สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ด้วยข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานอนุญาตให้สมาชิกหารือ ปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นได้ วันนี้มีผู้ที่จะหารือผมขออ่าน รายชื่อดังต่อไปนี้เพื่อจะได้เตรียมตัวนะครับ

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒. นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ๓. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๔. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๖. นายบัลลังก์ อรรณนพพร ๗. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๘. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๙. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๑๐. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ๑๑. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ๑๒. นายสุเทพ อู่อ้น ๑๓. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๑๔. นายสําลี รักสุทธี ๑๕. นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์

พรรคร่วมรัฐบาล ๑. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๒. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๓. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๔. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๕. นายนัทธี ถิ่นสาคู ๖. นายอิสสระ สมชัย ๗. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๘. นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ๙. นายพรชัย อินทร์สุข ๑๐. นายสุรทิน พิจารณ์ ๑๑. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๑๒. นายเกษม ศุภรานนท์ ๑๓. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร ๑๕. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ขอเชิญคุณอนุรักษ์ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ขอบพระคุณท่านประธานที่เมตตา ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายยุทธยา ต้นสาย กํานันตําบลบ้านต้าย อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เรื่อง ขอให้ก่อสร้างถนนคอนกรีตให้ถนนสายจากบ้านคําบอน ตําบลคํา สะอาด อําเภอสว่างแดนดิน ถึงบ้านง่อน ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน เริ่มที่ถนน สายโรงเรียนบ้านคําสะแนนถึงโรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์ ปัจจุบันกราบเรียนให้ท่าน ประธานทราบว่ายังเป็นถนนลูกรัง เมื่อ ๕ ปีที่แล้วทหารได้ใช้พาราซอยล์ซีเมนต์ เดี๋ยวนี้เป็น ปกติเหมือนเดิมก็คือลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าแล้งฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณค่ะ หน้าฝนน้ําขังเจิ่งนองขรุขระกระจายกว่า ๕ กิโลเมตร จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมก่อสร้าง ถนนสายนี้อย่างเร่งด่วน เพราะนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ใช้ถนนเส้นนี้จากโรงเรียนบ้านคําสะแนนถึงโรงเรียนบ้านง่อนหนองพะเนาว์เป็นจํานวนมาก หากกระทรวงคมนาคมจะตอบประชาชนว่าได้โอนให้ท้องถิ่นแล้วท้องถิ่นกําลังจะขับเคลื่อน และดําเนินการ พี่น้องประชาชนไม่ต้องการคําตอบนี้ค่ะท่านประธาน เพราะมันเป็นคําตอบ ที่ชาชินเหลือเกิน ดิฉันจึงต้องการคําตอบว่าอย่าโยนปัญหาให้เพียงเพื่อผ่านพ้นประชาชน เดือดร้อน ขอให้ผ่อนร้อนเป็นเย็น ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ รักษาเวลานะครับ

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเรื่องการจราจรติดขัดในเขตลาดพร้าว ตั้งแต่ถนนเสนานิคม ๑ ตลอดจนไปทะลุเกษตร-นวมินทร์ ก็คือซอยประเสริฐมนูกิจ ๑๘ เดิมทีได้มีการก่อสร้างขยายถนนในช่วงนั้นแล้วนะครับ ก็ค้างอยู่ที่หมู่บ้านอมรพันธ์ ๙ บัดนี้ ทางพื้นที่ที่เดิมทีเคยมีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินดังกล่าวแล้วแต่ว่าขาดไป เอกชนพร้อมแล้ว ที่จะโอนยกพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสาธารณะ โดยขอให้กรุงเทพมหานครรับไว้เพื่อจะไปปรับปรุง โดยมีพื้นที่ของสวนแล้วก็พื้นที่ที่เป็นถนนหนทางด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีพื้นที่ที่ทะลุชุมชน ชีวิตใหม่ก็อยากให้กรุงเทพมหานครรับไปปรับปรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยายถนนจากเดิม ๓ เลน เป็น ๖ เลน เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณนั้น ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ครับ

นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมืองนักปราชญ์และพระธาตุทองคํา วันนี้ผมมีประเด็นหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องก็คือ ขอให้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมกุ้ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้รับการประสานจาก เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้หารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเหลืออุตสาหกรรม กุ้งของไทย เนื่องจากกุ้งขาวแวนนาไมเป็นสัตว์น้ําเศรษฐกิจที่ผ่านมาผลิตได้ปีละประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน นําเงินรายได้เข้าประเทศเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อประสบปัญหา จากโรคระบาดทําให้ผลผลิตเหลือ ๓๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี และในปัจจุบันราคากุ้งขาวแวนนาไม ราคาตกต่ําอย่างต่อเนื่อง ตกกิโลกรัมละ ๓๐-๕๐ บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง เกิดโรคระบาด และสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทําให้การเลี้ยงกุ้งมีความเสี่ยงสูง เกษตรกรต้องประสบปัญหา การขาดทุน เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยซึ่งประกอบไปด้วยชมรมและสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้ง ทั่วประเทศได้เรียกร้องให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยการเร่งรัด ดําเนินการดังนี้

๑. จัดตั้งกองทุนกุ้งเพื่อช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการเลี้ยงกุ้งและเป็นเงิน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรมกุ้งไทย

๒. ให้มีการควบคุมราคา ตรวจสอบคุณภาพกุ้งและปัจจัยในการผลิตในการ เลี้ยงกุ้ง

ผมจึงเรียนผ่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดําเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรม กุ้งไทยให้อยู่รอด เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและประเทศชาติต่อไป ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป พันเอก เศรษฐพงค์ครับ

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมมี ๒ ประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๒๗ (๑๘) ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๙ ได้กําหนดให้ กสทช. มีหน้าที่ในการดําเนินการให้สื่อดูแล กันเอง โดยทําหน้าที่กําหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งในวันนี้ กสทช. ก็ได้ออกหนังสือ เล่มหนึ่งมานะครับ ท่านประธานครับ เป็นหนังสือคู่มือที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมการกํากับดูแล กันเอง ซึ่งก็จะต้องมีเจ้าภาพในการกํากับดูแลกันเองนั้นเป็นหน่วยโน้มของโลกซึ่งทําให้สื่อ ดูแลกันโดยที่ไม่ถูกบังคับจากภาครัฐโดยตรง ซึ่งเราเรียกว่าเซลฟ์เรกูเลชัน (Self-regulation) แต่วันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในการดําเนินการดังกล่าว กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังสํานักงาน กสทช. ให้เร่งดําเนินการให้เกิดการดูแลกันเองอย่างเป็นรูปธรรมด้วย เพื่อให้ เกิดความสามัคคีกันในชาติ ไม่เกิดการโต้แย้งในสื่อ ซึ่งหนังสือเล่มนี้สามารถที่จะดาวน์โหลด (Download) ได้ครับ ก็เซิร์ช (Search) ว่าคู่มือจริยธรรมก็จะสามารถดาวน์โหลด (Download) ได้ ซึ่งมีหลักการและประเด็นต่าง ๆ อยู่ในเล่มนั้น

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเปิดศูนย์ ต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งกระผมก็ขอชื่นชมวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นําและความมุ่งมั่นตั้งใจ ของท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอสที่ผลักดัน ๕ จี (5G) ให้เกิดขึ้น และตั้งศูนย์ดังกล่าว ผมขอเสนอแนะให้ใช้ดาต้า อะนาไลทิก (Data analytic) เอไอ (AI) และมะชีน เลิร์นนิง (Machine learning) เพื่อดําเนินการให้มีประสิทธิภาพ ให้พี่น้องประชาชน เกิดความสามัคคี ไม่เกิดการแตกแยกในเรื่องของเฟกนิวส์ (Fake news) ต่อไป ขอกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังทางกระทรวงครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านดะนัย มหิพันธ์ ครับ

ประเด็นที่ ๑ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คืนอํานาจไปให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเหมือนเดิม

ประเด็นที่ ๒ ให้เขาได้รับอัตราและได้รับค่าจ้างตามวุฒิที่เขาได้รับมาก็คือ ปริญญาตรี ก็ฝากท่านประธาน โดยผมจะได้นําเอกสารนี้มอบให้ท่านประธานต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ครับ นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ครับ

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตอําเภอเขาค้อค่ะ

สืบเนื่องจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน ๔ ตําบลของอําเภอเขาค้อ ได้แก่ ตําบลเขาค้อ ตําบลหนองแม่นา ตําบลสะเดาะพง และตําบลริมสีม่วง เดิมพื้นที่ ดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ ๓ ซึ่งมีการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ เนื้อที่รวม ๑๒๖,๓๐๐ ไร่ โดยให้ราษฎรอาสาเข้ามาอยู่เมื่อปี ๒๕๒๐ เพื่อต่อต้านผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น ซึ่งจะได้รับที่ดินทํากินครอบครัวละ ๒๐ ไร่ และที่ดินปลูกสร้างอีก ครอบครัวละ ๒ งาน แต่เนื่องจากราคาพืชผักตกต่ํา ชาวบ้านจึงได้ระดมความคิดที่จะใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ จึงเห็นร่วมกันว่าจะสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวในรูปแบบ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อให้บริการต่อนักท่องเที่ยวให้มาชมบรรยากาศธรรมชาติของ อําเภอเขาค้อในช่วงฤดูหนาว แต่ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวได้เติบโตขึ้นเป็นจํานวนมาก ทําให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบและใช้ข้อกฎหมายเพื่อการจับกุม รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นเหตุให้ราษฎรอาสาและประชาชนในอําเภอเขาค้อได้รับความเดือดร้อนและถูกจับกุม

ประเด็นที่จะนําเรียนปรึกษาหารือท่านประธานในวันนี้ก็คือแนวทาง การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตอําเภอเขาค้อ รวมทั้งภูทับเบิกที่กําลังประสบ ปัญหาเดียวกันอยู่ ทางหน่วยงานภาครัฐซึ่งนําโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคการเมืองเองได้เร่งระดมความคิด เพื่อที่จะเสนอแนะแนวทางคลี่คลายปัญหา รวมถึงเสนอข้อเท็จจริงต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น ในเรื่องการช่วยเหลือทางด้านคดีความ การผ่อนผันสถานประกอบการให้ดําเนินกิจการ ได้ชั่วคราว การหาแนวทางให้ป่ากับคนอยู่ร่วมกัน ตลอดจนการทําโครงการชุมชนประชารัฐ เพื่อพัฒนาบ้านเกิดตามนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐ ซึ่งดิฉันจะได้นําเสนอรายละเอียด ต่อท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ครับ

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้นะครับ

๑. ช่วยให้กระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบได้เข้าไปแก้ไข ปัญหาช่วงคอสะพานที่ทรุด คอสะพานสามเท้าและคอสะพานสะเทินตรงถนนบางคูลัด วัดต้นเชือก อําเภอบางใหญ่ เนื่องจากรถเล็ก รถใหญ่ข้ามตรงสะพานนั้นทําให้เกิดความเสียหาย และเสียงดังเป็นอย่างมาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นแทบจะนอนไม่หลับทุกคืน

๒. ตรงบริเวณถนนสวนผัก ถนนปลายบาง ถนนทางหลวงชนบทนนทบุรี หมายเลข ๓๐๙๓ ช่วยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูเรื่องไฟส่องสว่างหน่อยครับ กลางคืน ไฟถนนไม่มีเลยครับ

๓. ที่จังหวัดขอนแก่น ตําบลบ้านกง อําเภอหนองเรือ เป็นเส้นทางถนนที่เป็น ลูกรัง ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างหมู่ที่ ๑ ไปยังหมู่ที่ ๘ เป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนอย่างหนักในการสัญจรที่ใช้เส้นทางนี้ขนพืชทางการเกษตร เมื่อถึงฤดูฝนก็จะ เป็นหลุมน้ําท่วมขัง เมื่อหมดฤดูฝนก็จะเป็นฝุ่น จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแล เปลี่ยนจากถนนลูกรังมาเป็นถนนคอนกรีตครับ

๔. ช่วยประสานกับแขวงทางหลวงให้ช่วยศึกษาออกแบบสะพานกลับรถ สะพานยูเทิร์น (U-turn) หรือว่าสะพานเกือกม้า ตรงถนนทางหลวงหมายเลข ๙ หรือว่า ถนนกาญจนาภิเษก หมายถึงสะพานกลับรถเพื่อให้รถใหญ่ที่วิ่งลงมาจากทางพิเศษศรีรัชและ วงแหวนรอบนอก หรือรถใหญ่ที่วิ่งมาจากถนนบรมราชชนนีสามารถที่จะกลับรถได้ก่อนที่จะ ถึงสะพานเกือกม้า กลับรถตรงบริเวณหมู่บ้านพระปิ่น ๓ เพื่อลดการจราจรที่คับคั่งตลอด เกือบทั้งวัน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน และเพื่อเป็นการลดการจราจรที่ติดขนาดของบริเวณ ซอยเล็ก ซอยน้อยที่ออกมาตรงถนนเส้นกาญจนาภิเษก ไม่ว่าจะเป็นปากทางเข้าออก ตรงซอยวัดพระเงิน ซอยกันตนา ซอยวัดส้มเกลี้ยง-บางใหญ่ ก็ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยรับผิดชอบด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ถ้ายังไม่มาก็ขออนุญาตไปท่านอื่นนะครับ ต่อไป นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ถ้าอย่างนั้นต่อไปนะครับ นายนัทธี ถิ่นสาคู ครับ

นายนัทธี ถิ่นสาคู ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นัทธี ถิ่นสาคู พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดภูเก็ต ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานเกี่ยวกับเรื่อง ของการจราจรของจังหวัดภูเก็ต คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สําคัญของประเทศ มีแนวโน้มขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก แต่อุปสรรคที่สําคัญคือ ข้อจํากัดของเส้นทางในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ นั่นก็คือขณะนี้จังหวัดภูเก็ตมีเส้นทางหลัก เพียงเส้นทางเดียว คือทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนั้น ณ ขณะนี้เกินขีด ความสามารถในการรองรับการจราจร ทําให้การเดินทางจากสนามบินหรือฝั่งแผ่นดินใหญ่ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตใช้เวลานานมากแล้วก็ไม่มีความแน่นอน ซึ่งทางภาครัฐ ได้มองเห็นความจําเป็นของเรื่องนี้แล้วและได้ทําแผนแม่บทโครงการทางหลวงแนวใหม่ สายบ้านสาคู บ้านเกาะแก้ว ระยะทางตามแผนแม่บทนี้ ระยะทางประมาณ ๒๒ กิโลเมตร ซึ่งโครงการได้เริ่มสํารวจออกแบบและสํารวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ซึ่งตามแผนแม่บทดังกล่าวนั้นกําหนดไว้ว่าจะเริ่มก่อสร้างทางสายนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ ไปสิ้นสุดสําเร็จในปี ๒๕๖๕ แต่ท่านประธานครับ ขณะนี้ปี ๒๕๖๒ กําลังย่างเข้าสู่เดือนสุดท้าย แล้วยังไม่เห็นวี่แววของทางสายนี้ ชาวจังหวัดภูเก็ตจึงฝากถามท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับว่าโครงการนี้มีปัญหาหรือข้อขัดข้องด้วยเหตุผลใด จึงไม่สามารถ ดําเนินการตามแผนแม่บทที่กําหนดไว้ได้ ขอได้โปรดช่วยกันแก้ไขภาวะวิกฤตให้กับ ชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งภาวะนี้เป็นภาวะวิกฤต ที่จําเป็นจริง ๆ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายบัลลังก์ อรรณนพพร เชิญเลยครับ

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานก็คือคนของรัฐใช้อํานาจรัฐรังแกข้าราชการชั้นผู้น้อยนะครับ สืบเนื่องจากวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันลอยกระทง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้นําทีมยุทธศาสตร์พรรคลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมและสนับสนุน หาตลาดการขายข้าวออนไลน์ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์อีสานเขียวที่บ้านดงกลาง ตําบลบ้านโต้น อําเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ก่อตั้งกลุ่มตามนโยบายโครงการอินทรีย์ ๑ ล้านไร่ โดยมี ครูประยุทธ ขันหนองโพธิ์ ซึ่งเป็นครู กศน. ได้ชักชวนนักศึกษา กศน. และชาวบ้านทํา โครงการข้าวอินทรีย์ดังกล่าว หลังจากนั้นกลุ่มก็ได้ทดลองนําขึ้นประมูลขายข้าวเปลือกออนไลน์ เนื่องด้วยราคาสินค้าเกษตรตกต่ําไม่ได้ราคา จากที่ครูประยุทธได้ใช้ความรู้ความสามารถ เข้ามาทํางานในการช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ ก็ไม่เว้นที่จะถูกนักการเมืองที่มีอํานาจ ในฝ่ายรัฐบาลไม่พอใจที่นํากลุ่มเสนองานต่อประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ใช้อํานาจ สั่งย้ายครูประยุทธไปช่วยราชการในสํานักงาน กศน. จังหวัดขอนแก่น โดยการสั่งของ นักการเมืองในพื้นที่ การกระทําเช่นนี้ถือว่าเป็นการใช้อํานาจรัฐไม่ถูกต้อง วันนี้ผมจึงนําเรียน หารือท่านประธานในการที่จะหาความเป็นธรรมให้กับครูข้าราชการน้อย ๆ คนนี้ที่ถูกรังแก แล้วก็ฝากถึง กศน. กระทรวงศึกษาธิการ และท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยมาดูเรื่องนี้และ รับผิดชอบในการทําลายของครูคนนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านอิสสระ สมชัย

นายอิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีข้อหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตําบลโพธิ์ไทร อําเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากขาดน้ําในการอุปโภคบริโภคและ ทําการเกษตรในเทศบาลตําบลโพธิ์ไทรนั้นมีประชากรทั้งหมด ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ได้อาศัยน้ําจากอ่างเก็บน้ําโป่งเป้าเพียงแห่งเดียวทําประปาเลี้ยงคน ในเขตเทศบาล แต่น้ําจากแห่งนี้ไม่พอใช้เพียงเดือน ๒ เดือนน้ําก็หมดแล้ว เข้าใจว่า ภายในเดือนธันวาคม เดือนมกราคมน้ําก็จะแห้งแล้งแล้ว ผมได้มอบให้นายวีระ รูปคม ผู้ช่วยผู้ดําเนินการ ส.ส.ของกระผมได้เดินทางไปดูและไปหาวิธีการช่วยเหลือกับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ โดยได้ไปประสานกับผู้อํานวยการสัมพันธ์ เดือนศิริรัตน์ หัวหน้าโครงการ ชลประทานจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ไปดูในพื้นที่ว่าจะมีการดําเนินการอย่างไร หลังจาก ไปดูแล้วก็ปรากฏว่าสภาพอ่างเก็บน้ําแห่งนี้มันตื้นเขิน จริง ๆ แล้วอยู่ในความดูแลของ กรมทรัพยากรน้ํา เขต ๑๑ ท่านประธานครับ ทางนายช่างจาก ผอ. หัวหน้าโครงการ ชลประทาน จังหวัดอุบลราชธานี ท่านแนะนําว่าจะต้องทําการขุดแก้มลิงห้วยสุซึ่งอยู่ติดกัน เพื่อจะกักเก็บน้ําแล้วเอาน้ําจากห้วยสุนี้เข้ามาเติมน้ําในอ่างเก็บน้ําโป่งเป้าสําหรับประชาชน จะได้ใช้ต่อไป ขณะนี้น้ําแห่งนี้กําลังจะแห้งแล้ว เขาเสนอว่าถ้าหากดําเนินการส่วนนี้ได้ อีกวิธีการหนึ่งก็คือสูบน้ําจากแม่น้ําโขง ซึ่งอยู่ไกลจากอ่างเก็บน้ําแห่งนี้เพียง ๑๖ กิโลเมตร แค่นั้นเอง ถ้าส่งน้ําระบบท่อเข้ามาได้ก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทานแล้วก็กรมทรัพยากรน้ําให้ไปดูแลเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดงห้วยขวาง ขออนุญาตหารือ ท่านประธานใน ๒ เรื่องด้วยกันครับ

ในเรื่องที่ ๑ ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยนั้นได้เป็นเจ้าภาพในการที่จะได้ ประสานหน่วยงานหรือกําชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาเรื่องของการจอดรถยนต์ หรือว่ายานพาหนะในที่สาธารณะต่าง ๆ ในเขตท้องที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะ ตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้านที่เป็นที่สาธารณะ ในขณะนี้มีรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งาน คือรถยนต์ ประเภทที่เสียจอดทิ้งทําให้เกะกะกีดขวางการจราจรเป็นจํานวนมาก เป็นปัญหาสังคมของเมือง อย่างรุนแรงในขณะนี้ก็อยากจะให้มีเจ้าภาพในการรีบเร่งในการแก้ไขปัญหา

ในเรื่องที่ ๒ ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานครับ จากโครงการนโยบายของ รัฐบาลในการที่จะมีการปรับปรุงก่อสร้างเขื่อน คสล. ในคลองลาดพร้าว ซึ่งจะต้องมีการไล่รื้อ ชุมชน ซึ่งการไล่รื้อชุมชนนั้นส่วนหนึ่งก็จะมีการก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งในขณะนี้ ได้มีการดําเนินการแล้วเสร็จไปบางส่วนนะครับ ในจํานวน ๘ เขตที่ได้รับผลกระทบ เริ่มตั้งแต่ เขตสายไหมมายันกระทั่งเขตห้วยขวางนะครับ ซึ่งการก่อสร้างบ้านมั่นคงในขณะนี้ไม่มี การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างหรือว่าไฟฟ้าสาธารณะ ทําให้เกิดสภาพความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในยามค่ําคืน โดยเฉพาะในเรื่องของความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและ นํามาซึ่งการซ่องสุมหรือว่ามั่วสุมทําให้เกิดการแพร่กระจายของปัญหายาเสพติดในชุมชน อย่างไม่หมดสิ้นในขณะนี้ ก็อยากจะให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เป็นเจ้าภาพในการที่จะได้หาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างให้กับชุมชน โครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านสนองมาแล้วนะครับ เชิญครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ได้รับการร้องเรียนมาจาก

ข้อที่ ๑ จากผู้ที่ใช้บริการของสายการบินที่สนามบินจังหวัดบุรีรัมย์และ เที่ยวบินที่จะเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ของกระผม บ่อยครั้งที่มีสายการบินดีเลย์ (Delay) ใช้เวลาการดีเลย์ (Delay) มากเกินไป สมมุติจองเที่ยวสี่โมงเย็นบอกว่าเครื่องบินจะมาสามทุ่ม ปรากฏว่าคนที่เดือดร้อน คนที่จะต้องเดินทางต่อไปในประเทศ เดินทางต่อไปต่างประเทศที่จะต้อง ต่อเที่ยวบินนี้ประสบความเดือดร้อนมาก อยากให้ท่านประธานได้แจ้งไปยังกรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ได้กําชับสั่งการให้สายการบินนั้นได้ปฏิบัติให้ถูกต้องด้วย เพราะหลังจากที่ การเลื่อนการดีเลย์ (Delay) แล้วไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทําความเสียหาย กับผู้โดยสาร เพราะหลายท่านมีนัดหมายเอาไว้

ข้อที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนมาจากบรรดาพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวนา ท่านประธานครับ ปีที่แล้วประสบทั้งปัญหาภัยแล้ง ประสบปัญหาน้ําท่วม พอจะได้ข้าวมาบ้าง ปีนี้ปรากฏว่าราคาข้าวไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ ราคาข้าวเปลือกตกต่ํามาก ข้าวหอมมะลิราคา ๑๑-๑๑.๕๐ บาท ไม่รวมถึงข้าวอื่น ๆ ราคาไม่ได้ตามที่เป้าหมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่มีผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับบรรดาพี่น้องเกษตรกร เป็นอย่างยิ่ง ฝากท่านประธานได้ช่วยกําชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยบริหารจัดการและ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับบรรดาพี่น้องเกษตรกรด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายอับดุลอายี สาแม็ง ครับ

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. เขต ๓ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอหารือกับท่านประธาน เรื่องของการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง จังหวัดยะลา อําเภอธารโต อําเภอเบตงและอําเภอบันนังสตา ซึ่งมีราษฎรเป็นจํานวนมากได้รับการจัดสรรที่ดินทํากิน ในเขตนิคมสร้างตนเอง นิคมพัฒนา ซึ่งหลายท่านได้ดําเนินการตามเงื่อนไขที่นิคมได้กําหนดไว้ และได้รับเอกสารจากนิคมเป็น น.ค. ๓ แต่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน บางคน ที่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิเพราะอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า ๓๕ องศา แต่อยู่นอกเขตพื้นที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่กันไว้เป็นป่า แต่บางคนก็ยังอยู่ในเขตป่าที่มีการประกาศ เป็นเขตนิคมสร้างตนเอง บางพื้นที่อยู่ในเขตป่าและประกาศเป็นหมู่บ้านไปแล้ว อย่างเช่น หมู่บ้าน ๒ แห่ง บ้านปาโจแมเราะ ตําบลแม่หวาด อําเภอธารโต และบ้านดินเสมอ ตําบลคีรีเขต อําเภอธารโต จังหวัดยะลา ประกอบกับว่ามีมติของ กพต. ก็คือคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มีการเร่งรัดให้ออกเอกสารสิทธิแก่ราษฎรที่ยื่นขอสิทธิในการออกเอกสาร ในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นจํานวนมากกว่า ๑ ล้านไร่ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ กําหนดให้ว่าจะต้องมีการออกเอกสารสิทธิให้ได้ไม่น้อยกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ทั้งนี้ทางกระทรวง มหาดไทยก็ได้ให้อํานาจกับสํานักงานที่ดินเขต ซึ่งไม่ได้เฉพาะแค่ที่ดินจังหวัดอย่างเดียว ก็สามารถที่จะดําเนินการรังวัดเพื่อออกเอกสารสิทธิต่อได้ ซึ่งในที่ประชุมของคณะกรรมการ ก็มีมติให้ยกเลิกบางประการ อย่างเช่น ความลาดชันเกินกว่า ๓๕ องศา ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขต ต้นน้ําและอยู่ในเขตพื้นที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่กันไว้ในเขตป่า จึงเรียนให้ท่านประธานเพื่อประสาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ครับ

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอหารือเกี่ยวกับปัญหาการจราจรของ กรุงเทพมหานคร ตัวดิฉันเองและ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย ท่านรัฐมนตรี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมตัวของตํารวจจราจรกรุงเทพมหานคร มีประเด็นที่น่าสนใจค่ะท่านประธาน โดยเฉลี่ยแล้ววันหนึ่งมีรถโดยสารประจําทางหรือรถเมล์ จอดเสียในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเองเฉลี่ยแล้ววันละ ๒๐-๒๕ คันต่อวัน โดยเฉลี่ยแล้ว ใช้ระยะเวลาประมาณ ๓-๔ ชั่วโมงในการเคลื่อนย้าย ประเทศไทยกําลังจะเป็นประเทศ ผู้นําอาเซียน (ASEAN) แล้วรัฐเองส่งเสริมให้ผู้คนใช้การโดยสารสาธารณะมากยิ่งขึ้น แต่คุณภาพของรถเมล์เองนั้นยังไม่มีการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมากเท่าที่ควร ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ารัฐมีหลักเกณฑ์ อย่างไรในการตรวจสอบคุณภาพของรถเมล์ที่หมดสภาพ และเมื่อไรชาวกรุงเทพมหานคร จะมีรถเมล์ที่สะอาดและใหม่ใช้กันได้โดยทั่วถึงค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน บอร์ด (Board) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วก็เห็นชอบโครงการก่อสร้างต่อขยาย เทอร์มินอล (Terminal) ด้านทิศเหนือ หรือเรียกกันว่านอร์ท เอกซ์แพนชัน (North expansion) ด้วยงบประมาณลงทุน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอหารือท่านประธานไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่ามีความผิดปกติและไม่โปร่งใส่ของการก่อสร้างเทอร์มินอล ๒ (Terminal 2) หรือเทอร์มินอล (Terminal) แห่งใหม่ ดังนี้

๑. เทอร์มินอล ๒ (Terminal 2) แห่งนี้สร้างผิดตําแหน่งที่ตั้งตามแผนแม่บท ของสนามบินสุวรรณภูมิ

๒. ถ้าก่อสร้างเทอร์มินอล (Terminal) ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหาย ทางเศรษฐกิจ และปัญหาในเรื่องของการจราจรของผู้โดยสารที่จะเข้าไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ

๓. การก่อสร้างเทอร์มินอล (Terminal) นี้สิ้นเปลืองงบประมาณสูงโดยใช่เหตุ และส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสนามบินสุวรรณภูมิ

๔. การก่อสร้างเทอร์มินอล (Terminal) แห่งใหม่นี้ จะสร้างความแออัดให้กับ ผู้โดยสารในอนาคต และการก่อสร้างเทอร์มินอล (Terminal) ที่ได้รับการอนุมัติไปเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้ผ่านอีไอเอ (EIA)

๕. ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าให้การท่าอากาศยานไทย ไปรับฟังความคิดเห็นจากทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยก็ยังไม่ได้ทํา ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ คุณนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้นะครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดพิจิตร อําเภอบางมูลนาก ขอให้ขยายไหล่ทางบนถนนทางหลวง หมายเลข ๑๐๖๙ ช่วงสี่แยกโพธิ์ไทรงาม ถึงสี่แยกวังงิ้ว อําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เพื่อลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จากการจัดตลาดของตลาดโพทะเล และตลาดถมบาง อําเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

ข้อ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนของท้องถิ่นในเรื่องขอให้แก้ไขหลักเกณฑ์ และการจัดสรรรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดแตกต่างกัน และมีรายได้ แตกต่างกันเยอะ ซึ่งบางแห่งมีรายได้น้อยมาก ก็ขอให้มีหลักประกันรายได้อย่างน้อยไม่ต่ํากว่าแห่งละ ๓๐ ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสามารถ บริการสาธารณะให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมกับทุกพื้นที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทย หรือสํานักงานกระจายอํานาจเป็นผู้ดําเนินการ

ข้อ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนของสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล ที่กําลังจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าว่าในกฎหมายกําหนดใหม่ว่าให้เลือกตั้งเหลือหมู่บ้านละ ๑ คน ก็ให้คงสภาพเหลือหมู่บ้านละอย่างน้อย ๒ คน เพื่อเป็นสัดส่วนของประชากรที่มีมากน้อย ไม่เท่ากันและจะได้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงเพราะว่าพื้นที่แตกต่างกัน บางที่อาจจะ ไม่ได้มีตัวแทนแต่อยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรก็จะไม่ได้รับการดูแลตามหลักของการกระจายอํานาจ ก็ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกรรมาธิการท้องถิ่นหรือส่วนที่เกี่ยวข้องไปดําเนินการแก้ไข ต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ถ้าไม่พร้อมผมขอต่อไปนะครับ คุณพรชัย อินทร์สุข ครับ

นายพรชัย อินทร์สุข พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พรชัย อินทร์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือ ต้องการความช่วยเหลือสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ เนื่องจากว่าปัจจุบันราคาพืชผลหรือราคาข้าวเปลือกตกต่ํา เนื่องจากทางกระบวนการคาดว่า โรงสีทั่วประเทศมีการฮั้วในเรื่องของการซื้อราคาข้าวเปลือกข้าวหอมมะลิในต่างจังหวัดและ จังหวัดพิจิตรด้วย สําหรับราคาข้าวเปลือกแนวทางการช่วยเหลือเพื่อรักษาเสถียรภาพของ ราคาข้าวเปลือกคือ อยากจะให้ทางรัฐบาลหาแนวทางช่วยเหลือในเรื่องของสถาบันเกษตรกร หรือสหกรณ์โดยโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการรับซื้อข้าวเปลือกนาปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทําโครงการที่เหมือนปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ จะทําของปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ มันจะไม่ได้ผล เนื่องจากว่าทางสถาบันเกษตรกรต้องมีการเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกสหกรณ์และผู้ที่ขายข้าวเปลือก

ข้อ ๒ เรื่องโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสหกรณ์ เพื่อจําหน่ายและแปรรูป เนื่องจากทางสถาบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรต้องพิจารณาให้คณะอนุกรรมการกองทุน เพื่อจะช่วยเหลือสินเชื่อให้กับสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยถูกคือ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ต่อปี เพื่อนํามาช่วยเหลือกับสหกรณ์ในการรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปและจําหน่าย จะทําให้ ราคาข้าวเปลือกดีขึ้นเนื่องจากว่าทางโรงสีจะได้รับซื้อแข่งกับสถาบันเกษตรกรหรือว่าสหกรณ์ จะทําให้ข้าวเปลือกราคาสูงขึ้น จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอย่างเร่งด่วน ตอนนี้ข้าวในจังหวัดพิจิตรใกล้จะหมดแล้ว ที่ผ่านมาประมาณ ๗ วัน วันนี้ข้าวเปลือกลงราคามาตันละประมาณเกือบ ๆ ๒,๐๐๐ บาท จึงทําให้ราคาข้าวเปลือก ในแต่ละจังหวัดตกต่ําเนื่องจากว่าเงินของสหกรณ์ที่สถาบันหมด จึงขอให้ทางรัฐบาล ช่วยเหลือสหกรณ์เพื่อนําเงินมาซื้อข้าวเปลือกต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวณธีภัสร์ มาแล้วนะครับ เชิญครับ

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เรื่องที่ผมอยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ อย่างยิ่งต่อชุมชน บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ จากกรณีที่คุณอุกฤษฏ์ จัดสนาม หรือครูบอล ข้าราชการครูข้ามเพศถูกประเมินให้พ้นจากสภาพการเป็นข้าราชการอันเนื่องมาจากมีเหตุ ให้เชื่อได้ว่าเพราะการแต่งกายตามเพศสภาพของเธอ เธอลุกขึ้นยืนหยัดในสิทธิและเสรีภาพ ในการแต่งกายตามเพศสภาพที่เคารพต่อระเบียบข้อบังคับ แต่เธอกลับถูกกล่าวหาว่ากระด้าง กระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาจนเป็นเหตุให้เธอถูกประเมินไม่ได้รับความเป็นธรรม เธอได้ เดินทางมายื่นหนังสือเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ต่อพรรคอนาคตใหม่และต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงที่ดูแลรับผิดชอบ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศและต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยหวังใจว่า การแก้ไขระบบข้าราชการของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจะได้รับการพิจารณา อย่างจริงจัง แต่เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้นได้มีหนังสือให้เธอออกจากราชการ ชีวิตของครูข้ามเพศคนหนึ่งต้องตกงานเพียงเพราะอคติด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ ทั้งที่เธอ ได้ยื่นเรื่องนี้มาตั้งแต่ ๔ เดือนที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่ากระบวนการยุติธรรมกลับเกิดขึ้นอย่างล่าช้า จนกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของเธอพึงได้รับตามกฎหมาย ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง ของข้าราชการครูคนหนึ่งแต่มันหมายถึงบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่ปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะข้าราชการของประชาชน หากพวกเรา ส.ส. ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถ มีสิทธิแต่งกายได้ตามเพศสภาพแล้ว ผมขอยืนยันว่าขอให้แก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อปกป้องคุ้มครอง การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศต่อไปครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายสุรทิน พิจารณ์ ครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ วันนี้ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก คือการขอแยกอําเภอ ขอแยกอําเภอใหม่จากอําเภอคําเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งมีอยู่ ๑๓ ตําบล ขอแยกมาเป็นอําเภอใหม่ ๖ ตําบล คือตําบลทุ่งมน ตําบลย่อ ตําบลดงเจริญ ตําบลโพนทัน ตําบลสงเปือย และตําบลกุดกุง โดยชื่อว่าอําเภอศาสนคุณ ตามฉายาของหลวงพ่อนิเทศศาสนคุณ เจ้าตํารับธนาคารน้ําใต้ดินครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ การเยียวยาปัญหาน้ําท่วมในภาคอีสาน ๘ จังหวัด คือจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดอุบลราชธานี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีลงไปพื้นที่รับปาก ชาวบ้านว่าจะให้ปุ๋ย ให้พันธุ์ข้าว ให้พันธุ์ปลา จนถึงปัจจุบันท่านประธานครับ น้ําแห้งไปแล้ว ยังไม่มีอะไรลงไปเลย กราบเรียนฝากท่านประธานไปที่รัฐบาลว่าควรจะกันงบกลาง สัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ไปซื้อปุ๋ยอินทรีย์หรือสารปรุงดินให้สํานักงาน ส.ป.ก. กรมพัฒนาที่ดิน นําไปแจกพี่น้องใน ๘ จังหวัดนี้ ไปที่ไหนชาวบ้านก็ทวงถาม ท่านประธานครับ ฝากท่านประธาน ไปที่รัฐบาลครับ

ประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นแก้ปัญหาน้ําท่วมหน้าโรงพยาบาลกงไกรลาศ อําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย น้ําท่วมเพราะว่าคมนาคมไปสร้างถนน ๔ เลน ขวางทางน้ํา กราบเรียนท่านประธานไปที่กระทรวงคมนาคมให้แก้ปัญหาเร่งด่วนเพราะว่าชาวบ้าน เดือดร้อนเวลาฝนตกมา ฝนตกน้อยก็ท่วมน้อย ตกมากก็ท่วมมาก คนที่ฝากร้องมาคือ ผู้ใหญ่สุเทพ อุ่นเหมือน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ครับ

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวบ้านเลือกมาจากจังหวัดหนองบัวลําภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องทางหลวงชนบท นภ. ๔๐๐๔ ช่วงระหว่างบ้านดงสวรรค์ อําเภอนากลาง ไปยังบ้านโคก อําเภอสุวรรณคูหาชํารุดเสียหายหนักมากครับ โดยเฉพาะ บริเวณแยกบ้านโนนงามไปยังบ้านเซิน ตําบลนาดี ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาว่าหลุมไม่มี ที่จะหลบอยู่แล้วครับ กระผมจึงนําปัญหาความเดือดร้อนนี้ฝากไปยังกระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวงชนบท จังหวัดหนองบัวลําภู ได้โปรดดําเนินการซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนนชํารุดเหมือนกันครับ แต่เป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลําภู คือถนนสายบ้านนันทจันทร์ ตําบลนากลาง ไปยังบ้านโนนสว่าง บ้านโนนบวร ตําบลกุดดินจี่ อําเภอนากลาง ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาว่า เสียหายหนักมาก โดยเฉพาะสภาพพื้นผิวการจราจร ณ ปัจจุบันนี้เละยิ่งกว่าอุกกาบาตอีกครับ ผมจึงขอฝากปัญหาความเดือดร้อนนี้ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดหนองบัวลําภูได้โปรดดําเนินการซ่อมแซมหรือรื้อทําใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องการขอขยายไฟฟ้าเพื่อที่อยู่อาศัยของชาวบ้านภูพระโนน ผักหวาน ตําบลโนนเมือง อําเภอนากลาง จังหวัดหนองลําภู ซึ่งชาวบ้านเขาได้ไปยื่นเรื่องไว้รู้ว่า ดําเนินการไปถึงไหน และชาวบ้านเขาก็ยังฝากมาบอกอีกว่าชาวบ้านเขาไม่ได้ตาบอดก็อย่าไป ทําให้เขามองไม่เห็นในเวลากลางคืนเพราะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแสงสว่างใช้เลยครับ กระผม จึงฝากความเดือดร้อนนี้ไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดดําเนินการ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ได้รับข้อร้องเรียน จากพี่น้องชาวตําบลบ้านม่วงและตําบลนครชุมน์ว่าสะพานข้ามแม่น้ําแม่กลองที่หน้าวัดบ้านม่วง ตําบลบ้านม่วง ที่เชื่อมข้ามฝั่งแม่น้ําแม่กลองระหว่างตําบลบ้านม่วงและตําบลนครชุมน์ เกิดการชํารุดเวลาน้ําหลากสะพานเกิดการสั่นคลอน เกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ใช้สะพานดังกล่าว จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เข้าดําเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่อระบายน้ําใต้เส้นทางหลวง หมายเลข ๓๒๙๑ เส้นเบิกไพร-เขางู ที่บริเวณหมู่ที่ ๘ ตําบลหนองปลาหมอ ไม่สามารถระบายน้ําได้ทันในฤดูน้ําหลาก จึงทําให้น้ําท่วมขังบ้านเรือนและไร่นาของพี่น้องประชาชนบริเวณหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๓ และหมู่ที่ ๑๔ ของตําบลหนองปลาหมอ อําเภอบ้านโป่ง ได้รับความเสียหาย จึงขอให้กรมทางหลวงพิจารณาทําท่อลอดดันขนาดใหญ่ใต้เส้นทางดังกล่าวเพื่อระบายน้ํา ให้กับพี่น้องประชาชนครับ

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ขอให้กรมทางหลวงได้ก่อสร้างและปรับปรุงทางเท้า และท่อระบายน้ําตลอดเส้นทางหลวง หมายเลข ๓๒๓ ถนนแสงชูโต ให้พี่น้องประชาชน ชาวอําเภอบ้านโป่งตลอดเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวตําบลท่าผา ตําบลปากแรด ตําบลสวนกล้วย และตําบลหนองอ้อ ที่อยู่ ๒ ฝั่งถนนร้องเรียนมาว่าไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากเวลาหน้าฝนเกิดน้ําท่วมขังบริเวณไหล่ทาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับพี่น้องที่สัญจร ไปมาและอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมพิจารณา ดําเนินการให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณสุเทพ อู่อ้น ครับ

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนแรงงาน มีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ท่านวิษณุ เครืองาม ได้ออกมาชี้แจง กรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้สํานักงานประกันสังคมหาแนวทางในการบริหารจัดการ เงินกองทุนประกันสังคม การกู้ยืมเพื่อการลงทุน ทําให้เกิดข้อกังวลใจ เมื่อรัฐบาลยังค้างเงิน ส่งประกันสังคม ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท อยากทราบว่าในปัจจุบันเป็นอย่างไร เป้าหมายหลักของ ประกันสังคมคือการสร้างสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน ข้อเสนอแนะ หากมองว่าตอนนี้ลูกจ้าง ผู้ประกันตนเดือดร้อน และให้เม็ดเงินไปสู่ผู้ประกันตนอย่างมีประสิทธิภาพ ภาครัฐต้องสมทบ เต็มจํานวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ประกันตน จึงขอเรียกร้องให้ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับ เงินกองทุนประกันสังคมของลูกจ้างและนายจ้างที่มีการสมทบ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนของโรงงานผลิตไม้อัด บริษัท เมโทร พาเนล จํากัด ตั้งอยู่ที่ ๓๙/๓ หมู่ที่ ๔ ถนนฤชุพันธ์ ตําบลไทรใหญ่ อําเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี การผลิตของโรงงานมีฝุ่นละอองไม้จากการผลิตไปสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ที่อยู่รอบข้างโรงงานทําให้การปลูกข้าวพืชผลทางเกษตรไม่ได้ผล และยังมีฝุ่นละอองในอากาศ ที่มีผลต่อสุขภาพ เคยมีการร้องเรียนเรื่องนี้และไปตรวจมีข่าวเล็ดลอดออกไปทําให้การเดินเครื่อง เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาล กระทรวงอุตสาหกรรมกําชับเจ้าหน้าที่ในการ ตรวจสอบอย่างเข้มงวดให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเกษม ศุภรานนท์ ครับ

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ วันนี้มีเรื่องที่จะเรียนปรึกษาหารือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ เทศบาลนครราชสีมามีสมาชิกในเขตเทศบาล ๑๒๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็มีประธานชุมชน ซึ่งทําหน้าที่พวกเราเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่า เขาทํางานฟรีมาเป็นสิบ ๆ ปี ท่านประธานก็เลยอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลเขาเรียกค่าตอบแทนให้กับประธานชุมชนด้วยครับ ทั้งหมดมี ๙๐ ชุมชน แบ่งเป็นเขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ เขต ๔ เขต ๔ ก็แถวการเคหะแห่งชาติ แล้วเขต ๑ ก็อยู่ในเขตหลักเมือง เขต ๒ ก็แถวมหาชัย เขต ๓ ก็อยู่ในเขตอัมพวันท่านครับ เรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อได้อนุเคราะห์ประธานชุมชน ซึ่งทําหน้าที่หนักทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปกครองส่งเสริมประชาธิปไตยแล้วก็อีกหลาย ๆ เรื่อง บําบัดทุกข์ บํารุงสุข

เรื่องที่ ๒ เรื่อง ส.ป.ก. ๔.๐ ในเขตเทศบาลโพธิ์กลาง เทศบาลหนองจะบก ซึ่งอยู่ในอําเภอเมืองแท้ ๆ ท่านประธาน แต่ว่ามี ส.ป.ก. เยอะ แล้วก็มีข้าราชการทหาร ผู้หลักผู้ใหญ่ไปอาศัยอยู่แต่ว่าไม่มีหลักฐาน แล้ว มทส. ประตู ๑ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารีก็ไม่มีหลักฐานท่านครับ อยู่ในเขตอําเภอเมืองติดกับเทศบาลก็ได้กราบเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่อง ส.ป.ก. แล้วก็ในเรื่อง ภ.บ.ท. ๕ ได้กรุณา เมตตาประชาชนในเขตเทศบาลโพธิ์กลางแล้วก็เทศบาลหนองจะบก ส่วนเทศบาลหนองไผ่ล้อม เป็นเขตทหารท่านครับ มีแต่ทหารอยู่ไม่มี ส.ป.ก. อันนี้ก็นําเรียนต่ออธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านได้พูดไปก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ๒ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องประธานชุมชน แล้วก็เรื่องของ ส.ป.ก. ๔.๐ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านณัฐพล มาแล้วนะครับ เชิญครับ

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ปีกชาติพันธุ์ พรรคอนาคตใหม่ครับ วันนี้ที่ผมจะหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดูแลกรมป่าไม้ และกรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ประเด็นที่ ๑ เรื่องการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติดอยยาว ดอยผาหม่น ภูชี้ฟ้า อําเภอเทิง อําเภอขุนตาล อําเภอเวียงแก่น ๓๓ หมู่บ้าน จังหวัดเชียงราย การเตรียมประกาศ เขตอุทยานแห่งชาติที่ ๒ คือน้ําตกพาเจริญ อําเภอพบพระ อําเภอเมือง จังหวัดตาก ประมาณ ๑๐ หมู่บ้าน พื้นที่ตําบลเข็กน้อย อําเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีข้อสังเกตและข้อกังวลใจ จากชาวบ้านตามนี้ครับ พื้นที่ที่จะประกาศเป็นพื้นที่ที่มีชาวบ้านอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วท่านประธาน ไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่เป็นป่าเขียวชอุ่ม แล้วค่อยไปประกาศ

ประเด็นที่ ๒ การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติจะเป็นการเอากฎกติกามาล็อก วิถีชีวิตของชาวบ้านพื้นที่จิตวิญญาณ พื้นที่ที่จะต้องหากิน พื้นที่ที่จะต้องใช้ยาสมุนไพรถูกตัด ทันทีมีปัญหาทันทีครับ

ประเด็นที่ ๓ ชาวบ้านไม่เคยมีส่วนร่วมในการออกแบบเขตอุทยานแห่งชาติเลย

ประเด็นที่ ๔ พื้นที่ทั้ง ๓ พื้นที่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความขัดแย้ง มีมติ ครม. ๖๖/๒๓ ซึ่งนับวันนี้ ๓๙ ปีแล้วที่มีปัญหานะครับ อยากให้เรียนไปถึงท่านรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาให้ดีให้ชาวบ้านมีส่วนมีสิทธิในการมาออกแบบการประกาศครั้งนี้เพราะที่ผ่านมา มติ ครม. กฎกระทรวง พ.ร.บ.ต่าง ๆ เป็นกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ที่ให้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยดูแลและรัฐจะต้องส่งเสริมดูแลคุ้มครองพี่น้องชาติพันธุ์ แต่ตอนพี่น้อง ชาติพันธุ์ที่อยู่ในป่าพื้นที่ทั้งหมดมีปัญหาอยู่ครับ ขอบคุณมากครับท่าน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา คือ

เรื่องที่ ๑ ถนนศาลจังหวัดชัยบาดาลเป็นถนนก่อสร้างทางเป็นลาดยาง ระยะทาง ๔ กิโลเมตร มีความชํารุดทรุดโทรมอย่างมาก ซึ่งจะนําเอกสารให้ท่านประธานสภา ระยะทาง ๔ กิโลเมตร เชื่อมระหว่างสาย ๒๑ กับ สาย ๒๐๕ มีศาลจังหวัดชัยบาดาล อัยการจังหวัด ชัยบาดาล และมีสํานักงานคุมประพฤติ โรงเรียนอัสสัมชัญและชาวบ้านตําบลห้วยหิน ตําบลชัยบาดาล ซึ่ง ๒ ตําบลนี้เป็นตําบลใหญ่พืชผลการเกษตรที่จะขนส่งมาก็ออกมาทางสายนี้ อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแล้วก็ปรับปรุงเพื่อให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะเส้นทางสายนี้สร้างมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานใดที่เข้าไปซ่อมแซมไปดูแลครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องโรงพยาบาลสระโบสถ์เป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียงนะครับ ซึ่งผู้รับเหมาได้ก่อสร้างแล้วก็ได้ทิ้งงานไปแล้วจนบัดนี้ยังไม่มีผู้รับเหมาหรือว่าหน่วยงานใด ๆ ที่เข้าไปดูแลอยากจะให้ดูแลเรื่องการก่อสร้างให้เพิ่มเติมขึ้นไปเพราะประชาชนเขาเดือดร้อนมาก ไปพบเห็นทุกครั้งมีประชาชนชาวบ้านที่ไปใช้บริการโรงพยาบาลสระโบสถ์ก็จะอยู่ริมข้างเตียง ข้างห้องซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าดู แต่เนื่องด้วยงบประมาณหรือการก่อสร้างที่ล่าช้าที่เขาทิ้งงานไป คือทําให้เกิดอุปสรรคนี้ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปคุณสําลี รักสุทธี ครับ

นายสําลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสําลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมได้รับปัญหาการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับถนน ๒ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องที่ ๑ ขอให้ซ่อมแซมถนนลูกรังระหว่างบ้านประแหย่ง หมู่ที่ ๒ แล้วก็ บ้านหนองสระ หมู่ที่ ๖ ตําบลประชาพัฒนา อําเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งถนน มีสภาพชํารุดขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ การสัญจรไปมาลําบากมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อย

เรื่องที่ ๒ คือถนนระหว่างบ้านประชาพัฒนาแล้วก็บ้านประแหย่ง อําเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคามมีสภาพเช่นเดียวกัน นั่นก็คือถนนขรุขระชํารุดเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ มีปัญหาประชาชนสัญจรไปมาลําบากมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อยเช่นเดียวกัน ดังนั้นพี่น้อง ทั้ง ๓ หมู่บ้านนี้อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นก็คือกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เข้าไปซ่อมแซมช่วยเหลือให้พี่น้องได้สัญจรไปมาสะดวกด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอนําปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับการขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้าน จํานวน ๔ หมู่บ้าน จังหวัดเชียงรายประกอบด้วย หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ บ้านปางหลวง บ้านปางน้ําฮ้าย ตําบลท่าก๊อ อําเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และบ้านหมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ บ้านแม่ตะละ บ้านปางมะขามป้อม ตําบลสันสลี อําเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ทั้ง ๔ หมู่บ้านนี้ รวมประชากรหลายพันคน หลังคาเรือนมากกว่า ๑,๐๐๐ หลังคาเรือน หมู่บ้านดังกล่าวนั้น เป็นหมู่บ้านเก่าแก่อยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคนร่วมเกิน ๑๐๐ ปี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้า ดําเนินการก่อสร้างปักเสาพาดสายเข้าไปสู่หมู่บ้าน หมู่ที่ ๗ บ้านแม่ตะละ อําเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่ในการก่อสร้างครั้งนั้นก็ไม่สามารถดําเนินการจนแล้วเสร็จ เนื่องด้วยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ โครงการดังกล่าวจึงได้เลิกล้มไป ซึ่งปัญหาความเดือดร้อนเหล่านั้นได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลานานหลายปี พี่น้องประชาชน ขาดโอกาสในการใช้ไฟฟ้า ขาดโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ ปัญหาดังกล่าวปัจจุบันนี้ จังหวัดเชียงรายได้เล็งเห็นถึงความสําคัญและได้ตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแล มีการแก้ไข และได้ทําหนังสือมายังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอใช้พื้นที่ต่อไป ก็ขอท่านประธานได้เร่งรัดเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไข นอกจากนั้นปัญหาก็ยังไม่มี แค่จุดเดียว ในบ้านอายิโก๊ะ หมู่ที่ ๙ ตําบลศรีถ้อย อําเภอแม่สรวยก็เช่นกัน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้ต้องขอขอบพระคุณสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะท่านประธานชวนที่ได้เล็งเห็นความสําคัญ และให้ใช้สภาแห่งนี้เป็นโอกาสในการที่นําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเพื่อได้รับ การแก้ไขต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณกันตวรรณ ตันเถียร ครับ

