง องค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดขึ้นในพื้นที่ที่ มีความพร้อม และเหมาะสมโดยเร็ว เรื่องนี้ความจริงตัวร่างรัฐธรรมนูญเองเท่าที่ผมได้ดูได้มีการกําหนดไว้ แล้วว่าท้องถิ่นใดที่มีความพร้อมนั้นให้ยกฐานะเปึนท้องถิ่นขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ได้กําหนดว่าจะต้องเต็มพื้นที่หรือไม่เต็ม ถ้าหากว่าเราไปใส่ คําว่าเต็มพื้นที่เอาไว้แล้วเดี๋ยวมันจะมีปัญหา จังหวัดภูเก็ตมันมี ๓ อําเภอ ๔ อําเภอ บางตําบล บางหมู่บ้าน บางเกาะเขาอาจจะไม่อยากจะมารวมเปึนท้องถิ่นขนาดใหญ่นี้ ก็จะทําให้จัดตั้งไม่ได้ หรืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ขนาดใหญ่มันใหญ่มากอยู่บนป์า บนเขา ๒๕ อําเภอ ก็ทําไมล่ะครับ ๘ อําเภอที่อยู่รอบเทศบาลนครเชียงใหม่ขณะนี้เขารวมเปึน มหานครเชียงใหม่มันก็สามารถจัดตั้งได้โดยที่ไม่ต้องไปครบพื้นที่ ทุกตําบล ทุกหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าได้มีการตัดในบรรทัดสุดท้ายของวรรคหนึ่งที่บอกว่าให้มี การตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใ หญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ตัดคําว่า เต็มพื้นที่ จังหวัด ออก ไม่อย่างนั้นมันจะสื่อความหมายไปในลักษณะว่าจะเปึนไปได้ไหม เต็มพื้นที่ จังหวัดและภูมิภาคหายไปอะไรต่าง ๆ ซึ่งมีข้อถกเถียง ข้อโต้แย้ง อะไรอีกมากมายก่ายกองเลย เพราะถึงอย่างไรระบบบริหารราชการแผ่นดินเราก็คงจะมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นอยู่

เพียงแต่แบ่งแยกหน้าที่กันให้มีความชัดเจน ลักษณะเช่นนี้จะเปึนการปกครองแบบมหานคร หรือเมโทรโพลิแตน กัฟเวิร์นเมนต์ (Metropolitan Government) ซึ่งมันสามารถที่จะ ดําเนินการไปได้ ในประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายในเรื่องหมวด ๒ สังคมและวัฒนธรรม ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการปฏิรูปด้านการศึกษา หน้า ๙ มาตรา ๑๔ (๑) ในเรื่องการจัดการศึกษา ที่กําหนดให้ใน (๑) กําหนดไว้เลยว่าในการจัดการศึกษานั้น โดยให้มีการจัดการศึกษา โดยลดบทบาทของรัฐจากการเปึนผู้จัดการศึกษา เปึนผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งอะไรต่าง ๆ ตามมาตรานี้หน้า ๑๐ แล้วมีประโยคหนึ่งในบรรทัดที่ ๓ บอกว่ารวมทั้ง กํากับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และส่งเสริม ให้พื้นที่และสถานศึกษาสามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีอิสระอะไรมากขึ้น ประเด็นนี้ ก็มีเพียงว่าผมอยากจะให้การจัดการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับพื้นฐานประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือว่าอาชีวศึกษานั้นสามารถที่จะให้ท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมจะเปึน มหานคร จะเปึนกรุงเทพมหานคร เทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลเมือง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถที่จะบริหารจัดการศึกษาเหล่านี้ได้ โดยกระจายอํานาจไปให้กับองค์กรบริหารท้องถิ่น เหล่านี้ดําเนินการจัดการ ไม่ใช่เฉพาะกระจายไปให้สถานศึกษาและมีส่วนร่วมเท่านั้น นอกจากนั้นต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องขอเติมข้อความ นิดเดียวนะครับท่านประธานในหน้า ๑๐ บรรทัดที่ ๓ (๑) บอกว่าและส่งเสริมให้ คําว่า ให้พื้นที่ ผมแค่เปึน และส่งเสริมให้พื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งชุมชน และสถานศึกษาได้สามารถเข้ามาจัดการศึกษา และก่อนบรรทัดสุดท้ายของวรรคนี้ก็บอกว่า

และภาคส่วนอื่น ๆ มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และเปึนผู้นําการเปลี่ยนแปลง ในกระบวนการศึกษาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ผมเห็นว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ในกระทรวงศึกษาธิการดูแลไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นท้องถิ่นถ้าเขามีความพร้อมให้เขาทําไป จังหวัดสมุทรปรา การ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะตั้งมหาวิทยาลัย ๕ แห่งยังได้เลย เพราะฉะนั้นไม่เฉพาะเอกชนรายเดียวตั้งมหาวิทยาลัยได้ แล้วทําไมล่ะครับเทศบาลหรือ อบจ. ขนาดใหญ่มีงบ ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขาทําไมจัดการศึกษาไม่ได้ ก็ขอฝากไว้เพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ ของสิ่งที่จะเปึนไปได้ ในทางปฏิบัติ แล้วสิ่งที่เราบอกว่ามีการกระจายอํานาจสู่ฐานรากให้มากขึ้น ให้ท้องถิ่น ให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมได้มากขึ้นครับ ขอเรียนเพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ค่ะ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือว่าบุญเลิศ ช้างใหญ่ ระเบียบวาระที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ บอกว่า (๓) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ๓.๑ เปึนรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นั่นก็เปึนชุดของ สภาปฏิรูปแห่งชาติรายงานกันไปเมื่อช่วงเช้า ๓.๒ รายงานของคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิกา รยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว ถามว่าพิจารณาอะไร ตอบพิจารณาเรื่องของการศึกษา เตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้เปึนตัวร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญ แต่แม้จะเปึนร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญก็ไม่ชอบที่จะนําเอามาเสนอ ในโอกาสนี้ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ หรือแม้จะเสร็จถ้าเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ของเดิมที่เรายังเปึนแฝดอิน -จัน เขาบอกว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญร่วมกันจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่จําเปึน สิ่งที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญควรจะทํา และด้วยความเคารพให้เกียรติกับ สปช. ก็คือการรายงานว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ใกล้จะเสร็จ เปึนอย่างไรกันบ้าง เพราะเราอยากจะทราบครับ นี่แม่เราที่อยู่ในห้องนั้นเรายังไม่รู้เลยว่า

แต่งเนื้อแต่งตัวใส่เสื้อสีอะไร กลับบอกว่าขณะนี้ได้ไปเตรียมเสื้อผ้าสําหรับลูกแล้วมารายงาน มันจะถูกหรือครับ ผมยังข้องใจอยู่ แล้วลูกก็ไม่ใช่มีแต่ลูกคนนี้นะ มันยังมีเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง พรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง และอีกหลายฉบับซึ่งเปึนร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ตั้งอนุกรรมาธิการไปศึกษาเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ และจะต้องนํามารายงานในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่ง ชาติ หรือไม่ ซึ่งคงไม่ได้เพราะจะหมดเวลาแล้ว ฉะนั้นผมก็เลยยังตะขิดตะขวงใจว่าจะพิจารณา จะอภิปรายกันอย่างไรสําหรับการเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ การเตรียมการถ้าหากว่าเราเปรียบเหมือนกับทํากับข้าว ต้มยํากุ้ง ถ้าต้มยํากุ้งทําแล้วก็เอากุ้ง ใส่ลงไป บีบมะนาว เติมพริก ถ้าเตรียมศึกษาการเตรียมการจัดทําต้มยํากุ้งก็ต้องไปหา ตํารับตํารามาอ่านว่าการทําต้มยํากุ้งมันเปึนอย่างไร จากนั้นไปตลาดซื้อพริก ซื้อกุ้ง อย่าไปซื้อหมู ซื้อเปึด ซื้อไก่มา แล้วมาเตรียมกันเอาไว้ เตรียมพร้อมสําหรับในการที่จะปรุง ลงหม้อ แต่ในนี้เปึนร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่แม้ว่าจะเปึนการเตรียมการ จัดทําศึกษา แต่ว่าคล้ายกับปรุงเสร็จที่เราจะรับประทานได้แล้ว ท่านประธานครับ ไหน ๆ เสนออันนี้เข้ามาแล้วเราก็คงจะพิจารณาดําเนินกันไปเรื่อยว่าศึกษาเตรียมการ จัดทําก็อภิปรายกันไป

ผมขออนุญาตที่จะมากล่าวถึงส่วนที่ ๖ การปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศเกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชนซึ่งยังไม่ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่าน สปช. หรือไม่ แล้วถ้าผ่านจะผ่านประชามติหรือไม่ และถ้าผ่านประชามติจะไปติดกับรัฐธรรมนูญในอนาคต หรือไม่ไม่ทราบ แต่ไหน ๆ เตรียมการศึกษาการจัดทํามาแล้วในส่ว นของสื่อสารมวลชน หน้า ๑๗ พูดถึงเรื่องการมีกลไกส่งเสริมผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพสื่อมวลชน มีการพูดกันถึงเรื่อง การส่งเสริมสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติงานสื่อมวลชน ผมเกรงว่าเรื่องสวัสดิภาพกับสวัสดิการ เจตนารมณ์ของการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญบัญญัติอย่างไรในเรื่องของสวัสดิ ภาพ ในขณะที่ ร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน มีคําว่าสวัสดิการอยู่ด้วย ผมขออนุญาตที่จะบันทึกไว้ตรงนี้ว่าเรื่องของสวัสดิการของ สื่อสารมวลชนกับสวัสดิภาพนั้นไปด้วยกัน ถ้าหากว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปเขียน เจตนารมณ์ว่าสวัสดิภาพหมายถึง การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อในการออกปฏิบัติงานหาข่าว และไม่ได้คลุมถึงสวัสดิการผมเกรงว่า มันจะเกิดปัญหาข้อขัดข้องขัดแย้งกันในอนาคตได้ ก็เลยอยากจะกราบเรียนเสนอความเห็น ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ค่ะ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการนะครับ ที่ได้ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาทําให้พวกเราได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ด้วยเวลา ที่จํากัดผมขออนุญาตพูดแต่เฉพาะหมวด ๓ ในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งจะมี ๓ ส่วนด้วยกัน ซึ่งในหัวข้อที่เปึนส่วนผมเห็นด้วยครับที่เราควรต้องดูแลในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ํา แล้วก็เรื่องของวินัยการคลัง แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็มีความรู้สึก ว่ายังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก็คือเรื่องของเนื้อหาที่เขียนออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของคีย์เวิร์ดหลาย ๆ คีย์เวิร์ดที่ขาด แล้วหลายเรื่องเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มี แต่เปึนเรื่องของการเทรด ออฟ (Trade off) ว่าเราจะแลกกับเรื่องของการมีรายได้ ภาคเกษตรกับเรื่องของการทําลายป์าหรือเปล่า เพราะหลายเรื่องเปึนเรื่องของการมีฟ่โลโซฟ้ (Philosophy) ในการทํางานว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไร ผมมีความรู้สึกโดยรวมนะครับว่า

ที่เขียนมานี่ผู้เขียนหรือผู้ร่างยังมุ่งเน้นในเรื่องของการใช้ภาษีเปึนหลัก ซึ่งในเรื่องของภาษีนี่ นักเศรษฐศาสตร์ก็ได้มีการศึกษาแล้วก็มีข้อสรุปมาหลายแห่งหลายที่แล้วว่ามีปัญหาค่อนข้าง จะมาก เพราะฉะนั้นในช่วงหลังนี่ด้วยประสบการณ์ของหลายประเทศจึงได้พยายามที่จะ กําหนดบทบาทของภาษีให้เปึนกลาง ก็คือเปึนเรื่องของการหารายได้ของรัฐอย่างเดียว แต่เรื่องอื่น ๆ นั้นเราต้องใช้เครื่องมืออื่น กระผมขออนุญาตใช้เวลาที่เหลือในการที่จะให้ ความเห็นในเนื้อหานะครับ อย่างในส่วนที่ ๑ ในเรื่องของความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ ก่อนอื่นเราต้องนึกว่าจะแข่งขันได้ก็ต่อเมื่อเรามีความสามารถในการผลิตด้วยต้นทุน ที่เหมาะสม ด้วยคนที่มีอยู่ ประเด็นคําถามคือในเมืองไทยทุกวันนี้ผู้ประกอบการธุรกิจเขามี ความสามารถหรือไม่ เขามีข้อจํากัดอะไร แล้วเขามีการจัดแรงกิง (Ranking) ของโลกว่า อีส ออฟ ดูอิง บิซซิเนส (Ease of doing business) ในเมืองไทยทุกวันนี้ก็ด้อยลงไปทุกที เมื่อเทียบกับนานาประเทศด้วยข้อจํากัดหลายอย่าง ผมคิดว่าเรื่องนี้คงต้องไปดูว่ามีปัจจัยอะไร ที่ทําให้ความด้อยในการทําธุรกิจในบ้านเรามันเสื่อมทรามลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ ประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในแถบอาเซียนด้วยกัน ประการต่อมาสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนคีย์เวิร์ดที่ขาด หายไปในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของการใช้อีคอมเมิ ร์ซ (e-Commerce) หรือที่ภาษาไทยมีคําว่า ดิสเคานต์ อีโคโนมี (Discount economy) ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องของอนาคตที่มี ความสําคัญอย่างมากที่ให้ประเทศไทยจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ก็ต่อเมื่อเรา มีบุคลากร

มีสิ่งต่าง ๆ ที่จะดูแลตรงนี้ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน และไม่เฉพาะแต่ภาคอุตสาหกรรม เท่านั้น ภาคบริการและภาคเกษตรก็เช่นกัน ทุกวันนี้ถ้าเราเปึนผู้ผลิตนี่อย่าไปคิดว่า จะไปขายแต่ยี่ปัูวอย่างเดียว เพราะว่าอีคอมเมิร์ซมันเข้ามาอย่างรุนแรงแล้วก็ทําให้ธุรกิจใหญ่ ๆ ของโลกอย่างเช่นเทสโก้ในประเทศอังกฤษนี่ถึงขนาดต้องระเนระนาดไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราต้องให้ ความสําคัญอย่างสูงมาก แล้วเขายังมี คีย์ เวิร์ด อีกหลายอย่างที่ผมคิดว่ายังขาดหายไป เช่นเรื่องของการประกันสินเชื่อ แก่ผู้ประกอบการ ไม่เฉพาะแต่ภาคเกษตรอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้จะมีความผันผวน มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจะดูแลอย่างไรที่จะให้ระบบมีเรื่องนี้เกิด ขึ้น แล้วก็เรื่อง ของการจัดทํายุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการภาคอุตสาหกรรม ผมมีความเชื่อว่า ภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล รัฐบาลเปึนเพียงผู้ดูแลบรรยากาศ แต่ภาคอุตสาหกรรมนี่เปึนเรื่องของภาคธุรกิจและเอกชน รวมถึงต่างประเทศด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงเลยนะครับว่าจะส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจเอกชนอย่างไรที่จะให้ ประเทศไทยยังคงความสามารถในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นไม่จําเปึนเลยที่จะต้อง มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างที่ปรากฏอยู่ใน (๕) หน้า ๒๓ แล้วก็เรื่องที่ผมคิดว่า ยังมีความสําคัญก็คือเรื่องรัฐ วิสาหกิจ ผมยังคิดว่าจุดเน้นที่ท่านเขียนนี้ยังเปึนทอป ดาวน์ (Top down) เกินไป ยังหวังว่ารัฐจะเปึนฝ์ายไปจัดการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งประสบการณ์ ที่ผมผ่านมาร่วม ๔๐ ป้ผมคิดว่าทําไม่ได้ สิ่งที่ต้องทําก็คือต้องหาจุดเน้นจากข้างใน มีอินเทอร์นอล ออดิต (Internal audit) มีระบบการตรวจสอบจากภายในที่เข้มแข็ง ซึ่งสิ่งนี้ เปึนสิ่งที่มีปรากฏอยู่ในภาคธุรกิจเอกชนมาแล้วเปึนตัวอย่างที่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่คงต้องมีการปรับปรุงในส่วนนี้นะครับ ในส่วนที่ ๒ นี้ก็เช่นกัน ในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา ก็อย่างที่ผมกล่าวตอนต้นว่าผู้ร่างยังคงเน้นแต่เรื่องภาษี อย่างที่เขียนไว้ในหน้า ๒๓ (๘) ว่าจะใช้มาตรการภาษีเปึนหลัก ผมคิดว่าเรื่องของ ความเหลื่อมล้ํานี้เปึนเรื่องของบริการที่รัฐต้องดูแลให้ดี โดยเฉพาะปัจจัย ๔ นอกเหนือจาก เรื่องอาหาร ซึ่งในที่นี้มีเขียนไว้บ้างแล้วนี่ ยังต้องดูแลในเรื่องของที่อยู่อาศัย เรื่องการรักษาโรค เรื่องของศึกษาต่าง ๆ ว่าได้มีบริการอย่างทั่วถึงแล้วก็เปึนธรรม คือให้เกิด มีบริการที่มีคุณภาพด้วย อันนี้เปึนส่วนที่ผมคิดว่าควรต้องดูแลให้ดี และประการสุดท้าย ในเรื่องของส่วนที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องของวินัยและ เสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศ

ผมคิดว่าตรงนี้ท่านก็ยังเน้นเรื่องภาษีอีก จริง ๆ แล้วปัญหาวินัยการคลังที่เกิดขึ้นกับทั่วโลกนี่ เปึนเรื่องของการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาล แล้วก็ก่อให้เกิดหนี้สินของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ์น หรือแม้ประเทศด้อยพัฒนาต่าง ๆ เช่นประเทศกรีซ เปึนต้น เพราะฉะนั้นในหมวดนี้จึงควรต้องมีการตอกย้ําในเรื่องของระบบที่จะดูแลเรื่องของ หนี้ของรัฐ ไม่ว่าจะดูแลอย่างไร รวมไปถึงหนี้ของท้องถิ่นด้วย ถ้าท่านจะเป่ดทางให้เขานี่ มีระบบการคลังที่เปึนอิสระมากขึ้น และขณะเดียวกันหนี้เอกชนก็เปึนปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ แต่ปรากฏว่าที่ท่านเขียนนี่ก็จะส่งเสริมให้รากหญ้าก็ดี ประชาชนทั่วไปก็ดี มีโอกาส ที่จะก่อหนี้ก่อสินได้มากขึ้น ผมอยากจะเห็น (๕) และ (๖) ในหมวดนี้มีการรวมกัน แล้วท่านจะเห็นว่าระบบสถาบันการเงินบ้านเรำเปึนปัญหาใหญ่ที่ต้องดูแลความมั่นคง ให้มากกว่านี้นะครับ ประการสุดท้ายที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ควรต้องมีการดูแลให้เกิดขึ้น ก็คือเรื่องของระบบบํานาญ ทุกวันนี้เรามีแล้วครับ มีการจัดตั้งกองทุนต่าง ๆ แต่ยัง กระจัดกระจายครับ เรื่องของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพก็ไม่มีหน่วยงานดูแลโดยตรง ฝากไว้กับ ก.ล.ต. กบข. ก็เปึนอิสระจากตัวเอง ประกันสังคมก็เปึนอิสระจากคนอื่น เราต้องมีหน่วยงาน กํากับดูแลตรงนี้เพื่อให้ระบบบํานาญของเรามีความเปึนเอกภาพแล้วก็สมบูรณ์แบบมากขึ้น และสุดท้ายจริง ๆ ครับ ขออีกนิดเดียวครับ ก็คือเรื่องของระบบตลาดทุนที่ท่านเขียนนี่ ผมคิดว่ายังเปึนการเขียนเหมือนกับเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว ปัจจุบันเปึนเรื่องที่มีการพัฒนา มาเปึนอย่างมากแล้ว เราคงต้องเขียนในเชิงของการดูแลให้ตลาดทุนเราเปึนตลาดทุนที่ผู้ออม มีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง ไม่ได้มองว่าเปึนแหล่งพนันหรือเข้าไปเพื่อพนัน อันนี้เปึนสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าสามารถดูแลตรงนี้ได้ก็จะเปึนระบบการปฏิรูปที่จะเสริมสร้างให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจ ที่เข้มแข็งต่อไป ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ค่ะ

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่อยากจะอภิปรายสัก ๓ เรื่องด้วยกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เรื่องแรกก็คือเรื่องของการเขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศจําเปึนที่จะต้องเขียนให้มีตรรกะ ซึ่งสอดคล้อง กับความเปึนจริง วิชาการ แล้วก็ทฤษฎีที่พิสูจน์ได้ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความเปึนธรรม แก่ทุกฝ์ายในการที่จะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ก็คือการขาดหายไปซึ่งสิ่งที่ ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในเรื่องของการปฏิรูประบบสาธารณสุข แต่ว่าไม่ได้ใส่ไว้ในการปฏิรูป ซึ่งพยายามที่จะดูเหมือนว่าจะต้องบังคับให้ทุกฝ์ายจะต้องทําตามนี้ แต่เรื่องที่สําคัญที่สุด ที่จะทําให้สําเร็จไม่ได้บรรจุอยู่ในนี้ เรื่องแรกในเรื่องที่ดิฉันคิดว่าเปึนตรรกะที่ใช้โดยไม่ค่อย จะถูกต้องก็คือการปฏิรูปมาตรา ๑๕ (๓) ที่บอกว่าปฏิรูปความรอบรู้และสื่อสารด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถมีข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อเปึนการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ อันนี้ถ้าเผื่อท่านได้ศึกษามาในเรื่องนี้ จะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ของประชาชนกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ลดลง เปึนความสัมพันธ์หลายทอดมาก และอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ตัวอย่างเห็นง่าย ๆ ประชาชน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทําให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เปึนพฤติกรรมสุขภาพได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ประชาชนยังรับรู้เฉย ๆ แล้วไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ เท่าที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ประชาชนรอบรู้มาก เรามี สสส. อยู่ ๑๐ ป้ ประชาชนรู้เรื่องบุหรี่ รู้เรื่องเหล้า แต่ว่าอัตราการป์วยเข้ารับบริการ ในสถานพยาบาลของรัฐด้วยโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังเพิ่มขึ้นทุกป้ ไม่ต้องมา พูดกันถึงเรื่องเงินที่ลดไปเท่าไรอะไรทํานองนี้ เอากันชัด ๆ ก็คือจํานวนคนป์วยไม่ได้ลดลงเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะทําไม่สําเร็จ มันต้องมีตัวช่วย สิ่งเหล่านั้นก็คือการทําให้ ประชาชนได้ตระหนักรู้ว่าเปึนหน้าที่ของเขาที่เขาจะต้องดูแลสุขภาพของตนเอง ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าทําไมเรื่องหน้าที่นั้ นเราไม่สามารถจะใส่ลงไปไว้ได้เลยในเรื่องของ สาธารณสุข แต่เราใส่สิทธิหลายอย่างหลายประการลงไปได้ ทุกวันนี้การปฏิรูปเรียนให้ทราบ ได้เลยจะไม่มีวันสําเร็จได้ถ้าประชาชนไม่สํานึกว่าเปึนหน้าที่ของเขาที่เขาจะต้องช่วยดูแล

ตัวเองแล้วก็ครอบครัว บางประเทศได้ทําสําเร็จมาแล้ว การรู้จักหน้าที่หรือการบรรจุไว้ ไม่จําเปึนจะต้องลงเอยด้วยการทําโทษเสมอไป อาจจะเปึนการตอบแทนในด้านที่เปึน คุณประโยชน์ ท่านก็คงจะได้ทราบข่าวและทราบถึงเรื่องราวของการที่ลดค่ารถไฟให้ฟรี หรือลดค่าโดยสารให้ฟรี ถ้าประชาชนสามารถที่จะแสดงให้เห็นว่าเขามีคอมพิเทนซี (Competency) ทางด้านสุขภาพในบางเรื่อง หรือการลดภาษีให้ หรือการลดค่าใช้จ่าย อะไรให้ก็ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่สามารถจะทําได้ แต่เมื่อไรประชาชนไม่สํานึกว่าเปึนหน้าที่ ของเขา ถึงจะรู้บางทีก็ไม่สนใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะฉะนั้นในข้อ ๓ เปึนตรรกะ ที่ค่อนข้างจะไม่ชัดเจนและบางทีอาจจะไม่ได้ผล

ในการที่จะบอกว่าเมื่อมีความรู้พื้นฐานแล้วค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะลดลง อีกกี่ป้จะลดลง จะวัดผลได้อย่างไร ดิฉันเชื่อว่ามันเปึนตรรกะที่พร่าเลือนมาก แล้วก็ได้ขาดสิ่งที่สําคัญก็คือ หน้าที่ของคนในการที่จะดูแลสุขภาพ สมัยนี้ทุกคนต้องมีหน้าที่ ไม่ใช่เรียกร้องเอาสิทธิ เสมอไป ท่านประธานขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะคะ เรื่องที่ ๒ ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันคิดว่า น่าจะต้องใช้ไปเปึนนาน ๆ ไม่ควรจะถูกฉีกทิ้งในเวลาอันรวดเร็วนัก เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ควรจะให้ความเปึนธรรมในทุกฝ์าย การให้บริการสาธารณสุขหรือบริการสุขภาพมีทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพราะฉะนั้นในการที่เขียนไว้ใน (๔) ว่าให้มีการพัฒนากลไกการกํากับดูแล ระบบสุขภาพและการให้บริการสุขภาพที่เปึนธรรมให้มีราคาและค่าบริการที่เหมาะสม และเปึนธรรมต่อผู้รับบริการ ถ้าเผื่ออ่านดูอย่างนั้นบางทีเราจะนึกว่าในขณะนี้ประเทศไทย มีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งกระทรวงก็ประกาศ กองทุนทั้งหลายก็ประกาศว่า ครอบคลุมประชาชนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่รัฐใน ๒ กองทุนรัฐออกเงินให้ทั้งหมด ทั้งสวัสดิการข้าราชการแล้วก็หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วจะมาเดือดร้อนอะไรกับ ราคาค่ารักษาพยาบาล อันนี้ก็บอกตรง ๆ เลยบอกให้เขาชัดเจนไปเลยว่าต้องการควบคุม ราคาของโรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าไม่เติมคําว่าให้มีราคา ค่าบริการที่เหมาะสมและเปึนธรรมต่อผู้รับบริการและผู้ให้บริการนี่ถ้าหากว่ามันเปึนธรรม ในทัศนะของผู้รับบริการเท่านั้นมันอาจจะไม่เปึนธรรมสําหรับผู้ที่ให้ บริการด้วย รัฐธรรมนูญที่ดี สังคมที่จะอยู่กันได้ด้วยความปรองดองจะต้องมีความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขไม่ได้เข้าข้างใคร เรารับฟังความเห็นของทุกฝ์าย แล้วเราก็คิดว่าทุกฝ์ายควรจะหันหน้ามาจับมือกัน แล้วก็เจรจากันเพื่อให้ได้สิ่งที่มันเปึ น ประโยชน์ มันเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย อันนั้นต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ได้เข้าข้างฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งจนเกินไป เมื่อมันเกิดความไม่เปึนธรรมขึ้นมาข้อ ๔ มันก็จะ ไม่เปึนธรรมที่แท้จริง คือมันเปึนธรรมแก่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรือว่าเรียกให้ถูกคือความพอใจ ของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งแต่อาจจะไม่ใช่ความเปึนธรรมที่แท้จริง ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เ คารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทั้งท่านประธาน แล้วก็

