พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำความสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน ความเหลื่อมล้ำ และวินัยการคลัง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาเรื่องการเทรดออฟและฟิโลโซฟี่ในการดำเนินการ และเรียกร้องการดูแลบริการที่รัฐต้องให้ดี โดยเฉพาะปัจจัย 4 นอกเหนือจากอาหาร
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกหมายเลข ๑๕๗ ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการนะครับ ที่ได้ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาทําให้พวกเราได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ด้วยเวลา ที่จํากัดผมขออนุญาตพูดแต่เฉพาะหมวด ๓ ในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งจะมี ๓ ส่วนด้วยกัน ซึ่งในหัวข้อที่เปึนส่วนผมเห็นด้วยครับที่เราควรต้องดูแลในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ํา แล้วก็เรื่องของวินัยการคลัง แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็มีความรู้สึก ว่ายังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก็คือเรื่องของเนื้อหาที่เขียนออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของคีย์เวิร์ดหลาย ๆ คีย์เวิร์ดที่ขาด แล้วหลายเรื่องเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มี แต่เปึนเรื่องของการเทรด ออฟ (Trade off) ว่าเราจะแลกกับเรื่องของการมีรายได้ ภาคเกษตรกับเรื่องของการทําลายป์าหรือเปล่า เพราะหลายเรื่องเปึนเรื่องของการมีฟ่โลโซฟ้ (Philosophy) ในการทํางานว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไร ผมมีความรู้สึกโดยรวมนะครับว่า
ที่เขียนมานี่ผู้เขียนหรือผู้ร่างยังมุ่งเน้นในเรื่องของการใช้ภาษีเปึนหลัก ซึ่งในเรื่องของภาษีนี่ นักเศรษฐศาสตร์ก็ได้มีการศึกษาแล้วก็มีข้อสรุปมาหลายแห่งหลายที่แล้วว่ามีปัญหาค่อนข้าง จะมาก เพราะฉะนั้นในช่วงหลังนี่ด้วยประสบการณ์ของหลายประเทศจึงได้พยายามที่จะ กําหนดบทบาทของภาษีให้เปึนกลาง ก็คือเปึนเรื่องของการหารายได้ของรัฐอย่างเดียว แต่เรื่องอื่น ๆ นั้นเราต้องใช้เครื่องมืออื่น กระผมขออนุญาตใช้เวลาที่เหลือในการที่จะให้ ความเห็นในเนื้อหานะครับ อย่างในส่วนที่ ๑ ในเรื่องของความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศ ก่อนอื่นเราต้องนึกว่าจะแข่งขันได้ก็ต่อเมื่อเรามีความสามารถในการผลิตด้วยต้นทุน ที่เหมาะสม ด้วยคนที่มีอยู่ ประเด็นคําถามคือในเมืองไทยทุกวันนี้ผู้ประกอบการธุรกิจเขามี ความสามารถหรือไม่ เขามีข้อจํากัดอะไร แล้วเขามีการจัดแรงกิง (Ranking) ของโลกว่า อีส ออฟ ดูอิง บิซซิเนส (Ease of doing business) ในเมืองไทยทุกวันนี้ก็ด้อยลงไปทุกที เมื่อเทียบกับนานาประเทศด้วยข้อจํากัดหลายอย่าง ผมคิดว่าเรื่องนี้คงต้องไปดูว่ามีปัจจัยอะไร ที่ทําให้ความด้อยในการทําธุรกิจในบ้านเรามันเสื่อมทรามลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ ประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในแถบอาเซียนด้วยกัน ประการต่อมาสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนคีย์เวิร์ดที่ขาด หายไปในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของการใช้อีคอมเมิ ร์ซ (e-Commerce) หรือที่ภาษาไทยมีคําว่า ดิสเคานต์ อีโคโนมี (Discount economy) ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องของอนาคตที่มี ความสําคัญอย่างมากที่ให้ประเทศไทยจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ก็ต่อเมื่อเรา มีบุคลากร
มีสิ่งต่าง ๆ ที่จะดูแลตรงนี้ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน และไม่เฉพาะแต่ภาคอุตสาหกรรม เท่านั้น ภาคบริการและภาคเกษตรก็เช่นกัน ทุกวันนี้ถ้าเราเปึนผู้ผลิตนี่อย่าไปคิดว่า จะไปขายแต่ยี่ปัูวอย่างเดียว เพราะว่าอีคอมเมิร์ซมันเข้ามาอย่างรุนแรงแล้วก็ทําให้ธุรกิจใหญ่ ๆ ของโลกอย่างเช่นเทสโก้ในประเทศอังกฤษนี่ถึงขนาดต้องระเนระนาดไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราต้องให้ ความสําคัญอย่างสูงมาก แล้วเขายังมี คีย์ เวิร์ด อีกหลายอย่างที่ผมคิดว่ายังขาดหายไป เช่นเรื่องของการประกันสินเชื่อ แก่ผู้ประกอบการ ไม่เฉพาะแต่ภาคเกษตรอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้จะมีความผันผวน มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจะดูแลอย่างไรที่จะให้ระบบมีเรื่องนี้เกิด