นางกันตวรรณ ตันเถียร พังงา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาเนื่องจากมีเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจของพี่น้องชาวพังงา และคนไทยทั้งประเทศ เป็นเรื่องของการโค่นต้นไม้ซึ่งมีอายุนับร้อยปีในริมถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๒ ของจังหวัดพังงา สายโคกกลอย-หมากปรก อําเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เส้นทางนี้ทางกรมทางหลวงอ้างว่ามีพี่น้องประชาชนและผู้นําพื้นที่ได้ร้องเรียนว่าผู้สัญจร ไปมาได้รับผลกระทบเนื่องจากมีต้นไม้ยืนตาย จึงมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานภาครัฐ ๔ ส่วน ตรวจสอบร่วมกันและลงความคิดเห็นว่ามี ๑๑ ต้นที่จะต้องโค่น แต่เมื่อไปตรวจสอบ แล้ว ๑๑ ต้นที่ทางหน่วยงานภาครัฐทํารายงานไป ชื่อต้นแซะ แต่ในความเป็นจริงกลับโค่น ต้นยางนาอายุนับร้อยปี หน่วยงานทั้ง ๔ ท่านที่เข้าไปตรวจสอบแยกไม่ออกหรือคะว่าต้นไม้ ที่ท่านโค่นคือต้นแซะหรือต้นยางนานับร้อยปี ท่านอ้างว่าต้นเหล่านี้มีสภาพต้นยืนตาย แต่ในภาพที่ออกมาค่ะท่านประธาน มีต้นยืนตายเพียงไม่กี่ต้น และที่เหลือเป็นต้นไม้ที่มีสภาพ เขียวขจีจริง ๆ ดิฉันมีภาพมาแต่ว่าไม่สามารถนํามาเสนอได้ จะต้องขอเรียนว่า ๑๑ ต้น ที่ทางภาครัฐต้องการที่จะโค่น พี่น้องชาวพังงาออกมาคัดค้านจึงทําให้เกิดการโค่นต้นยางนา ได้เพียง ๗ ต้น และเหลืออีก ๔ ต้น แต่สิ่งที่พี่น้องชาวพังงาต้องการทวงถามคือทําไมจึงมีการ โค่นต้นยางนาซึ่งมีสภาพสมบูรณ์ และไม้ที่โค่นนี้นําไปที่ไหน หน่วยงานที่ตรวจในพื้นที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ อ.อ.ป. และแขวงทางหลวงภูเก็ต ๔ หน่วยงานเป็นหน่วยงานภาครัฐค่ะ พี่น้องชาวพังงาบํารุงรักษาต้นนี้มาจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก แต่หน่วยงานภาครัฐกลับมาโค่นภายในพริบตา ดิฉันขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีคืนความเป็นธรรม ให้คนพังงา เร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ฝากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตลาดกระบัง ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะปรึกษาหารือวันนี้เป็นเรื่องของพี่น้อง ประชาชนที่หวังจะพึ่งตัวแทนของเขาในการเป็นปากเป็นเสียงบอกกล่าวปัญหาที่พวกเขา มีต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ถ้าหากท่านประธานจะจําได้เมื่อตอนเราเปิดสภาที่ทีโอที (TOT) ดิฉันเองได้มีโอกาสหารือค่ะ แล้วก็ในเรื่องของความเดือดร้อนในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ตัวอย่างแรก ดิฉันได้หารือ ในเรื่องของงบประมาณที่จะสร้างถนนเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะมีการจัดสรรงบประมาณ ดิฉันได้รับการตอบกลับจากสภาว่ากําลังจัดสรรงบประมาณอยู่ โดยเป็นข้อมูลที่อ้างอิงมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือสํานักโยธาธิการ กรุงเทพมหานคร จนวันนี้งบประมาณเข้าสู่สภาแล้วแต่ก็ยังไม่มีลิสต์ (List) หรือว่าบัญชีที่จะของบประมาณเหล่านี้ เพื่อที่จะลงไปก่อสร้างถนนให้กับนักเรียนที่จะใช้เดินทางในการไปโรงเรียน ไม่ใช่ที่เดียวนะคะ โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้าก็เป็นอีกถนนหนึ่งที่ได้รับปัญหานี้เช่นเดียวกัน ดิฉันไม่ใช่เพิ่งหารือ ปัญหานี้ในสมัยนี้นะคะ ดิฉันหารือในเรื่องเดียวกันนี้ในสมัยที่แล้วค่ะ ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมาไม่มีการดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น นักเรียนยังคงเดินทาง ด้วยความที่ไม่ปลอดภัย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทําไมรัฐบาลหรือกรุงเทพมหานครไม่เห็นถึง ความสําคัญหรือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเหล่านี้บ้างคะ นํางบประมาณที่มีไม่มาก แค่ ๕ ล้านบาท ๗ ล้านบาท เท่านั้นก็จะสามารถสร้างถนนที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับพี่น้องประชาชนได้ เหล่านี้คือความสําคัญที่รัฐจะต้องจัดสรรและบริการให้กับพี่น้อง ประชาชน ถ้าหากว่าไม่เห็นความสําคัญและประชาชนจะไปพึ่งใครได้ ขอให้สภาดําเนินการ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวปารีณา ไกรคุปต์

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาต หารือเรื่องการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่หมู่ที่ ๙ ตําบลเขาชะงุ้ม อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งดิฉันได้ร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดไปเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ก็มีหัวหน้า ส่วนราชการ ทีมนักวิชาการมาชี้แจงกับชาวบ้านว่าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทําถูกต้องก่อสร้างได้ โดยไม่ฟังเสียงชาวบ้านที่มาคัดค้านในวันนั้น แล้วก็มีการอ้างข้อกฎหมายที่การก่อสร้างดังกล่าว ไม่จําเป็นต้องรับฟังเสียงของชาวบ้าน

ต่อมาวันรุ่งขึ้นดิฉันทําหนังสือร้องไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด วันที่ ๑ พฤศจิกายน ว่าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่กําลังก่อสร้างอยู่ห่างโรงเรียนและวัดประมาณ ๖๐๐ เมตร ดิฉันเป็นคนวัดเอง ซึ่งกฎกระทรวงใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดราชบุรี ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๑๐ ระบุให้โรงงานอยู่ห่างจากโรงเรียนหรือวัดไม่ต่ํากว่า ๑ กิโลเมตร ซึ่งดิฉันก็ร้องไปทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด วันที่ ๑ ตอนนี้สิ้นเดือนแล้วยังไม่มีหน่วยงานใดมาตรวจสอบและหยุดการ ก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ดังกล่าว จึงขอให้ผู้ว่าอุตสาหกรรมจังหวัดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยดําเนินการให้ถูกต้องด้วยค่ะ

อีกเรื่องคือเรื่องของประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. หรือท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส คือท่านประธานคะ ดิฉันเป็นผู้หญิงและก็ทํางานในฐานะสมาชิกรัฐสภามานานมากแล้ว ท่านเสรีพิศุทธ์ก็ทํางานที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติมานานมากเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง ๒ องค์กร มีความแตกต่างกัน ดิฉันได้ทนกับพฤติกรรมต่าง ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว ดิฉันไม่คุ้นเคย ไม่ชอบ แล้วก็รู้สึกว่าท่านเสรีพิศุทธ์ดูถูกดูหมิ่นด้วยคําพูด เช่นคุณจบอะไรมา เดี๋ยวคุณจะโดนชี้หน้า

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปารีณาครับ เรื่องนี้ ไม่เอามาพูดในนี้ครับ เป็นเรื่องกรรมาธิการครับ

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

ท่านประธานคะ เพราะว่าดิฉันจะมา ขอร้องให้ท่านประธานช่วยดิฉันด้วยนะคะ เพราะว่าท่านเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วในห้องประชุมกรรมาธิการประธานคณะกรรมาธิการใช้กิริยาดูถูกดูหมิ่นกรรมาธิการ ดิฉันขอให้ท่านประธานดําเนินการสอบจริยธรรมท่านเสรีพิศุทธ์ ด้วยค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละครับ ท่านปารีณาครับ เรื่องนี้ไม่ประสงค์ให้สมาชิกใช้วาระนี้นําเรื่องนี้มาพูดนะครับ ถ้ามีเรื่องอะไร อย่างไรส่งมานะครับ ผมยินดี

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

ค่ะ แต่เป็นสิทธิที่ดิฉันจะขอหารือได้นะคะ ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ครับเรื่องนี้

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

ขอความเป็นธรรมด้วยนะคะ  

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้เป็นเรื่องภายใน กรรมาธิการนะครับ อย่าเอาเรื่องนี้มาปรึกษาครับ

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

แต่ดิฉันอยากจะให้ท่านประธาน เป็นผู้ช่วยดําเนินการในการสอบจริยธรรม จึงมาขอหารือท่านประธานนะคะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมรับเรื่องนะครับ คุณปารีณา ส่งเรื่องมาได้ครับ ยินดีที่จะช่วยประสานให้ ต้องการให้กรรมาธิการได้ทํางานเพื่อประชาชนนะครับ

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

ค่ะ แต่จะต้องทํางานด้วยกริยาไม่ดูถูก ดูหมิ่นใช้คําพูดชี้หน้ากันในกรรมาธิการนะคะ ท่านต้องสอบ ท่านต้องดําเนินการ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หนูไม่ต้องพูดเพื่อกระทบ ต่อผู้อื่น ต้องเป็นเรื่องภายในของเราที่จะต้องจัดการกันเองนะครับ ผมยินดีที่จะช่วยประสาน เพราะผมอยากจะให้กรรมาธิการทุกชุดทํางานเพื่อประชาชนร่วมกัน ไม่ขัดแย้งกันในสิ่งที่ ไม่ควรขัดแย้งครับ ขอจบนะครับ คําปรึกษานี้จบแล้วครับ พอแล้วครับ นั่งเลยครับ พอแล้ว จบแล้วนะครับ เราหยิบเรื่องมาปรึกษาได้ตามข้อบังคับเฉพาะเรื่องที่เป็นความเดือดร้อน ของประชาชนครับ เรื่องนี้ไม่ให้ปรึกษาครับ เรื่องภายในกรรมาธิการครับ เอาละครับ ถ้าอย่างนั้น จบสําหรับวาระพวกนี้จบแล้วครับ

สําหรับเรื่องปรึกษาหารือวันนี้ก็กินเวลาไปพอสมควรเพราะมีสมาชิกหลายท่าน เกินเวลานะครับ ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกคน อย่างไรพยายามรักษาเรื่องเวลาเพราะว่า ประชาชนเขาก็จับตามองเราเหมือนกัน สภาอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่นเขาก็ดูเราเป็นตัวอย่างนะครับ ถ้าเราทําอะไรที่เป็นมาตรฐานเขาก็จะดูเราเป็นตัวอย่าง ผมขออนุญาตจบเรื่องของการปรึกษา

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๖ คน

บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๙๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุมครับ ขอเรียนท่านสมาชิกนะครับ จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมขอเรียนไปตามลําดับนะครับ

ขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกขอความร่วมมือพรุ่งนี้วันศุกร์เรานัดประชุมพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องด่วน ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๑๒ ญัตติยังไม่ได้รับการพิจารณา แม้แต่ญัตติเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่บริหารด้วยวิธีที่ทําเวลาให้เป็นประโยชน์มันก็จะ เหมือนในอดีตที่ผ่านมาก็คือเมื่อสิ้นสมัยประชุมญัตติก็ค้างมากมาย เพราะฉะนั้นวันพรุ่งนี้ วันศุกร์จะพิจารณาเฉพาะเรื่องญัตติทั่วไป ซึ่งได้แบ่งกลุ่มไว้แล้วครับ ผมได้เชิญท่านผู้เสนอญัตติ หลายท่านมาคุยแล้วว่าเราจะช่วยกันทํางานวันศุกร์ให้ญัตติดังกล่าวนั้นได้เป็นประโยชน์กับ ประชาชนและผลงานของท่านสมาชิกนะครับ ญัตติที่ท่านเสนอนั่นคือสิ่งที่เป็นผลงานของท่าน ถ้าค้างอยู่อย่างนั้นผลงานท่านก็ไม่ออก เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือพรุ่งนี้พวกเรากรุณามา ๙ โมงครึ่ง พยายามให้ตรงเวลามากที่สุด ด้วยความเห็นใจว่า ๒ วันก็เหนื่อย ผมเข้าใจดีครับ แต่ว่าจําเป็นที่เราร่วมกันทํางานเมื่อตกลงกันแล้วว่าเราร่วมทํางาน ผมเชื่อว่าพรุ่งนี้เราจะทําให้ ผลงานของท่านสมาชิกเป็นผลผ่านมติของสภาไปได้ครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เรียนแจ้งเพื่อทราบ เรื่องนี้ครับ เรื่องต่อไป ในวาระกระทู้ถาม

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีเรื่องค้าง เพราะว่า พิจารณาหมดไปเมื่อวานครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็ค้างมาจาก เมื่อวานครับ

ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เมื่อวานนี้ท่านประธาน กรรมาธิการได้รายงานเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือเรื่องพิจารณาศึกษาแนวทาง การควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งผมได้เรียนเมื่อวานว่าตอนขั้นที่เราเสนอญัตติ สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวางเป็นภาพรวม บัดนี้กรรมาธิการที่เราตั้งกรรมาธิการวิสามัญนั้น เขาทํางานเสร็จแล้ว แล้วเมื่อวานนี้ท่านประธานกรรมาธิการท่านชวลิตก็รายงานโดยละเอียด รวมทั้งมีผู้อภิปรายหมด เมื่อวานนี้หมดรายชื่อที่เสนอมานะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกได้ขอว่า มีเพื่อนที่อยากจะอภิปรายที่ไม่ได้มาเมื่อวานหรือไม่ได้อยู่เมื่อวานนี้ ผมก็อนุญาตให้เลื่อนมา วันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ถือหลักก็คือไม่เกิน ๗ นาที และขอความร่วมมือว่าเราใช้วันนี้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าเราผ่านเรื่องนี้ไปได้โดยเห็นชอบกับ ข้อสังเกตนะครับ แล้วเราสามารถพิจารณาเรื่องด่วนที่ท่านสมาชิกพยายามจะเลื่อนหรือ เปลี่ยนระเบียบวาระ เราไม่จําเป็นต้องเลื่อนถ้าเราบริหารเวลาได้ วันนี้สามารถพิจารณา สิ่งที่สมาชิกต้องการได้ครับ เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือสมาชิกคุมเวลา ทั้งฝ่ายกรรมาธิการ และฝ่ายสมาชิกนะครับ เมื่อวานไม่มีค้างนะครับ วันนี้เสนอชื่อเข้ามาใหม่ที่เป็นผู้ขออภิปราย มี ๒ ท่านเพิ่มเข้ามานะครับ ก็มีท่านสัมฤทธิ์ แล้วก็มีท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เชิญครับ ไม่เกิน ๗ นาทีนะครับ

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พลังประชารัฐ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาในการอภิปรายในรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ท่านประธานครับ จากรายงานผมได้เห็นว่าคณะกรรมาธิการได้ใช้การประชุม ๑๓ ครั้ง แล้วมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งยกเลิกสารเคมีทางการเกษตร ๓ ชนิด ผมไม่ทราบว่า การประชุม ๑๓ ครั้งจะศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงได้ครบถ้วนครอบคลุมมากน้อยเพียงใด การยกเลิกสารกําจัดวัชพืช ๒ ชนิด หรือยาฆ่าหญ้า ได้แก่ สารพาราควอต (Paraquat) กับไกลโฟเซต (Glyphosate) และสารกําจัดแมลงอีก ๑ ชนิด คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) จะตอบโจทย์ของการสร้างความปลอดภัยให้กับเกษตรกร สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้แท้จริงหรือไม่ ผมอยากนําเรียนท่านประธานครับว่าการ ยกเลิกสารเคมีนั้นมิได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศของเรา กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีประกาศ ให้ยกเลิกสารเคมีมาแล้วเกือบ ๑๐๐ ชนิด ในปี ๒๕๓๘ มีการยกเลิกสารเคมีไปเกือบ ๓๐ ชนิด ในปี ๒๕๔๓ มีการยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรอีกเกือบ ๓๐ ชนิด ในปี ๒๕๔๔ ยกเลิกอีก ๑๙ ชนิด และในปี ๒๕๔๖ มีการยกเลิกสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมใช้แพร่หลายของเกษตรกร รวมถึง กระผมในฐานะเกษตรกรคนหนึ่ง คือสารเมทามิโดฟอส (Methamidophos) เนื่องจากมีการ ตรวจพบสารปนเปื้อนในพืชผักผลไม้และพืชผลทางการเกษตรเป็นสารก่อมะเร็งและในปี ๒๕๔๗ มีการยกเลิกอีก ๒ ชนิด เอนโดซัลแฟน (Endosulfan) กับสารเมทิลพาราไทออน (Methylparathion) ด้วยข้อหาเดียวกันท่านประธานครับ จากวันนั้นถึงวันนี้เกษตรกรไม่ได้ใช้สารเคมีน้อยลงเลย ครับ ยังมีสารเคมีอีกหลายสิบชนิด หลายร้อยชนิดที่อยู่ในท้องตลาดในประเทศของเรา และพี่น้องประชาชนคนไทยก็ไม่ได้เป็นมะเร็งลดลงเลยครับ ดูจากรายงานในหน้า ๑๑ ของคณะกรรมการชุดนี้ เราพูดเพียงว่ามีหลายประเทศ ๕๐ ประเทศที่ยกเลิกการใช้สารพาราควอต (Paraquat) แต่เราไม่ได้พูดถึงอีก ๘๖ ประเทศที่เขายังให้ใช้อยู่และอีกหลายสิบประเทศ ที่จํากัดการใช้ หมายความว่าควบคุมการใช้ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องและปลอดภัย เราไม่ได้พูดถึง ว่ายังมีอีก ๑๖๑ ประเทศที่ยังให้ใช้ไกลโฟเซต (Glyphosate) อยู่ เราไม่ได้ศึกษาว่าหากเรา ยกเลิกพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) แล้ว พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกอ้อย จะทําอย่างไร เราจะส่งออกน้ําตาลทรายเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้หรือไม่ พี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกมันสําปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะทําอย่างไร ประเทศเราจะส่งออกผลิตภัณฑ์จาก มันสําปะหลังเป็นอันดับ ๑ ของโลกต่อไปได้หรือไม่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรม น้ํามันพืชจะทําอย่างไรในเมื่อทุกวันนี้เรายังต้องพึ่งพาการนําเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศ ที่เขายังไม่ยกเลิกพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) เราค่อนข้างสับสนครับ วันนี้เกษตรกรสับสนที่กรมวิชาการเกษตรออกมาว่ามีสารทดแทนพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) ๑๖ ชนิด ผมไม่ทราบข้อมูลว่ากรมวิชาการเกษตรออกมาชี้แจงเช่นนั้น ได้อย่างไร ทางกรมทราบหรือไม่ครับว่าสารกลูโฟซิเนต แอมโมเนียม (Glufosinate-ammonium) มันใช้ในไร่อ้อยไม่ได้ หญ้าในไร่อ้อยตาย อ้อยก็ตายด้วยครับ อะมีทรีน (Ametryn) ที่แจ้งมา มันใช้ในไร่มันสําปะหลัง ไร่ข้าวโพดไม่ได้ หญ้าตาย ข้าวโพดก็ตายครับ มันสําปะหลังก็ตายครับ วันนี้พี่น้องคนไทยสับสน พี่น้องคนไทยเรากลุ่มหนึ่งคิดว่าการยกเลิก ๓ สารแล้วจะทําให้เขา ปลอดภัยจากการไปซื้อคะน้า ซื้อข้าว ซื้อผักผลไม้ในท้องตลาดมารับประทาน แต่ในข้อเท็จจริง ไม่ใช่ครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่ สาร ๓ ชนิดไม่ได้ใช้ครับ ใช้สารเคมีชนิดอื่นที่เรายังไม่ได้ ยกเลิกครับ วันนี้เรายกภาระให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะต้องมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ในการเปลี่ยนชนิดวัตถุอันตรายจากชนิดที่ ๓ เป็นชนิดที่ ๔ เรายกภาระให้กับกรมวิชาการเกษตร ที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายหลักของรัฐบาลและนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๔ ครับ ที่รวมกันแล้ว ระบุว่ารัฐบาลจะควบคุมการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืชในการเกษตรเพื่อนําไปสู่ การลด ละ เลิก โดยต้องหาสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรต้อง ดําเนินการครับ วันนี้ผมไม่ทราบว่าทิศทางของพี่น้องประชาชนจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามผมต้อง ขอบคุณคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ที่ยังได้ให้ข้อเสนอแนะในการที่จะให้รัฐบาลได้เยียวยากับ เกษตรกรในช่วงระยะเวลาของท่านเปลี่ยนผ่าน และยังเสนอแนะให้ผลักดันโครงการของ เกษตรอินทรีย์ โครงการเกษตรอินทรีย์ครับก็เหมือนโครงการในความฝัน เราผลักดันกันมา เกือบ ๒๐ ปี มี ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ จากจํานวนพื้นที่ ๑๕๐ ล้านไร่ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังดี ที่วันนี้เราให้ความสําคัญ และผมก็ฝันนะครับว่าพี่น้องคนไทย พี่น้องเกษตรกรของเรา จะได้ปลอดจากสารพิษ แต่สิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นมันไม่ใช่อย่างที่เราคิดครับ มันเป็นสิ่งที่ยัง หาทางออกไม่ได้ วันนี้เราใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน แล้วไปเปลี่ยนวิถีการดําเนินชีวิต ของเกษตรกรที่มีมา ๓๐-๔๐ ปี ในส่วนของผมเองผมขอแสดงความเห็นว่าการจํากัดการใช้ การสอนให้เกษตรกรใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ปลอดภัยกับตัวเขาต่อครอบครัว ต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และที่สําคัญที่สุดครับปลอดภัยต่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ให้สร้างจิตใต้สํานึกที่ดีต่อกัน ให้ความรับผิดชอบเกิดขึ้นและผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างผลลัพธ์ ได้ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับเรื่องสาร ๓ ตัวที่ถูกแบน (Ban) กระผมซึ่งมีพื้นที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง ข้าวโพด และพืชเกษตรกรรมหลายอย่างรวมทั้งข้าวด้วย ผลกระทบย่อมมีกับเกษตรกรอย่างมาก แต่สิ่งที่ดีก็มี คราวนี้กล่าวถึงผลกระทบอันนี้กระทบเข้าใจดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือสารเคมี มันต้องมีผลกระทบการฉีดฆ่าทําลายหญ้าเราฉีดไปแล้วสารตกค้างอันนี้บางครั้งนักวิชาการ เขาบอกว่าไม่มีสารตกค้างคงเป็นไปได้ยาก สารตกค้างนี้คือแม้แต่หญ้ายังตาย สิ่งกระทบต่าง ๆ มันจะมีมากมายที่ออกมา อย่างเช่น ชาวไร่อ้อยที่เขาปลูกอ้อยอยู่ฉีดยาฆ่าหญ้าคนที่ปลูก มันสําปะหลังอยู่ใกล้ ๆ มันสําปะหลังหงิกงอ แล้วไม่ได้เกิดผลอะไรขึ้นมาเลย และสารที่ออกมา มันจะดูดซึมลงไปสู่ใต้ดิน ลงใต้ดินเสร็จแล้วเราก็นํามาเป็นน้ําพอฝนตกมาเป็นน้ําเป็นอะไร เราก็นํามาบริโภคต่อ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ทําให้ประชากรของคนไทยเราคือสูญเสียความสมดุล อย่างมาก และเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องช่วยกันดูแล เพราะสิ่งนี้คือไม่มีใครอยากให้เกิด ใครก็อยากจะได้ผลกระทบ ที่น้อยที่สุดแล้วก็ให้ถูกต้องที่สุด คนทําไร่แบบทําไร่อ้อยเขาก็อยากจะให้ ๓ ตัวนี้ยังคงเดิมอยู่ เพราะว่ามันทําไปแล้วเขาได้ผลประโยชน์เยอะ แต่ถ้าเกิดชาวไร่มันสําปะหลังเขาคิดอีกแบบหนึ่งว่า ถ้าเกิดมีสารตัวนี้มาก ๆ ขนาดที่เขาปลูกมันสําปะหลังอยู่ใกล้ไร่อ้อยเขายังสามารถฆ่าใบมัน ใบอะไรต่ออะไรให้หงิกงอได้แล้วก็ทําให้หัวมันอะไรไม่เกิดขึ้นมา อันนี้เขาก็ยังทําอยู่นะ เขาบอกว่าอย่างนี้ สิ่งที่อยากจะให้ทําความเข้าใจคือแบน (Ban) สาร ๓ ตัวนี้แล้วทางรัฐบาล มีสิ่งใดที่มาทดแทนกับสารตัวนี้บ้าง เมื่อสักครู่ผมได้ปรึกษากับท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุดนี้แล้วท่านบอกว่ามีสิ่งที่ทําได้อีกหลายอย่าง การฆ่าหญ้าไม่ต้องฆ่าหญ้าก็ได้ใช้วิธีกําจัดโดยการตัด คือ ๑ ไร่ตัดหญ้ามาได้ประมาณ ๓-๔ ตัน ได้มาเสร็จเรียบร้อยมาทําปุ๋ยทําอะไรได้ อันนี้ก็เป็นความคิดที่ดี และสิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลทํา และดําเนินการต่อไปคือทําอย่างไรให้สิ่งที่แบน (Ban) ๓ สารตัวนี้แล้วมีสิ่งใดที่มาทดแทนกับ ๓ สารตัวนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับท้องที่ได้ เพราะเกษตรกรเขาเดือดร้อน ผ่านไปพื้นที่ทุกพื้นที่ ที่ผ่านไปไม่ว่างานไหนชาวไร่ที่เขามาเจอหน้าผู้แทนที่ไปพบปะประชาชนเขาจะพูดถึงเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก ทางผู้แทนที่ไปก็คงจะได้แต่คําตอบว่าระยะหนึ่งทางรัฐบาลเขาคงต้องหาทางออก ให้กับทางรัฐบาลให้ได้ ทีนี้ผมคิดว่าการแบน (Ban) ๓ สารตัวนี้สิ่งที่ดีก็มีและสิ่งที่ไม่ดีก็มี ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเป็นหน้าที่เป็นการจัดการที่จริงจังและจริงใจกับการเกษตรส่วนนี้ หาทางต้นทุนใดที่สารทดแทนตัวนี้ซึ่งมีสารตัวหนึ่งที่ท่านที่ปรึกษาเคยถามขึ้นมาว่าสารชีวภัณฑ์ คือสารทดแทนตรงนี้ทําอย่างไรให้มีราคาถูกลงเพื่อให้สู้กับ ๓ สารราคาที่แบน (Ban) ไปแล้วให้ได้ แล้วก็เป็นประเภทที่ชาวบ้านถูกใจ รัฐต้องมีการทําความเข้าใจอย่างต่อเนื่องกับภาคเกษตรกร ซึ่งเขาไม่มีความรู้อะไร สิ่งที่เขาทําไปเขาต้องการทําให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นมา แต่ทางภาครัฐนี้ มีการสร้างความเข้าใจนี้น้อยมากกับการแบน (Ban) ๓ สารตัวนี้ ก็อยากจะขอให้ทางรัฐบาล ช่วยแนะนํากับทางเกษตรกรให้ดีครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ รายชื่อ ที่ส่งมาก็หมดแล้วนะครับ อภิปรายทั้งหมด ๘ ท่าน ยังมีสมาชิกท่านใดติดใจไหมครับ เพราะถ้าไม่มีแล้วผมจะได้ขอให้ท่านประธานกรรมาธิการได้ มีใครไหมครับ คุณผ่องศรี เชิญเลยครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย รายงานฉบับนี้จากที่ดิฉันได้อ่านคร่าว ๆ ก็เป็น การทํางานที่เรียบร้อยพอสมควรนะคะ แล้วมีทางออกตลอดจนให้เห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างถ้วนถี่ แล้วมีสิ่งหนึ่งที่ดิฉันกังวลเป็นอย่างมากก็คือพี่น้องประชาชนที่ทําการเกษตร จะคุ้นชินกับการใช้สารเคมีเหล่านี้เป็นเวลาเนิ่นนาน เป็นเวลานานมากแล้วเขาจะคิดถึง แต่สารตัวนี้นะคะ ตัวดิฉันมีประสบการณ์ครั้งหนึ่งในเขตเลือกตั้งที่มีการปลูกหอม ปลูกหอม พอหนอนกระทู้ลงทีหนึ่งหายา จะเอาวิธีไหนก็ไม่ได้ต้องคิดหาแต่ยา แล้วยาที่แพง ๆ ก็เอาไม่อยู่ค่ะ ขวดละ ๒,๐๐๐ บาทก็เอาไม่อยู่เลย แต่ว่ามันมีกระทรวงหนึ่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ที่เขา ทําเรื่องพวกนี้ พอดีมีเกษตรอําเภอราษีไศลเขาได้เอาการฆ่าไวรัสโดยใช้ไวรัส เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันคิดว่า น่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่ทําให้พี่น้องประชาชนได้เห็นมาตรการระยะสั้น ระยะยาว และถาวร ได้อ่านแล้วนะคะ แต่มีอันหนึ่งที่ดิฉันตั้งใจแล้วก็เห็นว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ก็คือ ในตอนหาเสียงของพรรคเพื่อไทยเรามีกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน การปรับเปลี่ยนหน้าดิน การปรับเปลี่ยนเพื่อให้สารเคมีต่าง ๆ ที่ตกค้างในดินไม่ได้ใช้เวลาน้อย ไม่ได้ใช้เวลาน้อยเลย ใช้เวลานานมากกว่ามันจะฟื้นฟูได้ กว่าจะให้มันเป็นอินทรีย์ เพราะฉะนั้นในช่วงที่เปลี่ยนผ่านนี้ เราจะทําอย่างไรถึงจะให้พี่น้องเกษตรกรเรารู้ว่าจะต้องทําอะไร อย่างไร เพราะว่าเขาไม่สามารถ ที่จะรอให้มันปรับเปลี่ยนได้โดยทันที มันจะต้องใช้เวลา อันนี้ดิฉันคิดเป็นห่วงว่าต้องมีวิธีการ ที่จะทําให้เขาได้ตระหนักด้วยตัวเขาเองด้วย ถ้าเขาไม่ตระหนักด้วยตัวเองเมื่อไร วนเวียน มันก็จะไปแบบนี้ เพราะเขารอไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวอย่างโซน (Zone) ที่ราษีไศล ยางชุมน้อย ก็จะปลูกหอม เดือนนี้จะเริ่มปลูกหอม เดี๋ยวก็ปลูกหอม เดี๋ยวก็ปลูกข้าว ปลูกพริก เขาคง จะต้องได้รับสิ่งต่าง ๆ ที่มันจะช่วยให้เขาได้ตระหนักและรู้ว่ามันเป็นความจําเป็นที่จะต้อง ปรับเปลี่ยนเรื่องพวกนี้เพื่อสุขภาพ เพื่อความปลอดภัย และเพื่อเป็นเกษตรที่ยั่งยืนอย่างยิ่ง ในอนาคต ดิฉันก็อยากจะฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เวลาท่านจะลงลึกในเรื่องเหล่านี้ที่จะนําไป ปฏิบัติให้คํานึงถึง เรื่องแม้จะเป็นรายละเอียดแต่มันเป็นรายละเอียดที่สําคัญเราจะมองข้าม พวกนี้ไม่ได้เลย เพราะว่าเราอาจจะไม่ได้รายงานในฉบับนี้ แต่เวลาปฏิบัติจริงจะต้องนําไป ปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้เป็นความสําคัญ เป็นความหวังของคนบริโภค ทุกคนกลัวค่ะ ทุกคนกลัว มะเร็ง ทุกคนกลัวผลกระทบที่จะเกิดกับลูกหลาน เพราะวันนี้เด็กเกิดใหม่เกิดน้อย เกิดน้อย คุณภาพไม่ดีแล้วก็ยังมีความเสี่ยงกับทุกสิ่งรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องเกม เรื่องความไม่เป็นผู้ที่จะรับผิดชอบในเรื่องการดํารงชีวิตอยู่ของตัวเอง ความไม่มี ระเบียบวินัย ซึ่งมันเป็นจากสิ่งกระทบหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นอันที่จะเป็นผลกระทบที่เรา จะต้องดูแลได้ก็ต้องรีบทํา อันนี้เพื่อนพ้องพี่น้องคนไทยเป็นเกษตรกรเกือบทั้งหมด ดิฉันเชื่อว่า เขารอคอยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าไม่ให้เขาใช้สารตัวนี้ แต่น่ากังวลว่าก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง บอกว่ายังเห็นความสําคัญของสาร ๓ ตัวนี้ก็ยังรณรงค์ไม่อยากให้ยกเลิก แต่ส่วนใหญ่ก็อยาก ให้ยกเลิก เพราะฉะนั้นจะบริหารจัดการความขัดแย้งนี้อย่างไร ขณะที่ยังรอก็ต้องมีทางออก ให้เขาด้วยว่าถ้าให้ยกเลิกสาร ๓ ตัวนี้จะให้เขาไปใช้ตัวไหนถึงจะพออยู่ได้ ถ้ามันใช่และ มันแพงเกินเขาจะอยู่ได้ไหม อันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายและจะต้องรีบดําเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะรอไม่ได้แล้วนะคะ เดี๋ยวจะปลูกหอม ปลูกโน่น ปลูกนั่น ปลูกนี่ เดี๋ยวเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมก็จะปลูกข้าว เดี๋ยวก็จะไถนาแล้ว พอไถนาก็จะบอกไถไม่ได้ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า อันนี้เป็นคอนเซปต์ (Concept) หนึ่งที่พี่น้องเกษตรกรและเจ้าของรถไถจะบอกเช่นนั้น ถ้าไม่ให้ฆ่าหญ้าไถไม่เข้าไถไม่ได้ อันนี้เป็นอันหนึ่งที่สําคัญมากเลย อาจจะเป็นเล็กน้อย แต่อยากสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อไถไม่ได้ชาวบ้านเขาต้องจ้างแล้วก็ต้องฆ่าหญ้าก่อน ถ้าไม่ฆ่า เขาไม่ไถให้ก็จะไม่ได้ปลูกข้าวอะไรประมาณนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นข้อห่วงใยของคนที่อยู่กับ พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทํางานอย่างเสียสละวิ่งไป วิ่งมา วิ่งขึ้นวิ่งลงเป็นหลายคณะกว่าจะสรุปออกมาได้ ก็ขอยืดเวลาแล้วยืดเวลาอีกให้กําลังใจ เป็นเรื่องที่สําคัญ และเป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมที่เห็นความสําคัญของชีวิต ไม่ใช่แค่ของเกษตรกร ของคนไทยทั้งประเทศ ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมขอ อนุญาตให้ประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงนะครับ เชิญคุณชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้คําแนะนํา ได้ให้ข้อเสนอแนะติติง ข้อมูลที่ท่านให้มานั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ คณะกรรมาธิการได้ จดรายละเอียดไว้หมดตั้งแต่เมื่อคืนนี้จนกระทั่งมาเช้านี้ สิ่งที่อยากจะเรียนกับเพื่อนสมาชิก โดยผ่านไปทางท่านประธานก็คือว่าคณะกรรมาธิการให้ความสําคัญกับสุขภาพอนามัยของ เกษตรกร ของพี่น้องประชาชนผู้บริโภคเหนือประโยชน์อื่นใด แต่ก็ไม่ละเลยในอันที่จะดูแล พี่น้องเกษตรกรที่คุ้นเคยกับการใช้สารเคมีมาในอดีต กรรมาธิการคงไม่ได้เพียงประชุมกัน แค่ ๑๓ ครั้งแล้วมามีมติแบน (Ban) ๓ สารพิษ จริง ๆ มีอีกหลายองค์กรที่ทําเรื่องนี้มาช้านาน แม้กระทั่งตัวผมได้ทําเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ครั้งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ได้มีโอกาสเชิญอธิการบดีที่มีคณะแพทยศาสตร์มาชี้แจงงบประมาณเพื่อขอความร่วมมือ ให้ท่านแจ้งคณะแพทย์เจาะเลือดเกษตรกรแล้วนํามาให้กรรมาธิการได้ดูในปีถัดไปเพื่อที่จะ ดูปัญหาในเรื่องนี้ที่ผมประสบด้วยตนเอง แต่ปี ๒๕๕๗ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีการปฏิวัติไปก่อนก็หยุดมา ๕ ปี แต่โชคดีที่มีภาคประชาสังคมได้มาเดินเรื่องนี้ต่อในอันที่ ให้ความสําคัญกับสุขภาพอนามัยพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่เราไม่ใช่เพิ่งแค่ทํา นอกจากนั้น ยังมีองค์กรอื่น ๆ อีกมากมายโดยเฉพาะทางด้านแพทยสภาเราไม่เชื่อหมอแล้วจะเชื่อใคร หมอมีข้อมูลต่าง ๆ มากมายที่พบว่าโรคมะเร็งมันหนักหนาสาหัสถึงขนาดเดี๋ยวนี้ตายกัน ชั่วโมงละ ๙ คน และมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้น ๆ แต่ที่เหนือกว่านั้นคือเด็กเกิดใหม่ เด็กเกิดใหม่ เป็นออทิสติก (Autistic) มากขึ้น ๆ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ถ้าเราไม่ให้ความสําคัญเรื่องนี้ ผมคิดว่าอดีตที่ผ่านมาเป็นเครื่องสอนใจเราแล้วว่าเราคนไทยปล่อยปละละเลยกับเรื่องสุขภาพ อนามัย เคยใช้อะไรก็ใช้ ฉันฉีดไปฉันไม่ได้กินเอาไปขายอย่างนี้ก็ย่ําแย่ สิ่งที่อยากจะเรียน กับท่านทั้งหลายว่าเมื่อคืนนี้มีการพูดถึงเรื่องการแบน (Ban) การแบน (Ban) นี้ดําเนินการ โดยคณะกรรมการวัตถุอันตราย ท่านเพียงไม่ได้ฟังเฉพาะในสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอ มีองค์กรต่าง ๆ มากมายที่ส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ ตามกฎหมาย

๒. แบน (Ban) เฉพาะ ๓ ชนิดซึ่งมีความเสี่ยงสูง ที่บอกว่าในภาคตะวันออก มังคุดก็ดี ทุเรียนก็ดี ถ้าใช้สารเคมีอยู่ในอัตราที่ไม่เกินค่ามาตรฐานก็เป็นเกษตรปลอดภัย ท่านก็สามารถที่จะดําเนินการได้ยกเว้นสาร ๓ ตัวนี้ นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านทั้งหลาย ว่าการเจ็บป่วยข้อมูลทางแพทย์เราต้องเชื่อ แต่ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการเห็นด้วยตาก็คือ การเดินทางไปยังจังหวัดหนองบัวลําภู พี่น้องเกษตรกรซึ่งปลูกอ้อยจํานวนมากขาขาดมานั่ง เรียงเป็นตับอยู่ข้างหน้าแล้วบอกว่าฉันจะไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าอีกต่อไป แล้วก็จะบอกกับลูกกับหลาน ด้วย ในขณะเดียวกันก็จะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสในการจะทําเกษตรอินทรีย์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ปี ๒๕๗๓ เป็นเป้าหมายที่เป็นความฝัน แต่ถ้าฝันเราเป็นความจริง มันก็เป็นความสุขนี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านทั้งหลาย นอกจากนั้นในคณะกรรมาธิการนี้ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานเรามีการแบ่งงานกันครับ ท่านนี้รับผิดชอบในเรื่องวิธีการ ทดแทนในทุกพืชเศรษฐกิจ ท่านนี้รับผิดชอบในเรื่องปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผลการเกษตร ท่านนี้เสนอแนะในเรื่องระยะเวลาเปลี่ยนผ่านมีการเยียวยาเกษตรกรผู้ใช้อย่างไร ท่านนี้ เคยใช้สมุนไพรในเกษตรแปลงใหญ่ ท่านสมาชิกจําได้ไหมครับ เมื่อไม่นานมานี้สมาชิกของเรา หลายจังหวัดยื่นกระทู้สด ยื่นกระทู้แห้ง ญัตติต่าง ๆ เรื่องหนอนกระทู้ระบาดหลายหมื่นไร่ ทั่วประเทศ แต่มีอยู่สวนเดียวที่จังหวัดสระบุรีหนอนกระทู้ไม่กระทบเลย เพราะอะไร เพราะว่า ใช้สมุนไพรครับ สมุนไพรไทยนี่ละ แต่มีวิธีเทคนิคการใช้อย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธาน เดี๋ยวจะเรียงเป็นด้าน ๆ ที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิกที่ได้สอบถามมาทั้งเมื่อคืนนี้และ เช้านี้ ท่านแรกผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะเชิญท่านวิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ ในเรื่องวิธีการ ทดแทนในทุกพืชเศรษฐกิจ ท่านที่ ๒ คุณปรกชล อู๋ทรัพย์ ท่านที่ ๓ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ในเรื่องเยียวยา แล้วก็ท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดที่มาเป็นที่ปรึกษาในเรื่อง การทําเกษตรแปลงใหญ่ และท่านใช้สมุนไพรในอันที่จะขจัดเรื่องหนอนกระทู้ได้เด็ดขาด แม้กระทั่งผักคะน้าที่ว่าปลูกกันยาก ๆ สมุนไพรไทยใช้ได้ครับ นี่ก็คือสิ่งที่อยากจะเรียนกับ ท่านทั้งหลาย แต่อยากจะกล่าวย้อนไปอีกนิดหนึ่งว่าเราต้องหันมาให้ความสําคัญกับสุขภาพ อนามัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลักเราเป็นผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าท่านทั้งหลายก็คงห่วง พี่น้องประชาชนของท่านเหมือนกัน ดังนั้นมาร่วมมือกันสร้างความฝันตรงนี้ดีกว่าครับ ขออนุญาตท่านประธานที่จะขออนุญาตให้ท่านวิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ ได้ตอบปัญหาในสิ่งที่ท่าน ได้เตรียมมา ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เกิน ๕ นาทีครับ

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ การศึกษาของกรรมาธิการนั้น ผมขอเรียนยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ ไปสู่ประเทศที่มีเกษตรกรรมที่ยั่งยืน มีระบบอาหารที่ปลอดภัย มีการศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด ผมขอพูดใน ๒ ประเด็นสําคัญครับ เบื้องต้นเป็นพื้นฐานสําคัญก่อนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายเมื่อวานนี้ว่าเราอยู่ในประเทศเขตร้อน เพราะฉะนั้นศัตรูพืชมาก แต่ผมอยากเรียน ท่านว่าประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพแบบประเทศไทยซึ่งอยู่ ๑ ใน ๑๕ ประเทศ ที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลกนั้น การมีศัตรูพืชมากนั้นแต่ในขณะเดียวมีศัตรูที่เป็นศัตรู ของพืชหรือแมลงที่มีประโยชน์มากกว่าเยอะเลย เทียบกันไม่ได้เลย ผมขออนุญาตให้ข้อมูล นิดเดียวเพื่อเป็นความรู้หรือข้อมูลพื้นฐานสําหรับการมองเรื่องของการควบคุมศัตรูพืชโดยวิธี ที่ไม่ทําลายธรรมชาติ ในระบบการปลูกข้าวมีแมลงเป็นร้อย ๆ ชนิด ถ้าคิดว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ของแมลงที่อยู่ในระบบนิเวศการปลูกข้าวนั้นมีแมลงที่เป็นศัตรูข้าวจริง ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีแมลงที่เป็นศัตรูข้าวที่ทําลายข้าวจนมีผลกระทบให้เห็นแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ แมลงที่เหลือเป็น แมลงที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เป็นแมลงตัวห้ําและตัวเบียน เพราะฉะนั้นการแบน (Ban) สาร ในอดีตที่ผ่านมาก็จะช่วยปรับปรุงระบบนิเวศเหล่านั้นให้เข้มแข็งมากขึ้นอันนี้เป็นพื้นฐานทั่วไป เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกลัวแมลงศัตรูพืชหรือโรคพืชเลยถ้าเรารักษาระบบเกษตรกรรมนี้ ให้ยั่งยืนและจัดการกับสารเคมีที่ทําลายระบบนิเวศและมีผลต่อเรื่องความปลอดภัย นั่นคือ ประการที่ ๑ นะครับ

ประการที่ ๒ กรรมาธิการวิสามัญอยากจะให้ข้อมูลยืนยันกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบน (Ban) พาราควอต (Paraquat) เป็นต้นนั้น จะไม่มีผลกระทบต่อผลผลิตของประเทศแต่ประการใด ข้อมูลของ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติศึกษาในประเทศที่มีการแบน (Ban) พาราควอต (Paraquat) ใน ๔ ประเทศและมีการปลูกพืชแบบเดียวกันกับประเทศไทย คือในประเทศ เซเนกัล ในประเทศศรีลังกา ในประเทศมาเลเซีย และในประเทศสเปนนะครับ ครอบคลุม ทั้งการปลูกยางพารา ปาล์มน้ํามัน ข้าวโพด และมันสําปะหลัง ปรากฏว่าผลผลิตก่อนแบน (Ban) กับหลังแบน (Ban) นั้น หลังแบนผลผลิตมากกว่าตั้งแต่ ๓ เปอร์เซ็นต์จนถึง ๒๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ชนิดพืชนะครับ รายงานพวกนี้อยู่ในรายงานภาคผนวกของกรรมาธิการ

ประการต่อมา ขอให้มั่นใจว่าการตัดสินของประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นไปโดยลําพัง ขณะนี้มีประเทศที่แบน (Ban) พาราควอต (Paraquat) แล้ว ๕๘ ประเทศ ประเทศข้างเคียง ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียจะเริ่มแบน (Ban) ในวันที่ ๑ มกราคมที่จะถึงนี้ ประเทศ เวียดนามได้แบน (Ban) มาปีกว่าแล้วในปัจจุบัน แล้วพื้นที่ของ ๒ ประเทศนั้นที่ครอบคลุมของพืช ที่ต้องใช้สารอย่างเช่นพาราควอต (Paraquat) นั้นมากกว่าเราหลายเปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ ๖๔.๕ ล้านไร่ ซึ่งจะแบน (Ban) พร้อมกับเรา ประเทศเวียดนามมี ๑๖ ล้านไร่ เพราะฉะนั้น เทคนิคของประเทศมาเลเซียที่ใช้มีการศึกษาแล้ว การใช้ถั่วมูคูนาเป็นต้น นอกเหนือจากไม่ต้อง ใช้สารเคมีแล้วทําให้ได้ปุ๋ยธรรมชาติเพิ่มขึ้นประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ โดยที่เราต้องจัดการ เพิ่มขึ้นนิดเดียว การจัดการเพิ่มขึ้นนั้น ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกคงจําได้ว่า เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้วการปลูกยางพาราในประเทศไทยนั้นต้องมาพร้อมกับการปลูกพืชคลุมดิน แต่ว่าพืชคลุมดินชนิดใหม่ที่มีการแนะนําอยู่ในปัจจุบัน สวนยางพาราที่อีสานมีหลายพันไร่เลย ของเจ้าของเดียวใช้ถั่วนี้ควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องปรับนิดหน่อยเพื่อเดินหน้าไปสู่ เรื่องความปลอดภัย

ประการต่อมา ในพืชทั้ง ๖ กลุ่มที่มีการใช้สารนั้น คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้มีการวิเคราะห์โดยละเอียดปรากฏว่ามีพืช เช่น ข้าวโพดและอ้อยนั้นมีสารทดแทน และวิธีการทดแทน และวิธีการทดแทนบางวิธีนั้นดีกว่าการใช้สารเคมีอย่างชัดเจน อย่างกรณี ของอ้อยนั้นการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรติดจอบหมุนทั้งรถไถเดินตามและการติดแทร็กเตอร์ (Tractor) นั้นให้ผลผลิตดีกว่าการใช้สารเคมีนะครับ มีบางพืชเช่นมันสําปะหลังที่ต้นทุน อาจจะเพิ่มขึ้นประมาณ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าต้นทุนเหล่านี้น้อยมากและเป็นหน้าที่ ของรัฐบาล หน้าที่ของพวกเราในสภาซึ่งมาจากทุกพรรคการเมืองจะทําให้การเปลี่ยนผ่านนั้น เกษตรกรจะไม่ต้องเป็นคนรับภาระนะครับ ต้นทุนนิดเดียวแต่ว่าผลที่ได้จะคุ้มค่ามาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คํานวณว่าการนําเข้าสารเคมีกําจัดศัตรูพืช มาทุก ๑ ล้านบาทนั้น จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรต้องใช้จ่ายในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ๗๖๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเรานําเข้าสารเคมีประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่าย ทําไมรัฐจะไม่ใช้จ่ายโดยจัดการงบประมาณส่วนนี้เพื่อ สนับสนุนเกษตรกรพวกเราไม่ต้องให้รับภาระ ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องขอบคุณสภา ผู้แทนราษฎรที่ทําให้มีการตัดสินใจครั้งนี้อย่างสําคัญ และโลกก็จับตาประเทศไทยในเรื่องนี้ ผม เชื่อว่าความฝันที่พวกเราอยากเห็นนั้นเราต้องเข้าใกล้ความฝันนั้นแน่ ๆ ถ้าเราตั้งความหวังไว้ แบบเดียวกับท่านประธานได้กล่าวไว้ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากนะครับ ท่านประธานขออนุญาตให้อีก ๓ ท่าน ก็อนุญาตท่านละ ๕ นาที เชิญครับ

นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน สําหรับข้อห่วงกังวลที่ได้รับทราบ จากการอภิปรายเมื่อวานและวันนี้ ที่มีคําถามว่าทางคณะกรรมาธิการได้มองครอบคลุม ทั้งมิติของเกษตรกรและผู้บริโภคหรือไม่นะคะ ต้องเรียนยืนยันว่าในคณะกรรมาธิการเองเราได้มีการพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ ทั้งเกษตรกรแล้วก็ผู้บริโภคเป็นสําคัญ โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งจะเป็นบุคคลแรกที่จะได้รับ ผลกระทบจากสารพิษทั้ง ๓ ชนิดนี้ ซึ่งถ้าเรามาดูหลักฐานเชิงประจักษ์ของประเทศไทย รวมถึงรายงานข้อมูลการวิจัยจากหลาย ๆ ประเทศที่ได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มีการทยอย ยกเลิกโดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) เป็นระยะ ก็จะทราบได้เลยว่าเกษตรกรหรือว่า ผู้รับจ้างฉีดพ่นสารเคมีที่สัมผัสพาราควอต (Paraquat) จะมีโอกาสเป็นพาร์กินสัน (Parkinson) เพิ่มมากขึ้นอย่างน้อย ๐.๖–๔.๗ เท่า ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตของเกษตรกร หรือผู้รับจ้างฉีดพ่นในประเทศไทยเมื่อไปฉีดพ่นแล้วอุปกรณ์หรือว่าถังสะพายรั่ว แล้วก็มี การสัมผัสสารแล้วเกิดภาวะเป็นพิษขึ้น ๑ ใน ๑๐ คนจะเสียชีวิต อย่างเช่นรายงานล่าสุดที่ จังหวัดตากทางคุณหมอได้ออกมาเผยแพร่รายงานหลังจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มี การอนุญาตให้ใช้ต่อแล้วก็มีผู้เสียชีวิตขึ้น ถัดมาสารไกลโฟเซต (Glyphosate) เป็นสารที่ สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติหรือไอเออาร์ซี (IARC) ซึ่งอยู่ภายใต้องค์การอนามัยโลกประกาศว่า เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็งในมนุษย์ในระดับ ๒ เอ (2A) ซึ่งตรงนี้ก็สอดคล้องกับงานวิจัยของ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่ชี้ว่าการสัมผัสไกลโฟเซต (Glyphosate) จะไปเหนี่ยวนําให้มะเร็งเต้า นมชนิดที่อาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิงเจริญเติบโตเร็วขึ้น และมีหลายท่านที่กล่าวว่า เนื่องจากพาราควอต (Paraquat) แล้วก็ไกลโฟเซต (Glyphosate) โดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) เป็นสารกําจัดวัชพืชประเภทที่สัมผัสตาย คือเป็นประเภทเผาไหม้ จะไม่มีการฉีดพ่นในพืชประธาน ไม่มีการฉีดพ่นบนผลัดใบอันนั้นเป็นความจริง แต่ว่าจะมีการ ใช้ฉีดพ่นเพื่อเตรียมแปลงก่อนที่จะมีการเพาะปลูกและแม้ข้อมูลทางวิชาการจะบอกว่าจะมี การยึดเกาะกับดินได้แน่น แต่ภายหลังหลังจากที่มีการใช้มาเป็นระยะเวลายาวนาน ล่าสุดการ ทดสอบสารพิษตกค้าง โดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) ในพืชผักผลไม้ โดยกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ๒๖.๖ เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างพบพาราควอต (Paraquat) ตกค้างและบางตัวอย่างตกค้างเกินค่ามาตรฐาน อย่างเช่นในส้มสายน้ําผึ้ง ซึ่งเป็นการตกค้างอยู่ภายในเนื้อส้ม นั่นแสดงว่าการจะบอกว่าใช้สารกําจัดวัชพืชฉีดพ่นแล้ว ไม่ตกค้างเข้าห่วงโซ่อาหารนั้นไม่เป็นความจริง และยังมีรายงานที่พบการตกค้างไปในสัตว์ ที่เป็นอาหาร เช่น กบ ปูนา ปลา หอยกาบน้ําจืด แล้วก็ตกค้างไปจนถึงผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น น้ําปูหรือน้ําปู๋ของภาคเหนือซึ่งทํามาจากปูนาซึ่งมีการสัมผัสสารพาราควอต (Paraquat) ในสิ่งแวดล้อม ยังไม่รวมถึงการไปพบพาราควอต (Paraquat) ตกค้างในขี้เทาของทารกแรกเกิด ครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างวิจัยที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้รายงาน ครึ่งหนึ่งของเลือดในสายสะดือทารกพบสารกําจัดวัชพืชชนิดไกลโฟเซต (Glyphosate) แล้วก็น้ํานมมารดาพบคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ตกค้างเกินค่ามาตรฐานที่เด็กทารก จะรับได้ใน ๑ วัน อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในประเทศที่ชัดเจน บางท่าน อาจจะเสนอว่าการจํากัดการใช้หรือการควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดจะสามารถลดผลกระทบ ได้หรือไม่ ปรากฏว่ารายงานของสหภาพยุโรปพบว่าแม้ว่าจะมีการแต่งชุดปกคลุมมิดชิด คือใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างดี การได้รับสัมผัสสารพาราควอต (Paraquat) ก็ยังเกินกว่า ค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ถึง ๖๐ เท่า อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะปกป้องสุขภาพของ เกษตรกรหรือผู้รับจ้างฉีดพ่นได้ นอกจากนี้เรายังมีสารเคมีอีกเป็นจํานวนมากกว่า ๑๕๐ ชนิด ที่ในระยะถัดไปจะต้องมีการพิจารณาเพื่อยกระดับการควบคุมเนื่องจากเป็นสารพิษ ที่มีอันตรายร้ายแรง ความหมายของคําว่าเป็นสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงหมายถึงว่า เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ๑. มีพิษเฉียบพลันสูง ๒. ก่อโรคระยะยาวไม่ว่าจะเป็น ก่อมะเร็ง ก่อกลายพันธุ์เป็นพิษกับระบบสืบพันธุ์ รบกวนการทํางานของระบบต่อมไร้ท่อ ไปจนถึงตกค้างในสิ่งแวดล้อมและอยู่ภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศ ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป แนะนําตัวด้วยครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ กรรมาธิการ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ในการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม เรามีเป้าหมายที่สําคัญ ที่สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี ๒๕๗๓ พื้นที่ทางเกษตรกรรม มีเป้าหมายร้อยละ ๑๐๐ ในเรื่องของเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน ทั้งนี้สอดคล้องกับ ประเทศไทยของเรา โดยมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายนที่เห็นชอบยุทธศาสตร์ พัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้เป็นแนวทางแห่งวาระแห่งชาติ อย่างไรก็ตามในสิ่งเหล่านี้การดําเนินการ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ๑๐ ปีหรือ ๓ ปีในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน การดูแลพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สําคัญทั้งในเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจแล้วก็รายได้ คณะกรรมาธิการ ได้ศึกษาในเรื่องแรก การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะในเรื่องของ กองทุนพัฒนาแหล่งน้ํา การกระจายระบบน้ําไปสู่พื้นที่ทางการเกษตร ทั้งในเรื่องของสระ แล้วก็บ่อ ในส่วนของกองทุนปรับเปลี่ยนฟื้นฟูสภาพดิน การจัดแปลงรูปที่ดินให้สอดคล้องกับ นวัตกรรมแล้วก็เทคโนโลยีที่จะเข้าสู่ในระบบใหม่ ๆ ในกรณีการชดเชยแรงงานค่ะ แรงงาน กําจัดวัชพืชกับการที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในความหลากหลายของพืชในเม็ดเงินที่อยู่ใน ประมาณไร่ละ ๒๐๐–๓๐๐ บาท รวมทั้งต่อยอดในเรื่องของศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรมซึ่งมีอยู่แล้ว ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อําเภอละ ๒ ศูนย์ด้วยกัน การต่อยอดเหล่านี้ การใช้ภูมิปัญญา ในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัชพืช การกําจัดวัชพืชด้วยกัน หรือในเรื่องของแมลง กําจัดแมลง ตลอดจนเทคโนโลยีเครื่องจักรกลที่จะนําเข้าไปสู่ในเรื่องของการจัดการทั้งในส่วน ของการเพาะเมล็ด การรดน้ํา ในส่วนของการกําจัดแมลง ในส่วนของการบํารุงดิน การเก็บเกี่ยว ผลผลิต ในสิ่งเหล่านี้ควรได้มีกองทุนในการที่จะสนับสนุนเกษตรกร ตลอดจนในเรื่องของ สารสนเทศ ในเรื่องของบิ๊กดาต้า (Big data) ในเรื่องของดิจิทัล แพลตฟอร์ม (Digital Platform) ที่จะนําไปสู่การวางแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อเสนอ ไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเพื่อให้ถึงเป้าหมายในแผนที่กําหนดไว้ ว่า ๑๐ ปีข้างหน้าประเทศของเรากับการขับเคลื่อนไปสู่ในเรื่องของเกษตรยั่งยืน

