สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๓ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอนุญาตให้สมาชิก ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด ให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรี หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ ผมเลยถือโอกาส เรียนว่าปฏิบัติตามแนวที่ปฏิบัติก็คือว่าสมาชิกส่งเรื่องมาตามเวลาที่กำหนดไว้นะครับ ได้บันทึกเวลาไว้ให้ว่ามาส่งเมื่อเวลาไหนตามลำดับ แล้วก็จะให้สมาชิกไล่ไปตามลำดับ ที่มาเสนอเรื่อง โดยยึดจำนวนเวลาเดิมก็คือท่านละ ๒ นาที ทั้งหมดขณะนี้ยื่นมาแล้ว ๒๔ ราย ก็จะเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสนำปัญหาของประชาชนและปัญหาอื่นนั้น มาเสนอได้ ผมขออนุญาตเลยนะครับ นับแต่ท่านแรกก็คือ ท่านสงวน พงษ์มณี เชิญเลยครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ขออนุญาตใช้ช่องทางที่ท่านประธานให้ความกรุณา ส่งปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในจังหวัดผมไปยังหน่วยงานที่จะสามารถแก้ปัญหาได้

เรื่องแรกที่ผมจะเสนอก็คือเรื่อง ๓ ปีมาแล้วครับท่านประธานครับ ลำไยซึ่งเป็นผลผลิตหลักของจังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหามากขายต่ำกว่า ราคาทุนตลอด วันนี้จึงอยากจะขอท่านประธานได้ส่งเรื่องไปยังจังหวัดลำพูนและ จังหวัดเชียงใหม่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพบูรณาการเชิญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่างประเทศไปแก้ปัญหาร่วมกันเหมือนที่เคยทำมาแล้ว

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมจะถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานว่า ประชาชนที่ทำสวนทำไร่จะเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้าการเกษตรมาก การขยายเขตไฟฟ้าเกษตร ใช้เงินร่วมกันขยายเขตจุดหนึ่งใช้เงินมาก วินาทีที่จ่ายไฟฟ้าให้กับชาวบ้านทรัพย์สินของชาวบ้าน ก็กลายเป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทันที เมื่อมันผ่านเส้นทางไหนคนที่ไม่ออกสตางค์ ครั้งแรกก็มีสิทธิที่จะใช้เป็นความชอบธรรมของเขา แต่ปรากฏว่าในที่สุดแล้วคนที่ลงทุน คนแรกมักจะอยู่ปลาย ๆ สายแล้วในที่สุดก็ไฟไม่พอ ผมเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อท่านจะได้ กรุณาแจ้งให้ทางการไฟฟ้าว่าจังหวัดลำพูนของผมเดือดร้อนมากครับ แรงดันไฟฟ้าไม่พอ ต้องเปลี่ยนกันสูบน้ำเป็นรายวันเลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาพอดี

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

หมดเวลาแล้วครับ เสร็จแล้วผมขออนุญาต ส่งเอกสารให้ท่านเลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะได้ส่งเรื่องของ ท่านสงวนไปนะครับ ลำดับที่ ๒ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง

เรื่องแรก ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มีการก่อสร้างสนามบินที่จังหวัดพัทลุง ขณะนี้จำนวน ผู้โดยสารเพียงพอแล้ว ขณะนี้จังหวัดพัทลุงมีที่ดินแล้วนะครับ และเป็นจังหวัดไม่กี่จังหวัดแล้ว ที่ไม่มีสนามบินและการขนส่งทางอากาศมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ก่อสร้าง ถนนเลียบทะเลสาบพัทลุง เริ่มจากทะเลน้อย ปากประ ปากพะยูนและไปสิ้นสุดที่ชะแล้ จังหวัดสงขลา ความยาว ๘๐ กิโลเมตร เป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยว เป็นถนนเพื่อการเกษตร เป็นถนนเพื่อการขนส่ง ใช้งบประมาณประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ได้ออกแบบไว้ เรียบร้อยแล้ว และได้ทำประชาพิจารณ์ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุญาตท่านประธาน ให้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ก่อสร้างถนนเส้นนี้

เรื่องที่ ๓ ขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อก่อสร้างสนามกีฬาแห่งที่ ๓ ของจังหวัดพัทลุง จังหวัดพัทลุง ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่คนเล่นกีฬากันเป็นจำนวนมาก ปีนี้เป็นปีที่จัดงานกีฬาเป็นปีที่ ๗๐ ซึ่งเรามีสนามกีฬาฝั่งทิศเหนือที่อำเภอควนขนุนแล้ว ตอนกลางจังหวัดมีที่อำเภอเมืองแล้ว และยังขาดตอนใต้ ผมคิดว่าความเหมาะสมอยู่ที่อำเภอตะโหมด หรืออำเภอบางแก้ว จึงขออนุญาตท่านประธานได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อที่จะให้มีก่อสร้างสนามกีฬาแห่งที่ ๓ ในจังหวัดพัทลุง

เรื่องสุดท้าย ขอให้ท่านได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ยกระดับโรงพยาบาลตะโหมดขึ้นเป็นโรงพยาบาล ๖๐ เตียง ซึ่งขณะนี้แออัดเป็นจำนวนมาก แล้วก็คนในพื้นที่ดังกล่าวต้องมารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล มอ. หรือโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งไกลมากและไม่ได้รับความสะดวก พื้นที่อำเภอตะโหมดจึงเป็นศูนย์กลางของ ๕ อำเภอ ที่สามารถยกระดับโรงพยาบาลขึ้นเป็นโรงพยาบาล ๖๐ เตียง แล้วก็ให้มีเครื่องไม้เครื่องมือ พรั่งพร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๕ จังหวัดตอนล่างของจังหวัดพัทลุงได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ขอกราบเรียนหารือปัญหาของพี่น้อง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก เรื่องปริมาณที่เพิ่มขึ้นของผักตบชวาที่บึงกระจับ ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธานครับ ตอนนี้พี่น้องที่อยู่ในละแวกนั้น ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะพวกผักตบชวาเป็นแหล่งที่ถือว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ พวกสัตว์หรือว่าพาหะนำโรค ยกตัวอย่างเช่น ลูกน้ำ ยุง หรือว่าสัตว์ต่าง ๆ ที่อันตราย ดังนั้น ผมเลยอยากจะกราบเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปตรวจสอบ ดูแลด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทราในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งก็คือหมู่ที่ ๑ ตำบลดอนฉิมพลี หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบึงน้ำรักษ์ ตรงนี้ผมขออนุญาตท่านประธานใช้รูปภาพ ประกอบเพื่อจะได้เห็นภาพได้ชัดเจนนะครับ เป็นความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาครับ รูปภาพที่ผมได้นำมาแสดงในวันนี้เป็นถนนที่พี่น้องเรียกว่าเส้นเลียบคลองนะครับ ถึงแม้ว่า จะไม่ใช่เส้นหลักของอำเภอหรือของตำบลก็ตาม แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในละแวกนั้น ก็ใช้ถนนเส้นนี้ในการสัญจรไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้วครับ พื้นเป็นรอย เดินทางไม่ได้นะครับ เข้าใจว่ามีหลายหน่วยงานลงไปตรวจสอบ ที่เห็นนี่ก็มีทาง ส.จ. ลงไปคุยกับพี่น้องประชาชนแถวนั้น แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ขออนุญาตรูปสุดท้ายครับ หนูน้อยที่ใส่เสื้อสีแดงนี้ถ้าดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าน้องคนนี้มือหักครับ เนื่องจากอาจจะขี่จักรยานอยู่ในถนนดังกล่าวแล้วก็ตกลงไปในร่องถนน ดังนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่ดูแลโดยเร่งด่วนนะครับ ช่วยลงไปตรวจสอบแก้ไข แล้วก็เยียวยาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ลำดับที่ ๔ คุณจักรัตน์ พั้วช่วย ครับ

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขตที่ ๒ พรรคพลังประชารัฐ เขตเลือกตั้งอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว ส.ส. คนไทยหล่มครับ ขอหารือท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งนะครับ

เรื่องเดียวครับ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เป็นปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ชาวไร่ใบยาสูบจังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่องของการขึ้นภาษีสรรพสามิตอย่างก้าวกระโดด จากประกาศกฎกระทรวงในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และให้มีผลบังคับใช้เลย วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นั้นได้สร้างปัญหาและผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ ยาเส้นอย่างรุนแรงนะครับ เพราะว่าได้ขึ้นภาษีถึง ๒๐ เพราะว่าได้ขึ้นภาษีถึง ๒๐ เท่า ซึ่งจากเดิมยาเส้น ๑ กิโลกรัม ต้องเสียภาษีสรรพสามิตประมาณ ๕ บาทกว่า แต่พอประกาศกฎกระทรวงนี้นะครับ ยาเส้น ๑ กิโลกรัมต้องเสียภาษี ๑๑๗ บาท ซึ่งเพิ่มก้าวกระโดดถึง ๒๐ เท่าเลยนะครับท่านประธาน จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้นะครับ ก็เลยส่งผลต่อเกษตรกร พอปลูกยาเส้นแล้วก็ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก ส่วนข้อเรียกร้องของ เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ผมไปรับฟังปัญหามาก็คือขอให้กรมสรรพสามิตชะลอ การบังคับใช้กฎกระทรวงนี้ไว้ก่อนแล้วก็ขอให้ทบทวนอัตราภาษีใหม่เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อ เกษตรกรและผู้ประกอบการครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมสรรพสามิตให้ช่วยแก้ไข ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ลำดับที่ ๕ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

การเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา กราบของพระคุณท่านประธานครับที่เปิดโอกาสให้พวกเราในฐานะตัวแทนของประชาชน ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องนำมาเสนอต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปยังหน่วยงาน ผมมีอยู่ ๒ เรื่องที่อยากจะกราบเรียนขอความกรุณาท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานคือกระทรวงมหาดไทย

เรื่องแรก เรื่องถนนชำรุดซึ่งเป็นปัญหาเดือดร้อนอย่างมาก เส้นทางเส้นนี้ เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างบ้านด่านคนคบ ตำบลด่านคล้า อำเภอโนนสูง เป็นเส้นทางสัญจร ไปมาเพื่อจะผ่านอำเภอเมือง เข้าสู่อำเภอเมืองคือผ่านที่ตำบลหนองไข่น้ำ มีระยะทาง อยู่ประมาณ ๑,๘๐๐ เมตร ถนนกว้าง ๖ เมตร ผมเองได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก ท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไข่น้ำ ท่านสัญญา พรโคกสูง และท่านกำนันวัฒนชัย โปรยโคกสูง ตลอดจนพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้ยื่นเอกสารเพื่อส่งไปยังท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านได้เห็นภาพนะครับ ถนนเส้นนี้ตอนนี้ถ้าเรียกกันตามภาษาชาวบ้าน เขาบอกว่าถนนโลกพระจันทร์ หรือเราเรียกว่าถนนเบ้าขนมครก เป็นปัญหาอย่างร้ายแรง เพราะพี่น้องเขตอำเภอโนนสูงที่จะผ่านมาอำเภอเมืองนั้น ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานให้รีบดำเนินการในการซ่อมแซมครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นถนนเชื่อมระหว่างตำบลปรุใหญ่ ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาไปยังตำบลพุดซา ถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่าง อำเภอโนนไทย และอำเภอขามทะเลสอ มีความยาว ๑,๙๐๐ เมตร ผิวจราจร ๘ เมตร ถนนในขณะนี้เป็นผิวแอสฟัลติก (Asphaltic) ปัญหาก็คือถนนได้เกิดชำรุดทรุดโทรมเพราะว่า ก่อสร้างมาเป็นระยะเวลายาวนาน อยากจะขอความกรุณาท่านประธานครับ ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรีบดำเนินแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ลำดับที่ ๖ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เชิญเลยครับ

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ แบบเขตอำเภอปากพนัง หัวไทรและเชียรใหญ่ ผมอยากจะเรียนปรึกษาท่านประธานใน ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ การเยียวยาของผู้ประสบภัยจากวาตภัย พายุปาบึกที่ผ่านมา ที่อำเภอปากพนังและพื้นที่ชายฝั่งทะเลในฝั่งอ่าวไทยเขตบ้านผมนะครับ เนื่องจากว่า มีผลกระทบที่เป็นวงกว้าง แต่การเยียวยาทุกวันนี้ชาวบ้านหลายกลุ่มยังโทรหาผมอยู่ทุกวัน และผมเองก็ต้องลงไป ลงพื้นที่เพื่อรับข้อมูลปัญหาของชาวบ้านตลอดเวลา แต่ทีนี้ปัญหา ที่เกิดขึ้นหน่วยงานราชการยังไม่ได้ชี้แจงให้กับชาวบ้านรับทราบว่าสาเหตุที่ยังไม่ได้เยียวยา เป็นเพราะสาเหตุใดบ้าง ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเยียวยาแบบซ้ำซ้อนได้ ตรงนี้หน่วยงานราชการต้องชี้แจงให้ชาวบ้านรับรู้และเข้าใจว่าไม่สามารถที่จะเยียวยา แบบซ้ำซ้อนได้

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการที่จะใช้ในส่วนของไฟฟ้าในเขตของอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากว่าอำเภอหัวไทรไม่มีแหล่งจ่ายไฟที่ถาวร ต้องพึ่งไฟจาก อำเภอปากพนังที่จ่ายมา ๒ ฟีดเดอร์ (feeder) แล้วก็จากที่อำเภอระโนดอีกสอง ซึ่งตรงนี้ ไฟฟ้าไม่ถึงกับไม่เพียงพอ แต่ขาดความมั่นคงทางไฟฟ้า เพราะว่าเป็นพื้นที่ริมฝั่งทะเล จะมีออกไซด์ที่จะเกาะในตัวของลูกถ้วย และเมื่อการหยุดซ่อมแซมบำรุงตัวนี้เกิดขึ้นทำให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ราย เกิดผลกระทบเสียหายอย่างมาก

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของปัญหายาเสพติด ที่ผมเชื่อว่าทุกเขตในประเทศไทย ก็เป็นเหมือนกัน แต่ในขณะที่เขตบ้านผมตอนนี้ซื้อขายกันง่ายมาก ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ลำดับต่อไป ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่อง ปรึกษาท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ชาวบ้านตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ได้ประสบปัญหาการเดินทางในหมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๖ บ้านท่ารวก บ้านท่าเดื่อ ถนนก่อสร้าง มาเป็นเวลานานตก ๒๐ ปีแล้ว แต่ไม่มีการซ่อมแซม และถนนลาดยางเส้นนี้ได้ชำรุด ทรุดโทรมอย่างมาก ของบประมาณจากหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปซ่อมแซมให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เทศบาลตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี มีเส้นทาง เส้นหนึ่งที่คนสัญจรเยอะ และเส้นทางนี้ปรากฏว่าการก่อสร้างขึ้นมาตั้งนานแล้ว และไม่มี การพัฒนา ไม่มีการซ่อมแซมมาตก ๒๐ ปีแล้ว เป็นทางลาดยาง ความกว้าง ๖ เมตร ยาว ๒,๔๐๐ เมตร เชื่อมถนนระหว่างทางหลวงชนบทสาย ๕๑๒๙ และทางเส้นนี้เข้าสู่ แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง คือน้ำตกวังก้านเหลือง และถนนเส้นนี้ ทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยผลักดันงบประมาณ ให้เข้ามาส่วนนี้ด้วย เพราะทางเทศบาลบ้านท่าหลวงไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะก่อสร้าง ทางหลวงเส้นนี้ และมีอีกเส้นหนึ่งตำบลวังทอง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ถนนมีอยู่ ๔ เส้น สายหนองร่าเริง หมู่ที่ ๙ ตำบลวังทอง และบ้านดงมะเกลือ หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกเจริญ และสายบ้านห้วยศาลา หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองร่าเริง ถึงตำบลวังทอง หมู่ที่ ๙ และสายที่ ๓ สายบ้านวังทอง หมู่ที่ ๓ บ้านพุกะชัด หมู่ ๖ ตำบลวังทอง สายที่ ๔ บ้านหนองเป็ด บ้านห้วยโพธิ์ทอง ตำบลโคกเจริญ สายที่ ๕ บ้านเขาช่อง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลานะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านมนพร เจริญศรี ครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ตรงกับ วันที่ ๒๖ มิถุนายน เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดดิฉันขณะนี้มีสินค้าที่เป็นสินค้าโอทอป (OTOP) ประจำหมู่บ้าน นั่นก็คือยาเสพติด ดิฉันได้ลงพื้นที่ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนได้บอกว่าวันนี้ยาเสพติดระบาด ทั้งในหมู่บ้านและไปถึงสถานศึกษาทั่วทุกแห่ง จังหวัดนครพนมจะมีข่าวตลอดว่าจับยาเสพติด ขึ้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จริง ๆ จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสงบ เป็นเมืองท่องเที่ยว วันนี้หลายคนก็บอกว่ายาเสพติดมาจากไหน ชาวบ้านบอกว่ามาจากคนมีสี ท่านประธานที่เคารพ ในจังหวัดนครพนมไม่ว่าจังหวัดไหนก็ตามมี ๓ ท่านเท่านั้นที่ทราบว่า ยาเสพติดซื้อขายที่ไหน ๑. ผู้ว่าราชการจังหวัด ๒. ผู้บังคับการตำรวจ ๓. ผู้บังคับการทหาร ๓ ท่านเหล่านี้เท่านั้นค่ะ ดิฉันขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ขอให้ปราบปรามยาเสพติด ให้อย่างจริงจัง

เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของถนนเส้นทางสายบ้านน้อยทวย ตำบลท่าอุเทน ไปจนถึงอำเภอโพนสวรรค์ ที่บริเวณบ้านนาใน ถนนสายนี้เป็นเส้นทางของ ทางหลวงชนบท เรียกว่าถนนสาย นพ. ๐๐๔๑ เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงของฤดูฝนและเป็น ช่วงในการเตรียมการที่ชาวบ้านได้ลงทำนา ดิฉันขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด เพราะขณะนี้อย่างน้อยที่ยังไม่มีถนนลาดยางไปถึงก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้รถ ปรับเกรดเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา อีกเส้นทางหนึ่งก็คือเส้นทางถนนของ บ้านเสาเล้า อำเภอโพนสวรรค์ ไปจนถึงบ้านดงน้อย ตำบลนาขมิ้น อำเภอโพนสวรรค์ ซึ่ง ๒ เส้นทางเหล่านี้กรมทางหลวงชนบทได้ไปสำรวจมาหลายปีแล้ว แต่ว่ายังไม่มีการ ก่อสร้างถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีตแต่อย่างใดดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานในวันนี้ ๓ เรื่อง ขอขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านมนพรนะครับ ขออภัยอ่านชื่อท่านผิด ลำดับที่ ๙ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กมลศักดิ์ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ประเด็น ที่ผมจะหารือกับท่านประธานก็คือว่าประเด็นเกี่ยวกับปัญหากระแสที่เกิดขึ้นที่ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้มี เอสเอ็มเอส (SMS) ส่งถึงพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา ให้ทำการลงทะเบียนซิม (Sim) โดยการแสดงอัตลักษณ์ใบหน้า ประเด็นที่ผมจะหารือท่านประธานให้มีหนังสือถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค ๔ ส่วนหน้า อยากให้มีหนังสือทบทวนให้พี่น้องที่ลงทะเบียนซิม (Sim) ก่อนหน้านี้นะครับ ก่อนประกาศของ กสทช. ให้ทบทวนโดยไม่ต้องไปทำการลงทะเบียนซิม (Sim) โดยให้บังคับใช้ เฉพาะกับพี่น้องที่ลงทะเบียนซิม (Sim) นับแต่วันที่ทาง กสทช. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ ๙ เมษายน ด้วยเหตุผลที่ว่าในขณะนี้ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ได้มีการสำรวจ ประมาณ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการในการที่ทางฝ่ายกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ขอความร่วมมือกับพี่น้อง แต่ในลักษณะมีสภาพ บังคับว่าหากไม่ไปดำเนินการภายในระยะเวลาภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม พี่น้องที่มีซิมการ์ด (Sim card) โทรศัพท์เคลื่อนที่จะไม่สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อีกต่อไป ประเด็นตรงนี้ ผมเป็นห่วงกลัวจะเป็นการสร้างเงื่อนไขความรู้สึกในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอยู่ก่อนแล้ว และมาตรการการแก้ไขปัญหาต้องระมัดระวังให้พี่น้องมีความรู้สึกเสมอภาคในการบังคับใช้ กฎหมายที่สำคัญยิ่งเกรงว่ามาตรการเหล่านี้จะไปกระทบขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๖ วรรคสอง และมาตรา ๓๖ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของพี่น้องในพื้นที่ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านกมลศักดิ์ครับ ลำดับที่ ๑๐ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. พรรคประชาชาติ จังหวัดยะลา ประเด็นที่อยากจะหารือ กับท่านประธานในวันนี้เนื่องจากว่ามีปัญหาเรื่องโรคระบาดในเขตพื้นที่ของภาคใต้ เท่าที่ผม ไปพบเจอก็คือปัญหาอยู่ที่จังหวัดยะลา ก็คือโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือเรียกว่าโรคชิคุนกุนยา เป็นโรคที่ระบาดเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ป่วยเท่าที่มีข้อมูล ณ ขณะนี้ก็ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน และจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่าเนื่องจากโรคชิคุนกุนยาเป็นโรค ที่มาจากยุงเป็นพาหะในการที่จะนำเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งไปสู่คน และพื้นที่เขต ๔ จังหวัดภาคใต้ ณ ขณะนี้ก็ประสบปัญหา โดยเฉพาะตามตะเข็บจังหวัดชายแดนก็มีปัญหาเรื่องของการ ติดเชื้ออีกมากมาย ถ้าไม่มีผลกระทบต่อเรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัด ดังกล่าวที่ผมเอ่ยเมื่อสักครู่นี้นะครับ ทีนี้ก็อยากจะเรียนปรึกษากับท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น บางครั้งอาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยเนื่องจากว่ามีชาวต่างประเทศ อย่างเช่น มาเลเซีย สิงคโปร์เข้ามา ณ วันนี้พอรู้ปัญหาเรื่องของโรคชิคุนกุนยาทำให้ชะลอ ของการเดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นอีกส่วนหนึ่ง ก็อยากจะ หารือกับท่านประธานว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีหนังสือไปถึงกระทรวงสาธารณสุขให้รีบเร่ง ในเรื่องของการที่จะจัดการเรื่องของระบาดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งครั้งหนึ่งที่มันเกิดการระบาด ในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มาแล้ว ครั้งหนึ่ง แล้วครั้งนี้เป็นอีก

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ลำดับที่ ๑๑ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ วันนี้มีเรื่อง อยู่เรื่องเดียว แต่เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด วันนี้พรรคประชาชาติ ขอยืนยันว่าเราต้องการเห็นสันติภาพ สันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัด หลักคิดของเราก็คือ เบื้องหลังสันติสุขมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประการ ๑. การทำให้ประชาชนเป็นประชาชนที่ดี ๒. การทำผู้นำที่ดี ๓. การที่มีกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่ดี ท่านประธานครับ ผมลงพื้นที่ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ได้เรียกคณะกรรมการตาดีกาในพื้นที่ ๓ อำเภอ นั่นก็คือ ยะรัง มายอ ทุ่งยางแดง สิ่งที่พี่น้องได้สะท้อนแล้วก็บอกปัญหาของเขามีอยู่ด้วยกันหลายประการ แต่สิ่งนั้นคือสิ่งที่ซ้ำซากแล้วก็ไม่เคยได้รับการดูแลที่ดีพอสมควรในระยะเวลาตั้งแต่ที่ผมมา เป็น ส.ส. เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แล้ววันนี้ก็จะมาพูดอีก สิ่งที่เขาต้องการอยากจะเห็น อยากจะมี เพื่อที่พัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของคนในพื้นที่ สิ่งที่เขาอยากจะได้ นั่นก็คือสื่อการเรียนการสอน ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องอาหารกลางวัน ศูนย์ตาดีกาประจำมัสยิดวันนี้ น้อง ๆ อายุ ๗-๑๕ ปี อาหารที่จะรับประทานบางวันต้องกินแบบน้อยมาก วันนี้ จึงอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ ข้อที่ ๓ คือค่าตอบแทนของ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมมุติครับ ต่อไปท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวสวนมะพร้าวได้รับผลกระทบจาก ราคามะพร้าวตกต่ำ ตอนนี้ราคาลูกละ ๕-๖ บาท เกษตรกรขึ้นมะพร้าวหักค่าใช้จ่ายแล้ว ไม่เหลืออะไร เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าให้รัฐบาลควบคุมการนำเข้ามะพร้าวจาก ต่างประเทศ แล้วก็ให้ควบคุมการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศด้วย เพราะว่าดิฉัน อ่านในไลน์ (Line) ว่ารัฐบาลระงับการนำเข้า แต่ว่ายังมีการลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย เป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาสินค้ามะพร้าวตกต่ำ

อีกเรื่องหนึ่งคือปัญหาของผู้ประกอบอาชีพประมง คือเดิมไม้และข้าวจะนุ่งโสร่ง แต่ปัจจุบันนี้ปลากะพงนุ่งโสร่ง ปลาหมึกนุ่งโสร่ง เพราะว่ามีการลักลอบนำเข้าจากชายแดน อย่างเช่น ปลากะพงนำเข้าจากด่านจังหวัดสตูล มาจากประเทศมาเลเซีย จริง ๆ แล้วต้อง นำเข้าจากด่านสะเดา แต่ไปนำเข้าที่ด่านจังหวัดสตูล ปลาหมึกก็นำเข้าที่ด่านมะขามเตี้ย เหตุที่นำเข้าเพราะว่าเขาตรวจคุณภาพสินค้า เขาตรวจครั้งเดียวแล้วสามารถเข้ามาได้ทุกครั้งเลย เพราะฉะนั้นจะมีผลกระทบมาก จะมีผลต่อผู้บริโภคเพราะว่าไม่ได้ตรวจคุณภาพของสินค้านะคะ เพราะฉะนั้นก็ฝากให้ควบคุมการนำเข้า

อีกเรื่องหนึ่งค่ะเรื่องสุดท้าย เรื่องถนนเส้น ๓๐๙๓ จากจังหวัดสมุทรสงคราม ไปปากท่อ จังหวัดราชบุรีขณะนี้มีอุบัติเหตุมาก

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรังสิมา มากครับ ต่อไปลำดับที่ ๑๓ ท่านอิสสระ สมชัย

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ กระผมมีเรื่องจะกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อจะส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือปัญหาเรื่องฝนแล้งหรือว่าภัยแล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ภาคอีสาน ของกระผมนั้นได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรทำนาทำไร่ เนื่องจากว่า ฝนไม่ตกมาเกือบ ๑ เดือนแล้วท่านประธานครับ ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ตอนฝนมา รอบแรกนั้นประชาชนก็ได้ลงทุนหว่านกล้า ปลูกข้าวเต็มนากันหมดครับ แต่หลังจากปลูก ไปแล้วปรากฏว่าฝนทิ้งช่วง ทิ้งมาจนขณะนี้ครับ ต้นข้าวโตขึ้นมาประมาณ ๑ คืบ แต่ว่าขาดฝน เดี๋ยวนี้เกิดความแห้งแล้งประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ได้ร้องเรียนมายังกระผม บอกว่าทำอย่างไรจึงจะได้ฝนหลวงเข้ามา ผมก็เพียงแต่บอกว่าขณะนี้รัฐบาลตั้งคณะรัฐมนตรี ยังไม่เสร็จนะครับ แต่ว่าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงนั้นคงจะรอให้มีรัฐมนตรีไม่ได้ เนื่องจากว่า ความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะภาคอีสานได้ชื่อว่าเป็นภาคที่มีพื้นที่การทำ การเกษตรมากที่สุด เป็นอู่ข้าวอู่น้ำสามารถเลี้ยงคนในประเทศไทยได้ทั้งประเทศ แต่ถ้าหากว่า ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ไม่มีฝนเข้าไปช่วย ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะทำฝนหลวงหรือว่าฝนเทียมไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่จนบัดนี้ ท่านประธานครับ ยังไม่เคยมีหน่วยงานไหนได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เขาได้ฝากให้ผมมาบอกว่า ช่วยไปบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้หน่อยว่าทำอย่างไรท่านจึงจะสามารถ เอาฝนเทียมไปช่วยให้พี่น้องประชาชนได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไม่เช่นนั้นแล้วต้นกล้า ที่ปลูกไว้ในนาข้าวจะตายหมด แต่หลังจากนั้นปัญหาที่จะตามมาก็คือ เมื่อต้นข้าวตายแล้ว แม้ฝนจะมามันจะไม่เกิดอีกครับ เป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องเตรียม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านอิสสระครับ ต่อไปลำดับที่ ๑๔ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ขอเชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานที่เคารพคะ ภาคอีสาน ในเดือนมิถุนายนนี้ฝนทิ้งช่วง และเมื่อวานนี้เพิ่งตกลงมาค่ะ แต่น้ำนั้นไม่พอกับการทำนา เพราะว่าอีสานนั้นทำนาปีละครั้งไม่เหมือนกับภาคกลางนะคะ ทำนาปีละ ๓ ครั้งเลยทีเดียว ๑ ครั้งนั้นคือชีวิตและจิตวิญญาณของคนชาวอีสานเลยทีเดียว และโดยเฉพาะลงไป อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนครนั้นน้ำเมื่อแห้งแล้งก็จะเกิดการ แย่งน้ำกันเกิดขึ้นในการทำนาแต่ละครั้ง ฉะนั้นกรมฝนหลวงจะต้องเตรียมการไว้เป็นอย่างดี เลยทีเดียว และโดยเฉพาะลงไปค่ะท่านประธานที่เคารพ เดือนตุลาคมนั้นข้าวจะตั้งท้อง ถ้าขาดน้ำในช่วงนั้นยิ่งแสนสาหัสนะคะ ถ้ามีพอเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างนั้นรวงข้าวก็จะเป็น รวงข้าวที่เมล็ดลีบแบน ซึ่งทำให้ผลของข้าวนั้นไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงอยากให้ กรมฝนหลวงเตรียมการเพื่อช่วยเหลือตลอดเวลา เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนคนชาวนา โดยทั่วถึง ให้กรมฝนหลวงดูแลให้ปิดแผลความเหลื่อมล้ำเพราะน้ำคือชีวิต

เรื่องที่ ๒ ขอให้สร้างเมรุถาวรให้กับวัดป่าบ้านโคกน้ำเกลี้ยง บ้านโคกน้ำเกลี้ยง ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานคะ ไม่อยากให้ศพ บนเชิงตะกอนน่าสังเวชใจ อยากให้ชนบทมีเมรุเผา อยากให้เรื่องราวความเศร้าเข้าสู่เมรุ และสู่สรวงสวรรค์เป็นต้นไป ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอบคุณ ท่านอนุรักษ์ครับ ลำดับที่ ๑๕ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขอเชิญเลยครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ขณะนี้ผ่านเวลาล่วงเลยมา ๓ เดือนแล้ว ผ่านการเลือกตั้งมา ผมจะไม่พูดถึงสิ่งแปลกปลอมทางประชาธิปไตยที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัตรเขย่ง บัตรกระโดด บัตรเอื้ออาทร อะไรต่าง ๆ นานา เรื่องของการใช้ อำนาจเงิน อำนาจรัฐ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พี่น้องประชาชนทราบดีครับ แต่ผมอยากจะ ปรึกษาหารือท่านประธานในประเด็นของคะแนนดิบจากการเลือกตั้ง วันนี้พี่น้องประชาชน สงสัยว่าผ่านมาจนจะครบ ๓ เดือนแล้ว ทำไมคะแนนจากการเลือกตั้งในรายเขตยังไม่ออก วันนี้ผมฝากท่านประธานในฐานะที่เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติครับ ท่านต้องแสดงจุดยืน แล้วก็ฝากรบกวนท่านทำหนังสือผ่านทางราชกิจจานุเบกษาไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถามสิว่าคะแนนดิบแต่ละหน่วยเลือกตั้งช่วยส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรได้ไหม เพราะว่า พวกเรารอจะทราบคำตอบและเห็นถึงความจริง ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ลำดับที่ ๑๖ ท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเคารพในท่านประธาน ความจริงผมจะพูดเรื่องของละครับ เรื่องไปแจ้งความดำเนินคดี เกี่ยวกับเรื่องสื่อ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนั้นเป็นความทุกข์ยาก ส่วนตัวครับ ผมเป็นคนที่รู้จักสูง ต่ำ ดำ ขาวครับท่านประธาน เป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด ผมต้องการทำ สิ่งสุดท้ายกับแผ่นดินนี้ก็คือดูแลพี่น้องประชาชนของประเทศเรา สิ่งหนึ่งที่ยังยึดติดตลอดไป ชั่วชีวิตนี้ก็คือความกตัญญูต่อแผ่นดินบ้านเกิดครับ ผมไม่เคยล่วงเกินผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่า สิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมได้เลือกกลับเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรนั้น จุดมุ่งหมายในชีวิตก็คือ ดูแลความทุกข์สุขของประชาชน พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ผมไม่ได้เป็น ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการอย่างเดียวครับ ทั้งประเทศพี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อนยื่นจดหมาย โทรศัพท์มาถึงที่สภา พบผมได้ตลอดเวลาครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้เกียรติและให้การอบรมกับ ส.ส. เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เป็นวิทยากร ในการอบรมและทำตามหน้าที่ของ ส.ส. ท่านประธานเป็นผู้ที่ตรงเวลาที่สุด ผมเคารพ ท่านประธานและสมาชิก เจ้าหน้าที่รัฐสภาทุกท่าน ขอบพระคุณครับ

ขอบคุณท่านกรุงศรีวิไล ลำดับที่ ๑๘ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขอเชิญครับ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้หารือ วันนี้มีเรื่องที่สำคัญคือเรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก ท่านประธานครับ สถานการณ์ไข้เลือดออก วันนี้หนักหน่วง เพราะว่าสถานการณ์วันนี้มีผู้ป่วย ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๓๑,๘๔๓ ราย เสียชีวิตถึง ๔๘ ราย อัตราการเสียชีวิตถึง ๐.๑๕ เปอร์เซ็นต์ และผู้ป่วยมีอัตราการป่วย ถึง ๔๘.๒๐ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเขาบอกว่าในช่วง ๕ ปีจะมีการระบาดมากขึ้นทุก ๆ ๕ ปี แล้วคราวนี้ก็น่าจะเป็นช่วงครบ ๕ ปี ปีนี้ระบาดมากกว่าปีที่แล้วถึง ๑.๖ เท่า ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เราต้องบอกว่าต้องใช้อาศัยความร่วมมือทุกองคาพยพ วันนี้มีโรคไข้เลือดออก ซึ่งถือว่าอาการบางคนอาจจะไม่คุ้นชิน เพราะเข้าใจว่าปีนี้เป็นไทพ์ ๒ (Type 2) ซึ่งเป็น ไทพ์ (Type) ที่ดุ ทุกครั้ง ๓๔ เพราะฉะนั้นวันนี้จะมีไข้สูง ปวดหัว ซึม คลื่นไส้ อาเจียน แต่แยกได้คือไม่เหมือนอาการหวัด คือไม่มีไข้ ไม่มีไอ ไม่มีน้ำมูก มีไข้ มีจุดแดง ๆ ขึ้น หน้าแดง ปวดท้อง เลือดออกในช่องท้องหรือกำเดาไหล ซึ่งโรคนี้ผมมีความเป็นห่วง เพราะอยากจะฝากถามถึงกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะมาตรการที่รัฐบาลจะมีการ บริหารจัดการดูแล เฝ้าระวัง ป้องกันไข้เลือดออกแบบครบวงจร มีมาตรการเร่งด่วน โดยเฉพาะระยะสั้น ระยะยาวอย่างไร

อันที่ ๒ เรื่องที่สำคัญก็คือ มาตรการที่เราทำกันก็คือ ๓ เก็บคือ เก็บบ้าน ให้สะอาด แจกันไม่ให้มีน้ำ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอจาตุรงค์ มากนะครับ ต่อไปลำดับที่ ๑๙ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขอเชิญครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ให้ช่วยทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจาก

ประเด็นแรกก็คือเกิดอุบัติเหตุบนสะพานต่อเนื่องจนถึงถนนที่หมู่ ๖ ตำบลเบิกไพร ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งบริเวณนี้มีทางร่วมทางแยก ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อย ซึ่งสามารถทำทางยูเทิร์น (U-Turn) รอดใต้สะพานได้ ซึ่งผมได้ลงไป สำรวจปัญหากับผู้นำท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว จึงขอความกรุณาท่านประธานช่วยประสาน ทางกระทรวงคมนาคม

ประเด็นที่ ๒ ก็คือทางลอดใต้ทางรถไฟ เนื่องจากมีโครงการรถไฟรางคู่ในเขต เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ซึ่งได้มีการอนุมัติในการทำบล็อกอันเดอร์พาส (Block underpass) ซึ่งสามารถที่จะรอดได้เพียงแต่รถจักรยานยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ จึงอยากให้ท่านประธาน ได้ประสานกับทางกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ขยาย เพื่อให้ทาง บล็อกอันเดอร์พาส (Block underpass) นั้นสามารถให้รถกระบะหรือรถยนต์นั้นได้ลอดผ่าน ใต้ทางรถไฟได้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ กราบขออนุญาตท่านประธานช่วยประสานถึงท่านรอง นายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากช่วง ๑ เดือนที่ผ่านมา ในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่งซึ่งเป็นใจกลางตัวอำเภอได้มีคดีอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นถึง ๒ คดี คดีแรก ได้มีคดียิงกันในช่วงกลางวันนะครับ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคมที่ผ่านแล้วก็คดีที่ ๒ ไม่ถึงเดือนนะครับ ก็ได้มีไล่ยิงกันที่เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่งซึ่งห่างจากสถานีตำรวจภูธร อำเภอบ้านโป่งไม่กี่ร้อยเมตรซึ่งอยู่ใจกลางตลาด ซึ่งเป็นเรื่องอุกฉกรรจ์อยากให้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีมาตรการป้องกันเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นใจกลางตัวอำเภอ บ้านโป่ง กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ลำดับที่ ๒๐ ท่านพัฒนา สัพโสครับ

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก เรื่องราคาวัวตกต่ำซึ่งพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดสกลนคร รวมถึง พี่น้องคนไทยที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ท่านประธานครับ ราคาวัวเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ตัวหนึ่งประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันนี้วัวตัวละ ๔๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๒๒,๐๐๐ บาทท่านประธาน ๒๒,๐๐๐ บาทนี่พ่อค้าคนกลางนะครับ ชาวบ้านเหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท ราคามันตกลงถึงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซื้อ ๔๐,๐๐๐ บาท ขาย ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผมเองก็แปลกใจนะครับเรื่องนี้ รัฐบาลเองก็เป็นนโยบายที่บอกว่า ให้ ธ.ก.ส. ให้กรมปศุสัตว์ ให้กลุ่มจังหวัดสนับสนุนในการแจกโค-กระบือพี่น้องประชาชน เกษตรกร วันนี้ผมถึงอยากจะฝากนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลชุดนี้นะครับ ไม่เกี่ยวกับชุดที่แล้วนะท่านประธาน ชุดนี้บอกว่าให้แก้ไขราคาวัวที่รัฐบาลชุดที่แล้วสนับสนุน ให้มันขาดทุนน้อยหน่อยนะครับ อาจจะไม่ต้องให้ถึง ๔๐,๐๐๐ บาทก็ได้ให้สัก ๓๐,๐๐๐-๓๕,๐๐๐ บาท จริง ๆ มีเรื่องตั้ง ๓ เรื่องนะ แต่วันนี้ผมว่าเรื่องวัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับพี่น้องเกษตรกร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณพัฒนานะครับ ลำดับที่ ๒๑ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนมาในเรื่องของน้ำเน่าเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คลองลำปลาทิว ท่านประธานคะปัญหานี้ดิฉันเคยได้หารือเมื่อดิฉัน ดำรงตำแหน่งเมื่อสมัย พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ณ วันนี้ปัญหานี้ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซาก โดยที่ไม่มีผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขแต่อย่างใด ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นความบกพร่องของ เจ้าหน้าที่หรือเป็นความปล่อยปละละเลยที่ไม่รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ฉะนั้นแล้ว ท่านประธานคะ พื้นที่ของลาดกระบังนั้นประกอบไปด้วยคลองหลายสาย หลายเส้น และในส่วนของคลองลำปลาทิวนั้นอยู่ในส่วนที่ติดกับนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ดิฉันเอง ได้รับทราบว่าทางการนิคมนั้นมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองด้วย แล้วก็รวมถึง การอุตสาหกรรมนั้นทำให้น้ำเป็นพิษด้วย และในบางส่วนของเขตลาดกระบังก็จึงมี ความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วย ฉะนั้นแล้วเป็นผลพวง ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นเครือข่ายแล้วก็เป็นห่วงโซ่ที่จะทำให้เกิด อันตรายขึ้นกับสังคมในปัจจุบันได้ ดิฉันเองจึงอยากที่จะประสานทางสภาผู้แทนราษฎรถึงกระทรวงอุตสาหกรรมให้ทำงาน ร่วมกับกรุงเทพมหานครในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่เขตลาดกระบัง และไม่เพียงแค่ลาดกระบังเท่านั้นค่ะ หนองจอก รวมถึงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นก็ได้รับ ผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน จึงขออนุญาตประสานสภาผู้แทนราษฎรถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ลำดับที่ ๒๒ ท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องของผิวถนนการจราจรของถนนเพชรเกษมชำรุดทรุดโทรม ตั้งแต่มีการก่อสร้างทางรถไฟบนถนนเพชรเกษม จนถึงปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลายาวนาน เกือบ ๗ ปีแล้วค่ะ ตอนนี้มีการทำถนนไม่ว่าจะเป็นก่อนถึงคลองบางไผ่ หรือหลังจาก คลองราชมนตรี ได้มีการบูรณะซ่อมแซมถนนให้เรียบร้อยแล้ว แต่ดิฉันและชาวพื้นที่ ภาษีเจริญไม่มีความเข้าใจและมีความสงสัยอย่างยิ่งว่าเหตุใดตั้งแต่เพชรเกษม ซอย ๑๙ จนถึงเพชรเกษม ซอย ๓๙ เป็นระยะทาง ๕ กิโลเมตร ยังไม่ได้รับการดูแลให้ถนนนั้นเรียบ จึงขอฝากท่านประธานให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลพื้นที่เพื่อลด การเสียหายและการเดินทางของพี่น้องชาวภาษีเจริญค่ะ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการก่อสร้างอาคารสูง โดยที่ความปลอดภัยนั้น ถึงปัจจุบันนี้เราคงจะได้ทราบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อย ๆ ว่ามีการก่อสร้างที่ทำให้ เกิดอุบัติเหตุตลอดระยะเวลา ล่าสุดในเรื่องของโรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ก็มีการหัก ของแขนเครน (Crane) ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุตกใส่นักเรียนให้บาดเจ็บและได้รับความเสียหาย กับโรงเรียนจำนวนมากมายมหาศาล ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถ ที่จะป้องกันและแก้ไขให้อุบัติเหตุนั้นลดน้อยลงได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบังคับดูแล ควบคุมเจ้าหน้าที่ที่ขับรถเครน (Crane) หรือวิศวกรผู้ควบคุมงาน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจ ดิฉันขอฝากด้วยค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ลำดับที่ ๒๓ ท่านจีรเดช ศรีวิราช ครับ

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องจากว่าเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมานั้น ผมพร้อมทั้งท่าน ร้อยเอก ดอกเตอร์ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๑ ได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรในเรื่องหนอนกระทู้ระบาดในเขตพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งหนอนกระทู้ตัวนี้ เป็นหนอนกระทู้สายพันธุ์ใหม่ นักวิชาการเกษตรของทางจังหวัดได้รายงานว่าหนอนกระทู้ ตัวนี้นั้นได้เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาผ่านมาทางประเทศอินเดียเข้ามาสู่ประเทศพม่า เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ผ่านสารเคมีที่ใช้กำจัดแมลงมาเยอะมาก วันนี้มี ภูมิต้านทานไม่สามารถที่จะฆ่าได้ถ้าหากว่าเต็มวัย ผมเองได้ตระหนักลงพื้นที่ไปหลายอำเภอ ทั้งในอำเภอดอกคำใต้ และอำเภอปง เสียหายหลายหมื่นไร่ ได้สอบถามท่าน ส.ส. จักรัตน์ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ก็เช่นเดียวกันครับ ทั้ง ส.ส. ประทวน ของจังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก็ได้รับ ความเสียหาย คาดว่าน่าจะเสียหายไปนับล้านไร่แล้ว เพราะเป็นหนอนที่ได้รับสารเคมี มาเยอะมากนะครับ มันเลยเป็นหนอนที่ดื้อยา วันนี้ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทำอะไรก็รีบทำ กระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกันนะครับ ถ้าหากว่าประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ให้กับพี่น้องประชาชนได้จะได้ใช้งบประมาณเข้ามาแก้ปัญหา พี่น้องท้องถิ่นก็รอนะครับ รอทางจังหวัดจะสั่งการว่าเมื่อไรจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพราะว่าวันนี้เศรษฐกิจของชาวบ้านและเศรษฐกิจของประเทศกำลังจะวอดวายนะครับ เพราะว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ขอฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ลำดับที่ ๒๔ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภครับ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับผมมีเรื่องที่จะตั้งกระทู้สดถาม ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ผมเพิ่งทราบเมื่อสักครู่นี้เองว่า มีจดหมายด่วนทำการเลื่อนให้ผมเป็นกระทู้สดในอาทิตย์ถัดไป ท่านประธานครับวันนี้ ผมตั้งใจเหลือเกิน เพราะพี่น้องชาวตำบลจันทึก วังไทร คลองม่วง ขนงพระ หนองสาหร่าย ทั้งอำเภอปากช่องและพี่น้องชาวอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงหนอนกระทู้ได้กัดกินต้นข้าวโพดเฉกเช่นเดียวกับจังหวัดสระบุรี ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ส.ส. องอาจ วงษ์ประยูร แสดงว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับ ความเสียหายจากหนอนกระทู้ ท่านประธานครับวันนี้ผมตั้งกระทู้สดถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ท่านได้รับแต่งตั้ง ได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว ความจริงแล้ว ท่านต้องมาตอบ ท่านประธานครับพี่น้องชาวอำเภอปากช่องและทั้งประเทศเขาเดือดร้อนมาก ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ผมรู้ว่าพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนแสนเข็ญขนาดไหน เขามาด้วยน้ำตา มาหาผู้แทนราษฎร วันนี้มีสภาผู้ทรงเกียรติแต่ไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ ที่พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า เกรงว่า ๓ เดือนที่ผ่านมายังตั้งรัฐบาลไม่ได้ วันนี้หวั่นใจ เหลือเกินครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทันท่วงทีหรือเปล่า ผมจึงนำเรียนหารือท่านประธานไว้ ณ สภาแห่งนี้ว่าพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนแสนเข็ญ ขอความเห็นใจด้วยจากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ ยังไม่ทันถาม ก็จบ ๒๔ ท่าน ผมต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ ช่วยกันรักษาเวลา ทำให้เพื่อนเราได้มีโอกาสนำเรื่องมาปรึกษาได้ครบถ้วนครับ ซึ่งปกติเราทำไม่ได้ครับ ส่วนประเด็นใดที่เพื่อนสมาชิกเสนอยังไม่สมบูรณ์ เช่นตกไปครึ่งข้อ ด้วยความเข้าใจและเห็นใจ ท่านทำหนังสือเพิ่มเติมเข้ามาได้ครับ แล้วทางสภาก็จะได้ส่งเรื่องที่สมบูรณ์ของท่าน ไปให้รัฐบาลตามข้อบังคับที่เราใช้อยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ถือโอกาสขอบพระคุณ ที่ทุกคนได้รักษาเวลาทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้ครบถ้วนทุกคนที่เสนอขอคำปรึกษา มาทั้ง ๒๔ ท่านครับ โดยที่เมื่อสักครู่นี้ทั้งหมดนั้นเราไม่ได้ถือองค์ประชุมนะครับ แต่ว่าบัดนี้สมาชิกเข้าประชุมครบองค์ประชุม ๔๕๗ ท่านแล้ว ผมขอเปิดประชุมครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๗ คน

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

ระเบียบวาระแรกของการประชุมในวันนี้ก็คือเรื่องของกระทู้ถามนะครับ เดิมทีเดียวก็มีกระทู้ที่ผมเคยเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่ามีกระทู้ปกติของสมาชิก ๑๒ กระทู้ เป็นของท่านสมาชิกคุณครูมานิตย์ ๘ กระทู้ เป็นของท่านอื่นท่านละกระทู้ แล้วก็มีท่านถอนไป ขณะนี้ก็มีกระทู้อยู่ ๑๐ กระทู้ มีถอนไป ส่วนกระทู้ของท่านสมาชิก ที่ถามวันนี้ก็จะไล่ไปตามลำดับ โดยวาระแรกนั้นขออนุญาตที่ประชุมว่าขอเข้ากระทู้ถามสด เนื่องจากมีการเสนอกระทู้ถามสด เข้ามาเมื่อตอนก่อนประชุมตามเวลาที่กำหนดไว้ให้ ผมจึงขออนุญาตให้เข้าสู่กระทู้ถามสด ทีนี้กระทู้ถามสดนั้นขอเรียนเพื่อนสมาชิก วันนี้เราเป็นวันเริ่มแรกที่เรามีการซักกระทู้กัน อย่างที่สมาชิกก็ได้ปรารภอยู่หลายครั้ง และผมก็เรียนว่าปกติตราบเท่าที่ยังไม่มีรัฐบาล ตั้งมาใหม่นี่สภาเราก็ไม่มีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ แต่ด้วยมาตรา ๒๖๔ บทเฉพาะกาล ที่ให้รัฐบาลยังคงเป็นรัฐบาลอยู่ก็มีสิทธิ จึงต้องมีหน้าที่ด้วย ดังนั้นเราก็บรรจุเรื่องเหล่านี้ เข้าไปตามหน้าที่ ก่อนที่จะเข้ากระทู้ถามสด ท่านครูมานิตย์มีอะไรหรือไม่ครับ เชิญเลยครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จริง ๆ ผมอยากใช้สิทธิเมื่อคราวถึงวาระที่ผมได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ไว้นั้นก็คือ กระทู้ถามทั่วไป ท่านประธานจะอนุญาตให้ผมคุยและหารือต่อไปเลยหรือไม่เพื่อจะได้จบ เมื่อลุกขึ้นมาแล้วครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

คือผมเข้าใจที่ท่านประธานได้เรียน เมื่อสักครู่ว่ากระทู้ถามสดนั้นไม่มีคนมาตอบ และผมก็เช่นกันครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครูมานิตย์ครับ กระทู้ถามสดมีมาแล้วครับ ผมเรียนเลยมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล มาแล้ว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านไพรินทร์ ชูโชติถาวร มาแล้ว ดังนั้นกระทู้ถามสดได้ตอบครับ ส่วนกระทู้ของท่านครูมานิตย์ เอาไว้ทีหลังนะครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตเรียนเรื่อง กระทู้ถามสดนะครับ กระทู้ถามสดนั้นสามารถบรรจุได้ครั้งละ ๓ กระทู้เท่านั้น และถ้าเกิน จากนั้นก็ให้ประธานจับสลากให้เหลือ ๓ กระทู้ ลักษณะกระทู้นี้ก็จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เกี่ยวกับความสนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน เป็นเรื่องด่วน ซึ่งสมาชิกสามารถถามได้ ๓ ครั้ง กระทู้ถามทั่วไป ๒ ครั้ง ให้เวลากระทู้ถามละ ๒๐ นาที ๓ กระทู้ถาม เขาคำนวณไว้ ๑ ชั่วโมง กรณีกระทู้ถามสด ดังนั้นท่านผู้ถามเข้าใจตามนี้แล้วก็บริหารเวลาว่าใน ๒๐ นาที ท่านสามารถจะถามได้ครบ ๓ ครั้ง หรือถ้าถามครบถ้วนแล้วก็ไม่ได้บังคับว่าต้องถามให้ครบ ๓ ครั้ง เพียงแต่ว่าถ้าสมมุติ ว่ายังไม่ครบถ้วนท่านถามต่อได้ ๓ ครั้ง ก็เรียนที่ประชุมได้รับทราบ

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๑ ส. เรื่อง โครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ที่ยังคงอำนาจของ คสช. รวมถึงควบคุมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน (พลโท พงศกร รอดชมภู เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกครับ

พลโท พงศกร รอดชมภู แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลโท พงศกร รอดชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอตั้งกระทู้ถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับ มอบหมาย ในเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. และอำนาจของ คสช. ที่ยังอยู่ในการควบคุมและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก่อนที่จะไปตอบคำถาม ขออนุญาตปูพื้นนิดเดียวว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร โดยอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. นั้นจะมีอยู่ ๓ คำสั่ง ของ คสช.คือคำสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ คำสั่งที่ ๑๓/๒๕๕๙ และคำสั่งที่ ๕๑/๒๕๖๐ ทั้ง ๓ คำสั่งนี้ยังมีอำนาจอยู่ และจะหมดไปเมื่อออกพระราชบัญญัติมายกเลิกเท่านั้น ทบทวนอีกนิดหนึ่งก็คือว่าในทั้ง ๒ คำสั่งแรกคือคำสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ และคำสั่งที่ ๑๓/๒๕๕๙ ก็คือการให้ทหารมีอำนาจในการตรวจค้นจับกุม ของคำสั่งที่ ๑๓/๒๕๕๙ ก็มีการยึดทรัพย์ ได้ด้วย และเราก็จะคุ้นชินกับการที่จะมีทหารเข้าไปพบพวกท่าน รวมทั้งสมาชิกพรรคของ กระผมเอง หรือของนักการเมืองที่อยู่ในท้องถิ่นหรือแม้แต่ชาวบ้านเอง ก็มีผู้ที่มานั่งคุย มานั่ง ให้กำลังใจประชาชน โดยที่ประชาชนไม่ปรารถนา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมาในโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ของ กอ.รมน. ก็คือคำสั่ง คสช. ที่ ๕๑/๖๐ มันมีที่มาที่ไปตั้งแต่เรื่องของนิยาม ที่บอกว่า เรื่องความมั่นคงภายในราชอาณาจักรนั้นก็ดำเนินการได้ตั้งแต่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วก็มี การใส่เข้าไปในเรื่องของอำนาจหน้าที่ใหม่ คือการบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มขึ้นมาจากเดิม แล้วก็ให้ทางสำนักงบประมาณจัดงบประมาณให้ เรื่องการที่ทหารจะไปช่วยการบรรเทา สาธารณภัยนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก กระผมก็เคยอยู่ในศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ในสมัยที่ท่านประธานสภาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เคยพาท่านไปตรวจเยี่ยมพื้นที่น้ำท่วม กรุงเทพมหานครในช่วงนั้นด้วย เราทราบว่าเรื่องการของบรรเทาสาธารณภัยเป็นเรื่องของ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน อันนี้เป็นสากลทั่วโลกนะครับ แล้วทั้งโลกก็จะใช้ผู้เชี่ยวชาญ เป็นพิเศษในกรณีที่เราจะดำเนินการทางทหารเราจะมีสิ่งหนึ่งที่เราเรียกว่า การปฏิบัติการ ทางทหารนอกเหนือจากการรบหรือสงคราม ซึ่งทหารจะมีการฝึกหน้าที่ของตัวเอง แล้วจะมี การฝึกเพิ่มเล็กน้อย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัยนี้ก็คือ เรื่องของการบรรเทาสาธารณภัยจากอาวุธอำนาจทำลายล้างสูง เช่นสารเคมีที่ไหม้และ การดับแบบปกติทำไม่ได้ วิธีการก็คือต้องใช้หน้าที่ของฝ่ายพลเรือนก็คือป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือนเป็นเจ้าภาพหลักนะครับ แล้วเมื่อภัยนั้นยกระดับขึ้นสูง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมักจะมีผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เป็นนักวิชาการ เป็นผู้ที่มีความชำนาญจากต่างประเทศก็มีเข้ามา แล้วก็มาให้คำแนะนำต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าเรื่องเช่นนี้สมควรให้ใครดำเนินการ จะเป็นพลเรือนฝ่ายไหน จะเป็นนักเคมี หรือเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องรังสีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น แล้วที่เหลือก็จะมีการให้ทหาร เข้ามาช่วยนะครับ แต่ในการนี้เป็นการนำไปใส่บรรจุไว้ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรพร้อมกับจัดงบประมาณให้นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เหมือนกับ เป็นการซ้ำซ้อนกัน เดี๋ยวจะเป็นคำถามนะครับต่อไปในตัวโครงสร้าง กอ.รมน. เอง ในคำสั่ง ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ก็จะมีเรื่องที่น่ากังวลใจก็คือในระดับชาติเราก็เป็นโครงสร้างปกติ ซึ่งก็จะมี ท่านเสนาธิการทหารบกเป็นเลขาธิการ เป็นผู้ขับเคลื่อน กอ.รมน. แล้วก็จะมี ผบ. เหล่าทัพ อยู่ในนั้น และสิ่งที่ถ่ายทอดลงมาซึ่งต่างออกไปจากเดิมนั่นก็คือการให้แม่ทัพภาคต่าง ๆ เป็น ผอ.รมน. ภาค แล้วเป็นประธานคณะกรรมการ กล่าวคือนั่งหัวโต๊ะ แล้วจะมีอธิบดี อัยการอาวุโส ผู้บัญชาการตำรวจภาค และมีตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย เหล่านี้ เป็นรองประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกรรมการ และส่งถ่ายอำนาจนี้ลงไปอีก ทอดหนึ่งไปยังมาตราที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ คำสั่งในข้อ ๑๓/๑ และ ๑๓/๒ คือให้อำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไปรวบรวมหลักการแบบเดิมก็คือให้อัยการจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด ขึ้นมาอยู่กับทางตัวผู้ว่าราชการจังหวัด ภาพนี้แสดงอะไรภาพนี้เป็นการแสดงว่ามีการรวม อำนาจความคิดไว้ที่ตัวทหารเป็นผู้นำ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย เข้ามาอยู่ในองค์กรนั้น จะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการรวมศูนย์ ความคิดและอาจจะมีการดำเนินการที่ทำให้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ ในแง่ ของการไม่เกิดความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมในตัวเองแต่สิ่งที่จะต้องมีอยู่ต่อไปก็คือ คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ และคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ซึ่งยังคงใช้ กอ.รมน. เป็นเครื่องมือในการ ดำเนินการได้อยู่ต่อไปถ้าไม่มีการยกเลิกนะครับ ดังนั้นคำถามที่ผมจะขออนุญาตเรียนถาม ขออนุญาตท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้เอกสารเล็กน้อยนะครับ คำถามก็คือ

ข้อที่ ๑ ทำไมกองทัพจึงให้ความสำคัญต่อภารกิจรองมากกว่าภารกิจหลัก กองทัพนั้นมีหน้าที่ในการป้องกันอริราชศัตรู ในการป้องกันเอกราช ทรัพยากรต่าง ๆ ทางกองทัพอาจจะบอกว่ามีกำลังพลมากพอจึงได้มาใช้กำลังพลส่วนหนึ่งมาอยู่ที่ทาง กอ.รมน. ปกติสมัยผมที่อยู่ ผมเคยอยู่ กอ.รมน. มา สมัยที่มีสงครามเย็น เราใช้คำว่า พลเรือน ตำรวจ ทหาร หรือ พตท. นั่นคือให้พลเรือนนำหน้า ตำรวจและทหารตามแต่ถ้าเหตุการณ์คับขัน เราก็ชงให้ทหาร เป็นผู้ดูแลนะครับ เราก็ทำงานร่วมกันทั้ง ๓ ฝ่าย แต่ขณะนี้เข้าสู่สถานการณ์ปกติ ดังนั้น พลเรือนจึงควรเป็นผู้มีสัดส่วนที่มากขึ้น แล้วผมก็เข้าใจว่าทาง กอ.รมน. เองก็อาจจะตอบว่า ก็ได้มีคำสั่งแล้วเมื่อปีที่แล้ว อยากให้มีสัดส่วนพลเรือนเพิ่มมากขึ้น แต่ผู้ขับเคลื่อนโดยภาพ ของโครงสร้างยังเป็นทหารนำอยู่ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่จะต้องขอคำอธิบายนะครับ แต่สิ่งที่จะตามมา ในข้อที่ ๑ นี้ก็คือเรื่องของความเชี่ยวชาญ ความชำนาญของทหาร ถ้าไปทำงานอื่นซึ่งไม่ใช่ งานหลักของท่านนานไป เมื่อกลับไปสู่กองทัพหลักท่านจะลืม ขณะเดียวกันในงาน ภารกิจหลักของท่านที่จะทำใน กอ.รมน. สมมุติว่าตั้งเป็นภารกิจหลักของท่านเอง ท่านก็ไม่มี ความชำนาญเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ดังนั้น กอ.รมน. จริง ๆ ควรจะเป็นสถานที่สำหรับ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ หรือผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องภารกิจต่าง ๆ สมมุติท่านจะทำ เรื่องบรรเทาสาธารณภัย ท่านต้องมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้จำนวนมาก ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มี ก็คงจะ เป็นข้าราชการทั่วไปมีความชำนาญเป็นแบบพื้นฐานเท่านั้น นี่คือปัญหาใหญ่ของท่านนะครับ ดังนั้นในข้อที่ ๑ นี้ก็คือการที่ กอ.รมน. ควรจะปรับโครงสร้างกลับไปเป็นปกติหรือไม่ ถ้าสมมุติว่าท่านถอนคำสั่ง คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ก็จะกลับไปเป็น กอ.รมน. รูปแบบเดิม ก็คือตามพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัยในราชอาณาจักรปี ๒๕๕๑ ที่ กอ.รมน. เป็นเพียงผู้ประสานงานนะครับ นั่นก็เป็นเรื่องที่จะช่วยได้

ข้อที่ ๒ คำสั่งและมาตรการต่าง ๆ ของ กอ.รมน. ถ้ากฎหมายก็คือคำสั่งที่ เป็นกฎหมายของ คสช. คือ คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ กับคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ยังคงอยู่ สิ่งที่เกิด ขึ้นมาก็คือท่านสามารถจะเข้าไปทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับก่อนที่จะมาสู่การเลือกตั้ง คือคำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ท่านยกเว้นข้อ ๑๘ เท่านั้น ก็คือการชุมนุมเกิน ๕ คน คือท่านอนุญาต ให้ชุมนุมเกิน ๕ คนได้เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่มาตราอื่น ๆ ยังอยู่ครบ เมื่ออยู่ครบ สิ่งที่ท่านจะดำเนินการต่อไปเมื่อท่านเห็นว่าสมควรหรือท่านเห็นว่าอาจจะเกิดภัยในนิยาม ของท่านเอง ก็จะเกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้นะครับ โดยเปรียบเทียบจาก การดำเนินการเท่าที่ผ่านมาช่วง ๓ ปีที่ผ่านมานะครับ

สิ่งที่น่าจะกังวลในฐานะของท่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คือ เรื่องทางการเมืองในข้อที่ ๒ นี้ คือถ้า กอ.รมน. เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่จะตามมาก็คือ การได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองนะครับ การได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านแม้แต่การทำ ธุรกิจหรือการทำประกอบการค้าของพี่น้องประชาชนทั่วไป นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ว่าท่าน ยังจะคงอำนาจต่าง ๆ ทั้ง คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ คำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ และคำสั่ง ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ไว้หรือไม่นะครับ แล้วก็สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเรื่องนี้ก็คือถ้าเราดูตัวของ คำสั่ง ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ในข้อที่มีการพูดถึงมากก็คือ มาตรา ๑๓/๒ (๗)

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้เป็นเวลาของท่าน ๑๐ นาที ท่านหมดเวลาถาม ต่อไปนี้ให้ทางฝ่ายรัฐมนตรีตอบนะครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ถามสดวันนี้นะครับ ตามที่ท่านได้กรุณาถาม ผมขออนุญาต ตอบตามประเด็นที่ท่านถามนะครับ

ประเด็นแรก ท่านถามว่า กองทัพให้ความสำคัญต่อภารกิจรองมากกว่า ภารกิจหลัก กระผมขอเรียนว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้นได้กำหนดให้ทหาร มีหน้าที่เพื่อความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งการใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศ ก็ยังคงที่จะ กำหนดภารกิจของกองทัพเพื่อการป้องกันประเทศเป็นหลักครับ เรื่องของการเตรียมกำลัง เรื่องของการฝึกศึกษาเรื่องความพร้อม นั่นคงเป็นภารกิจหลักของกองทัพ อย่างไรก็ตามในส่วนของการบรรเทาสาธารณภัยนั้น ทางกองทัพถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ประชาชนนั้นได้รับผลกระทบในเรื่องของทรัพย์สินก็ตาม หรือชีวิตก็ตาม ก็ได้ให้ ความสำคัญ เพราะว่ากองทัพเองนั้นมีหน่วยทหารครอบคลุมอยู่ทุกพื้นที่ แล้วก็มีเครื่องมือ มีความพร้อม เมื่อเกิดเหตุการณ์ประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ กองทัพก็จะเข้าไป เป็นส่วนแรกที่จะเข้าไปลดผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด แล้วก็จะส่งมอบพื้นที่ให้กับ ฝ่ายพลเรือน ขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการนั้นก็เป็นไปตามระเบียบแผนปฏิบัติก็คือว่า การป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนนั้นก็ยังเป็นหลัก กองทัพก็เป็นแค่สนับสนุนเท่านั้น ทหารเข้าไป ในขั้นต้น เสร็จแล้วก็จะส่งมอบพื้นที่ให้กับฝ่ายพลเรือนดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งที่ผ่านมาท่านสมาชิกก็คง เห็นว่าถ้าเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ นั้นทหารก็จะเป็นหน่วยแรกที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชน

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่ท่านถามว่า คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ หรือคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ที่ท่านกล่าวถึงนั้น เหมือนกับว่าจะให้อำนาจของ กอ.รมน. ผมขออนุญาตเรียนว่าคำสั่งทั้ง ๒ ฉบับนั้นก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาที่จะยกเลิก ยกเลิกคำสั่งทั้ง ๒ ฉบับ ในภาพของ กอ.รมน. นั้นใน พ.ร.บ. ในปี ๒๕๕๑ นั้นก็คงอำนาจไว้ตามนั้น สำหรับที่ท่านเป็นห่วง เรื่องของคณะกรรมการที่ท่านว่าในระดับคณะกรรมการอำนวยการในระดับจังหวัด และในระดับภาคนั้น ขอเรียนว่าในการทำงานของ กอ.รมน. นั้นท่านคงทราบดีว่าภัยคุกคาม หรือว่าความมั่นคงในปัจจุบันนั้นไม่เฉพาะความมั่นคงทางทหารเท่านั้น ความมั่นคงภายในนั้น มีหลาย ๆ เรื่องที่จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้หลบหนี เข้าเมืองก็ตาม เรื่องยาเสพติดก็ตาม เรื่องก่อการร้ายก็ตาม หรือเรื่องผู้มีอิทธิพล เรื่องอาวุธเถื่อน อาวุธที่ไปทำลายล้างสูง ที่ท่านได้กล่าวทั้งหมดนี้ก็ต้องทำงานบูรณาการร่วมกัน เพราะฉะนั้น ในแนวความคิดในการดำเนินการของ กอ.รมน. ก็คือว่าจะทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ก็มีกองอำนวยการระดับจังหวัด ขอเรียนว่าระดับจังหวัดนั้นก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็น ฝ่ายพลเรือน คณะกรรมการอำนวยการนั้นก็เป็นพลเรือนเสียส่วนใหญ่ แม้แต่ทหารเองก็อยู่ ภายใต้ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในระดับภาคมีแม่ทัพภาค แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีจังหวัด มีทางพลเรือนอยู่ในกองอำนวยการ แล้วหน้าที่สำคัญก็มีหน้าที่ในเรื่องของอำนวยการ เสนอแนะเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ที่จะไปปฏิบัติที่จะทำให้การดำเนินการยุติธรรมนั้นไม่ยุติธรรม การดำเนินการต่าง ๆ ก็เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยครับ ในขั้นต้นผมขออนุญาตตอบประเด็นของที่ท่านถาม ๒ ข้อนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงเวลาของท่าน พลโท พงศกรหมดไป แต่ว่าเนื่องจากกระทู้ถามด่วนที่ ๓ รัฐมนตรีขอเลื่อน ผมขออนุญาต เอาเวลานั้นมาเผื่อท่านพงศกรมีอะไรจะเพิ่มเติม เชิญครับ

พลโท พงศกร รอดชมภู แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอปิดท้ายเพิ่มเติมประมาณสัก ๒-๓ นาทีเท่านั้นเองนะครับ เรียนอย่างนี้ ว่าสิ่งที่ผมเป็นกังวลแล้วก็ทราบว่าท่านจะมีการเปลี่ยนแปลง มีการแก้ไขกฎหมาย อันนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่อยากจะมองต่อไปก็คือว่าแม้แต่การเปลี่ยนแปลงแล้วใน คำสั่ง ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ก็ยังให้อำนาจ กอ.รมน. ในการเข้าไปเรียกบุคคล เรียกเอกสาร มันก็จะเหมือนกับ คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ กับคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เพียงแต่ว่าแทนที่จะเรียกมา รายงานตัวก็เป็นการเชิญ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ อยากให้ท่านแยกกระบวนการยุติธรรมออกจากกัน เพราะปกติ ทั้งฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายอัยการ ควรจะเป็นอิสระต่อกัน แต่ท่านจะดำเนินการ จัดการก็เป็นการดี ดำเนินการภายใน อาจจะมีคำสั่งเพิ่มอะไรก็ตามก็แล้วแต่เพื่ออำนวยความ ยุติธรรมให้ประชาชน แล้วก็ทำให้สิทธิเสรีภาพประชาชนนั้นดีขึ้น ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ขออนุญาตเรียนว่า ในการดำเนินการตาม พ.ร.บ. กอ.รมน. ปี ๒๕๕๑ นั้นกระบวนการต่าง ๆ ก็เป็นไปตาม ขั้นตอนที่กำหนดไว้ แล้วก็มีการประกาศพื้นที่ มีการกำหนดข้อกำหนดแล้วถึงจะดำเนินการ ดำเนินการแล้วก็จะต้องมารายงานในสภาให้ได้รับทราบด้วย

เมื่อสักครู่นี้มีประเด็นที่ท่านถามเพิ่มเติมอยู่ประเด็นหนึ่ง เรื่องของสิทธิ เสรีภาพ ผมขอเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าบทบาทของ กอ.รมน. นั้นก็คืออำนวยการประสานงาน แล้วก็ขับเคลื่อนที่จะแก้ไขปัญหาความมั่นคงไปร่วมกัน ปัญหาความมั่นคงนั้นไม่เฉพาะ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะทำ ถ้าได้บูรณาการร่วมกันแล้วก็จะทำให้การดำเนินการนั้น ทุกหน่วยงานก็จะมีประสิทธิภาพไปด้วยกัน

อีกอันหนึ่งเรื่องที่ท่านบอกว่า คาดว่าจะเกิดและทำไมถึงกำหนดคำว่า คาดว่า ขออนุญาตเรียนว่า ในการคาดว่านั้นเป็นการป้องกันให้เกิดก่อน ท่านจำได้หรือไม่ครับ เมื่อตอนเกิดพายุปาบึก ก็เป็นการป้องกันทาง กอ.รมน. ก็เข้าไปที่จะอพยพคนก่อน ดำเนินการที่จะเตรียมการก่อน ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็น้อยลง หรือแทบว่าบางพื้นที่ ก็จะไม่เกิดเลย ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ก็จบกระทู้ถามสดเรื่องที่ ๑ นะครับ

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๒ ส. เรื่อง หนอนกระทู้กัดกินต้นข้าวโพด เสียหาย ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน (นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้ผมถือโอกาสเรียนว่าได้รับหนังสือจากรัฐมนตรีว่าเนื่องจากรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชา องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เอฟเอโอ คอนเฟอร์เรนซ์ (FAO Conference) ครั้งที่ ๔๑ ณ สำนักงานใหญ่ เอฟเอโอ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจเป็นวิทยากรฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา ๙๐๔ ของหน่วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ซึ่งได้มีกำหนดการไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถ ตอบกระทู้เรื่องนี้ได้ตามข้อบังคับเรื่องนี้เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องเรียนท่านศิรสิทธิ์ว่าถ้าติดใจ สัปดาห์หน้าท่านก็เสนอ เพราะว่ารัฐมนตรีได้ตอบในเรื่องอื่นมาด้วยครับว่าสัปดาห์หน้า การประชุมครั้งต่อไปท่านจะมาตอบกระทู้ถามของท่านครูมานิตย์ด้วย ท่านมีอะไรหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรผมขออนุญาตไปกระทู้ถามที่ ๓ นะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๐๐๓ ส. เรื่อง การจัดซื้อเครื่องบิน ๓๘ ลำ วงเงิน ๑.๕๖ แสนล้านบาท ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ท่านมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านไพรินทร์ ชูโชติถาวร มาตอบ กระทู้ถาม

ขอเชิญท่านมงคลกิตติ์ครับ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้เกียติในการรับกระทู้ถามสด แม้วันนี้จะส่งกระทู้สดช้าไป ๑๐ นาที รถมันติด แต่ผมเดินทางมาตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมที่มาตอบเรื่องนี้แทนท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจก็คือ ท่านดอกเตอร์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เผอิญว่าผมติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันก็ประมาณ ๔-๕ ปี แล้วก็เป็นคนเร่งรัดให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตเร่งชี้มูลความผิดการจ่ายสินบนโรลส์รอยซ์ (Rolls Royce) ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้ตั้งอนุไต่สวนกรณีการจัดซื้อเครื่องบิน เมื่อปี ๒๕๔๕-๒๕๔๘ ซึ่งมีวงเงินทั้งหมด ๓๙ ลำ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ แล้วก็ ในวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็มีเครื่องบินแอร์บัส เอ ๓๔๐-๕๐๐ (Airbus A340-500) ๔ ลำ แล้วก็แอร์บัส เอ ๓๔๐-๖๐๐ (Airbus A340-600) อีก ๖ ลำ แล้วก็ได้เปิดเส้นทาง การบินใหม่จากกรุงเทพฯ ไปลอสแอนเจลิส แล้วก็ไปที่นิวยอร์ก ปรากฏว่าวิ่งได้ประมาณ ๓๘ เดือน ก็ไม่คุ้มทุน ขาดทุนไปประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็พยายามโยก สายการบินใหม่ แต่สุดท้ายแล้วก็ปลดประจำการไปตามลำดับ ณ ปัจจุบันก็จอดอยู่ที่อู่ตะเภา ซึ่งผมเองกับคณะได้ลงพื้นที่ไปที่สนามบินอู่ตะเภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เผอิญวิศวกรใหญ่ ได้พาเข้าไปชมเครื่องบินแล้วก็ภายในเครื่องบิน แล้วก็ยังมองว่าเครื่องบินดังกล่าวยังใช้การได้ แล้วก็เครื่องบินแอร์บัส (Airbus) มีอายุการใช้งานน่าจะอยู่ราว ๆ ๒๕-๓๐ ปี แต่เครื่องบินรุ่นนี้ใช้งานไปแล้วประมาณสัก ๑๔ ปีด้วยกัน ยังมีอายุการใช้งานอีกสัก ๑๐ ปี ซึ่งตอนซื้อมา ณ ตอนนั้นประมาณ ๒๗๕ ล้านยูเอสดอลลาร์ (US Dollar) ตอนนั้นราคา ต่อรองจบอยู่ที่ถ้าไม่ผิดน่าจะประมาณ ๒๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ (US Dollar) ตอนนั้น ดอลลาร์ (Dollar) ๔๐.๓๐ ก็เฉลี่ยแล้วลำละประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ฝูงนี้ทั้งฝูง แอร์บัส เอ ๓๔๐ (Airbus A340) น่าจะประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมตกใจเห็นว่า การบินไทยกำลังจะขายเครื่องบินฝูงนี้ไปทั้งหมด ๘ ลำด้วยกัน ตกเฉลี่ยแล้วลำละ ๕๐๐ ล้านบาทด้วยกัน ๕๐๐ ล้านบาทนี้หมายความว่าต้องซ่อมด้วยนะครับ ต้องซ่อมด้วย ผมมองว่าราคาซื้อมาก็ประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ขายออก ๓๐๐ กว่า ๆ บวกค่าซ่อม ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ดูแล้วไม่ค่อยคุ้ม ทั้ง ๆ ที่ยังสามารถซ่อมบำรุง ๘-๙ ลำนี้ ใช้เงินประมาณไม่เกิน ๑,๕๐๐- ๒,๐๐๐ ล้านบาท ดีกว่าเราจะต้องไปใช้เงินถึงประมาณ ๖๐,๐๐๐- ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในการซื้อ ซึ่งวงเงินในการจัดซื้อครั้งต่อไป ราว ๆ ประมาณ ๑๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ๓๘ ลำ ชดเชยของเก่า แล้วก็เปิดเส้นทางการบินใหม่ ผมมองว่า ครั้งที่แล้วก็เป็นบทเรียนอยู่แล้วว่าเปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ มีอัตราเสี่ยงสูง ทางการบินไทย มีแผนระยะสั้น ระยะกลางอย่างไรบ้าง ในกรณีที่อาจจะผิดพลาด แต่ผมมองว่าครั้งที่แล้ว ไม่ได้ผิดพลาด แต่จะเป็นการทุจริตมากกว่าในการจัดซื้อเครื่องบินเมื่อประมาณปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๘ แต่ผมไม่ได้บอกว่าใครทุจริต ผมก็รอ ป.ป.ช. อยู่ แล้วก็ทางฝ่ายช่าง ก็ให้ความเห็นกับผมว่าเป็นไปได้หรือไม่ อย่าซื้อทั้งหมดเลย ๓๘ ลำเยอะเกินไป ซื้อบางส่วน เท่าที่จำเป็น แต่ก่อนซื้อให้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อนว่ามีความจำเป็นน้อยมากแค่ไหน แล้วก็ได้สำรวจเส้นทางการบินใหม่หรือเปล่าว่าจะเจ๊งเหมือนเก่าหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าประเทศเรามีหนี้สาธารณะปาไปประมาณ ๗.๐ ล้านล้านบาทแล้ว แล้วผมไม่เชื่อว่าการบินไทยจะมีเงินไปซื้อเครื่องบินใหม่ นอกจาก ต้องไปกู้เงินเพิ่ม เบื้องต้นผมก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจง เรื่องเก่าด้วย ถ้ามีข้อมูลว่าการบินไทยปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๘ หลังจากที่ ป.ป.ช. ตั้งอนุไต่สวนแล้ว ทางการบินไทยดำเนินการอย่างไรบ้างกับคนที่เกี่ยวข้องในอดีต ต้องดำเนินการ๒ อย่างด้วยกัน ทางอาญาแล้วก็ทางวินัย อย่างน้อย ๆ การบินไทยรัฐก็ยังถือหุ้นในจำนวนที่มากกว่า คำถามเบื้องต้นก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยอธิบายให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลพี่น้องประชาชนฟังคร่าว ๆ และอีกสักครั้งหนึ่ง เดี๋ยวผมจะขึ้นมาถามเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถาม แทนท่านรองนายกรัฐมนตรี

ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามถึงเรื่องการจัดซื้อฝูงบินใหม่ ของการบินไทย ๓๘ ลำ ผมขออนุญาตเรียนว่าในการจัดซื้อยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ รัฐบาล ยังไม่ได้มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นในเครื่องบินใหม่ ๓๘ ลำ ขออนุญาต เรียนว่าทั้งหมด ๓๑ ลำเป็นการทดแทนเครื่องบินเก่า จะมีเครื่องใหม่ ๆ เพิ่มเติมเพียง ๗ ลำ และตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามถึงประเด็นปัญหาของการจัดซื้อฝูงบิน ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินรุ่นที่เรียกว่า แอร์บัส เอ ๓๔๐ (Airbus A340) ซึ่งเรา มีอยู่ทั้งหมด ๑๑ ลำ แล้วก็มีปัญหาว่าไม่สามารถนำเข้ามาใช้ให้บริการได้ โดยข้อเท็จจริงว่า เครื่องบินแอร์บัส เอ ๓๔๐ (Airbus A340) เป็นเครื่องบินที่ยังมีสภาพพร้อมที่จะใช้งาน แต่ว่าเนื่องจากสภาพธุรกิจการบินที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แอร์บัส เอ ๓๔๐ (Airbus A340) เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง ซึ่งใช้บินเส้นทางระยะยาว อย่างเช่นจากประเทศไทย ไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ชั่วโมงบินประมาณ ๑๗-๑๘ ชั่วโมง แอร์บัส เอ ๓๔๐ (Airbus A340) เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง การออกแบบรุ่นสุดท้ายที่ยังใช้เครื่องยนต์ ๔ เครื่องยนต์ ในช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมีความนิยมที่จะเดินทางบินรวดเดียว จากเอเชียเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันได้เพิ่มสูงขึ้นประกอบกับความนิยมที่จะบินรวดเดียว ๑๗ ชั่วโมงเปลี่ยนไป ก็จะเห็นว่าไม่ใช่แต่สายการบินไทย สายการบินอื่น ๆ ก็ได้มีการระงับเส้นทางบินดังกล่าว ในกรณีของประเทศไทยเองเราก็มีปัญหาที่ว่าหลังจาก ไอเคโอ (ICAO) ได้ยกธงแดง เรายังมี ปัญหาว่าเรายังไม่สามารถที่จะบินเข้าไปในสหรัฐอเมริกาได้ ฉะนั้นเครื่องบินลำตัวกว้างที่มี ๔ เครื่องยนต์แล้วก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้ว่าเมื่อนำมาบินใน เส้นทางบินที่มีระยะทางสั้นกว่าแล้วนี่ก็จะมีปัญหาในเรื่องของต้นทุน และโดยเหตุผลดังกล่าว ความนิยมของการบินในระยะสั้นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเครื่องบินลำตัวแคบมีความต้องการ มากยิ่งขึ้น จากการศึกษาในสภาพดังกล่าวก็เข้าใจว่าสำหรับการบินไทยเองแล้วจึงมีแผนที่จะ ปลดระวางเครื่องบินเอ ๓๔๐ (A340) ทั้งหมด ซึ่งในขณะนี้เข้าใจว่าอยู่ในขั้นตอนที่จะขาย ออกไป แต่เนื่องจากว่าตัวเครื่องบินเองในระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการเสื่อมค่ามีการลดค่า ทางบัญชีไปแล้ว ฉะนั้นความแตกต่างของราคาเครื่องบินก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาชี้แจงถึง แต่ผมเชื่อมั่นว่าในการทำแผนการจัดซื้อฝูงบินใหม่ จำนวน ๓๘ ลำ ซึ่งเป็น การทดแทน ๓๑ ลำ และซื้อใหม่จริง ๆ เพียง ๗ ลำเอง โดยส่วนใหญ่ขององค์ประกอบ เครื่องบินที่ซื้อในรุ่นใหม่เป็นเครื่องยนต์ ๒ เครื่องยนต์ทั้งสิ้น และส่วนใหญ่เป็นเครื่องบิน ลำตัวแคบ ซึ่งเหมาะกับสภาพของธุรกิจในการบินในปัจจุบัน ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมีการ พิจารณาโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ถึงขั้นของการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีครับ

นายชวน หลีกภัย

(ประธานสภาผู้แทนราษฎร : ขอบคุณครับ เชิญสมาชิก

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ เบื้องต้นก็พอเข้าใจนะครับ เรื่องธุรกิจ ว่ามันไม่คุ้มเรื่อง ๔ เครื่องยนต์กับ ๒ เครื่องยนต์ แต่ผมถามว่าทำไมช่วงปี ๒๕๔๕-๒๕๔๘ ต้องซื้อ ๔ เครื่องยนต์ แล้วก็ตัดสินใจพลาดหรือมีความคิดอย่างไร ผมไม่แน่ใจ เผอิญว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไม่ได้เป็นบอร์ดการบินไทย ณ ช่วงเวลานั้น ผมก็ไม่ได้ ว่าท่านนะ เพียงแต่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ที่บอกว่าจะซื้อแทนลำเก่าอีก ๓๑ ลำ แล้วก็ลำใหม่จริง ๆ อีกประมาณ ๗ ลำ แน่ใจหรือไม่ว่าครั้งนี้ซื้อแล้วจะไม่ขาดทุน มีอะไร เป็นหลักประกันได้บ้างว่าจะไม่ขาดทุน แล้วถ้าขาดทุนเงินนี้ ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรองนายกรัฐมนตรีกำกับกระทรวงคมนาคม บอร์ด(Board) การบินไทยทั้งบอร์ด (Board) เงินเดือนถ้ารวมกันน่าจะชดเชยไม่ได้ถ้าเกิด การผิดพลาดถูกหรือไม่ครับ แม้กระทั่งสภาแห่งนี้ก็ยังชดเชยไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ คิดหน้าคิดหลังแล้วก็ต้องดูต้นทุนในการจัดซื้อครั้งนี้ด้วย ต้องอย่าลืมนะประเทศเราถ้าเรา ไม่ได้จัดงบประมาณขาดดุลเราไม่มีเงินดำเนินการอะไรเลยนะครับ ไม่มีเงินเลยนะครับ เราต้องจัดงบประมาณขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มันไม่ใช่ธรรมดา เพราะฉะนั้นถ้าคิดแล้วตัดสินใจแล้ว ครม. ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๙ รอบ ๒ ร่วมตัดสินใจด้วย แล้วปรากฏว่าใช้งานไปแล้วประมาณ ๑ ปี เกิดผิดพลาด ผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมีทรัพย์สินช่วยกันแชร์ในการจัดซื้อเครื่องบินครั้งนี้ ด้วยหรือเปล่า ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา นี่คือสิ่งสำคัญนะครับ การเป็นรัฐมนตรีหรือการเป็น นายกรัฐมนตรีต้องมีความรับผิดชอบ รับผิดชอบนะครับ หมายความว่าห้ามบินหนี ไปต่างประเทศนะครับ ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการบริหารราชการแผ่นดินแม้ไม่ทุจริต แต่บริหารผิดพลาด ประชาชนก็ไม่ให้อภัย ก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไปคิดหน้าคิดหลังดี ๆ การตัดสินใจในการใช้เงินของแผ่นดิน ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมีวิธีอื่นหรือไม่ที่ทำให้ประหยัดมากกว่านี้ ที่ผมพูดนี่ผมพูดในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วก็เป็นเจ้าของภาษี แล้วก็ไม่อยากที่จะต้องมานั่งจ่ายหนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วก็ฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคิดหนัก ๆ นิดหนึ่งก่อนจะทำอะไรนะครับ เพราะท่านก็อายุไม่มาก ถ้าเกิดพ้นวาระไปแล้วเกิดอนุมัติไปในช่วงนี้แล้วเกิดปัญหาใน ๒ ปี ข้างหน้าท่านก็ต้องขึ้นศาล มันไม่สนุกสำหรับคนที่อายุเกิน ๖๐ แล้ว ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอขอบคุณ ความเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและยินดีจะน้อมรับเพื่อนำเสนอให้กับคณะกรรมการ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) รับพิจารณานะครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นะครับ แล้วก็เป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้น เป็นจำนวนมาก ผมเชื่อว่าคณะกรรมการบริษัทและท่านผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นมหาชนจะเป็น ส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลกำกับให้การบินไทยมีการวางแผนและพิจารณาตัดสินใจในการลงทุน ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าในปัจจุบันนี้การบินไทยเองก็ยังไม่มีแผนที่จะกลับไปวิ่งบินในสายบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสายการบินเส้นทางที่ยาวที่สุดเส้นทางหนึ่ง ใช้เวลาบินทั้งหมดถึง ๑๗ ชั่วโมง โดยไม่แวะหยุดพัก การบินโดยไม่แวะหยุดพักจำเป็นจะต้องขนน้ำมันไปเป็น จำนวนมาก ถ้าตราบใดที่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงต่าง ๆ ยังไม่สามารถคาดเดาได้ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ แล้วผมเชื่อว่าในขณะนั้นสายการบินอื่นซึ่งบิน เส้นทางตรง อย่างของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ ก็ได้หยุดบินพร้อม ๆ กับเรานะครับ ในปัจจุบันนี้ มีเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เครื่องบิน ๒ เครื่องยนต์ สามารถบินได้ ๑๗ ชั่วโมงแล้ว แต่ว่าก็ยังอยู่ ในช่วงของการทดลองว่าจะมีสายการบินใดที่จะกล้าบินในระยะเส้นทาง ๑๗ ชั่วโมง เหมือนอย่างเดิม ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่าในเรื่องของการดำเนินการต่าง ๆ จะได้มอบหมายและมอบนโยบายให้กับคณะกรรมการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้ความคิดเห็นทั้งหมดครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบนะครับ มีถามหรือไม่ครับ มีเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จบนะครับ เชิญครับ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมฝากนิดหนึ่งครับ เรื่องเก่าครับ ก็ฝากไปถามการบินไทยด้วยแล้วกันว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อเครื่องบิน ปี ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๔๘ แล้วหรือยัง จะได้ดำเนินการไปพร้อม ๆ กับ ป.ป.ช. ผมว่าน่าจะดีนะครับ เพราะว่า เดี๋ยวผู้กระทำความผิดตายไปก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ไม่ตรงกับกระทู้ถามแล้ว ครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไปครับ ก็จบกระทู้ถามด่วนนะครับ อีกกระทู้ถามหนึ่งได้เรียนแล้วว่า ได้ขอเลื่อนไป ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบพระคุณครับ ที่ไม่ค่อยสะดวกครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

ต่อไปเป็นระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไปนะครับ ผมเรียนเกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนต้น ว่าเราบรรจุไว้ ๓ กระทู้ แล้ว ๓ กระทู้นี้เป็นของท่านครูมานิตย์ทั้งหมดนะครับ เพราะท่าน เสนอมา ๘ กระทู้ ทีนี้ปรากฏว่าทั้ง ๓ กระทู้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ คือบางกระทู้ถามก็เป็น ของรัฐมนตรีที่ลาออกไปแล้ว แต่ว่ามีรัฐมนตรีรักษาการก็ตอบมา ขอเลื่อนนะครับ ไม่พร้อม ด้วยเหตุผล เช่น

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๑ เรื่อง การก่อสร้างถนน สาย ๒๒๖ จากสองช่อง จราจรขยายเป็นสี่ช่องจราจร(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

กระทู้เรื่องการก่อสร้างถนนสาย ๒๒๖ ได้แจ้งมาว่ามีภารกิจสำคัญนัดหมาย ล่วงหน้า ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามไป

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๒ เรื่อง มาตรการในการแก้ปัญหาข้าราชการครู (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กระทู้ถามต่อไปเรื่องครู รัฐมนตรีก็เปลี่ยนไปแล้วนะครับ ผู้รักษาการรัฐมนตรี ก็ตอบมาว่าเนื่องจากมีภารกิจสำคัญนัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ แล้วก็ บอกว่าเนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จึงเลื่อนตอบกระทู้ถามไป

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๓ เรื่อง การขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ส่วนกระทู้ถามที่ ๓ การขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ อันนี้ท่านรัฐมนตรีตอบมาโดยตรงเลยว่าตามที่ผมเรียนไว้ตอนต้นนะครับ แล้วท่านบอกว่า จะมาตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ในการประชุมครั้งถัดไป เพราะฉะนั้นกระทู้ถามนี้ก็คงจะมาตอบ แต่ ๒ กระทู้แรกยังไม่ตอบมาว่าจะมาตอบกระทู้ถามเที่ยวต่อไปหรือไม่ ท่านครูมานิตย์ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ขอบคุณท่านประธานครับ ที่บรรจุกระทู้ถามผมไว้ตั้ง ๓ กระทู้ แล้วก็ติดต่อกันด้วย อันนี้ กราบขอบพระคุณจริง ๆ แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่ได้เหตุผลอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจาก เพื่อนสมาชิกนะครับ บังเอิญผมส่งกระทู้ถามก่อน แต่ชีวิตของการเป็นผู้แทนราษฎรผมสับสน มากในช่วงนี้ สับสนจริง ๆ ว่าเรามาถึงจุดที่เรามีรัฐบาลไหนกันแน่ เรามีนายกรัฐมนตรีไหนกันแน่ แล้วเราก็จะอยู่กันแบบนี้หรือครับ ก็ดีครับท่านประธาน ผมว่ารัฐบาลใหม่ รัฐบาลรักษาการก็ไม่ใช่กฎหมายรัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าเป็นรัฐบาลตัวจริง เสียงจริง ตัวเป็น ๆ รัฐบาลหน้าหนังสือพิมพ์ ครม. หน้าหนังสือพิมพ์หลายคนเขาอยากจะ แสดงผลงาน ก็ยังไม่ได้แสดงสักทีหนึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ได้หรือไม่ครับว่า ตั้งแต่เราเลือกตั้งมาถึงวันนี้ ๔-๕ เดือนแล้ว ผมให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นวันข้างหน้าอยู่ครบ ๔ ปี ตัวกลม ๆ ครับ แต่พอครบ ๔ ปีแล้ว สภาเราต้องต่อไปอีก ๔ เดือนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมหารือจะจบแล้วครับท่านประธาน อีกนิดเดียว มันจะได้ทดเวลาครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ผมจะเรียน ให้ทราบว่าสภาพมันเป็นอย่างนี้เพราะรัฐธรรมนูญมันเป็นอย่างนี้ ด้วยบทบัญญัติของ มาตรา ๒๖๔ มิฉะนั้นเราจะไม่มีประชุมกระทู้ถามอย่างนี้เลยครับ เพราะต้องรอรัฐบาลใหม่

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ และผมเข้าใจท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยว ๆ ท่านครับ อธิบาย ด้วยบทเฉพาะกาลให้รัฐบาลที่อยู่ในขณะนี้ ยังคงเป็นรัฐบาลต่อไปไม่ใช่รักษาการ เราถึงต้อง ใช้สิทธิของสภาในการประชุมและให้รัฐมนตรีซึ่งอยู่ขณะนี้มาตอบ ซึ่งรัฐมนตรี ๒ ท่านก็ถือว่า ท่านให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามด่วนของเรา เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือมันเป็นไปตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะบทเฉพาะกาล ซึ่งเราก็สงสัยกันอยู่ว่าทำไมเป็นอย่างนี้ โดยปกติ แล้วเมื่อเลือกตั้งเสร็จเราต้องหยุดจนกระทั่ง หยุดเป็นเดือน ๆ ถ้าท่านครูมานิตย์ไปดูเราหยุด เป็นเดือน ๆ หยุด ๓๕ วัน เดือนกว่า กว่าจะเปิดสภาได้เมื่อรัฐบาลใหม่ตั้งขึ้นมา แถลงนโยบาย แต่ว่าเที่ยวนี้เราเกือบไม่ได้หยุดเลย เพราะมันมีบทบัญญัติมาตรา ๒๖๔ ว่ามีรัฐบาลอยู่นะ และอยู่จนกว่ารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้าปฏิบัติ หน้าที่ กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นเลย เราก็เลยต้องใช้สิทธิที่รัฐบาลยังมีตัวตนอยู่นี้ มาดำเนินการงานในสภา ซึ่งอาจจะแปลกอย่างที่ท่านครูมานิตย์พูดเพราะว่ามันอยู่ในช่วง คาบเกี่ยว รัฐมนตรีก็ออกไปเหลือเพียงประมาณ ๑๗ ท่าน เพราะฉะนั้นกระทรวง บางกระทรวงก็ไม่มี มีแต่คนรักษาการ ซึ่งก็คงผมก็เข้าใจว่าความพร้อมที่จะตอบอะไรต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดอันนี้พอจะเข้าใจกัน แต่เราก็ได้ใช้สิทธิเต็มที่ครับ และผมก็ติดต่อประสานว่า ขอความร่วมมือให้ ถ้าท่านใดพร้อมขอให้มาตอบ แล้วก็อย่างน้อยที่สุดการปรึกษาก็จะทำให้ พวกเราได้มีโอกาสนำปัญหาชาวบ้านมาบอกกล่าว แล้วสภาก็จะทำหน้าที่นำข้อหารือทั้ง ๒๔-๒๕ ท่านที่ส่งมานี้ไปยังรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ท่านพูดไปก็ไม่หายไปกับรัฐบาลเก่าครับ ก็จะต้องส่งไปให้รัฐบาลใหม่ได้รับทราบว่าเราได้ใช้บทบาทสภานี้ในการเสนอปัญหา ของประชาชนไปสู่ผู้บริหารได้อย่างไร อันนี้ก็เรียนเพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลามาก ท่านครูมานิตย์ครับวาระต่อไปมีอีก เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

อีกนิดเดียวครับท่านประธาน บังเอิญท่านประธานก็ได้ดำริไว้ตั้งแต่ประชุมใหม่ ๆ ว่าเราต้องมาทำหน้าที่ เราห่างการ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนมาหลายปี ปัญหาของพี่น้องมากมายเหมือนกับการหารือมานี้ ๒๐ กว่าท่านเมื่อสักครู่ก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น แล้วเวลาเราหารืออย่างนี้เราจะได้รับการแก้ไข เมื่อไรท่านประธานครับ หรือจะรอแต่งตั้ง ครม. ใหม่หรืออย่างไรครับ นี่เป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ ผมขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ผมไม่เชื่อว่า ชาวบ้านเขาส่งไลน์มาบอกว่าตอนที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีกระเสือกกระสนทำทุกอย่าง ทั้งบัตรเขย่ง บัตรงีบ บัตรเพิ่ม บัตรหนีบอยู่ในหีบเต็มไปหมด แต่วันนี้ไม่มีทิศทางเลยว่า รัฐบาลใหม่พี่ ๆ ผมจะได้เข้าไปบริหารจัดการประเทศ เพราะอย่างน้อย ๆ นี่คือรัฐบาลตัวจริง รัฐบาลจากประชาชน ไม่ใช่รัฐบาลจากราชการครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครูมานิตย์ พอแล้วครับให้โอกาสพอสมควรแล้วครับ ต่อไปนี้ผมขออนุญาตนะครับ เนื่องจากว่า มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมารอวาระต่อไปอยู่ ขออนุญาตเสร็จวาระกระทู้ถามนี้ ส่วนปัญหา ที่ปรึกษาทั้งหมดนั้นทางสภาจะทำหนังสือไปนะครับ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องที่ท่านพูดนั้น จะส่งไปถึงรัฐบาลครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ ดำเนินงานจำนวน ๔,๐๕๙ ล้านบาทเศษ ค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง ๒,๔๕๙ ล้านบาทเศษ ในส่วนของการจัดการเก็บเงินรายได้เพื่อส่งรายได้แผ่นดิน สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดเก็บ เงินรายได้ที่เป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับ รวมทั้งรายได้อื่น ๆ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๓,๗๐๗ ล้านบาทเศษ ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ เป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๖๙๒ ล้านบาทเศษ ส่วนที่เหลือเป็นเงิน ๑๕ ล้านบาทเศษนั้น ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ไปในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ในปี ๒๕๖๑ สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน่วยเบิกจ่ายในสังกัด ทั้งหมดรวม ๒๗๕ หน่วย การเบิกจ่ายเงินถือปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมผลการดำเนินงานทั้งหมดแสดงในงบแสดงฐานะทางการเงิน และงบแสดงผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ สำนักงานศาลยุติธรรมจัดทำรายงาน การเงินภาพรวมให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบและนำส่งกระทรวงการคลัง ภายใน ๙๐ วันนับตั้งแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๐ และดำเนินการส่งรายงานการเงิน พร้อมกับรายงานผลการตรวจสอบ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ เปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ตามมาตรา ๗๒ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตั้งประเด็นข้อสังเกต ๓ ประเด็น

๑. รายงานที่เกี่ยวกับยอดการเงินคงเหลือ มีบัญชีต่ำกว่ารายละเอียด ประกอบงบการเงิน ๑๖๒ ล้านบาท ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้แก้ไขยอดเงินคงเหลือที่ต่ำกว่ารายละเอียดประกอบงบการเงินเหลือเพียง ๑๙ ล้านบาทเศษ

๒. ครุภัณฑ์สุทธิของสำนักงานศาลยุติธรรมตามข้อสังเกตของ สตง. เห็นว่ามีข้อสังเกตเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๓ ล้านบาทเศษ บัดนี้ได้แก้ไขคงเหลือยอดคงค้าง ๑๑๓,๐๐๐ บาทเศษนะครับ

๓. ก็คืองบเทียบยอดเงินฝากธนาคารของศาลจังหวัดนนทบุรี จำนวน ๖ บัญชี ไม่ได้มีการบันทึกบัญชีและไม่มีหลักฐานการจ่ายจำนวน ๓๙ ล้านบาทเศษ ขณะนี้ ได้ตรวจสอบและมียอดเงินคงเหลือประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งสำนักงาน ศาลยุติธรรมได้ติดตามเร่งรัดและดำเนินการให้หน่วยงานตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไข ปรับปรุงให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภายในไตรมาสที่ ๔ จึงกราบเรียนมายังท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อโปรดทราบครับ

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสมาชิกท่านแรกที่ส่งชื่อมาท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ผมมีคำถามเพื่อที่จะทำข้อเข้าใจไปถึงพี่น้องประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นสำนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนค่อนข้างมาก ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ชีวิตของคนได้ผูกพันกับสำนักงานศาลยุติธรรม

ประการแรก สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าสำนักงานศาลยุติธรรม มีวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญที่บ่งชัดที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิผลประโยชน์และเสรีภาพ ของประชาชนเป็นตัวตั้งเป็นตัวหลัก นอกจากการส่งเสริมทางด้านยุติธรรมต่อตุลาการแล้ว สิ่งที่สำนักงานศาลยุติธรรมหลักก็คือว่าต้องคุ้มครองปกป้องสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ ของประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านว่าประชาชนเขาสงสัย ประชาชน เขาไปศาล ๑. ตกเป็นผู้ต้องหา บางครั้งต้องไปเสียค่าปรับต่อศาล บางครั้งก็ต้องไปวางเงินศาล หลายประเภทค่าธรรมเนียมศาลอะไรต่าง ๆ ทำนองนี้ ซึ่งเกิดเป็นคำถามว่าเมื่อเงินเหล่านี้ ที่เขาวางไป ไม่ว่าจะเป็นเงินวางศาล ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ค่าขายทอดตลาด เงินประกันภัย เหล่านี้ แล้วศาลรับเงินไว้ก็นำไปฝากตามระบบเก็บรักษาของศาล ผมอยากจะ เรียนถามว่าเงินดอกเบี้ยที่มันเกิดขึ้นระหว่างที่นำไปฝากจะตกเป็นของเจ้าของเงิน หรือว่าจะตกเป็นของศาล ปรากฏว่าในทางปฏิบัติชาวบ้านที่ไปวางศาลแล้วเวลาไปขอคืน ๑. ขอลำบากมาก ช้า ๒. การเงินไม่ได้ดอกเบี้ยกลับคืนมา ดอกเบี้ยหายไปไหน ตรงนี้นะครับ

ประการที่ ๒ ที่ผมอ่านจากรายงานของสำนักงานศาลยุติธรรมบอกว่า เงินในส่วนนี้ไปจัดเป็นงบเพิ่มเติมงบประมาณ หรือเป็นรายได้ค่าธรรมเนียมศาลเพื่อเสริม เงินงบประมาณ รายได้ค่าปรับผู้ประกันเพื่อเสริมเงินงบประมาณ ยังไม่เข้าใจครับพี่น้อง ประชาชนหลายคนบอกว่าทำไมจะต้องเอาเงินค่าปรับหรือเงินดอกเบี้ยในส่วนนี้ไปเสริม เงินงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งอยากจะทราบว่าทำไมไม่ส่งเงินดอกเบี้ยกลับคืน ถึงประชาชน ทำไมถึงต้องไปเสริมเป็นงบประมาณ ซึ่งรายจ่ายตรงนี้ รายรับตรงนี้ เป็นที่สงสัยกันมาตลอด

ประการที่ ๓ อยากจะเรียนถามกับท่านว่าเงินที่ไปจัดให้ในส่วนหนึ่งที่จะ ส่งเสริมงานทางด้านปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ดีก็คืองานอาสาของทนายความ เป็นค่าใช้จ่ายที่บ่งบอกอยู่ในรายงานตรงนี้บอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อทนายความ แต่ในทางปฏิบัติทนายอาสาที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นค่าจ้างที่ต่ำมาก เป็นการลงทุนเพื่อปกป้อง สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ต้นทุนต่ำมาก ในวันละ ๑,๐๐๐ บาทที่ได้รับ ถ้าเป็นไปได้ อยากจะให้มีส่วนเพิ่มปรับปรุงในส่วนนี้ขึ้นไปจากวันละ ๑,๐๐๐ บาท อาจจะเป็น ๒,๐๐๐ บาท หรือ ๓,๐๐๐ บาท ตามฐานะทางเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนไป ตรงนี้จะเป็น การส่งเสริมในการที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ทนายความที่มี ความเก่ง ๆ ทนายความมีประสบการณ์ จะไปทำงานวันละ ๑,๐๐๐ บาทรู้สึกว่าเป็นค่า ที่ต่ำมากในการที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชน และอีกส่วนหนึ่งก็คือรายได้ จากค่าปรับแล้วไปจ่ายค่าตำรวจ มีตำรวจด้วยนะครับ ตรงนี้ผมอยากจะเรียนถามว่า ตำรวจโดยหลักแล้วเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็มีรายได้มีเงินเดือนประจำ การไปปฏิบัติ หน้าที่ที่ศาลต้องมีค่าป่วยการด้วยหรืออย่างไร ด้วยมีเหตุอะไรที่จะมาสนับสนุนตรงนี้ อยากจะทราบว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินเขาอยากจะเห็นเม็ดเงินที่ทางรัฐหักไปแล้วก็เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อยากจะเรียนถามกับท่าน คำถามสุดท้ายว่าการที่ท่านได้มี การจ้างผู้พิพากษาที่อาวุโสในการปฏิบัติหน้าที่จนถึงอายุ ๗๐ ปี ถามว่าค่าจ้างเหล่านี้ ท่านตั้งจากเงินเดือนที่ไปจากค่าปรับหรือว่าเงินงบประมาณแผ่นดิน ผลที่ตามมามีหลายคน ผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ที่เรียน จบกฎหมาย ผ่านระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วก็สำนักอบรมเนติบัณฑิต บอกว่าเขาพร้อมที่จะสอบแล้วก็ทำงานในสายตุลาการได้ แต่ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสอบทำหน้าที่เป็นศาล แล้วก็ทำหน้าที่ทางด้านยุติธรรม เขาฝากบอกว่าถ้าเป็นไปได้ ในการที่จะกำหนดอายุท่านผู้พิพากษาอาวุโสในการปฏิบัติหน้าที่ควรที่จะไม่เกินอายุ ๖๕ ปี เพราะความคล่องตัว มันสมองอะไรต่าง ๆ ความแอ็กทิฟ (Active) หรือความกระตือรือร้น ในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงในการพิจารณาคดีของศาล รู้สึกว่าคนรุ่นใหม่เขาบอกว่า มีไฟแรงในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง ความจริง พิสูจน์ความจริงในศาลเพื่อให้ความ ยุติธรรมแก่พี่น้องประชาชนจะได้ดีมากกว่า

แล้วเรื่องประการต่อมานะครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ศาลหรือสำนักงาน ตุลาการส่งเสริมทางด้านตุลาการก็คืองานวิจัย งานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการวิพากษ์วิจารณ์ตัวบทกฎหมายที่ไม่มีความจำเป็นที่จะประกาศใช้ต่อไปนะครับ ให้ประชาชนได้มีส่วนในการที่จะแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ ถือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่งเสริมในการปฏิรูปกฎหมายที่ไม่จำเป็น ไม่สำคัญ หรือล้าหลังไม่ทันต่อยุค ต่อสมัย ได้มีการปรับเปลี่ยน ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะนำเงินมาใช้ในการวิจัย ในการเปิดโอกาส ให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพได้มีส่วนมาศึกษาทางด้านวิชาการกับสำนักงานศาล

และอีกอันหนึ่ง ข้อที่ ๒ ก็คือว่าการพัฒนาบุคลากรของศาล รวมถึงบุคลากร ในส่วนกระบวนการยุติธรรมที่ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรม ตรงนี้น่าจะรวมถึงมหาวิทยาลัย หรือสถาบันด้วย น่าจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนของภาคประชาชนมีส่วนในการที่จะไปรับทราบ หรือกำหนดวิธีการในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนกันต่อไป ผมอยากจะเรียนถามโดยสรุปว่าเงินในค่าปรับ แล้วก็เงิน ในส่วนของค่าธรรมเนียม ค่าต่าง ๆ ที่ประชาชนเขาไปวางศาล ดอกเบี้ยที่เกิดนั้น ท่านได้ ดำเนินการอย่างไร ถ้าจะคืนให้ประชาชนทั้งหมดจะได้หรือไม่ครับ เพราะว่าเป็นเงิน ของประชาชน ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านปิยบุตรต่อนะครับ เดี๋ยวสัก ๓ ท่านแล้วค่อยให้ท่านเลขาธิการศาลยุติธรรมได้ตอบ เชิญเลยครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เรื่องที่จะอภิปรายในวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมในการอภิปราย เรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงาน ศาลยุติธรรมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ สาเหตุที่ต้องขอบคุณท่านประธาน ก็เพราะว่า การที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดจาอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง ของศาลนั้นสะท้อนให้ถึงว่าเรายังยืนยันเรื่องหลักการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร ทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ต่างก็เป็นองค์กร ผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน เราเพียงแต่ตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง และการอภิปรายวันนี้ก็เป็นหนึ่งในการทำหน้าที่ตรวจสอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าในท้ายที่สุดเรื่องนี้จะเป็นเพียงวาระแจ้งเพื่อทราบ ไม่มีการลงมติใด ๆ แต่อย่างน้อยที่สุด การอภิปรายของผมในวันนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อตัวสำนักงานศาลยุติธรรมเอง ตัว สตง. เอง และสำนักงบประมาณ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าประเด็นที่ผมจะอภิปรายนั้นเรียนว่า ไม่มีฟุ่มเฟือย ไม่มีเยิ่นเย้อ อยู่ในประเด็นแน่นอน โดยผมจะอภิปรายเกี่ยวกับตัวรายงาน ของผู้ตรวจสอบบัญชีและตัวงบการเงินที่ส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎร ไม่มีการอภิปรายถึงเรื่อง การวินิจฉัยคดีใด ๆ ของศาลทั้งสิ้น พูดกันด้วยเรื่องงบประมาณอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ แม้ในท้ายที่สุดเราจะไม่ได้ลงมติแต่อย่างน้อยบันทึกให้เป็นประโยชน์เผื่อหน่วยงานต่าง ๆ จะได้ใช้ต่อไป ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแบ่งแยกประเด็นในการอภิปรายเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับ ประเด็นแรกเกี่ยวกับเรื่องตัวความเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชี และประเด็นที่ ๒ งบประมาณ ผมขออนุญาตพูดจำเพาะเจาะจงงบการเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับ ค่าใช้สอย

ขออนุญาตเริ่มประเด็นแรกก่อนนะครับ ประเด็นแรก ผู้สอบบัญชีในกรณีนี้ ก็คือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ทาง สตง. เองได้ทำรายงานของผู้สอบบัญชี เสนอต่อประธานศาลฎีกา โดยเป็นความเห็นอย่างมีเงื่อนไข ความเห็นอย่างมีเงื่อนไขคืออะไร หมายความว่ารายงานการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรมในปี ๒๕๖๑ นั้นถูกต้องตามที่ สมควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ เว้นแต่มีบางรายการที่ไม่ได้มาตรฐาน พูดง่าย ๆ ก็คือโดยภาพรวมแล้วได้มาตรฐานแต่มีบางรายการที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนที่ไม่ได้ มาตรฐานมีอะไรบ้าง เมื่อสักครู่นี้ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมก็ได้อ่านรายงาน ในส่วนนี้ไปแล้วนะครับ จากการตรวจสอบ สตง. สุ่มตรวจ ๓๖ หน่วยเบิกจ่าย จาก ๒๗๕ หน่วยเบิกจ่ายทั้งหมด ประมาณร้อยละ ๑๓ เท่านั้นเองของหน่วยเบิกจ่าย พบว่ามีปัญหาใน ๓ ข้อตามที่ท่านเลขาธิการสำนักงานได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ มีปัญหา ทั้งหมด ๓ ข้อ ผมขอสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ว่าในทั้ง ๓ ข้อนี้ ในข้อ ๑ ที่เกี่ยวกับรายการที่มี ยอดคงเหลือตามบัญชีต่ำกว่ารายละเอียด ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ นั่นก็คือเงินสดในบัญชี รับฝากระยะสั้นมันต่างกัน ๖๗ ล้านบาท เงินสดในบัญชีฝากระยะยาวต่างกัน ๙๕ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือเงินสดมันหายไปจากบัญชี ๑๖๒ ล้านบาท ในส่วนข้อที่ ๒ คือครุภัณฑ์ ประเมินกันแล้วมูลค่ามันหายไปจากที่ควรจะเป็นประมาณ ๔๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ก็หมายความว่าครุภัณฑ์เสื่อมค่าลงหรือครุภัณฑ์มันสูญหายไปหรือไม่ อย่างไร แล้วสุดท้าย คือเงินฝากของศาลจังหวัดนนทบุรี ๖ บัญชีนั้นมีการบันทึกไม่ตรงกับเช็คที่มีการสั่งจ่ายไป ทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดบกพร่อง ในทางบัญชีนี่ผมก็ไปสอบถามผู้รู้ในทางบัญชีมา นี่คือความผิดพลาดบกพร่องที่มันค่อนข้างร้ายแรงทีเดียว เพราะว่าถึงขั้นที่ความเห็น ของผู้สอบบัญชีใช้คำว่าความเห็นอย่างมีเงื่อนไข แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านเลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรม แล้วผมเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้เกียรติมาชี้แจงและตอบการซักถาม ของสมาชิก ท่านก็ชี้แจงเพิ่มเติมไปแล้วว่าทางสำนักงานศาลนั้นก็มีความพยายามที่จะแก้ไข เรื่องเหล่านี้อยู่ ทีนี้นิดเดียวนะครับท่านประธาน เรื่องเหล่านี้ผมลองเทียบเคียงดู ถ้าหากเป็นบริษัทมหาชนจำกัดในตลาดหลักทรัพย์ เรื่องแบบนี้ผู้ถือหุ้นอาจจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากคณะกรรมการบริหารได้เลย เช่นเดียวกันถ้าหน่วยรับตรวจที่ สตง. ตรวจประจำเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี เป็นส่วนราชการต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลย ไม่แน่เหมือนกันนะครับ เรื่องลักษณะแบบนี้ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช. ท่านอาจจะเคยใช้อำนาจตาม ม. ๔๔ สั่งไปย้าย ไปแขวนด้วยแล้วก็ได้ในเรื่องความผิดพลาดบกพร่องต่าง ๆ ในเรื่องแบบนี้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงอยากจะตั้งประเด็นตรงนี้นิดหนึ่งตรงที่ว่าระบบ การตรวจสอบและความรับผิดชอบในเรื่องเกี่ยวกับการรายงานงบการเงินและการตรวจสอบ บัญชีนั้น ทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีระบบการแสดงความรับผิดชอบอย่างไรในเรื่อง ที่เกิดขึ้น นี่คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ผมขออภิปรายจำเพาะเจาะจงไปที่งบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้สอย ผมก็นั่งอ่านทุกหน้าเลยนะครับเรื่องงบการเงิน ทั้งหมดของสำนักงานศาล เรียนท่านประธานครับ ลองพลิกไปดูในรายงานในหน้า ๗ ในส่วนของค่าใช้สอย ค่าใช้สอยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๐ ประมาณ ๓๓๐ ล้านบาท เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เราก็ไปดูว่าค่าใช้จ่ายในรายการอื่น ๆ นอกจาก ค่าใช้สอยไม่ได้เพิ่มหรือเพิ่มเล็กน้อย บางรายการลดลงด้วยซ้ำ แล้วทำไมค่าใช้สอยถึงเพิ่ม ถึง ๓๓๐ ล้านบาท ผมก็เลยไปไล่ดูทีละรายการทีละรายการ เปิดไปดูในหมายเหตุ ๒๒ ซึ่งอยู่ในหน้า ๒๑ ก็จะแจกแจงรายการในแต่ละหมวดว่าค่าใช้สอยนั้นตัวไหนเพิ่มขึ้น พอผมไล่เรียงไปดูปรากฏว่ารายการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างมีนัยสำคัญคือ ค่าใช้จ่าย ในการประชุมนะครับ ค่าใช้จ่ายในการประชุมตอนปี ๒๕๖๐ งบปี ๒๕๖๐ อยู่ที่ ๒๔,๓๙๓,๑๑๖.๒๔ บาท ในขณะที่ปี ๒๕๖๑ นั้น เพิ่มขึ้นมาถึง ๑๙๖,๕๘๓,๕๙๒.๑๒ บาท เพิ่มขึ้นมาประมาณ ๑๗๒ ล้านบาท ปีเดียวเพิ่มขึ้นมา ๑๗๒ ล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในการประชุม จำนวนที่เพิ่มขึ้นขณะนี้หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ผมก็ตามไปค้นต่อว่าค่าใช้จ่ายในการประชุมมันคืออะไร ปรากฏว่ามันคือเบี้ยประชุมในการ ประชุมใหญ่ในศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ ซึ่งทางศาลออกระเบียบเริ่มจ่ายกันตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ พอเริ่มจ่ายกันตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๐ มันก็เดินมาเรื่อย ๆ มันเลยเข้ามาอยู่ในงบการเงิน ดังนั้นตัวเลขมันเลยเพิ่มมาถึง ๑๗๒ ล้านบาท ผมก็ตาม ไปค้นต่อว่าเอาระเบียบอะไรมาในการจ่ายเบี้ยประชุมให้กับที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา และศาลชั้นอุทธรณ์ ก็ไปพบว่าในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ ท่านประธานศาลฎีกาในฐานะ ประธานคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. ได้ลงนามประกาศในระเบียบ ว่าด้วยเบี้ยประชุมในการประชุมใหญ่และการประชุมแผนกคดีในศาลฎีกาและ ศาลชั้นอุทธรณ์ ระเบียบฉบับนี้เวลาองค์กรต่าง ๆ จะออกระเบียบจะต้องมีกฎหมาย ให้อำนาจ ไม่อย่างนั้นท่านออกไม่ได้ มันเป็นไปตามลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ท่านต้องหาฐาน ทางกฎหมาย ทางพระราชบัญญัติมาให้อำนาจท่านในการออกระเบียบ ระเบียบฉบับนี้ ก็อ้างถึงมาตรา ๑๗ (๑) ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม ปี ๒๕๔๓ ในการออกระเบียบ ผมก็เลยตามไปอ่านต่อว่า มาตรา ๑๗ (๑) เขียนเอาไว้อย่างไร มาตรา ๑๗ (๑) เขียนเอาไว้ว่า ให้ ก.บ.ศ. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีอำนาจในการ ออกระเบียบ แต่ออกระเบียบเพื่อการบริหารราชการศาลยุติธรรมเท่านั้น ทีนี้พอท่านอาศัย อำนาจตามมาตรา ๑๗ (๑) มาออกระเบียบเกี่ยวกับเบี้ยประชุมจึงมีปัญหาว่าเบี้ยประชุม ในที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์นั้น เป็นการออกระเบียบเพื่อการบริหาร ราชการศาลยุติธรรมหรือไม่ ท่านประธานเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา ท่านคงทราบดีว่า คำว่า การบริหารราชการ หมายถึงอะไร มันคือการบริหารราชการชีวิตประจำวัน งานในภาคธุรการ อย่างของพวกเราถ้าเราอภิปรายกันในสภาลงมติ นี่คือการทำงานในหน้าที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอันนี้คืองานบริหารราชการ ของสำนักงาน พอคำว่า บริหารราชการศาลยุติธรรม แบบนี้นั่นหมายความว่าไม่ได้เกี่ยวอะไร กับการประชุมกันเพื่อตัดสินคดี วินิจฉัยคดี แต่ปรากฏว่าระเบียบตัวนี้อ้าง มาตรา ๑๗ (๑) แล้วมาออกกำหนดให้จ่ายเบี้ยประชุม ให้กับที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ จึงมีปัญหาว่าสุดท้ายแล้วออกระเบียบ กำหนดเบี้ยประชุมมามีฐานทางกฎหมายให้ออกหรือไม่ ผมก็ตามไปเช็ก (Check) ต่อครับ มีข้อสนับสนุนเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๒ ประการ

ประการแรก ก่อนที่ท่านประธานศาลฎีกาท่านนี้จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกาท่านก่อนเคยมีเรื่องเข้าไปในที่ประชุมของคณะกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรมมาแล้ว ประธานศาลฎีกาท่านก่อนท่านให้ความเห็น ในที่ประชุมรายงาน การประชุม ก.บ.ศ. ๑๕/๖๐ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐ ท่านประธานศาลฎีกาท่านที่แล้ว ให้ความเห็นเอาไว้ว่า หากจะต้องการออกระเบียบเพื่อกำหนดเบี้ยประชุมให้กับ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ มันไม่มีกฎหมายให้อำนาจ จำเป็นต้องไปแก้ กฎหมายเสียก่อน ท่านจึงไม่ยอมลงนามในระเบียบแบบนี้ ทีนี้พอท่านประธานฎีกา คนปัจจุบันเข้ารับตำแหน่ง ท่านกลับอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการศาลยุติธรรมนี้ออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมขึ้นมา ยังมีเหตุผลอีกประการหนึ่ง สนับสนุนครับ เมื่อไม่นานมานี้เองเมื่อช่วงต้นปี สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบ ตัวพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๔) ปี ๒๕๖๒ ฉบับนี้พูดถึง เรื่องสำคัญ ๆ อยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรกมีการเพิ่ม (๑/๑) เข้าไปในมาตรา ๑๗ (๑/๑) คืออะไร บอกเอาไว้ว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีอำนาจออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมสำหรับ ข้าราชการตุลาการ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมใหญ่ในศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา การเพิ่ม (๑/๑) นี้มีนัยสำคัญอย่างไร มีนัยสำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าตอนใช้ มาตรา ๑๗ (๑) ออกระเบียบมันมีปัญหาในทางกฎหมายว่า มาตรา๑๗ (๑) เอามาใช้ เป็นการอ้างเพื่อออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมในการตัดสินคดีได้หรือไม่ เมื่อมีปัญหา สุดท้ายแล้วเมื่อต้นปีนี้เองจึงมีการออกพระราชบัญญัติมาเพิ่ม (๑/๑) เข้าไป แล้วเขียนให้ อำนาจ ก.บ.ศ. ชัดเจนลงไปเลยว่าให้มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมได้ ความในข้อนี้ หมายถึงอะไร นั่นแสดงว่าครั้งที่แล้วมันมีปัญหาในทางกฎหมายใช่หรือไม่ ท่านถึงต้องแก้ พระราชบัญญัติใหม่ เพิ่ม (๑/๑) เข้าไป การเพิ่ม (๑/๑) ก็เผื่อที่จะทำให้ ก.บ.ศ. ออกระเบียบ กำหนดเบี้ยประชุมได้อย่างชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง หมายความว่าของเดิมมันไม่ชอบ ด้วยกฎหมายใช่หรือไม่ ยังมีเพิ่มเติมอีกครับ ในการแก้กฎหมายครั้งนี้ในมาตรา ๔ ยังเขียน รับรองเอาไว้ว่าให้ระเบียบที่ท่านประธานศาลฎีกาลงนามเมื่อปี ๒๕๖๐ นั้นมีผลต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีระเบียบใหม่ออกมาภายใน ๓๐ วัน ในมาตรา ๔ เขียนแบบนี้ก็เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะรับรองว่าระเบียบที่ท่านประธานศาลฎีกาลงนามไว้เมื่อปี ๒๕๖๐ นั้น ชอบด้วยกฎหมาย ข้อสังเกตทั้ง ๒ ข้อที่ผมพูดมานี้นั่นเอง ทำให้เราพอสรุปความได้ว่า เมื่อท่านประธานศาลฎีกาท่านลงนามในระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมปี ๒๕๖๐ นั้นมันอาจจะ มีปัญหาเรื่องท่านไม่มีอำนาจออกกฎหมาย ท่านถึงต้องตามมาแก้ไขด้วยการให้ สนช. นั้น ออกพระราชบัญญัติขยายให้อำนาจแก่ ก.บ.ศ. ในการออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุม เอาละครับ มาถึงตอนนี้ก็จ่ายเบี้ยประชุมกันไป มันทำให้เห็นเลยว่า ๑ ปี ที่ผ่านมาเพิ่มมา ๑๗๒ ล้านบาท จ่ายเบี้ยประชุมกันไป แล้วตอนนี้ก็มีกฎหมายรองรับเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ผมอยากจะพิจารณาเรื่องนี้ครับท่านประธาน เรื่องความเหมาะสม ระเบียบที่ประชุม กำหนดเบี้ยประชุมให้นี้นะครับ กำหนดไว้อย่างไรบ้างครับ ครอบคลุมที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และศาลชั้นอุทธรณ์ ปรากฏว่ามีศาลทั้งหมดคือ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์กลาง ที่รัชดาภิเษก ศาลอุทธรณ์ของคดีชำนัญพิเศษ และศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ถึงภาค ๙ ที่ประชุมใหญ่ ของศาลเหล่านี้รวมแล้ว ๑๒ ที่ประชุมใหญ่ที่จะได้เบี้ยประชุม รวมทั้งหมดแล้ว ผู้พิพากษา ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จะมีโอกาสได้เบี้ยประชุมนี้ ๑,๑๐๑ คน แล้วจำนวนตัวเงินเป็นเท่าไร จำนวนตัวเงินถ้าเป็นประธานได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นองค์ประชุมได้ ๘,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นผู้เข้าร่วมประชุมและเป็นผู้พิพากษาที่ได้รับเงินเดือนขั้น ๔ ได้ ๘,๐๐๐ บาท ถ้าเป็น ผู้พิพากษาที่เข้าประชุมแล้วเป็นขั้น ๓ ได้ ๖,๐๐๐ บาท ทั้งหมดนี้สำนักงบประมาณ ก็ทำตัวเลขไว้เพราะว่ามันต้องทำงบประมาณเผื่อกันเอาไว้ใช่หรือไม่ครับ ก็คำนวณกันเอาไว้ ประมาณการว่า ๒๐๗ ล้านบาทต่อปี คิดเป็น ๑๗.๒ ล้านบาทต่อเดือน นี่คือเงินทั้งหมด ที่เอาไปใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประชุมให้กับผู้พิพากษา ผู้พิพากษา ๑,๑๐๑ คน ทีนี้มันมีปัญหาเรื่องความเหมาะสมตรงนี้ครับ ตรงที่ว่าผู้พิพากษาแต่ละท่านนั้นท่านได้รับ เงินเดือนประจำ ท่านมีเงินประจำตำแหน่ง ท่านมีรถประจำตำแหน่ง ท่านมีการเบิก ค่าเช่าบ้าน ท่านมีสวัสดิการต่าง ๆ เต็มไปหมด เดือน ๆ หนึ่งคิดคำนวณแล้วแสนกว่าบาท แต่ปรากฏว่าการปฏิบัติหน้าที่ในการวินิจฉัยคดีของท่านนั้นกลับยังมีการมากำหนด เบี้ยประชุมให้อีก ผมเทียบเคียงง่าย ๆ ว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เงินเดือน เป็นหลักแสนเหมือนกัน มีทีมผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ มีสวัสดิการเบิกโน่นเบิกนี่ได้ เมื่อสัปดาห์ก่อนท่านประธานก็ให้ความคิดเห็นเรื่องนี้ไว้น่าสนใจว่าให้พวกเราช่วยกัน ประหยัดมัธยัสถ์ในเรื่องนี้นะครับ ดังนั้นเทียบเคียงกันถามว่าพวกเรามาประชุมในที่แห่งนี้ วันนี้เราได้เบี้ยประชุมหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ครับ เพราะเราปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรงานในทางนิติบัญญัติ เช่นเดียวกันครับท่านผู้พิพากษาท่านมีเงินเดือน ท่านมีเงินประจำตำแหน่ง ท่านมีอยู่แล้วแสนกว่าบาทต่อเดือน ปรากฏว่าท่านกลับได้ เบี้ยประชุมรวมแล้วปีหนึ่งประเทศไทยต้องใช้งบประมาณจ่ายออกไปประมาณ ๒๐๗ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เรื่องความเหมาะสม มันยังเกิดปัญหา เรื่องความเหมาะสมอย่างไรอีกครับ ความเหมาะสมในแง่นี้ครับ มันเกิดความไม่เสมอภาคกัน ระหว่างข้าราชการระดับพวกเราสภาผู้แทนราษฎรศักดิ์และศรีเท่าเทียมกับท่านผู้พิพากษา ทุกท่านเพราะเป็นหนึ่งใน ๓ อำนาจ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ก็เป็นฝ่ายบริหาร ศักดิ์และศรีเท่าเทียมกันแต่ทำไมฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนกลับไม่มีเรื่องเบี้ยประชุมพวกนี้ ผมไม่ได้เรียกร้อง ให้พวกเราได้เบี้ยประชุม แต่ผมเรียกร้องว่าเป็นไปได้ในอนาคตยกเลิกการให้เบี้ยประชุม แก่ผู้พิพากษาเสียดีกว่าเพื่อประหยัดเงินไป ๒๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ยังไม่นับรวมถึงข้าราชการอื่น ๆ นะครับ ข้าราชการปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ซี ๑๑ ซี ๑๐ ซี ๙ พวกนี้เขาก็ไม่มีเงินเหล่านี้เกิดความไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ถ้าหากท่านประธาน เห็นว่าความเห็นของผมอาจจะยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอผมก็ไปค้นรายงานการประชุม มันมีรายงานการประชุมของวิป (Whip) รัฐบาลเมื่อปี ๒๕๖๑ เหมือนกันนะครับ วิป (Whip) รัฐบาลชุดนั้นเขาประชุมกันสำนักงบประมาณเขาก็มาชี้แจงเรื่องนี้ เขาเคยให้ข้อสังเกต เอาไว้ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะมันสิ้นเปลืองงบประมาณถึง ๒๐๗ ล้านบาทต่อปี และมันซ้ำซ้อนกับเรื่องเงินเดือนที่เขาได้อยู่แล้ว ที่ผู้พิพากษาแต่ละท่านได้อยู่แล้ว และยิ่งไปกว่านั้นครับมันเกิดความไม่เสมอภาคกันระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ผมเรียน อย่างนี้นะครับ ถ้าท่านลองดูตัวเลข ประธานได้ ๑๐,๐๐๐ บาท องค์ประชุมได้ ๘,๐๐๐ บาท แต่ละคนได้ ๘,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท ลดหย่อนกันไปลองมาคิดคำนวณ ๑๐,๐๐๐ บาท ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนของคนจำนวนมากนะครับ คนจำนวนมากหาเช้ากินค่ำ เป็นพนักงาน บริษัทเงินเดือนเขาแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ เศษ ๆ ๑๐,๐๐๐ บาทนี่ท่านเข้าประชุม ครั้งเดียวไม่กี่ชั่วโมงท่านได้แล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท นี่ยังไม่นับรวมว่าท่านมีเงินเดือนอีกเป็นแสน มีรถประจำตำแหน่งอีก ผมเรียนจริง ๆ ด้วยความเคารพ เข้าใจว่าองค์กรศาลยุติธรรม ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางและเป็นอิสระ ท่านจำเป็นที่จะต้องมีรายได้ที่เพียงพอ เพื่อประกันการทำงานของท่าน เพื่อประกันความเป็นอิสระของท่าน แต่ผมคิดว่า แสนกว่าบาทพร้อมสวัสดิการ พร้อมรถประจำตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งต่าง ๆ บ้านพัก ต่าง ๆ เพียงพอแล้วเมื่อเทียบกับประเทศชาติต้องเสียเงินเพิ่มไปอีก ๒๐๐ ล้านบาท แล้วเรื่องนี้เป็นปีแรกที่งบการเงินค่าใช้สอยเรื่องการประชุมมันโดดขึ้นไป นั่นหมายความว่า ปีถัดไปตัวเลขมันจะเป็นแบบนี้ตลอดตามที่สำนักงบประมาณเขาประมาณการไว้อยู่ที่ ๒๐๗ ล้านบาทต่อปี

