สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

ชูชัย ศุภวงศ์ เสนอการปฏิรูป 17 ด้าน โดยมี 4 มาตรา รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งมหภาคและรายภาค เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ และเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายในการเจรจา

นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อนนะครับ แล้วก็ดูเหมือนว่าเปึนเรื่องของความบังเอิญที่จะต้องมาเสนอเอกสารรายงานการศึ กษา เตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเพื่อนสมาชิก ทั้งหลาย แต่ว่าในทางพุทธศาสนาพระท่านบอกว่าความบังเอิญไม่มีครับ เพราะว่าสรรพสิ่ง ทั้งหลายล้วนเปึนไปตามหลักอิทัปปัจจยตาซึ่งเปึนกฎสูงสุดของธรรมชาติ ที่บอกว่า เพราะสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงเกิดหรือเพราะมีสิ่งนี้เปึนเหตุปัจจัยให้สิ่งนี้มี ดังนั้นเอกสารที่ปรากฏอยู่ ณ เบื้องหน้าของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายเปึนเพราะเหตุปัจจัยที่ว่า หมวดปฏิรูป เพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรมนั้นถูกตัดทอนลงจากเนื้อหาสาระ ๑๕ มาตรา เหลือเพียง ๔ มาตรา อันที่จริงมีคําขอแก้ไขให้เหลือเพียง ๑ มาตราด้วยซ้ํา อันนี้คือที่มา

อันนี้คือเหตุปัจจัยดังที่ผมจะขยายความต่อไป ถ้าเหลือเพียง ๑ มาตราก็หมายความว่า จะมีแค่หัวข้อของการปฏิรูปแล้วก็มีกลไกที่จะบอกว่าจะทําการปฏิรูป แต่ว่าเพื่อนสมาชิกครับ เราไม่แน่ใจว่าจะเกิดการปฏิรูปได้อย่างไร หากเปึนเช่นนั้นเราก็คงไม่สามารถที่จะมายืนยัน ต่อเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่าจะเกิดการปฏิรูปในบ้านนี้เมืองนี้ และที่สําคัญคือเราจะไปตอบ กับพลเมืองที่ในช่วงเกือบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมานี่

พลเมืองหลากกลุ่มความคิดทางการเมือง ความเชื่อทางการเมืองที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน ก็คือเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของบ้านเมือง เราจะไปตอบคําถาม เขาอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวเหล่านั้นในช่วงเกือบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนจะเปึนการสูญเปล่า เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคมที่ผ่านมา บนเวที เปลี่ยนประเทศไทยกับ สปช. ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกจํานวนไม่น้อยมีความรู้สึกชื่นชม ประทับใจกับคําตอบของท่านประธานเทียนฉายที่ตอบคําถามคุณสุทธิชัยด้วยเนื้อหาสาระ ที่คมชัดและลุ่มลึก มีความตอนหนึ่งที่พูดว่าสมาชิกรู้ว่าเราฉีกใบสั่งคําร้องไปกี่ใบ แต่ท่านประธานเทียนฉายตอบอย่างเข้าใจและสร้างสรรค์ครับ ท่านจึงพูดต่อว่าผู้บริหาร รัฏฐาธิปัตย์มีชุดข้อมูล ชุดความเห็นชุดหนึ่ง สปช. มีอีกชุดหนึ่ง ความไม่เข้าใจกันนั้นมี แต่ได้รีบทําความเข้าใจนั้น ท่านประธานครับ ในคําขอแก้ในหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ํานั้น ที่บัญญัติไว้ถึง ๑๕ มาตราก็เช่นกัน เรามีชุดข้อมูล ชุดความรู้ที่ล้วนมีเหตุผลความจําเปึน อย่างสมเหตุสมผลทั้งสิ้นของแต่ละฝ์าย ฝ์ายหนึ่งมองว่าหากไปกําหนดปฏิรูปทั้ง ๑๕ ด้าน ดังกล่าวแล้ว และบางครั้งก็ระบุในบางเรื่องว่าจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ก็จะเกรงว่าฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับ ความจําเปึนในเรื่องการปฏิรูปนั้นจะไม่พอใจ รวมทั้ง การปฏิรูปบางด้านอาจจะจุดชนวนให้เกิดความแตกแยกต่อไปได้ นอกจากนี้การกําหนดให้ เกิดองค์กรหน่วยงานอีกจํานวนมากซึ่งมากจริง ๆ นะครับ จะนําไปสู่ภาระงบประมาณของ รัฐบาลน่าที่จะมารับช่วงต่อ ทั้งหมดที่ให้เหตุผลประกอบคําขอแก้นั้นมีความจริงอยู่ไม่น้อย เลยนะครับ ดังนั้นการเจรจาจึงเกิดขึ้นดังที่ท่านประธานได้ตอบคุณสุทธิชัยนะครับว่า เมื่อมีความไม่เข้าใจก็รีบทําความเข้าใจนั้นเสีย เมื่อการเจรจาเกิดขึ้น ท่านเพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ ในเอกสารตําราว่าด้วยการเจรจาคงไม่มีตําราเล่มไหนที่ไม่พูด ถึงอดีต ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ที่บอกว่าจงอย่าเจรจาด้วยความกลัว และอย่ากลัวที่จะ เจรจา ด้วยเหตุนี้การเจรจาจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ ศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน เคารพในชุดข้อมูลที่ต่างกันด้วยดีแล้วผลที่สุดก็น่าชื่นใจครับ ต่างฝ์ายต่างก็รับฟัง แล้วก็ออกมาได้ข้อยุติดังที่ผมจะได้อธิบายต่อไป แม้เหลือเพียง ๔ มาตราในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเราก็เห็นเปัาหมาย เราเห็นทิศทาง เห็นสาระการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ได้ครบถ้วนครับ เดิมเราเขียน ๑๕ ด้านปฏิรูป แต่ว่าเมื่อมารับฟังเพื่อนสมาชิก ประธานกรรมาธิการปฏิรูปอีก ๒ ด้าน คือด้านปฏิรูประบบคอร์รัปชันกับเรื่องปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค ขอให้เพิ่ม

