สมเกียรติ ชี้รายงาน สศช. บกพร่อง หวั่นถูกใช้กีดกั้นนโยบายใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

สมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอบคุณประธานที่ให้โอกาสในการแถลง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาในการจัดทำรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนจากหน่วยงานต่าง ๆ ส่งผลให้แผนปฏิรูปประเทศขาดประสิทธิภาพ และเห็นว่าระบบดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อจำกัดการเสนอนโยบายใหม่ของพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาภิวัฒน์ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เน้นโฆษณา พรรคประชาภิวัฒน์

๑. ผมขอเรียนว่าในข้อสังเกตของผมที่เกิดขึ้นในการทำรายงานนี้ ผมสงสาร ท่านอาจารย์ทศพรที่ท่านเป็นกระโถนท้องพระโรง พอเขาทำอะไรมาเสร็จแล้วไม่รู้ละ ก็โยนมาที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเป็นสิ่งที่กรองทุกสิ่งทุกอย่างเข้าคณะรัฐมนตรี เข้าทุกสิ่งทุกอย่าง แม้เรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ ให้ท่านไปรับผิดชอบ แต่ผมอ่านดูแล้วท่านก็คือเป็นผู้ที่ประมวลข้อมูลที่เขาส่งมาแล้วซัมมารี (Summary) แล้วทำเป็นเล่ม แล้วมาเป็นกองหน้า ส่วนกองหลังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทำอะไรก็ยังไม่รู้ แล้วก็มาโดนพวกผมซัก ทีนี้ผมจะเรียนให้ท่านทราบว่าผมติดตามการทำงานของ สนช. ของแม่น้ำ ๕ สายมาโดยตลอด และเคยไปร่วมในบางคณะผมเห็นความขยันการทำงาน ในการเชิญของคนที่มีประสบการณ์แต่ละสาขามาเต็มหมดเลย ทั้งมหาวิทยาลัย ทุกคนก็มี ความรู้สึกว่าเอาละบ้านเมืองได้เวลาปฏิรูปแล้ว ทุ่มเทกันใช้เวลาตั้งเป็นปี ผมยังหยิบมา เล่มหนึ่งการเมืองผมขอคุณเสรี สุวรรณภานนท์ มาว่าสรุปขณะนี้ความจริงมีในนี้ เกือบครบเลย พอเป็นอย่างนั้นแผนการที่นำมาเสนอมันก็เลยเกิดความรู้สึกว่ามันมารวม ที่ท่าน พอมารวมที่ท่านผมมาดูว่าสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นผมมองว่าเป็นยุทธศาสตร์หรือวิธีการ ของแม่น้ำ ๕ สาย ที่จะทำให้สถาบันทางการเมืองหรือพรรคการเมืองไม่สามารถ คิดนวัตกรรมนโยบายใหม่ ๆ ได้ เพราะถ้าคิดใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรี หรือใครก็ตามที่มีความคิดใหม่ ๆ ทันสมัย ก้าวหน้า หรือในอนาคตขออนุญาตที่พาดพิง พรรคน้องใหม่ของเรา พรรคอนาคตใหม่ เขาจะต้องคิดเรื่องใหม่ ๆ พอคิดเรื่องใหม่ ๆ มันมี การล็อก ๑. มีนโยบายหลัก ๒. มียุทธศาสตร์ชาติ ๓. มีแผนการปฏิรูปประเทศ ท่านจะหลุด จากนี้ไม่ได้เลย พอหลุดจากนี้ก็โดนสอบสวน เพราะท่านเป็นรัฐบาลในอนาคต เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นเครื่องมือกลไกของอำนาจที่จะบล็อกประสิทธิภาพการทำงานของพรรคการเมือง ที่มาจากประชาชน นี่ในความรู้สึกของผมที่ติดตามมานะครับ แต่เนื้อหาดีหรือไม่ ดีมาก การประชุมที่ผ่านมาผมเคยเข้าไปร่วมประชุมทุกคนให้ความรู้และมาสรุปเป็นประเด็น มากมาย พอเป็นประเด็นมากมายแล้ว ใช้เวลาเป็นปี พอลงให้กระทรวง ทบวง กรม ท่านก็รู้ว่าหน่วยงานราชการเรา ผมก็เคยรับราชการเหมือนหลุมดำ ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไป มันจะหายหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นดาวฤกษ์ ดาวนพเคราะห์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ขอให้ใส่ไป ในระบบราชการเถอะ มันไม่มีประสิทธิภาพเลย ท่านลองดูว่าที่ท่านประมวลมา ผมเลยถามท่านเกี่ยวกับเรื่องปัญหาอุปสรรคด้านการเมือง ด้านบริหารแผ่นดิน ด้านยุติธรรม และด้านต่าง ๆ แต่ละข้อดูแล้วหดหู่ใจ ประเด็นแรกก็คือว่า หน่วยงานที่ส่งเข้ามา ผมถามว่าหน่วยงานที่ส่งเข้ามามีกระทรวงการคลัง มีสำนักคุ้มครอง ผู้บริโภค ผมอยากจะทราบข้อเท็จจริงว่า สมมุติว่าด้านการเมืองมีอยู่ ๓ หน่วยงาน สำนักนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง สมมุติว่าแต่ละด้าน ผมถามท่านเลขาธิการว่า มันมีหน่วยงานใดบ้างที่รับผิดชอบที่ทำให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย สมมุติว่าด้านการเมืองก็ต้องมีสภา ก็ต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องประมวลแล้ว เขาส่งมาบ้างหรือไม่ หรือส่งมาแค่ ๓ หน่วยงาน ปัญหาอุปสรรค และเรื่องดำเนินการ ผมอยากให้ท่านรายงานเลย สมมุติมี ๑๒ หน่วยงานที่จะทำเรื่องการเมือง อันไหนที่ไม่ส่ง ขีดเลย แดช (Dash) แดช (Dash) แดช (Dash) อันไหนที่ส่ง ส่งมาแค่ ๓ หน่วยงาน สรุปแล้ว ๑๑ ส่งมามี ๓ หน่วยงาน ๒ หน่วยงาน เช่นกระบวนการยุติธรรมมี ป.ป.ช. กับศาลยุติธรรม แล้วมาดูปัญหาอุปสรรคอ่านดูเหตุไม่สำเร็จเพราะว่ากระบวนการปฏิรูปขัดต่อระบบ การปฏิบัติงานของศาลยุติธรรมเลยทำไม่ได้ ผมอ่านตามท่านเลย เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องเหล่านี้ท่านก็เป็นผู้ประมวลมา แล้วมีอะไรผมเชื่อเลยว่าถ้าท่านรายงานเป็นครั้งที่ ๑๐ ก็จะเป็นอย่างนี้ มันก็ไม่ได้เกิดแผนการทำงาน ความจริงแล้วเรามีความยินดี ถ้าประเทศชาติ ของเราว่าต่อไปนี้การพัฒนาไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายโน้นคิดฝ่ายนี้คิด แต่ว่าพัฒนาต้องมียุทธศาสตร์ ร่วมกันแล้วผลักดันประเทศไปทางนั้น เพราะท่านทำมาแล้วข้าราชการเขาก็จะหยิบโครงการ ที่เขาทำมาในราชการเอามาใส่ ใส่ใส่ ถึงเวลา ๓ เดือนเขามาใส่ให้ท่านทีหนึ่ง คนไหน ไม่รายงานก็ได้ใช่หรือไม่ เพราะว่าแต่ละเรื่องท่านบอกว่ามีมาแค่ไม่กี่หน่วยงานเอง จริง ๆ แต่ละเรื่องต้องบูรณาการผมว่าไม่ต่ำกว่า ๗ หรือ ๑๐ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นครั้งหน้า ท่านเลขาธิการครับ ให้ประจานออกมาเลยว่าแต่ละ ๓ เดือน ใครไม่เคยรายงานเลย รายงาน อุปสรรค พอผมอ่านอุปสรรคยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ อุปสรรคกระทรวงยุติธรรมขัดแย้งต่อปฏิรูป เลยทำไม่ได้ แล้วรอการพิจารณาอยู่ถ้าสิ่งเหล่านี้ผมเคยเป็นข้าราชการเวลาเขาจะเสนอให้ รายงานอะไรก็จะทำแบบนี้ละ รอรายงาน กำลังดำเนินงาน ถ้าเราไม่มี ถ้ามีบ้างนิดหน่อย เพราะฉะนั้นแล้วท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะไม่ได้ข้อมูล ที่เกิดความสัมฤทธิ์ผลหรือความก้าวหน้า สภาซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนก็ไม่ได้ เมื่อไม่ได้ แล้วเงินทองที่ทำไปแล้วยุทธศาสตร์มันจะเป็นประโยชน์เท่านั้นเองว่าถ้าต่อไปพรรคการเมืองใด ที่คิดทำอะไรที่เกินแก่นของข้าราชการประจำ จะถูกสอบสวนทันที