สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

ไพโรจน์ พรหมสาส์น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิรูปการเมือง โดยเห็นว่าการแยกวาระปฏิรูปเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นแนวทางที่ดี และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและท้องถิ่นเพื่อให้มีการกระจายอำนาจอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะให้ตัดคำว่า "เต็มพื้นที่จังหวัด" ออกจากมาตราเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและข้อโต้แย้ง และมองว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถดูแลโรงเรียนทุกแห่งได้ และจังหวัดสมุทรปราการสามารถตั้งมหาวิทยาลัยได้ 5 แห่งด้วยงบประมาณ 3000 ล้านบาท

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สปช. ๑๖๒ นะครับ กระผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่ดีครับ ที่ได้มีการแยกวาระปฏิรูปทั้งหมด ดูเหมือนจะมี เท่าเดิม ๑๖ มาตรา ออกมาจาก ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็มาทําเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะเราไม่สามารถ จะไปเขียนหลักการหรือ รายละเอียดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่ายังไม่มี ความแน่นอนในบางเรื่องบางอย่าง เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่ดีหลาย ๆ เรื่อง ผมคิดว่า ที่สรุปไว้ก็ดีแล้ว มีมาตราต่าง ๆ เปึนส่วนใหญ่ที่ได้เขียนเอาไว้นะครับ

อย่างไรก็ตามผมมีข้อคิดเห็นที่จะอภิปรายเพียง ๓ ประเด็น ในประเด็นแรกก็คือในเรื่องของ หมวด ๑ ส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม เอกสารหน้า ๕ กระผมคิดว่าในสิ่งที่ได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๑๐ ค่อนข้างชัดเจนให้มีการปฏิรูป ด้านการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เน้นตรงนี้เลยนะครับ รวมทั้งบูรณาการภารกิจและบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐให้มีธรรมาภิบาล และลดความซ้ําซ้อนตามแนวทางต่าง ๆ ๘ ข้อ ผมเห็นด้วยทั้งหมดเลยคงไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็มีประเด็นที่ ๒ ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๓ หน้า ๖ ว่าด้วยการปฏิรูป ด้านการบริหารท้องถิ่น หลักการตามมาตรา ๑๑ ก็กําหนดไว้ดีบอกว่าให้มีการปฏิรูป ด้านการบริหารท้องถิ่นเพื่อให้มีการกระจายอํานาจอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรบริหารท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง ตามแนวทางต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามใน (๑) กระผมก็ติงอยู่เพียงนิดเดียวว่าในเรื่องของ ที่กําหนดเอาไว้บอกว่าให้มีการตรากฎหมายจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและจัดให้มีกลไก ที่จําเปึน สําหรับการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และดําเนินการจัดตั้ง องค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดขึ้นในพื้นที่ที่ มีความพร้อม และเหมาะสมโดยเร็ว เรื่องนี้ความจริงตัวร่างรัฐธรรมนูญเองเท่าที่ผมได้ดูได้มีการกําหนดไว้ แล้วว่าท้องถิ่นใดที่มีความพร้อมนั้นให้ยกฐานะเปึนท้องถิ่นขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ได้กําหนดว่าจะต้องเต็มพื้นที่หรือไม่เต็ม ถ้าหากว่าเราไปใส่ คําว่าเต็มพื้นที่เอาไว้แล้วเดี๋ยวมันจะมีปัญหา จังหวัดภูเก็ตมันมี ๓ อําเภอ ๔ อําเภอ บางตําบล บางหมู่บ้าน บางเกาะเขาอาจจะไม่อยากจะมารวมเปึนท้องถิ่นขนาดใหญ่นี้ ก็จะทําให้จัดตั้งไม่ได้ หรืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ขนาดใหญ่มันใหญ่มากอยู่บนป์า บนเขา ๒๕ อําเภอ ก็ทําไมล่ะครับ ๘ อําเภอที่อยู่รอบเทศบาลนครเชียงใหม่ขณะนี้เขารวมเปึน มหานครเชียงใหม่มันก็สามารถจัดตั้งได้โดยที่ไม่ต้องไปครบพื้นที่ ทุกตําบล ทุกหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าได้มีการตัดในบรรทัดสุดท้ายของวรรคหนึ่งที่บอกว่าให้มี การตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใ หญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ตัดคําว่า เต็มพื้นที่ จังหวัด ออก ไม่อย่างนั้นมันจะสื่อความหมายไปในลักษณะว่าจะเปึนไปได้ไหม เต็มพื้นที่ จังหวัดและภูมิภาคหายไปอะไรต่าง ๆ ซึ่งมีข้อถกเถียง ข้อโต้แย้ง อะไรอีกมากมายก่ายกองเลย เพราะถึงอย่างไรระบบบริหารราชการแผ่นดินเราก็คงจะมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นอยู่

