ชลน่าน วิจารณ์ปฏิรูปการเมืองล้มเหลว ชี้ขาดโปร่งใส-เสถียรภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒

ชลน่าน ศรีแก้ว ทบทวนความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญและแผนยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมตั้งคำถามถึงความสอดคล้องและประสิทธิภาพของกระบวนการ โดยวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของการปฏิรูปการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่ขาดความโปร่งใสและเสถียรภาพ พร้อมเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อสภาอย่างเข้มงวดมากขึ้น และผลักดันการปฏิรูปอย่างแท้จริงตามหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย รวมถึงการคืนสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนอย่างสมบูรณ์

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน กระผม ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาอนุญาตให้ผมได้ขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบรายงาน ความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ที่บรรจุ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมใช้คำพูดผิดครับท่านประธาน ทางเลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แจ้งมาว่าเป็นความคืบหน้า ใช้ว่า ความคืบหน้าของการ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียด ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ารายงานครั้งนี้เป็นรายงานครั้งที่ ๓ ที่คณะรัฐมนตรี ตามนัยของมาตรา ๒๗๐ ต้องรับผิดชอบต่อสภา วันนี้ผมเองต้องกราบ ขอบพระคุณท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการ ของคณะ ที่ได้กรุณามารายงานต่อพวกเราผ่านท่านประธานไป แต่โดยความเคารพ ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญ มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๖ มาตรา ๒๕๗–๒๖๑ เขียนไว้ชัดเจน แล้วก็ยังเขียนว่าในการปฏิรูปประเทศ ต้องมีแผนและขั้นตอนในการดำเนินการให้ชัดเจน มีกฎหมายประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนในปี ๒๕๖๐ วันที่ ๑ สิงหาคม หลังจากนั้นก็มีการประกาศแผน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๑ ๑๑ ด้าน แล้วก็เขียนไว้ชัดเจนว่ามันมีความสำคัญถึงขนาดให้ ต้องมีผู้ติดตาม มีผู้ชี้แนะ มีผู้เร่งรัดให้สัมฤทธิผลภายใน ๕ ปี นั่นคือมอบหมายให้สมาชิก วุฒิสภาที่มาตามบทบัญญัติการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ติดตาม เป็นผู้ชี้แนะ เป็นผู้เร่งรัด ท่านประธานครับ ความสำคัญนี้ก็สอดคล้องบอกว่าต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติด้วย ถ้าผมพูดอย่างนี้ มันดูเหมือนมีความสำคัญมาก แต่สิ่งที่ผมเองกำลังประสบขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าผมขอบพระคุณ ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะที่มาช่วยรายงาน ต่อพวกเรา แต่ความรับผิดชอบที่ ครม. จะต้องมีต่อพวกเรา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ทวงถามหน่อย ในการรายงานครั้งต่อไป จริงอยู่ว่าเลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฐานะเลขาธิการจะเป็นผู้ดูรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่เป็นความ รับผิดชอบคือคณะรัฐมนตรี เมื่อท่านประกาศว่าจะปฏิรูปประเทศภายใน ๕ ปีให้สัมฤทธิผล ท่านต้องรับผิดชอบต่อสภาของพวกเราด้วย ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี จริงอยู่ขณะนี้ท่านอาจจะบอกว่ากระผมเป็นคณะรัฐมนตรีไม่รู้จะมาในรูปแบบไหน จริง ๆ คณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๖๔ ก็ได้ครับ มาตรา ๒๖๔ ให้อำนาจท่านอยู่ ท่านเป็น คณะรัฐมนตรีเต็มรูปแบบไม่ใช่รักษาการ มาก็ได้ สภาเรายินดีต้อนรับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมนำเรียนท่านประธานมันเป็นการให้ความสำคัญต่อสภา สภาเราเองยินดี เราก็อยากมีส่วนร่วม เพราะว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดของสภาของเราคือความเป็นประเทศชาติ ที่สงบสุขตามที่ท่านเขียนวัตถุประสงค์ไว้ เรียบร้อย ปรองดอง มั่งคั่ง มั่นคง ทั้งภาพสังคม โดยรวม ทั้งพี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ท่านเขียนไว้ในหมวด ๑๖ ชัดเจนวัตถุประสงค์ท่าน แต่ถ้าท่านทำอย่างนี้นะครับ และเอากระดาษที่เป็นรายงาน ๓๙ หน้า ให้พวกเรามารับทราบ ดูว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร ก็ด้วยความขอบคุณผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ความสำคัญตรงนี้ต้องฝากไปบอกคณะรัฐมนตรีที่จะได้มาช่วยกันดูแลในการพัฒนา เพื่อเราจะได้ทำให้เป็นไปตามที่ท่านมุ่งหวัง เว้นแต่การดำเนินงานตามแผนปฏิรูปครั้งนี้ กระทำไปเพราะไม่กระทำไม่ได้ เนื่องจากว่าได้ไปพูดเอาไว้ ได้ไปรับปากเอาไว้ และจุดประสงค์สำคัญเพื่อต้องการที่จะอยู่ต่อ สืบทอดอำนาจต่อไป ท่านประธานครับ ทำไม ต้องมียุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ทำไมยุทธศาสตร์กับแผนปฏิรูปประเทศมันถึงมีความอิหลักอิเหลื่อ ขออนุญาตใช้ภาษาทั่ว ๆ ไปครับ ท่านประธานทราบหรือเปล่าว่ายุทธศาสตร์ประเทศของเรา ๖ ด้าน มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แจงออกมาตั้งเป็น ๖ ข้อ ๖ ด้าน ด้านความมั่นคง ด้านพัฒนาศักยภาพ การแข่งขัน ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านเรื่องความเสมอภาคของความเป็นมนุษย์กัน เรื่องสวัสดิการ เรื่องการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการจัดการภาครัฐ ๖ ด้านนี้ออกมาหมด แต่ท่านประธานครับ มาดูความตั้งใจ และวิธีการ ดำเนินการ ผมไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นพ่อ อะไรเป็นลูก อะไรเป็นแม่ แผนปฏิรูปประกาศเมื่อ เดือนมีนาคม ๒๕๖๐ วันที่ ๑๒ มติ ครม. ออก แต่ยุทธศาสตร์ชาติออกเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ และบอกว่าแผนปฏิรูปต้องยึดโยงตามยุทธศาสตร์ชาติ มันก็เลยเป็นที่มาว่าทำไม มันเป็นอย่างนั้น ทำไมอะไรก่อนอะไรหลัง มันก็เลยเป็นสิ่งที่พวกเราเองมีข้อกังวลสงสัย เพราะฉะนั้นในการอภิปรายรับทราบรายงานครั้งนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เราเองจำเป็นที่จะต้องทักท้วง จำเป็นที่จะต้องเสนอแนะ จำเป็นที่จะต้องชี้ให้เห็นว่ามันมี ความล้มเหลว มันมีความก้าวหน้าอย่างไร ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนเมื่อท่าน ประกาศเป็นพระราชบัญญัติแล้ว อยู่ในรัฐธรรมนูญแล้ว เขาอยากรู้ เขาอยากเห็นว่าเขาจะ ก้าวหน้าจริงหรือไม่ เขาจะได้รับการปฏิรูปจริงหรือไม่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ตรงนี้ ละครับ มันก็จำเป็นที่สมาชิกพวกเราวันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้เวลาพอสมควรที่จะ ได้บอก ได้กล่าว ได้เสนอแนะ ได้ทักท้วง ได้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านบอกแผนปฏิรูปของประเทศ มันจะนำมาซึ่งความผาสุกของประเทศชาติได้อย่างไร ต้องขออนุญาตขอเวลาครับ ทั้งหมด ๑๑ ด้านตามแผนปฏิรูป ท่านประธานครับ จะมีสมาชิกของพวกเรา โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านเรา ๗ พรรค เรามีการปรึกษาหารือที่จะนำข้อมูลในแต่ละด้านมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ท่านเลขาธิการมารับในนามคณะรัฐมนตรี อาจจะเป็นประโยชน์นะครับ แน่นอนสิ่งที่เราทักท้วงไม่ได้สนับสนุนหรือสรรเสริญแผน แต่เราจะทักท้วงในสิ่งที่เราเป็นห่วง เป็นกังวลว่าเมื่อนำสู่ปฏิบัติแล้วจะเป็นประโยชน์จริงหรือไม่ ปฏิบัติได้หรือไม่ ใช้งบประมาณ ไปเท่าไร มีข้อสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ สิ่งเหล่านี้ท่านสมาชิกจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นในแต่ละด้านไป สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานจากรายงานที่ท่านเลขาธิการได้กรุณาสรุปย่อ ให้พวกเราฟังใน ๑๑ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องกฎหมาย เรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสาธารณสุข เรื่องสื่อมวลชน แล้วก็เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคมและพลังงาน สุดท้ายเรื่องการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ท่านประธานครับ ๑๑ ด้านนี้สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ถามว่าสำเร็จผลคืบหน้าหรือไม่ ดูจากรายงานไม่มีตัวชี้วัดใด ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้านตัวบุคคล ด้านสังคม ด้านระดับประเทศตัวชี้วัดที่เราต้องการเห็น ที่ท่านจะทำมา เราไม่เห็นชัดเจนว่ามันคืบหน้าไปอย่างไร อาจจะมีรายงานเชิงประจักษ์ว่า คืบหน้าในการทำแผนสำเร็จ ส่งแผนสำเร็จ แต่สิ่งที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนมันดูไม่ได้จริง ๆ และที่สำคัญท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องที่ท่านส่งมา ให้พวกเราดู ผมตรวจสอบไปในรายละเอียดขออนุญาตใช้คำว่ามีแต่สิ่งที่เราพบว่ามันล้มเหลว มันล้มเหลวอย่างไรครับท่านประธานครับ มันเป็นรายการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งหมดที่ส่งมา ๑๔,๘๖๕ เรื่อง สอดคล้องกับ ๖ ยุทธศาสตร์ ๑๑ ด้าน ในเอกสารรายงานมีครับ ในตาราง ๑๔,๘๖๕ เรื่องท่านประธานครับ ไปตรวจสอบรายละเอียดพบว่ามีการรอพิจารณา ๕ ใน ๑๑ เรื่อง ในรอบที่ ๓ เดือนมกราคม-เดือนมีนาคมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ๔ เรื่อง ๔ เรื่องนั่นได้แก่ ประชาธิปไตยต้องมีธรรมาภิบาล ยังไม่ได้ทำอะไรเลย การกระจายอำนาจ ยังไม่ทำอะไรเลย สมาชิกมีความประสงค์อภิปรายเรื่องนี้พอสมควร ทบทวนกฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ได้ทำ ท่านประธานครับ ในรายงานจิตอาสา พี่น้องประชาชนมีการออกมาเป็นจิตอาสา เป็นพลังของพี่น้องประชาชน ด้วยสำนึกในบุญคุณ ออกมาทำงาน แต่ไม่มีอยู่ในรายงานว่า ทำหรือไม่ทำเลย อันนี้คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานครับท่านประธาน และที่สำคัญความ ล้มเหลวที่อยู่ในแผนที่เราห่วงและกังวล ทั้งที่บุคลากรพวกเรา คนภาครัฐของเรามีความรู้ ความสามารถ ท่านใส่ว่าท่านจะจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคกับการ ดำรงชีวิต ต้องถามว่าต้องใช้เงินเท่าไร แล้วทำไมคนของภาครัฐที่มีความรู้ความสามารถ ถึงไม่ทำเรื่องนี้ ตั้งอนุกรรมการเพื่อเขียนทีโออาร์ (TOR) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ เรื่องพลังงานสีเขียว เรื่องโรงงานประหยัด สิ่งเหล่านี้มันส่อให้เห็นว่า ไม่ได้ทำ มันเป็นความล้มเหลวของแผนที่ทำมา แล้วก็ดูในรายละเอียดมีแต่เรื่องเล็ก ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เป็นเสมือนงานปกติของหน่วยงานราชการ ผมยกตัวอย่างว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินมีเขียนว่า เรื่อง ๑๙๑ เข้ามาเขียน ถามว่า ๑๙๑ มันมีมากี่ปีครับ มันมีมา ก่อนปี ๒๕๖๐ ก่อนที่ท่านจะเขียนรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้พอท่านได้มาแสดงแล้วทำให้พวกเรารู้สึกหดหู่ มันแปลงจากวิธีปฏิบัติของงานประจำ ของส่วนราชการมาเป็นแผนปฏิรูปประเทศแล้วบอกว่าประเทศเราใน ๕ ปีข้างหน้า จะเจริญรุ่งเรืองมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มันไม่เห็นทิศทางครับด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมกลับมาในเรื่องที่เป็นเรื่องความล้มเหลวและสิ่งที่ควรจะต้องเอาไปใส่ในแผน