ก็กลายเปึน ๑๗ ด้านด้วยกัน จาก ๑๘ คณะ จริง ๆ แล้วมันควรจะเปึน ๑๘ ด้าน แต่ว่าเรา นับรวมด้านเศรษฐกิจทั้งมหภาค ทั้งรายภาคเปึนเรื่องของเศรษฐกิจก็เลยเหลือเพียง ๑๗ ด้าน ๔ มาตรานี่คือ ๔ กลุ่มการปฏิรูป ๑๗ ด้านปฏิรูป

เมื่อแปลงมาเปึนหมวดต่ำง ๆ ในร่างเอกสารเตรียมการจัดทําร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญมีประมาณ ๑๓๐ อนุมาตรา ดั่งที่เอกสารอยู่ข้างหน้า ๔ กลุ่มหรือ ๔ มาตรานี่ ประกอบด้วย ๑. การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ๒. สังคมและวัฒนธรรม ๓. เศรษฐกิจ ๔. ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ มาตรานั้นยังมีอีก ๑ มาตรา ถ้าผมจําไม่ผิดถ้าตัวเลขมาตรายังไม่นิ่งก็จะไม่ขออ้างมาตรา มีอีก ๑ มาตราที่ระบุชัดเจนว่าบทบัญญัติในภาคนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานและประชาชนที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูป และการสร้างความปรองดองตามหลักการที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ และตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น ก็คือเอกสารเตรียมการจัดทําอยู่ในมือของท่านก็เปึน ๑ ในฉบับนั้น เอกสารข้อเสนอ ของเพื่อนสมาชิก สปช. ๓๗ วาระปฏิรูป หรือข้อเสนอ ๑๖๒ ข้อเสนอนั้นอยู่ในนี้ด้วย ดังที่ผม จะอ่านต่อไป ในมาตรานี้บัญญัติว่าพร้อมระบุด้วยว่าข้อเสนอการปฏิรูปของ สปช. ทั้งหลาย ต้องนําไปพิจารณาต่อไป ด้วยเหตุดังกล่าวนี้งานที่ได้ดําเนินการมาร่วม ๑๐ กว่าเดือนนี่ไม่สูญเปล่า และได้มีการบัญญัติต่อไปว่าหากมีปัญหา เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของรัฐสภา ครม. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติก็เสนอต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย นั่นก็หมายความว่าบทบัญญัตินี้ก่อให้เกิด ความรับผิดชอบ ถ้าเรื่องที่จะต้องปฏิรูปแล้วไม่ดําเนินการปฏิรูป เมื่อมีความรับผิดชอบ ก็มีหน้าที่ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผมคิดว่าเปึนครั้งแรกที่เขียน รัฐธรรมนูญ ที่ผมเคยมีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ผมคิดว่าครั้งนี้เปึน การบัญญัติที่เสนอให้เกิดความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ๔ มาตราในร่างรัฐธรรมนูญดังที่ผมบอกมากลายเปึน ๔ หมวดตามเอกสาร หมวด ๑ ว่าด้วยการเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม ศาสตราจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ จะมาขยายความอย่างกระชับนะครับ มีทั้งหมด ๕ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการปฏิรูป ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านการบริหารท้องถิ่น ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน มีคําถามของคุณสุทธิชัย ถามท่านประธานว่าการปฏิรูปที่สําคัญ

