สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

บรรเจิด สิงคะเนติ เสนอแนวทางปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 10 ประการ เพื่อปรับปรุงกระบวนการร่างกฎหมายให้ชัดเจน ทันสมัย และไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอวิธีการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและป้องกันการทุจริต เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ศาสตราจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม บรรเจิด สิงคะเนติ ในฐานะ ที่เปึนรองประธานอนุกรรมาธิการในการศึกษาเพื่อจัดทําร่างดังกล่าวนะครับ ผมขอสรุป ในส่วนที่ว่าด้วยหมวด ๑ การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในหมวดนี้นั้น ประกอบด้วยสาระสําคัญ ๕ ส่วน ส่วนแรกนั้นว่าด้วยการปฏิรูปด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านการบริหารท้องถิ่น ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ แล้วก็ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน

ผมขอลงรายละเอียดในส่วนที่ ๑ คือการปฏิรูป ด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรม ในส่วนที่ ๑ นั้นมีสาระสําคัญ ๒ ส่วน ก็คือปฏิรูปกฎหมายแล้วก็ กระบวนการยุติธรรมซึ่งมีแนวทางโดยสรุปดังนี้ ประการแรกก็คือให้มีการปฏิรูปกระบวนการ ในการร่างกฎหมายให้มีความชัดเจน ทันสมัย ไม่ซ้ําซ้อน แล้วก็ไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน โดยไม่จําเปึน แล้วก็มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม

ประการที่ ๒ ปรับปรุงกฎหมายโดยกําหนดให้มีมาตรการบังคับทางกฎหมายให้เหมาะสม และได้สัดส่วนกับการฝ์าฝ๋นหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประการที่ ๓ ให้ตรากฎหมายว่าด้วย การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี และมีหน่วยงานที่ให้คําแนะนําทางกฎหมาย ที่จําเปึนแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จัดให้มีทนายความที่มีความสามารถเพื่อดําเนินคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครองให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งจัดตั้งกองทุน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีเพื่อการดังกล่าว ประการต่อมาครับ ปฏิรูปกฎหมาย ว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางเลือก กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ รวมทั้งการระงับ ข้อพิพาทระหว่างประชาชนโดยกระบวนการทําชุมชนหรือการประนีประนอมข้อพิพาท ระดับชุมชน ตรงนี้ถือว่าเปึนส่วนสําคัญที่จะทําให้ข้อพิพาททั้งหลายนั้นไม่เดินเข้าไปสู่ กระบวนการยุติธรรมหลัก เพื่อที่จะลดภาระในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ประการต่อมาครับ ปฏิรูปองค์กรและกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง โดยปรับปรุงกระบวนการทําให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน ประการที่ ๘ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ตรงนี้ก็เพื่อให้ การกําหนดนโยบายในการบริหารนโยบายเรื่องกระบวนการยุติธรรมนั้นมีความเปึนเอกภาพ ประการที่ ๙ ปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งก็จะมีรายละเอียดมากพอสมควร ซึ่งตรงนี้ ก็เปึนสาระสําคัญส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ประการที่ ๑๐ ปฏิรูปการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ตรงนี้อาจจะดูเรื่องการบําบัด ฟุ๋นฟู การแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้เสพยาเสพติด รวมทั้ง ทบทวนบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีบทสันนิษฐานเด็ดขาดนะครับ ประการสุดท้าย ให้มีกลไก ในการบังคับคดีแพ่ง การบังคับโทษทางอาญา รวมทั้งการบังคับคดีปกครองที่มีประสิทธิภาพ นี่เปึนภาพรวมของมาตรา ๙ ที่ว่าด้วยการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มีแนวทางดังต่อไปนี้ครับ ประการแรก การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณต้องดําเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและแผนพัฒนาของชาติด้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาตินะครับ ประการที่ ๒ กําหนดขอบเขต ภาระ อํานาจหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน ในลักษณะของกลุ่มภารกิจและกลุ่มจังหวัดให้ชัดเจน และสัมพันธ์กันแบบบูรณาการนะครับ ประการต่อมา ทบทวนภารกิจและ การบริการสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทําอยู่ ลดและขจัดความซ้ําซ้อนระหว่างกัน

ในลักษณะที่มีความคล่องตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและการยุบเลิก ประการต่อมา จัดทํางบประมาณตามพื้นที่คู่ขนานกับงบประมาณตามภารกิจ ประการต่อมา วางระบบ และกลไกและเครื่องมือเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโดยรวมอย่างมีประสิ ทธิภาพ ประการต่อมา ให้มีกฎหมายและกลไกเพื่อกําหนดมาตรฐานค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ ของบุคลากรภาครัฐทุกประเภทให้เปึนธรรม ไม่เหลื่อมล้ํา สามารถที่จะดึงดูดคนดีและคนเก่ง เข้า สู่ระบบราชการ อันนี้เปึนสาระสําคัญโดยสรุปของการปฏิรูปในส่วนของ การบริหารราชการแผ่นดินครับ

ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีแนวทางดังนี้ประการแรก ให้มีคณะกรรมการปฏิรูประบบปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยให้มีอํานาจในการขับเคลื่อนด้านการปฏิรูปการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต ศึกษา วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปรับปรุงและการพัฒนา ปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๒ ให้มีกฎหมายและกลไกในการปฏิรูป การปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกฎหมายนี้ต้องมีสาระสําคัญ อย่างน้อย ๔-๕ ประการดังนี้ ประการแรก ดําเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๒ ปลูกฝังจิตสํานึก คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประการที่ ๓ ดําเนินการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิ ชอบโดยการบัญญัติแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย รวมทั้งปรับปรุง พัฒนากลไกและมาตรการอันเกี่ยวกับการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๔ พัฒนาระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ประการสุดท้ายก็คือ กําหนดมาตรการให้หน่วยงานของรัฐมีพันธกิจในการต่อต้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบ มีหลักประกัน ที่จะได้รับ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในการดําเนินการ อย่างเพียงพอ นั่นเปึนสาระสําคัญของการปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ

ส่วนสุดท้ายการปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการ มีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนมีแนวทางที่สําคัญดังนี้ ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งคณ ะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลเมือง ประการที่ ๒ ตรากฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น ประการสุดท้ายปรับปรุงและพัฒนากระบวนการ และกลไกการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐทั้งระดับชาติและ ระดับท้องถิ่น

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเปึนสาระสําคัญโดยย่อในหมวด ๑ ว่าด้วยการเมือง การปกครองและกระบวนการยุติธรรมครับ ขอบพระคุณครับ