เพียงแต่แบ่งแยกหน้าที่กันให้มีความชัดเจน ลักษณะเช่นนี้จะเปึนการปกครองแบบมหานคร หรือเมโทรโพลิแตน กัฟเวิร์นเมนต์ (Metropolitan Government) ซึ่งมันสามารถที่จะ ดําเนินการไปได้ ในประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายในเรื่องหมวด ๒ สังคมและวัฒนธรรม ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการปฏิรูปด้านการศึกษา หน้า ๙ มาตรา ๑๔ (๑) ในเรื่องการจัดการศึกษา ที่กําหนดให้ใน (๑) กําหนดไว้เลยว่าในการจัดการศึกษานั้น โดยให้มีการจัดการศึกษา โดยลดบทบาทของรัฐจากการเปึนผู้จัดการศึกษา เปึนผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งอะไรต่าง ๆ ตามมาตรานี้หน้า ๑๐ แล้วมีประโยคหนึ่งในบรรทัดที่ ๓ บอกว่ารวมทั้ง กํากับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และส่งเสริม ให้พื้นที่และสถานศึกษาสามารถบริหารจัดการศึกษาได้อย่างมีอิสระอะไรมากขึ้น ประเด็นนี้ ก็มีเพียงว่าผมอยากจะให้การจัดการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับพื้นฐานประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือว่าอาชีวศึกษานั้นสามารถที่จะให้ท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมจะเปึน มหานคร จะเปึนกรุงเทพมหานคร เทศบาลขนาดใหญ่ เทศบาลเมือง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถที่จะบริหารจัดการศึกษาเหล่านี้ได้ โดยกระจายอํานาจไปให้กับองค์กรบริหารท้องถิ่น เหล่านี้ดําเนินการจัดการ ไม่ใช่เฉพาะกระจายไปให้สถานศึกษาและมีส่วนร่วมเท่านั้น นอกจากนั้นต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องขอเติมข้อความ นิดเดียวนะครับท่านประธานในหน้า ๑๐ บรรทัดที่ ๓ (๑) บอกว่าและส่งเสริมให้ คําว่า ให้พื้นที่ ผมแค่เปึน และส่งเสริมให้พื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งชุมชน และสถานศึกษาได้สามารถเข้ามาจัดการศึกษา และก่อนบรรทัดสุดท้ายของวรรคนี้ก็บอกว่า

และภาคส่วนอื่น ๆ มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และเปึนผู้นําการเปลี่ยนแปลง ในกระบวนการศึกษาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ผมเห็นว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ในกระทรวงศึกษาธิการดูแลไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นท้องถิ่นถ้าเขามีความพร้อมให้เขาทําไป จังหวัดสมุทรปรา การ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะตั้งมหาวิทยาลัย ๕ แห่งยังได้เลย เพราะฉะนั้นไม่เฉพาะเอกชนรายเดียวตั้งมหาวิทยาลัยได้ แล้วทําไมล่ะครับเทศบาลหรือ อบจ. ขนาดใหญ่มีงบ ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขาทําไมจัดการศึกษาไม่ได้ ก็ขอฝากไว้เพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ ของสิ่งที่จะเปึนไปได้ ในทางปฏิบัติ แล้วสิ่งที่เราบอกว่ามีการกระจายอํานาจสู่ฐานรากให้มากขึ้น ให้ท้องถิ่น ให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมได้มากขึ้นครับ ขอเรียนเพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