เรื่องแรกสุดครับท่านประธาน เรื่องการปฏิรูปการเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานเกือบไม่ได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ต้องขออภัย เพราะอะไรครับ เพราะผลพวงของการดำเนินการเข้าสู่การเมืองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านมีการปฏิรูปการเมืองบอกพรรคการเมืองจะต้องมีอย่างโน้นมีอย่างนี้ หัวหน้าพรรคการเมืองต้องมาประชุมร่วมกันปรองดอง แต่สิ่งที่ท่านเองละเลยและไม่คำนึง คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง การเข้าสู่อำนาจแทนพี่น้องประชาชน ที่เขาเลือก ภาพที่เราเห็นในสภาแห่งนี้ไม่ต้องอธิบายนั่นคือความล้มเหลวขณะนี้ยังไม่มี รัฐบาลเลยยังไม่มี ครม. เลย เกือบ ๔ เดือน บอกว่ากลางเดือนกรกฎาคมมีแน่นอนครับ แต่ว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคมเขารอให้มีรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งไปแก้ปัญหาให้เขา มานำพาประเทศชาติบ้านเมืองให้สู่เป้าหมายที่เขาต้องการ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญผมถามว่าในแผนปฏิรูปจะทำอย่างไร ท่านเชื่อมโยงกันอย่างไร ยึดโยงกันอย่างไร ท่านกล้าหรือเปล่าว่าต้องปฏิรูปการเมืองให้เป็น ประชาธิปไตยที่ทุกคนยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมจริง ๆ นิติธรรมนี่ขีดเส้นใต้นะท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตพูดเลย ผมไปเปิดพจนานุกรมมา คำอธิบายชัดเจนว่า นิติธรรม คือกฎพื้นฐานแห่งกฎหมายที่ทุกคนที่อยู่ภายใต้กฎหมายต้องถูกบังคับเท่าเทียมกันครับ เท่าเทียมกัน ในหมวดกระบวนการยุติธรรมเรื่องนี้จำเป็นและสำคัญ จะมีเพื่อนสมาชิกลงไป ในรายละเอียด แต่สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้นะครับ วันที่ ครม. ชุดนี้เข้าถวายสัตย์ นั่นหมายความว่า มาตรา ๔๔ คณะรัฐมนตรีชุดเดิมหมดไป แต่ผลพวงของมาตรา ๔๔ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดทั้งนิติบัญญัติ ทั้งบริหาร ทั้งตุลาการในตัวเดียวกันหมดเลย อันนี้เขาเรียกอำนาจ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ มันอยู่ในตัวเดียวของคนกลุ่มเดียวผู้เดียวมันจะหมดไป แต่ผลพวง มันเข้าไปอยู่ในกฎหมายปกติยังมีผลใช้บังคับอยู่ สิ่งที่จะปฏิรูปถามว่าจะมีการยกเลิก ตัวบทกฎหมายที่มันไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างไร พี่น้องประชาชน สนใจมากครับ ๒๓ องค์กรเขายื่นเสนอมาเป็นร่างภาคประชาชน แต่แผนปฏิรูปบอกยังไม่ได้ทำ อะไรเลย อย่างนี้มันคือความก้าวหน้าหรือความล้มเหลวท่านประธาน เรื่องการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองสลดหดหู่ใจมาก กระบวนการ เลือกตั้ง วิธีการเลือกตั้ง การเข้าสู่อำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ในวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมา ต้องถูกตรวจสอบ ทำไมต้องถูกตรวจสอบ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยว่า แค่บัตรเลือกตั้งที่ใช้อยู่ใช้ในการเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนไปกากบาทฉีกไปใส่ในกล่อง ใส่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งท่านประธานไปเลือกตั้งท่านประธานคงสังเกต เดิมการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ทุกครั้งให้ความสำคัญกับตัวบุคคลที่จะไปเลือกตั้งมากว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหนลายมือเป็นอย่างไร พวกเราถูกปั้มหัวแม่มือ หมายเลข ๑๓ หลัก ลายเซ็น แต่ครั้งนี้ ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่จะบ่งชี้ว่าคนเลือกตั้งบัตรใบนั้นเป็นใคร เพราะอะไรท่านประธานครับ นี่หรือคือปฏิรูปการเมือง เขาทำเพื่ออะไร