เสรี สุวรรณภานนท์ แสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าไม่ถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ของอนุกรรมาธิการ และวิพากษ์วิจารณ์ร่างที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าขัดกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชี้แจงและแก้ไขร่างนั้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับ รายงานของกรรมาธิการที่กําลังพิจารณาอยู่นี้ ต้องเรียนเปึนลําดับนะครับว่าในการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามร่างรัฐธรรมนูญผมไม่แน่ใจว่ามีทั้งหมด กี่ฉบับ เข้าใจว่าน่าจะเปึน ๑๐ ฉบับ ๒๐ ฉบับ แต่มีข้อถามว่าทําไมจัดเตรียมเสนอมาฉบับนี้ ฉบับเดียว เปึนการโยนหินถามทางหรือเปล่าว่าถ้าหากว่าให้สมาชิกในที่นี้พิจารณาแล้ว เห็นกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้แล้ว จะเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทํา ไปด้วยหรือไม่ จริง ๆ แล้วในการจัดทําร่างดังกล่าวถ้าหากว่าเปึนรายงานการเตรียมการ จัดทําผมคิดว่ามันก็เปึนในแนวทางที่แต่ละคณะกรรมาธิการส่งตัวแทนเข้าไป แต่ปรากฏว่า ท่านได้จัดทําร่างขึ้นมาทั้งฉบับ ถ้าหากว่าในการเตรียมการ เตรียมว่ามีกี่ประเด็น การเตรียมการมีอะไรบ้าง เนื้อหาสาระในการเตรียมการเพื่อจะให้มีกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญมีอะไรผมว่ายังพอที่จะรับกันได้ แต่การจัดเตรียมการจัดทํานี่นะครับ ถ้าหากว่า
ดูในรายงานแล้วอํานาจหน้าที่ของอนุกรรมาธิการมี ๒ ข้อ อยู่หน้า ๒ การเตรียมการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเตรียมการคืออะไร เหมือนกับเตรียมการ เผาทรัพย์ วางเพลิงเผาทรัพย์ เตรียมการคือยังไม่ได้เผาครับ แต่ถ้าหากว่าเผาแล้ว ไม่ใช่เตรียมการ เพราะฉะนั้นการเตรียมการจัดทํา แล้วท่านจัดทําร่างแนบมาด้วย ผมถือว่าท่านไม่ได้ทําในอํานาจหน้าที่นะครับ เกินกว่าอํานาจหน้าที่ที่ควรจะต้ องทํา เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้นะครับ หมายความว่าอะไร ถ้าหากว่าเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมันเปึนส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่า รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ออกนะครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนี้ออกมาแล้ว เพราะฉะนั้น การที่ท่านทํารายงานผมว่ารายงานนี้มันก็น่าจะพอไปได้ แต่ปรากฏว่าพอแนบร่างมาแล้ว มันขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึนร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในมาตรา ๓๙ เดิม หรือที่แก้ไขมาใหม่มีความชัดเจนว่าถ้าเกิดร่างฉบับนี้ก็ต้องมีการพิจารณา โดยสภาแห่งนี้ก่อนว่าจะรับหรือไม่รับ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าเห็นชอบแล้วนี่นะครับ ในมาตรา ๓๙ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อจัดทํา ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
อันนี้มีความชัดเจนว่าจะต้องให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมาย เหมือนกฎหมายลูกออกทีหลัง แต่นี่กฎหมายลูกออกก่อน คลอดก่อนแม่ซึ่งมันก็ผิดปกติ ผิดธรรมชาติ เพราะว่าเนื้อหาสาระในร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในคณะของสมาชิก ที่เสนอคําขอแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้นําเนื้อหาสาระของแนวทางที่ท่านไปบัญญัติ ว่าเปึนเรื่องของการปฏิรูปประเทศไปบัญญัติไว้ ซึ่งข้อเสนอของเราบอกว่าถ้าหากว่าเปึนเรื่อง การปฏิรูปนี่ไม่ควรที่จะบัญญัติไว้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญควรเปึนรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญควรเปึนเรื่องอนาคตข้างหน้า เราก็เลยใส่เนื้อหาสาระเหล่านี้ เปึนเรื่องของการพัฒนาประเทศอยู่ในส่วนที่ ๙ เอกสารนี่ส่งให้ท่านไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ในระหว่างพิจารณาของท่านท่านก็มีหนังสือมาที่คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการเราก็มี หนังสือตอบแจ้งท่านไปว่าสิ่งที่นํามาให้คณะกรรมาธิการพิจารณานั้น คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ขอพิจารณา เพราะว่ามันเปึนเรื่อง รายละเอียดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ออกก่อนร่างรัฐธรรมนูญซึ่งขัดต่อกฎหมาย แล้วก็ไม่ชอบด้วยเหตุผลที่จะดําเนินการ ดังนั้นก็เลยเสนอไปว่าร่างดังกล่าวนี้นําเสนอมา ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเข้าใจว่าถ้าหากว่าเราจะตัดสินใจในเรื่องใดนั้นมันควรจะเปึน เนื้อหาสาระที่เราต้องตัดสินใจโดยสถานภาพของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งถือว่าเปึน ตัวแทนของคนทั้งประเทศ ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบในการตัดสินใจ การทําหน้าที่ตรงนี้ ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญ ดังนั้นถ้าหากว่าเราในฐานะเปึนผู้ที่ใช้กฎหมาย แต่เรากลับทําไปขัดกับ กฎหมายเสียเอง แล้วข้อเสนอที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้เราก็จะรอคําชี้แจงของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ ๑๙-๒๐ หรืออะไรนี่ที่กําหนดไว้ แต่ปรากฏว่า ท่านก็ไปจัดทําร่างมาก่อน แสดงว่าในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองนั้น ไม่ให้ความสําคัญของคําขอของสมาชิกเลยจึงได้จัดทํามาในรูปแบบนี้ ผมจึงเห็นว่าสิ่งที่ ท่านนําเสนอร่างดังกล่าวนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ โดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ท่านรายงานมาก็คงจะรับฟัง แต่ไม่สามารถมาเปึนสิ่งที่จะจูงใจหรือจะชักนําชี้นําให้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติซึ่งผมเชื่อว่าในห้องนี้เปึนคนที่ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิที่จะตัดสินใจ ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยข้อมูลไม่ใช่การชี้นําหรือนําพาไปสู่การตัดสินใจในการลงมติรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับ