สราวุธ แจงความคืบหน้าคดี 2 ล้านคดีต่อปี เร่งด่วน-โปร่งใส-ใช้เทคโนโลยี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

สราวุธ เบญจกุล ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคดีที่มีปริมาณสูงถึงเกือบ 2 ล้านคดีต่อปี โดยย้ำนโยบายเร่งรัดการพิจารณาคดีในทุกชั้นศาล พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีและมาตรการต่างๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการประชาชน เช่น การคัดคำพิพากษาได้ทั่วประเทศ การใช้กำไลข้อเท้าสำหรับผู้ไม่มีเงินประกัน และการตรวจสอบคุณภาพผู้พิพากษา ส่วนการบริหารงานภายในยืนยันความโปร่งใส ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการจ่ายเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนทนาย งบประมาณ และการเปิดสอบผู้พิพากษา รวมถึงการยอมรับการตรวจสอบจากรัฐสภาเพื่อความโปร่งใสและประโยชน์ของสถาบันยุติธรรมโดยรวม

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการทำงานของ ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ

ประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนทุกท่านก็คือว่า ขณะนี้ปริมาณคดีที่เข้าสู่ ศาลยุติธรรมประมาณปีละเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คดี ซึ่งคดีส่วนใหญ่ที่ศาลพิพากษาลงโทษ จำคุกไปส่วนมากร้อยละ ๗๐-๘๐ เป็นคดียาเสพติด สภาพการทำงาน ณ วันนี้เรามุ่งผล ที่จะให้การบริการประชาชนที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้นนะครับ โดยท่านประธานศาลฎีกา ได้ประกาศแนวนโยบายว่าศาลชั้นต้นต้องพิจารณาคดีไม่เกิน ๒ ปี สำหรับศาลจังหวัดนะครับ แล้วก็ศาลแขวงก็เร็วขึ้น โดยปกติแล้วก็ไม่เกิน ๑ ปี หรือ ๖ เดือน สำหรับศาลอุทธรณ์ ท่านจะเห็นได้ชัดเลยว่าเนื่องจากขณะนี้ศาลอุทธรณ์มีทั้งหมด ๑๑ ศาลด้วยกัน ก็คือศาลอุทธรณ์ภาค ๑-๙ แล้วก็ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ศาลเหล่านี้พิจารณาคดีไม่เกิน ๖ เดือน แล้วก็ศาลฎีกาเองท่านประธานประกาศแนวทางชัดเจนว่าคดีที่เข้าสู่การพิจารณา ของศาลฎีกาต้องไม่เกิน ๑ ปี ในการประชุมผู้บริหารก็ได้มีการติดตามตลอดเวลา นอกจากนี้สิ่งที่ทางท่านประธานให้นโยบายในการดำเนินการก็คือว่า การคัดคำพิพากษาของ ศาลยุติธรรมต้องสามารถคัดได้เมื่ออ่านภายใน ๗ วันนะครับ ถ้าท่านไม่สามารถดำเนินการได้ สามารถร้องเรียนได้ เราตรวจสอบระบบการทำงานของผู้พิพากษาทั้งหมดว่าสิ่งที่ท่านอ่านไป สามารถคัดคำพิพากษาได้หรือไม่ แล้วนอกจากนี้กระบวนการที่จะให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น เราก็ให้คัดได้ทุกแห่งทั่วประเทศ หมายความว่าท่านจะสามารถคัดคำพิพากษาศาลแพ่ง ได้จากจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย หรือจากเบตงก็ได้ ศาลจังหวัดเบตงก็มี ท่านก็ขอคัด ได้เลยนะครับ อันนี้ก็คือในส่วนของการให้บริการ

ประเด็นที่ท่านสมาชิกอภิปรายเกี่ยวกับกับเรื่องการปล่อยชั่วคราว ณ วันนี้เราก็พยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วยนะครับ เรามีอุปกรณ์กำไลข้อเท้าเพื่อช่วยเหลือ โดยเราเช่าทั้งหมด ๕,๐๐๐ เครื่อง ขณะนี้เราพยายามกระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีเงินวางหลักประกันสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ แทนที่จะไปอยู่ใน เรือนจำเขาสามารถอยู่กับครอบครัวได้ ทำงานได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย เพราะว่า ทางสภาได้อนุมัติงบประมาณมาให้ดำเนินการนะครับ แล้วก็การบริหารจัดการของสำนักงาน ศาลยุติธรรมในเรื่องอุปกรณ์กำไลข้อเท้าเราพยายามบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการใช้งาน แล้วเราก็มีการกระตุ้นให้ผู้พิพากษาได้รับทราบว่าอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อลดความ เหลื่อมล้ำในสังคมว่าคนที่เขาไม่มีเงินวางหลักประกันจะได้มีโอกาสกลับไปอยู่กับครอบครัว นะครับ

ทีนี้สำหรับประเด็นเรื่องหลักการเกี่ยวกับเรื่องรายงานสภาพการบัญชีการเงิน ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงานศาลยุติธรรมมีนโยบายชัดเจน กรณีทุจริตเกี่ยวกับเรื่อง การเงินบัญชีเราให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วก็ลงโทษไล่ออกสถานเดียวทุกกรณีเลยนะครับ ในกรณีของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องระบบการเงินบัญชี เรามีระบบควบคุมภายใน มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงแล้วก็มีคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ระบบการติดตาม ในการควบคุมการใช้จ่ายเงินเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบกฎหมายนะครับ

แล้วก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญก็คือ เกี่ยวกับเรื่องยอดเงินที่เพิ่มขึ้นจากการ จ่ายเบี้ยประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีท่านสมาชิกได้อภิปรายให้ความเห็นว่าการออกระเบียบนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมต้องขอยืนยันต่อสภาแห่งนี้ว่าการดำเนินการออกระเบียบ ดังกล่าวได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามกฎหมาย แต่ว่าความเห็นของ ที่ท่านสมาชิกอ่านในวาระการประชุม นักกฎหมายอยู่ในที่ประชุมเห็นต่างกันนะครับ อาจจะ มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ว่าท้ายที่สุดการออกระเบียบดังกล่าวออกโดยความเห็นของ ที่ประชุมโดยมติเอกฉันท์ และท่านประธานก็ออกมา ถามว่าแล้วทำไมต้องไปแก้กฎหมาย ในภายหลัง ทำไมต้องไปแก้ จริง ๆ แล้วการแก้นี่เราไปแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง เพื่อให้การประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ก็ดี ศาลอุทธรณ์ภาคก็ดี สามารถปฏิบัติได้ ตามกฎหมาย รวมทั้งศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษด้วยนะครับ และในส่วนของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า ก็เป็นความกรุณาของสภาที่ออกกฎหมายมาและกำหนด ภาระหน้าที่ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการหลายเรื่อง อย่างเช่นระเบียบเกี่ยวกับ การกำหนดมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม ก็ไปกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาทำ จริง ๆ หน้าที่เหล่านั้นไม่ได้เป็นหน้าที่ปกติตามที่เขามีการตัดสินคดี แน่นอนครับ ที่ประชุมใหญ่ นอกจากทำหน้าที่พวกเหล่านี้ เลือกองค์คณะในการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง มีคดีที่มีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญก็เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ การดำเนินการการใช้จ่ายเงิน งบประมาณท่านสามารถไปดูได้เลยนะครับ ผมสามารถเอ่ยชื่อยกตัวอย่างก็ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ หลังจากที่ระเบียบออกมาแล้วเวลาไม่มีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญเขาก็ไม่ได้จัดประชุมใหญ่ การประชุมใหญ่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีข้อกฎหมายสำคัญ จำเป็น หรือว่ามีเรื่องเงื่อนไข ที่กฎหมายกำหนดว่าต้องดำเนินการ ฉะนั้นในความเห็นทางสำนักงานศาลยุติธรรม ขอกราบเรียนว่าเราได้ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามครรลอง ที่ควรจะเป็น ส่วนดุลยพินิจในการที่จะพิจารณาว่ามากหรือน้อยเกินไปก็เป็นอำนาจ ซึ่งท่าน ก็ได้เรียนแล้วว่าหลักการในการถ่วงดุลและการของทุกฝ่ายนะครับ ฝ่ายตุลาการก็ถูก ตรวจสอบ วันนี้ผมยืนอยู่ที่นี่ก็สภานิติบัญญัติก็เป็นคนตรวจสอบรายงานการเงินของ ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเราก็น้อมรับการตรวจสอบและเป็นข้อเสนอแนะที่ดี เราก็ได้ตระหนักว่า บางครั้งบางเรื่องเราก็เห็นแตกต่างกันได้ แต่ว่าท้ายที่สุดทุกคนก็ได้เสนอความเห็นที่เป็น ประโยชน์เพื่อการทำงานขององค์กรซึ่งเป็นสถาบันของประเทศนั่นเอง

ในส่วนของประเด็นย่อย ๆ ประเด็นเรื่องการเปิดสอบผู้พิพากษาท่านบอกว่า รับได้น้อยของท่านสมาชิกท่านนิรมิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเพิ่งเปิด อบรมไป ๑๑๓ คน จำนวนที่เราเปิดสอบมี ๓ ครั้งต่อปีครับ แต่ว่าจำนวนเราก็ไม่สามารถ ควบคุมได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนที่สอบผ่านเกณฑ์หรือไม่นะครับ อันนี้เราก็พยายาม ปรับปรุงอยู่ เรารู้ว่าเราขาดอัตรากำลัง ส่วนเรื่องผู้พิพากษาอาวุโสเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บัดนี้เราก็ใช้มา ๒๒ ปีแล้วเกี่ยวกับเรื่องผู้พิพากษาอาวุโส เนื่องจากว่าสังคม ในการมีชีวิตยาวนานขึ้น ฉะนั้นผู้พิพากษาอาวุโสก็มีประโยชน์ในการทำหน้าที่ เราก็พยายาม จัดสรรการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์ให้ทำงาน สอดคล้องกับบทบาทภารกิจที่สอดคล้องกับอายุนะครับ และในต่างประเทศก็มีระบบผู้ พิพากษาอาวุโสเช่นกันนะครับ

สำหรับทนายอาสา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมต้องจ่ายอัตราเงินรางวัลทนาย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด อย่างเช่นถ้าโทษประหารชีวิตอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ ๘,๐๐๐ บาท ขั้นสูงอายุที่ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้อยู่ที่กฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งทางสำนักงานศาลยุติธรรม ก็เห็นด้วยกับท่านว่าควรจะปรับปรุงค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสภาพความจริงในปัจจุบัน เพราะว่าอัตราค่าทนายเหล่านี้มันเป็นอัตราที่ใช้อยู่นานแล้ว และเราก็พยายามปรับปรุง และมันจะมีคำถามต่อมาควบคู่กับเรื่องงบประมาณด้วย พอตั้งปรับอัตราสำนักงบประมาณ ก็จะท้วงแบบที่เขาท้วงเรื่องทุกเรื่องที่เวลาของบประมาณเพิ่ม ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าพอจัดตั้ง ปรับอัตราพวกนี้ก็ต้องมีปัญหาเรื่องภาระงบประมาณตามมานะครับ

ท้ายที่สุดเกี่ยวกับเรื่องเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม หรือว่าเงินงบประมาณที่ได้รับทางผมขอยืนยันต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าการใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ของเงินงบประมาณแผ่นดินรวมทั้งเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินนอกงบประมาณใด ๆ สำนักงานศาลยุติธรรมใช้ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ทุกประการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