ทำไมขณะที่เข้าสู่การเลือกตั้งเป็นอย่างไร ขณะที่นับคะแนน นับไป นับไป หยุด ผลคะแนนออกมามีความสับสน มีความเห็นที่แตกต่าง วันที่เลือกตั้ง วันที่ ๒๘ ออกมาไม่เหมือนกัน สุดท้ายมีศัพท์ใหม่ คะแนนเขย่ง บัตรเขย่ง แล้วท้ายสุดครับ มีวิธีการตีความตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งด้วยการคิดคำนวณที่แตกต่างผิดแผกไปจากผู้คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ทั่วไป อันนี้ผมชี้ให้เห็นนี่คือความล้มเหลวของการ ปฏิรูปการเมือง ถ้าท่านประธานเห็นด้วยกับผม ถ้าท่านนึกหลับตาไป ๒ คะแนน นิดเดียว สิ่งที่เขาคิดขึ้นมาเพื่ออะไรครับ มันทำให้ภาคการเมืองอ่อนแอ ทำไมเรามีตั้ง ๒๖ พรรค รัฐบาล ๑๙ พรรค พวกผมฝ่ายค้าน ๗ พรรค เอาละ ผมไม่ว่า ว่าจะมาด้วยวิธีการไหน แต่วิธีคิดคะแนนของเขามันทำให้การเข้าสู่อำนาจแทนพี่น้องประชาชนมาเป็นในลักษณะ อ่อนแอ สภาก็เป็นสภาเป็ดง่อย ครม. ยังตั้งไม่ได้ ก็เป็น ครม. เป็ดง่อย ผมถามว่าอย่างนี้ เราจะพัฒนา เราจะปฏิรูปประเทศมันก้าวหน้าภายใน ๕ ปีได้อย่างไร ยุทธศาสตร์ที่ท่าน เขียนไว้แจกแจงไปในรายละเอียด ๒๐ ปีนะครับ ผมเคยยืนอภิปราย ณ เวทีแห่งนี้ สภาแห่งนี้ บอกว่าถ้าท่านเลือกนายกรัฐมนตรีคนนี้ประเทศจะเข้าสู่วิกฤตแล้วล้มเหลว ท่านประธาน คอยดูนะครับ สิ่งที่ผมพูดไว้มันจะเป็นจริง เพราะอะไรครับ เพราะระบบการเมืองของเรา ต้องการทำลายอำนาจที่มาจากพี่น้องประชาชนให้อ่อนแอ ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร เพราะ อยากจะแทรกอำนาจนอกระบบเข้ามาหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่นั่นคือสิ่งที่เป็นจริง ๘ เสียงครับ ความต่าง ๒๕๔ เสียง กับ ๒๔๖ เสียง ๘ เสียง สนุกนะครับท่านประธาน ในการทำงาน อันนี้คือสิ่งที่เป็นภาพที่จะทำให้การปฏิรูปการเมืองตามแผนการปฏิรูปการเมืองมันล้มเหลว นี่คือตัวอย่างชัด ๆ เลย ถึงแม้ท่านจะไปเขียนดีอย่างไร แต่ตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบางมาตรา เข้าไปมีผลทำให้สิ่งที่ท่านพูดไว้มันทำไม่ได้ นี่ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องการปฏิรูปการเมือง เรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น แล้วสิ่งที่ผมบอกว่ามันจะวิกฤติและล้มเหลว เพราะอะไรครับ ท่านประธาน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ถ้าไปดูในรายละเอียดแล้วมันไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติครับ มันเป็นยุทธศาสตร์การเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจ เพื่อการสืบทอดอำนาจของคนบางกลุ่มบางพวก เท่านั้น แล้วก็อาศัยกฎหมายปฏิรูปอาศัยแผนปฏิรูปมารองรับเพื่ออยู่ต่ออย่างน้อย ๕ ปี แต่เขาหวังว่า๒๐ ปี ๒๐ ปีนี่อันตรายมาก มันจะทำให้ประเทศชาติวิกฤต ไม่มีประเทศชาติ เมืองไหนที่ทำแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี และเขียนในรายละเอียดลงไปหมดเหมือนแผนปฏิบัติการ ในยุทธศาสตร์ อันนี้คืออันตรายผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นถ้าใช้ มาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนูญบวกกับหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศแล้ว สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนมุ่งหวังคาดหวังว่าประเทศจะเจริญก้าวหน้ามั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน พี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี มีความสุข ความสงบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะเจริญงอกงามเป็นไปได้ยาก ท่านประธานที่เคารพอีกสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ด้วยความที่ห่วงใยที่จะทำให้บ้านเมืองมันล้มเหลวเข้าสู่วิกฤติ คือวิธีคิดในการปฏิรูป เอายุทธศาสตร์ชาติมา แผนปฏิรูปมา ๑๑ ด้าน