ในกรณีการใช้จุลินทรีย์ จุลินทรีย์หรือชีวพันธุ์ ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการ และผ่านการพิจารณาในเรื่องของพิษวิทยาจะมีกระบวนการอย่างไรจึงจะเหมาะสมแล้วก็ เป็นธรรมมากที่สุด ตลอดจนมาตรการทางการเงินกองทุนทั้งหลายในเรื่องของดอกเบี้ย ในเรื่องของค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ในเรื่องการใช้เครื่องจักรทดแทน สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการ ได้ศึกษาและจัดทําเป็นข้อเสนอ ตลอดจนเรื่องของการเฝ้าระวังในเรื่องของการตลาดที่มี ทั้งตลาดในชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนในเรื่องของโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) แล้วก็ในเรื่อง ของความเป็นสากลในระดับการค้าระหว่างประเทศ ที่สําคัญยิ่งเรื่องของการเรียนรู้จะต่อยอด การเรียนรู้อย่างไรในเรื่องของศูนย์วิจัยในเรื่องของการเรียนรู้ในระบบการศึกษาในเรื่องของ หลักสูตร ในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ ในเรื่องของเกษตรยั่งยืน แล้วก็ที่สําคัญยิ่งภูมิปัญญาของ คนไทยที่มีอยู่เต็มแผ่นดินที่ได้เลือกใช้นวัตกรรมและหลายสิ่งหลายประการที่จะขับเคลื่อน ให้เกิดมิติของเกษตรอินทรีย์แล้วก็เกษตรยั่งยืนอย่างเต็มประเทศต่อไป

ในกรณีการเยียวยาดิฉันขอยกตัวอย่างของการที่เราจะดูแลพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบปัญหาที่เรียกว่าโรคเนื้อเน่าจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ตําบลบุญทัน ตําบลนาดี ตําบลกุดผึ้ง อําเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลําภู พบว่าปัจจัยเอื้อของโรคเนื้อเน่า นั่นคือเรื่องของภาวะการเป็นเกษตรกรที่พบสารเคมีที่ส่งผลกระทบในเรื่องของการปนเปื้อน ในดินในน้ํา รวมทั้งในน้ําประปาอีกด้วย เราจะช่วยสร้างสังคมหรือเยียวยาดูแลเกษตรกร อย่างไร ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายเมื่อวานว่าเรื่องของวินัย ตลอดจนกระบวนการสร้างวินัย ครอบคลุมทั่วถึงหรือยัง เราจะเยียวยากันอย่างไร ในทิศทางต่าง ๆ เหล่านี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ กรรมาธิการ

และ ณ วันนี้กับข้อคิดเห็น ของสมาชิกก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากมาย ก็ขอเรียนนําเสนอเป็นข้อมูลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปผู้ชี้แจงท่านที่ ๓ เชิญแนะนําตัวด้วยครับ

นายศักดิ์ สมบุญโต กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายศักดิ์ สมบุญโต เจ้าของสวนสายศร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ขอกราบเรียนว่าที่มาที่ไปของการมาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เนื่องจากมีการถามว่าเกษตรแปลงใหญ่สามารถทําได้ไหม กราบเรียนท่านสมาชิกครับว่า ผมรับราชการด้วยแล้วก็ทําการเกษตรมาก่อนรับราชการ กลุ่มเราทําเป็นเกษตรแปลงใหญ่ อยู่ทุ่งรังสิตเดิมกลุ่มเราประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่จะขายที่กันหมด ตอนนี้ก็เหลือผม ประมาณสัก ๔๐๐ ไร่ กราบเรียนว่าแต่เดิมทีเราเกษตรที่ใช้เคมีเช่นเดียวกับพี่น้องทั่วไป เราทําสวนมาประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว หลังจากนั้นทํามาประมาณสัก ๕-๖ ปี เนื่องจากว่าบ้านผม อยู่ในสวน การฉีดยาทุกชนิดเราจะรู้หมดเลย ท่านอาจจะไม่ทราบว่ายาตัวนี้คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) กลิ่นเป็นอย่างไร พาราควอต (Paraquat) กลิ่นเป็นอย่างไร ไกลโฟเซต (Glyphosate) กลิ่นเป็นอย่างไร ยาทุกตัวผมได้สัมผัสได้รู้มาตั้งแต่เริ่มทําการเกษตร แต่ปรากฏว่า ยาทุกตัวที่กล่าวมาเราอยู่ในสวนทนไม่ไหว เราแพ้ยา อยู่ในสวนพอฉีดยาไปแล้วบ้านที่อยู่ในสวน ก็ทนไม่ได้เราก็เลยคิดค้นกันใหม่ ในระยะ ๒๕ ปีที่ผ่านมาเราค้นพบว่าการที่ไม่ใช้ยาเคมี ในการป้องกันและกําจัดแมลงก็ได้ แล้วเราค้นพบว่าเราไม่จําเป็นต้องกําจัดหญ้า หญ้าเป็นพืช ที่สามารถที่บํารุงดินและสามารถเป็นประโยชน์กับพืชประธานได้และเราก็ทําได้ ยกตัวอย่าง เช่นบางคนถามว่าใช้ยาฆ่าหญ้ากับไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าดีอย่างไร วันนี้ถ้าท่านไปที่สวนผม ณ บัดนี้ เลย ยกตัวอย่างผมจ้างเขาตัดหญ้าไร่ละ ๒๐๐ บาท แต่ถ้าจ้างเขาฉีดยาไร่ละ ๑๐๐ บาท ตอนนี้ผมตัดหญ้าตัดทีละ ๕๐ ไร่ ผมจ้างตัดหญ้าไร่ละ ๒๐๐ บาท แต่พอตัดหญ้าเสร็จแล้ว หญ้าจะเหลืออยู่ในไร่ผมในสวนผมหญ้าต่อไร่ประมาณ ๑ ตัน หญ้าจะเหลือ ๑ ตัน แต่ว่าผม จ่ายยาฆ่าหญ้า ฉีดยาฆ่าหญ้าจ่าย ๑๐๐ บาทก็จริงอยู่ แต่ไม่มีหญ้าให้เป็นปุ๋ยเลย เพราะฉะนั้น ผมเสีย ๑๐๐ บาทกับ ๒๐๐ บาท ได้ปุ๋ยอีก ๑ ตันต่อไร่ เพราะฉะนั้นการพรวนดินกับเอาหญ้า เข้าไปก็จะเป็นปุ๋ยต่อไปในข้างหน้าอันนี้เรื่องยาฆ่าหญ้า แล้วยาฆ่าหญ้าเกษตรแปลงใหญ่ สามารถที่จะใช้เครื่องจักรกลในการตัดหรือการพรวนดินได้

ส่วนป้องกันและกําจัดแมลง ท่านถามว่าการไม่ใช้สารเคมีในการป้องกัน และกําจัดแมลงทําได้หรือไม่ ผมทํามา ๒๕ ปีแล้ว เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหนอนกระทู้ระบาดผมปลูก ข้าวโพด ๔๐๐ ไร่ ปรากฏว่ามีคณะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดูงานผม เพราะว่าแถวนั้น โดนหนอนระบาดหมด ที่สวนของผมไม่มีหนอนระบาด ผมก็อธิบายให้ฟังว่าผมเรียนรู้มาจาก กรมวิชาการเกษตรกราบเรียนว่ากรมวิชาการเกษตรมีอยู่ส่วนหนึ่งมุ่งค้นคว้าเรื่องเกษตรอินทรีย์ มุ่งค้นคว้าเรื่องเกษตรชีวภัณฑ์ มุ่งค้นคว้าเรื่องสมุนไพร แต่ไม่ค่อยได้รับการโปรโมต (Promote) ผมก็ไปเรียนรู้มาในระยะ ๒๕ ปี มันมีแบคทีเรียตัวหนึ่งเขาเรียก แบคทีเรียทรูริงเยนซิส (Bacteria Thuringiensis) หรือบีที (BT) ใช้โปรตีนในการขยายเชื้อ โดยสรุปเนื่องจากเวลา มันสั้น ๑๐๐ ไร่ผมใช้แบคทีเรียในการป้องกันหนอนกระทู้ระบาดแค่ ๗๗๐ บาทใน ๑๐๐ ไร่ แต่ถ้าใช้คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ผสมไซเปอร์เมทริน (Cypermethrin) จะใช้เงินถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ในการแก้ปัญหาหนอนกระทู้ระบาด ผมใช้ ๗๗๐ บาทกับ ๓๐,๐๐๐ บาท ผม ไม่ใช้ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมใช้ ๗๗๐ บาท แล้วก็ปัญหาอีกอันหนึ่งคือว่าในพื้นที่ผมตอนนี้หาคนรับจ้างฉีดยายากแต่หาคนตัดหญ้า ง่ายมากนะครับ เพราะว่าชาวบ้านทราบดีว่าการฉีดยาฆ่าหญ้าฉีดยาเคมีฆ่าแมลงมันเป็นพิษ เป็นภัยต่อตัวเขาเองไม่เหมือนกับรับจ้างตัดหญ้า การตัดหญ้ายิ่งตัดยิ่งได้สตางค์ แต่ไม่มีอะไร ตกค้างในตัวเขานะครับ ผมมีเพื่อนทําเกษตรแปลงใหญ่จํานวนมาก มีเพื่อนทําสวนทุเรียน เมืองจันท์เป็นพัน ๆ ไร่ มีเพื่อนทําไร่อ้อย ผมเคยทํามันสําปะหลังหลายร้อยไร่ ทําข้าวเป็น พันไร่ ทําเผือก ๕๐๐ ไร่ โดยไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนยืนยันกับสมาชิกว่า เรามีกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ดําเนินแนวทางโดยไม่ใช้สารเคมียาฆ่าหญ้าในการเกษตรครับ ขอยืนยันกับท่านสมาชิกทุกท่านครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ทุกท่านเลยนะครับ รายละเอียดเอกสารมีพอสมควรพวกเราไปอ่านดูจะเป็นความรู้ที่ท่านได้ บันทึกไว้ โดยที่ญัตติเรื่องนี้กรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยนะครับ ดังนั้นตามข้อบังคับ การประชุมในข้อ ๑๐๕ ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ถ้ากรรมาธิการเห็นว่า มีข้อสังเกตให้สภาลงมติว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการอภิปราย ข้อ ๑๐๕ กําหนดไว้นะครับ เพราะฉะนั้นเราจําเป็นต้องขอมติที่ประชุมว่าเราจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของกรรมาธิการหรือไม่ ผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามานะครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

สมาชิกที่เข้ามาแล้ว กรุณาแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

สมาชิกเข้ามาแล้ว กรุณาเข้าประจําที่นะครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

ขอแสดงตนค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข ๒๖๑ ค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกแสดงตนได้นะครับ

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ขอแสดงตนครับ ๔๐๖ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ จังหวัดนราธิวาส เขต ๒ ครับ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๓๓๗ แสดงตนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกอยู่ในช่วงแสดงตน เพื่อให้รู้องค์ประชุมครับ ท่านสมาชิกที่ยังไม่พร้อมมีไหมครับ ความจริงไม่มีผลอะไร เพียงแต่ ให้รู้ว่าครบองค์ประชุม จะมีผลก็ตอนลงมติ ผมจะปิดการแสดงตนนะครับ ท่านผู้ใดที่ยังต้องการ แสดงตนแล้วไม่พร้อม บัตรไม่ทํางานแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ กรุณาส่งรายงานครับ

มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๐ ท่านครับ บวก ๓ ท่าน

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุรทิน พิจารณ์ หมายเลข ๔๓๘ เพิ่งวิ่งเข้ามาครับท่านประธาน ขอแสดงตนเพิ่มครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บวกให้ครับ ๔๑๔ ท่าน

พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หมายเลข ๑๓๕ ขอแสดงตนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๑๕ ครับ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หมายเลข ๒๔๕ ขอแสดงตนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หมายเลข ๐๔๑ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมายเลข ๐๔๑ ครับ

นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ หมายเลข ๔๖๙ ขออนุญาตแสดงตนค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายพิเชษฐ สถิรชวาล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ หมายเลข ๒๔๔ ขอแสดงตนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดแล้วนะครับ องค์ประชุมครบครับ

ต่อไปนี้ขออนุญาต ขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ สมาชิกที่เห็นด้วย กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกที่ไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ตามสิทธิที่ท่านทราบอยู่แล้วครับ ลงมติได้ครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หมายเลข ๓๓๗ เห็นด้วยครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน ไพลิน เทียนสุวรรณ หมายเลข ๒๖๑ เห็นชอบค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะบันทึกให้ครับ ยังอยู่ในช่วงลงมตินะครับ

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ท่านประธานครับ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ หมายเลข ๔๐๖ เห็นด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นครนายก

ท่านประธานครับ ผม วุฒิชัย หมายเลข ๓๔๖ เห็นชอบครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านลงมติด้วยบัตรแล้ว ไปลงใหม่ไม่ได้นะครับ เอาเฉพาะที่บัตรไม่ทํางานหรือลงไม่ได้ครับ เจ้าหน้าที่รวม ยังมีท่าน ที่ยังไม่ลงมติหรือไม่ครับ สมาชิกผมจะปิดการลงมติได้หรือไม่ครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดมีปัญหา ขออนุญาตปิดการลงมติ ขอรายงานผลครับ ผู้เข้าประชุม ๔๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๔๒๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมเห็นด้วยสภาจะดําเนินการส่งต่อไป มีผู้เสนอเพิ่มที่ขานชื่อ เมื่อสักครู่นี้อีก ๔ ท่าน รวม ๔๒๗ ท่านที่ลงมติเห็นด้วย ก็จะดําเนินการส่งต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ นะครับ

ท่านสมาชิกครับ ผมขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ ท่านผู้ชี้แจงทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ

จบเรื่องคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ต่อไปเป็นเรื่องด่วนครับ

เรื่องด่วน

ญัตติด่วนที่ ๑ เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อํานาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา ๔๔ (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบญัตติว่ามีเรื่องทํานองเดียวกันนี้ในกลุ่มทั้งหมดกี่เรื่องแล้วก็จัดกลุ่ม เจ้าหน้าที่ก็รวมมา ได้อย่างนี้นะครับ มีเรื่องทํานองเดียวกันที่อยู่ในญัตติ ที่อยู่ในวาระ นอกจากของท่านปิยบุตร ลําดับที่ ๑ แล้วก็มีของท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อยู่เรื่องด่วนที่ ๖ แล้วก็มีเรื่องของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๗ แล้วก็มีเรื่องของนายอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๘ แล้วก็มีเรื่องของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะอยู่ในเรื่องค้างพิจารณา ๕.๔๘ แล้วก็อยู่ในเรื่องด่วนที่ ๑๖ ของท่านพลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แล้วก็มีเรื่องใหม่ที่ยังไม่ได้ บรรจุระเบียบวาระตอนแรก แต่ตอนนี้บรรจุเข้ามาแล้วอยู่ในเรื่องของท่านนริศ ขํานุรักษ์ เพราะฉะนั้นในกลุ่มนี้เจ้าหน้าที่ได้รวมกลุ่มแล้วมีทั้งหมดอยู่ ๗ ญัตติ เมื่อวานนี้ผมปรารภไว้ กับท่านปิยบุตรว่าอยากให้รวมกลุ่มกันแล้วหารือว่าญัตติในกลุ่มที่ ๑ นี้ เราจะใช้เวลาพิจารณา นานเท่าไร ผมขอถามความเห็นก่อนจะเริ่มอภิปราย ผมขอถามความเห็นท่านปิยบุตรได้หารือกัน ไหมครับ เชิญครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ตามที่ท่านประธานสภา ได้ดําริเอาไว้เมื่อคืนนี้ ทีนี้ในส่วนการบริหารจัดการในส่วนของพรรคของผมเองผมก็พูดคุยกัน ก็มีหลายท่านที่ประสงค์จะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบของคําสั่ง คสช. ซึ่งมันมีหลายมิติ รอบด้านนะครับ เช่นเดียวกันผมพิจารณาดูแล้วก็มีเพื่อนสมาชิกซึ่งเสนอญัตติที่ใกล้เคียง ทํานองเดียวกัน ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานได้เรียนต่อที่ประชุมว่ามีอยู่ทั้งหมดรวมกัน ๗ ญัตติ ผมก็คิดว่าโอกาสนี้น่าจะเปิดโอกาสให้กับเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างรอบด้าน เพราะว่า เท่าที่ผมถามเพื่อนสมาชิกก็มีหลายท่านประสงค์จะอภิปรายไม่ใช่เฉพาะของพรรคผมเท่านั้น มีอีกหลายท่านครับ อย่างไรก็ตามถ้าหากวันนี้ไม่จบก็อาจจะต่อวันพุธ ส่วนญัตติเรื่องเกี่ยวกับ การศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญนั้นถ้าเข้าสัปดาห์นี้ไม่ทันก็จะขอความกรุณาท่านประธานว่า เป็นสัปดาห์หน้าอย่างน้อยวันพุธหรือวันพฤหัสบดี ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญเลยครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอท่านประธานได้โปรดประสานฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ เสียงท่านประธานและเสียงผู้อภิปรายแต่ละท่านเบามากเลยพวกผมไม่สามารถได้ยินเลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ผมเรียนถามว่าเราจะใช้ เวลาเท่าไร เพราะว่าผมนึกถึงข้อเรียกร้องที่ต้องการพิจารณาญัตติที่ ๒ เรื่องรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านต้องการให้เรื่องนั้นเข้ามาเร็ว ท่านก็ต้องดําเนินการเรื่องก่อนนั้นให้รัดกุม แล้วก็สามารถผ่านไปได้โดยวันนี้ตอนเย็นเป็นไปได้ไหมครับ ญัตติที่ ๒ เรื่องรัฐธรรมนูญ สามารถเข้าได้ถ้าเราใช้เวลาพิจารณาญัตติด่วนในกลุ่มที่ ๑ เสร็จภายในวันนี้เป็นไปได้ไหม ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็แล้วแต่ที่ประชุมอันนี้ไม่มีปัญหา ยินดี แต่ว่าเพื่ออยากสนองความต้องการ ของท่านสมาชิกที่ต้องการจะเอาญัตติที่ ๒ เรื่องรัฐธรรมนูญโดยไม่ต้องเปลี่ยนระเบียบวาระ เราก็สามารถที่จะไปถึงถ้าเราคุมเวลาได้ อันนี้ก็แล้วแต่ท่านสมาชิกผมขอเสนอนะครับ คุณหมอชลน่านเชิญเลยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ในข้อหารือของท่านประธาน และเป็นความปรารถนาดีของท่านประธานเป็นอย่างยิ่งเลยครับ เพื่อให้สภาเราได้ทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ผมดูและพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกในซีกของฝ่ายค้านเรา เราได้เตรียม ผู้อภิปรายไว้ก็คาดว่าน่าจะจบเย็นนี้ แล้วก็สามารถจะลงมติได้ด้วยครับ ส่วนจะนําญัตติที่ ๒ เรื่องของการศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา ถ้าลงมติได้ทันก่อนห้าโมงเย็น ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ก็ขึ้นกับเวลาช่วงนั้น อย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานได้กรุณา ถึงขนาดนี้แล้วผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ แม้อาจจะได้แถลง ญัตติที่ ๒ วันนี้สักท่าน ๒ ท่านที่มีรายชื่อแถลงอยู่นะครับ ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ก็รับเข้าไว้ก่อนแล้วก็มาอภิปรายในสัปดาห์ต่อไป ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับสภาเรากับการ ทํางานของเรา

อีกเรื่องหนึ่ง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมบอกท่าน ส.ส. จุลพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านได้นําเรียนกับท่านประธาน คือสภาเราหลายสิ่งหลายอย่าง มันไม่พร้อมผมเข้าใจครับ แต่ก็ต้องพยายามตรวจสอบกันนิดหนึ่ง เช่นระบบเสียงบางครั้ง ดังเกินไปบางครั้งก็เบาเกินไป และที่สําคัญท่านประธานครับ สีหายไปนานเลย กลับมาอีกแล้ว ท่านประธานเข้ามาในห้องนี้สมาชิกจะบ่นปวดหัว ปวดศีรษะ สีเริ่มกลับเข้ามาอีกแล้วครับ ท่านประธานต้องหาวิธีการที่จะกําจัดกลิ่นสีสักนิดหนึ่ง เป็นอันตราย มันเป็นทินเนอร์ (Thinner) เป็นสิ่งที่สูดดมเข้าไปแล้วก็เป็นอันตราย เมื่อสักครู่เรากําจัดสารพิษจากทางเกษตรไปแล้วครับ ขณะนี้สารพิษกําลังจะเข้ามาสู่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะให้เจ้าหน้าที่ช่วย ตรวจสอบให้นะครับ ความจริงให้กรมควบคุมมลพิษเข้ามาวัดอยู่เป็นประจํา ผมเป็นห่วงสุขภาพ ของสมาชิกเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นเมื่อเราเข้าใจความมุ่งหมายด้วยกันแล้วผมคิดว่า ถ้าผมจะขอร้องคือเนื่องจากมีผู้เสนออภิปรายมากเป็นผู้เสนอญัตตินี่ผมจะไม่ไปคุมเวลา ขอท่านบริหารเวลาด้วยตัวเองครับ ส่วนท่านอื่นที่แต่ละพรรคเสนอมานั้นผมอยากให้ถัวเฉลี่ย เช่นที่เสนอมาขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีคุณรังสิมันต์ โรม ขอ ๒๕ นาที ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ขอ ๑๐ นาที ท่านนพคุณ รัฐผไท ขอ ๑๐ นาที นางอมรรัตน์ ขอ ๑๒ นาที นายสมคิด ขอ ๑๐ นาที นายจิรวัฒน์ ขอ ๒๕ นาที นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขอ ๑๐ นาที รองศาสตราจารย์สุรวาท ขอ ๒๐ นาที นายสงวน พงษ์มณี ขอ ๑๐ นาที นางทัศนียา ขอ ๒๐ นาที ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ สําหรับเจ้าของญัตติผมให้ท่านดําเนินการอภิปราย ตามที่ท่านเห็นเหมาะสม ส่วนผู้อภิปรายอื่น ๆ นั้นผมว่าแต่ละท่านขอไม่เกิน ๑๐ นาที ส่วนใหญ่ขอ ๑๐ นาที มีเพียงสัก ๓ ท่านที่ขอเกิน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตถัวเฉลี่ย เพื่อเพื่อน ๆ จะได้อภิปรายได้มาก ผมเรียนว่าสมัยก่อนนี้เราขออภิปราย ๑๐ คน ได้พูด อย่างมากก็ ๕ คน เขาไม่ได้พูดทุกคน แต่เดี๋ยวนี้ผมพยายามเปิดโอกาสเพราะผมเข้าใจว่า ที่นี่ก็คือที่พูดครับ เพียงแต่ว่าเราบริหารเวลาด้วยวิธีไหน เช่น รู้จักย่อความ รู้จักสรุปประเด็น เราจะได้เนื้อหาเหมือนกันและได้คนพูดมากขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่พยายามทําให้เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าไม่มีผู้ใดที่ขอพูดแล้วไม่ได้พูดซึ่งในอดีตไม่เคยเป็นอย่างนี้นะครับ เพียงแต่ว่าเราบริหารเวลาให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง เช่น ไม่เกิน ๗ นาที ไม่เกิน ๕ นาที ซึ่งก็ได้ประโยชน์เหมือน ๆ กันแต่ว่าคนพูดได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผมขอร้องพวกเราในญัตติ ในวาระด่วน ญัตติที่ ๑ แล้วก็รวมญัตติอื่น ซึ่งผมขออนุญาตนํามารวมพิจารณาร่วมกัน เป็นเรื่องทํานองเดียวกันก็จะเปิดให้ผู้เสนอได้มีโอกาสอภิปราย และผู้ที่อภิปรายต่อมา ภายหลังก็ขอความกรุณาว่าได้ลดเวลาไม่เกิน ๑๐ นาที แต่ละพรรคจะมีผู้นําพรรคที่เสนอ แล้วสมาชิกพรรคนั้นก็อภิปรายสนับสนุนในเวลาตามที่ขอครับ เชื่อว่าวิธีนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ คุณหมอชลน่านขอคือตอนเย็นเราอาจจะเริ่มญัตติที่ ๒ ได้ครับ สมมุติตอนเย็นเราไม่จบ สัปดาห์หน้าเราก็ต่อได้ก็ขอเริ่มญัตติที่ ๑ ท่านปิยบุตรขอเชิญเลยครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาต ใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้แถลงญัตติด่วนที่ผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ คุณรังสิมันต์ โรม คุณศิริกัญญา ตันสกุล คุณวรรณวิภา ไม้สน และคุณศักดินัย นุ่มหนู ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนั่นก็คือญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศและคําสั่ง คสช. และการใช้อํานาจ ตามมาตรา ๔๔ โดยในส่วนของผมนั้นจะอภิปรายถึงภาพรวมแล้วก็แสดงถึงเหตุผลและ ความจําเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นครับ

ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คณะนายทหารกลุ่มหนึ่ง นําโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้น ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาลพลเรือนที่มาจากเลือกตั้ง แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาท่านนี้ได้ก่อรัฐประหารยึดอํานาจจากรัฐบาลพลเรือน และประกาศ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ตามข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้ถือว่ามีความผิดอาญาฐานกบฏ ในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ซึ่งกําหนดโทษสูงสุดเอาไว้คือ จําคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แต่ในอีก ๒ เดือนให้หลังคณะทหารในกลุ่มนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ก็ได้ออกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๗ เป็นรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวกําหนดให้การก่อรัฐประหารที่เกิดขึ้นในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้นไม่มีความผิด พูดกันง่าย ๆ ก็คือคนทําคือ คสช. รู้ทั้งรู้ว่าการกระทําของตนเองนั้นมีความผิดแต่ก็ทํา ทําแล้ว ยึดอํานาจแล้วมีอํานาจแล้วก็มาออกประกาศคําสั่งมาออกรัฐธรรมนูญแล้วก็ประกาศว่า สิ่งที่ตัวเองทําไปที่บอกว่าผิดนั้นให้ถือว่าไม่ผิด หรือเรียกกันเล่น ๆ ว่านี่คือการนิรโทษกรรม ตัวเอง ตามแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยึดถือต่อเนื่องกันมาว่า เมื่อไรก็ตามที่คณะรัฐประหารยึดอํานาจได้สําเร็จก็จะกลายสถานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีอํานาจ สูงสุดออกประกาศคําสั่งใด ๆ ก็ได้แล้วก็เสกให้มันมีสถานะเป็นกฎหมาย ท่านประธานครับ คสช. มีกองกําลัง มีอํานาจ มีอาวุธ มีกําลังทางกายภาพเข้ามายึดอํานาจการปกครองประเทศ พูดกันง่าย ๆ คือเป็นเผด็จการ เอาเข้าจริง ๆ แล้วคณะที่เป็นเผด็จการแทบไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่ต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือก็ได้ เขาสามารถใช้กําลังทางอาวุธ กําลังทางกายภาพเข้ายึด เข้าปกครอง เข้าปราบปรามผู้เห็นต่างได้อยู่เสมอ แต่ทําไมคณะ คสช. ถึงเลือกใช้มาตรการ ทางกฎหมายจํานวนมากในตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา ระบอบ คสช. ใช้มาตรการทางกฎหมายอยู่ หลากหลายรูปแบบครับ

รูปแบบที่ ๑ เขาพยายามแปลงความต้องการเจตจํานงของ คสช. ให้กลายเป็น กฎหมายให้หมด ด้วยการออกประกาศ คสช. บ้าง ออกคําสั่ง คสช. บ้าง ออกคําสั่งหัวหน้า คสช. บ้าง อยากทําอะไรต้องการอะไรก็เขียนออกมาใส่กระดาษครับ เขียนออกมาชื่อนั้นชื่อนี้ ข้อนั้นข้อนี้ ไล่เลียงไปเรื่อย ๆ เสร็จแล้วก็มาลงนามโดยหัวหน้า คสช. คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสร็จแล้วก็บอกว่ากระดาษทั้งหมดที่ลงนามโดย คสช. นั้นให้กลายเป็นกฎหมาย มีค่าบังคับทางกฎหมายหรือถ้าจะเอาให้แนบเนียนกว่าหน่อยมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็บอกให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไป ตราพระราชบัญญัติ แล้วสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาจากไหนครับ ก็มาจากการเลือกของหัวหน้า คสช. คนที่ยึดอํานาจ ทีนี้ก็ดูแนบเนียนหน่อย แทนที่หัวหน้า คสช. จะออกประกาศคําสั่งใช้เป็นกฎหมายเอง ก็ไปกระซิบดัง ๆ ไปที่ สนช. ให้ สนช. ตราเป็นกฎหมาย ใช้ชื่อได้อย่างหล่ออย่างสวยว่า พระราชบัญญัติ ไม่ใช่ประกาศคณะรัฐประหารก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะทําโดยการ ออกประกาศคําสั่ง คสช. โดยตรงหรือจะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติตราพระราชบัญญัติ ออกมาก็ตาม ทั้งหลายทั้งปวงนี้เบื้องหลังการถ่ายทําทั้งหมดก็คือเงาทะมึนอํานาจของ คสช. ซึ่งเป็นคนยึดอํานาจการปกครองประเทศนี้ไป

รูปแบบที่ ๒ เมื่อมีการออกกฎหมายต่าง ๆ ของ คสช. มาแล้วก็จะบังคับใช้ กฎหมายเหล่านั้นเพื่อจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ คสช. ทําเป็นไปตามกฎหมาย ท่านประธานครับ อํานาจที่ใช้ยึดการปกครองประเทศคืออํานาจทางอาวุธ อํานาจโดยรถถังอํานาจทางกองกําลัง ทางกายภาพต่าง ๆ เมื่อยึดเข้ามาแล้วก็มาออกประกาศคําสั่งต่าง ๆ เป็นกฎหมาย แต่พอ เอาเข้าจริง ๆ แล้วบรรดาประกาศคําสั่งทั้งหลายทั้งปวงมันเป็นเพียงการเอากฎหมาย ไปห่อหุ้มปืนครับ เอากฎหมายไปห่อหุ้มอาวุธ เอาความต้องการของ คสช. แปลงรูปให้ มันกลายเป็นกฎหมาย เสร็จแล้วบรรดาเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ต้องเอาประกาศ คสช. นั้น ไปบังคับใช้ ผมยกตัวอย่างเช่น คณะ คสช. ไม่อยากให้ใครออกมาชุมชนทางการเมืองก็เอา ความต้องการของตนเองไปออกประกาศคําสั่งออกมาชื่อคําสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ห้ามชุมนุม ทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไปใครฝ่าฝืนมีโทษอาญา ดังนั้นถ้ามีคนออกมาชุมชนทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการก็จะเข้าไปจับกุม ไปคุมขัง ไปดําเนินคดีเสร็จแล้วก็เข้าคุกเข้าตะราง กันไป เพื่อนสมาชิกในห้องนี้หลายท่านก็ประสบเจอกันมา ทั้งหมดนี้ คสช. เขาบอกว่า เขาไม่ได้ใช้ปืน เขาไม่ได้ใช้อํานาจทางกายภาพ แต่ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายเขาก็สามารถ อ้างได้ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วถามว่ามันเป็นกฎหมายจริง ๆ หรือมันเป็นความต้องการของ คสช. กันแน่ เช่นเดียวกันครับ คสช. ใช้อํานาจทําโน่นทํานี่สารพัดเรื่องสารพัดราวเต็มไปหมดครับ แล้ว คสช. ไม่อยากให้ใครมาตรวจสอบไม่อยากให้ใครไปโต้แย้งที่ศาล ไม่อยากให้ใครโต้แย้ง ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เขาก็เขียนป้องกันตัวเองไว้ว่าสิ่งที่เขาออกมาเป็นประกาศ คําสั่ง คสช. ให้ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนิรันดร์กาล ชั่วกัลปาวสาน ต่อให้คนไม่เห็นด้วย ต่อให้เนื้อหามันไม่ดีอย่างไรก็ทําอะไรมันไม่ได้ครับ มันยังมีผลและมันไม่มีวันขัดกฎหมาย ไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญ

ในรูปแบบที่ ๓ คสช. ก็มีความพยายามจะใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างบิดผัน อย่างไม่สุจริต ยกตัวอย่างเช่นมี ป. อาญา มาตรา ๑๑๖ อยู่แล้วในฐานเรื่องความผิดฐานยุยง ปลุกปั่น มันมีพระราชบัญญัติความผิดทางคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว กฎหมายพวกนี้มีอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อน คสช. เข้ามา แต่ คสช. ก็สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเอง นายทหารคนหนึ่ง เจ้าประจําไม่ต้องเอ่ยนามเขาก็ได้ นายทหารเจ้าประจําคนนี้ก็จะเดินทางไป สน. นั้น ไป สน. นี้ เพื่อไปร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไปแจ้งความในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นบ้าง ในความผิด ฐานผิดกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ้าง ทั้งหลายทั้งปวงนี้เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะสร้างให้มันเป็นคดีความปักหลังบุคคลที่เห็นต่างจาก คสช. เอาไว้ ทําให้เขาเดิน ไม่สะดวก เขาเคลื่อนไม่สะดวก เขาโต้แย้งกับ คสช. ไม่สะดวก เพราะถูกคดีต่าง ๆ ปักหลังไว้ เรียบร้อยแล้ว คดีปักหลังนี่มันไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ ผมเองไม่เคยโดนเพิ่งมาโดนตอนเป็น นักการเมืองนี่ละครับ ต้องไปปั๊มนิ้วมือครั้งแรกในชีวิต เกิดมาก็เพิ่งรู้ว่าการเป็นผู้ถูกกล่าวหา มันเป็นอย่างไร ต้องไปปั๊มนิ้วมือ ๑๐ นิ้ว เสร็จแล้วแค่ ๑๐ นิ้ว ปั๊มนิ้วมือยังพอทนครับ มันจะมีคดีความตามมาเต็มไปหมด ท่านต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ไหนจะต้องเตรียมทรัพย์สิน เพื่อประกันตัว แล้วต้องไปลุ้นว่าจะได้ประกันตัวหรือเปล่า การมีภาระทางคดีไม่ใช่เรื่องสนุก ถ้าเกิดนายทหารท่านนี้เที่ยวไปแจ้งความใส่คนโน้นคนนี้แล้วคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุก วันหลังท่านต้องลองโดนคดีดูบ้างครับ ถ้าท่านโดนแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษสักทีหนึ่ง แล้วท่านต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลแบบนี้ท่านจะมีความรู้สึกอย่างไร พอเอาคดีมาปักหลังแบบนี้ มันทําให้บุคคลจํานวนหนึ่งที่คิดอยากจะออกไปเห็นต่างจาก คสช. อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ด้วยความสุจริตใจ อยากจะทํานั่น อยากจะทํานี่ก็มีความกังวลใจแล้วครับว่าอย่างนี้ ถ้าทําไปแล้วจะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษโดยนายทหารเจ้าประจําหรือไม่ ดังนั้นเพื่อรักษา ความปลอดภัยของตัวเอง รักษาตัวรอดเป็นยอดดีก็เลือกที่จะเซนเซอร์ (Sensor) ตนเองครับ ไม่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่างจาก คสช. นี่คือมาตรการทางกฎหมายที่ คสช. เลือกใช้คือเอากฎหมายไปใช้อย่างบิดผัน อย่างไม่สุจริต ท่านประธานครับ คสช. มีอํานาจทางอาวุธ มีอํานาจทางกายภาพ แล้วเขาใช้กฎหมายทําไมครับ ทําไมเขาไม่เอาอาวุธไปปราบ ทําไมเขาไม่เอากองกําลังทางทหารไปจับคนที่เห็นต่าง ทําไมเขา ต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ เหตุผลผมคิดว่ามีอยู่ ๒ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ การใช้กฎหมายมันสร้างความแน่นอนชัดเจน นอกจากสร้างความแน่นอน ชัดเจนว่าพวกเขาจะทําอะไรได้บ้าง มีอํานาจอะไรได้บ้างแล้ว ก็ต้องสร้างความแน่นอนชัดเจน ไปถึงประชาชนว่าประชาชนที่อยู่ภายใต้อํานาจจงรู้ไว้เสียว่าทําอะไรได้บ้าง ทําอะไรไม่ได้บ้าง ถ้าทําแล้วจะโดนโทษอย่างไร แล้วก็จัดระบบระเบียบกับพวกเจ้าหน้าที่ของเขา ผู้ใต้บังคับบัญชา ของเขาว่าเอ็งจงจําเอาไว้ให้ดีนะอํานาจสูงสุดอยู่ที่ คสช. นี่คือเหตุผลข้อที่ ๑ ที่ต้องใช้กฎหมาย เป็นเครื่องมือ

ข้อที่ ๒ การที่ คสช. ต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือนั้นทําให้อํานาจดิบเถื่อน แบบอํานาจทางอาวุธ อํานาจทางกองกําลัง ทางกายภาพกลายเป็นดูอ่อนนุ่ม นุ่มนวลได้มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือเนื้อแท้มันดูน่าเกลียดแต่คุณเอาเสื้อผ้าที่ชื่อว่ากฎหมายไปหุ้มคุณไว้ คุณกลายเป็นคนหล่อ คนสวยเลย เอาเครื่องแต่งหน้า เครื่องแต่งกายที่ชื่อว่ากฎหมาย ไปแต่งเสียหน่อย ทําให้อํานาจปืน อํานาจอาวุธทางกายภาพของ คสช. นั้นดูสวยขึ้นทันที ผมขออนุญาตตั้งชื่อให้อย่างนี้ครับ กระบวนการที่การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของ คสช. มันคือการใช้อํานาจของ คสช. ใช้เวทย์มนต์ของ คสช. เสกปืนให้กลายเป็นกฎหมาย กระบวนการเสกปืนให้กลายเป็นกฎหมายเช่นนี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะได้ยินได้ฟัง หัวหน้า คสช. คือพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บุคคลที่ละเมิดกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินนี้ คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บุคคลที่ก่อรัฐประหารมีความผิดอาญา มีโทษสูงสุด คือประหารชีวิตหรือจําคุกตลอดชีวิต บุคคลที่ละเมิดกฎหมายรุนแรงที่สุด ทําลายระบบ กฎหมาย ทําลายระบบรัฐธรรมนูญ แต่บุคคลนี้กลับกล้าชี้หน้าให้คนอื่นเคารพกฎหมายและ อ้างกฎหมายอยู่ตลอดเวลา พอเอาเข้าจริงแล้วสิ่งที่หัวหน้า คสช. เรียกร้องให้พวกเราเคารพ มันไม่ใช่กฎหมายแต่มันคืออํานาจของเขา เขาเรียกร้องให้พวกเราเคารพอํานาจของเขา ไม่ใช่เรียกร้องให้เราเคารพกฎหมาย การรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ครั้งนี้เป็น ปรากฏการณ์ใหม่ ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในการเมืองการปกครอง ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ให้กับวงการรัฐประหารในประเทศไทยครับ การใช้อํานาจของ คสช. ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมานั้น มีปรากฏการณ์ใหม่อะไรบ้าง

ข้อที่ ๑ ในแง่จํานวน คสช. เป็นคณะรัฐประหารที่ออกประกาศและคําสั่ง จํานวนมาก นับตั้งแต่รัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ผมขอเอาตัวเลขจากฐานข้อมูลของ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่รวบรวมเอาไว้ ออกคําสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งหมดจํานวน ๒๑๗ ฉบับ ประกาศหัวหน้า คสช. จํานวน ๑ ฉบับ ประกาศ คสช. จํานวน ๑๓๓ ฉบับ และคําสั่ง คสช. จํานวนอีก ๒๑๔ ฉบับ รวมผลิตผลทางกฎหมาย ผลิตผลจาก การเสกปืนให้เป็นกฎหมายทั้งสิ้น ๕๖๕ ฉบับ เมื่อเปรียบเทียบกับคณะรัฐประหารในอดีต ที่ครองอํานาจมา สมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ครองอํานาจประมาณ ๕ ปี ๑ เดือน ออกประกาศ คําสั่ง ๕๗ ฉบับ เฉลี่ยปีละ ๑๑.๔ ฉบับ สมัยท่านจอมพล ถนอม กิตติขจร หลังรัฐประหาร ปี ๒๕๑๔ ครองอํานาจ ๑ ปี ๑๐ เดือน ออกประกาศคําสั่ง ๙๖๖ ฉบับ เฉลี่ยปีละ ๔๘๐ ฉบับ ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ๕ ปี ๑ เดือน ออกประกาศ คําสั่ง ทั้งหมด ๕๖๕ ฉบับ ทั้งหมดที่ผมพูดไปแสดงให้เห็นถึงจํานวนที่มากขึ้น เราอาจจะเห็นว่า พลเอก ประยุทธ์ ออกประกาศ คําสั่งน้อยกว่าสมัยจอมพล ถนอม แต่รายละเอียดมันต่างกัน สมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร รัฐประหารวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๔ ท่านครองอํานาจ โดยที่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปีกว่า ๆ ท่านปกครองประเทศโดยประกาศคณะปฏิวัติ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเลยครับ ครองอํานาจอย่างนี้มาปีกว่า ๆ ถึงจะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๑๕ ขึ้นมา แต่ของพลเอก ประยุทธ์ ครองอํานาจโดยคณะรัฐประหาร ออกประกาศคณะปฏิวัติประมาณ ๒ เดือน แล้วก็มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ตามมาด้วย แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แม้จะมีรัฐธรรมนูญถาวร ปี ๒๕๖๐ แต่พลเอก ประยุทธ์ ก็ยังยืนยันที่จะออกบรรดาประกาศ คําสั่งของ คสช. ต่อไป

ปรากฏการณ์ใหม่ข้อที่ ๒ เป็นคณะรัฐประหารที่มีอํานาจมากที่สุด เวลาเรา พูดกันถึงว่าคณะรัฐประหารครองอํานาจนั้นแล้วเรามักจะคิดถึงภาพในอดีต แล้วเรารู้สึกว่า เป็นอํานาจที่เข้มข้นมาก รุนแรงมาก เรามักจะนึกถึงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เรามักจะนึกถึง มาตรา ๑๗ ที่สามารถนําคนไปประหารชีวิตยิงเป้าได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการ ทางศาล เอาเข้าจริง ๆ แล้วถ้ามองในแง่ของระบบรัฐธรรมนูญ ระบบกฎหมาย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอํานาจมาก มีอํานาจมากตรงไหนครับ ขนาดเรามีรัฐธรรมนูญถาวรซึ่งพวกท่าน อ้างกันเสมอว่าผ่านประชามติมาแล้วครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แม้มีรัฐธรรมนูญถาวรแล้ว ตัวหัวหน้า คสช. ก็ยังคงมีอํานาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ อยู่นั่นเอง เราพยายามพูดกันครับ หลังยึดอํานาจตอนใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๗ บอกว่าอํานาจพิเศษแบบมาตรา ๔๔ นั้น มีความจําเป็นในช่วงสถานการณ์พิเศษ ในช่วงที่เราต้องแก้ไขบ้านเมือง แต่เมื่อกลับเข้า สู่ระบบปกติเดี๋ยวก็เลิก มาตรา ๔๔ ก็เลิก แต่เอาเข้าจริงพอมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เกิดขึ้น มาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ยังชุบชีวิตให้มาตรา ๔๔ ซึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๗ ซึ่งเลิกไปแล้วกลับมาให้มีอํานาจต่อไป นี่จึงกลายเป็นเรื่องประหลาดที่สุดครับ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีรัฐธรรมนูญถาวรเกิดขึ้นแล้วแต่รัฐธรรมนูญถาวรนั้น ยังให้อํานาจพิเศษแก่คนทํารัฐประหารอยู่

ปรากฏการณ์ใหม่ข้อที่ ๓ เป็นการรัฐประหารที่รับรองบรรดาประกาศ คําสั่ง ของคณะรัฐประหารไว้ได้อย่างรัดกุมที่สุด ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ มาตรา ๔๘ ได้รับรองเอาไว้ว่าบรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งปวงของ คสช. นั้นให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย และชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต่อมาพอเรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตราสุดท้าย มาตรา ๒๗๙ ก็รับรองต่อไปว่าอะไรที่เคยรับรองไว้ตอนปี ๒๕๕๗ ก็ให้มันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต่อไป ผมเรียนว่าใครที่สนใจศึกษาเรื่องรัฐประหาร ต้องการศึกษาว่ารัฐประหารเขาทํากันอย่างไร เขาป้องกันตัวเองอย่างไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีองค์ความรู้เรื่องการรัฐประหารมากติด ลําดับต้น ๆ ของโลก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีองค์ความรู้เรื่องการป้องกันตัวเองของ คณะรัฐประหารติดอันดับต้น ๆ ของโลก ถ้านายทหารประเทศอื่นอยากจะยึดอํานาจคงจะต้อง เดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศไทย จึงเป็นความจําเป็นครับท่านประธาน เราแค่ยกเลิกประกาศ คําสั่ง คสช. อย่างเดียวไม่พอแต่เราต้องทลายเกราะคุ้มกันประกาศ คําสั่งของ คสช. ด้วย วันนี้เราเลิกประกาศ คําสั่ง คสช. ไปแล้วหลายฉบับ แต่ยังมีเกราะคุ้มกันประกาศ คําสั่ง คสช. อยู่ ทั้งที่เลิกไปแล้ว และยังไม่เลิกนั่นก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ดังนั้นสมาชิกของพรรคผม เราจึงพยายามรณรงค์กันอยู่เสมอว่าในท้ายที่สุดต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อยกเลิก มาตรา ๒๗๙ ทลายเกราะคุ้มกันของประกาศ คําสั่ง คสช. ออกไป

ปรากฏการณ์ใหม่ข้อที่ ๔ มันเป็นการใช้อํานาจออกประกาศ คําสั่ง คสช. ที่ครอบคลุมหลายมิติมากที่สุด เมื่อ คสช. ครองอํานาจยาวนานมา ๕ ปี และใช้อํานาจพิเศษ ของตนเองบริหารประเทศ ทําให้ คสช. ออกบรรดาประกาศ คําสั่งจํานวนมากครอบคลุม หลายเรื่องกระทบไปในทุกแวดวง ไม่ใช่มีประกาศ คําสั่งที่มีเป้าประสงค์ในทางการเมือง เท่านั้น ไม่ได้มีแค่ประกาศ คําสั่งที่จัดการศัตรูทางการเมืองของตนเองเท่านั้น หรือจํากัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาประกาศ คําสั่งจํานวนมากที่ไปกระทบกับ ชีวิตประจําวันของผู้คนครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประมง เรื่องป่าไม้ เรื่องที่ดิน เรื่องการศึกษา เรื่องเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ไปรื้อ ไปตั้ง ไปขยายอายุให้เขา เรื่องตํารวจ เรื่องหาบเร่ แผงลอย เรื่องปราบเด็กแว้น ปราบผู้มีอิทธิพล เรื่องสิ่งแวดล้อม ยกเว้นอีไอเอ (EIA) ผังเมือง เรื่องไปแขวนนักการเมืองท้องถิ่น แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กระบวนการยุติธรรมและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกก็คงจะได้ลุกขึ้นมาอภิปรายถึงผลกระทบที่กระทบไป ทุกแวดวงเลย ท่านประธานครับ ก่อนที่ คสช. จะจากเราไป คสช. ก็อุตส่าห์ใจดีทิ้งทวนให้เรา หัวหน้า คสช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกคําสั่ง คสช. ที่ ๙/๒๕๖๒ เพื่อจะยกเลิก ประกาศ คสช. จํานวน ๓๒ ฉบับ ยกเลิกคําสั่ง คสช. ๒๙ ฉบับ และยกเลิกคําสั่งหัวหน้า คสช. ๑๗ ฉบับ รวมแล้วเขายกเลิกให้ ๗๘ ฉบับ เท่ากับว่าตอนนี้เรามีประกาศ คําสั่ง คสช. ในลักษณะแตกต่างกันครับ มีทั้งกรณีที่หัวหน้า คสช. ยกเลิกให้เรียบร้อยแล้วและยังมีกรณี ที่ยังไม่ยกเลิกแล้วหลายเรื่องกระทบสิทธิและเสรีภาพประชาชน ซึ่งทางผมและเพื่อนสมาชิก ของพรรคอนาคตใหม่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่การพิจารณาของสภาเรียบร้อยเพื่อจะ ยกเลิกประกาศ คําสั่ง คสช. ที่ยังตกค้างอยู่ประมาณ ๑๗ ฉบับ และยังมีที่แนบเนียนกว่านั้นก็คือแอบเอาประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. พวกนี้ฝังเข้าไป ในพระราชบัญญัติแทน ผมยกตัวอย่างเช่นเรื่องของประมง ฝังเข้าไปในพระราชบัญญัติ การประมงแทน ทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นประกาศที่ยกเลิกไปแล้วหรือยังไม่ยกเลิก หรือฝังตัวเข้าไปในระบบกฎหมายปกติแทน มันได้สร้างสิ่งที่ผมขอเรียกว่า มรดกบาป ของระบอบ คสช. ครับ มรดกบาปของระบอบ คสช. มีอะไรบ้าง

