พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ อภิปรายเรื่องการปฏิรูปด้านสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเขียนรัฐธรรมนูญที่มีตรรกะและความเป็นจริง พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรู้จักหน้าที่และผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพฤติกรรมและช่วยเหลือตนเอง ในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดระบบสุขภาพที่เป็นธรรม และการควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่อยากจะอภิปรายสัก ๓ เรื่องด้วยกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เรื่องแรกก็คือเรื่องของการเขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศจําเปึนที่จะต้องเขียนให้มีตรรกะ ซึ่งสอดคล้อง กับความเปึนจริง วิชาการ แล้วก็ทฤษฎีที่พิสูจน์ได้ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความเปึนธรรม แก่ทุกฝ์ายในการที่จะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ก็คือการขาดหายไปซึ่งสิ่งที่ ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในเรื่องของการปฏิรูประบบสาธารณสุข แต่ว่าไม่ได้ใส่ไว้ในการปฏิรูป ซึ่งพยายามที่จะดูเหมือนว่าจะต้องบังคับให้ทุกฝ์ายจะต้องทําตามนี้ แต่เรื่องที่สําคัญที่สุด ที่จะทําให้สําเร็จไม่ได้บรรจุอยู่ในนี้ เรื่องแรกในเรื่องที่ดิฉันคิดว่าเปึนตรรกะที่ใช้โดยไม่ค่อย จะถูกต้องก็คือการปฏิรูปมาตรา ๑๕ (๓) ที่บอกว่าปฏิรูปความรอบรู้และสื่อสารด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถมีข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อเปึนการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ อันนี้ถ้าเผื่อท่านได้ศึกษามาในเรื่องนี้ จะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ของประชาชนกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ลดลง เปึนความสัมพันธ์หลายทอดมาก และอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ตัวอย่างเห็นง่าย ๆ ประชาชน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทําให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เปึนพฤติกรรมสุขภาพได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ประชาชนยังรับรู้เฉย ๆ แล้วไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ เท่าที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ประชาชนรอบรู้มาก เรามี สสส. อยู่ ๑๐ ป้ ประชาชนรู้เรื่องบุหรี่ รู้เรื่องเหล้า แต่ว่าอัตราการป์วยเข้ารับบริการ ในสถานพยาบาลของรัฐด้วยโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังเพิ่มขึ้นทุกป้ ไม่ต้องมา พูดกันถึงเรื่องเงินที่ลดไปเท่าไรอะไรทํานองนี้ เอากันชัด ๆ ก็คือจํานวนคนป์วยไม่ได้ลดลงเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะทําไม่สําเร็จ มันต้องมีตัวช่วย สิ่งเหล่านั้นก็คือการทําให้ ประชาชนได้ตระหนักรู้ว่าเปึนหน้าที่ของเขาที่เขาจะต้องดูแลสุขภาพของตนเอง ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าทําไมเรื่องหน้าที่นั้ นเราไม่สามารถจะใส่ลงไปไว้ได้เลยในเรื่องของ สาธารณสุข แต่เราใส่สิทธิหลายอย่างหลายประการลงไปได้ ทุกวันนี้การปฏิรูปเรียนให้ทราบ ได้เลยจะไม่มีวันสําเร็จได้ถ้าประชาชนไม่สํานึกว่าเปึนหน้าที่ของเขาที่เขาจะต้องช่วยดูแล