ที่เปึนจุดคานงัดมีอะไรบ้าง ท่านประธานเทียนฉายตอบว่าข้อ ๑ นี่แหละที่ผมกําลังอ่าน การเมืองการปกครองและกระบวนการยุติธรรม อันนี้เปึน ๑ ใน ๒ เรื่องที่ ๒ คือเรื่อง การศึกษาท่านบอกว่านี่เปึนเรื่องที่สําคัญมาก เดี๋ยวศาสตราจารย์บรรเจิดจะมาขยายความ หมวด ๒ เรื่องสังคมวัฒนธรรมประกอบด้วย ๘ ส่วนด้วยกัน ผมจะมาสรุปตอนท้ายที่วิทยากร ทั้ง ๓ ท่านได้นําเสนอไปแล้ว มีหมวดสังคมและวัฒนธรรม ส่วนที่ ๑ การปฏิรูป ด้านการศึกษา ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านสาธารณสุข ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านสังคม ส่วนที่ ๔ การปฏิรูปด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ส่วนที่ ๕ การปฏิรูปด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค

ส่วนที่ ๖ การปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนที่ ๗ การปฏิรูป ด้านแรงงาน ส่วนที่ ๘ การปฏิรูปด้านการกีฬา ในหมวด ๓ เปึนเรื่องเศรษฐกิจมีอยู่ ๓ ส่วน ด้วยกันซึ่งผมคิดว่าสําคัญมาก ส่วนที่ ๑ คือการปฏิรูปด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านการขจัดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรม ทางเศรษฐกิจ ส่วนที่ ๓ การปฏิรูปด้านวินัยและเสถีย รภาพการเงินการคลังของประเทศ เพื่อนสมาชิกครับ ที่ผ่านมาเราสนใจแต่เรื่องของการสร้างประชาธิปไตยทางการเมือง ๓ ส่วนนี้ ผมกําลังจะบอกเพื่อนสมาชิกว่านี่คือการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เราสนใจ ประชาธิปไตยทางการเมืองและเปึนประชาธิปไตยทางการเมืองของผู้แทน ต่อไปนี้เราจะต้อง ให้ความสนใจประชาธิปไตยทางการเมืองของพลเมือง ประชาธิปไตยทางการเมืองของ ท้องถิ่น ประชาธิปไตยของฐานล่าง ประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วม ที่สําคัญต้องควบคู่ ไปกับประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล จะมาย้ําให้เห็นความสําคัญ ของหมวดนี้ครับ ผมคิดว่าเปึนครั้งแรกที่เราได้บัญญัติเรื่องประชาธิปไตยทางการเมือง ลงในรัฐธรรมนูญ ในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยเขียนสิ่งเหล่านี้มาก่อนในรัฐธร รมนูญนะครับ อาจจะเขียนบ้างแต่อย่างแยกส่วน คราวนี้ผมเห็นว่าเปึนการเขียนที่เปึนระบบมากที่สุด ส่วนที่ ๔ หรือหมวด ๔ คือทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ การปฏิรูปด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการผังเมือง ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านพลังงาน ส่วนที่ ๓ การปฏิรูป ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ชี้ให้เห็นว่าขณะนี้เรากําลังมีปัญหาเรื่องคุณภาพของคน สังคม เดินหน้าเข้าสู่ผู้สูงอายุมากขึ้น และทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลงไปมาก หากไม่ปฏิรูปแล้ว ประเทศเราจากประเทศที่ล้าหลังจะไปสู่ประเทศที่ท่านบอกว่าเปึนเฟล สเตท (Failed state) หรือล้มเหลว ดอกเตอร์บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ซึ่งมีความรู้ความชํานาญในเรื่องของ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และพลังงานจะมา อรรถาธิบายถึง ความจําเปึนที่ต้องปฏิรูปและสาระสําคัญแต่ละด้าน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บรรเจิด สิงคะเนติ ได้นําเสนอในหมวด ๑ ต่อไปครับ