สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือการปฏิรูกระบบบริการเหตุฉุกเฉิน 191 โดยเรียกร้องให้พัฒนาระบบอย่างบูรณาการ มีสมรรถนะ และทันต่อสถานการณ์ พร้อมเน้นความสำคัญของการออกแบบโครงการให้ทันสมัยร่วมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยสนับสนุนการยุติการนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวในกรณีที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัลในกระบวนการศาล และผลักดันแนวคิดจัสต์เทคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในระบบยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะที่ประชุมแห่งนี้ครับ ถึงเวลาอาจจะเป็นเวลาที่คนอื่นอาจจะไม่ค่อยชอบนะครับ แต่ผมถือว่าเป็นเวลาที่ ได้รับเกียรติจากสภาแห่งนี้ ผมจะมาพูดอยู่ ๔ ประเด็นในแผนปฏิรูปที่ตรงเป้าเลยนะครับ งานในหน้าที่ที่เคยปฏิบัติมา โดยเฉพาะในด้านการบริหาราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นประเด็น ที่น้อง ส.ส. ผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้พูดไปแล้ว แต่ผมคงจะต้องพูดขยับมาอีกนิดหนึ่ง เรื่องเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ เข้าถึงทุกเรื่องนะครับ แล้วในด้านของความยุติธรรม อีก ๓ ประเด็น คือการรับแจ้งความทุกท้องที่ การนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว แล้วก็การให้ทุกสถานี มีทนายความ อยากจะเท้าความว่าระบบ ๑๙๑ ที่เคยใช้อยู่ ผมเคยเป็นตำรวจเห็นมาตั้งแต่ ตอนที่เริ่มเข้ารับราชการ ศูนย์ผ่านฟ้าเป็นศูนย์บริการประชาชน ศูนย์แห่งนี้ใช้เบอร์ ๑๙๑ ตำนานก็ไม่ต้องเล่าว่าคงลอกเลียนแบบมาจากทางต่างประเทศคือ ไนน์วันวัน (Nine One One) อยากจะเท้าความว่าศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ที่รัฐเองจะต้องให้งบประมาณ มันเป็นพับลิกกูดส์ (Public Goods) มันเป็นสินค้าที่รัฐเองต้องลงทุนแล้วให้กับประชาชน เพราะว่าเป็นสินค้าที่ กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ผมคิดว่าโครงการนี้มาช้าดีกว่าไม่มา เพราะผมฝันไว้ เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ผมพูดกับผู้บังคับบัญชาท่านหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นหนึ่งในคณะทำงาน ผมทำงานในโครงการ ซีกำลังสามไอ (C3I) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพิ่งรัน (Run) เมื่อ ๓๐ ปี ประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งทำเลย เรามีพลคมสัน แต่ก่อนท่านอาจจะทัน พลคมสัน สวัสดีครับ ผม พลคมสัน มีอะไรให้รับใช้ครับ ยินดีบริการครับ มี นั่นคือสิ่งที่มี อยู่ในอดีต หลาย ๆ ท่านอาจจะทัน แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้ว ปัจจุบันนี้อาจจะเป็นเอไอ (AI) มาตอบ สวัสดีค่ะ ดิฉัน พลหญิงสุนิสา มีอะไรจะให้รับใช้คะ มันจะเป็นเอไอ (AI) ที่จะเข้ามา ในอนาคตนะครับ มันเป็นฝัน ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะมองให้เห็นว่าโครงการนี้ ๗,๓๗๒ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ผ่านมติแล้ว รับหลักการแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ นี้เอง แล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนอะไรครับ ขั้นตอนเพื่อหาที่ปรึกษา ผมเคยทำโครงการซียกกำลังสามไอ (C3I) เชื่อหรือไม่ว่า แต่ก่อนนี้ศูนย์รับแจ้งเหตุจะมีดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) ซึ่งนั่งอยู่ บนโต๊ะเยอะ ๆ ๑๐ คูหา แล้วก็มีคนโทรเข้า ใช้เบอร์ ๑๙๑ แล้วเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แล้วมีรถ สายตรวจซึ่งมีระบบเอวีเอส (AVS) จับเส้นทาง มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก (Notebook) บนรถ มีระบบเก็บข้อมูลอินฟอร์เมชัน (Information) ตัวไอ (I) ที่โรงพักใช้ แล็ก (Lag) ครับ แล็ก (Lag) คือภาษาอังกฤษ ขอโทษที่ต้องใช้ คือการล้าของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ เอาคอมพิวเตอร์ ที่อยู่บนสถานีที่จะต้องกรอกข้อมูล พรินเตอร์ (Printer) เอาไปเก็บไว้ที่อื่น เพราะอะไรครับ เพราะขณะนั้นเจ้าหน้าที่หรือทรัพยากรมนุษย์ไม่มีความรู้ หนีครับ ตอนนั้นไม่มีครับ คอมพิวเตอร์หนีไม่อยากทำ เป็นงานรับผิดชอบไม่อยากเลย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น รถที่วิ่งอยู่ ให้น้ำมันคันละ ๓๐๐ ลิตร ตกวันหนึ่ง ๑๐ ลิตร ๑๐ ลิตร วิ่งจากจุดสทาร์ต (Start) ไปบางนา-ตราด จอดแช่แล้วกลับมา หมดแล้วครับ ตรวจไม่ได้ หลังคาที่เป็นระบบเอวีเอส (AVS) เอาตะกั่วมาปิดเพื่อไม่ให้ตรวจ ไม่ให้ศูนย์รับรู้ได้ แล็ก (Lag) ทุกอย่าง โครงการจบ สิ่งนี้ผมอยากจะบอกให้ฟังว่าขณะนี้รัฐบาลพาโครงการนี้มาถึงที่ปลายทางโครงการ ผมอยาก ให้เห็นว่าอย่าทิ้งแค่นี้ครับ มาช้าดีกว่าไม่มา แต่ขอให้มาแล้วไปไกล มัวรอเทคโนโลยี เขาบอกว่ามันจะเติบโตปีละ ๒ เท่า ขณะนี้รู้หรือไม่จากปีที่เกิดขึ้นปีนี้มัน ๓๓ ล้านเท่า อีก ๕ ปี มันจะกลายเป็น ๑,๑๗๖ ล้านเท่าของดับเบิล (Double) ของตัวคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นการมองให้เห็นว่าเทคโนโลยีมันจะตกรุ่นภายใน ๖ เดือน ใน ๓ เดือนโดยเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องทำในโครงการนั้น คณะที่ปรึกษาจะต้องมีความแม่นยำ แล้วผมอยาก ให้มันเกิดเร็ว ดีกว่าที่จะใช้เวลา ๕ ปีไปเกิด แต่ต้องระมัดระวังตั้งแต่กรรมการ ที่ปรึกษา ที่จะออกแบบ ขอประทานโทษที่จะใช้คือ ทีโออาร์ (TOR) ออกแบบที่จะเป็นการอะไรครับ การเข้าใจใน ๓ หลักที่เขียนไว้ในแผนนั้น