ผมขออนุญาตสรุปแบบนี้ท่านประธานครับ พวกเราปกครองกันในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะครับ เราก็ทราบกันดีว่าแบ่งกันเป็น ๓ อำนาจ ทุกวันนี้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร ถูกองค์กรตุลาการและองค์กรอิสระ ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เข้มข้นจริง ๆ ทุกท่านคงทราบดีทุกวันนี้แต่ละท่านคงต้องเตรียมการ แสดงบัญชีทรัพย์สินกันอยู่ จะครบแล้วนะครับอีก ๑ เดือน แต่ละท่านโดนตรวจสอบกัน เต็มที่แต่ในขณะเดียวกันระบบการตรวจสอบองค์กรตุลาการนั้นมันไม่ได้เข้มข้นเท่ากับพวก เรา สาเหตุที่มันไม่เข้มข้นเท่ากับพวกเราก็เพราะว่าเราต้องการประกันความเป็นอิสระของ ศาล แต่การประกันความเป็นอิสระของศาลไม่ได้หมายความว่า ศาลจะหลุดพ้นไปจากการ ถูกตรวจสอบถ่วงดุล เมื่อก่อนนี้ตอนผมยังเป็นเด็กสำนักงานศาลยุติธรรมยังสังกัด กระทรวงยุติธรรม อย่างน้อยที่สุดฝ่ายบริหารก็ได้ดูแลเรื่องงบประมาณว่าท่านควรได้เท่าไร หรือไม่อย่างไร แต่ปัจจุบันสำนักงานงานศาลยุติธรรมออกไปเป็นหน่วยงานอิสระแล้ว ยังไม่นับรวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลต่าง ๆ ก็สุ่มเสี่ยงว่าจะถูกดำเนินคดี ฐานดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ตัวผมเองโดนไปแล้ว ๑ นะครับ มีนายทหาร ท่านหนึ่งไปแจ้งความผมไว้เรื่องดูหมิ่นศาล เพราะฉะนั้นระบบการตรวจสอบมันจึงเป็นเรื่อง สำคัญ ผมยืนยันว่าองค์กรตุลาการเป็นองค์กรที่สำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย ในระบบนิติรัฐนะครับ ถ้าไม่มีลำบากแน่ เพราะท่านเป็นองค์กรสำคัญในการตรวจสอบ แต่ปัญหาก็คือแล้วใครจะตรวจสอบท่านครับ ผมเรียนว่าในต่างประเทศนั้นมันมีการถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน อย่างน้อยที่สุดสภาผู้แทนราษฎรเขามีการตั้งผู้ตรวจการสภาของเขาในชื่อออม บุดส์แมน (Ombudsman) เพื่อจะตรวจสอบเรื่องของกองทัพก็ดี หรือตรวจสอบศาลก็ดี แต่ ทุกวันนี้อำนาจเหล่านี้เราถูกลิดรอนลดน้อยถอยลงไป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะ เรียนถาม ฝากท่านประธานฝากไปถึงทางตัวท่านเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะพิจารณาต่อไปว่า ช่วยยกเลิกระเบียบการกำหนดเบี้ยประชุม ในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ ถ้าหากยกเลิกได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ต่อแผ่นดินนี้ที่เราจะได้ประหยัดงบประมาณไปถึง ๒๐๗ ล้านบาทต่อปี และเกิดความเสมอภาค เท่าเทียมกันระหว่างทุกส่วนราชการครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ผมขออีกท่านหนึ่งนะครับ ขอท่านสิงหภณ ดีนาง เชิญครับ

นายสิงหภณ ดีนาง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ ท่านประธานครับ ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านนิรมิตได้กล่าวในส่วนของดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสริมเพิ่มตรงนี้ ไปอีกสัก ๒-๓ ข้อ และจะไม่เป็นการเสียเวลาสำหรับการประชุมสภาของเรานะครับ

ประเด็นเงินที่เอาไปวางศาล ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม หรือค่าประกันตัว จำเลยที่หลังจากคู่ความได้เอาไปวางที่ศาล เงินจำนวนนี้ต้องเข้าระบบธนาคาร เมื่อเข้าระบบ ธนาคารก็เป็นเงินที่วางไว้กับศาลก็ต้องมีดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยส่วนนี้ก็ต้อง ตกไว้อยู่กับศาล และเมื่อคดีของคู่ความเขานั้นเสร็จสิ้นคดีความไปแล้วก็คืนแต่เงินต้น ส่วนดอกเบี้ยยังอยู่กับศาล เพราะฉะนั้นผมก็เลยจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง สำนักงานศาลยุติธรรมสัก ๒-๓ ข้อ ท่านจะได้พิจารณา ดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ในส่วนของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าทางสำนักงานศาลยุติธรรม ได้คืนเงินดอกเบี้ยให้กับคู่ความผู้วางศาลหรือไม่อย่างไร

ข้อที่ ๒ ถ้าไม่ได้ส่งคืนในส่วนดอกเบี้ยนี้ ทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีการ จัดระเบียบปฏิบัติหรือไม่อย่างไร

ข้อที่ ๓ ดอกเบี้ยดังกล่าวในปีสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๐ กันยายนนี้ มีจำนวน มากน้อยเท่าไรอย่างไรครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ เพียงเท่านี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาภิวัฒน์ ผมอ่านถึงสาระสำคัญของบัญชี ซึ่งอาจารย์ปิยบุตรก็ลงรายละเอียดแล้ว และหลายคนก็ลงถึงความจำเป็นความลำบากของพี่น้องประชาชน ความจริงผมมีความรู้สึก แย้งว่าหน่วยงานราชการอย่างศาลมันไม่เหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่จะต้องทำกำไร ระบบ การตรวจสอบบัญชีมันก็จะวางระบบบัญชีเรื่องของต้นทุน เรื่องกำไร เรื่องค่าเสื่อมราคา นี่คือระบบบัญชี แต่เวลาเราจะคุยกับศาล ศาลไม่ใช่องค์กรทางธุรกิจที่จะหากำไรเข้ารัฐ หรือจะหาการจัดการ เพราะฉะนั้นเวลาเรามาดูระบบอย่างนี้เราจะรู้สึกขัดใจ เพราะเรารู้สึกว่า กำไรที่ศาลให้กับประชาชนคือความยุติธรรม หรือกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว แล้วก็ให้ ความเป็นธรรม อันนี้เราอยากเจอ แต่พอเจออย่างนี้รายละเอียดก็ที่ท่านสมาชิกถาม ทีนี้ผมขอเรียนท่านว่าผมไม่รู้ว่าที่ผมกำลังพูดนี่จะมีส่วนกับการที่ท่านแย้งเรื่องของเงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทหรือไม่ในการที่ประชุมศาล จากที่ผมได้ทราบข่าวมาว่าหลังจากที่ ท่านเลขาธิการและท่านประธานศาลฎีกาคนใหม่ได้เข้ามาบริหารศาล ๒ ปี ท่านทราบ หรือไม่ว่าที่เราเคยครุ่นคิดว่างานของศาลที่ติดกันเป็น ๑๐ ปี หรือช้าเสียเวลาที่มีคนเขา ตอบว่าความชักช้าคือการไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้นะครับ คดีศาลในศาลชั้นต้น คดีคั่งค้างน้อยมาก ยิ่งคดีศาลฎีกาปัจจุบันปี ๒๕๖๒ คดีคั่งค้างไม่มีเลย แล้วทางท่านเลขาธิการ และทางประธานศาลฎีกาวางระเบียบเลยว่าศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดต้องไม่ควรเกิน ๒ ปี ศาลแขวงไม่ควรเกิน ๖ เดือน แล้วก็ศาลต่าง ๆ ที่ดำเนินการ เช่นศาลฎีกาปัจจุบันไม่มีคดีค้าง ไม่น่าเชื่อ สิ่งที่เราไม่เคยคิดเกิดขึ้นในสมัยที่ท่านเป็นนี่ละครับ แล้วก็ศาลอุทธรณ์กำหนด ไว้เลยไม่เกิน ๖ เดือน ในการพิจารณาต่าง ๆ ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ผมเคยพบเพื่อน ๆ ที่เป็นทนายความบอกว่าแย่เลยเวลาอยากจะรู้ว่าคดีต่อไปข้างหน้า วันข้างหน้าเป็นอย่างไร ต้องขับรถไปถึงจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ เดี๋ยวนี้ท่านได้ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามา อินทิเกรต (Integrate) ข้อมูลศาล เดี๋ยวนี้การที่จะรู้ว่าคดีไหนที่ขึ้นศาลไหนสามารถ เช็ก (Check) ได้ใช้เวลาไม่กี่นาที ผมอยากให้ท่านได้ชี้แจงเรื่องนี้ด้วย เพราะสิ่งที่เราชี้แจง เรื่องเงินเฉย ๆ เงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทไม่มากเท่าไรหรอก แต่ว่าถ้าเอาต์คัม (Outcome) ที่ศาลพัฒนาออกมาทั้งความยุติธรรมและคุณภาพ ผมว่าพอสมควร จากเพื่อน ๆ ผมหลายคน ตอนนี้อยู่ถึงศาลฎีกาแล้ว เขาบอกว่าเขาทำงานมา ๒๐ กว่าปี ๓๐ ปี ครั้งนี้เขาเพิ่งเห็นศาล มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นผมให้กำลังใจ แล้วก็ฝากท่านด้วยว่า ประเทศเอสโตเนียเขาใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาในระบบศาลมากมายเพราะหน่วยงานศาล เป็นหน่วยงานเขาเรียกว่าหน่วยงานธุรการเป็นส่วนใหญ่ เรามายุ่งกับระเบียบกับหนังสือ ลายเซ็น ต่อไปถ้าท่านใช้บล็อกเชน (Blockchain) การพิสูจน์ตัวบุคคลแทบจะ ไม่มีเลย ถ้าท่านคิดก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งผมเชื่อว่ากระบวนการศาลจะลดลงไปอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านเชื่อหรือไม่ครับผมถามว่าทำไมการทำงานของศาลฎีกาทำไมเร็ว ท่านประธานศาลฎีกาท่านสร้างระบบขึ้นมาคือว่า ยกศาลที่มีความชำนาญ และที่มีความ เชี่ยวชาญความรู้สูงมาเป็นคณะทำงานในการกรองงานให้กับศาลฎีกา ที่ผ่านมาถ้าองค์คณะ ๓ คนที่นั่งอยู่การวินิจฉัยสั่งการ การฟังหน้างาน งานมันก็จะช้า เพราะต้องมาวินิจฉัยกัน แต่ว่าเดี๋ยวนี้ท่านสร้างระบบโครงสร้างของคณะกลั่นกรองงานขึ้นมา ทำให้ศาลทำงานเร็ว อันนี้ละครับผมก็ขอชมเชยท่านว่ามีการพัฒนา ๒ ปีที่ท่านเข้ามา และอย่างไรก็ตามฝาก นิดหนึ่งว่า ถ้าท่านใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบที่ประเทศเอสโตเนียเขาทำ ใช้ระบบ บล็อกเชน (Block chain) เข้ามาจับ ระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลพอมันน้อยขึ้น เอกสาร มากมายต่าง ๆ มันจะลดลงไปมากมายเลยครับ ถ้าท่านทำถึงขนาดนี้ผมเชื่อว่าศาลจะเป็น ที่พึ่งของประชาชน และสิ่งสุดท้ายผมขอฝากท่านฝากศาลวันนี้ท่านมีหน้าที่เอาคนเข้าคุก ปัจจุบันท่านรู้หรือไม่ว่าคนในคุก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนเป็นวัยทำงานทั้งนั้น ศาลจะเป็น คนที่สามารถมีมาตรการในการทำขั้นตอนอะไรต่าง ๆ ปัจจุบันเราเอาคุกเป็นยาสามัญ ประจำบ้าน พวกผมเป็นนักการเมืองชี้แจงทรัพย์สินบกพร่องติดคุก เป็นหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค ทำอะไรก็คุก ผมไม่รู้คนออกกฎหมายบ้านเมืองอื่นเขามีมาตรการอื่นอีก มากมาย และท่านไปดูคนในคุกน่าสงสารลูกเมียเขาไม่มีคนทำงาน เป็นคนวัยทำงานทั้งนั้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน และท่านเอาเขาไปติดคุก ๕ ปี ๑๐ ปี กว่าจะออกมาก็แก่แล้วทำงาน ไม่ได้ ผมขอให้ศาลมีทัศนคติใหม่สักหน่อย มาตรการเอาคนไปติดคุกมันเป็นการลงโทษอย่าง เดียว เป็นสมัยโบราณ แต่ลองดูสิครับ คนที่ควรจะประกันบางครั้งความรู้สึกไม่ให้ประกัน จริง ๆ แล้วกฎหมายบอกว่าคนที่ศาลยังไม่ตัดสินคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หลายคนก็ไม่ได้ทำ หลายคนนะครับ แล้วศาลก็มีมาตรการในการวินิจฉัยที่ไม่เหมือนกัน ผมอยากให้ท่านวางเลยว่าอะไร มันไม่ต้องขอประกันเลยครับ นี่คือสิทธิของเขาต้องได้ประกัน อันนี้ละผมอยากได้ งบดุลบัญชีนี่นะครับผมอ่านแล้วผมก็ธรรมดา มันจะกำไรหรือขาดทุน มันก็ธรรมดา จะเสียเงินอีก ๒๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าประสิทธิภาพในการทำงานอย่างที่ท่าน กำลังทำผมเห็นด้วย แล้วผมขอฝากเรื่องการประกันของศาลแต่ละศาลให้ประชาชนเขาอยู่กับ ลูกกับเมียเขาเถอะไม่มีใครเลวมากหรอกครับ บางคนเขามีปัญหานิดหน่อยเพราะความอดยากของ เขา ในการบริหารงานประเทศทำให้ประชาชนอด เขาก็ไปขโมยไปอะไร ต้องมีมาตรการ เยียวยา ฝากท่านถ้าท่านมีมาตรการที่ชัดเจนต่อไปจะไม่มีใครสนใจอ่านบุ๊ก (Book) นี้เลย บุ๊ก (Book) นี้ เป็น บุ๊ก (Book) เรื่องการเงินของธุรกิจ แต่เขาจะถามว่าปีที่แล้วท่านทำให้เกิด ความยุติธรรม ทำให้เกิดความรวดเร็วเท่าไร อันนี้จะเป็นกำไรสูงสุดของศาลยุติธรรม ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการ เชิญเลยครับ

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการทำงานของ ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ

ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนทุกท่านก็คือว่า ขณะนี้ปริมาณคดีที่เข้าสู่ ศาลยุติธรรมประมาณปีละเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คดี ซึ่งคดีส่วนใหญ่ที่ศาลพิพากษาลงโทษ จำคุกไปส่วนมากร้อยละ ๗๐-๘๐ เป็นคดียาเสพติด สภาพการทำงาน ณ วันนี้เรามุ่งผล ที่จะให้การบริการประชาชนที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้นนะครับ โดยท่านประธานศาลฎีกา ได้ประกาศแนวนโยบายว่าศาลชั้นต้นต้องพิจารณาคดีไม่เกิน ๒ ปี สำหรับศาลจังหวัดนะครับ แล้วก็ศาลแขวงก็เร็วขึ้น โดยปกติแล้วก็ไม่เกิน ๑ ปี หรือ ๖ เดือน สำหรับศาลอุทธรณ์ ท่านจะเห็นได้ชัดเลยว่าเนื่องจากขณะนี้ศาลอุทธรณ์มีทั้งหมด ๑๑ ศาลด้วยกัน ก็คือศาลอุทธรณ์ภาค ๑-๙ แล้วก็ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ศาลเหล่านี้พิจารณาคดีไม่เกิน ๖ เดือน แล้วก็ศาลฎีกาเองท่านประธานประกาศแนวทางชัดเจนว่าคดีที่เข้าสู่การพิจารณา ของศาลฎีกาต้องไม่เกิน ๑ ปี ในการประชุมผู้บริหารก็ได้มีการติดตามตลอดเวลา นอกจากนี้สิ่งที่ทางท่านประธานให้นโยบายในการดำเนินการก็คือว่า การคัดคำพิพากษาของ ศาลยุติธรรมต้องสามารถคัดได้เมื่ออ่านภายใน ๗ วันนะครับ ถ้าท่านไม่สามารถดำเนินการได้ สามารถร้องเรียนได้ เราตรวจสอบระบบการทำงานของผู้พิพากษาทั้งหมดว่าสิ่งที่ท่านอ่านไป สามารถคัดคำพิพากษาได้หรือไม่ แล้วนอกจากนี้กระบวนการที่จะให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น เราก็ให้คัดได้ทุกแห่งทั่วประเทศ หมายความว่าท่านจะสามารถคัดคำพิพากษาศาลแพ่ง ได้จากจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย หรือจากเบตงก็ได้ ศาลจังหวัดเบตงก็มี ท่านก็ขอคัด ได้เลยนะครับ อันนี้ก็คือในส่วนของการให้บริการ

ประเด็นที่ท่านสมาชิกอภิปรายเกี่ยวกับกับเรื่องการปล่อยชั่วคราว ณ วันนี้เราก็พยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วยนะครับ เรามีอุปกรณ์กำไลข้อเท้าเพื่อช่วยเหลือ โดยเราเช่าทั้งหมด ๕,๐๐๐ เครื่อง ขณะนี้เราพยายามกระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีเงินวางหลักประกันสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ แทนที่จะไปอยู่ใน เรือนจำเขาสามารถอยู่กับครอบครัวได้ ทำงานได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย เพราะว่า ทางสภาได้อนุมัติงบประมาณมาให้ดำเนินการนะครับ แล้วก็การบริหารจัดการของสำนักงาน ศาลยุติธรรมในเรื่องอุปกรณ์กำไลข้อเท้าเราพยายามบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการใช้งาน แล้วเราก็มีการกระตุ้นให้ผู้พิพากษาได้รับทราบว่าอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อลดความ เหลื่อมล้ำในสังคมว่าคนที่เขาไม่มีเงินวางหลักประกันจะได้มีโอกาสกลับไปอยู่กับครอบครัว นะครับ

ทีนี้สำหรับประเด็นเรื่องหลักการเกี่ยวกับเรื่องรายงานสภาพการบัญชีการเงิน ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงานศาลยุติธรรมมีนโยบายชัดเจน กรณีทุจริตเกี่ยวกับเรื่อง การเงินบัญชีเราให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วก็ลงโทษไล่ออกสถานเดียวทุกกรณีเลยนะครับ ในกรณีของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องระบบการเงินบัญชี เรามีระบบควบคุมภายใน มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงแล้วก็มีคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ระบบการติดตาม ในการควบคุมการใช้จ่ายเงินเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบกฎหมายนะครับ

แล้วก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญก็คือ เกี่ยวกับเรื่องยอดเงินที่เพิ่มขึ้นจากการ จ่ายเบี้ยประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีท่านสมาชิกได้อภิปรายให้ความเห็นว่าการออกระเบียบนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมต้องขอยืนยันต่อสภาแห่งนี้ว่าการดำเนินการออกระเบียบ ดังกล่าวได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามกฎหมาย แต่ว่าความเห็นของ ที่ท่านสมาชิกอ่านในวาระการประชุม นักกฎหมายอยู่ในที่ประชุมเห็นต่างกันนะครับ อาจจะ มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ว่าท้ายที่สุดการออกระเบียบดังกล่าวออกโดยความเห็นของ ที่ประชุมโดยมติเอกฉันท์ และท่านประธานก็ออกมา ถามว่าแล้วทำไมต้องไปแก้กฎหมาย ในภายหลัง ทำไมต้องไปแก้ จริง ๆ แล้วการแก้นี่เราไปแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง เพื่อให้การประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ก็ดี ศาลอุทธรณ์ภาคก็ดี สามารถปฏิบัติได้ ตามกฎหมาย รวมทั้งศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษด้วยนะครับ และในส่วนของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า ก็เป็นความกรุณาของสภาที่ออกกฎหมายมาและกำหนด ภาระหน้าที่ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการหลายเรื่อง อย่างเช่นระเบียบเกี่ยวกับ การกำหนดมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม ก็ไปกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาทำ จริง ๆ หน้าที่เหล่านั้นไม่ได้เป็นหน้าที่ปกติตามที่เขามีการตัดสินคดี แน่นอนครับ ที่ประชุมใหญ่ นอกจากทำหน้าที่พวกเหล่านี้ เลือกองค์คณะในการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง มีคดีที่มีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญก็เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ การดำเนินการการใช้จ่ายเงิน งบประมาณท่านสามารถไปดูได้เลยนะครับ ผมสามารถเอ่ยชื่อยกตัวอย่างก็ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ หลังจากที่ระเบียบออกมาแล้วเวลาไม่มีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญเขาก็ไม่ได้จัดประชุมใหญ่ การประชุมใหญ่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีข้อกฎหมายสำคัญ จำเป็น หรือว่ามีเรื่องเงื่อนไข ที่กฎหมายกำหนดว่าต้องดำเนินการ ฉะนั้นในความเห็นทางสำนักงานศาลยุติธรรม ขอกราบเรียนว่าเราได้ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามครรลอง ที่ควรจะเป็น ส่วนดุลยพินิจในการที่จะพิจารณาว่ามากหรือน้อยเกินไปก็เป็นอำนาจ ซึ่งท่าน ก็ได้เรียนแล้วว่าหลักการในการถ่วงดุลและการของทุกฝ่ายนะครับ ฝ่ายตุลาการก็ถูก ตรวจสอบ วันนี้ผมยืนอยู่ที่นี่ก็สภานิติบัญญัติก็เป็นคนตรวจสอบรายงานการเงินของ ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเราก็น้อมรับการตรวจสอบและเป็นข้อเสนอแนะที่ดี เราก็ได้ตระหนักว่า บางครั้งบางเรื่องเราก็เห็นแตกต่างกันได้ แต่ว่าท้ายที่สุดทุกคนก็ได้เสนอความเห็นที่เป็น ประโยชน์เพื่อการทำงานขององค์กรซึ่งเป็นสถาบันของประเทศนั่นเอง

ในส่วนของประเด็นย่อย ๆ ประเด็นเรื่องการเปิดสอบผู้พิพากษาท่านบอกว่า รับได้น้อยของท่านสมาชิกท่านนิรมิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเพิ่งเปิด อบรมไป ๑๑๓ คน จำนวนที่เราเปิดสอบมี ๓ ครั้งต่อปีครับ แต่ว่าจำนวนเราก็ไม่สามารถ ควบคุมได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนที่สอบผ่านเกณฑ์หรือไม่นะครับ อันนี้เราก็พยายาม ปรับปรุงอยู่ เรารู้ว่าเราขาดอัตรากำลัง ส่วนเรื่องผู้พิพากษาอาวุโสเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บัดนี้เราก็ใช้มา ๒๒ ปีแล้วเกี่ยวกับเรื่องผู้พิพากษาอาวุโส เนื่องจากว่าสังคม ในการมีชีวิตยาวนานขึ้น ฉะนั้นผู้พิพากษาอาวุโสก็มีประโยชน์ในการทำหน้าที่ เราก็พยายาม จัดสรรการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์ให้ทำงาน สอดคล้องกับบทบาทภารกิจที่สอดคล้องกับอายุนะครับ และในต่างประเทศก็มีระบบผู้ พิพากษาอาวุโสเช่นกันนะครับ

สำหรับทนายอาสา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมต้องจ่ายอัตราเงินรางวัลทนาย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด อย่างเช่นถ้าโทษประหารชีวิตอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ ๘,๐๐๐ บาท ขั้นสูงอายุที่ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้อยู่ที่กฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งทางสำนักงานศาลยุติธรรม ก็เห็นด้วยกับท่านว่าควรจะปรับปรุงค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสภาพความจริงในปัจจุบัน เพราะว่าอัตราค่าทนายเหล่านี้มันเป็นอัตราที่ใช้อยู่นานแล้ว และเราก็พยายามปรับปรุง และมันจะมีคำถามต่อมาควบคู่กับเรื่องงบประมาณด้วย พอตั้งปรับอัตราสำนักงบประมาณ ก็จะท้วงแบบที่เขาท้วงเรื่องทุกเรื่องที่เวลาของบประมาณเพิ่ม ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าพอจัดตั้ง ปรับอัตราพวกนี้ก็ต้องมีปัญหาเรื่องภาระงบประมาณตามมานะครับ

ท้ายที่สุดเกี่ยวกับเรื่องเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม หรือว่าเงินงบประมาณที่ได้รับทางผมขอยืนยันต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าการใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ของเงินงบประมาณแผ่นดินรวมทั้งเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินนอกงบประมาณใด ๆ สำนักงานศาลยุติธรรมใช้ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ทุกประการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรารับทราบ รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งฉบับสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ ผมขอพวกเรารับทราบ

(สมาชิกรับทราบ)

ระเบียบวาระต่อไป

๒.๒ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๒) ระยะเวลาระหว่างเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม ๒๕๖๒ กระผมขออนุญาตสรุปความคืบหน้า ของการขับเคลื่อนดังต่อไปนี้

ในส่วนของการขับเคลื่อนกิจกรรมและโครงการภายใต้แผนการปฏิรูป ประเทศนั้น ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อขับเคลื่อน เรื่องสำคัญ ๆ ในระยะเร่งด่วน หรือที่เรียกว่าควิกวิน (Quick Win) แล้วก็ได้มีการดำเนินการ ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะสั้น อาทิเช่นการจัดให้มีทนายความทุกสถานี การใช้เบอร์ ๑๙๑ เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินในทุก ๆ เรื่อง เป็นต้น การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างพอสมควร ได้มีหน่วยงานรายงาน กลับเข้ามาทั้งหมด ๑๑ หน่วยงาน ในเรื่องเกี่ยวกับการขัดข้องในการดำเนินงานซึ่งอาจจะ เป็นในเรื่องดังต่อไปนี้ เรื่องที่ ๑ เป็นในเรื่องของการมอบหมายให้หน่วยงานอื่น เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานแทน เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการทำแผนให้สอดคล้อง กับแผนการปฏิรูปประเทศ เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการปรับระยะเวลาในการดำเนินงาน ให้มีความเหมาะสม ในเรื่องดังกล่าวก็ได้มีการเร่งรัดให้มีการดำเนินงานให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศทุกประการ สำหรับความคืบหน้าล่าสุดที่ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศ ใช้แผนแม่บทตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายนที่ผ่านมา อันเป็นเหตุให้จำเป็น ที่จะต้องมีการปรับแผนการปฏิรูปประเทศให้มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทดังกล่าว จึงทำให้จะต้องมีการปรับแผนเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนของการ ดำเนินงานขั้นต่อไป ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมายังท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อโปรดทราบความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค รวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ กราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกมีท่านผู้ใดประสงค์จะซักถามหรือไม่ครับ ท่านชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน กระผม ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาอนุญาตให้ผมได้ขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบรายงาน ความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ที่บรรจุ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมใช้คำพูดผิดครับท่านประธาน ทางเลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แจ้งมาว่าเป็นความคืบหน้า ใช้ว่า ความคืบหน้าของการ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียด ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ารายงานครั้งนี้เป็นรายงานครั้งที่ ๓ ที่คณะรัฐมนตรี ตามนัยของมาตรา ๒๗๐ ต้องรับผิดชอบต่อสภา วันนี้ผมเองต้องกราบ ขอบพระคุณท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการ ของคณะ ที่ได้กรุณามารายงานต่อพวกเราผ่านท่านประธานไป แต่โดยความเคารพ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญ มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๖ มาตรา ๒๕๗–๒๖๑ เขียนไว้ชัดเจน แล้วก็ยังเขียนว่าในการปฏิรูปประเทศ ต้องมีแผนและขั้นตอนในการดำเนินการให้ชัดเจน มีกฎหมายประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนในปี ๒๕๖๐ วันที่ ๑ สิงหาคม หลังจากนั้นก็มีการประกาศแผน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๑ ๑๑ ด้าน แล้วก็เขียนไว้ชัดเจนว่ามันมีความสำคัญถึงขนาดให้ ต้องมีผู้ติดตาม มีผู้ชี้แนะ มีผู้เร่งรัดให้สัมฤทธิผลภายใน ๕ ปี นั่นคือมอบหมายให้สมาชิก วุฒิสภาที่มาตามบทบัญญัติการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ติดตาม เป็นผู้ชี้แนะ เป็นผู้เร่งรัด ท่านประธานครับ ความสำคัญนี้ก็สอดคล้องบอกว่าต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติด้วย ถ้าผมพูดอย่างนี้ มันดูเหมือนมีความสำคัญมาก แต่สิ่งที่ผมเองกำลังประสบขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าผมขอบพระคุณ ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะที่มาช่วยรายงาน ต่อพวกเรา แต่ความรับผิดชอบที่ ครม. จะต้องมีต่อพวกเรา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ทวงถามหน่อย ในการรายงานครั้งต่อไป จริงอยู่ว่าเลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฐานะเลขาธิการจะเป็นผู้ดูรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่เป็นความ รับผิดชอบคือคณะรัฐมนตรี เมื่อท่านประกาศว่าจะปฏิรูปประเทศภายใน ๕ ปีให้สัมฤทธิผล ท่านต้องรับผิดชอบต่อสภาของพวกเราด้วย ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี จริงอยู่ขณะนี้ท่านอาจจะบอกว่ากระผมเป็นคณะรัฐมนตรีไม่รู้จะมาในรูปแบบไหน จริง ๆ คณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๖๔ ก็ได้ครับ มาตรา ๒๖๔ ให้อำนาจท่านอยู่ ท่านเป็น คณะรัฐมนตรีเต็มรูปแบบไม่ใช่รักษาการ มาก็ได้ สภาเรายินดีต้อนรับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมนำเรียนท่านประธานมันเป็นการให้ความสำคัญต่อสภา สภาเราเองยินดี เราก็อยากมีส่วนร่วม เพราะว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดของสภาของเราคือความเป็นประเทศชาติ ที่สงบสุขตามที่ท่านเขียนวัตถุประสงค์ไว้ เรียบร้อย ปรองดอง มั่งคั่ง มั่นคง ทั้งภาพสังคม โดยรวม ทั้งพี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ท่านเขียนไว้ในหมวด ๑๖ ชัดเจนวัตถุประสงค์ท่าน แต่ถ้าท่านทำอย่างนี้นะครับ และเอากระดาษที่เป็นรายงาน ๓๙ หน้า ให้พวกเรามารับทราบ ดูว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร ก็ด้วยความขอบคุณผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ความสำคัญตรงนี้ต้องฝากไปบอกคณะรัฐมนตรีที่จะได้มาช่วยกันดูแลในการพัฒนา เพื่อเราจะได้ทำให้เป็นไปตามที่ท่านมุ่งหวัง เว้นแต่การดำเนินงานตามแผนปฏิรูปครั้งนี้ กระทำไปเพราะไม่กระทำไม่ได้ เนื่องจากว่าได้ไปพูดเอาไว้ ได้ไปรับปากเอาไว้ และจุดประสงค์สำคัญเพื่อต้องการที่จะอยู่ต่อ สืบทอดอำนาจต่อไป ท่านประธานครับ ทำไม ต้องมียุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ทำไมยุทธศาสตร์กับแผนปฏิรูปประเทศมันถึงมีความอิหลักอิเหลื่อ ขออนุญาตใช้ภาษาทั่ว ๆ ไปครับ ท่านประธานทราบหรือเปล่าว่ายุทธศาสตร์ประเทศของเรา ๖ ด้าน มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แจงออกมาตั้งเป็น ๖ ข้อ ๖ ด้าน ด้านความมั่นคง ด้านพัฒนาศักยภาพ การแข่งขัน ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านเรื่องความเสมอภาคของความเป็นมนุษย์กัน เรื่องสวัสดิการ เรื่องการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการจัดการภาครัฐ ๖ ด้านนี้ออกมาหมด แต่ท่านประธานครับ มาดูความตั้งใจ และวิธีการ ดำเนินการ ผมไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นพ่อ อะไรเป็นลูก อะไรเป็นแม่ แผนปฏิรูปประกาศเมื่อ เดือนมีนาคม ๒๕๖๐ วันที่ ๑๒ มติ ครม. ออก แต่ยุทธศาสตร์ชาติออกเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ และบอกว่าแผนปฏิรูปต้องยึดโยงตามยุทธศาสตร์ชาติ มันก็เลยเป็นที่มาว่าทำไม มันเป็นอย่างนั้น ทำไมอะไรก่อนอะไรหลัง มันก็เลยเป็นสิ่งที่พวกเราเองมีข้อกังวลสงสัย เพราะฉะนั้นในการอภิปรายรับทราบรายงานครั้งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เราเองจำเป็นที่จะต้องทักท้วง จำเป็นที่จะต้องเสนอแนะ จำเป็นที่จะต้องชี้ให้เห็นว่ามันมี ความล้มเหลว มันมีความก้าวหน้าอย่างไร ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนเมื่อท่าน ประกาศเป็นพระราชบัญญัติแล้ว อยู่ในรัฐธรรมนูญแล้ว เขาอยากรู้ เขาอยากเห็นว่าเขาจะ ก้าวหน้าจริงหรือไม่ เขาจะได้รับการปฏิรูปจริงหรือไม่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ตรงนี้ ละครับ มันก็จำเป็นที่สมาชิกพวกเราวันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้เวลาพอสมควรที่จะ ได้บอก ได้กล่าว ได้เสนอแนะ ได้ทักท้วง ได้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านบอกแผนปฏิรูปของประเทศ มันจะนำมาซึ่งความผาสุกของประเทศชาติได้อย่างไร ต้องขออนุญาตขอเวลาครับ ทั้งหมด ๑๑ ด้านตามแผนปฏิรูป ท่านประธานครับ จะมีสมาชิกของพวกเรา โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านเรา ๗ พรรค เรามีการปรึกษาหารือที่จะนำข้อมูลในแต่ละด้านมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ท่านเลขาธิการมารับในนามคณะรัฐมนตรี อาจจะเป็นประโยชน์นะครับ แน่นอนสิ่งที่เราทักท้วงไม่ได้สนับสนุนหรือสรรเสริญแผน แต่เราจะทักท้วงในสิ่งที่เราเป็นห่วง เป็นกังวลว่าเมื่อนำสู่ปฏิบัติแล้วจะเป็นประโยชน์จริงหรือไม่ ปฏิบัติได้หรือไม่ ใช้งบประมาณ ไปเท่าไร มีข้อสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ สิ่งเหล่านี้ท่านสมาชิกจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นในแต่ละด้านไป สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานจากรายงานที่ท่านเลขาธิการได้กรุณาสรุปย่อ ให้พวกเราฟังใน ๑๑ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องกฎหมาย เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสาธารณสุข เรื่องสื่อมวลชน แล้วก็เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคมและพลังงาน สุดท้ายเรื่องการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ท่านประธานครับ ๑๑ ด้านนี้สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ถามว่าสำเร็จผลคืบหน้าหรือไม่ ดูจากรายงานไม่มีตัวชี้วัดใด ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้านตัวบุคคล ด้านสังคม ด้านระดับประเทศตัวชี้วัดที่เราต้องการเห็น ที่ท่านจะทำมา เราไม่เห็นชัดเจนว่ามันคืบหน้าไปอย่างไร อาจจะมีรายงานเชิงประจักษ์ว่า คืบหน้าในการทำแผนสำเร็จ ส่งแผนสำเร็จ แต่สิ่งที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนมันดูไม่ได้จริง ๆ และที่สำคัญท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องที่ท่านส่งมา ให้พวกเราดู ผมตรวจสอบไปในรายละเอียดขออนุญาตใช้คำว่ามีแต่สิ่งที่เราพบว่ามันล้มเหลว มันล้มเหลวอย่างไรครับท่านประธานครับ มันเป็นรายการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งหมดที่ส่งมา ๑๔,๘๖๕ เรื่อง สอดคล้องกับ ๖ ยุทธศาสตร์ ๑๑ ด้าน ในเอกสารรายงานมีครับ ในตาราง ๑๔,๘๖๕ เรื่องท่านประธานครับ ไปตรวจสอบรายละเอียดพบว่ามีการรอพิจารณา ๕ ใน ๑๑ เรื่อง ในรอบที่ ๓ เดือนมกราคม-เดือนมีนาคมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ๔ เรื่อง ๔ เรื่องนั่นได้แก่ ประชาธิปไตยต้องมีธรรมาภิบาล ยังไม่ได้ทำอะไรเลย การกระจายอำนาจ ยังไม่ทำอะไรเลย สมาชิกมีความประสงค์อภิปรายเรื่องนี้พอสมควร ทบทวนกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ได้ทำ ท่านประธานครับ ในรายงานจิตอาสา พี่น้องประชาชนมีการออกมาเป็นจิตอาสา เป็นพลังของพี่น้องประชาชน ด้วยสำนึกในบุญคุณ ออกมาทำงาน แต่ไม่มีอยู่ในรายงานว่า ทำหรือไม่ทำเลย อันนี้คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานครับท่านประธาน และที่สำคัญความ ล้มเหลวที่อยู่ในแผนที่เราห่วงและกังวล ทั้งที่บุคลากรพวกเรา คนภาครัฐของเรามีความรู้ ความสามารถ ท่านใส่ว่าท่านจะจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคกับการ ดำรงชีวิต ต้องถามว่าต้องใช้เงินเท่าไร แล้วทำไมคนของภาครัฐที่มีความรู้ความสามารถ ถึงไม่ทำเรื่องนี้ ตั้งอนุกรรมการเพื่อเขียนทีโออาร์ (TOR) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ เรื่องพลังงานสีเขียว เรื่องโรงงานประหยัด สิ่งเหล่านี้มันส่อให้เห็นว่า ไม่ได้ทำ มันเป็นความล้มเหลวของแผนที่ทำมา แล้วก็ดูในรายละเอียดมีแต่เรื่องเล็ก ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เป็นเสมือนงานปกติของหน่วยงานราชการ ผมยกตัวอย่างว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินมีเขียนว่า เรื่อง ๑๙๑ เข้ามาเขียน ถามว่า ๑๙๑ มันมีมากี่ปีครับ มันมีมา ก่อนปี ๒๕๖๐ ก่อนที่ท่านจะเขียนรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้พอท่านได้มาแสดงแล้วทำให้พวกเรารู้สึกหดหู่ มันแปลงจากวิธีปฏิบัติของงานประจำ ของส่วนราชการมาเป็นแผนปฏิรูปประเทศแล้วบอกว่าประเทศเราใน ๕ ปีข้างหน้า จะเจริญรุ่งเรืองมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มันไม่เห็นทิศทางครับด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมกลับมาในเรื่องที่เป็นเรื่องความล้มเหลวและสิ่งที่ควรจะต้องเอาไปใส่ในแผน

เรื่องแรกสุดครับท่านประธาน เรื่องการปฏิรูปการเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานเกือบไม่ได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ต้องขออภัย เพราะอะไรครับ เพราะผลพวงของการดำเนินการเข้าสู่การเมืองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านมีการปฏิรูปการเมืองบอกพรรคการเมืองจะต้องมีอย่างโน้นมีอย่างนี้ หัวหน้าพรรคการเมืองต้องมาประชุมร่วมกันปรองดอง แต่สิ่งที่ท่านเองละเลยและไม่คำนึง คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง การเข้าสู่อำนาจแทนพี่น้องประชาชน ที่เขาเลือก ภาพที่เราเห็นในสภาแห่งนี้ไม่ต้องอธิบายนั่นคือความล้มเหลวขณะนี้ยังไม่มี รัฐบาลเลยยังไม่มี ครม. เลย เกือบ ๔ เดือน บอกว่ากลางเดือนกรกฎาคมมีแน่นอนครับ แต่ว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคมเขารอให้มีรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งไปแก้ปัญหาให้เขา มานำพาประเทศชาติบ้านเมืองให้สู่เป้าหมายที่เขาต้องการ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญผมถามว่าในแผนปฏิรูปจะทำอย่างไร ท่านเชื่อมโยงกันอย่างไร ยึดโยงกันอย่างไร ท่านกล้าหรือเปล่าว่าต้องปฏิรูปการเมืองให้เป็น ประชาธิปไตยที่ทุกคนยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมจริง ๆ นิติธรรมนี่ขีดเส้นใต้นะท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตพูดเลย ผมไปเปิดพจนานุกรมมา คำอธิบายชัดเจนว่า นิติธรรม คือกฎพื้นฐานแห่งกฎหมายที่ทุกคนที่อยู่ภายใต้กฎหมายต้องถูกบังคับเท่าเทียมกันครับ เท่าเทียมกัน ในหมวดกระบวนการยุติธรรมเรื่องนี้จำเป็นและสำคัญ จะมีเพื่อนสมาชิกลงไป ในรายละเอียด แต่สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้นะครับ วันที่ ครม. ชุดนี้เข้าถวายสัตย์ นั่นหมายความว่า มาตรา ๔๔ คณะรัฐมนตรีชุดเดิมหมดไป แต่ผลพวงของมาตรา ๔๔ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดทั้งนิติบัญญัติ ทั้งบริหาร ทั้งตุลาการในตัวเดียวกันหมดเลย อันนี้เขาเรียกอำนาจ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ มันอยู่ในตัวเดียวของคนกลุ่มเดียวผู้เดียวมันจะหมดไป แต่ผลพวง มันเข้าไปอยู่ในกฎหมายปกติยังมีผลใช้บังคับอยู่ สิ่งที่จะปฏิรูปถามว่าจะมีการยกเลิก ตัวบทกฎหมายที่มันไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างไร พี่น้องประชาชน สนใจมากครับ ๒๓ องค์กรเขายื่นเสนอมาเป็นร่างภาคประชาชน แต่แผนปฏิรูปบอกยังไม่ได้ทำ อะไรเลย อย่างนี้มันคือความก้าวหน้าหรือความล้มเหลวท่านประธาน เรื่องการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองสลดหดหู่ใจมาก กระบวนการ เลือกตั้ง วิธีการเลือกตั้ง การเข้าสู่อำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ในวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมา ต้องถูกตรวจสอบ ทำไมต้องถูกตรวจสอบ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยว่า แค่บัตรเลือกตั้งที่ใช้อยู่ใช้ในการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนไปกากบาทฉีกไปใส่ในกล่อง ใส่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งท่านประธานไปเลือกตั้งท่านประธานคงสังเกต เดิมการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ทุกครั้งให้ความสำคัญกับตัวบุคคลที่จะไปเลือกตั้งมากว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหนลายมือเป็นอย่างไร พวกเราถูกปั้มหัวแม่มือ หมายเลข ๑๓ หลัก ลายเซ็น แต่ครั้งนี้ ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่จะบ่งชี้ว่าคนเลือกตั้งบัตรใบนั้นเป็นใคร เพราะอะไรท่านประธานครับ นี่หรือคือปฏิรูปการเมือง เขาทำเพื่ออะไร ทำไมขณะที่เข้าสู่การเลือกตั้งเป็นอย่างไร ขณะที่นับคะแนน นับไป นับไป หยุด ผลคะแนนออกมามีความสับสน มีความเห็นที่แตกต่าง วันที่เลือกตั้ง วันที่ ๒๘ ออกมาไม่เหมือนกัน สุดท้ายมีศัพท์ใหม่ คะแนนเขย่ง บัตรเขย่ง แล้วท้ายสุดครับ มีวิธีการตีความตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งด้วยการคิดคำนวณที่แตกต่างผิดแผกไปจากผู้คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ทั่วไป อันนี้ผมชี้ให้เห็นนี่คือความล้มเหลวของการ ปฏิรูปการเมือง ถ้าท่านประธานเห็นด้วยกับผม ถ้าท่านนึกหลับตาไป ๒ คะแนน นิดเดียว สิ่งที่เขาคิดขึ้นมาเพื่ออะไรครับ มันทำให้ภาคการเมืองอ่อนแอ ทำไมเรามีตั้ง ๒๖ พรรค รัฐบาล ๑๙ พรรค พวกผมฝ่ายค้าน ๗ พรรค เอาละ ผมไม่ว่า ว่าจะมาด้วยวิธีการไหน แต่วิธีคิดคะแนนของเขามันทำให้การเข้าสู่อำนาจแทนพี่น้องประชาชนมาเป็นในลักษณะ อ่อนแอ สภาก็เป็นสภาเป็ดง่อย ครม. ยังตั้งไม่ได้ ก็เป็น ครม. เป็ดง่อย ผมถามว่าอย่างนี้ เราจะพัฒนา เราจะปฏิรูปประเทศมันก้าวหน้าภายใน ๕ ปีได้อย่างไร ยุทธศาสตร์ที่ท่าน เขียนไว้แจกแจงไปในรายละเอียด ๒๐ ปีนะครับ ผมเคยยืนอภิปราย ณ เวทีแห่งนี้ สภาแห่งนี้ บอกว่าถ้าท่านเลือกนายกรัฐมนตรีคนนี้ประเทศจะเข้าสู่วิกฤตแล้วล้มเหลว ท่านประธาน คอยดูนะครับ สิ่งที่ผมพูดไว้มันจะเป็นจริง เพราะอะไรครับ เพราะระบบการเมืองของเรา ต้องการทำลายอำนาจที่มาจากพี่น้องประชาชนให้อ่อนแอ ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร เพราะ อยากจะแทรกอำนาจนอกระบบเข้ามาหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่นั่นคือสิ่งที่เป็นจริง ๘ เสียงครับ ความต่าง ๒๕๔ เสียง กับ ๒๔๖ เสียง ๘ เสียง สนุกนะครับท่านประธาน ในการทำงาน อันนี้คือสิ่งที่เป็นภาพที่จะทำให้การปฏิรูปการเมืองตามแผนการปฏิรูปการเมืองมันล้มเหลว นี่คือตัวอย่างชัด ๆ เลย ถึงแม้ท่านจะไปเขียนดีอย่างไร แต่ตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบางมาตรา เข้าไปมีผลทำให้สิ่งที่ท่านพูดไว้มันทำไม่ได้ นี่ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องการปฏิรูปการเมือง เรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น แล้วสิ่งที่ผมบอกว่ามันจะวิกฤติและล้มเหลว เพราะอะไรครับ ท่านประธาน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ถ้าไปดูในรายละเอียดแล้วมันไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติครับ มันเป็นยุทธศาสตร์การเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจ เพื่อการสืบทอดอำนาจของคนบางกลุ่มบางพวก เท่านั้น แล้วก็อาศัยกฎหมายปฏิรูปอาศัยแผนปฏิรูปมารองรับเพื่ออยู่ต่ออย่างน้อย ๕ ปี แต่เขาหวังว่า๒๐ ปี ๒๐ ปีนี่อันตรายมาก มันจะทำให้ประเทศชาติวิกฤต ไม่มีประเทศชาติ เมืองไหนที่ทำแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี และเขียนในรายละเอียดลงไปหมดเหมือนแผนปฏิบัติการ ในยุทธศาสตร์ อันนี้คืออันตรายผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นถ้าใช้ มาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญบวกกับหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศแล้ว สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนมุ่งหวังคาดหวังว่าประเทศจะเจริญก้าวหน้ามั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน พี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี มีความสุข ความสงบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะเจริญงอกงามเป็นไปได้ยาก ท่านประธานที่เคารพอีกสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ด้วยความที่ห่วงใยที่จะทำให้บ้านเมืองมันล้มเหลวเข้าสู่วิกฤติ คือวิธีคิดในการปฏิรูป เอายุทธศาสตร์ชาติมา แผนปฏิรูปมา ๑๑ ด้าน คิดบนฐานที่ไม่มีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน แม้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ทั้ง ๒ หมวด ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน ท่านประธานครับ เขามีส่วนร่วมตรงไหน มีคนกลุ่มหนึ่งมานั่งคิดนั่งทำ ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใด ๆ ว่าความคิด ความเห็นของพี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หรือไม่อย่างไร ความไม่มีส่วนร่วมตรงนี้มันเลยทำให้ยุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูป ๑๑ ด้าน คิดอยู่บนพื้นฐานเขาเรียกว่ารัฐราชการ รัฐราชการครับ ขณะนี้ทั้งโลกที่เขาพัฒนาเขาใช้ประชาชนเป็นจุดศูนย์กลางในการพัฒนากระบวนทัศน์ มันเปลี่ยนมาสู่ภาคประชาชนระเบิดจากประชาชน รัฐเพียงเป็นผู้ให้พลังสนับสนุนเข้าไป แต่ว่าของเราเองเป็นรัฐราชการ ทุกอย่างทำด้วยราชการ ท่านตรวจสอบรายงาน ๓๙ หน้า ความล้มเหลว ความไม่ทันกาล ทำไม่ทัน เป็นเพราะหน่วยงานราชการทั้งนั้นเลย นี่ละครับ มันจะเป็นตัวบ่งชี้เลยว่าประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร เมื่อท่านไม่ได้เห็นขออภัยท่านประธานครับ ผมเกือบหลุดว่าเห็นหัว ต้องขออภัย ไม่เห็นแก่ประชาชน ไม่เห็นแก่ศีรษะประชาชนก็ได้ครับ สุภาพหน่อย ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างนี้ครับ วิธีคิดกระบวนทัศน์ที่คิดผิดอย่างนี้ และท่านใช้ไปอีก ๒๐ ปี ประเทศชาติมันจะถดถอยล้าหลังและล้มเหลว ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดเพื่อนสมาชิกจะมาบอกท่านประธานเป็นข้อ ๆ ในสิ่งที่เขา เห็นว่ามันจะเป็นอันตราย สิ่งที่เขาเห็นว่ามันจะไม่ได้เกิดกับประเทศชาติ ก็หวังว่า ท่านเลขาธิการครับในฐานะที่เป็นตัวแทน ครม. จะรับข้อสังเกตความเห็นของพวกเราไป ไม่มีการลงมติหรอกครับ แต่เราจะเจอกันอย่างนี้ทุก ๓ เดือน และผมคิดว่าจะเข้มข้นขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัด รายงานฉบับนี้หลังจาก ที่เรารับทราบแล้วนะครับ ก็น่าจะส่งให้สมาชิกวุฒิสภารับทราบด้วย แต่ว่าเป็นเรื่องแปลก ท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภาผมไม่ได้ก้าวล่วง มีอำนาจหน้าที่ มีหน้าที่และอำนาจ ๒ เรื่องเลย อยู่ในเนื้อเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านเองติดตามเสนอแนะและเร่งรัดแล้ว ผมด้วยความเคารพ มันควรจะปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้มาสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วย เราอาศัยคำว่า รัฐสภา เท่านั้นเองครับที่เราถึงได้เห็นรายงานฉบับนี้ แยกประชุมกัน เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าบางเรื่องให้แยกประชุมได้ เช่นรับทราบรายงานตรงนี้ แต่อาศัยว่าเป็นรัฐสภาเท่านั้นเองที่ได้เห็น ฝากท่านประธานครับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ของสมาชิกวุฒิสภา ข้อเร่งรัดที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราอยากเห็นในรายงาน ฉบับนี้ แต่สิ่งที่สำคัญผลพวงของการปฏิรูป ๑๑ ด้าน จะมีกฎหมายออกมารองรับ และพวกเราต้องไปอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ พิจารณาร่วมกันในรัฐสภา ถ้าเป็นไปได้ ท่านก็แจงมาให้เราเห็น เพื่อจะเข้าสู่การทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมืองเรา ความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน ผมด้วยความเคารพท่านประธาน ฝากประเด็นเหล่านี้ไว้เป็นข้อสังเกต ข้อทักท้วง ข้อท้วงติง ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่เห็นด้วย ยอมรับว่าไปไหนไม่ได้หรอก แต่สำคัญที่สุดคือให้พี่น้องประชาชน ประเทศชาติบ้านเมืองไปได้ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายรายงานฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรวิทย์ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ กระผมขอขอบพระคุณครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณา ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายในเรื่องของการนำเสนอรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการ ตามโครงการปฏิรูปประเทศในวันนี้ ผมกราบเรียนว่าผมได้มีเวลาศึกษาดูความจริงเรื่องวันนี้ เป็นเรื่องที่เป็นความคืบหน้าเฉพาะในช่วงของเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม แต่ผมก็พยายามดู ย้อนหลังไป เพราะว่ามีการนำเสนอต่อ สนช. ไปแล้ว ๒ ครั้ง ผมกราบเรียนว่าในวันนี้ ที่ได้ศึกษาดูแล้วเห็นว่าส่วนใหญ่ไม่มีรายละเอียด เป็นเพียงการเสนอในเรื่องของชื่อโครงการ ในแต่ละด้านทั้ง ๑๑ ด้านเป็นการเสนอชื่อโครงการไม่มีรายละเอียด แต่ก็ถ้าท่านทำตาม โครงการนั้นมันก็คงจะเป็นประโยชน์สมกับคำว่าปฏิรูป แต่ท่านประธานที่เคารพในวันนี้ผมได้สอบถามจากหลาย ๆ ท่านหลาย ๆ คน รวมทั้งพี่น้อง ประชาชนและคนข้างนอกเขาบอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมานี้ทำเรื่องปฏิรูปเป็นวาทกรรม เป็นการพูดว่า ปฏิรูป มีการตั้งคณะทำงาน ตั้งสภาปฏิรูป สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่ในทางปฏิบัติหรือผลออกมายังไม่เห็น ไม่มี ๕ ปีที่ผ่านมามีการพูดถึงการปฏิรูป มีการบรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่ผลที่ออกมาไม่มี ข่าวคราวที่ออกมาในแต่ละครั้ง ของเรื่องปฏิรูป ไม่ว่าจะปฏิรูปตำรวจหรืออย่างอื่นก็ตาม ก็ยังไม่เห็นผลว่าจะเป็นจริงตามที่ เขาต้องการที่จะปฏิรูปประเทศ หรือทำให้ประเทศดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับถ้าย้อนไป จริง ๆ แล้วประเทศไทยมาพูดเรื่องปฏิรูปมากก็ในปี ๒๕๕๗ ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยุบสภาผู้แทนราษฎร จะมีการเลือกตั้งใหม่ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกมา พยายามที่จะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ให้ยืดขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปบอกว่าปฏิรูป ประเทศก่อนจึงค่อยเลือกตั้ง เกิดความขัดแย้ง ในที่สุดมีการปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่มีการปฏิวัติเสร็จแล้วนึกว่า เรื่องปฏิรูปจะหายไป ปรากฏว่าหลังจากปฏิวัติไม่กี่เดือนครับ วันที่ ๖ เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมา มีสมาชิก ๒๕๐ คน สมาชิก ๒๕๐ คนนี้ก็มีการทำงานต่าง ๆ อยู่เกือบ ๑ ปี ทำงานอยู่ถึงวันที่ ๖ เดือนกันยายน ๒๕๕๘ ก็หมดวาระ หมดโอกาสไป แทนที่จะหมดอีกต่อมาไม่นานมีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ ในวันที่ ๑๓ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ นั้นเอง แต่ตั้งคราวนี้ ๒๐๐ คน รวมแล้วทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติจนถึงปัจจุบันนี้ใช้เงินงบประมาณภาษีอากรของประชาชน ไปไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีการบรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญ มีหลาย ๆ อย่าง รวมถึง การที่จะนำมารายงานในรัฐสภา ๓ เดือนต่อ ๑ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับนี่คือสิ่งที่เป็น ความเป็นมา แสดงว่ากลุ่มที่ไปขอเลื่อนการเลือกตั้งก็มีผลถึงการปฏิวัติรัฐประหาร ปฏิวัติ รัฐประหารหลังจากนั้นก็มีการตั้งขึ้นมา คล้าย ๆ กับว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอยู่ พี่น้องประชาชนทราบว่า ๒ กลุ่มนี้สัมพันธ์กัน ทำงานร่วมกัน แล้วก็เกิดเรื่องของการปฏิรูป เป็นวาทกรรม ไม่ใช่เรื่องที่จะปฏิบัติจริงจัง แม้แต่วันนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ บอกว่า คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่มานำเสนอก็ไม่มา เพราะว่าเขาคงไม่ให้ความสำคัญ เพราะว่ามันก็ สอดคล้องกับคำว่า ปฏิรูป นั้นเป็นเพียงวาทกรรมไม่ได้หวังผลจริงจัง ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนว่าในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็น่าเสียดายครับ เสียเวลา เสียเงินงบประมาณ ไปเป็นพันล้านบาท แต่ผลไม่เกิด ถ้าเรามองลงไปอีกทีหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูป ๑๑ ด้าน ก็ยังไม่เห็นด้านใดที่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลวหมดครับ เหมือนกับที่หลาย ๆ คนได้พูด เรื่องนี้ตลอดว่าล้มเหลว แม้แต่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของการปกครองประเทศ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป เพราะปฏิรูปคราวนี้มีด้านกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดินเห็นได้ชัดเจนครับ ย้อนหลัง ถอยหลังไปไม่น้อยกว่า ๓๐ ปีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่รัฐบาลชุดนี้ หรือทางผู้บริหารชุดนี้ได้แต่งตั้งคณะขึ้นมาดำเนินการจนออกมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถอยหลังล้าหลังไปไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี เห็นได้ชัดเจนครับเรื่องเดียวก็ได้ เรื่องสมาชิกวุฒิสภา ฉบับก่อน ๆ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ต่าง ๆ ประชาชนเป็นคนเลือก เป็นสิทธิ เป็นอำนาจ ที่ประชาชนจะเลือกสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาทำงาน ตรวจสอบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกฎหมาย คอยดูกฎหมายต่าง ๆ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถอยหลังไปไม่ให้อำนาจ ประชาชนเหมือนเดิม มีการตั้งโดยคณะ คสช. เป็นผู้ตั้งสมาชิกวุฒิสภา เดิมเคยมี ๑๕๐ คน ๒๐๐ คน คราวนี้ คสช. ตั้งมา ๒๕๐ คน ประชาชนไม่มีส่วน ประชาชนเคยเลือก ผมก็เคย เลือก ส.ว. แต่คราวนี้ไม่มีโอกาสครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นอำนาจของ คสช. ที่จะคัดเลือกหรือจัดสรร คัดสรรเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในเรื่องของ จำนวน นอกจากในเรื่องของที่มา อำนาจของ ส.ว. กลับมากขึ้น ปกติ ส.ว. ไม่เคยที่จะ มีโอกาสมาเลือกนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่คราวนี้เอา ส.ว. ที่มาจากการคัดสรร จัดสรรเข้ามา มาร่วมกับ ส.ส. เลือกนายกรัฐมนตรี นี่ก็คือสิ่งที่ล้าหลังชัดเจน ไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี มองเรื่องเดียวก็ได้ความจริงมีอีกหลายเรื่อง จะเห็นได้ว่าเช่นที่หลายคนก็กล่าวว่าเลือกตั้ง ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอินเดีย เลือกตั้ง วันเดียวรู้แล้วว่าใครจะเป็นรัฐบาล ประเทศไทย ๔ เดือนแล้วครับยังไม่เห็นหน้าตา ของคณะรัฐมนตรี ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ฉบับถอยหลังฉบับปฏิรูปฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่เราเห็น นอกจากในเรื่องดังกล่าวแล้ว รัฐธรรมนูญยังมีบทที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใครที่เห็นต่างก็จะมีปัญหา ใครยอมสยบ เข้าไปอยู่ใต้อำนาจของผู้มีอำนาจ มีคดีก็หลุดคดีครับ แต่พวกที่อยู่ข้างนอกไม่ยอมสยบให้ ปรากฏมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนถึง ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติว่ารัฐธรรมนูญหรือว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูป ที่ถอยหลังล้าหลังไม่มีผล ก็กราบเรียนว่าในเรื่องอื่น ๆ ในเรื่องสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน ผมขอเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยว่าในเรื่องสาธารณสุขจะเห็นได้ว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการเน้น ในเรื่องของการสาธารณสุขชั้นปฐมภูมิ ก็ดีครับชั้นปฐมภูมิแต่ยังขาดในชั้นทุติยภูมิ ตติยภูมิ เราอยากจะเห็นภาพให้ชัดเจนกว่านี้มีปฐมภูมิหลายคนก็บอกว่าปฐมภูมินั้นมันย้อนหลัง ไปอีก ๕๐ ปี มันจะย้อนไปสมัย ๕๐ ปีที่แล้วที่มีสุขศาลา เขาจะพูดว่ามีสุขศาลา อำเภอต่าง ๆ มีอำเภอละแห่งนะครับสุขศาลา เช่นผมอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า ก็มีสุขศาลา อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ แบบนี้ครับ เดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนชื่อสุขศาลาพัฒนามาเป็น สถานีอนามัย มาเป็น รพ.สต. ตอนนี้การบริหารการดำเนินการจะย้อนหลังไปคล้าย ๆ กับว่า ไปเป็นแบบเดิมคือระบบสุขศาลา ผมก็ฝากเพิ่มเติมว่าในการปฏิรูปด้านสาธารณสุขนั้น ปัญหาก็คือตอนนี้อยากจะให้พูดให้ชัดเจน ทุติยภูมิ ตติยภูมิ การแพทย์ที่จะต้องนำเทคโนโลยี ชั้นสูงเข้ามาช่วยต่าง ๆ จะทำให้ชัดเจนมากขึ้น ก็ฝากไว้ครับ ไม่ว่าบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล เทคนิคการแพทย์ หรือต่าง ๆ นั้นก็มีปัญหา เรื่องตำแหน่ง บางคนทำงาน ๔ ปี ๕ ปี ไม่ได้บรรจุ ก็หาวิธีในเรื่องของการแก้ปัญหาเหล่านี้ นอกจาก เรื่องบรรจุแล้ว เรื่องสวัสดิการ เรื่องค่าตอบแทน เรื่องที่พักอาศัยต่าง ๆ ความก้าวหน้า ขอก็ฝากให้ช่วยดูแลบุคลากรทางการแพทย์ จะทำให้สำเร็จ ความสำเร็จของการแก้ไข การปฏิรูปด้านสาธารณสุขก็ต้องอย่าลืมเรื่องบุคลากร ผมคงจะรบกวนเวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมจะเรียนเชิญท่านสมาชิกขึ้นมาอภิปรายตามรายชื่อที่ผมได้รับจาก วิป (Whip) ฝ่ายค้าน โดยอาจจะสลับกับฝ่ายทางซีกขวาทางรัฐบาลบ้างนะครับ แล้วก็ กำหนดระยะเวลาผมจะประกาศว่าแต่ละท่านที่ขอมาได้กี่นาที จะได้ตั้งเวลาให้ท่านด้วย ต่อไปเชิญท่านศิริกัญญาจากพรรคอนาคตไทย ท่านขอ ๒๐ นาทีนะครับ เชิญครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ดิฉันได้มาอภิปรายในเรื่องของความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศ ในรอบ ๓ เดือน เดือนมกราคมจนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ นี้ แผนการปฏิรูปประเทศ เป็นแผนระยะ ๕ ปี เป็นแผนที่มีความสำคัญ แล้วก็มีการใช้งบประมาณไม่น้อยทีเดียว ในระยะ ๕ ปีนี้มีการวางแผนไว้ว่าจะใช้งบประมาณรวมกันเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จนถึงวันนี้ ก็ครบรอบ ๑ ปีไปได้สักประมาณ ๒ เดือน หลังจากที่มีการประกาศแผนนี้ลงใน ราชกิจจานุเบกษา น่าเสียดายที่ว่ารายงานความคืบหน้าในครั้งนี้ที่เราได้รับจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเพียงแค่ความคืบหน้าในรอบ ๓ เดือน ทำให้เราไม่ทราบว่า ๑ ปีที่ผ่านมาความคืบหน้าของแผนการปฏิรูปประเทศไปถึงไหนแล้ว แต่ ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันก็ได้ไปค้นเอกสารที่พอจะเข้าถึงได้ในทางอินเทอร์เน็ตก็พบว่ามันเป็นไป อย่างที่ท่านชลน่านขออภัยที่เอ่ยนาม ได้กล่าวไว้จริง ๆ ด้วยว่าเราจะสามารถติดตาม ความคืบหน้าได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ดิฉันได้เข้าไปค้นจนถึงแผนปฏิรูป ทั้ง ๑๑ เล่มแล้วก็พบว่าไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่เป็นตัวเลข มีแต่ตัวชี้วัดลอย ๆ อย่างเช่น รายได้เพิ่มขึ้นแต่ไม่ทราบว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร หรือว่าประชากรมีความสุขเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ บอกว่าความสุขเพิ่มขึ้นนั้นหมายความว่าอย่างไร ท่านประธานที่เคารพคะ เอาละค่ะ ดิฉันขอกลับมาโฟกัส (Focus) ในเรื่องของรายงานความคืบหน้าในรอบ ๓ เดือนที่ผ่านมา ขอสรุปสั้น ๆ เป็น ๓ เรื่องดังนี้ว่า

แผนการปฏิรูปประเทศนั้นมีทั้งที่ล้มเหลว มีแผนที่ยิบย่อยและมีความซ้ำซ้อน ที่ล้มเหลวคืออะไร ดิฉันขอยกตัวอย่างโครงการในด้านการเมือง มีการตั้งโครงการที่เรียกว่า เป็นไปเพื่อการจัดตั้ง จัดการเลือกตั้งอย่างซื่อสัตย์และเป็นธรรม ได้รับงบประมาณ ๑๘ ล้านบาท จริงอยู่ว่านี่อาจจะเข้าข่ายซ้ำซ้อน เพราะหน้าที่ของ กกต. ก็คงเป็นการจัดการ เลือกตั้งเพื่อความซื่อสัตย์และเป็นธรรมอยู่แล้ว แต่มันก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่านอกจาก ๕,๘๐๐ ล้านบาท ที่ท่านใช้ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะจัดการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์และเป็นธรรมได้ ถึงจะได้ งบประมาณเพิ่มจากแผนการปฏิรูปอีก ๑๘ ล้านบาท ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะจัดการเลือกตั้ง อย่างซื่อสัตย์และเป็นธรรมได้ ท่านประธานคะ นอกจากโครงการนี้แล้ว ในเรื่องของ การกระจายอำนาจ ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังมากว่าจะต้องเกิดความก้าวหน้า เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นของพวกท่าน ผลก็ปรากฏว่าการกระจายอำนาจนั้นไม่มีความคืบหน้า ความคืบหน้าเป็นศูนย์ค่ะ โดยท่านให้เหตุผลว่าประธานคณะกรรมการปฏิรูปในด้านกระจาย อำนาจท่านลาออก ท่านก็คงจะลาออกมาลงรับสมัครเลือกตั้งนะคะ เมื่อท่านไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วก็ขอรบกวนท่านกลับไปเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้วย

