อุดม ทุมโฆสิต ขอบคุณสมาชิกที่ให้ความเห็นและชี้แจงประเด็นสำคัญเรื่องท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัด โดยระบุว่าแม้เคยมีในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 แต่ปัจจุบันต้องทำความเข้าใจกับข้อกังวลจากกลุ่มปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ อุดม ทุมโฆสิต อภิปรายประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน โดยชี้ให้เห็นความขัดแย้งระหว่างหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับการปกครองแบบรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ และเสนอแนวทางปฏิรูปที่เน้นการเปิดโอกาสให้จังหวัดที่มีความพร้อมสามารถจัดการตนเองได้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างความสำเร็จจากต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนข้อเสนอแนะดังกล่าว อุดม ทุมโฆสิต เสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นโดยกำหนดขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน ห้ามท้องถิ่นทำเรื่องความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม และกิจการขนาดใหญ่ เพื่อรักษาอิสระในการตัดสินใจของแต่ละพื้นที่ พร้อมเสนอให้ล็อกเวลากระจายอำนาจภายใน 10 ปี และสนับสนุนการจัดตั้ง
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ต้องขอบคุณเปึนอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา ให้ความเห็นที่เปึนประโยชน์ แล้วก็ทุกความเห็นนี่จะถูกบันทึกไว้ เพราะว่าภารกิจอันนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการทําแล้วก็มันจะไปจบที่ สนช. ซึ่งผมคิดว่ำประเด็นความเห็น ทุกความเห็นจะเปึนประโยชน์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าบางประเด็นซึ่งเปึนดุลยพินิจของ คณะอนุกรรมาธิการร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นผ่านมาแล้ว ก็ควรจะ ชี้แจงทําความเข้าใจให้เข้าใจในระดับหนึ่งไปก่อน ประเด็นที่พูดมากอันหนึ่งแล้วคิดว่า เปึน ประเด็นสําคัญมาตลอดก็คือเรื่องท้องถิ่น รูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ท่านสมาชิกอาวุโสคือท่านไพโรจน์ซึ่งพวกเราเคารพนับถือท่าน ท่านให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ น้องของเราคือคุณเชื้อ ฮั่นจินดา ก็แสดงความเห็นวิตกกังวลเรื่องนี้ เหตุผลประกอบเรื่องนี้ มีอย่างนี้ครับ ที่จริงเรื่องท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดนี่ได้เคยถูกบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ซึ่งว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่เราไม่เคยหยิบ เรื่องนี้มาทํา ทีนี้พอหยิบประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในรูปแบบที่เขาเรียกว่าจังหวัด จัดการตนเองที่เขียนไว้อย่างนั้นก็ได้รับความสนใจวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไป มีทั้งมองในทั้ง ข้อดีและข้อเสีย สาระสําคัญที่มีกลุ่มแล้วก็เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เรียนได้ครับอันที่ ๑ คือเสียงของ ปลัดอําเภอ สหพันธ์ปลัดอําเภอ แล้วก็สมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อันนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย กับแนวความคิดนี้ โดยมีเหตุผลต่าง ๆ หลายประการซึ่งผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกก็ทราบ เปึนส่วนใหญ่
กลุ่มถัดมาคือกลุ่มท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่น อันนี้เห็นตรงกันข้ามสนับสนุน ซึ่งน้ําหนักของความเห็นนี่ก้ํากึ่งพอ ๆ กัน ข้อมูลส่วนที่ ๓ คือข้อมูลที่ทาง สปช. ก็ดี ทางคณะอนุกรรมาธิการร่างก็ดีไปถามความเห็นประชาชนเสียงมาเพียบเลยครับ เรื่องจังหวัด จัดการตนเองมาเพียบเลย เต็มเลย โดยเหตุผลดังกล่าวนี่พวกเราที่หลายท่านที่เปึน กลุ่มวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งได้นํามาพิจารณาชั่งน้ําหนักว่าควรจะเปึนอย่างไรดี เมื่อชั่งน้ําหนัก แล้วไปศึกษาดูว่าในต่างประเทศที่เขาประสบความสําเร็จในการที่จะดูแลทุกข์สุข ของประชาชนในระดับพื้นที่เขาจะใช้วิธีนี้กันเปึนส่วนใหญ่ อ้างได้ครับ ในประเทศฝรั่งเศส ในประเทศญี่ปุ์นแล้วอีกหลายประเทศ อ้างได้เลยที่เขาเปึนต้นแบบเรื่องนี้ เขาประสบ ความสําเร็จแล้วส่วนประเทศไทยเนื่องจากว่าเราเปึนรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ แต่บอกว่าปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย หลักการ ๒ หลักการนี้มันแย้งกันโดยทางวิชาการ การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยหมายความว่าเราต้องกระจายอํานาจให้ประชาชนมีส่วนร่วม การปกครอง พูดง่าย ๆ ว่าปัญหาของประชาชนต้องให้เคารพสิทธิในการแก้ปัญหาของเขาบ้าง พอสมควร แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐ ที่ผ่านมาเราทําหลักกำรนี้ไม่ได้ แล้วปัญหาที่เกิดปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ํา ในทางวิชาการล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกับการใช้ อํานาจรัฐทั้งสิ้นอันนี้คือเปึนประเด็น ในท้ายที่สุดในทางวิชาการเราก็มีความเห็นว่าถ้าหากว่า จังหวัดใดมีความพร้อม ถ้ามีความพร้อมเราก็ควรจะเป่ดโอกาส อันนี้มันควรจะเปึ น เจตนารมณ์ในการปฏิรูป แต่ถ้าไม่มีความพร้อมก็ยัง ซึ่งการเขียนไว้ลักษณะนี้ ๑. เปึนการสะท้อน เจตนารมณ์ อันที่ ๒ ไตร่ตรองใคร่ครวญพอสมควรแล้วว่าแนวทางเหล่านี้มันจะไปช่วย เสริมส่งให้การปฏิรูปของชาติเดินไปข้างหน้าอย่างเหมาะสมจึงเขียนอย่างนี้ไว้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เปึนประเด็นที่ยุติยังจะต้องพิจารณากันต่อไป นี่คือส่วนที่ ๑ ในเรื่องของท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ มีประเด็นอีก ๑ ประเด็น ที่ท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านมองเห็นภาพเรื่องกา รกระจายอํานาจชัดเจนมากแล้วท่านพูดตรงจุดเลยครับ ท่านบอกว่าการกระจายอํานาจของบ้านเราที่มันกระท่อนกระแท่นอยู่ทุกวันนี้ เพราะว่า วิธีการเขียน การให้อํานาจกับท้องถิ่นเราไปเขียนแบบผิดหลักการ ผิดหลักการ คือเราไปเขียนบอกว่าท้องถิ่นต้องทําได้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ต่อไ ปนี้ ถ้านอกเหนือจากนี้ทําไม่ได้ แต่เวลาปัญหาในท้องถิ่นเกิดท้องถิ่นก็เกิด ไปทําเข้า ถ้าไม่ทํา
ประชาชนก็ตําหนิติติงเล่นงานท้องถิ่น สตง. ไปตรวจก็เกิดปัญหามากมาย ในขณะนี้ ทาง สนช. ก็กําลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ เพราะฉะนั้นท่านเสนอว่าวิธีเขียนที่ถูกต้องควรจะเขียน สงวนไว้ว่าอะไรที่ไม่ให้ท้องถิ่นทํา เช่น เรื่องความมั่นคงท้องถิ่นต้องไม่ทํานะ เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องศาลนี่ต้องไม่ทํา เรื่องการต่างประเทศไม่ทํา หรือในกิจการ ขนาดใหญ่บางอย่างที่รัฐต้องการสงวนนั้นไม่ให้ทํา นอกเหนือจากนั้นท้องถิ่นทําได้ เพื่อให้ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นที่มีปัญหาแตกต่างกันมีอิสระที่จะตัดสินใจว่าเขาจะหยิบยก ปัญหาใดมาทํา วิธีเขียนแบบนี้ขอกราบเรียนว่าโดยหลักสากลเขาเขียนแบบนี้ทั้งนั้น แต่ของเรานี่เราเขียนอีกแบบหนึ่ งแล้วมันก็สร้างปัญหา อันนี้ผมคิดว่าเปึนข้อคิดเห็น ที่ดีมากนะครับ แล้วก็ควรจะแนบควบคู่ไปด้วยนะครับ สําหรับท่านอื่น ๆ กรณีของท่านเชื้อ เรื่องภายใน ๑๐ ป้ว่าจะเร็วเกินไป ที่จริงอันนี้เราก็ไตร่ตรองนะครับว่า
ที่ผ่านมาที่จริงการกระจายอํานาจมันควรจะจบไปแล้วแต่มันไม่จบเพราะว่ามันมีปัญหา เยอะแยะ เพราะฉะนั้นมีความเห็นของอนุกรรมาธิการ เขียนว่าควรจะล็อกให้ทําให้เสร็จ ภายใน ๑๐ ป้ ประเทศจะเดินหน้าได้ ซึ่งภายใน ๑๐ ป้นั้น ถ้าเราทําเร็วกว่านั้นก็เปึนเรื่องที่ดี แต่ไม่อยากจะให้ยืดเกิน ๑๐ ป้นะครับ สําหรับท่านพงศ์โพยมผมคิดว่าท่านสนับสนุน ให้มีสภาการปกครองท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่าเปึนความเห็นที่เราบรรจุไว้แล้ว แล้วก็เปึน เรื่องที่ดีมาก สําหรับท่านเกรียงไกร เรื่องคณะกรรมการดําเนินการแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น ระบบคุณธรรมในแต่ละจังหวัด อันนี้ก็จะแนบไป ก็คงเปึนอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องหาข้อยุติ ในลําดับต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