สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

สีลาภรณ์ บัวสาย เสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมองเห็นภาพรวมในการทำงานที่ใหญ่และซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นและเข้าใจได้ นอกจากนี้ยังเสนอแนะการใช้ตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพในการวัดผลการทำงาน และเสนอข้อเสนอการปฏิรูปทั้ง 46 วาระและ 181 ข้อเสนอที่จะถูกวิเคราะห์บนคอลัมน์ 8 กลุ่ม

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สีลาภรณ์ บัวสาย ในฐานะประธานกรรมการสังเคราะห์ ภาพรวมข้อเสนอการปฏิรูปทั้งหมดนะคะ จริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าข้อเสนออันนี้เราได้ นําเสนอไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๓ ที่จริงก็เข้าใจว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเกื อบทั้งหมด คงจะได้เห็นในวันนั้นแล้ว อาจจะมีบางท่านเท่านั้นที่ยังไม่ได้เห็น อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่า เวลาที่จํากัดในวันที่ ๑๓ ได้เรียนปรึกษาท่านประธานเทียนฉายนะคะว่าจะต้องข้ามส่วนที่ เปึนวิธีทํางาน การอธิบายกระบวนการ ที่มาของข้อสรุป ซึ่งหลายท่านอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้จะเปึนวันที่มีโอกาสที่จะอธิบายถึงตัวกระบวนการดําเนินงานของ คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ งานนี้จะเปึนงานที่ เสมือนการขมวดงานทั้งหมดของ สปช. เปึนเหมือนแผนที่ลายแทงสําหรับการที่ จะนําทางให้คนที่สนใจว่า สปช. เสนออะไร จะได้รู้ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร มีองค์ประกอบอย่างไร เพราะว่าทุกท่านอาจจะไม่ได้ทราบภาพรวมนะคะว่า การตั้งคณะกรรมาธิการ ๑๘ คณะนั้นเรามีคณะอนุกรรมาธิการทั้งหมด ๘๘ ชุด ไม่นับ คณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องการมีส่วนร่วมในจังหวัดต่าง ๆ ด้วย อันนั้นอีกต่ำงหาก แต่คณะอนุกรรมาธิการที่อยู่ภายใต้ ๑๘ ชุด มีอยู่ถึง ๘๘ ชุด แล้วก็มีการทําข้อเสนอ การปฏิรูปทั้งหมด ๑๘๑ ข้อเสนออยู่ภายใต้ ๔๖ วาระหลักของการปฏิรูป นึกภาพดูว่า ถ้าใครก็ตามที่มาจับงาน สปช. เขาก็จะบอกว่านี่มันอะไรกันเต็มไปหมดนะคะ มันก็จะมี เรื่องราวเยอะแยะ ตรงนี้จึงเปึนงานที่คณะกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศมองว่าเราควรจะต้องมีการทํางานภาพรวม ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนะคะ กระบวนการดําเนินงานสังเคราะห์ของคณะกรรมการนั้นเราตั้งเปัาหมายการทํางานว่าจะทํา ให้เอกสารนี้มีเนื้อหาอะไรบ้างที่จะทําให้คนมาจับงา น สปช. เข้าใจงานทั้งหมดของเรา ได้อย่างรวดเร็ว จึงมองว่าอันที่ ๑ ควรจะมีภาพรวมของการปฏิรูปและชี้ให้เห็นความเชื่อมโยง ของข้อเสนอทั้งหมด ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญเพราะถ้าเราเห็นเพียงเสี้ยวเพียงส่วน ในที่สุด ก็จะเปึนคําถามว่าแล้วเรื่องที่ ๑ มันต่อกับเรื่องที่ ๑๘๐ ตรงไหน หรือวาระปฏิรูปที่ ๓

