ประกอบ รัตนพันธ์ ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานการปฏิรูปประเทศที่ขาดความชัดเจนในผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดความสำเร็จ โดยเฉพาะการละเลยการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อดำเนินการภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่กลับไม่มีความคืบหน้าและไม่สอดคล้องกับความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของสภาแห่งนี้ไม่นานนะครับ ด้วยข้อสังเกตรายงานการปฏิรูปประเทศนะครับ ผมกราบเรียนว่าในสาระสำคัญ ของมาตรา ๒๗๐ นั้น ระบุว่าให้ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงาน การปฏิรูปประเทศชาติของเราตามหมวด ๑๖ แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในหมวด ๑๖ นั้น มีมาตราที่สำคัญที่ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตอยู่ ๓ มาตราด้วยกันครับ มาตรา ๒๕๘ ได้ระบุชัดว่าในการปฏิรูปครั้งนี้ให้ปฏิรูปบรรลุเป้าหมาย อย่างน้อย ๓ เรื่องด้วยกันก็คือ ๑. ให้ประเทศชาติมีความสงบ เรียบร้อย ๒. ให้สังคมสงบสุข และ ๓. ให้ประชาชนมีความสุข ผมได้ตรวจสอบการรายงานของท่านเลขาธิการก็ไม่ปรากฏ ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า ในการปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อยอย่างไร การปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้สังคมสงบสุขอย่างไร การปฏิรูปครั้งนี้นำไปสู่ให้ประชาชนมีความสุข อย่างไร เหตุที่สำคัญที่สุดเพราะว่าในแผนการรายงานนั้นไม่มีตัวบ่งชี้ถึงความคืบหน้า ไม่มีตัวบ่งชี้ถึงผลสำเร็จที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๕๗ เหมือนที่ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กราบเรียนเป็นเบื้องต้น ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ผมคิดว่าถ้าเกิด ให้รายงานชิ้นนี้มีความสมบูรณ์ ท่านจะต้องเติมช่องผลสัมฤทธิ์หรือข้อชี้วัดไปให้พวกเราได้ เห็นถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปครั้งนี้ว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญที่สุดที่ผมติดใจมาก ๆ ในมาตรา ๒๕๘ นั้น ได้มีบทบัญญัติที่มีความสำคัญว่าในการปฏิรูปนั้นจะต้องครอบคลุม อย่างน้อยด้านต่อไปนี้ การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปราชการแผ่นดิน การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปกฎหมาย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูป ด้านอื่นๆ คำว่า ด้านอื่น ๆ ผมเข้าใจได้นะครับ เพราะขณะนั้นคงคิดไม่หมดว่าจะปฏิรูปอะไรบ้าง ก็เปิดช่องว่างไว้ว่าปฏิรูปด้านอื่น ๆ แต่สิ่งที่ผมติดใจมากที่สุดเมื่อดูรายงานแล้ว เรื่องการศึกษาครับ ซึ่งเป็นหลักการปฏิรูปที่สำคัญในข้อ จ ข้อ ๕ ว่าต้องมีการปฏิรูป การศึกษา แต่ในสาระที่รายงานในครั้งนี้ไม่พูดถึงการศึกษาอย่างชัดเจน เพียงแต่แตะนิดหนึ่ง ในแผนการเมืองว่าโรงเรียนประชาธิปไตย ซึ่งถ้าดูเนื้อหาสาระแล้วผมคิดว่าค่อนข้างจะแย่ หน่อยหนึ่งครับ เนื่องมาจากว่าทั้งเรื่องของแผน ทั้งเรื่องกิจกรรมโครงการ สาระสำคัญ และสถานะมันไม่ไปด้วยกัน และที่ผมไม่สบายใจก็คือเรื่องฐานะบอกว่าที่ยังไม่มีการปฏิรูป โรงเรียนประชาธิปไตย เนื่องมาจากว่าทางรัฐสภาไม่ได้ปรับปรุงเรื่องวัฒนธรรม ผมคิดว่า ถ้าเราทำอย่างนี้มันหมดความหวัง สิ้นหวังในเรื่องของการปฏิรูปประเทศชาติอย่างแน่นอน แม้แต่เรื่องนิด ๆ เรื่องการปฏิรูปโรงเรียนประชาธิปไตยท่านยังหวังว่าต้องให้สภากำหนด กฎเกณฑ์ก่อน ถ้าอย่างนี้กระทรวงศึกษาธิการจะทำอะไร เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ ๆ กว่านี้จะทำได้อย่างไรครับ แน่นอนที่สุดครับ ในเรื่องของการศึกษา ในบทบัญญัติ มาตรา ๒๖๑ ได้บอกว่าให้คณะรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อที่จะ ทำการปฏิรูปการศึกษา แล้วก็ตั้งให้เสร็จภายใน ๖๐ วัน หลังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้บังคับใช้ และคณะกรรมการอิสระต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี หลังจากที่ได้รับ มอบหมาย วันนี้เลย ๒ ปี แล้วเรื่องการศึกษาเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดท่านยังไม่ปรากฏ รายงานในชิ้นนี้แม้แต่นิดเดียว ตรงนี้ละครับ ที่ผมกราบเรียนว่าแทบจะสิ้นหวัง เพราะว่า การปฏิรูปประเทศชาติเรื่องที่สำคัญที่สุดท่านประธานครับ ก็คือการปฏิรูปเรื่องการศึกษา การศึกษาสร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ ถ้าท่านละเลยการปฏิรูปคน การปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปทรัพยากรมนุษย์ ผมกราบเรียนว่าท่านจะปฏิรูปด้านอื่น ๆ ทั้ง ๑๑ ด้าน ไม่ประสบ ความสำเร็จอย่างแน่นอน ก็ได้เรียนท่านประธานผ่านท่านเลขาธิการเพื่อเป็นข้อสังเกตว่า เรื่องการศึกษานั้นเป็นหัวใจที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ถ้าท่านปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญถึงการปฏิรูปการศึกษา ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าประเทศชาติ สิ้นหวังจริง ๆ ไม่ทราบจะร้องเพลงอะไร เรื่องการศึกษาเป็นหัวใจทุกคนก็รู้ครับ แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ละเลยที่จะปฏิรูปการศึกษาให้เป็นจริง และผมกราบเรียนว่า จริง ๆ มันก็นิดหนึ่งที่คณะกรรมการอิสระชุดนี้ได้ปฏิรูปการศึกษาและทราบว่าไม่ผ่านมติ ครม. เพราะว่าปฏิรูปในสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของการศึกษาชาติ ปฏิรูปไม่สอดคล้องกับ ความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปลดความสำคัญ ลดวิชาชีพครู ซึ่งตามกฎหมายศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ปรับปรุง ปี ๒๕๕๐ ได้ให้ความสำคัญวิชาชีพครู ให้ครูนั้นเป็นวิชาชีพชั้นสูง แต่ในที่สุดคณะกรรมการชุดนี้ลดความสำคัญ ไม่ให้มีใบประกอบ วิชาชีพ นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนครูทั้งประเทศท้อใจครับ น้อยใจมากว่าชุดนี้คิดได้อย่างไร แล้วมิหนำซ้ำท่านประธานครับ ยังลดความสำคัญของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จากผู้อำนวยการเหลือครูใหญ่เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าการปฏิรูปประเทศชาติถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ ไม่ได้คืบหน้าต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ ฝากผ่านท่านประธานไปด้วยว่าการศึกษานั้น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ มีความจำเป็นมาก ปัญจปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูป ๕ ด้าน ที่รัฐบาลชุดเก่าเขาทำ ผมคิดว่าเป็นหลักสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา แต่ว่าคณะกรรมการ ชุดนี้ปล่อยปละละเลย ไม่หยิบยกสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ก็กราบเรียนประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