คณะอนุกรรมาธิการที่เอาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปฏิรูปประเทศ มาให้พวกเราได้รั บฟัง แล้วก็ให้พวกเราได้คอมเมนต์ เพื่อให้ได้ ฉบับที่พวกเรา สปช. ร่วมกันทําแล้วก็พอใจ เพราะมันก็มีร่างประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวที่พวกเราจะมีส่วนร่วมก็คือฉบับนี้ ฉบับอื่นพวกเราก็คงไม่ได้เกี่ยวอะไร ผมดูแล้ว ได้มีการแปลงจากรัฐธรรมนูญมาอยู่ในฉบับนี้ได้ค่อนข้างดี แต่ก็มีหลายจุดที่ผมอยากจะ ขอเพิ่มเติมเช่นในมาตรา ๑๖ (๒) ในมาตรา ๑๖ (๒) ที่แปลงมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๕ (๒) เช่นเดียวกันมาเขียนไว้ต อนนี้ผมว่าได้ชัดเจนขึ้นเช่นเปลี่ยนจาก อารยสถาปัตย์มาเปึน อาคารสถานที่ แล้วก็การขนส่งสาธารณะ ผมอยากให้เติมต่อด้วย และสภาพแวดล้อม สาธารณะอื่น คืออันนี้มันเกี่ยวพ วกทางด้านฟ่สิคอล แฮนดิแคป (Physical handicap) ถ้าคนตาบอด หูหนวก เราต้องการได้รับการเข้าถึงสภาพแวดล้อมสาธารณะอื่น เช่น พวกข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยี สิ่งอํานวยความสะดวกซึ่งมันยาว ผมก็เลยอยากให้ใช้คํากว้าง ๆ ว่าสภาพแวดล้อมสาธารณะอื่น ต่อท้ายการขนส่งสาธารณะ นั่นหมายความว่ายังมีอีกหลายอย่าง

แล้วทั้งนี้เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ําทางสังคม ผมอยากจะขอเปลี่ยนเปึนว่ารวมทั้งพัฒนาระบบ ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมได้ไหมครับ คือผมว่าเรื่องนี้ตกไปก็คือพัฒนาระบบ ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล แล้วจะต่อท้ายว่า ทั้งนี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางสังคมอะไร ผมก็ไม่ติดใ จนะครับ แต่ผมว่าระบบขจัดการเลือกปฏิ บัติต่อบุคคลจําเปึนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สามารถที่จะได้สวัสดิการอย่างเท่าเทียมกันเราสามารถใช้ระบบ ขจัดการเลือกปฏิบัติได้ แต่ถ้าเราได้บริการที่ไม่ดีกับเงินที่เราเสีย นี่เราไปใช้ระบบคุ้มครอง ผู้บริโภคได้ ผมว่าเราต้องเข้าใจระบบตรงนี้ ระบบขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรม มันมีระบบของมันซึ่งของคนพิการเราก็มีอยู่บ้างแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ผมว่าตกหล่นไปก็คือ การพัฒนาระบบการศึกษาพิเศษจะไปใส่ในกฎหมายเรื่องการศึกษาก็ได้ เพราะว่าระบบ การศึกษาพิเศษนั้นมีทั้งกิฟเตด ถ้าเราอยากเน้นการศึกษาให้คนไทยมีปัญญาเปึนเลิศเราก็ต้อง เน้นการศึกษาที่เน้นระบบส่งเสริมคนที่มีจุดแข็งให้โดดเด่นยิ่งขึ้นก็คือพวกกิฟเ ตด แล้วก็ต้อง ปรับพวกที่มีจุดอ่อนให้มีคุณภาพมากขึ้นก็คือกลุ่มคนพิการและผู้ด้อยโอกาสอื่น ซึ่งก็รวม อยู่ในระบบการศึกษาพิเศษผมว่าอันนี้ต้องมีการพัฒนา เพราะว่าในอารยประเทศการปฏิรูป การศึกษาเขาใช้การศึกษาพิเศษเข้ามาช่วย เช่นคัดกรองเด็กตั้งแต่เล็กตั้งแต่เริ่มเข้าศูนย์เด็กเล็ก คัดกรองว่ามีปัญหาเรื่องอะไร แล้วเข้าไปกระตุ้นพัฒนาเขาตั้งแต่นั้น เพราะฉะนั้น ในต่างประเทศครูที่ดูแลการศึกษาปฐมวัยหรือการศึกษาเด็กเล็กเขาจะต้องมีความรู้ เรื่องการศึกษาพิเศษ เพื่อสามารถบริหารเด็กทุกคนในชั้นเรียนได้ สมมุติว่าเปึนเด็กแอลดี (LD) ก็ไม่ไปบังคับให้เขาอ่านเขียนเพราะอย่างไรเขาก็อ่านเขียนไม่ได้ ไปบังคับพุ่มพวง ดวงจันทร์ ให้อ่านหนังสือเขาอ่านไม่ได้เพราะเขา เปึนแอลดี แต่เขาฟังแล้วเขาจําได้เราก็ควร จะสื่อสารด้วยแบบคนตาบอดคือหนังสือเสียง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครูต้องรู้ ไม่ใช่อ่านออก เขียนไม่ได้สอนเท่าไรก็อ่านออกเขียนไม่ได้ แล้วก็บอกไอ้งั่ง แล้วก็ทิ้งไป มันก็จะแย่ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปการศึกษา นี่ผมว่าต้องเน้นระบบการศึกษาพิเศษตั้งแต่เล็ก คัดกรอง กระตุ้นพัฒนาการเด็กที่มีปัญหาน้อยก็จะหาย เหมือนลูกผมตอนเล็ก ๆ มีปัญหา พอเราเร่งเข้าไปช่วยเหลือร่วมกับครูปรับระบบที่เขามีปัญหาพูดไม่ ชัดก็ไปกระตุ้นหัดพูด พูดจนชัด มีปัญหาพฤติกรรมก็ปรับอะไรเรียบร้อยเขาก็เรียนหนังสือได้เก่ง ตอนนี้ก็เปึนหมอ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญต้องใส่เอาไว้ในเรื่องการศึกษาหรือจะใส่ไว้ทางด้านสังคม ก็แล้วแต่ท่านเห็นสมควร สุดท้ายผมว่าไม่ว่าเรื่องการศึกษาหรือเรื่องสาธารณสุขต้องให้

คนรวยมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายด้วย ครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะเอาภาวะที่เรามี งบประมาณจํากัดแล้วก็เกลี่ยให้ทุกคนเท่ากัน คนรวยก็ได้ คนจนก็ได้น้อย ผมกลับคิดว่า คนรวยต้องออกแล้วเกลี่ยส่วนที่คนรวยพึงได้ไปให้คนจนมากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ดิฉันขออนุญาตสนับสนุนอย่างที่ท่านเตือนใจได้พูดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ใช้หลักการมีส่วนร่วม ต้องเรียนว่าทุกขั้นตอนของการทํากฎหมายฉบั บนี้แล้วทําให้เรามี ข้อถกเถียงเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้น้อยมากเรียกว่าทุกคณะก็เห็นด้วย และดิฉันเองจริง ๆ ถ้าถามว่าผิดหวังก็คงผิดหวังว่าจริง ๆ สาระเหล่านี้ควรจะถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญที่เราคุยกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับปฏิรูปนะคะ

เพียงแต่ว่าต้องออกมาดําเนินการในลักษณะที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วก็ดิฉัน อยากเรียนไปถึงเพื่อนสมาชิกที่อาจจะพูดถึงว่า เอ๊ะ แม่ยังไม่เกิดแต่ลูกจะแต่งตัวก่อน ดิฉันคิดว่าจริง ๆ เราก็ต้องมีจินตนาการนะคะ เรามีภารกิจ ๒ เรื่องที่สําคัญ เรื่องที่ ๑ ก็คือ การทํารัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันคิดว่าทุกคนก็ชัดเจนเราจะลงมติรัฐธรรมนูญ และเรื่องที่ ๒ ที่เราจะต้องทําร่วมกันก็คือการทําข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป จริง ๆ เราน่าจะดีใจนะคะ ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป่ดโอกาสให้เราได้ทําสาระในการที่จะพูดถึงการปฏิรูป ในอนาคต โดยที่เปึนข้อเสนอของ สปช. ๒๔๙ คนทั้งหมด ซึ่งดิฉันคิดว่านี่เปึนโอกาสและ ดิฉันเองจริง ๆ อยากจะพูดประเด็นสุดท้ายที่คิดว่าสําคัญ ก็คือว่าอยากเห็นด้วยซ้ําไปนะคะว่า หลังจากนี้เมื่อรัฐธรรมนูญออกมาแล้วกฎหมายลูกฉบับนี้จะต้องเดินหน้านี่ขั้นตอน การพิจารณากฎหมายในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีการมีส่วนร่วมจากสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ โดยเฉพาะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่จะไปช่วยทํางานให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างไร ดิฉันคิดว่าเราอย่ายึดติดกับรูปแบบมากแล้วก็จริง ๆ นี่เปึนหน้าที่ที่สําคัญ สาระเหล่านี้จริง ๆ ควรจะถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าเราก็มีข้อติติงจากหลายส่วน ให้ตัดออก ให้ชอร์ตคัต (Shortcut) ให้ทําให้สั้นลง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่อาจจะเขียนได้ทั้งหมด แต่ดิฉันคิดว่าการเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้ครบถ้วนแบบนี้ แล้วก็จากที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม ดิฉันคิดว่าอันนี้คือแผนแม่บทที่จะต้องทํา เรื่องการปฏิรูปประเทศนี้มากพอสมควรในแทบจะทุก ๆ ด้านนะคะ นี่คือสิ่งที่เราควรจะ ร่วมกันผลักดันแล้วก็เปึนเหมือนเข็มทิศของการปฏิรูปประเทศในอนาคต แล้วก็ช่วยกัน ขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไปค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ค่ะ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผมมีอยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นแรกเปึนเรื่องอยู่ส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับ เรื่องของการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในบรรทัดที่ ๒ พูดถึงบูรณาการภารกิจ และบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐให้มีธรรมาภิบาล ผมอยากจะเสนอว่า ความจริงแล้วการบริหารราชการแผ่นดินควรจะทําให้มันเปึนระบบ ผมอยากจะเสนอว่า ตรงนี้ควรจะใช้คําประมาณว่าให้ใช้หลักธรรมาภิบาล ไม่ใช่ให้หน่วยงานนี้มีแค่ธรรมาภิบาล

แต่ว่าระบบทั้งระบบควรจะมีธรรมาภิบาล เช่น เราควรจะรีวิว (Review) ว่ากระทรวงต่าง ๆ ในการบริหารเขามีธรรมาภิบาลหรือเปล่า คือหน่วยงานไม่ใช่ซ้ําซ้อนแต่ว่าการแบ่งหน้าที่ แยกหน้าที่ของโอเปอเรเตอร์ที่เราคุยกัน โอเปอเรเตอร์กับโพลิซี เมกเกอร์ (Policy Maker) กับเรื่องของการกํากับดูแลพวกนี้มีการแบ่งแยกกันอย่างถูกต้องไหม ผมว่าถ้าเราสแกน (Scan) ไปในกระทรวงต่าง ๆ จะเห็นว่าตอนนี้มันเปึนช่องโหว่ใหญ่เพราะว่ามันพันกัน อยู่ข้างใน คําว่าซับซ้อนที่เขียนไว้ตรงนี้มันก็เปึนปัญหาอันหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่มองจากระบบ ทั้งระบบเลยเราก็จะแก้ปัญหามันไม่ได้ เพราะเราไปแก้ในจุดเล็ก ๆ คือถ้าจุดเล็ก ๆ หน่วยงานเล็ก ๆ มีธรรมาภิบาลนี่มันคงไม่ได้หมายความว่าทั้งระบบมันจะมีธรรมาภิบาลได้ ผมอยากจะเสนอว่าเรามองทั้งระบบเลยให้มันมีธรรมาภิบาล ข้อที่ ๒ ผมจะลงไปที่หมวด ๓ เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจนิดหนึ่ง คือตอนที่ท่านทําสรุปอันนี้อาจจะยังมีข้อเสนอหลายข้อ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่วาระการประชุมของสภา ผมก็อยากจะให้เอาบางจุดในนี้เอาเข้ามารวมเข้าไปด้วย อย่างเช่นในเรื่องที่เกี่ยวกับกำรเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ผมอยากจะให้มีการเพิ่มเรื่อง ที่พูดถึงทําให้ประเทศไทยเปึนจุดเชื่อมในอาเซียน

การเปึนจุดเชื่อมนอกจากจะเปึนเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานแล้ว มันยังมีระบบต่าง ๆ ที่จําเปึนต่อการทําให้มันเปึนจุดเชื่อม ตัวอย่างเช่น เรื่องของระบบการชําระเงิน เปึนต้น คือถ้าจะให้เปึนจุดเชื่อมหมายความว่าการซื้อขายเกิดขึ้น ระบบการชําระเงินก็ต้องมี ตัวนี้มันไม่ได้ชัดออกมาแต่ว่าความจริงควรจะมีการพูดถึงตรงนี้เอาไว้อย่างน้อยกว้าง ๆ ก็ยังดี อยู่ในส่วนที่ ๒ ความจริงในเรื่องหมวด ๓ ผมชอบที่ท่านสรุปเอาไว้นะครับ คือปกติเราจะ พูดถึงวินัยการเงินการคลังมาก่อน แล้วก็พูดถึงเรื่องรายเซกเตอร์ (Sector) ทีหลัง แต่ท่านยก เรื่องตรงนี้ขึ้นมาทําให้เห็นชัดว่าเราเอาเรื่องความสามารถในการแข่งขันมาเปึนโจทย์หลัก แล้วก็เหลื่อมล้ํามาเปึนโจทย์ที่ ๒ แล้วก็เรื่องวินัยการคลังมันเปึนเครื่องมือในการทําให้ ทุกอย่างพวกนี้มันเกิดขึ้น ในส่วนที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องของวินัยการเงินและการคลัง ส่วนใหญ่ เปึนเรื่องของวินัยการคลัง เรื่องวินัยการเงินไม่ค่อยมีอยู่เท่าไร ก็มีพูดถึงเรื่องการเงินฐานราก แต่ว่าเรื่องวินัยการเงินมันเปึนเรื่องใหญ่มาก แล้วก็ควรจะมีการพูดถึงอย่างน้อยแตะ อาจจะ ไม่ได้มีบทความชัดเจนนะครับ แต่มีการอ้างถึงอยู่ในรายงานหลาย ๆ ฉบับด้วยกันเกี่ยวกับ เรื่องการเงิน คืออย่างตอนนี้เราเห็นแล้วครับว่าตลาดการเงินในโลกมีความปัืนป์วนสูงมากเลย เราจะจัดการดูแลเกี่ยวกั บปัญหาความท้าทายที่มันเกิดขึ้นกับ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เรื่องการชําระเงิน เรื่องของนโยบายการเงินของประเทศไทยตรงนี้นี่อย่างไรนะครับ ถึงแม้ตอนที่เราคุยกันอยู่ ตอนต้นเรายังไม่เห็นปัญหาตอนนี้ แต่มันเริ่มเกิดมันเริ่มเห็น ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะมีการดูแลต่อไปว่าจะบริหารระบบการเงิน ความจริงก็การคลังด้วย เพราะว่ามันก็ขัดกันอยู่ในทั้ง ๒ หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้ ทําอย่างไรเขาถึงจะประสานงานกันได้ แล้วก็ทําให้ประเทศไทยมีระบ บเศรษฐกิจ มีอุปกรณ์สําคัญในการบริหารระบบเศรษฐกิจ ที่มันเชื่อถือได้แล้วก็เปึนประโยชน์กับประเทศไทย ไม่ใช่แต่เฉพาะแก้ปัญหาที่กําลังจะเกิดขึ้น ตรงนี้ เรื่องการปรับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจในโลก แต่ให้มันเปึน ระบบที่มันอยู่ได้ ในระยะยาวต่อไปข้างหน้าครับ ผมก็มี ๓ ประเด็นอยากจะฝากเอาไว้ครับ บางเรื่องก็แก้ง่าย หน่อยนะครับ บางเรื่องก็อาจจะยากแต่ก็ต้องใช้วิธี พยายามเสียบเข้าไปตรงนี้หน่อยหนึ่งนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ค่ะ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายสมชัย ฤชุพันธุ์ หมายเลข ๒๐๔ ครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณและขอชมเชย กรรมาธิการที่ทําหน้าที่ยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป ประเทศ พ.ศ. .... นะครับ ซึ่งผมเห็นว่าทําหน้าที่ได้ดีแล้วก็ครบถ้วนสมบูรณ์ตามร่างเดิมหรือ ข้อเสนอเดิมซึ่งเราได้ทํากันมา แล้วเดิมเปึนส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ก็ออก มาเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ผมจะขออนุญาตฝากข้อสังเกตไป ๒ ข้อ เปึนเรื่องซึ่งไม่ใช่เปึนความบกพร่องของใคร แต่เปึนเรื่องที่ผมฟังการอภิปราย แล้วอยู่ใน สภามาคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ คือเรื่องการเมืองการปกครอง หมวด ๑ ในส่วนที่ ๒ เรื่องการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และอาจจะเกี่ยวถึงส่วนที่ ๓ เรื่องระบบการกระจายอํานาจ เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เรื่องที่ผมจะเสนอผมคิดว่า เปึนเรื่องที่มีผลกระทบเยอะ มีความสําคัญจะเกี่ยวกับเรื่องการกระจายอํานาจ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการลดความเหลื่อมล้ํา และเรื่องความสามารถ ในการแข่งขันด้วยเรื่องนี้เราทําไม่ถูก ไม่ใช่เรา คือประเทศไทยได้จัดการเรื่องนี้ไม่ค่อยชัดเจน และไม่ค่อยถูกต้องมานาน ก็เลยทําให้เราแก้ปัญหาหลัก ๆ ที่เปึนปัญหาสําคัญของประเทศ ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ไปแก้ตรงนี้

ผมจะเริ่มอย่างนี้ว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่เรียกว่าเปึนเอกรัฐ เปึนรัฐเดี่ยว ในประเทศไทยมีรัฐเดียว มีรัฐบาลเดียว เราไม่เหมือนกับสหพันธรัฐมาเลเซียซึ่งเขาเปึน สหพันธรัฐ ประเทศมาเลเซียมีหลายรัฐ แต่ละรัฐมีผู้ปกครองรัฐ มีสุลต่านประจํารัฐ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เปึนพหุรัฐเปึนสหรัฐมีหลายรัฐ ประเทศไทยเปึนรัฐเดี่ยว แต่ว่าเรา ได้เลือก เดิมเราเลือกการปกครองแบบเปึนรัฐเดี่ยวที่รวมศูนย์อํานาจ ต่อมาเมื่อป้ ๒๕๔๐ เราได้ตัดสินใจแล้วว่าเลือกการปกครองแบบเปึนรัฐเดี่ยวที่กระจายอํานาจ ทีนี้ในการบริหาร จัดการประเทศหนึ่ง ๆ นี่มันจําเปึนจะต้องมีระบบบริหารราชการที่แบ่งออกเปึน ๒ มิติก็คือ มิติ ๑ ก็คือการบริหารราชการ ในเชิงอํานาจหน้าที่เรียกว่าฟังก์ชันน อล แมเนจเมนต์ (Functional Management) ซึ่งจะเปึนกระทรวง ทบวง กรม แต่ละกรมมีหน้าที่ แต่ละกระทรวงมีหน้าที่ หน้าที่ใครหน้าที่มันไม่เกี่ยวกัน อันนั้นเปึนด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็จะมี ความจําเปึนต้องมีการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ มีคนที่รับผิดชอบพื้นที่ รับผิดชอบทุกเรื่อง ในพื้นที่นั้น ที่จริงเราก็มีราชการบริหารส่วนกลางซึ่งเปึนฟังก์ชันน อล (Functional) แล้วก็มีราชการบริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งเปึนแอเรีย (Area) เปึนพื้นที่ แต่ว่าเมื่อมีโครงสร้าง อย่างนี้มันมีความเรียกร้องต้องการมีความจําเปึนที่ต้องจัดการระบบบริหารราชการส่วนกลาง ให้เหมาะสมถูกต้อง ที่บอกว่าบาย ฟังก์ชัน (By function) มาเปึนฟังก์ชัน (Function) ด้านหนึ่งมันก็คือเปึนฟังก์ชันว่าทําหน้าที่อะไร หน้าที่ศึกษา หน้าที่สาธารณสุข หน้าที่ อุตสาหกรรมหรือหน้าที่เกษตร ก็แบ่งเปึนกระทรวงตามนั้น แต่ในอีกมิติหนึ่งในเมื่อมันมี การบริหารจัดการระดับประเทศซึ่งเปึนส่วนกลาง แล้วก็มีการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ มันก็จําเปึนต้องแยกออกมาว่าส่วนกลางซึ่งทําหน้าที่ศึกษานี่ทําหน้าที่อะไรของเรื่อง การศึกษาในฐานะที่เปึนบทบาทของรัฐ หน้าที่เหล่านี้ก็คือที่อาจารย์สุทัศน์พู ดถึง แล้วมี หลายคน บางท่านก็พูดถึงคือเรื่องที่พูดถึงโพลิซี เมกเกอร์ เรกูเลเตอร์ โปรโมเตอร์ (Promoter) โอนเนอร์ และเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service Provider) ความจริงหน้าที่ ของส่วนกลางจะต้องทําหน้าที่หลาย ๆ อย่างคือทําหน้าที่เปึนโพลิซี เมกเกอร์ เปึนเรกูเลเตอร์ เปึนโปรโมเตอร์ แล้วก็ทําเปึนโอนเนอร์ และเปึนเซอร์วิส โพรไวเดอร์ได้ ผมขอเวลาต่ออีกนิด เพื่อให้จบ แต่หน้าที่เซอร์วิส โพรไวเดอร์ควรจะทําน้อยลง เพราะว่าเราให้พื้นที่ไปทํา คราวนี้หน่วยงานของรัฐที่เปึนส่วนกลางเราขณะนี้ไม่ค่อยทราบว่าตัวเองเปึนอะไร บางที่ ควรจะต้องทําโพลิซี เมกเกอร์ คือทํากําหนดนโยบายหรือทําการกํากับดูแลเขาก็จะไปทํา

เรื่องการจัดให้บริการ ฉะนั้นงานส่วนใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการทําขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการทําการจัดโรงเรียนเปึนเจ้าของโรงเรียนทั่วประเทศไทยพยายามที่จะให้มี โรงเรียนให้พอเพียงกับความต้องการทางการศึกษา แต่ถามว่ากระทรวงศึกษาธิการทําหน้าที่ โพลิซี เมกเกอร์ไหม ก็บอกว่าทํา ทําที่ไหนก็ทํากันทุกที่ ทุกกรม ทุกหน่วยงานของ กระทรวงศึกษาธิการทําหน้าที่โพลิซี เมกเกอร์หมด อันนี้มันไม่ชัด ถ้าถามใครเปึนเรกูเลเตอร์ ก็เปึนกันเยอะ ขณะที่เรกูเลเตอร์ก็เปึนเซอร์วิส โพรไวเดอร์ด้วย อย่างนี้มันไม่ชัด ผมคิดว่า ภารกิจของการปฏิรูปนี้ถ้าจะให้เกิดผลจริง ๆ ในหมวดนี้ท่านเขียนอะไรไว้เยอะเลย หลายอย่างและอาจจะอิมไพล์ (Imply) ถึงเรื่องนี้มา แต่ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ชัดเจน ถ้าหากทํา ตรงนี้ให้ชัดเจนก็จะเปึนคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อการเปลี่ยนแปลงและเปึนการปฏิรูป จริง ๆ ขอเวลาอีกนิดเดียว ถ้ากล่าวอย่างนี้แล้วก็ย่อมมาถึงเรื่องแอเรียเบสด์ (Area-based) ที่พื้นที่ พื้นที่ทําอะไร เราเคยชินกับการตั้งองค์กรหรือตั้งนิติบุคคลซึ่งมีอํานาจหน้าที่ โดยเฉพาะ เราจึงไปเขียน

อํานาจหน้าที่ของหน่วยงานของนิติบุคคลนั้นเปึนรายละเอียดลงไป แล้วก็เปึนโพสซิทีฟ ลิสต์ (Positive list) กําหนดว่าองค์กรนี้ หน่วยงานนี้ นิติบุคคลนี้มีหน้าที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อาจจะบอกให้มีได้ ๓๘ อย่าง ทําได้หมดทุกอย่างใน ๓๘ อย่างนี้ แต่ที่ไม่เขียนนี่ทําไม่ได้ อันนี้ก็เหมาะสมสําหรับองค์กรซึ่งทําหน้าที่บาย ฟังก์ชัน แต่ถ้าเราเอาองค์กรซึ่งทําหน้าที่เปึน แอเรียเบสด์ ผมว่ามันต้องเขียนอีกแบบหนึ่ง สมมุติว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ก็ต้องมีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับคนที่มีถิ่นที่อยู่ใน อบต. นั้นและพัฒนา อบต. นั้น เขียนกว้าง ๆ อย่างนี้ไปเลยทําได้ทุกอย่าง ยกเว้น ๓๘ อย่าง หรือจะยกเว้น ๔๕๐ อย่างตามนี้ เช่น ศาลทหารมีไม่ได้ หรือว่าไปติดต่อต่างประเทศ ตั้งทูตสัมพันธ์กับต่างประเทศอย่างนี้ไม่ได้ ก็เขียนไป เพราะลิสต์ (List) มันจะเปึนเนกาทีฟ ลิสต์ (Negative list) องค์กรที่บริหารจัดการ เชิงพื้นที่ต้องเขียนภารกิจกว้าง ๆ ใหญ่ ๆ ไว้ แล้วก็มีเนกาทีฟ ลิสต์ให้ว่าห้ามทําอะไร ถ้าไม่เขียนอย่างนี้แล้วมันก็จะมีปัญหาเยอะแยะ ทีนี้ปัญหาเยอะแยะที่บอกว่ามีความขัดแย้งกัน กับหน่วยงานตรวจสอบทางการเงินที่ท้องถิ่นไปใช้จ่ายเงินแล้ว สตง. มาตรวจก็บอกว่า ไม่มีอํานาจหน้าที่ ไม่อยู่ในรายละเอียดของรายการ จํานวน ๓๘ รายการหรือ ๔๐๐ รายการนั้น ที่เปึนโพสซิทีฟ ลิสต์ ผมคิดว่าส่วนนี้ถ้าหากว่าไปทําให้ชัดเจนจะสามารถเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อน แก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างได้เลย ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพรายพล คุ้มทรัพย์ ค่ะ