มันโยงกับวาระปฏิรูปที่ ๒๘ ตรงไหน เพราะเขามองไม่เห็นภาพรวมนะคะ การมองเห็น ภาพรวมเปึนเรื่องจําเปึนมากสําหรับการทํางานใหญ่ อันที่ ๒ คือเรื่องของเปัาหมาย และตัวชี้วัด เปัาหมายจะใช้เปึนเครื่องมือที่ยึดโยงคนเข้าด้วยกัน ถ้าหากว่าประชาชน มองไม่เห็นว่าตกลง สปช. เสนอแล้วจะพาประเทศไทยไปไหน ตรงนี้จําเปึนต้องทําเปัาหมาย และตัวชี้วัดที่ชัด มีคํากล่าวที่บอกว่าอะไรที่วัดไม่ได้ก็ทําให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้อง พยายามหาตัวชี้วัดที่มันวัดได้แล้วก็จับต้องได้ ในการนี้ได้มีกระบวนการที่เราทบทวนว่า ตัวชี้วัดที่ใช้ในระดับสากลต่าง ๆ ที่เขาใช้กันไม่จําเปึนต้องเยอะมีไม่กี่ตัว ตัวที่สําคัญที่สุด น่าจะเปึนอะไร แล้วก็มาดูเทียบกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการหลาย ๆ ชุด ซึ่งมีคล้ายกันบ้าง ต่างกันบ้าง แล้วก็ต้องเชิญตัวแทนนั้นมานั่งปรึกษาหารือกัน แล้วก็คณะกรรมการตัดสินใจ ร่วมกันจึงกําหนดตัวชี้วัดออกมา

เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการบางชุดอาจจะรู้สึกว่าตัวชี้วัดนี้มาจากไหน อันที่เราเสนอ มันสูงมันต่ํากว่านี้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เกิดจากกระบวนการตรวจสอบตัวชี้วัดดังกล่าวนะคะ ประเด็นที่ ๓ คือคานงัดสําคัญที่ เราคิดว่าข้อเสนอของ สปช. ทั้งหมดควรจะบอกด้วยว่า ท่ามกลาง ๑๘๐ กว่าเรื่องที่เสนอนั้นอะไรเปึนเรื่องที่เปึนหมัดน็อก (Knock) เปึนเรื่องที่ไม่ทําก่อน ไม่ได้หรือเปึนเรื่องที่ถ้าไม่ทําเรื่องนี้ภายในช่วงเวลา ๒-๓ ป้แรก เรื่องที่เหลือทําต่อ ไม่ได้เลยตรงนั้นจะเปึนสิ่งที่เราเรียกว่าคานงัดสําคัญ ซึ่งก็จะเกิดจากกระบวนการวิเคราะห์ ส่วนที่ ๔ ก็คือแผนและขั้นตอนการปฏิรูป และส่วนที่ ๕ ก็คือการที่เราจะต้องตรวจสอบ ย้อนกลับมาหาโจทย์ที่ระบุไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ในการตั้ง สปช. ว่าเขาให้มาปฏิรูป ๑๑ ด้าน ข้อเสนอทั้งหมด ๑๘๐ กว่าเรื่องมันโยงกับ ๑๑ ด้านนี้อย่างไร การดําเนินงานของ คณะกรรมการเริ่มต้นจากการประชุมสัมมนาของ สปช. เมื่อวันที่ ๒๔ ท่านประธาน ตั้งคณะกรรมการนี้หลังจากวันนั้น ๒ วัน ก็คือเอาข้อคิดเห็นที่เห็นเปึนแผ่น ๆ คงจําได้ว่า พวกเราไปติดข้อเสนอพวกนี้นะคะ จากข้อเสนอเหล่านี้ก็นํามาสู่การวิเคราะห์ ซึ่งแบ่งกรอบ การวิเคราะห์ออกเปึน ๘ กลุ่มวาระหลัก ๆ นะคะ ๕ เรื่องเปึน ๕ เรื่องที่สําคัญที่ถูกระบุไว้ใน รัฐธรรมนูญในแง่เปัาหมายของการตั้ง สปช. อยู่แล้ว อีก ๓ เรื่องเปึนเรื่องของระบบที่ จะไปรองรับอนาคตข้างหน้า ๘ เรื่องที่ว่านั้น ๕ เรื่องแรกก็คือ อันที่ ๑ คือเรื่องของ การพัฒนาระบอบการปกครองและระบบการเลือกตั้ง อันที่ ๒ คือการแก้ไขปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบ กลุ่มวาระที่ ๓ ก็คือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวาระที่ ๔ คือเรื่องการปรับกลไกภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ กลุ่มวาระที่ ๕ คือ การบังคับใช้กฎหมาย กลุ่มวาระที่ ๖ คือโครงสร้างระบบเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ การพัฒนา กลุ่มวาระที่ ๗ คือเรื่องคุณภาพคนและพลเมือง และกลุ่มวาระที่ ๘ คือเรื่อง ระบบรองรับความเสี่ยงใหม่ ทั้ง ๘ เรื่องนี้ถ้าหากว่าดูในเอกสารป๊กใหญ่ ๆ หรือเล่มสีน้ําเงิน ที่ท่านได้รับแจกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๓ ดิฉันเข้าใจว่าป๊กใหญ่ วันนี้เขาสําเนามาแจกอยู่ ข้างหน้าท่านจะเห็นผังที่มันเปึนกลม ๆ เราเอาข้อเสนอทั้งหมดของที่แมปป่ง (Mapping) กัน ในการประชุมสัมมนาที่โรงแรมเอเชียเมื่อวันที่ ๒๔ มาแมป (Map) จัดกับกลุ่มพวกนี้ แล้วก็พบว่ามีหลายเรื่ องที่คร่อม บางเรื่องเปึนข้อเสนอที่ทําแล้วได้ผลทั้งเรื่องลดทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) เปึนเรื่องการปรับกลไกภาครัฐและไปลดความเหลื่อมล้ําด้วย อย่างนี้เปึนต้น จึงนํามาสู่การทําแมทริกซ์ (Matrix) เพื่อการวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อเสนอ

