สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

สีลาภรณ์ บัวสาย หารือเรื่องกลไกการปฏิรูป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกลไกการขับเคลื่อนและการมีทรัพยากรที่เพียงพอในการดำเนินการ พร้อมเสนอแนวคิดการปฏิรูปที่เน้นการทำงานร่วมกันและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยการจัดทำกฎหมายและโครงสร้างระบบใหม่ จำเป็นต้องทำร่วมกัน โดยการวิเคราะห์เลือกกฎหมายและโครงสร้างที่สำคัญ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย ประธานกรรมการ

จริง ๆ ต้องเรียนว่าเราโชคดี ใน สปช. เรามีคนที่หลากหลาย แล้วในกรรมการสังเคราะห์ภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ประทศเราก็น่าจะครบทุกศาสตร์ มีวิศวกร มีเศรษฐศาสตร์ มีรัฐศาสตร์ มีสื่อสารมวลชน มีนักกฎหมาย มีทุกชนิด มีนักการศึกษา แล้วก็เปึนตัวแทนที่ มาจากคณะกรรมาธิการ หรือว่าเขาจับประเด็น ที่สามารถดูแลกลุ่มวาระได้ ส่วนที่เราวิเคราะห์ถัดไปนอกจากว่า ทั้งหมดแล้วมันเชื่อมโยงกันอย่างไร แล้วมันบอกอะไรบ้าง เปัามันคืออะไร แล้วอีกส่วนหนึ่ง ก็คือต้องเอาเรื่องแผนขั้นตอน ที่คณะต่าง ๆ ได้เสนอกันไว้มาวิเคราะห์รวมดูอีกทีหนึ่งว่า กลไกการขับเคลื่อนแล้วก็อะไรที่ต้องทําก่อนทําหลัง ถ้าสรุปสั้น ๆ เลยเมื่อวันที่ ๑๓ นั้น ท่านกิติพงศ์กับท่านกอบศักดิ์ ได้เสนอโดยละเอียดไปแล้วดิฉันขอไม่อธิบายซ้ํา แต่ว่าจะพูด สรุปเพียง ๒ แผ่นว่า เรื่องกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป ขอสไลด์นะคะ เราจะพูดถึงกลไก ๓ ระดับ อันที่ ๑ คือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปซึ่งเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว จะต้องเกิดขึ้นตาม รัฐธรรมนูญ ตัวที่ ๒ คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมองว่า ตัวนี้จะเปึนตัวกัฟเวิร์นแนนซ์ (Governance) ของหน่วยที่จะต้องบริหารเชิงบูรณาการ ที่จริง คณะกรรมการนี้วิเคราะห์ก่อนว่าถ้าเราจะขับเคลื่อนการปฏิรูปนี้ให้เกิดผลจริงจะต้อง มีทรัพยากรจํานวนหนึ่งเพื่อเดิ นโครงการพิเศษที่จะเปึนตัวทําเฟาน์ เดชัน (Foundation) ของการขับเคลื่อนการปฏิรูปหลาย ๆ เรื่อง แล้วอันนี้มันแปล ว่าต้องมีหน่วยจัดการ

มันไม่สามารถเดินได้โดยไม่มีหน่วยจัดการ ถ้าหากว่าเข้าไปที่รัฐบาลแล้วก็สั่งการไปที่ กระทรวงต่าง ๆ การจัดการก็จะเปึนอย่างเดิม ปัญหาที่เราเจออยู่คือปัญหาของกระบวนการ บูรณาการ รัฐบาลเองท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดหลายครั้งว่า สิ่งที่ทําอันใหม่ก็คือพยายาม จะบูรณาการข้ามโดยการตั้งรองนายกรัฐมนตรีทํางานข้ามกระทรวง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยที่ตัวหน่วยบริหารจัดการควรจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูป ซึ่งก็ไปพ้อง แล้วก็ตรงกันกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็กับของรัฐบาลด้วย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเมื่อวันที่ ๑๓ ต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีชื่นชมว่าสังเคราะห์นี่ ท่านบอกว่าเครื่องบินนี่เข้าท่ามากเลย มันทําให้ท่านอ่านแล้วท่านเกต (Get) ได้โดยไม่ต้อง ไปอ่านอะไรเยอะแยะ แล้วท่านก็จะสามารถรู้ได้ว่าโอเค (OK) ถ้าทั้งตั้งอย่างนี้ท่านก็จะ ไปดึงมาได้ว่า ถ้าท่านคิดว่าปัญหามันคือป้กไม่สมดุลก็ไปหยิบรายงานที่ว่าด้วยเรื่อง ความเหลื่อมล้ํา เรียนว่าเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ําเรามีข้อเสนอการปฏิรูปจาก ๑๘๑ เรื่อง เมื่อกี้ที่บอกมีอยู่ ๑๐๔ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเหลื่อมล้ํา เปึนอะเจนดา (Agenda) ที่ใหญ่ที่สุดที่แทบทุกข้อเสนอแตกประเด็นเรื่องของความเหลื่อมล้ํา คานงัดสําคัญที่จะต้อง ทําก่อนการเลือกตั้งและภายในป้ ๒๕๖๐ ก็วิเคราะห์มาว่าจะมีกฎหมายสําคัญกับโครงสร้าง ระบบที่สําคัญ ดิฉันยกตัวอย่างแล้วกัน