แต่เมื่อเราผลักดัน ให้ข้าราชการประจำคิดก็คิดตามอย่างที่เราเห็น ผมกล้าบอกในที่ประชุมเลยว่า ถึงท่านเลขาธิการมารายงานอีก ๑๐ ครั้ง คูณก็อีกประมาณ ๓๐ เดือน มันก็จะไม่ได้มีอะไร ก้าวหน้า เพราะว่าเราให้เขาทำอย่างนี้ ทีนี้เรามาดูว่าการทำงานปกติที่เราเรียนกันมันมีแผน โพลิซี (Policy) แผนโปรเจ็กต์ แอกทิวิตี (Project activity) ที่จะรองรับกันของนโยบาย ทีนี้ถ้าเรามาดูให้ละเอียดเลยว่า กิจกรรมต่าง ๆ มันสอดรับกับแผนหรือไม่ โปรเจ็กต์ แอกทิวิตี (Project activity) หรือไม่ แล้วมันเดินในครรลองเดียวกันหรือไม่ ถ้าสมมุติ ๓ เดือนหน้า ท่านมาอย่างนี้อีก เราจะไม่ได้อะไรเลย เราจะเสียเวลา แล้วเราก็ไม่รู้ความก้าวหน้า หรือย้อนหลัง เพราะว่าครั้งนี้ท่านมาครั้งที่ ๓ ก็แสดงว่าผ่านมา ๑๒ เดือนแล้ว ๑๒ เดือน ยังสรุปเลยว่ากำลังอยู่ในระหว่างรอกรรมการรับทราบแล้ว แต่ยังรอการพิจารณา จากกรรมการ หรือว่าอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้เลยครับ ผ่านมา ๑๒ เดือน ยังอยู่ขั้นตอนนี้ แล้วมีรายงานมา อันนี้ฝ่ายปกป้องทุจริตก็มีอยู่ ๓ หน่วยงาน พลังงานก็มีสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังแล้วก็กระทรวงพลังงาน มีเยอะครับ ถ้าเราจะทำยุทธศาสตร์อะไรให้ชัด แล้วทุกคนก็จะตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับเรื่องนั้น แล้วก็ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผมเชื่อว่าถ้าท่านยังใช้การรายงานแบบนี้อยู่ประโยชน์ที่จะได้รับจากสภา หรือจากวุฒิสภา หรือจากอะไรนี่จะน้อย เพราะเหมือนเราทำงานตามงานรูทีน (Routine) ที่ระบบราชการบอกมาว่าต้องทำอย่างนี้ผมเห็นท่านอ่านนิดเดียว ผมนึกว่าอยากจะได้ฟังท่าน มาก ๆ จะได้เก็บประเด็น เพราะส่วนใหญ่อ่านสักแป๊บหนึ่ง ส.ส. คงไม่ได้เตรียมอะไร ที่ไหนได้ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเตรียมกันมาเยอะแยะเลยแล้วท่านคงจะอยู่ประมาณ ๓ ทุ่ม วันนี้ เราอยากจะให้เห็นความชัดเจนแล้วครั้งหน้าถ้าเรามีความจริงใจต่อประเทศท่านเขียน ให้ชัดเลยครับว่าแต่ละเรื่องภารกิจที่กำหนดไว้แล้วใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบบ้าง ที่จะทำให้การเมืองบรรลุเป้าหมายอย่างนั้น คณะกรรมการกระจายอำนาจ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วเขาได้ทำอะไรบ้าง ตั้งงบประมาณด้วยนะ โครงงานที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ถ้าไม่ทำ อะไรก็แดช (Dash) ไว้ เราจะได้รู้เลยว่าที่ผ่านมากระทรวง ทบวง กรม ไม่ทำอะไรเลย เขาต้องเป็นคนผิดกฎหมายว่าไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ทำตามการปฏิรูปของประเทศ ไม่ใช่เอาสิ่งเหล่านั้นแล้วมาทำกับนักการเมือง ผมอยากเรียนท่านอย่างนี้ เพราะถ้าทำ อย่างนี้ได้ปุ๊บนี่ครับ การอ่านรายงานจะราบรื่นจะรู้สึกว่าปีที่แล้วทำอ้ายนี่ปีนี้ต่อเนื่อง มีตั้งงบประมาณต่อเนื่อง แล้วการกระจายอำนาจเดี๋ยวนี้เราจะเพิ่มให้ท้องถิ่นจาก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็น๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการชุดนี้ก็ทำสอดคล้อง กับท้องถิ่น ท้องถิ่นสอดคล้องกับ ป.ป.