๑. ทําให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีระบบกฎหมาย ๒ ระบบคู่ขนานกัน โดยเราไม่รู้ตัว มีระบบกฎหมาย ๒ ระบบคู่กัน เมื่อสักครู่นี้ผมพูดไปแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ได้รับรองให้บรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งปวงของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่เท่านั้นนะครับ การกระทําที่เกี่ยวเนื่องด้วยครับ แม้ว่าการกระทําที่เกี่ยวเนื่องจะเกิดขึ้น ในภายหลังเกิดในอนาคตก็ชอบ กล่าวกันง่าย ๆ มาตรา ๒๗๙ บอกให้การใช้อํานาจของ คสช. ทั้งหลายทั้งสิ้นตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคตชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ โดยหลักแล้วสิ่งใดที่มันชอบด้วยรัฐธรรมนูญมันจะชอบด้วยตัวมันเอง แต่ถ้าสิ่งใดชอบด้วย รัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญเขียนให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแสดงว่าสิ่งนั้นเนื้อแท้แล้ว มันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ มันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญคุณเลยเขียนรับรองเอาไว้ให้มันชอบ เพราะถ้ามันชอบด้วยรัฐธรรมนูญมันต้องชอบด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว คุณไม่ต้องกังวลเลย ใครไปโต้แย้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถ้ามันชอบมันก็ต้องชอบ แต่เพราะคุณรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ชอบ มันละเมิดรัฐธรรมนูญ คุณเลยต้องเอารัฐธรรมนูญไปรับรองตัวเองเอาไว้ ดังนั้นตอนนี้ ต่อให้คําสั่ง คสช. ต่าง ๆ มันมีเนื้อหาที่อยุติธรรม มันมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน มันมีเนื้อหาที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่มันจะไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญเลย ส่งผลอย่างไร ครับท่านประธาน ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะเข้าสู่ตําแหน่ง หัวหน้า คสช. ยังมีมาตรา ๔๔ อยู่ ช่วงนั้นประเทศไทยเราก็มีรัฐธรรมนูญ ๒ ระบบแล้วครับ ๑. คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ๒๗๙ มาตรา นี่คือรัฐธรรมนูญที่เป็นอยู่ กับอีก ๑ ครับ คู่ขนานกันไปคือ มาตรา ๔๔ ครับ แล้วมาตรา ๔๔ ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะใช้อํานาจตาม มาตรา ๔๔ เมื่อไร ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หมด แต่หลังเมื่อ ครม. เข้าสู่การดํารงตําแหน่งแล้ว อํานาจมาตรา ๔๔ หมดไป แต่ประเทศไทยยังคงปกครองด้วยระบบกฎหมายคู่ขนานกัน ๒ ระบบอยู่ครับ ระบบที่ ๑ คือระบบปกติ รัฐธรรมนูญ ๒๗๙ มาตรา คณะรัฐมนตรีชุดของ ท่านพลเอก ประยุทธ์ ถ้าท่านใช้อํานาจอะไรก็ตามท่านก็จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านใช้อํานาจไม่ชอบ พวกเราก็มีสิทธิโต้แย้งท่านไปที่องค์กรตุลาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาลใดก็ตาม ท่านอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แม้ท่านจะปฏิญาณว่าไม่ได้ขาดถ้อยคํา เรื่องเคารพรัฐธรรมนูญไปก็ตามนี่ครับ ท่านปฏิเสธไม่ได้ ท่านต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่อีกชุดหนึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั่นก็คือผลิตผลการใช้อํานาจของ คสช. ที่ผ่านมาบรรดาประกาศ คําสั่ง คสช. ทั้งหมดพวกนี้ไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มันไม่อยู่เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไปรับรองมันไว้แล้วว่ามันถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญเสมอ พวกเราทั้งหลายทั้งปวงมีโอกาสใช้อํานาจขัดรัฐธรรมนูญได้ แต่ประกาศ คําสั่ง คสช. ไม่มีวันขัด นั่นหมายความว่าประเทศไทยปกครองประเทศตอนนี้มีกฎหมายอยู่ ๒ ก้อนใหญ่ ก้อนหนึ่งคือปกติ อีกก้อนหนึ่งคือพวกประกาศ คําสั่ง คสช. ซึ่งได้รับการยกเว้น ตลอดกาลว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญเสมอ

ผมมีข้อสังเกตให้ท่านประธานพิจารณาและเพื่อนสมาชิกพิจารณาร่วมกัน พวกเราคือสภาผู้แทนราษฎร เรามีอํานาจนิติบัญญัติในการตราพระราชบัญญัติครับ พระราชบัญญัติตราเสร็จก็ต้องส่งไปที่วุฒิสภา พวกเราร่างกันเสร็จก็ส่งไปที่วุฒิสภา แล้วถ้าผ่านออกมาก็จะส่งไปให้ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นี่คือการตราพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติเหล่านี้มีโอกาสขัดรัฐธรรมนูญได้เสมอ ถ้าหาก มีใครไปร้องที่ศาลและศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่ประกาศ คําสั่ง คสช. ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติที่ลงพระปรมาภิไธย โดยพระมหากษัตริย์มีโอกาสขัดรัฐธรรมนูญครับ แต่ประกาศ คําสั่ง คสช. ที่ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญครับ แล้วการใช้อํานาจแบบนี้ เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือครับ นี่คือปัญหาใหญ่ ของการใช้อํานาจออกประกาศ คําสั่ง คสช. นี่คือมรดกชิ้นแรกคือสร้างประเทศไทยให้มีระบบ กฎหมายคู่ขนานกัน ๒ ระบบ

มรดกชิ้นที่ ๒ ครับท่านประธาน ประเทศไทยกลายเป็นรัฐทหารครับ ในวิชาการรัฐศาสตร์เขาเรียกกันว่ามันเป็นกระบวนการมิลิทาไรเซชัน ออฟ สเตต (Militarization of state) เป็นกระบวนการที่ทําให้ทหารเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง มากขึ้น ๆ ประเทศไทยเรามีความพยายามทําแบบนี้โดยตลอด กองทัพหรือทหารจะเข้ามา แทรกแซงการเมือง เข้ามามีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็มักจะมาในนามของ การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์บ้างในสมัยก่อน มาในนามการปกป้องชาติ ปกป้องราชบัลลังก์บ้าง มาในนามของการรักษาความสงบบ้าง เขามีความพยายามตลอด และถ้าเราลองสังเกตดู มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไร อัตราความเข้มข้นของความเป็นรัฐทหารจะเพิ่มขึ้นทุกครั้ง ๆ ผมไม่ใช้เวลามากเอาแค่รัฐประหารปี ๒๕๔๙ ก่อนครับ จริง ๆ ก่อนหน้านั้นหลังเหตุการณ์ พฤษภา ๓๕ แทบจะเป็นที่ตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วว่าเราไม่ต้องการให้ทหารเข้ามา มีบทบาทในทางการเมือง หลังพฤษภา ๓๕ ทหารถูกลดบทบาททางการเมือง วิธีวัดง่าย ๆ ครับ พวกเราจะจําชื่อผู้บัญชาการทหารบกได้หมดแต่พอหลังพฤษภา ๓๕ เราเริ่มจําไม่ได้ว่า ผู้บัญชาการทหารบกชื่ออะไร เมื่อไรก็ตามที่ประชาชนจําชื่อผู้บัญชาการทหารบกได้บ่อยครั้ง ไปอ่านข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ก็จะเจอข่าวแต่บิ๊ก (Big) นั่น บิ๊ก (Big) นี่ นั่นแสดงว่าทหารเข้ามา มีบทบาทในทางการเมือง อันนี้เป็นวิธีวัดที่ง่ายที่สุด หลังพฤษภา ๓๕ ทหารพยายามออกไป เรียบร้อย แต่เสียดายเราไม่มีโอกาสปฏิรูปกองทัพในตอนนั้น พอทหารกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เขาก็ทิ้งมรดกให้เราอยู่ชิ้นใหญ่ครับ นั่นก็คือ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี ๒๕๕๑ กฎหมายฉบับนี้ให้มีคณะกรรมการ แต่งตั้ง พูดง่าย ๆ แต่งตั้งพวกระดับนายพลขึ้นมา กระทรวงกลาโหมเคยเป็นกระทรวงพิเศษ จะแต่งตั้งนายพล แต่งตั้งผู้บัญชาการทหารต่าง ๆ ต้องเข้ากรรมการชุดนี้ครับ ไม่เหมือน กระทรวงอื่นที่เขาตั้งกันได้เอง และกรรมการชุดนี้มีใครบ้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผบ. สูงสุด ผบ. ทหารบก ผบ. ทหารอากาศ ผบ. ทหารเรือ และปลัดกระทรวงกลาโหม ๗ คน โหวตอย่างไรฝ่ายการเมืองก็แพ้ พูดกันง่าย ๆ คือคุณจะตั้ง ผู้บัญชาการทหารถ้าทหารไม่เอาด้วยคุณตั้งไม่ได้ และยังมีสภากลาโหมอีก ที่มีแต่คณะนายทหาร อยู่ในนั้นและคอยวางแผนยุทธศาสตร์ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ พรรคผมกําลังจะเสนอร่าง พระราชบัญญัติเพื่อจะเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารแบบบังคับให้เป็นสมัครใจเพื่อจะสร้าง สวัสดิการให้กับนายทหารชั้นผู้น้อยด้วยนะครับ ร่างนี้เดี๋ยวสภากลาโหมก็ต้องเอาไปทํา ความเห็นออกมาครับ เพราะสภากลาโหมเขามีอํานาจในการทําความเห็นทุก ๆ เรื่อง ที่เกี่ยวกับกองทัพเขา แล้วถ้าเกิดเขาไม่เอาด้วยผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนะครับ นอกจากนั้นยังมีอีกครับพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งสร้างกลไกที่ชื่อว่ากองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ กอ.รมน. ขึ้นมา จริง ๆ กอ.รมน. มันมีมานานแล้วละครับ แต่เปลี่ยนภารกิจจากการปราบคอมมิวนิสต์ ให้กลายมาเป็นเรื่องของการสอดส่องดูแลทุกข์สุขอะไรต่าง ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ มาในนามของ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทีนี้หลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ มันยิ่งไปกันใหญ่ มันไปกันใหญ่ อย่างไรบ้าง กระบวนการมิลิทาไรเซชัน ออฟ สเตต (Militarization of state) หรือกระบวนการ ทําให้รัฐไทยกลายเป็นทหารมากขึ้น ๆ เริ่มตั้งแต่

ข้อที่ ๑ ทหารได้เข้าไปมีบทบาทในการใช้อํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร มากขึ้นเรื่อย ๆ คณะรัฐมนตรีมีนายพลกี่ท่านไปพิสูจน์กันได้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีนายพล กี่คนไปพิสูจน์กันได้ กรรมาธิการแต่ละชุดมีท่านนายพลเข้ามาร่วมกี่ท่าน รัฐวิสาหกิจก็เป็น เรื่องน่าสนใจครับ จากการสืบค้นของผมรัฐวิสาหกิจประมาณ ๔๐ แห่ง มีนายทหารเข้าไป เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบอร์ด (Board) ประมาณ ๘๐ คน นี่แสดงว่าเข้าไปมีบทบาท ทั้งในทางนิติบัญญัติบริหารและการบริหารราชการแผ่นดินประจําด้วย

ข้อที่ ๒ ทหารได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการยุติธรรมครับ มันมีคําพูด อยู่คําหนึ่งเขาบอกว่าเมื่อไรก็ตามที่ท่านเอาคําคุณศัพท์ว่าทางทหารต่อท้ายกับคํานามคําใด คํานามคํานั้นจะเสียความหมายที่แท้จริงของมันไป ถ้าเกิดคุณเอาคําคุณศัพท์ว่ามิลิทารี (Military) หรือคําว่า ทางทหาร ไปผนวกกับคําไหน คําหลักเสียความหมายไปเลยครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ความยุติธรรมหรือจัสติส (Justice) ถ้าคุณเอาคําว่า ทางทหารหรือมิลิทารี (Military) ไปขยายว่าเป็นมิลิทารี จัสติส (Military Justice) หรือกระบวนการยุติธรรม ทางทหาร นั่นหมายความว่ายุติธรรมไม่มีครับ นี่คือคํากล่าวที่เขาว่ากันมา คือนักปรัชญา ที่ต่อต้านลัทธิทหารนิยมเขาพยายามอธิบาย คุณเอาคําว่า มิลิทารี (Military) ไปบวกอะไร คํา ๆ นั้นเสียความหมายที่แท้จริงทันที คําสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ ให้อํานาจทหารในการเข้าไป มีส่วนในการจับกุมคุมขัง คสช. ก็มักจะให้ทหารไปแจ้งความ คําสั่งที่ ๑๓/๒๕๕๙ ให้ทหาร เข้าไปมีส่วนร่วมกับพนักงานสอบสวนศาลทหารให้คดีต่าง ๆ ไปพิจารณากันที่ศาลทหาร ตามคําสั่งที่ ๓๗/๒๕๕๗ ยังมีอีกหลายเรื่อง ซึ่งเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมคงจะได้พูดเรื่องนี้ว่า ทหารเข้าไปมีส่วนในกระบวนการยุติธรรมอย่างไร

ข้อที่ ๓ ทหารเข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจําวันครับ เดี๋ยวนี้ปัญหาแต่ละเรื่อง มีนายทหารเข้าไปจัดการหมด จัดการปัญหาป่าไม้ จัดการปัญหาที่ดินก็มีนายทหารเข้าไป จัดการปัญหาเรื่องประมงกองทัพเรือก็เข้าไป เรื่องอีอีซี (EEC) กองทัพเรือก็เข้าไป สิ่งแวดล้อม ทหารก็เข้าไป ร้านเกม ตู้หวย ตู้ม้า ปราบบ่อน ปราบพนัน หาบเร่เข้าไปจัดการหมดเลย ปฏิบัติการจิตวิทยาก็ทําเข้าไปอบรมพี่น้องประชาชนต่าง ๆ ผ่านกลไก กอ.รมน. ก็เข้าไปทําอีก

ข้อที่ ๔ มรดกชิ้นนี้ก็คือมีการฝังตัวอํานาจของทหารเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญครับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์มีนายทหารกี่ท่าน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศมีนายทหารกี่ท่าน และวุฒิสภามีสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นนายทหารกี่ท่าน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เหลืออีก ๒ หน้ากระดาษ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรุณาสรุปได้จะเป็น พระคุณครับ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน เหลืออีก ๒ หน้ากระดาษ จะจบแล้วครับท่านประธาน

ข้อที่ ๕ มีการแผ่ขยายอํานาจทางทหารครอบคลุมทั่วประเทศผ่านกลไก กอ.รมน. ในคําสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ได้มีการขยายนิยามคําว่า การรักษา ความมั่นคงภายใน ออกไป รวมถึงการป้องกันราชอาณาจักรด้วย ทีนี้ก็มีการจัดวาง กอ.รมน. ครับ เป็น กอ.รมน. ภาคและ กอ.รมน. จังหวัด เสร็จแล้วก็มีการบูรณาการรวมหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหมดเข้ามาอันเดอร์ (Under) ภายใต้ กอ.รมน. ภาค หรือ กอ.รมน. จังหวัด มันกลายเป็นว่า ตอนนี้แต่ละจังหวัดมีการบริหารงานคู่ขนาน ปกติพลเรือนก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งรับอํานาจ จากส่วนกลางไป แต่มี กอ.รมน. วิ่งคู่มาอีกครับ จนเขาแซวกันเล่น ๆ แล้วตอนนี้ว่าท่านแม่ทัพ ภาคต่าง ๆ หรือ กอ.รมน. ภาคแล้วก็ทหารที่เป็น กอ.รมน. จังหวัดกลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ทางทหารคู่ขนานไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นพลเรือน

ทั้งหมดที่ผมพูดมาผมจึงมีความเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เราจึงจําเป็น ที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาบรรดาประกาศ คําสั่ง คสช. ทั้งหลาย เพื่ออะไรครับ เราเอามานั่งวิเคราะห์มานั่งดูกันครับ ประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. ฉบับไหนที่ดี ฉบับไหนที่มันต้องใช้ต่อ เพราะถ้าไม่ใช้เลิกไปมันกระทบคนสุจริตจํานวนมากที่เขาได้รับ ประโยชน์ไปแล้ว เราก็มาแปลงให้มันเป็นกฎหมายที่ถูกต้องในระบบ เช่น เปลี่ยนให้มันเป็น พระราชบัญญัติ เปลี่ยนให้มันเป็นประกาศกระทรวง กฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกาก็ว่าไป เปลี่ยนให้มันเป็นระบบกฎหมายปกติ แต่อันไหนที่ไปละเมิดสิทธิมนุษย์ชน ไปละเมิด หลักความยุติธรรมอย่างร้ายแรง พวกนี้ก็ยกเลิกให้หมด แล้วก็เยียวยาให้กับผู้เสียหายด้วย ท่านประธานครับ ผมสรุปแล้วครับ

ผมได้ยินข่าวแว่ว ๆ มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็สัปดาห์นี้ดูเหมือนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางซีกของรัฐบาลน่าจะลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมา ผมก็แปลกใจอยู่เพราะว่าผมก็เห็นญัตติที่รวมกันเข้ามานี้ก็มี ส.ส. จากซีกรัฐบาลอยู่ที่เสนอญัตติเข้ามาด้วยเช่นเดียวกัน โดยธรรมดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ต้องหมายความว่าอยากจะให้ตั้งถูกไหมครับ ก็ควรจะต้องยกมือโหวตให้ตั้ง ดังนั้นผมก็นึกไม่ออกว่าถ้า ส.ส. ที่เสนอญัตติแล้วในท้ายที่สุด ลงคะแนนว่าไม่ตั้งมันจะแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน

ท่านประธานครับ หลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในที่นี่หลายคน พวกท่านเจออะไรกันมาบ้าง วันนี้หลายท่านไปเป็น ส.ส. ซีกรัฐบาล หลายท่านไปเป็นรัฐมนตรี หลายท่านยังเป็นฝ่ายค้าน หลายท่านย้ายข้างกลับไปอีกข้างหนึ่ง หลายท่านยังอยู่ข้างเดิม แต่เพื่อนสมาชิกทั้งหมดครับ ท่านยังจําได้ไหมว่าวันที่เขายึดอํานาจการปกครองประเทศแล้ว เขาเรียกท่านไปรายงานตัว บางท่านถูกเอาถุงพลาสติก ผ้ากระสอบคลุมหัวปิดตา พาท่านไปไหน ก็ไม่รู้อยู่ในรถวนไปวนมา แล้วก็ไปกักตัวท่านอยู่ในค่าย บางท่านถูกห้ามเดินทาง จะเดินทางไปต่างประเทศต้องไปขออนุญาตทุกครั้ง บางท่าน ถูกอายัดบัญชี ถูกดําเนินคดี ถูกข่มขู่ ว่าง ๆ ก็มีคนไปเยี่ยมที่บ้าน ว่าง ๆ ก็มีคนชวนไปกินกาแฟ เอาละครับไม่ต้องคิดตัวท่านเองก็ได้ครับ คิดถึงพี่น้องประชาชนดูรัฐประหารครั้งนี้ได้สร้าง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจํานวนมากหลายแวดวงหลายวงการ มีสุภาษิตกฎหมายอยู่ สุภาษิตหนึ่งท่านประธานก็คงได้ยินเพราะว่าท่านประธานเป็นนักกฎหมาย มีสุภาษิตกฎหมาย บทหนึ่งเป็นภาษาละตินใช้กันมาตั้งแต่สมัยโรมันเราแปลเป็นภาษาไทยก็ได้ ผมได้ยินคํานี้ ครั้งแรกเป็นบทความของท่านหม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ในนามปากกาว่าแมลงหวี่ ท่านใช้เอาไว้ นั่นก็คือ เมื่อเสียงปืนดังขึ้นกฎหมายก็เงียบลง แต่ ณ วันนี้ครับท่านประธาน เสียงปืนเริ่มเงียบลงแล้ว กฎหมายก็ควรกลับมาส่งเสียงในช่วงเวลาที่คนถือปืนยึดอํานาจ ตั้งตัวเป็นใหญ่ พวกเราคนธรรมดาอาจกลัวอาจไม่กล้าในช่วงยามที่คนถือปืนเปลี่ยนแปลงปืน ของตัวเองให้กลายเป็นกฎหมาย แล้วเอากฎหมายห่อปืนมาใช้บังคับกับพวกเรา พวกเราอาจจะ ต้องเคารพกฎหมายของเขา แต่ ณ วันนี้ครับท่านประธานเรามีการเลือกตั้ง เรากําลังทยอย กลับเข้าสู่ระบบปกติ เรามีอํานาจนิติบัญญัติที่พี่น้องประชาชนมอบมาให้พวกเราใช้แทน ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องยืนตรงอย่างทะนงองอาจ ต่ออํานาจเผด็จการเหล่านี้ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบรัฐธรรมนูญได้หากยังมีระบอบ รัฐประหารฝังตัวอยู่ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงได้หากยังมีมรดก คสช. เหล่านี้อยู่ นี่จึงเป็น ภารกิจสําคัญยิ่งของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรจากการเลือกตั้งองค์กรเดียวที่ยัง หลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ผมขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้แทนของราษฎรช่วยกันลงมติแทนราษฎรให้ความเห็นชอบการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. และการใช้อํานาจของ หัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ขอหารือนิดหนึ่งครับ ผมในฐานะผู้อภิปรายลําดับถัดไปที่ถูกกระทบสิทธิในการปรับลดเวลา ผมอยากจะเรียนหารือท่านประธานนิดหนึ่งว่าญัตตินี้มันเป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็สิ่งที่ผู้อภิปราย กําลังจะพูดมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาโดย ๕ ปีที่แล้ว ซึ่งมันเป็นระยะเวลามากและเนื้อหามาก ดังนั้นเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานปรับลดเวลาผม ๑๐ นาที ในส่วนตัว ของผม ผมขอ ๑๕ นาทีได้หรือไม่ครับ เรื่องนี้เรื่องสําคัญ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยึดเหมือนกันนะครับ เอาให้เหมือนกัน โดยเปิดโอกาสให้ท่านผู้นําญัตติได้พูดเต็มที่อย่างที่ท่านปิยบุตรได้พูดไป ๓๕-๓๖ นาที

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

แต่ว่าโดยนัยที่ท่านประธาน ปรับลด นั่นหมายความว่าสภาไม่มีอํานาจในการตรวจสอบการใช้อํานาจที่ไม่ชอบธรรม ๕ ปีที่ผ่านมา เท่ากับว่า ๕ ปีที่ผ่านมาผมในฐานะสมาชิกผมมีสิทธิในการพูด ๑๐ นาที

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงให้ ๗ นาทีก็ได้ แต่ว่าประธานเห็นว่าเพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้พูดโดยกว้างขวาง มันมีวิธีเดียวก็คือ เราต้องบริหารเวลาแบ่งให้เพื่อนด้วย ถ้าสมมุติเราให้คนเดียว ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงก็ได้ครับ แต่เพื่อนก็เสียโอกาสไป ผมพยายามให้ชื่อที่เสนอได้พูดทุกคน ซึ่งความจริงแล้วผมมีสิทธิ ที่จะเห็นว่าพูดพอสมควรแล้วก็ขอมติปิดได้แต่ผมไม่ทํา ผมให้โอกาส เพราะฉะนั้นท่านใช้ ความสามารถในการสรุปเรื่องและจะทําให้เวลาที่ท่านได้เป็นประโยชน์ครับ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

ก็เคารพอํานาจประธานครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ได้ขอมีการใช้สิทธิหารือตรงนี้ เพื่อที่จะบันทึกไว้ในรายงานการประชุม แต่ว่ายินดีที่จะเคารพอํานาจประธาน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยเจตนาดีต่อพวกเรา ๗ นาที ผมไม่ให้คนใดคนหนึ่งใช้สิทธิเป็นส่วนตัวจนกระทั่งเพื่อนไม่มีโอกาส ผมไม่ทําครับ ก็อยากให้พวกเราได้มีโอกาสได้พูดทุกคนครับ ขออนุญาตฉบับต่อไปท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เชิญเลยครับ ฉบับต่อไปก็ขออนุญาตเตรียมตัวนะครับ รวมทั้งขออนุญาตแจกฉบับสุดท้าย ของท่านนริศเป็นเอกสารใหม่ เดี๋ยวให้ท่านด้วยครับ เชิญท่านชัยวุฒิครับ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมในฐานะที่เป็นผู้ขอเสนอญัตติเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศ คําสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่ว่า ญัตติของผมจะต่างกับท่านที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้า เพราะว่าท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้าผม หรือญัตติหลาย ๆ คนจะเป็นการศึกษาผลกระทบจากคําสั่ง คสช. ทั้งหมดโดยเหมารวม ซึ่งผมคิดว่ามันอาจจะไม่เป็นธรรมกับการพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าเรามีอคติและ มีความคิดที่ไม่ชอบทหาร หรือไม่เห็นด้วยกับ คสช. แล้วจะเหมาว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ คสช. ทําในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา จะไม่ดีทั้งหมดผมว่าไม่เป็นธรรม เช่นเดียวกันครับเหมือนกับผม ผมอาจจะไม่ชอบ พรรคการเมืองบางพรรคไม่ชอบนักการเมืองบางคน เพราะว่ามีอุดมการณ์มีความคิด ที่แตกต่างกัน แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับทุก ๆ เรื่องที่ท่านทํา ถ้าบางเรื่องบางพรรคการเมือง นักการเมืองบางท่านทําสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมก็พร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความเห็นชอบนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องดูที่เนื้อหาสาระ ไม่ใช่ดูที่ว่ามีคําว่า ทหาร มีคําว่ามิลิทารี (Military) แล้วผิดทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอ ญัตติขอให้ศึกษาผลกระทบของคําสั่ง คสช. เฉพาะในส่วนที่ผมเห็นว่ามีปัญหาจริง ๆ ก็คือเรื่องการดําเนินการของ คสช. กับผู้บริหารท้องถิ่น และผู้มีตําแหน่งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันนี้พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีคําสั่งของ คสช.อยู่ ๘ ฉบับ ที่เป็นคําสั่งพักราชการ หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. รวมถึงข้าราชการ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ผมนับรวมมาได้ ๘ คําสั่ง มีอยู่ ๔๐๐ คน ซึ่งปัจจุบัน มีการปลดล็อกหรือคืนตําแหน่งให้เพียง ๒๓ คน เพราะฉะนั้นหมายความว่าอีก ๓๐๐ กว่าคน ไม่ได้ถูกปลดล็อก ซึ่งผมคิดว่าการทําอย่างนี้ คําสั่งแบบนี้เป็นคําสั่งที่กระทบกับสิทธิเสรีภาพ อย่างรุนแรงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะคนที่โดนปลดออกจากตําแหน่ง หรือโดนพักการทํางาน ก็คือการถูกลงโทษ แต่ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มีการร้องเรียน เข้ามาที่จังหวัดแต่กระบวนการสอบสวน กระบวนการทางกฎหมายในการดําเนินคดียังไม่ถึง ที่สุดนะครับ แต่คําสั่งนี้ก็ไปเหมือนลงโทษเขาแล้ว ให้เขาออกจากราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ผมยังคิดว่าคําสั่งลักษณะนี้เป็นคําสั่งที่ไม่เหมาะสม ที่ทางสภาควรจะลงมาตรวจสอบดูกัน ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดีครับ ก่อนจะเข้าถึงเรื่องเฉพาะคําสั่งส่วนท้องถิ่น ผมก็จะศึกษาก่อนว่า ทําไมถึงต้องมีคําสั่งของ คสช. เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ จากที่ผมได้ศึกษา คําสั่ง คสช.จะมีวัตถุประสงค์หลัก ๆ อยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกเลยครับ อย่างที่เราทราบกัน ก็คือเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. เข้ามาเพื่อคืนความสงบให้บ้านเมือง เราคงจํากันได้นะครับว่าก่อนจะมีการยึดอํานาจ บ้านเมืองของเรามีการประท้วง มีการเดินขบวนกันเต็มท้องถนน รัฐบาลในคณะนั้น ไม่สามารถบริหารราชการได้จนนายกรัฐมนตรีต้องยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งและผลเป็น อย่างไรครับ ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังต่อเนื่องมาก็ทําให้การเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ จัดการเลือกตั้งไม่ได้ เมื่อจัดการเลือกตั้งไม่ได้ไม่มีรัฐบาล ประเทศเดินหน้าไม่ได้บ้านเมือง วุ่นวายสับสน ผมคิดว่าเป็นทางออกเดียวกันแล้วที่ต้องให้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามายึดอํานาจและแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง คืนความสงบสุขให้กับประเทศไทยของเรา อย่างที่เราเห็นกันมา ๕ ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้นะครับ และเหตุผลสําคัญที่ผมได้ดูในลักษณะ ของการออกคําสั่ง คสช. เขาจะแบ่งเป็น ๔ เรื่อง ๑. ก็คือเป็นเรื่องของความจําเป็นเร่งด่วน ที่ต้องออกเป็นประกาศ คสช. ขึ้นมา ๒. ต้องมีลักษณะเป็นการกระทําเท่าที่จําเป็นเพื่อแก้ไข ข้อจํากัดในการปฏิบัติราชการตามปกติ หมายความว่าถ้าทําตามกฎหมายตามระเบียบราชการ ปกติทําไม่ได้ และจะเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติ จึงต้องใช้คําสั่ง คสช. เพื่อแก้ปัญหา ๓. มีความจําเป็นเร่งด่วนและไม่สามารถทําได้ด้วยมาตรการปกติ คือกระบวนการมันอาจจะช้ามาก ใช้เวลามาก เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งรัดกระบวนการ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนจึงต้องใช้คําสั่งของคณะ คสช. หรือ มาตรา ๔๔ และสุดท้าย เรื่องที่ ๔ เรื่องปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องประกาศ คําสั่ง มาเพื่อแก้ไขโดยทันที แล้วก็ให้สิ้นสุด เมื่อเหตุการณ์ปัญหาต่าง ๆ นั้นหมดไป เท่าที่ผมติดตามจะแบ่งเป็น ๔ เหตุผลหลัก ๆ ในการ ออกคําสั่ง ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ สัก ๒ เรื่อง ให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบ เช่น คําสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก. สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ดิน ส.ป.ก. อย่างที่เราทราบกันว่า ส.ป.ก. เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย และถือครองได้คนหนึ่งไม่เกิน ๕๐ ไร่ แต่ในช่วง ที่ผ่านมารัฐบาลในอดีตได้ไปอนุมัติให้ทําโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กังหันลมซึ่งขึ้นอยู่ เป็นจํานวนมากเลยครับในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งสิ้น เพราะบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งอําเภอ แล้วก็ใช้การเช่าต่อจากประชาชน เพื่อทําโรงไฟฟ้าพลังงานลม แต่โครงการดําเนินไปแล้ว ก่อสร้างไปแล้วจ่ายไฟเข้าสู่ระบบแล้ว รัฐบาลอนุญาตไปแล้ว แต่ว่าผิดกฎหมาย ส.ป.ก. ครับ มีพี่น้องประชาชนไปฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองตัดสินไปแล้วด้วยครับว่าผิดกฎหมาย ส.ป.ก. เพราะว่า ส.ป.ก. ทําได้เฉพาะ เกษตรกรรม ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทําโรงไฟฟ้าไม่ได้ ต้องรื้อถอนครับ และโครงการเป็น หมื่นเป็นแสนล้านบาท โครงการที่เราจะพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกพลังลมจะทํา อย่างไร มันเดินหน้าไม่ได้ครับ ถ้าใช้กระบวนการกฎหมายตามปกติไม่มีทางแก้ได้เลยครับ มีทางเดียวคือรื้อแล้วก็สร้างใหม่ ที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ ส.ป.ก. ฉะนั้นท่านหัวหน้า คสช. ท่านพลเอก ประยุทธ์ เล็งเห็นปัญหาเหมือนกับพี่น้องประชาชนหลายคนในภาคที่เกี่ยวกับพลังงาน ก็เห็นว่าอันนี้ไม่ถูกต้องนะครับ ท่านก็ใช้คําสั่ง คสช. เข้ามาแก้ปัญหา อนุญาตให้แก้กฎหมาย ส.ป.ก. ให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ ส.ป.ก. ได้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะว่าการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ ส.ป.ก. นี้ ถึงเราจะดูว่าเป็นลักษณะเหมือน โรงงานเป็นโรงไฟฟ้าแต่ว่ามันใช้พื้นที่นิดเดียวเองครับ เขามีฐานแค่ปักเสาและตั้งวินด์ เทอร์ไบน์ (Wind Turbine) ขึ้นไป ใช้พื้นที่ไม่กี่ไร่ต่อ ๑ เสา ข้างล่างก็ปลูกมันสําปะหลัง ปลูกข้าวโพด ทําการเกษตรได้เหมือนเดิมนะครับ แต่ขณะที่เกษตรกรก็ได้ค่าเช่าที่ดินเพิ่มจาก โรงไฟฟ้าพลังงานลม นี่ยกตัวอย่างนะครับ นี่คือการแก้ปัญหาด้วยคําสั่ง คสช. ที่ทําให้ปัญหา เรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานลมถูกได้รับการแก้ไขประเทศชาติก็เดินหน้าไปได้นะครับ หรือแม้แต่ เรื่องกรุงเทพมหานครของเราครับ ที่เราคงจํากันได้ว่าช่วงหนึ่งที่รถไฟฟ้า มีโครงการรถไฟฟ้า ช่วงบางซื่อ-หัวลําโพง เปิดมาหลายปีแล้ว ต่อมามีการสร้างรถไฟฟ้าโครงการเตาปูน-บางใหญ่ วิ่งจากเตาปูนไปบางใหญ่ พอเตาปูน-บางใหญ่เสร็จผลปรากฏว่า ๒ โครงการนี้ไม่เชื่อมต่อกัน พี่น้องประชาชนต้องลงจากสถานีเตาปูนแล้วเดินอีก ๑ กิโลเมตรเพื่อมาสถานีบางซื่อครับ ถ้าฝนตกก็เดินไม่ไหวหรอกครับเปียกกันหมด แล้วก็มีบริการรถตู้ รถวินมอเตอร์ไซค์อะไรมา พยายามเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้แต่มันไม่เวิร์ก (Work) สุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดคือต้องรวม ๒ ระบบ ทั้งรถไฟฟ้าสายบางซื่อ-หัวลําโพงกับเตาปูนอยากให้เป็นระบบเดียวกันเพื่อความสะดวก ของพี่น้องประชาชน แต่กระบวนการตามกฎหมาย กระบวนการการบริหารจัดการของรัฐ ตามปกติทําไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นคนละโครงการกันประมูลกัน แยกกันมาคนละสัญญา สิ่งเดียวที่จะแก้ปัญหาให้รถไฟฟ้าเชื่อมต่อกันได้ก็คือพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องออก คําสั่ง คสช. ใช้ มาตรา ๔๔ ทําให้ตอนนี้รถไฟฟ้าพี่น้องสามารถมาลงที่สถานีจากบางใหญ่ มาถึงบางซื่อได้ทันทีนะครับ ไม่ต้องลงเตาปูนแล้วเดินไปอีก ๑ กิโลเมตรเพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้า ต่อเข้าเมือง นี่คือผลประโยชน์เห็น ๆ เลยครับถ้าไม่มีคําสั่ง คสช. เรื่องนี้ไม่มีทางทําได้ครับ เพราะกฎหมายและระบบราชการของเราทําไม่ได้ครับ และถามว่าคําสั่งแบบนี้มีประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ครับ ถ้าไม่ทําประชาชนเดือดร้อนบ้านเมืองเสียหายนะครับ อย่างไรก็ดีวันนี้เราเข้าสู่การเลือกตั้งมีประชาธิปไตยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา ทําหน้าที่แล้วครับ พวกเราก็อยากทําอยากเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา เข้ามาแก้กฎหมาย ที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองนะครับ เช่นเดียวกันครับ คสช. ก่อนที่เขาจะคืนอํานาจให้เรา เขาก็เข้าใจดีครับว่ามีกฎหมาย มีคําสั่ง คสช. อยู่หลายฉบับที่จําเป็นต้องยกเลิก หรืออาจจะต้องมีผลบังคับใช้ต่อหรือไม่ เพราะว่าจะมีประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพราะฉะนั้นในวันที่ ๒๒ เมษายน หลังจากที่พวกเรา เลือกตั้งกันทางท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้นําคําสั่ง คสช. ทั้งหมด ๕๑๓ ฉบับ มาตรวจสอบมาพิจารณาเพื่อประกาศยกเลิก ไม่ได้สนใจนะครับ พอมีการเลือกตั้งปุ๊บ ท่านเอาคําสั่งทั้งหมด ๕๑๓ ฉบับ คําสั่ง คสช. คําสั่ง มาตรา ๔๔ ทั้งหมดมาพิจารณา แบ่งเป็นกลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ ยกเลิกไปแล้ว ๗๔ คําสั่ง กลุ่มที่ ๒ สิ้นอายุไปแล้ว ๕๐ ฉบับ สิ้นอายุไปแล้วก็คือว่าผลของการบังคับใช้ได้หมดไปแล้ว เช่นการเรียกบุคคลมารายงานตัว เขารายงานตัวเรียบร้อยไปแล้วก็จบไป ก็ไม่มีผลบังคับแล้วครับ กลุ่มที่ ๓ สิ้นผลโดยอัตโนมัติ เพราะได้ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว กลุ่มที่ ๔ สิ้นผลไปพร้อม คสช. ผมว่าคงเป็นความหมาย ของเรื่องการควบคุมความสงบเรียบร้อยครับ พอวันนี้บ้านเมืองสงบแล้วเข้าสู่ประชาธิปไตย ไม่มี คสช. คําสั่งเหล่านี้ก็สิ้นผลไป กลุ่มที่ ๕ มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ๕๐ ฉบับ กลุ่มที่ ๖ มีฐานะเป็นคําสั่งทางปกครองที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีสามารถยกเลิกได้ เหลืออยู่ ๘๙ ฉบับ และสุดท้ายกลุ่มที่ ๗ ถูกยกเลิกโดยคําสั่ง คสช. ที่ ๙/๒๕๖๒ อย่างที่มีท่านได้อภิปราย ยกเลิกไป ๗๘ ฉบับ เพราะว่าไม่มีความจําเป็นต้องบังคับใช้แล้ว ๗๘ ฉบับมีการยกเลิกไปแล้ว หลังจากที่มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นจะเหลือคําสั่งจริง ๆ ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่เป็นกฎหมาย ๕๐ ฉบับ มีฐานะเป็นคําสั่งทางปกครองอยู่ ๘๙ ฉบับ ถ้าเป็นกฎหมายพวกเราแก้ไขอย่างไร เราก็เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเสนอแก้กฎหมายได้ หรือถ้าท่านเห็นว่า คําสั่ง คสช. ที่เป็นกฎหมาย ๕๐ ฉบับนี้เรื่องใดมีปัญหา เช่นถ้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เราอาจจะให้กรรมาธิการสามัญประจําสภาในด้านอุตสาหกรรมเป็นผู้พิจารณาศึกษาแก้ไข ถ้าเป็นคําสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับการศึกษาถ้ามีปัญหาก็ให้กรรมาธิการสามัญประจําสภา คณะกรรมาธิการการศึกษาเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ได้ เช่นเดียวกัน ผมตั้งญัตติเรื่องนี้เมื่อหลายเดือน ที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ผมก็ไม่ได้อยู่เฉยนะครับ ผมก็เอาเรื่องนี้เข้าไปให้ คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ชื่อว่าคณะกรรมาธิการการกระจายอํานาจ การปกครอง ส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ได้ศึกษาเรื่องนี้เพื่อหาแนวทางแก้ไข เพราะผมคิดว่าไม่จําเป็นต้องรอให้สภาใหญ่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ กลไกของกรรมาธิการ สามัญประจําสภาสามารถทําหน้าที่นี้ได้ แต่เราต้องแยกเรื่องให้ถูกดูปัญหาให้ชัดนะครับ อย่างเรื่องท้องถิ่นผมได้นําเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการสามัญประจําสภา ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านซูการ์โน มะทา ก็ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดี ทําให้เราเรียกระทรวงมหาดไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาชี้แจงก็ได้ข้อมูลเกือบทั้งหมด แล้วได้ทางออกร่วมกันเพื่อแก้ไข ปัญหานี้โดยหลักก็คือว่าตอนนี้ในประมาณ ๔๐๐ คนที่โดนคําสั่ง คสช. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พวกนายก อบต. นายกเทศบาล พอตรวจสอบจริง ๆ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ผิดจริง คือส่งไป ป.ป.ช. หรือว่าลงโทษทางวินัย หรือว่าส่งไปศาลกันหมดแล้ว ปลดล็อกไปแค่ ๒๓ คนครับ คือพบว่าไม่ผิด แต่จะมีอยู่เคส (Case) หนึ่งที่น่าเห็นใจซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา คณะกรรมาธิการการกระจายอํานาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการ รูปแบบพิเศษก็เห็นด้วย ก็คือมีผู้บริหารและข้าราชการท้องถิ่นอยู่ประมาณ ๑๐๐ กว่าคน ซึ่งกระบวนการสอบสวนล่าช้ามาก ถ้าเราสอบสวนเสร็จพบว่าเขาไม่ผิดกระทรวงมหาดไทย ก็จะส่งเรื่องให้กับท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาปลดล็อกคืนตําแหน่งให้ แต่พอกระบวนการ สอบสวนล่าช้า ๓ ปียังสอบไม่เสร็จครับท่านประธาน ปกติผมว่าเรื่องแบบนี้ ๓ เดือนก็เสร็จแล้ว แต่เนื่องจากว่าอาจจะไปสอบสวนแล้วเจอตอ พูดง่าย ๆ คือไปเกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด ไปเกี่ยวข้องกับอธิบดีไปเกี่ยวข้องกับผู้หลักผู้ใหญ่ เรื่องก็หยุดไม่สอบสวนต่อ ผมยกตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ หรือที่ซึ่งมีข้าราชการหรือผู้บริหารท้องถิ่น ๑๘ คน ถูกร้องเรียนเรื่องการสอบบรรจุ รับข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือที่จังหวัดมหาสารคามมี อบต. ที่เป็นนายกและปลัด อบต. ๔๒ คน เกือบทั้งจังหวัดครับ โดยล็อกด้วยมาตรา ๔๔ ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เขายังมาบ่นเลยว่า น้ําท่วมภัยแล้งเขาช่วยชาวบ้านไม่ได้เลย เพราะว่าทั้งปลัดทั้งนายกหยุดปฏิบัติหน้าที่หมดเลย มีแต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่กล้าตัดสินใจ แต่คนเหล่านี้เขาโดนเรื่องเดียวกันครับ การสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็คือเหมือนกับว่ามีการซื้อตําแหน่งกัน จ่ายเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๖๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะเป็นข้าราชการท้องถิ่น เป็นการทุจริตในการสอบ แต่ท่านประธานครับข้าราชการ อบต. เป็นคนจัดสอบท้องถิ่นหรือไม่ครับ เทศบาลเป็นคนจัด สอบท้องถิ่นหรือไม่ครับ ไม่ใช่นะครับ จังหวัดครับ กรมการปกครองครับ เพราะฉะนั้นสอบสวน เรื่องเหล่านี้พอสอบสวนไปมันก็หยุดเพราะมันไปต่อไม่ได้ แต่หยุดมา ๓ ปีซุกใส่แฟ้มไว้ แต่คนเหล่านี้ที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นเขาถูกลงโทษไปแล้วครับ เขาโดนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจริง ๆ ก็คือโดนถอดออกจากตําแหน่ง มันค่าเท่ากันก็คือไม่ได้ทํางาน ไม่ได้รับเงินเดือนมา ๓ ปีกว่า บางคนเกษียณไปแล้วยังไม่รู้ชีวิตจะเป็นอย่างไร แล้วนี่กําลังจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ในปีหน้า ถ้ายังไม่มีการปลดล็อกคนเหล่านี้หรือสอบสวนให้เสร็จสิ้นกระบวนการภายในปีนี้ ผมว่ามีปัญหาแน่กับคนกลุ่มนี้ ซึ่งกรรมาธิการสามัญประจําสภาคณะกรรมาธิการการกระจาย อํานาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษก็ได้เร่งรัดเรื่องนี้ครับ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเมื่อมาชี้แจงในกรรมาธิการของเราก็รับปากว่าจะไปเร่งรัด ให้สอบสวนเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หมายความถ้าสอบสวนเสร็จสิ้น เดือนพฤศจิกายนเราหวังว่าภายในสิ้นปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะปลดล็อกให้คนเหล่านี้ได้ ให้คนเหล่านี้กลับมามีตําแหน่งทําหน้าที่ได้เหมือนเดิมลงสมัครรับเลือกตั้งได้ อันนี้ก็เป็น สิ่งที่ทําได้ด้วยกระบวนการของกรรมาธิการสามัญประจําสภา ไม่ต้องใช้กระบวนการของ กรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งผมคิดว่ายิ่งตั้งก็จะยิ่งไปสร้างปัญหาอื่น เพราะว่าคําสั่ง คสช. ถ้าเรา เอามาตรวจสอบจริง ๆ มันเป็นคําสั่งที่มีประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ ที่มีปัญหามันมีไม่กี่เรื่องหรอก ถ้าท่านเอาเฉพาะที่มีปัญหาจริง ๆ มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาศึกษามาแก้ปัญหา ผมว่าเรื่องนี้จะดําเนินการได้อย่างรวดเร็วไม่เสียเวลาเลย ผมจึงขอถอนญัตติของผมที่เสนอ ในวันนี้ไม่ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญและขอสนับสนุนให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านช่วยกันโหวตว่า ไม่จําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญครับเราสามารถนําปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากคําสั่ง คสช. ที่เราคิดว่ามีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทําให้บ้านเมืองเสียหายเราเอาเป็นเรื่อง ๆ เลย แล้วนําเรื่องเข้ามาพิจารณาในกรรมาธิการสามัญประจําสภา ๓๕ คณะนี่ละครับคือทางออก แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วด้วยครับ จึงขอฝากท่านประธานนําไปสู่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ให้ช่วยกันลงมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาเข้าไปสู่ในมือพวกเรา กรรมาธิการสามัญทั้ง ๓๕ คณะเข้ามาช่วยกันทํางาน แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชัยวุฒิครับ ญัตติ ที่บรรจุแล้วถอนต้องขออนุญาตจากที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกอื่น ๆ จะเห็นอย่างไรครับ จะอนุญาตให้ถอนหรือไม่ครับ ผมจะไม่ถามมติถ้าหากว่าสมาชิกไม่เห็นด้วยกับที่จะขอถอน กรุณาแสดงเจตนาไม่เห็นด้วยนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง ก็อนุญาตให้ถอนครับ เพราะฉะนั้นญัตตินี้ผู้เสนอก็ไม่มีสิทธิที่จะมาอภิปรายแล้วนะครับ ญัตติต่อไปครับ

ญัตติด่วนที่ ๗ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศและคําสั่งคณะปฏิวัติ คณะต่าง ๆ ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งของหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมาย ที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางปรับแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมและเพื่อนสมาชิก ในพรรคประชาธิปัตย์อีก ๕-๖ ท่าน ได้เสนอญัตติด่วน ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไขผลจากประกาศ และคําสั่งคณะปฏิวัติคณะต่าง ๆ ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และศึกษาผลกระทบและความเหมาะสม ของกฎหมายที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางปรับแก้ให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเพื่อนสมาชิก ที่ร่วมเสนอนอกจากผมแล้วคือท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านอิสสระ สมชัย ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ และท่านถาวร เสนเนียม

ผมขอกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นนะครับว่าวัตถุประสงค์ของญัตติ ที่ผมได้เสนอไปนั้นอาจจะแตกต่างกับเพื่อนสมาชิกซึ่งได้ลุกขึ้นมาเสนอตั้งแต่แรกของญัตติ ที่มีการเสนอกันในวันนี้ คือบางญัตตินั้นจะจํากัดเฉพาะเรื่อง เช่น มุ่งประสงค์เฉพาะเรื่อง ของประกาศ คําสั่งของ คสช. เท่านั้น แต่ในญัตติของผมนั้น รวมทั้งเพื่อนที่ร่วมเสนอด้วยกัน เรามุ่งไปตั้งแต่เรื่องประกาศ คําสั่ง คสช. ไปเรื่องประกาศคณะปฏิวัติที่อาจจะยังมีบังคับใช้อยู่ รวมถึงกฎหมายที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมีมากกว่า ๔๐๐ กว่าฉบับอีกด้วย เหตุผลที่พวกกระผมได้เสนอญัตติฉบับนี้ขึ้นมาซึ่งอาจจะดูว่าเป็นการให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แต่เหตุผลในการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญนั้นเนื่องจากเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีประกาศ ไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๐ มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ตลอดระยะเวลา ๕ ปี ที่ผ่านมาที่ คสช. ได้เข้าใช้อํานาจในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ ได้มีการออกประกาศ คําสั่งหลายฉบับ ด้วยกัน แม้ว่าจะมีการออกประกาศ คําสั่ง คสช. ให้ยกเลิกบางประกาศ บางคําสั่งไปแล้ว แต่บางประกาศ บางคําสั่งมีสถานะเป็นกฎหมาย ซึ่งเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปก็สมควร ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย บางช่วงเวลาเราเข้าใจ เวลามีการเข้ามายึดอํานาจจะมีความเร่งด่วนฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีการประกาศ คําสั่งบางฉบับไปเพื่อประสงค์ผลที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่ความเร่งด่วนบางทีถ้ามีผลต่อมา อาจจะมีผลกระทบก็เป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถจะหยิบยกขึ้นมา พิจารณาได้ ประกอบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามีสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมีการออกกฎหมาย จํานวนมาก แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ความเร่งรีบ การขาดกระบวนการที่จะมีการตรวจสอบถ่วงดุล อาจจะมีกฎหมายบางฉบับ ที่เมื่อมีการประกาศใช้ไปแล้วก็อาจจะมีผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นเหตุผลเบื้องต้น ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมกับเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์เราเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษาเรื่องของผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้

ผมเรียนท่านประธานครับว่าการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมานั้นไม่ได้ มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองแต่ประการใด แต่เราทําหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกของ สถาบันนิติบัญญัติครับ สถาบันนิติบัญญัตินั้นเป็น ๑ ใน ๓ อํานาจของประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขในประเทศเรา ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและ ฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติเรา เราทําหน้าที่ในการออกกฎหมายนะครับ ดังนั้นผมจึงเห็นว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติโดยตรง ญัตตินี้ไม่ใช่ญัตติที่มีความมุ่งประสงค์ในทางการเมือง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมันไม่ใช่เรื่องของการมาเอาคืน คสช. ด้วยความไม่ชอบ แล้วก็ไม่ใช่ เรื่องที่จะต้องมาปกป้อง คสช. ซึ่งเขาได้ทําหน้าที่ของเขาจบครบกระบวนความไปแล้วตั้งแต่ เมื่อเรามีการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทางกฎหมายต่างหากที่เราควรที่จะ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาและหาทางปรับปรุงให้เข้ากับระบบกฎหมายปกติ ในฐานะที่สภานี้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน เราควรจะสะท้อนเจตจํานงของ ประชาชนในการที่จะปรับแก้กฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นให้กลับไปสู่เจตจํานงของประชาชน และกลับสู่ระบบกฎหมายปกติ ถ้าเราตัดอคติความชอบหรือไม่ชอบในเรื่องของการยึดอํานาจ ที่เกิดขึ้น ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบครับ โดนจับไปอยู่ในค่ายทหารเช่นเดียวกัน แต่เรื่องนั้นเป็นประเด็นที่เกิดขึ้น ผมจะรู้สึกอย่างไรเป็นอีกเรื่อง แต่วันนี้ในฐานะที่เป็นสมาชิก ของสถาบันนิติบัญญัติ เราจะใช้ฐานะของความเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติมาปรับปรุงแก้ไข กฎหมายผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปว่าหลายประกาศ คําสั่งนั้น เป็นกฎหมายไปแล้ว และผมจะได้ยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าเราจําเป็นที่จะต้องปรับแก้ ในทิศทางเหล่านั้นอย่างไร ผมจะไม่พูดถึงว่าการรัฐประหารมันดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะบางที เวลาเราหยิบยกคําว่า เผด็จการ ขึ้นมาคําเดียว แล้วพยายามจะบอกว่าเผด็จการเป็นเรื่องของ ทหารเท่านั้น บางทีเราก็ลืมไปว่าภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตยก็มีเผด็จการเช่นเดียวกัน เราอาจจะเคยได้ยินบทความซึ่งหนังสือต่างประเทศเคยเขียนถึงซอมบี ดีมอคเครซี (Zombie democracy) เป็นประชาธิปไตยแต่ไร้หัวใจ แต่วันนี้ไม่ได้อยู่ในประเด็นเหล่านี้ผมจะไม่หยิบยก ประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา แต่ประเด็นที่ผมจะหยิบยกเป็นอย่างนี้ครับว่า นับตั้งแต่ประเทศไทย มีคณะปฏิวัติที่เกิดขึ้นมาในแต่ละช่วง แต่ละเหตุการณ์มันมีเหตุมีผลที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ของ การรัฐประหาร เราจะชอบ เราจะไม่ชอบ เราจะต่อต้านหรือไม่ต่อต้านอย่างไรแต่สิ่งเหล่านั้น เกิดขึ้นแล้ว ผลที่เกิดขึ้นคือประกาศคณะปฏิวัติและคําสั่งที่เกิดขึ้นรวมทั้งประกาศที่เกิดขึ้น ในส่วนของ คสช. ด้วย คสช. เข้ามาในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ ถ้าจะย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นย้อนกลับไปดูได้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ๑๐ ปีว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมจะไม่ย้อนความในสิ่งเหล่านั้นเพราะหลายคนอาจจะบอกว่าคนนั้น คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับผลประโยชน์ นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ แต่ประเด็นคือการปฏิวัติแต่ละครั้ง การรัฐประหาร แต่ละครั้งก็มีเหตุมีผลที่มันเกิดขึ้น หลายครั้งที่เราบอกว่าไม่อยากเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดไปแล้ว ผลที่เกิดขึ้นต่างหากเป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องหยิบจับนํามาปรับปรุง ถ้าไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ก็ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารในประเทศนี้อีก ผมไม่เชื่อว่ารัฐประหารจะเกิดขึ้น บนสุญญากาศครับ