ในเรื่องของความยิบย่อยนะคะ เวลาเราพูดถึงการปฏิรูปนี่เราจะจินตนาการ ถึงโครงการที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง อาทิเช่นโครงการด้านสาธารณสุข ถ้าเราพูดถึงแผนการปฏิรูปด้านสาธารณสุข เราก็คงจะจินตนาการว่าจะมีโครงการที่จะช่วย ลดคอขวดของการบริการด้านสาธารณสุข ลดการขาดแคลนแพทย์และพยาบาล แต่ในแผนนี้ เรากลับพบว่ามีโครงการชื่อว่า โรงพยาบาลผักปลอดสารพิษ ใช้งบประมาณ ๖๐ ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรือว่าตอบโจทย์ใด ๆ ของพี่น้องประชาชนและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างใด ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการปรับปรุงในด้านของการลงทะเบียนโดยใช้ งบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นด้านสาธารณสุขเช่นกัน ซึ่ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็คงใช้ไปเพียงแค่การปรับปรุงหน้าเว็บ (Web) เพื่อให้ลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น ยังมีโครงการ ที่ยิบย่อยลงไปอีก โครงการโซลาร์รูฟทอป (Solar roof top) เสรี เป็นโครงการที่เป็น ความหวังของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไม่ว่าจะไปที่ไหนทุกคนก็จะถามถึงโครงการนี้ และดิฉันก็มีความยินดีที่โครงการนี้ถูกบรรจุเข้าไปในแผนการปฏิรูป แต่ก็กลับพบว่าในแผนนี้ เขียนไว้อย่างสวยหรู แต่ในความเป็นจริงท่านอนุมัติเพียงแค่ ๑๐๐ เมกะวัตต์เท่านั้นสำหรับปีนี้ ซึ่งคิดเป็นเพียง ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตของทั้งประเทศ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ราคาที่รับซื้อ ท่านเคยประกาศไว้ว่าจะรับซื้อที่ ๑.๘ บาทต่อหน่วย แต่ในความเป็นจริง กลับรับซื้อเพียงแค่ ๑.๖๘ บาทต่อหน่วย ซึ่งทำให้โครงการโซลาร์รูฟทอป (Solar roof top) ไม่คุ้มค่าในการลงทุนอีกต่อไป และไม่เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานทางเลือก ถ้าจะให้ดิฉันไล่ให้หมดก็คงไม่หมดนะคะ ในเรื่องของโครงการยิบย่อย ดิฉันจะขอยก อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือในด้านของสิ่งแวดล้อมค่ะ เรารู้ดีว่าภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ ชายฝั่งทะเลมีปัญหาในเรื่องของการทรุดตัว แผนการปฏิรูปมีแผนว่าจะปักไม้ไผ่เพื่อลดแรงคลื่น ด้วยงบประมาณ ๒๘๖ ล้านบาทในระยะ ๖ ปี อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเช่นกัน โครงการราชการปลอดขยะ วิธีการดำเนินงานก็คือมีโครงการรับบริจาคถุงผ้าเพื่อรับยา ท่านประธานที่เคารพคะ โครงการที่มันซ้ำซ้อนที่ไม่นับว่าเป็นโครงการปฏิรูปยังมีอีกเยอะมาก หลายเรื่องมันควรที่จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการ เป็นภารกิจหลักของราชการนั้น อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่นโรงเรียนประชาธิปไตยให้บรรจุไว้ในหลักสูตร ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักสูตร แกนกลางก็มีการพูดถึงเรื่องของโรงเรียนประชาธิปไตยอยู่แล้ว ไม่ต้องมาอยู่ในแผนการปฏิรูปอีก ในเรื่องของการรอบรู้ด้านสุขภาพก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วที่ควรจะต้อง ให้ความรู้ในด้านสุขภาพ ไม่นับว่าเป็นแผนการปฏิรูปนะคะ แต่จะบอกว่าแผนการปฏิรูป ทั้งหมดนี้ไม่ประสบความสำเร็จ ดิฉันก็คงจะเป็นการติเรือทั้งโกลน เพราะว่านี่คือการรายงาน ความคืบหน้าเพียงแค่ ๓ เดือน จากที่ดิฉันไปค้นมา มีกิจกรรมที่ได้ทำเสร็จสิ้นแล้วประมาณ ๘๒ กิจกรรม ดิฉันค้นเพิ่มเติม ไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ท่านให้มา โดยที่โครงการส่วนใหญ่ ที่ทำสำเร็จจะเป็นในเรื่องของการออกกฎหมาย และแน่นอนค่ะ ทางด้านการเมืองไม่มีภารกิจใด เสร็จสิ้น กิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้วเป็นศูนย์ ที่คืบหน้าจริง ๆ คือการออกกฎหมายค่ะ ออกไป เสร็จแล้ว ๒๒ ฉบับ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ สนช. ใช้ช่วงเวลาเพียงแค่ ๑ เดือน ระหว่างวันที่ ๑๘ เดือนมกราคม จนถึงวันที่ ๑๘ เดือนกุมภาพันธ์ ออกกฎหมาย ผ่านร่างพระราชบัญญัติ รวมทั้งสิ้น ๖๖ ฉบับ เฉลี่ยท่านออกวันละ ๘ ฉบับ ไม่รู้ว่าท่านได้รับการบันทึกโดย กินเนส บุ๊กเวิลด์ ออฟ เรคอร์ด (Guinness Book World of Records) หรือเปล่า ว่าเป็นการออกกฎหมายเร็วที่สุดในโลกนะคะ ซึ่งเป็นการย้อนแย้งกับเป้าหมายหนึ่ง ของการปฏิรูปที่พูดถึงเรื่องของการทำเรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) นั่นก็คือการทบทวนกฎหมายเก่าที่ล้าสมัย และยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น ท่านกลับออก กฎหมายรวมทั้งสิ้น ๔๕๖ ฉบับในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา กลับมาดูผลงานของ สนช. ที่ออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปทั้ง ๒๒ ฉบับ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฉบับที่มีเสียงคัดค้าน จากภาคประชาชนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โรงงาน ที่มีการต่ออายุของใบอนุญาตโรงงาน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พ.ร.บ. ป่าชุมชน ที่ลิดรอนสิทธิของชุมชนออกไปทั้งหมด มีหน้าที่ เพียงแค่ทำตามนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนแห่งชาติและนโยบายป่าชุมชน ระดับจังหวัดเป็นคนออก นอกจากนี้ยังมีร่างแปลงของ ม. ๔๔ อย่างเช่น พ.ร.บ. รักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นร่างแปลงของประกาศคำสั่ง คสช. ที่ ๙/๒๕๕๙ ที่ละเว้นในการทำ อีไอเอ (EIA) พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นร่างแปลงของ มาตรา ๔๔ คำสั่ง คสช. ที่ ๒ ที่ ๒๘ ที่ ๔๗/๒๕๖๐ และ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ที่เป็นร่างแปลงของคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ เรื่องของนโยบายทวงคืนผืนป่า เราก็จะเห็นว่าสิ่งที่ทำเร็วอาจจะไม่ใช่ เรื่องดีเสมอไป ท่านประธานที่เคารพคะ หลังจากที่ศึกษามาได้สักระยะหนึ่ง ดิฉันก็ได้ข้อสรุป อีก ๑ ข้อว่ายิ่งพวกท่านดำเนินแผนปฏิรูปเข้าไปเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้รัฐเทอะทะขึ้นเรื่อย ๆ ในแผน ๓ เดือน ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานรัฐเพิ่มขึ้นถึง ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน บูรณาการแก้ไขปัญหาความยากจน ศูนย์พลังงานประชาชน และสำนักงานคณะกรรมการ ความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ (Cyber) ๓ เดือนยังออกมาแล้ว ๓ หน่วยงาน เพราะว่า ๕ ปี ท่านมีแผนไว้ว่าจะตั้งทั้งสิ้น ๕๒ หน่วยงาน จน ก.พ.ร. ต้องออกมาเบรก (Brake) ว่า มันจะเยอะเกินไปหรือเปล่า ถึงแม้ว่าแผนนี้จะได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม มันทำให้เราเห็นวงจรบางอย่างของการปฏิรูป วิธีการก็คือ ๑. ตั้งคณะกรรมการ ๒. ออกกฎหมาย ๓. ตั้งหน่วยงานใหม่ ถ้าเราสามารถปฏิรูปประเทศด้วย ๓ อย่างนี้แล้วนั้น ป่านนี้ประเทศเราก็คงไม่ต้องปฏิรูปอีกต่อไปค่ะ ข้อสังเกตต่อมาก็คือว่ายิ่งปฏิรูปก็เหมือนกับ ประเทศนี้ยิ่งล้มลุกคลุกคลานนะคะ แผนรายงานความคืบหน้าครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะคะ ก็ยังมีอุปสรรคในเรื่องที่หน่วยงานหลากหลายหน่วยงาน ๑๑ หน่วยงานด้วยกันขอทบทวน ในเรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบในแผนการปฏิรูปนั้น ๆ หมายความว่าอะไร หมายความว่า ท่านคิดว่าท่านไม่ควรจะต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย อีก ๖ หน่วยงานขอทบทวน เป้าหมายและระยะเวลาในการดำเนินงาน นี่ ๑ ปีแล้วนะคะ ยังทบทวนกันอยู่เลยว่า ตกลงใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ เป้าหมายยังตกลงกันไม่ได้ว่าเป้าหมายจะเป็นอย่างไร ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อรายงานความคืบหน้าครั้งที่แล้ว ครั้งที่ ๒ ก็มี ๙ หน่วยงานที่รายงาน อุปสรรคเช่นนี้เหมือนกัน และไม่ใช่หน่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ระดับกรม เป็นระดับกระทรวงด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันต้องขอพูดตรงนี้ว่าการปฏิรูปที่ผ่านมามักจะเป็นข้ออ้าง ที่มาพร้อมกับการทำรัฐประหารในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี ๒๕๔๙ เรามีการทำ รัฐประหาร การปฏิรูปก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน มีคณะกรรมการปฏิรูปทั้งสิ้น ๔ คณะ ใช้งบประมาณไปประมาณ ๑.๓ พันล้านบาท และพร้อมมีข้อเสนอมาเสนอ ๑,๐๐๐ ข้อเสนอ มาในครั้งนี้เมื่อเรามีรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ด้วยข้ออ้างว่าเราต้องการที่จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เรามี ๒ สภาปฏิรูป ๑๑ คณะกรรมการปฏิรูป ใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท อย่างน้อยขั้นต่ำ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑.๗ พันล้านบาท สำหรับสภาปฏิรูปประเทศและสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ และอีก ๓๐๐ ล้านบาท สำหรับเบี้ยประชุมของคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศทั้ง ๑๑ ด้าน ท่านมาพร้อมกับ ๑,๓๔๒ ข้อเสนอ ดิฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะต้อง เกิดขึ้น ดิฉันเสียดายแทนความพยายามอย่างยิ่งยวดที่ท่านพยายามที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ในด้านต่าง ๆ วางเงื่อนไขกลไกต่าง ๆ ไว้อย่างมากมายตั้งแต่แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนแม่บทกระทรวงต่าง ๆ ๒๐ ปี ลงมาถึงแผนปฏิรูปประเทศในระยะ ๕ ปี แล้วท่านยังมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ ๕ ปีดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการรายงาน ความคืบหน้าในครั้งต่อไปในอีก ๓ เดือนข้างหน้าเราจะได้พบกันใหม่ แล้วก็จะได้เห็น ถึงความก้าวหน้าที่มากกว่านี้ ให้คุ้มค่ากับทรัพยากรกับแรงงานที่เราได้ลงไป ดิฉันก็จะรอดู รอฟังนโยบายโครงการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โครงการควิกวิน (Quick Win) ที่พวกท่านเรียกกันว่า โครงการธงนำของที่ท่านอยู่ว่าสถานะความคืบหน้าเป็นไปถึงไหนแล้ว และจะรออภิปราย ในเรื่องของความคืบหน้าของแผนการปฏิรูปประเทศต่อไป ขอบคุณคะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านหัวหน้าพรรคประชาชาติครับ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณที่ท่านประธานได้ให้โอกาสกระผมมาอภิปรายเรื่อง รายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ความจริงผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยากจะเห็น ประเทศนี้มีการปฏิรูปเดินไปข้างหน้า แล้วก็เห็นท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติซึ่งผมรู้จักดี ท่านเป็นนักปฏิบัติในการปฏิรูปคนหนึ่งของบ้านเมืองนี้ แต่ผมเห็นรายงานของท่านแล้ว ผมไม่เชื่อว่ามันจะเป็นการปฏิรูปประเทศได้เลยแม้แต่น้อย

ประการแรกอยากจะเรียนต่อท่านประธานสภาครับว่ามันเป็นความบกพร่อง ของสภาหรือของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่ส่งรายงานมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะกระผมเองเพิ่งมาได้รับรายงานชิ้นนี้ ๒๐ หน้าในห้องประชุมนี้ ซึ่งความจริง ควรจะส่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไปอ่านทบทวนดูอย่างน้อย ๔-๕ วันก่อนการประชุม ๒๐ หน้า ซึ่งเป็นการปฏิรูป ๑๑ ด้านทั้งประเทศผมเสียดาย ผมไม่มีโอกาสได้ดูในรายละเอียด ได้เลยว่าได้ทำอะไรและอะไรที่ควรจะแนะนำเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นในการจะเสนอรายงาน ความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศในรอบต่อไปอยากจะเรียนต่อเลขาธิการแล้วก็รัฐสภาด้วย ขอให้สมาชิกได้มีการอ่านอย่างน้อยสักอาทิตย์หนึ่ง หรือไม่ควรจะน้อยกว่าตามระเบียบ ของสภา ๓ วัน แต่มาเห็นในห้องประชุมแล้วจะให้คนเก่งอย่างไรมาอ่าน ถ้าไม่ไปติดตามดูเอง ผมว่าคงจะลำบาก แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการนี้ต้องการเห็นสภาเป็นเพียงแต่ตรายาง รับทราบเฉย ๆ รัฐสภาไม่ควรจะเป็นการรับทราบเฉย ๆ ควรจะได้ติติง แนะนำ เพื่อให้แผนปฏิรูป ประเทศนั้นมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมได้กล่าวตั้งแต่ตอนต้น ท่านประธานที่เคารพครับว่า ผมอยากจะเห็นประเทศนี้มีการปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. ตอนที่มีการปฏิวัติ ๒๒ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้นได้พูดอย่างชัดเจน ว่าต้องการปฏิวัติเพื่อปฏิรูปประเทศ แต่ ๕ ปีที่ท่านอยู่ในอำนาจผมไม่เห็นว่าได้มีการปฏิรูป อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ใช่ผมคนเดียวเท่านั้น ประชาชนทั่วประเทศก็เห็นเช่นนั้น มีอย่างเดียวคือตั้งสภาปฏิรูป สภาปฏิรูปเขียนแผน เสร็จแล้วก็ตั้งกรรมการ ๑๑ คณะเพื่อเบิกเงินมาทำงาน ท่านเลขาธิการและท่านประธานสภาครับ แผนปฏิรูปหลายด้านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมต้องการให้เห็นชัดว่าแผนนี้ ไม่ได้กำหนดเพื่อทำอย่างจริงจัง แผนปฏิบัติก็ไม่ชัดเจนแล้วสิ่งที่สภาต้องการ เพราะสภาต้องการตรวจสอบนั่นคือการวัดและประเมินผล ผมไม่เห็นว่าหลังจากปฏิรูป ไปแล้วท่านทำไป เอาละ รายงานมานี่สั้น ๆ ว่าเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม ในช่วงที่ผ่านไป ก่อนหน้านั้นและช่วง ๓ เดือนที่ท่านรายงานพวกผมมานี่ท่านได้ประเมินแต่ละแผน บ้างหรือไม่ว่ามันก้าวหน้าอย่างไรไม่สำเร็จอย่างไร ผมอยากจะยกตัวอย่างในหน้า ๒ เลยครับ ด้านการเมืองครับท่าน ในแผนปฏิรูปด้านการเมืองโครงการและกิจกรรมในข้อ ๔ บอกว่า จัดให้มีการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม กำหนดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นวาระแห่งชาติเพื่อปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เป็นนักการเมือง เราต้องพูดความจริง ท่านเลขาธิการท่านเป็นผู้ปฏิบัติก็จริงแต่ท่านรู้หมดว่าการเลือกตั้ง ที่ผ่านมานั้นมันสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศจริงหรือไม่ มันก้าวหน้าหรือมันถอยหลัง ท่านประธานครับ พวกเราที่อยู่ในสภานี้ถ้าพูดความจริงกันแล้วมันถอยหลังมากกว่าข้างหน้า การปฏิรูปอันนี้ที่บอกว่าต้องการให้เลือกตั้งที่สุจริต ถามท่านประธานว่ามันสุจริตมากน้อยแค่ไหน ๓ เดือนเพิ่งจะได้ประกาศการเลือกตั้ง และท่านประธานครับที่บอกว่าสุจริต หมายถึงว่า ไม่มีการซื้อเสียง การเลือกตั้งที่ผ่านมาก่อนหน้าโน้น ผมว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ เดือนมีนาคมนั้นเป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมโหฬารมากกว่าทุกครั้งถ้าคนต้องการพูดความจริง ทำไมเป็นเช่นนั้นครับ อยากจะถามท่านเลขาธิการท่านเขียนมาแล้วท่านประเมินหรือไม่ ผมอยากให้ท่านประเมินว่า ๓-๔ ครั้ง เลือกตั้งที่ผ่านมาก่อนเลือกตั้งวันที่ ๒๔ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๔ หรือปี ๒๕๕๐ แล้วมาเทียบกับปี ๒๕๖๒ อันไหนสุจริตและยุติธรรมมากกว่ากัน เขียนมาเพื่อหลอกตัวเอง เขียนมาให้สวยหรูหรือเปล่าและผู้เขียนเองเป็นผู้นำในการทุจริตเอง ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานอกจากไม่สุจริตแล้วยังเป็นการใช้อำนาจของรัฐ ที่ไม่อายชาวบ้านเลยครับ ผมก็อยู่ในอำนาจรัฐไม่เคยเห็นและตำหนิมากเลยว่าใช้ทำไม กันมาก ๆ ขนาดนี้เพื่อเอาชนะอย่างเดียว ศาลากลางบางแห่งในอำเภอหลาย ๆ แห่ง ได้เอาเงินของพรรคการเมืองบางพรรคไปแจกให้กำนันผู้ใหญ่บ้านบนสถานที่ราชการ อย่างโจ่งครึ่ม ทำได้อย่างไรครับ เมื่อเราจะปฏิรูปการเลือกตั้งเพื่อปฏิรูปประเทศมันถอยหลัง เข้าคลองยิ่งกว่าเข้าคลองลงทะเลเสียด้วยซ้ำไป ท่านเลขาธิการลองประเมินให้ผมดูสิว่า มันปฏิรูปตรงไหนครับ แล้วมันปฏิรูปอย่างไรประชาธิปไตยของประเทศนี้ถ้าเริ่มด้วย การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมแล้วท่านอย่าหวังว่าประชาธิปไตยของเราจะดีขึ้น ถ้ามันซื้อเสียงแล้วมันก็ต้องถอนทุนคืน ถ้ามันใช้อำนาจแล้วมันก็ต้องทวงคืนเก้าอี้ขออำนาจ ต่อไปไม่มีการสิ้นสุด เลวร้ายมากครับ สำหรับที่ท่านเขียนว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตและ เที่ยงธรรมเป็นวาระแห่งชาติ ชาติไหนครับ ที่เราทำอย่างนี้ ผมอายเด็ก ๆ มันครับ มันไป เลือกตั้งในโรงเรียนมันบอกว่าต้องเลือกตั้งแบบที่ผู้ใหญ่เขาเลือกตั้ง แจกลูกอมกัน นี่มันเป็น ตัวอย่างที่เลยร้ายมากสำหรับประเทศนี้ ผมจึงอยากให้ท่านเลขาธิการครับ ท่านประธาน ผมก็ไม่ค่อยอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ ท่านเลขาธิการช่วยคิดกันหน่อยครับ ถ้าเราไม่สามารถ ทำให้การเลือกตั้งที่มันบริสุทธิ์และยุติธรรม ท่านอย่าหวังว่าการปกครองของประเทศ มันจะสุจริต ป.ป.ช. ตั้งไปเถอะครับ ศาลตั้งไปเถอะครับ เพราะเวลาทุจริตการเลือกตั้ง มันเป็นการสมยอมกันจับลำบากมากนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมถือว่าเป็นการเริ่มต้น ของการปฏิรูป ถ้าล้มเหลวในจุดประเด็นตรงการเริ่มต้นของการปกครองประเทศแล้ว ก็อย่าหวังว่าการศึกษาและเรื่องอื่น ๆ มันจะดีขึ้นครับ แล้วรวมทั้งเราเลือกตั้งไปแล้วเกือบจะ ๔ เดือน มีไหมครับ ก่อนเลือกตั้งที่ผ่านมามันยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ ท่านประธาน ผมและพวกเรา ในสภานี้ก็รู้เลือกตั้งไม่เกิน ๑ เดือน ต้องตั้งรัฐบาลได้แล้ว เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ไม่มีปฏิรูปอย่างที่ท่านพูดถึง เขายังทำได้ตั้งรัฐบาล เพียง ๑ เดือน นี่ ๓ เดือน ยังตั้งไม่ได้มันปฏิรูปภาษาอะไรครับ วันนี้ก็ยังมาตอบอะไรกันไม่ได้ ชาวบ้านก็รอปัญหา พูดจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อคนเขียนแผนนี้ สภาที่ทำแผนนี้ และคนที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ว่าจะทำอย่างจริงจังและสำเร็จ เมื่อคนมันไม่น่าเชื่อถือ แล้วมันจะสำเร็จได้อย่างไร เพราะคนมันนำไปสู่นโยบาย คนนำไปสู่ความสำเร็จของงาน ที่เกิดขึ้น นี่เอาข้อเดียว ข้อแรก ๆ ก็จะเจ๊งกันแล้ว ท่านเลขาครับ ท่านอย่ามาเสียชื่อกับชีวิต ของท่านในคราวนี้ ผมก็ชื่นชม ท่านอยู่ใน ก.พ.ร. หรืออะไร ผลงานมามีพอสมควร ถ้าท่านจะ รักษาชื่อเสียง ท่านต้องตอบคำถามผมให้ได้ว่าเลือกตั้งที่ผ่านมามันปฏิรูปกว่าก่อนอย่างไร และท่านจะทำอย่างไรให้มันดีกว่านี้

ท่านประธานครับ ผมมาข้อต่อไปก็แล้วกัน ข้อนี้รู้ ๆ กันอยู่นะครับ แต่มันเป็น หัวข้อที่สำคัญ ในหน้า ๒ หัวข้อที่ ๖ รายงานนี้บอกว่า ๖. กระจายอำนาจเพื่อพัฒนา ประชาธิปไตย เร่งส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจและถ่ายโอนทรัพยากรและภารกิจไปสู่ องค์กรการปกครองท้องถิ่น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมพัฒนาท้องถิ่นตนเอง เป็นการกระจายโอกาสให้ประชาชนในการพัฒนาถิ่นฐานและบ้านเกิด สวยหรูไหมครับ ท่านประธาน สวยมาก ๆ แผนและถ้อยคำ ให้ประชาชนมีโอกาสในการพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิด แต่แผนนี้จะสำเร็จได้อย่างไรครับ ถามท่านดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย ท่านเชื่อหรือว่ากระทรวงมหาดไทยจะถ่ายโอนอำนาจตามที่แผนนี้กำหนด ต้องถ่ายงาน ถ่ายงบประมาณ กี่ปีมาแล้วพยายามที่จะโอนไม่เห็นโอนได้สักทีครับ ยิ่งทำมาก ยิ่งโดยเฉพาะในสมัย คสช. องค์การปกครองท้องถิ่นแทบตายทั้งเป็นเพราะท่านให้งานเข้าไป ไม่ว่าเรื่องคนชรา เรื่องนมโรงเรียนอะไรต่ออะไร แต่ท่านไม่ให้เพิ่มงบประมาณเข้าไป จะจัดเรื่องอะไรต่ออะไรก็ให้ท้องถิ่นเอาเงินของท้องถิ่นนั่นนะครับ ท้องถิ่นไม่มีเงินพัฒนาเลย เอาเงินใช้ตามนโยบายของรัฐบาล ผมหวังว่าการกระจายอำนาจเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยนั้น ต้องให้เงินเขาไปด้วยความจริงใจนะครับ แล้วก็ให้เงินให้งานเขาไป มักจะพูดกันว่า ให้เงินท้องถิ่นไปแล้วเขาจะทุจริตกัน ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพ ผมก็เชื่อว่า มีบางท้องถิ่นก็มีการทุจริตเหมือนกัน แต่ท่านเชื่อหรือครับว่ารัฐบาลกลางไม่ทุจริต บางทีรัฐบาลกลางนั้นต้นตอแห่งความทุจริตทั้งหลาย เรียกเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ตอนต้น แล้วไปบอกท้องถิ่นว่าอยากได้งานงบประมาณไป ต้องให้ส่วนกลางเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ เลวร้ายมาก การเริ่มต้นด้วยเป็นพิษมันก็เป็นพิษต่อไป เพราะฉะนั้นการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่สำคัญ และเป็นการพัฒนาที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตยนั้น เราต้อง ช่วยกันทำจริง ๆ จัง ๆ กระจายอำนาจ กระจายเงินให้เขาพัฒนาได้อย่างจริงจัง ในรอบที่แล้ว ให้ผมพูดบ้างก็ได้ ที่บอกว่าท้องถิ่นทุจริตแล้วไปกะเกณฑ์ ปลดอำนาจเขามาอยู่แล้ว เป็นอย่างไรครับ อันนี้มันไปสู่ข้อ ๑ แล้ว การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม พอคนที่ ได้รับการเรียกเข้ามาบอกว่าไม่สุจริตเที่ยงธรรมรับปากว่าจะช่วยรัฐบาลนั้น พรรคการเมืองนั้น ผมไม่พูดว่าพรรคไหนก็ได้รับการปล่อยกลับไป แล้วก็ไปช่วยพรรคการเมืองนั้นได้ คนที่ไม่ได้ รับปากก็ไม่ได้ช่วย อย่างนี้หรือครับมันคือการพัฒนาท้องถิ่น มันซ้ำเติมท้องถิ่นหลาย ๆ แบบ หลาย ๆ รูปแบบด้วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านเลขาธิการว่าถ้าท่านทำ ในข้อนี้ได้ โดยกำหนดระยะเวลาชัดเจน ภายในปี ๒๕๖๒ ต้นปี ๒๕๖๓ เขาจะมีการเลือก ท้องถิ่นแล้ว ท่านกำหนดได้หรือไม่ว่างบประมาณที่จะให้กับท้องถิ่นที่บอกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นั้น กำหนดและทำได้จริงหรือไม่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติเป็นคนคุมแผนร่วมกับสำนักงบประมาณ อย่าให้รัฐบาลกลางเบี้ยว ไม่ส่งเงินให้เขาครับ ท่านรับปากในคราวหน้าได้หรือไม่ว่า ท่านเตรียมแล้วว่าการเลือกตั้ง ท้องถิ่นสมัยหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. เขาต้องได้รับเงินจากส่วนกลาง ที่เป็นงบประมาณทั้งหลายนั้นตามรัฐธรรมนูญเดิม ผมจำได้ ๒๕๖๐ บอก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐธรรมนูญใหม่ต้องขอประทานอภัยไม่ได้ดู เอาให้ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ให้ได้จริง ๆ ผมว่าท้องถิ่นจะก้าวหน้ามากกว่านี้ พรรคประชาชาติ หลาย ๆ พรรคการเมืองที่อยู่ในสภา ของเรานั้น ผมว่าเกือบทุกพรรคของท่านประธานก็พูดชัดเจน ทำรัฐบาลกลางให้เล็ก ให้รัฐบาลท้องถิ่นให้ใหญ่ เป็นพรรคของท่านประธาน และอีกหลายพรรคการเมืองบอกว่า อำนาจรัฐบาลมีแต่น้อย ๆ ให้อำนาจท้องถิ่นนั้นมีเยอะ ๆ เพราะเขาคือประชาชนในท้องถิ่น เขาเป็นคนรู้ปัญหา ถ้าให้เขารู้ปัญหาให้เงินให้งานเขาทำ เขาจะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าเขาทุจริต มีองค์กรทั้งหลายตรวจสอบ และแน่นอนประชาชนในพื้นที่เขาก็ตรวจสอบผู้บริหารเขาได้เอง อันนี้เป็นเรื่องที่เราต้องไว้วางใจ ถ้าหากเราไม่ไว้วางใจท้องถิ่นแล้วเราจะทำอย่างไรครับ ให้มีการกระจายอำนาจออกไป ประเทศทั้งหลายในโลกนี้ที่เป็นประชาธิปไตยเขาให้ท้องถิ่นทำงานทั้งนั้น ไม่ใช่ให้รัฐบาลกลาง แล้วกอบโกยกันเอาแล้วท้องถิ่นทำอะไรไม่ได้บ่นกันไป ผมหวังว่าแผนปฏิรูปที่บอก อย่างชัดเจนในข้อ ๖ นี้ ในรายงานคราวหน้าต้องมีคำตอบกับสภานี้ได้ว่าจะให้เงินท้องถิ่น จากงบประมาณแผ่นดินนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ จะทำอย่างไร งานอะไรบ้างที่ให้เขาทำ และงานอะไร ที่เขาทำไม่ได้ที่จะต้องไปส่งเสริมสนับสนุน อันนั้นเป็นข้อที่ ๒ ซึ่งมันต่อเนื่องเรื่องการเมือง ความจริงมีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องพูด แต่ว่าผมไม่อยากจะพูดให้มากมาย เพราะผม ไม่เชื่อว่าคณะกรรมการนี้จะมีความจริงจัง จริงใจ ในการปฏิรูปประเทศนี้ ทำเพราะ มีกฎหมายกำหนดให้ทำ ยิ่งบอกให้วุฒิสภาเป็นคนคุมการปฏิรูปนี้ผมยิ่งหมดความหวัง ไม่ได้ดูถูกว่าเขาไม่มีความรู้ วุฒิสภาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ ความสามารถ แต่ท่านประธาน เชื่อหรือไม่ว่าวุฒิสภาคราวที่แล้วจำนวนไม่น้อยทีเดียวไม่สนใจแผนปฏิรูปประเทศ และเข้ามา เป็นวุฒิสภานั้นเพราะมีผลงานหาเสียงให้พรรครัฐบาล ผมถามตรง ๆ ว่าคุณทำไมต้องมาหาเสียง คุณไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง เขาบอกขอโทษพี่ ถ้าผมไม่ทำงานให้เขาเห็นผลงาน ผมเป็น ส.ว. รอบหน้าไม่ได้ นี่คือปฏิรูปหรือครับ แล้วผมจะไปไว้ใจวุฒิสภาซึ่งทำงานไม่ได้ ปฏิรูปเลย ทำรายการปฏิรูปไปช่วยพรรครัฐบาลเพื่อจะได้มีผลงานเข้ามาเป็นวุฒิสภา ไม่อายผีอายสางอายตัวเองเลยครับ ใช้อำนาจหน้าที่ ให้เงินให้ทอง โอ้โฮ ท่านมันจะเป็นกลาง ทางการเมืองอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงข้อความมันดีทั้งหมดรายงาน ของท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่นว่าจะออกกฎหมาย ที่ตั้งสำนักงานบูรณาการแก้ไขความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ท่านเลขาธิการครับ ท่านคงจะทราบดีว่าประเทศของเรา จีดีพี (GDP) มันก็โตขึ้นจริง แต่มันโตบนฐานของความ เหลื่อมล้ำอย่างมากกว่าประเทศใด ๆ จะเกือบว่าในโลกนี้เสียด้วยซ้ำไป คนจนจนเพิ่มขึ้น คนรวยทรัพย์สินมากขึ้น ผลของการวิจัยอันหนึ่งนะครับ ของพวกท่านบอกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินของประเทศนี้อยู่ในมือคนไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือความเหลื่อมล้ำและความยากจนของประเทศนี้ ยิ่งแก้ความเหลื่อมล้ำช่องว่างมากขึ้น ท่านบอกผมได้หรือไม่ว่าภายใน ๕ ปี ที่บอกว่า แผนปฏิรูปประเทศนี้ต้องสำเร็จ ความเหลื่อมล้ำมันจะลดลงเท่าไร แล้วทรัพย์สินของประเทศนั้น จะอยู่ในมือคนจนสักเท่าไร ท่านจะปฏิรูปภาษีอากร ปฏิรูปเรื่องที่ดิน ปฏิรูปเรื่องอะไรต่าง ๆ เพื่อให้ความเหลื่อมล้ำนั้นผมไม่ได้เห็นชัดเจน เอาละท่านจะทำ แต่ผมอยากจะเห็น การประเมินผลที่มันมีความชัดเจน ในเรื่องการศึกษาผมก็เห็นหลายเรื่อง แต่ไม่มีความชัดเจน ผมคิดว่าก็คงต้องให้โอกาสท่านสมาชิกท่านอื่นได้มีการอภิปรายในประเด็นอื่นบ้าง สำหรับผม ขอเรียนท่านเลขาธิการว่าผมเชื่อความสามารถของท่านเลขาธิการ แต่ผมไม่เชื่อรัฐบาลที่จะ ทำแผนนี้ให้สำเร็จ เพราะขาดความจริงใจ ขาดความต้องการอย่างแท้จริง ถ้าจะทำก็ทำได้เยอะแล้ว แต่จนป่านนี้ความคืบหน้าผมไม่อยากจะประเมิน เพราะอยากให้ ท่านประเมินนะครับ แต่ที่ผมดูแล้วมันไม่น่าจะถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ เอาแค่หัวข้อแรก อันนี้เพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ เพราะท่านบอกว่าจะจัดการเลือกตั้งให้มันบริสุทธิ์ ยุติธรรม ท่านบอกว่ากำหนดตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ท่านทำงาน ตั้ง ๒ ปี แล้วทำไมมันเลวลง เลวลงอย่างหนักด้วย เลวลงจนวันนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้นะครับ ก็ช่วยกันประเมินและผมห่วงว่าทำไปทำมามันยิ่งลดน้อยลงไปทุกครั้งครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสครับ แล้วก็หลังว่าในรอบหน้าผมจะได้รับรายงานที่มากกว่านี้ ละเอียดมากกว่านี้ มีรายงานความก้าวหน้าและการประเมินผลที่ชัดเจนและผมต้องได้รับ ล่วงหน้าอย่างน้อย ๕ วัน เพื่อผมจะได้ไปอ่าน แล้วหวังว่าที่เป็นคำถามผมในวันนี้ ถ้าท่านตอบบางส่วนได้จะขอบพระคุณมาก แต่ถ้าท่านตอบไม่ได้ ท่านตอบคราวหน้าครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เลยขออนุญาตชี้แจงเสียเล็กน้อยนะครับ เกี่ยวกับที่ท่านอาจารย์วันนอร์ได้อภิปรายกรณีของเอกสารประกอบการพิจารณา จริง ๆ แล้ว ท่านอาจจะไม่ได้สังเกตว่าในหนังสือเชิญประชุม เราจะมีคิวอาร์ โค้ด (QR code) อยู่ข้าง ๆ เอกสารอยู่ตรงนั้นครับ ถ้าท่านสแกน คิวอาร์ โค้ด (Scan QR code) ท่านก็จะได้เอกสารนั้น เพราะจริง ๆ ตรงนี้ผมต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ตอนต้น ๆ หรือตอนอบรม ส.ส. ก็ไม่ได้ แจ้งไว้ ถ้าทุกครั้งที่ท่านได้รับ ถ้าท่านสังเกตดี ๆ เพราะหลายท่านอาจจะไม่ได้สังเกต เพราะมันอยู่ในหน้าแรก จะมีคิวอาร์ โค้ด (QR code) อยู่ด้านขวา ก็เรียนชี้แจงด้วยครับ เชิญท่านอาจารย์ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านพูดถึงวาระการประชุมมีโค้ด (Code) ให้เปิดดูได้ แต่ถ้าเราดูในระเบียบ ในข้อบังคับของการประชุมนั้น สภาต้องส่งเอกสารให้สมาชิกก่อนอย่างน้อย ๓ วัน แต่จะบอกให้เปิดโค้ด (Code) กดอะไรบางครั้งถ้าโทรศัพท์ผมเปิดไม่ได้จะทำอย่างไร ผมไม่มี คอมพิวเตอร์นะครับ ท่านประธานหรือผมเปิดไม่เป็น แค่เอกสารซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติส่งมาท่านจะส่งให้ผมไม่ได้เชียวหรือครับ แล้วผมคิดว่าเอกสารนี้ ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาเท่านั้นที่ควรจะรับทราบ สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชน นักวิชาการ ที่สนใจอาจจะไม่มีสมาชิกรัฐสภาเท่านั้นเขาควรจะได้รับทราบ เพราะเขาเป็นเจ้าของประเทศ เขาต้องการเห็นประเทศของเราปฏิรูปเช่นเดียวกับพวกเรา เขามีข้อเสนอแนะอาจจะส่งไป คณะกรรมการชุดนี้ได้โดยตลอดเวลาครับ ท่านประธานครับ ผมยังติดใจอยู่ว่าอยากได้เป็น เอกสารด้วย ถ้าเป็นเอกสารที่สำคัญอย่าให้ผมต้องไปเปิดโค้ด (Code) เปิดอะไรเลยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ อาจารย์ครับ ในระเบียบข้อบังคับเราก็จะเขียนในข้อบังคับไว้ว่า วิธีการส่งเอกสาร ต่าง ๆ มีหลาย ๆ วิธี แล้วในขณะเดียวกันนโยบายของสภาต่อไปเราก็คงจะใช้พวก อี-ดอกคิวเมนต์ (e-Document) มากขึ้น แล้วก็จะแจ้งให้ท่านทราบทุกระยะจะรับไป ดำเนินการครับ ท่านอาจารย์ครับ ต่อไปขอสลับท่านนิกร พรรคชาติไทยพัฒนาบ้างนะครับ และตามด้วยท่านวิสิษฐ์นะครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา เกี่ยวกับรายงานความคืบหน้า ของการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่น ผมจะเรียนว่าผมเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ในหมวด ๑๖ คือการปฏิรูปประเทศที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญ จริง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมเรียนท่านประธานโดยตรงว่าผมไม่เห็นด้วยทั้งฉบับ ผมลงคะแนนไม่เห็นด้วย แต่ว่ามีอยู่ ๒ จุดที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมากซึ่งเป็นจุดดีก็คือหมวดนี้ครับ หมวด ๑๖ เรื่องการปฏิรูป ซึ่งเป็นหมวดที่ไม่เคยมีมาก่อน เดิมในรัฐธรรมนูญของเราจะมีหมวดว่าด้วย เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการเกี่ยวกับนโยบาย ก็คือแผนของประเทศ มีการกำหนดไว้ ในหมวดนโยบายแห่งรัฐ แล้วก็ตอนนี้มาเป็นหมวดปฏิรูป ซึ่งเป็นหมวดใหญ่มาก ผมยังเคย พูดตอนเอาไปเทียบกับยุทธศาสตร์ชาติว่าปฏิรูปประเทศใหญ่กว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เหตุผลเพราะว่ามันเป็นทั้งหมวด ยุทธศาสตร์ชาติเป็นแค่มาตรา ๖๕ เท่านั้นเอง จริง ๆ เป็น มาตราเดียว แต่แผนตรงนี้อยู่ แล้วก็แผนปฏิรูปเรียนว่าจะอยู่กับรัฐธรรมนูญตลอดไปนะครับ อยู่ในหมวดนั้น บทเฉพาะกาลข้างหลังเป็นในช่วง ๕ ปี ๕ ปีจบไปแล้วแผนปฏิรูป หรือว่าหมวดปฏิรูปก็ยังอยู่ อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนไว้ตรงนี้ก็คือว่าที่ผมชอบมาก แล้วก็ชื่นชมมากก็คือมาตรา ๗๗ ซึ่งเป็นหลักการที่ว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ให้ความเห็นต่อเรื่องการออกกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นมิติใหม่ ซึ่งขณะนี้อาจจะอย่าง ยุทธศาสตร์มีคนเข้ามาให้ความเห็น เห็นด้วย ๗-๘ คน หรือไม่กี่คนก็แล้วแต่ แต่ว่ามันจะมี การพัฒนาไปข้างหน้า ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้เข้ามาส่วนในกฎหมาย ๒ ส่วนนี้ ผมเห็นด้วยมากนะครับ

ในเรื่องของการปฏิรูปตามหมวดนี้ ทั้งหมดมี ๑๑ ด้านของการปฏิรูป ซึ่ง ๑๑ ด้านนี้เขียนตามมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในนี้มีอยู่ ๑๑ ด้านนะครับ ด้านที่ ๑๑ จริง ๆ เป็นเรื่องที่ตามที่รัฐมนตรีกำหนดก็คือว่า สามารถจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ดังนั้นเรื่องทั้งหมด ๑๑ ด้าน ๑๐ บวก ๑ ๑ นี่ก็ขยายเป็น อะไรก็ได้ ในนั้นจริง ๆ ก็จะมีเรื่องน้ำ เรื่องขยะ เรื่องอะไรพวกนี้สามารถจะขยายได้ใน อนาคตด้วยดังนั้นก็เชื่อว่าทั้งหมดในเรื่องหมวดปฏิรูปเราสามารถดึงไปคลุมปัญหาของ ประเทศ เพื่อการปฏิรูปได้ทั้งหมด มันอ่อนตัวตามสมควรนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเห็นด้วยเกี่ยวกับหมวดปฏิรูปเพราะว่ามีคณะกรรมการ ที่ชัดเจน น้อยนักอย่างแผนปฏิรูปประเทศที่จะเหมือนแนวนโยบายแห่งรัฐเพียงแต่พูดไว้ลอย ๆ แต่ในนี้มีการกำหนดคณะกรรมการไว้ชัดเจนว่ามีกี่คน และมีการกำหนดงานไว้เสร็จว่า ให้กรรมการชุดนี้ไปทำแผนปฏิรูปเสนอไปยัง ครม. ให้คณะรัฐมนตรีมีการประกาศ เป็นประกาศคณะรัฐมนตรี แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลผูกพันต่อทุกส่วนราชการ นอกจากนั้นกรรมการที่ว่านี้ตามหมวดนี้ตามกฎหมายนี้สามารถจะติดตามแล้วก็ลงโทษ ได้ด้วย หมายความว่าถ้าไม่มีการดำเนินการปฏิรูปสามารถจะแจ้งให้รัฐบาลมีการเรียก หรือว่าสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับทราบไปแล้วปฏิบัติด้วย หมายความว่า มีบทลงโทษมีบทกำกับดูแลชัดเจนมากนะครับ

ประเด็นต่อมาก็คือว่าในหมวดนี้มีการกำหนดว่า มีแผนงานการปฏิรูป ด้านต่าง ๆ ที่ประกาศโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลผูกพันที่ผมกล่าวแล้ว แล้วก็นอกจากนั้นมีการกำหนดให้มีการรายงานความคืบหน้า ต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องใหม่มาก รัฐสภาเราเองปกติแล้วมารายงานกันบางที ปีหนึ่งไม่รายงานหรือไม่รายงานเลย แต่ตอนนี้มีการกำหนดว่าทุก ๓ เดือนจะต้องมารายงาน เอาละในช่วงบทเฉพาะกาลไปรายงานกับวุฒิสภา ซึ่งเราเห็นว่าเรารู้สึกแปลกแยก แต่การรายงานต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน ในความเห็นส่วนตัวผม ผมเคยทักไว้ว่า ๓ เดือน มันสั้นเกินไป ยังไม่ทันทำอะไรเลยงบประมาณบางที ๖ เดือนอาจจะเหมาะกว่า แต่กำหนด เป็น ๓ เดือนไม่รู้ว่าทำไม ตรงนี้ผมยังเห็นแย้งอยู่ว่าสั้นเกินไป แต่ว่าที่ผมเห็นด้วยก็คือว่า สิ่งที่คุณทำ สิ่งที่เป็นไปตามข้อกำหนดนี้ต้องมารายงานต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นสภาของประชาชน ผมชอบตรงนี้นะครับ ชอบให้มารายงาน อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้ให้ความเห็นกันแรงบ้าง เบาบ้าง แต่เราได้มีโอกาสให้ความเห็นต่อเรื่องราวในการปฏิรูป แล้วมีหลักการชัดว่า ต้องมีแผนมาก่อนแล้วมีหน่วยงานที่เราคงไปว่ากล่าวท่านเลขาธิการไม่ได้เพราะท่านเป็นแค่ เลขาธิการ แต่หน่วยต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในเรื่องการปฏิรูปเป็นหน่วย ๆ เราว่าไปตรงนั้นได้ ผมพูดถึงว่านี่เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยกับเจตนารมณ์และกลไกของการปฏิรูปประเทศ ตามหมวด ๑๖ แต่ทีนี้ผมจะพูดถึงปัญหาอุปสรรค อยากจะพูดให้ชัดเจนว่าปัญหาอุปสรรค โดยองค์รวมมีลักษณะปัญหาอย่างไร

ปัญหาอันแรกเป็นปัญหาเรื่องเป้าหมาย ๑๑ ด้านที่มีการเขียนขึ้นมา ผมเรียน เลยว่าปัญหาทั้งหมดนี้ที่เราเห็นในหมวด ๑๖ มีการเขียนค่อนข้างละเอียด เรื่องการเมือง มาก่อนเลย ก ก ๑ แล้วก็ไล่มา ๕ อย่าง เรื่องการเมือง เรื่องเศรษฐกิจก็มีรายละเอียด เรื่องการศึกษาก็มีรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตามไม่ครอบคลุม คือสิ่งที่เราเขียนเป็นมาตรา เป็นอะไรไว้มันจะไม่ครอบคลุม ดังนั้นเป้าหมาย ๑๑ ด้านที่มีการเขียนในพระราชบัญญัติ ตอนหลังขึ้นมามีปัญหาอยู่ แล้วมีการแย้งกันในหลาย ๆ ส่วนระหว่างกฎหมายลูกกับ กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ยังมีส่วนแย้งกันอยู่ แต่ไม่เป็นไรครับ ตรงนี้คือปัญหาว่าเป้าหมาย ไม่ครอบคลุมเท่าไรนักแต่ยังพอรับได้

ปัญหาต่อมาก็คือคณะกรรมการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตรงนี้มีปัญหาจริง ในการตั้งถ้าท่านจำได้ ท่านเลขาธิการก็จำได้ว่ามีการตั้งโดยเร็ว คณะกรรมการมี ๑๕ ท่านบ้าง ๑๒ ท่านบ้าง แล้วก็รีบ ๆ ตั้งกัน กรรมการตรงนี้ส่วนใหญ่จะมาจากภาครัฐทั้งสิ้น มีจากภาคประชาชนน้อยมาก แล้วมีการตั้งขึ้นไป ที่สำคัญไม่มีการกระจาย แล้วไม่มี ความหลากหลาย คือรวบ ๆ มาแล้วก็ตั้ง คือหาประธานมาคนหนึ่งแล้วก็กรรมการมาตั้ง ผมเพียงแต่ติงว่าคณะกรรมการที่ผมพูดเมื่อสักครู่ว่าดีที่มีกรรมการ แต่กรรมการที่ตั้งในครั้งนี้ มีปัญหาเรื่องความหลากหลาย แล้วก็เรื่องการจัดการตั้งแผน พอมีกรรมการแล้วจะต้อง มีแผน แผนถูกสั่งให้มีการดำเนินการโดยเร็วใน ๖๐-๗๐ วัน มันก็มีปัญหา ถ้าท่านจำได้ ตอนนั้นในการทำแผนปฏิรูปเร่งกันกว่ากฎหมายจะออกเพราะต้องรอกฎหมาย แล้วไปเขย่ง กันว่ายุทธศาสตร์ชาติออกไปก่อนแล้ว จริง ๆ แล้วปฏิรูปนี่จะต้องปฏิรูปเสร็จแล้วก็ส่ง แล้วเราก็ไปรวบเป็นยุทธศาสตร์ชาติ นี่ยุทธศาสตร์ชาติไปก่อนแล้วปฏิรูปไปตามหลัง มันเขย่งกันอยู่นะครับ ในส่วนนี้เองเนื่องจากเวลาที่น้อยและที่สำคัญในกฎหมายเอง มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีการรับฟังความเห็นประชาชน ในการทำแผนปฏิรูปครั้งนี้ ของชุดนี้มีการรับฟังความเห็นประชาชนน้อยมาก ผมยืนยันได้ น้อยมาก พอน้อยมาก เป้าหมายมันก็มีการเบี่ยงเบนเพราะว่าเราใช้คนในระบบราชการเอามาทำ อาจจะมีความหวังดี แต่ว่าการวางมุมของปัญหาไม่ชัดเจนไปยังประชาชน การยอมรับจากประชาชนก็น้อย เพราะเขาไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น จริง ๆ แล้วเรื่องนี้โดยรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ด้วยซ้ำว่าจะต้อง ฟังความเห็นจากประชาชนในการทำแผน น้อยมากนะครับ

ประเด็นต่อมาปัญหาที่มีก็คือว่า นอกจากนั้นกรรมการในขณะนี้ลาออก ไปเยอะมาก ผมจะไม่บอกว่าตรงไหนบ้าง จนกระทั่งกรรมการปฏิรูปทั้ง ๑๑ ด้านขณะนี้ มีปัญหาเพราะว่ามีการลาออกกันก่อนหน้านี้ไปเป็นจำนวนมาก ไปไหนมาไหนท่านก็ตามดู เอาเองแล้วกันนะครับ

ข้อต่อมาก็คือว่าแผนที่จะทำที่ผมเรียนแล้วว่ามีประชาชนมาร่วมน้อย แล้วก็ไม่ตรงกับเป้าหมายของการปฏิรูปที่ชัดเจนไปยังประชาชน

ข้อต่อมาที่เป็นปัญหาคืองบประมาณ งบประมาณนี่คนที่เขียนแผนเราจะเห็นว่า การปฏิรูปแต่ละเรื่องมีฐานของงบประมาณไม่เท่ากันเลย บางคนจัดทำงบประมาณแบบหนึ่ง มี ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท บางแห่งก็มี ๔๓ ล้านบาท คือระบบการเสนอ งบประมาณเพราะเขาเสนออย่างไร เสนอไปโดยที่รู้ว่าไม่ได้ คือแค่เสนอไปเป็นยอด เพราะความเร่งรีบในการทำแผนปฏิรูป ดังนั้นงบประมาณลักลั่นมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจะลองวิเคราะห์ปัญหารวมที่ผมมองผมเสนอ ผมจะมองสรุปวิเคราะห์กรณีของการปฏิรูป การเมืองเพื่อจะได้เห็นปัญหาให้ชัด เรื่องการปฏิรูปการเมืองที่เสนอมา ผมพูดเรื่องนี้ได้ เพราะผมถูกเชิญไปให้ความเห็นในการทำแผนนี้โดยท่านอาจารย์เอนก โดยคณะกรรมการ ก็ไปคุยกันอยู่นาน

ประเด็นแรกก็คือเป้าหมาย เป้าหมายในการวางเรื่องนี้ของกรรมการการเมือง ผมติดตามอยู่แล้วก็ไปให้ความเห็นด้วย เรียงตามรัฐธรรมนูญในเรื่องปฏิรูปชัดเจน แต่มีบางอย่างที่อยากจะชมกรรมการชุดนี้ คือที่ผมบอกว่ามีความขัดแย้งเพราะว่า ในการปฏิรูปการเมืองไม่มีการกระจายอำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้คำว่า กระจายอำนาจ ไม่มีสักคำเดียว มีแต่การปกครองส่วนท้องถิ่น และเข้าใจว่าเป็นการกระจายอำนาจ ผมแย้งมาตลอดว่าการกระจายอำนาจมันเป็นอำนาจ ของประชาชน แต่การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการที่เรามีอำนาจและเราเอาให้ประชาชน อำนาจเป็นของเรา เป็นของกระทรวงเอาไปให้ประชาชน แต่ถ้าการกระจายอำนาจเป็นของ ประชาชนโดยตรง ไม่มีคำว่ากระจายอำนาจในรัฐธรรมนูญ แต่คณะกรรมการชุดนี้ ผมก็ไปเสนอไว้ แล้วก็มีการกำหนดไว้ในเรื่องการกระจายอำนาจ มีอยู่ในแผนปฏิรูป การเมืองนี้ แต่ว่าถ้าไปเรื่อย ๆ ถ้ามีใครไปทัก ใครไปดูแล้วว่าไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะมีปัญหาได้ แต่ว่ามีการกระจายอำนาจ การเขียนแผนก็มีครบถ้วนตามหมวดปฏิรูป การเมือง แล้วก็บวกการกระจายอำนาจเข้าไปเรื่องหนึ่งนะครับ

ข้อต่อมาปัญหาด้านกรรมการ ผมเรียนตรง ๆ เลยว่ากรรมการชุดนี้ขณะนี้ เดิมตั้ง ๑๒ คน ตอนนี้มี ๒ คน ท่านเลขาธิการก็ทราบว่ามี ๒ คน และท่านก็ไปถามไว้ ในรายงานนี้จะไปถามว่าเป็นแบบนี้แผนท่านจะว่าอย่างไร มี ๒ คน จะทำอะไรได้ จาก ๑๒ คน เหลือ ๒ คนแล้ว มีปัญหาไม่ใช่เฉพาะกรรมการปฏิรูปการเมือง กรรมการชุดอื่น ก็หายไปจนกระทั่งทำงานไม่ได้ก็มี ไปตรวจสอบดูนะครับ นี่คือปัญหาของกรรมการ

ปัญหาข้อต่อมา แผนมีการจัดทำไว้อย่างกว้างขวาง แต่การรับฟังความเห็น ประชาชนก็เป็นไป คณะกรรมการชุดนี้ถามคนโน้น คนนี้ เชิญคนโน้น คนนี้มา เชิญ กกต. มา ก็มีการทำอยู่ แต่ว่าก็ยังไม่ครอบคลุม ปัญหาเรื่องงบประมาณกรรมการชุดนี้มีการนำเสนอ ผมติงเรื่องงบประมาณมากตั้งแต่วันแรก แผนของคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองผมจะอ่าน ให้ฟังนะครับ

แผนที่ ๑ วัฒนธรรมการเมืองและการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการปฏิรูปการเมือง ในรัฐธรรมนูญ มีงบประมาณ ๕ ปี ๔๔.๓๗ ล้านบาท ๕ ปี แผนงานต่อมาคือการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์ในประเทศ งบประมาณ ๔๔.๓๗ ล้านบาท แผนต่อมา เป็นแผนที่เราพูดถึงเมื่อสักครู่ว่าการกระจายอำนาจ มีการกระจายอำนาจให้เป็นไป อย่างทั่วไป ๕ ปี งบประมาณที่กำหนดไว้ ๔๔.๓๗ ล้านบาท งบประมาณต่อมาก็คือว่า การทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมตามที่ท่านสมาชิกท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ได้เอ่ยไป ที่ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ ๔๔.๓๗ ล้านบาท ในระยะเวลา ๔ ปี จะทำได้อย่างไร และสุดท้าย ปัญหาของประเทศซึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ความขัดแย้ง การสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งเป็นปัญหาหนักของประเทศ งบประมาณก็ ๔๔.๓๗ ล้านบาท งบประมาณทั้งหมด ๒๐๐ กว่าล้านบาท ในการปฏิรูป ๖ ปี เป็นไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น งบประมาณจะสังเกตว่าในการปฏิรูปมีปัญหาเกือบทุกคณะ มากเกินไป น้อยเกินไป ชุดการเมืองน้อยเกินไป ๔๔ ล้านบาท ต่อ ๔ ปี มันทำอะไรไม่ได้

ผมจะมีข้อเสนอแนะนะครับ เพราะว่าก็ได้พูดถึงปัญหาแล้วก็ยกตัวอย่าง กรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นมาเป็นกรณีตัวอย่างแล้วนะครับ ผมขอเสนอแนะต่อสภาแห่งนี้ และต่อท่านเลขานุการคณะด้วยว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้คืออยากให้สภาแห่งนี้รับการปฏิรูป ประเทศนี้ไว้เป็นของสภา เพราะมันเป็นรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ของรัฐบาลไหน ถ้ารัฐธรรมนูญ ยังไม่เปลี่ยนแปลงหมวดนี้จะอยู่ต่อเนื่องไปเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องดี และมีส่วนที่ว่า อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมได้เสียด้วยซ้ำ อยากจะให้สภาแห่งนี้รับเอาไว้ในหมวด ๑๖ แล้วก็เอาไว้เป็นเครื่องมือในการปฏิรูป เพราะเราไม่มีโอกาสจะมีเครื่องมือลักษณะแบบนี้ ที่มีกรรมการชัด มีเป้าหมายชัด มีกฎหมายกำหนดไว้ชัด มีบทลงโทษเสียด้วยซ้ำ และมีการ มารายงานต่อสภาเป็นระยะ ๆ เหมือนกับเรื่องนี้เลย ไม่มี นี่เป็นโอกาสแล้วอยากจะเอา เรื่องนี้ให้เป็นเครื่องมือ เราอย่าไปรังเกียจรังงอนกับเรื่องนี้เลย นี่เป็นของสภาไม่ใช่เป็นของ รัฐบาล คสช. ที่ผ่านมา แต่เป็นของทุกคนต่อไป

ประเด็นที่ ๒ อยากจะให้มีการแก้ไขซึ่งเรื่องนี้ก็อยากจะฝากกับ ท่านเลขาธิการไปว่าท่านเลขาธิการคงจะต้องเอาบันทึกจากการมาแถลงครั้งนี้กลับไป ที่รัฐบาล ครม. ที่จะตั้งขึ้นมาจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติม เพราะกรรมการหายไป อย่างปฏิรูปการเมืองเหลือ ๒ คน ต้องไปตั้งใหม่ขึ้นมาอีกประมาณ ๑๐ กว่าคน ทีนี้ในการไปตั้งตรงนี้จะต้องตั้งไม่เหมือนเดิมแล้ว ก็คือว่าตั้งให้มีความหลากหลาย ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เข้ามาเป็นชุดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงโดยคณะรัฐมนตรี คณะใหม่นี่ละเรามาตั้งลำกันใหม่ คือของมีแล้วแต่ว่าอาจจะมีปัญหาผิดสำแดงบ้าง ก็มาเปลี่ยนแปลง

ประเด็นต่อมาก็คือการทำแผน ผมอยากให้มีการรื้อแผน เพราะแผนเดิม อาจจะใช้ได้ไม่ดี อาจจะมีข้อจำกัดโน่นข้อจำกัดนี่ วิธีทำแผนให้ดีก็คือว่าให้ประชาชนมีโอกาส เข้ามามีส่วนร่วมในการทำแผน จะได้เป็นอย่างนี้ว่าเป้าหมายจะได้ชัดว่านี่คือความต้องการ ประชาชน นี่คือการปฏิรูปที่แท้จริง

อันที่ ๒ ก็คือว่าการยอมรับจากประชาชน ถ้าเราทำของเราเอง แม้ว่าจะดี อย่างไร ประชาชนไม่ยอมรับก็ไม่มีความหมาย การตอบสนองจะไม่ดี ดังนั้นผมก็เลยเสนอว่า ให้มีการรื้อแผนปฏิรูป ตั้งกรรมการใหม่ แล้วก็ปรับปรุงใหม่ ซึ่งมันทำได้ระหว่างทาง ไม่มีปัญหา ปฏิรูปไม่เหมือนกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติเปลี่ยนได้ทุก ๕ ปี ไม่ใช่ ๒๐ ปี แต่ปฏิรูปเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ เปลี่ยนกรรมการก็เปลี่ยนใหม่ได้ แล้วสุดท้าย ซึ่งเห็นว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของท่านเลขาธิการเองก็คือว่าทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติเป็นคนกำหนดงบประมาณ เป็นคนอินิเชียล (Initial) งบประมาณ ก็คือเป็นคนชี้นำงบประมาณอยู่แล้ว ต้องให้งบประมาณ อย่าเป็นงบประมาณหน่วย อย่างเรื่องการเมืองนี่ ของการเมืองไม่เหมือนเศรษฐกิจ ยังมีกระทรวงเกษตร ยังมีกระทรวง พาณิชย์ มีกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เรื่องการเมือง ปฏิรูปการเมืองไม่มีหน่วยงานไหนเลยที่ ตรง ๆ จะเป็น กกต. ก็เป็นทางกรรมการของสภาอยู่บ้าง ดังนั้นก็อยากจะให้กำหนด เป็นงบประมาณคือ อย่าไปให้เขาใช้เจียดจ่ายงบประมาณของเขา มันไปไม่ได้ คือทางสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอให้ใช้งบประมาณได้ในการปฏิรูป ผมคิดว่า ข้อเสนอที่จะเสนอตรงนี้ก็คือว่า อยากจะให้สภาแห่งนี้รับหมวดปฏิรูปเป็นของสภา แล้วผมได้เสนอไปบ้างแล้วว่าเราควรจะเสนอกรรมาธิการสามัญของสภาผมเป็นกรรมการ ยกร่างด้วย เรื่องยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ใจผมอยากเอาเป็นปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติเสียด้วยซ้ำ ผมถือว่าปฏิรูปใหญ่กว่ายุทธศาสตร์ชาติ แล้วเราก็จะได้มี คณะกรรมาธิการของเราติดตามไปตลอด แล้วก็พอท่านมาแต่ละครั้งก็จะได้ติดตาม เพราะมีงานเยอะมากนะครับ ก็อยากจะนำเรียนสภาแห่งนี้ได้ช่วยพิจารณา แล้วฝาก ท่านเลขาธิการไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กราบขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิสิษฐ์ สัก ๘ นาทีนะครับท่าน