การปฏิรูปจะอยู่ ในภาคผนวก ข ภาคผนวก ข จะสําคัญมากเพราะว่าเปึนจุดตั้งต้น ของการทํางานทั้งหมด ข้อเสนอการปฏิรูปทั้ง ๔๖ วาระและ ๑๘๑ ข้อเสนอ จะถูกเอามา วางเรียงแล้วก็วิเคราะห์บนคอลัมน์ (Column) ที่เปึน ๘ กลุ่ม แล้วก็ดูว่าเรื่องไหนที่มันเปึน ประเด็นที่คร่อมและข้ามไปเชื่อมโยงกับหลายเรื่องถ้าดูในเอกสารที่ท่านได้รับแจ กไป เมื่อวันที่ ๑๓ เล่มสีน้ําเงินซึ่งเปึนเล่มสี ๆ นั้น ตัวตารางภาคผนวกจะเฉดสีเหลืองกับสีเขียว เอาไว้ สีเหลืองคือที่พาดคาบเกี่ยว ๕ เรื่องขึ้นไปแล้วก็สีเขียวคือพาดคาบเกี่ยว ๔ เรื่อง ทั้งหมดไม่ใช่ ๑๖๒ เรื่อง ทั้งหมดคือ ๑๘๑ เรื่อง เราสกัดพวกสีเหลือง สีเขียวพวกนี้ขึ้นมาได้ ทั้งหมด ๖๐ เรื่อง คือประมาณ ๑ ใน ๓ แล้ว ๑ ใน ๓ คือตัวที่จะนํามาวิเคราะห์เพื่อจะเปึน คานงัดสําคัญ กระบวนการทํางานคู่ขนานกับการสังเคราะห์อันนี้ก็เปึนอีกส่วนหนึ่ง ที่สําคัญนะคะ