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการที่ได้ไปศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพราะฉะนั้นเอกสารที่ท่านได้นําเสนอรวมทั้งเอกสารประกอบ ผมถือว่าไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติตัวจริง ถือว่าเปึนแนวทางก็แล้วกัน แนวทางในการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติ ความจริงร่างพระราชบัญญัติมันก็ไม่ใช่ตัวจริงอยู่แล้วว่ากันตามจริง ผมมีความเห็นอยากจะเสนอเพิ่มเติมใน ๒ หัวข้อด้วยกัน คือเรื่องพลังงานกับเรื่อง วินัยการเงินการคลัง การปฏิรูปด้านพลังงาน หมวด ๔ ส่วนที่ ๒ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วย กับท่านชาลี เจริญสุข ว่าเนื้อหาที่ท่านใส่ในแนวทางที่เปึนเอกสารประกอบมันจะเน้นป่โตรเลียม เกือบจะเรียกว่าอย่างเดียว ท่านก็คงทราบดีพลังงานไม่ใช่ป่โตรเลียมอย่างเดียว แล้วจริง ๆ

ไม่ใช่ป่โตรเลียมอย่างเดียวที่ท่านเน้น ท่านเน้นอัพสตรีม (Upstream) ด้วยซ้ําไป ดาวน์สตรีม (Downstream) ไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไร เพราะฉะนั้นอันนี้จะไม่ค่อยรอบด้าน จริง ๆ แล้ว ผมอยากจะเพิ่มเติมด้วยซ้ําไป นอกเหนือจากที่ท่านชาลี เจริญสุข ได้เพิ่มเติมไปแล้วก็คือ ๒ ประเด็นเปึนอย่างน้อย ๑. ก็คือเรื่องการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดเชื้อเพลิง น้ํามันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์น้ํามัน อันนี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ก็มีข้อเสนอ มีรายละเอียดและเปึน ๑ ในวาระปฏิรูป ต้องการจะลดอํานาจการผูกขาด ของรัฐวิสาหกิจในตลาดประเภทนี้ลง ไม่ว่าจะเปึนตลาดเชื้อเพลิงก็ดี หรือตลาดไฟฟัาก็ตาม อันนี้คือประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการปรับปรุงบทบาทของกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง จริง ๆ แล้วอันนี้เราเสนอด้วยซ้ําไปให้มีการจัดทําพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับเรื่องกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง และอันนี้ผมก็อยากจะเสริมว่ากระทรวงพลังงาน ก็มีความเห็นเหมือนกัน กฎหมายนี้หรือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ก็มีความมุ่งหมายจะลดบทบาทการรักษาเสถียรภาพของราคาขายปลีกในการใช้กองทุน น้ํามันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ราคาตลาดโลกผันผวนเราจะใ ช้กองทุนนี้ แต่ถ้าในกรณีอื่นเราไม่อยากจะให้ใช้ รวมทั้งให้มีการกําหนดวงเงินสูงสุด ต่ําสุดไว้สําหรับ กองทุนนี้ ฐานะการเงินของกองทุนไม่อยากจะให้มากเกินไปเวลาเปึนบวก แล้วเวลาเปึนลบ ก็ไม่อยากจะให้ลบมากเกินไปนะครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่อยากที่จะให้บิดเบือนราคา อันนี้เปึน ๒ ประเด็นที่เปึนตัวอย่างนะครับ จริง ๆ อยากจะถามท่านประธานอนุกรรมาธิการว่าสรุปแล้วเรามีเวลาไหมที่จะเสนอเพิ่มเติม ถ้ามีเวลาเดี๋ยวต้องเรียนถามท่านประธานสภาด้วยว่าเราอยากจะเขียนเปึนรายละเอียด เสนอเขาไปอีกทีหนึ่งนะครับ จริง ๆ มีอีกประเด็นที่ผมอยากจะเรียนถามก็คือเรื่อง บรรษัทพลังงานแห่งชาติที่ท่านใส่เข้าไป ก็จริงอยู่ท่านเสนอแค่ว่าศึกษาวิเคราะห์ความเปึนไปได้ แต่อันนี้เปึนเรื่องที่กรรมาธิการ ปฏิรูปพลังงานไม่เคยนําเรื่องนี้มาพิจารณาเลย ไม่เคยเลย อาจจะมีพูดถึงบ้าง แต่ว่าไม่ถือเปึนการพิจารณา ก็เลยอยากจะเรียนถามว่ามันลอยมา ได้อย่างไร มันมีความเปึนมาเปึนไปอย่างไรนะครับ แล้วเวลาเสนอให้ศึกษานี่อยากจะให้ใคร ศึกษาครับ ความจริงถ้ามีรายละเอียดตรงนี้ได้ก็จะดีในทางปฏิบัติ เรื่องที่ ๒ เรื่องวินัย ทางการเงินการคลัง อันนี้ผมพูดสั้น ๆ นะครับ อันนี้หมวด ๓ ส่วนที่ ๓ ก็อย่างที่หลายท่าน ได้อภิปราย มีแต่เฉพาะภาษี มีแต่เฉพาะเรื่องการเงิน ตลาดทุน การคลังนี่ไม่ใช่ภาษี ไม่ใช่เรื่องรายรับอย่างเดียว มีรายจ่ายด้วยนะครับ แทบจะไม่มีเลยอันนี้ก็ต้องเรียนท่านกอบศักดิ์ สักนิดหนึ่งว่าการคลังควรจะต้องระบุเรื่องของการใช้จ่ายของภาครัฐ เรื่องงบประมาณ วินัยการคลัง ต้องดูทางด้านรายจ่าย ควรจะเพิ่มข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องการจัดทํางบประมาณ ๒ ขา ซึ่งเราพูดกันมาหลายครั้งหลายคราแล้ว ต้องมีกลยุทธ์ระยะยาว ต้องมีการจัดทํา งบประมาณระยะปานกลางด้วย ภาระการคลังต่าง ๆ ต้องคํานึงถึงเงินในและ นอกงบประมาณและต้องคํานึงถึงความยั่งยืนทางการคลัง ต้องมีกลไกที่จะปัองกันไม่ให้ใช้ นโยบายประชานิยม ซึ่งอันนี้รายละเอียดความจริงผมก็พูดไปเมื่อเช้าแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ น่าจะต้องมีขึ้นมาก็อยากจะเสริมในประเด็นเหล่านี้นะครับแล้วก็จริง ๆ แล้วในโอกาส ที่ท่านประธานจะมีโอกาสอธิบาย อยากจะให้ท่านตอบคําถามว่าสรุปแล้วทางสมาชิกเรา ยังมีโอกาสที่จะเขียนเพิ่มเติมเสนอไปอีกได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ขอเชิญคุณหมอค่ะ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒ จากจังหวัดมหาสารคาม แล้วอีกบทบาทหนึ่งที่ผมเปึนอยู่ก็คือเปึนนายกเทศมนตรี

เมืองมหาสารคาม ขอนําเรียนในเรื่องของการปฏิรูปส่วนที่ ๓ ก็คือด้านท้องถิ่นนะครับ ซึ่งในมาตรา ๑๑ ที่ให้มีการปฏิรูปการบริหารท้องถิ่นเพื่อให้มีการกระจายอํานาจ อย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรบริหารท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็งต่อเนื่องตามแนวทางทั้ง ๙ แนวทางนะครับ ในมาตรา ๑๑ ผมก็ขอ อยากเติมว่านอกจากกระจายอํานาจแล้ว ยังอยากเติมคําว่ากระจายทรัพยากรด้วยนะครับ แล้วก็ในข้อ ๑ การตรากฎหมายพิเศษจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ก็เห็นด้วยนะครับ ในส่วนที่ ๒ นี่ผมคิดว่าเปึนหัวใจสําคัญนะครับในการจะเปลี่ยนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เปึนองค์กร ที่มีประสิทธิภาพแล้วก็เกิดการทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือคณะกรรมการส่งเสริม การบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ ผมคิดว่านี่คือหัวใจนะครับ ท้องถิ่นมีทั่วประเทศนะครับ ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศไทย แล้วการปกครองท้องถิ่นคือการบริ หาร จากประชาชนในพื้นที่เอง ที่จะมาดูแลบ้านของตัวเอง เข้าใจปัญหา ใช้งบประมาณให้ตรงจุด แล้วก็คุ้มค่า ฉะนั้นคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ จะถือว่าเปึนองค์กรหลัก ที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องระเบียบ เรื่องของคน เรื่องการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ของท้องถิ่นนะครับ ก็อยากให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติให้เกิดขึ้น โดยเร็วนะครับ อันที่ ๓ กฎหมายว่าด้วยแผนการกระจายอํานาจและแผนพัฒนาบริหาร ท้องถิ่น

โดยกําหนดจําแนกภารกิจที่ดําเนินการในท้องถิ่นและภารกิจถ่ายโอน อันนี้เปึนสิ่งสําคัญ เช่นกัน แต่ปรากฏว่าการถ่ายโอนภารกิจต้องถ่ายโอนงบประมาณมาด้วย แล้วบางส่วน ที่มีปัญหาเรื่องการถ่ายโอนภารกิจที่ผ่านมาเช่นถนนที่ใหญ่ ๆ ในเส้นทางหลวงถ่ายโอน มาที่เทศบาล อบต. แล้วนี่ไม่เหมาะสม ผมคิดว่าน่าจะถ่ายโอนคืน แต่ไม่มีระเบียบ ในการที่จะถ่ายโอนคืน เพราะว่าทางหลวงเปึนเทคโนโลยีที่สูง แล้วก็ใช้งบประมาณสูง ตอนนี้ท้องถิ่นไม่มีเงิน ไม่มีทรัพยากรที่จะไปดูแล รักษา ซ่อมแซม จนกรมทางหลวง ซึ่งใช้งบประมาณเยอะ ในข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ก็เห็นด้วยในทุกอัน มี ๙ ข้อ แล้วก็ อยากเพิ่มข้อ ๑๐ เสนอให้มีการปฏิรูประเบียบกฎหมายที่ทําให้องค์กรบริหารท้องถิ่นสามารถ จะมีอิสระในการทํางาน ในการพัฒนาพื้นที่ของตั วเองอย่างถูกต้องและมีธรรมาภิบาล เนื่องจากอะไรครับ ตอนนี้ท้องถิ่นมีปัญหาเรื่องของกฎ ระเบียบ หน่วยตรวจสอบก็ต้อง เข้าใจเขานะครับ สตง. เรียกเงินคืนหรือมีปัญหาต่าง ๆ เพราะไม่มีระเบียบที่ชัดเจน เรื่องของ คุณภาพชีวิต เรื่องของผู้สูงอายุ เรื่องดี ๆ พอจะทําอะไรก็มีปัญหา แล้วการปฏิรูประบบ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ท้องถิ่นทํางานง่าย แล้วลดการทุจริต แล้วก็สามารถ จะมีนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ตัวเอง เพราะว่าท้องถิ่นครอบคลุมทุกมิติ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ท้องถิ่นไม่ใช่คนเดียวนะครับ ประชาชน จตุพลังที่อยู่ในพื้นที่จะมาที่ ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนประชาชนเอง ท้องที่ ท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐต้องการให้ท้องถิ่น มาทํางานให้กับงานของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วนวัตกรรมต่าง ๆ จะเกิดขึ้นมากมาย เพื่อจะให้ท้องถิ่นไปเซิร์ฟ (Serve) นโยบายของส่วนต่าง ๆ แล้วจะต้องมีกระบวนการ ในการที่จะมีนวัตกรรมในการปฏิรูปกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ทําให้ท้องถิ่นทํางาน ได้ถูกต้อง แล้วก็ตรงกับปัญหาความต้องการ ตอนนี้มีปัญหาคือว่ามีงาน มีนโยบาย แต่ไม่มี ระเบียบคุม ซึ่งตอนนี้ก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเพิ่มข้อ ๑๐ เข้าไปที่จะทําให้ ท้องถิ่นสามารถจะทํางานได้เต็มที่ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ณรงค์ พุทธิชีวิน ค่ะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษา ท่านประธานครับ คณะอนุกรรมาธิการที่เขียนมีประเด็นเรื่อง ของการศึกษาชัดเจนเกือบทุกข้อ มีเพียงข้อเดียวที่ผมคิดว่าจะต้องปรับปรุงก็คือ การปฏิรูป

การศึกษาในข้อ ๖ ครับ ในข้อ ๖ นี้ผมเข้าใจว่าท่านอาจารย์อมรวิชช์ได้ไปนําเสนอหลายเรื่อง ที่กรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์ได้พูดไปแล้ว แต่ไม่ปรากฏชัดเจนเปึนรูปธรรม ในการปฏิรูป ผมเสนออย่างนี้เลยครับ เอาข้อ ๖ ออกทั้งข้อเลย ไม่ใช่แปลว่าไม่ดีนะครับ แต่เขียนกับไม่เขียนเหมือนกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องทําอยู่แล้ว ไม่ใช่การปฏิรูป เมื่อเอาข้อ ๖ ออกแล้วเสนอข้อต่อไปนี้แทน ผมเรียกว่าข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ แล้วกันนะครับ แต่หลักการก็คือแทนข้อ ๖ ข้อ ๑ กระจายบทบาทและงบประมาณให้ท้องถิ่นจัดการศึกษา ระดับอุดมศึกษาและหลอมรวมสถาบันอุดมศึกษาเพื่อลดความซ้ําซ้อนเชิงพื้นที่ ชัดเจนไหมครับ เพื่อที่จะให้ท้องถิ่นนี้สามารถจัดการศึกษาได้ เอาความซ้ําซ้อนที่ไปลง ในพื้นที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยลงออกไป ลดความซ้ําซ้อน ยุบรวม หลอมรวมก็สุดแท้แต่ นั่นคือข้อ ๑ ครับ

ข้อ ๒ จัดงบประมาณเพื่อการอุดมศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเปึนธรรม เพื่อตอบสนอง ความเปึนมหาวิทยาลัยระดับโลก มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และมหาวิทยาลัย เฉพาะทาง และมีการประเมินคุณภาพตามลักษณะเฉพาะของสถาบัน ชัดเจนไหมครับ ถ้าเปึนมหาวิทยาลัยท้องถิ่นก็ประเมินดูเกณฑ์ของความเปึนท้องถิ่น ถ้ามหาวิทยาลัย เฉพาะทางก็ดูเกณฑ์ของความเปึนเฉพาะทาง ถ้าเปึนมหาวิทยาลัยระดับโลกก็ต้องดูเกณฑ์ ระดับโลก และงบประมาณก็ให้ไปตามนั้น ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเก่าก็ได้สูง แล้วมหาวิทยาลัยใหม่ ก็ได้นิดเดียว ลักษณะแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปครับ ข้อ ๓ สนับสนุนให้ สถาบันอุดมศึกษามีเสรีภาพทางวิชาการ มีอิสระ ความคล่องตัว และมีธรรมาภิบาลในการ บริหารจัดการ ทั้งนี้จะเปึนสถาบันอุดมศึกษาในระบบราชการหรือสถาบันในกํากับของรัฐ ให้เปึนความพร้อมและทางเลือกของแต่ละสถาบัน เรามีอุปทานกันนะครับว่ามหาวิทยาลัย ต้องออกนอกระบบราชการ ซึ่งผมมีความเชื่อว่าไม่ใช่ทางเลือกเดียว มหาวิทยาลัย มีตั้งหลาย ทางเลือกในการบริหารจัดการ จะเลือกเปึนมหาวิทยาลัยในกํากับหรือ มหาวิทยาลัยในราชการก็สุดแท้แต่ แต่ต้องมีเสรีภาพทางวิชาการ มีความคล่องตัว ในการบริหารจัดการ ไม่ใช่เปึนอย่างที่มันเปึนอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ อนุกรรมาธิการครับ ผมเสนอ ๓ ข้ออย่างนี้ ถ้าท่านตอบผมในใจชัดเจนเลยว่ากับข้อ ๖ ที่ท่านเขียนลงไปนั้น มันเหมือนกันไหม ผมลองอ่านข้อ ๖ ที่ท่านเขียนให้ฟังให้เห็นว่ามันควรจะเอาออกไหม ท่านเขียนมาว่าปรับปรุงระบบอุดมศึกษาให้จัดการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ นี่มันหน้าที่ปกติของมหาวิทยาลัยนะครับ มันเปึนการปฏิรูปตรงไหน ท่านเขียนต่อไปครับว่าตอบสนองความต้องการของประเทศ มหาวิทยาลัยไหนบ้างไหมครับที่จัดการศึกษาไม่ตอบสนองความต้องการของประเทศ แต่จะต้องการระดับโลก ระดับท้องถิ่น หรือเฉพาะทางก็ว่ากันเปึนอีกเรื่องหนึ่ ง เพื่อความถูกต้องเปึนธรรมครับท่านประธาน เสนอข้อ ๖ ออก แล้วใส่ ๓ ข้อนี้เข้าไปแทน และผมเชื่อว่านี่คือการปฏิรูปอุดมศึกษาที่แท้จริงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเชื้อ ฮั่นจินดา ค่ะ

นายเชื้อ ฮั่นจินดา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๗๐ สําหรับวาระการหารือในเรื่องนี้ผมก็ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการ ที่ได้ไปทําร่างเอาไว้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แต่ส่ว นที่กําลังจะนําเสนอต่อไปนี้เปึนเรื่องของ การเติมเต็ม โดยเฉพาะในส่วนที่ ๓ ฝากท่านอนุกรรมาธิการดังต่อไปนี้ ในมาตรา ๑๑ (๑) ท่านบรรจุไว้ว่า ตรากฎหมายจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และจัดให้มีกลไกที่จําเปึนสําหรับ การจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และดําเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่น รูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว โดยข้อเท็จจริงเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะครับว่าวิธีการเขียนแบบนี้วันนี้เราเข้าใจว่า มีคนวิตก คนวิตกในที่นี้ก็คือกระทรวงมหาดไทยก็วิตก การเขียนให้มีท้อง ถิ่นเต็มพื้นที่ ทั้งจังหวัด อันนี้ต้องพูดข้อเท็จจริง อันที่ ๒ ที่กําลังวิตกก็คือพวกชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขากลัวว่าถ้าไปเขียนกฎหมายให้เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัดมันจะทําให้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมั นหายไป และนัยที่สําคัญที่สุด ผมอยากจะนําเสนอบอกว่าใน (๑) ถ้าเกิดเราตัดคําว่า ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ออกได้ไหมครับ เพราะว่าการตั้งท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ บางทีท้องถิ่นรูปแบบพิเศษมันอาจจะคาบเกี่ยวไม่เฉพาะในจังหวัดมันอาจจะมี พื้นที่ที่มันคาบเกี่ยว ๒ จังหวัดก็ได้ แต่มันไม่เต็มทั้งจังหวัด มันก็เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้ อย่างเช่นอาจจะเปึนชายแดนของ ๓ จังหวัดมารวมกันเปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ถ้าเขียนไว้ อย่างนี้มันก็จะข้ามจังหวัดไม่ได้เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราตัดคําว่าขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดออกไป เหลือเฉพาะท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว อันนี้ก็ไม่เสียหาย มันจะเต็มจังหวัดมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร อันนี้แค่นําเสนอให้เติมเต็มนะครับ ใน (๒) ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ อันนี้ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการครับ แต่ที่สําคัญบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้ต้องประกอบไปด้วย ๑. นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ๒. ผู้แทนจากส่วนราชการ ๓. ผู้บริหารท้องถิ่น ๔. ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๕. ผู้ทรงคุณวุฒินะครับ อันนี้จากเจตนารมณ์ดูเหมือนว่าจะตั้งเปึนลักษณะจตุภาคีโดยเชิญนายกรัฐมนตรี มาเปึนประธาน แต่ปัญหาที่สําคัญก็คือว่าด้านหลังครับผู้ทรงคุณวุฒิครับโดยอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง นัยไม่แน่ใจว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ ส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าถ้าเกิดวันข้างหน้ากฎหมาย บัญญัติบอกว่าให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ จํานวน ๓๐ คน นายกรัฐมนตรีบวกผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการส่วนท้องถิ่น แสดงว่า มีได้ไม่เกิน ๑๕ คน ที่เหลือต้องเปึนผู้ทรงคุณวุฒิใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นนัยของผมที่กําลัง นําเสนอก็คือว่าเมื่อต้องการให้มีคณะกรรมการชุดนี้เปึนจตุภาคีก็ไม่ควรจะไปเขียนคําว่า ผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง แต่ควรจะมีคณะกรรมการในลักษณะที่เท่า ๆ กันทั้ง ๔ ส่วน ที่เปึนจตุภาคีที่แท้จริงนะครับ ใน (๓) ครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยแผนการกระจายอํานาจและ ภารกิจต่าง ๆ ที่ต้องถ่ายโอนให้กับองค์กรบริหารท้องถิ่นในวันข้างหน้า เมื่อไปดูหน้าถัดไป ท่านบอกต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ ป้ ในความคิดเห็นของผมเข้าใจว่าระยะเวลา ที่เขียนเอาไว้ค่อนข้างจะทอดยาวนานจนเกินไป ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมเคยเขียนแผน การกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบอกว่าต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ป้ ปรากฏว่าพอมีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง ระยะเวลาที่เขากําหนดเอาไว้ปรากฏว่า ไปเริ่มทําเอาตอนปลายป้ท้าย ๆ แล้วการกระจายอํานาจก็ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะฉะนั้นการเขียนไว้อย่างนี้ในวันข้างหน้าบอกให้ทําภายใน ๑๐ ป้ ผมเข้าใจว่ามันเปึน การทอดระยะเวลานานเกินไป ฉะนั้นถ้ามันลดระยะเวลาลงมาได้แล้วก็ทําให้มันกระชับขึ้น ให้ท้องถิ่นเขามีระยะเวลาในการที่จะรับถ่ายโอนงานให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิมก็จะเปึนผลดี กับท้องถิ่นนะครับ ในเรื่องของ (๖) การกําหนดภาษีท้องถิ่น แหล่งรายได้ ความเปึนอิสระ ในการจัดหารายได้ของท้องถิ่นท่านเขียนไว้ชัดเจนดีมากครับโดยเฉพาะการพึ่งตนเอง

ด้านการคลัง นั่นก็หมายความว่าท่านต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันข้าง หน้า สามารถจัดหารายได้ได้เองแล้วก็ยืนบนขาตัวเองได้ แต่หลักประการสําคัญที่สุดผมคิดว่า ในลักษณะปัจจุบันที่เราเปึนอยู่เข้าใจว่าท้องถิ่นจะพึ่งตนเองได้คงจะอีกนาน เพราะฉะนั้นใน (๖) ผมอยากจะให้เขียนข้อความเพิ่มเติมใน (๖) ดังต่อไปนี้ครับ การกําหนดภาษีท้องถิ่น การจัดสรรภาษีให้กับท้องถิ่น แหล่งรายได้ ความเปึนอิสระในการจัดหารายได้และความเปึนอิสระ ในการใช้งบประมาณด้วยครับ ต้องใส่ด้วยครับเพราะวันนี้เวลาการจัดสรรรายได้ท้องถิ่น ปรากฏว่าความเปึนอิสระในการใช้งบประมาณหลังจากการจัดสรรรายได้ กับท้องถิ่น มันไม่มีครับ มีอะไรกํากับ มีอะไรพ่วงท้าย มีอะไรเติมเต็มออกไปด้วยทุกครั้งทําให้ท้องถิ่น มีปัญหาในการใช้งบประมาณตลอด เวลาพูดกันบอกว่าให้เงินกับท้องถิ่นนี่ให้เยอะครับ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ใน ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ที่ให้ท้องถิ่นไปนั้นท้องถิ่นสามารถใช้ได้เองจริง ๆ เท่าไรท่านลองไปคิดดู ถ้าอย่างนั้นมันเขียน เอาไว้ว่าต้องให้ความเปึนอิสระในการใช้งบประมาณของท้องถิ่น ผมเข้าใจว่ารัฐบาล จะไปเกี่ยวหรือไปใส่อะไรต่อเติมท้ายไปไม่ได้ในวันข้างหน้า กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอุบล หลิมสกุล ค่ะ

นางอุบล หลิมสกุล

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางอุบล หลิมสกุล สปช. นะคะ ดิฉันขออภิปรายในส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านสังคม มาตรา ๑๖ (๒) การปฏิรูป ระบบสวัสดิการสังคม เวลาเราพูดถึงระบบสวัสดิการสังคมมันเปึ นระบบโครงสร้างใหญ่ ดิฉันคิดว่าที่ทางอนุกรรมาธิการพูดไว้ใน (๒) มันค่อนข้างจะสับสน ดิฉันขอทบทวนในเรื่อง ระบบสวัสดิการสังคมนิดหนึ่งนะคะ

ในระบบสวัสดิการสังคมนั้นประกอบด้วยองค์ประกอบ ๔ เสาหลักที่ท่านพูดไว้นะคะ นั่นคือองค์ประกอบ ส่วนที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัยอะไรก็ตาม ที่ต่อเนื่องมา ๗ มิติ นั่นคือขอบเขตของการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม และยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ไม่ได้ถูกบรรจุไว้คือรูปแบบ ที่ท่านได้ขอด้วยความเคารพว่าใน (๒) ค่อนข้างสับสน คือท่านพูดในองค์ประกอบ ๔ เสาหลักแล้วนะคะ บริการสังคม ประกันสังคม การช่วยเหลือ ทางสังคม สนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม แล้วก็มามีส่วนขยายบางส่วน ไม่ขยายบางส่วน เช่น การมีส่วนร่วม จากภาคประชาชน สวัสดิการชุมชน นั่นก็คืออยู่ในเสาหลักของเสาที่ ๔ คือสนับสนุนหุ้นส่วนทางสังคม ถ้าพูดถึงระบบการช่วยเหลือแก่ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ที่ อยู่ในภาวะยากลําบาก นั่นคือการช่วยเหลือทางสังคมนะคะ เพราะฉะนั้นมันจะสับสน มีตั้งแต่พูดระบบใหญ่แล้วก็มาถึงย่อยเปึนกลุ่มเปัาหมาย สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอก็คือในเรื่อง ของระบบสวัสดิการสังคมนั้นมีรูปแบบหลักอยู่ ๒ รูปแบบ คือเปึนสวัสดิการสังคมกระแสหลัก คือสวัสดิการสังคมที่จัดให้โดยรัฐเปึนส่วนใหญ่ กับรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมกระแสรอง ซึ่งเปึนสวัสดิการทางเลือกที่เกิดขึ้ นจากศักยภาพความเข้มแข็งของภาคชุมชน อาทิ สวัสดิการท้องถิ่น สวัสดิการโดยรัฐที่เกิดจากการกระจายอํานาจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการของแต่ละท้องถิ่น สวัสดิการชุมชนคือการสร้างหลักประกัน เพื่อความมั่นคงของชุมชนให้มีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในรูปแบบสิ่งของ เงินทุน น้ําใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย สวัสดิการท้องถิ่น หมายถึงสวัสดิการหลักประกันผ่านช่องทางวัฒนธรรมความเชื่อของคนในชุมชน สวัสดิการนี้ จะเกิดจากฐานคิดด้านประเพณี วัฒนธรรมเปึนการเฉพาะ ซึ่งดิฉันอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ ได้ปรากฏอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะว่าในระบบสวัสดิการสังคมที่ดีนั้น ต้องมีทางเลือกที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าท่านคงจะมีหนทางที่จะบรรจุเรื่องนี้ เข้าไปเรียงร้อยอยู่ใน (๒) นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ค่ะ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ก่อนอื่นต้องชื่นชมว่า ตัวร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. .... จะเปึนครั้งแรก