ขึ้น แล้วก็เรื่อง ของการจัดทํายุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการภาคอุตสาหกรรม ผมมีความเชื่อว่า ภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล รัฐบาลเปึนเพียงผู้ดูแลบรรยากาศ แต่ภาคอุตสาหกรรมนี่เปึนเรื่องของภาคธุรกิจและเอกชน รวมถึงต่างประเทศด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงเลยนะครับว่าจะส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจเอกชนอย่างไรที่จะให้ ประเทศไทยยังคงความสามารถในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นไม่จําเปึนเลยที่จะต้อง มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างที่ปรากฏอยู่ใน (๕) หน้า ๒๓ แล้วก็เรื่องที่ผมคิดว่า ยังมีความสําคัญก็คือเรื่องรัฐ วิสาหกิจ ผมยังคิดว่าจุดเน้นที่ท่านเขียนนี้ยังเปึนทอป ดาวน์ (Top down) เกินไป ยังหวังว่ารัฐจะเปึนฝ์ายไปจัดการรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งประสบการณ์ ที่ผมผ่านมาร่วม ๔๐ ป้ผมคิดว่าทําไม่ได้ สิ่งที่ต้องทําก็คือต้องหาจุดเน้นจากข้างใน มีอินเทอร์นอล ออดิต (Internal audit) มีระบบการตรวจสอบจากภายในที่เข้มแข็ง ซึ่งสิ่งนี้ เปึนสิ่งที่มีปรากฏอยู่ในภาคธุรกิจเอกชนมาแล้วเปึนตัวอย่างที่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่คงต้องมีการปรับปรุงในส่วนนี้นะครับ ในส่วนที่ ๒ นี้ก็เช่นกัน ในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา ก็อย่างที่ผมกล่าวตอนต้นว่าผู้ร่างยังคงเน้นแต่เรื่องภาษี อย่างที่เขียนไว้ในหน้า ๒๓ (๘) ว่าจะใช้มาตรการภาษีเปึนหลัก ผมคิดว่าเรื่องของ ความเหลื่อมล้ํานี้เปึนเรื่องของบริการที่รัฐต้องดูแลให้ดี โดยเฉพาะปัจจัย ๔ นอกเหนือจาก เรื่องอาหาร ซึ่งในที่นี้มีเขียนไว้บ้างแล้วนี่ ยังต้องดูแลในเรื่องของที่อยู่อาศัย เรื่องการรักษาโรค เรื่องของศึกษาต่าง ๆ ว่าได้มีบริการอย่างทั่วถึงแล้วก็เปึนธรรม คือให้เกิด มีบริการที่มีคุณภาพด้วย อันนี้เปึนส่วนที่ผมคิดว่าควรต้องดูแลให้ดี และประการสุดท้าย ในเรื่องของส่วนที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องของวินัยและ เสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศ
ผมคิดว่าตรงนี้ท่านก็ยังเน้นเรื่องภาษีอีก จริง ๆ แล้วปัญหาวินัยการคลังที่เกิดขึ้นกับทั่วโลกนี่ เปึนเรื่องของการใช้จ่ายเกินตัวของรัฐบาล แล้วก็ก่อให้เกิดหนี้สินของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ์น หรือแม้ประเทศด้อยพัฒนาต่าง ๆ เช่นประเทศกรีซ เปึนต้น เพราะฉะนั้นในหมวดนี้จึงควรต้องมีการตอกย้ําในเรื่องของระบบที่จะดูแลเรื่องของ หนี้ของรัฐ ไม่ว่าจะดูแลอย่างไร รวมไปถึงหนี้ของท้องถิ่นด้วย ถ้าท่านจะเป่ดทางให้เขานี่ มีระบบการคลังที่เปึนอิสระมากขึ้น และขณะเดียวกันหนี้เอกชนก็เปึนปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ แต่ปรากฏว่าที่ท่านเขียนนี่ก็จะส่งเสริมให้รากหญ้าก็ดี ประชาชนทั่วไปก็ดี มีโอกาส ที่จะก่อหนี้ก่อสินได้มากขึ้น ผมอยากจะเห็น (๕) และ (๖) ในหมวดนี้มีการรวมกัน แล้วท่านจะเห็นว่าระบบสถาบันการเงินบ้านเรำเปึนปัญหาใหญ่ที่ต้องดูแลความมั่นคง ให้มากกว่านี้นะครับ ประการสุดท้ายที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ควรต้องมีการดูแลให้เกิดขึ้น ก็คือเรื่องของระบบบํานาญ ทุกวันนี้เรามีแล้วครับ มีการจัดตั้งกองทุนต่าง ๆ แต่ยัง กระจัดกระจายครับ เรื่องของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพก็ไม่มีหน่วยงานดูแลโดยตรง ฝากไว้กับ ก.ล.ต. กบข. ก็เปึนอิสระจากตัวเอง ประกันสังคมก็เปึนอิสระจากคนอื่น เราต้องมีหน่วยงาน กํากับดูแลตรงนี้เพื่อให้ระบบบํานาญของเรามีความเปึนเอกภาพแล้วก็สมบูรณ์แบบมากขึ้น และสุดท้ายจริง ๆ ครับ ขออีกนิดเดียวครับ ก็คือเรื่องของระบบตลาดทุนที่ท่านเขียนนี่ ผมคิดว่ายังเปึนการเขียนเหมือนกับเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว ปัจจุบันเปึนเรื่องที่มีการพัฒนา มาเปึนอย่างมากแล้ว เราคงต้องเขียนในเชิงของการดูแลให้ตลาดทุนเราเปึนตลาดทุนที่ผู้ออม มีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง ไม่ได้มองว่าเปึนแหล่งพนันหรือเข้าไปเพื่อพนัน อันนี้เปึนสิ่งที่ผมคิดว่า ถ้าสามารถดูแลตรงนี้ได้ก็จะเปึนระบบการปฏิรูปที่จะเสริมสร้างให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจ ที่เข้มแข็งต่อไป ขอบคุณมากครับ