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ต้อง ถือว่าการรายงานความคืบหน้าเรื่องแผนปฏิรูปนั้นมีรายงานมา ๒ ครั้ง แต่ครั้งนี้ต้องถือว่า เป็นครั้งแรกที่ได้รายงานให้รัฐสภา ซึ่งมีสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากเลือกตั้งครั้งแรก แล้ววันนี้เราตั้งใจจะชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูปประเทศนั้นประสบความล้มเหลว การปฏิรูป ประเทศนั้นเป็นเพียงวาทกรรม พิธีกรรม ที่ให้ดูสวยหรู ท่านคงจำได้ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ นั้น บังคับให้ทางรัฐบาลต้องรายงานต่อรัฐสภาทุก ๆ ๓ เดือน การปฏิรูปประเทศคำนี้ผมขอเท้าความนิดหนึ่งครับ ก่อนที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร ในปี ๒๕๕๗ มีเหตุการณ์เรียกร้อง เหตุการณ์ชุมนุมให้มีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ครั้งนั้นถ้าไม่มีการปฏิรูปการเมือง ถ้าไม่มีปฏิรูปนักการเมืองประเทศไปต่อไม่ได้ การชุมนุม ครั้งนั้น แต่ว่าเหตุการณ์ได้ลุกลามบานปลายไปจนถึงมีการปิดกรุงเทพฯ จะปิดประเทศ และมีเหตุการณ์ทำท่าจะเกิดรุนแรง อันนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นให้คณะรัฐประหาร คสช. เมื่อ ๕ ปีที่แล้วนำมาเป็นเหตุผลอันหนึ่ง ก็เพราะกลัวว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะเกิดการปะทะความเห็นที่แตกต่างกันก็เลยทำให้เกิด คำว่า ปฏิรูปประเทศครับท่านประธาน ตรงจุดนี้เองครับ ผมถือว่าคณะรัฐประหารครั้งนั้น นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นข้ออ้างแล้วก็นำมาบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมถือว่าไม่มี ความจริงใจและไม่มีความตั้งใจที่จะทำ สาเหตุเพราะอะไรวันนี้ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายแล้วเห็นว่า ตามรายงานที่ทางท่านเลขาธิการของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้เรียนให้ที่ประชุมนั้นเอารายงานมาให้เราได้ดูนะครับ ผมก็พยายาม อ่านหลายรอบสวยหรูครับ ถ้อยคำนั้นก็เป็นถ้อยคำที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติใช้มาโดยตลอดกว้าง ๆ เพื่อความเป็นธรรมเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ข้อความต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราอ่านจะเห็นว่าในสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้น จะใช้คำเหล่านี้ทั้งนั้นอ่านแล้วสวยหรูครับ ดีใจ ชื่นใจครับ แต่จับจ้องเป็นรูปธรรมไม่ได้เลย เพราะอะไรครับที่ว่าจับต้องเป็นรูปธรรมไม่ได้ เพราะในรายงานนี้ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าเป็นโครงการที่ยิบย่อยละเอียดนะครับ ยกตัวอย่างที่ผมจะอภิปราย ลงไปลึก ๆ เกี่ยวกับเรื่องด้านสาธารณสุข เป็นเรื่องอะไรครับ จะส่งเสริมเรื่องอาหาร ปลอดสารพิษ เป็นเรื่อง ๑๙๑ เป็นเรื่องย่อย ๆ ซึ่งน่าจะเป็นของหน่วยงานที่เขาปฏิบัติ อยู่แล้ว อย่างเรื่องอาหารปลอดสารพิษระดับ อบต. เขาก็ทำมาแล้วครับท่าน เทศบาล ก็ทำมาแล้ว เป็นการปฏิบัติมาโดยตลอดเพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน แต่ก็มาอยู่ ในแผนปฏิรูป ซึ่งเมื่อเราอ่านแล้ว ๕ ปีมองไม่เห็นเลยว่ามันจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร แล้วก็อาจจะยึดโยงไปถึงยุทธศาสตร์ชาติอีก ๒๐ ปี มันก็เลยกลายเป็นว่าที่ท่านได้รายงาน วันนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะปฏิบัติได้ ท่านประธานครับ ผมขอไปเร็ว ๆ เนื่องจากเวลามีนิดเดียว รายละเอียดปลีกย่อยตัวเลขงบประมาณผมจะผ่านไปเพราะคิดว่ามีสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายต่อไป ภาพรวม ๑๑ ด้าน การเมืองล้มเหลวครับ ที่ล้มเหลวเพราะอะไรครับ แม่น้ำ ๕ สายก็ยุบรวมมา วันนี้ผมถือว่ามีแม่น้ำอีก ๑ สาย คือสายที่ ๖ ก็คือสมาชิกวุฒิสภา มาจากแม่น้ำ ๕ สายเกือบทั้งนั้นเลยนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งครับ การจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ ก็ไม่สามารถทำได้ท่านนายกรัฐมนตรีเองเคยให้สัมภาษณ์ว่ามีนักข่าวไปสอบถามว่า วันนี้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้จะดำรงตำแหน่ง ครม. แล้วหรือยัง ท่านก็ตอบว่าอย่างไรครับ ท่านก็บอกว่าท่านก็ทำให้ดีที่สุดแล้วตอบไม่ได้ ทำอย่างไรได้ละครับเพราะประชาชนเลือกมา ก็ได้แค่นี้ อันนี้หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า การปฏิรูปที่ท่านเคยนำมาเป็น ข้ออ้างในการปฏิวัติ การปฏิรูปด้านการเมืองต่าง ๆ ที่ท่านพูดนั้น แต่ท่านก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ ไม่พออย่างที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่า บริวารที่เป็นรัฐบาลวันนี้ก็มาจากนักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งที่ท่านเองก็เคยให้การต่อว่าว่าเลวร้าย มีการคอรัปชันต้องปฏิรูป แต่ทำไม่ได้ครับ วันนี้ท่านก็ตอบได้แค่นี้ว่าประชาชนเลือกมา ท่านครับเนื่องจากเวลาน้อย เรื่องเศรษฐกิจก็คงไม่ดีขึ้นปลาย ๆ รัฐบาลมีคนจน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน เพิ่มมาเป็น ๑๐ ล้านคน ๑๕ ล้านคน อันนี้ก็คงเป็นข้อพิสูจน์ยืนยันได้แล้วว่าด้านเศรษฐกิจก็ไม่ได้ดีขึ้น เพราะคนจนเพิ่มขึ้น ด้านกฎหมาย ด้านความมีส่วนร่วมก็เช่นกันครับ กกต. ก็ล้มเหลว มีข้อครหา แม้แต่ ป.ป.ช. เอง ในสภาแห่งนี้ที่มีการอบรมก็ยังยืนยันว่าทรัพย์สินที่ยืมก็ไม่ต้องแจ้ง อันนี้ก็คงไปเกี่ยวโยงเกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา เกี่ยวกับเรื่องแหวน อันนี้ก็คือว่าปฏิรูปหรือไม่ครับ ต่อไปโดยที่ปฏิบัติผิด ๆ แต่กลับนำมาแจ้งว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง อันนี้ถือว่าล้มเหลวครับ ผมจะเน้นเรื่องสาธารณสุขครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดเดียวนะครับ อาจจะเกิน เวลาไปนิดหนึ่ง ด้านสาธารณสุขที่ว่าล้มเหลวเพราะอะไรครับ ผมขออนุญาตยกให้เห็นรูปธรรม ชัด ๆ สรุปว่าด้านสาธารณสุข ผมขออนุญาตเอ่ยนามบุคคลภายนอก ซึ่งไม่เสียหายครับ จะได้ชื่นชมท่านด้วยนะครับ ก็คือการวิ่งรณรงค์หางบประมาณเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็คือคุณตูน บอดี้สแลม ต้องชื่นชมครับ ท่านทำแล้วท่านประสบ ความสำเร็จเพราะอะไรครับ เพราะความรู้ ความสามารถ และทีมงานของท่าน อันนี้ผมยกย่อง และให้เครดิตท่าน แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าครั้งที่ประสบความสำเร็จได้เงิน ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท มันแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ยิ่งได้เงินมากเท่าไรก็เจ็บปวดมากเท่านั้น มากเพราะอะไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนเขาเห็นถึงความด้อยของโรงพยาบาล ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ พี่น้องประชาชนเห็นเรื่องงบประมาณขาดแคลนก็จึงได้ระดม เม็ดเงินให้พร้อมกับที่คุณตูน บอดี้สแลม ได้ประสบความสำเร็จทำให้เม็ดเงินถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท ยิ่งมากยิ่งสะท้อนถึงการจัดงบประมาณให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ นั้น น้อยลง สมัยก่อนโรงพยาบาลการรักษาต่อหัวต่อราย ๑,๓๐๐ บาทต่อหัว วันนี้ ๓,๒๐๐ บาท ต่อหัว แต่การบริการแย่ลงครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะเม็ดเงินการบริหาร ที่ผิดพลาด ๓,๒๐๐ บาท ปัจจุบันต่อหัวต่อรายแทนที่จะให้โรงพยาบาลท้องถิ่นเขาเป็น ผู้บริหารกลับได้ดึงงบจากชนบท จากโรงพยาบาลในแต่ละอำเภอกับมาอยู่ส่วนกลาง ก็เลยทำให้การบริหารแย่ลง พี่น้องประชาชนต้องไปนอนรอ การบริหารในด้านสาธารณสุข ต่ำลง เครื่องไม้เครื่องมือก็ต่ำลงครับ ผมก็ขอโดยสรุปว่าวันนี้ต้องถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ ในการปฏิรูปครับ รัฐบาลนำคำว่าปฏิรูปมาบรรจุในรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนำคำว่าปฏิรูป มาทำนั้นก็เพื่อสร้างวาทกรรม สร้างพฤติกรรมให้ดูดี แต่ในการปฏิบัตินั้นไม่มีครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอพรรคพลังประชารัฐสัก ๑ ท่าน ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ครับ

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราชขอบคุณท่านประธานและสภาที่ให้โอกาสในการได้เสนอแนะรายงาน แผนปฏิรูปนะครับ ผมมีสัก ๒ ประเด็น ครับ

ประเด็นแรก ผมคิดว่าวันนี้เวลาพูดถึงการปฏิรูป สำหรับผมที่เป็นนักการเมือง ที่มาจากโลกนักวิชาการ ผมมีความสุขที่จะได้สอนลูกศิษย์ก่อนที่จะมาเป็นนักการเมือง บอกว่าวันนี้บ้านเราเมืองเรามีโอกาสแล้ว บ้านเราเมืองเราเดินไปอย่างมีเป้าหมาย บ้านเรา เมืองเรามีเป้าชัด มีวิชัน (Vision) มีอะไรที่จะบรรลุชัดเจน มีภาพของมันที่เราเรียกว่าวิชัน (Vision) มีเวลาที่จะบรรลุว่า ๒๐ ปี ๑๕ ปี ๑๐ ปี หรือ ๕ ปี สิ่งเหล่านี้มันบรรจุอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ตรงนี้มันเป็นหลักประกัน เพราะฉะนั้นคำว่าปฏิรูปจึงเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับผม ผมคิดว่าเวลาพูดถึงการปฏิรูปมันไม่ใช่คำที่ผุดกันขึ้นมาในช่วงของความแตกแยก ทางการเมือง ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราไปตรวจสอบเรื่องการพัฒนา ประเทศ ศาสตราจารย์คนหนึ่งอดีตเป็นอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ยังพูดถึง รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปเป็นรูปแบบหนึ่ง สำหรับผม ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ สามารถนำไปปฏิบัติได้นะครับ แล้วรัฐธรรมนูญก็เอามาใส่ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใส่ไว้ ทั้งยุทธศาสตร์ ใส่ไว้ทั้งในแผนปฏิรูป ใส่ไว้ทั้งใน มาตรา ๖๕ และในหมวด ๑๖ มาตรา ๒๕๗ อันนี้ผมคิดว่าไปได้

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ และท่านเลขาธิการในฐานะที่เป็นตัวแทน ฝ่ายบริหาร ผมดูรายงานความคืบหน้า ผมก็บอกว่าผมมาจากโลกวิชาการ เวลาเขาเสนอ รายงานความก้าวหน้าในรอบ ๓ เดือนครั้งหนึ่ง รอบ ๓ เดือนครั้งหนึ่ง รอบ ๓ เดือนครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ เป็นครั้งแรกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพราะฉะนั้น ความก้าวหน้าเราจะไปบอกเบื้องต้นว่าวันนี้สำเร็จหรือล้มเหลว ผมคิดว่าตรงนี้ยังไม่แฟร์ (Fair) แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายที่จัดทำ ฝ่ายเลขาธิการหรือฝ่ายรัฐบาลควรจะมีข้อมูล เชิงประจักษ์คร่าว ๆ ในรอบ ๓ เดือน หรือในรอบ ๙ เดือนที่ผ่านมา เพราะมันรายงาน มาแล้ว ๓ ครั้ง มันมีอะไรเป็นตัวเลขอย่างไร ข้อมูลเชิงประจักษ์จึงเป็นข้อมูลที่ขจัดความเบี่ยงเบน หรือเป็นข้อมูลที่เราสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ตรงกันมากกว่าจะเป็นข้อมูลเชิงพรรณนา เพราะฉะนั้นเวลาดูรายงานความก้าวหน้าในรายงานนะครับ หรือรายงานความก้าวหน้าที่ เสนอมารายงานนี้ผมก็จะไปดูครับ ดูว่ารายงานในเรื่องอะไรบ้าง รายงานเรื่อง ๑๖ และ ๑๑ ด้าน ใน ๑๑ ด้าน ผมก็อยากจะดูว่าใน ๑๑ ด้านเป้าประสงค์ก็ดี หรืออาจจะชื่อว่าผลก็ดี หรือเป้าหมายก็ดี ในอีก ๑๑ ด้านมันเป็นอย่างไรนะครับ ๑๑ ด้านเป็นอย่างไรนะครับ มโนทัศน์ที่เขียนไว้ในแต่ละด้านของ ๑๑ ด้านพรรณนาไว้อย่างไร แต่เรื่องใหญ่วันนี้ที่ผมคิดว่า ยังไม่หนำใจในฐานะสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรก็คือว่า ทั้ง ๑๑ ด้านในมโนทัศน์ที่เรา จะบรรลุ แต่ว่ากระบวนการในการขับเคลื่อนหรือขั้นตอนหรือกลไกกระบวนการ ในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายทั้ง ๑๑ ด้าน ผมคิดว่าตรงนี้สำหรับผมยังไม่หนำใจ และคิดว่ายังต้องปรับปรุงในฐานะฝ่ายบริหารหรือสำนักงานเลขาธิการผมยังเห็นว่าโครงการ ตามควิกวิน (Quick Win) ไม่ใช่ทั้งหมดของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปประเทศมันต้องทำให้ใหญ่ และทำให้เต็มทุกองคาพยพของประเทศนี้ ผมเห็นกรอบในรายงานนี้บอกว่าในระดับชุมชนมีไว้ ในระดับประชาชนระดับแรก ระดับชุมชนระดับท้องถิ่นเป็นระดับที่ ๒ ระดับภาคธุรกิจเป็นระดับที่ ๓ ระดับภาครัฐ เป็นระดับที่ ๔ ระดับภาคระดับประเทศเป็นระดับที่ ๕ ทุกระดับอันนี้มันมีกลไกมีกระบวนการ หรือมีขั้นตอนอะไรในทั้ง ๑๑ ด้าน ตัวรายงานตัวนี้มันควรจะมีเขียนสาระสำคัญ อาจจะไม่ต้องลงในรายละเอียดของโครงการ ถ้าทางฝ่ายบริหารโดยเลขาธิการส่งโครงการ ขึ้นมาก็ไม่แปลกเลยที่มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะอภิปรายโครงการซึ่งโครงการหนึ่งโครงการ ก็ไม่อาจจะขับเคลื่อนการปฏิรูปในแต่ละด้านอยู่แล้ว เพราะหนึ่งโครงการมันไม่อาจจะมีพลัง เพียงพอในการที่ขับเคลื่อนประเทศ หรือด้านนั้นให้บรรลุเป้าหมาย หรือบรรลุวัตถุประสงค์ แม้กระทั่ง ๕ ปีข้างหน้าก็ตามที ดังนั้นนะครับท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ในตัวรายงานผมอยากเห็นในโอกาสต่อไปว่ากลไกกระบวนการ ในการขับเคลื่อนทั้งระดับประชาชนจนถึงระดับประเทศแล้วไปสัมพันธ์กับ ๑๑ ด้าน ตามแผนปฏิรูปอย่างชัดเจน อันนี้มันจะทำให้เกิดการอ่านแล้วเข้าใจง่าย มันจะทำให้เกิด การอ่านแล้วเกิดความรับรู้ได้หรือเข้าใจ แล้วนำกันไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกสภา หรือบุคคลภายนอก หรือนักเรียนนักศึกษา หรือสื่อสารมวลชนหรือนักวิชาการต่าง ๆ อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ควรจะมี

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญมากในนี้พูดถึงรายงานความคืบหน้า คืบหน้าทั้ง ๑๑ ด้านแล้วก็บอกจนถึงปัญหาอุปสรรค ปัญหาอุปสรรคที่เสนอไว้ก็ยัง ไม่เพียงพอ ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่ผมคิดว่าในฐานะที่คนทำงานวิชาการมาก่อน และมาทำงานในทางการเมืองก็คือ ปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการเป็นอย่างไรนะครับ คณะกรรมการการปฏิรูปจะผูกขาดการปฏิรูปประเทศไว้คณะกรรมการเดียว หรือคณะกรรมการทั้ง ๑๑ ด้าน ผมคิดว่าไม่มีพลัง สื่อสารมวลชนก็เป็นกลไกสำคัญที่ควรจะถูกดึงมาหรือผนวกมาในการปฏิรูป ภาคประชาชน ที่เขียนไว้ ภาคชุมชนท้องถิ่นที่เขียนไว้ ภาคธุรกิจที่เขียนไว้ ภาครัฐที่เขียนไว้ หรือระดับประเทศที่เขียนไว้ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปจะต้องพูดถึงการบริหารจัดการ ในประเด็นแรก เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการในการปฏิรูปมันจึงถูกเขียน อยู่ในรายงาน ในรีพอร์ต (Report) นี้ แล้วสามารถอ่านได้ แล้วในอีก ๓ เดือนข้างหน้าก็จะ มารายงานกันอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้ผมคิดว่าจะมีพลัง สำหรับผมนะครับท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมยังเชื่อว่า ๓ เดือนให้ทางฝ่ายบริหารมารายงานต่อสภา ชอบแล้ว ในระยะเริ่มต้นของการปฏิรูป ๖ เดือนผมคิดว่ายาว ๓ เดือนดีแล้ว แล้ว ๓ เดือน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกรัฐสภาก็จะได้ติดตาม จะได้อภิปราย จะได้แสดงเหตุ จะได้แสดงผล ตรงนี้สำคัญนะครับ แต่ว่าตัวรูปแบบในข้อเสนอแนะเรื่องการบริหารจัดการ ต้องเอามาด้วย

ประการต่อมา การบรรลุเป้าหมาย ปัญหาอุปสรรคของการบรรลุเป้าหมาย คืออะไร เมื่อสักครู่นี้สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายก่อนจากผมก็บอกว่ามีคณะกรรมการ บางชุดยังอยู่ไม่ครบเลย ยังอยู่กัน ๒ คนเลย ผมได้ฟังคนที่เป็นกรรมการที่เหลืออยู่ ๒ คน ในบางชุดนะครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามยังปรารภให้ฟังเลย แล้วจะไปได้อย่างไร อันนี้ละครับ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือกระบวนการบรรลุเป้าหมาย กระบวนการภายในทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าอยากจะเห็นในตัวรายงานนะครับ

ประเด็นสุดท้ายของผมที่ผมอยากจะแสดงความเห็นต่อท่านประธาน และต่อไปยังฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะวันนี้ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติก็คือว่าตัวรูปแบบครับ ผมคิดว่าตัวรายงานที่ท่านกำลังเขียนมีควิกวิน (Quick Win) อะไรพวกนี้ ตัวรีพอร์ต (Report) ตัวเล่มนะครับ มันเป็นเหมือนกับการรายงานของเจ้าหน้าที่ ซี ๕ ซี ๗ ชำนาญการเป็นชำนาญการพิเศษ จากชำนาญการพิเศษขึ้นไปสู่ผู้อำนวยการ จากผู้อำนวยการเป็นผู้อำนวยการสำนัก มันเป็นเหมือนกับรีพอร์ต (Report) ภายในหน่วยงาน อันนี้ผมคิดว่ามันเกินไป ขออนุญาตท่านประธานฝากไปยังท่านเลขาธิการหรือฝ่ายบริหาร ปรับตัวรายงานให้เป็นรายงานที่มันมีคุณค่าว่าท่านกำลังมาจากซีกฝ่ายบริหาร ฝ่าย ครม. มารายงานต่อฝ่ายสภา มีรูปแบบที่ไม่ใช่รายงานที่เหมือนกับรายงานในองค์กร รายงาน ในหน่วยงานของท่าน แต่เป็นรูปแบบรายงานที่อ่านแล้วเข้าใจ อ่านแล้วเห็นเป็นรูปแบบ พรีเซนเทชัน (Presentation) ที่มีความเข้าใจง่ายและสามารถเผยแพร่ออกไปได้นะครับ ผมจึงฝากประเด็นนี้

ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ เวลาเหลือนะครับ คือว่าตัวแผนปฏิรูปตัวรายงานตรงนี้ มีกลไกอะไรบ้างที่จะยึดโยงกับสภาผู้แทนราษฎรได้มากยิ่งขึ้น มีกรรมการอะไรบ้าง ที่สภาผู้แทนราษฎรจะสามารถเข้าไปมีส่วนหนุนเสริมหรือทำอย่างไรที่จะทำให้แผนปฏิรูป ผมคิดว่ามีคุณค่าและเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนบ้านเมืองของเรา ขับเคลื่อนประเทศชาติ ของเราอย่างมีเป้าหมายใน ๒๐ ปี ๑๕ ปี ๑๐ ปี ๕ ปี แล้วก็จะเป็นตัวแบบให้กับหน่วยงาน หรือองค์กรย่อย ๆ ในฝ่ายซีกบริหารในกลไกของกระทรวง ทบวง กรม นำไปใช้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นตัวการปฏิรูปตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นคุณค่าที่ผมคิดว่าเราควรที่จะเอาใจใส่ แล้วฝ่ายบริหารหมายถึงตัวเลขาธิการก็จะต้องปรับในส่วนตรงนั้นเพื่อที่จะมารายงานให้สภา แล้วก่อเกิดให้เห็นว่าเพเพอร์ (Paper) ชิ้นนี้ เอกสารชิ้นนี้ สาระสำคัญเหล่านี้มันเป็น สาระสำคัญที่สะท้อนความจริงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง และการเปลี่ยนแปลงอันนั้น เป็นสิ่งที่เรายั้งมันไม่ได้ครับ ผมขอขอบคุณท่านประธานสภา และขอบคุณท่านเลขาธิการ ที่ให้โอกาสนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญทางพรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านไกลก้อง ๑๕ นาทีนะครับ แล้วตามด้วย ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ หลังจากท่านไกลก้องเสร็จ

นายไกลก้อง ไวทยการ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อครับ ผมขออนุญาตท่านประธานจะเรียนอภิปรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคืบหน้าของการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปตามมาตรา ๒๗๐ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ ๓ ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางพรรคอนาคตใหม่และทีมงานพรรคอนาคตใหม่ที่มีนโยบาย เรื่องโอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open government) หรือว่ารัฐเปิดเผยสนใจนั่นก็คือเรื่องของ ประเด็นของอี-กัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ประเด็นของรัฐบาลดิจิทัล และการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ผมขออนุญาตที่จะอ่านเอกสารท่านประธานครับในเอกสารประกอบ การรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ หน้าที่ ๙ ด้านเศรษฐกิจ ข้อ ๔ ปฏิรูปกระบวนการทำงานของภาครัฐเป็น อี-กัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) นั่นก็คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาให้บริการภาครัฐ ซึ่งข้อนี้ มีวัตถุประสงค์ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้ในการบริการ ประชาชน การบริหาร การจัดการภาครัฐ ขออ่านโดยย่อแค่นี้นะครับ แล้วก็พูดถึงพื้นที่ การทำงานคือทุกส่วนราชการครับท่านประธาน หน่วยงานที่รับผิดชอบตามแผนก็คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เป็นคนรับดำเนินการ ในรายงาน ๓ เดือนบอกว่าสิ่งที่ได้มาก็คือการเปลี่ยนชื่อร่าง พ.ร.บ. เปลี่ยนชื่อเป็น ร่างพระราชบัญญัติการบริหารงานและการบริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งในความ เป็นจริงแล้วสถานะปัจจุบันของพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐ ผ่านระบบดิจิทัลมีผลบังคับใช้แล้วนะครับ ประกาศใช้ในราชกิจจาฯ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ภาพรวมของพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือว่าก้าวหน้าและเป็น รากฐานของการนำไปสู่รัฐบาลดิจิทัลได้ รวมถึงเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีอยู่ในกลไกดังกล่าวในพระราชบัญญัติฉบับนี้บอกว่า ให้มีการจัดทำแผนระดับชาติในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล มีคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล องค์การมหาชน สนับสนุน การดำเนินงานตามกฎหมายนี้ให้มีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำ ข้อมูลและบริการในรูปแบบดิจิทัล ให้มีการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลหรือเรียกว่า โอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ ดาตา (Open government data) และให้หน่วยงานของรัฐ แลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน มีศูนย์การแลกเปลี่ยนข้อมูล อันนี้เป็นกลไกต่าง ๆ ที่จะสร้างรัฐบาลดิจิทัล แต่เมื่อไปดูถ้อยคำในกฎหมาย โดยเฉพาะในส่วนของอำนาจ ของคณะกรรมการพัฒนาดิจิทัล คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่จะตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะเห็นว่ามีเรื่องของการเสนอแนะนโยบาย การจัดทำแผนธรรมาภิบาล การกำหนด มาตรฐาน การกำหนดแนวทาง การเสนอ ครม. ให้มีการปรับปรุงกฎหมาย การนำแนะหน่วยงาน ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล กำกับดูแลหน่วยงานภาครัฐ กำกับติดตาม การดำเนินงานของศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล ออกระเบียบประกาศ และอื่น ๆ ตามที่ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งตรงนี้ก็คืออำนาจหน้าที่ที่ในกฎหมายให้ไว้ ซึ่งดูแล้วเป็นอำนาจในเชิงการให้คำแนะนำเป็นหน้าที่ในเชิงการให้คำแนะนำและขอความ ร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ ท่านประธานครับ การออกกฎหมายให้หน่วยงานทั้งหลาย ปฏิบัติตามและมุ่งไปสู่การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือรัฐบาลดิจิทัล ต้องการมาตรการ ในการบังคับใช้มากกว่านี้ครับ ในกฎหมายไม่ได้บอกว่าหากหน่วยงานราชการไม่ปฏิบัติตาม จะส่งผลอย่างไร ไม่มีบทลงโทษต่าง ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นนะครับ เมื่อไม่มีมาตรการในการ กำกับดูแล ไม่มีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายก็อาจจะเกิดว่าไม่ปฏิบัติตามแผน รับทราบแผนแต่อาจจะไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในปฏิบัติหรือว่าไม่มีประสิทธิภาพในการ บังคับใช้ให้เกิดการเป็นรัฐบาลดิจิทัล ผมอยากจะขอยกตัวอย่างกรณีเรื่องของการทำเรื่องของรัฐบาลดิจิทัล หรือว่ารัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) มาสักนิดหนึ่ง นั่นคือเมื่อ เมื่อปีที่แล้ว ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้คำสั่งนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการยกเลิกสำเนาเอกสาร ต่าง ๆ ในการติดต่อราชการ แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่จะเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องของสำเนา เอกสาร ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ต้องมีการทำข้อตกลง กับสำนักทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง ซึ่งยังมีหน่วยงานอีกหลายหน่วยงาน เป็นหน่วยงานภาครัฐนับหมื่นหน่วยงานยังไม่ได้ทำข้อตกลงนี้รวมทั้งยังไม่มีเครื่องอ่าน สมาร์ตการ์ด (Smart Card) หน่วยงานที่มีปัญหามากที่สุดคือหน่วยงานภายใต้ กระทรวงศึกษาธิการครับ ถ้าวันนี้ท่านประธานไปถามผู้ปกครองในโรงเรียนต่าง ๆ ก็จะทราบว่าการติดต่อราชการในโรงเรียนยังต้องใช้สำเนาเอกสารต่าง ๆ อยู่นะครับ ซึ่งอันนี้ เป็นเรื่องของการติดตามเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ รวมถึงว่าผู้นำรัฐบาลก็ต้อง เข้าใจความเป็นดิจิทัลด้วยว่าเมื่อสั่งไปแล้วจะดำเนินการและติดตามงานนี้อย่างไร ดังนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องของการเป็น อี-กัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ วางแผนไว้ในควิกวิน (Quick Win) แล้วเอาเรื่องของ พ.ร.บ. ขอเรียกสั้น ๆ พ.ร.บ. รัฐบาล ดิจิทัล เข้ามาก็น่าจะใช้ระยะเวลาพอสมควร ไม่ได้เป็นควิกวิน (Quick Win) อย่างที่ว่าไว้ นั่นก็คือเรื่องของการที่จะเห็นผลเร็วเพราะว่าต้องทำแผน ต้องเรื่องของกำกับดูแลสร้าง มาตรฐานต่าง ๆ อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เห็นว่าถ้าจะบอกว่าควิกวิน (Quick Win) ในแผนปฏิรูป ประเทศ เรื่องนี้น่าจะไม่ใช่

อีกประเด็นหนึ่งผมขออนุญาตไปที่หน้า ๑๕ ของเอกสารประกอบเป็นเรื่อง ของสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านประธานครับ ในข้อ ๓ โครงการหรือกิจกรรม ที่เรียกว่าควิกวิน (Quick Win) ในเรื่องนี้เป็นการจัดตั้งส่วนงานหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ ในการประสานงานกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) ทั้งในและต่างประเทศให้มีลักษณะ เป็นออฟฟิเชียล พอยต์ ออฟ คอนแทกต์ (Official point of contact) นั่นก็คือหน่วยงาน กลางที่จะเป็นหน้าที่ติดต่อประสานงาน วัตถุประสงค์ในสาระสำคัญนั้นก็คือสร้างระบบ ประสานงาน ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐก็คือ (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม) กับสื่อออนไลน์ (Online) ในต่างประเทศ โดยการจัดตั้งส่วนงานหรือส่วนงาน ที่จะทำหน้าที่ประสานงานให้มีรูปแบบที่ชัดเจนในลักษณะที่เป็นออฟฟิเชียล พอยต์ ออฟ คอนแทกต์ (Official point of contact) แล้วก็หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในสถานะก็คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินงาน จัดตั้งสิ่งที่เรียกว่าไซเบอร์ ซิคิวริตี เอเจนซี (Cyber Security Agency) หรือว่าหน่วยงาน ที่จะดูแลเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยต้องอาศัย พ.ร.บ. ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นที่ถกเถียงกันมากในภาคประชาชนว่าจะมีการใช้ อำนาจที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ โดยเฉพาะการที่พูดถึงเรื่องความมั่นคงไซเบอร์ กับความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงนั้นก็คือเรื่อง ของการประสานงานผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ (Online) นั่นก็คือผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ เรื่องสื่อจะเน้นหนักในเรื่องคอนเทนต์ (Content) ถ้าพูดถึงสื่อออนไลน์เราจะพูดถึงเรื่องของ กระดานข่าว เรื่องของสื่อโซเชียล มีเดีย (Social Media) ซึ่งถ้าสังเกตว่าดูที่รายงาน อย่างเช่น ขออนุญาตเอ่ยชื่อบริษัทเฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) เขาจะออก รายงานชื่อเป็นรายงานความโปร่งใสบอกว่ารัฐบาลขอข้อมูลอะไรบ้างในแต่ละปีนะครับ ซึ่งในนั้นก็จะเป็นเรื่องของเนื้อหาทั้งนั้น แต่ว่าพอมาดูในเรื่องของ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เน้นหนักที่การรักษาความมั่นคงของระบบสารสนเทศของระบบ สาธารณูปโภคที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้า ประปา ระบบโทรคมนาคม ระบบการเงิน สาธารณสุข ดังนั้นเป็นเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เรื่องของการดูแลเนื้อหาแต่อย่างใด ซึ่งทั้งการเอา หน้าที่ในเรื่องของการดูแลเนื้อหาเข้ามาอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับอำนาจหน้าที่ของไซเบอร์ ซีเคียวริตี เอเจนซี (Cyber Security Agency) แห่งนี้ หรือว่าที่จะตั้งขึ้นมาเรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ และรวมทั้งถ้าจะเอาเรื่อง หน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มายุ่งกับเรื่องสื่อก็จะเป็นเรื่องที่เราเป็นห่วงว่า จะไม่ดูแลเฉพาะเรื่องของระบบเป็นเรื่องของเนื้อหาด้วย

ส่วนอันที่ ๓ ในส่วนของหน้า ๒๐ ข้อสุดท้าย ในเรื่องของการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ในเรื่องนี้ในข้อ ๓ ก็คือการรณรงค์ให้ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคมช่วยกันเฝ้าระวังต่อต้านการทุจริต เรื่องนี้ในสาระสำคัญบอกว่าผลักดัน กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารสาธารณะภายใน ๒ ปี แล้วก็ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยไม่ต้องร้องขอ และเร่งรัดให้มีดิจิทัล แพลตฟอร์ม (Digital Platform) นั่นก็คืออาจจะ เป็นแอพพลิเคชัน (Application) หรือเว็บไซต์ (Website) ในการทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล สาธารณะ เรื่องร้องเรียน การให้บริการประชาชนรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลการร้องเรียน หน่วยงานที่ดำเนินการตามแผนก็คือสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม สถานะตอนนี้ก็คือให้สำนักงาน ป.ป.ท. หรือว่าคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐร่างกฎหมายเสร็จ ตอนนี้ร่างกฎหมายเสร็จแล้ว เสนอ ครม. อยู่ อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ในความเป็นจริง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นร่าง พ.ร.บ. นะครับ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปเมื่อ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ แล้วก็ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบไปพิจารณา ดำเนินการต่อไป แต่ว่าเรื่องนี้มีประวัติศาสตร์ยาวไปถึงปี ๒๕๕๙ เริ่มตั้งแต่สมัยตั้งสภาปฏิรูป แห่งชาติพยายามที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่จะตั้งใจใช้แทน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ล้าสมัยไปแล้ว แล้วก็ลักษณะ ของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนเปลี่ยนไปมากแล้ว ก็คือใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ต่อมาเมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติหมดหน้าที่ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปเข้ามาทำหน้าที่แทนที่ ก็แปรญัตติในเรื่องของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะไปหลายเรื่องนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องของการเปิดเผยข้อมูล แทนที่จะเปิดเผยโดยไม่ต้องร้องขอ ก็ให้ประชาชนร้องขอไปแทน ซึ่งอันนี้หลักการก็เปลี่ยนไป แทนที่จะเปิดเผยทั้งหมดก็คือปกปิด จะเปิดก็ให้ร้องขอ แล้วก็ภายหลังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานข้อมูลข่าวสารก็มาเสนอ ร่างปรับปรุง ดังนั้นจะเห็นว่าการปฏิรูปในด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารค่อนข้างจะวน อยู่ในอ่าง คือ ๔ ปีผ่านไป ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ อาจจะเป็นปลายปี ๒๕๕๘ ที่ทำงานมา ไม่ได้ มีความคืบหน้าทางด้านนี้เลยทั้ง ๆ ที่ร่าง พ.ร.บ. ก็ออกมาแล้ว จริง ๆ แล้วตอนนี้มีร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งเรียกว่าร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ อีกฉบับหนึ่งเรียกว่าร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารทางราชการรอการพิจารณาอยู่นะครับ ดังนั้น ก็จะเห็นว่าทั้ง ๒ ร่างมีแนวคิดที่จะเปิดข้อมูลข่าวสาร ปฏิรูปการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ให้ประชาชน ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. มีปัญหาเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมาก โดยเฉพาะเรื่องของภาคประชาสังคมที่ทำงานเรื่องของการต่อต้านคอร์รัปชัน เช่นการเข้าถึง ทีโออาร์ (TOR) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ นั่นก็คือขอบเขตการจ้าง อย่างเช่น การประมูลเรื่องของร้านค้าปลอดภาษีของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. ที่มีลักษณะที่มีระเบียบ ที่เปิดเผยในเว็บไซต์ (Website) ๑๘๐ วัน เปิดเผยที่สำนักงาน ๓๐ วัน ผมจะขออนุญาต ขอเวลาอีกนิดหนึ่งเพื่อสรุปสั้น ๆ ว่าตัว พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมา ๔ ปีของการทำงาน ของการปฏิรูป ไม่ว่าจะสภาปฏิรูป สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นับ ๑ ใหม่ตลอด จนถึงวันนี้ก็มานับ ๑ ใหม่ที่รายงานความคืบหน้าปฏิรูปครั้งนี้ โดยเอาร่างของ ป.ป.ท. มารอ ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ดังนั้นสิ่งที่ท่านเรียกว่าควิกวิน (Quick win) หรือว่าทำได้เร็ว ไม่ซับซ้อน เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นในรายงานฉบับนี้ไม่มีควิกวิน (Quick win) ใด ๆ ที่ผมเห็นเลยนะครับ เป็นการใช้ทรัพยากรของประเทศแล้วก็เสียเวลาของประเทศ ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสได้อภิปราย ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านหัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ท่านสมเกียรติ ๑๕ นาที หลังจากท่านสมเกียรติ ขอเชิญ ท่านนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย จากนั้นก็ท่านขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย แล้วก็กลับมาที่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวทัน ไม่ไปทานข้าว เรียนเชิญครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาภิวัฒน์ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เน้นโฆษณา พรรคประชาภิวัฒน์

๑. ผมขอเรียนว่าในข้อสังเกตของผมที่เกิดขึ้นในการทำรายงานนี้ ผมสงสาร ท่านอาจารย์ทศพรที่ท่านเป็นกระโถนท้องพระโรง พอเขาทำอะไรมาเสร็จแล้วไม่รู้ละ ก็โยนมาที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเป็นสิ่งที่กรองทุกสิ่งทุกอย่างเข้าคณะรัฐมนตรี เข้าทุกสิ่งทุกอย่าง แม้เรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ ให้ท่านไปรับผิดชอบ แต่ผมอ่านดูแล้วท่านก็คือเป็นผู้ที่ประมวลข้อมูลที่เขาส่งมาแล้วซัมมารี (Summary) แล้วทำเป็นเล่ม แล้วมาเป็นกองหน้า ส่วนกองหลังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทำอะไรก็ยังไม่รู้ แล้วก็มาโดนพวกผมซัก ทีนี้ผมจะเรียนให้ท่านทราบว่าผมติดตามการทำงานของ สนช. ของแม่น้ำ ๕ สายมาโดยตลอด และเคยไปร่วมในบางคณะผมเห็นความขยันการทำงาน ในการเชิญของคนที่มีประสบการณ์แต่ละสาขามาเต็มหมดเลย ทั้งมหาวิทยาลัย ทุกคนก็มี ความรู้สึกว่าเอาละบ้านเมืองได้เวลาปฏิรูปแล้ว ทุ่มเทกันใช้เวลาตั้งเป็นปี ผมยังหยิบมา เล่มหนึ่งการเมืองผมขอคุณเสรี สุวรรณภานนท์ มาว่าสรุปขณะนี้ความจริงมีในนี้ เกือบครบเลย พอเป็นอย่างนั้นแผนการที่นำมาเสนอมันก็เลยเกิดความรู้สึกว่ามันมารวม ที่ท่าน พอมารวมที่ท่านผมมาดูว่าสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นผมมองว่าเป็นยุทธศาสตร์หรือวิธีการ ของแม่น้ำ ๕ สาย ที่จะทำให้สถาบันทางการเมืองหรือพรรคการเมืองไม่สามารถ คิดนวัตกรรมนโยบายใหม่ ๆ ได้ เพราะถ้าคิดใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรี หรือใครก็ตามที่มีความคิดใหม่ ๆ ทันสมัย ก้าวหน้า หรือในอนาคตขออนุญาตที่พาดพิง พรรคน้องใหม่ของเรา พรรคอนาคตใหม่ เขาจะต้องคิดเรื่องใหม่ ๆ พอคิดเรื่องใหม่ ๆ มันมี การล็อก ๑. มีนโยบายหลัก ๒. มียุทธศาสตร์ชาติ ๓. มีแผนการปฏิรูปประเทศ ท่านจะหลุด จากนี้ไม่ได้เลย พอหลุดจากนี้ก็โดนสอบสวน เพราะท่านเป็นรัฐบาลในอนาคต เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นเครื่องมือกลไกของอำนาจที่จะบล็อกประสิทธิภาพการทำงานของพรรคการเมือง ที่มาจากประชาชน นี่ในความรู้สึกของผมที่ติดตามมานะครับ แต่เนื้อหาดีหรือไม่ ดีมาก การประชุมที่ผ่านมาผมเคยเข้าไปร่วมประชุมทุกคนให้ความรู้และมาสรุปเป็นประเด็น มากมาย พอเป็นประเด็นมากมายแล้ว ใช้เวลาเป็นปี พอลงให้กระทรวง ทบวง กรม ท่านก็รู้ว่าหน่วยงานราชการเรา ผมก็เคยรับราชการเหมือนหลุมดำ ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไป มันจะหายหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นดาวฤกษ์ ดาวนพเคราะห์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ขอให้ใส่ไป ในระบบราชการเถอะ มันไม่มีประสิทธิภาพเลย ท่านลองดูว่าที่ท่านประมวลมา ผมเลยถามท่านเกี่ยวกับเรื่องปัญหาอุปสรรคด้านการเมือง ด้านบริหารแผ่นดิน ด้านยุติธรรม และด้านต่าง ๆ แต่ละข้อดูแล้วหดหู่ใจ ประเด็นแรกก็คือว่า หน่วยงานที่ส่งเข้ามา ผมถามว่าหน่วยงานที่ส่งเข้ามามีกระทรวงการคลัง มีสำนักคุ้มครอง ผู้บริโภค ผมอยากจะทราบข้อเท็จจริงว่า สมมุติว่าด้านการเมืองมีอยู่ ๓ หน่วยงาน สำนักนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง สมมุติว่าแต่ละด้าน ผมถามท่านเลขาธิการว่า มันมีหน่วยงานใดบ้างที่รับผิดชอบที่ทำให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย สมมุติว่าด้านการเมืองก็ต้องมีสภา ก็ต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องประมวลแล้ว เขาส่งมาบ้างหรือไม่ หรือส่งมาแค่ ๓ หน่วยงาน ปัญหาอุปสรรค และเรื่องดำเนินการ ผมอยากให้ท่านรายงานเลย สมมุติมี ๑๒ หน่วยงานที่จะทำเรื่องการเมือง อันไหนที่ไม่ส่ง ขีดเลย แดช (Dash) แดช (Dash) แดช (Dash) อันไหนที่ส่ง ส่งมาแค่ ๓ หน่วยงาน สรุปแล้ว ๑๑ ส่งมามี ๓ หน่วยงาน ๒ หน่วยงาน เช่นกระบวนการยุติธรรมมี ป.ป.ช. กับศาลยุติธรรม แล้วมาดูปัญหาอุปสรรคอ่านดูเหตุไม่สำเร็จเพราะว่ากระบวนการปฏิรูปขัดต่อระบบ การปฏิบัติงานของศาลยุติธรรมเลยทำไม่ได้ ผมอ่านตามท่านเลย เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องเหล่านี้ท่านก็เป็นผู้ประมวลมา แล้วมีอะไรผมเชื่อเลยว่าถ้าท่านรายงานเป็นครั้งที่ ๑๐ ก็จะเป็นอย่างนี้ มันก็ไม่ได้เกิดแผนการทำงาน ความจริงแล้วเรามีความยินดี ถ้าประเทศชาติ ของเราว่าต่อไปนี้การพัฒนาไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายโน้นคิดฝ่ายนี้คิด แต่ว่าพัฒนาต้องมียุทธศาสตร์ ร่วมกันแล้วผลักดันประเทศไปทางนั้น เพราะท่านทำมาแล้วข้าราชการเขาก็จะหยิบโครงการ ที่เขาทำมาในราชการเอามาใส่ ใส่ใส่ ถึงเวลา ๓ เดือนเขามาใส่ให้ท่านทีหนึ่ง คนไหน ไม่รายงานก็ได้ใช่หรือไม่ เพราะว่าแต่ละเรื่องท่านบอกว่ามีมาแค่ไม่กี่หน่วยงานเอง จริง ๆ แต่ละเรื่องต้องบูรณาการผมว่าไม่ต่ำกว่า ๗ หรือ ๑๐ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นครั้งหน้า ท่านเลขาธิการครับ ให้ประจานออกมาเลยว่าแต่ละ ๓ เดือน ใครไม่เคยรายงานเลย รายงาน อุปสรรค พอผมอ่านอุปสรรคยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ อุปสรรคกระทรวงยุติธรรมขัดแย้งต่อปฏิรูป เลยทำไม่ได้ แล้วรอการพิจารณาอยู่ถ้าสิ่งเหล่านี้ผมเคยเป็นข้าราชการเวลาเขาจะเสนอให้ รายงานอะไรก็จะทำแบบนี้ละ รอรายงาน กำลังดำเนินงาน ถ้าเราไม่มี ถ้ามีบ้างนิดหน่อย เพราะฉะนั้นแล้วท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะไม่ได้ข้อมูล ที่เกิดความสัมฤทธิ์ผลหรือความก้าวหน้า สภาซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนก็ไม่ได้ เมื่อไม่ได้ แล้วเงินทองที่ทำไปแล้วยุทธศาสตร์มันจะเป็นประโยชน์เท่านั้นเองว่าถ้าต่อไปพรรคการเมืองใด ที่คิดทำอะไรที่เกินแก่นของข้าราชการประจำ จะถูกสอบสวนทันที แต่เมื่อเราผลักดัน ให้ข้าราชการประจำคิดก็คิดตามอย่างที่เราเห็น ผมกล้าบอกในที่ประชุมเลยว่า ถึงท่านเลขาธิการมารายงานอีก ๑๐ ครั้ง คูณก็อีกประมาณ ๓๐ เดือน มันก็จะไม่ได้มีอะไร ก้าวหน้า เพราะว่าเราให้เขาทำอย่างนี้ ทีนี้เรามาดูว่าการทำงานปกติที่เราเรียนกันมันมีแผน โพลิซี (Policy) แผนโปรเจ็กต์ แอกทิวิตี (Project activity) ที่จะรองรับกันของนโยบาย ทีนี้ถ้าเรามาดูให้ละเอียดเลยว่า กิจกรรมต่าง ๆ มันสอดรับกับแผนหรือไม่ โปรเจ็กต์ แอกทิวิตี (Project activity) หรือไม่ แล้วมันเดินในครรลองเดียวกันหรือไม่ ถ้าสมมุติ ๓ เดือนหน้า ท่านมาอย่างนี้อีก เราจะไม่ได้อะไรเลย เราจะเสียเวลา แล้วเราก็ไม่รู้ความก้าวหน้า หรือย้อนหลัง เพราะว่าครั้งนี้ท่านมาครั้งที่ ๓ ก็แสดงว่าผ่านมา ๑๒ เดือนแล้ว ๑๒ เดือน ยังสรุปเลยว่ากำลังอยู่ในระหว่างรอกรรมการรับทราบแล้ว แต่ยังรอการพิจารณา จากกรรมการ หรือว่าอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้เลยครับ ผ่านมา ๑๒ เดือน ยังอยู่ขั้นตอนนี้ แล้วมีรายงานมา อันนี้ฝ่ายปกป้องทุจริตก็มีอยู่ ๓ หน่วยงาน พลังงานก็มีสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังแล้วก็กระทรวงพลังงาน มีเยอะครับ ถ้าเราจะทำยุทธศาสตร์อะไรให้ชัด แล้วทุกคนก็จะตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับเรื่องนั้น แล้วก็ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผมเชื่อว่าถ้าท่านยังใช้การรายงานแบบนี้อยู่ประโยชน์ที่จะได้รับจากสภา หรือจากวุฒิสภา หรือจากอะไรนี่จะน้อย เพราะเหมือนเราทำงานตามงานรูทีน (Routine) ที่ระบบราชการบอกมาว่าต้องทำอย่างนี้ผมเห็นท่านอ่านนิดเดียว ผมนึกว่าอยากจะได้ฟังท่าน มาก ๆ จะได้เก็บประเด็น เพราะส่วนใหญ่อ่านสักแป๊บหนึ่ง ส.ส. คงไม่ได้เตรียมอะไร ที่ไหนได้ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเตรียมกันมาเยอะแยะเลยแล้วท่านคงจะอยู่ประมาณ ๓ ทุ่ม วันนี้ เราอยากจะให้เห็นความชัดเจนแล้วครั้งหน้าถ้าเรามีความจริงใจต่อประเทศท่านเขียน ให้ชัดเลยครับว่าแต่ละเรื่องภารกิจที่กำหนดไว้แล้วใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบบ้าง ที่จะทำให้การเมืองบรรลุเป้าหมายอย่างนั้น คณะกรรมการกระจายอำนาจ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วเขาได้ทำอะไรบ้าง ตั้งงบประมาณด้วยนะ โครงงานที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ถ้าไม่ทำ อะไรก็แดช (Dash) ไว้ เราจะได้รู้เลยว่าที่ผ่านมากระทรวง ทบวง กรม ไม่ทำอะไรเลย เขาต้องเป็นคนผิดกฎหมายว่าไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ทำตามการปฏิรูปของประเทศ ไม่ใช่เอาสิ่งเหล่านั้นแล้วมาทำกับนักการเมือง ผมอยากเรียนท่านอย่างนี้ เพราะถ้าทำ อย่างนี้ได้ปุ๊บนี่ครับ การอ่านรายงานจะราบรื่นจะรู้สึกว่าปีที่แล้วทำอ้ายนี่ปีนี้ต่อเนื่อง มีตั้งงบประมาณต่อเนื่อง แล้วการกระจายอำนาจเดี๋ยวนี้เราจะเพิ่มให้ท้องถิ่นจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็น๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการชุดนี้ก็ทำสอดคล้อง กับท้องถิ่น ท้องถิ่นสอดคล้องกับ ป.ป.ช. ถ้าอย่างนี้ครับมันจะเห็นภาพที่ชัดเจน แล้วก็จะเป็น ประโยชน์ซึ่งผมเห็นด้วย แล้วยินดีเลยว่าถ้ายุทธศาสตร์ชาติเราเดินไปตามครรลองนะครับ แล้วพอมาอ่านโปรเจกต์ (Project) ท่านคิดดูนะครับ ท่านบอกผ่านมาประมาณ ๑๘,๔๖๙ กิจกรรมหรือโครงการ ถ้าทำได้ขนาดนี้นะครับ ป่านนี้ไปไกล แล้วก็ได้ยุทธศาสตร์ ของเศรษฐกิจทำมาประมาณ ๗๕๕ ถ้าเราเอาแค่เศรษฐกิจอย่างเดียวมาวิเคราะห์ดูว่า มันใช่หรือไม่นี่ หรือไปหยิบในงานของระบบราชการแล้วมาใส่ที่ว่ามันคิดว่าสอดคล้องกัน ก็คืองานประจำของข้าราชการเขานั่นเองไม่ได้ลุก โปรเกรส (Look progress) ที่จะทำให้เกิด ตามยุทธศาสตร์หรือปฏิรูปเลยเขาก็ทำตามที่เขาคิดถูกหรือไม่ครับ แต่หยิบเอามาเพื่อจะ รายงานส่งเป็นข้อมูลให้ท่าน แล้วท่านก็เป็นหนังหน้าไฟต่อหน้าสมาชิก ซึ่งผมก็รู้สึก ท่านอดทนนะครับ แล้วก็ให้กำลังใจเพราะอยู่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นี่สำคัญมากเพราะเป็นหน้าด่านไม่ว่าผมประชุมคณะรัฐมนตรีอะไรก็ตามเขาจะถาม สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติหรือยัง ถ้าเขาจะเป็นแม่บ้านใหญ่ของประเทศ ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วย มีความสำคัญ ยุทธศาสตร์ผมเชื่อว่าคณะกรรมการที่ได้ประชุมกันที่ผ่านมามีรายละเอียด มีบุคคลที่จะทรงคุณวุฒิแต่ละเรื่องครบถ้วน แต่ไม่ต้องเอามามากนะครับ เอาให้เป็นหลัก ๆ แล้วก็เดินไปข้างหน้า พอเดินไปข้างหน้าแล้วกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวเนื่องท่านก็ติดตาม ว่าเขาได้ผลักดันกิจกรรม โครงการ แผน ของกระทรวงเพราะบ้านเรานี่ก็แปลก กระทรวง แต่ละกระทรวงก็มีเป้าหมาย มีนโยบาย มีแผนงานของตัวเองนะครับ แล้วกรมก็มีเป้าหมาย แผนงานนโยบายของกรมอีก แล้วยังมีปฏิรูปอีก ท่านคิดดูสิว่าพอต่างคนต่างคิดมันก็ไม่เข้า ยุทธศาสตร์ ไม่เข้าแผนปฏิรูป ถ้าทำอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่า เราจะจารึกว่าประเทศเราจะ ขับเคลื่อนพร้อมกันไปด้วยยุทธศาสตร์ที่เป้าหมายเดียวกัน แล้วถ้ามันเป็นประโยชน์ผมเชื่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคเวลาคิดนโยบายก็จะตั้งใจที่จะผลักดันเดินไปข้างหน้า แต่ว่ารายงาน ที่ท่านรายงานมานี่มันไม่ชัดครับท่าน พอไม่ชัดอ่านแล้วไม่เห็นความต่อเนื่อง ไม่เห็นเลยว่า กระทรวงไหน แล้วถ้าท่านทำอย่างนี้ต่อไปเดี๋ยวเราจะพิจารณางบประมาณ เราจะเอาข้อมูลนี้เวลากระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มา พรีเซนต์ (Present) งบประมาณเราจะตัดเลยทำไมคุณไม่เสนอ งบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายหรือแผนการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๆ ที่ชื่อคุณมีความรับผิดชอบในนี้ อย่างนี้จะทำให้การพิจารณานโยบายของสภา หรือของสำนักงบประมาณดีขึ้น แต่ถ้าท่านแยกส่วนท่านก็ไม่รู้เลยว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เสนองบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท อันไหนบ้างที่สอดคล้องกับการปฏิรูป ประเทศนี้ สอดคล้องแต่ละเรื่องนะครับ ขอกราบเรียนท่านด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า อีก ๓ เดือนข้างหน้าท่านทำให้ชัด มันจะสร้างความสุขของผู้พิจารณามากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสมเกียรตินะครับ รักษาเวลาได้ดีมากเลยครับ ต่อไปท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านผู้ทรงเกียรติ และสื่อมวลชนที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านแผนปฏิรูปประเทศมีทั้งหมด ๑๑ ด้าน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อ่านแล้วก็รู้สึก ว่าดีครับ แต่ยังขาดอยู่หลายอย่างที่ผมเองนั้นก็มีความเป็นห่วงว่าการเขียนแผนปฏิรูป ประเทศนั้นผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการ หรือรัฐบาลที่ผ่านมานั้นมีความจริงใจ จริงจัง มีความรู้ความสามารถที่จะมองไปข้างหน้าถึง ๒๐ ปีข้างหน้า ผมไม่เชื่อมั่น การทำแผนนั้น มันเหมือนกับตีกรอบเพื่อให้ปฏิบัติตามแผน ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศเขาก็ต้องดูตามแผนนี้ เช่นกันว่าแผนปฏิรูปประเทศไทยจะเดินไปทางไหน แล้วเขาควรจะมาลงทุนในประเทศไทย หรือไม่อย่างไร เราต้องกลับมาคิดว่าคนที่จะนึกไปถึง ๒๐ ปี ข้างหน้าได้ เอาคนรุ่นเก่า ๆ ที่อายุ ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี มานั่งเขียน โดยที่ไม่เอาคนรุ่นใหม่ที่เขามีความรู้ความสามารถ ไปช่วยกัน เราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการเขียนแผนนี้เขียนแล้วจะไม่ล้มเลิก รัฐบาลใหม่มา จะต้องล้มแล้วทำใหม่ เสียเวลา มีใครการันตีได้บ้างครับว่าจะไม่เสียเวลาในการทำ ว่าจะไม่เสียงบประมาณ เพราะตลอดเวลา ๕ ปีที่ผ่านมารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ที่ผ่านมานั้นบอกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศ มา ๕ ปีเพิ่งเขียนแผนได้มาแค่ ๑ ปีเองครับ แสดงว่า ๔ ปีที่แล้วท่านทำอะไรอยู่ มันเสียเวลาครับท่านประธาน เสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ผมเองได้อ่านไปแล้วปรากฏว่าสิ่งที่เป็นเสาหลัก โดยเฉพาะอาชีพหลักของประเทศไทยนั้น ก็คืออาชีพเกษตรกรรม แต่ยังไม่เห็นมีแผนใดที่เขียนไว้ถึงอาชีพเกษตรกรรมเลย อย่าลืมว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ๒๔ ล้านคน ทำอาชีพเกษตรกรรมครับพี่น้อง ประเทศไทยเรา มีพื้นที่ ๑๓๘ ล้านไร่ เหมาะสำหรับทำอาชีพเกษตรกรรม นี่คือหลักของเราจุดแข็งของเรา คือเกษตรกรรมครับ เราสามารถผลิตเงินขึ้นจากพื้นดินได้ บางทีเราไปมองประเทศอื่นว่า เขามีน้ำมันแล้วเขาร่ำรวย เราลองกลับมาดูประเทศไทยสิครับ เกษตรกรรมมันต้องร่ำรวย เหมือนต่างประเทศเขา ต้องกลับมาดูหลักของเราครับ จุดแข็งเราคือเกษตรกรรม และคนส่วนใหญ่ของประเทศยังยากจนอยู่ ท่านจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ ๒๔ ล้านคน ทำอาชีพเกษตรกรรม แต่ จีดีพี (GDP) ที่มาจากภาคเกษตรกรรมมีแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี (GDP) ของทั้งประเทศ นี่คือการด้อยคุณภาพ ถามว่าเราจะพัฒนา ประเทศเราได้อย่างไรครับ ในเมื่ออาชีพหลักเรายังไม่สามารถพัฒนาได้ และการพัฒนาอาชีพ เกษตรกรรมเราไม่ต้องลงทุนอะไรเลยครับท่านประธาน ที่ดินเราก็มีแล้ว อากาศภูมิประเทศ อากาศต่าง ๆ เรามีความเหมาะสม น้ำเราก็มีเพียงพอแต่เราต้องบริหารจัดการน้ำให้ดีกว่าเดิม ฉะนั้นผมเห็นว่าแผนการปฏิรูป ต้องเน้นที่เกษตรกรรมควบคู่กับสาธารณสุข เพราะผมนั่งอ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แสดงว่า คณะกรรมการที่ร่างแผนนี้อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญทางด้านนี้ ผมอยากให้ มองไปที่เกษตรกรรมให้มาก ๆ เพราะสามารถที่จะเป็นประเทศที่เข้มแข็ง ประเทศที่ร่ำรวยได้ เพราะเราสามารถผลิตเงินออกจากดินได้ เราต้องมาดูว่าสาเหตุแห่งความยากจนมันคืออะไร สาเหตุแห่งความยากจนคือการที่เรามีผลผลิตที่มันตกต่ำแต่ลงทุนสูง เนื่องจากพื้นดินของเรา มันเสื่อมสภาพ เราต้องมีแผนในการพัฒนาดิน บำรุงดิน ฟื้นดินครับ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ เกษตรกรยากจน คือผลผลิตมันตกต่ำครับ ผลผลิตตกต่ำในขณะที่ต้นทุนมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ค่าปุ๋ย ค่ายา ถูกหรือไม่ครับ ยาฆ่าแมลงต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย เอาเข้ามาเยอะแยะ พวกยาสารเคมีทั้งหลาย ใช้ไปใช้มาทำให้ดินมันเสื่อมสุดท้ายผลผลิตตกต่ำครับ เราต้องมีแผน ในการบริหารจัดการดิน ฟื้นฟูสภาพดิน เมื่อดินอุดมสมบูรณ์แล้ว เกษตรกรปลูกอะไรมันก็ขึ้น ผลผลิตมันก็มากขึ้น แล้วก็ขายได้ราคาดีด้วย ฉะนั้นวิธีการที่ทำให้เกษตรกรยากจน คนส่วนใหญ่ของประเทศหายยากจนคือต้องมาฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งยังไม่มี อยู่ในแผนนี้ ผมขอฝากว่านี่คือต้นเหตุแห่งความยากจน ประเทศที่เขาเจริญแล้ว เกษตรกร เขาสามารถปลูกข้าวได้ ๒๐๐ ถังต่อไร่ ในขณะที่ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม จากที่เราเคยได้ ๑๒๐ ถัง เหลือ ๑๐๐ ถัง เหลือ ๘๐ ถัง ตอนนี้เหลือแค่ ๕๐ ถังต่อไร่ นี่คือความเสื่อมสภาพของดิน เกิดจากการใช้สารเคมีเยอะ เราต้องกลับมาตรงนี้ครับ ฟื้นฟูประเทศด้วยเกษตรกรรมที่เป็นนวัตกรรมใหม่เขียนไว้ในแผนพัฒนาเลยว่าอีก ๒๐ ปี ข้างหน้านี้เราจะทำให้ชาวไร่ ชาวนาปลูกข้าวได้ ๑๕๐ ถังต่อไร่ ท่านต้องทำแบบนี้ เพราะแผนนี้จะทำให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถ้าไม่มีแผนแบบนี้ถามว่าจะมั่งคั่ง ยั่งยืนได้อย่างไร ผมขอฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมการในการทำแผนพัฒนาประเทศ แผนปฏิรูปประเทศอะไรก็ตามที่ท่านเรียก ขอให้มีความจริงใจ จริงจังในการทำเถอะครับ ผมเชื่อว่าสามารถทำได้ แต่ผมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ที่จะทำได้ ผมไม่เชื่อมั่น เพราะตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา แค่แผนทางด้านการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญท่านก็ยังร่างแบบผิด ๆ ถูก ๆ ถูกหรือไม่ครับ มีข้อจำกัดทางด้านโน้นด้านนี้สารพัดมากมาย ซึ่งเราไม่อยากจะพูดกันในวันนี้ เพราะท่านทราบดี และวันนี้ท่านก็กลับมาเป็นรัฐบาลอีก เป็นอย่างไรสิ่งที่ท่านทำไว้ สุดท้ายท่านต้องมาใช้ตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ผมไม่สามารถที่จะเชื่อมั่นว่าท่านจะมีแผนในการปฏิรูป ประเทศ อีก ๒๐ ปีข้างหน้าจะทำให้ประเทศชาติมีความมั่งคั่ง ยั่งยืนและร่ำรวยผมไม่เชื่อมั่น ผมคิดว่าควรจะให้ประชาชนทั้งหมดที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะประชาชน เลือกผู้แทนราษฎรมาแล้ว เป็นตัวแทนของประชาชนแล้ว ควรจะให้มีส่วนร่วมในการ เขียนแผนพัฒนาประเทศ เพราะประเทศนี้เป็นของประชาชนทุกคน ไม่ควรจะให้คนใด คนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเป็นผู้เขียนแล้วก็ตีกรอบให้ทุกคนเดินตาม ผมไม่เห็นด้วย เพราะอย่าลืมว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียวนะครับ

อีกประการหนึ่งคือสาธารณสุข ผมได้นั่งอ่านแล้วนะครับ เขียนมาคร่าว ๆ ก็ยังมองไม่เห็นเลยว่าอีก ๒๐ ปีข้างหน้าประชาชนคนไทยเราจะทำอย่างไรนะครับ ให้โรคร้ายแรงต่าง ๆ โรคมะเร็ง ความดัน เบาหวาน หัวใจมันลดน้อยถอยลง ผมยังไม่เห็น ที่จะมีการเขียนแบบนี้เลย อย่าลืมว่ากระทรวงสาธารณสุขเราจะต้องพัฒนาให้ประชากร เรามีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ถูกหรือไม่ครับ โดยหลักการธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าทุกปีเปอร์เซ็นต์ คนที่โรคมะเร็งมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวานมากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องมีแผนการ ว่าเราจะทำอย่างไรให้ประชากรของประเทศไทยนั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะครับ จากคนตัวเล็กกลายเป็นตัวสูงเหมือนประเทศญี่ปุ่นเขา อาหารการกินเราจะทำอย่างไร เราจะต้องเขียนแผนแบบนี้ครับ ไม่เช่นนั้นแล้วที่บอกว่าจะส่งนักกีฬาเราโดยเฉพาะฟุตบอล ไปแข่งขันฟุตบอลโลกยาก ในขณะที่คนไทยยังตัวเล็กอยู่นิดเดียว ต้องมีแผนพัฒนาตรงนี้ ทางด้านสาธารณสุขครับพี่น้อง ผมอยากให้ผู้ที่เขียนถ้าท่านคิดว่าท่านสามารถมองไปไกล ถึง ๒๐ ปีข้างหน้า ท่านต้องจินตนาการเลยครับ ๒๐ ปีข้างหน้าจะทำอย่างไรให้คนไทย ไม่มีโรคมะเร็งหรือให้มีน้อยลง วิธีการจะลดการใช้สารเคมีอย่างไรที่เป็นต้นเหตุของการเกิด โรคต่าง ๆ เหล่านี้ อยากให้เขียนไว้ในแผนครับ ส่วนจะปฏิบัติอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วแต่รัฐบาลไหนจะมาทำ แต่แผนนี้ต้องมองไปขนาดนั้นครับ

อีกประการหนึ่งเรื่องสื่อ ผมเห็นเขียนในแผนแล้วนะครับ แต่ผมเป็นห่วงครับ ที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าท่านจะไปเขียนในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๙๘ ใครจะมาสมัครเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องไม่มีหุ้นสื่อ ไม่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ เขียนไว้อย่างดีครับ แต่อย่าลืมว่าเจตนาที่เขียนไว้ผมเชื่อว่าท่านต้องการที่ไม่ให้นักการเมืองเอาสื่อไปเป็น เครื่องมือทางการเมือง เพราะมันจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่สิ่งที่ปฏิบัติมาชัดเจนว่ารัฐบาล ใช้สื่อเป็นเครื่องมืออย่างชัดเจน สื่อช่องใดที่เขียนเชียร์รัฐบาลทุกวันนี้ก็ยังอยู่ได้ พูดได้ทุกอย่างไม่มีข้อจำกัด แต่สื่อบางช่องพูดความจริงแต่ไม่ถูกใจรัฐบาล เป็นอย่างไรครับ โดนปิดครับ ปิดแล้วปิดอีก ปิดแล้วปิดอีก นี่อย่างไรครับการปฏิรูปสื่อ สื่อต้องมีความ เป็นกลางทางการเมืองถูกไหมครับ สื่อสารความจริงให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เที่ยงธรรม เป็นความจริง ไม่ใช่จะต้องมารับใช้บางฝักบางฝ่าย ก็ต้องเรียน การปฏิรูปสื่อก็ต้องปฏิรูปจริง ๆ อยากให้ทุกคนทำงานโดยมีจรรยาบรรณของสื่อ สื่อจะต้องมี อิสระเสรีภาพในการเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมอยากให้ คณะกรรมการที่ทำการเขียนร่างการปฏิรูปทั้งหมด ๑๑ ด้านนี้ท่านลองไปร่างให้ดีเถอะ ถามว่าเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ครับ แต่ไม่ควรที่จะตีกรอบจนเกินไป ควรจะให้มี การปรับปรุงแก้ไขได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเราอยู่ บนโลกนี้ ไม่ใช่ประเทศไทยมีประเทศเดียวในโลก เราต้องดูประเทศอื่นเขาด้วยว่าเขาเป็น อย่างไร เพราะที่ผมไม่มั่นใจถ้ามีการปฏิรูปจริง ๆ นั้นป่านนี้รถไฟความเร็วสูงเราได้นั่งแล้ว ผมยังเสียดายครับ เสียดายที่พวกท่านมีการปฏิรูปประเทศ วันนี้ถ้าท่านไม่ปฏิรูปประเทศ ผมได้นั่งรถไฟความเร็วสูงแล้วครับ ปฏิรูปไปปฏิรูปมาปรากฏว่าตอนนี้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เห็นหรือไม่ครับ มีหนี้สาธารณะไม่รู้กี่ล้านล้าน จึงอยากให้การปฏิรูปให้มีความจริงใจ นี่คือประเทศของพวกเรา เราทำเพื่อลูกหลานของพวกเราครับ ผมเองขอเป็นกำลังใจให้กับ คณะกรรมการที่มีความตั้งใจในการทำงาน อยากให้พวกเราโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันเสนอแนะ

อีกประการหนึ่ง ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่กับสถาบันการศึกษาผมอยากให้ คณะกรรมการที่มีการปฏิรูปได้นำออกมาใช้ครับ ข้อมูลในการวิจัยต่าง ๆ สถาบันการศึกษา เยอะแยะมากมาย เขามีการวิจัยสิ่งดี ๆ ล้ำหน้าไปไกลกว่าที่รัฐบาลเราคิดแล้ว อยากให้เอา ข้อมูลเหล่านั้นมาเขียนในแผนปฏิรูปมาเป็นการประกอบด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อให้ประเทศไทย เรามีการปฏิรูปอย่างจริง ๆ อย่างจริงใจครับ เพื่อลดต้นทุนในการใช้งบของประเทศด้วย