ที่ประเทศไทยเรามีหัวข้อใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นจากที่เคยมีมาในอดีต ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง การคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งแยกออกมาชัดเจน หรือด้านกีฬาซึ่งก็ล้วนเปึนประเด็นใหม่ ๆ และด้านแรงงาน ในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่าที่ดิฉันอ่านดู ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเปึนนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เราพยายามนํามาใส่ อย่างเช่นมีการจัดทําระบบบัญชี ก๊าซเรือนกระจก ท่านกําลังจะหมายความว่าเราจะต้องเตรียมจัดทํารายการว่าเราปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจกป้ละเท่าไรเพื่อเตรียมที่จะลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกใช่หรือไม่ เพราะท่านเตรียมตัวไว้ขณะนี้ ในอนาคตท่านคงถูกบังคับให้ลดก๊าซเรือนกระจกด้วย อย่างแน่นอน แต่ก็อาจจะเปึนการเตรียมการเอาไว้ก็ได้ค่ะว่าเรากําลังจัดทําระบบบัญชี ก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศไทยได้ปลดปล่อยมำจากภาคต่าง ๆ เปึนการเตรียมตัว เตรียมพร้อมเอาไว้ที่จะถูกบังคับให้มีการลดก๊าซในอนาคต ต้องตระหนักในส่วนอนาคต ที่จะติดตามมาด้วยนะคะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ดิฉันคิดว่าคงน่าจะเปึนประโยชน์ในเรื่อง ที่เราพยายามพูดคุยกันในสมัชชาการปฏิรูปครั้งนี้นะคะ ในประเด็นที่ดิฉันเห็ นว่า จะเปึนปัญหาค่ะท่านประธาน จริง ๆ แล้วในเรื่องการปฏิรูปด้านสังคมดิฉันไม่ได้ขัดข้อง ที่เราจะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในเรื่องที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล จัดการวิถีชีวิต หรือวิถีวัฒนธรรม หรืออะไรของเราเอง แต่ดิฉันมองในส่วนที่ ๓ ในหน้า ๑๓ กราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการที่ยกร่างอยู่ ในหน้า ๑๓ กับหน้า ๑๔ มาตรา ๑๖ ใน (๑) ท่านเขียนว่า ปฏิรูปกฎหมาย กฎ และกติกาต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้าง ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีสิทธิที่จะดูแลและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตรงเวิร์ดดิง (Wording) ตรงนี้นะคะ ท่านมาดูที่ (๖)

หน้า ๑๔ จัดให้มีกฎหมายส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม และจัดตั้งกองทุนส่งเสริม ภาคประชาสังคม เพื่อการมีส่วนร่วม ๒ ด้านนี้ท่านไม่บาลานซ์ (Balance) กันเลย เพราะว่า ในข้อ ๑ ท่านให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีสิทธิที่จะดูแลแล้วก็จัดการทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยตัวเขาเอง แต่ใน (๖) ท่านยังเขียนในแง่ที่ยังเปึนไปได้ในทางปฏิบัติอยู่ ดิฉันจึงสนับสนุนว่า ท่านควรจะแก้ในข้อ ๑ ขอแก้เปึนว่า ปฏิรูปกฎหมาย กฎและกติกาต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้าง ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีสิทธิร่วมกับภาครัฐในการดูแลจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ มีสิทธิที่จะร่วมกับภาครัฐ เพราะว่าใน (๖) ท่านเขียนว่าเพื่อการมีส่วนร่วม มันจะได้ สอดคล้องกัน ใน (๖) ท่านเขียนว่าเพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แล้วก็มีประเด็นเรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอยู่ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ค่ะ

นายพงศ์โพยม วาศภูติ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผมขอกราบขอบพระคุณนะครับที่เป่ดโอกาสให้ผม แม้ว่าเกือบจะล่วงเลยเวลา ไปแล้ว กระผม นายพงศ์โพยม วาศภูติ กระผมมีความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ เพราะผมมีความเชื่อว่าอย่างนี้ครับว่า ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นของเรา เราเสนอให้มีสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ถามว่าทําไมเสนอเปึนสภา ก็ไม่อยากให้ประธานมาจากการเมือง อันที่ ๒ คืออยากเห็น สภาทําหน้าที่แทนสํานักงานคณะกรรมการกระจายอํานาจซึ่งอยู่ที่สํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ถามว่ามีประโยชน์อย่างไร เรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาทั้งหลำยของท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่ง ขณะนี้มีทั้งเรื่องของภารกิจ อํานาจหน้าที่ การถ่ายโอน เรื่องของงบประมาณ เรื่องของบุคลากร เรื่องของการขัดข้องในเรื่องของระเบียบที่ทําให้ผู้กํากับ ดูแล ตรวจสอบ เช่น สตง. มาดําเนินการกล่าวโทษแล้วก็เรียกเงินคืนอะไรพวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้หมายความว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย หรือสํานักงาน คณะกรรมการกระจายอํานาจไม่ได้ต่อสู้ ไม่ได้ช่วยเหลืองานของท้องถิ่น แต่ว่าก็ต้องยอมรับ ว่าผู้บังคับบัญชาของทั้ง ๒ หน่วยไม่ใช่ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนแค่ลูกค้า

เท่านั้นเอง เปึนผู้รับบริการจากทั้ง ๒ หน่วยนี้ ดังนั้นเวลาที่มีเหตุขัดข้องอะไรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยความรวดเร็ว เหมือนกับว่าเกาไม่ถูกที่คัน ดังนั้นวิธีง่าย ที่สุดที่จะทําให้การกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่นหรือจะเรียกว่าการบริหารองค์กร องค์กรบริหารท้องถิ่นอะไรก็ตามนี่ สามารถจะดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเปึนประโยชน์ต่อประชาชน สามารถจัดการบริการสาธารณะ แล้วก็แก้ไขปัญหา สนองความต้องการของตนเองตามปรัชญาของการปกครองตนเองนั้นคงจะต้องเป่ดโอกาส ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ แห่งได้ดูแลตัวเอง กําหนดมาตรฐานของ ตัวเอง ออกหนังสือเวียนของตัวเอง แต่ทั้งนี้ก็ภายใต้เอกภาพแห่งความเปึนรัฐเดียว การกํากับ ดูแลของรัฐบาลก็ยังยอมรับเรื่องนี้อยู่ แต่ว่าการที่เขาจะบริหารกันเอง ดูแลกันเอง จะทําให้สามารถแก้ไขปัญหาและสนองความต้องการได้ตรง เปรียบประดุจกับเกาถูกที่คัน อย่างที่ผมเรียนแล้ว อันนั้นผมไม่แน่ใจนะครับ ไม่แน่ใจว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นหรือการบริหารองค์กรท้องถิ่นจะเปึนไปตามที่กระผม ได้กราบเรียนหรือไม่

ดังนั้นทราบว่าคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติได้มีการเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญด้วยซ้ํา แต่ว่าผมก็ไม่แน่ใจว่าพอออกเปึนกฎหมายลูกออกมาจะปฏิบัติจริง ๆ มันก็อาจจะกลายเปึนเหมือนสํานักงานคณะกรรมการกระจายอํานาจที่สํานักปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีเดิมหรือเปล่า ในที่สุดแล้วก็ไม่สามารถจะแก้การคันหรือปัญหาของท้องถิ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วที่สําคัญหน่วยธุรการ ที่เราอยากได้นี่ข้าราชการในหน่วยนั้น ก็ควรจะเปึนข้าราชการส่วนท้องถิ่นด้วย ปัจจุบันข้าราชการทั้ง ๒ หน่วยที่ผมเรียน เปึนข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการเคลื่อนตัวของการบริหาร ท้องถิ่นเลย ดังนั้นสิ่งที่เราอยากได้ก็คือว่าการบริหารกั นเองภายใต้การกํากับดูแลของรัฐ แล้วก็มีสํานักงานธุรการของเขาเอง ซึ่งข้าราชการในสํานักงานนั้นเปึนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็จะมีความผูกพัน มีแพชชัน (Passion) มีเอนเกจเมนต์ (Engagement) ที่จะต่อสู้ เพื่อให้การกระจายอํานาจและการปกครองตนเองเปึนไปตามปรัชญาที่จะกําห นดไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็เหลืออีก ๒ ท่านสุดท้ายไม่ต้องขอเพิ่มแล้วนะคะ ต่อไป ๒ ท่านสุดท้าย คือท่านอมรกับท่านเกรียงไกรค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอมร วาณิชวิวัฒน์ ขอเชิญค่ะ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม นายอมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมือง หมายเลข ๒๓๔ ขอบพระคุณท่านประธานอย่างยิ่งที่ได้กราบเรียนไปขออนุญาตแล้วก็ได้รับอนุญาตครับ ผมเองมีข้อคิดเห็นโดยสังเขปดังนี้ครับ คงจะใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาที บังเอิญเมื่อวานนี้ เราก็ทราบกันดีครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้ส่งผลกระทบหลายอย่าง แล้วก็ทางสภาของเรา ก็ได้มีการแสดงออกในหลาย ๆ ด้านซึ่งเปึนเรื่องที่น่ายกย่องมากครับ โดยเฉพาะการแสดง การไว้อาลัยต่าง ๆ แล้วก็ผมก็เห็นสมาชิกจํานวนมากที่ขึ้นมาพูดแถลงหรือว่าให้ข้อคิดเห็น ต่าง ๆ ได้แสดงความเสียใจในด้านต่าง ๆ ผมคิดว่าทางสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศที่เรา เปึนสมาชิกอยู่นี่ผมคิดว่าเราน่าจะมีบทบาทบางส่วนในตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนามของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ถ้าเราได้มีคําแถลงที่เปึนทางการออกไปสู่มวลสมาชิกที่เปึนสมาชิกของ สหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศได้ก็น่าจะเปึนประโยชน์ เพราะผมคิดว่าการแสดงออก เมื่อวานนี้ผมพยายามจะตรวจสอบข่าวในสื่อต่าง ๆ เพราะว่ามีสํานักข่าวต่างประเทศ

จํานวนมากพยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์โดยตรงเพราะผมในฐานะนักวิชาการผมเอง ก็มีความระมัดระวังแล้วก็ปฏิบัติตามคําแนะนําของทาง คสช. อย่างเคร่งครัด เนื่องจาก การให้ข่าวต่าง ๆ ในระยะนี้ก็เปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมเห็นว่าในฐานะสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วเราก็กําลังดําเนินการแก้ไขหลาย ๆ เรื่องกันอยู่ในวันนี้เราก็คงจะไม่ปฏิบัติในรูปแบบ ขั้นตอนที่เคยทํามา ถ้าหากเราเห็นว่าอะไรที่ทําแล้วมีผลในทางบวกมาก ๆ เราก็น่าจะ ดําเนินการ ส่วนที่ผมจะนําเสนอต่อไปก็อยากจะเรียนอย่างนี้ ในฐานะว่าเปึนประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมืองก็ต้องกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ ที่กําลังดูแลในเรื่องของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยว่า แม้ว่าในวันนี้เราจะใกล้หมดวาระการดํารงตําแหน่งกันแล้ว แต่ว่าในส่วนของ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมือ งที่ผมเปึนประธานอยู่นั้นกําลังดําเนินการ ยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องพรรคการเมืองอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในเบื้องต้นเรามีความคิดว่าเราจะยุติการประชุม แต่ปรากฏว่าทางคณะอนุกรรมาธิการได้มี ความเห็นสอดคล้องร่วมกันว่าสิ่งที่เราได้ดําเนินการต่อเนื่องกันมาก่อนหน้านี้ซึ่งใช้เวลา ต่อเนื่องกันมา ๑๑ เดือนด้วยกันนี่ยังมีสาระสําคัญและมีหลาย ๆ เรื่องที่เราคิดว่าจะเปึนประโยชน์ แล้วเราก็คาดหวังว่าทางกรรมาธิ การซึ่งนั่งอยู่ข้ำงบนนี้จะมีส่วนในการไปดูแล แล้วก็ ขับเคลื่อนในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อไป เพราะฉะนั้นทางผมเองก็ได้หารือกัน ภายในอนุกรรมาธิการว่าเราจะได้นําเสนอกฎหมายดังกล่าวให้กับทางคณะกรรมาธิการต่อไป

เมื่อได้มีการร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว เช่นเดียวกันกับในส่วนของ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายเราก็ได้มีการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในเรื่องของการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมาย ที่เกี่ยวเนื่องด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยังมีกฎหมายอยู่ ๑-๒ ฉบับที่เราคิดจะมีการแก้ไข โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเปึนเรื่องเดียวกันที่จะนําเสนอ ไปยังทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ต้องกราบขออนุญาตมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสุดท้ายท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกครับ ท่านสังเกตไหมครับพวกเราอภิปรายเหมือนขาด อะไรไปอย่าง ขาดกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ วันนี้ไม่รู้หายไปไหนครับ เมื่อวานนี้ท่านประธาน ตัดสินใจได้เยี่ยมยอดมาก ผมมองว่าในอนาคตแล้วสิ่งที่ท่านทํานั้นคือเปึนผู้หญิงที่กล้า ตัดสินใจ จริง ๆ แล้วถ้าผมมีอํานาจอยากให้ท่านเปึนประธานสภาขับเคลื่อนด้วยซ้ํา ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม เกรียงไกร หมายเลข ๐๑๕ กราบเรียนอีกครั้งหนึ่ง ผมดูเกือบทั้งเล่ม ผมดูหน้าตาท่านอนุกรรมาธิการทั้งหมดแล้วชื่นชมนะครับ ชื่นชมอย่างมาก ด้วยความจริงใจ แถมหน้าตาทุกท่านนั้นค่อนข้ำงที่จะเครียด อย่าเครียดครับ ท่านมี นิว เจนเนอเรชัน (New generation) ๑ ท่านนั่งอยู่ในตรงนั้นนั่นก็คือคุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล คนนี้สุดยอดครับ ท่านดูในส่วนที่ ๓ หน้า ๖ หลายท่านอภิปรายไปแล้วท่านอาจจะมอง ไม่เห็นภาพ ผมนําเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ทุกท่านอภิปรายไปนั้นล้วนเปึนเรื่องจริง โดยทั้งสิ้นกับท้องถิ่น ผมดูแลท้องถิ่นทั้ง ๒,๔๔๐ แห่งในตําแหน่งนายกสมาคมสันนิบาต เทศบาลแห่งประเทศไทย ผมสู้เพื่อท้องถิ่นมา ๖ ป้เต็ม ท่านรู้ไหมว่าท่านลองกลับไปดูสิ ว่าผู้กํากับดูแลผู้ส่งเสริม ให้อะไรกับท้องถิ่น ไม่มีเลยครับ ท่านลองไปอ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ว่าเปึนฉบับของประชาชนเขาเขียนชัดเจนต้องปฏิรูปกระจายอํานาจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน ๕ ป้ หลายหน่วยงานยุบครับ รพช. ยุบ ตั้งเปึน กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรธรรมชาติ บอกว่า ๕ ป้จะยุบ ต่อมานักการเมืองเข้ามา ก็มาแทรกอยู่ต่อจนยาวเห็นไหมครับ แล้วงบประมาณที่ให้กับท้องถิ่นนั้นเขาเขียนชัดเจน

ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่าภายในป้ ๒๕๔๙ จะต้องให้สัดส่วนให้กับ ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านรู้ไหมครับตั้ง แต่ป้ ๒๕๔๐ จนถึงป้นี้ท้องถิ่น ได้กี่เปอร์เซ็นต์ครับ ๒๘.๒๑ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่พวกเราบริหาร ราชการแผ่นดินแทนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศท่านรู้ไหมว่ามีรายละเอียดแฝงลงมา งานประชานิยมทั้งสิ้นที่เราต้องทําตามนี่คือปัญหาของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ ท่านพงศ์โพยม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ทําไมเราต้องตั้งองค์กรใหม่ซึ่งในรูปแบบของ คณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติที่ท่านตั้ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่สัดส่วน มันไม่ได้ สัดส่วนคณะกรรมการผมจะบอกให้ปัจจุบันประเทศชาติมีคณะกรรมการกระจาย อํานาจให้แก่องค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ประกอบด้วย ๓ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งข้าราชการประจํา ๑๒ คน ฝ์ายหนึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒ คน โดยรัฐบาลเปึนคนตั้งทั้งสิ้น และท้องถิ่น ๑๒ คนโหวตทีไรแพ้ทุกทีครับ นี่คือเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นท่านต้องดูใหม่ตรงนี้ ถ้าท่านจะมีจริง ๆ ถ้าเขียนแยกออกมาตั้งเปึน องค์กรใหม่เอากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาเปึนกรมกํากับดูแลอย่างนี้สุดยอดครับ ในหลายส่วนที่ผมอ่านล้วนแล้วมีประโยชน์โดยทั้งสิ้น ผมนําเรียนด้วยความเคารพว่าท้องถิ่น มีปัญหาหลายด้าน ผมเคยพูดเรื่องงานวิจัยการทุจริตของท้องถิ่นมาแล้วว่า ๒.๗๘ เปอร์เซ็นต์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เขาวิจัย ๗,๘๕๓ แห่งมันต้องมีบ้าง ท่านอนุกรรมาธิการยอมรับไหมว่า ทุกกระทรวง ทบวง กรมมีการทุจริตโดยทั้งสิ้น

อย่าเอาประเด็นนี้มาบีบรัดท้องถิ่น ต้องเอาประเด็นว่าประชาชนได้อะไรจากท้องถิ่น เอาผลงานวิจัยออกมาสิครับ ใครที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ผมยังยืนยันว่าถ้าท้องถิ่น เข้มแข็งได้รับงบประมาณเต็มที่ เปึนอิสระ ประชาชนมีความสุขแล้วประเทศชาติเจริญ ผมยังยืนยันคําเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ท่านต้องเข้ามาลึก ๆ จ้างสํานักวิจัยที่เขาเกิดขึ้นก็ได้ ท่านประธานครับ มีสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นใน (๗) (๗) ท่านกําหนดว่าในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตรงนี้บอกว่ามีการกําหนด ในบรรทัดที่ ๔ การบริหารงานบุคคลขององค์กรบริหารท้องถิ่น ทุกรูปแบบเปึนองค์กรเดียว มีการกําหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล มีคณะกรรมการ พิทักษ์คุณธรรม ตรงนี้เห็นด้วยครับ ท่านรู้ไหมว่าคณะกรรมการของท้องถิ่นประกอบไปด้วย อะไรบ้าง เรามี ก กลาง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิมาจากส่วนราชการต่าง ๆ มีตัวแทนปลัด ตัวแทนนายกเทศมนตรี ตัวแทนนายก อบต. เปึน ก กลางระดับประเทศ ก จังหวัด ก็มีเช่นกัน ซึ่งมีประธานคือผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน มีเช่นกัน ประกอบเหมือนกัน ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนราชการ ตัวแทนปลัด ตัวแทนประธานสภา ตัวแทนนายก เขามาคุยกัน ทุกเรื่องการบริหารงานบุคคล ตรงนี้เขามีอยู่แล้ว เมื่อข้าราชการไม่ได้รับความเปึนธรรม ส่วนใหญ่เขาก็ไปร้องศาลปกครอง ต่อมาท่านกําหนดให้มีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ผมเห็นด้วย เพราะว่าคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมประกอบด้วย คณะกรรมการ ๗ คน ก็คือมีประธานปกครองสูงสุดเปึนประธาน สรรหาอีก ๓ คน รองประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก ก.พ. และเลขาธิการ ก.พ. ตรงนี้ท่านอาจจะไม่ดูรายละเอียด เห็นด้วยครับ เพราะไม่มีส่วนได้เสียในส่วนของข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีส่วนได้เสีย ของผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น พวกนี้เปึนกรรมการพิทักษ์คุณธรรม เห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านเขียนต่อ และมีคณะกรรมการดําเนินงานแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่นโดยระบบ คุณธรรมแต่ละจังหวัด ตรงนี้ไม่เห็นด้วยครับ ผมอยากให้ตัดออกเพราะคณะกรรมการ มันซ้ําซ้อนกันเยอะเหลือเกิน เรามี ก กลาง ก จังหวัด ท่านครับท่านรู้ไหมว่าอํานาจ การบริหารราชการแผ่นดินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ปัจจุบันนี้มันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราเพิ่มระบบพิทักษ์คุณธรรมเพื่อข้าราชการนั้นได้รับการประเมินที่ถูกต้อง เมื่อคุณหมอกิตติศักดิ์เพิ่ม (๑๐) ท่านอย่าลืมนะครับตรงนี้สําคัญมาก เพราะปัจจุบัน เราถูกตรวจสอบทุกเรื่อง ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องที่คําสั่งกระทรวงมหาดไทยไม่ให้ท้องถิ่นทํา แต่ท้องถิ่นถูกเรียกเงินคืนจาก สตง. แต่กระทรวงมหาดไทยไม่เคยรับผิดชอบ

อะไรเลย นี่คือเรื่องจริงครับท่านประธาน เราถึงอยากเปึนอิสระจริง ๆ ออกมาตั้งเปึน คณะกรรมการกระจายอํานาจแห่งชาติ หรือคณะกรรมการบริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งชาติ ตรงนี้มันจะทําให้ประเทศชาติเดินหน้าครับ เพราะปัจจุบันตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ ถึงป้นี้กี่ป้แล้วครับ ๑๘ ป้ ท้องถิ่นยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ สัดส่วนที่บอกว่ากระจายอํานาจ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ภายในป้ ๒๕๔๙ ป้นี้ป้ ๒๕๕๘ ท่านครับยังได้สัดส่วนแค่ ๒๘.๒๑ เปอร์เซ็นต์ แถมใครเขียนอะไรไปในนั้นอยากตัดอะไรออก อยากทําอะไรมันขึ้นอยู่ ๔ ฝ์าย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีแค่นั้นครับ พวกผมเคยขอเข้าไปนั่งร่วมพิจารณาด้วย ก็ไม่ได้ บอกว่าให้เขียนเสนอเข้าไป อยากทําอะไรเพื่อประชาชนเขียนเข้าไป เขียนเข้าไป ไม่เคยได้รับการพิจารณาแม้แต่ป้เดียว นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่น ถ้าอนุกรรมาธิการ อยากรู้ลึก ๆ หลายเรื่องเรียกผมไปคุยสิครับ เรียกนายก อบจ. นายก อบต. ไปนั่งคุย ท่านไม่เอาด้วยก็ได้นําเรียนด้วยความเคารพครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น คราวนี้ในหน้า ๘ สุดท้ายครับท่านประธาน หน้า ๘ ข้อ ง พัฒนาระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรหน่วยงานของรัฐ โดยไม่ยึดหลักความสามารถ ผมสงสัยครับ สงสัยอย่างมาก ไม่ยึดหลักความสามารถ ให้มานั่งเช้าชามเย็นชามทํางานหรือครับ ไม่ต้องทําอะไรหรือครับ ท่านกลับไปดูใหม่นะครับ ตรงนี้คือสิ่งที่ผมนําเสนออยากให้ท่านช่วย พิจารณาว่ามันจริงอย่างที่ผมพูดหรือไม่ข้อนี้ครับ มีอีกหลายข้อที่ดูแล้วเปึนประโยชน์ครับ

ผมต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ สิ่งที่ผมพูดล้วนเกิดขึ้นจริงและเปึนเรื่องจริง แต่อยากจะ นําเสนอให้อนุกรรมาธิการที่จะปฏิรูปประเทศรับรู้ว่าเมื่อไรที่ท้อ งถิ่นเข้มแข็งมีการพัฒนา คุณภาพชีวิต มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีการบริการสาธารณสุขให้แก่ประชาชน สร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชน ผมมั่นใจว่านับจากวันที่ประกาศรัฐธรรมนูญใช้และมี กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใช้เปึนอย่างที่พวกเราคิด พวกเราต้องการ วันนั้นแหละครับ ประเทศชาติจะเจริญ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๙ ท่านที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. .... ได้อภิปราย ครบแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันคงจะเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบชี้แจงข้อซักถาม ของสมาชิกในหลาย ๆ ท่านที่ได้ถาม ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการค่ะ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิก จํานวน ๑๙ ท่าน ซึ่งผมจดรายละเอียดไว้หมดเลยครับว่าท่านให้ข้อสังเกตอย่างไร มีข้อเสนอ อย่างไรนะครับ แต่ว่าคงไม่สามารถที่จะระบุชื่อได้หมด แต่อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ข้อสังเกต ข้อเสนอของทุกท่านนี่ครับ เราจะนํารวมเปึนเอกสารอีก ๑ ชุด ซึ่งสามารถที่จะ นําไปปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไขเอกสารศึกษาเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ เพราะว่า อยู่ในกระบวนการศึกษาทั้งสิ้น แล้วข้อเสนอ ข้อสังเกตหลายข้อมีประโยชน์มากนะครับ ไม่ว่าของท่านอุบล หลิมสกุล ที่เรื่องขอให้ทบทวนระบบสวัสดิการสังคมและอื่น ๆ ขอประทานโทษไม่สามารถระบุได้นะครับ เพราะว่าหลายท่านเหลือเกิน มีประเด็นเรื่องของ พลังงานซึ่งอยากรบกวนท่านอาจารย์มนูญ ศิริวรรณ ได้ชี้แจงในประเด็นนี้นะครับ ส่วนประเด็นอื่นเดี๋ยวผมจะทําหน้าที่ต่อครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายมนูญ ศิริวรรณ อนุกรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน อยากจะ เรียนในเรื่องของประเด็นพลังงานที่มีท่านสมาชิกได้เสนอแนะนะครับ กระผมเองก็เห็นด้วย ในประเด็นที่ท่านได้เสนอ ก็อยากจะเรียนว่าในคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานก็ได้มีการพูดกัน