ตัวเองแล้วก็ครอบครัว บางประเทศได้ทําสําเร็จมาแล้ว การรู้จักหน้าที่หรือการบรรจุไว้ ไม่จําเปึนจะต้องลงเอยด้วยการทําโทษเสมอไป อาจจะเปึนการตอบแทนในด้านที่เปึน คุณประโยชน์ ท่านก็คงจะได้ทราบข่าวและทราบถึงเรื่องราวของการที่ลดค่ารถไฟให้ฟรี หรือลดค่าโดยสารให้ฟรี ถ้าประชาชนสามารถที่จะแสดงให้เห็นว่าเขามีคอมพิเทนซี (Competency) ทางด้านสุขภาพในบางเรื่อง หรือการลดภาษีให้ หรือการลดค่าใช้จ่าย อะไรให้ก็ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่สามารถจะทําได้ แต่เมื่อไรประชาชนไม่สํานึกว่าเปึนหน้าที่ ของเขา ถึงจะรู้บางทีก็ไม่สนใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะฉะนั้นในข้อ ๓ เปึนตรรกะ ที่ค่อนข้างจะไม่ชัดเจนและบางทีอาจจะไม่ได้ผล
ในการที่จะบอกว่าเมื่อมีความรู้พื้นฐานแล้วค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะลดลง อีกกี่ป้จะลดลง จะวัดผลได้อย่างไร ดิฉันเชื่อว่ามันเปึนตรรกะที่พร่าเลือนมาก แล้วก็ได้ขาดสิ่งที่สําคัญก็คือ หน้าที่ของคนในการที่จะดูแลสุขภาพ สมัยนี้ทุกคนต้องมีหน้าที่ ไม่ใช่เรียกร้องเอาสิทธิ เสมอไป ท่านประธานขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะคะ เรื่องที่ ๒ ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันคิดว่า น่าจะต้องใช้ไปเปึนนาน ๆ ไม่ควรจะถูกฉีกทิ้งในเวลาอันรวดเร็วนัก เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ควรจะให้ความเปึนธรรมในทุกฝ์าย การให้บริการสาธารณสุขหรือบริการสุขภาพมีทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพราะฉะนั้นในการที่เขียนไว้ใน (๔) ว่าให้มีการพัฒนากลไกการกํากับดูแล ระบบสุขภาพและการให้บริการสุขภาพที่เปึนธรรมให้มีราคาและค่าบริการที่เหมาะสม และเปึนธรรมต่อผู้รับบริการ ถ้าเผื่ออ่านดูอย่างนั้นบางทีเราจะนึกว่าในขณะนี้ประเทศไทย มีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งกระทรวงก็ประกาศ กองทุนทั้งหลายก็ประกาศว่า ครอบคลุมประชาชนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่รัฐใน ๒ กองทุนรัฐออกเงินให้ทั้งหมด ทั้งสวัสดิการข้าราชการแล้วก็หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วจะมาเดือดร้อนอะไรกับ ราคาค่ารักษาพยาบาล อันนี้ก็บอกตรง ๆ เลยบอกให้เขาชัดเจนไปเลยว่าต้องการควบคุม ราคาของโรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าไม่เติมคําว่าให้มีราคา ค่าบริการที่เหมาะสมและเปึนธรรมต่อผู้รับบริการและผู้ให้บริการนี่ถ้าหากว่ามันเปึนธรรม ในทัศนะของผู้รับบริการเท่านั้นมันอาจจะไม่เปึนธรรมสําหรับผู้ที่ให้ บริการด้วย รัฐธรรมนูญที่ดี สังคมที่จะอยู่กันได้ด้วยความปรองดองจะต้องมีความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขไม่ได้เข้าข้างใคร เรารับฟังความเห็นของทุกฝ์าย แล้วเราก็คิดว่าทุกฝ์ายควรจะหันหน้ามาจับมือกัน แล้วก็เจรจากันเพื่อให้ได้สิ่งที่มันเปึ น ประโยชน์ มันเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย อันนั้นต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ได้เข้าข้างฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งจนเกินไป เมื่อมันเกิดความไม่เปึนธรรมขึ้นมาข้อ ๔ มันก็จะ ไม่เปึนธรรมที่แท้จริง คือมันเปึนธรรมแก่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรือว่าเรียกให้ถูกคือความพอใจ ของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งแต่อาจจะไม่ใช่ความเปึนธรรมที่แท้จริง ขอบคุณค่ะท่านประธาน