อีกประการหนึ่ง การทำการปฏิรูปนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลที่ผ่านมาพูดถึงเรื่อง การคอร์รัปชัน การปราบโกงทั้งหลายก็ควรจะมีอยู่ในแผนปฏิรูปด้วย เพราะอย่าให้การใช้ งบประมาณมันฟุ่มเฟือยโดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะงบต่าง ๆ งบลับงบอะไรนี่ ลด ๆ ลงบ้าง ด้วยความเป็นห่วงครับ อยากให้พี่น้องทุกคนโดยเฉพาะเราเป็นประเทศ ประชาธิปไตย คำว่าประชาธิปไตยจะต้องเฉลี่ยผลประโยชน์ทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางด้านการศึกษา ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการเมือง ทางด้านทุกอย่างจะต้องมีความเป็นธรรม นี่คือคำว่าประชาธิปไตยครับ ก็ขอให้กำลังใจ ท่านเลขาธิการ ขอให้กำลังใจทุก ๆ ท่านในการที่จะทำแผนปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประเทศไทย มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านขจิตร ชัยนิคม จากท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็เป็นท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เผื่อจะได้ เตรียมความพร้อม เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ขอบคุณท่านประธานที่ให้อภิปรายเรื่องเกี่ยวกับ แผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เลย เพราะผมกำลังคิดว่าพูดไปแล้วเกิดประโยชน์น้อย ผมกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่า ผมไม่เชื่อว่าแผนยุทธศาสตร์อะไร ๒๐ ปี ปฏิรูปประเทศไทยจะเป็นไปได้ ที่ผมไม่เชื่อ มีเหตุผลเพราะกลุ่มงานที่กำลังทำอยู่นี่ ๕ ปีพิสูจน์แล้วว่าทำไม่ได้ ทำไม่ได้ หลักการเขียน ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีโดยคนที่มีอายุ ๗๐ ๘๐ ๙๐ โดยไม่เอาใจใส่วิทยาการที่ก้าวหน้ามากกว่า ย่อมประสบความสำเร็จไม่ได้ ท่านประธานครับ ตัวผู้นำที่ทำให้เกิดแผนยุทธศาสตร์นี้ แล้วเป็นประธานแผนยุทธศาสตร์ชาติ ชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคล ที่ไม่เคารพการปกครองระบอบประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ประวัติศาสตร์อย่างไร ไม่ต้องบอกรู้จักทุกคนแล้ว แล้วเชื่อหรือว่าคนอย่างนี้จะมานำการปฏิรูปประชาธิปไตย ของประเทศได้ ผมไม่เชื่อ เมื่อไม่เชื่อแล้วในเรื่องการเมืองจึงไม่สามารถที่จะพัฒนาไปได้ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่งาช้างจะออกมาจากสัตว์อื่นที่ไม่ใช่ช้าง นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อ และไม่เชื่อเลยว่าการพัฒนาประชาธิปไตยโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเจริญเติบโต วัฒนาถาวรขึ้นในประเทศไทยไม่เชื่อโดยเด็ดขาดและประชาชนผมก็ไม่เชื่อด้วย

ข้อที่ ๒ ในด้านกฎหมาย ท่านประธานครับ ที่ประชุมแห่งนี้ประชุมไปเมื่อ วันที่ ๕ มิถุนายน ท่านทราบหรือไม่ครับ ที่ประชุมรัฐสภานี้ ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร มีวุฒิสภา มาด้วย ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าที่ประชุมแห่งนั้นทำไม่ถูกกระบวนการที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ ผมกำลังทำญัตติเสนอ แล้วเสนอประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายแล้วจะไปปฏิรูปด้านกฎหมายได้อย่างไร เขียนรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองเสร็จแล้ว อ่านแล้วตีความไม่แตก ท่านประธานครับท่านอย่าลืมนะครับ หลังจากประชามติมาแล้ว คณะกรรมการร่าง ร่างตามเจตนาของประชาชนแล้วว่าให้วุฒิสภามาเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ผมเห็นด้วยครับ คณะกรรมการร่าง ร่างแล้วเขาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ตอบกลับมาชัดเจนครับ การเสนอชื่อต้องทำในสภาผู้แทนราษฎร นี่รัฐธรรมนูญ คนที่ฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร รัฐธรรมนูญไม่ใช่ขนบธรรมเนียมประเพณี เขียนเป็น กฎหมายชัดเจนแล้วยังพวกมากลากไป ฝ่ากันได้ขนาดนี้แล้วจะทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ได้อย่างไรครับ คุณสมบัตินายกรัฐมนตรีพูดแล้วทั้งบ้านทั้งเมือง มีบัตรประจำตัวนายกรัฐมนตรี มีบัตรประจำตัว คสช. ด้านหลังพลิกไปเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้อยากเป็นนายกรัฐมนตรี อยากให้พรรคการเมืองเสนอ ก็ไม่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เห็นหรือไม่ครับ กฎหมายเรา จะปฏิรูปได้อย่างไร ท่านประธานครับการปฏิรูปกฎหมายต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ เขาบอกว่า สรุปข้อความว่ากฎหมายต้องออกเท่าที่จำเป็น แล้วคำนึงถึงผลประโยชน์ ของประชาชน ต้องไม่ขัดกับความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นอย่างไรครับ รัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะนำการปฏิรูปด้านกฎหมาย ท่านเลขาธิการฟังไว้นะครับ ท่านกำลังปฏิรูปกฎหมาย ในด้านวิชาการท่านบรรยายให้ผมเคลิบเคลิ้มได้ แต่ผลจากกฎหมายที่ออกมาระยะนี้ ชาวบ้านเขาบอกว่าออกไปออกมาเขามีความรู้สึกว่าชีวิตเขาแย่กว่า ขออนุญาตเขาพูดคำนี้ ชีวิตเขาแย่กว่าหมา ขออนุญาตเป็นสุนัขนะครับ ฟังไปฟังมากฎหมายหมา กฎหมายแมว ให้หมา แมว ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตของคนจน ๆ นี่เขาฝากมาครับ รถปิกอัพวันดีคืนดีไม่ให้ขี่ เป็นอย่างไรออกกฎหมายใบขับขี่ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วมันสอดคล้องกับชีวิตของ ประชาชนอย่างไร นี่หรือคือต้นแบบที่จะนำไปปฏิรูปกฎหมายของประเทศนี้ในยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ท่านเลขาธิการครับ ในเชิงวิชาการท่านบรรยายได้นะครับ ท่านพูดถึงความก้าวหน้าได้ แต่ว่าประชาชนเขาบอกประเทศล้าหลังลงมาก ชีวิตเขาลำบากกว่าเดิมมากในการปฏิบัติตาม กฎหมาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน

ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมจะพูดคือการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ เอาประเด็นเดียวครับ เวลานี้ก็มีความคิดว่าจะเปลี่ยนผู้อำนวยการไปเป็น ครูใหญ่ คิดไปคิดมาคำสั่งอะไรใครก็ไม่รู้ ไม่รู้เข้าใจการศึกษาเท่าใด สั่งการศึกษาย้อนถอยไป ๖๐ ปีที่แล้ว กระบวนการศึกษาพัฒนามาถึงวันนี้ในรูปแบบการบริหารที่เป็นไตรภาคี จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการรับสิ่งเหล่านี้มา เวลานี้คำสั่งของใครก็ไม่รู้ ของท่านประยุทธ์นี่ละ มาตราเท่าใดผมไม่จำแล้ว แต่มีผลเปลี่ยนแปลงการศึกษาไปหมดเลย เดี๋ยวนี้สำนักงาน การศึกษาอยู่ในพื้นที่ ว่าง ว่างและว่าง ไม่มีใคร ท่านรวมระบบการศึกษา รวมศูนย์มาอยู่ที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนเดิมทุกประการ ย้อนหลังกลับไป ๖๐ ปี วันนี้ผมได้รับหนังสือ จากเครือข่ายครูประชาบาลภาคอีสาน ๒๐ จังหวัด สัมมนากันที่โคราชเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาคัดค้านกฎหมายที่จะให้ใบรับรองวิชาชีพครู คนที่ทำเรื่องนี้ไม่ได้เข้าใจถึงจิตวิญญาณ ของความเป็นครู ความยิ่งใหญ่ของความเป็นครูเกิดจากจิตวิญญาณ ไม่ใช่อะไรที่จะมารับรอง แบบกฎหมายที่กำลังออกอยู่ขณะนี้ ครูกำลังจะต่อต้านทั่วประเทศ แล้วจัดการศึกษาไม่ฟัง เสียงครูฟังเสียงใคร ไม่ฟังเสียงประชาชนฟังเสียงใคร นี่จะปฏิรูปเพื่ออะไร กำลังมีแผนปฏิรูป ประเทศเพื่อใคร ถามไปยังประธาน ประธานชื่อประยุทธ์ ท่านกำลังปฏิรูปประเทศนี้เพื่อใคร เพื่อท่านเองใช่หรือไม่ แล้วท่านบอกว่าด้านพลังงาน ท่านรู้หรือไม่ ท่านประธาน ด้านพลังงาน เวลานี้ล้มเหลวที่สุดคือเรื่องพลังงานทดแทน มีคนอภิปราย สมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปราย ไปหลายท่านแล้วผมไม่ต้องเล่ารายละเอียด แต่ผมจะเพิ่มให้ท่านประธานรู้ว่าเวลานี้ ไม่ว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากการใช้ชีวมวล ประเทศนี้ยังไม่พัฒนาเลย ท่านเลขาธิการ ล้าหลังมาก เขาต้องไปขออนุญาตจากกรมหนึ่ง เวลาจะดำเนินการก็ไปติด ที่อีกกรมหนึ่ง เวลาไปลงพื้นที่สำนักงานปฏิรูปก็บอกไม่รู้ ที่ดิน ส.ป.ก. ทำอะไรไม่ได้ กรมพลังงานทดแทนอนุญาตแล้ว วัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) ท่านคงจะพูด นานแล้ว ทำไมไม่วัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) สักที เดี๋ยวนี้ท่านสายแล้ว ผมพูดนี่สายแล้วท่านไปดูสิ กระบวนการสร้างพลังงานทดแทน ท่านประธาน เขาย้ายฐาน การทำงานไปอยู่ยังประเทศอื่นแล้ว ไม่ใช่ประเทศไทย เพราะว่าข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ เรื่องสุดท้ายข้อ ๑๑ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาต ท่านผู้อาวุโสครับหมดเวลา ขออนุญาต ถ้าท่านจะเพิ่มเติมก็อีกสักครึ่งนาทีนะครับ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธาน อุทยานราชภักดิ์สอบแล้ว อยู่ตรงไหน ถามคุณประยุทธ์ตั้งบริษัทอยู่ในค่ายทหารเป็นอย่างไร คนอื่นจะมาตั้งด้วย ได้หรือไม่ ประวิตร นาฬิกาเพื่อน นาฬิกาญาติ ก้องไปทั่วโลก วันนี้เป็นอย่างไรข้อยุติ แค่นี้ก็ไม่ได้แล้ว ไม่สำเร็จแล้ว ผมไม่เชื่อครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงวันนี้ สมาชิกในส่วนพรรคประชาธิปัตย์เรายังไม่ได้ลุกขึ้นแสดงความคิดความเห็นต่อวาระนี้เลย ผมเองเป็นคนแรกของสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ที่จะขออนุญาตท่านประธานได้ลุกขึ้น แสดงความคิดเห็นต่อวาระที่สภากำลังจะรับทราบในเรื่องสำคัญ นั่นก็คือรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในรายงานฉบับนี้เป็นรายงานความคืบหน้าของเดือนมกราคมและเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๒ ผมคิดว่าความจริงที่พี่น้องประชาชนได้รับฟังการอภิปรายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในวันนี้ คงจะทำให้หลายท่านเกิดความงงอยู่เหมือนกันว่าการอภิปรายเรื่องการปฏิรูปที่มาฟัง ความคืบหน้า ความจริงแล้วแผนการปฏิรูปประเทศเพิ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาเมื่อปีที่แล้ว นับรวมจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ประมาณ ๑ ปี เป็นการรายงานความคืบหน้า ในรอบที่ ๓ รวม ๆ กันก็จะสัก ๙ เดือน ๑๐ เดือนที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีการ ประเมินกันว่าเรื่องการปฏิรูปนี้จะล้มเหลวเอาเสียแล้วหรือไม่ อย่างไร ผมเองจึงคิดว่าจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นอภิปรายเอาไว้ เพราะไม่อยากจะเห็นเรื่องของการ ปฏิรูปประเทศซึ่งเป็นความตั้งใจ ความมุ่งหวังของพี่น้องประชาชนคนในประเทศจำนวนมาก ที่อยากจะเห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นในประเทศไทย กลับกลายเป็นเรื่องที่กลายเป็นการหยิบ ประเด็นมาต่อสู้กันในทางการเมือง ความจริงถ้าเราพูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศ แล้วตัดความเป็นฝักฝ่ายทางการเมืองออกไป แล้วใช้ความเป็นประชาชนมองเข้ามาในเรื่อง การปฏิรูปประเทศ ผมว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศเรามีปัญหาที่จำเป็นจะต้องปฏิรูปกัน ในหลายเรื่องเหลือเกิน เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมาเวลาเราพูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศ มันก็มักจะอยู่ในนโยบายของรัฐบาลบางชุด บางชุดก็หยิบบางเรื่องมาพูดเท่านั้น แต่บางชุด ก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาพูดในเรื่องอะไรเลย เรื่องปฏิรูปกลายเป็นเรื่องเรียกร้องของภาคประชาชน ของภาคเอกชน ของภาคนักวิชาการ แต่ในส่วนของการขับเคลื่อนของกลไกหลักของประเทศ คือภาครัฐนั้นดูเหมือนจะไม่มีเอกภาพเอาเสียเลย จนในที่สุดก็เป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิก บางท่านได้พูดเอาไว้ว่าในช่วงปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ เมื่อมีการลุกขึ้นต่อสู้ของพี่น้อง มวลมหาประชาชน ก็ได้มีการประกาศเจตนารมณ์เรื่องการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง เกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าเราตัดความเป็นฝักฝ่ายทางการเมือง มองเจตนารมณ์ของคนที่เขา เรียกร้อง เขาอยากเห็นประเทศปฏิรูปจริง ๆ เพียงแต่คนที่รับเอาเจตนารมณ์ตรงนั้นมา ปฏิบัติก็คือคณะรัฐประหารที่เรียกว่า คสช. ต้องยอมรับเหมือนกันว่าถ้าจะถามว่า ๕ ปีที่ผ่านมา คสช. รับเอาเรื่องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งไปทำในหลายเรื่องนั้นต้องยอมรับว่าไม่เป็น ที่น่าพอใจ เราอาจจะยกตัวอย่างได้หลายเรื่องครับ แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อมาจนกระทั่ง ถึงวันนี้สิ่งหนึ่งที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องปฏิรูปที่เป็นเสมือนการตั้งโจทย์ของประเทศที่ผมคิดว่า เป็นเรื่องดี หรือเป็นเรื่องบวกของประเทศหรือของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือการระบุเรื่อง แผนการปฏิรูปประเทศไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรก ๆ ที่มีการเขียน เรื่องแผนปฏิรูปประเทศเอาไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ผมยังไม่สรุปว่ามันจะดี ไม่ดี มันจะนำไปสู่ความสำเร็จ หรือความล้มเหลว เพราะมันยังมีปัจจัยเงื่อนไขอีกหลายตัว ที่จะประกอบกัน และอย่างน้อยที่สุดพวกเราในสภานี้ทั้ง ๕๐๐ คน จะมีส่วนในฐานะที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศที่ต้องช่วยกัน แต่งเติม ต่อเติม เสริมแต่ง ให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นจริงครับ วันนี้ผมพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็น การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นจริง ๆ ผมไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะเป็นคนทำ เขาจะมาอย่างไร แต่วันนี้เมื่อการปฏิรูปประเทศถูกเขียนระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ วันนี้มีการออกเป็น พระราชบัญญัติว่าด้วยแผนขั้นตอนของการจัดทำเรื่องแผนปฏิรูปประเทศประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว และแผนการปฏิรูปประเทศถูกยกร่าง ขึ้นมาแล้ว ประเด็นของผมวันนี้ก็คือว่าเราจะช่วยกันทำให้เรื่องนี้มันเดินหน้าต่อไปอย่างไร ให้สมกับที่ประชาชนเขาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่าเราต้องดูที่เนื้อหาครับ ผมไปดูกฤษฎีกา ประกาศราชกิจจานุเบกษาว่าเรื่องแผนการปฏิรูปประเทศนั้นยาวมาก เข้าใจว่า ๔๐๐ กว่าหน้า ท่านเลขาธิการคงจะเห็นตรงกันกับที่ผมเห็นว่ามันยาวมากครับ แต่ถามว่า ๔๐๐ กว่าหน้าที่เขียนไว้นั้น มันสมบูรณ์แบบหรือไม่ ไม่ละครับ แต่ใน ๔๐๐ กว่าหน้านั้น มันมีการกำหนดเป้าประสงค์ กำหนดทิศทาง กำหนดเรื่องเอาไว้ ๑๑ เรื่อง ใน ๑๑ เรื่องนี้ ผมพูดได้เลยว่าครอบคลุมสิ่งที่พวกเราเรียกร้องมาทั้งหมดที่พูดกันในสภานี้ ผมอยู่สภามา ๒๔ ปี ๑๑ เรื่องนี้ผมคิดว่าครอบคลุมมากพอสมควร เรื่องใหญ่ที่สุดบางเรื่องที่ ผมสนใจ และอยากจะเห็น ได้เขียนเอาไว้บ้างแล้ว คือเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในประเทศไทย เขียนไว้ครับ แต่ประเด็นก็คือว่าในกฎหมายกำหนดแผนขั้นตอนของการ จัดทำแผนปฏิรูปประเทศไปผูกกลไกที่จะจัดทำเอาไว้ว่าเป็นเรื่องของ ๒ ส่วนเท่านั้นคือ ๑. บรรดาหน่วยงานราชการทั้งหลาย และคนตัดสินใจคือ คณะรัฐมนตรี ตรงนี้ต่างหากครับ ที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญ ให้ความสำคัญเพราะว่าที่เรามาอภิปรายกันวันนี้ ท่านเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประทานโทษที่ท่านมานั่งฟังวันนี้ ผมว่าท่านก็ จัดการลำบากที่สมาชิกพูดแล้วทั้งหลายที่อภิปรายกันเอาไปไหน แต่ถ้าไปดูกฎหมายว่าด้วย แผนหรือขั้นตอนการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศ คนที่ต้องเป็นหัวเรือใหญ่คือคณะรัฐมนตรี วันนี้ยังไม่เกิดนะครับ แต่ถามว่าพูดไปแล้วในสภานี้ใครต้องฟัง ผมว่าคนในสภานี้นั่นละ เพราะจะน้อยจะมากทั้ง ๓๐ กว่าคนนั้นที่ไปเป็นคณะรัฐมนตรีไปจากสภานี้ครับ จริง ๆ คนที่ อยู่โผ ครม. ควรมารับฟัง เพราะท่านจะต้องไปขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศตัวนี้ให้มัน เดินหน้าต่อ เพราะขณะนี้เหมือนกับว่าหน่วยงานราชการทั้งหลายที่เกี่ยวข้องสรุปรวบรวมมา เป็นแผนแล้ว แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ลงไปดูเถอะครับ อย่างที่เพื่อน สมาชิกอภิปรายไว้ คือมันยังไม่สมบูรณ์หลายเรื่องที่ขาด หลายเรื่องที่มันไม่ตรงกับปัญหา หรือประเด็นของเรื่องนั้น ๆ บางเรื่องอาจจะตกยุคล้าสมัยไป หรือบางเรื่องอาจจะน้อยไป งบประมาณที่เขียนอาจจะไม่เพียงพอ แต่จริง ๆ คนที่เป็นว่าที่ ครม. ทั้งหลายที่เป็น ส.ส. ในสภานี้ ถ้ารับฟังท่านจะเห็นประเด็นชัดเลยครับ แล้วพวกเราต่างเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ปัญหาที่เราพูดจากัน ถ้าคิดกันโดยไม่ฝักฝ่ายในสภานี้มันคือปัญหา ของประชาชนทั้ง ๗๐ กว่าจังหวัดทั่วประเทศ ๖๐-๗๐ ล้านคนมาอยู่ในสภาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อรับฟังไปแล้ว แผนปฏิรูปประเทศที่เขียนเอาไว้ ไม่ได้เขียนเอาไว้ตายตัว สามารถจะปรับปรุงแก้ไขได้ตลอดเวลา หลังจากนี้คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะต้องไปแต่งตั้ง คณะกรรมการด้านต่าง ๆ ที่กำหนดเอาไว้ตามกฎหมายว่าด้วยแผนขั้นตอน และที่เขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญอย่างที่สมาชิกท่านหนึ่งประทานโทษเอ่ยนามคือ ท่านนิกรได้อภิปรายไว้ว่า กรรมการหลายชุดนั้นลาออก ขาดไปบ้าง ไม่ครบบ้าง ตัว ครม. ชุดนี้จะต้องไปเติมให้เต็ม พอไปเติมให้เต็มแล้ว ก็จะต้องมีการปรับปรุงแผนอีก ๓ เดือนมาเจอกันใหม่ในสภานี้ เรื่องปฏิรูปไม่เสร็จวัน ๒ วัน หรือ ปีหนึ่งแน่นอนครับ แต่การตั้งโจทย์แบบนี้ต้องตั้งให้ถูก เมื่อเราพิจารณาแผนปฏิรูปประเทศโดยตัดอคติทางการเมืองออกไปแล้ว เราจะสามารถมี จิตใจที่เป็นของประชาชนที่หยิบเอาปัญหานั้น ๆ มาอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศได้ครับ นี่เป็น ประเด็นใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ไปผมคาดว่าอย่างน้อยที่สุด ถ้าเป็นไปอย่างที่มีข่าว ก็คือประมาณกลางเดือนหน้าเราจะมีคณะรัฐมนตรี หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ท่านจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภานี้ ในเวลานี้ผมเข้าใจว่ามีคณะที่ยกร่างนโยบายของ รัฐบาลตรงนี้ละครับสำคัญที่อย่างน้อยที่สุดในหลายเรื่องที่อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศจะต้องถูก หยิบเอาไปเขียนในนโยบายของรัฐบาลด้วย ดังนั้นเสียงที่เราพูด ปัญหาที่เราสะท้อน ประเด็น ที่เรานำเสนอไม่ควรจะศูนย์เปล่าครับ ควรจะไปถึงชุดที่มีการร่างนโยบายรัฐบาลด้วย เพราะนั่นจะสะท้อนกลับมาสู่รัฐสภานี้ให้มีการอภิปรายนำเสนอ เสนอแนะ หรือติติงหรือ วิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง แต่การจะทำให้แผนปฏิรูปประเทศซึ่งจะต้องปรับปรุงต่อไป หรือวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง แต่การจะทำให้แผนปฏิรูปประเทศซึ่งจะต้องปรับปรุงต่อไป ในวันข้างหน้ามันประสบความสำเร็จได้ ผมก็มีข้อกังวลครับท่านประธานครับ ที่อยากจะบอก เรื่องนี้อาจจะฝากท่านเลขาธิการไปจนกระทั่งถึงคนที่จะมาเป็น ครม. ในชุดหน้าก็คือ เมื่อตัว กฎหมายก็ดีรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ก็ดีออกแบบเรื่องการปฏิรูปประเทศโดยฝากไว้กับ ภาคราชการเป็นหลัก สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาได้ครับ เพราะบางทีแนวคิดของราชการนั้นอย่างที่ เรารับรู้กันก็คือเป็นแนวคิดที่พยายามบริหารกฎเกณฑ์กฎหมายระเบียบของตัวเองเป็นหลัก โดยลืมดูอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าคนที่ เป็นว่าที่ของคณะรัฐมนตรีอยู่ในรัฐสภานี้ได้รับฟังการอภิปรายวันนี้ผมคิดว่า ปัจจัยแรกที่จะ ทำให้แผนปฏิรูปประเทศมันตรงจุดจริง ๆ มันไปได้จริง ๆ แล้วไม่กลายเป็นแผนที่ ส่วนราชการบางส่วนอาจจะถือโอกาสเป็นแผนของบประมาณโดยอ้างว่านี่คือเรื่องแผนปฏิรูป ประเทศแล้ว ตัวรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทั้งหลายควรจะเป็นผู้นำทางด้านนโยบายหรือการ ปฏิรูปเสียเองในกระทรวงนั้นแล้วหยิบประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจากันในกระทรวงนั้น ๆ เราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของระบบราชการที่ต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชนและ ความต้องการของชาวบ้านมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในหลายปีที่ผ่านมาครับ นี่คือเงื่อนไขหลัก ของการปฏิรูปที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ผมจึงบอกว่าการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเรื่องของ แผนปฏิรูปประเทศครั้งนี้มันเหมือนตั้งโจทย์ครับ วันนี้สภาต้องช่วยกันทำให้โจทย์นี้มันเป็น โจทย์ที่ตรงกับโจทย์ปัญหาของคนทั้งประเทศจริง ๆ ทั้ง ๑๑ เรื่องนี้ยากครับที่เราสามารถจะ พูดได้คนเดียวหรือทำความเข้าใจโดยละเอียดได้แต่โดยคนเดียวโดยลำพัง ลำพัง ๔๐๐ กว่าหน้า รายละเอียดก็เยอะนะครับ แล้วหลายเรื่องถ้าผมลงไปดูแล้วมันไม่สมบูรณ์จริง ๆ ท่านเลขาธิการครับ เช่น บางเรื่องนี่ยังไม่รู้เลยว่าใครทำ จริง ๆ บางเรื่องระบุไว้แล้ว เช่น ในเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ กรณีเรื่องธนาคารที่ดินในแผนนี่ท่านไปเขียนเอาไว้ว่า ให้กระทรวงการคลังดำเนินการแล้วให้จบภายในไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๖๑ ตอนนี้ผ่านมา ปี ๒๕๖๒ แล้ว ทั้งที่ความจริงเราก็รู้อยู่ว่าธนาคารที่ดินผมเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันในเวลานั้น ช่วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เราตั้งเป็น องค์การมหาชนแล้ว เพียงแต่ขับเคลื่อนดำเนินการต่อไปอย่างไรเท่านั้น ผมยกตัวอย่างเล็ก ๆ ว่าประเด็นเหล่านี้มันอาจจะมีอีกในแผนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ แต่เราต้องหยิบขึ้นมา เพื่อทำให้สิ่งเหล่านี้มีความสมบูรณ์ในตัวแผนของมันเองจะตั้งงบประมาณก็ดีจะทำโครงการ ก็ดีมันจะได้ตรงจุดมากขึ้น แล้วจะได้ตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชนที่อยากเห็นการปฏิรูป ประเทศที่เกิดขึ้นจริงจัง ผมว่าประเทศเราขัดแย้งกันมา ๑๐ กว่าปีนี้ การต่อสู้บนท้องถนน หลายครั้งที่เกิดขึ้นเราสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนคนบริสุทธิ์ไปทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ บ้านเมืองทุกครั้งเสียโอกาสไปทุกครั้ง เรายังหวังว่าหลังการรัฐประหารครั้งนี้เมื่อมีรัฐสภา เกิดขึ้นเราจะเป็นตัวแทนของประชาชนจริง ๆ ที่หยิบเอาปัญหาประชาชนมาพูดจากันใน รัฐสภาแห่งนี้ ผมว่านี่จะเป็นโอกาสเรื่องของการปฏิรูปที่เราช่วยกันชี้แนะ แล้วผมว่าถ้าเรา ชี้แนะกันแบบนี้ท่านเลขาธิการสามารถที่จะจัดการเอาเรื่องไปสู่ ครม. ชุดใหม่ไปสู่คนที่ร่าง นโยบายรัฐบาลชุดใหม่และไปสู่ ครม. ในเวลาที่จะต้องมีการประกาศหาคนที่มาเป็น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ มันก็จะสมบูรณ์มากขึ้น แผนปฏิรูปนี้ใหญ่มากนะครับ แม้ว่าส่วนหนึ่งต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์แต่มันผูกพันไปถึงแผนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ มันผูกพันไปถึงแผนบริหารราชการแผ่นดินซึ่งรัฐบาลทุกชุดจะต้องทำภายหลัง จากเข้ารับตำแหน่งแล้ว แล้วมันผูกพันถึงการจัดงบประมาณที่สำนักงบประมาณจะต้อง จัดด้วย เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าเรื่องนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่สำนักงบประมาณจะต้องจัดด้วย เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าเรื่องนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และเรียกร้องให้ประเทศนี้มีการปฏิรูป ก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้เอาไว้ เพื่อที่จะให้ รัฐสภาแห่งนี้ได้สะท้อนปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนเพื่อตั้งโจทย์ การปฏิรูปประเทศให้ถูกต้อง ตัดความเป็นฝักฝ่ายทางการเมืองออกไป แล้วนั่นล่ะครับ การปฏิรูปจึงจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสาทิตย์ที่ช่วยประหยัดเวลา ๒ นาทีเศษ ๆ ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ทราบอย่างนี้นะครับว่า ในการอภิปรายรับทราบรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งหมดที่มีรายชื่อแสดงความจำนงที่อยากจะอภิปรายอยู่ ๓๑ ท่าน ตอนนี้เราเพิ่งอภิปราย มาได้ ๑๒ ท่าน ก็เหลือท่านสมาชิกรอการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูป แผนการปฏิรูปประเทศไทยอยู่ ๑๙ ท่าน แต่ละท่านจองมาคนละ ๒๐ นาทีบ้าง ๑๕ นาทีบ้าง ๑๓ นาทีบ้าง ผมให้ความเคารพท่านทั้งหลายนะครับ แต่ว่าถ้าเป็นไปได้วันนี้เราจะประชุม ต่อเนื่องไปจนกระทั่งถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ตามข้อตกลง ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ เรื่องรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปจบภายในวันนี้ ถ้าเป็นไปได้นะครับ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ต่อพรุ่งนี้ ถ้าท่านจะกรุณากระชับเวลาตรงไหน ที่เพื่อนสมาชิกเราได้อภิปรายไปแล้ว แสดงความเห็นไปแล้ว ก็พูดเฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีใคร พูดถึงบ้าง จะได้ช่วยกันประหยัดเวลาลงนะครับ ลำดับต่อไปผมขออนุญาตเรียนเชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล แล้วท่านต่อไปเป็นท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริแล้วต่อจากท่านพรรณสิริก็จะเป็น ท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ เชิญท่านคมเดชครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๓ ท่านประธานครับ ผมพูดคำนี้ ไม่ทราบว่าผิดข้อบังคับไหม เราเป่าปี่ให้ควายฟังหรือเปล่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาต ท่านคมเดชนะครับ ท่านคมเดชก็เป็นผู้อาวุโส ถ้าคำไหนที่มันจะผิดข้อบังคับท่านก็รู้อยู่ ก็ขอให้ท่านพยายามผิดข้อบังคับให้น้อยที่สุดนะครับ ผมกราบขออภัยครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ผมเรียนถามเพราะว่ามันห่างเหินไปนาน ท่านครับมีอยู่ ๑๑ ข้อด้วยกัน จากข้อมูลที่การปฏิรูปทั้งหมดตาม มาตรา ๒๗๐ ผมคิดว่า มันไม่มีโอกาสประสบผลสำเร็จเลย โดยเหตุผลที่อ้างอิงก็คือชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมเลย จากอดีตที่ผ่านมา ๕ ปี มีกฎหมาย ๓๐๐ กว่าฉบับ ที่เข้าสู่สภาฝักถั่ว และอีกหลายฉบับ ในมาตรา ๔๔ จากคำสั่ง ๕๑๔ คำสั่ง กฎหมายต่าง ๆ ตัวนี้ขาดการมีส่วนร่วม ผมออกพื้นที่ ครั้งใดพี่น้องจะบอกว่า ๕ ปี ที่ผ่านมาเขาได้รับความลำบากมาก ยาบ้ามากที่สุดในประเทศไทย หนี้สินล้นพ้นตัว หนี้ต่อครัวเรือนตก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ ผมจะลงลึกไป ข้อที่ ๑๑ เลย การทุจริตคอร์รัปชัน มันมีห้างสุรัสวดีมาหาผมช่วงปี ๒๕๖๐ แล้วช่วงเลือกตั้ง เสร็จมาหาอีกครั้งหนึ่ง รับงานประมาณเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ผลสรุปอย่างนี้ครับ ท่านประธาน รับงานกับองค์การทหารผ่านศึกโดยการมีท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ปรากฏว่าเดือนนี้ถูกธนาคารยึดทรัพย์ขายทอดตลาดครับ เจ๊งหมดเลย ถามว่าเป็นอย่างไร แล้วเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดครับ เจ๊งหมดเลย ถามว่าเป็นอย่างไรและเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ถูกโกง หลังจากทำงานเสร็จปรากฏว่าองค์การทหารผ่านศึกโอนเงิน ให้อีกบริษัทหนึ่ง เขาบอกว่าเป็นบริษัทนายหน้า อยู่หน้าองค์กร ๒-๓ บริษัท แต่ผมไม่กล้า เอ่ยชื่อกลัวเจอข้อหาต่าง ๆ ก็เลยถามรายละเอียดลึกลงไป เจาะลึกลงไปปรากฏว่าปี ๒๕๕๗ ทางรัฐบาลโดยการนำของท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติงบประมาณประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตก็คือทำไมงบต่าง ๆ เป็นงบของ ปภ. ซึ่งมี ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีถึงเอางบประมาณตรงนี้ไปให้ทหารผ่านศึก ซึ่งไม่มี ศักยภาพในการทำงาน และสิ่งที่น่าแปลกใจคือมันเป็นไปได้อย่างไรว่าหลังจากเซ็นสัญญา เรียบร้อยแล้วท่านครับ มีใบเสร็จรับเงินเปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก่อนเลย และหลังจากนั้น มีการรับเงินเป็นทอด ๆ หมดประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ท่านครับ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ ในกระบวนการของมันจริง ๆ แล้วถ้าไม่มีเจตนาที่จะให้เกิดขึ้นมันไม่ควรเกิด ปภ. เป็นจุดที่ทำงานเกี่ยวกับอุทกภัยกับแหล่งน้ำโดยชัดเจน แต่ว่าโอนไปให้ทหารผ่านศึก ซึ่งไม่มีสถานภาพ และหลังจากนั้นทางบริษัทนี้ไปร้องเรียนทุกจุดที่เกิดขึ้น ศูนย์ดำรงธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และ สนช. ปรากฏว่าเงียบครับ ไปแจ้งความอยู่กองปราบเงียบ โอนไปให้กองสอบสวนกลางเงียบอีก ไม่มีผลใด ๆ เกิดขึ้น ทั้งสิ้นครับท่านประธาน ปรากฏว่าธนาคารฟ้องไม่มีเงินเข้าไปชำระหนี้ สรรพากรยึด อายัดทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่ต้องขึ้นศาล ชีวิตล้มละลายพังหมด คงไม่ได้มีบริษัทเดียว ท่านอยู่จังหวัดสกลนครท่านคงทราบว่ามีทุก ๆ จังหวัดที่เกิดขึ้นในปัญหาเหล่านี้

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัย ผมอยู่นครพนม กลัวท่านจะเข้าใจผิดครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ก็เห็นท่านวนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นครับ ท่านครับมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าช่วง ๕ ปีที่ผ่านมามันไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย ถ้าเรา ดูแนวนโยบายของรัฐบาลเก่า ๆ ที่มีคุณประยุทธ์ จันทร์โอชาไปบริหารงานผมจะไม่พูด ปรามาสท่านนะ ผมคิดว่าเหมือนกับเอาบัวขาวไปตีกอล์ฟ มันไม่ตรงกับศักยภาพท่านเลย ท่านไม่มีความรู้ความสามารถมากพอ ผมได้ยินแบบซ้ำซากว่าการทำงานนี้จุดที่มุ่งหวัง ก็คือความสงบ ความมั่นคง แต่การบริหารราชการมันมีทั้งเศรษฐกิจ ทั้งสังคม ทั้งการเมือง ทั้งความมั่นคง ถ้าเป็นรถมันติดสูบเดียว เพราะฉะนั้นอีก ๓ สูบมันไม่ติด และมันติดลบ รถมันไปไม่ได้ ๑๗ ล้านบาท ๕ ปีใช้เงินไป หนี้สินขึ้นมา ๖.๖๙ ล้านล้านบาท ชาวบ้าน ตาดำ ๆ ครับ ทุกวันนี้หลังจากผมเป็นผู้แทนราษฎรปรากฏว่ามาร้องเรียนเต็ม เรื่องอะไร รู้ไหมครับ เรื่องหนี้สิน ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดอยู่กรมบังคับคดี คดีมากที่สุดไม่มีอะไร แก้ตัว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ๓ เดือน กฎหมายถูกครอบงำ กฎหมายแม่ กฎหมายลูกเขียนเอง ตั้งเองชงเองเรียบร้อยทั้งหมด มาตรา ๔๔ ออกคำสั่ง ๕๑๔ ฉบับ ส.ว. เลือกเองจิ้มเอง เป็นกรรมการสรรหาตรวจสอบเลือกตัวเองเข้ามา ยกเข้ามา ทั้งระบบเลยเป็นรัฐประหารในรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด ตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมาและมันจะ ไปแก้ไขปัญหาอย่างไร รัฐประหารในรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา แล้วมันจะแก้ไขปัญหา อย่างไร กฎหมายทุกฉบับถูกล็อกไว้ทั้งระบบ ทำไม่ได้แม้แต่ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านเลือก ส.ส. มามากที่สุดแต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เอากฎหมายอะไรมา เอาบทเฉพาะกาล มา ๕ ปี กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ผ่านกระบวนการ ประชามติไป แต่ตัดทิ้งหมด ใช้มาตรา ๒๖๒ ถึงมาตรา ๒๗๙ แค่นั้นเอง เค็ม ๆ รูปแบบ เต็มเหนี่ยวครับท่านครับ กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ต่ออายุตุลาการศาลปกครอง ทุกระบบ ตั้งเอง ชงเอง กินเอง ส.ว. ประเทศมันไปไม่ได้มันขาดความเชื่อมั่น เศรษฐกิจ ทำไม ผมพูดคำนี้ท่านประธาน อย่าลืมว่าทูตทุกประเทศนอนอยู่ประเทศไทย ท่านอย่าไปโกหกเขา มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นการบริหารบ้านเมืองทูตที่เขาส่งมาเก่ง ๆ ทั้งนั้นท่านประธานครับ เวลาเหลือน้อยแล้วนะครับท่าน

เรื่องปัญหาการทุจริตก็ลำบากจนถึงขั้นหาทนาย ก็ปรากฏว่าได้ทนาย จำนงค์ ไชยมงคล ที่ช่วยเหลือผมในเรื่องเสียบบัตรแทนกัน ปรากฏว่าเป็นคลิป (Clip) ปลอม ผมหลุดคดีมาจาก ป.ป.ช. ท่านวิชา มหาคุณ แล้วก็คณะกรรมการอีกหลายคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านครับ เรื่องนี้คงยุติไม่ได้ หลังจากมีการตั้งกรรมาธิการผมคงเข้ากรรมาธิการ ไม่ตำรวจ ป.ป.ช. ตุลาการและอื่น ๆ อีก และจะขอเอาเรื่องนี้ทั้งหมดเข้าไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ถึงที่สุดครับท่านครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ในโอกาสอันสำคัญแล้วก็ในห้วงเวลา ที่มีคุณค่ายิ่งนี้นะคะ ดิฉันมองว่าในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติท่านทศพร แล้วก็คณะกรรมการได้แสดงเจตนารมณ์ ได้สะท้อน เจตนารมณ์ที่จะทำงานทุกขั้นตอนและกระบวนการเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เคลื่อนได้ และเห็นชุดข้อมูลที่สำคัญยิ่งในการรายงานความคืบหน้า อย่างไรก็ตามดิฉัน ขอเป็นกำลังใจนะคะ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ เราเพิ่งเริ่มต้น ในส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผน ๑๒ ซึ่งก็มาในเวลา ไล่เรียงกัน จนกระทั่งมาถึงในส่วนของพระราชบัญญัติแผนแล้วก็ขั้นตอนการดำเนินงาน ปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็มาในราวสิงหาคม ๒๕๖๐ จนกระทั่งถึงในส่วนของแผนการดำเนินงาน ปฏิรูปประเทศที่มีทั้ง ๑๑ ด้าน เราคงจะเริ่มต้นไปด้วยกันนะคะที่ขับเคลื่อนอย่างจริงจัง จริงใจ แล้วให้เห็นผลการพัฒนาทุกขั้นตอน ฉะนั้นในเบื้องต้นคือขอให้กำลังใจทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน ดิฉันเห็นเป็นข้อดีที่มีความเชื่อมั่นว่ากระบวนการของแผน การดำเนินงานปฏิรูปประเทศสะท้อนเป้าหมายเดียวกัน นำไปสู่ในระบบของส่วนราชการ ทั้งกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภูมิภาคก็ดีที่เราก็ถือว่าก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่เป็น เครื่องมือของการพัฒนาประเทศ ได้แปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ ก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่เป็นเครื่องมือของการพัฒนาประเทศ ได้แปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเห็นความชัดเจนที่ไม่ได้มีในระดับอย่างนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นอยากให้กำลังใจกัน แล้วก็ มองว่าประโยชน์ของการขับเคลื่อนในรูปแบบที่แปลงแผนไปสู่การปฏิบัติแล้วนี้นั้นจะช่วยลด ความซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นในระดับนโยบาย โครงการแล้วก็กิจกรรม สะท้อนไปถึงการบริหาร งบประมาณ ซึ่งโครงการและกิจกรรมที่นำเสนอในความคืบหน้านี้นั้นอาจจะเป็นงบในส่วน ของ ฟังก์ชัน (Function) อะเจนดา (Agenda) หรือในงบของพื้นที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือนัย ที่แฝงอยู่และเป็นเบื้องหลังในหลาย ๆ โครงการแล้วก็ในหลาย ๆ กิจกรรม ดิฉันอยากจะให้ ได้มองเห็นในภาพรวมที่บอกว่าในส่วนของเป้าหมายที่ระบุไว้ค่อนข้างชัดเจนของ พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ในหมวดที่ ๑ มาตรา ๕ การปฏิรูปประเทศต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ ประการที่ ๑ ก็ขอรวบ สั้น ๆ ว่าในเรื่องของความสงบเรียบร้อยและโยงไปถึงกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เราต้องบรรลุให้ถึง ในข้อที่ ๒ สังคมมีความสงบสุข มีความ ทัดเทียมในเรื่องของการขจัดความเหลื่อมล้ำ และประเด็นที่ ๓ ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในระบบการปกครองประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งเหล่านี้ดิฉันมองว่าคือกลไก คือเครื่องมือที่จะเข้าไปอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับโครงการ ในระดับของกิจกรรม เราไปถึงตรงนี้กันมากน้อยแค่ไหน ดิฉัน คิดว่าการขับเคลื่อนมาถึงช่วงรอยต่อในขณะที่ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาเราประกาศแล้ว แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒๐ ปีให้เวลากับการขับเคลื่อน เรายังมีเวลาอีกมากกว่าช่วงที่เรา เพิ่งเดินขึ้นมา เพิ่งเดินก้าวเข้ามา เพราะฉะนั้นในส่วนของโครงการและกิจกรรมก็ดี ทั้ง ๑๑ ด้านของแผนการปฏิรูปประเทศ อาทิเช่น ในด้านที่ ๑ ในเรื่องของด้านการเมือง ดิฉัน เห็นโครงการที่น่าสนใจที่บอกว่าในเรื่องของการขับเคลื่อน ในเรื่องของการที่โอนทรัพยากร ส่งเสริมทรัพยากร ส่งเสริมการกระจายโอกาสให้ประชาชนเพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนา ท้องถิ่น เราใช้เครื่องมืออะไรไปส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น ดิฉัน เพิ่งลาออกจากการเป็นนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดิฉันไม่ได้มองแค่เพียงว่ารัฐบาล จะจัดสรรงบประมาณไปให้ร้อยละเท่าไร ดิฉันมองว่ากระบวนการอะไรที่จะเกิดขึ้นแล้วตอบโจทย์ ดังหมวดที่ ๑ มาตรา ๕ กระบวนการใดที่บอกว่าลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ในส่วนของราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีข้าราชการเป็นจำนวนมาก ในภาคของเอกชนและภาคประชาชน ณ วันนี้การทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนดไว้ชัดเจนเลยว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดิฉันมองว่านี่คือการ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมที่แท้จริงให้ทุกความคิดในพื้นที่ในท้องถิ่น ดิฉันมองว่านี้คือการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมที่แท้จริง ให้ทุกความคิดในพื้นที่ ในท้องถิ่นมีคุณค่าแล้วก็มีความหมาย ดังนั้นคงจะไม่ลงในรายละเอียดว่าเราจะเคลื่อนปฏิรูป ประเทศอย่างไร แต่ดิฉันอยากจะให้ทั้ง ๓ ข้อนี้ได้ถูกนำไปใช้ในโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ในเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถที่เกิดขึ้นถ้าเรามองว่ายุทธศาสตร์ชาตินี้ค่ะ มองประเด็น ๖ ด้านแล้วในเรื่องของการพัฒนาส่งเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์จะสร้างโอกาส ให้ทั้งบุคคลที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ แล้วก็ตามอัธยาศัย ดิฉันมองว่า การเมืองภาคพลเมืองนี้ละสำคัญที่สุดจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้อย่าง แท้จริง ดิฉันอยากจะให้มองในเรื่องของกระบวนการ อาทิเช่น ในส่วนของด้านต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน เราได้พูดคุยกันไปหลาย ๆ ท่านและมองเห็นแต่ละด้านว่าจะไปถึงปลายทาง ได้อย่างไร ดิฉันมองว่าในด้านเศรษฐกิจ ในเรื่องของเศรษฐกิจฐานรากประชาชนพี่น้อง ส่วนใหญ่เราเป็นเกษตรกรเราอยู่ในพื้นที่เราอยู่ในท้องถิ่น เศรษฐกิจฐานรากเราจะเอา เครื่องมืออะไรเข้าไปที่บอกว่าลดความเหลื่อมล้ำและมีส่วนร่วม วิสาหกิจชุมชนกำลังเติบโต ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เซ็นเตอร์ เอ็กเซลเลนต์ (Center excellent) ศูนย์การเรียนรู้ ต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จเกิดขึ้นมากมายในแผ่นดินไทย ในภูมิภาค ในท้องถิ่น นี่คือ เครื่องมือของการปฏิรูปประเทศรวมทั้งสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) ยัง สมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Young smart farmer) เด็ก ๆ และเยาวชนเขาใช้กระบวนการเคลื่อนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมแล้วก็เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการมีส่วนร่วม การรวมกลุ่มการสร้าง สหกรณ์ที่เห็นผลผลิตที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของการแปรรูปแล้วก็การตลาด รวมทั้งใช้ในส่วน ของนวัตกรรมเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาผสมผสาน ดิฉันอยากจะให้ได้มองกันในรูปแบบ ขององค์รวมอย่าแยกส่วน อาทิเช่น ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โครงการที่ได้รายงานความคืบหน้า ดิฉันเห็นแล้วดิฉันภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนเป็นโครงการที่ให้นวัตกรรมการบูรณการ การมีส่วนร่วม เราคงได้ติดตามในเชิงลึกกันอีกต่อไป ง่าย ๆ อีกนิดหนึ่งนะคะ เรื่องของการพัฒนาด้านสังคม กระบวนการออม โดยกองทุนการออมแห่งชาติ เราจะสร้างศักยภาพ อสม. ให้นำเรื่องให้เป็น ผู้นำในเรื่องของการออม และ ๖๐ ปีมีบำนาญของ อสม. เกิดจากเงินการออมของตัวเองสร้าง ความภาคภูมิใจ สร้างสังคมที่น่าอยู่ร่วมกันบนบุคลากรที่จะนำร่องเป็นเบส แพรกทิซ (Base Practice) ไปให้กับกลุ่มคนต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งในเรื่องของพลังงานในเรื่องของ การจัดการขยะ ในเรื่องของพลังงานทดแทน เกิดขึ้นเต็มแผ่นดิน โดยในส่วนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมด้วยช่วยกัน ดิฉันมองว่านี่เป็นเพียงลักษณะโครงการกิจกรรม แต่สิ่งที่ แฝงฝังนั้นก็คือกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการที่มันขับเคลื่อนไปข้างหน้า ที่ให้คนเล็ก คนน้อยที่เต็มแผ่นดินได้มีโอกาสร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุดก็คือ การมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามและประเมินผล อันเป็นการหมุนวนรอบของ กระบวนการพัฒนาที่แท้จริง

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออนุญาต คุณพรรณสิริ เลยเวลามาพอสมควรนะครับ เอาไว้อภิปรายในโอกาสต่อ ๆ ไปนะครับ ลำดับ ต่อไปขอเชิญท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ หลังจากท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ก็จะเป็นท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ แล้วก็ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในคิวต่อ ๆ ไป เชิญคุณมานะศักดิ์ครับ

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี 🔗

กระผม นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พวกเราได้เฝ้าติดตาม แล้วก็ได้เฝ้าการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในเรื่องของการดำเนินงาน ความคืบหน้าในการรายงานของคณะสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ในเรื่อง ของการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ผมคงมีไม่มากนะครับ เพราะว่าข้อสังเกตก็คือ ตามคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติมาเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ ได้เขียนแผน ปฏิรูปประเทศ ผมเชื่อว่าแผนปฏิรูปประเทศจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้นทำเป็นประจำทุกปี อยู่แล้วนะครับ จะมีแผนแม่บททุก ๆ ๕ ปี ซึ่งแผนพัฒนาประเทศเป็นแผนที่มีความซ้ำกัน กับทางแผนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มีการเขียนแผนแม่บท เพราะฉะนั้นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีการดูแล มีการเข้าไปดูในภาพรวม ของประเทศว่าประเทศไทยควรจะเดินทิศทางแบบไหนในระยะ ๕ ปี ให้มันสอดคล้องกันกับ สภาวะปัจจุบัน อันนี้มันจึงทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของแต่ละเวลา ซึ่งเป็นปัญหาในทางปฏิบัติที่ซ้ำซ้อนกัน เป็นอย่างมาก อันนี้คือหัวใจหลัก ยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒๐ ปีที่ประชาชนเขาไม่ยอมรับ ผมเดินหาเสียงไปนี่ประชาชนบอกยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒๐ ปี มาควบคุมพวกเรา การดำเนิน หน้าที่ของความเป็นสมาชิกไม่สามารถที่จะกระทำได้ ในฐานะตัวแทนของพรรคการเมือง หรือกระทั่งนโยบายของพรรคการเมือง เพราะจะถูกยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒๐ ปี ครอบคลุม และควบคุม อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากนะครับ ยุทธศาสตร์แห่งชาติคณะรัฐมนตรีมีมติ เห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ที่สำคัญที่สุดหลักความเป็นจริง ก็คือการกำหนดแผนใด ๆ ก็แล้วแต่ แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติมันเหมือนกับหลักการ หลักการต้องมาก่อน ยุทธศาสตร์แห่งชาติควรที่จะมาก่อนแผนปฏิรูปเสียด้วยซ้ำ อันนี้กำหนด แผนปฏิรูปมาแล้ว ๑๒ เดือน ระยะการดำเนินงานที่ผมเห็นมาสถานะของโครงการ แต่ละโครงการใน ๑๑ ด้านไม่ได้ทำอะไรเลย หรือรอ รอรับการพิจารณาอย่างนี้ถือว่า เป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองงบประมาณกินเงินเดือนภาษีของพี่น้องประชาชน เป็นความเลวร้ายมาก ๑๑ ด้านในการปฏิรูปไม่เคยเกิดความชัดเจนเลย ยกตัวอย่างด้านบริหารราชการแผ่นดิน โครงการหลักที่ผมอ่านมานะครับ เหตุฉุกเฉินเบอร์ ๑๙๑ เข้าถึงทุกเรื่อง นี่หรือครับ แผนพัฒนาปฏิรูปประเทศ ใช้งบประมาณร่วม ๆ ๗,๓๐๐ กว่าล้านบาท ระยะการดำเนินงาน ๕ ปี เริ่มต้นปีหน้า ๒๕๖๓ จนไปถึง ๒๕๖๗ พวกผมเป็นฝ่ายค้านเดี๋ยวจะเข้าไปตรวจสอบว่า พวกท่านจะกระทำการแบบไหนอย่างไรนะครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตตรงนี้ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาเบอร์ ๑๙๑ ผมเกิดมามีอยู่แล้วกระมัง ประชาชนโทรติดบ้างไม่ติดบ้าง การประสานงานของเบอร์ ๑๙๑ ไม่เคยประสานงานแบบมีประสิทธิภาพเลย นี่คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นความไม่พร้อมในการบริการ ปัญหาตัวนี้นะครับ ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ระบบแต่อยู่ที่คน โอเพอเรชัน (Operation) โอเพอเรเตอร์ (Operator) มีหรือไม่ ท่านจะมานั่งคิดว่า ควรจะต้องพัฒนาระบบแบบวิดีโอคอล (Video Call) บ้างละ แบบทำแอป (App) บ้าง เอ็มเอ็มเอส (MMS) บ้าง เอสเอ็มเอส (SMS) บ้างละ ตามหลักเลยพวกนี้ โลว์คอสต์ (Low-cost) มาก และท่านใช้งบประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในระยะ ๕ ปี อย่าลืม ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบที่เยอะ เทียบเท่ากับกระทรวงเล็ก ๆ เลย แล้วท่านก็มาเปลี่ยนชื่อจากเบอร์ ๑๙๑ มาเป็นศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ นี่คือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องปฏิรูปครับ เป็นการรวบหน่วยงานต่าง ๆ ออกมาและมาอยู่ในกระจุก เดียวกันให้เป็น ๑๙๑ วันนี้ ๑๙๑ ยังไม่พร้อมเลย ท่านก็ไปยกเลิกเบอร์โน้น เบอร์นี้ เบอร์นั้นมา แล้วมารวบกันเอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อันนี้ไม่ใช่การปฏิรูปประเทศ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้ แต่เวลาเหลือน้อยแล้ว แล้วก็ด้านสาธารณสุข อันนี้ผมยกตัวอย่างที่ ๒ นะครับ โครงการที่ ๒ ตามแบบแผน ควิกวิน (Quick Win) ชื่อโครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย สาระของมันก็ คือเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การตระหนักรู้ การบริโภคอาหารปลอดภัย ของบุคลากรทางแพทย์ ประชาชนโดยทั่วไป เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศให้ดีขึ้น สถานะของโครงการตอนนี้ส่งไปทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีแผนอยู่ ๒ แบบ คือ ๑. ให้ยกเลิกสารเคมีปนเปื้อน ๒. ให้ประชาชนบริโภคผักผลไม้ปลอดสารพิษ โดยโรงพยาบาลรับซื้อผักผลไม้ของกระทรวง สาธารณสุข ดำเนินการหารือทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยได้รับคำยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัด งบประมาณตรงนี้คือ ๖๑,๑๔๔,๐๐๐ บาท ระยะการดำเนินการตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ มี ๓ ระยะ จะไปสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ นั่นหมายความว่าอย่างไร นั่นหมายความว่ากลุ่มเป้าหมายก็คือ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข นั่นหมายความว่าถ้าเอางบประมาณ ๖๑ ล้านบาทกว่า ๆ เอามาหารด้วย ๓ ปี จะได้อยู่ ๒๐ กว่าล้านบาท ผมขอตีไปเลยว่าถ้าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับคำยินยอมนะครับ เอามาหารอีก ๗๗ จังหวัด ท่านจะตกแล้วเหลืออยู่แค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อปีต่อจังหวัด เอามาหารด้วย ๑๒ ไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่อจังหวัด ขอถามว่าตรงนี้สนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างไร เป็นการผูกขาดกับผู้ประกอบการ รายย่อยหรือไม่ เพราะเงินจำนวนแค่นี้ไม่สามารถที่จะพัฒนาได้ และอีกอย่างตรงนี้นะครับ โครงการตรงนี้เห็นบอกว่าถ้ามีสารปนเปื้อน ถ้ามีสารปนเปื้อนจะรับซื้อในอัตราที่ลดร้อยละ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้เลย ผิดหลักจริยธรรมแน่นอน อีกนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธาน ขอสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นการดำเนินงานที่ผิดและไม่ใช่วัตถุประสงค์ ในการปฏิรูปประเทศเลย ท่านเขียนโครงการแบบนี้ขึ้นมาได้ อย่างไร ผมขอถามทาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทางตัวแทน ส่งไปยังทางผู้มีอำนาจได้ตอบ กระจ่างหน่อย จริง ๆ หลายโครงการพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยกับแผนปฏิรูปประเทศ ไม่มีความต่อเนื่องกันเลย พวกท่านเขียนกันมาได้อย่างไร วิสัยทัศน์มีหรือไม่ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับท่าน ขออนุญาตท่านณัฐวุฒินิดหนึ่งนะครับ มีท่านสมาชิกขอหารือ เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้านนะครับ ต่อประเด็นที่ท่านประธานหารือเมื่อสักครู่เรื่องเวลาแล้วก็จำนวนคนนะครับ เรียนแจ้ง ท่านประธานว่าทางฟากฝั่งฝ่ายค้านยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายและยังไม่ได้ยื่นชื่อกับ ท่านประธานอีกประมาณ ๒๐ ท่าน ถ้าเกิดว่าท่านประธานจะกรุณาประชุมถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา และพักการประชุมแล้วไปต่อพรุ่งนี้ ผมว่าทางฝั่งนี้ไม่มีปัญหา เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็ดูความสนใจของทั้งฟากฝั่งฝ่ายค้านและรัฐบาล คนอภิปรายกันมาก ในเรื่องของประเด็นปัญหาในเรื่องการปฏิรูป ในเรื่องของสิ่งที่อยากจะให้ปรับแก้ต่าง ๆ ก็ขอท่านประธานกรุณาพิจารณาด้วยนะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อหารือ ท่านจุลพันธ์ ผมว่าทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ได้ปรึกษาหารือกัน เพราะผมก็เห็นด้วยกับ ท่านจุลพันธ์เสนอ เพราะเรื่องแผนปฏิรูปประเทศไทยมันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่พวกเราในฐานะ ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นนะครับ ก็ปรึกษาหารือกัน แล้วก็เสนอแนะ หรือถ้าจะไม่พัก ๒๑.๐๐ นาฬิกา จะเลยไปสัก ๒๓.๐๐ นาฬิกา หรือ ๒๔.๐๐ นาฬิกา พวกเราจะไหวหรือไม่ครับ ถ้าจะให้เสร็จ ก็ไปหารือกันแล้วก็เสนอมา เชิญท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา การพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานการดำเนินงานตามแผนและขั้นตอนการปฏิรูป ประเทศในวันนี้มีความสำคัญอย่างสูงยิ่ง เพราะว่าเป็นหมวดสุดท้ายในรัฐธรรมนูญคือ หมวด ๑๖ เรื่องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ก่อนอื่นผมจะ ขออนุญาตท่านประธานให้กำลังใจท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อน จากการได้อ่านรายงานฉบับนี้หลายคนบอกว่าปฏิรูปมา ๑ ปี ผมยืนยันว่า ๑ ปี รายงาน ครั้งนี้ไม่ใช่รายงานครั้งที่ ๓ เป็นรายงานครั้งที่ ๔ แต่สภาไม่ว่าจะเป็น สนช. ก็ดี หรือสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ เพราะฉะนั้นวันนี้ครบ ๑ ปี ในการปฏิรูปประเทศ มีความสำเร็จครับ ท่านประธาน แล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ไม่มีใครสามารถปฏิเสธผมได้ว่ามันสำเร็จจริง ๆ ครับ แล้วน่าจะอยู่ในเรื่องของ ควิกวิน (Quick Win) เสียด้วยซ้ำไป แล้วก็ บิก อิมแพกต์ (Big Impact) ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานดูรายงานหน้าที่ ๔ ข้อ ๒.๒ เรื่องความคืบหน้า ๒.๒.๑ จะเป็นการรายงาน ผลการดำเนินการปฏิรูปทั้งหมดมีอยู่ ๕ เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ ๑ ประชาชนได้รับประโยชน์ อะไรจากการปฏิรูปครั้งนี้ เรื่องที่ ๒ ระดับชุมชนและท้องถิ่นได้รับอะไรจากการปฏิรูปครั้งนี้ เรื่องที่ ๓ ระดับภาคธุรกิจได้รับอะไร เรื่องที่ ๔ ระดับภาครัฐและระดับประเทศเป็นระดับ สุดท้ายคือระดับที่ ๕ ผมยกตัวอย่างประชาชนเรื่องที่ ๑ (๑) วรรคสุดท้ายของ (๑) สั้น ๆ แต่มีผลอย่างมหาศาลต่อคนไทยทั้งประเทศ นั่นก็คือเรื่องมีพฤติกรรมไปสู่การมีจิตอาสา เพิ่มมากขึ้น ตลอดระยะเวลา ๑ ปี ผมเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าคนไทยมีจิตวิญญาณ มีจิตอาสาที่จะเสียสละไม่ว่าจะเป็นเวลา กำลังกาย สติปัญญา เพื่อมาพัฒนาท้องถิ่น ของตนเอง โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเงินและอื่น ๆ ผมยกตัวอย่างไม่ทราบว่าอันนี้ได้อานิสงส์จากโครงการจิตอาสา ๙๐๔ ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวด้วยหรือไม่ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ที่ผ่านมา ผมไปร่วมโครงการหนึ่ง ที่สำคัญก็คือ โครงการป่าชุมชนจิตอาสารวมใจไทยปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน จัดโดยกรมป่าไม้ และศูนย์พันธุ์ไม้ที่วนอุทยานพุม่วง รวมทั้งเทศบาลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง และคณะกรรมการป่าชุมชน ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับ โครงการนี้มีบรรดานักเรียนพี่น้อง ประชาชน รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมกัน อย่างมากมาย เพราะบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นบริเวณป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง มีพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจันทน์ขาว สุพรรณิการ์ หรือต้นปรงก็ตามนะครับ แต่บริเวณดังกล่าวนั้นมีน้ำตกเก่าแก่อยู่น้ำตกหนึ่งเรียกว่า น้ำตกพุม่วง มันได้ตายไปหลายสิบปีแล้ว ไม่มีน้ำมาหลายสิบปีครับ เรากำลังฟื้นฟู เรากำลังจะพัฒนา วันนั้นจิตอาสามาเป็นพันคนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ละครับสิ่งเหล่านี้ปรากฏในเอกสารการรายงานฉบับนี้ ผมดีใจมากครับ ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ให้กำลังใจท่านเลขาธิการเป็นประการแรกครับ ต่อไปนี้ จะขออนุญาตท่านเลขาธิการว่า ถ้ารายงานครั้งหน้าชวนประธานคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศมานั่งฟังด้วยครับ เพราะว่าเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศนั้นทำไมเขาให้ รายงานทุก ๓ เดือน เขาอยากจะให้วิ่ง ให้คณะกรรมการวิ่งก้าวไปให้รวดเร็ว ให้มันมีอย่างที่ ท่านเลขาธิการต้องการก็คือมีควิกวิน (Quick Win) แล้วก็ บิก อิมแพกต์ (Big Impact) ทั้งประเทศ อยากจะให้เกิดอย่างกรณีจิตอาสาที่ท่านสรุปไว้ใน (๑) แต่รายงานฉบับนี้ขึ้นต้น ก็ความคืบหน้า มันคืบครับ มันไปทีละคืบ ๆ มันไม่ไปทีละก้าว มันไม่วิ่งไปครับ เขาอยากให้ ๓ เดือนรายงานทีให้มันวิ่งไปข้างหน้า ท่านเหลือเวลา ขณะนี้เหลือเวลาอีก ๔ ปีเท่านั้น รายงานอย่างนี้อีก ๑๖ ครั้งเท่านั้น เป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นท่านประธานครับ

อีกประการหนึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เราพิจารณารายงานฉบับนี้ รวมทั้ง แผนการปฏิรูปมันจะยังเป็นแผนเดิมหรือไม่ เพราะอะไรครับ ท่านประธานดูสิครับ ดูในรายงานจะบอกว่าอย่างนี้ว่า ข้อ ๒.๑.๗ เขาบอกว่า ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติ พอเห็นชอบปุ๊บ มันจะมีผล จะมีการปรับปรุงการปฏิรูปประเทศตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนต่อไป ซึ่งส่วนนี้ทางสำนักงานคือสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะไปดำเนินการ คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ผมเลยเรียนถามท่านเลขาธิการว่า แผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติมีผลกระทบต่อแผนปฏิรูป ประเทศที่มีการพิจารณากันในวันนี้อย่างไรบ้างครับ