ถึงในประเด็นว่าควรที่จะมีการเพิ่มเติมในเรื่องของประเด็นพลังงานทดแทน ประสิทธิภาพ ในเรื่องของการประหยัดพลังงานแล้วก็การเสนอแนะในเรื่องของพลังงานปลายน้ํา อย่างที่ท่านอาจารย์ พรายพลได้เสนอแนะนะครับ แต่เนื่องจากว่าเราก็ติดขัดใน กระบวนการทํางานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานของเราเอง เนื่องจากว่าเราก็ ไม่สามารถที่จะสรุปในเรื่องของประเด็นข้อเสนอแนะได้ทันต่อการทํางานของ คณะอนุกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถนําเสนอได้ทัน ก็จะเปึนอย่างที่ ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้ชี้แจงไปนะครับว่าเราจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดนําไปเปึน ข้อเสนอเพื่อประกอบการทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป ก็อยากจะเรียนว่า เราไม่ได้ละเลยในเรื่องของความสําคัญในเรื่องของพลังงานใด ๆ เลยนะครับ เพียงแต่ว่า ในการพิจารณานั้นเราพิจารณาตามกรอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในกรอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในชั้นแรกเราต้องการที่จะให้การปฏิรูปพลังงานนั้นเน้นในเรื่องของถ้อยคําที่ค่อนข้างจะรัดกุม แล้วก็ไม่เยิ่นเย้อจนเกินไปก็เลยได้จํากัดในเรื่องของข้อความที่จะลงในร่างรัฐธรรมนูญ ให้เปึนข้อความที่ไม่มีถ้อยคําที่ระบุในรายละเอียดมากจนเกินไปนะครับ แต่ว่าพอมาเปึน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแล้วสามารถที่จะบรรจุเนื้อหาที่มีรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นเราก็จะนําข้อเสนอของท่านสมาชิกมาเพิ่มเติมลงไปในร่างประกอบรัฐธรรมนูญครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญท่านประธานอีกทีค่ะ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

มีประเด็นด้านเศรษฐกิจครับ ที่ท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล อยากจะชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อนุกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมขอขอบคุณสําหรับ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เราจะสามารถนํามาปรับปรุงเพิ่มเติมให้เปึนข้อเสนอการปฏิรูป เศรษฐกิจที่ครบถ้วนสมบูรณ์

ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนไทยทุกคนในช่วงต่อไป กระผมขอไปทีละประเด็น คือสิ่งที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐได้เสนอแนะมาทางเราก็จะนําไปรวบรวมแล้วก็เพิ่มเติมประเด็น เหล่านั้นไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล เรื่องของความอีส ออฟ ดูอิง บิซซิเนสก็คือการที่ต่างชาติจะมาลงทุนในประเทศไทยมันมีความยากง่ายมากน้อยแค่ไหน การประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ รวมไปถึงประเด็นของท่านดอกเตอร์สุทัศน์ เรื่องของการทําให้ประเทศไทยเปึนจุดเชื่อมโยงในอาเซียนซึ่งท่านบอกว่ามากกว่าเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ รวมไปถึงเรื่องของระบบการชําระเงินด้วย อันนี้ ก็เดี๋ยวจะนํามาประกอบเพื่อช่วยประเด็นเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันครับ อีกประเด็นหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านพูดกัน แล้วก็มีการยกประเด็นว่าข้อเสนอของเรานั้น เปึนข้อเสนอเรื่องของภาษีอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ภาครัฐมีประเด็นเรื่องของการใช้จ่ายเกินตัว เรื่องของการงบประมาณต่าง ๆ ที่เปึน เช่นนี้ก็เพราะว่าเรามีอีกพาร์ต หนึ่งอยู่ในตัว รัฐธรรมนูญเอง ซึ่งพาร์ตนั้นจะเปึนเรื่องของการพูดถึงเรื่องการงบประมาณเรื่องงบ ๒ ขา งบประมาณระยะยาว เรื่องของงบปานกลาง เรื่องของเงินในระบบ นอกระบบ เรื่องของ ความยั่งยืนทางการคลัง เรื่องของประชานิยม แล้วนอกจากนี้เรายังจะมี พ.ร.ป. เรื่องของ การงบประมาณและการคลังด้วย ซึ่งในจุดเหล่านี้เลยเปึนจุดที่เราคัดมาเฉพาะส่วนที่เราไม่อยู่ ในตัวเทกซท์ (Text) หลัก แล้วก็เอาเฉพาะส่วนที่เราคิดว่ายังขาดอยู่ แล้วมาบัญญัติลงไป ในส่วนของเรื่องที่เรามีอยู่ในจุดนี้ บางอันที่เรามีอยู่แล้วอย่างเช่นเรื่องของการให้สวัสดิการ ปัจจัยสี่ต่าง ๆ อันนั้นจะอยู่ในหมวดของทั้งรัฐธรรมนูญหลาย ๆ หมวดเลยนะครับ รวมถึง เรื่องของการลงทุนของภาคเอกชนที่เราก็มีกระบวนการเหล่านั้นแล้ว ฉะนั้นกระผมจะได้นํา ข้อเสนอต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานํามาปรับปรุงด้านพาร์ตเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานยังมีประเด็น เรื่องของการกระจายอํานาจที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ผมขออนุญาตเรียนเชิญ ศาสตราจารย์อุดมเปึนผู้ชี้แจงครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายอุดม ทุมโฆสิต อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ต้องขอบคุณเปึนอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา ให้ความเห็นที่เปึนประโยชน์ แล้วก็ทุกความเห็นนี่จะถูกบันทึกไว้ เพราะว่าภารกิจอันนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการทําแล้วก็มันจะไปจบที่ สนช. ซึ่งผมคิดว่ำประเด็นความเห็น ทุกความเห็นจะเปึนประโยชน์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าบางประเด็นซึ่งเปึนดุลยพินิจของ คณะอนุกรรมาธิการร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นผ่านมาแล้ว ก็ควรจะ ชี้แจงทําความเข้าใจให้เข้าใจในระดับหนึ่งไปก่อน ประเด็นที่พูดมากอันหนึ่งแล้วคิดว่า เปึน ประเด็นสําคัญมาตลอดก็คือเรื่องท้องถิ่น รูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ท่านสมาชิกอาวุโสคือท่านไพโรจน์ซึ่งพวกเราเคารพนับถือท่าน ท่านให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ น้องของเราคือคุณเชื้อ ฮั่นจินดา ก็แสดงความเห็นวิตกกังวลเรื่องนี้ เหตุผลประกอบเรื่องนี้ มีอย่างนี้ครับ ที่จริงเรื่องท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดนี่ได้เคยถูกบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ซึ่งว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่เราไม่เคยหยิบ เรื่องนี้มาทํา ทีนี้พอหยิบประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในรูปแบบที่เขาเรียกว่าจังหวัด จัดการตนเองที่เขียนไว้อย่างนั้นก็ได้รับความสนใจวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไป มีทั้งมองในทั้ง ข้อดีและข้อเสีย สาระสําคัญที่มีกลุ่มแล้วก็เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เรียนได้ครับอันที่ ๑ คือเสียงของ ปลัดอําเภอ สหพันธ์ปลัดอําเภอ แล้วก็สมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อันนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย กับแนวความคิดนี้ โดยมีเหตุผลต่าง ๆ หลายประการซึ่งผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกก็ทราบ เปึนส่วนใหญ่

กลุ่มถัดมาคือกลุ่มท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่น อันนี้เห็นตรงกันข้ามสนับสนุน ซึ่งน้ําหนักของความเห็นนี่ก้ํากึ่งพอ ๆ กัน ข้อมูลส่วนที่ ๓ คือข้อมูลที่ทาง สปช. ก็ดี ทางคณะอนุกรรมาธิการร่างก็ดีไปถามความเห็นประชาชนเสียงมาเพียบเลยครับ เรื่องจังหวัด จัดการตนเองมาเพียบเลย เต็มเลย โดยเหตุผลดังกล่าวนี่พวกเราที่หลายท่านที่เปึน กลุ่มวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งได้นํามาพิจารณาชั่งน้ําหนักว่าควรจะเปึนอย่างไรดี เมื่อชั่งน้ําหนัก แล้วไปศึกษาดูว่าในต่างประเทศที่เขาประสบความสําเร็จในการที่จะดูแลทุกข์สุข ของประชาชนในระดับพื้นที่เขาจะใช้วิธีนี้กันเปึนส่วนใหญ่ อ้างได้ครับ ในประเทศฝรั่งเศส ในประเทศญี่ปุ์นแล้วอีกหลายประเทศ อ้างได้เลยที่เขาเปึนต้นแบบเรื่องนี้ เขาประสบ ความสําเร็จแล้วส่วนประเทศไทยเนื่องจากว่าเราเปึนรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ แต่บอกว่าปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย หลักการ ๒ หลักการนี้มันแย้งกันโดยทางวิชาการ การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยหมายความว่าเราต้องกระจายอํานาจให้ประชาชนมีส่วนร่วม การปกครอง พูดง่าย ๆ ว่าปัญหาของประชาชนต้องให้เคารพสิทธิในการแก้ปัญหาของเขาบ้าง พอสมควร แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐ ที่ผ่านมาเราทําหลักกำรนี้ไม่ได้ แล้วปัญหาที่เกิดปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ํา ในทางวิชาการล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกับการใช้ อํานาจรัฐทั้งสิ้นอันนี้คือเปึนประเด็น ในท้ายที่สุดในทางวิชาการเราก็มีความเห็นว่าถ้าหากว่า จังหวัดใดมีความพร้อม ถ้ามีความพร้อมเราก็ควรจะเป่ดโอกาส อันนี้มันควรจะเปึ น เจตนารมณ์ในการปฏิรูป แต่ถ้าไม่มีความพร้อมก็ยัง ซึ่งการเขียนไว้ลักษณะนี้ ๑. เปึนการสะท้อน เจตนารมณ์ อันที่ ๒ ไตร่ตรองใคร่ครวญพอสมควรแล้วว่าแนวทางเหล่านี้มันจะไปช่วย เสริมส่งให้การปฏิรูปของชาติเดินไปข้างหน้าอย่างเหมาะสมจึงเขียนอย่างนี้ไว้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เปึนประเด็นที่ยุติยังจะต้องพิจารณากันต่อไป นี่คือส่วนที่ ๑ ในเรื่องของท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ มีประเด็นอีก ๑ ประเด็น ที่ท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านมองเห็นภาพเรื่องกา รกระจายอํานาจชัดเจนมากแล้วท่านพูดตรงจุดเลยครับ ท่านบอกว่าการกระจายอํานาจของบ้านเราที่มันกระท่อนกระแท่นอยู่ทุกวันนี้ เพราะว่า วิธีการเขียน การให้อํานาจกับท้องถิ่นเราไปเขียนแบบผิดหลักการ ผิดหลักการ คือเราไปเขียนบอกว่าท้องถิ่นต้องทําได้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ต่อไ ปนี้ ถ้านอกเหนือจากนี้ทําไม่ได้ แต่เวลาปัญหาในท้องถิ่นเกิดท้องถิ่นก็เกิด ไปทําเข้า ถ้าไม่ทํา

ประชาชนก็ตําหนิติติงเล่นงานท้องถิ่น สตง. ไปตรวจก็เกิดปัญหามากมาย ในขณะนี้ ทาง สนช. ก็กําลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นท่านเสนอว่าวิธีเขียนที่ถูกต้องควรจะเขียน สงวนไว้ว่าอะไรที่ไม่ให้ท้องถิ่นทํา เช่น เรื่องความมั่นคงท้องถิ่นต้องไม่ทํานะ เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องศาลนี่ต้องไม่ทํา เรื่องการต่างประเทศไม่ทํา หรือในกิจการ ขนาดใหญ่บางอย่างที่รัฐต้องการสงวนนั้นไม่ให้ทํา นอกเหนือจากนั้นท้องถิ่นทําได้ เพื่อให้ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นที่มีปัญหาแตกต่างกันมีอิสระที่จะตัดสินใจว่าเขาจะหยิบยก ปัญหาใดมาทํา วิธีเขียนแบบนี้ขอกราบเรียนว่าโดยหลักสากลเขาเขียนแบบนี้ทั้งนั้น แต่ของเรานี่เราเขียนอีกแบบหนึ่ งแล้วมันก็สร้างปัญหา อันนี้ผมคิดว่าเปึนข้อคิดเห็น ที่ดีมากนะครับ แล้วก็ควรจะแนบควบคู่ไปด้วยนะครับ สําหรับท่านอื่น ๆ กรณีของท่านเชื้อ เรื่องภายใน ๑๐ ป้ว่าจะเร็วเกินไป ที่จริงอันนี้เราก็ไตร่ตรองนะครับว่า

ที่ผ่านมาที่จริงการกระจายอํานาจมันควรจะจบไปแล้วแต่มันไม่จบเพราะว่ามันมีปัญหา เยอะแยะ เพราะฉะนั้นมีความเห็นของอนุกรรมาธิการ เขียนว่าควรจะล็อกให้ทําให้เสร็จ ภายใน ๑๐ ป้ ประเทศจะเดินหน้าได้ ซึ่งภายใน ๑๐ ป้นั้น ถ้าเราทําเร็วกว่านั้นก็เปึนเรื่องที่ดี แต่ไม่อยากจะให้ยืดเกิน ๑๐ ป้นะครับ สําหรับท่านพงศ์โพยมผมคิดว่าท่านสนับสนุน ให้มีสภาการปกครองท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่าเปึนความเห็นที่เราบรรจุไว้แล้ว แล้วก็เปึน เรื่องที่ดีมาก สําหรับท่านเกรียงไกร เรื่องคณะกรรมการดําเนินการแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น ระบบคุณธรรมในแต่ละจังหวัด อันนี้ก็จะแนบไป ก็คงเปึนอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องหาข้อยุติ ในลําดับต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ อันที่จริง มีเรื่องประเด็นการศึกษา แต่ว่าด้วยท่านประธานมองมาหลายครั้ง แล้วคงข้อจํากัดเรื่องเวลา ท่านอาจารย์อมรวิชช์อาจจะต้องไปคุย นอกรอบ เพราะว่ากรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา ก็ได้เห็นพ้องกับข้อเสนอนี้ทั้งหมด ก็เพียงแต่อภิปรายเพิ่มเติม นะครับ อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก มี ๒ ท่านที่จําเปึนต้องตอบครับ คือท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ถามว่าเรื่องการศึกษา เตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เปึนการโยนหินถามทางหรือไม่ อันที่จริงท่านประธานเทียนฉายก็ตอบไป ล้วนะครับว่า ไม่ได้มีการลงมติอะไร เพราะว่าในความหมายก็คือคล้าย ๆ กับว่ามาเสนอเพื่อให้มีมติ รับร่างฉบับนี้แล้วก็ส่งผลไปถึงรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ผมเองก็ไม่มีทักษะที่จะเล่นเกมการเมืองในระดับนี้ ไม่ได้รับการพัฒนาหรือบ่มเพาะมาจริง ๆ เรื่องที่ ๒ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการตั้งอนุกรรมาธิการชุดนี้ ผ่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งประกอบด้วยศาสตราจารย์ทางกฎหมายมหาชน หลายคนนะครับ ฉะนั้นใกล้ ๆ ผมก็หนึ่งคนแล้วครับ มีอดีตประธานศาล ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ มีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา มีอดีตประธานวุฒิสภานะครับ แล้วก็ผู้รู้ อีกหลายท่านก็ได้พิจารณาแล้วว่าให้ดําเนินการได้เพราะว่าเปึนการศึกษาเตรียมการจัดทํา เปึนเอกสารประกอบในรูปของร่าง พ.ร.บ. เท่านั้น แล้วที่เพื่อนสมาชิกให้ข้อเสนอข้อสังเกต ก็รวบรวมไว้หมดเพื่อนําไปปรับเพราะอยู่ในกระบวนการนะครับ มีเหลือกลไกเดียว

ที่ผมไม่ได้ถามนะท่านประธานคือศาลรัฐธรรมนูญครับ เอาไว้เวลามีปัญหาค่อยถามกันนะครับ มีของท่านพรพันธุ์ที่มีคําถามถึงเรื่องทําไมไม่กําหนดเปึนหน้าที่ให้ดูแลสุข ภาพของตัวเอง อยากเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องนี้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้คุยกันหลายรอบนะครับ เพราะว่าเข้าใจว่าคงเสนอไปหลายครั้ง แล้วเราก็ได้อภิปรายกันว่าไปกําหนดหน้าที่ต่อตัวเอง บังคับตัวเองดูแลสุขภาพมันทําไม่ได้ แล้วก็บุคคลย่อมมีเสรีภาพ ถ้าไปทําตรงนั้นก็กระทบตรงอื่น แต่ว่าไปบังคับในเรื่องอื่นได้ เช่น บังคับไม่ให้ผู้สูบบุหรี่ไปละเมิดกับผู้ไม่สูบบุหรี่โดยจัดพื้นที่ ที่ปลอดบุหรี่แล้วขยายออกไปเรื่อย ๆ นะครับ เพิ่มภาษีบุหรี่ ห้ามโฆษณาบุหรี่อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งอันนั้นเปึนข้อเสนอแนะ เปึนข้อแนะนําขององค์การอนามัยโลก ซึ่งประเทศไทยเรา เปึนแบบอย่างที่ดีที่ทําได้ผล แล้วองค์การอนามัยโลกไม่เคยเสนอแนะเลยนะครับว่าบังคับ ให้เปึนหน้าที่ในการดูแลสุขภาพ แล้วผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับ จะด้วยเปึนผลงาน ของ สสส. หรือไม่ก็ตาม ผมไม่อยากจะระบุนะครับ แต่ว่าตัวเลขอัตราการสูบบุหรี่ เมื่อป้ ๒๕๔๕ ร้อยละ ๒๕.๔ ขณะนี้ลดเหลือร้อยละ ๑๙ ครับ ลดลงประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนเศษ ซึ่งเปึนตัวอย่างของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกนะครับ ดังนั้น ก็อยากจะเรียนทําความเข้าใจไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

แล้วก็พูดกันต่อ ๆ กันไป ประเด็นควบคุมราคาค่าบริการก็เช่นกันนะครับ อยากจะเรียน อย่างนี้ว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลายคงมีประสบการณ์ในฐานะผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการ ถ้าเราไป ร้านอาหารเรามีข้อมูลความรู้ที่พอ ๆ กันกับเจ้าของร้านอาหารในการเลือกอาหาร แล้วก็ กําหนดราคาของค่าอาหาร เราไปพักที่โรงแรมเราสามารถเลือกแล้วเราก็มีความรู้ มีข้อมูล พอ ๆ กับโรงแรมนั้น ๆ ที่เราจะเลือกได้ว่าเราจะใช้บริการหรือไม่ แต่พอเราไปอู่รถยนต์ รถเสียข้อมูลเริ่มจะไม่เข้ากัน แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็มีเวลาที่จะถามอู่นั้นอู่นี้เพื่อจะดูว่า ราคาแตกต่างกันหรือไม่ แต่ว่าถ้าเราต้องไปรับบริการโรงพยาบาลความสมมาตรหรือ ความเท่าเทียมกันของข้อมูลมันต่างกันทันทีเลยครับท่านประธาน ประชาชนผู้รับบริการ โอกาสน้อยมากที่จะรับรู้และตัดสินใจ ผมเปึนเลขาธิการแพทยสภาอยู่ ๓ สมัย จากการเลือกตั้ง ผมทราบดีว่าระบบบริการการส่งไปตรวจเอกซ เรย์ ตรวจผลการ แลบ (Lab) นั้นแลบนี้ใครได้เปอร์เซ็นต์เท่าไร แม้แต่ส่งคนไข้เข้าไปสู่ในห้องไอซียู (ICU) กับห้องสังเกตอาการก็ได้เปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างกันไป สิ่งเหล่านี้ผู้รับบริการไม่มีโอกาสรู้ครับ ด้วยเหตุนี้ผมไม่ได้เสนอเองเรื่องนี้ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลายท่านด้วยกันอภิปราย แล้วเพิ่มเติมไปเองแล้วบอกว่าต้องกําหนดอย่างนี้แหละ เพราะว่าเปึนความเดือดร้อนของ กรรมาธิการหลายท่านด้วย แล้วกรรมาธิการแต่ละท่านก็เปึนผู้ที่ได้รับความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ มากกว่าประชาชนคนทั่วไป หากไม่มีกลไกในการกํากับดูแลแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับ ผู้รับบริการทางด้านสุขภาพซึ่งมีคณะทํางานไปศึกษา ผมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยบอกว่า เปึนสินค้าบริการคุณธรรมย่อมแตกต่างจากสินค้าบริการอื่น อันนั้นประเด็นที่ผมอยากจะ เพิ่มเติมครับ ท่านประธานครับ ผมอยากสรุปอย่างนี้ว่ากระบวนการทํางานร่วมกันอย่างหนัก อดทนและจริงจังต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดตรงนี้ขึ้นมาว่ามีกระบวนการ ทํางานอย่างใกล้ชิดระหว่างเพื่อนสมาชิก สปช. โดยเฉพาะผู้แทนใน ๑๘ คณะ กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่เห็นไม่บ่อยนักในสังคมนี้ ผมคิดว่าผลงาน ร่วมกันก็เปึนผลงานร่วมกันที่ได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา และสร้างความเปึนธรรม ผลงานร่วมกันที่ปรากฏในบันทึกเจตนารมณ์ ผลงานร่วมกัน ที่ปรากฏในเอกสารศึกษาเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และท้ายที่สุดก็คือผลงาน ร่วมกันที่ปรากฏในคําอภิปรายข้อสังเกต ข้อคิดเห็นในวันนี้ ทั้งหมดนี่จะรวบรวมเปึนเอกสาร ที่จะดําเนินการต่อไป ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าคงไม่เปึนการเกินไปที่ผมอยากจะ

บอกว่าเราได้สั่งสมองค์ความรู้ด้านปฏิรูปมาในช่วง ๑ ทศวรรษมากมายเหลือเกิน นับตั้งแต่ ชุดของท่านอานันท์ ปันยารชุน ชุดท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี และท่านอื่น ๆ มากจนขนาดที่ผมอาจจะกล่าวได้ว่า สปช. นํามาต่อยอด ไม่เพียงต่อยอด นํามาพัฒนาต่อ เพราะว่าผมฟังจากเทป อ่านจากเอกสารที่ทั้งท่านอาจารย์เทียนฉาย ทั้งดอกเตอร์สีลาภรณ์ บัวสาย ทั้งศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ ดอกเตอร์กอบศักดิ์ และท่านอื่น ๆ บางครั้งบางช่วง ฟังหลายเที่ยว ของดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ประโยชน์มาก ๆ เอามาพัฒนาต่อยอด เพิ่มเติมเสนอใหม่ ผมคิดว่าไม่เปึนการที่กล่าวเกินจริงไปว่านับตั้งแต่การปฏิรูปครั้งแรก และครั้งเดียวตั้งแต่ล้นเกล้าฯ สมัยรัชกาลที่ ๕ เปึนต้นมา มาครั้งนี้ที่เรามีองค์ความรู้ปฏิรูป ด้านต่าง ๆ มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ สปช. ได้ร่วมกันสร้างขึ้น

และมีการหนุนเนื่องจากเครือข่ายพลเมืองให้เกิดการปฏิรูปมากที่สุดนับแต่สมัย ๑๐๐ กว่าป้ที่แล้ว เปึนต้นมา ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าประวัติศาสตร์การปฏิรูปหน้านี้จะถูกบันทึก จะถูกจารึกให้ผู้คนได้จดจําตลอดไปครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบคุณท่านประธาน อย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ท่านประธานครับ ตรงนี้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนสั้น ๆ นิดเดียวครับ ท่านประธาน อนุกรรมาธิการได้กรุณาตอบผมแล้วใช้ถ้อยคําที่ผมไม่คาดว่าระดับประธานอนุกรรมาธิการ จะพูดแบบนี้ สิ่งที่ผมกราบเรียนไปนั้นมันเปึนความเห็นที่ต้องการสอบถาม แต่ท่านก็ตอบว่า สิ่งที่ผมถามไปนั้นท่ำนไม่ได้บ่ มเพาะนิสัยเล่นการเมือง ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ แต่กรรมมันเปึนเครื่องชี้เจตนา ต้องเรียนด้วยความเคารพ ส่วนที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมก็เพียงแต่ไม่อยา กให้ท่านทําขัดกับรัฐธรรมนูญ แล้วสิ่งที่ท่านได้เสนอมานั้น มันเปึนเรื่องที่ควรหรือไม่ควรเราก็คิดกันได้เ อง ผมเพียงแต่เสนอความเห็นไปเท่านั้น ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะท่านเสรี เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานของ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธ รรมนูญว่าด้วย การปฏิรูปประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว และได้รับทราบ ความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้ นําไปเปึนแนวทางในการดําเนินการต่อไปค่ะ ขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านอย่างยิ่งค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่

๕.๑ ญัตติ เรื่อง การขอเสนอประเด็นให้มีการปฏิรูปประเทศอีก ๒ ป้ ก่อนจัดการเลือกตั้ง (นายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา เปึนผู้เสนอ)

ไม่ทราบว่าผู้เสนออยู่ในห้องนี้พร้อมหรือยังคะ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

พร้อมครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

พร้อมแล้วนะคะ ถ้าเผื่อว่าพร้อมดิฉันขอเชิญผู้เสนอแถลงเหตุผลและสาระสําคัญของญัตติ ของท่านค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานครับ ผมขอปรึกษาท่านประธาน นิดหนึ่งก่อนได้ไหมครับ ก่อนที่คณะนี้จะได้นําเสนอ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เรื่องอะไรคะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

เรื่องนี้ครับ เรื่องที่กําลังจะพูด

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เรื่องเกี่ยวกับญัตติหรือเปล่าคะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ครับ ๒ เรื่องนี้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านคงต้องตามหลังแล้วละค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ตามหลังไม่ได้ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เพราะว่าเรื่องนี้กําลังอยู่ระหว่างการพิจารณาแล้วค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ตามหลังไม่ได้ครับท่านประธานเพราะเปึนเรื่อง สําคัญที่ผมขอเวลาท่านประธานสักนิดที่จะชี้แจงทําความเข้าใจกับเรื่องนี้ก่อนครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านกรุณารอได้ไหมคะ เพราะว่าเรื่องนี้กําลังเข้าสู่การพิจารณาแล้วค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

รอไม่ได้ครับเพราะมันเรื่องสําคัญ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

แล้วเปึนญัตติหรือเปล่าคะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ไม่ได้เปึนญัตติครับ ถ้าอย่างนั้นผมเสนอญัตติ ด้วยวาจาครับ แต่ว่าก่อนที่จะเสนอญัตติด้วยวาจาผมขออภิปราย