คือหลักอะไรครับ หลักการบูรณาการ หลักสมรรถนะ แล้วหลักสุดท้ายคือตอบสนองความต้องการของประชาชน หลักแรกคือบูรณาการ ท่านต้องรวม หรืออินทีเกรต (Integrate) เบอร์ดิจิทัลอีก ๔ เบอร์จากแหล่งอื่น ๆ เขาจะยอมหรือเปล่าครับ เขามีตัวตนนะครับ หน่วยต่าง ๆ จะทำอย่างไร แต่ผมเชื่อว่า ซิสเต็ม (System) หรือระบบ สามารถเจ็น (Gen) ได้ ทั่วทั้งประเทศขณะนี้ ๑๙๑ สามารถคอล (Call) แล้วเข้าในจังหวัดได้ แต่มันไม่ใช่เบอร์อย่างเดียวตอนนี้ มันไม่ใช่โฟน (Phone) มันมีระบบการสื่อสารรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะไลน์ (Line) ไม่ว่าจะเฟซ (Face) มันจะมีอินเทอร์เน็ต (Internet) ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ขณะนี้ทุกท่านอยู่ในนี้มีโลกเสมือนที่บอกท่าน รีพีตเตอร์ (Repeater) ที่มันอยู่ตรงนี้ เซลล์ไซต์ (Cell site) มันจะบอกเลยว่าท่านอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว ท่านมีอันดับจัดอันดับ ที่จะเข้าของเซลล์ไซต์ (Cell site) เป็นคนที่เท่าไร ทุนใหญ่ที่ทำทั้งหมดเปิดช่องให้หรือไม่ว่า ถ้าหมุน ๑๙๑ แล้วมันจะแซงคิวเข้าไปพูดได้ก่อน นี่คือส่วนสำคัญ หรือแม้กระทั่งท่านจะกด โทรศัพท์ผ่านไลน์ แล้วมันจะผ่านไปอีกโลกหนึ่งฝั่งโน้น นี่คือส่วนสำคัญที่มีส่วนที่จะทำให้ ประชาชนได้รับบริการที่เป็นพับลิกกูดส์ (Public goods) อันนี้สำคัญมาก แต่สิ่งสำคัญคือ ทรัพยากรมนุษย์ครับ หลังจากที่มีศูนย์แล้วมันสำคัญคือข้าราชการตำรวจต้องมีองค์ความรู้ครับ ศูนย์เป็นศูนย์เทคโนโลยี อะไจล์ ออร์แกไนเซชัน (Agile Organization) องค์กรแบบพลิ้วรวดเร็ว ต้องเกิดขึ้นครับ จะต้องมีผู้นำที่รู้จักเป็นผู้นำที่พลิ้ว สามารถคอนโทรล (Control) เรื่องของ เทคโนโลยีได้ ผมฝากท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า อันนี้ต้องฝึกอบรม ด้วยงบประมาณอย่างรวดเร็ว อยากให้มาเร็ว ไม่ใช่อีก ๕ ปี แล้วสิ่งสำคัญคือคนที่จะรองรับ คือข้าราชการตำรวจที่จะต้องไประงับเหตุ เชื่อหรือไม่ว่าขณะนี้ถ้าผมตีหัวใครสักคนตรงนี้ ตำรวจใครมาครับ สายตรวจครับที่วิ่งมา คันเดียว คันเดียวจริง ๆ ที่เขาผ่า เขาเรียกทั้ง ประเทศนี่มี ๑,๗๐๐ กว่าสถานี ใน ๑ สถานีผ่าแบบการออกตรวจระบบรากหญ้าเลย พื้นฐาน ก็คือรถจักรยานยนต์สายตรวจ ๑ เขตตรวจ ๑ คัน แต่ ๑ เขตตรวจ ๑ คัน คือตำรวจ ๒ คน ฉะนั้น ๑ เขตตรวจจะต้องมีตำรวจ ๘ คน เพราะเขาผ่าน ตำรวจที่มีอยู่ ๒๓๐,๐๐๐ นี่ เป็นตำรวจสายตรวจ ๑๐๐,๐๐๐ แต่ ๑๐๐,๐๐๐ ไม่ได้เข้าไปทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ เขาเวียนแค่ ๒๕,๐๐๐ ทั้งประเทศ เพราะมันต้องเป็นโรเทต (Rotate) หมุน พอหรือไม่ครับ ตีหัวตรงนี้ แต่ตรงโน้นก็ต้องรับแจ้ง หรือมีคนทะเลาะกันอีกที่หนึ่งมาไม่ทันแล้วครับ ๓ หรือ ๔ ที่ ผมอยากให้กองกำลังที่จะเข้าใจในการออกตรวจ หรือการซัพพอร์ต (Support) ศูนย์แห่งนี้ คือมีการเพิ่มอัตราให้กับข้าราชการตำรวจ อย่าให้ตำรวจกลายเป็นเหยื่อ หรือเป็นอารมณ์ ให้กับประชาชนที่ไม่พอใจของการเดินทาง เพราะตำรวจที่ออกตรวจถ้ารู้ข่าวช้าก็มาช้า เพราะฉะนั้นศูนย์วิทยุที่จะต้องรับ ต้องอะเลิร์ต (Alert) ขณะนี้หลายสถานีมีใช้แอปพลิเคชัน โพลิซ ไอ เลิร์ต ยู (Application police i lert you) ซึ่งเปิดดูได้ ดาวน์โหลด (Download) ได้เลย กดได้เลยว่าท่านอยู่ตรงนี้มันจะบอกเลย ท่านกดปั๊บ เขาก็จะแจ้งเหตุ แล้วสายตรวจ ก็จะมา แต่นั่นคือส่วนหนึ่งที่เขาพัฒนาแล้ว หรือแม้กระทั่งไลน์ (Line) ก็สามารถเข้าไปดูได้ เฟซบุ๊ก (Facebook) ก็จะมี ๑๙๑ ให้ข้อมูลข่าวสาร แต่นั่นคือต้องอินทีเกรต (Integrate) ฉะนั้นเรื่องของหลักอินทีเกรต (Integrate) นั้นสำคัญ แล้วหลักของการพัฒนาสมรรถนะ ของข้าราชการโดยเฉพาะผู้นำและสิ่งสำคัญคือกำลังพลที่จะซัพพอร์ต (Support) ตำรวจ ต้องมีกำลังเยอะ แล้วอย่าปล่อยให้ตำรวจต้องหิ้วสมบัติมาทำงาน สายตรวจรู้หรือไม่ครับ ปืนก็ต้องซื้อเอง วิทยุบางคนก็ต้องซื้อเอง กระสุนก็ต้องซื้อเอง แล้วยิ่งถ้าเป็นพนักงาน สอบสวนเอามาหมดครับ คอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ (Printer) ผ้าหมึก กระดาษ อย่าทำกับเขา อย่างนั้น รัฐเองถ้าจะปฏิรูปต้องยกขบวนให้เหมือนต่างประเทศครับ ผมไปดูงานมาหมดครับ ตั้งแต่เอเชียยันอเมริกา ยุโรป เขาซับซิไดซ์ (Subsidize) ตำรวจด้วยตัวเปล่า ๆ แต่งนอกเครื่องแบบเดินไปแล้ว ไปหิ้ว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปทำงานตามกรอบเวลา แล้วมีเงินเดือน มีศักดิ์ศรี และอยู่อย่างมีเกียรตินะครับ แล้วทำให้ตำรวจไม่สามารถ จะอยุติธรรมต่อประชาชนได้ ถ้าภาครัฐจะปฏิรูปจริง ๆ ขอให้ปฏิรูปตรงนี้นะครับ ทำให้เขา อยู่อย่างสมเกียรติเหมือนกับมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งถามผมเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน วันทอล์ก วิท มี (Talk with me) ที่ธรรมศาสตร์ ผมตอบไปเลยว่าผมจะทำเรื่องนี้ พยายามที่จะให้ตำรวจ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ขอให้ทางภาครัฐจะปฏิรูป ปฏิรูปตรงนี้ครับ ให้เขามีรายได้ก้าวข้ามกับดัก รายได้ปานกลางเท่านี้ครับ สิ่งที่เกิดความอยุติธรรมบนสถานีที่เห็นอยู่ ซึ่งเป็นอีก ๒ ประเด็น ๓ ประเด็น คือเรื่องของการรับแจ้งความนะครับ ซึ่งในการรับแจ้งความทุกท้องที่ผมไม่เห็น จะต้องเอามารายงานเลยครับ ทำเป็นหนังสือเวียนก็เสร็จแล้ว แต่สิ่งสำคัญผมอยาก ให้นำเรียนก็คือมันไม่ใช่การรับแจ้งความ เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความ ทุกท้องที่จะมีความเบื่อหน่ายเรื่องกระบวนการทำการสอบสวนหลังจากได้รับแจ้งความ ๑ คดีที่เป็นคดีไม่รู้ตัวจะใช้เวลา ๓ ชั่วโมงต่อ ๑ คน แล้วสรุปสำนวนอีก ๓ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง ต่อ ๑ เปเปอร์ (Paper) ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนกฎหมายใน ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๔๐ ว่าการสอบสวนไม่รู้ตัวเลยกระดาษแผ่นเดียวใช้อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ก็เก็บเรคคอร์ด (Record) ออกเลขคดีเพื่อทำอะไร ทำโซนนิ่ง (Zoning) ของคดีที่เกิดขึ้น แล้วคดีเข้าไปสู่ ระบบงานสืบสวน แล้วส่งสำนวนที่เป็นกระดาษโดยอัยการสั่ง งดการสอบสวนตามนั้น แค่นี้พอแล้ว พนักงานสอบสวนจะไม่เปลืองกระดาษครับ เพราะว่ากระดาษนั้นเป็นรีม สตางค์ทั้งนั้นครับ ขอเป็นเปเปอร์ (Paper) แผ่นเดียวก็พอในคดีไม่รู้ตัว แต่ถ้าคดีรู้ตัวขึ้นมา ก็ค่อยว่ากันใหม่ นั่นคือสิ่งที่สำคัญนะครับ
อันที่ ๒ ก็คือการแถลงข่าว มาตรา ๒๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิความเสมอภาค ให้สิทธิความเท่าเทียมกัน ต้องคำนึงถึงครับ สตช. ต้องเลิกนำเอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวได้ แถลงได้กระบวนการที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การหลอกลวง การปลิ้นปล้อน การปล้น โดยวิธีนั้นวิธีนี้ ได้ครับ นั่นเขาจะไปแก้ระเบียบ ก็เห็นด้วยครับ ที่จริงแค่ประกาศให้ สาธารณชนตรวจสอบดูว่ายังมีอยู่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวยังมาทำข่าวเพื่ออะไร เพื่อหาฐานข่าว นั่นก็ควรจะเลิกได้แล้วนะครับ ผู้สื่อข่าวอย่าไปสนับสนุนเรื่องการนำตัวผู้ต้องหามาแถลง
อันสุดท้ายครับ เรื่องของทุกสถานีมีทนายความ สำคัญครับ ทนายความ ซึ่งสำนักงานของกระทรวงยุติธรรมให้นโยบายนี้ ใช้เงิน ๗๑ ล้านบาท ถือว่าเป็นพับลิก โปรดักต์ (Public Product) ที่รัฐหรือทางกระทรวงยุติธรรมให้ แต่ผมไม่ได้หยุดแค่นี้ครับ ผมอยากให้เกิดอะไรครับ จัสต์เทค (JustTech) เขามีฟินเทค (FinTech) มีอะกริเทค (AgriTech) เราต้องมีจัสทิซ (Justice) บวกเทค (Tech) ลองคิดดูว่าการปล่อยตัวผู้ต้องหา ถ้ามีอีดอคคิวเมนต์ (e-Document) จากตั้งแต่สถานีส่งไปยังหน้าบัลลังก์ หน้าบัลลังก์ส่งให้ศาล ศาลท่านพิจารณาจาก อีดอคคิวเมนต์ (e-Document) ปล่อยตัวด้วยคำร้องนั้น แล้วส่งคำร้อง ไปยังเรือนจำ ภายในกรอบแค่ชั่วโมงเดียวผู้ต้องหาในเรือนจำที่เป็นจำเลยจะถูกปล่อยตัว ฐานหลักทรัพย์มาจากไหน หลักทรัพย์ก็โอนเงินเข้าบัญชีแบงก์ของหน้าบัลลังก์ หรือหลักทรัพย์ที่เป็นนายประกัน ซึ่งมีแหล่งเป็น เทิร์ด ปาร์ตี (Third party) ที่รับรอง สินทรัพย์นั้น หรือจะเป็นบัตรเครดิตที่จะโอนเงินผ่านระบบ แล้วใส่ไปในถังของเงินประกัน ผู้ต้องหา ขอบคุณครับ ทั้งหมด ๔ ประเด็น ครบถ้วนครับ