คำถามต่อไป ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่า พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง เขียนไว้ อย่างนี้นะครับว่า เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้สำนักงานจัดให้มีวิธีการ ที่ประชาชนซึ่งพบหรือเห็นว่าหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามแผน การปฏิรูปประเทศ สามารถแจ้งเหตุดังกล่าวให้สำนักงานทราบได้โดยสะดวกและรวดเร็ว ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการว่า ท่านมีช่องทางใดที่ ประชาชนจะสามารถแจ้งไปสะดวกและรวดเร็ว และมีการแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับสำนักงาน ทราบไปแล้วกี่หน่วยงาน และหน่วยงานอะไรบ้าง ในการไม่ปฏิบัติตามแผนการปฏิรูป ท่านประธานที่เคารพครับ เราปฏิรูปประเทศมาหลายครั้งแล้ว ผมจำได้ว่าผมได้รับการเลือกตั้ง เข้ามาครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เรามีปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ครับ ก็คือมีการ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ นั่นเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง ในประเทศ นำไปสู่การได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๒๐ ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาวันนี้ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ เราปฏิรูปอีกแล้ว ปฏิรูปวงจร ปฏิรูป ปฏิรูป ปฏิรูป กลับมาไม่เคย ยั่งยืน มันทำให้ผมนึกถึงอะไรครับ ท่านประธาน นึกถึงเรื่องการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำ คูคลอง เดือนนี้เรากำจัดเรียบร้อยแล้วอีก ๓ เดือนมาแล้ว ผักตบชวากลับคืนมาเราต้องเสีย กำลังแรงงาน เสียงบประมาณจำนวนมหาศาล มันไม่ยั่งยืน มายุคนี้แล้วครับ เราอยากจะเห็น การกำจัดผักตบชวาอย่างยั่งยืนครั้งเดียว แล้วสามารถอยู่ไปได้ ๕ ปี ๑๐ ปี โดยการ มีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละคลอง ในแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกันครับ ปฏิรูปครั้งนี้ เราอยากจะเห็นความสำเร็จอย่างยั่งยืนครับ ไม่ใช่อีก ๑๐ ปีก็มาปฏิรูปกันอีกที ปฏิรูป ให้ยั่งยืนต่อไปเราอยากจะเห็นครับ ท่านอาจจะต้องทำงานหนักขึ้นนะครับ ท่านเลขาธิการ ที่เคารพอย่างสูงครับ ก็คงขออนุญาตรบกวนเวลาสภาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒินะครับ ประหยัดเวลาได้ ๗ นาทีเศษ ๆ เชิญคุณหมอชลน่านมีข้อหารือครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาเปิดโอกาสให้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการทำงานของพวกเราในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เท่าที่ได้กราบเรียนท่านประธานวิป (Whip) ทางซีกรัฐบาลแล้วก็หลายฝ่ายหลายคน เห็นว่าวันนี้เราน่าจะจบที่ประมาณ ๓ ทุ่ม แล้วจะขออนุญาตท่านประธานไปต่อพรุ่งนี้ อีกประมาณสัก ๒ ชั่วโมง เท่าที่ดูจำนวนผู้ที่เหลืออยู่ก็น่าจะใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง หลังจากนั้นเราก็เข้าญัตติด่วน เรื่องของปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำที่จะมีการตั้ง กรรมาธิการ ก็คิดว่าน่าจะเหมาะสม ขอบคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสครับ แต่เสียดายครับ ญัตติที่ท่านประธานไม่รับนี่ผมเสียใจมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณหมอชลน่านที่ได้ปรึกษาหารือกันแล้วก็เสนอให้ทราบ ขอเรียนกับท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเป็นคิวของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผมขออนุญาตเรียนแจ้ง ท่านสมาชิกให้ทราบว่าในช่วงเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกา สถานีโทรทัศน์ของรัฐสภาเรา จะงดการถ่ายทอดสด เนื่องจากต้องตัดเข้าข่าวพระราชสำนัก ก็คงใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที เมื่อจบแล้วก็มีการ ดำเนินการถ่ายทอดสดต่อไป เรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบก่อนที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล จะอภิปรายนะครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่าก็จะมีเป็นคิวของท่านเกียรติ สิทธีอมร แล้วก็พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นะครับ แจ้งเพื่อที่จะได้เตรียมตัวนะครับ ขออนุญาตเชิญท่านวิรัชหารือ เชิญครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านคุณหมอชลน่านได้หารือผมเองก็ทราบครับ ก็ไม่ได้ขัดข้อง ท่านประธานครับ ก็เป็นไปตามนั้น ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านวิรัชครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะที่ประชุมแห่งนี้ครับ ถึงเวลาอาจจะเป็นเวลาที่คนอื่นอาจจะไม่ค่อยชอบนะครับ แต่ผมถือว่าเป็นเวลาที่ ได้รับเกียรติจากสภาแห่งนี้ ผมจะมาพูดอยู่ ๔ ประเด็นในแผนปฏิรูปที่ตรงเป้าเลยนะครับ งานในหน้าที่ที่เคยปฏิบัติมา โดยเฉพาะในด้านการบริหาราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นประเด็น ที่น้อง ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้พูดไปแล้ว แต่ผมคงจะต้องพูดขยับมาอีกนิดหนึ่ง เรื่องเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ เข้าถึงทุกเรื่องนะครับ แล้วในด้านของความยุติธรรม อีก ๓ ประเด็น คือการรับแจ้งความทุกท้องที่ การนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว แล้วก็การให้ทุกสถานี มีทนายความ อยากจะเท้าความว่าระบบ ๑๙๑ ที่เคยใช้อยู่ ผมเคยเป็นตำรวจเห็นมาตั้งแต่ ตอนที่เริ่มเข้ารับราชการ ศูนย์ผ่านฟ้าเป็นศูนย์บริการประชาชน ศูนย์แห่งนี้ใช้เบอร์ ๑๙๑ ตำนานก็ไม่ต้องเล่าว่าคงลอกเลียนแบบมาจากทางต่างประเทศคือ ไนน์วันวัน (Nine One One) อยากจะเท้าความว่าศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ที่รัฐเองจะต้องให้งบประมาณ มันเป็นพับลิกกูดส์ (Public Goods) มันเป็นสินค้าที่รัฐเองต้องลงทุนแล้วให้กับประชาชน เพราะว่าเป็นสินค้าที่ กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ผมคิดว่าโครงการนี้มาช้าดีกว่าไม่มา เพราะผมฝันไว้ เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ผมพูดกับผู้บังคับบัญชาท่านหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นหนึ่งในคณะทำงาน ผมทำงานในโครงการ ซีกำลังสามไอ (C3I) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพิ่งรัน (Run) เมื่อ ๓๐ ปี ประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งทำเลย เรามีพลคมสัน แต่ก่อนท่านอาจจะทัน พลคมสัน สวัสดีครับ ผม พลคมสัน มีอะไรให้รับใช้ครับ ยินดีบริการครับ มี นั่นคือสิ่งที่มี อยู่ในอดีต หลาย ๆ ท่านอาจจะทัน แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้ว ปัจจุบันนี้อาจจะเป็นเอไอ (AI) มาตอบ สวัสดีค่ะ ดิฉัน พลหญิงสุนิสา มีอะไรจะให้รับใช้คะ มันจะเป็นเอไอ (AI) ที่จะเข้ามา ในอนาคตนะครับ มันเป็นฝัน ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะมองให้เห็นว่าโครงการนี้ ๗,๓๗๒ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ผ่านมติแล้ว รับหลักการแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ นี้เอง แล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนอะไรครับ ขั้นตอนเพื่อหาที่ปรึกษา ผมเคยทำโครงการซียกกำลังสามไอ (C3I) เชื่อหรือไม่ว่า แต่ก่อนนี้ศูนย์รับแจ้งเหตุจะมีดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) ซึ่งนั่งอยู่ บนโต๊ะเยอะ ๆ ๑๐ คูหา แล้วก็มีคนโทรเข้า ใช้เบอร์ ๑๙๑ แล้วเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แล้วมีรถ สายตรวจซึ่งมีระบบเอวีเอส (AVS) จับเส้นทาง มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก (Notebook) บนรถ มีระบบเก็บข้อมูลอินฟอร์เมชัน (Information) ตัวไอ (I) ที่โรงพักใช้ แล็ก (Lag) ครับ แล็ก (Lag) คือภาษาอังกฤษ ขอโทษที่ต้องใช้ คือการล้าของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ เอาคอมพิวเตอร์ ที่อยู่บนสถานีที่จะต้องกรอกข้อมูล พรินเตอร์ (Printer) เอาไปเก็บไว้ที่อื่น เพราะอะไรครับ เพราะขณะนั้นเจ้าหน้าที่หรือทรัพยากรมนุษย์ไม่มีความรู้ หนีครับ ตอนนั้นไม่มีครับ คอมพิวเตอร์หนีไม่อยากทำ เป็นงานรับผิดชอบไม่อยากเลย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น รถที่วิ่งอยู่ ให้น้ำมันคันละ ๓๐๐ ลิตร ตกวันหนึ่ง ๑๐ ลิตร ๑๐ ลิตร วิ่งจากจุดสทาร์ต (Start) ไปบางนา-ตราด จอดแช่แล้วกลับมา หมดแล้วครับ ตรวจไม่ได้ หลังคาที่เป็นระบบเอวีเอส (AVS) เอาตะกั่วมาปิดเพื่อไม่ให้ตรวจ ไม่ให้ศูนย์รับรู้ได้ แล็ก (Lag) ทุกอย่าง โครงการจบ สิ่งนี้ผมอยากจะบอกให้ฟังว่าขณะนี้รัฐบาลพาโครงการนี้มาถึงที่ปลายทางโครงการ ผมอยาก ให้เห็นว่าอย่าทิ้งแค่นี้ครับ มาช้าดีกว่าไม่มา แต่ขอให้มาแล้วไปไกล มัวรอเทคโนโลยี เขาบอกว่ามันจะเติบโตปีละ ๒ เท่า ขณะนี้รู้หรือไม่จากปีที่เกิดขึ้นปีนี้มัน ๓๓ ล้านเท่า อีก ๕ ปี มันจะกลายเป็น ๑,๑๗๖ ล้านเท่าของดับเบิล (Double) ของตัวคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นการมองให้เห็นว่าเทคโนโลยีมันจะตกรุ่นภายใน ๖ เดือน ใน ๓ เดือนโดยเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องทำในโครงการนั้น คณะที่ปรึกษาจะต้องมีความแม่นยำ แล้วผมอยาก ให้มันเกิดเร็ว ดีกว่าที่จะใช้เวลา ๕ ปีไปเกิด แต่ต้องระมัดระวังตั้งแต่กรรมการ ที่ปรึกษา ที่จะออกแบบ ขอประทานโทษที่จะใช้คือ ทีโออาร์ (TOR) ออกแบบที่จะเป็นการอะไรครับ การเข้าใจใน ๓ หลักที่เขียนไว้ในแผนนั้น คือหลักอะไรครับ หลักการบูรณาการ หลักสมรรถนะ แล้วหลักสุดท้ายคือตอบสนองความต้องการของประชาชน หลักแรกคือบูรณาการ ท่านต้องรวม หรืออินทีเกรต (Integrate) เบอร์ดิจิทัลอีก ๔ เบอร์จากแหล่งอื่น ๆ เขาจะยอมหรือเปล่าครับ เขามีตัวตนนะครับ หน่วยต่าง ๆ จะทำอย่างไร แต่ผมเชื่อว่า ซิสเต็ม (System) หรือระบบ สามารถเจ็น (Gen) ได้ ทั่วทั้งประเทศขณะนี้ ๑๙๑ สามารถคอล (Call) แล้วเข้าในจังหวัดได้ แต่มันไม่ใช่เบอร์อย่างเดียวตอนนี้ มันไม่ใช่โฟน (Phone) มันมีระบบการสื่อสารรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะไลน์ (Line) ไม่ว่าจะเฟซ (Face) มันจะมีอินเทอร์เน็ต (Internet) ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ขณะนี้ทุกท่านอยู่ในนี้มีโลกเสมือนที่บอกท่าน รีพีตเตอร์ (Repeater) ที่มันอยู่ตรงนี้ เซลล์ไซต์ (Cell site) มันจะบอกเลยว่าท่านอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว ท่านมีอันดับจัดอันดับ ที่จะเข้าของเซลล์ไซต์ (Cell site) เป็นคนที่เท่าไร ทุนใหญ่ที่ทำทั้งหมดเปิดช่องให้หรือไม่ว่า ถ้าหมุน ๑๙๑ แล้วมันจะแซงคิวเข้าไปพูดได้ก่อน นี่คือส่วนสำคัญ หรือแม้กระทั่งท่านจะกด โทรศัพท์ผ่านไลน์ แล้วมันจะผ่านไปอีกโลกหนึ่งฝั่งโน้น นี่คือส่วนสำคัญที่มีส่วนที่จะทำให้ ประชาชนได้รับบริการที่เป็นพับลิกกูดส์ (Public goods) อันนี้สำคัญมาก แต่สิ่งสำคัญคือ ทรัพยากรมนุษย์ครับ หลังจากที่มีศูนย์แล้วมันสำคัญคือข้าราชการตำรวจต้องมีองค์ความรู้ครับ ศูนย์เป็นศูนย์เทคโนโลยี อะไจล์ ออร์แกไนเซชัน (Agile Organization) องค์กรแบบพลิ้วรวดเร็ว ต้องเกิดขึ้นครับ จะต้องมีผู้นำที่รู้จักเป็นผู้นำที่พลิ้ว สามารถคอนโทรล (Control) เรื่องของ เทคโนโลยีได้ ผมฝากท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า อันนี้ต้องฝึกอบรม ด้วยงบประมาณอย่างรวดเร็ว อยากให้มาเร็ว ไม่ใช่อีก ๕ ปี แล้วสิ่งสำคัญคือคนที่จะรองรับ คือข้าราชการตำรวจที่จะต้องไประงับเหตุ เชื่อหรือไม่ว่าขณะนี้ถ้าผมตีหัวใครสักคนตรงนี้ ตำรวจใครมาครับ สายตรวจครับที่วิ่งมา คันเดียว คันเดียวจริง ๆ ที่เขาผ่า เขาเรียกทั้ง ประเทศนี่มี ๑,๗๐๐ กว่าสถานี ใน ๑ สถานีผ่าแบบการออกตรวจระบบรากหญ้าเลย พื้นฐาน ก็คือรถจักรยานยนต์สายตรวจ ๑ เขตตรวจ ๑ คัน แต่ ๑ เขตตรวจ ๑ คัน คือตำรวจ ๒ คน ฉะนั้น ๑ เขตตรวจจะต้องมีตำรวจ ๘ คน เพราะเขาผ่าน ตำรวจที่มีอยู่ ๒๓๐,๐๐๐ นี่ เป็นตำรวจสายตรวจ ๑๐๐,๐๐๐ แต่ ๑๐๐,๐๐๐ ไม่ได้เข้าไปทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ เขาเวียนแค่ ๒๕,๐๐๐ ทั้งประเทศ เพราะมันต้องเป็นโรเทต (Rotate) หมุน พอหรือไม่ครับ ตีหัวตรงนี้ แต่ตรงโน้นก็ต้องรับแจ้ง หรือมีคนทะเลาะกันอีกที่หนึ่งมาไม่ทันแล้วครับ ๓ หรือ ๔ ที่ ผมอยากให้กองกำลังที่จะเข้าใจในการออกตรวจ หรือการซัพพอร์ต (Support) ศูนย์แห่งนี้ คือมีการเพิ่มอัตราให้กับข้าราชการตำรวจ อย่าให้ตำรวจกลายเป็นเหยื่อ หรือเป็นอารมณ์ ให้กับประชาชนที่ไม่พอใจของการเดินทาง เพราะตำรวจที่ออกตรวจถ้ารู้ข่าวช้าก็มาช้า เพราะฉะนั้นศูนย์วิทยุที่จะต้องรับ ต้องอะเลิร์ต (Alert) ขณะนี้หลายสถานีมีใช้แอปพลิเคชัน โพลิซ ไอ เลิร์ต ยู (Application police i lert you) ซึ่งเปิดดูได้ ดาวน์โหลด (Download) ได้เลย กดได้เลยว่าท่านอยู่ตรงนี้มันจะบอกเลย ท่านกดปั๊บ เขาก็จะแจ้งเหตุ แล้วสายตรวจ ก็จะมา แต่นั่นคือส่วนหนึ่งที่เขาพัฒนาแล้ว หรือแม้กระทั่งไลน์ (Line) ก็สามารถเข้าไปดูได้ เฟซบุ๊ก (Facebook) ก็จะมี ๑๙๑ ให้ข้อมูลข่าวสาร แต่นั่นคือต้องอินทีเกรต (Integrate) ฉะนั้นเรื่องของหลักอินทีเกรต (Integrate) นั้นสำคัญ แล้วหลักของการพัฒนาสมรรถนะ ของข้าราชการโดยเฉพาะผู้นำและสิ่งสำคัญคือกำลังพลที่จะซัพพอร์ต (Support) ตำรวจ ต้องมีกำลังเยอะ แล้วอย่าปล่อยให้ตำรวจต้องหิ้วสมบัติมาทำงาน สายตรวจรู้หรือไม่ครับ ปืนก็ต้องซื้อเอง วิทยุบางคนก็ต้องซื้อเอง กระสุนก็ต้องซื้อเอง แล้วยิ่งถ้าเป็นพนักงาน สอบสวนเอามาหมดครับ คอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ (Printer) ผ้าหมึก กระดาษ อย่าทำกับเขา อย่างนั้น รัฐเองถ้าจะปฏิรูปต้องยกขบวนให้เหมือนต่างประเทศครับ ผมไปดูงานมาหมดครับ ตั้งแต่เอเชียยันอเมริกา ยุโรป เขาซับซิไดซ์ (Subsidize) ตำรวจด้วยตัวเปล่า ๆ แต่งนอกเครื่องแบบเดินไปแล้ว ไปหิ้ว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปทำงานตามกรอบเวลา แล้วมีเงินเดือน มีศักดิ์ศรี และอยู่อย่างมีเกียรตินะครับ แล้วทำให้ตำรวจไม่สามารถ จะอยุติธรรมต่อประชาชนได้ ถ้าภาครัฐจะปฏิรูปจริง ๆ ขอให้ปฏิรูปตรงนี้นะครับ ทำให้เขา อยู่อย่างสมเกียรติเหมือนกับมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งถามผมเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน วันทอล์ก วิท มี (Talk with me) ที่ธรรมศาสตร์ ผมตอบไปเลยว่าผมจะทำเรื่องนี้ พยายามที่จะให้ตำรวจ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ขอให้ทางภาครัฐจะปฏิรูป ปฏิรูปตรงนี้ครับ ให้เขามีรายได้ก้าวข้ามกับดัก รายได้ปานกลางเท่านี้ครับ สิ่งที่เกิดความอยุติธรรมบนสถานีที่เห็นอยู่ ซึ่งเป็นอีก ๒ ประเด็น ๓ ประเด็น คือเรื่องของการรับแจ้งความนะครับ ซึ่งในการรับแจ้งความทุกท้องที่ผมไม่เห็น จะต้องเอามารายงานเลยครับ ทำเป็นหนังสือเวียนก็เสร็จแล้ว แต่สิ่งสำคัญผมอยาก ให้นำเรียนก็คือมันไม่ใช่การรับแจ้งความ เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความ ทุกท้องที่จะมีความเบื่อหน่ายเรื่องกระบวนการทำการสอบสวนหลังจากได้รับแจ้งความ ๑ คดีที่เป็นคดีไม่รู้ตัวจะใช้เวลา ๓ ชั่วโมงต่อ ๑ คน แล้วสรุปสำนวนอีก ๓ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง ต่อ ๑ เปเปอร์ (Paper) ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนกฎหมายใน ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๐ ว่าการสอบสวนไม่รู้ตัวเลยกระดาษแผ่นเดียวใช้อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ก็เก็บเรคคอร์ด (Record) ออกเลขคดีเพื่อทำอะไร ทำโซนนิ่ง (Zoning) ของคดีที่เกิดขึ้น แล้วคดีเข้าไปสู่ ระบบงานสืบสวน แล้วส่งสำนวนที่เป็นกระดาษโดยอัยการสั่ง งดการสอบสวนตามนั้น แค่นี้พอแล้ว พนักงานสอบสวนจะไม่เปลืองกระดาษครับ เพราะว่ากระดาษนั้นเป็นรีม สตางค์ทั้งนั้นครับ ขอเป็นเปเปอร์ (Paper) แผ่นเดียวก็พอในคดีไม่รู้ตัว แต่ถ้าคดีรู้ตัวขึ้นมา ก็ค่อยว่ากันใหม่ นั่นคือสิ่งที่สำคัญนะครับ

อันที่ ๒ ก็คือการแถลงข่าว มาตรา ๒๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิความเสมอภาค ให้สิทธิความเท่าเทียมกัน ต้องคำนึงถึงครับ สตช. ต้องเลิกนำเอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวได้ แถลงได้กระบวนการที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การหลอกลวง การปลิ้นปล้อน การปล้น โดยวิธีนั้นวิธีนี้ ได้ครับ นั่นเขาจะไปแก้ระเบียบ ก็เห็นด้วยครับ ที่จริงแค่ประกาศให้ สาธารณชนตรวจสอบดูว่ายังมีอยู่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวยังมาทำข่าวเพื่ออะไร เพื่อหาฐานข่าว นั่นก็ควรจะเลิกได้แล้วนะครับ ผู้สื่อข่าวอย่าไปสนับสนุนเรื่องการนำตัวผู้ต้องหามาแถลง

อันสุดท้ายครับ เรื่องของทุกสถานีมีทนายความ สำคัญครับ ทนายความ ซึ่งสำนักงานของกระทรวงยุติธรรมให้นโยบายนี้ ใช้เงิน ๗๑ ล้านบาท ถือว่าเป็นพับลิก โปรดักต์ (Public Product) ที่รัฐหรือทางกระทรวงยุติธรรมให้ แต่ผมไม่ได้หยุดแค่นี้ครับ ผมอยากให้เกิดอะไรครับ จัสต์เทค (JustTech) เขามีฟินเทค (FinTech) มีอะกริเทค (AgriTech) เราต้องมีจัสทิซ (Justice) บวกเทค (Tech) ลองคิดดูว่าการปล่อยตัวผู้ต้องหา ถ้ามีอีดอคคิวเมนต์ (e-Document) จากตั้งแต่สถานีส่งไปยังหน้าบัลลังก์ หน้าบัลลังก์ส่งให้ศาล ศาลท่านพิจารณาจาก อีดอคคิวเมนต์ (e-Document) ปล่อยตัวด้วยคำร้องนั้น แล้วส่งคำร้อง ไปยังเรือนจำ ภายในกรอบแค่ชั่วโมงเดียวผู้ต้องหาในเรือนจำที่เป็นจำเลยจะถูกปล่อยตัว ฐานหลักทรัพย์มาจากไหน หลักทรัพย์ก็โอนเงินเข้าบัญชีแบงก์ของหน้าบัลลังก์ หรือหลักทรัพย์ที่เป็นนายประกัน ซึ่งมีแหล่งเป็น เทิร์ด ปาร์ตี (Third party) ที่รับรอง สินทรัพย์นั้น หรือจะเป็นบัตรเครดิตที่จะโอนเงินผ่านระบบ แล้วใส่ไปในถังของเงินประกัน ผู้ต้องหา ขอบคุณครับ ทั้งหมด ๔ ประเด็น ครบถ้วนครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ช่วยรักษาเวลานะครับ ลำดับต่อไปท่านเกียรติ สิทธีอมร เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วม อภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการแผนการปฏิรูปประเทศ ท่านเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคงทราบดี จริง ๆ ท่านรู้ ท่านรู้มาตรฐานว่า การปฏิรูปนั้นจริง ๆ แล้วควรจะมีเนื้อหาสาระอย่างไรที่จะถือว่ามีมาตรฐานพอสมควร ผมก็พยายามอ่านในรายละเอียดทั้ง ๔๐๐ หน้าก็อ่าน ฉบับรายงานนี้ก็อ่าน ก็ต้องยอมรับว่า ยังมีความรู้สึกว่าแผนนี้ยังเป็นแผนกรอบกว้าง เป็นแผนที่ประชาชนยังไม่รู้สึกได้ว่าหลังจาก ที่จะมีการปฏิรูปแล้วเขาได้อะไร เมื่อไร เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง มีเนื้อหาสาระ สาระอะไร ที่จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกกลุ่ม ทีนี้เนื่องจากแผนนี้การปฏิรูปจำเป็น หรือไม่สำหรับประเทศไทย ผมคิดว่าเราต้องทำให้สำเร็จ เราไม่มีทางเลือกนะครับ ไม่สำเร็จไม่ได้ ผมก็พยายามที่จะพูดในประเด็นที่ผมอยากจะเติมเต็มในสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงนี้ เติมเต็มอย่างไร แผนท่าน ๒๐ ปี ท่านเป็นนักวิชาการ ท่านเลขาธิการท่านทราบดีว่า ๒๐ ปี สภาพแวดล้อม ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมาก เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นแผนย่อยครับ แผน ๓ ปี ๕ ปี ผมจะเห็นผล อะไรบ้างในเรื่องที่ท่านระบุเป็นหัวข้อใหญ่ ทำได้หรือไม่ครับ

ประการที่ ๒ โจทย์ที่ท่านใช้ในการกำหนดการปฏิรูป ผมคิดว่าโจทย์ก็สำคัญ หลาย ๆ เรื่องท่านเขียนไว้เป็นแผนปฏิรูปที่กรอบกว้างจริง ๆ อย่างเช่น เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ท่านไม่บอกเปรียบเทียบกับใคร ประเทศอื่นปฏิรูปเร็วมากนะครับ ประเทศไทย ยังคลานอยู่ และถ้าเกิดเราปฏิรูปช้ากว่าเขา เราก็ล้าหลังไปอีกครับ ล้าหลังไปอีกอย่างมากเลย ประเทศจีนแก้ปัญหาความยากจน ๒๐๐ ล้านคนไม่กี่ปี ของเรามีกี่คนมีกี่ล้านคน เราจะทำกี่ปี ตรงนี้มันต้องมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้ และสามารถตรวจสอบได้ว่า ความก้าวหน้าที่ท่านมารายงานทุก ๓ เดือนนั้น เราอยู่ในเป้าหรือไม่ เราต้องปรับแผนหรือไม่ ทีนี้ผมดูในส่วนของรายงานความคืบหน้าสถานะของโครงการต่าง ๆ ผมเห็นถ้อยคำก็ไม่ค่อย สบายใจนะครับ ถ้อยคำบางอันก็แบลงก์ (Blank) ไว้เลย ยังไม่มีความคืบหน้าที่จะรายงาน หรือสถานะที่จะรายงาน บางอันก็พูดถึงเรื่องการตั้งกรรมการ ตั้งแล้ว บางอันตั้งไม่ได้ บางอันประชุมไม่ได้ เพราะประธานลาออก สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นสาระที่ประชาชน อยากได้ยินได้ฟังนะครับ ที่ประชาชนอยากได้ยินได้ฟังก็คือเรื่องที่จะกระทบกับชีวิตของเขา ท่านจะเสร็จเมื่อไร แล้วมีเหตุผลอะไรที่ท่านไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายที่ท่านคาดการณ์ไว้ได้ การปฏิรูป คำว่า ปฏิรูป ต้องเห็นแผนการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญครับ ไม่ใช่แค่เป็น เป้าหมายที่ว่ามันดีขึ้นถือว่าปฏิรูปแล้ว ไม่ใช่นะครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างเรื่องที่ผมอยู่ในใจ และพูดมาในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ทุกปีครับ แต่ผมก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง และผมคิดว่า เรื่องนี้ถ้าจะจัดอยู่ในเรื่องของการปฏิรูปเป็นควิกวิน (Quick Win) ศัพท์ของท่านนะครับ สามารถทำได้เร็ว ไม่ต้องแก้กฎหมาย ไม่ต้องใช้งบประมาณ ทำได้เลยประชาชนรับรู้ได้ทันที ผมอยากเห็นเรื่องนี้ทำเรื่องแรก ปฏิรูปเศรษฐกิจ ส่วนต่างดอกเบี้ยครับ ท่านครับ ท่านเคยดู หรือไม่ครับ เปรียบเทียบหรือไม่ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยประเทศไทยอยู่ตรงไหน ประชาชนทุกคนต้องกู้ครับ เจ้าหน้าที่สภามีเงินกู้ พวกผมมีเงินกู้ ทำไมดอกเบี้ยอยู่ที่ ๗-๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปดูประกาศของทุกธนาคารเลยนะครับ ๖.๘ เปอร์เซ็นต์ต่ำสุด สูงสุด ๘ เปอร์เซ็นต์กว่า ในขณะที่ท่านมีเงินท่านไปฝากสะสมทรัพย์ต่ำสุด ๐.๑๒๕ สูงสุด ๐.๕ ส่วนต่างดอกเบี้ยประเทศไทยอยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์กว่า เรื่องนี้ผมพูดทุกปีแล้วผมไม่เห็นขยับเลย ทุกครั้งที่ผมพูดก็จะเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาพูดว่าส่วนต่างดอกเบี้ยเรา สูงไปแล้วนะ ช่วยกันดูหน่อย แต่ท่านครับ ถ้าท่านเปรียบเทียบอย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ท่าน ฟังว่าท่านเปรียบเทียบกับใคร มันมีรายงานของธนาคารโลกออกมาประเทศไทยสูงที่สุด ในเอเชียแปซิฟิกแล้วครับ ประเทศมาเลเซีย ๑.๕ เท่านั้น ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ เงินฝาก ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศจีนเป็นประเทศ ที่เศรษฐกิจบริหารยากที่สุดประเทศหนึ่งอยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ทำไมประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่อยู่ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์ ทุกคนรับภาระหมดทั้งประเทศ ประชาชนทุกคน ผู้ประกอบการทุกคนรับภาระหมดเลยครับ ในขณะเดียวกันผู้ที่จะได้ประโยชน์ก็คนที่เป็น ผู้ให้กู้ ตรงนี้ควิกวิน (Quick Win) ผมฝากท่านนะครับ แล้วผมจะถามท่าน ๓ เดือนข้างหน้า เพราะท่านสามารถแก้ตรงนี้ได้โดยไม่ต้องออกกฎหมาย ไม่ต้องมีงบประมาณอะไรเลย ท่านมีธนาคารในกำกับดูแลของกระทรวงการคลังอยู่ ท่านสามารถทำเรื่องนี้ได้ แล้วประชาชน ทุกคนได้ประโยชน์ทันที ผมไม่ลงรายละเอียดว่าจะแก้อย่างไร ถ้าท่านอยากทราบแนวคิดผม คุยนอกรอบได้ แต่เรื่องนี้ผมพูด ๔ ปี ๕ ปีมาแล้ว ผมยังไม่เห็นขยับและเป็นภาระ ของประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ผู้ประกอบการทุกรายในประเทศนี้ เราไม่ควรให้ ประเทศไทยเป็นแบบนี้ อันนี้คือปฏิรูปทันที อยากเห็น ในเรื่องเศรษฐกิจเหมือนกันครับ ท่านบอกว่าจะปฏิรูป ถามนิดหนึ่งจะปฏิรูปโครงสร้างภาษีในแนวคิดอะไรบ้าง โครงสร้างภาษี ตอนนี้เป็นธรรมหรือไม่ ท่านจะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจหรือไม่ ลดแล้ว มีผลอย่างไร ทำได้เร็วหรือไม่ ผมว่าอันนี้ก็เป็นควิกวิน (Quick Win) ท่านครับ ต้นแบบของการปฏิรูป โครงสร้างภาษีในโลกนี้มีเต็มไปหมดเลย ท่านจะเอาโมเดล (Model) ไหน ทำเลยครับ ไม่ต้องรอครับ ไม่ต้องตั้งกรรมการครับ มันมีแนวคิดชัดเจนอยู่แล้ว ทำได้เลย แล้วประชาชน จะได้ประโยชน์ทันที

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมก็ต้องฝากเป็นโจทย์ให้ทันเหมือนกัน อันนี้ควิกวิน (Quick Win) ทำง่าย เรื่องต้นทุนพลังงาน เรื่องนี้ผมแถลงข่าวทุกปี ปีละครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ลงเฟซบุ๊ก (Facebook) บ่อยมาก ท่านเคยไปตรวจสอบหรือไม่ว่าต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่น ของประเทศไทยเทียบกับประเทศอื่นที่หน้าโรงกลั่นไม่รวมภาษีนะครับ ภาษีของแต่ละ ประเทศไม่เท่ากันอันนี้ผมเข้าใจ หน้าโรงกลั่นเลย เทียบกับประเทศอื่นเราอยู่ตรงไหนครับ ผมบอกได้เลยนะครับ ใน ๔-๕ ปี ที่ผ่านมาเราสูงกว่าหน้าโรงกลั่นของประเทศอื่น ๖ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ช่วง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ แล้วต้นทุนพลังงาน กระทบใครบ้างครับ ทุกคนอีกเหมือนกัน ในช่วงที่ดีเซล (Diesel) ราคาวัตถุดิบน้ำมันดิบอยู่ที่ ประมาณ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล (Barrel) ดีเซล (Diesel) เราควรจะอยู่ที่ ๑๖ บาท เราขาย ๒๒ บาท ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นทำไมเราเห็นการขึ้นลงของราคาน้ำมันประกาศสวนทางกับ การขึ้นลงของราคาน้ำมันโลก บางครั้งพรุ่งนี้จะขึ้น แต่โลกลด วันนี้โลกลด ประเทศไทยขึ้น อันนี้เป็นเพราะกระบวนการ อันนี้ท่านต้องปฏิรูป วิธีการง่ายนิดเดียวครับ ที่ผ่านมาปล่อยให้ มีการประเมินล่วงหน้า ๓ เดือน ทำไมจะต้องประเมินล่วงหน้าครับ เอาข้อมูลดิบมา เรามีกองทุนในการที่จะแก้ปัญหาถ้ามันมีความผันผวนในอนาคตเกิดขึ้น ทำได้ครับ จะได้ไม่มี การเล่นแร่แปรธาตุโดยคนกำหนดนโยบาย ปฏิรูปเลยครับ อันนี้ทำได้ ควิกวิน (Quick Win) ด้วยครับ เพราะอันนี้คือต้นทุนที่เป็นต้นทางของค่าขนส่งของราคาไฟฟ้า ของราคาสินค้า อุปโภคบริโภคทั้งระบบเลยครับ ท่านประธานเคยเห็นหรือไม่ผลสรุปออกมาประเทศไทย ค่าครองชีพสูงขึ้นเร็วที่สุด จากอันดับที่เคยอยู่ ๕๒ ตอนนี้ขึ้นมาอันดับ ๔๐ วันนี้เพิ่งประเมิน ผลประเมินเพิ่งออกมาครับ และเป็นไปได้อย่างไรครับ ประเทศไทยขึ้น แต่ประเทศอื่นไม่ขึ้น ตรงนี้ชี้ให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวในโครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งต้องมีการปฏิรูป แต่การปฏิรูปอย่างนี้ ท่านไม่ต้องการตั้งกรรมการ ท่านมีคำสั่งในทางบริหารไปนิดเดียวว่าการกำกับดูแลของ กกพ. นั้นต้องทำอย่างไร ง่ายมากครับ ถ้าท่านอยากรู้วิธีลงลึก ผมไม่ให้เสียเวลาในที่นี้ที่จะ ไปลงในรายละเอียด

ประเด็นที่ผมอยากฝากอีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าขาดไปเลยจากรายงานของท่าน โลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ท่านประธานคงเคย ได้ยินนะครับ ดิสรัปทิฟ เทคโนโลยี (Disruptive Technology) กระทบอย่างรุนแรง เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน กระทบถึงเรื่องการจ้างงาน ไม่มีแผนอะไรเลยในแผนปฏิรูปของท่าน ไม่มีนะครับ อันนี้ต้องการปฏิรูปอย่างรวดเร็ว และมีนัยสำคัญและเร่งด่วน พอพูดเรื่องเทคโนโลยีผมก็ไปเห็นวิธีการทำเรื่องอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ซึ่งท่านบอกว่าจะสร้าง แพลตฟอร์ม (Platform) ให้เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจรากหญ้าสามารถได้ประโยชน์ ดีครับ แต่เป้าหมายของท่านต้องทำให้ บริษัทไทยเก่ง ไม่ใช่ไปเชิญบริษัทต่างชาติมายึดตลาดในประเทศไทย ตรงนี้ผมเป็นกังวลมาก เพราะผมเห็นทิศทางที่ผ่านมา ผมเห็นมีการไปเชื้อเชิญบริษัทใหญ่ยักษ์ระดับโลกเข้ามาทำ และมาสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) และได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจของประเทศส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งใช่ครับ เศรษฐกิจชุมชนได้ประโยชน์จากการเข้าไปใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ของเขา แต่แพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านั้นในที่สุดสร้างปัญหากลับมา ท่านประธาน ทราบหรือไม่ว่าวันนี้ทั่วโลกมีปัญหาว่าไม่สามารถเก็บภาษีจากการค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ได้เลย แพลตฟอร์ม (Platform) ตั้งอยู่ต่างประเทศ แต่ค้าขายส่งกันมา ถึงในประเทศ หรือส่งในประเทศเดียวกัน แต่แพลตฟอร์ม (Platform) อยู่ต่างประเทศ การชำระเงินวิ่งไปต่างประเทศ เก็บภาษีไม่ได้นะครับ หลายประเทศมีการปรับโครงสร้าง ของกฎหมาย มีการปรับโครงสร้างการเก็บภาษี เรื่องเหล่านี้ผมยังไม่เห็นอยู่ในแผน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท้าทายประเทศไทยอย่างยิ่งและต้องการการแก้ไข ต้องการการปฏิรูป แม้กระทั่ง วิธีคิดของภาคราชการ และเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ในการที่จะเข้าไปกำกับดูแล การดำเนินการของบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านี้ และแผนที่จะทำให้ แพลตฟอร์ม (Platform) ของประเทศไทยเก่ง ขยายฐานไปสู่ภูมิภาค ขยายฐานไปสู่ระบบโลก ผมยังไม่เห็นแผนนี้ครับ และผมคิดว่าเป้าหมายตรงนี้ถ้าโจทย์เราผิด ถ้าเราคิดเพียงแค่ว่า ช่วยให้คนขายของได้ แต่ไม่คิดให้เอกชนไทยสามารถพัฒนาเข้าไปสู่การให้ข้อเสนอเป็น แพลตฟอร์ม (Platform) ทางเลือก ผมว่าอันนี้ขาดนะครับ และจะสร้างปัญหาให้เราอย่างยิ่ง ในอนาคต

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องผลทางสังคมกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ โซเชียล มีเดีย (Social Media) ตอนนี้คนรุ่นใหม่ประสบปัญหาว่าเชื่อทุกสิ่งที่เห็นใน โซเชียล มีเดีย (Social Media) ประเทศไทยมีอัตราการเชื่อ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ประเทศพัฒนาแล้วเชื่อ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านลองคิดดูสิว่าคนรุ่นใหม่เห็นแต่ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในโซเชียล มีเดีย (Social Media) เชื่อหมด เชื่อหมด ทั้งจริง ทั้งไม่จริง ทั้งบิดเบือน ทั้งเป็นบุลลี (Bully) เขาเรียก โซเชียล บุลลี (Social Bully) ก็คือมีการเล่นงาน กันผ่านโซเชียล มีเดีย (Social Media) ในลักษณะที่ผิด ตรงนี้ครับท่านจะปฏิรูปอย่างไรครับ จะปฏิรูปโครงสร้างเพื่อลูกหลานของเรานะครับ นี่คนรุ่นใหม่เจอปัญหานี้ทั้งหมดเลยครับ บางคนตัดสินใจผิด ๆ เพราะเชื่อข้อมูลที่ผิด ๆ ในโซเชียล มีเดีย (Social Media) สิ่งเหล่านี้ กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศในสหรัฐ ในยุโรป หลายประเทศมาก แต่ของเราผมไม่เห็นอยู่ใน แผนปฏิรูปในเรื่องนี้ ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นที่ผมพยายามตั้งโจทย์ มาให้ท่านก็คือว่า เพราะผมจะตรวจสอบท่านในอีก ๓ เดือน ต้องขอร้องเลย เพราะว่า ประเทศไทยปฏิรูปไม่สำเร็จไม่ได้ วันนี้เราช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว พวกเรา ต้องช่วยกันทุกคนทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านเลขาธิการช่วยตอบชัด ๆ

ประการแรก ท่านปรับแผนเป็นแผนย่อยได้ไหมครับ ให้มันมีเป้าหมายที่เป็น รูปธรรมที่วัดได้ ๓ ปี ๕ ปี ได้หรือไม่ครับ ถ้าท่านทำได้ ทำเลย

ประการที่ ๒ ตัวชี้วัด ขอตัวชี้วัดเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ครับ ในมุมมองของ ประชาชนได้อะไรจากการปฏิรูป เขียนให้มันชัดเลยครับ อย่างนี้เราเป็นตัวแทนประชาชน เราได้อธิบายเขาได้

ประการที่ ๓ เรื่องที่ทำได้เลย ท่านไม่ต้องรอใครเลย ควิกวิน (Quick Win) ภาษาของท่าน อย่างเช่น ผมยกตัวอย่าง ๒ เรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย ราคาพลังงานทั้งหมด ราคาก๊าซเราแพงกว่าชาวบ้านทั้งนั้น ทำได้เลยหรือไม่ครับ ผมว่าท่านทำได้ อีก ๓ เดือน ผมอยากฟังรายงานตรงนี้

ประการสุดท้าย เรื่องที่ขาดหายไป ที่ผมนำเสนอท่าน เติมเข้าไปได้หรือไม่ ถ้าเติมเข้าไปได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านเกียรติ รักษาเวลาได้ดีมาก อันดับต่อไปขอเชิญ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก่อนที่ท่านเสรีพิศุทธ์จะได้อภิปราย เชิญท่านเลยครับที่ไมโครโฟนครับ ลำดับต่อ ๆ ไป แจ้งให้ทราบไว้ก่อนว่าเป็นคิวของท่านรังสิมา รอดรัศมี และท่านนิยม เวชกามานะครับ แจ้งเพื่อจะได้เตรียมตัว เชิญครับ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม เสรีพิศุทธ์ พรรคเสรีรวมไทยครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าตอนนี้เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายในประเด็นเรื่อง การปฏิรูปกันมายาวนานโดยตลอด แล้วก็ยังไม่เสร็จสิ้น ยังจะมีคิวต่อไปอีก พอดีตอนนี้ถึงคิว ของผมที่จำเป็นจะต้องขึ้นมาพูด แต่ก็อยากจะกราบเรียนทำความเข้าใจกับท่านประธาน ไว้ก่อนว่าการอภิปรายของผมคงจะไม่ไปเน้นเนื้อหาเรื่องการปฏิรูปประเทศอย่างที่พี่ ๆ น้อง ๆ ได้อภิปรายกัน ผมก็คงจะพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปการทำงานของสภานั่นละครับ ถึงแม้ผมจะเข้ามา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก และวันที่ไปรายงานตัวก็ได้รับการต้อนรับจาก ท่านเลขาธิการเป็นอย่างดี ก็เห็นว่าการทำงานของสภามีความเป็นระบบ ละเอียด เรียบร้อย ต่าง ๆ ดี และหลังจากนั้นเมื่อถวายสัตย์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้ามาทำงานในสภา ในวันนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมาพูดคุย หรือกราบเรียนหารือเพื่อให้ข้อเสนอแนะกับท่านประธาน เพื่อจะไปพิจารณาดำเนินการให้เรียบร้อย รวดเร็ว เป็นไปด้วยดี เพราะว่าถ้างานของสภา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วตามที่สมาชิกตั้งความหวังไว้ งานที่จะประสานงานในส่วน บริหารก็ดี ในส่วนของศาลก็ดี หรือในส่วนอื่น ๆ ก็ดี ผมคิดว่ามันก็จะเป็นระบบระเบียบแล้ว ก็เรียบร้อย รวดเร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้นในวันนี้ที่ผมจะกราบเรียนหารือ แล้วก็ปรึกษาท่านประธาน ก็มี ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก ก็คือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ได้รับวาระการประชุมในวันนี้ส่งไปที่บ้าน ก็เปิดวาระดูก็มีวาระต่าง ๆ ตามที่ทราบ สรุปแล้วก็มีวาระที่เรารับทราบในเรื่องของศาล เรื่องการปฏิรูปประเทศ วาระอื่น ๆ อีก ก็หาเปิดซองดูว่ามีเอกสารอะไรที่จะประกอบวาระ ต่าง ๆ นั้นบ้าง เพราะปกติผมก็ทำงานมาตลอดชีวิตราชการ วาระการประชุมไม่ว่าจะเรื่อง อะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ เขาก็จะมีเอกสารประกอบไปให้ผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมได้ศึกษา ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายอะไรต่าง ๆ เพื่อไปอภิปรายแสดงความคิดเห็นให้ข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ปรากฏว่าวันนั้นก็ไม่มี มีแต่วาระการประชุมอย่างเดียว เท่านั้น ผมก็ เอ๊ะ แล้วเราจะไปรับทราบอะไรนี่ เราจะไปพิจารณาอะไรนี่ ก็ติดต่อถึง เพื่อนสมาชิกทุกท่าน คุณได้รับหรือไม่ มีรายละเอียดประกอบบ้างหรือไม่ ปรากฏว่าทุกคน ไม่มีเลย เมื่อไม่มีก็คือแสดงว่าสภาส่งมาแค่นี้ ไม่มีเอกสารประกอบวาระการประชุมอะไร ต่าง ๆ ไปเลย มาวันนี้ผมก็มาประชุมตามเวลา หลังจากเซ็นชื่อเจ้าหน้าที่ก็ให้รับเอกสาร ก็เป็นเอกสารเรื่องอื่น ๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการประชุมสภาในวันนี้นะครับ ผมก็เข้าที่ประชุม ตามปกติ แล้วท่านประธานก็ดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมไปนะครับ จนถึงวาระ การรับทราบเรื่องของศาลก็ดี เรื่องการปฏิรูปก็ดี น้อง ๆ กันเขาก็อภิปราย บางคนมีข้อมูล บางคนไม่มีข้อมูลบ้าง สำหรับคนมีข้อมูล ผมก็ เอ๊ะ เขาไปเอาข้อมูลจากไหน แล้วทำไม ผมไม่มีข้อมูลเลย ผมก็ถามอีก แถวหน้าผมไม่มีสักคน เผอิญผมนั่งอยู่แถวตรงทางเดิน มันเลยกว้างหน่อยไม่เหมือนแถวอื่น ๆ อย่างนี้ ก็หันไปถามแถวหลัง แถวหลังบอกมีนี่อยู่ที่ถุง ข้างหน้า โอ้โฮ มันอยู่ตั้งไกลผม ผมก็เลยไปหยิบมาถึงจะมีเอกสารเพื่อประกอบวาระ ที่จะรับทราบ ไม่ว่าเรื่องของศาลเรื่องของการปฏิรูปนี่นะครับ มันจะมาควักเปิดอ่าน ก็เปิดอ่านได้แค่นั้น ไม่มีเวลาที่จะไปศึกษาค้นคว้า ถ้าผมมีเวลาหรือได้รับนับตั้งแต่วันที่ส่ง วาระการประชุมไป ผมก็จะมอบเรื่องมอบราวให้สมาชิกผมคนไหนที่มีความรู้ความชำนาญ ในเรื่องโน้นเรื่องนี้ ให้คุณไปศึกษา แล้วก็เตรียมตัวที่จะมาอภิปรายพูดคุยเสนอแนะอะไร ต่าง ๆ ในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่ามันก็ไม่มีนะครับ ฉะนั้นในเรื่องแรกที่ผมเรียนหารือ ท่านประธานนี่นะครับ ก็จะหารือว่าในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไปที่จะมีในวันข้างหน้ายกเว้น พรุ่งนี้นะครับ เพราะพรุ่งนี้มันคงจะไม่ทันแล้ว ในครั้งต่อ ๆ ไปจะเป็นอาทิตย์หน้าอาทิตย์โน้น ถ้าทางสภาถึงท่านเลขาธิการสภาจะจัดวาระการประชุมอะไรต่าง ๆ ไปนี่ ขอให้เอกสาร มันพร้อมได้หรือไม่ครับ ถ้าเอกสารมันพร้อมผมคิดว่าที่ประชุม แล้วก็เพื่อนสมาชิกต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงคงจะดำเนินการตามวาระการประชุมได้อย่างมีระบบแล้วก็มีข้อมูลที่จะมา เสนอแนะต่อที่ประชุมทำโน่นทำนี่อะไรต่าง ๆ ให้มันได้ดียิ่งขึ้นนะครับ อันนี้ก็ขอกราบเรียน หารือและปรึกษาท่านประธานไว้ด้วย ถ้าท่านสามารถดำเนินการได้ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับการประชุมที่พิจารณาคุณสมบัติ แล้วก็คัดเลือกผู้ที่จะดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้มีการบรรจุ เกี่ยวกับเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีอะไรต่าง ๆ ไว้ ก็ไปเสนอกันในที่ประชุมรัฐสภาเลย ผมเองก็ได้กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราจะมาพิจารณาคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี แล้วก็โหวตกันในที่ประชุมรัฐสภานี้นะครับ มันน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง แล้วก็มาตรา ๒๗๒ วรรคแรกนะครับ ผมคงไม่ต้องพูดถึงรายละเอียดว่ามันไม่ชอบอย่างไร เอาแต่เพียงผมเสนอว่ามันไม่ชอบ ผมอยากจะให้ทางสภาดำเนินการให้มันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เราจะได้นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม ดำเนินการมาถูกต้อง ถึงแม้เรื่องที่ผ่านมาจะโกง ไปทุกเรื่องก็แล้วแต่ แต่ว่าจะผ่านสภาก็ขอให้ผ่านโดยชอบก็แล้วกัน ก็ให้ท่านประธานวินิจฉัย ท่านประธานวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของประธานเป็นสิทธิของประธานเราก็ยอมรับ แต่ถ้าท่านประธานจะมาบังคับผมบอกว่าผมต้องคิดเหมือนท่านประธานด้วยสิ ไม่ได้ครับ ผมก็มีสิทธิเสรีภาพของผมเหมือนกัน ในการที่จะคิดจะทำอะไรอะไรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ เพราะในวันนั้นผมในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง ผมมีสิทธิที่จะเสนอรายชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสองได้ แต่ผมไม่มีสิทธิ ผมถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพทำให้ ผมเสียหาย

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสรีพิศุทธ์ครับ ขออภัยด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ คงจะเป็นเรื่องอดีตที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศ ผมอนุญาตให้ท่านพูดมาพอสมควร ขอได้เข้าในเรื่องครับ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แบบบัญชีรายชื่อ

ผมคิดว่าเรื่องนี้ เข้าครับ เพราะผมกำลังปฏิรูปการทำงานของสภา ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ผมก็คิดว่า ผมก็มีสิทธิเสนอบุคคลที่จะให้สภาพิจารณา แล้วก็ลงมติที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก็ตัดสิทธิผมเลย มาดำเนินการกันไปเลยต่าง ๆ เหล่านี้ มันทำให้ผมไม่ได้คนที่ผมอยากจะ เสนอเป็นนายกรัฐมนตรี กลับไปได้คนที่ผมบอกเป็นยามผมก็ไม่เอามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่า ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ผมก็บอกให้ท่านประธานบันทึกไว้ แล้วท่านประธานก็บันทึกไว้นะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานตรงนี้ด้วย แต่สิ่งที่ผมจะดำเนินการต่อไปก็คือต้องดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี การพิจารณา คุณสมบัติและการโหวตนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมามันขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง และ มาตรา ๒๗๗ วรรคแรกหรือไม่ ซึ่งผมก็ต้อง เตรียมตัวที่ดำเนินการนะครับ แล้วต้องมีพยานหลักฐานอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บันทึกการประชุม หรือรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้น ผมก็ติดตาม เพื่อที่จะขอสำเนารายละเอียดของการประชุมอะไรต่าง ๆ มาเพื่อประกอบคำร้องของผม ที่เตรียมไว้แล้ว แต่ติดตามมาเรื่อยจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ ๑ เดือนเต็มแล้ว เจ้าหน้าที่ ก็บอกผมว่ายังไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเรื่องที่ผมจะเอาเอกสารเหล่านี้ต้องให้ คณะกรรมาธิการรับรองเสียก่อน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีคณะกรรมาธิการ ต้องให้ตั้งกรรมาธิการเสร็จ ต้องเอาเรื่องเข้ากรรมาธิการ แล้วกรรมาธิการต้องมาเสนอเรื่องต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ให้ความเห็นชอบเสียก่อน ผมจึงจะสามารถนำรายงานการประชุมต่าง ๆ ไปดำเนินการต่อ ตามที่ผมต้องการได้นะครับ ตรงนี้นี่เองผมจึงคิดว่าตรงนี้มันเป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้ บ้านเมืองดำเนินการไปตามกฎหมาย ขอยกตัวอย่าง อย่างโจรมันเห็นบ้านนี้มันรวยแน่ มันมีเงินแน่ กูปล้นมึงแน่ แล้วก็ปล้นเลย ส่วนตำรวจจะตามหรือ มึงตามให้เจอก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เอาไปเสียก่อนแล้ว ตำรวจจะติดตามภายหลัง เจอหรือไม่เจอก็ไม่มีปัญหา เอาเงินทรัพย์สินไปได้แล้วนะครับ ตรงนี้ก็เปรียบเหมือนกันครับ ในเมื่อการเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรีให้สภารับรองพิจารณาคุณสมบัติ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสรีพิศุทธ์ครับ ขออภัยครับ ขออภัยอย่างยิ่งเลยนะครับ ผมคิดว่าได้ให้โอกาสนอกประเด็นพอสมควรแล้ว ต่อไปนี้ขอได้เข้า มาตรา ๒๗๐ ครับ ขอเชิญนะครับ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แบบบัญชีรายชื่อ

ผมสรุปแล้วครับ ก็คือว่าเมื่อดำเนินการผิดกฎหมายแล้ว เราก็ปล่อยให้มีการ ในความคิดของผมนะครับ ไม่ใช่ความคิดของท่าน ในความคิดของผมเมื่อมีการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้วก็ปล่อยให้มีการ นำสิ่งผิดกฎหมายไปเสนอโปรดเกล้าฯ จนกระทั่งโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี จะมาบริหารประเทศแล้ว เรายังจะไปแจ้งตำรวจ คือแจ้งศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เลย การบริหารประเทศชาติมันก็เสียหาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ขอสรุปกราบเรียนท่านประธานว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่การดำเนินการจดรายงานการประชุมอะไรต่าง ๆ เพื่อดำเนินการ ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่พวกเราอภิปรายกันไว้ จะให้มันรวดเร็วกว่านี้ เพราะตอนนี้ มันก็เป็นเวลาเกือบ ๑ เดือนแล้ว ผมยังไม่ได้รายละเอียดตรงนี้ไปเลย ก็ฝากท่านประธาน ไว้ด้วยว่าผมมีความประสงค์ที่จะไปทำคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่า การพิจารณาคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีมันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ถูกหรือไม่ครับ จะวินิจฉัยอย่างไร ผมอาจจะผิดก็ได้ ผมอาจจะถูกก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ผมต้องการสิ่งที่ถูกต้องแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ฝากกราบเรียนท่านประธานไว้ว่า วัตถุประสงค์ของผมที่มาพูด ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือต้องการการทำงานที่รวดเร็ว บริสุทธิ์ ยุติธรรม และให้มันทันกาลทันเวลาด้วย ไม่เช่นนั้นมันไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ประเทศชาติได้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ก็เป็นท่านรังสิมาครับ ขออนุญาตท่านรังสิมา เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ร่วมฝ่ายค้านนะครับ ขอกราบประธานอภัยท่านผู้กำลังจะอภิปราย ท่านประธานครับ เวลาก็ล่วงเลยนะครับ ใกล้เวลา ๓ ทุ่มเข้าไปทุกที แต่วันนี้มีเพื่อนสมาชิกฟากฝั่งฝ่ายค้าน ที่เตรียมการอภิปรายอีก ๒ ท่าน ก็จะขอกราบเรียนปรึกษาท่านประธานว่าถ้าเลยเวลา ๓ ทุ่ม สักเล็กน้อยก็ให้ดำเนินการต่อไป อีก ๒ ท่านเท่านั้นครับเพราะว่าพรุ่งนี้เราจะได้พยายาม จำกัดเวลาการอภิปรายในช่วงเช้าสัก ๒ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงครึ่ง และต่อด้วยเรื่องสำคัญ คือญัตติเรื่องราคาพืชผลการเกษตรนะครับ ๓ ท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเลยครับ ท่านรังสิมา

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันฟังมาไม่มีใครพูดถึงทางด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับพยาบาลเลยนะคะ ในฐานะที่ดิฉันเป็นพยาบาล แล้วก็อยู่ในวงการสาธารณสุขมา ๒๐ ปี ก็ได้เฝ้ามองว่า การปฏิรูปประเทศเขาจะให้ความสำคัญกับพยาบาลของเราหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉัน อยากจะฝากทางท่านประธานผ่านไปทางท่านเลขาธิการว่า คือดิฉันก็เสียดาย ดิฉันพยายาม หาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ารายละเอียดเกี่ยวกับพยาบาลมันอยู่ตรงไหน ท่านก็ไม่มีรายละเอียด ตรงนี้มาให้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะฝากว่าบุคลากรทางด้านสุขภาพมันมีความสำคัญมากนะคะ เพราะว่ากระทรวงสาธารณสุขของเราจำเป็นต้องใช้คน มันไม่เหมือนวิชาชีพอื่นที่ต้องใช้ เครื่องจักร เพราะฉะนั้นต่อไปนี้มันจะมีเครื่องจักรเทคโนโลยีเข้ามามากมาย ความเจริญ ทางด้านเทคโนโลยี แต่พยาบาลมันใช้เครื่องจักรไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะกราบเรียนว่า ขณะนี้พยาบาลลาออกมาก เห็นหรือไม่คะ พยาบาลที่จังหวัดนนทบุรีลาออกทีหนึ่ง ๑๕ คน แล้วก็โรงพยาบาลต่าง ๆ ตอนนี้ก็ลาออกเป็นจำนวนมาก เพราะว่าขวัญกำลังใจเขาไม่มีเลย เหตุที่ขวัญกำลังใจเขาไม่มี เพราะว่าทางท่านไม่มีกรอบอัตรากำลังเพื่อให้เขาบรรจุเป็น ข้าราชการ เพื่อมีความมั่นคงในอาชีพ แล้วก็เพื่อที่มีความมั่นคงในชีวิตของเขาในอนาคต หลังจากที่เขาทำงาน เพราะฉะนั้นตอนนี้เมื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพไม่มี ทำงานหนักขึ้น เมื่อวานดิฉันก็ไปคุยกับน้องพยาบาลมา ขึ้นเวรเดือนหนึ่ง ๔๒ เวร จากอาชีพอื่น เขาขึ้นเวรแค่ ๒๒ เวร แต่เขาต้องขึ้นเวรถึง ๔๒ เวรต่อเดือน เพราะฉะนั้นเมื่อพยาบาล ลาออก คนที่อยู่ก็จะทำงานมากขึ้น ก็จะทำให้ชีวิตของเขาไม่เป็นปกติสุขเหมือนกับชีวิต ของอาชีพอื่น เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าการบรรจุแต่งตั้งขอให้ท่านไปคิดปฏิรูประบบ ทางด้านสาธารณสุข เพราะว่าจากปี ๒๕๖๐ มาถึงตอนนี้ ๒ ปีแล้วนะคะ ท่านไปดูย้อนหลังว่า พยาบาลลาออกไปเท่าไร เพราะว่าขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนสบายเลย เขาไม่ต้องผลิต เขามาช้อนจากโรงพยาบาลรัฐบาลไป แล้วท่านอย่าไปเน้นว่าเรียนแล้วใช้ทุน เรียนมาแล้ว ไม่ทำงานให้ใช้ทุน ทุนเท่าไรเขาก็ยอมจ่ายนะคะโรงพยาบาลเอกชน เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็อยากจะฝากว่าขวัญกำลังใจของวิชาชีพพยาบาลท่านต้องมองเห็นคุณค่าของเขาด้วยนะคะ เวลาท่านไม่สบายท่านต้องนึกพยาบาลให้มาก ๆ ไม่อย่างนั้นชีวิตท่านอาจจะไม่รอดนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือตอนนี้พยาบาลต่าง ๆ บางคนเขาได้ทุน อย่างเช่นได้ทุนที่จังหวัด สมุทรสงคราม แต่เวลาให้เขาไปทำงาน ให้เขาไปทำงานที่จังหวัดสุรินทร์ อย่างนี้เขาอยากจะ ย้ายกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ก็ไม่ให้เขาย้าย เขาก็ลาออก เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้ท่าน ไปปรับ ไปคิดใหม่ว่าจะให้บุคลากรทางด้านพยาบาลอยู่ในวิชาชีพอย่างไร เขาอยากย้าย ก็ให้เขาย้ายเพื่อให้ขวัญกำลังใจเขา จะได้อยู่ในวิชาชีพเรา เราจะมาคิดว่าออกก็ออกไป เดี๋ยวเราผลิตใหม่ มันผลิตไม่พอหรอกค่ะ เพราะว่าตอนนี้ดิฉันดูแล้วท่านจะเน้นทางด้าน การรักษามากกว่า งบประมาณรักษาแต่ละปีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาเลย ดิฉันดูแล้วว่า การรักษาพยาบาลงบประมาณจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ แต่ทำไมท่านไม่ไปคิดเน้นทางด้านส่งเสริมสุขภาพ ถ้าท่านส่งเสริมสุขภาพให้คนไม่ป่วย งบประมาณแผ่นดินก็ไม่ต้องใช้มาก พยาบาลก็ไม่ต้อง มาทำงานหนักมาก เพราะฉะนั้นวิชาชีพพยาบาลก็มีความสำคัญกับทางด้านสาธารณสุข เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เน้น เดี๋ยวจะว่าพูดให้แต่พยาบาล ดิฉันก็พูดให้บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช หรือว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุข แต่อยู่ใน ส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น พยาบาลตำรวจ พยาบาลพระมงกุฎของทหาร หรือว่าทางด้านของ กทม. ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นก็อยากให้ท่านเล็งเห็นความสำคัญของพยาบาลนะคะ

อีกประการหนึ่ง คือเรื่องทางด้านการเมือง ดิฉันก็มาดูแล้วว่าด้านการเมือง ท่านตั้งงบประมาณ ๑๘,๕๖๐,๐๐๐ บาท ในหัวข้อ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม แล้วก็ใช้ไปแล้วเมื่อปีงบประมาณตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๖๐ ถึงกันยายน ๒๕๖๑ แต่ว่าดิฉัน เสียดายงบประมาณตั้ง ๑๘ ล้านกว่าบาท แต่ท่านเห็นหรือไม่ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา มันเลวร้ายมากขนาดไหน ดิฉันลงสมัครผู้แทนมา ๖ สมัย แต่สมัยนี้เป็นสมัยที่เลวร้าย มากที่สุดเลยกับงบประมาณที่ใช้ไปมันเหมือนสูญเปล่า ที่ดิฉันบอกว่าเลวร้ายเพราะอะไร มีการซื้อเสียงกันมาก ซื้อไม่รู้กี่เบอร์ ซื้อกันยันสว่าง จนประชาชนบอกว่า ผู้แทนรับซ้าย รับขวา แล้วจะให้เลือกใคร เอาเลือกรังสิมาสิ คุณรับใคร ก็ได้ กี่เบอร์คุณรับไปเลย แต่ก็เลือกรังสิมา นี่ถ้าดิฉันไม่หาเสียงแบบนี้ ดิฉันก็คงไม่ได้เข้ามา ในสมัยนี้ แล้ว กกต. ก็บอกว่าดิฉันไปหาเสียงว่าเงินไม่ใช่งู ใครเอามาให้ ให้รับไว้ มันไม่กัด แต่เวลาเลือกให้เลือกรังสิมา กกต. ก็ให้ดิฉันลบเทปที่โฆษณาบอกว่าดิฉันไปยุยงส่งเสริม ให้ประชาชนรับเงินมันผิดกฎหมาย ดิฉันก็งง เพราะดิฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มันซื้อกันเยอะ แล้วพอเสร็จแล้วไปแจ้ง กกต. ก็บอกว่าไม่มีบุคลากร มีแค่ ๒ คนจับไม่ทัน เพราะมันซื้อกันเยอะ เพราะฉะนั้น ๑๘ ล้านกว่าบาท ดิฉันเสียดายมาก ท่านต้องไปคิดใหม่แล้วว่าจะทำอย่างไรว่า การเลือกตั้งจะให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดิฉันมองแล้วมันไม่ยุติธรรมเลย ยิ่งเลือกไปเท่าไรก็ยิ่งแย่ เข้าไปทุกที ๆ แล้วการเลือกตั้งต่อไปนี้มันเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อเงินซื้อได้ ต่อไปประเทศดิฉันคิดว่าการเมืองมันไม่ใช่แค่นี้แล้ว ก็เอาเงินซื้อกันเข้าไป คนดี ๆ ก็ไม่มี โอกาสเข้ามา ดิฉันจึงอยากจะเรียนว่าท่านต้องไปหาความคิดใหม่ แนวคิดใหม่ว่าจะทำ อย่างไรงบประมาณถึงได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เอาไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

อีกประการหนึ่ง โครงการโรงเรียนประชาธิปไตย แต่อันนี้ท่านยังบอกว่า ท่านยังไม่ทำ แต่ดิฉันก็อยากจะฝากไว้อีกเช่นกัน ให้ไปหาเสียงในโรงเรียนได้ พอดิฉันไปวันนี้ ครูก็บอกว่าพรุ่งนี้ให้มาแจกหน้าประตู พอดิฉันไปหน้าประตูครูก็พาเด็กนักเรียนหนีออก หลังประตู ดิฉันก็เลยมามองว่าโรงเรียนประชาธิปไตยท่านก็ต้องให้ครูอย่างน้อยรู้เรื่อง ประชาธิปไตยก่อน ไม่ใช่เชียร์ใครคนนี้เข้าได้ พอไม่เชียร์คนนี้ คนนี้เข้าไม่ได้ อันนี้มันไม่ใช่ ประชาธิปไตยแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่างบประมาณถ้าโครงการโรงเรียน ประชาธิปไตย อย่างน้อยท่านต้องอบรมครูทุกโรงเรียนในประเทศไทยให้มีความรู้ ประชาธิปไตยให้ดี เพื่อที่จะได้ไปสอนนักเรียน หรือว่าให้นักการเมืองเข้าไปหาเสียงให้ได้ เหมือนกันเท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง แต่เขาไม่เข้า ถ้าพรรคไหนไม่เข้าก็เป็นเรื่องของเขา แต่คุณต้องเปิดให้ทุกคนที่เขาจะเข้า ให้เขาเข้าไปหาเสียงกับเด็กได้ ไม่ใช่ว่าหลอกวันนี้ไป พรุ่งนี้ให้มาใหม่ แต่มาใหม่แล้วจับเด็กหนีอย่างนี้ไม่ใช่ค่ะ ไม่อย่างนั้นงบประมาณก็ใช้ไม่เกิด ประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากท่านเลขาธิการว่าเงินงบประมาณเป็นเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชน ท่านต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ ฝากขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรังสิมาครับ ท่านต่อไปนะครับ ท่านจิรายุครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ผู้แทนของประชาชนครับ ขอบคุณพี่รังสิมา รอดรัศมี ตอนแรกผมนึกว่าอยู่พรรคเดียวกับผม เพราะว่าพูดด่ารัฐบาลตลอดว่ามีการโกง โกง โกง ขอบคุณครับ จริง ๆ แล้วน่าจะย้ายมาอยู่ พรรคพวกผมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉันประท้วงค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ต้องกราบเรียนท่านจิรายุนะคะ ดิฉันไม่ได้บอกว่ารัฐบาลโกง โกง โกง คือทุกพรรคที่มาลงสมัครแข่งกับดิฉันที่ซื้อเสียงมันโกงทั้งนั้นแหละ จะเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้านก็เหมือนกัน ท่านอย่าบอกว่าพรรครัฐบาลโกง พรรครัฐบาลซื้อเสียง พรรคอื่น ก็ซื้อเสียง พรรคทางฝ่ายค้านก็ซื้อเสียงเช่นกัน ขอบคุณค่ะ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

