อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาเกษตรกรรมและราคาข้าวที่ตกต่ำ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางของรัฐยังเน้นเพียงสมาร์ตฟาร์มมิง โดยขาดการแก้ปัญหาการกระจายสินค้า ราคา และการผูกขาด จึงเรียกร้องให้ขยายมาตรการให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีที่ควรมีการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน วิพากษ์การปฏิรูปกฎหมายที่เพิ่มภาระแก่ผู้ประกอบการ และเรียกร้องให้พัฒนาระบบอีกัฟเวิร์นเมนต์อย่างแท้จริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของรัฐ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานถึงเรื่องแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้แผนปฏิรูปประเทศอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปก็ในหลายด้านนะครับ ส่วนของผมเองวันนี้อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องทางด้านเศรษฐกิจซึ่งผมเองนั้นได้รับเอกสาร จากทางสภาผู้แทนราษฎรไปศึกษาในส่วนของการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งด้านเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วรัฐบาลก็ทำมาได้ในระดับหนึ่ง แต่อยากจะกราบเรียนว่า ต้องไปทำต่อนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของเกษตร ซึ่งวันนี้ผมดูแล้วเรื่องเศรษฐกิจในเรื่อง ของการเชื่อมโยงระหว่างการปฏิรูปทางด้านเกษตร ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้หลายคนพูดว่า รวยกระจุก จนกระจาย เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องนำไปแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนะครับ ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะมีญัตติ ในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันยื่นญัตตินะครับ ซึ่งพรุ่งนี้ ก็จะอภิปรายประเด็นนี้ในลำดับถัดไป แต่ว่าในส่วนของแผนการปฏิรูปประเทศแล้ว ในเรื่องของเศรษฐกิจก็ฝากท่านเลขาธิการว่าวันนี้ในส่วนของเกษตรกรซึ่งผมเองนั้นในฐานะ ที่อยู่คลุกคลีในพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอบ้างโป่งที่ทำอาชีพ ส่วนหนึ่งนั้นนอกจากอุตสาหกรรมแล้วที่สำคัญก็คือเกษตรกรรมนะครับ ผมลงพื้นที่ไปพี่น้อง ชาวนา ชาวไร่วันนี้ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ตอนนี้จะเกี่ยวข้าวแล้ว จะเกี่ยวข้าว อาทิตย์หน้าแล้ว ราคาข้าวยังอยู่ที่ ๖,๘๐๐ บาทต่อเกวียน ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ
ทีนี้กลับมาประเด็นเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจนะครับ ถ้าท่านไม่ดูแล คนส่วนใหญ่ของประเทศ การปฏิรูปเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เพราะว่าผมมาดูจาก แผนการในการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับด้านเกษตรนั้นมีอยู่เพียงข้อเดียวนะครับ ก็คือเรื่อง ของสมาร์ต ฟาร์มมิง (Smart Farming) หรือในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุง เรื่องการเกษตรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้มอบหมายไปนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลในเรื่องของการผลิตการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร ตรงนี้ยังไม่เพียงพอครับ เพราะว่าสิ่งสำคัญนั้นในเรื่องของการกระจายสินค้าเกษตร ในเรื่องของการนำสินค้าเกษตรไปถึงมือผู้บริโภค และที่สำคัญก็คือเรื่องของการผูกขาด ซึ่งจะส่งผลไปเรื่องของราคาสินค้าเกษตร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ เพราะว่าวันนี้ ราคาสินค้าเกษตรหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นอ้อย เป็นยางพารา เป็นปาล์มนะครับ อีกหลายตัว ข้าวโพด วันนี้มีปัญหานะครับ ถ้าวันนี้แผนการปฏิรูปประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ในด้านเกษตรนั้นมีแค่หัวข้อเดียว ผมคิดว่าไม่เพียงพอครับ ท่านต้องไปทำ การบ้านเพิ่มในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่จะเชื่อมโยงด้านเกษตรให้มากขึ้นนะครับ
ส่วนต่อมาก็คือเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งวันนี้ก็มีในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ทางรัฐบาลก็ทำมาในระดับหนึ่งผมอยู่ในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาล ๕ ปี ที่ผ่านมาก็มีการส่งเสริมต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อน ๆ ในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องโอทอป (OTOP) หรือสินค้าประจำตำบล แล้วก็มีการส่งเสริมเรื่องวิสาหกิจชุมชน วันนี้ผมก็อยากจะ กราบเรียนกับท่านเลขาธิการว่าวันนี้เราเอาราชการไปสอนพี่น้องให้ทำการค้า ผมว่ามันผิดฝา ผิดตัวครับ เพราะว่าข้าราชการที่ผ่านมาท่านก็ไม่เคยทำการค้า ไม่ได้บอกว่าข้าราชการไม่เก่ง ข้าราชการเก่งครับ ข้าราชการก็เก่งอีกทางหนึ่งนะครับ คนทำการค้าการขาย นักธุรกิจ พ่อค้า เขาเก่งอีกทางหนึ่ง ผมเห็นมีหลายกิจกรรมที่ผมได้เห็นข้าราชการที่ลงไปส่งเสริม เรื่องของการพัฒนาสินค้าประจำตำบล ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนนั้นเราให้ข้าราชการนั้น ได้ไปให้คำแนะนำกับพี่น้องที่ทำในเรื่องของสินค้าหรือวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าข้าราชการนั้น ก็เข้าใจเรื่องของการค้าการขายในระดับหนึ่ง เราขาดการเชื่อมโยง ผมมาดูแผนที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คือมีการส่งเสริม เรื่องวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าพอมาดูในแผนข้างในละเอียด ก็ขาดการเชื่อมโยงที่จะให้นักธุรกิจ ในพื้นที่ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการค้าการขายเข้ามาส่งเสริมให้พี่น้องที่ทำวิสาหกิจชุมชน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ทำต้องยอมรับว่าเป็นพี่น้องชาวบ้านจริง ๆ ที่ต้องการเอาสินค้านั้น มาพัฒนาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ฉะนั้นอยากจะฝากท่านเลขาธิการว่าต้องนำความเชื่อมโยง ระหว่างนักธุรกิจในพื้นที่เข้ามากับส่วนราชการ แล้วไปให้คำปรึกษาในส่วนของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งในแผนนั้นรายละเอียดตรงนี้ก็ยังไม่เพียงพอ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่ารากหญ้าจริง ๆ ก็คือเกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็วิสาหกิจชุมชน ทีนี้มาส่วนของ ผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจขนาดกลาง ก็มีการมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อมไปดำเนินการ ซึ่งตรงนี้เกี่ยวโยงกับเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย ที่ล้าสมัย ท่านเชื่อหรือไม่ผมได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) บอกว่า ยิ่งปฏิรูปกฎหมายเท่าไร กฎหมายทันสมัยครับ แต่ว่าไปเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการในการ ใช้ดุลพินิจก็เป็นการเพิ่มช่องทางให้ข้าราชการนั้นได้เข้ามาหากินกับพี่น้องที่ประกอบการ ในธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งไม่มีอำนาจในการต่อรอง แล้วก็ไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ก็จะตกเป็นเครื่องมือของข้าราชการที่ไม่ดี แต่ว่าข้าราชการดี ๆ ก็มีนะครับ อันนี้ผมพูดถึง ข้าราชการที่ไม่ดีที่วันนี้พี่น้องที่ประกอบการใน เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ได้มาปรับทุกข์อยู่เรื่อย ทำเรื่องธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) บางอย่างก็เจอกฎหมายใหม่เข้ามา ซึ่งก็เป็นปัญหาในการ ที่จะเจอข้าราชการไปรังแกในกฎหมายที่เราไปปฏิรูป ซึ่งจริง ๆ แล้วเราคิดว่าทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วหลายกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจนั้นกับเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ แล้วก็ไปเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการในการที่จะใช้ดุลพินิจแล้วก็ไปรังแกผู้ประกอบการ ส่วนข้าราชที่ดีก็มีนะครับ อันนี้เราพูดถึงข้าราชการที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี ฉะนั้นการที่เรามี กฎหมายที่เราบอกว่าทันสมัยนั้นก็ต้องมาดูตรงนี้ด้วย มีอยู่หมวดหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูป อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ผมเองนั้นอยากจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่าวันนี้เราบอกว่า เราเป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) วันนี้ท่านก็เห็นนะครับว่าเรื่องหุ้นสื่อที่วันนี้ ส.ส. ก็มีปัญหา ปัญหาตรงนี้ก็มาจากเรื่องของการไม่พัฒนาเรื่อง อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) อย่างจริงจัง ท่านดูสิครับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาทำเรื่องของวัตถุประสงค์ ไม่ทำตาม แบบฟอร์มนี้ก็ไม่ได้ จดตั้งบริษัทก็ไม่ได้ เวลาไปติดต่อราชการ ซีรอกซ์ (Xerox) ที ใบรับรองบริษัท แทนที่จะหน้าเดียว วันนี้บอกว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ยังต้อง ซีรอกซ์ (Xerox) ทีหนึ่ง ๕ หน้า ๖ หน้า บางทีใช้เอกสาร ๓ ชุด ๔ ชุด ท่านคิดว่าเท่าไรครับ และเสียเวลา ในการเซ็นอีกเท่าไรครับ อยากให้ อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) เป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) จริง ๆ ไม่ใช่อยู่ในแผนอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้นำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็อยากจะฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมเองนั้นก็ชื่นชมผลงานรัฐบาล ๕ ปีที่ผ่านมา หลายเรื่อง ต้องยอมรับความจริงครับว่ามีงานเป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ของรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ว่าหลายเรื่องนั้นก็ต้องปรับปรุงครับ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา เพื่อความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนต่อไป ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