สมเกียรติ ชี้ศาลเร่งลดคดีค้าง ยันใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

สมเกียรติ ศรลัมพ์ ชื่นชมการพัฒนาประสิทธิภาพของศาลในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลดคดีค้างและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมเสนอให้ใช้บล็อกเชนเพื่อยกระดับระบบตุลาการเพิ่มเติม และเรียกร้องให้ทบทวนการใช้โทษจำคุกอย่างเข้มงวด โดยเสนอให้มีมาตรการทางเลือกเพื่อไม่ให้คุกกลายเป็นทางออกเพียงอย่างเดียวของระบบยุติธรรม

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาภิวัฒน์ ผมอ่านถึงสาระสำคัญของบัญชี ซึ่งอาจารย์ปิยบุตรก็ลงรายละเอียดแล้ว และหลายคนก็ลงถึงความจำเป็นความลำบากของพี่น้องประชาชน ความจริงผมมีความรู้สึก แย้งว่าหน่วยงานราชการอย่างศาลมันไม่เหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่จะต้องทำกำไร ระบบ การตรวจสอบบัญชีมันก็จะวางระบบบัญชีเรื่องของต้นทุน เรื่องกำไร เรื่องค่าเสื่อมราคา นี่คือระบบบัญชี แต่เวลาเราจะคุยกับศาล ศาลไม่ใช่องค์กรทางธุรกิจที่จะหากำไรเข้ารัฐ หรือจะหาการจัดการ เพราะฉะนั้นเวลาเรามาดูระบบอย่างนี้เราจะรู้สึกขัดใจ เพราะเรารู้สึกว่า กำไรที่ศาลให้กับประชาชนคือความยุติธรรม หรือกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว แล้วก็ให้ ความเป็นธรรม อันนี้เราอยากเจอ แต่พอเจออย่างนี้รายละเอียดก็ที่ท่านสมาชิกถาม ทีนี้ผมขอเรียนท่านว่าผมไม่รู้ว่าที่ผมกำลังพูดนี่จะมีส่วนกับการที่ท่านแย้งเรื่องของเงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทหรือไม่ในการที่ประชุมศาล จากที่ผมได้ทราบข่าวมาว่าหลังจากที่ ท่านเลขาธิการและท่านประธานศาลฎีกาคนใหม่ได้เข้ามาบริหารศาล ๒ ปี ท่านทราบ หรือไม่ว่าที่เราเคยครุ่นคิดว่างานของศาลที่ติดกันเป็น ๑๐ ปี หรือช้าเสียเวลาที่มีคนเขา ตอบว่าความชักช้าคือการไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้นะครับ คดีศาลในศาลชั้นต้น คดีคั่งค้างน้อยมาก ยิ่งคดีศาลฎีกาปัจจุบันปี ๒๕๖๒ คดีคั่งค้างไม่มีเลย แล้วทางท่านเลขาธิการ และทางประธานศาลฎีกาวางระเบียบเลยว่าศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดต้องไม่ควรเกิน ๒ ปี ศาลแขวงไม่ควรเกิน ๖ เดือน แล้วก็ศาลต่าง ๆ ที่ดำเนินการ เช่นศาลฎีกาปัจจุบันไม่มีคดีค้าง ไม่น่าเชื่อ สิ่งที่เราไม่เคยคิดเกิดขึ้นในสมัยที่ท่านเป็นนี่ละครับ แล้วก็ศาลอุทธรณ์กำหนด ไว้เลยไม่เกิน ๖ เดือน ในการพิจารณาต่าง ๆ ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ผมเคยพบเพื่อน ๆ ที่เป็นทนายความบอกว่าแย่เลยเวลาอยากจะรู้ว่าคดีต่อไปข้างหน้า วันข้างหน้าเป็นอย่างไร ต้องขับรถไปถึงจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ เดี๋ยวนี้ท่านได้ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามา อินทิเกรต (Integrate) ข้อมูลศาล เดี๋ยวนี้การที่จะรู้ว่าคดีไหนที่ขึ้นศาลไหนสามารถ เช็ก (Check) ได้ใช้เวลาไม่กี่นาที ผมอยากให้ท่านได้ชี้แจงเรื่องนี้ด้วย เพราะสิ่งที่เราชี้แจง เรื่องเงินเฉย ๆ เงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทไม่มากเท่าไรหรอก แต่ว่าถ้าเอาต์คัม (Outcome) ที่ศาลพัฒนาออกมาทั้งความยุติธรรมและคุณภาพ ผมว่าพอสมควร จากเพื่อน ๆ ผมหลายคน ตอนนี้อยู่ถึงศาลฎีกาแล้ว เขาบอกว่าเขาทำงานมา ๒๐ กว่าปี ๓๐ ปี ครั้งนี้เขาเพิ่งเห็นศาล มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นผมให้กำลังใจ แล้วก็ฝากท่านด้วยว่า ประเทศเอสโตเนียเขาใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาในระบบศาลมากมายเพราะหน่วยงานศาล เป็นหน่วยงานเขาเรียกว่าหน่วยงานธุรการเป็นส่วนใหญ่ เรามายุ่งกับระเบียบกับหนังสือ ลายเซ็น ต่อไปถ้าท่านใช้บล็อกเชน (Blockchain) การพิสูจน์ตัวบุคคลแทบจะ ไม่มีเลย ถ้าท่านคิดก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งผมเชื่อว่ากระบวนการศาลจะลดลงไปอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านเชื่อหรือไม่ครับผมถามว่าทำไมการทำงานของศาลฎีกาทำไมเร็ว ท่านประธานศาลฎีกาท่านสร้างระบบขึ้นมาคือว่า ยกศาลที่มีความชำนาญ และที่มีความ เชี่ยวชาญความรู้สูงมาเป็นคณะทำงานในการกรองงานให้กับศาลฎีกา ที่ผ่านมาถ้าองค์คณะ ๓ คนที่นั่งอยู่การวินิจฉัยสั่งการ การฟังหน้างาน งานมันก็จะช้า เพราะต้องมาวินิจฉัยกัน แต่ว่าเดี๋ยวนี้ท่านสร้างระบบโครงสร้างของคณะกลั่นกรองงานขึ้นมา ทำให้ศาลทำงานเร็ว อันนี้ละครับผมก็ขอชมเชยท่านว่ามีการพัฒนา ๒ ปีที่ท่านเข้ามา และอย่างไรก็ตามฝาก นิดหนึ่งว่า ถ้าท่านใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบที่ประเทศเอสโตเนียเขาทำ ใช้ระบบ บล็อกเชน (Block chain) เข้ามาจับ ระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลพอมันน้อยขึ้น เอกสาร มากมายต่าง ๆ มันจะลดลงไปมากมายเลยครับ ถ้าท่านทำถึงขนาดนี้ผมเชื่อว่าศาลจะเป็น ที่พึ่งของประชาชน และสิ่งสุดท้ายผมขอฝากท่านฝากศาลวันนี้ท่านมีหน้าที่เอาคนเข้าคุก ปัจจุบันท่านรู้หรือไม่ว่าคนในคุก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนเป็นวัยทำงานทั้งนั้น ศาลจะเป็น คนที่สามารถมีมาตรการในการทำขั้นตอนอะไรต่าง ๆ ปัจจุบันเราเอาคุกเป็นยาสามัญ ประจำบ้าน พวกผมเป็นนักการเมืองชี้แจงทรัพย์สินบกพร่องติดคุก เป็นหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรค ทำอะไรก็คุก ผมไม่รู้คนออกกฎหมายบ้านเมืองอื่นเขามีมาตรการอื่นอีก มากมาย และท่านไปดูคนในคุกน่าสงสารลูกเมียเขาไม่มีคนทำงาน เป็นคนวัยทำงานทั้งนั้น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน และท่านเอาเขาไปติดคุก ๕ ปี ๑๐ ปี กว่าจะออกมาก็แก่แล้วทำงาน ไม่ได้ ผมขอให้ศาลมีทัศนคติใหม่สักหน่อย มาตรการเอาคนไปติดคุกมันเป็นการลงโทษอย่าง เดียว เป็นสมัยโบราณ แต่ลองดูสิครับ คนที่ควรจะประกันบางครั้งความรู้สึกไม่ให้ประกัน จริง ๆ แล้วกฎหมายบอกว่าคนที่ศาลยังไม่ตัดสินคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หลายคนก็ไม่ได้ทำ หลายคนนะครับ แล้วศาลก็มีมาตรการในการวินิจฉัยที่ไม่เหมือนกัน ผมอยากให้ท่านวางเลยว่าอะไร มันไม่ต้องขอประกันเลยครับ นี่คือสิทธิของเขาต้องได้ประกัน อันนี้ละผมอยากได้ งบดุลบัญชีนี่นะครับผมอ่านแล้วผมก็ธรรมดา มันจะกำไรหรือขาดทุน มันก็ธรรมดา จะเสียเงินอีก ๒๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าประสิทธิภาพในการทำงานอย่างที่ท่าน กำลังทำผมเห็นด้วย แล้วผมขอฝากเรื่องการประกันของศาลแต่ละศาลให้ประชาชนเขาอยู่กับ ลูกกับเมียเขาเถอะไม่มีใครเลวมากหรอกครับ บางคนเขามีปัญหานิดหน่อยเพราะความอดยากของ เขา ในการบริหารงานประเทศทำให้ประชาชนอด เขาก็ไปขโมยไปอะไร ต้องมีมาตรการ เยียวยา ฝากท่านถ้าท่านมีมาตรการที่ชัดเจนต่อไปจะไม่มีใครสนใจอ่านบุ๊ก (Book) นี้เลย บุ๊ก (Book) นี้ เป็น บุ๊ก (Book) เรื่องการเงินของธุรกิจ แต่เขาจะถามว่าปีที่แล้วท่านทำให้เกิด ความยุติธรรม ทำให้เกิดความรวดเร็วเท่าไร อันนี้จะเป็นกำไรสูงสุดของศาลยุติธรรม ขอบคุณครับ