พอให้คึกคัก ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจิรายุอย่าไปเอ่ย ถึงใคร เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ฟังมาตลอดทั้งวันนะครับ ตั้งทอป พิก (Top pic) หรือว่ากระทู้ในโลกโซเชียล (Social) ไว้เยอะ พี่น้องประชาชนก็ส่งเข้ามากันเยอะ ผมไม่แน่ใจว่าท่านประธานใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) หรือไม่ ใช้อินสตาแกรม (Instagram) หรือไม่ แต่เชื่อว่าท่านประธานคงจะทันสมัยแล้วเพราะว่า ผู้ช่วยของท่านคงจะแนะนำเยอะ ที่ผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ เพราะว่า ๒๐ ปีที่แล้ว สมัยผมหนุ่ม ๆ ไม่มีหรอกครับ โลกแบบนี้ เพิ่งมามีไม่กี่ปีนี้ ท่านประธานครับ ถ้ามี ถ้าผมรู้ ก่อนเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วป่านนี้ผมรวยแล้ว ผมกำลังจะพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่ท่านได้ กรุณาเข้ามา ผมไม่พูดถึงพี่ ๆ ที่อยู่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมัยที่แล้ว ผมเป็นผู้แทนราษฎรก็ฟังท่านรายงานหลากหลายเรื่อง มันก็คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับต่าง ๆ ที่เรารู้กันนี่นะครับ สังคมด้านนอกเขามองกันอยู่ว่าตกลงแล้ว ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีหรือไม่ ยังถกเถียงกันอยู่มากมาย บ้างก็บอกว่า ทำอะไรคนเรามันต้องมียุทธศาสตร์ บ้างก็บอกว่าไม่จำเป็นหรอก คืนนี้จะตั้งใจฝัน ยังไม่ถึง ๒๐ ปีข้างหน้าเลย แล้วเราจะรู้หรือว่าข้างหน้า ๒๐ ปีนั้นมันจะมีอะไร แล้วก็แก้ยาก ที่สำคัญ ผมบอกเลยว่าการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติรวมไปทั้งแผนการปฏิรูป สังคมไม่เข้าใจครับ พี่น้องประชาชนที่ดูอยู่แล้วบอกว่าประเทศหรือบริษัทต้องมียุทธศาสตร์ อันนี้ถูกต้องครับ แต่ว่าประเทศชาติถ้าเกิดท่านจะเดินทางไปจนถึง ๒๐ ปีข้างหน้า แสดงว่าคนเขียนยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเป็นญาติกับนอสตราดามุส เพราะอะไรครับ รู้อนาคต ๒๐ ปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะว่าจากการศึกษาเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติของพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลากหลายพรรคที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ เห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้จริงหรอก เป็นเรื่องถ่วงเวลา เป็นเรื่องโกหก เป็นเรื่องหลอกลวง เป็นเรื่องของการถ่วงเวลาการสืบทอด อำนาจและเป็นทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ คือ ๕-๖ ปีที่ผ่านมานี้ถ้าไม่เกิดการปฏิรูปขึ้น หรือว่าไม่เกิดการเสนอแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติออกมาแบบนี้ คำว่า เขาอยากอยู่ยาว ใช้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมฟันธงเลยว่ายุทธศาสตร์ชาติที่ท่านเขียนมานี่ และท่านต้องมา รายงาน ๓ เดือนต่อครั้ง เหนื่อยทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครับ เพราะลงไปดูในแต่ละหัวข้อท่านประธานครับ เทคโนโลยีผ่านไป นี่จะเข้า ๕ จี (5G) แล้ว ๔.๐ ลองไปถามเด็กในโลกโซเชียล (Social) สิครับ เขาบอกลุง ลุงคิดอะไร ลุงอายุเท่าไร วันนี้ลุงอายุ ๖๕ ปี อีก ๒๐ ปี ๘๕ ปี แต่หามิได้คุณพ่อคุณแม่ผมก็อายุมากเช่นเดียวกัน ท่านให้ปัญญาได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องสมัยใหม่ท่านบอกว่าความรู้ท่านหยุดไปแล้วตั้งแต่ ๖๐ ปี ๗๐ ปี บอกได้แค่เพียงว่าน้ำร้อนมันไม่มีควันมันก็ร้อน ไฟจะดูดมันมองไม่เห็นไฟมันก็ดูด อย่างนี้ตักเตือนกันได้ แต่สาระที่ผมอยากจะลงเข้าไป หลายท่านก็บอกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ต้องมี ประเทศมาเลเซียเคยมี สมัยดอกเตอร์มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เพิ่งจบไปเมื่อปี ๒ ปีที่ผ่านมานี้เองประเทศมาเลเซียเขียนใหม่บอกว่าจะเป็นทีเอ็น ๕๐ (TN50) ก็คือปี ๒๐๕๐ แต่เขาไม่ได้ลงรายละเอียดเยอะแบบบ้านเรา เพราะรายละเอียด ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้กรุณานำกลับมาในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง ของการปฏิบัติงานทั้งสิ้นครับ ผมจะยกตัวอย่างอย่างนี้ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติที่เราได้พูดคุยกันนี้และพี่น้องประชาชนอย่าเคลิ้มตามบอกสมัยลุงตู่นี่ดี มียุทธศาสตร์ชาติ เอาเข้าจริง ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการเตรียมการจะสืบทอดอำนาจหรือไม่ วันนี้ท่าน สมประสงค์แล้วครับ ท่านเดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว ปกติซีกฝั่งรัฐบาลจะไม่ค่อยได้ยินที่จะมา ตำหนิติติงอะไรนี่นะครับ ก็หมายความว่าการปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติหลากหลายข้อ มันไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มันแค่เขียนจั่วหัวไว้เฉย ๆ ให้ประชาชนได้รู้ว่าฉันปฏิวัติมานี่ ฉันมีอะไรแล้วนะ ฉันทำแล้วนะ แต่ลองดู ๕ ปีครับ ด้านการเมืองเป้าหมายคือบอกว่า ให้ประชาธิปไตย ประชาชนมีส่วนร่วม ยอมรับความเห็นต่าง อะไรละครับ พรรคการเมืองบางพรรคจัดงานเลี้ยง ออกโทรทัศน์ เห็นกันเป็นที่สาธารณะ วันนี้เป็นอย่างไร ตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราวซึ่งสังคมคลางแคลงใจอยู่เยอะเลย ทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องต่อมา ท่านบอกว่าการบริหารราชการแผ่นดินคือเป้าหมาย โครงสร้าง กะทัดรัด จริยธรรม รัฐราชการยังเป็นอยู่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อช่วงเที่ยง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภามาบอกผมบอกว่า ท่าน ส.ส. มีคนมาร้องเรียน ผมก็ถามกลับไปว่า เป็นพี่น้องชาวคลองสามวาบ้านผมหรือไม่ เขาบอกไม่ใช่ เป็นคนพระโขนง ผมไม่รู้หรอก ผู้แทนพระโขนงอยู่พรรคไหน แต่ทำไมต้องมาหาจิรายุ ห่วงทรัพย์ เขามาบอกว่าเขาไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ถูกโกง และเกี่ยวข้องกับท่านประธานโดยตรงด้วย แต่ท่านประธานไม่ได้โกง หรอกครับ ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดินที่อยู่ตรงบางจาก ตรงพระโขนง ท่านประธาน เซ็นในนามของนายกรัฐมนตรีบอกว่าให้กรมที่ดินไปดำเนินการ อันนั้นเป็นเรื่องของ ที่พระโขนง เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารไปให้ท่านประธาน ความหมายก็คือว่าวันนี้พี่น้อง ประชาชนปกติเขามารัฐสภาเขาต้องมาหาคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็ยังตั้งกันไม่ได้ แต่แปลกหรือไม่ ท่านประธานครับ รัฐบาลก็ยังไม่ได้ทำงาน ทำงานมา ๕-๖ ปี คนควรจะไปร้องกับ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี แต่มาร้องกับฝ่ายค้านอย่างพวกผม เกิดอะไรขึ้นครับ ในการพัฒนาด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ก็หมายความว่าเขาไม่มั่นใจเลยว่าไปร้องกับ ผู้นำประเทศในขณะนี้ที่ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้รับการแก้ไข วันดีคืนดีเขาบอกที่ดินของเขา ๒-๓ ไร่อยู่ริมน้ำ มีโฉนด ถูกต้องเรียบร้อย บริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งไปยึดเขา ก็มาร้องอยู่หน้ารัฐสภา เมื่อตอนกลางวัน ท่านประธานครับ ควรจะร้องกับรัฐบาลครับ

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูจากรายงานเล่มนี้คาดว่าน่าจะ ราคาหลายร้อยล้านบาทอยู่ เพราะว่าใช้เงินในการพัฒนาในการปฏิรูปประเทศ อ่านแล้ว ก็เวียนหัว พี่น้องในสภาก็ได้อภิปรายไปเยอะ ผมเจาะบางประเด็นที่พี่น้องประชาชน ต้องติดตาม ถ้าชอบกดไลค์ (Like) ถ้าใช่กดแชร์ (Share) ความคืบหน้าระดับประชาชน ในนี้เขียนว่าอย่างไร คุณภาพชีวิตดีขึ้น สภาพแวดล้อมเหมาะสม ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายเท่าเทียมกัน พี่น้องที่ชมโทรทัศน์อยู่ถ้าใช่ช่วยกันเชียร์ แต่ถ้าไม่ใช่ช่วยโห่ เสียงดังให้ฟังถึงสภาหน่อยเถอะครับ เสียงโห่ดังหรือไม่ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าอะไร ปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น ค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เป็นอย่างไร ลุกลามตั้งแต่เชียงใหม่ พี่น้องผม ผู้แทนต้องลงไปในพื้นที่ พรรคเพื่อไทยเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา หน่วยงานราชการใช้เครื่อง ดับเพลิงฉีดน้ำขึ้นบนฟ้ากลางกรุงเทพมหานคร คิดได้นะ ท่านประธานครับ คนธรรมดาคิดไม่ได้ เพราะอะไร เพราะไม่ได้รับการปฏิรูปในด้านของระดับประชาชนในเรื่องของคุณภาพชีวิต อย่างเป็นระบบ

ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ภาครัฐ ผมถามพี่น้องประชาชน ที่ท่านฟังอยู่ในขณะนี้ การพัฒนาภาครัฐ เวลาท่านไปติดต่อหน่วยงานราชการ ท่านประธาน ทราบหรือไม่ว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้มีคนเอาวรนุชไปปล่อยอยู่ที่สำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง ผมขอถอนคำว่า วรนุช ผมไม่รู้จะเรียกอย่างไร เขาเรียกว่าอย่างไร ตัวเงินตัวทอง เอาไป ปล่อยอยู่ที่สำนักงานที่ดินเขตพระโขนง หมายความว่าอะไร แสดงว่าพึ่งอะไรไม่ได้แล้ว ต้องพึ่งตัวนั้น หมายความว่าประชาชนกำลังจะบอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไหนละท่านบอกปฏิรูป ไหนละท่านแก้ไขปัญหาสังคม ไหนละท่านแก้ไขระบบราชการตามข้อกำหนดที่ท่านได้ปฏิรูป ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โอ้โฮ กรี๊ดกร๊าด ลองเข้าไปดูในยูทูบ (YouTube) คนกดไลค์ (Like) เยอะเลย แชร์ (Share) ก็เยอะ ผมนี่รู้สึก หงุดหงิดเวลาเขาบอกว่าปล่อยวรนุช เพราะว่าเพื่อนหลายคนชื่อนั้น เปลี่ยนชื่อเป็นวรนัสก็หลายคนแล้ว หมายความว่าภาครัฐ โครงสร้างที่ท่านบอกว่าทันสมัย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ ถามแล้วถามอีก ตื่นเช้ามา ท่านโฆษกพรรคผม คุณลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ถาม ขอเปิดเผยชื่อคณะกรรมการเลือก ส.ว. หน่อยได้หรือไม่ แบะ แบะ แบะ ตอบไม่ได้ แล้วอย่างไร นี่หรือการปฏิรูป นี่หรือ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ขออะไรก็ยากครับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร มีก็ขอยากเช่นเดียวกัน แล้วอย่างนี้หรือครับที่จะไม่ให้ผมพูดคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติมันเป็นเรื่องโกหก เรื่องหลอกลวง ประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเรื่องแรงงานการขับเคลื่อนที่เรียกว่า ควิกวิน (Quick Win) แปลว่าอะไรครับ เร็ว ๆ ข้าง ๆ คือท่านประธานครับ อย่าไปใช้ระบบ พวกภาษาอังกฤษมาอยู่ในระบบพวกนี้ นี่เราประเทศไทย สภาไทยครับ เดี๋ยวจะต้องพูดแบบ เทค อะเบาต์ เฮดโฟน อัป ดาวน์ (Take about headphone up down) มันลำบาก พูดยากภาษาอังกฤษเดี๋ยวคนฟังเขาแปลผิด เขาก็เอา เฮดโฟน (Headphone) ไปขว้างใส่ ไม่ได้ ท่านประธานครับ รายงานการขับเคลื่อนเรื่องการเมือง เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็อภิปรายไปแล้วว่าโรงเรียนประชาธิปไตยที่ท่านใส่เข้าไปตกลงมันอยู่ที่ไหน ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่านบอกว่ากำลังทำ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้านกฎหมายที่ท่านเขียนอยู่ในรายงานนี้ ปรากฏว่าได้มีการลดการเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมจริง ๆ ครับ เพราะท่านได้กรุณา ใช้มาตรา ๔๔ ยกเลิกเหมืองแร่ เหมืองทอง ที่ประเทศออสเตรเลียกำลังจะฟ้องไทย ซึ่งผมหาไม่ได้ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ในสังคมประเทศไทยบอกว่า พวกเราเดี๋ยวเรา จะพร้อมใจกันช่วยเก็บเงินนะใช้หนี้หากบริษัทธุรกิจของประเทศออสเตรเลียเขาฟ้องร้องชนะ เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ท่านประธานก็ต้องเตรียมสตางค์ไว้นะ เพราะท่านประธาน ก็เสียภาษีคนหนึ่งเหมือนกัน ผมจึงถามท่านประธานที่เคารพว่ากฎหมายที่ท่านว่านี้คืออะไร หลายท่านก็มาบอกว่าเดี๋ยวต้องโดนปรับทัศนคติอีกหรือไม่ หลายท่านพรรคร่วมรัฐบาล บางพรรคไม่สมหวังก็มาบ่นให้ได้ยิน บ่นว่าอย่างไรรู้หรือไม่ ท่านประธานครับ เดี๋ยวรอก่อน รอมันหมดมาตรา ๔๔ ก่อน ไม่ได้พวกผมพูดนะ ท่านประธานครับ นี่พรรคร่วมรัฐบาล บางคนพูด ท่านประธานเคยฟังเพลง สมหวังนะครับ สมหวังนะครับก็มีความสุข พอไม่สมหวังก็เริ่มมีความทุกข์อย่างไรครับ ฟาดหัว ฟาดหาง ท่านประธานที่เคารพ นี่คือวิธีการแก้ไขปัญหาตามรูปแบบการปฏิรูปหรือครับ ๒๐ ปีข้างหน้าลูกผมยังเล็กครับ ๑๐ ขวบ ๒๐ ปี อายุ ๓๐ ปี ผมก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะเลิกใช้พลังงาน น้ำมันหรือไม่ หรืออนาคตอาจจะไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าแล้วด้วย ใช้ถ่านหินก้อนเดียว เหมือนใส่ถ่านรถแบตเตอรี่วิ่งได้ทั้งวัน แล้วอย่างไรครับ ถึงเวลารัฐบาลใหม่จะมาแก้ไข ทำไม่ได้ คุณต้องทำแบบที่ลุง ๆ ป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ เขาเขียนไว้

สาระสำคัญต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของเศรษฐกิจ จัดตั้ง สำนักงานแก้ความยากจน แจกบัตรคนจนกันเป็นว่าเล่น มีข่าวออกมาบอกว่าอะไรรัฐ ๆ นะ พลังอะไรรัฐ ๆ จะแจกบัตรคนจนอีกแล้ว ท่านประธานครับ แล้วอย่างไรครับ แก้จนได้ คนจนเมืองไทยวันนี้ท่านประธานไปดูเถอะครับ ไม่มีล้มสักกะคนหนึ่ง เพราะอะไรรู้หรือไม่ครับ ความจนมันค้ำหลังอยู่ ล้มไม่ได้ ล้มไปเดี๋ยวจนหนัก เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานครับ ท่านไปแจกเงินเขาเท่าไรก็แล้วแต่ เขาบอกรับเงินสุนัขกาพรรคเพื่อไทย เหมือนที่ท่านรังสิมา พูดเมื่อสักครู่นี้ คล้าย ๆ กันครับ แต่พวกผมไปบอก โอ๊ย รับเงินสุนัขกาพรรคเพื่อไทย นั่นพรรคประชาธิปัตย์พูด เรื่องอ้างว่าทรัพยากรธรรมชาติได้พัฒนาแล้วปลอดขยะ ปลอดโฟม ท่านประธานไปเดินศูนย์ราชการนี่เลยครับ ผมไปบ่อย ร้านไหนที่ใช้ใบตองบ้าง ข้าราชการ คนไหนห่อใบตองมากินบ้าง หิ้วปิ่นโต ๓ เถามากินบ้าง ท่านประธานถามจริง ๆ เถอะ ถ้าผมเป็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา ๔๔ ผมจะออกกฎหมายให้เอาปิ่นโต มากินข้าวที่ทำงาน ด้วยข้าราชการทั้งหลายที่นั่งอยู่นี่นึกภาพท่านประธานครับ เดินแล้วก็หิ้ว ปิ่นโตเหมือนสมัยก่อน อย่างนี้สิถือว่าตั้งใจในการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ เพราะท่านมีแต่เรื่องโกหกพกลม ท่านบอกว่าปลอดโฟม ปลอดขยะ โอ้โฮ ความเป็นจริง ของชีวิตมันอย่างที่เห็น ท่านประธานครับ

เรื่องต่อมาครับ เรื่องของสังคมท่านบอกว่าปลูกต้นไม้ ทำโน้น ทำนี่ ก็เห็นบ้าง ไม่ว่ากัน ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ในอินสตาแกรม (Instagram) ผม ท่านประธานครับ ในทวิตเตอร์ (Twitter) ตั้งข้อมูลกันมาเยอะ บอกว่ารัฐบาลจะปฏิรูปประเทศด้วยการ วางแผนยุทธศาสตร์ชาติ รณรงค์ ต่อต้านคอร์รัปชันจะเหลือน้อยที่สุด เราจะอยู่ ๑ ใน ๒๐ ประเทศชั้นนำของโลก ละเมอหรือเปล่าท่านประธาน คนเขียนผมไม่อยากจะไปพูดแล้วกันว่า มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในสังคม แต่ผมเชื่อว่าท่านประธานที่เคารพ และพี่น้องประชาชนที่ฟังผม อยู่นี้เข้าใจ ไหนบอกว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน แล้วที่ผ่านมาว่าอย่างไร เห็นกันมาทั้งนั้นไม่ใช่ฝ่ายค้านเพิ่งมาพูด สังคมเขาพูดกันมานานแล้ว แล้วนี่หรือครับ ท่านประธานครับ คือแผนยุทธศาสตร์ชาติ ปรากฏว่าเมื่อลงไปดูรายละเอียดหลากหลาย เหลือเกินเห็นแล้วน่าปวดตับ เรื่องของเศรษฐกิจเป้าหมายลดการเหลื่อมล้ำ อันนี้ไม่แน่ใจ เจ้าของธุรกิจใหญ่ ๆ รวยกระจุก จนกระจาย ผมเชื่อว่าพี่น้องที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลก็จุกคอ จิรายุขึ้นอภิปรายก็ไม่กล้าประท้วง เพราะไปตลาดร้านช่องที่ไหนอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าท่านไปถามแม่ค้าตลาดครับ แล้วท่านกล้าพูดดัง ๆ เลยมาจากพรรคซีกรัฐบาลนำโดย พลเอก ประยุทธ์ เขาจะไม่บอกท่านหรอก เขาบอกขายดีจ๊ะ แต่ถ้าท่านบอกว่ามาจาก พรรคเพื่อไทย ชาวบ้านบอก โอ้โฮ ท่าน ส.ส. มันจะตายกันทั้งประเทศแล้ว ถ้าบอกว่ามาจาก พรรคเสรีรวมไทย พรรคอนาคตใหม่ ตอบเหมือนกันหมด นี่แสดงว่าเราไม่ยอมรับความจริง ของประเทศนี้ว่า ตกลงแล้วเศรษฐกิจมันดีจริงไหม หรือมันรวยกระจุก จนกระจาย นอกจากนี้ หลากหลายเรื่องราวที่สังคมเห็นต่างว่าตกลงแล้วการปฏิรูปที่ท่านว่า มันเป็นคำ ที่สรรค์สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ผมบอกพี่น้องประชาชนเลย ท่านต้องแจกคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ให้ชัด ยุทธศาสตร์ชาติเพิ่งเริ่มมาตั้งเมื่อรัฐบาลชุดที่ผ่านมานี่แล้ว ผมว่าประเทศนี้ไม่ต้อง เกิดมาเป็นประเทศหรอกครับ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ท่านก็รู้มันมีมานานแล้ว มันเกิดขึ้นมาไม่รู้จะกี่ปีแล้วตั้งแต่มีประเทศไทย ตั้งแต่ มีระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นอยู่ดี ๆ ท่านมาพูดเรื่องยุทธศาสตร์ชาติแล้วท่านก็เสียเวลา ๓ เดือนต้องมานั่ง ไม่มีปัญหา ท่านประธานครับ พวกผมก็พร้อมที่จะอภิปรายได้ แต่ผมอยากจะบอกท่านว่า การที่มียุทธศาสตร์ชาติซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลยที่ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ท่านเขียนแบบคลุมเครือแบบนี้ ไม่ใช่ท่านบอกยุทธศาสตร์ชาติแล้วท่านบอกจิรายุ มันอภิปรายไม่ได้ ประเทศมันต้องมีเป้าหมาย ถูกครับ ทำอะไรก็แล้วแต่มันต้องมีเป้าหมาย โตมาเราก็มีเป้าหมาย เราอยากจะเล่นฟุตบอล เราอยากจะโตเท่านั้นเท่านี้ เรากินนมเยอะ เท่านั้น เป้าหมายมีหมดครับ แต่ยุทธศาสตร์ชาติที่ท่านเขียน ท่านเคยถามพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าประเทศไทยจะเดินทางไปทางไหน เหมือนเราไปแข่งกับกีฬาที่ฝรั่งเขาแข่ง เราอย่างไรก็ไม่ชนะหรอกครับ แตะฟุตบอลโดนมา ๑๓ ต่อ ๐ เราอย่าไปแข่งกับเขาแบบนั้น จะไปทำหนัง ทำแบบ โอ้โฮ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ก็ทำไม่ได้ มันต้องทำหนังคอมเมดี (Comedy) แบบหนังรักน่ารัก ๆ ไทยถึงขายได้ครับ แต่ยิ่งยุทธศาสตร์ชาติท่านเขียนนี้ ท่านประธานที่เคารพฝากไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ที่ท่านเป็นคนร่างเลยครับ ท่านต้องรีบแก้ไข รัฐธรรมนูญโดยบัดดล รีบแก้ไขรัฐธรรมนูญในข้อนี้ครับ ยุทธศาสตร์ชาติท่านตั้งไว้ แต่ไม่ได้ หมายความว่าท่านล็อกกุญแจ แล้วโยนกุญแจทิ้งมหาสมุทร แก้ไม่ได้ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง สุดท้ายปลายทางผมจะบอกท่านประธานอย่างนี้ว่า การเขียนโดยคนที่สังคมบอกว่าท่านอายุมาก ผมบอกตั้งแต่ต้นเลยว่าอายุมากไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาของท่านแค่อาจจะเคลื่อนไหวช้า เดินไม่ถนัด รับตำแหน่งยังไม่เหมาะ แต่ปัญญาของผู้หลักผู้ใหญ่อันนี้ใช้ได้ แต่ในกระบวนการ คิดของพวกท่าน ผมมองเลยว่ามันเป็นเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ เผด็จการแบบเบ็ดเสร็จก็คือ ท่านเขียนแล้วท่านก็ไปเข้า สนช. พวกท่าน แล้วท่านก็ไปรายงาน ครม. พวกท่าน ถามท่าน ที่นั่งอยู่ข้างบนนั่นละครับ มีสักแอะบ้างหรือไม่ นิด ๆ หน่อย พอกษัยเส้นให้มันเป็นองค์พิธี สุดท้ายก็ผ่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนเลยครับ ท่านไปเคลิ้ม กับคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ฟังไม่ครบถ้วนแล้วเขามาบอกว่ามันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ไม่รอดครับ เดชะบุญท่านได้รัฐบาลชุดของ พลเอก ประยุทธ์มา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ผมเห็นเวลาอยู่แล้ว ท่านประธานครับ มันเหมือนกับกำลังจะลงรันเวย์ (Runway) ท่านประธานเบรกปุ๊บมันจะ เหินขึ้นต่อ แป๊บเดียวท่านประธานครับ กำลังจะแลนดิง (Landing)

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ ๑ นาทีนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานนิดเดียว เวลาท่านประธานพูดเสียงท่านประธานเบามาก ท่านประธาน เป็นคนเสียงหล่อ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ ๑ นาทีครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปิด ไมโครโฟนท่านประธานดังอีกนิดหนึ่งครับ สุดท้ายปลายผมจะบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี พี่น้องประชาชนอย่าเคลิ้มตามนะครับ รัฐบาลชุดต่อไปเข้ามาทำเป็นเพราะว่าพวกท่าน ร่างกันมา และท่านนึกภาพดูอนาคตครับ ถ้าเป็นรัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้งเขาเข้ามาแก้ ไม่ได้ หมายความว่าเราต้องทำตามที่ลุงเขียนไว้นี่นะครับ ถ้าผมเป็นนักธุรกิจพี่น้องประชาชน ทั่วโลกไม่มาลงทุนในประเทศไทยครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอให้ยกเลิก ยุทธศาสตร์ชาติการปฏิรูปโดยเร่งด่วนทันทีครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือนายชัยชนะ เดชเดโช นะครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานนะวิป (Whip) ร่วมฝ่ายรัฐบาลค่ะ พอดีว่าได้ส่งหนังสือว่า ท่านชัยชนะได้ขอถอนการอภิปรายไว้คะท่าน ขอบพระคุณท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กราบขออภัยด้วยครับ ท่านได้ถอนแล้ว ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของสภาแห่งนี้ไม่นานนะครับ ด้วยข้อสังเกตรายงานการปฏิรูปประเทศนะครับ ผมกราบเรียนว่าในสาระสำคัญ ของมาตรา ๒๗๐ นั้น ระบุว่าให้ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงาน การปฏิรูปประเทศชาติของเราตามหมวด ๑๖ แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในหมวด ๑๖ นั้น มีมาตราที่สำคัญที่ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตอยู่ ๓ มาตราด้วยกันครับ มาตรา ๒๕๘ ได้ระบุชัดว่าในการปฏิรูปครั้งนี้ให้ปฏิรูปบรรลุเป้าหมาย อย่างน้อย ๓ เรื่องด้วยกันก็คือ ๑. ให้ประเทศชาติมีความสงบ เรียบร้อย ๒. ให้สังคมสงบสุข และ ๓. ให้ประชาชนมีความสุข ผมได้ตรวจสอบการรายงานของท่านเลขาธิการก็ไม่ปรากฏ ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า ในการปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อยอย่างไร การปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้สังคมสงบสุขอย่างไร การปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้ประชาชนมีความสุข อย่างไร เหตุที่สำคัญที่สุดเพราะว่าในแผนการรายงานนั้นไม่มีตัวบ่งชี้ถึงความคืบหน้า ไม่มีตัวบ่งชี้ถึงผลสำเร็จที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๕๗ เหมือนที่ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กราบเรียนเป็นเบื้องต้น ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ผมคิดว่าถ้าเกิด ให้รายงานชิ้นนี้มีความสมบูรณ์ ท่านจะต้องเติมช่องผลสัมฤทธิ์หรือข้อชี้วัดไปให้พวกเราได้ เห็นถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปครั้งนี้ว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญที่สุดที่ผมติดใจมาก ๆ ในมาตรา ๒๕๘ นั้น ได้มีบทบัญญัติที่มีความสำคัญว่าในการปฏิรูปนั้นจะต้องครอบคลุม อย่างน้อยด้านต่อไปนี้ การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปราชการแผ่นดิน การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปกฎหมาย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูป ด้านอื่นๆ คำว่า ด้านอื่น ๆ ผมเข้าใจได้นะครับ เพราะขณะนั้นคงคิดไม่หมดว่าจะปฏิรูปอะไรบ้าง ก็เปิดช่องว่างไว้ว่าปฏิรูปด้านอื่น ๆ แต่สิ่งที่ผมติดใจมากที่สุดเมื่อดูรายงานแล้ว เรื่องการศึกษาครับ ซึ่งเป็นหลักการปฏิรูปที่สำคัญในข้อ จ ข้อ ๕ ว่าต้องมีการปฏิรูป การศึกษา แต่ในสาระที่รายงานในครั้งนี้ไม่พูดถึงการศึกษาอย่างชัดเจน เพียงแต่แตะนิดหนึ่ง ในแผนการเมืองว่าโรงเรียนประชาธิปไตย ซึ่งถ้าดูเนื้อหาสาระแล้วผมคิดว่าค่อนข้างจะแย่ หน่อยหนึ่งครับ เนื่องมาจากว่าทั้งเรื่องของแผน ทั้งเรื่องกิจกรรมโครงการ สาระสำคัญ และสถานะมันไม่ไปด้วยกัน และที่ผมไม่สบายใจก็คือเรื่องฐานะบอกว่าที่ยังไม่มีการปฏิรูป โรงเรียนประชาธิปไตย เนื่องมาจากว่าทางรัฐสภาไม่ได้ปรับปรุงเรื่องวัฒนธรรม ผมคิดว่า ถ้าเราทำอย่างนี้มันหมดความหวัง สิ้นหวังในเรื่องของการปฏิรูปประเทศชาติอย่างแน่นอน แม้แต่เรื่องนิด ๆ เรื่องการปฏิรูปโรงเรียนประชาธิปไตยท่านยังหวังว่าต้องให้สภากำหนด กฎเกณฑ์ก่อน ถ้าอย่างนี้กระทรวงศึกษาธิการจะทำอะไร เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ ๆ กว่านี้จะทำได้อย่างไรครับ แน่นอนที่สุดครับ ในเรื่องของการศึกษา ในบทบัญญัติ มาตรา ๒๖๑ ได้บอกว่าให้คณะรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อที่จะ ทำการปฏิรูปการศึกษา แล้วก็ตั้งให้เสร็จภายใน ๖๐ วัน หลังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้บังคับใช้ และคณะกรรมการอิสระต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี หลังจากที่ได้รับ มอบหมาย วันนี้เลย ๒ ปี แล้วเรื่องการศึกษาเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดท่านยังไม่ปรากฏ รายงานในชิ้นนี้แม้แต่นิดเดียว ตรงนี้ละครับ ที่ผมกราบเรียนว่าแทบจะสิ้นหวัง เพราะว่า การปฏิรูปประเทศชาติเรื่องที่สำคัญที่สุดท่านประธานครับ ก็คือการปฏิรูปเรื่องการศึกษา การศึกษาสร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ ถ้าท่านละเลยการปฏิรูปคน การปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปทรัพยากรมนุษย์ ผมกราบเรียนว่าท่านจะปฏิรูปด้านอื่น ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน ไม่ประสบ ความสำเร็จอย่างแน่นอน ก็ได้เรียนท่านประธานผ่านท่านเลขาธิการเพื่อเป็นข้อสังเกตว่า เรื่องการศึกษานั้นเป็นหัวใจที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ถ้าท่านปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญถึงการปฏิรูปการศึกษา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าประเทศชาติ สิ้นหวังจริง ๆ ไม่ทราบจะร้องเพลงอะไร เรื่องการศึกษาเป็นหัวใจทุกคนก็รู้ครับ แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ละเลยที่จะปฏิรูปการศึกษาให้เป็นจริง และผมกราบเรียนว่า จริง ๆ มันก็นิดหนึ่งที่คณะกรรมการอิสระชุดนี้ได้ปฏิรูปการศึกษาและทราบว่าไม่ผ่านมติ ครม. เพราะว่าปฏิรูปในสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของการศึกษาชาติ ปฏิรูปไม่สอดคล้องกับ ความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปลดความสำคัญ ลดวิชาชีพครู ซึ่งตามกฎหมายศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ปรับปรุง ปี ๒๕๕๐ ได้ให้ความสำคัญวิชาชีพครู ให้ครูนั้นเป็นวิชาชีพชั้นสูง แต่ในที่สุดคณะกรรมการชุดนี้ลดความสำคัญ ไม่ให้มีใบประกอบ วิชาชีพ นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนครูทั้งประเทศท้อใจครับ น้อยใจมากว่าชุดนี้คิดได้อย่างไร แล้วมิหนำซ้ำท่านประธานครับ ยังลดความสำคัญของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จากผู้อำนวยการเหลือครูใหญ่เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าการปฏิรูปประเทศชาติถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ ไม่ได้คืบหน้าต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ ฝากผ่านท่านประธานไปด้วยว่าการศึกษานั้น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ มีความจำเป็นมาก ปัญจปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูป ๕ ด้าน ที่รัฐบาลชุดเก่าเขาทำ ผมคิดว่าเป็นหลักสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา แต่ว่าคณะกรรมการ ชุดนี้ปล่อยปละละเลย ไม่หยิบยกสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ก็กราบเรียนประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านประกอบครับ ท่านต่อไปคือนางสาวพรรณิการ์ วานิช เชิญเลยครับ

นางสาวพรรณิการ์ วานิช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตสื่อมวลชนนะคะ วันนี้หลายท่านที่ได้อภิปรายกันมาก่อนหน้านี้พูดถึงการปฏิรูป ในหลาย ๆ ด้านมีการแตะเรื่องของการปฏิรูปสื่อเล็กน้อย แต่ว่ายังไม่มีใครพูดถึง อย่างจริงจังนะคะ ทั้งที่ในแผนการปฏิรูป เรื่องของการปฏิรูปสื่อเป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้รับ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างค่อนข้างกว้างขวาง และต้องยอมรับว่าการปฏิรูปสื่อเป็นกลไกสำคัญ นำไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมากขึ้น การตรวจสอบถ่วงดุลภาครัฐที่เข้มข้นขึ้นนะคะ ในการปฏิรูปแน่นอนว่าอะไรปฏิรูปแล้วคืบหน้าเราย่อมยินดี แต่สำหรับแผนการปฏิรูปสื่อ ในครั้งนี้ ดิฉันเห็นว่าน่ายินดีที่มันไม่คืบหน้า เนื่องจากแผนการปฏิรูปสื่อบอกว่าเป็นแนวทาง ปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าประชารัฐในที่นี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ อาจจะเพราะพรรคดิฉันชื่อไม่ได้คล้าย ๆ ประชารัฐนะคะ ก็พยายามจะตีความว่าปฏิรูปสื่อ แบบประชารัฐ ตกลงเป็นรัฐคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน หรือรัฐควบคุมประชาชน กันแน่ แนวทางปฏิรูปสื่อนี้มีหลักเกณฑ์กว้าง ๆ แนวทางเป้าหมายหลัก ๆ อยู่ ๒ ประการ ด้วยกัน ประการแรกก็คือเรื่องของการรณรงค์เรื่องการรู้เท่าทันสื่อ ประการที่ ๒ ก็คือ การกำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐานจริยธรรมสื่อ ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องฟังดูเผิน ๆ เป็นเรื่องที่ดี และจำเป็นที่จะต้องทำอย่างยิ่ง ดิฉันก็เห็นด้วยว่าเรื่องการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและการตั้ง มาตรฐานจริยธรรม จรรยาบรรณของสื่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องควรจะทำ แต่การทำทั้ง ๒ อย่างนี้ ตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งเดี๋ยวดิฉันจะได้พูดต่อไปว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่นั้น ดูแล้วไม่ได้ เป็นไปในทางประชารัฐที่จะส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่กลับเป็นการลิดรอน และคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรัฐเอง ทำไมถึงเป็นแบบนั้นตัวของกลไกสำคัญ ของการ ปฏิรูปสื่อหลัก ๆ แล้วก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อ ซึ่งตั้งเป้ากันไว้ว่าจะออกเป็นกฎหมายภายในปี ๒๕๖๑ น่ายินดีมากที่จนถึงขณะนี้ก็ยังติดอยู่ ที่ชั้นกฤษฎีกา ไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายได้ เพราะถูกคัดค้านอย่างหนัก จากทั้ง สื่อมวลชนเอง ประชาชน และภาคประชาสังคม ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กลไกสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือสภาวิชาชีพสื่อ ภายใต้หลักการที่ว่าสื่อต้องกำกับดูแลกันเองอันเป็นหลักสากลที่ได้รับ การยอมรับโดยทั่วไปว่าจะทำให้สื่อสามารถทำหน้าที่อย่างอิสระ เป็นกลาง ปราศจากการ แทรกแซงจากผู้ยึดกุมอำนาจรัฐ หรือว่าอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรคะ ในแผนปฏิรูปสื่อฉบับนี้ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อฉบับนี้กลับไม่ได้ ส่งเสริมหลักสื่อควบคุมกำกับกันเองเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือสภาวิชาชีพสื่อในบรรดา ๙ คน ประกอบด้วยอะไรบ้าง หลักการเหมือนจะดีค่ะ บอกว่ามาจากการเสนอของสมาคมสื่อ ๕ คน และกรรมการ ๕ คนนี้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิมาอีก ๔ คน ๔ คนนี้ก็คือผู้เชี่ยวชาญ ใน ๔ แขนง ซึ่งมีความจำเป็น สื่อสารมวลชน กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิ มนุษยชน แต่ดูตรงนี้ให้ดีนะคะ ๕ คนแรก คือตัวตั้งต้น ๕ คนแรกมาจากการเสนอของ สมาคมสื่อ ๕ คนนี้มาตั้ง อีก ๔ คนซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และยังไม่รู้ว่าจะคัดเลือกกันอย่างไร ๔ คนนี้ สภาวิชาชีพสื่อนี้เป็นกลไกที่จะทำหน้าที่เรียกว่าสื่อจะเกิด แก่ เจ็บ ตาย ขึ้นอยู่กับ สมาคมนี้ทั้งหมด มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง พิจารณารับจดแจ้งและเพิกถอนสมาชิกภาพขององค์กรวิชาชีพสื่อ นั่นก็คือจะเป็นสื่อต้องได้รับใบอนุญาต ใครอนุญาต ก็สภานี้ ใครถอน ก็สภานี้ ใครตรวจสอบ ออกกฎเกณฑ์ ก็คือสภานี้นะคะ การกำหนดมาตรฐานกลางของจริยธรรมสื่อมวลชนก็ใช้สภานี้ นอกจากนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมคณะหนึ่ง จำนวน ๗ คน พิจารณาเรื่องละเมิด จริยธรรมสื่อมวลชน ลงโทษทางปกครองได้ด้วยนะคะ ปรับเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ ต่อหนึ่งกรรม ก็คือความผิด ๑ ครั้ง ปรับได้ ๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดนี้มีต้นน้ำมาจากคณะกรรมการ สภาวิชาชีพ ๕ คนแรก ซึ่งจะตั้งอีก ๔ คนที่เหลือ รวมเป็น ๙ คน ก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา อะไร เป็นการกำกับควบคุมกันเอง เพราะว่ากำหนดไว้ว่า ๕ คนนี้มาจากสมาคมสื่อ แต่ละแขนงเป็นผู้เสนอชื่อ ๑๐ คน คัดเหลือ ๕ คน ปัญหามันเกิดขึ้นตรงนี้ค่ะท่าน บทเฉพาะกาลของร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่างกฎหมายส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อ กลับล็อกสเปก (Lock Spec) ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ กสทช. เป็น ๒ ใน ๕ กรรมการตั้งต้น ดิฉันขอถามท่านประธานว่าตกลงปลัดสำนักนายกกับเลขาธิการ กสทช. มีวิชาชีพสื่อหรือไม่ ทำไมจึงมีการ ล็อกสเปก (Lock Spec) ให้ ๒ ตำแหน่งนี้มานั่งอยู่ ในกรรมการสภาวิชาชีพสื่อ ซึ่งจะให้คุณให้โทษกับสื่อมวลชนทั้งประเทศ นี่คือตัวแทนจากรัฐ อย่างชัดเจนนะคะ ระดับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ กสทช. ท่านอาจจะบอกว่า ก็นี่เป็นแค่บทเฉพาะกาล เขาเป็นแค่วาระแรกวาระเดียว กรรมการชุดต่อไปก็เข้าเกณฑ์ ตามปกติก็คือสื่อเป็นผู้เสนอกันมาเอง ในความเป็นจริงเมื่อไปอ่านตัวร่างกฎหมายแล้ว กลับไม่ใช่เช่นนั้นสิค่ะ กลับกลายเป็นว่ากรรมการชุดแรกนี่ละคือต้นกำเนิดของข้อบังคับ กฎเกณฑ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่นใด ของกรรมการสภาวิชาชีพสื่อ รวมทั้งข้อบังคับว่าด้วยกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน มาตรการ ในการลงโทษ และข้อบังคับว่าด้วยการจดแจ้งและเพิกถอนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้งหมดนี้ จะกำหนดโดยสภาวิชาชีพซึ่งตั้งขึ้นมาจากบทเฉพาะกาล ซึ่งประกอบด้วยปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ กสทช. เข้าไปแล้ว ๒ คน และมีตัวแทนสื่ออีกเพียง ๓ คน แล้วไปคัดเลือกอีก ๔ คนที่เหลือ หมายความว่าสารตั้งต้นของสภาวิชาชีพสื่อคือรัฐ ตกลงนี่คือแนวทางปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐที่หมายถึง รัฐคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน หรือรัฐแทรกแซงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนกันแน่ นี่เป็นแผนปฏิรูปสื่อแบบที่ท่าน ต้องการจริงหรือ เรื่องของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดิฉันคงไม่ต้องชี้แจงให้มากความว่า มีความไม่เหมาะสมอย่างไร แต่ท่านอาจจะกังขากับเรื่องเลขาธิการ กสทช. ซึ่งดูแล้วก็เป็น องค์กรอิสระมีหน้าที่เกี่ยวกับสื่อ ทำไมถึงจะไม่เหมาะสมในการมาเป็นกรรมการชุดตั้งต้น ดิฉันก็ขอพาท่านย้อนอดีตไปสักนิดหนึ่งว่าผลงานของ กสทช. ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาภายใต้ คสช. นั้นเป็นอย่างไร เนื่องจากท่านจะต้องเข้าไปนั่งในกรรมการชุดนี้ด้วย จากการรวบรวม สถิติของไอลอว์ (iLaw) ตั้งแต่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ กสทช. ได้อาศัยหลักเกณฑ์ตามประกาศและคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็บันทึกข้อตกลงระหว่าง สื่อกับ กสทช. รวมถึงมาตรา ๓๗ ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการ มีการลงโทษสื่อไปแล้ว อย่างน้อย ๕๙ ครั้ง ถามว่าแล้วเป็นการลงโทษที่เหมาะสมหรือไม่ เอนเอียงทางการเมือง หรือไม่ ดิฉันจะไม่ขอตัดสิน แต่ว่าจะใช้สถิติพูดให้ท่านฟังว่าตกลงการตัดสินของ กสทช. ๕ ปี ที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร ปิดสื่อไหนไปบ้าง ดูสถิติที่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น สถานีที่ถูกลงโทษ มากที่สุด ๒๔ ครั้ง คือ วอยซ์ ทีวี (VoiceTV) รองลงมา พีซ ทีวี (PEACETV) ๑๔ ครั้ง รองลงมา ทีวี ๒๔ (TV24) ๓ ครั้ง ทีวีธรรมกาย โดนไป ๒ ครั้ง สปริงนิวส์ (SpringNews) โดนไป ๒ ครั้ง เนชั่น (Nation) ๑ ครั้ง ทีนิวส์ (TNEWS) ๑ ครั้ง ฟ้าวันใหม่ ๑ ครั้ง ดิฉันไม่ตัดสินว่านี่คือการกระทำ การตัดสินที่เป็นธรรมหรือเอนเอียงอย่างไรหรือไม่ เป็นสถิติ ที่เอามาแจ้งให้ท่านทราบในที่ประชุมเท่านั้นเอง นี่ก็คือ กสทช. ที่เลขาธิการจะเข้าไปนั่งเป็น หนึ่งในกรรมการสภาวิชาชีพสื่อ ซึ่งมีหน้าที่อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสิน รวมไปถึงตั้งคณะกรรมการจริยธรรมสื่อ ที่จะมีวาระต่อไปอีก ๔ ปีด้วย ตกลงนี่คือแนวทางปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐที่รัฐควบคุม ประชาชนถูกหรือเปล่าคะ ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจนะคะท่าน ที่ร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อ ถูกต่อต้านอย่างหนัก โดย ๓๐ สมาคมสื่อมวลชนรวมตัวกันออกแถลงการณ์ตั้งแต่ ๒๙ มกราคม ปี ๒๕๖๐ ต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ ให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้อยู่บนหลักการพื้นฐานด้านการคุ้มครองเสรีภาพสื่อ นั่นก็คือการกำกับดูแลกันเอง ซึ่งแผนปฏิรูปสื่อของท่าน ท่านก็บอกว่าจะให้กำกับดูแลกันเองนะคะ แต่ในความเป็นจริง กลับไม่ใช่ สมาคมสื่อ ๓๐ สมาคมบอกตรงกันว่านี่คือการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการทำหน้าที่ อย่างอิสระของสื่อมวลชน ถ้ายังชัดไม่พอดิฉันยกคำพูดของนายกสมาคมนักข่าววิทยุ และโทรทัศน์ไทย ไม่ใช่คำพูดของดิฉันนะคะ ท่านนายกสมาคมสื่อบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งให้มีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนโดยประกอบด้วยตัวแทนรัฐบาลระดับปลัดกระทรวง เห็นได้ชัดว่าต้องการเข้ามาควบคุมสื่ออย่างชัดเจนไม่มีเหนียมอาย ต่างกับรัฐบาลในอดีต ที่จะแทรกแซงสื่อก็ต้องทำอย่างลับ ๆ ท่านประธานคะ ในรัฐบาล คสช. ยาวนาน ๕ ปี มาจนถึงขณะนี้ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อก็ยังคงถูกแทรกแซงปิดกั้นคุกคามโดยคำสั่ง หัวหน้า คสช. ๓/๒๕๕๘ รวมถึงประกาศ คสช. ฉบับที่ ๙๗/๒๕๕๗ และ ๑๐๓/๒๕๕๗ การปล่อยให้สื่อฝั่งที่สนับสนุน คสช. โจมตีฝั่งที่ต่อต้าน คสช. โดยใช้ข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน เกิดขึ้นในหน้าสื่อเป็นประจำท่ามกลางการเห็นของสาธารณชนทั่วไปไม่มีการลงโทษ แต่นั่นคือเรื่องในอดีต ดิฉันจะไม่เสียเวลาพูด นั่นคือเรื่องในยุคที่เกิดขึ้นในรัฐบาลเผด็จการ ในยุคที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อันมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเป็นตัวแทนของประชาชน พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของประชาชน เราในฐานะผู้แทนราษฎรย่อมจะไม่ปล่อยให้ เหตุการณ์ลิดรอนคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อ สิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนแบบที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลเผด็จการของ คสช. เกิดขึ้นอีกในรัฐบาล ที่แม้แต่ พวกท่านฝ่ายของรัฐบาลเอง ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นรัฐบาลเดียวกับรัฐบาล คสช. พูดออกมาว่า เป็นยุคประชาธิปไตย แล้วเราผู้แทนราษฎรจะไม่ปล่อยให้การปฏิรูปสื่อที่ลิดรอนสิทธิภาพ ของประชาชนแบบนี้ มีการแทรกแซงจากภาครัฐแบบนี้เกิดขึ้น นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎร นักการเมืองทั้งหลายในที่นี้ทุกท่านล้วนเคยถูกสื่อโจมตีมาแล้วไม่มากก็น้อย ท่านจิตนาการออก แน่นอนว่าหากปล่อยให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับท่าน ส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาวิชาชีพสื่อ คณะกรรมการจริยธรรมสื่อที่มีอำนาจล้นมือล้นฟ้าขนาดนี้ ตัวท่านเองและพรรคของท่าน จะอยู่ในสภาพเช่นไร ผู้ที่เสียประโยชน์ไม่ใช่ท่านค่ะ ผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชนที่จะตก อยู่ในวงล้อมของข้อมูลข่าวสารที่เอนเอียงบิดเบือน หรือแม้แต่สร้างความเกลียดชังแตกแยก ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ดิฉันขอสรุปนะคะ แผนการปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐอันดูแล้วน่าจะ หมายถึงว่ารัฐปิดหูปิดตาประชาชนจะเกิดขึ้นไม่ได้ในยุคที่เรามีสภาผู้แทนราษฎร และมีตัวแทนจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง การลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อจะเกิดขึ้นไม่ได้ เราไม่ได้ทำเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของท่านสื่อมวลชน แต่ทำเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพในการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงของประชาชน ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป คือนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานถึงเรื่องแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้แผนปฏิรูปประเทศอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปก็ในหลายด้านนะครับ ส่วนของผมเองวันนี้อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องทางด้านเศรษฐกิจซึ่งผมเองนั้นได้รับเอกสาร จากทางสภาผู้แทนราษฎรไปศึกษาในส่วนของการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งด้านเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วรัฐบาลก็ทำมาได้ในระดับหนึ่ง แต่อยากจะกราบเรียนว่า ต้องไปทำต่อนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของเกษตร ซึ่งวันนี้ผมดูแล้วเรื่องเศรษฐกิจในเรื่อง ของการเชื่อมโยงระหว่างการปฏิรูปทางด้านเกษตร ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้หลายคนพูดว่า รวยกระจุก จนกระจาย เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องนำไปแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนะครับ ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะมีญัตติ ในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันยื่นญัตตินะครับ ซึ่งพรุ่งนี้ ก็จะอภิปรายประเด็นนี้ในลำดับถัดไป แต่ว่าในส่วนของแผนการปฏิรูปประเทศแล้ว ในเรื่องของเศรษฐกิจก็ฝากท่านเลขาธิการว่าวันนี้ในส่วนของเกษตรกรซึ่งผมเองนั้นในฐานะ ที่อยู่คลุกคลีในพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอบ้างโป่งที่ทำอาชีพ ส่วนหนึ่งนั้นนอกจากอุตสาหกรรมแล้วที่สำคัญก็คือเกษตรกรรมนะครับ ผมลงพื้นที่ไปพี่น้อง ชาวนา ชาวไร่วันนี้ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ตอนนี้จะเกี่ยวข้าวแล้ว จะเกี่ยวข้าว อาทิตย์หน้าแล้ว ราคาข้าวยังอยู่ที่ ๖,๘๐๐ บาทต่อเกวียน ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ

ทีนี้กลับมาประเด็นเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจนะครับ ถ้าท่านไม่ดูแล คนส่วนใหญ่ของประเทศ การปฏิรูปเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เพราะว่าผมมาดูจาก แผนการในการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับด้านเกษตรนั้นมีอยู่เพียงข้อเดียวนะครับ ก็คือเรื่อง ของสมาร์ต ฟาร์มมิง (Smart Farming) หรือในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุง เรื่องการเกษตรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้มอบหมายไปนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลในเรื่องของการผลิตการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร ตรงนี้ยังไม่เพียงพอครับ เพราะว่าสิ่งสำคัญนั้นในเรื่องของการกระจายสินค้าเกษตร ในเรื่องของการนำสินค้าเกษตรไปถึงมือผู้บริโภค และที่สำคัญก็คือเรื่องของการผูกขาด ซึ่งจะส่งผลไปเรื่องของราคาสินค้าเกษตร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ เพราะว่าวันนี้ ราคาสินค้าเกษตรหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นอ้อย เป็นยางพารา เป็นปาล์มนะครับ อีกหลายตัว ข้าวโพด วันนี้มีปัญหานะครับ ถ้าวันนี้แผนการปฏิรูปประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ในด้านเกษตรนั้นมีแค่หัวข้อเดียว ผมคิดว่าไม่เพียงพอครับ ท่านต้องไปทำ การบ้านเพิ่มในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่จะเชื่อมโยงด้านเกษตรให้มากขึ้นนะครับ

ส่วนต่อมาก็คือเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งวันนี้ก็มีในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ทางรัฐบาลก็ทำมาในระดับหนึ่งผมอยู่ในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาล ๕ ปี ที่ผ่านมาก็มีการส่งเสริมต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อน ๆ ในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องโอทอป (OTOP) หรือสินค้าประจำตำบล แล้วก็มีการส่งเสริมเรื่องวิสาหกิจชุมชน วันนี้ผมก็อยากจะ กราบเรียนกับท่านเลขาธิการว่าวันนี้เราเอาราชการไปสอนพี่น้องให้ทำการค้า ผมว่ามันผิดฝา ผิดตัวครับ เพราะว่าข้าราชการที่ผ่านมาท่านก็ไม่เคยทำการค้า ไม่ได้บอกว่าข้าราชการไม่เก่ง ข้าราชการเก่งครับ ข้าราชการก็เก่งอีกทางหนึ่งนะครับ คนทำการค้าการขาย นักธุรกิจ พ่อค้า เขาเก่งอีกทางหนึ่ง ผมเห็นมีหลายกิจกรรมที่ผมได้เห็นข้าราชการที่ลงไปส่งเสริม เรื่องของการพัฒนาสินค้าประจำตำบล ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนนั้นเราให้ข้าราชการนั้น ได้ไปให้คำแนะนำกับพี่น้องที่ทำในเรื่องของสินค้าหรือวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าข้าราชการนั้น ก็เข้าใจเรื่องของการค้าการขายในระดับหนึ่ง เราขาดการเชื่อมโยง ผมมาดูแผนที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือมีการส่งเสริม เรื่องวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าพอมาดูในแผนข้างในละเอียด ก็ขาดการเชื่อมโยงที่จะให้นักธุรกิจ ในพื้นที่ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการค้าการขายเข้ามาส่งเสริมให้พี่น้องที่ทำวิสาหกิจชุมชน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ทำต้องยอมรับว่าเป็นพี่น้องชาวบ้านจริง ๆ ที่ต้องการเอาสินค้านั้น มาพัฒนาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ฉะนั้นอยากจะฝากท่านเลขาธิการว่าต้องนำความเชื่อมโยง ระหว่างนักธุรกิจในพื้นที่เข้ามากับส่วนราชการ แล้วไปให้คำปรึกษาในส่วนของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งในแผนนั้นรายละเอียดตรงนี้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่ารากหญ้าจริง ๆ ก็คือเกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็วิสาหกิจชุมชน ทีนี้มาส่วนของ ผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจขนาดกลาง ก็มีการมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อมไปดำเนินการ ซึ่งตรงนี้เกี่ยวโยงกับเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย ที่ล้าสมัย ท่านเชื่อหรือไม่ผมได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) บอกว่า ยิ่งปฏิรูปกฎหมายเท่าไร กฎหมายทันสมัยครับ แต่ว่าไปเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการในการ ใช้ดุลพินิจก็เป็นการเพิ่มช่องทางให้ข้าราชการนั้นได้เข้ามาหากินกับพี่น้องที่ประกอบการ ในธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งไม่มีอำนาจในการต่อรอง แล้วก็ไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ก็จะตกเป็นเครื่องมือของข้าราชการที่ไม่ดี แต่ว่าข้าราชการดี ๆ ก็มีนะครับ อันนี้ผมพูดถึง ข้าราชการที่ไม่ดีที่วันนี้พี่น้องที่ประกอบการใน เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ได้มาปรับทุกข์อยู่เรื่อย ทำเรื่องธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) บางอย่างก็เจอกฎหมายใหม่เข้ามา ซึ่งก็เป็นปัญหาในการ ที่จะเจอข้าราชการไปรังแกในกฎหมายที่เราไปปฏิรูป ซึ่งจริง ๆ แล้วเราคิดว่าทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วหลายกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจนั้นกับเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ แล้วก็ไปเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการในการที่จะใช้ดุลพินิจแล้วก็ไปรังแกผู้ประกอบการ ส่วนข้าราชที่ดีก็มีนะครับ อันนี้เราพูดถึงข้าราชการที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี ฉะนั้นการที่เรามี กฎหมายที่เราบอกว่าทันสมัยนั้นก็ต้องมาดูตรงนี้ด้วย มีอยู่หมวดหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูป อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ผมเองนั้นอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่าวันนี้เราบอกว่า เราเป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) วันนี้ท่านก็เห็นนะครับว่าเรื่องหุ้นสื่อที่วันนี้ ส.ส. ก็มีปัญหา ปัญหาตรงนี้ก็มาจากเรื่องของการไม่พัฒนาเรื่อง อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) อย่างจริงจัง ท่านดูสิครับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาทำเรื่องของวัตถุประสงค์ ไม่ทำตาม แบบฟอร์มนี้ก็ไม่ได้ จดตั้งบริษัทก็ไม่ได้ เวลาไปติดต่อราชการ ซีรอกซ์ (Xerox) ที ใบรับรองบริษัท แทนที่จะหน้าเดียว วันนี้บอกว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ยังต้อง ซีรอกซ์ (Xerox) ทีหนึ่ง ๕ หน้า ๖ หน้า บางทีใช้เอกสาร ๓ ชุด ๔ ชุด ท่านคิดว่าเท่าไรครับ และเสียเวลา ในการเซ็นอีกเท่าไรครับ อยากให้ อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) เป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) จริง ๆ ไม่ใช่อยู่ในแผนอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้นำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็อยากจะฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมเองนั้นก็ชื่นชมผลงานรัฐบาล ๕ ปีที่ผ่านมา หลายเรื่อง ต้องยอมรับความจริงครับว่ามีงานเป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ของรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ว่าหลายเรื่องนั้นก็ต้องปรับปรุงครับ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา เพื่อความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนต่อไป ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านจิราพรนะครับ จะขอพรุ่งนี้หรือครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ในฐานะคณะกรรมการพรรคฝ่ายค้าน ขออนุญาตท่านประธานว่าเป็นต่อพรุ่งนี้ ได้ไหมครับ เพราะว่าทางหลาย ๆ ท่านก็บอกว่าวันนี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อมีอยู่ ๙ ท่าน ขอตกลงตัวเลขกันแน่นอนว่า ๙ ท่านนี้จบนะครับ เพราะว่าที่จริงแล้วก็ถือว่าเราให้โอกาส มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ถ้าจะต่อก็ขอ ๙ ท่านนี้ ก็เวลาไม่มากนัก เพราะว่า ส่วนใหญ่ขอมา ๘ นาที มีอยู่ท่านเดียวขอ ๑๕ นาที ก็ขอลดมานะครับ ขอสัก ๑๐ นาที คนที่ ๑๕ นาที ก็ขอเป็นข้อตกลงกันว่าพรุ่งนี้มีเฉพาะส่วนของฝ่ายค้าน ๙ ท่านครับ ท่านเลขาธิการจะตอบ เชิญเลยครับ

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ผม ทศพร ศิริสัมพันธ์ ในฐานะเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ขอขอบพระคุณในความคิดเห็นของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนท้ายผมจะขออนุญาตสรุปอีกทีหนึ่ง ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสงวนขออนุญาต ปรึกษา เชิญเลยครับท่านครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สงวน พงษ์มณี ไม่ขอรบกวนเวลาเพื่อนสมาชิก แต่จะขอหารือท่านประธานนิดหนึ่ง เรื่องที่ผม จะหารือผมจะผ่านไปยังท่านเลขาธิการสำนักงาน ท่านครับ ผมดูรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ แล้วก็อ่านบันทึกการประชุมไปบางส่วน ไม่อนุญาตให้ท่านมาชี้แจงเอง เหตุผลเพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านมีชัยท่านได้รับคำสั่งมาและท่านแปลคำสั่งเป็น ๕ ข้อ มันเป็นเงื่อนไข ในข้อหนึ่งว่ากระบวนการในวันนี้ต้องให้ ครม. มาตอบต่อสภา เพราะท่านออกแบบตรงนี้ ให้สำหรับนักการเมือง จะเป็นกระบวนการกำกับนักการเมืองอย่างเข้มข้น ทีนี้เอกสาร ของท่านถ้ามีคนร้องต่อ ป.ป.ช. เหมือนผมกำลังถูกสอบอยู่นี่ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เสนอกฎหมาย สุดซอย กฎหมายที่เสนอ ๔๐ คน มีหลายสำนวน เลือกสอบอยู่สำนวนเดียว และไม่ใช่ กฎหมายสุดซอยก็ยังถูกสอบอยู่ เอกสารชิ้นนี้ชัดมากท่านครับ วันที่ ๒๔ ท่านประธานครับ ท่านเลขาธิการสำนักงาน ท่านทำเรื่องถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอให้นำเอกสารฉบับนี้ ให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ และท่านเกษียณว่าถ้าเห็นชอบแล้วจะได้นำให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป พอวันที่ ๒๘ นายกรัฐมนตรีลงนาม วันที่ ๒๙ ท่านทำหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. และต่อมาเลขาธิการ ครม. ก็เอาให้กับทาง ครม. พิจารณา ท่านเขียนอย่างนี้ ท่านเขียนว่า เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าวต่อรัฐสภา เพื่อทราบ มันมีช่องไหนบ้างครับท่าน ที่บอกว่าท่านมารายงานต่อสภาได้ ถ้าหากว่า ท่านจะตอบคำถามอย่างนี้มันจะได้เป็นบันทึกไว้ในที่ประชุมสำหรับไปให้ ป.ป.ช. นั่งสอบ พวกเรา เพราะว่าผมไปเจอมานี่ละครับ ท่านครับ ผมคนเดียว ๓ ชั่วโมงกว่า และอันนี้ เป็นเอกสารที่ชัดเจนเป็นตัวหนังสือ ถูกต้องครับท่าน ในอดีต สนช. มันมีสภาเดียว ท่านก็รายงานได้ใช่หรือไม่ครับ แล้วก็ท่านอาจจะมารายงานทั้ง ๒ รอบด้วยวิธีนี้ แต่รัฐธรรมนูญนี้ไม่อนุญาตให้พวกผมรับฟังจากท่าน ท่านก็อ่าน มาตรา ๒๗๐ แล้วก็ท่านไป อ่านหนังสือของท่านด้วยนะครับ เพราะว่าท่านเป็นคนทำอย่างนี้เองครับ ผมเพียงแต่ต้องการ บันทึกไว้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการวันนี้ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ขอบคุณคุณสงวน ที่จริงเรื่องนี้ก็มีหนังสือของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทำถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ลงมติมอบหมาย ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ก็เรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ ทีนี้ผมขออภัยด้วยครับ ผมอ่านชื่อเมื่อสักครู่นี้ ๙ ท่าน แต่ปรากฏว่ามีอีกแผ่นหนึ่งรวมแล้ว ๒๐ ท่าน ก็ต้องเรียนว่าที่จริงแล้วได้ให้โอกาสมาก แต่ไม่ใช่หมายความว่าจะต้องได้พูดทุกคน อันนี้ต้องต่อรองกันหน่อยครับ เพราะว่าเราใช้เวลา มากแล้วทำให้ญัตติด่วนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชาวบ้านอาจจะไม่ได้รับการพิจารณาเร็ว เท่าที่ควร ท่านจิรายุเชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิป (Whip) ฝ่ายค้าน ชื่อส่งไป ๒๐ ท่าน เดี๋ยวคืนนี้ผมจะสรุปแล้วก็ส่งพรุ่งนี้เช้า อาจจะไม่ถึง ๒๐ แต่ว่าจะขออนุญาตหารือช่วงเช้า แล้วก็จะเริ่มการอภิปรายประมาณ ๑๐.๐๐ นาฬิกา เพื่อที่จะได้เข้าญัตติอื่น กราบเรียนท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นเราพรุ่งนี้ก็ปกติ เชิญครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ อรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ จริง ๆ แล้วต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า เบื้องต้นมีการพูดคุยกันนอกรอบว่าเราจะใช้ เวลาตรงนี้ให้จบภายในวันนี้ด้วยซ้ำครับ แต่ก็ต่อรองกันไปต่อรองกันมา ทางพวกผมก็ยินดีว่า พรุ่งนี้ก็ยังมีพี่ ๆ สมาชิกของทางฝั่งพรรคเพื่อไทย หรือว่าทางพรรคอนาคตใหม่ แต่ถ้าจำนวน เยอะขนาดนั้นผมว่า ณ วันนี้ผมอยากจะได้เข้าสู่ญัตติด่วนในเรื่องของสินค้าราคาเกษตรครับ ก็เลยอยากจะฝากว่าถ้า ๒๐ คน ผมว่ามันเยอะเกินไปครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิดว่าฝากท่านจิรายุ ไปหารือกัน เพราะผมคิดว่าเราได้มีโอกาสพูดอภิปรายมากพอสมควร ซึ่งปกติเราก็ไม่ถึงขนาดนี้ แต่ว่าดีที่ส่วนใหญ่รักษาเวลาทำให้เราสามารถกระจายผู้อภิปรายได้มาก ซึ่งอันนี้ก็ต้อง ขอบคุณครับ อย่าให้ถึง ๒๐ คน ไปเจรจาหารือกันครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

รับไปปฏิบัติครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาตเลื่อนไป วันพรุ่งนี้ ขอขอบพระคุณครับ

เลิกประชุม ๒๒.๐๐ นาฬิกา