ทีนี้ คสช. เข้ามาเมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว ความจริง คสช. ที่เข้ามาเบื้องต้นนั้น เข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่ คสช. ไปเป็นรัฐบาลทําหน้าที่บริหารประเทศด้วย หัวหน้า คสช. ไปเป็นนายกรัฐมนตรีใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ ออกประกาศ คําสั่งต่าง ๆ มากมาย มีตัวเลขตั้งแต่ ๔๕๖ ไปจนกระทั่งถึง ๕๐๐ กว่าประกาศและคําสั่งทั้งหลายที่เกิดขึ้น ตรงนี้ ต่างหากที่ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติจะต้องหยิบยกมาว่าเมื่อเขาพ้นจากความเป็น คสช. มีการเลือกตั้งออกประกาศยกเลิกไปแล้วอะไรที่ยังมีผลกระทบอยู่และควรที่จะหยิบขึ้นมา ปรับปรุง ความจริงเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปผมก็พอฟังออกครับ ในอดีตมันเคยมีความคิด ๒ อย่างเถียงกัน คือ ๑. มีความคิดว่าไม่ยอมรับอํานาจที่มาจากการรัฐประหารยึดอํานาจ ดังนั้นอะไรที่เป็นประกาศ คําสั่งให้ถือว่าไม่มีอยู่เลย หมด ไม่มีสภาพบังคับใช้และบางคน มีความคิดสุดขั้วว่าไม่มีสิ่งเหล่านั้นเกิดตั้งแต่ต้น แต่ก็มีคนแย้งว่าประกาศ คําสั่งคณะปฏิวัติ ในหลายสถานการณ์นั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และมีการปฏิบัติไปแล้วถ้าบอกว่า ไม่มีผลเลย การกระทําที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประกาศ คําสั่งเหล่านั้นยังอยู่ก็จะเกิดความอลเวง โกลาหลต่อการบังคับใช้กฎหมาย การฟ้องร้องจะเกิดขึ้นต่าง ๆ มากมายในอดีตเคยมีการ ฟ้องร้องเรื่องนี้กันนะครับ แล้วมีคําพิพากษาศาลฎีกาซึ่งมีการหยิบยกมาพูดกันหลายครั้ง เช่น คําพิพากษาฎีกาที่ ๔๕/๒๔๙๖ ซึ่งวางแนวไว้ว่าการที่คณะรัฐประหารยึดอํานาจ การปกครองได้สําเร็จนั้น คณะรัฐประหารย่อมมีอํานาจที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ยกเลิก และออกกฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติเพื่อบริหารประเทศชาติต่อไปได้ มิฉะนั้นประเทศชาติจะตั้งอยู่ด้วยความสงบไม่ได้ ในตอนนั้นก็วินิจฉัยว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ เขาฟ้องกันคือปี ๒๔๙๐ จึงเป็นกฎหมายอันสมบูรณ์ การแต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นรัฐมนตรีในตอนนั้น ก็ย่อมเป็นการชอบด้วยครับ ความหมายนี้คือมีการวางแนวในการยึดอํานาจการปกครอง คณะรัฐประหารย่อมเป็นรัฏฐาธิปัตย์ การออกประกาศ คําสั่งทั้งหลายถือว่าเป็นกฎหมายด้วย เช่นเดียวกันกับคําพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ มีนักวิชาการไปวิพากษ์วิจารณ์ไว้ครับ แต่ก็ไม่มีผลที่จะไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงยอมรับในสภานี้ก็เดินด้วยแนวทางนี้ เช่นเดียวกันว่าประกาศและคําสั่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นกฎหมาย แต่วันนี้เหตุการณ์จบไปแล้ว เราจะทําอย่างไรต่อ นี่คือประเด็นที่ผมหยิบยกการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ความจริงแล้วประกาศและคําสั่งมีจํานวนมากแต่ผมเห็นว่าประกาศและคําสั่งที่มีผลให้มีการ เปลี่ยนแปลงสาระสําคัญในกฎหมายควรหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ยกตัวอย่างเช่นที่เพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องของการแก้หรือมีผลต่อกฎหมาย ส.ป.ก. อันนี้ก็คือประกาศและ คําสั่งของ คสช. ซึ่งออกไว้ที่เรียกว่า คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ส.ป.ก. ความหมายก็คือว่ากฎหมาย ส.ป.ก. ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ มีวัตถุประสงค์ชัดก็คือ เพื่อเกษตรกรรมแต่ต่อมาในพื้นที่ ส.ป.ก. มีคนที่ไปขออนุญาต ส.ป.ก. ทําเหมืองแร่บ้าง ขออนุญาต ส.ป.ก. ไปทําพลังงานทดแทนบ้าง ในอดีต ส.ป.ก. เคยออกระเบียบไปรองรับ เรื่องของการทําเหมืองแร่และเรื่องของพลังงานจนมีคนไปฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองวินิจฉัย ๒ ครั้ง ครั้งแรกโดยศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ บอกว่าการกระทํา เช่นที่ว่านั้นขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ส.ป.ก. คือเอาไปทําที่ที่ทําเหมืองพลังงาน หรือสํารวจปิโตรเลียมไม่ได้ ต่อมามีการฟ้องศาลปกครองสูงสุด วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๐ ก็ได้มีคําวินิจฉัยออกมาชัดเจนเป็นคําพิพากษาอีกว่าระเบียบเช่นที่ว่านั้นของ ส.ป.ก. นั้นเป็น การขัดต่อกฎหมายหรือเจตนารมณ์ของ ส.ป.ก. ต้องการพิทักษ์แนวทางของการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมเอาไว้ แต่การออกคําสั่ง คสช. ที่ ๓๑/๒๕๖๐ นั้นมีผลให้สํานักงาน ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปออกกฎกระทรวงเป็นกฎกระทรวงที่ไปรองรับเรื่องของ การทําเหมือง โดยไปออกกฎกระทรวงตามหลังคําพิพากษาเพียงไม่นานนักว่าเป็นกฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขในการขอและพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ ใช้ประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งยอมให้มีการทําเหมือง ยอมให้มีการทําเรื่องของ พลังงานทดแทนและเรื่องของการสํารวจและทําปิโตรเลียมได้ ผมเข้าใจใน ๕ ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหาร คสช. อาจจะมีบางเรื่องที่เห็นว่ามีผลกระทบผู้ประกอบการก็ร้องไป อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวเอาไว้ อันนั้น ส.ป.ก. ได้ไปทําระเบียบรองรับเมื่อวานซืนครับ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. เข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมสอบถามเองว่าภายใต้กฎกระทรวงฉบับนี้มีเหมืองที่ขอไปทําแล้วจํานวนเท่าไรครับ ท่านรองเลขาธิการชี้แจงบอกว่าเขาอนุญาตเฉพาะที่เคยขอไว้เดิมแต่จะไม่อนุญาตให้รายใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑๐ จังหวัด แต่ประเด็นของผมก็คือเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้ว มาจนกระทั่งเรามีสภาชุดใหม่ที่เรากําลังทําหน้าที่อยู่ในขณะนี้เราจะคงเจตนารมณ์เดิมของ กฎหมาย ส.ป.ก. ที่ต้องการให้เป็นที่เพื่อการเกษตรกรรมต่อไปหรือไม่ ผมว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะสามารถหยิบเอาตรงนี้ขึ้นมาทบทวนได้ครับ ถ้าหากว่าเรา ไม่เห็นด้วย โดยเสียงข้างมากของกรรมาธิการเสนอสภาที่จะนําไปสู่กระบวนการแก้ไข เช่น มีการตรากฎหมายหรือใช้กรรมวิธีทางกฎหมายใดที่ให้ยกเลิกกฎกระทรวงเหล่านั้น เพื่อให้ ส.ป.ก. กลับไปเป็นที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมดังเดิม ไม่มีใครรับประกันได้ ถ้าไม่มี การศึกษาหยิบมาทบทวน โดยเจตนารมณ์ของสภานิติบัญญัติชุดนี้ว่า วันนี้รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ตอบผมในกรรมาธิการว่าเขาอนุญาตให้เฉพาะเหมืองที่ขอไว้แล้วหรือบริษัทที่ขอ ทําพลังงานทดแทนที่ขอไว้แล้วไม่อนุญาตให้รายใหม่ แต่โดยคําสั่งที่ไปทําแบบนี้ไปออก กฎกระทรวง ออกระเบียบมารองรับแล้วในอนาคตละครับ ถ้าเกิดมีรายใหม่ไปขอกระทบ ไปถึงพื้นที่ ส.ป.ก. อื่น ๆ ที่พี่น้องประชาชนทําเกษตรกรรมอยู่ด้วย ผลกระทบย่อมเกิดขึ้น อย่างมากมายนี่เป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่ผมหยิบยกขึ้น แต่เป็นเรื่องใหญ่ในเรื่องของ ส.ป.ก. เราทบทวนได้ สิ่งนี้ถ้าจะทําไม่ใช่การกลับไปเช็กบิล (Check bill) คสช. ว่าคุณทําอะไรผิด ผมต้องย้อนเอาผิดคุณด้วย ประเด็นการเมืองเหล่านั้นต้องตัดไป แต่ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้อง ดูเจตนารมณ์ของพวกเราในฐานะตัวแทนประชาชนว่ากฎหมาย ส.ป.ก. ยังจะคงเจตนารมณ์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อไปอีกหรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างครับ

นอกจากนั้นยังมีประกาศ คําสั่งที่ไปทําเรื่องของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หรือ อีอีซี (EEC) ในกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสภาชุดนี้ก็ได้ มีการพิจารณาเรื่องของอีอีซี (EEC) แล้ว จริง ๆ มีคนเขียนวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องของอีอีซี (EEC) คือเรื่องของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหลายครั้ง ที่ผมพูดไม่ได้แปลว่าไม่เห็นด้วย กับการที่จะต้องมีโครงการในการที่จะทําให้เศรษฐกิจเราโตขึ้น เราจําเป็นต้องทํา แต่อาจจะ ด้วยความประสงค์อย่างไรก็แล้วแต่ หรือขาดการพิจารณาถึงผลกระทบโดยรอบคอบ ประกาศ และคําสั่งรวมถึงการไปออกกฎหมายอีอีซี (EEC) ในยุคของ คสช.ที่ผ่านมา ๔-๕ ปีนั้น มันก็มีผลกระทบด้านลบด้วย การไปยกเลิกเรื่องของกฎหมายผังเมืองก็ดี ซึ่งมันส่งผลเยอะ การไปยกเลิกเรื่องของหลักเกณฑ์ในการขอตั้งโรงงานต่าง ๆ โรงงานขยะที่เกิดจากอุตสาหกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเคยมีมาตรการในการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบไว้อย่างเข้มข้นนั้น โดยกฎหมายที่ออกในเวลานั้นกลับไปลดตัดทอนขั้นตอนเหล่านี้ลงจนเกรงว่าจะเกิดผลกระทบ ต่อประชาชนจากโรงงานขยะต่าง ๆ เหล่านั้นติดตามมาด้วย ในเวลาที่ประเทศต้องเดินไป เราก็ต้องคิดถึงคนที่อยู่ข้างหลัง แนวทางรัฐบาลก็ประกาศเอาไว้ว่าจะไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง ผลกระทบจากอีอีซี (EEC) เหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่กรรมาธิการวิสามัญถ้าจะจัดตั้งขึ้นหยิบจับ ขึ้นมาทบทวนและอาจจะปรับปรุงแต่งเติม หรือเพิ่มบทบัญญัติใดในการไปป้องกันผลกระทบก็ได้ เสียงที่เกิดจากผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้นับวันจะดังขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเอาคืน เรื่องคัดค้านอย่างหัวชนฝาเท่านั้น มันเป็นการทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกของสถาบันนิติบัญญัติ ผมคิดว่าผู้แทนราษฎรที่มาจากเขตพื้นที่อีอีซี (EEC) อย่างจังหวัดระยอง อย่างจังหวัดชลบุรี อย่างจังหวัดฉะเชิงเทรา เราปฏิเสธเสียงของชาวบ้านที่เขาได้รับผลกระทบไม่ได้ครับ มันเป็น โอกาสที่หยิบขึ้นมาในช่วงนี้ ที่จะหยิบขึ้นมาทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้นและนําเสนอในฐานะสมาชิก ของสถาบันนิติบัญญัติเพื่อนําไปสู่การแก้ไขด้วย

อีกประเด็นหนึ่งคือกฎหมายที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็เช่นเดียวกัน ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อวานนี้ครับ เราเพิ่งลงมติเพื่อรับรองเรื่องของพระราชกําหนดที่ออกมา เพื่อยืดเวลาการบังคับใช้กฎหมายซึ่งออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรายังมีกฎหมาย ลักษณะนี้อีกกี่ฉบับไม่มีใครรู้ เราจะทําทีละฉบับแล้วก็เกิดประเด็นแต่ละครั้งหรือครับ ขณะเดียวกันในการแก้ไขกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น หลายฉบับที่มีคนวิตกกังวล เช่นกฎหมายโรงงานที่ไปมีการเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญที่อาจจะทําให้ การควบคุมโรงงานที่เกิดขึ้นนั้นมันย่อหย่อนลงและมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนได้ เช่นเดียวกัน การตั้งกรรมาธิการไม่ได้แปลว่าการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้นต้องชะลอลง ยังบังคับต่อไปจนกว่าผลการศึกษาออกมาแล้วนําไปสู่กระบวนการแก้ไข แต่ผมคิดว่าเป็นการ ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในฐานะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของพวกเราครับ ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานฟัง ๒-๓ ประเด็น ยังมีประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งอันนี้ก็วิพากษ์วิจารณ์ มีทั้งในบางส่วนที่กระทบจริงบางส่วนอาจจะเกิดจากความรู้สึกอย่างอื่นด้วย แต่ผมเข้าใจ ในสถานการณ์เหล่านั้นที่เขาจําเป็นจะต้องควบคุมหรือทําให้สถานการณ์กลับสู่ความสงบ โดยเร็ว แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปบางเรื่องอาจจะต้องหยิบกลับมาทบทวน สอบถามสมาชิก ในสภานิติบัญญัติในขณะนี้ว่าเรายังประสงค์ให้เดินเช่นนั้นอยู่หรือไม่ ฉะนั้นผมเสนอญัตตินี้ มาหลายคนอาจจะดูว่ามันแปลกหรือไม่ที่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ด้วย ในส่วนตัวของผมที่ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ผมเพียงแต่ชี้แจงกับท่านประธาน เพื่อนสมาชิก รวมถึงพี่น้องประชาชนว่าบางเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนนั้นมันก็ต้อง มองข้ามเรื่องของฝักฝ่าย หรือเรื่องของการถือข้างในทางการเมือง เราต้องหยิบผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมไม่มีอคติใด ๆ ไม่ว่าจะชอบ หรือไม่ชอบ แต่เราต้อง ทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกของสภานิติบัญญัติซึ่งทําหน้าที่นิติบัญญัติของประเทศไทยที่ต้อง ปรับระบบกฎหมายต่าง ๆ กลับไปสู่ระบบปกติและสะท้อนเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน โดยเร็ว ผมจึงยังยืนยันที่จะให้สภานี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ ของประกาศ คําสั่งย้อนกลับไปถึงคณะปฏิวัติทุกชุด รวมถึง คสช. และพิจารณาดูกฎหมาย ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อที่จะดูว่าอันใดที่ควรจะปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่อง หรือผลกระทบ เพื่อให้เกิดผลดีกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสาทิตย์นะครับ ต่อไป

ญัตติด่วนที่ ๘ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายทวงคืนผืนป่า และผลกระทบของผู้ถูกดําเนินคดีจากคําสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ๖๖/๒๕๕๗ (นายอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เชิญท่าน อภิชาติ ศิริสุนทร ครับ

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ วันนี้ผมขอใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอภิปรายญัตติด่วน ที่ผมพร้อมคณะได้เสนอ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบของนโยบายทวงคืนผืนป่า และผลกระทบของผู้ถูกดําเนินคดีจากคําสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ๖๖/๒๕๕๗ ซึ่งผมพร้อมคณะได้นําเสนอ ผู้เสนอประกอบไปด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน นายคําพอง เทพาคํา ท่านประธานครับ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนหลายจังหวัด ทั่วประเทศได้รับผลกระทบเรื่องสิทธิ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาที่ดินทํากินที่พี่น้องประชาชนถูก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศทับซ้อน และป่าสงวนแห่งชาติประกาศ เขตทับซ้อนของพี่น้องประชาชน ทําให้พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นคงและไม่สามารถ ดําเนินชีวิตโดยวิถีปกติได้ หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศ ยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นโยบายสําคัญที่คณะ คสช. ได้เร่งดําเนินการ นั่นก็คือนโยบายการทวงคืนผืนป่า โดยผ่านคําสั่ง คสช. ๒ ฉบับ คือ คําสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ๖๖/๒๕๕๗ หลังจากนั้นก็ได้เร่งออกแผนการปราบปรามการทําลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดิน ของรัฐและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน ท่านประธานครับ คําสั่งทั้ง ๒ ฉบับและ แผนแม่บทดังกล่าวส่งผลให้พี่น้องทั่วประเทศไร้ที่ดินทํากิน ถูกเบียดขับออกจากที่อยู่อาศัย สาระสําคัญของนโยบายการทวงผืนป่านั้นมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศให้ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มพื้นที่ป่า ๒๖ ล้านไร่ ภายในระยะเวลา ๑๐ ปี ขณะนี้ดําเนินการ มาได้ ๕ ปี เพิ่งได้ผืนป่าเพิ่ม ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ และนโยบายดังกล่าวได้มอบให้หน่วยงาน ความมั่นคง กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือเรียกย่อ ๆ ว่า กอ.รมน. เป็นผู้รับผิดชอบเป็นหน่วยงานหลัก โดยคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ นั้น กําหนดให้หน่วยงาน กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กองกําลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองกําลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก และกองทัพเรือเป็นผู้ดําเนินการปราบปรามจับกุมการบุกรุกการครอบครองการทําลายป่า และมอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดตามประเมินผลรายงานให้ คสช. อย่างต่อเนื่อง

ท่านประธานครับ คําสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ ก็ได้มอบอํานาจให้กองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่ตามคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และหน่วยงานนี้มีหน้าที่ บทบาทในการกําหนดวางแนวการปฏิบัติการเพื่อให้ บรรลุตามนโยบาย

ท่านประธานครับ มาตรการการทวงผืนป่าตามคําสั่งที่ ๖๔ และ ๖๖ ได้มอบหมายให้หน่วยงานกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานของทหารมีอํานาจเต็มในการปราบปราม สั่งการ ควบคุมสิ่งต่าง ๆ จัดระเบียบพื้นที่ป่า สามารถที่จะจับกุมผู้บุกรุกหรือผู้ครอบครองหรือผู้ที่ทําให้สภาพป่า เสียหาย รวมถึงปราบปรามกระบวนการตัดไม้ทําลายป่ารวมถึงกิจการแปรรูปไม้หรือ บุคคลที่ครอบครองที่ดินที่อยู่ในเขตป่า ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาการดําเนินการ ตามแผนการทวงคืนผืนป่าข้างต้น แทนที่หน่วยงานดังกล่าวจะมุ่งเน้นเอาผิดกับนายทุน ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจหรือผู้ที่ถือครองที่ดินในเขตป่า แต่กลับพบว่าเกษตรกรคนยากคนจน เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวนี้เป็นหลัก ซึ่งท่านประธานก็จะเห็นปรากฏ ตามข่าวสาธารณะโดยทั่วไป และพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็มาเรียกร้องชุมชน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอยู่โดยตลอด ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามาตรการที่ดําเนินการ ในการทวงคืนผืนป่าที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยตรงนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ใช้วิธีการและมาตรการอันใดบ้าง

ประการแรก สร้างความหวาดกลัวในการใช้กฎหมาย จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ ในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ พี่น้องพูดตรงกันครับว่าการดําเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในนโยบายในระยะแรกมีการใช้กําลังทหารพร้อมอาวุธครบมือลงปฏิบัติการในพื้นที่ สร้างความ หวาดกลัวหวาดผวาให้พี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ การใช้สื่อโฆษณานโยบาย ทวงคืนผืนป่าเพียงด้านเดียวทําให้พี่น้องประชาชนคนทั่วไปมองว่าพี่น้องคนยากคนจนที่อยู่ใน ผืนป่าเป็นผู้บุกรุกป่า ท่านประธานครับ การนําเสนอเรื่องของการจับกุมดําเนินคดีทําให้ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ทํากินอยู่มีความหวาดผวาหวาดกลัวตื่นตระหนกครับ

และมาตรการต่อมาครับ ในห้วงที่คณะ คสช. ยังอยู่มีการห้ามชุมนุม ทางการเมือง มีการประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน ๕ คน และได้ส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้ไปพูดคุยกับแกนนําในแง่นี้ ชาวบ้านบอกว่าเป็นการข่มขู่ไปในตัวโดยปริยาย ทําให้ ภาคประชาชนที่ใช้เวทีที่เป็นประชาธิปไตย ที่ใช้ภาคประชาสังคมในการเคลื่อนไหวเพื่อที่จะ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไม่สามารถทําได้เลยครับ ท่านประธานครับ ยังไม่พอมาตรการ ในการติดป้ายขับไล่ให้ออกจากพื้นที่โดยอาศัยคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และมติของ คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทําลายทรัพยากรธรรมชาติในระดับจังหวัด ได้ไปติดป้ายแล้วครับ ติดป้ายเพื่อขับไล่พี่น้องประชาชนให้ออกจากพื้นที่โดยกําหนดเวลา หากไม่ออกจากพื้นที่ในกําหนดเวลาก็จะดําเนินการทางกฎหมายครับ ยกตัวอย่างเช่น กรณีชุมชนโคกยาว ตําบลทุ่งลุยลาย และชุมชนบ่อแก้ว ตําบลทุ่งพระ อําเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดําเนินการติดป้ายเมื่อวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ การตรวจยึดพื้นที่โดยอาศัยอํานาจทางกฎหมายหรืออาศัยคําสั่งของ คสช. นี้ ติดป้ายตรวจยึดพื้นที่และอ้างว่าชาวบ้านคือผู้ที่บุกรุกและเข้าแจ้งความดําเนินคดีทําให้พี่น้อง ถูกดําเนินคดีไปนับไม่ถ้วน การฟ้องร้องดําเนินคดีทั้งคดีอาญาและเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง อันนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่ไม่ควรจะใช้กับพี่น้องประชาชนคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ควรที่จะใช้แนวทางทางนโยบาย แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับไม่ใช้ กลับใช้การดําเนินคดี ทั้งคดีอาญาและเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง หรือเรียกว่าคดีโลกร้อนในลักษณะควบคู่กันไป โดยไม่ต้องรอผลของคดีอาญาให้ถึงที่สุด อันนี้เป็นไปตามคําสั่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในกรณีนี้ผมอยากยกตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกและท่านประธานเห็นว่า มันน่าอัปยศอดสูเสียเหลือเกิน พี่น้องชาวบ้านจังหวัดสกลนคร ชาวบ้านจัดระเบียบจํานวน ๓๐ ไร่ ถูกไล่รื้อตัดสวนยางแล้วยังไม่เพียงพอ ยังถูกดําเนินคดีทางอาญาและดําเนินคดี ในทางแพ่งทั้ง ๓๐ ราย โดยผู้ที่ได้รับการฟ้องให้ชดใช้ในทางแพ่งมีมูลค่าสูงสุดเกษตรกร รายหนึ่งถึง ๘,๑๘๗,๓๗๕ บาท และลดหลั่นกันลงมาถึงท้ายสุดต่ําสุดในการไม่ต้องถูกฟ้อง ทางแพ่งก็คือ ๕๒๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับรวม ๆ ทั้ง ๓๐ รายในคดีทางแพ่งนั้น มูลค่ามากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท แล้วพี่น้องประชาชนผู้ทุกข์ยากลําบากเขาหวังใช้พื้นที่ เพื่อดํารงชีวิตของเขากลับต้องถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งจํานวนมากขนาดนี้แล้ว เขาจะเอาเงินที่ไหนมาชดใช้ ลําพังชีวิตของพวกเขาก็ดิ้นรนมากพอแล้ว ท่านประธานครับ การมีคําสั่งบังคับให้ออกจากพื้นที่โดยใช้อํานาจของหัวหน้าเจ้าพนักงาน เช่นการใช้อํานาจ ตามมาตรา ๒๕ ของ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานมีอํานาจในการ บังคับบุคคลรื้อถอนอาสินสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ก็อ้างว่าชาวบ้านเป็นผู้บุกรุกอ้างว่า ชาวบ้านเป็นผู้ที่ทําให้ป่าสงวนเสื่อมโทรมลง เดี๋ยวผมจะอธิบายความอีกในรอบท้าย ๆ ว่า สาเหตุของการที่ทําให้ป่าลดลงมันคืออะไร ท่านประธานครับ มาตรการหนึ่งที่เห็นโดยทั่วไป และเป็นที่น่าสงสารพี่น้องประชาชน มาตรการนี้ทําดังกับพี่น้องประชาชนไม่ใช่พลเมือง ของประเทศนี้คือการตัดทําลายผลผลิตทางการเกษตร การรื้อถอนที่อยู่อาศัยของพี่น้อง โดยเฉพาะข้ออ้างในการรื้อถอนในการตัดทําลายพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องนั้น

- ๕๐/๑   ข้ออ้างว่าพี่น้องนั้นไม่ใช่คนจน พี่น้องนั้นเป็นผู้ที่ทําสวนยางมีศักยภาพถือว่าเป็นนายทุน นี่คือข้ออ้างครับ ชาวบ้านอีสานโอบกอดต้นยางพาราของพวกเขาร้องไห้ทั้งคราบน้ําตา ที่เขาทะนุถนอมมาทั้งชีวิต มีกรณีคุณแม่รายหนึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนามเพราะว่า ปรากฏตามสื่อสาธารณะโดยทั่วไป กรณีคุณแม่จันทรา บังหอม ชาวบ้านอําเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ที่มีกรณีพิพาทกับอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ท่านประธานครับ คุณแม่ วัยชราวัยใกล้ถึงฝั่งน้ําตาคลอนองหน้า เพราะสวนยางของเขา ๑๘ ไร่ ที่หวังจะเป็นที่พึ่ง ที่หวังส่งทอดให้ลูกให้หลาน ที่หวังจะเลี้ยงชีวิตและครอบครัวของคุณแม่ให้อยู่ได้ยืนได้ ในสังคมไทย ในสังคมเศรษฐกิจแบบนี้กลับถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เครื่องจักรตัดเหี้ยนเตียน ไปหมดแล้วจะให้คุณแม่จันทราไปอยู่ที่ไหน ในกรณีนี้มีผู้ที่เสียสติฟั่นเฟือน ผมไม่ขอเอ่ยนาม ก็แล้วกันครับ นี่คือมาตรการหนึ่งที่ใช้ในการทวงคืนผืนป่าการเร่งตรวจสอบพิสูจน์สิทธิตามมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ในกรณีที่ชาวบ้านไม่ยินยอมที่จะเซ็นยินยอม หรือไม่ยอม เข้าร่วมกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิ เหตุเนื่องจากว่ากระบวนการในการพิสูจน์สิทธินั้น ไม่มีความเป็นธรรม กฎเกณฑ์ไม่สามารถตอบสนองต่อพี่น้องได้และขาดการมีส่วนร่วมของพี่น้อง วิธีการตรวจสอบก็ไม่เป็นธรรม เจ้าหน้าที่ก็เร่งรัดให้ชุมชนยินยอมที่จะดําเนินการเร่งให้ชุมชน ยินยอมเซ็นออกจากพื้นที่ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วครับในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดเลย ท่านประธานครับการบังคับให้ยินยอมออกจากพื้นที่ในกรณี ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สนธิกําลังเข้าพื้นที่เพื่อบังคับให้ชาวบ้านยินยอมเซ็นออกให้ออกจากพื้นที่ หากฝ่าฝืนก็จะดําเนินคดีทางกฎหมาย โดยอ้างว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่ เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง เป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อระบบนิเวศ แต่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับ การพิสูจน์สิทธิในระยะก่อนหน้า ที่จะมีคําสั่ง คสช. การตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด หลายกรณีพบว่าชาวบ้านได้อยู่ก่อนที่จะมีคําสั่งนี้ ที่จะมีแผนการทวงคืนผืนป่าด้วยซ้ําไป เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ บกพร่องในการสํารวจตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ แล้วชาวบ้านก็ไม่ได้ยินยอม ไม่ได้สมัครใจ กรณีนี้เกิดขึ้นกับพี่น้องบ้านซับหวาย ตําบลห้วยแย้ อําเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีกรณีพิพาทกับอุทยานแห่งชาติทรายทอง ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าสะเทือนขวัญและสะเทือนใจอีกทีหนึ่งก็คือสิ่งที่เป็นศรีธนญชัย เจ้าหน้าที่ของรัฐป่าวประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องในพื้นที่สํารวจการถือครองที่ดิน โดยอ้างว่า จะนําผลการสํารวจนั้นไปออกเอกสารสิทธิให้ แต่ในทางกลับกันครับท่านประธานกลับเอา ข้อมูลที่ชาวบ้านยืนยันไปนั้นไปแจ้งความดําเนินคดีในภายหลัง นี่เขาเรียกศรีธนญชัยครับ เช่นกรณีชาวบ้านอําเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีกรณีพิพาทกับอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก คําสั่งทั้ง ๒ ฉบับนั้นส่งผลกระทบต่อพี่น้องอย่างมากมายมหาศาล คณะรัฐบาล คณะ คสช. ยังได้ออกคําสั่งของหัวหน้า คสช. มาอีกฉบับหนึ่งคือ ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ ให้ทหารที่มียศ ตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไปมีอํานาจในการค้นโดยไม่ต้องขอหมายศาล โดยคําสั่งดังกล่าวก็ระบุว่าจะใช้กับบรรดาผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ แต่ถ้าคําสั่งนี้ถูกนํามาใช้กับ พี่น้องประชาชนคนยากจน เกิดการนําเอาทหารหลายร้อยคนเข้าปิดล้อมหมู่บ้าน เข้าปิดล้อม หมู่บ้านของชาวบ้านนําไปสู่คณะทํางานในระดับพื้นที่ นําไปสู่คณะทํางานที่ทํางานกับ ชาวบ้านอยู่ไม่กล้าที่จะใช้เวทีประชาคมในการพิสูจน์สิทธิ เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอ้างว่าเป็น คําสั่งของ คสช. ไม่กล้าดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ทําให้การบังคับใช้กฎหมายดังที่ผมกล่าวมา ไม่มีความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนในการดํารงชีวิตของพี่น้องประชาชน ใช้กฎหมายอย่างแข็งตัว ท่านประธานที่เคารพครับมาตรการหรือวิธีการดังกล่าวที่ผมกล่าวมา ข้างต้นผมจะสรุปให้เห็นว่าคําสั่งทั้ง ๒ ฉบับ และแผนแม่บทการทวงผืนป่าเป็นการจัดการป่า ด้วยการรวมศูนย์อํานาจไว้ในมือของหน่วยงานทหารทั้งในระดับพื้นที่ระดับนโยบาย และอาศัย มาตรการที่รุนแรงเข้าดําเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องป่าไม้ แทนที่จะใช้นโยบายอื่น ๆ ที่พี่น้อง ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่านี้ก็ไม่ใช่ กลับใช้อํานาจนิยมในการจัดการปัญหาที่ละเอียดอ่อน ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีทําให้เกิดความขัดแย้งขยายตัวรุนแรงมากขึ้น และพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ยากจนลงไปทุกที ท่านประธานครับ จากรายงานผลการศึกษามาตรการทวงคืนผืนป่าของ กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน ซึ่งผมไปอ่านมาดูน่าสนใจ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการการทวงคืน ผืนป่าของ คสช.ตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการการทวงคืนผืนป่าในครั้งนี้ จากผลการดําเนินงานของ กอ.รมน. ไม่มีระบุให้เห็นว่าการจับกุมดําเนินคดีกับขบวนการตัดไม้หรือนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง การบุกรุกที่ดินในเขตป่าแต่อย่างใด ถึงแม้มีแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยทางสาธารณะ โดยไม่แจกแจง ข้อมูลว่ามีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเป็นนายทุน เป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปไม้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จํานวนเท่าไร และเป็นประชาชนทั่วไปจํานวนเท่าไร ข้อสังเกตนี้หรือมาตรการนี้ มาตรการ ดังกล่าวนํามาใช้กับพี่น้องประชาชนในเขตป่า พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้เป็นหลักใช่หรือไม่ หรือมีความเป็นไปได้ว่ามาตรการทวงคืนผืนป่าดังกล่าวเป็นการนํามาใช้กับพี่น้องประชาชน คนยากไร้เป็นหลัก ท่านประธานครับ นอกจากชาวบ้านผู้ยากไร้ที่อยู่อาศัยในเขตป่าต้องเผชิญ กับผลกระทบหลากหลายลักษณะในมาตรการการทวงคืนผืนป่านี้ การข่มขู่คุกคามไล่รื้อ การดําเนินคดีกับชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้นท่านประธานอย่างน้อย ๒๒๖ ครั้ง เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจและป่าไม้ พร้อมอาวุธครบมือจํานวน ๕๐ ราย เข้าไปควบคุม ตัวแกนนําชาวบ้าน ๑๑ คน ออกจากพื้นที่อําเภอโนนแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีกรณีพิพาทเรื่องที่ดินทํากินมายาวนานยังไม่พอครับ การไล่รื้อ การตัดฟันพืชผลผลิต อาสินของชาวบ้านในพื้นที่ โดยใช้คําสั่งทางปกครองที่เกิดขึ้นอย่างน้อย ๒๘๗ ครั้ง เช่น กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานห้วยน้ําดังเข้าตัดฟันไร่ข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่สวนยางชาวบ้าน ตําบลห้วยหก อําเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ การจับกุมดําเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่ป่า เกิดขึ้นอย่างน้อย ๑๖๘ ครั้ง มีคดีเกิดขึ้น ๑,๓๐๐ คดี เช่น กรณีบ้านทุ่งป่าคา อําเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรณีอุทยานแห่งชาติไทรทอง อําเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ชาวบ้านถูกบังคับให้เซ็นยินยอมออกจากพื้นที่ ถูกฟ้อง ดําเนินคดีทั้งสิ้น ๑๔ ราย จํานวน ๑๙ คดี ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลฎีกา ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวกรณีอุทยานแห่งชาติไทรทองผมมีโอกาสไปลงพื้นที่ ประชาชนได้ร้องเรียนมายัง กระผม สืบทราบมาว่ากรณีดังกล่าวมีกระบวนการในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ ตรวจสอบพบร่องรอยการทําประโยชน์เมื่อก่อนปี ๒๕๔๕ โดยส่วนใหญ่ และบางส่วนอยู่ในระหว่างปี ๒๕๔๕-๒๕๕๑ ซึ่งควรที่จะได้รับการคุ้มครองจากคําสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ แต่กลับถูกฟ้องร้องดําเนินคดีและสูญเสียอิสรภาพท่านประธานครับ หน่วยงานของรัฐเลือกใช้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐ และเป็นโทษต่อพี่น้องประชาชน เลือกใช้ข้อที่เป็นโทษต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ จํานวนหมู่บ้าน จํานวนผู้ที่ได้รับ ผลกระทบมากมายมหาศาล จากข้อมูลของคณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเรียกว่า กป.อพช. เขาประเมินเป็นตัวเลขกลม ๆ ว่าผลกระทบจากนโยบายการทวงคืนผืนป่าหมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย ตัวเลขกลม ๆ คือ ๙,๐๐๐ หมู่บ้าน เป็นภาคเหนืออย่างน้อย ๕,๐๐๐ หมู่บ้าน เป็นภาคอีสานอย่างน้อย ๒,๐๐๐ หมู่บ้าน เป็นภาคใต้อย่างน้อย ๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ภาคกลางอย่างน้อย ๑,๐๐๐ หมู่บ้าน และจากข้อมูลของกรมป่าไม้ในปี ๒๕๔๓ มีครอบครัว ที่อยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ครอบครัว ครอบคลุม พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๖.๔ ล้านไร่ และมีครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตหวงห้ามการล่าสัตว์ประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒.๒ ล้านไร่ แล้วล่าสุดจากการสํารวจการถือครองและการทําประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ โดยกรมป่าไม้เป็นคนสํารวจ โดยศูนย์การแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าไม้เมื่อปี ๒๕๔๔ เท่าที่ผม ค้นหาข้อมูลมาได้ ซึ่งมีการสํารวจการครอบคลุม ซึ่งการสํารวจในครั้งนี้ยังไม่ครอบคลุมหมด ทั้งประเทศ พบว่าจํานวนผู้ที่อยู่ในเขตป่ามีทั้งสิ้น ๔๖๒,๔๕๐ ครัวเรือน เป็นเนื้อที่ทั้งสิ้น ๘,๑๖๖,๑๘๔ ไร่ นี่คือพี่น้องที่กําลังจะได้รับผลกระทบ ท่านประธานครับ จากข้อมูลของ กรมป่าไม้หลังประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่าจากการศึกษาข้อมูล จากบทสรุปของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คดีที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติได้ ดําเนินคดีกับชาวบ้านนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมีนัยสําคัญเมื่อปี ๒๕๕๒-๒๕๕๖ กรมป่าไม้ ดําเนินคดีกับชาวบ้านจํานวน ๖,๖๕๖ คดี และในช่วงปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ มีจํานวนคดีเพิ่มขึ้น ๙,๒๓๑ คดี ส่วนการดําเนินคดีกับชาวบ้านของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๖ ดําเนินคดีกับชาวบ้านที่อยู่ในเขตอุทยาน จํานวน ๕,๐๐๐ คดี ในขณะที่ช่วงปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ คดีเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐ คดี ท่านประธานครับ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์สรุปผลการดําเนินคดีของกรมป่าไม้นั้นเพิ่มขึ้น ๓๘ เปอร์เซ็นต์ และอุทยานแห่งชาติเพิ่มขึ้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องประชาชนถูกดําเนินคดี ขึ้นเรื่อย ๆ และไม่รวมถึงปัจจุบันว่าเป็นจํานวนเท่าใด ซึ่งต้องศึกษาข้อมูลต่อไปจากที่ผมกล่าวมา ทั้งหมด จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่านโยบายทวงคืนผืนป่านั้นส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน มหาศาล และสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ก็คือพี่น้องประชาชนถูกยื้อแย่งที่ดินทํากินและมีคดีติดตัวครับท่านประธาน พี่น้องยากไร้ ทั้งประเทศถูกยื้อแย่งที่ดินทํากินและมีคดีติดตัวนั่นก็มีแต่พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ ทั้งนั้น แม้คําสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ จะระบุแนวทางการปฏิบัติไว้ในข้อ ๒.๑ ที่ว่าการ กระทําการใด ๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ ที่ดินทํากิน ซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่เดิมนั้น ๆ ที่มีอยู่ก่อนคําสั่งที่มีผล คําสั่ง คสช. มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ต้องดําเนินการสอบสวนและพิสูจน์ทราบ เพื่อกําหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และดําเนินการไต่สวนตามขั้นตอนต่อไป แต่ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่รัฐยังคงดําเนินคดี กับพี่น้องชาวบ้านตามคําสั่ง ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ไม่ได้นําคําสั่งตามข้อที่ผมกล่าวมาข้างต้น คําสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ซึ่งเป็นคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมาปฏิบัติแต่อย่างใด แต่กลับ เลือกใช้คําสั่งที่เป็นโทษมาปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนคนยากไร้ นอกจากนี้คําสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนยากไร้ได้จริง ประกอบด้วยคําสั่งกว้าง ๆ ครับท่านประธาน มาจากคําสั่งวิทยุสั่งการ ศปป. ๔ กอ.รมน. เช่นมีการตีความว่าที่ดิน ชาวบ้านที่มีปัจจัยการผลิต เช่น รถไถนาเดินตาม รถอีแต๊ก ให้ตีความไปเลยว่าชาวบ้าน เหล่านั้นเป็นนายทุน ให้ตีความไปเลยว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามคําสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงอื่น ๆ มาประกอบ ไม่พิจารณาประวัติศาสตร์หมู่บ้าน ไม่พิจารณา การเข้าไปทํากินก่อนหรือหลัง แต่กลับตีความว่ามีรถไถเดินตามก็เป็นนายทุนแล้ว ไม่เข้ากับ มาตรการคําสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ นี่ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ได้จริงใจหรือคําสั่งแผนแม่บท ฉบับนี้ไม่ได้จริงใจที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนคนยากจนจริง เพียงแต่ใช้อํานาจนิยม ในการเบียดขับพี่น้องให้ไร้ที่ดินทํากิน ท่านประธานครับ จากที่ผมกล่าวมาผมขอตั้งข้อสังเกต ว่าแผนแม่บทที่เกิดขึ้นนั้นมาจากกลุ่มคนเพียง ๑๗ คนเท่านั้น ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ ทหาร ๑๑ คน กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนักวิชาการบางส่วน แต่ขาดซึ่งการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและนักวิชาการในสาขาอื่น ๆ และทั้งนี้ครับ เร่งรัดที่จะออกแผนแม่บทฉบับนี้ เร่งทําภายใน ๔๕ วัน หลังจากที่คําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ออกมา ทําแค่ ๔๕ วัน ทั้ง ๆ ที่แผนแม่บทฉบับนี้คนที่ได้รับผลกระทบ มีจํานวนไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคน ไม่เกิน ๑๕ ล้านคน ไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคนครับท่านประธาน แต่ใช้เวลาสั้น ๆ เพียง ๔๕ วัน ขาดการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ขาดการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัย ท่านอภิชาตินิดหนึ่งนะครับ

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้เวลา อภิปรายมา ๓๐ กว่านาทีแล้ว ในขณะเดียวกันผมก็เฝ้ารับฟังติดตามท่านตลอด เนื้อหาสาระ ก็วนเวียนซ้ําซากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ต่อไปนี้ไม่วนเวียนแล้วครับ ท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฉะนั้นผม อยากจะขอให้ท่านได้สรุป ๓๐ กว่านาทีแล้วครับ น่าจะได้เนื้อหาสาระแล้วโอเค (OK) ครับ

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวผมขออนุญาตจะพยายาม สรุปครับ เรื่องนี้เป็นผลกระทบต่อพี่น้องจํานวนมาก ดังนั้นเนื้อหาถึงต้องมีมากที่จะต้อง อภิปรายในครั้งนี้

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ ตอนนี้เราเหลือญัตติทํานองเดียวกันอยู่อีก ๓ ญัตติ และมีท่านสมาชิกที่ยื่นความจํานง ที่จะอภิปรายประมาณ ๒๐ กว่าท่าน ฉะนั้นเรายังมีเรื่องที่สําคัญ ๆ อีกเยอะเอาพอประมาณ เท่าที่ฟังมาก็พอที่จะเข้าใจเนื้อหาสาระพอสมควรแล้ว ฉะนั้นผมขอให้ท่านได้สรุปนะครับ

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอสรุปนะครับท่านประธาน แต่ว่าท่านประธานอย่าเบรกผมอีกนะครับ ท่านประธานให้ผมสรุปเนื้อหาผมเลยไม่ครบถ้วน แต่ไม่เป็นไรครับพอสรุปได้ ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน มาตรการทวงคืนผืนป่า ตามคําสั่ง คสช. ทั้ง ๒ ฉบับนั้น มีการขาดความเข้าใจในพัฒนาการปัญหาของที่ดินและป่าไม้ เมื่อขาดความเข้าใจปัญหาเหล่านี้แล้วมันก็ทําให้แนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นไม่ถูกต้อง ไม่ถูกจุด จริง ๆ แล้วปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม่ใช่ปัญหาเรื่องคนอยู่ป่า แต่กลับพบว่าปัญหา เกิดจากการสัมปทานป่าไม้โดยรัฐซึ่งกินระยะเวลามายาวนานถึง ๙๒ ปี ตั้งแต่ ปี ๒๔๓๙-๒๕๓๑ และนโยบายการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจหรือการปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยรัฐทําให้เกิด การขยายตัวในการทํากินในพื้นที่ป่า โดยที่รัฐมีนโยบายในการส่งเสริมพืชทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ปฏิรูปที่ดินไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นถึงเกิดปัญหานี้ครับท่านประธาน

อีกประเด็นปัญหาหนึ่ง ถึงแม้ว่าคําสั่งที่ ๖๔ และคําสั่งที่ ๖๖ จะได้ถูกยกเลิกไป แต่การปฏิบัติการตามคําสั่งให้ถือโดยชอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญตาม ข้อ ๘ ของคําสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ ๙/๒๕๕๖ นอกจากนี้คําสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ยังถูกนํามารับรองไว้ ตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ บรรจุไว้ในมาตรา ๖๔ ดังนั้นคําสั่งที่ ๖๖ ไม่ได้หาย ไปไหนครับ นํามาบรรจุไว้เป็น พ.ร.บ. ตามมาตรา ๖๔ เรียบร้อยครับท่านประธาน ถึงแม้ คําสั่งทั้ง ๒ ฉบับจะถูกยกเลิกไป แต่ผลพวงที่เกิดขึ้นกลับไม่ถูกยกเลิกไปด้วย คดีพี่น้องยังคง ดําเนินการต่อไป การไล่รื้อ การตัดฟันอาสินของพี่น้องยังถูกดําเนินการต่อไป เช่นล่าสุด พี่น้องด่านซ้ายถูกตัดยางพาราประมาณ ๖๐๐ ไร่ นี่คือผลพวง นี่คือมรดกที่ยังเกิดขึ้น ดังนั้น คําสั่งทั้งสองฉบับยังคงซ่อน ยังคงมีมาตรการในการดําเนินการต่อไป และมิหนําซ้ํายังถูกเอา มาบรรจุไว้ใน พ.ร.บ. อุทยานด้วย ท่านประธานครับผมจะสรุปแล้วนะครับ กล่าวโดยสรุปที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้นการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ของรัฐเรานี่ ดําเนินการภายใต้แนวคิดอํานาจนิยมครับ และที่ผ่านมาดําเนินการตามอํานาจนิยมมาตลอด และมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการรัฐประหารที่ผ่านนี้ ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการเข้าถึง ที่ดินและทรัพยากรของประชาชนอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ที่ผ่านมาท่านประธานก็สามารถ ตรวจสอบไปได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๓๕ โครงการ คจก. โครงการทวงคืนผืนป่าในปัจจุบัน ท่านประธานครับ รัฐบาลในหลายประเทศเขาได้พัฒนาแนวคิดและรูปแบบในการจัดการ ที่ดินและทรัพยากรที่มุ่งเน้นการกระจายอํานาจ การส่งเสริมสิทธิของชุมชนในการจัดการ มานานแล้ว รับรองสิทธิของชุมชนและกระจายอํานาจในการจัดการให้กับชุมชนให้กับท้องถิ่น ด้วยเหตุผลนี้สถานการณ์ข้างต้นจึงมีความจําเป็นที่ประเทศไทยต้องกลับมาทบทวน แนวทางการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่สอดคล้องกับยุคสมัยและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและนิเวศน์ ซึ่งกรณีที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและแผ่นดินของพี่น้องประชาชน มีความจําเป็น อย่างเร่งด่วนในอันที่จะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและส่งผล กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ควรให้สภาแห่งนี้ สภาที่ทรงเกียรติ สภาที่มีฐาน มาจากพี่น้องประชาชน สภาที่เชื่อมโยงกับอํานาจของพี่น้องประชาชนศึกษาและตรวจสอบ ผลกระทบนี้อย่างรอบคอบ กระผมจึงขอนําเรียนท่านประธานว่าให้พิจารณาตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในการพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายการทวงคืนผืนป่าและผลกระทบ จากผู้ที่ถูกดําเนินคดีตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๕ และคําสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ เพื่อนําไปสู่การเสนอกรอบ แนวทาง มาตรการในการยุติข้อพิพาท ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินอยู่ในป่าเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและ เกิดคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนและสภาวะแวดล้อมต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ลําดับต่อไปเป็นผู้เสนออีกท่านนะครับ

ญัตติที่ ๕.๔๘ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และประกาศของคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ มาตรา ๔๔ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้เสนอ)

ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ทางสภาแห่งนี้ได้บรรจุวาระ ญัตติที่ทางฝ่ายผมแล้วก็สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชาติได้ยื่นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และประกาศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาตรา ๔๔ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าสู่ระเบียบวาระ ในวันนี้ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมและเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มาตลอดทั้งชีวิต ภายหลังการเลือกตั้งและก่อนการเลือกตั้งเราได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลา ๕ ปีช่วงที่มีการรัฐประหาร ช่วงที่มีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารแล้วก็ไม่มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มาหารืออภิปราย นําเสนอปัญหาของความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ จึงถือว่า เป็นโอกาสดีที่หลังจากระยะเวลาว่างเว้นมา ๕ ปีแล้ว สภาแห่งนี้ในวันนี้ ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้มีโอกาสนําเสนอในที่ประชุมสภาแห่งนี้ เพื่อให้พิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อศึกษา ถึงผลกระทบต่าง ๆ แล้วก็เห็นว่าเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เฉพาะเป็น เรื่องของผมและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่เท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องที่สภาอันทรงเกียรตินี้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านต้องร่วมกันศึกษาหารือเพื่อหาทางออก เพราะปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เราพูดอยู่เสมอว่า ๑๕ ปีที่ผ่านมา ปีนี้เข้าปีที่ ๑๖ เหตุการณ์ความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงแต่ละครั้งก็เป็นข่าว แล้วผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่อยู่ในความลําบากใจที่จะอภิปราย หรือให้ความเห็นในอีกมุมหนึ่งกับฝ่ายที่กุมนโยบาย และผมเชื่อว่าท่านประธานเองในฐานะ ที่อยู่ในสภาอันทรงเกียรตินี้คงเคยได้ฟังการอภิปรายปัญหาเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มาหลายครั้ง และสภาแห่งนี้ก็ได้มีการศึกษาปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้มาหลายรัฐบาล แต่ผมเองในฐานะที่เคยทํางานอยู่ในพื้นที่มาก่อน ก่อนที่ผมจะได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นสมัยแรก ผมประกอบอาชีพเป็นทนายความ แล้วก็ทํางานช่วยเหลือพี่น้อง ขับเคลื่อนกระบวนการยุติรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในนามของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมมาตลอดระยะเวลา ๑๕ ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส สิ่งที่ผมจะอภิปรายเพื่อให้สภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการอาจเป็นความเห็นต่าง แต่ว่าเป็นสิ่งจําเป็นที่ผมต้องพูดในอีกมุมหนึ่งในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับพี่น้อง และในฐานะ ที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราชอบพูดนับช่วงเวลา วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ เป็นหลักว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้น ความรุนแรงมันเกิดขึ้นมา ๑๕ ปี โดยนับเวลาวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ นั่นคือวันที่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายกองพันพัฒนาที่ ๔ อําเภอเจาะไอร้องเป็นจุดเริ่มต้นของการนับระยะเวลาความไม่สงบ แต่แท้จริงแล้วปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี มีต้นเหตุของปัญหาหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ที่สําคัญที่สุดก็คือที่มีการศึกษาแล้วก็มีการพูดถึงมากที่สุด ก็คือประเด็นเรื่องความไม่เป็นธรรม สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้การแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เคยนํา กฎหมายพิเศษมาใช้บังคับก่อนวันที่ ๔ มกราคม คนที่เกิดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอใช้กฎหมายฉบับเดียวกันกับคนที่อยู่เชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร หรือภาคอื่น ๆ ของประเทศ หากจะกล่าวอ้างว่าเพราะ ๓ จังหวัดมีเหตุการณ์จึงต้องเอากฎหมายพิเศษมาใช้บังคับ คําถาม มีอยู่ว่าแล้ว ๑๕ ปีที่ผ่านมากับกฎหมายพิเศษถึงเวลาหรือยังที่เราต้องศึกษาจริงจังว่า มันตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้หรือไม่ แม้ว่าที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายที่กุมนโยบายยืนยันว่า กฎหมายพิเศษสามารถแก้ปัญหาได้ โดยเอาตัวเลขของการก่อเหตุเป็นตัวชี้วัดว่าลดลง เมื่อคราวที่แล้วพิจารณางบประมาณผมได้อภิปรายว่าผมไม่ยินดียินร้ายกับตัวเลขที่ลดลง เพราะในฐานะคนพื้นที่มีความรู้สึกว่าต้นเหตุของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นก็คือ ความไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะล่าสุดเกิดเหตุการณ์รุนแรงสะท้อนให้เห็นว่าแม้ตัวเลขลดลง แต่ว่าความสงบยังไม่กลับคืนมา ท่านประธานครับ พูดเรื่อง ๓ จังหวัดต้องบอกตรง ๆ ว่า ลําบากใจ สมัยที่ผมเป็นทนายความพยายามขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมกับผลกระทบ ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกบังคับใช้กับกฎหมายพิเศษไม่ว่าจะเป็น กฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมก็ถูกขนานนามว่าเป็นทนายโจร พอมาได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ร่ํา ๆ อยู่ว่า ส.ส. พรรคประชาชาติจะกลายเป็น ส.ส. โจรใต้ แต่จะอย่างไรก็ตามจุดยืนสิ่งที่ผมต้องนําเสนอต้องพูดให้ได้เพราะว่าผมคือตัวแทนของพี่น้อง แล้วก็รอวันนี้มานานครับท่านประธานว่าจะมีโอกาสได้อภิปรายในเรื่องของการบังคับใช้ กฎหมายพิเศษในสภาอันทรงเกียรตินี้ เพราะตลอดระยะเวลา ๑๕ ปี ๑๔ ปีก่อนหน้านี้ ผมได้ว่าความคดีที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเป็นร้อยคดี แลเห็นได้ว่าการบังคับใช้ กฎหมายพิเศษนี้ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมยังคงอยู่ในพื้นที่จนถึงวันนี้ ท่านประธานครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายกองพันพัฒนาที่ ๔ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๗ รัฐบาลในสมัยนั้นโดยแม่ทัพภาคที่ ๔ ตอนนั้นได้ประกาศกฎอัยการศึก พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมีเจตนารมณ์ตอนนั้นก็คือว่าต้องการสืบหา ใครทําการปล้นปืนหาย ๓๐๐ กว่ากระบอกที่ค่ายกองพันพัฒนาที่ ๔ เป็นหลัก โดยไม่ได้ คํานึงถึงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้เลยครับว่า พ.ร.บ. กฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๕๔๗ การประกาศใช้ก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลเพราะ ๑. ต้องอยู่ในภาวะสงครามหรือก่อให้เกิด การจลาจลในบ้านเมือง ให้อํานาจกับฝ่ายทหารเพียงฝ่ายเดียว มีอํานาจในการยึดเข้าไป ตรวจค้นบ้าน ในขณะนั้นต้องยอมรับว่าบุคคลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังจากประกาศ พ.ร.บ. กฎอัยการศึกวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๗ ก็คือพี่น้องที่อยู่รอบ ๆ ค่ายกองพันพัฒนาที่ ๔ อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ไม่ว่าจะเป็นเขตอําเภอสุไหงปาดี และพี่น้องอําเภออื่น ๆ ในจังหวัดนราธิวาส เพราะอะไรครับ เพราะว่าต้องการสืบหาเพียงแค่ว่า ใครเป็นคนปล้นปืน ปืนที่ถูกปล้นอยู่ที่ไหน โดยใช้กฎหมายฉบับนี้เพราะกฎหมายฉบับนี้ ให้อํานาจกับฝ่ายทหารเพียงฝ่ายเดียว ในการตรวจค้นแต่ท้ายที่สุด ๑ ปีหลังจากนั้นปรากฏว่า ก็ยังไม่ทราบว่าปืนที่ถูกปล้นอยู่ที่ไหน แต่พี่น้องได้รับผลกระทบมาก ผมขออนุญาตเท้าความ ให้เห็นและจะโยงให้เห็นว่าปัจจุบันนี้มันเป็นอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตกับการบังคับใช้ กฎหมายพิเศษ ท่านประธานครับ หลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้ ๑ ปีก็เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ในหลายพื้นที่ของจังหวัดยะลาเมื่อปี ๒๕๔๘ ประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๔๘ เกิดเหตุการณ์ ความไม่สงบขึ้นในหลายพื้นที่ รัฐบาลในสมัยนั้นก็เลยเห็นว่ากฎอัยการศึกยังไม่เพียงพอ ก็เลยประกาศพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๑๘ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เป็นพระราชกําหนดโดยอํานาจนายกรัฐมนตรีความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีประกาศใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีประเทศไทย ยังไม่เคยมีพระราชกําหนดฉบับนี้ เพิ่งมาประกาศใช้ครั้งแรก พระราชกําหนดก็คือไม่ได้ ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรหรือฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ไปบังคับใช้ครั้งแรกให้กับ พี่น้อง ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา โดยเพิ่มอํานาจของฝ่ายทหารเป็นอํานาจ ของฝ่ายทหาร ตํารวจ และฝ่ายพลเรือน เพิ่มระยะเวลาในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจาก ๗ วันของ พ.ร.บ. กฎอัยการศึก เป็น ๓๐ วัน เชื่อว่าจะนํามาใช้ในการป้องกันและปราบปราม การแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในขณะนั้นคิดอย่างนั้น ท่านประธานครับ ช่วงนั้นผมบอกได้เลยว่าหลังจากปี ๒๕๔๘ ผมในฐานะเป็นทนายความอยู่ขณะนั้น มีคดี ที่พี่น้องได้รับผลกระทบจากการที่ตกเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยถูกดําเนินคดดีที่ศาลจํานวนมาก และสุดท้ายศาลมีคําพิพากษายกฟ้องก็เป็นจํานวนมากเช่นกัน แต่ภายใต้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ จะมีระเบียบของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า มาประกอบในการเป็นแนวปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เพราะอะไรครับ ตอนที่ประกาศ พ.ร.ก. ใหม่ ๆ ตอนนั้นกฎหมายฉบับนี้ ยังไม่เคยบังคับใช้ที่ไหนมาก่อนเพิ่งมาใช้บังคับกับ ๓ จังหวัด กับ ๔ อําเภอ เจ้าหน้าที่สับสน สับสนในแนวทางปฏิบัติว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้อง แต่กลับกลายเป็นดาบสองคมที่อาศัย การบังคับใช้กฎหมายโดยอาศัยคําว่า ผู้ต้องสงสัย ที่ให้อํานาจกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ แล้วก็ฝ่ายปกครอง สามารถควบคุมตัวบุคคลที่ตกเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยได้ ท่านอย่าลืมครับว่า กฎหมายฉบับนี้เจตนารมณ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เจตนารมณ์ของกฎหมายเขามีเจตนารมณ์ที่ดี ตอนที่ตรากฎหมายออกเป็นพระราชกําหนดเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของการป้องกันและ ปราบปราม เหตุผลเพราะอะไรครับ ผมบอกว่าเจตนารมณ์ดี แต่ปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติ เหตุผลเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้คําว่า ผู้ต้องสงสัย ไม่ได้ใช้คําว่า ผู้ต้องหา เป็นเพียงตก เป็นผู้ต้องสงสัยก็สามารถเชิญตัวมาพบเพื่อปรับทัศนคติและทําความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๒ ของกฎหมายฉบับนี้ เขาห้ามเลยนะครับว่าเมื่อสงสัยบุคคลใดแล้วห้ามมิให้พาไป ที่ทําการของพนักงานสอบสวนหรือเรือนจํา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ต้องการให้กระทบกับความรู้สึก แม้จะสงสัยว่าเขาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดก็แล้วแต่ แต่ปรากฏว่าเมื่อทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้ออกระเบียบแนวปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ กลับตรงกันข้ามครับ ตรงกัน ข้ามอย่างไรครับท่านประธาน ตรงกันข้ามก็คือว่าปฏิบัติกับผู้ต้องสงสัยยิ่งกว่าผู้ต้องหาจนถึง ทุกวันนี้ แม้ว่าในขณะนั้นตอนที่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะมีการประกาศระเบียบของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ให้เจ้าหน้าที่ยึดถือปฏิบัติกับคนที่ต้องสงสัยเพื่อความสะดวกง่ายในการสืบหา ว่าใครเป็นคนร้าย แต่ขณะเดียวกันมันก็กลับกลายเป็นความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคน ในพื้นที่ เพราะหลายสิบคนหลายร้อยคนที่ถูกเชิญตัวไปไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนเช่นผู้ต้องสงสัย กลับถูกปฏิบัติหนักยิ่งกว่าผู้ต้องหา ล่าสุดแม่ทัพภาคที่ ๔ คนปัจจุบัน ได้ออกระเบียบ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าอีกครั้งหนึ่ง โดยพยายามแก้ไขระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ นานา ที่มองเห็นว่า กระทบกับความรู้สึก ความไม่เป็นธรรมของพี่น้องในพื้นที่ แต่ท่านประธานครับ ปัญหา การบังคับใช้กฎหมายพิเศษทั้ง ๒ ฉบับ สําคัญที่สุดอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ระดับปฏิบัติงานคือปัญหา สําคัญที่สุด และผมเชื่อว่าตราบใดที่ความไม่เป็นธรรมยังมีอยู่ ความขัดแย้งในพื้นที่ก็ยังคงอยู่ แต่ปัจจุบันนี้รัฐนํากฎหมาย ๒ ฉบับนี้มาใช้บังคับอย่างต่อเนื่อง ๑๕ ปี ผมเป็นห่วงว่า คนที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง รัฐกําลังผลักความรู้สึก ให้มีอคติกับรัฐและไม่ให้ความร่วมมือกับการทํางานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนี้อยู่ การแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังอีกยาวไกล ท่านประธานครับ หลาย ๆ ครั้ง เวลามีการปิดล้อม ปิดค้น การบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ผมอยู่ในพื้นที่แล้วก็เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านที่มาจากพรรคประชาชาติ มาจาก ๓ จังหวัด เราไม่สบายใจทุกครั้งแล้วก็ เหนื่อยครับท่าน ที่บอกว่าเหนื่อยนี่ไม่ใช่เหนื่อยอะไรล่ะครับ ยินดีที่จะเหนื่อย แต่เหนื่อยกับ ปัญหาเดิม ๆ พูดเท่าไรเขาก็หาว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม สะท้อนยิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งผลักภาระพวกผม ว่าไม่หวังดีกับบ้านเมือง แต่ผมกําลังจะพูดจะบอกว่าที่เหนื่อยเพราะทุกครั้งที่มีการปิดล้อม ตรวจค้น ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่กฎหมายพิเศษทั้ง ๒ ฉบับนี้ที่ให้อํานาจกับ เจ้าหน้าที่ไปปิดล้อม นําตัวบุคคลที่เขาเพียงแค่สงสัยไปควบคุมตัว โดยอาศัยอํานาจกฎอัยการ ศึก ๗ วันแรก ตอนนี้พูดติดปากว่า ๗ วันอันตราย เพราะในช่วง ๗ วันนี้ แม้แต่เราในฐานะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ต้องสงสัยยิ่งกว่าผู้ต้องหา ญาติไปเยี่ยม ก็ไม่ได้พบกัน ๒ ต่อ ๒ มีการเว้นระยะที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว แล้วก็เกิดเหตุการณ์ร้องเรียน หลายเรื่อง ที่สําคัญที่สุดที่ยังมีอยู่เกิดขึ้น ๑๕ ปี ผมเคยพูดก่อนหน้านี้ทุกเวที วันนี้ก็ยังมีอยู่ ก็คือว่าเวลาควบคุมตัวสงสัยว่าเขาจะเกี่ยวข้องไปซักถามเข้าสู่กระบวนการดําเนินกรรมวิธี พ่อแม่ ผู้ปกครองมาหา ไม่ทราบว่าลูกอยู่ไหน ทุกวันนี้ยังมีอยู่ครับท่าน ไม่ทราบว่าลูกอยู่ไหน จะไปเยี่ยมที่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลายเดือนก่อนมีเหตุการณ์ที่เสียชีวิตจากการ ถูกควบคุมตัว บรรยากาศของญาติพี่น้อง พ่อแม่ ผู้ปกครองของลูกหลานที่ถูกเชิญตัวไป ต่างเป็นห่วงกลัวว่าจะถึงแก่ชีวิตเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อน เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจําเป็นต้องอธิบายทําความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องที่มาพบ ท่านประธานครับ อย่าลืมว่ารัฐสงสัยแค่คน ๆ เดียว แต่ถ้าไปดําเนินการภายใต้กฎหมาย พิเศษทั้ง ๒ ฉบับ โดยเป็นการละเมิดสิทธิ ท่านอย่าลืมว่ามันไม่ได้กระทบแค่คนที่ถูกเชิญตัว คนเดียว พ่อแม่เขา พี่น้องเขา ญาติพี่น้องของเขาก็เกิดความรู้สึกเหล่านี้ด้วย สําคัญที่สุด ระยะเวลายิ่งผ่านไปยิ่งนานกฎหมายต้องไม่ไปกดทับเขา ต้องสร้างบรรยากาศให้กับคน ในพื้นที่สามารถอ้าปากพูดได้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับ ล่าสุดอาทิตย์ที่แล้วผมกลับไปลงพื้นที่ เหตุการณ์เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมันกลับมาก่อให้เกิด ความรู้สึกไม่เป็นธรรมกับพี่น้อง ผมไม่อยากเอ่ยนามว่าชื่อใคร แต่เขามาหาผมที่บ้านบอกว่า พี่ครับ ท่าน ส.ส. ครับ ตอนนี้เขาจะข้ามไปทํางานประเทศมาเลเซีย ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ ไปทํางานประเทศมาเลเซียโดยวิธีที่ถูกต้อง โดยใช้หนังสือเดินทางปั๊มที่ ตม. เข้าออกเป็นปกติ เป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้ว วันดีคืนดีเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนปรากฏว่าพอเขากลับมาปั๊ม พาสปอร์ต (Passport) ที่ ตม. ปรากฏว่ามีแบล็กลิสต์ (Blacklist) บอกว่าเคยตกเป็นต้องสงสัย เคยไปชุมนุมเหตุการณ์ตากใบเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ผมถามข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ชายคนนี้บอกผมว่าเขาไม่เคยไปชุมนุมที่ตากใบมาก่อนเลย เพียงแต่ว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ ชุมนุมที่ตากใบมีคนเกณฑ์เขาไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นเพื่อไปทําบุญงานเมาลิด เขาบอกอย่างนั้น แต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นมีข่าวออกมาว่าคนที่ไปคืนนั้นก็คือคนที่มอบตัว จากเหตุการณ์ตากใบ เขาเลยงง แล้วความรู้สึกเขาตอนนี้ก็คือสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาผ่านมา ๑๐ กว่าปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือผมยกตัวอย่าง จริง ๆ แล้ว เรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่อยากรบกวนสภาแห่งนี้ เพราะว่าต้องใช้เวลานาน จึงเป็นที่มาของการยื่นญัตติเพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องกฎอัยการศึก หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร คสช. ได้ออกคําสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ และคําสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ให้ตั้งกองอํานวยการ พูดง่าย ๆ ก็คือว่ามีคําสั่ง ให้ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้คณะหนึ่ง ไปลดบทบาทคณะกรรมการที่ปรึกษาของ ศอ.บต. แล้วก็ตั้งคณะกรรมการคําสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ตั้ง คปต. ขึ้นมา คณะกรรมการปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คล้าย ๆ กับว่าเป็นรัฐมนตรีส่วนหน้าอีกคณะหนึ่ง จากเดิมปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. เรามีคณะกรรมการที่ปรึกษามาจากฝ่ายพลเรือน มาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นตัวแทน ไม่ว่าจะเป็นนายก อบต. หรืออื่น ๆ แต่หลังจากที่ คสช.ปฏิวัติปี ๒๕๕๙ กลับไป ให้อํานาจกับ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ลดอํานาจบทบาทของ ศอ.บต. ลง รวมตลอดถึงมีคณะกรรมการ คปต. อีกชุดหนึ่งที่รัฐบาล เป็นคนตั้ง กลายเป็นว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้ให้อํานาจกับฝ่ายทหาร มีอํานาจมากที่สุด ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นว่านโยบายเหล่านี้ หรือคําสั่ง คสช. เหล่านี้ รวมถึงกฎหมายพิเศษทั้ง ๒ ฉบับดังที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ถึงเวลา หรือยังครับที่สภาอันทรงเกียรตินี้เราจะได้มีการศึกษาผลกระทบที่ผมยกตัวอย่างเพียงคร่าว ๆ แล้วก็ให้มีการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้หาทางออกร่วมกัน ไม่อยากให้เป็นเรื่อง ของผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ไม่อยากให้ปัญหา ๓ จังหวัดเป็นเรื่อง เฉพาะของพรรคประชาชาติ เพราะมี ส.ส. อยู่ในพื้นที่ แต่ผมเห็นว่าปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่สภานิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ต้องให้ความสําคัญร่วมกัน อย่างน้อยที่สุดพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หากเขารู้ว่าสภาอันทรงเกียรตินี้ได้มี การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษอย่างจริงจัง เป็นคณะกรรมาธิการแล้วเขาก็จะได้มีความรู้สึกมีความหวังว่าเรื่องของพี่น้องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศที่หารือร่วมกัน ท่านประธานครับ ผมหวังว่ากฎหมายปกติ จะกลับคืนมาสู่พี่น้องและความเป็นธรรมจะคืนกลับมาสู่พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหวังว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านคงจะเห็นด้วยที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และคําสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับ เราจะตั้ง กรรมาธิการร่วมกันกับญัตติอื่นที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้หรือจะแยกก็สุดแท้แต่ที่ประชุมแห่งนี้ จะพิจารณาเห็นสมควร ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ คุณกมลศักดิ์นะครับ

ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่ ๑๖ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจ (พลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี เป็นผู้เสนอ)

ท่านพลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี เชิญครับ

พลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย วันนี้กระผมขออนุญาตทําหน้าที่แทนข้าราชการตํารวจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศในการที่จะนําเสนอปัญหาหรือผลกระทบของ คําสั่ง คสช. ๓ ฉบับที่เข้ามามีปัญหาในทางปฏิบัติในการบริหารงานบุคคลผ่านญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากคําสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคลของ ข้าราชการตํารวจ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ มีข้าราชการตํารวจได้กล่าวถึงคําสั่ง ทั้ง ๓ คําสั่งนี้ไว้มากมาย แล้วก็ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลกระทบไปถึงชีวิต ความเป็นอยู่และชีวิตครอบครัวซึ่งผมจะขออนุญาตนําเสนอเป็นลําดับไป ข้าราชการตํารวจ พูดกันโดยทั่วไปว่าเรื่องนี้เหมือนเป็นลักษณะสํานวนไทยโบราณที่ว่า ชักน้ําเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ผลกระทบนั้นทําให้เกิดความเดือดร้อนกันไปทั่ว

คําสั่งแรก ก็คือคําสั่ง คสช. ที่ ๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ชื่อก็เพราะครับ การกําหนดตําแหน่งของข้าราชการตํารวจซึ่งมีหน้าที่ในการสอบสวน ในคําสั่งนี้ข้าราชการตํารวจพูดกันในภาษาที่เรียกง่าย ๆ ว่าการทุบแท่งพนักงานสอบสวน ถามว่ากระทบมากน้อยขนาดไหน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตนําเรียนในโอกาสต่อไป

คําสั่งที่ ๒ คําสั่ง คสช. ที่ ๒๑/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙ เรื่องการปฏิบัติราชการของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้อํานาจผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการตํารวจทั่วประเทศ ตํารวจก็เรียกว่า คําสั่งรวบอํานาจการแต่งตั้งมีอยู่ที่ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเพียงคนเดียว หรือเพียงผู้เดียวนะครับ และ

คําสั่งที่ ๓ ก็คือคําสั่ง คสช. ที่ ๒๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เรื่องมาตรการสนับสนุนการบริหารงานในการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความต่อเนื่อง โดยให้ถือว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจตามวาระการแต่งตั้งปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ต่อเนื่องมาถึงปี ๒๕๖๒ เป็นการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุด

ท่านประธานครับ คําสั่ง คสช. ที่ ๗/๒๕๕๙ ที่ข้าราชการตํารวจ โดยเฉพาะ พนักงานสอบสวนเรียกว่า การทุบแท่ง หรือยุบแท่งพนักงานสอบสวนนั้น เป็นคําสั่งที่ส่งผล กระทบต่อพนักงานสอบสวน ๑๒,๐๐๐ คนทั่วประเทศอย่างมาก ถามว่ากระทบมากขนาดไหน ก็มากขนาดที่ พันตํารวจโท จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน สบ.๓ สน. เทียนทะเล เลขาสมาพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติฆ่าตัวตายครับ การฆ่าตัวตายมีมาอย่างต่อเนื่อง ในห้วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมาที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติสูญเสียพนักงาน สอบสวน พ่อเสียลูก ภรรยาเสียสามี ลูกเสียพ่อ เป็น ๑๐ คดี เป็น ๑๐ ราย ผมได้พยายาม ไปค้นข้อมูลจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยผ่านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าในการออกคําสั่ง ของ คสช. ที่ ๗/๒๕๕๙ ยุบแท่งพนักงานสอบสวนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร มีการศึกษา มีการสัมมนา มีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างไร หรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่พบครับ ไม่พบว่า ได้มีการศึกษาถึงผลกระทบต่าง ๆ มาก่อนหรือไม่ อย่างไร พนักงานสอบสวนผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง วันนี้เป็นระดับพลตํารวจเอก เป็น ส.ว. เคยทํางานร่วมกันกับผมด้วยแล้วก็เป็นครูบาอาจารย์ สายสอบสวนด้วย พูดกับผมบอกว่าแท่งพนักงานสอบสวนถูกพัฒนามา ๒๐ ปีครับท่านประธาน ก็คือถูกพัฒนา ถูกเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙-๒๕๔๐ แต่ว่าถูกคําสั่ง คสช. เพียงฉบับเดียว มาฉีกทิ้งมายุบทิ้ง โดยไม่มีการศึกษาด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง ผมจะขออนุญาต กล่าวถึงแท่งพนักงานสอบสวนสักเล็กน้อยเพื่อให้ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกทั้งหลาย รวมทั้งผู้ฟังทางบ้านได้รับทราบ แท่งพนักงานสอบสวนคือการกําหนดตําแหน่งพนักงาน สอบสวนขึ้นมาเพื่อที่จะให้งานสอบสวนไม่ไปปะปนกับสายงานอื่น ท่านประธานครับ ในงานตํารวจถ้าเราพูดถึงงานต่าง ๆ มันก็มีอยู่ประมาณ ๔-๕ งาน งานสืบสวน งานสอบสวน งานป้องกันปราบปราม งานจราจร งานธุรการ อะไรต่าง ๆ ในส่วนของงานสอบสวนนั้นถือว่า เป็นวิชาชีพครับ เพราะว่าคนที่อยู่ในงานสอบสวนนั้นนอกจากจะต้องมีความรู้เรื่องกฎหมาย เรื่องระเบียบ เรื่องคําสั่ง และจะต้องมีทักษะ มีประสบการณ์ มีความรู้เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งตรงนี้การกําหนด แท่งพนักงานสอบสวนเดิมที่มาที่ไปก็คือว่า ก่อนปี ๒๕๓๙-๒๕๔๐ มันมีปัญหาเรื่องสมองไหล สมองไหลก็แปลว่าพนักงานสอบสวนเมื่อทํางานด้วยความเหนื่อยยากหรือความลําบาก เสี่ยง ตามที่มีคนพูดกันว่าพนักงานสอบสวนทํางานไปขาอยู่ในตะรางไปข้างหนึ่งแล้ว พนักงานสอบสวน ก็เลยหนีงานสอบสวน หนีไปไหนครับ ไปเรียนเนติบัณฑิตสอบเป็นผู้พิพากษา เป็นอัยการ หนีไปดีเอสไอ (DSI) หนีไป ป.ป.ช. หนีไป กกต. ยังมีเลยครับ เพราะว่าทนกับสภาพความ เหนื่อยยาก ความเสี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกําหนดแท่งพนักงานสอบสวนมาก็ถือว่า เป็นการจูงใจพนักงานสอบสวนให้เติบโตในสายงานของตัวเองโดยที่ไม่มีสายงานอื่นมาปะปน อย่างที่ผมได้เรียนให้ทราบ การเติบโตจากระดับรองสารวัตรไปถึงรองผู้บังคับการก็จะมีการ ประเมินในแต่ละระดับ เมื่อพนักงานสอบสวนมีคุณสมบัติครบ อายุงานครบ คดีครบ เขาจะ ยื่นประเมิน ประเมินจาก สบ. ๑ ถึง สบ. ๕ สบ. ๑ คือรองสารวัตร เป็น สบ. ๒ ไปเป็นสารวัตร ไปเป็น สบ. ๓ ไปเป็นรองผู้กํากับ ไปเป็น สบ. ๔ ไปเป็นผู้กํากับการ ไปเป็น สบ. ๕ ไปเป็น รองผู้บังคับการ ซึ่งตรงนี้เรียกว่าเป็นการประเมินที่มีระบบและเป็นวิทยาศาสตร์และเป็น ระบบคุณธรรม ท่านประธาน เพราะว่าประเมินต้องใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง ผ่านกรรมการระดับต่าง ๆ ที่ไม่มีการวิ่งเต้นในวิชาชีพตํารวจใครไม่วิ่งเต้นก็ไม่โต เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นคําตอบว่าพนักงานสอบสวนนั้นสามารถเติบโตในสาขาวิชาชีพของ ตัวเองได้อย่างต่อเนื่องไปถึงระดับรองผู้บังคับการ ท่านประธานครับ แต่ว่าเมื่อคําสั่ง คสช. ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ แท่งพนักงานสอบสวนถูกทําลาย สายงานพนักงานสอบสวนถูกยกเลิกไป เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมายเลยครับ ปัญหาหลัก ๆ ที่ผมได้ไปค้นคว้าแล้วก็ ทางกรรมาธิการการตํารวจซึ่งมีผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ได้เชิญสมาคมพนักงานสอบสวน มาให้ข้อมูล ก็สรุปตรงกันว่าปัญหาที่เกิดตามมามากที่สุดก็คือพนักสอบสวนไม่สามารถเติบโต ในสายงานตัวเองได้ การย้ายข้ามสายไปมาก็เป็นการทําลายความเป็นมืออาชีพ เพราะว่า กว่าจะเติบโตไปถึงประเมินและเติบโตไปถึงระดับผู้กํากับการ รองผู้บังคับการ ต้องใช้เวลานาน ๒๐ ปี ๒๕ ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้ความช่ําชองในสายงานของตัวเองด้วยระยะเวลาที่นานขนาดนี้ จะทําให้เขาเป็นมืออาชีพ เช่นเดียวกับพนักงานอัยการซึ่งว่าความอย่างเดียว ท่านก็จะเป็น ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพของท่าน ผู้พิพากษาสืบคดีเขียนคําพิพากษาท่านก็มีความเชี่ยวชาญ ในอาชีพของท่าน แต่ว่าตํารวจกําลังจะสร้างมืออาชีพและสร้างมาอย่างต่อเนื่องด้วย ไม่ใช่ กําลังจะสร้างครับ ถูกยกเลิกด้วยคําสั่ง คสช. ฉบับนี้ ถ้าเราสังเกตสักนิดหนึ่งในทุกสาขาอาชีพ ก็จะพยายามสร้างมืออาชีพของตนเอง แพทย์แยกไปเป็นแพทย์สาขาต่าง ๆ แพทย์สมอง แพทย์หัวใจ แพทย์มะเร็ง แพทย์ผ่าตัดอะไรต่าง ๆ เพื่อให้รู้ลึกซึ้งรักษาได้ตรงกับโรคนั้น ๆ ครูวันนี้ก็มีครูคณิตศาสตร์ ครูภาษาอังกฤษ ครูชีวเคมี ซึ่งก็เป็นครูมืออาชีพครับ ------- แต่ว่าในทางที่กลับกันท่านประธานครับ ตํารวจกลับมาทําลายมืออาชีพในสายงานสอบสวน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกว่า วันนี้ตํารวจกําลังมีความทุกข์ ทุกข์มากน้อยขนาดไหนก็มีตํารวจลาออกจากความทุกข์ในอาชีพปีนี้เกือบ ๑,๐๐๐ คน ผมไปดูตัวเลขปีที่ผ่าน ๆ มาก็ปีละ ๖๐๐–๗๐๐ คน ๕๐๐–๖๐๐ คน แต่ปีนี้ถือว่าเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่วันนี้เศรษฐกิจอย่างนี้ ภาวะบ้านเมืองอย่างนี้ คนเขาต้องการเข้ามารับราชการ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง รายได้อาจจะไม่มาก มีเกียรติแต่มั่นคงแต่ว่าตํารวจลาออก อะไรเกิดขึ้นกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ

คําสั่งที่ ๒ ก็คือคําสั่ง คสช. ที่ ๒๑/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๙ คําสั่งนี้ให้อํานาจผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติแต่งตั้งข้าราชการตํารวจทั่วประเทศ ผมขอย้ํา ทั่วประเทศ ทั่วประเทศปี ๆ หนึ่งมีข้าราชการตํารวจที่มีการแต่งตั้งเลื่อนตําแหน่ง ย้ายอะไร ต่าง ๆ ก็ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คน ในอดีตที่ผ่านมาก่อนคําสั่งฉบับนี้จะมีผลบังคับ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจจะอยู่ที่ภาค ท่านประธานครับการแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตํารวจนั้นจะมี ๒ ระดับ ระดับใหญ่ ๆ ก็คือว่าถ้านายพลขึ้นไปก็จะผ่าน กตร. อยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่ระดับรองผู้บังคับการลงไป รองผู้บังคับการ ผู้กํากับการ รองผู้กํากับการ สารวัตร รองสารวัตร จะอยู่ที่ภาค ผมกําลังจะนําเรียนว่าที่ภาคนั้นมีบอร์ด (Board) ของภาค ก็คือท่านผู้บัญชาการจะเป็นบอร์ด (Board) ของภาค รองผู้บัญชาการอีก ๖ ท่าน เป็นบอร์ด (Board) ของภาค ในภาค ๑ จะดูแลการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจปีหนึ่งประมาณ สัก ๓๕๐-๔๐๐ กว่าคน นั่นแปลว่าการแต่งตั้ง ๓๐๐-๔๐๐ คนผ่านผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด ผ่านสายตา ผ่านการรับรู้ การได้เห็นผลงานต่าง ๆ มากถึง ๗ คู่ ผ่านสายตา ๗ คู่ แต่ว่าคําสั่ง ที่ ๒๑/๒๕๕๙ พอรวบอํานาจมาอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้วทําให้ผ่านสายตาของ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติและสตาฟ (Staff) เพียงไม่กี่คู่ และเขาอยู่ห่างด้วยครับ คนเหล่านี้ อยู่ห่างข้อมูล ถ้าจะบอกว่ามีบอร์ด (Board) กลั่นกรองระดับจังหวัด ระดับภาคขึ้นมาแล้ว ก็เป็นเพียงพิธีกรรมครับ เพราะจริง ๆ แล้วบัญชีก็มาถูกรื้ออยู่ข้างบนอยู่ดี ในอดีตที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วการแต่งตั้งในตําแหน่งสําคัญ ๆ ทําเลทองทั้งหลาย มันก็ถูกส่งบัญชีรายชื่อ ไปยังภาคอยู่ดี แต่ว่ามันก็ไม่มากและไม่มีปัญหาเท่ากับทุกวันนี้ การให้อํานาจผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติคนเดียวแต่งตั้งทั้งประเทศเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่แล้วก็สุ่มเสี่ยงต่อการแสวงหา ผลประโยชน์อย่างยิ่งครับ แม้แต่ที่ภาคเองในอดีตผมเคยรับราชการเป็นรองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธร ภาค ๘ อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะที่อํานาจอยู่ที่ภาคก็ยังมีการวิ่งเต้น ซื้อขายตําแหน่ง ถามว่าทุกวันนี้เมื่ออํานาจมาอยู่ที่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติแล้ว มีหรือไม่ ผมบอกว่ามีครับ ผมยืนยันว่ามีแต่อาจจะเนียนขึ้น สมัยก่อนการซื้อขายตําแหน่ง การวิ่งเต้นไปสู่ตําแหน่งที่สูงกว่ามีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่นการเปิดหลุม ท่านประธาน หรือท่านสมาชิกอาจจะพอเคยได้ยิน ก็หมายความว่าไปจ้างตํารวจที่ใกล้ ๆ เกษียณ ตําแหน่งสูง ๆ จ้างรองผู้การ รองผู้กํากับการให้ลาออก แล้วก็แต่งตั้งคนที่ต้องการเลื่อนตําแหน่งวิ่งเต้น เส้นสายอะไรเข้าไปแทน มีการซื้อขายตําแหน่งกันทุกระดับ มีแพกเกจ (Package) รองผู้กํากับการ ๑ ตําแหน่ง สารวัตร ๒ ตําแหน่ง ผู้กํากับการ ๑ ตําแหน่ง รองผู้กํากับการ ๒ ตําแหน่ง เป็นเงินเท่าไร มีถึงขนาดว่าคิดเงินที่ใช้จ่ายในการซื้อขายตําแหน่งกันเป็นกิโลกรัมครับ ท่านประธาน คงจะพอทราบว่าแบงก์พัน ๑ กิโลกรัมนั้นมีมูลค่า ๑ ล้านบาท การซื้อขายตําแหน่งตั้งแต่ ระดับสารวัตรถึงผู้กํากับการ รองผู้กํากับการนั้นหลายกิโลกรัมมาก ยิ่งทําเลทอง เกรดเอ เกรดบี ยิ่งหลายกิโลกรัมไปใหญ่ ผมไม่ได้เอาบ้านเก่ามาขาย ผมไม่ได้เอาบ้านเก่า มาเผาในสภาแห่งนี้ แต่ว่าเป็นเรื่องจริงและผมไม่ต้องการให้ท่านประธาน ท่านสมาชิก แล้วก็ท่านผู้ฟังทางบ้านช่วยกันปัดกวาดบ้านหลังนี้ให้สะอาดน่าอยู่อาศัย มีคนบอกว่าอํานาจนั้น เป็นสิ่งหอมหวานชนชั้นใดเขียนกฎหมาย กฎหมายจะต้องรับใช้ชนชั้นนั้น วันนี้ตํารวจรู้กัน ทั่วว่าใครคนใหญ่ คนเก่า คนใหม่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติใครอยู่เบื้องหลัง ๒ คําสั่งนี้บ้าง แต่ว่าเขาอาจจะไม่พูดความมีวินัย ความไม่อยากมีปัญหาทั้งหลายเขาก็ไม่ต้องการที่จะ สร้างปัญหาให้ตัวเองนะครับ

คําสั่งที่ ๓ ก็คือ คําสั่ง คสช. ที่ ๒๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ คําสั่งนี้ใช้ชื่ออย่างสวยหรูว่า มาตรการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความต่อเนื่อง ผลของมันก็คือให้ถือว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจวาระแต่งตั้งปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๒ ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุด แปลว่าอะไรครับ ก็แปลว่าคําสั่งทั้งหลายทั้งปวง ๓-๔ คําสั่ง ที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ จะมีการวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่งอย่างไร มากน้อยขนาดไหน เป็นธรรมหรือไม่ ข้าราชการตํารวจ ก็ไม่สามารถที่จะฟ้องร้อง เรียกร้องขอความเป็นธรรมได้ เพราะถูกคําสั่ง คสช. ฉบับนี้ปิดปาก ตํารวจเรียกกันโดยทั่วไปว่าคําสั่งปิดปาก ผมได้เรียนแล้วว่าคําสั่งที่ผ่าน ๆ มานั้นมีการวิ่งเต้น มีการซื้อขายตําแหน่งกันอย่างแน่นอนและในที่สุดตํารวจก็ไม่มีทางออกเพราะถูกคําสั่ง คสช. ฉบับนี้มาปิดปากหรือว่ามาปิดกั้นสิทธิในการฟ้อง ในการร้องต่อศาลแล้วก็ยื่นต่อศาลปกครอง ที่ผ่านมานั้นเมื่อตํารวจไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกกลั่นแกล้ง หรือว่าแต่งตั้งแล้วทําให้เกิดปัญหา กับเขาในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรทั้งหลาย เขาก็รวบรวมพยานหลักฐานและไปฟ้องต่อศาลปกครอง ศาลปกครองก็จะมีคําสั่งนะครับ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็จะมีคําสั่งให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กลับมาทบทวนแล้วก็แต่งตั้งใหม่ ท่านประธานครับ ในคําสั่งปิดปากนี่ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร อยากเอาหลักของศาสนามาเทียบเคียงนิดหนึ่งว่าด้วยเรื่องของหิริโอตัปปะ ก็คือการไม่ละอาย และเกรงกลัวต่อบาป เรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสํานักงานตํารวจแห่งชาติมาก่อน เมื่อสักครู่ สมาชิกท่านหนึ่งคือท่านอาจารย์ปิยบุตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านบอกว่าพอปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็ออกกฎหมายมานิรโทษกรรมตัวเองให้พ้นโทษ อันนี้ก็เหมือนกันพอทําผิดทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้ เกรงความผิดก็มาออกคําสั่ง คสช. ฉบับนี้ ตัดสิทธิปิดปากข้าราชการตํารวจที่จะฟ้องร้องดําเนินคดี ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะนําเรียน ท่านประธาน ท่านเพื่อนสมาชิกผ่านไปยังท่านผู้ชมผู้ฟังทางบ้าน ตํารวจนี้ไม่ได้กินหญ้าครับ ตํารวจรู้ความเคลื่อนไหว รู้ความเป็นไป รู้ที่มา รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของคําสั่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผมว่าจะแทบทุกคนในสภาแห่งนี้มีข้าราชการตํารวจเก่าไม่น้อยกว่า ๑๐ คน มีโอกาส ได้พูดคุยกัน ทุกคนรู้ แม้ว่าคนที่จากวงการตํารวจมานานก็รู้ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา และเจตนานี้มีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่ ๒ อย่าง คือประสงค์ต่อผล และย่อมเล็งเห็นผล ข้าราชการตํารวจรู้ครับว่าคําสั่งทั้งหลายทั้งปวง ๓ คําสั่งที่ออกมานี้ ใครประสงค์ต่อผลอย่างไร หรือว่าย่อมเล็งเห็นผลอย่างไร วันนี้แม้ว่าข้าราชการตํารวจ จะโกรธแค้น ท้อแท้ สิ้นหวัง ในฐานะที่เป็นเพื่อนข้าราชการตํารวจด้วยแล้วก็เป็นอดีต ผู้บังคับบัญชาด้วย ผมก็ได้แต่บอกเขาทั้งหลาย บอกน้อง ๆ ทั้งหลาย บอกเพื่อน ๆ ทั้งหลายว่าความโกรธแค้นมีค่ามากกว่าความสิ้นหวัง วันนี้เรามีสภา ข้าราชการตํารวจ ทั้งหลายที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมีปัญหา สามารถส่งเรื่องผ่านมายังสภาแห่งนี้ได้ ผ่านคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หรือว่าผ่าน คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็ได้ครับ ตอนนี้กําลังฮอต (Hot) มีคนบอกว่าน่าจะเก็บ ค่าเข้าชมด้วยในการประชุมแต่ละครั้ง ผมก็คงนําเสนอท่านประธานและเพื่อนสมาชิก สั้น ๆ แต่เพียงเท่านี้ครับ อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น ผู้เซ็นคําสั่งนี้กับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติว่าในการที่ท่านแต่งตั้งคนที่ไม่รู้งาน ไม่เป็นงาน สอบสวนเข้าไปในสายงานสอบสวนโดยอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาการบริหารงานนั้น ขอให้ท่านรับทราบว่าถ้าต่อไปนี้พนักงานสอบสวนฆ่าตัวตายด้วยเหตุที่ถูกบังคับให้ย้ายมา จากสายงานอื่นและทํางานไม่เป็น ถึงทางตันฆ่าตัวตายนี้ท่านต้องรับผิดชอบครับ เพราะว่า ได้มีการบอกกล่าวกันแล้ว ท้ายที่สุดก็ต้องขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งเป็นสภา ของประชาชนตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบของคําสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อออกมาเป็นกฎหมายยกเลิกมรดกบาปที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้ ขอยืมมากล่าวซ้ําอีกทีหนึ่ง แล้วก็ส่งผลโดยตรงต่อข้าราชการตํารวจ ถ้าข้าราชการตํารวจมีความทุกข์ ไม่พร้อม ไม่เต็มใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ชาวบ้านเดือดร้อนแน่นอนครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านพลตํารวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ๒๕-๒๖ นาทีนี้ไม่สั้นแล้วนะครับ ความจริงแล้ว การอภิปรายสั้นหรือยาวไม่ใช่สาระ แต่สาระมันอยู่ที่ว่าได้เนื้อหาสาระที่ตรงเป้า ตรงประเด็น แค่ไหน อย่างไร แต่ท่านพลตํารวจโท วิศณุ ก็อภิปรายดีนะครับ ขอชื่นชม ต่อไปเป็นญัตติ ของท่านนริศ ขํานุรักษ์ ที่ยื่นเข้ามาประกบ เชิญท่านนริศครับ

ญัตติ เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ผลกระทบและผลงานของนโยบายทวงคืนผืนป่า (นายนริศ ขํานุรักษ์ เป็นผู้เสนอ)

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติ เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและผลงาน ของนโยบายทวงคืนผืนป่า ผมขออนุญาตเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธาน คําสั่งของ คสช. เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปในหลายคําสั่งแล้ว ผมขออนุญาตอภิปรายเพียงคําสั่งเดียวนะครับ คือคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุก ที่ดินของรัฐ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน หรือที่เราเรียกภาษาทั่วไปว่า แผนทวงคืนผืนป่า ที่จริงคําสั่ง คสช. ทุกฉบับมีทั้งส่วนดีและมีส่วนไม่ดี หลายคําสั่ง คสช. แก้ปัญหาและพัฒนาชาติบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีบางคําสั่งแม้ว่าจะมีคําสั่งที่เป็น คําสั่งดี ๆ แต่ในทางปฏิบัติกลับทําให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถแก้ไข ปัญหาชาติบ้านเมืองได้ก็มีอยู่หลายคําสั่ง เช่นคําสั่งที่ผมได้กล่าวแล้วตั้งแต่ต้น คือ คําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ คําสั่งดังกล่าวนี้มุ่งหวังที่จะให้แก้ไขปัญหาที่ดิน ป่าไม้ โดยให้จับกุมดําเนินคดี เฉพาะนายทุนหรือคนรวย เขียนไว้ชัด สําหรับคนยากจนนั้นให้ผ่อนปรนไว้นี่เป็นคําสั่งครับ แต่ในทางปฏิบัติมีตัวเลขในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๘ เฉพาะคดีที่ครอบครองไม้ ๕๐๐ คดี เขาพบว่าเป็นคนจนอยู่ ๔๙๐ คดี คนรวยเพียง ๑๐ คดี มันสวนทางกับนโยบาย ทางปฏิบัติ คนรวยถูกดําเนินคดีเพียง ๑๐ คดี จาก ๕๐๐ คดี ผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธานต่อว่า สําหรับข้อเท็จจริงเรื่องพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยในขณะนี้คนเข้าไปอยู่ในป่าก่อนป่าประกาศ ไม่ว่าจะเป็นป่า ปี ๒๔๘๔ ป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ คนเข้าไปอยู่ก่อนประกาศป่าเหล่านี้มีอยู่จริงครับเป็นชุมชนอยู่กันแบบดั้งเดิม เป็นครัวเรือน อยู่กับแบบดั้งเดิมมีอยู่จริงครับ ๒. ประชาชนเข้าไปอยู่หลังประกาศเขตป่าเหล่านี้ก็มีอยู่จริง มีผู้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้นี้ก็มีอยู่จริงแต่ว่าที่ผ่านมาเรามีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เหล่านี้ เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่เข้าไปจับกุมดําเนินคดี เพราะรอการตรวจสอบตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นี่คือความมีอยู่จริง ของการบุกรุกป่าและการมีอยู่จริงที่ป่าประกาศที่ทับชาวบ้าน แต่หลักการทั้งหลักทั่วไป และนโยบายป่าไม้แห่งชาติมีหลักว่า สําหรับประเทศไทยแล้วต้องมีป่าอยู่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศถึงจะมีความอุดมสมบูรณ์ ป่าถึงจะเอื้อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และโดยหลักทั่วไปถ้าประชาชนเข้าไปอยู่ในป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เข้าไปหลังที่ประกาศป่า ประชาชนก็ต้องออกจากพื้นที่ป่านะครับ เพราะประชาชนเข้าไปอยู่แบบผิดกฎหมาย ต้องออกไม่มีสิทธิอยู่ แต่ว่าเช่นเดียวกัน ถ้าในพื้นที่ป่าพื้นที่ใดประชาชนอยู่ก่อนประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะอยู่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและรัฐต้องเร่งออก เอกสารสิทธิให้ประชาชนได้ครอบครองทํากินอย่างมีเสถียรภาพ นี่คือหลักการ ทั้งหลักการ ทั่วไป หลักการทางกฎหมาย และนโยบายป่าไม้แห่งชาติ

ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งก็คือ ชาวบ้านขณะนี้ทุกข์ร้อนเรื่องไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทํากินกระจายอยู่ทั่วทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ ภาคตะวันตกยันภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านทุกข์ร้อนเรื่องที่ทํากิน ชาวบ้านทุกข์ร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย กระจายอยู่ทั่วไป สภาแห่งนี้ท่านประธานก็คงสังเกตได้ว่าเพื่อนสมาชิกหารือ เพื่อนสมาชิก ยื่นกระทู้ เพื่อนสมาชิกยื่นญัตติเรื่องที่ดินทํากินของพี่น้องประชาชนน่าจะเป็นอันดับต้น ๆ เพราะสิ่งนี้คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือข้อเท็จจริงว่าประชาชนยังเดือดร้อน แม้ว่ารัฐจะพยายามใช้กฎหมาย แม้ว่ารัฐจะพยายามใช้นโยบาย แม้ว่ารัฐจะพยายามทุ่มเทคน งบประมาณมากมาย แต่ว่าวันนี้ข้อเท็จจริงคนยังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทํากิน

ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ๕ ปีที่ผ่านมา คําสั่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าจะดําเนินการจับกุมกับคนรวยและผ่อนปรนคนยากจนนั้น ไม่ประสบความสําเร็จ ไม่เพียงแต่คดี ท่านประธานครับ ขณะนี้เป้าหมายที่เขาวางกันไว้ว่าจะยึดคืนผืนป่าให้ได้ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ และพอบอกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ให้กรมแต่ละกรม หน่วยงานแต่ละหน่วย ไปตั้งเป้ามา หน่วยนั้นได้ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ และดําเนินการจับกุม ข้อเท็จจริงในพื้นที่ก็คือเจ้าหน้าที่ไปจับกุมโดยไปวงเอาแผนที่ครับ ๓,๐๐๐ ไร่ ๒,๐๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ และส่งโรงพักโดยไม่มีผู้ต้องหา นี่คือถือว่าทวงคืนผืนป่าเป็นไปตามเป้าแล้วนะครับ และตํารวจคดีก็เยอะแยะมากมาย เจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ไปให้การอะไรเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทั้ง ๆ ที่คดีที่เกิดขึ้นไม่มีวันที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานไม่รู้ว่าเป็นใคร ใครเป็นผู้บุกรุก ทุกคดีไม่มีวันที่ผู้ใหญ่บ้าน กํานันไม่รู้ครับ เพียงแต่ไม่มีใครไปบอกตํารวจเพิ่มเติม แจ้งตํารวจเพิ่มเติมว่าใครเป็นผู้บุกรุก คดีจึงไม่มีผู้ต้องหา ได้แต่สนองนโยบายทวงคืนผืนป่า แต่ข้อเท็จจริงทวงคืนไม่ได้ ข้อเท็จจริง ทวงคืนได้นิดเดียว ผมเป็นคนลุกขึ้นประท้วงว่าการทวงคืนผืนป่าต้องได้ป่ามาจริง ๆ ครับ ได้ผู้ต้องหาหรือไม่ ไม่จําเป็น แต่ว่าการทวงคืนผืนป่าได้มาเท่าไรต้องสามารถเข้าไปฟื้นฟูได้ ต้องไปปลูกป่าได้ ไปยึดคืนมาได้ ปรากฏว่าพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้ปลูกป่าจริง ๆ ครับ แต่ว่า น่าเศร้าถ้าผมจะเรียนกับท่านประธานว่า พื้นที่ประเทศไทยเราปลูกป่ากันมาแล้วร้อยกว่าปี ถ้าปลูกได้ครบชาวบ้านไม่มีที่อยู่เลยครับ เป็นป่าทั้งนั้นครับ แต่ว่าปลูกได้ไม่ครบ ยกตัวอย่าง รายงานดีเอสไอ (DSI) มีการปลูกป่าแปลงหนึ่งที่แก่งกระจานงบประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ปลูก ๔,๒๐๐ ไร่ พื้นที่ไปวงไว้กลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดีเอสไอ (DSI) บอกว่า ถ้าเดินจากพื้นราบไปสู่ที่ปลูกนี่เดินตัวเปล่าใช้เวลา ๓ วัน ๓ คืน อันนี้ไม่ต้องแบกกล้าไม้ไป แค่เดินเข้าไปใช้เวลา ๓ วัน ๓ คืน ไปปลูกไว้ใจกลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดีเอสไอ (DSI) ตามขึ้นไปครับ สํารวจครบถ้วนแล้ว ๔๒๐ ไร่ ตามแผนที่ขอปลูกต้นไม้ปรากฏเท่าไร ท่านประธานครับ ปลูกแค่ ๒ ไร่เองครับ ปลูกแค่ ๒ ไร่ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าสวนป่า ไม่ว่าจะเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ว่าจะเป็นของกรมป่าไม้ลองชี้ให้สภาแห่งนี้ ลองชี้ให้ผมดูสักป่าสิครับว่า ปลูกแล้วมีครบป่าไหนบ้าง และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถ้าดีเอสไอ (DSI) ไม่เข้าไปตรวจ ก็ตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา เพราะไปปลูกไว้ในใจกลางป่าตรวจสอบยากและเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ โครงการนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศอุทยานที่สมบูรณ์ เข้าไปปลูกกลางอุทยาน ที่จริงรับสั่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ บอกว่าป่าประเทศไทยไม่ต้องปลูก เพียงแต่ว่าควบคุมอย่าให้มีการบุกรุกป่าเขา ฟื้นตัวขึ้นมาเอง เราสูญเสียเงินกับการฟื้นฟูป่า เราเสียเงินกับการปลูกป่ามากมาย เราสร้าง คนอิทธิพลขึ้นจากเงินเลวร้ายส่วนนี้มากมายแล้วนะครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า การทวงคืนผืนป่า ๕ ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสําเร็จและสภาพป่าที่ทวงคืนมาไว้ นอกจาก ทวงคืนไม่ได้จริงแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะได้จริง ผมพูดให้เป็นธรรมนะครับ ส่วนหนึ่งก็ได้ครับ ได้กลับมาจริง ๆ แล้วก็การฟื้นฟูไม่เป็นจริง คือปลูกป่าไม่จริงก็มี อาจจะมีที่ปลูกได้จริงบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้จริง เพราะผืนป่าที่ทวงคืนเข้ามาส่วนที่เป็นสวน เป็นไร่ เป็นสวนยาง ผมพบเจอบ่อยครับ ยังมีการกรีดยาง ยังมีการทําไร่ ยังใช้ทํามาหากินอยู่ปกติ ทั้ง ๆ ที่ว่า ผืนป่าผืนนี้ได้ทวงคืนผืนป่าตามคําสั่งนี้แล้ว ที่เป็นรีสอร์ต (Resort) ยังเป็นรีสอร์ต (Resort) โฮมสเตย์ (Homestay) คนไปพักออกบิล (Bill) ออกใบเสร็จ รีสอร์ต (Resort) ที่ทวงคืนผืนป่า อยู่จนถึงวันนี้ครับ หลายร้อยรีสอร์ต (Resort) ที่ยังอยู่ในทวงคืนผืนป่า แต่ยังเปิดบริการอยู่ เช่นเดิม คนจนยังถูกจับกุมดําเนินคดีอยู่จนถึงขณะนี้ คนรวยยังถูกดําเนินคดีน้อยลงจนถึง ขณะนี้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่าญัตตินี้หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตเพื่อที่จะทําให้นโยบายนี้ได้ประสบความสําเร็จ ไม่ล้มเหลว เหมือนที่ผ่านมา

๑. เรื่องแนวเขตป่าต้องมีความชัดเจนต้องครบถ้วนทุกป่าครับ แนวเขตป่า เป็นแนวธรรมชาติมากมายเลยครับ เหลือแนวที่ต้องทําอีกไม่เท่าไร รัฐทุ่มเทไปอีกไม่เท่าไร แล้วนะครับ ไม่กี่พันกิโลเมตรแล้ว ไม่ถึงหมื่นกิโลเมตรก็จะจบ แยกเสียว่าที่นี้เป็นที่ประชาชน ที่นี้เป็นที่รัฐ ที่นี้เป็นป่าสงวนอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แนวเขตเป็นที่ที่ยุติ ความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ป่าไม้กับประชาชนได้ดีที่สุด

