สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของกระบวนการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินมาเกือบ 5 ปี ทั้งในด้านงบประมาณ ความโปร่งใส และผลลัพธ์ที่ไม่เป็นรูปธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงจังของรัฐบาลที่ไม่ได้นำเสนอรายงานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และวิพากษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถอยหลังจากระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกโดย คสช. แทนการเลือกตั้งของประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ กระผมขอขอบพระคุณครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณา ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายในเรื่องของการนำเสนอรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการ ตามโครงการปฏิรูปประเทศในวันนี้ ผมกราบเรียนว่าผมได้มีเวลาศึกษาดูความจริงเรื่องวันนี้ เป็นเรื่องที่เป็นความคืบหน้าเฉพาะในช่วงของเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม แต่ผมก็พยายามดู ย้อนหลังไป เพราะว่ามีการนำเสนอต่อ สนช. ไปแล้ว ๒ ครั้ง ผมกราบเรียนว่าในวันนี้ ที่ได้ศึกษาดูแล้วเห็นว่าส่วนใหญ่ไม่มีรายละเอียด เป็นเพียงการเสนอในเรื่องของชื่อโครงการ ในแต่ละด้านทั้ง ๑๑ ด้านเป็นการเสนอชื่อโครงการไม่มีรายละเอียด แต่ก็ถ้าท่านทำตาม โครงการนั้นมันก็คงจะเป็นประโยชน์สมกับคำว่าปฏิรูป แต่ท่านประธานที่เคารพในวันนี้ผมได้สอบถามจากหลาย ๆ ท่านหลาย ๆ คน รวมทั้งพี่น้อง ประชาชนและคนข้างนอกเขาบอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมานี้ทำเรื่องปฏิรูปเป็นวาทกรรม เป็นการพูดว่า ปฏิรูป มีการตั้งคณะทำงาน ตั้งสภาปฏิรูป สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่ในทางปฏิบัติหรือผลออกมายังไม่เห็น ไม่มี ๕ ปีที่ผ่านมามีการพูดถึงการปฏิรูป มีการบรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่ผลที่ออกมาไม่มี ข่าวคราวที่ออกมาในแต่ละครั้ง ของเรื่องปฏิรูป ไม่ว่าจะปฏิรูปตำรวจหรืออย่างอื่นก็ตาม ก็ยังไม่เห็นผลว่าจะเป็นจริงตามที่ เขาต้องการที่จะปฏิรูปประเทศ หรือทำให้ประเทศดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับถ้าย้อนไป จริง ๆ แล้วประเทศไทยมาพูดเรื่องปฏิรูปมากก็ในปี ๒๕๕๗ ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยุบสภาผู้แทนราษฎร จะมีการเลือกตั้งใหม่ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกมา พยายามที่จะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ให้ยืดขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปบอกว่าปฏิรูป ประเทศก่อนจึงค่อยเลือกตั้ง เกิดความขัดแย้ง ในที่สุดมีการปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่มีการปฏิวัติเสร็จแล้วนึกว่า เรื่องปฏิรูปจะหายไป ปรากฏว่าหลังจากปฏิวัติไม่กี่เดือนครับ วันที่ ๖ เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมา มีสมาชิก ๒๕๐ คน สมาชิก ๒๕๐ คนนี้ก็มีการทำงานต่าง ๆ อยู่เกือบ ๑ ปี ทำงานอยู่ถึงวันที่ ๖ เดือนกันยายน ๒๕๕๘ ก็หมดวาระ หมดโอกาสไป แทนที่จะหมดอีกต่อมาไม่นานมีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ ในวันที่ ๑๓ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ นั้นเอง แต่ตั้งคราวนี้ ๒๐๐ คน รวมแล้วทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติจนถึงปัจจุบันนี้ใช้เงินงบประมาณภาษีอากรของประชาชน ไปไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีการบรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญ มีหลาย ๆ อย่าง รวมถึง การที่จะนำมารายงานในรัฐสภา ๓ เดือนต่อ ๑ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับนี่คือสิ่งที่เป็น ความเป็นมา แสดงว่ากลุ่มที่ไปขอเลื่อนการเลือกตั้งก็มีผลถึงการปฏิวัติรัฐประหาร ปฏิวัติ รัฐประหารหลังจากนั้นก็มีการตั้งขึ้นมา คล้าย ๆ กับว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอยู่ พี่น้องประชาชนทราบว่า ๒ กลุ่มนี้สัมพันธ์กัน ทำงานร่วมกัน แล้วก็เกิดเรื่องของการปฏิรูป เป็นวาทกรรม ไม่ใช่เรื่องที่จะปฏิบัติจริงจัง แม้แต่วันนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ บอกว่า คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่มานำเสนอก็ไม่มา เพราะว่าเขาคงไม่ให้ความสำคัญ เพราะว่ามันก็ สอดคล้องกับคำว่า ปฏิรูป นั้นเป็นเพียงวาทกรรมไม่ได้หวังผลจริงจัง ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนว่าในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็น่าเสียดายครับ เสียเวลา เสียเงินงบประมาณ ไปเป็นพันล้านบาท แต่ผลไม่เกิด ถ้าเรามองลงไปอีกทีหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูป ๑๑ ด้าน