ช. ถ้าอย่างนี้ครับมันจะเห็นภาพที่ชัดเจน แล้วก็จะเป็น ประโยชน์ซึ่งผมเห็นด้วย แล้วยินดีเลยว่าถ้ายุทธศาสตร์ชาติเราเดินไปตามครรลองนะครับ แล้วพอมาอ่านโปรเจกต์ (Project) ท่านคิดดูนะครับ ท่านบอกผ่านมาประมาณ ๑๘,๔๖๙ กิจกรรมหรือโครงการ ถ้าทำได้ขนาดนี้นะครับ ป่านนี้ไปไกล แล้วก็ได้ยุทธศาสตร์ ของเศรษฐกิจทำมาประมาณ ๗๕๕ ถ้าเราเอาแค่เศรษฐกิจอย่างเดียวมาวิเคราะห์ดูว่า มันใช่หรือไม่นี่ หรือไปหยิบในงานของระบบราชการแล้วมาใส่ที่ว่ามันคิดว่าสอดคล้องกัน ก็คืองานประจำของข้าราชการเขานั่นเองไม่ได้ลุก โปรเกรส (Look progress) ที่จะทำให้เกิด ตามยุทธศาสตร์หรือปฏิรูปเลยเขาก็ทำตามที่เขาคิดถูกหรือไม่ครับ แต่หยิบเอามาเพื่อจะ รายงานส่งเป็นข้อมูลให้ท่าน แล้วท่านก็เป็นหนังหน้าไฟต่อหน้าสมาชิก ซึ่งผมก็รู้สึก ท่านอดทนนะครับ แล้วก็ให้กำลังใจเพราะอยู่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นี่สำคัญมากเพราะเป็นหน้าด่านไม่ว่าผมประชุมคณะรัฐมนตรีอะไรก็ตามเขาจะถาม สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติหรือยัง ถ้าเขาจะเป็นแม่บ้านใหญ่ของประเทศ ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วย มีความสำคัญ ยุทธศาสตร์ผมเชื่อว่าคณะกรรมการที่ได้ประชุมกันที่ผ่านมามีรายละเอียด มีบุคคลที่จะทรงคุณวุฒิแต่ละเรื่องครบถ้วน แต่ไม่ต้องเอามามากนะครับ เอาให้เป็นหลัก ๆ แล้วก็เดินไปข้างหน้า พอเดินไปข้างหน้าแล้วกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวเนื่องท่านก็ติดตาม ว่าเขาได้ผลักดันกิจกรรม โครงการ แผน ของกระทรวงเพราะบ้านเรานี่ก็แปลก กระทรวง แต่ละกระทรวงก็มีเป้าหมาย มีนโยบาย มีแผนงานของตัวเองนะครับ แล้วกรมก็มีเป้าหมาย แผนงานนโยบายของกรมอีก แล้วยังมีปฏิรูปอีก ท่านคิดดูสิว่าพอต่างคนต่างคิดมันก็ไม่เข้า ยุทธศาสตร์ ไม่เข้าแผนปฏิรูป ถ้าทำอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่า เราจะจารึกว่าประเทศเราจะ ขับเคลื่อนพร้อมกันไปด้วยยุทธศาสตร์ที่เป้าหมายเดียวกัน แล้วถ้ามันเป็นประโยชน์ผมเชื่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคเวลาคิดนโยบายก็จะตั้งใจที่จะผลักดันเดินไปข้างหน้า แต่ว่ารายงาน ที่ท่านรายงานมานี่มันไม่ชัดครับท่าน พอไม่ชัดอ่านแล้วไม่เห็นความต่อเนื่อง ไม่เห็นเลยว่า กระทรวงไหน แล้วถ้าท่านทำอย่างนี้ต่อไปเดี๋ยวเราจะพิจารณางบประมาณ เราจะเอาข้อมูลนี้เวลากระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มา พรีเซนต์ (Present) งบประมาณเราจะตัดเลยทำไมคุณไม่เสนอ งบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายหรือแผนการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๆ ที่ชื่อคุณมีความรับผิดชอบในนี้ อย่างนี้จะทำให้การพิจารณานโยบายของสภา หรือของสำนักงบประมาณดีขึ้น แต่ถ้าท่านแยกส่วนท่านก็ไม่รู้เลยว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เสนองบประมาณ ๓ ล้านล้านบาท อันไหนบ้างที่สอดคล้องกับการปฏิรูป ประเทศนี้ สอดคล้องแต่ละเรื่องนะครับ ขอกราบเรียนท่านด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า อีก ๓ เดือนข้างหน้าท่านทำให้ชัด มันจะสร้างความสุขของผู้พิจารณามากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