คือเราได้มีการทํางานร่วมกับรัฐบาลซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ทราบ ได้นําเสนอท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติทําหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอให้มอบตัวแทนเข้ามาทํางานร่วม ในกระบวนการสังเคราะห์ เพราะเราตระหนักว่าในช่วงโค้งสุดท้ายนี่ความเข้าใจเปึนสิ่งที่ จําเปึนมาก ซึ่งก็ต้องเรียกว่าโชคดี ทางรัฐบาลได้มอบ ๒ ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเอก ชูศักดิ์ ซึ่งท่านเปึนประธานคณะอนุกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ และกรอบการปฏิรูปของรัฐบาล แล้วกําลังอยู่ในช่วงของการยกร่างกรอบยุทธศาสตร์ ระยะยาว ๒๐ ป้อยู่ด้วย การทํางานคู่ขนานกันตรงนี้เปึนประโยชน์มากทั้งส่วนของ สปช. และส่วนของรัฐบาล ท่านชูศักดิ์ได้กรุณานําเนื้อหาของก รอบยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลยกร่าง เอาไว้มาแชร์ (Share) กับคณะกรรมการ และคณะกรรมการก็ได้เอาข้อคิดเห็นจากของ สภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นไปแชร์กับทางรัฐบาล รวมถึงช่วยเสนอแนะข้อแก้ไขหลายส่วนเข้าไปในนั้น ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้รับไปด้วย เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ต้องแปลกใจเท่าไร ถ้าหากว่า กรอบยุทธศาสตร์ออกมาแล้วมันมีอะไรที่เหมือนอ่านของตัวเองแล้วมันไปเจออยู่ที่นั่น เพราะว่าก็แลกโน้ตกันไปกันมา รวมถึงการประสานงานเพื่อกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมารับมอบผลงาน ตรงนี้ทําให้ท่าทีของการยอมรับงานของ สปช. นั้น เปึนไปด้วยดี นอกจากนี้เรายังได้ประสานกับเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายกับทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่ามีกฎหมายประกอบอะไรบ้างที่จะออกตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะว่าทางเราเองก็มีอยู่ ๑๘๒ ฉบับ ตัวเลขใกล้เคียงกันมากเลย ข้อเสนอ ๑๘๑ เรื่อง กฎหมาย ๑๘๒ ฉบับ เปึนกฎหมายเก่าที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ๘๒ ฉบับ กฎหมายใหม่ ๑๐๐ ฉบับ และส่วนสุดท้ายก็คือการทําเรื่องของการเผยแพร่สื่อสารบทสรุปสังเคราะห์ ในส่วนของการเสนอว่าเราจะปฏิรูปอะไรนี่เดี๋ยวจะขอให้ท่านเขมทั ต สุคนธสิงห์ ได้เปึน ผู้นําเสนอ ดิฉันเรียนนิดเดียวว่าความเชื่อมโยงของข้อเสนอการปฏิรูปทั้งหมดนี้เปึนส่วนที่ สําคัญมาก อยากเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่ง แล้วเปึนส่วนที่ผู้บริหารเวลาที่อ่านงานทั้งหมดของ สปช. เปึนเรื่องแรกที่เขาจะดูเพื่อทําความเข้าใจว่าทั้งหมดที่เราเสนอมันคืออะไร แล้วมันจะ ทําให้เขาสามารถจัดลําดับความสําคัญได้ว่าถ้าปัญหาอยู่ที่ตรงนี้เราควรจะแก้อะไร เราควรจะ ไปแก้ตรงนั้น แล้วแก้อย่างไรซึ่งก็จะสามารถไปเป่ดข้อเสนอของ สปช. เล่มต่าง ๆ ดูได้ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๗๐ เล่มถ้าดิฉันจําไม่ผิด ในส่วนความเชื่อมโยงของข้อเสนอ และเปัาหมายจะขออนุญาตให้ท่านเขมทัตซึ่งเปึนคนที่อยู่เบื้องหลังต้องเปึนผู้ที่รับ

เครดิตเต็ม ๆ ของการออกแบบเครื่องบิน เพราะท่านเปึนวิศวกร ท่านถึงขนาดบอกดิฉันว่า เครื่องบินที่ไปเอาภาพมานี่รุ่นไหนใช้ไม่ได้ก็ไม่ทราบ ดิฉันเปึนผู้ หญิงดิฉันก็ไม่ค่อยรู้ ท่านบอกให้ไปเอาขั้นต่ําสุดให้เอาเอ ๓๔๐ (A 340) แล้วก็ขั้นสูงสุดให้เอาโบอิง ดรีมไลเนอร์ (Boeing Dreamliner) ดิฉันก็ไม่รู้ดิฉันไปหยิบโบอิง ๗๓๗ (Boeing 737) หรืออะไรมา แต่ท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ รุ่นนี้ใช้ไม่ได้ ท่านเขมทัตจะได้นําเสนอต่อไป ขออนุญาตค่ะ