ก็ยังไม่เห็นด้านใดที่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลวหมดครับ เหมือนกับที่หลาย ๆ คนได้พูด เรื่องนี้ตลอดว่าล้มเหลว แม้แต่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของการปกครองประเทศ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป เพราะปฏิรูปคราวนี้มีด้านกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดินเห็นได้ชัดเจนครับ ย้อนหลัง ถอยหลังไปไม่น้อยกว่า ๓๐ ปีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่รัฐบาลชุดนี้ หรือทางผู้บริหารชุดนี้ได้แต่งตั้งคณะขึ้นมาดำเนินการจนออกมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถอยหลังล้าหลังไปไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี เห็นได้ชัดเจนครับเรื่องเดียวก็ได้ เรื่องสมาชิกวุฒิสภา ฉบับก่อน ๆ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ต่าง ๆ ประชาชนเป็นคนเลือก เป็นสิทธิ เป็นอำนาจ ที่ประชาชนจะเลือกสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาทำงาน ตรวจสอบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกฎหมาย คอยดูกฎหมายต่าง ๆ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถอยหลังไปไม่ให้อำนาจ ประชาชนเหมือนเดิม มีการตั้งโดยคณะ คสช. เป็นผู้ตั้งสมาชิกวุฒิสภา เดิมเคยมี ๑๕๐ คน ๒๐๐ คน คราวนี้ คสช. ตั้งมา ๒๕๐ คน ประชาชนไม่มีส่วน ประชาชนเคยเลือก ผมก็เคย เลือก ส.ว. แต่คราวนี้ไม่มีโอกาสครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นอำนาจของ คสช. ที่จะคัดเลือกหรือจัดสรร คัดสรรเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในเรื่องของ จำนวน นอกจากในเรื่องของที่มา อำนาจของ ส.ว. กลับมากขึ้น ปกติ ส.ว. ไม่เคยที่จะ มีโอกาสมาเลือกนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แต่คราวนี้เอา ส.ว. ที่มาจากการคัดสรร จัดสรรเข้ามา มาร่วมกับ ส.ส. เลือกนายกรัฐมนตรี นี่ก็คือสิ่งที่ล้าหลังชัดเจน ไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี มองเรื่องเดียวก็ได้ความจริงมีอีกหลายเรื่อง จะเห็นได้ว่าเช่นที่หลายคนก็กล่าวว่าเลือกตั้ง ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอินเดีย เลือกตั้ง วันเดียวรู้แล้วว่าใครจะเป็นรัฐบาล ประเทศไทย ๔ เดือนแล้วครับยังไม่เห็นหน้าตา ของคณะรัฐมนตรี ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ฉบับถอยหลังฉบับปฏิรูปฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่เราเห็น นอกจากในเรื่องดังกล่าวแล้ว รัฐธรรมนูญยังมีบทที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใครที่เห็นต่างก็จะมีปัญหา ใครยอมสยบ เข้าไปอยู่ใต้อำนาจของผู้มีอำนาจ มีคดีก็หลุดคดีครับ แต่พวกที่อยู่ข้างนอกไม่ยอมสยบให้ ปรากฏมีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนถึง ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติว่ารัฐธรรมนูญหรือว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูป ที่ถอยหลังล้าหลังไม่มีผล ก็กราบเรียนว่าในเรื่องอื่น ๆ ในเรื่องสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน ผมขอเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยว่าในเรื่องสาธารณสุขจะเห็นได้ว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการเน้น ในเรื่องของการสาธารณสุขชั้นปฐมภูมิ ก็ดีครับชั้นปฐมภูมิแต่ยังขาดในชั้นทุติยภูมิ ตติยภูมิ เราอยากจะเห็นภาพให้ชัดเจนกว่านี้มีปฐมภูมิหลายคนก็บอกว่าปฐมภูมินั้นมันย้อนหลัง ไปอีก ๕๐ ปี มันจะย้อนไปสมัย ๕๐ ปีที่แล้วที่มีสุขศาลา เขาจะพูดว่ามีสุขศาลา อำเภอต่าง ๆ มีอำเภอละแห่งนะครับสุขศาลา เช่นผมอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า ก็มีสุขศาลา อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ แบบนี้ครับ เดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนชื่อสุขศาลาพัฒนามาเป็น สถานีอนามัย มาเป็น รพ.สต. ตอนนี้การบริหารการดำเนินการจะย้อนหลังไปคล้าย ๆ กับว่า ไปเป็นแบบเดิมคือระบบสุขศาลา ผมก็ฝากเพิ่มเติมว่าในการปฏิรูปด้านสาธารณสุขนั้น ปัญหาก็คือตอนนี้อยากจะให้พูดให้ชัดเจน ทุติยภูมิ ตติยภูมิ การแพทย์ที่จะต้องนำเทคโนโลยี ชั้นสูงเข้ามาช่วยต่าง ๆ จะทำให้ชัดเจนมากขึ้น ก็ฝากไว้ครับ ไม่ว่าบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล เทคนิคการแพทย์ หรือต่าง ๆ นั้นก็มีปัญหา เรื่องตำแหน่ง บางคนทำงาน ๔ ปี ๕ ปี ไม่ได้บรรจุ ก็หาวิธีในเรื่องของการแก้ปัญหาเหล่านี้ นอกจาก เรื่องบรรจุแล้ว เรื่องสวัสดิการ เรื่องค่าตอบแทน เรื่องที่พักอาศัยต่าง ๆ ความก้าวหน้า ขอก็ฝากให้ช่วยดูแลบุคลากรทางการแพทย์ จะทำให้สำเร็จ ความสำเร็จของการแก้ไข การปฏิรูปด้านสาธารณสุขก็ต้องอย่าลืมเรื่องบุคลากร ผมคงจะรบกวนเวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