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าเสนอญัตตินี้ท่านต้องเสนอ ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งเมื่อเช้ำ และเมื่อวานนี้ ดิฉันได้ประกาศไปแล้วค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ไม่ใช่ครับท่านประธาน ไม่ใช่เสนอเพื่อเปึนประเด็น และคําถามครับ แต่ผมเสนอในลักษณะที่บอกว่าการกระทําหรือการเสนอลักษณะดังกล่าวนี้ มันถูกรัฐธรรมนูญหรือผิดรัฐธรรมนูญ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านเปึนคําถามใช่ไหมคะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ไม่ใช่คําถามครับ คือผมจะอภิปรายว่าการที่จะให้ อภิปรายในญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี่กระทําไม่ได้

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่ได้อภิปรายนะคะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เรากําลังจะให้ท่านผู้เสนอญัตตินั้ นเขาได้นําเสนอญัตติต่อสภานี้ แต่ว่าเราจะไม่มีการลงมติ ในวันนี้นะคะ เพราะว่าลงมตินั้นเราจะไปลงมติภายหลังจากที่เราได้ให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นใ นวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ เพราะฉะนั้นในวันนี้ การนําญัตตินี้เข้ามาในที่ประชุมนั้นเปึน ไปตามมติของคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งได้พิจารณาแล้วค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานฟังผมสัก ๒-๓ นาทีได้ไหมครับ จะได้อธิบายว่าทําไมผมถึงลุกขึ้นมาปรึกษาท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ได้ ๆ เชิญค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะได้ อภิปรายนั้นผมต้องขอขอบคุณคุณจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง ที่ได้ให้ปัายตัวนี้มา ดีมากครับสวยงาม ผมจะได้ไปโชว์ที่บ้านได้ ท่านประธานครับ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ที่กระผมได้ลุกขึ้นมาปรึกษาท่านประธานก็ด้วยเหตุผลว่าเมื่อได้อ่านญัตติ ของทั้ง ๒ ท่านไม่ว่าจะเปึนของท่านประสาร หรือของท่า นไพบูลย์ นิติตะวัน ญัตติ ทั้ง ๒ ญัตติเขาเสนอโดยถูกต้องตามระเบียบ ตามมาตรา ๓๗ วรรคห้า ข้ออ้างของผู้เสนอญัตติ เขาอ้างถูกต้องครับท่านประธาน เขาอ้างถูกต้องก็คือว่าให้นําเรื่องนี้เข้าไปบรรจุในวันที่ มีการลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเขาเขียนอย่างนี้ครับ คือเจตนารมณ์ของผู้เสนอนี่ เขาพูดถูกต้องแล้วไม่ต้องมาเสนอวันนี้ ให้ไปบรรจุไว้ในระเบียบวาระ การประชุมวันที่ มีการประชุมเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญครับ นี่เขาเขียนชัดทั้ง ๒ ท่าน ถือว่าอ้างกฎหมาย ถูกต้อง มาตราถูกต้อง วรรคถูกต้อง แต่นี่ความผิดพลาดก็คือว่าผมไม่ทราบว่า เปึนของวิป หรือของท่านประธานล่ะครับที่ในการประชุมวิปได้บรรจุเรื่องนี้เข้าไปในการประชุมในวันนี้ ซึ่งการบรรจุเข้าไปในการประชุมวันนี้ผมคิดว่ามันผิด ผิดมาตรา ๓๗ วรรคห้า เพราะมาตรา ๓๗ วรรคห้า บอกว่าการมีมติเสนอประเด็นตามวรรคสี่ให้สภาปฏิรูปกระทําในวันเดียวกับ การมีมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ แสดงว่าการที่จะเสนอเรื่องนี้เสนอได้ เมื่อมีการเห็นชอบ รัฐธรรมนูญแล้วครับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบทําไม่ได้ ทีนี้การเสนอญัตตินี่ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่อาจจะเกิดความสับสนในความเข้าใจ คือบางคนคิด ผมได้ปรึกษาว่าลอ งถามว่า เอ๊ะ ทําไมเขาถึงได้ลงมติเรื่องนี้ กลัวว่าในวันนั้นจะได้ ไม่มีการอภิปราย ซึ่งในความเปึนจริงแล้วการลงมติรับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญคงจะไม่เกิน เที่ยงวันหรอกครับ แต่ว่าเขากลัวว่าเมื่อลงความเห็นแล้วไปอ้างมาตรา ๓๘ วรรคสองว่า มันขาดสมาชิกภาพของการเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งมันไม่ขาด แล้วยังมีเวลาอีก ตั้งหลายชั่วโมง สมมุติว่าเสร็จเที่ยงนี่มันมีเวลาไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งเมื่อมีเวลาไปจนถึง เที่ยงคืนท่านจะเสนอญัตตินี้หรือไม่เสนอญัตตินี้เราก็ไปพูดกันหลังจากเห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้ว

แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเห็นชอบก็ไม่ต้องอภิปราย ทีนี้ที่ท่านประธานบอกว่าเสนอ ๙ โมงนี่ ไม่จําเปึนครับท่านประธาน การเสนอญัตติเรื่องนี้เสนอหลังจากเห็นชอบรัฐธรรมนูญ แล้วจะมีคําถามมากกว่า ๒ คําถามนี้ก็ได้ ไม่จําเปึนว่าจะต้องเฉพาะ ๒ คําถามนี้เท่านั้น เสนอในที่ประชุมวันนั้นเลยก็ยังได้ครับ เพราะฉะนั้นผมเลยมองว่าในวันนี้ไม่ควรจะ มีการอภิปรายเรื่องเ หล่านี้และไม่ควรจะบรรจุไว้ในระเบียบวาระ การประชุมด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นผมจึงขอเสนอว่าให้มีการเลื่อนวาระดังกล่าวนี้ไปในการประชุมตอนที่มีการลงมติ เรื่องรัฐธรรมนูญครับ ขอเสียงรับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีเสียงรับรองครบครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่สอง

ยังค่ะ การพิจารณาในเรื่องนี้ได้พิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม

แล้วก็มีมติให้นําเรื่องนี้เข้ามาเพื่อที่จะให้ผู้เสนอญัตตินั้นได้อภิปรายญัตติ หมายถึงได้อธิบาย ญัตติของท่านเพื่อที่จะให้เรารับทราบ แต่ว่าเราไม่ได้อภิปรายในการที่จะตัดสินในวันนี้นะคะ ดังนั้นท่านผู้เสนอเอง ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ก็เปึนนักกฎหมายเช่นเดียวกัน ท่านอยู่ในห้องนี้แล้ว ใช่ไหมคะ ขอเชิญค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

เดี๋ยวครับท่านประธาน ผมคิดว่าผมได้อธิบาย แล้วก็ถามท่านไพบูลย์โดยตรงแล้วว่าท่านไม่ได้เสนอเพื่อที่จะให้มาเสนอในวันนี้ ท่านเสนอนี่ ท่านเขียนญัตติถูกต้องแล้วว่าให้ไปเสนอในวันที่มีการลงมติรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาก็คือว่า ทําไมคณะกรรมการ วิปนี่ทําไมถึงไปมีมติให้ใส่วาระนี้เข้าไปได้อย่างไร

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานขออนุญาตครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

ท่านอลงกรณ์ เชิญค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือว่าวิป สปช. นะครับ ความจริงก็เปึนดังที่ท่านประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจง ผมใคร่ขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นที่ท่านสมาชิกดอกเตอร์ นิรันดร์ พันทรกิจ ได้ตั้งประเด็นคําถาม แล้วก็เสนอข้อหารือหรือว่าให้มีการเลื่อนญัตติดังกล่าวไป ประการแรกนั้น ประเด็นที่ว่าการบรรจุญัตติดังกล่าวในวาระการประชุมวันนี้ตามมติของ วิปนั้นไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่ประการใด ไม่ได้ขัดต่อข้อบังคับแต่ประการใด เปึนการปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าวิปพิจารณาแล้ว เห็นว่าในการดําเนินแนวทางของการดําเนินการตามมาตรา ๓๗ ในเรื่อง การตั้งประเด็นคําถามประกอบการออกเสียงประชามตินั้นสามารถที่จะดําเนินการบริหารจัดการ ได้ใน ๒ รูปแบบครับ ประการแรกก็คือว่าสมาชิกสามารถเสนอเปึนญัตติมีผู้รับรองถูกต้อง ตามข้อบังคับ แล้วก็เสนอมาที่ท่านประธาน สปช. จากนั้นท่านก็ส่งเข้าสู่การพิจารณา ของวิปในการจัดระเบียบวาระการประชุม ซึ่งท่านประธานแล้วก็วิป ซึ่งประกอบไปด้วย ประธานทั้ง ๑๘ คณะ เปึนองค์ประกอบของวิปด้วย ก็ได้พิจารณาว่าเมื่อมีญัตติเสนอมา ๒ ญัตติก็เข้าสู่การพิจารณาของวิป วิปก็มีการพิจารณาแล้วก็เห็นว่า ประการแรกให้บรรจุ ญัตติทั้งสองนั้นในการประชุม วันที่ ๑๘ และเพื่อเป่ดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่นหากว่าประสงค์

จะตั้งคําถามประกอบการออกเสีย งประชามติก็สามารถที่จะยื่นเปึนญัตติได้ก่อนเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาของวันนี้ แต่ว่าการพิจารณาในเรื่องนี้จะไม่มีการลงมติ เปึนเพียงการเป่ดโอกาส ให้สมาชิกผู้ที่เสนอญัตติได้ชี้แจงแสดงเหตุผลและเป่ดให้สมาชิกโดยทั่วไปได้แสดง ข้อคิดเห็น การลงมติจะเกิดขึ้นได้ในวันเดียวกับการลงมติรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านสมาชิก ก็เข้าใจถูกต้องตรงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการพิจารณาญัตติในวันนี้และได้รับการบรรจุ อยู่ในระเบียบวาระการประชุมจึงดําเนินการได้ถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญครับ ซึ่งก็ได้ พิจารณากันอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะในส่วนของทางท่านรองประธานท่านที่หนึ่ง ซึ่งก็เปึน ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เปึนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายและ อีกหลายท่านไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนการเสนอให้เลื่อนออกไปก็กระทําได้ครับ ขึ้นกับเสียงที่ประชุมวันนี้ว่าเสียงส่วนใหญ่ คิดว่าจะเลื่อนการพิจารณาไปพิจารณาญัตติ ในวันเดียวกับวันลงมติรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ขัดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญเช่นกัน สมาชิกเสนอได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับที่ประชุมว่าจะพิจารณาญัตติข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่ ผมก็ใคร่ขอที่จะเรียน ชี้แจงเพื่อยืนยันการทําหน้าที่ในส่วนของกรรมำธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่าเปึนไปอย่างที่ท่านประธานในที่ประชุมได้ยืนยันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ

ส่วนว่าจะพิจารณาวันนี้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่สมาชิกเสนอญัตติ ถ้าเสียงในที่ประชุมเห็นว่า ไปรวมพิจารณากันวันโน้นเลยหลังจากที่ลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้วก็กระทําได้ เช่นเดียวกันครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

แต่ทําในวันนี้ก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ เดี๋ยวท่านฟังก่อนค่ะยังไม่ต้องยกมือมาก ดิฉันเห็นแล้วค่ะ คืออย่างนี้คือการบรรจุญัตติมาเพื่อการที่จะให้เจ้าของญัตติเขาได้นําเสนอในวันนี้นั้นกระทําได้ แต่ว่าการลงมตินั้นต้องลงมติในวันที่มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญว่าให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ ความเห็นชอบ หากไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องมีการลงมติในข้อคําถามภายหลังเพื่อที่ จะถาม ในประชามตินะคะ ดังนั้นถ้าเผื่อว่าเราไปดูที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี่บอกว่า การมีมติ เสนอประเด็นตามวรรคสี่ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติกระทําในวันเดียวกับการมีมติ ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นในวันนั้นจึงไม่มีการอภิปราย แต่จะลงมติอย่างเดียวเท่านั้น เฉกเช่นเดียวกับการที่เรามีญัตติในเรื่องของการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจอย่างนี้ค่ะเราก็อภิปรายได้ แต่ว่าการลงมติจะลงมติในวันถัดไปตามที่รัฐธรรมนูญ กําหนด ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้เสนอ มีมติในที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติให้นํา เอาญัตติ ๒ ญัตติที่ได้เสนอมาแล้วเข้ามานําเสนอในวันนี้ และให้เจ้าของญัตติได้นําเสนอ จึงกระทําได้ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นดิฉันคิดว่าท่านนิรันดร์ ช่วยกรุณาถอนญัตติของท่านเถอะค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานครับ ผมว่าต้องทําความเข้าใจกัน เล็กน้อยก่อน เรื่องการตีความกฎหมายนี่ผมก็ถามศาสตราจารย์ทางกฎหมายแล้วครับ ก่อนจะปรึกษาท่าน ถามศาลฎีกาแล้วครับ ศาลฎีกา ท่านอุดมบอกไม่ได้ เสนอเรื่องนี้ เข้าไปไม่ได้ในวาระการประชุม นี่ผมอ้างท่านเดี๋ยวท่านก็ลุกขึ้นมาอภิปรายเองละครับ ทีนี้ปัญหาก็คืออย่างนี้ครับ เหตุผลที่ผมบอกว่าไม่ควรมีการอภิปรายก็เพราะว่าการทําอย่างนี้ เหมือนกับเปึนการชี้นํา ท่านประธานเข้าใจไหมครับ ชี้นําหมายความว่าถ้ามีการอภิปราย อย่างนี้แสดงว่ารัฐธรรมนูญต้องผ่านแล้ว เพราะถ้าผ่านนี่ฉันจะได้เอามติของฉัน เข้าไปร่วมด้วย เพราะฉะนั้นไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าไปเสนอหลังจาก เห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้วครับ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เห็นชอบไม่ต้องเสนอ แล้วอภิปรายได้ครับ นี่ถามศาลฎีกาแล้วนะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

บังเอิญท่านที่นําเสนอญัตติวันนั้นคือท่านประสารกับท่านไพบูลย์

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานครับ ผมอภิปรายท่านประธาน หลายครั้งแล้วครับว่าเขาเสนอนี่เขาเสนอด้วยเหตุผลที่ว่าไปบรรจุในวันนั้น

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เดี๋ยวท่านฟังก่อนนะคะ ตั้งสติและนั่งฟังก่อน บังเอิญเวลาพิจารณาในเรื่องนี้ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ซึ่งก็เปึนนักกฎหมายใหญ่เหมือนกันก็อยู่ในที่ประชุม แล้วที่ประชุม ก็มีความเห็นเปึนมติว่าให้นําญัตติ ๒ เรื่องนี้เข้ามานําเสนอในวันนี้ เพื่อที่จะให้สมาชิก รับทราบ อันนี้ไม่เปึนการชี้นํานะคะ เพราะว่าสมาชิกมีสิทธิที่จะรับทราบญัตติที่จะเกิดขึ้น แล้วสมาชิกก็มีสิทธิที่จะฟังจากผู้เสนอญัตติ แล้วท่านก็ไปคิดเองว่าท่านจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับเรื่องไหน ท่านจะเลือกเรื่องไหนก็เปึนสิทธิของท่าน ทําไมท่านจะต้อง ไปคิดล่วงหน้าว่าถ้าเผื่อรั บฟังอะไรแล้วจะถือเปึนการชี้นํา ไม่ได้เลย การชี้นําอะไร สมาชิก ในห้องประชุมนี้เปึนสมาชิกที่มีความเปึนตัวของตัวเอง ทุกท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ทุกท่านนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าคงไม่มีใครชี้นําใครได้หรอกค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ท่านประธานครับ คือกฎหมายมันก็เปึน เรื่องความเห็นครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อาจารย์วิริยะ ดิฉันยังไม่ได้เชิญอาจารย์พูดเลยค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ผมคิดว่าเมื่อเขาเสนอให้เลื่อน ท่านประธาน เขาก็ยืนยันอยู่แล้ว

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านอาจารย์วิริยะนั่งลงก่อนค่ะ อย่างไรเราก็ต้องคุยกันอยู่ดีค่ะ อาจารย์นั่งลง ไม่ใช่อาจารย์ ลุกขึ้นแล้วยังไม่ได้เชิญให้พูดแล้วท่านพูดเลยไม่ได้ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ก็ยกมือไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ ก็ท่านประธาน เพียงแต่บอกว่าไม่ให้พูด ๆ แล้วจะไม่ให้ลุกประท้วงได้อย่างไรล่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านยกมือไว้แล้วกันแล้วเดี๋ยวก็ได้พูดเองค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ถ้ายกแล้วได้พูดคนก็ยกแล้วท่าน มีแต่ยกแล้วบอกอย่าพูด ๆ แม้แต่เขาบอกว่าขอเลื่อน อย่าเลื่อน อย่าเลื่อนนั่งลง ฟังฉันอย่างเดียว

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

คนที่เขาพูดเขายืนอยู่แล้วค่ะท่านอาจารย์วิริยะ

(นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ผมขอประท้วงครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประท้วงเนื่องในโอกาสอะไรคะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ท่านประธานชอบป่ดปากไม่ให้คนพูด ผมขอประท้วง

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูน ผมขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านประธานเกี่ยวกับกรณีของการเสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติในวันนี้ โดยประการแรก ผมจะขออนุญาตที่จะไม่เข้าในเนื้อหาของญัตติที่เสนอ แต่จะพูดในหลักการและเหตุผล ญัตติที่เสนอเข้ามาทั้ง ๒ เรื่องนั้นเพื่อต้องการให้สภามีมติในการที่จะนําไปสู่การพิจารณา ของการทําประชามติพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเปึนเช่นนั้นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๓๗ วรรคห้า กําหนดไว้ว่าต้องทํา

หลังจากที่รัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจาก สนช. แล้ว ในวันนี้ท่านประธานได้บรรจุญัตติ ๒ เรื่องนี้เข้ามา ท่านบอกว่ายังไม่ลงมติในวันนี้ ให้อภิปรายก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านไปดูสิข้อ ๔๕ เมื่อพิจารณาญัตติใดญัตติหนึ่ง หากมีการเสนอญัตติใหม่ขึ้นมาญัตติแรกเปึนอันตกไป ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าญัตติ ของท่านไพบูลย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม กําลังพิจารณาอยู่แล้วยังไม่ได้ลงมติ แล้วยกญัตติ ของท่านประสารขึ้นมาพิจารณา ญัตติของท่านไพบูลย์ตกไปเลยนะครับ เพราะว่าพิจารณา ยังไม่แล้วเสร็จ การพิจารณาแล้วเสร็จจะต้องมีมติก่อนที่จะแล้วเสร็จ ถ้ายังไม่ได้ลงมติถือว่า ยังไม่แล้วเสร็จ ยกญัตติของท่านประสารมาพิจารณาอีกญัตติท่านไพบูลย์ตกเลย

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ถูกต้องค่ะ นั่นถูกต้องค่ะ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ถูกต้องใช่ไหมครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ถูกต้อง

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ถูกต้องแล้วยังยืนยันจะเสนออีกหรือครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อะไรนะคะ เรายังไม่ได้ไปยกญัตติของท่านป ระสารขึ้นมาพิจารณาเลยค่ะ ท่านวันชัย ก่อนแล้วกันค่ะ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

แล้วก็ประการหนึ่งนะครับท่านประธานที่เคารพ ที่ท่านประธาน ขออนุญาต

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านมีปัญหาอะไร

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ขออนุญาตที่ท่านประธานบอกว่า เช่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายเสร็จวันนี้พรุ่งนี้ยังไม่ลงต้องเว้นไว้อีก ๑ วันถึงจะลงมติ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ถูกต้อง

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

อันนั้นกําหนดไว้ในข้อบังคับ กําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กฎหมายทั่วไปครับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

เลยว่าถ้าอภิปรายเสร็จแล้ววันนี้จะต้องเว้นไว้ ๑ วันถึงจะลงมติ อันนั้นกําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ แต่ในข้อบังคับการประชุมของสภาที่เราใช้บังคับกันอยู่ตรงนี้ เมื่อพิจารณา เสร็จแล้วต้องลงมติครับ จะข้ามไปลงอีก ๒ วัน ๓ วันไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เลื่อนออกไปเถอะครับ อย่าฝ๋นเลยครับ รัฐธรรมนูญ ก็ชัดเจนครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่เปึนไรเดี๋ยวเราพิจารณาร่วมกันค่ะ ไม่เปึนไรค่ะ ท่านวันชัยค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วคําวินิจฉัยต่าง ๆ ทั้งหมด ที่ท่านประธานพูดมาด้วยความเคารพครับ ไม่ผิดหรอกครับ

และความเห็นของหลาย ๆ ท่านก็ไม่มีใครผิด เพราะถ้าจะเอาความเห็นทางกฎหมายของ คนนั้นคนนี้รวมทั้งตัวผมด้วยอาจไม่เห็นด้วยกับศาลฎีกาหรือนักกฎหมายใหญ่ ๆ ก็ได้ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพต่อท่านประธานและเพื่อบรรยากาศแห่งความสงบเรียบร้อย รวมทั้งการปรองดองสมานฉันท์ ผมว่าไม่มีใครเสียหายเลยครับ ท่านประธานวินิจฉัยก็ไม่ได้ เสียหาย และรวมทั้งขออนุญาตผมเอ่ยนามถามท่านไพบูลย์แล้ว ท่านไพบูลย์บอกว่าให้ผม ไปพูดวันนั้นก็ไม่ขัดข้อง เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้วจะมติของวิปก็ไม่ได้ มีใครผิด แต่ถามว่าเราจะไปทําภารกิจดังกล่าวซ้ําซ้อนกันทําไมท่านประธานด้วยความ เคารพครับ ในเมื่อเราบอกว่าสมาชิกนั้นจะตั้งคําถามมากกว่า ๒ คําถามที่ปรากฏนี้ก็ได้ ท่านประธานครับ สมมุติว่าวันนั้นเราลงมติกันเวลา ๑๐.๓๙ นาฬิกา ในวันที่ ๗ หรือวันที่ ๖ ตามฤกษ์ก็ตาม เรายังมีเวลาเหลืออีกตั้ง ๑๒ ชั่วโมงท่านประธาน ตั้งแต่เที่ยงวันยันกระทั่ง เที่ยงคืน เพราะฉะนั้นท่านไพบูลย์ก็ดี ท่านอาจารย์เอนกก็ดี รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เขาเตรียม จะตั้งคําถามหลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็ดี แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเราก็ไม่ต้องอภิปราย กันเสียในวันนี้เสียเวลาฟังเสียเวลาอื่น ๆ ไปเปล่า ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าวันนั้นเรามีโอกาสเต็มที่ท่านประธานวินิจฉัยไม่ได้ผิดเลยท่านประธานทัศนา ด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้วผมคิดว่าญัตติท่านบรรจุ ไว้แล้วก็ถูกต้อ ง เพียงแต่เลื่อนการพิจารณานี้ไปพิจารณาในวันเดียวกันกับที่ลงมติโหวต รับร่างหรือไม่รับร่างในวันนั้น ไม่มีใครผิดเลย ท่านประธานก็ไม่ผิดเลื่อนไปได้ครับและ ที่ประชุมนี้ผมเชื่อว่าก็มีใจตรงกันว่าเราเลื่อนไปไม่เสียหายอะไร ด้วยความเคารพ ต่อท่านประธานด้วยความจริงใจครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่เปึนไรเราก็คุยกันอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าเรื่องมันอยู่ในวาระตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติบรรจุไว้เราก็ต้องดําเนินการตามนั้น แต่ว่าถ้าเผื่อสมำชิก มีความเห็นเปึนข้อเสนอเปึนทางออกเปึนอย่างอื่นก็ทําได้ทั้งนั้นถ้าเผื่อว่าเรามีความเห็น ร่วมกัน เพราะฉะนั้นก็ลองฟังจากสมาชิกอีก ๒-๓ ท่านที่ลงชื่อไว้ก่อนก็แล้วกันนะคะ ท่านบุญเลิศเห็นแล้วค่ะ ต่อไปก็คือท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ค่ะ พอยกมือมาก ๆ ตายิ่งลาย ใหญ่เลยค่ะ เชิญค่ะ

นายทิวา การกระสัง

ท่านประธาน ขอความกรุณา ผม ทิวา ผมยกก่อน คุณบุญเลิศนะครับ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือว่าบุญเลิศ ช้างใหญ่

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เดี๋ยวฟังตรงนี้เดี๋ยวเรียกชื่อให้หมดก่อนแล้วกัน เพราะว่าตรงโน้นยกมือจะยืนขึ้นมาอีกแล้ว ท่านทิวาเห็นแล้วค่ะ ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช แล้วก็มีท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ท่านอาจารย์วิริยะ แล้วก็มาท่านทิวามีรายชื่ออยู่แค่ นี้ เราฟังทั้ง ๔ ท่านแล้วกันนะคะ ท่านบุญเลิศค่ะ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

ท่านประธานครับ เรากําลังอยู่ในห้วงเวลาที่จะ รับฟังความเห็นของสมาชิก แล้วก็ดูว่าเหตุและผลที่ดีที่สุดคืออะไร เพื่อให้ได้ข้อสรุป ตอนนี้มันยังไม่ค่ําดังนั้นก็ยังไม่มีความรู้สึกว่าอยากจ ะกลับบ้าน อยากจะเรียนว่าประเด็นที่ ท่านวันชัยได้พูดว่าถ้าหากวันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ มีการเสนอญัตติเข้ามาอีก แล้วเราได้อภิปราย วันนี้มันก็ดูกระไรอยู่ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนสาระสําคัญ ๒-๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ในญัตติของท่านไพบูลย์และคณะ รวมทั้งญัตติของท่า นประสาร ดอกเตอร์เอนกและคณะ ได้เขียนชัดเจนในญัตติว่าขอเสนอญัตติในวันที่มีการลงมติ ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น ท่านคงจะไม่มาบอกว่าอยากจะอภิปรายในวันนี้