กฎหมายสําคัญ เช่น ถ้าจะปฏิรูประบบงบประมาณนี่ มันต้องแก้ พ.ร.บ. งบประมาณ แก้ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่แค่นั้นไม่พอ แก้แค่กฎหมายมันไม่เกิด มันต้องไปทําระบบของการจัดทํางบประมาณประจําป้ใหม่ด้วย อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น กฎหมายกับโครงสร้างระบบมันจะต้องตีคู่กันไป โดยการวิเคราะห์เลือกกฎหมายสําคัญและ โครงสร้างระบบที่สําคัญนั้นเลือกมาจากการดูตัวคานงัดที่เราวิเคราะห์กันมานะคะ จาก ๑๘๒ กฎหมายทั้งหมดที่เสนอขอแก้ไขและร่างใหม่ ๑๘๒ เราดึงขึ้นมา ตั้งเปัาว่าดึงแค่ ๒๐ กฎหมายหลักที่น่าจะทําภายใน ๒ ป้แรก เพราะว่าเวลามันค่อนข้างจํากัด มีอะไรบ้าง ก็ออกมา ๒๐ เรื่องก็อยู่ในเอกสาร แล้วก็ ๑๖ โครงสร้างระบบสําคัญ ทั้งหมดนี้ก็จะเปึน การดึงและเชื่อมลงมาให้ เห็นว่า จากรัฐธรรมนูญที่ กําหนดเรื่อง การปฏิรูป ๑๑ ด้าน คณะกรรมาธิการ ๑๘ คณะ มีอนุกรรมาธิการทั้งหมด ๘๘ คณะ เวทีรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ๙๐๐ กว่าเวทีบวก ๆ ที่ท่านประชาได้พูดให้ฟังวันก่อน มีประชาชนที่เข้าร่วม ในเวทีเหล่านี้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คน เราได้ ๓๗ วาระปฏิรูป ๗ วาระการพัฒนา และ ๒ วาระปฏิรูปพิเศษ รวมเปึนทั้งหมด ๔๖ วาระ ที่จริงท่านประธานเทียนฉาย ได้แยกวาระปฏิรูปพิเศษไว้ทั้งหมด ๑๕ เรื่อง กับปฏิรูปเร็วอีก ๙ เรื่อง วาระปฏิรูปพิเศษจาก ๑๕ เรื่อง มีอยู่ ๒ เรื่องที่ดึงขึ้นมาเปึนพิเศษจริง ๆ นอกนั้นมันไปเชื่อมกับวา ระปฏิรูป และวาระการพัฒนาได้ ก็เลยจับมันไปโยงกับอันอื่น แต่ว่า ๒ เรื่องที่ดึงขึ้นมาเปึนพิเศษ คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติกับ เรื่องแนวทางการสร้างความปรองดองเปึน ๒ เรื่องที่น้ําหนัก ของมันสําคัญจึงดึงขึ้นมาเปึนพิเศษ ทั้งหมดเปึน ๑๘๑ ข้อเสนอการปฏิรูป เราก็พูดกันว่า ทูเกตเตอร์ วี แคน ฟลาย (Together we can fly) คือถ้าเราไปด้วยกันมองเห็นได้ว่า การทํางานปฏิรูปครั้งนี้ลําพังจบแค่ข้อเสนอมันก็คงไม่ได้ไปไหน แล้วก็เห็นได้ว่าต้องการ พลังของประชาชนจํานวนมากเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนและยกเครื่องบินลํานี้ ต่อเครื่องบิน ลํานี้ให้เสร็จแล้วก็พามันไปให้ได้ ในส่วนต่อไปที่จะต้องมารับลูกต่อจากนี้ก็คือเรื่องของการ เผยแพร่การสื่อสารบทสรุปสังเคราะห์ ซึ่งเราได้มีท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ ประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปเข้ามาร่วมเปึนกรรมการกับเราด้วย คือท่านอ่อนอุษา ลําเลียงพล ท่านก็ได้วางแผนที่จะเอาข้อเสนอนี้จัดช่วงเวทีการนําเสนออะไรต่าง ๆ ทั้งในช่วงที่เรากําลัง ทํางานอยู่ไปจนถึงวันที่ ๑๓ และวางแผนต่อเนื่องหลังจากนี้ไปด้วยนะคะ ก็ขออนุญาตให้ ท่านอ่อนอุษาได้นําเสนอเปึนท่านสุดท้าย แล้วก็ขออนุญาตให้ได้ใช้เพาเวอร์พอยต์

(PowerPoint) ที่ท่านอ่อนอุษาเตรียมซึ่งพอดีมาล่า ไม่ได้มีแจกในที่ประชุม ขออนุญาต ด้วยนะคะ