๒. แผนที่ กระทรวงพยายามทําแผนที่ให้เป็นมาตราส่วนเดียวกัน ประเทศไทย มีแผนที่ ๑ : ๑๐,๐๐๐ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ๑ : ๒๕๐,๐๐๐ และ ๑ : ๔,๐๐๐ ความคิดวันนี้ยุติครับว่าเราจะใช้แผนที่เดียวกันคือ ๑ : ๔,๐๐๐ เพื่อที่จะให้กรมที่ดินใช้ เพื่อที่จะให้ทหารใช้ เพื่อที่จะให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชใช้ ใครก็ใช้มาตราส่วน อัตราส่วนเดียวกันไม่ขัดแย้งกันนะครับ บางทีไปประชุมกรมป่าไม้ถือมามาตราส่วนหนึ่ง กรมพัฒนาที่ดินถือมามาตราส่วนหนึ่ง ทหารถือมามาตราส่วนหนึ่ง หาข้อยุติไม่ได้ แต่ว่า ก็น่าเศร้าอีกเช่นกันท่านประธานครับ งบประมาณที่ทําวันแมป (One map) ครับ ขณะนี้ ใช้ไปหมดแล้วแต่ว่ายังไม่เสร็จครับ มีคนหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เริ่มต้นเขาบอกว่ามีบริษัทบริษัทหนึ่งเสนอบอกว่าให้ผมทําเลยแผนที่ประเทศไทย พื้นที่ป่า ใช้ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาทมืออาชีพทํา แต่กระทรวงไม่จ้าง กระทรวงไปจ้าง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่จ้าง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทขณะนี้ยังไม่เสร็จ และสอบสวนกันยังไม่เสร็จ หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะครับ ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบก็กรุณาสอบสวนต่อ เพราะนี่คือ ที่แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนนะครับ

๓. ในวันที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมได้พบปัญหาหนึ่งครับท่านประธาน คนเข้าไปอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์นี้ มากมาย ผมได้เสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าควรจะมีเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านมนุษยชนเรื่องชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ เพราะปัญหา เหล่านี้เป็นปัญหาละเอียดอ่อนที่ประเทศไทยถูกตําหนิบ่อยครั้งในการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็เกิดปัญหาจริง ๆ ด้วยครับ มีการเผาบ้านพี่น้องชาวกะเหรี่ยง มีการฆ่า มีการทําลาย ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่อุทยาน ถ้าเรามีเจ้าหน้าที่สักกลุ่มหนึ่ง ก้อนหนึ่งที่จะทํางานกับ ชนกลุ่มน้อย พี่น้องชนเผ่าในพื้นที่อนุรักษ์ ผมเชื่อว่าเหตุการณ์สะเทือนใจจะไม่เกิดขึ้น แต่ว่าข้อเสนอผมถูกปฏิเสธและถูกละเลยทั้ง ๆ ที่เป็นความปรารถนาดีโดยแท้นะครับ

ผมเรียนท่านประธานครับ เรื่องถัดมาที่จะทําให้นโยบายนี้ประสบความสําเร็จ คือการบํารุงป่าต้องครบถ้วน ต้องได้ครบครับ ปลูกร้อยไร่ต้องได้ร้อยไร่ ต้องตรวจสอบกัน โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจสอบจากข้างนอก การตรวจสอบกันเองร้อยปีที่ผ่านมาป่าแทบ ไม่เหลือป่าที่ปลูกนี่ แต่ว่าถ้าจะมีหน่วยงานข้างนอกเข้าไปตรวจสอบแล้วก็หน่วยงานที่มี ความน่าเชื่อถือเข้าไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. หรือตํารวจ กองบังคับการ ปปป. เข้าไปตรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานข้างนอก ผมคิดว่าน่าเชื่อถือได้ และการปลูกป่าบํารุงป่า อาจจะครบถ้วนขึ้น

ผมขอฝากอีกประเด็นสั้น ๆ ท่านประธานครับ ว่าในพื้นที่ประเทศเราผ่าน การทําเหมือง เหมืองแร่หลายหมื่นไร่ ทําเสร็จเขาเรียกขุมเหมือง ขุมเหมืองเป็นพื้นที่ที่ผ่าน การสัมปทาน คือพื้นที่รัฐอนุญาตให้ทําเหมือง เมื่อทําเสร็จแล้วที่มันต้องเป็นของรัฐกลับไปอยู่ สถานะเดิม ถ้าเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็ต้องเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็คืนกลับไป ถ้าพื้นที่เดิม เป็นพื้นที่อุทยานสมมุตินะครับ เมื่อทําเหมืองเสร็จแล้วก็ต้องกลับไปเป็นพื้นที่อุทยาน แต่ว่า ขณะนี้ขุมเหมืองในประเทศไทย เจ้าของขุมเหมือง เจ้าของสัมปทานออกเอกสารสิทธิเป็น ของตัวเองเกือบทั้งสิ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แทนที่ว่ากลับมาเป็นของพี่น้องประชาชน เช่นกัน ครับ ป่าชายเลน ป่าชายเลนเคยให้สัมปทานไป การให้สัมปทานความหมายก็คือ ให้ที่ที่เป็น ป่าสงวนแห่งชาติ ให้บุคคลไปทําสัมปทานป่าไม้ ตัดไม้ทําฟืน ทําถ่าน เป็นป่าชายเลน เมื่อ หมดอายุสัมปทานพื้นที่ตรงนี้ต้องกลับมาเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่ว่าประเทศไทยนี้การกลับ มันกลับกันท่านประธาน พอหมดอายุสัมปทาน เจ้าของสัมปทานกลับไปออกเอกสารสิทธิ เป็นโฉนด เป็น น.ส.๓ เป็นเจ้าของเสีย มีผลประโยชน์เพิ่มขึ้นหลังจากได้ประโยชน์จาก สัมปทานแล้ว นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่จริงทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อประกอบ ญัตตินี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าญัตตินี้กรรมาธิการจะรับข้อเสนอของผมไป และหวังว่าญัตตินี้ จะเป็นญัตติที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนที่ไม่มีที่ทํากิน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและเดือดร้อนอยู่กับ เรื่องนี้ หวังว่าญัตตินี้จะทําให้พื้นที่ป่าไม้ได้รับการปกป้องและเพิ่มมากขึ้น หวังว่าญัตตินี้ จะฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ใกล้เคียงกับในอดีต เรียนท่านประธานสุดท้ายว่า หลังจากคําสั่ง คสช. นี้แล้ว ไม้ต่ออยู่ในมือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รับไม้ต่อ สิ่งที่ผมอภิปรายหากรัฐมนตรีได้รับฟังอยู่พาดพิงไปสู่ประเด็นใด ที่จะตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้ทุจริตให้ทําโดยเร็ว หากเรื่องใดที่จะพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ให้ มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นให้รีบทํา เพราะผมจะได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอญัตติก็ได้นําเสนอไปทั้งหมดแล้วนะครับ เหลือท่านสมาชิกที่สนใจที่จะนําเสนอ แนวความคิดหรืออภิปราย ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มีอะไรจะหารือหรือครับ เชิญครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมเห็นท่านประธานกําลังสรุปว่าผู้เสนอญัตติ ซึ่งเราได้รวมญัตติเหมือนกัน ในทํานองเดียวกันมารวมครบแล้ว จึงอยากจะเปิดให้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่สนใจ จะอภิปรายต่อไป ผมขอหารือในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ในข้อ ๕๕ (๒) คือเรื่องขอให้รวมระเบียบวาระเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งท่านประธานชวนได้รวมแล้ว แต่ว่า ผมยังข้องใจในประเด็นระเบียบวาระที่มีอยู่ทั้งหมด ท่านประธานลองดูว่าระเบียบวาระที่ ๕.๙๙ เรายังไม่ได้เอามารวมในนี้และมันจะเป็นประเด็นต่อไปครับ ระเบียบวาระที่ ๕.๙๙ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบการ บังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๕๕๗ และพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องทํานองเดียวกัน ที่อภิปรายไปแล้วคือญัตติที่ ๕.๔๘ ใช่ไหมท่านประธานครับ ที่คุณกมลศักดิ์ได้อภิปราย เป็นญัตติที่ ๖ ซึ่งได้อภิปรายไปนะครับ ญัตติที่ ๖ วันนี้คือ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาตรา ๔๔ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่ใน ๕.๔๘ ได้เอามารวมพิจารณาแล้ว แต่ทีนี้ ถ้าท่านประธานไม่เอา ๕.๙๙ เข้ามารวมพิจารณาในวันนี้ด้วย ท่านประธานลองดูข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๕ ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนําญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกัน ขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังไม่ได้มีการลงมติหรือญัตติที่ประธานสภา จะอนุญาตในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแน่นอนในการประชุมวันนี้ ญัตติไม่ได้ตกแต่ได้พิจารณาเสร็จแล้วก็ถือว่าหมดแล้ว สมมุติว่าวันนี้เราได้พิจารณาให้ ตั้งกรรมาธิการ ผมอยากจะให้ท่านประธานว่าในด้านปฏิบัตินั้นญัตติที่เหลืออีกอันหนึ่ง ๕.๙๙ เราจะเอามาพิจารณาในภายหลังได้อย่างไร เพราะได้ตั้งกรรมาธิการไปแล้ว หรือในทางตรงข้าม เราไม่ตั้งกรรมาธิการ และญัตติ ๕.๙๙ เมื่อถึงเวลาเราจะพิจารณาได้อย่างไร เพราะว่า มันตกแล้ว เพราะไม่ตั้งกรรมาธิการแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะเป็นการเสียในด้านการปฏิบัติ และเป็นเทคนิคว่าเราจะทําอย่างไรต่อไป และถ้าเรื่องเกิดขึ้นอย่างนี้เมื่อมีการรวมญัตติ ทํานองเดียวกันมาและเราไม่พิจารณา ผมเกรงว่าในด้านปฏิบัติต่อไปเราจะทําอย่างไร ก็เป็น การหารือท่านประธานว่าจะทําอย่างไรต่อไปในข้อบังคับการประชุมและระเบียบวาระครับ ก่อนที่ท่านประธานจะให้มีการอภิปรายและลงมติต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันที่จริง ตอนที่ท่านประธาน ชวน หลีกภัย ได้เป็นประธานในที่ประชุม ท่านก็ได้เสนอรวบรวมญัตติ ที่มีเนื้อหาสาระคล้ายคลึงกันเข้ามาอยู่ในหมวดนี้หมดแล้ว แต่พอท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ ได้เสนอให้พิจารณาดูญัตติ ๕.๙๙ ใช่ไหมครับ ผมได้อ่านคร่าว ๆ แล้วนะครับ ผมก็ขออนุญาต อ่านญัตติก็แล้วกันนะครับ เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกัน

ญัตติที่ ๕.๙๙ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ ในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้เสนอ)

ซึ่งยังไม่ได้ รวมเข้ามาเป็นหมวดหมู่กับญัตตินี้ ซึ่งพิจารณาในเนื้อหาสาระแล้ว ที่ประชุมครับ ผมเห็นว่า เป็นญัตติที่มีเนื้อหาสาระคล้ายคลึงกันหรือเนื้อหาแบบเดียวกัน ผมไม่ทราบว่าถ้าสมมุติว่า ผมใช้อํานาจประธานเสนอที่ประชุมขออนุญาตนําเอาญัตตินี้มาเสนอเพิ่มเข้าไปอีก ๑ ญัตติ ที่ประชุมจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุม ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ เนื่องจากว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่มีเนื้อหาสาระอันเดียวกัน ผมก็ขออนุญาตที่ประชุมให้ความเห็นชอบว่า ให้นําเอาญัตติที่ ๕.๙๙ ของคุณอาดิลัน เข้ามาร่วมพิจารณาเป็นญัตติที่ ๘ ของการพิจารณาวันนี้ ที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าเห็นชอบนะครับ ฉะนั้นก็ขอเชิญผู้เสนอญัตติสุดท้ายนะครับ คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้เสนอ เชิญครับ คุณอาดิลันอยู่หรือไม่ครับ เสนอคนเดียว ท่านอาดิลันอาจจะอยู่ข้างนอก หรือยังเข้ามาไม่ทันก็ถือว่าเราได้พิจารณาญัตติที่รวมเรื่องมาทั้งหมดแล้ว ส่วนว่าจะพิจารณา อย่างไรต่อไปก็คงจะเป็นดุลพินิจของท่านประธานและที่ประชุมในโอกาสต่อไปค่อยพิจารณา เมื่อถึงตอนนั้น ท่านที่เคารพครับ ผู้อภิปรายญัตติในเนื้อหาสาระก็หมดไปแล้วเหลือท่านสมาชิก ที่แจ้งความจํานงที่อยากจะขอร่วมอภิปราย ขอสรุปให้ท่านเห็นว่ามีท่านสมาชิกให้ความสนใจ อภิปรายที่มีรายชื่ออยู่ในมือผมขณะนี้ จากพรรคอนาคตใหม่ ๑๑ ท่าน จากพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน จากพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน จากพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน จากพรรคเพื่อท้องถิ่นไท ๑ ท่าน จากพรรคประชาธิปัตย์อีก ๑ ท่าน รวมแล้ว ๒๓ ท่าน

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน มาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่ประชุมให้ท่านอาดิลันนําเสนอเพื่อที่จะให้ญัตตินี้ ได้รวมเข้ามาในหมวดหมู่นี้ให้จบให้สมบูรณ์ไปเลยเผื่อจะได้ไม่ตกไป เชิญท่านอาดิลันครับ เดี๋ยวนะครับท่านอาดิลันก่อนที่จะเสนอ ผมขอสรุปตรงนี้ให้ที่ประชุมเข้าใจก่อน มีท่านผู้สนใจ ที่จะอภิปรายอยู่ ๒๓ ท่าน ท่านประธานชวน หลีกภัย ที่นั่งเป็นประธานอยู่ก่อนหน้านั้น ได้หารือที่ประชุมแล้ว ท่านผู้เสนอท่านประธานชวนอนุญาตให้ใช้เวลาเต็มที่เท่าที่เนื้อหาสาระ ที่จําเป็น แต่สําหรับท่านผู้ที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายร่วม ท่านประธานชวน ได้ขอข้อตกลงในที่ประชุมแล้วว่า ขอให้แต่ละท่านได้เตรียมเนื้อหาสาระอภิปรายได้ท่านละ ไม่เกิน ๑๐ นาที ๑๐ นาที ๒๓ ท่าน ยังไม่รวมท่านอาดิลันอีกก็ ๒๓๐ นาทีแล้ว เรายังมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับพิจารณาเรื่องแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะต้องตั้งกรรมาธิการศึกษา หาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญรอที่จะพิจารณาในระเบียบวาระต่อไปอยู่ ฉะนั้นผมจึงขอยืนยัน ตามแนวความคิดของท่านประธานชวน หลีกภัย ว่าขอทุกท่านได้เตรียมเนื้อหาสาระท่านละ ๑๐ นาที หลังจากท่านอาดิลันนําเสนอญัตติของท่านจบไปแล้ว ไม่ใช่ว่าพออภิปรายไปหมด ๑๐ นาทีแล้วก็มาบอกประธานว่า ท่านประธานครับเนื้อหาสาระผมยังมีความสําคัญมาก และยังมีอีกหลายประเด็น อะไรเหล่านี้ คงไม่รับพิจารณาแล้ว ต้องพูดกันตกลงกันให้เข้าใจ เชิญท่านรังสิมันต์ครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คือผมได้ยินท่านประธานพูดแบบนี้ครับว่าการพูดจะยาวจะสั้นสําคัญที่สุด ก็คือต้องไปดูกันที่เนื้อหาสาระ และในเมื่อเราพิจารณาเกี่ยวกับประกาศและคําสั่งของ คสช. ในช่วงตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่ามีประชาชนจํานวนมากได้รับผลกระทบ ผมผิดหวังที่วันนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราบีบเวลาในการอภิปรายเรื่องนี้เอาไว้น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วคนที่ได้รับผลกระทบจํานวนมากมีเยอะ แทนที่เราจะให้เวลา ให้ผู้แทนของราษฎรได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ กลับกลายเป็นว่าต้องมาพูดกันคนละ ๑๐ นาที ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานใช้ดุลพินิจในการพิจารณาเนื้อหาสาระมากกว่า มาพิจารณาถึงเวลา ผมเห็นด้วยกับท่านประธานในตอนแรกที่ท่านได้พูดเอาไว้ว่าเวลาไม่ใช่ เรื่องที่สําคัญที่สุดแต่เป็นเนื้อหาสาระ ดังนั้นถ้าเกิดท่านประธานพิจารณาจากตรงนี้ ผมคิดว่า จะเป็นประโยชน์ต่อราษฎรมากกว่า ขอให้ท่านประธานช่วยพิจารณาถึงตรงนี้ด้วย ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ ท่านประธานชวน กระผมได้ปรึกษาหารือกันแล้วก็ได้ให้โอกาส ท่าน ส.ส. เราเต็มที่นะครับ ญัตติที่เราเสนอเข้ามาเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรา ๔๔ ของพรรคอนาคตใหม่ก็ ๒ ญัตติ แล้วก็ให้เวลาอภิปรายเต็มที่กันท่านละ ๓๐ นาทีเศษ ๆ แล้วก็ในการอภิปรายสําหรับท่านผู้สนใจ พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ๑๑ ท่าน มากกว่า ทุกพรรคการเมืองเราก็ให้โอกาสกันแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ฟังประเด็นว่าท่านสมาชิกของเรา ได้พูดถึงประเด็นไหนบ้างแล้ว ถ้าเพื่อนสมาชิกเราได้พูดถึงประเด็นนั้นมากแล้วเราก็ตัด ประเด็นนั้นไป เราก็นําเอาเฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีท่านสมาชิกได้นําเสนอ หรืออาจจะนําเสนอ เพิ่มเติม ผมว่า ๑๐ นาทีน่าจะเพียงพอ ขออนุญาตใช้ดุลพินิจของท่านประธาน ท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที

เชิญท่านอาดิลันครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ผมได้ยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ และพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมไม่ได้ยื่นในส่วนของมาตรา ๔๔ เข้าไป วันนี้ผมได้มีโอกาสได้อภิปราย ในประเด็นสภาพปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน ขออภัยนะครับ กองเชียร์ท่านอาดิลันขอให้อยู่ในความสงบด้วยนะครับ ผมกลัวท่านอาดิลัน จะไม่มีสมาธิในการนําเสนอ ให้กําลังใจกันก็ขอให้เบา ๆ นะครับ เชิญครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ มีกําลังใจ เยอะครับ อยากจะให้ในส่วนของข้อเท็จจริงที่ปรากฏในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการสะท้อน ปัญหาในสภาแห่งนี้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อําเภอของ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอนาทวี และอําเภอจะนะ เป็นพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แต่ในปัจจุบันนี้ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาจะใช้ เฉพาะพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ๔ อําเภอจังหวัดสงขลา ตอนนี้ไม่ได้มีการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมขออนุญาตใช้คําย่อของพระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในตลอดระยะเวลา ๑๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ที่มีเหตุการณ์ปล้นปืน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ตีภาพรวมของสภาพปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ กฎหมายในส่วนของพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก มีทหารโดยกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้านํา แล้วในส่วนของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินบังคับใช้ โดยสํานักนายกรัฐมนตรี คือท่านนายกรัฐมนตรีประกาศใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ที่มีผลกระทบ กับประชาชนไม่ใช่เฉพาะเรื่องด้านความมั่นคงในการปิดล้อม จับกุม ตรวจค้นอย่างเดียว อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้อภิปรายไปเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว ยังมีอีกหลายมิติที่กฎหมายชุดพิเศษ ๒ ฉบับนี้มีผลกระทบ แต่ผมขออนุญาตพูดในส่วนของ กฎหมาย ๒ ฉบับที่มีผลกระทบในกรณีของการบังคับใช้แล้ว แล้วก็มีผลกระทบกับการใช้กฎหมาย ที่กระทบกับเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกเจ้าหน้าที่ ใช้อํานาจกักตัวประชาชนผู้ที่สงสัยหรือเชื่อว่าจะเกี่ยวข้อง หรือเป็นอริราชศัตรูตามภาษา ในพระราชบัญญัติ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีบังคับใช้มาร้อยกว่าปี หลายฝ่ายที่มีการศึกษามาตลอด ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาหลักจากการวิจัย จากการศึกษา จากการทํารายงาน ทุกรายงานในภาคใต้จะสรุปออกมาได้ว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจากการไม่ได้รับ การอํานวยความยุติธรรมจากการบังคับใช้กฎหมาย ทีนี้เรามาดูกันว่ากฎหมายอะไรที่ทําให้ เกิดปัญหา กฎหมายอาญาปกติที่ใช้กันทั่วประเทศไม่ใช่ปัญหาเพราะทุกคนใช้เท่าเทียมกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการกักตัวตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก ๗ วันโดยหน่วยงาน แม้ว่าปัจจุบันนี้จากการที่ได้ไปศึกษา จากการที่ได้ไปดูงาน จากการที่ได้ไปพบปะเยี่ยมเยียนกับหน่วยงานที่ใช้กฎหมาย เราเห็นการพัฒนาการในการ ที่จะจัดการปัญหาที่มีการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่กักตัว ๗ วัน มีการเพิ่มมาตรฐานใน การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งประเด็นตรงนี้เราต้อง ขอยอมรับว่าเป็นพัฒนาการที่ดี เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้รับการร้องเรียนมาว่า กรณี ๗ วันที่อยู่กับเจ้าหน้าที่ผู้ซักถามในฐานะถูกกักตัวไว้ จะมีการร้องเรียนว่าไม่สามารถ ที่จะมีญาติร่วมฟังการซักถาม จะไม่มีทนายความเข้าร่วมการซักถามเพราะไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แล้วก็มีการร้องเรียนว่ามีการบังคับ มีการซ้อม มีการทรมาน มีการขู่เข็ญ มีการเสนอเงื่อนไข ให้รับสารภาพอะไรต่าง ๆ นานา แต่ปัจจุบันนี้ก็มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันซึ่งเป็น ข้อเสนอหนึ่งที่หลายฝ่ายนั้นพยายามนําเสนอมาโดยตลอด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ของเจ้าหน้าที่ด้วยว่าไม่มีการซ้อมทรมาน ไม่มีการบังคับ ไม่มีการขู่เข็ญตามข้อร้องเรียน และให้คนที่ถูกเชิญตัวไป กักตัวไป เชื่อมั่นว่าหากตัวเองอยู่ที่นี่ ๗ วันก็จะไม่มีการซ้อม ไม่มีการทรมาน ไม่มีการทําร้าย ไม่มีการเสนอเงื่อนไขใด ๆ เพราะว่ามีกล้องวงจรปิด คอยตรวจสอบและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เมื่อใดที่มีปัญหาร้องเรียนซ้อมทรมานเอามาดูกัน เอามาดูกันว่ามีปัญหานั้นหรือไม่ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเข้มงวดในการปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามข้อที่ตั้งไว้ว่าเราจะช่วยกันอํานวยความยุติธรรม พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคนที่ถูกกักตัวไป อันนี้คือประเด็นที่คิดว่าเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกําลังติดตามดูการทํางานของหน่วยความมั่นคง ในพื้นที่

นอกจากนั้นแล้วตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกให้อํานาจกับเจ้าหน้าที่ ในการเชิญตัวมีกําหนดไว้ไม่เกิน ๓๐ วัน จะต้องขอหมายที่ศาล มีหลายประเด็น หลาย ปัญหาผู้ที่ถูกเชิญตัวตามหมาย พ.ร.ก. เรียกร้องว่าจะทําอย่างไรให้ได้มีสิทธิที่จะได้รับการ คุ้มครองเบื้องต้นอย่างน้อยให้เท่ากับสิทธิของผู้ต้องหาที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มีทนายความร่วมขณะที่ถูกซักถาม มีญาติหรือบุคคลที่ไว้ใจร่วมขณะที่ ถูกซักถาม เหล่านี้เป็นสิ่งที่พยายามที่จะเรียกร้อง แต่ก็ไม่ได้มีมาตรฐานที่ชัดเจนหรือร้อย เปอร์เซ็นต์สําหรับผู้ปฏิบัติว่าจะต้องทําอย่างไร ไม่เหมือนกับการบังคับใช้ของพนักงาน สอบสวนในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจะต้องมี ทนายความหรือบุคคลที่ไว้ใจร่วมฟังการสอบสวนนะครับ หากเราได้ดําเนินการกระทําการให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐมีความจริงใจในการดําเนินการ บังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้มีอคติกับการใช้กฎหมายกับชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่อย่างใด แต่รัฐมีเจตนาที่จะป้องกันปราบปราม ระงับ ยับยั้งเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๑๕ ปี เราทําอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเมื่อไรที่มีการเชิญคน ๑ คน ไปจากบ้าน ของตัวเอง ชาวบ้านไม่หวาดระแวงว่าคนที่ถูกเอาตัวไปนั้นจะถูกกระทําอย่างไร จะรอดชีวิต กลับมาหรือไม่ มีใครกลั่นแกล้งหรือเปล่า เราจะต้องทําให้ได้ เราต้องกําหนดมาตรการตรงนั้น ให้เห็นได้ว่านี่คือสิ่งที่จําเป็นว่ารัฐมีมาตรการที่จะสร้างความเชื่อมั่น นอกจากนั้นแล้วมีเวลา จํากัดนะครับ ในส่วนของผมรู้สึกจะ ๑๐ นาทีใช่ไหมครับ นอกจากเรื่องของกระบวนการ ใช้กฎหมายนี้แล้ว ในส่วนของการที่ถูกควบคุมตัวแล้วที่กระทบไม่ว่าจะเป็นของราชทัณฑ์เอง เรามีปัญหาว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมี กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า เป็นผู้ควบคุม ทั้งหมด การเยี่ยมบุคคลในเรือนจําหรือการเข้าไปให้ความรู้กฎหมายกับบุคคลที่ถูกขังอยู่ใน เรือนจํา หรือการจะนําสิ่งของเข้าไปเยี่ยมข้างในตามโครงการที่มีอยู่ในอดีตก็ไม่สามารถทําได้ เพราะต้องขออนุญาตจาก กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่อยากจะฝาก ว่าเราจําเป็นที่จะต้องมีการศึกษาพิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้ว่าใช้กฎหมายตลอด ๑๕ ปีที่จะบอกว่าเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น โดยเฉพาะพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉุกเฉินได้มาอย่างไร ๑๕ ปี ถึงเวลา เราจะต้องมาศึกษาเพื่อจะดูว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง และมาทบทวนกันว่าสมควรจะบังคับ ใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้อีกต่อไปหรือไม่ หรือมีกฎหมายฉบับอื่นที่ดีกว่านี้ ที่เบากว่านี้ อย่างเช่น พ.ร.บ. ความมั่นคงที่เราควรจะต้องใช้ในพื้นที่ เหล่านี้คือสิ่งที่อยากจะฝากในเวลาจํากัดครับ

นอกจากนั้นแล้วผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ศอ.บต. เอง ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็มีหน้าที่ที่จะต้องอํานวยความยุติธรรมเป็นฝ่ายตั้งรับในการที่จะพัฒนาอาชีพ กําหนดทิศทาง เสนอแนะแนวทางการศึกษาซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะ ไม่ใช่เฉพาะวิชาสามัญ ของ สพฐ. แต่ยังมีการศึกษาด้านศาสนาที่จะต้องกําหนดควบคู่กันไป ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่หน่วยงานในพื้นที่เมื่อประกาศบังคับใช้หรือจะมีนโยบายกําหนดทิศทางในการจะใช้ กฎหมายใด ๆ หรือข้อกําหนด หรือข้อบังคับใด ๆ เหล่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กอ.รมน. หรือหน่วยความมั่นคง จะเป็นกิจจะลักษณะหรือเป็นแนวทางปฏิบัติ เราไม่อาจทราบได้ เพราะระเบียบปฏิบัติ คําสั่ง ข้อกําหนดเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ค้นหาได้ยาก จะขอตรวจสอบ จะขอรับรู้ข้อกําหนด ข้อบังคับไม่ได้ง่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือสภาพปัญหา ที่หากเราสามารถตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้ว ผมเชื่อว่าสังคม ความเชื่อมั่นกับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ ๔ อําเภอจังหวัดสงขลา เราสามารถที่จะเรียกความเชื่อมั่น เศรษฐกิจจะมีการพัฒนาที่ดีขึ้น สิ่งที่เราต้องการให้เห็นเพราะว่าตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีนั้น คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่กล้าที่จะยืนขึ้นแล้วบอกว่าตัวเองขอความเป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องมุสลิมนะครับท่าน ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องมุสลิมที่เกิดปัญหา เราไปศึกษา เราไปสอบถาม เราไปพูดคุยกับพี่น้องพ่อค้าในตลาดทุกศาสนา ทุกศาสนิกชน พี่น้องไทยพุทธ พี่น้องมุสลิมคนทั่วไปในตลาด กฎหมาย ๒ ฉบับนี้มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตมาโดยตลอด ในบางวาระ ในบางเวลาที่มีเหตุการณ์ความรุนแรง อย่างเช่น มีเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุทําให้ มีผู้เสียชีวิตจํานวนมากในเวลาเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีเสียงสะท้อนว่าขอให้มีการใช้กฎหมาย นั่นคือช่องทางหนึ่งที่จะมีความรู้สึกว่าจะเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ แต่ความจริงแล้วเรามีกฎหมายที่คุ้มครองชีวิตทรัพย์สิน ให้ความปลอดภัยกับ ประชาชนคนไทยคือกฎหมายอาญาที่บังคับใช้ และมีกฎหมายอีกมากมายที่จะใช้ เพราะว่า กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ใช้เฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้มาโดยตลอด และไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะฝากกับทางเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน สภาแห่งนี้ขอให้สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อศึกษา ผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ และพระราชกําหนดการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอ ญัตติทั้ง ๘ ฉบับ คือผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนและอภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๖ ต่อไปก็คงจะเป็นการอภิปรายสลับกันระหว่างผู้เห็นด้วยกับผู้ไม่เห็นด้วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ เชิญท่านทัศนียา รัตนเศรษฐ ก่อนแล้วก็ตามด้วยท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นครราชสีมา 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ การพิจารณาญัตติในขณะนี้ ดิฉันเชื่อว่ามีหลากหลายความคิด หลากหลาย ความเห็น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่าน ของแต่ละพรรค ซึ่งบางท่านก็อาจจะ มองว่าญัตติในวันนี้เกี่ยวกับคําสั่งพิเศษหรือคําสั่งของ คสช. นั้นเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล หรือบางพรรคอาจจะมองว่ามันเป็นการที่เรียกว่าสืบทอดอํานาจ ตรงนี้ดิฉันก็ไม่กล้าพูดชัดเจน มันเป็นการเรียกว่าสืบทอดอํานาจ นี่มันเป็นความรู้สึกของแต่ละท่าน แต่ละพรรคที่เป็น มุมมองด้านหนึ่ง แต่อีกมุมมองด้านหนึ่งท่านไม่เคยพูด ท่านไม่เคยบอกพี่น้องประชาชนเลย ทําไมถึงต้องมี คสช. ท่านพูดเพียงครึ่งเดียว ท่านไม่เคยบอกเลยว่าในปี ๒๕๕๗ เกิดอะไรขึ้น สังคมแตกแยกแค่ไหน แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็น ๒ ข้างอย่างชัดเจนลามไปจนถึงครอบครัว ในครอบครัวเองก็ทะเลาะกัน การเมืองท่านก็คงนึกออกขณะนั้นขัดแย้งรุนแรง จนกระทั่ง ลากกันประชุมถึงตีสามตีสี่ แล้วอีกขณะหนึ่งก็ออกไปลงสู่ท้องถนน ส่วนเศรษฐกิจก็ไม่ต้อง บอกหรอกท่านประธานก็ยับเยินไม่มีใครกล้ามาเที่ยวประเทศไทย เพราะกลัวว่าไม่ปลอดภัย แล้วที่สําคัญคือสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกจาบจ้วงอย่างกว้างขวางเห็นได้ชัดทั้งใต้ดินและบนดิน ซึ่งก็ถูกดําเนินคดีอยู่ในขณะนี้มากมาย นี่คือที่มาของการเกิด คสช. และเพื่อให้บ้านเมืองสงบ ให้บ้านเมืองนั้นเดินหน้าได้ ก็จึงมีการออกคําสั่งต่าง ๆ นานาที่ท่านได้กล่าวถึง ซึ่งการออกคําสั่งนั้น ถ้าท่านดูไม่ใช่ว่า คสช. เขานึกอยากจะออกเขาก็ออกเขาก็มีขั้นตอน มีกระบวนการในการออก นั่นก็คือส่วนราชการเป็นผู้เสนอให้ คสช. นั้นออกคําสั่ง เมื่อเขาเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาได้หรือว่าแก้ปัญหาได้ไม่ทันท่วงที หรือว่าไม่ทันเหตุการณ์ก็เสนอขึ้นมา แล้วเขาก็ไม่ได้เซ็นเลย ประกาศเลย ก็มีคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง กลั่นกรองดูความจําเป็น ว่าจําเป็นมากน้อยแค่ไหนฉุกเฉินหรือเปล่า แล้วก็ดูถึงว่ามีกระทรวง ทบวง กรมไหนหรือไม่ ที่เกี่ยวข้อง ดูไปจนถึงกฎหมายว่ามีกฎหมายอะไรบ้างที่จะมาแก้ไขสถานการณ์นั้นได้ เมื่อไม่มีเขาก็จําเป็นต้องออกคําสั่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกฉบับท่านดูจะเห็นว่าจะยึดเอาประชาชน เป็นหลัก จากผลกระทบก็ดีหรือว่าจากประเทศชาติก็ดี ยึดตรงนี้ ตัวอย่างที่ดิฉันอยากจะ ยกให้เห็นชัด ๆ นั่นก็คือ ประกาศหรือคําสั่ง ที่ ๗๒/๒๕๕๙ ซึ่งเป็นประกาศหรือคําสั่งเกี่ยวกับ การปิดเหมืองทองที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ก็คือเหมืองทองอัครา ซึ่งตรงนั้น คสช. เลือกที่จะเอา ประชาชนเป็นหลัก เพราะรู้ว่ามันกระทบถึงสิ่งแวดล้อม มันกระทบถึงชีวิต มันกระทบถึงสังคม ที่เขาอยู่ แม้รู้ว่าในวันข้างหน้าจะเกิดการฟ้องร้องเขาก็ยอม ณ ขณะนั้นให้มีการฟ้องร้อง เพื่อเอาประชาชนนี่เห็นได้ชัด

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดค่ะท่านประธาน นั่นก็คือเรื่องของหนี้นอกระบบ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ประวิตร ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน เพราะท่านเป็นผู้ทํา เรื่องนี้อย่างจริงจัง จนทําให้พี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าซึ่งไม่มีที่นาไม่มีบ้านอยู่ที่ถูกนายทุน เอารัดเอาเปรียบได้กลับคืนมามีที่นามีที่อยู่ นี่ก็เป็นผลจากคําสั่งพิเศษ ถ้าเรามองอย่างเป็นธรรม ในการออกคําสั่งนั้นที่ออกมาทั้งหมด ๕๖๕ ฉบับ ในบรรดา ๕๖๕ ฉบับนี้ปัจจุบันก็มีการ ยกเลิกไปมากมาย บางฉบับมันก็จะสิ้นสภาพด้วยตัวของมันเองในคําสั่ง ดิฉันยกตัวอย่าง เช่น ๑๓๓ ฉบับ ที่มีสถานะทางการปกครอง ก็ได้แก่พวกคําสั่งโยกย้าย คําสั่งแต่งตั้งหรือคําสั่ง ลงโทษต่าง ๆ เมื่อคําสั่งนี้สั่งออกไปแล้ว ลงโทษแล้ว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สถานภาพ ของกฎหมายเหล่านี้ที่ว่าเป็นประกาศ คสช. ก็สิ้นสุดลง หรือจะเป็นอีก ๘๙ ฉบับที่มีสถานะ ทางการบริหาร ซึ่งในขณะนั้นไม่มีคณะรัฐมนตรี คสช. ใช้อํานาจแทนคณะรัฐมนตรีที่อยู่ตาม กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพื่อที่จะให้กระทรวง ทบวง กรมนั้นสามารถเดินหน้าได้ สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ก็ออกมาเป็นคําสั่ง และเมื่อสั่งเสร็จแล้วก็ยกเลิกเมื่อสิ้นสภาพ แล้วอีก ๕๒ ฉบับที่มีสถานะทางกฎหมาย อันนี้เห็นชัดเลยท่านประธานอย่างกฎหมายประมง กฎหมายต่างด้าว แล้วก็กฎหมายการบิน ถ้าเราจําได้เราถูกอะไรคะท่านประธาน ถูกลดความน่าเชื่อถือลง ในขณะนั้นไม่มีกฎหมาย ที่อยู่กระทรวง ทบวง กรมไหนแก้ได้ทันเราตื่นตระหนก วันนั้น คสช. เขาก็ออกคําสั่งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อสถานภาพความน่าเชื่อถือกระเตื้องขึ้นคําสั่งนี้ก็ยกเลิกไป แล้วที่สําคัญ เกือบ ๔๐ ฉบับ ๓๙ ฉบับ ท่านประธานที่ยกเลิกไปตาม คสช. เมื่อมีการเลือกตั้ง นี่เป็นตัวอย่าง ที่เห็นว่าคําสั่งของ คสช. นั้นไม่ใช่จะเลวร้ายอย่างที่ท่านพูดกันมามากมาย ส่วนดีเยอะแยะ ท่านไม่เอามาพูดถึง แล้วที่สําคัญเหลือ ๕๐ ฉบับเท่านั้นที่ยังใช้อยู่ทุกวันนี้ แล้ว ๕๐ ฉบับนี้ ที่มันต้องใช้เพราะมีสถานะเป็นกฎหมาย แล้วเป็นกฎหมายที่อยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่จําเป็นต้องอยู่ อย่างเช่น กฎหมายความมั่นคงตัวนี้ก็จําเป็นต้องอยู่ เพราะอะไร ท่านประธานคะ เพราะท่านก็ดูเอาเถอะ ความมั่นคงของสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทุกวันนี้เป็นอย่างไร สถาบันชาติท่านก็ได้เห็นได้ฟังก็ยังมีแนวคิดที่จะมี การแบ่งแยกดินแดนหรือเปล่า ด้วยการที่จะแก้มาตราหนึ่ง ตรงนี้ก็ไม่มั่นคงแล้ว สถาบันศาสนา ก็ยังมีการใส่หัว ใส่คําพูดให้กับลูกหลานเยาวชน บอกว่าไม่ต้องไปวัดก็ได้ ไม่จําเป็นต้อง ใส่บาตรก็ได้ เพราะมันไม่จําเป็นอะไรเลย ยิ่งสังคมยิ่งมีการใส่หัวหนัก ถึงขนาดบอกว่า เพื่อความเสมอภาค ไม่ต้องมีการเคารพญาติผู้ใหญ่ ไม่ต้องเรียกว่าพี่ป้าน้าอา มีแต่คุณกับผม หรือเธอกับฉันอย่างนี้ทุกคนก็รับรู้ใช่หรือไม่ ซึ่งตรงนี้มันจะทําให้สังคมเราเป็นสังคมไร้ญาติ ขาดมิตร ท่านประธานยอมหรือคะอย่างนี้ นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่ง แล้วก็ในส่วนที่อยู่กับเรื่อง การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจเรามั่งคั่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่อยู่ในกระทรวงการคลัง อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ใน กระทรวงพาณิชย์ หรือว่าอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดิฉันไม่ลงรายละเอียด ล้วนแต่ จําเป็นต้องใช้ เพราะฉะนั้นดิฉันยังมองไม่เห็นความจําเป็นว่าจะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เพื่ออะไร ถามว่าตั้งขึ้นมาแล้วประชาชนได้อะไร แล้วสังคมจะลดความเหลื่อมล้ําลงหรือเปล่า ประเทศชาติจะเดินหน้าได้หรือไม่ สิ่งที่ดิฉันมองเห็นดิฉันบอกว่ามันจะมีแต่ด้านลบมากกว่า เพราะถ้าตั้งขึ้นมาศึกษามันเป็นการตอกย้ํา ตอกย้ําอะไรคะ มันจะตอกย้ําความรุนแรงขึ้นมา อีกหรือเปล่าเราก็ยังไม่รู้ ที่สําคัญมันจะตอกย้ําความรู้สึกที่ควรจะลืมเพราะมันเป็นความรู้สึก ที่ไม่ควรจํา ไม่ว่าจะความเจ็บปวดอะไรต่าง ๆ จากการปะทะในปี ๒๕๕๗ มันจะทําให้เรา ต้องหวนไปนึกถึงเสียงต่าง ๆ ที่เราไม่อยากได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงร่ําไห้ของพ่อแม่พี่น้อง ที่เขาต้องสูญเสียลูกหลานจากการปะทะหรือว่าเสียงร้องโอดครวญต่าง ๆ ที่อยู่ตาม โรงพยาบาลของคนเจ็บ แล้วที่สําคัญเสียงด่าของผู้ประกอบการที่เขาถูกเผาบ้านเผาเมือง ท่านประธานคะ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการ สิ่งไหนควรลืมก็ลืม ไปเถอะค่ะ สภาแห่งนี้ยังมีญัตติเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน ยังมีในเรื่องของปัญหา เรื่องน้ําที่เราลําบากกันอยู่ขณะนี้พี่น้องเขารอคอย แล้วที่สําคัญเขาฝากมาเขาบอกเขาเบื่อ เบื่อที่สภาแห่งนี้เอาแต่พูดเรื่องเก่า ๆ เดิม ๆ อธิบายก็แล้ว ชี้แจงก็แล้วก็ยังไม่ยอมจบ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอสมควรแล้วครับ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ฝากท่านสมาชิก ทุกท่านนะคะ เราควรจะเดินหน้าให้ประเทศชาติเราไปข้างหน้าเถอะค่ะ อดีตที่ไม่ควรจํา ก็อย่าจําเลยค่ะ แต่ถ้าหากว่ายังมีกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ขณะนี้ เขาก็กําลังรอแก้ไขอยู่แล้วที่จะนําเข้าสู่สภาแห่งนี้ให้พวกเราได้พิจารณานะคะ เพราะฉะนั้น ก็รออีกสักนิดหนึ่ง ดิฉันคิดว่าอันไหนจําเป็นก็ควรทําด้วยการผ่านสภาของเรา แต่อันไหน ไม่จําเป็นก็ไม่ควรจะตั้ง แล้วทั้งนี้ดิฉันเห็นอย่างยิ่งว่าไม่ตั้งอย่างมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เกินเวลาไป ๒ นาทีกว่า ๆ ท่านรังสิมันต์ ต่อไปนะครับ และท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านรังสิมันต์ครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ ต้องเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าผมเองเป็นผู้เสนอ ซึ่งโดยหลักผู้เสนอต้องได้เวลา ผมขอร้องว่าอย่าเพิ่งจับเวลา นี่ถือว่าเป็นการหารือกับท่านประธานนิดหนึ่ง ว่าจริง ๆ แล้วผมขอเวลาไว้ ๒๕ นาที แต่ท่านตัดผม เหลือ ๑๐ นาที ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วผมคือผู้ที่เสนอและควรที่จะได้รับการอภิปราย ถ้าท่าน ไปดูในใบเสนอญัตติจะเห็นชื่อของผมเป็นผู้เสนอครับ ดังนั้นผมขอความกรุณาได้โปรด ท่านประธานให้ผมได้อภิปรายในสิ่งที่ผมเตรียมมา วาระในญัตตินี้เรายื่นไปตั้งนาน กว่าจะ เข้ามาถึงชั้นนี้ได้ใช้เวลานาน ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้เราก็เปิดให้เกิดการอภิปรายในเรื่องต่าง ๆ เยอะแยะมากมายครับ เราก็พยายามให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่ วันนี้ผมก็พูดถึงปัญหาของ ประชาชน ไม่ใช่หลักสิบ ไม่ใช่หลักหน่วยแต่เป็นหลักล้าน ดังนั้นได้โปรดเถอะครับให้ผมได้ อภิปรายอย่างเต็มที่ ถึงเสียง ถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่ได้รับมา ขอเวลา ๒๕ นาที ได้ไหมครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอทํา ความเข้าใจนิดหนึ่งครับ คือผู้เสนอญัตตินี้มีหลายท่านในฉบับแต่ละฉบับ อาจจะเสนอ ๑ ท่าน หรือ ๓ ท่าน ๕ ท่าน ก็แล้วแต่เป็นผู้เสนอ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๖ ประธานอนุญาตให้ ผู้เสนอเลือกมาคนหนึ่งใครก็ได้ครับ ๑ คน ที่จะมีสิทธิอภิปรายได้ไม่จํากัดเวลาเพราะ เป็นผู้เสนอญัตติ ที่เหลือนอกนั้นก็เป็นคนธรรมดาที่ต้องอภิปรายต่อหลังธรรมดา ส่วนการกําหนดเวลานี้ ๑๐ นาที ซึ่งก็เรานี่ล่ะครับห้องประชุมนี้เป็นคนกําหนดกันไว้ตั้งแต่ต้น ถ้าผมจะให้คนใดคนหนึ่งมากกว่านี้ เดี๋ยวก็จะมีคนมาประท้วงผมว่าผมไม่เป็นกลางอีก ท่านอภิปรายสรุปไปเรื่อย ๆ ลองดูนะครับ ท่านก็พยายามกระชับเวลาหน่อย ท่านดูเนื้อหา สาระก็แล้วกันนะครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

