สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๕ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

เชื้อ ฮั่นจินดา เสนอการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยแนะนำให้คณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติประกอบด้วย 4 ส่วนเท่าๆ กัน และลดระยะเวลาการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงมา นอกจากนี้ยังเรียกร้องการสนับสนุนให้มีความเป็นอิสระในการจัดหารายได้และใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

ท่านประธานที่เคารพครับ เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๗๐ สําหรับวาระการหารือในเรื่องนี้ผมก็ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการ ที่ได้ไปทําร่างเอาไว้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แต่ส่ว นที่กําลังจะนําเสนอต่อไปนี้เปึนเรื่องของ การเติมเต็ม โดยเฉพาะในส่วนที่ ๓ ฝากท่านอนุกรรมาธิการดังต่อไปนี้ ในมาตรา ๑๑ (๑) ท่านบรรจุไว้ว่า ตรากฎหมายจัดตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และจัดให้มีกลไกที่จําเปึนสําหรับ การจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และดําเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่น รูปแบบพิเศษขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว โดยข้อเท็จจริงเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะครับว่าวิธีการเขียนแบบนี้วันนี้เราเข้าใจว่า มีคนวิตก คนวิตกในที่นี้ก็คือกระทรวงมหาดไทยก็วิตก การเขียนให้มีท้อง ถิ่นเต็มพื้นที่ ทั้งจังหวัด อันนี้ต้องพูดข้อเท็จจริง อันที่ ๒ ที่กําลังวิตกก็คือพวกชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขากลัวว่าถ้าไปเขียนกฎหมายให้เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัดมันจะทําให้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมั นหายไป และนัยที่สําคัญที่สุด ผมอยากจะนําเสนอบอกว่าใน (๑) ถ้าเกิดเราตัดคําว่า ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัด ออกได้ไหมครับ เพราะว่าการตั้งท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ บางทีท้องถิ่นรูปแบบพิเศษมันอาจจะคาบเกี่ยวไม่เฉพาะในจังหวัดมันอาจจะมี พื้นที่ที่มันคาบเกี่ยว ๒ จังหวัดก็ได้ แต่มันไม่เต็มทั้งจังหวัด มันก็เปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้ อย่างเช่นอาจจะเปึนชายแดนของ ๓ จังหวัดมารวมกันเปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ถ้าเขียนไว้ อย่างนี้มันก็จะข้ามจังหวัดไม่ได้เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราตัดคําว่าขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดออกไป เหลือเฉพาะท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเร็ว อันนี้ก็ไม่เสียหาย มันจะเต็มจังหวัดมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร อันนี้แค่นําเสนอให้เติมเต็มนะครับ ใน (๒) ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ อันนี้ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการครับ แต่ที่สําคัญบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้ต้องประกอบไปด้วย ๑. นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ๒. ผู้แทนจากส่วนราชการ ๓. ผู้บริหารท้องถิ่น ๔. ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๕. ผู้ทรงคุณวุฒินะครับ อันนี้จากเจตนารมณ์ดูเหมือนว่าจะตั้งเปึนลักษณะจตุภาคีโดยเชิญนายกรัฐมนตรี มาเปึนประธาน แต่ปัญหาที่สําคัญก็คือว่าด้านหลังครับผู้ทรงคุณวุฒิครับโดยอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง นัยไม่แน่ใจว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ ส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าถ้าเกิดวันข้างหน้ากฎหมาย บัญญัติบอกว่าให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการบริหารท้องถิ่นแห่งชาติ จํานวน ๓๐ คน นายกรัฐมนตรีบวกผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการส่วนท้องถิ่น แสดงว่า มีได้ไม่เกิน ๑๕ คน ที่เหลือต้องเปึนผู้ทรงคุณวุฒิใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นนัยของผมที่กําลัง นําเสนอก็คือว่าเมื่อต้องการให้มีคณะกรรมการชุดนี้เปึนจตุภาคีก็ไม่ควรจะไปเขียนคําว่า ผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง แต่ควรจะมีคณะกรรมการในลักษณะที่เท่า ๆ กันทั้ง ๔ ส่วน ที่เปึนจตุภาคีที่แท้จริงนะครับ ใน (๓) ครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยแผนการกระจายอํานาจและ ภารกิจต่าง ๆ ที่ต้องถ่ายโอนให้กับองค์กรบริหารท้องถิ่นในวันข้างหน้า เมื่อไปดูหน้าถัดไป ท่านบอกต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ ป้ ในความคิดเห็นของผมเข้าใจว่าระยะเวลา ที่เขียนเอาไว้ค่อนข้างจะทอดยาวนานจนเกินไป ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมเคยเขียนแผน การกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบอกว่าต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ป้ ปรากฏว่าพอมีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง ระยะเวลาที่เขากําหนดเอาไว้ปรากฏว่า ไปเริ่มทําเอาตอนปลายป้ท้าย ๆ แล้วการกระจายอํานาจก็ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะฉะนั้นการเขียนไว้อย่างนี้ในวันข้างหน้าบอกให้ทําภายใน ๑๐ ป้ ผมเข้าใจว่ามันเปึน การทอดระยะเวลานานเกินไป ฉะนั้นถ้ามันลดระยะเวลาลงมาได้แล้วก็ทําให้มันกระชับขึ้น ให้ท้องถิ่นเขามีระยะเวลาในการที่จะรับถ่ายโอนงานให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิมก็จะเปึนผลดี กับท้องถิ่นนะครับ ในเรื่องของ (๖) การกําหนดภาษีท้องถิ่น แหล่งรายได้ ความเปึนอิสระ ในการจัดหารายได้ของท้องถิ่นท่านเขียนไว้ชัดเจนดีมากครับโดยเฉพาะการพึ่งตนเอง