คิดบนฐานที่ไม่มีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน แม้รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ทั้ง ๒ หมวด ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน ท่านประธานครับ เขามีส่วนร่วมตรงไหน มีคนกลุ่มหนึ่งมานั่งคิดนั่งทำ ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใด ๆ ว่าความคิด ความเห็นของพี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หรือไม่อย่างไร ความไม่มีส่วนร่วมตรงนี้มันเลยทำให้ยุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูป ๑๑ ด้าน คิดอยู่บนพื้นฐานเขาเรียกว่ารัฐราชการ รัฐราชการครับ ขณะนี้ทั้งโลกที่เขาพัฒนาเขาใช้ประชาชนเป็นจุดศูนย์กลางในการพัฒนากระบวนทัศน์ มันเปลี่ยนมาสู่ภาคประชาชนระเบิดจากประชาชน รัฐเพียงเป็นผู้ให้พลังสนับสนุนเข้าไป แต่ว่าของเราเองเป็นรัฐราชการ ทุกอย่างทำด้วยราชการ ท่านตรวจสอบรายงาน ๓๙ หน้า ความล้มเหลว ความไม่ทันกาล ทำไม่ทัน เป็นเพราะหน่วยงานราชการทั้งนั้นเลย นี่ละครับ มันจะเป็นตัวบ่งชี้เลยว่าประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร เมื่อท่านไม่ได้เห็นขออภัยท่านประธานครับ ผมเกือบหลุดว่าเห็นหัว ต้องขออภัย ไม่เห็นแก่ประชาชน ไม่เห็นแก่ศีรษะประชาชนก็ได้ครับ สุภาพหน่อย ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างนี้ครับ วิธีคิดกระบวนทัศน์ที่คิดผิดอย่างนี้ และท่านใช้ไปอีก ๒๐ ปี ประเทศชาติมันจะถดถอยล้าหลังและล้มเหลว ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดเพื่อนสมาชิกจะมาบอกท่านประธานเป็นข้อ ๆ ในสิ่งที่เขา เห็นว่ามันจะเป็นอันตราย สิ่งที่เขาเห็นว่ามันจะไม่ได้เกิดกับประเทศชาติ ก็หวังว่า ท่านเลขาธิการครับในฐานะที่เป็นตัวแทน ครม. จะรับข้อสังเกตความเห็นของพวกเราไป ไม่มีการลงมติหรอกครับ แต่เราจะเจอกันอย่างนี้ทุก ๓ เดือน และผมคิดว่าจะเข้มข้นขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัด รายงานฉบับนี้หลังจาก ที่เรารับทราบแล้วนะครับ ก็น่าจะส่งให้สมาชิกวุฒิสภารับทราบด้วย แต่ว่าเป็นเรื่องแปลก ท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภาผมไม่ได้ก้าวล่วง มีอำนาจหน้าที่ มีหน้าที่และอำนาจ ๒ เรื่องเลย อยู่ในเนื้อเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านเองติดตามเสนอแนะและเร่งรัดแล้ว ผมด้วยความเคารพ มันควรจะปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้มาสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วย เราอาศัยคำว่า รัฐสภา เท่านั้นเองครับที่เราถึงได้เห็นรายงานฉบับนี้ แยกประชุมกัน เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าบางเรื่องให้แยกประชุมได้ เช่นรับทราบรายงานตรงนี้ แต่อาศัยว่าเป็นรัฐสภาเท่านั้นเองที่ได้เห็น ฝากท่านประธานครับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ของสมาชิกวุฒิสภา ข้อเร่งรัดที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราอยากเห็นในรายงาน ฉบับนี้ แต่สิ่งที่สำคัญผลพวงของการปฏิรูป ๑๑ ด้าน จะมีกฎหมายออกมารองรับ และพวกเราต้องไปอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ พิจารณาร่วมกันในรัฐสภา ถ้าเป็นไปได้ ท่านก็แจงมาให้เราเห็น เพื่อจะเข้าสู่การทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมืองเรา ความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน ผมด้วยความเคารพท่านประธาน ฝากประเด็นเหล่านี้ไว้เป็นข้อสังเกต ข้อทักท้วง ข้อท้วงติง ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่เห็นด้วย ยอมรับว่าไปไหนไม่ได้หรอก แต่สำคัญที่สุดคือให้พี่น้องประชาชน ประเทศชาติบ้านเมืองไปได้ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายรายงานฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