ประเด็นที่ ๒ การอภิปรายในวันนี้เรายังไม่ทราบว่าท่าน สปช. ๒๔๘ ท่านจะลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ยังไม่ทราบ ถ้าเกิดคว่ําแล้ววันนี้ได้อภิปรายกันไป แล้วกลับไปบ้านลูกสาวตัวเล็ก ๆ ถามผม พ่อคว่ํารัฐธรรมนูญวันนั้นแล้วสิ่งที่พวกพ่ออภิปราย กันคอแหบคอแห้งนี่ทําไมล่ะพ่อ ทําไมพ่อไม่อภิปรายหลังจากโน่นก่อน ผมก็คงจะตอบไม่ได้ ประเด็นที่ ๓ สถานการณ์บ้านเมืองหลังจากวันที่ ๒๒ สิงหาคมได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะไม่เปึนเหมือนวันนี้ ประชาชนทั้งประเทศเขามีสิทธิจะเปึนเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญ เขาควรจะได้แสดงออกหลังจากที่เขาได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญ สปช. ก็เช่นเดียวกัน เราอยู่ใกล้ชิดคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเรายังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญเลยว่า มีบทบัญญัติไว้อย่างไร ดังนั้นในการที่จะมาอภิปรายในวันนี้ว่าจะปฏิรูป ๒ ป้ก่อนเลือกตั้งก็ดี จะมีรัฐบาลปรองดองเพื่อการปฏิรูปก็ดี เรายังไม่เห็นป์าทั้งป์าอย่างเปึนทางการ ดังนั้น อารมณ์ความรู้สึกมาอภิปรายมันเร็วเกินไป แล้วผมอภิปรายไม่ออกว่านายกรัฐมนตรีคนนอก เขียนไว้อย่างไร ส.ว. มาอย่างไร สรรหา คณะกรรมการเพื่อการปฺฎิรูปและความปรองดอง เขียนไว้อย่างไร มันยังไม่เห็น พอไม่เห็นมันอภิปรายไม่ถูก แล้วถ้าอภิปรายผมคิดว่าต้องใช้ เวลานานพอสมควรจึงจะได้ข้อสรุป ดังนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพว่าให้ไปพิจารณา หลังจากลงมติแล้วและเสียงส่วนใหญ่ของ สปช. ให้ความเห็นชอบ แต่ถ้าไม่ให้ความเห็นชอบ ก็จบกัน ลงเรือกัน ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอรับฟังจากท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ดูสิท่านนักกฎหมายใหญ่

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๓๓ ก็ทราบว่าเปึนความหวังดี เปึนเจตนาดีของท่านประธานที่จะต้องให้สมาชิก ได้มีพื้นฐานแล้วความเข้าใจว่าประเด็นที่มีการหยิบขึ้นมาเพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้รับรู้นี่ เปึนประเด็นที่เข้าใจกันว่าอย่างไร ฉะนั้นพอใช้ชื่อคําว่าเสนอนี่ชื่อก็จะไปซ้ํากับตัวรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) ป้ ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขในมาตรา ๕ แล้วก็มาตรา ๕ นั้นไปแก้ไข ในมาตรา ๓๗ แล้วก็มีวรรคสี่กับวรรคห้าที่เปึนปัญหา เพราะว่าวรรคสี่นั้นกําหนดว่า ให้สภาปฏิรูป แห่งชาติหรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติสามารถที่จะเสนอประเด็ นที่จะให้มี การลงประชามติได้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็โยงไปที่วรรคห้าของมาตรา ๓๗ ในมาตรา ๓๗ นั้น

ใช้คําว่า ขออนุญาตอ่านท่านประธานเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ในมาตรา ๓๗ วรรคห้าเขาบอกว่า การมีมติเสนอประเด็นตามวรร คสี่ นั่นหมายความว่าวรรคสี่ก็คือ เสนอประเด็นเกี่ยวกับที่จะให้มีการลงประชามติในเรื่องใดซึ่งจะกระทํากันในวันเดียวกัน กับที่มีการลงประชามติเรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แล้วประเด็น อยู่ตรงนี้ครับที่เสนอ ผมคิดว่าเรื่องของกฎหมายนั้นคงไม่มีความเห็นว่าถูกหรือผิดกันแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหมือน ๑ บวก ๑ เปึน ๒ หรือ ๒ บวก ๒ เปึน ๔ แต่อยู่ที่เหตุผลจะอธิบาย ได้ว่าเหตุผลนั้นเปึนประการใด ซึ่งขณะนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีความเห็นทั้ง ๒ ฝ์ายที่สนับสนุน ทั้ง ๒ ฝ์ายว่าฝ์ายที่เห็ นว่าการเสนอในวันนี้เปึนการเสนอซึ่งจะต้องลงมติ ถ้าลงมติแล้ว จะทําให้ประเด็นนี้ก็เท่ากับไปเสนอต่อในวันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ กันยายน ซึ่งจะเปึนวันที่รับ หรือไม่รับร่างนั้นก็จะเปึนปัญหาขึ้นมา หรือว่าถ้าในวันนี้ถ้าเปลี่ยน ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมว่า ในเมื่อถ้ามีความเห็น ที่ต่างกันลักษณะนี้จะเปึนความเห็นว่าจะขออนุญาตท่านไพบูลย์ ปรับได้ไหมครับ

ปรับญัตติที่เสนอครับว่าตรงนี้ไม่ใช้คําว่า เสนอ เพราะถ้าเสนอในวันนี้จะไปเสนออีกครั้งหนึ่ง ก็จะเปึนประเด็นเรื่องของกฎหมาย ถ้าวันนี้มีการปรับ เช่น ญัตติให้มีการอธิบายเรื่องนี้ ก็เรื่องญัตตินี้แหละครับ แต่ว่าปรับชื่อนิดหนึ่งก็จะไม่เปึ นปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมาย ทีนี้ก็อยู่ที่ที่ประชุมว่าจะปรับหรือไม่ เพราะผมเข้าใจเจตนารมณ์ของท่านประธานว่า ท่านประธานต้องการที่จะให้บรรดาสมาชิกนั้นได้มีความเข้าใจในเรื่องที่ทางท่านไพบูลย์เสนอ ขึ้นมา เพื่อว่าในวันที่ลงมติจะได้มีความรวดเร็วแล้วก็ได้มีพื้นฐานที่เข้าใจกันมาแล้ว เพราะว่า ในระหว่างนี้ยังมีเวลาอีกประมาณ ๑๐ กว่าวัน อาจจะมีการสอบถามหรือทําความเข้าใจ กันก็ได้ เพราะฉะนั้นผมเสนอไม่ทราบว่าตรงนี้ได้ไหมว่าญัตติตรงนี้ เพราะว่าญัตติถ้าตรงนี้ ผ่านไป ญัตตินี้ก็จะตกไป ถึงแม้จะตกไปแต่ก็ไม่ใช่ญัตติที่เสนอชื่อตามนี้นะครับ เพราะในเรื่อง ที่เสนอใหม่ใน ๕.๑ ใช้ว่าญัตติเรื่องขอเสนอประเด็น จะบอกว่าวันนี้เสนอแล้วจะบอกว่า ไม่มีการเสนอมันก็จะเปึนปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่ไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นปรับตรงนี้ได้ไหม เช่น ญัตติเรื่องขอให้มีการอภิปรายประเด็นเรื่องนี้ไปเลย หรือว่าญัตติขอใ ห้ทําความเข้าใจ แล้วจะลงมติหรือไม่ลงมติตรงนั้นก็ยังได้นะครับ ก็ขออนุญาตเสนอทางออก ไม่ทราบว่า ท่านไพบูลย์ซึ่งอยู่ในที่ประชุมด้วยจะเห็นเปึนประการใด และท่านประธานจะเห็นเปึน ประการใด ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ไม่เปึนไรนะคะ เดี๋ยวเราก็คุยกัน เราก็มีกันอยู่แค่นี้ คือถ้าเผื่อว่าเราคิดว่า โอเคนะ เอาไว้พูดคราวเดียว เราก็พูดคราวเดียว ถ้าเผื่อว่าอยากจะฟังในวันนี้ก็ทําอย่างที่ ท่านประสิทธิ์แนะนําก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราลองฟังจากท่านอาจารย์วิริยะ เชิญอาจารย์วิริยะค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ถ้าท่านประธานไม่ให้ผมอีก ผมก็จะประท้วง อีกครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อย่าประท้วงเลยค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ท่านประธานครับ ก็ในเมื่อเขาเสนอญัตติ ให้เลื่อนแล้วท่านประธานก็บอกว่าขอยกมือรับรอง ก็เมื่อเขารับรองแล้วท่านประธาน ก็ควรจะดําเนินการต่อไปว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ก็ควรจะเอาที่ประชุม ไม่ใช่เอาที่

ท่านประธานเปึนหลัก ถ้าที่ประชุมบอกเลื่อนมันก็จบ ถ้าที่ประชุมบอกไม่เลื่อนใครอยากจะ ฟังต่อจะทําอย่างไรให้มันไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป แต่เมื่อญัตติเขาบอกให้เลื่อน แล้วท่านประธานขอให้เขายกเลิกการเลื่อนเขาก็ไม่ยกเลิกก็โหวตเท่านั้นเองครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณนะอาจารย์ มันทําอย่างนั้นทันทีไม่ได้เราต้องฟังเหตุผลของคนอื่นด้วยค่ะอาจารย์ ขอบคุณนะคะ ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ

นายทิวา การกระสัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ คงไม่ใช่นักกฎหมายใหญ่นะครับ ขอความกรุณาครับท่านประธานผมก็ยังอิงกฎหมายอยู่ดี เนื่องจากว่ามาตรา ๓๗ วรรคห้า ก็พูดมาแล้วนะครับ การมีมติเสนอประเด็นตามวรรคสี่ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติกระทํา ในวันเดียว คําว่า กระทําของสภาปฏิรูปแห่งชาติในบทบัญญัตินี้หมายถึงการกระทําใด ๆ ก็ตาม คําว่า สภา ก็คือสมาชิกทั้งสภาที่มีการประชุมโดยชอบด้วยกฎหมายครับ เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาว่าญัตตินี้จะพิจารณาวันนี้ไม่ได้ถ้าดูตามวรรคห้า ใช้คําว่า กระทํา คําเดียวนะครับ ก็คือการกระทําใด ๆ รวมถึงการประชุมและการยื่นญัตติและการเสนอญัตติ ด้วยนะครับ ขอความกรุณาท่านประธานใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๒ (๒) ขอให้เปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม อันนี้ท่านนิรันดร์ ขอโทษนะครับที่เอ่ยชื่อท่านก็เสนอแล้ว เพื่อไม่ให้มีการลงมติ เพื่อให้การประชุมนี้สามารถดําเนินต่อไปได้ขอให้ท่านประธานใช้ (๕) ญัตติที่ประธานอนุญาตตามที่เห็นสมควร ขอความกรุณาท่านประธานใช้ (๕) นะครับ อนุญาตตามที่เห็นสมควรก็คืออนุญาตให้มีการเลื่อนตามญัตติของท่านนิรันดร์ก็ไม่ต้อง ยกมือเลยครับ ขอความกรุณาเรียนปรึกษาท่านแค่นี้ ขอขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ไม่เปึนไรค่ะ ฟังอยู่แล้วค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตที่จะฟังจากท่านสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม ก่อนค่ะ แล้วก็ท่านดุสิต เครืองาม อีกท่านหนึ่งนะคะ เชิญท่านสุธรรมค่ะ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม สุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๒๐ นะครับ

กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในเมื่อเพื่อนสมาชิกเสนอเปึนญัตติแล้วมีผู้รับรองถูกต้อง ก็สอดคล้องกับท่านสักครู่ที่ลุกขึ้นมาบอกเปึนญัตติแล้ว ท่านวิริยะที่ได้ขึ้นมาเสนอเมื่อกี้ว่า เปึนญัตติแล้ว เมื่อเปึนญัตติแล้วนี่ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเสนอเปึนอย่างอื่นเราก็ควรจะต้องมา พิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ท่านนิรันดร์เสนอ แต่สิ่งที่ผมจะเสนอ เพิ่มเติมก็คือว่าการดําเนินการพิจารณาญัตติของท่านไพบูลย์ก็ดีของท่านประสารก็ดี มันสามารถพิจารณารวมกันได้ ไม่ใช่แยกเปึนญัตติแต่ละญัตติสามารถขอรวมพิจารณาได้ เพราะฉะนั้นมันดําเนินการต่อไปได้ถ้าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้พิจารณาตาม ระเบียบวาระการประชุมก็สามารถรวมญัตติพิจารณาต่อไปได้ ส่วนการจะลงมติอย่างที่ ท่านประธานกราบเรียนแล้วว่าไปลงมติในวันที่เรารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้เปึนการที่ว่า เตรียมการล่วงหน้าให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาตรึกตรองให้ดีว่าคําถามของเจ้าของญัตติ คือท่านไพบูลย์ก็ดี ท่านประสารก็ดีท่านมีความคิดแบบนี้เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เราก็มีเวลาไปไตร่ตรองหรือเราอยากจะเสนอคําถามอื่น เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันแล้ว เราเกิดไอเดียมีความคิดอยากจะเสนอบ้าง วันนั้นเราก็สามารถที่จะมาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ถ้าเพื่อนเห็นชอบด้วยลงมติคําถามของเราก็สามารถจะเปึนคําถามที่พ่วงไปกับรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ก็ฝากให้ที่ประชุมได้พิจารณาครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดุสิตค่ะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

เรียนท่านประธานครับ กระผม ดุสิต เครืองาม สปช. หมายเลข ๗๙ ครับ กระผมได้เฝัาอ่านดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ฉบับแก้ไขเขียนไว้ชัดเจนว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดที่เห็นสมควร ขีดเส้นใต้ จะมีมติ เสนอประเด็นใดที่เห็นสมควร กริยาของประโยคก็คือมีมติ กรรมของประโยคก็คือประเด็นนะครับ แล้วก็มาย่อหน้าถัดไป การมีมติเสนอประเด็นตามวรรคสี่ กริยาของประโยคก็คือมีมติเสนอ กรรมของประโยคก็คือประเด็น รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าให้กระทําในวันเดียวกันกับ ที่มีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญก็ย่อมหมายความว่าสภาปฏิรูปแห่งชาตินี่ สามารถที่จะปรึกษาหารือ สามารถที่จะศึกษา สามารถที่จะดิสคัส (Discuss) สามารถที่จะ อภิปรายกันได้ แต่สุดท้ายมติว่าจะเสนอหรือไม่เสนอประเด็นการทําประชามตินั้น

ให้ไปกระทําในวันที่มีมติรัฐธรรมนูญเอาเปึนว่ามีมติก็ต้องไปวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ กันยายนนั้น เพราะฉะนั้นตามที่กระผมเข้าใจในวันนี้เปึนวันศึกษารวบรวมข้อมูล อันนี้คือ มองในแง่กฎหมายที่ผมเข้าใจ อย่างไรก็ตามกระผมเองเปึนผู้น้อยนิดไม่สามารถที่จะรู้อะไร ได้ทั้งหมด ถ้าจะถามว่าวันนี้อยากจะฟังการอภิปรายการให้ข้อมูลประเด็นเสนอเรื่องการทํา ประชาพิจารณ์หรือไม่ การทําประชามติหรือไม่ ส่วนตัวแล้วกระผมอยากที่จะฟังครับ เหตุผลก็คือว่าสิ่งที่เรากําลังฟังเปึนการอธิบายชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องประชามติ เรฟเฟอเรนดัม (Referendum) มันเปึนหัวข้อที่ใหญ่โตมโหฬารมาก กระผมคิดว่าถ้าเราไม่รับฟังกันในวันนี้ แล้วก็ไปชกกันน็อก เดียวยกเดียวเลยในวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ กันยายนนี่ผมคิดว่า ผมทําอะไรไม่ถูกหรอกครับ ผมเองผมไม่มีความสามารถเก่งกล้าเพียงพอที่จะไปกําหนด เรื่องประชามติ จะเอาหัวข้ออะไร เอาหรือไม่เอา เสนอหรือไม่เสนอในวันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ นั้นเพียงวันเดียวทําไม่ได้ครับ ผมไม่มีความสามารถขนาดนั้น ถ้าวันนี้ได้ฟังผู้รู้ หรือผู้เสนอหัวข้อเหล่านั้นแล้ว

เราก็จะได้กลับไปศึกษารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะทําให้การทํางานของ สปช. มีความรอบคอบยิ่งขึ้น สุดท้ายผมขอเสนอว่าในวันนี้เรามีญัตติอยู่เรื่องเดียวครับ ข้อหารือเรื่องการทําประชามติ แล้วก็บังเอิญมีผู้เสนอหัวข้อที่น่าสนใจมาเปึน ๒ หัวข้อ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญท่านไพโรจน์ค่ะ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พอดีผมเองเปึนกรรมาธิการประสานงานกิจการสภา ปฏิรูปแห่งชาติอยู่ด้วยนะครับ แล้วอยู่ในห้องประชุมในวันนั้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่า สิ่งที่เราพูดคุยกันในวันนั้นก็คือในวันที่จะลงมตินั้นหากจะมีมติที่จะเสนอประเด็น เพียงประเด็นเดียว ไม่ใช่เฉพาะแต่เราเท่านั้น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็สามารถ กระทําได้ เสนอเพียงประเด็นเดียว ไม่ใช่เสนอครับ มีมติในวันนั้นแล้วก็เอาไ ปออกเสียง ประชามติ เพราะฉะนั้นในที่ประชุมแห่งนั้นในวันนั้นก็จึงบอกว่าเกรงว่าจะมีการเสนอญัตติ หลายญัตติ จึงได้มีมติในที่ประชุมอีกถ้าเช่นนั้นใครจะเสนออะไรก็แล้วแต่ขอให้เสนอภายใน ๐๙.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ มันไม่จําเปึนต้องมี ๒ นี่ครับ ๑๐ ๒๐ อะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องเสนอ ในวันนี้เพื่อพูดกันในวันนี้ ถ้าหากจะเอาไปอภิปรายในวันที่จะลงมติมันจะไม่มีเวลา แต่ว่า จะลงมติไม่ได้ในเมื่อพูดคุยกันวันนี้แล้วเอาไปลงมติวันนั้น เพราะฉะนั้นการอ่านรัฐธรรมนูญ ผมก็คิดว่าจบทั้งรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ในวรรคสี่เขาพูดหรือการทําประชามติ ทําทั้งประเทศ แล้วในนั้นก็บอกว่าในการนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะมีมติขีดเส้นใต้ ๕ เส้น จะมีมติไม่ใช่ยื่นญัตติ จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดที่สมควรให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมพร้อมในคราวเดียวกันก็ได้ มีมตินะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้บอกว่าการมีมติเสนอประเด็น ตามวรรคสี่ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติกระทําในวันเดียวกับการมีมติให้ความเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าชัดแจ้งดังแสงตะวันนะครับ ในสิ่งที่เขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญนี้ เพราะฉะนั้นมีแค่ ๒ ญัตติ ไม่ใช่อภิปราย ฟังแล้วก็พูดคุยกันไปแต่ไปลงมติ ในวันนั้น เพราะในนี้เขียนว่ามีมติต้องกระทําในวันเดียวกับที่เราลงมติร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้กระผมต้องขึ้นมายืนยันตรงนี้เพราะอยู่ในที่ประชุมแล้วมีมติเช่นนั้น แล้วท่านรองประธาน

สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านดอกเตอร์บวรศักดิ์ก็ได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุมเช่นเดียวกัน ในฐานะ ที่เปึนรองประธานแล้วก็อยู่ในวิปนั้นด้วย ฉะนั้นกระผมขอยืนยันตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะฟังแล้วไปลงมติในวันนั้นก็ได้ หรือจะมีมติเลื่อนก็สุดแล้วแต่ที่ประชุมครับ ขอชี้แจง ข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นางทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญท่านอาจารย์อมร วาณิชวิวัฒน์ ค่ะ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

ขอบคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๓๔ ด้านการเมืองครับ ผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้ลงชื่อรับรองญัตติที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะนะครับ ผมเองอยากจะคลายความกังวล โดยส่วนตัวแล้วนี่ผมไม่ขัดข้องในเรื่องของการจะอภิปราย ในวันนี้หรือจะเลื่อนไปนะครับเพราะว่ายังมีโอกาส เท่าที่ทราบในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ทางท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็จะมีวงเสวนาในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอยู่ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่เราจะเสนอก็อาจจะไปคุยในวันนั้นก็ได้ แต่สมาชิกหลาย ๆ ท่าน เมื่อสักครู่ท่าน ไพโรจน์ก็ได้ให้ข้อคิดเห็นในข้อกฎหมายแล้วนะครับว่าอาจจะสามารถ กระทําได้ แล้วผมก็คิดว่าอยู่ในอํานาจของท่านประธานที่จะวินิจฉัย โดยส่วนตัวผมขอคลาย ความกังวลต่อท่านสมาชิกนิดหนึ่งว่าการเสนอญัตติก่อนที่ผมจะเซ็นรับรองไป ผมได้อ่าน แล้วได้พิจารณาข้อเสนอของทางคุณไพบูลย์ และคณะอย่างรอบคอบ แล้วผมก็คิดว่า ไม่ได้เปึนการชี้นํา ที่สําคัญก็คือหลายท่านกังวลนะครับว่าการให้มีญัตติดังกล่าวจะเปึน การชี้นําว่าให้ไปรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมขอเรียนว่าอํานาจในการวินิจฉัยดังกล่าว ในเรื่องของการลงมติจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนั้นก็อย่างที่ท่าน ประธานได้ชี้แจงก็คือ เปึนสิทธิขาดของบรรดาสมาชิกทุกท่าน

และที่สําคัญก็คือจะไม่ไปสร้างความสับสนให้ประชาชน บางคนบอกว่าการไปทําประชามติ ในกรณีที่สมมุติว่ารัฐธรรมนูญผ่านแล้วก็มีญัตติดังกล่าวไปด้วย ก็จะทําให้ประชาชนสับสน เพราะว่าประชาชนนั้นมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง ผมจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการเลือกตั้งนั้น เปึนเรื่องเดียวในรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่มีความสําคัญอีกมากมาย ที่จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องขององค์การอิสระ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การกําจัดคอร์รัปชันต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยู่ที่อํานาจประชาชนจะวินิจฉัย เพราะฉะนั้น ก็อยากจะคลายความกังวลว่าไม่ใช่เปึนการชี้นํา ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ คงพอสมควรนะคะ ขอเชิญท่านไพบูลย์ค่ะ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ต้องขออนุญาต ในฐานะผมเปึนผู้หนึ่งที่เสนอญัตตินะครับ เพื่อเปึนที่มาในการพิจารณาวันนี้ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านประธานได้บรรจุญัตติตามที่กระผมได้ขอมานั้น แต่ผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนว่าผมยินดีอย่างยิ่งครับที่จะเสนอประเด็นนั้นแล้วก็รวมทั้งนําเสนอต่าง ๆ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก แต่ผมมีปัญหาเมื่อสักครู่นี้ครับ ที่ท่านประธาน ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าถ้าเราพิจารณาในวันนี้ ได้มีการอภิปรายกันไปแล้วจะไม่มีการอภิปรายอีก ในวันที่ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือพอถึงวันนั้นแล้วก็จะให้สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติลงมติเลยว่าจะเลือกคําถามใดอะไรต่าง ๆ สุดแล้วแต่ ผมค่อนข้าง ต้องขออนุญาตว่าสิ่งที่เจตจํานงหรือเจตนารมณ์ที่นําเสนอญัตตินั้น จริง ๆ แล้วผมอยากจะใช้ ในวันดังกล่าวนะครับ หลังจากท่านรับร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ผมอยากจะใช้วันนั้น เปึนวันที่เสนอประเด็นญัตตินะครับ ความคิดเห็นต่าง ๆ ว่าเหตุใดถึงค่อยเสนอให้มีคําถาม ที่กําหนดไว้ให้เปึนตามที่ผมเสนอนั้น ซึ่งผมก็อยากจะฟังเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งในวันนั้นจะมาประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงกันที่สุดนะครับ เราจะได้ทําหน้าที่ในการที่ นําเสนอความคิดเห็นกันอย่างทั่วถึง ครบถ้วนนะครับ แล้วผมก็จะได้เสนอตอบข้อซักถาม อย่างสมบูรณ์ได้ แต่ถ้าดําเนินการไปในวันนี้แล้วในวันนั้นทําได้อีกผมก็ยินดีครับ แต่ถ้าดําเนินการในวันนี้ไปแล้วก็จะไม่ให้มีการอภิปรายหรือเสนอความคิดเห็นหรือ ให้เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นในวันดังกล่าวนั้น ผมก็ค่อนข้างจะลําบากใจ

ในส่วนผมผมก็อยากจะเรียนว่าถ้าให้ผมเทียบระหว่างการพูดในวันนี้กับพูดในวันนั้น ผมยังอยากจะขอพูดในวันนั้นมากกว่า ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเจตนา ที่บรรจุมานั้นไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญนะครับ อยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ แต่ว่าญัตตินั้น เพื่อให้สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติได้รับทราบว่ามีผู้เสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๓๗/๑ มาแล้วนะครับ ซึ่งถ้าสมาชิกได้นําญัตติดังกล่าวกลับไปดูด้วย ก็จะเปึนประโยชน์นะครับ แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ผมต้องขออนุญาตเรียน ในฐานะผู้เสนอญัตตินะครับว่าใจจริง ๆ ขอให้ผมได้อภิปรายในวันรับ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จะดีกว่าครับ ต้องขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ คงพอสมควรนะคะ เราก็ได้ความชัดเจนต่าง ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้น การที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้บรรจุไว้ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ว่า ถ้าหากว่าสมาชิกคิดว่าญัตติตามที่คุณนิรันดร์ท่านได้เสนอไว้ว่าน่าจะเลื่อนไปวันโน้น แต่ไม่ใช่เลื่อนไปเพราะวันนี้ผิดนะคะ ดิฉันก็เลยอยากจะถามต่อสมาชิกค่ะว่าเราจะเลื่อนไป ไหมคะ ไปพูดกันวันเดียวกันวันโน้นเลยก็ดีเหมือนกันเพราะว่าวันนี้เราก็ชักเหนื่อยแล้ว เหมือนกันจริงไหมคะ ถ้าสมมุติว่าสมาชิกเห็นว่าให้เลื่อนไปที่จะไปพูดในวันที่เราจะลงมติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญวันนั้นเลย ท่านประสารยกมือ อย่างนั้นฟังท่านประสาร ไปก่อนแล้วกันนะคะ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. หมายเลข ๑๓๒ วันนั้นผมอยู่ในที่ประชุมวิปด้วยวันที่ ๑๓ ท่านประธาน ได้หันไปถามทั้งคุณอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเปึน ส.ส. หลายสมัย และทั้งท่านเลขาธิการจเร พันธุ์เปรื่อง ก็บอกว่าเปึนเรื่องที่ปฏิบัติได้ไม่ผิด แล้วกลางวันนี้ที่โต๊ะอาหารอาจารย์บวรศักดิ์ ก็ยืนยันว่าเปึนเรื่องที่ทําได้ ไม่ผิดอะไร ตัวผมเองนั้นวันนี้ผมพร้อมที่จะนําเสนอนะครับ และถามอาจารย์เอนกดูแล้วอาจารย์เอนกก็พร้อมที่จะนําเสนอ เพราะฉะนั้นก็สุดแท้แต่ ที่ประชุมถ้าเผื่อท่านจะ สมมุติว่าญัตติของผมเสนอวันนี้ ของคุณไพบูลย์ไปเสนอวันนั้น ก็เปึนเรื่องที่ทําได้ก็แล้วแต่ที่ประชุม สําหรับผมเองพร้อมครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดิฉันคิดว่าถ้ายกไปก็ยกไปทั้งหมดเลยก็แล้วกันดีไหมคะ จะได้ไปพูดเสียวันเดียว เพราะว่า ไหน ๆ ก็บอกว่าเรามีเวลาพูดถึงก่อนสองยาม ดิฉันจะขอมติแล้วค่ะท่านเชื้อ ท่านพูดหน่อย ก็แล้วกันฟังได้ไม่เปึนไร

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

ท่านประธานที่เคารพครับ เชื้อ ฮั่นจินดา ผมมีประเด็น ที่สงสัยก่อนที่จะลงมติเลื่อนหรือไม่เลื่อน เมื่อสักครู่ฟังท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าได้มีการหารือกันในวิปบอกว่า การยื่นญัตติ ในการตั้งประเด็นคําถามไปยังประชาชนให้ยื่นก่อนเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา วันนี้ประเด็นที่บรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมเรามี ๒ คําถาม ผมก็มีข้อสงสัยว่าแสดงว่าถ้าเกิดวันที่เราลงมติ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านมันมีเพียง ๒ คําถามนี้หรือที่เราจะไปให้กับ ประชาชนไปลงมติวันข้างหน้า เพราะท่านบอกว่าให้ยื่นก่อน ๐๙.๐๐ นาฬิกา ประเด็นที่ผมจะ ถามต่อก็คือว่าวันนี้ประเด็นคําถามที่มีคนยื่นมามี ๒ ประเด็น ประเด็นแรกคือให้มีการปฏิรูป ประเทศอีก ๒ ป้ก่อนจัดการเลือกตั้งกับประเด็นเรื่องการมีกลไกปัองกันและขจัดความขัดแย้ง ที่อาจนําไปสู่ความรุนแรงหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถามว่าเราฟังเหตุและผล เสร็จแล้วถ้าเกิดสมาชิกที่ประชุมแห่งนี้ฟังเหตุและผลที่ได้มีการอธิบายให้ฟัง แล้วปรากฏว่า ๒ คําถามนี้มันไม่โดนใจที่จะฝากไปให้ประชาชนลงประชามติ เราสามารถเสนอประเด็นอื่น ๆ ได้อีกหรือไม่ในวันที่ลงมติ เพราะฟังจากท่านไพโรจน์ท่านบอกว่าให้เสนอก่อน ๐๙.๐๐ นาฬิกา ฉะนั้นวันนี้ในความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่ามันเปึนประเด็นคําถามที่เราอยากจะฝากไปให้ เขาลงประชามติทั่วประเทศ การฟังเหตุและผลเสร็จเรียบร้อยที่ประชุมแห่งนี้ก็อาจจะเอาไป

พิจารณาอาจจะไม่เห็นด้วยกับ ๒ คําถามนี้ก็ได้ ผมมองว่ามันไม่เสียหายที่จะฟังครับ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดิฉันขออนุญาตที่จะชี้แจงคุณเชื้อนะคะ คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อวานนี้ที่ได้มีการแจ้งว่าหากว่า จะมีสมาชิกท่านใดที่จะเสนอญัตติอีกให้เสนอภายในวันนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เพื่อที่ หากวันนี้ในเวลานี้จะมีการนําญัตติที่ท่านประสงค์จะให้ได้รับการพิจารณามาพูดกันในวันนี้ เพื่อนสมาชิกก็จะได้รับฟังเหมือนทั้ง ๒ เรื่องนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพอถึงวันโน้นแล้วนี่ ท่านจะไม่มีสิทธิที่จะเสนอ ก็เสนอได้อีกค่ะ เข้าใจนะคะ ทีนี้กลับมาที่เรื่องนี้ พอแล้วนะคะ ถ้าเผื่ออย่างนั้นดิฉันคงจะถามต่อที่ประชุมนี้ว่าเราจะเลื่อนไป ถ้าเผื่อเลื่อนไปก็เลื่อนไป ทั้ง ๒ เรื่อง ไม่ทีละเรื่อง ดิฉันว่าไว้ทีเดียวก็แล้วกันถ้าเผื่อว่าจะเลื่อน ถ้าเผื่อจะคุยกันวันนี้ ก็คุยกันวันนี้ ดิฉันไม่ถามเฉย ๆ แบบนี้ ให้ลงมติ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันจะขอถามจากที่ประชุมนี้ได้ไหมว่า ถ้าเผื่อท่านเห็นว่าควรจะพูดวันนี้ เพราะบังเอิญ ของอาจารย์ดุสิตท่านไม่ได้เสนอเปึนญัตตินะคะ ท่านเสนอเปึนญัตติหรือเปล่าคะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ผมขอเสนอญัตติครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ถ้าท่านเสนอเปึนญัตติท่านต้องขอให้มีผู้รับรองค่ะ ท่านเสนอว่าอย่างไรคะญัตติของท่าน

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

คือญัตติที่มีผู้เสนอเมื่อสักครู่บอกว่า เสนอให้เลื่อน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ให้เลื่อนไป

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าเลื่อนไปไหน เลื่อนไปเมื่อไร เลื่อนไปถึงวันไหน ไม่มีปลายทาง

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อันนั้นไม่มีข้อแม้ค่ะ เลื่อนไปก็คือจะต้องเลื่อนไปพูดในวันที่ลงมติ ร่างรัฐธรรมนูญภายหลัง จากที่ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ขออภัยครับ คือผู้เสนอเขาไม่ได้เสนอ ปลายทางที่ชัดเจนว่าเลื่อนก็คือเลื่อนไปเปึนวันที่อะไร วันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ ตรงนั้น อาจจะมีบางคนอยากจะบอกเลื่อนไปพรุ่งนี้มาเจอกันใหม่ มะรืนนี้มาเจอกันใหม่ก็ย่อมได้

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอาจารย์ดุสิต คงไม่ฟังตลอด คือผมบอกว่าให้เลื่อนไปในวันที่มีการประชุมลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ผมชัดเจน ท่านไม่ได้ฟังไปไหนมาเมื่อกี้นี้

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดังนั้นอาจารย์ดุสิตท่านเสนอเปึนญัตติหรือเปล่าคะของท่านที่บอกว่าจะให้คุยกันในวันนี้ค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานครับ มันก็ไม่เปึนธรรมกับเพื่อนที่ไม่รู้ว่า จะมีการลงมติ ท่านประธานจะกรุณาเมตตาอย่างนี้ได้ไหมครับ ถามว่าถ้าจะเลื่อนไป ใครไม่ขัดข้องอะไรแบบนี้ ถ้าไม่มีใครขัดข้องก็ถือว่าจบกัน อย่างนั้นจะสะดวกกว่าไหมครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

สะดวกแต่อาจจะไม่ถูกต้องค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

แล้วแต่ท่านประธานครับ ผมไม่ว่า คือผมอยากให้ สะดวกครับ แล้วแต่ท่านประธานครับ

นายทิวา การกระสัง

ท่านประธานครับ ผม ทิวา ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อาจารย์ดุสิตยังไม่ได้ตอบดิฉันค่ะ ดิฉันถามอาจารย์ดุสิตว่าที่ท่านเสนอเมื่อครู่นี้ท่านเสนอ เปึนญัตติหรือเปล่าคะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ผมขอเสนอเปึนญัตติครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ญัตติของท่านคืออะไร

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ว่าเสนอเลื่อนจากวันนี้ไปแล้วก็ให้กําหนด การนัดมาฟังคําชี้แจงใหม่ก่อนวันลงมติรัฐธรรมนูญครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง

ไม่ได้ค่ะ ทําไม่ได้ค่ะ อันนั้นทําไม่ได้ค่ะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

เพราะว่าขัดกับข้อบังคับใช่ไหมครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ทําไม่ได้มันขัดรัฐธรรมนูญค่ะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

มิได้ครับ คือนัดมาฟังกันใหม่ วันนี้บอกว่า เราเหนื่อยกันแล้วเราก็เลื่อนไปแล้วก็มาฟังวันอื่น ไม่ใช่นัดมาเพื่อมาลงมติครับ นัดมาฟังกัน จะได้กลับไปรีเฟรช (Refresh)

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านอยากยกมือท่านทีละคนค่ะ ดิฉันต้องพูดกับอาจารย์ดุสิตให้เสร็จก่อนค่ะ อาจารย์ดุสิต ถ้าเผื่ออย่างนั้นอาจารย์ไม่ได้เสนอเปึนญัตตินะคะ อาจารย์ถอนของอาจารย์ไปเลยนะคะ เพราะว่าอาจารย์จะขอให้อภิปรายและลงมติก่อนวันลงมติเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่เห็นชอบนั้นกระทํามิได้ เพราะฉะนั้นอาจารย์ก็ไม่ได้เสนอ และญัตติก็จะเหลือเพียง ญัตติเดียวของคุณนิรันดร์ พันทรกิจ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ท่านประธานครับ ผม สุธรรม ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสุธรรมมีอะไรหรือเปล่าคะ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม สุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม หมายเลข ๒๒๐ ผมจะขอเสนอญัตติครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ญัตติของผมก็คือขอให้ดําเนินการไปตาม ระเบียบวาระการประชุมครับ ขอผู้รับรอ งด้วยครับ ระเบียบวาระการประชุมก็คือ พิจารณาญัตติที่ค้างอยู่นี่แหละครับ ถ้าท่านสมาชิกว่าเราควรจะพิจารณาญัตติ ๒ ญัตติ ไปในคราวเดียวกัน ขอรับรองญัตติผมด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสุธรรมหมายถึงว่าจะให้คุยกันในเรื่องญัตติในวันนี้เลยถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นท่านต้อง พูดใหม่ เชิญค่ะ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ผมขอเสนอญัตติว่าไม่เลื่อนครับ ขอให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ผู้รับรองไม่ครบค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะเหลือญัตติเดียว คุณทิวามีอะไรคะ

นายทิวา การกระสัง

ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานพิจารณา ตามข้อเสนอของท่านวันชัยครับ ท่านประธานสามารถใช้ข้อบังคับการประชุม

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดิฉันทราบค่ะ

นายทิวา การกระสัง

ข้อ ๕ ไม่ต้องลงมติครับ ท่านถามว่ามีบุคคลใด ไม่เห็นด้วยหรือไม่ ขอความกรุณา ถ้าลงมติกดบัตรนี่มันก็จะเหมือนที่ท่านวันชัยกล่าวนะครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน ใช้อันนี้เลยครับ ขอขอบคุณ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านทิวาคะ ถ้าเผื่อเหลือเพียงญัตติเดียวดิฉันก็คงจะถามเช่นนั้นแหละค่ะ แต่ว่าถ้าเผื่อมี ๒ ญัตตินั้นดิฉันต้องถามให้ลงคะแนนแน่นอน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เหลือเพียงญัตติเดียวที่ว่า คุณไพบูลย์ยังยกมืออยู่เลย ท่านจะพูดอีกหรือเปล่าค่ะ เชิญ

นายไพบูลน์ นิติตะวัน

ขอบคุณครับท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ไพบูลย์ นิติตะวัน ผมขออนุญาตถามเพื่อที่ก่อนที่ผมจะแซงมติออกไปด้วยว่าควรเลื่อน หรือไม่ควรเลื่อน ก็คือประเด็นว่าถ้ามีการพิจารณาในวันนี้แล้วในวันนั้นนี่จะสามารถอภิปราย แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ได้หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑ นะครับ ในประเด็นที่ ๒ ถ้าพิจารณา ในวันนี้แล้ว ในวันนั้นจะมีผู้ที่จะเสนอคําถามเพิ่มจะกระทําได้หรือไม่ เหตุผลที่ผมถาม เพราะผมคิดว่าการตั้งคําถามมันเปึนประเด็นที่สําคัญผมอยากจะเป่ดโอกาสทั้งสมาชิก ได้อภิปรายในวันนั้นและรวมทั้งผู้เสนอคําถามด้วย อยากให้มีการเสนอคําถามเพิ่มเติมเพื่อ ความกว้างขวางในการพิจารณาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขอรับทราบข้อมูลตรงนี้ เพื่อประกอบการพิจารณา ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

การเสนอคําถามอื่นใดเข้ามาอีกย่อมกระทําได้ แต่ว่าถ้าเผื่อเราให้ท่านอภิปรายในวันนี้แล้ว และพอไปถึงวันนั้นอภิปรายอีกก็น่าจะไม่ยุติธรรมถูกไหมคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าเราคงจะพิจารณา ในส่วนที่ว่าความเห็นจากหลาย ๆ ฝ์ายแล้วนะคะญัตติของคุณนิรันดร์ก็คือให้เลื่อน การพิจารณาไม่ว่ากี่ญัตติอาจจะเกิดขึ้นใหม่อีกเท่าไรก็ตามแต่ให้ พิจารณาในวันที่ลงมติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ รัฐธรรมนูญครั้งเดียวไปในวันนั้นเลย แล้วก็ถ้าเผื่ออย่างนั้น ดิฉันคงจะขอความเห็นขอมติจากที่ประชุมนี้ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ยกญัตติ ที่บรรจุไว้ในวันนี้ไปพิจารณาเสนอในวันที่เราลงมติ ภายหลังจากลงมติเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้วในวันที่ ๕ วันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ ก็ตามแต่ที่จะเกิดขึ้นนะคะ โดยที่ว่าหากว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบเราถึงจะมีกิจกรรมนี้คือการพิจารณาญัตติ แล้วก็เลือกคําถามใดคําถามหนึ่งเพียงคําถามเดียวเพื่อนําเสนอไป แต่หากว่าร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้รับความเห็นชอบก็เปึนอันว่าเปึนอันตกไป จะมีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมคะ ดิฉันขอมติจากที่ประชุมนี้ค่ะ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี นี่พร้อมเพรียงเลยนะคะ ถ้าเผื่อว่าท่านพร้อมเพรียงกันทุกท่านไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเลื่อนการพิจารณาญัตติที่ได้บรรจุไว้ใน ระเบียบวาระการประชุมวันนี้ไปพิจารณาภายหลังจากการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญในวันที่จะมีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ท่านสมาชิกคะอย่าเพิ่งไปค่ะ วันนี้เปึนการประชุมครั้งสุดท้ายของเรา ในภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งเราได้ร่วมกันทํางานมาเปึนระยะเวลา ๑๑ เดือนนี่นะคะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุมนี้ว่าเปึนเวลา ๑๑ เดือนนับแต่วันที่พวกเราได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและเราก็ได้ประชุมร่วมกัน เปึนครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณพี่ เพื่อน แล้วก็น้องทุก ๆ คนที่ได้ให้เกียรติเลือกไว้วางใจให้ดิฉันทําหน้าที่เปึนรองปร ะธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คนที่สอง ดิฉันถือเปึนเกียรติอย่างสูงค่ะแล้วก็เปึนภารกิจเกียรติยศซึ่งก็ได้พยายาม ปฏิบัติหน้าที่สําคัญนี้ด้วยหัวใจจริง ๆ ค่ะ แล้วก็ด้วยความมุ่งมั่น

ความกังวลของดิฉันในขณะนั้นก็คือสภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนเรื่องใหม่ แม้ว่าจะเคยทําหน้าที่ ในวุฒิสภามาแล้ว แต่ สปช. ก็ไม่ใช่นิติบัญญัติ แล้วก็ไม่ใช่ ส.ว. หรือ ส.ส. อย่างที่ดิฉันคุ้นเคย สิ่งที่ทําให้ดิฉันอุ่นใจในขณะนั้นก็คือว่าดิฉันมีท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์เทียนฉาย กีระนันทน์ ซึ่งได้รับเลือกให้ทําหน้าที่ประธาน แล้วก็ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้รับเลือกให้ทําหน้าที่เปึนรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ซึ่งดิฉันก็มี ความเชื่อมั่นมาก สําหรับท่านอาจารย์เทียนฉายนั้นดิฉันเคยทํางานด้วยกันที่บอร์ด (Board) ของการอุดมศึกษา ซึ่งก็มีความนิยมท่านอย่างมาก ๆ ท่านก็ทําให้เรามีทีมที่ดีเยี่ยมและดิฉัน ก็ไม่เคยผิดหวังเลย ท่านประธานเทียนฉายได้แสดงศักยภาพของความเปึนผู้นําอย่างเข้มแข็ง แล้วก็ท่านยืนหยัด เด็ดเดี่ยว ฉับไว รับฟังแล้วก็ร่วมคิดในทุกเ รื่อง แม้ว่าตัวดิฉันเองนั้น ความจริงอายุมากกว่าท่านแต่ว่ามีอะไรก็ตามแต่เราก็คุยกัน ท่านเปึนหัวหน้าทีมที่ยอดเยี่ยม ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านอย่างมาก ๆ ที่ทําให้ดิฉันได้ประสบการณ์มากมาย การปฏิบัติภาระหน้าที่ในฐานะรองประธานนี่ก็เปึนไปไม่ได้เลยหากไม่ได้รับควา มร่วมมือ อย่างดียิ่งจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ แล้วก็น้อง ๆ กําลังใจมากมายจริง ๆ แม้ในยามวิกฤติ ทั้งหลายแหล่ สิ่งที่ดิฉันขอบิณฑบาตดิฉันก็ได้รับบิณฑบาตทุกครั้ง เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เปึนหนี้บุญคุณจริง ๆ แล้วก็ถือว่าเปึนเกียรติอย่างยิ่ง ความจริงที่ประจักษ์ชัดสําหรับ ตัวดิฉันตลอดมาก็คือสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านเปึนผู้ทรงคุณวุฒิมาก ๆ อย่างสูง จริง ๆ เพราะฉะนั้นข้อความเห็น ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปของท่านในการดําเนินการ ในทุกกระบวนการเยี่ยงนักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์นั้นดิฉันเชื่อว่าข้อเสนอเหล่านั้นมีค่ามาก แล้วก็รัฐบาลน่าจะรับแล้วก็ดําเนินการต่อไป ดิฉันเปึนเกียรติช่วงหนึ่งในชีวิตจริง ๆ ที่ได้ร่วม ทํางานกับท่านผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างสูง อย่างพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่นอกจาก ให้ความเปึนกันเอง สิ่งที่ท่านได้แสดงออกตลอดมาที่ทํางานร่วมกันนั้นท่านได้ทําให้ดิฉัน ประจักษ์ชัดแน่ว่าท่านเปึนที่พึ่งของสังคมนี้ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ แล้วก็ขอให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราพี่ ๆ น้อง ๆ นั้นยืนยงอยู่ตลอดไปค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ผมมีข่าว ประกาศอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกที่สมาชิกร้องขอ ความจริงเตรียมการอยู่แล้ว แต่ก็เก็บไว้ เปึนความลับจนถึงตอนนี้ ซึ่งดีที่ไม่เป่ดเผยก่อน เราจะจัดรายการพิเศษวันอังคารที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา เพื่อปรึกษาหารือนัยต่าง ๆ ในร่างรัฐธรรมนูญ

งานนี้ไม่บังคับแต่สมัครใจ โปรดลงชื่อสมัคร เราจะทําที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและ คอนเวนชันเซ็นเตอร์ให้ห่างจากที่นี่ สมาชิกที่สนใจทั้งหมดอยากฟังแลกเปลี่ยนความเห็น ทําได้เต็มที่เลย แล้วก็ไม่มีสื่อความนัยใด ๆ เรื่องเห็นชอบ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เราต้องการดูให้ถ่องแท้จริง ๆ เพราะฉะนั้นกรุณาด้วย เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะแจกข้อมูลตรงนี้ แล้วช่วยกรอก สําหรับท่านที่ไม่ได้อยู่ช่วยส่งข่าวไปด้วยแล้วขอให้ทราบจํานวนจะได้เตรียมนะครับ เข้าใจว่าจะตรงใจหลายท่าน นี่เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ดูเปึนเรื่องเปึนราวมากขึ้นอีก ผมได้สั่งการแล้วเราจะเป่ดประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติ วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญจาก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปึนทางการ ห้องนี้ ที่นี่ ย้ํานะครับ วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา วันนั้นเราจะพร้อมส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญ และเอกสารทั้งหมดให้ท่านสมาชิก สปช. นําไปศึกษาพิจารณา ท่านสมาชิกที่พร้อมจะรับ มารับด้วยตนเองที่นี่ได้ตั้งแต่ตอนนั้นหรือหลังจากนั้น ท่านอาจจะแจ้งความจํานงให้ส่งไปให้ ตามที่อยู่ที่ท่านแจ้งก็ได้ เพราะฉะนั้นเข้าใจตรงกัน กรุณานัดนะครับ เราจะเป่ดสภาปฏิรูป แห่งชาติ วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ ของแถมตรงนี้ก็คือส่วนที่เราได้ทํากัน เอกสารทั้งหมดยังไม่เสร็จ ก็อย่างที่พิจารณากัน เมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการมีเวลา ๗ วันไปทบทวน แก้ไข และนําส่งคณะรัฐมนตรี เมื่อนําส่ง คณะรัฐมนตรีแล้วผมจะอีดิต (Edit) และจัดพิมพ์ ก็จะทยอยส่งให้สมาชิก น่าจะถึงมือ หลังจากเราพ้นสมาชิกภาพ เพราะฉะนั้นอย่าตกใจถ้ามีเอกสารสภาปฏิรูปแห่งชาติไปถึง ไม่ใช่นัดประชุม แต่เปึนของที่ระลึกสมัยที่เราเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วยกัน เรื่องที่ ๓ สําคัญที่สุด ผมได้สั่งเป่ดประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เพื่อมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แล้วจากนั้น จะมีมติเสนอประเด็นทําประชามติ เรื่องแรกคือจะทําประชามติเพิ่มเติมหรือไม่ เรื่องที่ ๒ ถ้าจะทําจะเสนอเรื่องอะไรให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เราจะว่ากันวันนั้นนะครับ หลังจาก เห็นชอบไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้ว กระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนไปตาม จารีตที่ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ก็คือขานชื่อเปึนรายคนครับ ตกลงเซต (Set) นะครับ ไม่มีความลับเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องวันที่ ๗ ไม่มีวันที่ ๗ เพราะวันที่ ๗ เราไม่ใช่ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอีกต่อไป ก็ขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้สั้น ๆ นิดเดียวนะครับ จะยิ่งกว่าขอบคุณด้วยซ้ําไป ผมเองด้วยในช่วงต้นนี่ ขออนุญาต ยังไม่ได้ขอบคุณเลย ที่เพื่อนสมาชิก ๒๔๙ คนมอบหมายให้ทําหน้าที่ประธาน เพราะได้เรียนแล้วว่าด้วยความตั้งใจ ที่อยากทําหน้าที่ปฏิรูปเรื่องคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาล ซึ่งในที่สุดไม่ได้ทําเลย แต่ว่าเมื่อต้องทําหน้าที่นั้นด้วยรองประธานทั้ง ๒ ท่าน ทั้งอาจารย์บวรศักดิ์ ทั้งท่านทัศนา ผมคิดว่าได้ประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ หลายเรื่อง สมาชิกอีก ๒๔๗ คน พวกเราทั้งหมดได้ช่วย สร้างสีสันและประสบการณ์ และผมคิดว่าเราทํางานด้วยความงามมาก ๆ ผมยังยืนยัน

เปึนความงดงาม การที่จะโต้เถียงหรือมีความเห็นแย้งเปึนพื้นฐานที่ธรรมดามาก ๆ ผมไม่เคย มั่นใจเลยว่าเราจะทําสิ่งที่เราอยากจะทํานี่สําเร็จ จนเย็นวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ เมื่อเราส่งมอบงานทั้งหมดให้กับนายกรัฐมนตรี และนาทีที่ผมได้เห็นนายกรัฐมนตรีผมแน่ใจว่า เราทําสําเร็จ ๓ เรื่อง มิชชัน (Mission) ของการปฏิรูปนั้นให้ประชาชนได้รู้ ให้ สปช. เราเอง ได้รู้ว่าเราทําอะไรด้วย อันนี้สําคัญเพราะเรายังไม่รู้ว่าเราทําอะไร เรื่องที่ ๓ ก็คือให้รัฐบาล ได้รับรู้ เย็นวันที่ ๑๓ คือตัวพิสูจน์ว่าเราทําได้ทั้ง ๓ เรื่อง และผมคิดว่าต้องขอบคุณทุกคน มีส่วนที่ทําให้ส่วนนี้เปึนผลสําเร็จด้วยใจจริง เพราะฉะนั้นป์วยการจะไปขอบคุณสรรเสริญใคร ช่วยขอบคุณตัวเองนี่แหละครับที่เราทําสิ่งนี้เพื่อชาติ

และที่น่าดีใจก็คือว่าผมอยากจะการันตี (Guarantee) ไม่มีสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งที่ ๒ อีกแล้วในแผ่นดินนี้ เปึนแห่งเดียว ครั้งเดียวแล้วเราทําได้ ขอบคุณด้วยความจริงใจนะครับ เรื่องชมรมที่คุณอลงกรณ์พยายามจะปลุกปัุนอะไรนั่นก็เรื่อง หนึ่ง แต่ว่าถึงไม่มีชมรม เราก็เกาะกันติด ฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วก็เราคงมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันอีกต่อ ๆ ไป ข้างหน้า ดีใจจริง ๆ แล้วก็ชื่นใจมาก ๆ ที่ในที่สุดแล้วเราก็เปึนฝัืงเปึนฝา เปึนฝัืงแปลว่าถึงฝัืง แล้วเปึนฝาแปลว่าสําเร็จ โอเคนะครับ มีวาระที่เราต้องเจอกันอีก ๓ ครั้ง วันเสาร์ที่ ๒๒ วันอังคารที่ ๒๕ แล้ววันอาทิตย์ที่ ๖ ขอบคุณนะครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ทั้งหมดที่พูดเมื่อครู่นี้เปึนวาระอื่น ๆ นะคะ ขอเชิญท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ท่านยกมือไว้ค่ะ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจะกลับบ้าน ไม่ได้เลยครับ ถ้าผมไม่ได้กล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งต่อท่านประธาน ท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน เพราะว่าเวลาท่านขึ้นก็เรียกท่านประธานทั้งคู่ ผมถือว่าในใจของท่านเปึนประธานทั้ง ๒ ท่าน มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมอยากจะให้พวกเราชำวสมาชิก สปช. ทั้งหลายได้แสดงความเห็นว่า ทั้ง ๒ ท่านเปึนผู้นําที่ดีของเรา ขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านยืนขึ้นปรบมือให้ท่านประธานด้วยครับ

(สมาชิกได้ยืนขึ้นและปรบมือ)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ก่อนที่ประธาน จะป่ดขอผมแถมนิดเถอะ เรามีรูปที่ลงในปกรายงานเปึนวันที่เรามาครบที่สุด ในปกรายงาน เปึนวันที่เราถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับหน้าที่ มันจะมีอย่างนั้นอีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ ในวันที่ ๖ กันยายน เราคงได้นะ ขอบคุณนะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่าน ที่มาประชุม แล้วก็ให้ความเห็นอย่างสร้างสรรค์ค่ะ ขอป่ดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๓๘ นาฬิกา