ด้านการคลัง นั่นก็หมายความว่าท่านต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวันข้าง หน้า สามารถจัดหารายได้ได้เองแล้วก็ยืนบนขาตัวเองได้ แต่หลักประการสําคัญที่สุดผมคิดว่า ในลักษณะปัจจุบันที่เราเปึนอยู่เข้าใจว่าท้องถิ่นจะพึ่งตนเองได้คงจะอีกนาน เพราะฉะนั้นใน (๖) ผมอยากจะให้เขียนข้อความเพิ่มเติมใน (๖) ดังต่อไปนี้ครับ การกําหนดภาษีท้องถิ่น การจัดสรรภาษีให้กับท้องถิ่น แหล่งรายได้ ความเปึนอิสระในการจัดหารายได้และความเปึนอิสระ ในการใช้งบประมาณด้วยครับ ต้องใส่ด้วยครับเพราะวันนี้เวลาการจัดสรรรายได้ท้องถิ่น ปรากฏว่าความเปึนอิสระในการใช้งบประมาณหลังจากการจัดสรรรายได้ กับท้องถิ่น มันไม่มีครับ มีอะไรกํากับ มีอะไรพ่วงท้าย มีอะไรเติมเต็มออกไปด้วยทุกครั้งทําให้ท้องถิ่น มีปัญหาในการใช้งบประมาณตลอด เวลาพูดกันบอกว่าให้เงินกับท้องถิ่นนี่ให้เยอะครับ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ใน ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ที่ให้ท้องถิ่นไปนั้นท้องถิ่นสามารถใช้ได้เองจริง ๆ เท่าไรท่านลองไปคิดดู ถ้าอย่างนั้นมันเขียน เอาไว้ว่าต้องให้ความเปึนอิสระในการใช้งบประมาณของท้องถิ่น ผมเข้าใจว่ารัฐบาล จะไปเกี่ยวหรือไปใส่อะไรต่อเติมท้ายไปไม่ได้ในวันข้างหน้า กราบขอบพระคุณครับ