คือท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมขออีกนิดเดียวคือพรรคของผมเรามีผู้อภิปรายรวมกัน ๑๑ ท่าน ผมได้มีการหารือกับทาง ท่านพิจารณ์ ซึ่งอย่างนี้ได้ไหมครับ ด้วยพรรคของผมที่ยื่นชื่อจํานวน ๑๑ ท่าน ผมอาจจะ ลดลงมาจํานวนหนึ่งโดยเอาเวลาของผมกับเวลาของท่านพิจารณ์ไปรวมกัน เพราะอย่างไรก็ตาม มันก็เท่ากันล่ะครับ ดังนั้นผมขอเป็น ๒๐ นาทีได้ไหมครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณมากครับท่านประธาน เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม จากพรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ มีผู้อภิปรายหลายท่าน ที่อภิปราย หลายท่านเนื้อหาสาระดีนะครับ ปิดชื่อพรรคปิดคนพูดปิดจุดยืนฟังไปฟังมา ดูเหมือนหลาย ๆ ท่านก็เห็นด้วยกับการที่จะตั้งกรรมาธิการนี้ ผมคิดว่านี่คือนิมิตหมายที่ดีครับ นิมิตหมายนี้ไม่จําเป็นต้องอยู่ภายใต้ของอํานาจเผด็จการหรือให้ใครมาบังคับ แต่เป็นการเห็นพ้อง ร่วมกันว่าปัญหาของประเทศไทยตลอด ๕ ปีที่ผ่านมานั้นมีเยอะแยะมากมายจริง ๆ แน่นอน ว่าอาจจะมีความกังวลอยู่บ้างว่าการอภิปรายในเรื่องนี้จะนําไปสู่การสร้างความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในอนาคตหรือเปล่า คงต้องเรียนตามตรงครับว่าการอภิปรายของผม ผมมีจุดประสงค์ที่จะทําให้ ทุกคนไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ หากในอนาคตหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีการเรียกตัวไปปรับทัศนคติอีก ผมก็จะยังคง แสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างท่าน แม้วันนี้ท่านจะไม่เห็นด้วยกับผมก็ตาม ผมขอยืนยันว่าการพูด ถึง คสช. หรือการศึกษาผลกระทบของ คสช. เป็นเรื่องที่สําคัญ ถ้ามันคือการสร้างความรุนแรง ก็แสดงว่า คสช. คือความรุนแรงท่านประธานครับ ประกาศและคําสั่งของ คสช. หลายฉบับ มีลักษณะเป็นการจํากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นการเพิ่มอํานาจให้แก่เจ้าหน้าที่ ของรัฐโดยเฉพาะทหารให้สามารถกระทําการต่าง ๆ ที่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เราไม่มี ทางยอมรับได้ การกระทําหลายลักษณะมีลักษณะของการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนอย่างชัดแจ้ง สาเหตุที่ประกาศและคําสั่งเหล่านี้บังคับใช้ได้ก็เป็นเพราะว่า คสช. นั้นมีกําลังทหาร ย้ํากัน ให้ชัด ๆ ว่าประกาศเหล่านี้ไม่ใช่กฎหมาย เพราะท่านอาศัยการบังคับ อาศัยความรุนแรง และอาศัยการละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านกําลังที่ท่านมี วิธีการเหล่านี้ท่านพยายามอ้างว่า มันคือกฎหมาย แต่จริง ๆ มันคืออํานาจ และท่านพยายามทําให้ทุกคนยอมรับในอํานาจที่ท่านมี มากไปกว่านั้นครับท่านประธาน ประกาศ คําสั่ง และการกระทําของ คสช. ยังส่งผลกระทบ ต่อประชาชนจํานวนมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน และการให้อํานาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่มุ่งเน้นไปยังฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เราจะเห็นว่า มีผู้แทนหลายคนก่อนหน้านี้ถูกพาตัวไปปรับทัศนคติ ถูกเรียกตัวไปคุย หลายคนต้องเปลี่ยน จากข้างการเมืองหนึ่งมาอีกข้างการเมืองหนึ่งก็เพราะว่าถูกกัดดัน ถูกใช้คดีความเป็นเครื่องไม้ เครื่องมือ ท่านประธานครับ การถูกปรับทัศนคติของพวกเราเป็นความทุกข์ยาก เราต้องให้ ทหารคนที่จบการศึกษาจากนายร้อย จปร. มาสั่งสอนพวกเรา เป็นความทุกข์ยาก เป็นความลําเค็ญ เป็นความลําบากของพวกเราแน่นอน แต่ในความเป็นจริงเรากลับมีประชาชนอีกจํานวนเยอะมาก ที่โดนแบบเดียวกัน เอาเฉพาะเรื่องการปรับทัศนคติ ๑,๓๐๐ คน ที่ถูกปรับทัศนคติซึ่งไม่รู้ ปรับอะไร ผมขอยกตัวอย่างหนึ่งนะครับ ของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากคําสั่ง และประกาศ และการกระทําของ คสช. คนกลุ่มนี้ถูกเรียกจากสื่อมวลชนและหลายคน ที่รู้จักว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง คนกลุ่มนี้ไปชุมนุมทางการเมืองในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ปีที่แล้วนี่เอง เขาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งให้ คสช. ทําตามที่ตัวเองสัญญาเอาไว้ แต่ผลคืออะไร คือมีคนมีชาวบ้านประชาชน ๔๑ คนที่ไม่ใช่แกนนําถูกดําเนินคดีในข้อหาชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไปตามคําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ข้อ ๑๒ คนเหล่านี้เขาเรียกร้องให้พวกเรา ในฐานะที่เป็นผู้แทนประชาชนได้มานั่งอยู่ในวันนี้ครับท่านประธาน คนเหล่านี้ทําให้การเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไรจะเกิดขึ้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ คสช. ต้องการ แต่คนเหล่านี้สละเงินทองสละเวลาส่วนตัว เอาความกล้าหาญที่ตัวเองมีไปชุมนุม ทางการเมืองเพื่อให้พวกเรามานั่งกันอยู่ที่นี้ แล้ววันหนึ่งก็มีนายทหารของ คสช. ออกไป ดําเนินคดีกับคนเหล่านี้และบอกว่าไปก่อความวุ่นวายทางการเมือง ประทานโทษ เรียกร้อง การเลือกตั้งนี่คือการก่อความวุ่นวายทางการเมือง แสดงว่าเราคือผลผลิตของความวุ่นวาย ทางการเมืองใช่หรือไม่ ผมคิดว่าผู้แทนราษฎรทุกคนต้องพึงสังวรถึงการเสียสละของประชาชน ผมไม่เข้าใจว่าผู้แทนราษฎรจะมีใครกล้าไม่เห็นด้วยที่จะศึกษาเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่มีประชาชน เสียสละตัวเองเพื่อให้พวกเรามาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าวันนี้คนกลุ่มนี้ทุกอย่างเหมือนจะจบด้วยดี เพราะคําสั่งที่ ๓/๒๕๕๘ มันโดนยกเลิกไปแล้วในข้อ ๑๒ แต่ถามหน่อยในเวลาที่เขาต้องไปขึ้นศาล ในเวลาที่เขาต้องไปกู้ยืมเงินเพื่อนบ้านเพื่อไปขึ้นศาล ในเวลาที่เขาถูกกระทําต่าง ๆ เรามีมาตรการ อะไรบ้างที่ไปเยียวยาคนเหล่านี้ ไม่มีเลย ดังนั้นผมจึงขอร้องให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้ครับ ถ้าท่านยังฟังไม่ชัดเจนเพียงพอ ท่านอาจจะคิดว่าคนเหล่านี้ ถูกดําเนินคดีก็เพราะว่าไปชุมนุมทางการเมืองไม่ได้เป็นความผิดของ คสช. อย่างนั้นฟังให้ดี ผมมีเอกสารฉบับหนึ่ง ผมคิดว่าเป็นเอกสารที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของฝ่ายกฎหมาย คสช. เอกสารนี้คือเอกสารหมาย จ.๑๔ จากสํานวนศาลอาญา คดีหมายเลขดําที่ ๒๘๙๓/๒๕๖๑ ซึ่งเป็นคดีการชุมนุมคราวเดียวกันแต่เป็นของแกนนํา บันทึกนี้เขียนเอาไว้โดยฝ่าย คสช. เขียนไว้อย่างนี้ครับ หากครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลดําเนินการแจ้งความซ้ําและจะแจ้งความซ้ําทุกครั้ง ที่กลุ่มต่อต้าน คสช. ออกมาเคลื่อนไหว ก็อาจจะส่งผลทําให้แกนนํากลุ่มเกิดความกดดัน และเป็นการจํากัดเสรีในการปฏิบัติของฝ่ายต่อต้าน คสช. ทําให้ระดับความรุนแรงในการ ปราศรัยปลุกระดมถูกลดลง ทั้งนี้การแจ้งความดําเนินคดีซ้ํานั้นควรที่จะมุ่งหวังเพียง เพื่อเพิ่มความกดดันและสร้างความยุ่งยากสับสนให้กับแกนนํามากกว่าที่จะมุ่งหวัง เพื่อควบคุมแกนนําไปขังในเรือนจํา เนื่องจากที่ผ่านมาการคุมขังแกนนํามักจะเป็นจุดล่อแหลม ของฝ่ายรัฐบาลที่จะถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและต่างประเทศ หรือนักวิชาการ สื่อต่าง ๆ รวมตัวกันออกมากดดันรัฐบาลให้ปล่อยตัวในภายหลัง อันจะส่งผลเสียกับรัฐบาล มากกว่า สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ คสช. ใช้วิธีการโจมตีโดยนําเรื่องคดีความในศาลมาเล่นงาน กับฝ่ายที่ต่อต้าน คสช. เพียงเพราะเขาพูดว่าเขาปฏิเสธการมี คสช. และอยากให้มี การเลือกตั้งโดยเร็ว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ได้นําไปสู่ภาระ ในการขึ้นศาลต่อผู้ชุมนุม ต่อประชาชน ต่อปู่ย่าตายายที่เข้ามาร่วมชุมนุม ฟ้องกันไปเลยครับ ฟ้องซ้ํา ๆ ฟ้องย้ํา ๆ ให้คนเหล่านี้มันหลาบจํา ตกลงว่าศาลยุติธรรมของพวกเรามีหน้าที่ รับคําฟ้อง คําร้องของฝ่ายกฎหมาย คสช. โดยไม่ต้องสนใจว่าคนเหล่านี้สิ่งที่เขาทําไป จุดประสงค์เขาต้องการเห็นประเทศไทยเดินหน้าใช่หรือเปล่า การที่ประชาชนคนหนึ่ง จะรวบรวมความกล้าออกมาเดินบนท้องถนน ประท้วงผู้มีอํานาจในยุคเผด็จการไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเลือกที่จะเอาเวลาและเงินทองที่สามารถเอาไปใช้กับเรื่องอื่นเพียงเพื่อมาส่งเสียง ไปยังผู้มีอํานาจอย่างตรงไปตรงมา ในแบบที่ผู้อื่นไม่กล้าที่จะทํา มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ ที่เผด็จการจะปฏิบัติกับเขาเหล่านี้ในลักษณะนี้ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรจะได้รับจาก สภาแห่งนี้ซึ่งเป็นสภาของผู้แทนราษฎรจึงพึงใช้อํานาจเพื่อปกป้องคนเหล่านี้ ท่านประธานครับ เอาเฉพาะสถิติที่เรานับได้นะ ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป อย่างน้อย ๆ ๔๒๑ คน ที่ถูกดําเนินคดี นี่คือจํานวนของคนที่เสียสละเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่เพื่อราษฎร ทั้งหลาย ผมขอพูดอีกตัวอย่างหนึ่ง ตัวอย่างนี้คือกรณีของคุณพัฒน์นรี ชาญกิจ หรือมารดาของคุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เนื่องจากว่ามีแชต (Chat) ที่มีลักษณะหมิ่นทักเข้ามาหาคุณพัฒน์นรี แล้วตัวคุณพัฒน์นรีหรือแม่จ่านิวตอบกลับออกไปว่า จ้า ตอบสั้น ๆ แค่นี้นําไปสู่การตั้งข้อหา ที่ยิ่งใหญ่ ปรากฏว่าในคดีนี้ ผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าของพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า ไม่ควรที่จะสั่งฟ้อง แต่เพราะคําสั่งที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่ให้โอนคดีของพลเรือนมาอยู่ในอํานาจ พิจารณาพิพากษาของศาลทหารในความผิดอาญาต่อพระมหากษัตริย์ ความผิดอาญา ต่อความมั่นคงของรัฐ และความผิดตามประกาศหรือคําสั่งของ คสช. ทําให้คุณพัฒน์นรี ต้องไปขึ้นศาลทหารแล้วอัยการศาลทหารมีความเห็นว่าควรที่จะสั่งฟ้อง ซึ่งถ้าท่านเป็น นักวิชาการท่านจะรู้เลยว่าศาลทหารถูกตั้งคําถามในวงการวิชาการอย่างยิ่งว่าตกลงแล้ว ศาลทหารมีความเป็นศาลจริงหรือ เพราะคนที่มาดํารงตําแหน่งในอัยการศาลทหารและตุลาการ ศาลทหารไม่มีความเป็นอิสระเลยครับ อยู่กัน สั่งการกันภายใต้สายบังคับบัญชา แล้วประทานโทษ เครื่องมือแบบนี้ วิธีการแบบนี้ เรากลับใช้เพื่อลงทัณฑ์ต่อคนที่เห็นต่างทางการเมือง มีหลายกรณี ครับท่านประธานที่มีผู้ถูกร้องหรือผู้ถูกแจ้งความดําเนินคดีต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดี ในศาลทหารนานมาก บางกรณีใช้เวลาถึง ๕ ปีกว่าจะได้รับการประกันตัวแล้วศาลก็ยังไม่มี คําพิพากษา หรือบางกรณีถูกฝากขังไม่ได้รับการประกันตัวแล้วสุดท้ายต้องยอมจํานน แล้วสารภาพ มีคํากล่าวคําหนึ่งในเรือนจํา เขากล่าวกันอย่างนี้ครับท่านประธาน สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน สารภาพติดพอประมาณ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นของระบบกระบวนการยุติธรรมไทย แล้วถามว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นองค์กรองค์กรเดียวที่มาจากการเลือกตั้งและยึดโยง กับประชาชนจะไม่ศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นของคําสั่ง คสช. หน่อยหรือครับ นี่นับว่าโชคดีครับ ที่คุณพัฒน์นรีใช้เงินประกันตัวแล้วสามารถออกมาข้างนอกสู้คดีได้ แต่มีหลายกรณีครับ ที่ไม่ได้โชคดีขนาดนี้ แล้วสุดท้ายก็นําไปสู่การสารภาพเพื่อยอมจํานนต่อกระบวนการยุติธรรม โดยสรุปครับท่านประธาน แม้ในปัจจุบันจะมีคําสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๙/๒๕๖๒ ยกเลิก ประกาศและคําสั่งของ คสช. จํานวนหนึ่งไปแล้ว แต่ผลกระทบของประกาศและคําสั่ง คสช. ยังคงมีอยู่และตกค้างอยู่ในประชาชน จึงสมควรที่เราจะต้องกลับมาทบทวนผลกระทบเหล่านี้ อีกครั้งและละเอียดถี่ถ้วน หากมีประกาศหรือคําสั่งใดที่ถูกยกเลิกหรือสิ้นผลในทางปฏิบัติไป แล้วก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้ายังมีผลกระทบอะไรอยู่เราก็ควรที่จะใช้กรรมาธิการชุดนี้ในการศึกษา เพื่อพิจารณาต่อไป จํานวนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ผมอภิปรายหรือเพื่อนสมาชิกอภิปราย อาจจะเป็น แค่จํานวนหนึ่งที่มีการบันทึกเอาไว้ มันอาจจะเป็นแค่เพียงยอดภูเขาน้ําแข็งที่เราเห็นก็ได้ แต่ถ้าสภาแห่งนี้ได้ทําหน้าที่บางทีตัวเลขที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องที่น่าตกอกตกใจ แล้วอาจจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทยที่จะไม่กลับไปสู่ยุคของการรัฐประหาร และแม้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หรือฉบับปัจจุบันจะกําหนดให้ประกาศและคําสั่งของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่นั่นไม่ใช่เหตุที่เราจะอ้างเพื่อละเลยความเสียหายที่ประกาศและ คําสั่งเหล่านี้ได้สร้างเอาไว้ หลักการที่ถูกต้องคือหากประกาศและคําสั่งใดสร้างความเสียหาย ต่อประชาชนอย่างไม่เป็นธรรมก็ควรจะต้องยกเลิก และหากจะยกเลิกแล้วก็ต้องมีมาตรการ ที่จะเยียวยาความเสียหายและหาผู้รับผิดชอบต่อไป สังคมประชาธิปไตยจะยอมรับให้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการใช้อํานาจเผด็จการได้หรือ ประชาชนสมควรรับโทษ จากประกาศและคําสั่งของ คสช. โดยไม่มีสิทธิโต้แย้งอย่างนั้นใช่หรือไม่ เมื่อการใช้อํานาจ ของ คสช. มีผลประโยชน์ของ คสช. เข้ามาเกี่ยวข้องเต็ม ๆ หากเราเชื่อกันว่าวันนี้เราอยู่ใน ระบอบประชาธิปไตย ได้โปรดเถอะครับ เราไม่อาจจะนิ่งนอนใจต่อประกาศและคําสั่ง คสช. ที่ไม่ได้มีฐานทางอํานาจที่เป็นประชาธิปไตยได้เลยครับ นี่คือวาระที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะได้โอกาสในการทําหน้าที่เพื่อปกป้องและคืนความเป็นธรรมให้กับราษฎร นี่คือหนทางของ การทําหน้าที่ที่ผู้แทนราษฎรพึงกระทํา ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้เราพูดกันเยอะว่าประชาชนนั้น มีปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของราคา ผลิตผลต่าง ๆ ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยว่าเรื่องเหล่านี้มีความสําคัญ และต้องได้รับการแก้ไข แต่การอ้างเรื่องเช่นนี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเพิกเฉยถึงมรดกที่ตกค้างจากน้ํามือของ คสช. ที่มีต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน เช่นนี้แล้วสภาผู้แทนราษฎรจะได้ชื่อว่า เป็นสภาที่เป็นผู้แทนของประชาชนได้อย่างไร หากสุดท้ายสภาแห่งนี้จะยังคงยืนยันเพื่อเพิกเฉย ในการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผมแนะนําว่าเราควรเปลี่ยนชื่อจากสภาผู้แทนราษฎร เป็นสภาผู้แทนเผด็จการ เพราะว่าสิ่งที่เรากําลังจะทําคือการปกป้องมรดกของ คสช. มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน หากสภาที่ผมยืนอยู่แห่งนี้ต่อหน้าท่านประธานครับ คือสภาผู้แทนราษฎร มิใช่สภาผู้แทนเผด็จการ ผมขอวิงวอนเพื่อให้สมาชิกช่วยกันคนละเสียง ช่วยกันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากประกาศและคําสั่งของ คสช. และการกระทําตามประกาศและคําสั่งเหล่านี้ หากท่านไม่แน่ใจว่าจะกดโหวต เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ขอได้โปรดพึงระลึกถึงในวันที่ท่านถูกกระทําด้วยน้ํามือของนายทหาร โปรดพึงระลึกถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่ถูก คสช. ควบคุมตัว ระลึกแบบนี้แล้ว ลองถามสามัญสํานึกของท่านดูว่าท่านจะโหวตว่าอะไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยม แล้วตามด้วยท่านอาจารย์โกวิทย์ ท่านนิยมก่อนนะครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีความจําเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อสนับสนุน ญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ จากการกระทําและประกาศหรือคําสั่งคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ตามมาตรา ๔๔ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องบอกกล่าวแก่พี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ๕ ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนบอบช้ําจากการที่มีคณะเผด็จการ ซึ่งวันนี้ออกคําสั่งไปบังคับหัวพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ความจริงท่านประธาน ก็รู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าวันนี้ไม่มีการเลือกตั้งท่านไม่ได้มานั่งตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้ายังเห็นว่าคําสั่ง คสช. มันถึงเวลาจะต้องศึกษาถึงเหตุถึงผล ความจริงไม่ต้องศึกษาแล้วครับ เพราะมันเป็นผล โดยตรงแก่พี่น้องประชาชนซึ่งเขาเองได้รับความเดือดร้อนจากคําสั่งนี้ ท่านประธานครับ คําสั่ง คสช. คือท่านเป็นอดีตหัวหน้า คสช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้ท่านมานั่ง ในฐานะหัวโต๊ะ หัวโต๊ะในฐานะนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผมจึงขอเรียนว่าตั้งแต่ท่านยึดอํานาจมา พฤษภาคม ๒๕๕๗ มาถึงวันนี้ ๕ ปีเศษ ๆ วันนี้เราได้รับการปลดปล่อยมาเป็นผู้แทนราษฎร จากพี่น้องประชาชน อาจจะไม่เต็มร้อยในระบอบประชาธิปไตย แต่ผมก็ยืนยันว่าอย่างน้อย อํานาจเมื่อประชาชนเขาเลือกเรามานั่งในสภาแห่งนี้ แล้วทําไมเราไม่ถือโอกาสศึกษาถึง ความเป็นไปได้ว่า ทําไมคําสั่ง คสช. ควรจะหมดไปจากประเทศนี้ จริงอยู่ท่านประธานครับ เรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หลายคนบอกว่าหมดแล้วคําสั่ง คสช. ไม่จริงมีมาตรา ๒๖๕ ได้เปิดในเฉพาะกิจ ได้เปิดโอกาสให้คําสั่ง คสช. ยังมีอํานาจอยู่ การเลือกตั้งเมื่อ เดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งในภาวะวิกฤตในภาวะของ คสช. มีอํานาจอยู่ ดังนั้นการเลือกตั้ง จึงมีปัญหาในหลายเรื่อง เพราะการที่คําสั่งนี้มีพลังมีอํานาจที่เรียกตัวเองว่า มาตรา ๔๔ หลายคนบอกแล้วว่ามี ๕๐๐ กว่ามาตรา บางท่านบอกว่ามันหมด จริง ๆ ไม่หมดละครับ ยังเหลือที่ใช้ ผมตรวจเช็ก (Check) ดูอยู่ ๒๐๐ กว่าคําสั่งยังมีอํานาจเต็มในประเทศแห่งนี้ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้อง ส.ส. ทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ดี ท่านโปรดสําเหนียกว่าท่านมาจากประชาชน ท่านต้องเอาความไม่ดีไม่งามทั้งหลายที่เกิดขึ้น จากคําสั่งนี้ออกไป โดยการรวมกันมาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปดูว่าอันไหน ควรยกเลิก ยกเลิกไปเลย อย่าให้มีในประเทศนี้ เพราะคําสั่ง คสช. หรือมาตรา ๔๔ ๕๐๐ กว่าคําสั่งเป็นเรื่องที่คนมีอํานาจอยู่ผู้เดียว ไม่ได้เข้ามา สอบถาม ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนแบบนี้ คือตัวเองคิดว่าถูกต้อง พี่น้องประชาชนคนใด โดยเฉพาะข้าราชการพอเจอมาตรา ๔๔ เห็นด้วยกันทั่วหน้า ถ้าใครเห็นด้วยได้ดิบได้ดีหมด อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าใครเห็นด้วยรับใช้เผด็จการได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโตหมด ณ วันนี้ ถ้าใครเห็นต่าง แม้แต่ในสภาแห่งนี้ยังโดนไปหลายรายแล้วครับ เห็นต่างไม่เอาด้วย ยากครับ สั่งปลด สั่งงด สั่งย้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ในสังคมนี้รับรู้ ผมคนหนึ่งซึ่งบอกว่าพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านก็ตามอยู่ในสภานี้ก็ตาม โปรดรับรู้ว่า คําสั่ง คสช. ได้ให้ผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนด้วยโดยตรง คนที่บ้านผมพอคําสั่งนี้ออกมาการมีชีวิตอยู่ในสังคม เศรษฐกิจการทํามาหากินลําบากครับ ใครจะบอกว่าเศรษฐกิจสุดยอด เพราะท่านให้เงิน ๑,๐๐๐ บาท ท่านไปดูเลยครับ พวกที่ได้ประโยชน์คือตระกูลใหญ่ทั้งนั้น ส่วนพี่น้องประชาชน ความเป็นอยู่อด ๆ อยาก ๆ ท่านไปดูเลยครับ หรือบ้านท่านประธานไม่อดอยาก บ้านผมอีสาน จังหวัดสกลนครลําบากครับ เงินท่านให้มาเขาไปซื้อปลากินไม่ได้ไปซื้อตําบักหุ่ง บ้านผมเรียก ส้มตําไม่ได้ครับ ต้องให้เข้าไปในศูนย์การค้า ซึ่งจดทะเบียนแล้วไปกดแก๊กแก๊กแก๊กถึงได้ครับ จะเอาเงินนั้นไปซื้อปู ซื้อปลา ซื้อปลามาแจ่ว บ้านผมไม่ได้ท่านประธาน ข้าวยากหมากแพง ๕ ปีที่ผ่านมา จนวันนี้ท่านจะแจกอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านต้องกลับไปทบทวนถามว่าตัวเอง ทําอะไร เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าโดยเฉพาะคําสั่งที่ ๑ เสียก่อน ผมขออ่านเป็นราย ๆ คําสั่งที่ ๑ เห็นชัดเจนเลย คําสั่งไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ท่านประธาน เจ็บปวดไหมครับ วันนี้บางคนจะสิ้นสุดแล้วก็ดีไป เพราะได้อยู่ต่อไปอีก ๕ ปี แต่ประชาชนเสียประโยชน์ ไม่กล้าตัดสินใจ นายก อบต. ท้องถิ่นทั้งหลาย เทศบาล วันนี้ก็ดีไปอยู่มาอีก ๕ ปี โดยไม่ต้อง เลือกตั้งแต่พี่น้องประชาชนเขาเสียหาย อันนี้ผมฝากท่านประธานว่า ถ้าใครยังคิดว่าคําสั่ง คสช. เป็นประโยชน์แก่ประชาชนกลับไปคิดใหม่ คําสั่งที่ ๓ ผมต้องบอกว่าเอาสั้น ๆ เพราะว่า เวลามันจะหมดแล้ว คําสั่งที่ ๓ เป็นฉบับที่มีความสําคัญเลยนะท่านประธาน ผมก็โดนด้วย คือคําสั่งนี้มาใช้แทนกฎอัยการศึกเลย ให้ทหารทําอะไรก็ได้ ไม่ต้องใช้อํานาจศาล ไม่ต้อง ขอหมายศาล ไม่ต้องขอหมายเรียก ทหารจะเข้าไปจับกุมตรวจค้นบ้านใครก็ได้ ท่านประธาน ดีนะท่านประธานไม่ได้อยู่เหมือนพวกผม ผมอยู่ในบ้านมีทหารมาเฝ้าก็ดีนะ มากินกาแฟด้วยทุกวัน นี่ละคือคําสั่งที่ ๓ ผมเอาแค่ ๓ คําสั่ง เพราะเวลามันน้อย ยืนยันว่าแค่ ๒ คําสั่งนี้ก็เห็นแล้วว่า ประชาชนทั้งหมดจะโดนจับกุม จะเรียกค้น จะดําเนินการอย่างไรก็ได้ทําได้หมด เพราะเขาถือว่า ใช้อํานาจ คสช. แต่ที่ผมแปลกใจ อํานาจ คสช. มีอยู่เต็มมือ แต่ปัญหาใหญ่คือยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วทําไมไม่ใช้อํานาจ คสช. เข้าไปตรวจค้นเลยจับกุมเลย จับให้ถล่มทลาย ยาเสพติดที่บ้าน ผมเต็มบ้านเต็มเมืองลูกหลานลําบาก แต่เห็นจับที ๑๐๐ เม็ด ๑,๐๐๐ เม็ด ๑๐๐,๐๐๐ เม็ด ๑ ล้านเม็ด ไปไหนหมดครับ เวลาหมดขออนุญาต ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อาจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทยวันนี้ผมขอใช้โอกาสนี้เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับคําสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบ ต่อเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นปากเสียงให้กับเขาในฐานะที่ถูก กระทําจากคําสั่งนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพ คําสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบต่อผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้นมีจํานวนมากตามข้อมูลมีถึง ๔๐๐ กว่าคน ส่วนหนึ่งก็ได้ดําเนินการ ไปแล้วก็ค้างอยู่มากกว่า ๑๐๐ คน เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีผลมาก ๆ ในหลายปีเมื่อมีคําสั่งนี้ก็คือว่า ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ การหยุดปฏิบัติหน้าที่ย่อมมีผลต่อ การทํางานในท้องถิ่น เพราะว่าการทํางานในท้องถิ่นของผู้บริหารท้องถิ่นนั้นจะต้องอํานวยการ เชิงนโยบายต่อพี่น้องประชาชน การให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องออกแล้วก็หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อการทํางานของผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการท้องถิ่นที่จะไปบริการ พี่น้องประชาชนในชุมชนท้องถิ่น นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากว่าในการดําเนินงานนั้นก็อยากเรียกร้อง ให้การใช้ มาตรา ๔๔ มีหลายประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ต้องทําก็คือการที่จะต้องไปตรวจสอบ เพราะว่าหลายที่การตรวจสอบข้อมูลจากผู้บริหารท้องถิ่นที่โดนเรื่องเหล่านี้ข้อมูลส่วนหนึ่ง จะอยู่ที่จังหวัด อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อีกส่วนหนึ่งถ้ามีเรื่องที่เป็นคดีที่มีมูล ก็ส่งให้ ป.ป.ช. กับอีกส่วนหนึ่งคําสั่งนี้ทางผู้บริหารท้องถิ่นได้ให้ศาลปกครองดําเนินการ โดยเฉพาะข้าราชการส่วนท้องถิ่น แล้วก็อุทธรณ์คําสั่งมีอยู่หลายราย สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าจําเป็นที่จะต้องดําเนินการเร่งตรวจสอบคําสั่งที่ทําให้เขาต้องหยุดปฏิบัติ หน้าที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมแยกแยะจําแนกจะต้องให้ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด กระทรวงมหาดไทย หรือ ป.ป.ช. ก็ดี หรือในการอุทธรณ์คําสั่งก็ดีต้องเร่งรัดและคืนการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเขา นี่คือสิ่งที่จะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามมันมีผลต่อสิ่งที่ตามมา นั่นก็คือ การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในปีหน้า ผมคิดว่าผู้บริหารท้องถิ่นส่วนหนึ่งเขาก็อยากคืนสิทธิเขา ที่จะต้องไปสมัครผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะเกิดการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้น แต่ถ้าคําสั่งนี้ยังค้างคาอยู่ก็จะทําให้เขาเสียสิทธิ เสียโอกาสที่จะต้องไปสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ในอนาคตข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นวิธีการมีอยู่หลายวิธี ผมจึงอยากเรียกร้องว่า ในคําสั่ง คสช. ถ้าเราจะดําเนินการ มีหลากหลายวิธีที่จะดําเนินการ วันนี้ผมลุกขึ้นพูดผมอยากจะขอบคุณคณะกรรมาธิการ การกระจายอํานาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษได้เอาเรื่องนี้ เข้ามาในคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อที่จะดําเนินการเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคืนสิทธิให้กับเขา โดยเฉพาะในระดับจังหวัดก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ที่กํากับท้องถิ่นจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ในระดับกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกัน เมื่อได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาแจกแจงแล้วก็ให้ รายละเอียดว่า ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่นคนใดที่อยู่ระหว่างดําเนินการสอบสวน จะต้องดําเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จ กรรมาธิการก็จะพยายามดูว่าจะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จเมื่อไร ก็มีการยื่นระยะเวลาเพื่อจะให้โอกาส เพื่อที่จะให้ดําเนินการตรวจสอบ แล้วคืนสิทธิให้กับเขา ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้ดําเนินการมาแล้วส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าวิธีการเยียวยาแก้ไขปัญหาในคําสั่ง คสช. นั้นมีหลากหลายวิธีด้วยกันที่จะกระทํา สมาชิกหลายท่านก็ได้เสนอความคิดความเห็นในเรื่องนี้ในหลายส่วนที่จะแก้ปัญหา แต่ผมจะยกตัวอย่างกรณีของคําสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการกับผู้บริหารท้องถิ่น ผู้มีตําแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย รวมถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่ง ที่เขาต้องถูกคําสั่งไปก็มีวิธีการตรวจสอบ มีวิธีการดําเนินการได้หลากหลายวิธี เพราะฉะนั้น ในประเด็นที่ผมกําลังพูดเสนอท่านประธาน ประสิทธิภาพของคําสั่ง คสช. ในหลายเรื่อง ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับผู้บริหารท้องถิ่นที่ผมพูดถึง ให้กับข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เขาก็กังวลว่าถ้าไม่ดําเนินการให้เขา ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องเสียโอกาส เพราะว่าหลายปีบางคนก็โดนไป ๓ ปี บางคนก็ ๒ ปี หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องถูกพักเขาเสียโอกาสในโอกาสนี้ ผมจึงเสนอว่าในวิธีการเยียวยา ก็อยากจะเรียกร้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะต้องคิดให้รอบคอบว่าเราจะต้องทําอย่างไร เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทําให้คําสั่ง คสช. นี้ได้รับการแก้ไขซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเสนอเป็นหลักของการพูดถึงคําสั่งที่มีผลกระทบ ต่อผู้บริหารท้องถิ่นนั้นและข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะนําเสนอให้สภา ได้ทราบว่าบางเรื่องก็สามารถใช้วิธีในเรื่องของคณะกรรมาธิการสามัญได้ แม้ว่าบางเรื่อง สมาชิกอาจจะไม่เห็นด้วยว่าในการใช้วิธีการแบบนี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่ผมขอยืนยันว่า ในกรณีของผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้นก็อยากจะฝากบอกผ่านไปยัง ท่านประธานสภาไปถึงผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งหลายว่า เราได้ดําเนินการ เพื่อทําให้คําสั่ง คสช. ที่กระทําต่อท่านทั้งหลายนั้นได้ปลดล็อก ได้ดําเนินการให้ทันท่วงที เวลาที่ผู้บริหารท้องถิ่นที่รอโอกาสที่จะเลือกตั้งอยู่ในอนาคตนั้นได้ดําเนินการ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากเรียกร้องว่าหลากหลายวิธีนั้นสภาก็ต้องคิดว่าจะทําอย่างไรคืนความสุขให้กับ พี่น้องประชาชนได้ ในกรณีของผู้บริหารท้องถิ่นผมอยากจะกราบเรียนว่านี่คือวิธีการหนึ่ง ที่เข้าสู่คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ก็กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานสภาครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านนพคุณ รัฐผไท ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ และท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ อีก ๔ ท่าน เชิญท่านนพคุณ รัฐผไท ครับ ท่านนพคุณยังไม่พร้อมท่านเทพไทจะอภิปรายเลย ไหมครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศ และคําสั่งปฏิวัติคณะต่าง ๆ ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติ โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้เสนอก็คือคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เพื่อนสมาชิกร่วมพรรคของผมครับ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าญัตติของคุณสาทิตย์ที่เสนอ ก็ค่อนข้างที่จะกว้างแล้วก็ครอบคลุมคําสั่งของคณะปฏิวัติทุกคณะ ไม่ได้เฉพาะเจาะจง กับคําสั่งของ คสช. ครับท่านประธาน เพราะเราเชื่อว่าคําสั่งที่มาจากคณะปฏิวัติไม่ว่าคณะใด เป็นปัญหาในทางแก้ไขมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก การออกคําสั่งของคณะปฏิวัติ ง่ายมากครับท่านประธาน เซ็นแก๊กเดียวออกมาเป็นกฎหมายซึ่งมันต่างกับกฎหมายที่ออกจาก สภาผู้แทนราษฎรซึ่งท่านประธานก็รู้ว่าเวลาเราออกกฎหมายมันยากมาก กว่าจะผ่านวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสามไปได้ แต่ว่าคําสั่งของคณะปฏิวัติเซ็นปั๊บเป็นคําสั่ง แล้วก็ผูกพันยาวนาน กว่าจะแก้ได้ยากมาก ผมยกตัวอย่างคําสั่งของคณะปฏิวัติในสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ครับท่านประธาน คําสั่งคณะปฏิวัติ ปว.๑๗ ท่านประธานก็คงจําได้นะครับ ท่านปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๐๑ ผมก็ยังไม่เกิดครับ ท่านประธานก็น่าจะเกิดแล้ว แต่ว่าใช้มา ๒๐ ปี กว่าจะแก้ไขได้ท่านประธานลองคิดดู มาตรา ๑๗ ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังจากนั้นท่านประธานจําได้ก็คือ ปร.๔๒ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๒ ซึ่งเป็นโซ่ตรวนที่รัฐผูกตรึงของสื่อสารมวลชน และพี่น้องสื่อสารมวลชนก็สู้เรื่องนี้มายาวนาน ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ กว่าจะสู้ชนะได้ในยุคของรัฐบาลพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ ๑๓ ปีเต็ม และพอมาวันนี้ถ้าท่านประธานดูกฎหมายเยอะมาก ที่ออกจากคําสั่งของ คสช. ผมขออ้างอิงเอาข้อมูลจากนักกฎหมายของรัฐบาล เอามาจากที่อื่น เดี๋ยวท่านจะหาว่าผมเมก (Make) ข้อมูลขึ้นมา เป็นข้อมูลจากคุณวิษณุ เครืองาม บอกว่า คณะ คสช. ได้ออกคําสั่ง คสช. ทั้งหมด ๔๕๖ ไม่ใช่หวยนะครับท่านประธาน ๔๕๖ คือจํานวนฉบับที่ออกจากมาตรา ๔๔ นะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าบางฉบับ ก็ได้ยกเลิกไปแล้ว บางฉบับก็ยกเลิกด้วยตัวของคําสั่งเองคือหมดสภาพไปนะครับ บางคําสั่ง ก็ถูกยกเลิกโดยคําสั่งของคณะปฏิวัติ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ทั้งหมด ๒๑๐ ฉบับ ท่านประธานครับ แค่ ๒๑๐ ฉบับนี้ใช้เวลานานมากถ้าหากว่าให้สภาพวกผมแก้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เราก็ควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาสะสางว่ากฎหมายที่ออกโดย คสช. ที่มีผลกระทบต่อ สภาพเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็การเมืองว่ามันมีกฎหมายฉบับไหนบ้างที่เป็นกฎหมายเร่งด่วน คือถ้าให้ทุกคนเลือกแล้วก็มาแก้ไขทีละฉบับมันเป็นการยากครับ เพราะมันจํานวนมาก แล้วเราก็คิดที่แตกต่างกัน ถ้าเราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อที่จะรวบรวมแล้วก็ศึกษา แล้วก็สะสางว่าอันไหน ที่เป็นประโยชน์ก็คงไว้ อันไหนที่มีโทษผูกมัดเสียประโยชน์ ประชาชนเสียประโยชน์ เราก็แก้ไข คือถ้าเราตั้งใจที่จะทํากฎหมายทุกฉบับให้เป็นเรื่องของประชาชน ไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ผมคิดว่าเราควรจะตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่านประธาน มาตรา ๔๔ ที่ออกมาต้องเรียนกับท่านประธานไม่ได้กระทบกับผมเป็นการส่วนตัวหรอกครับ เพราะว่า ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการกระทําผิดหรือต้องใช้มาตรา ๔๔ แล้วกระผมก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวกับรัฐบาลชุดนี้ แต่ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดนี้อยู่บ่อยครั้งก็พูดถึงความถูกต้อง ผมเคยเสนอว่ามาตรา ๔๔ ที่ท่านเสนอมาหลายครั้งไม่เคยถูกใจผมหรอกครับ บางครั้งผม ก็เสนอว่าท่านควรจะใช้มาตรา ๔๔ ให้เป็นประโยชน์ ผมยกตัวอย่างก็คือประชาชนเรียกร้อง การใช้มาตรา ๑๔ ในการปฏิรูประบบราชการก็บอกว่าควรที่จะปฏิรูปตํารวจ ๕ ปีครับท่านประธาน เชื่อหรือไม่ว่า ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกรอให้รัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งปฏิรูป ทั้ง ๆ ท่านมีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือ มาตรา ๔๔ ไปจัดระเบียบกระทรวง ทบวง กรม ว่าเรื่องกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แยกออกมา จากกระทรวงศึกษาธิการ ผมเสนอว่ารัฐบาลน่าจะใช้มาตรา ๔๔ แบ่งกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาออกไป เอาการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมมารวมกัน เพราะเนื้อหารูปแบบคล้ายคลึงกัน เอาการกีฬากับเยาวชนเอาไปต่างหากอีกกระทรวงหนึ่งก็ได้ ๒ กระทรวง ไม่ทําครับท่านประธาน แล้วมีปัญหาจนถึงปัจจุบันนี้กระทรวงนี้ แล้วก็พูดกันทุกครั้งว่าจะแก้ไข ๆ แล้วก็ไม่ประสบ ความสําเร็จ ถ้าหากว่ามีมาตรา ๔๔ ผมเชื่อว่าทําได้ แต่ว่าก็ไม่ทําครับ ไปทําเรื่องอื่น ไปทํา เรื่องอีเหละเขะขะหลายเรื่องหลายราว จนเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมรอคอยที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ในฐานะประธาน คสช. ว่าจะใช้มาตรา ๔๔ สะสางปัญหาต่าง ๆ ที่มันเป็นปัญหาที่กฎหมายฉบับตามปกติทําได้ยากให้แกทําก็ไม่ทํา ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเข้าใจการมีประกาศของคณะปฏิวัติ หรือคณะ คสช. หรือคณะอะไรก็แล้วแต่ในสถานการณ์ที่มันไม่ปกติ ก็ต้องยอมรับว่าในช่วงปี ๒๕๕๗ สถานการณ์บ้านเมืองมันไม่ปกติจริง ๆ แล้วผมก็เห็นด้วยว่าเมื่อท่านมาควบคุมให้สถานการณ์ มันดีขึ้น แล้วผมคาดหวังว่าท่านก็น่าจะอยู่สัก ๒ ปี แล้วก็ให้พวกเรากลับมาสู่สภากันใหม่ แต่เอาแล้วเอาเล่าท่านประธานก็รู้ว่าพวกเราก็ตกงานมา ๕ ปีเต็มกว่าที่จะมีการเลือกตั้ง ผมรอคอย พลเอก ประยุทธ์ ไปประเทศญี่ปุ่นก็บอกว่าจะเลือกตั้งปี ๒๕๕๙ พอไปยูเอ็น (UN) ก็บอกจะเลือกตั้งปี ๒๕๖๐ พอไปประเทศสหรัฐอเมริกาก็บอกว่าจะเลือกตั้งปี ๒๕๖๑ กลับมาถึงประเทศไทยก็ได้เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ท่านประธานกับผมก็ได้เข้ามาสภา ก็ต้องเรียนว่า เราก็รอคอยว่าเราก็อยากจะให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้มาแก้ เพราะ ๕ ปีที่ผ่านมา การที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จมีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือมันปฏิรูปไม่สําเร็จ ตอนนั้นมีหลายคน มวลชน มวลมหาประชาชนอะไรก็แล้วแต่ก็เรียกร้องว่าเราต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แล้วจนถึงบัดนี้ เลือกตั้งไปแล้วและจะเลือกตั้งใหม่ด้วยซ้ําไป การปฏิรูปก็ยังไม่เกิดขึ้นท่านประธาน ผมจึงเห็นว่า เรามีความจําเป็นที่จะต้องมาสะสางกฎหมายที่ออกด้วย คสช. และ สนช. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมาย สนช. ที่ประเภทออกแบบสุกเอาเผากิน ๓ วาระรวดอะไรในลักษณะเช่นนี้ที่มัน ไม่รอบคอบเราก็ควรที่จะมาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากลั่นกรองแล้วก็พิจารณาดูว่าอะไรที่ควร จะแก้ไขได้บ้าง ผมจึงเห็นด้วยว่าเราควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาชุดหนึ่งจะใช้ชื่ออะไร ก็แล้วแต่ท่านประธาน ผมไม่ขัดข้อง แต่ว่าในส่วนตัวผมผมสนับสนุนญัตติด่วนที่เสนอโดย คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และผมก็คาดหวังว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก็คงเห็น ความสําคัญของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็ได้ใช้การสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมา ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนพคุณ

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสอภิปรายในญัตตินี้ การบริหารราชการแผ่นดินพวกผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลจําเป็นจะต้อง ออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้แล้วก็เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ แต่ต้องยอมรับความจริงว่า คําสั่ง คสช. ที่ออกมาหลายฉบับ บางฉบับก็เป็นประโยชน์ บางฉบับก็สร้างความเสียหาย แก่ราชการและต่อประชาชน การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษานั้น สิ่งไหนที่ดีเราก็ใช้ต่อไป ศึกษาแล้วอันไหนที่ไม่ดีเราก็ควรจะปรับปรุงแก้ไข ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของท่านเทพไท ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ที่ท่านมีความคิดเห็นว่าเราน่าจะต้องศึกษาเพื่อที่จะหาสิ่งที่ไม่ดี ของคําสั่ง คสช. ขออนุญาตยกตัวอย่างคําสั่งที่มีผลกระทบอย่างมาก และสร้างความเสียหาย ต่อราชการ โดยเฉพาะสร้างความเสียหายอย่างคาดไม่ถึงต่อกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีบุคลากร ทางการศึกษาเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คน จะเห็นได้ว่าที่ผมพูดก็คือคําสั่งของ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาในภูมิภาค ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ว่าทําไมเราถึงจะต้องศึกษาแล้วทําไมเราถึงจะต้องแก้ไข เราสังเกตว่าเมื่อมีการประกาศใช้ คําสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มา ๒ ปีเศษหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ หลายพันคนได้รวมตัวกันแต่งชุดดํา แล้วก็เดินมาที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิก คําสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ทั้งที่ใช้เวลาแค่ ๒ ปีเศษ รัฐบาลในขณะนั้นได้ออกคําสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ โดยอ้างเหตุผล ๒ ประการหลัก ๆ ก็คือว่าต้องการที่แก้ปัญหาเรื่องการทุจริตในเขตพื้นที่ การศึกษา ซึ่งทั่วประเทศมี ๒๕๕ จุดหรือ ๒๕๕ แห่งนะครับ

ประการที่ ๒ ผู้บริหารกระทรวงได้ออกคําสั่งที่ ๑๙ นี้ก็เพื่อที่จะแถลงว่า ต้องการที่จะรองรับการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ผมเชื่อว่าข้าราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าถาม ๑๐ คนนี้ตอบไม่เหมือนกันสักคนนะครับ แต่พอเห็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าการออกคําสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ก็เพื่อที่จะรองรับการทํานโยบายที่จะเพิ่มความรู้แล้วก็ลดเวลาเรียน นโยบายในเรื่องของ ให้นักเรียนมีทักษะความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่ม แล้วก็ให้มีความรู้ในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ นโยบายในเรื่องของอาชีวศึกษาเป็นเลิศ แล้วก็นโยบายคืนครูสู่โรงเรียนหรือสู่ห้องเรียน อันนี้เป็นนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้อ้างขึ้นมา เพื่อที่คําสั่งจะได้สมเหตุสมผล แต่ปรากฏว่าผลกระทบอย่างมากในช่วง ๒ ปีเศษ

ประการแรก สร้างความแตกแยก ทําลายขวัญในการทํางานของข้าราชการ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการ ประถมศึกษาหรือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีจํานวนหลายแสนคน

ประการที่ ๒ ความสัมพันธภาพระหว่างสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดแล้วก็ สํานักเขตพื้นที่การศึกษานั้นไม่มีเลย มีการนินทาว่าศึกษาธิการจังหวัดไปตรวจงานหาที่จอดรถ ในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้

ประการที่ ๓ สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือโอกาสการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวง ตั้งแต่คําสั่งนี้ประกาศใช้มานโยบายที่ท่านรัฐมนตรีใช้อ้างว่าเพื่อเป็นการรองรับนโยบายที่จะทํา ๖-๗ ประการ ก็ปรากฏว่าเท่าที่สอบถามดูก็ไม่สําเร็จแม้แต่นโยบายเดียว นั่นก็แสดงว่าคําสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มันมีปัญหาจริง ๆ มิฉะนั้นทางข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นข้าราชการ ปกติข้าราชการก็กลัวผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว ไม่กล้าที่จะรวมตัวกันมาแสดงออกถึงทัศนคติ แบบนั้น การอภิปรายในวันนี้ก็เพื่อที่จะสะท้อนข้อมูลข้อเท็จจริงบางอย่างของข้าราชการ กระทรวงศึกษาธิการให้ผู้บังคับบัญชาในระดับกระทรวงได้นําไปเพื่อแก้ไข เพราะผมทราบว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งคณะทํางานขึ้นมาชุดหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคโดยมีท่านปลัดกระทรวง ศึกษาธิการเป็นประธาน อันนี้ก็จะเอาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาส ในการปฏิรูปการศึกษามันเสียไป ผมมีข้อสังเกตว่าในคําสั่งนี้มีการตั้งภาคอยู่ ๑๘ ภาคด้วยกัน มีข้าราชการระดับสูง ซี ๙ ซี ๑๐ ๓๖ คน ซึ่งระดับภาคการจัดตั้งโครงสร้างภาคเขายกเลิก มาเป็นร้อยปีแล้ว ท่านรองวิษณุถึงได้พูดว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงเดียวที่ไม่ค่อย มีกระทรวงใดอยากจะเลียนแบบอันนี้ก็เป็นจริง ข้าราชการชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีท่านปัจจุบันก็ยอมรับว่าโครงสร้างการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มีปัญหาจริง ๆ ซึ่งทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง อันนี้ปัญหาหลักก็คือ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดได้รับคําสั่งที่ ๑๙ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดได้รับโอนอํานาจ จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๒๒๕ แห่ง แห่งหนึ่งมีลักษณะงาน ๓๖ งานที่โอนให้ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัด อันนั้นก็เท่ากับว่างานบริหารงานบุคคล ครูบาอาจารย์ทั้งหมด ทั้งจังหวัดขึ้นอยู่กับศึกษาธิการจังหวัดคนเดียว อันนี้ผิดหลักการบริหารเป็นอย่างมาก จํานวนแท่งการศึกษาที่อยู่ในจังหวัดก็ตกอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของศึกษาธิการจังหวัดด้วย ไม่ว่าจะเป็นแท่งของอาชีวะ แท่งของอุดมศึกษา แท่งของเอกชน แท่งของการศึกษานอกโรงเรียน แล้วก็มัธยมศึกษา การศึกษาพิเศษ กศน. ทั้งหมดขึ้นอยู่กับศึกษาธิการจังหวัดแต่เพียงผู้เดียว เราจะเห็นว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษามันเป็นไปไม่ได้เลยที่ศึกษาธิการจังหวัดคนเดียว อันนี้ก็ทําให้งานของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดขับเคลื่อนไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของกระทรวงก็ยอมรับ อันนี้ก็เป็นหัวใจสําคัญคือศึกษาธิการจังหวัดมีอํานาจดูแลบังคับบัญชา ทุกหน่วยงานของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดที่ตั้งอยู่ในจังหวัด ผมก็มีข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการ อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะทํางานหรือกระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบครับ

ประการแรก เขตพื้นที่การศึกษาทั้งประเทศมีอยู่ ๒๒๕ เขต แต่ละเขตก็ดูแล โรงเรียนต่าง ๆ ๑ อําเภอ ๓ อําเภอบ้าง ๔ อําเภอบ้าง ๒๒๕ เขต แต่ละเขตขึ้นอยู่กับ ๗๗ จังหวัด แล้วก็ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดูแลทั้งหมดเลย เขตพื้นที่การศึกษานั้นเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ของกระทรวง เป็นมือเป็นไม้เป็นแม่ทัพนายกอง ถ้าท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าแม่ทัพนายกอง ไม่มีอาวุธ ไม่มีกระบี่กระบองงานการศึกษานี่เสียหายหมด ความเคารพนับถือมันไม่มีเลยก็จะ ทําให้การขับเคลื่อนเป็นไปไม่ได้ แล้วก็ไม่สําเร็จมากระทั่งทุกวันนี้ ก็อยากจะให้กระทรวงได้ยึดหลักเขตพื้นที่การศึกษาให้ทํางานมีประสิทธิภาพ ก็ต้องคืน อํานาจ ๓๖ ข้อ คืนให้กับเขตพื้นที่การศึกษาเขาไป เขาจะได้มีกําลังใจแล้วก็เป็นกําลังที่สําคัญ ของกระทรวงศึกษาธิการ ในการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ อันนี้เป็นข้อสังเกตประการแรก คือให้ยึดหลักการมีส่วนร่วมแล้วก็การกระจายอํานาจ

ประการที่ ๒ หัวใจของคําสั่งนี้ก็คือขออนุญาตอีกนิดหนึ่งนะครับ คําสั่งนี้ มีส่วนสําคัญหัวใจของมันก็คือศึกษาธิการจังหวัด เดิมศึกษาธิการจังหวัดนี้ถือกันว่าเป็น หัวหน้าส่วนราชการยึดถือตามระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าและมีหัวหน้าส่วน สมัยก่อนเราเรียกกรมการจังหวัด มีอัยการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนต่าง ๆ หัวหน้าส่วนนี้มี ๒ ประเภท คือประเภทที่มีอํานาจปกครองบังคับบัญชา มีปลัดจังหวัด อัยการจังหวัด หรือว่าสาธารณสุขจังหวัด เกษตรจังหวัด หัวหน้าส่วนพวกนี้ ถือว่าเป็นหัวหน้าส่วน เป็นตัวแทนของกระทรวงแล้วก็มีอํานาจการบังคับบัญชา ทําไมถึงต้อง มีอํานาจการบังคับบัญชาครับ ก็เพราะว่าส่วนราชการต่าง ๆ ที่พูดมานี้มีหน้าที่ในการบริการ ประชาชน เราก็จะเห็นว่าหน่วยงานมีอยู่ที่อําเภอ ตําบล หมู่บ้าน แต่หัวหน้าส่วนราชการ ที่กระทรวงศึกษาธิการกําลังคิดผิดนิดหนึ่งครับ ไปคิดว่าให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นหัวหน้าส่วน ที่มีอํานาจปกครองบังคับบัญชา ก็เลยออกคําสั่งที่ ๑๙ ให้มีอํานาจในการปกครองบังคับบัญชา แท่งต่าง ๆ ๕ แท่ง แล้วก็ปกครองบังคับบัญชาการประถมศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา อันนี้ทําให้ ภาพพจน์ของหัวหน้าส่วนราชการ คือศึกษาธิการจังหวัดมีอํานาจปกครองบังคับบัญชาแทน ที่จะมีอํานาจในเรื่องของการประสานงานอย่างเดียวนะครับ อันนี้ก็จะทําให้ภาพพจน์เสียไป แล้วก็ประสิทธิภาพในการทํางานซึ่งจะเป็นไปไม่ได้ที่การศึกษาทุกแท่งของจังหวัดนั้น ๆ ไปขึ้น อยู่กับศึกษาธิการจังหวัดแต่เพียงผู้เดียว อันนี้ทําให้ประสิทธิภาพการขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษามันลดด้อยลง ถดถอยลงนะครับ ศึกษาธิการจังหวัดแม้จะอ้างว่าเป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการ กศจ. ก็จริง แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งในทางปฏิบัติอย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กํากับดูแลหน่วยงานในกระทรวง ในจังหวัดนี้เกือบ ๒๐๐ หน่วยงาน มันเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมาดูแลการโยกย้ายครู ๑ คน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมา นั่งเป็นประธานซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือสะท้อนข้อเท็จจริงว่าศึกษาธิการจังหวัดทํางานไม่ได้ครับ ไม่ใช่ว่า ศึกษาธิการจังหวัดทํางานไม่ดีนะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านจิรวัฒน์ พรรคอนาคตใหม่ครับ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ ก่อนที่จะเริ่มอภิปรายผมขอหารือนิดหนึ่งนะครับ พอดีเพื่อนสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ ถ้าเรียงลําดับแล้วก็มีลําดับในการอภิปรายทั้งหมด ๑๑ ท่าน ก็มีท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เพื่อนสมาชิก ส.ส. กทม. ได้สละสิทธิ ผมเองก็เลยได้หารือกับ ส.ส. โชติพิพัฒน์ ขอเวลาในส่วนนี้ แต่จะไม่รบกวนเวลาสภามากครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอสัก ๑๕ นาทีได้ไหม แล้วท่านโชติพิพัฒน์ ท่านสละสิทธิครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ เชิญครับ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผม จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม แขวงหนองค้างพลู ก็จะเกริ่นเลยว่ารัฐประหาร ต้องการพยายามที่จะเข้าสู่อํานาจทางการเมือง เมื่อเข้าสู่อํานาจทางการเมืองแล้วก็ต้องการ ที่จะรักษาอํานาจทางการเมือง รวมถึงทําอย่างไรที่จะสืบทอดอํานาจทางการเมืองนั้นต่อไป ดังนั้นรัฐประหารก็จะพยายามที่เข้ามาแทรกแซงโครงสร้างสถาบันทางการเมืองของไทย อย่างไร เช่นเข้าไปแทรกแซงหรือพยายามที่จะสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อรักษาฐานอํานาจ เช่น พรรคเสรีมนังคศิลา พรรคสหประชาไทย สมัยที่มีจอมพลถนอมเป็นหัวหน้าพรรค พรรคสามัคคีธรรม ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน รสช. หรือการเข้าไปแทรกแซงหรือสร้างฐานอํานาจ ในองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติคือวุฒิสภา อย่างเช่นในกรณีที่มีการรัฐประหารในปี ๒๔๙๐ ก็คือไปเปลี่ยนวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง มาเป็นวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งครั้งแรกครับ ปี ๒๔๙๐ ตั้ง ๑๐๐ คน ปี ๒๔๙๒ ๑๐๐ คน และล่าสุดก็คือปี ๒๕๖๐ ๒๕๐ คน นอกจากการใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือในทางการเมืองแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปภายหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรามีองค์กรอิสระหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญครับ ตั้งแต่มีการรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ก็ใช้สภานิติบัญญัติผ่านความเห็นชอบกรรมการในองค์กรอิสระ หลายองค์กร อย่างเช่น มีการตั้ง ป.ป.ช. ๙ คน โดยผ่านอํานาจของ คมช. ถ้าอย่างนั้นผมเรียน ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชน ท่านลองหลับตานึกภาพสิ ถ้ามีการเข้าไปแทรกแซง หรือยึดองค์กรวุฒิสภา องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผมถามว่ากระบวนการในการ ตั้งขึ้นมาเพื่อมีเจตนารมณ์ในการตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าใช้อํานาจเหล่านี้เพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มันเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นเข้าเนื้อหาเลยก็คือแล้วอะไรเกิดขึ้นบ้าง องค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นบ้างที่ผ่านมา ๕ ปีในยุคของ คสช. ๑. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ คน ๒ คนในปี ๒๕๕๘ มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะกรรมการสรรหา โดยท่านพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เป็นกรรมการสรรหาส่วนหนึ่ง แล้วก็ สนช. ผ่านความเห็นชอบครับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๒ คนในยุค คสช. และอีก ๕ คนในปี ๒๕๖๐ มีการใช้อํานาจตามมาตรา ๔๔ ออกคําสั่งที่ ๒๔/๒๕๖๐ ผลของคําสั่งว่าอย่างไรท่านประธาน ให้งดเว้นการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อนจนกว่าจะมีกฎหมายลูกใช้บังคับ ถ้าตีความภาษาชาวบ้านก็คือยืดอายุออกไป ต่ออายุออกไป และปรากฏที่บอกว่าจนกว่าจะ มีกฎหมายลูกใช้บังคับใครครับ กรธ. ประธาน กรธ. ก็คือท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ และไปร่างไปยัด มาตรา ๗๙ ไว้ในบทเฉพาะกาลบอกว่าให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่หมดวาระดํารงตําแหน่ง ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งและเรียกการประชุมสภาครั้งแรก นัยหมายความว่าที่จะหมดอายุ หรือหมดวาระในปี ๒๕๖๐ ต่อไปครับ ต่อไปจนกระทั่งปัจจุบันนี้ในปี ๒๕๖๒ เท่ากับว่าอีก ๒ ปี ที่ท่านถูกต่ออายุผมถามว่าคดีการเมืองกี่คดีอยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วทั้งหมด ๗ ท่านใน ๙ ท่านที่อยู่ในยุค คสช. ผมจะเชื่อได้อย่างไรว่า ตัดสินตามนิติรัฐ นิติธรรม แต่ผมไม่บังอาจไปวิพากษ์วิจารณ์ครับ สิ่งเหล่านี้ผมขอให้พี่น้อง ประชาชนเป็นคนตัดสิน คนที่ทําลายความน่าเชื่อถือคือการแทรกแซงของกระบวนการ คสช. ทุกท่านเป็นคนที่มีคุณสมบัติสูงครับ ผมถือว่ามีคุณสมบัติสูง แต่กระบวนการเหล่านี้มันถูก ลดทอนน่าเชื่อถือเพราะการแทรกแซง คดีอะไรละครับที่ผ่านมือไป อย่างเช่นคดีที่บอกว่า ท่านนายกไม่ใช่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้ง ๆ ที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าคนที่ฝ่าฝืนไม่ไปรายงาน ตามคําสั่ง คสช. เป็นการฝ่าฝืนคําสั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างนี้คดีที่อยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญ หรือคดีที่มีการร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ก็ไม่ได้มีมูลเลย ถ้าไปดูตามหลักกฎหมายข้อกฎหมาย ไม่มีมูลเลยครับ แต่คดีนี้อยู่ในอํานาจการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ประเด็นต่อมา ในเรื่องขององค์กรอิสระ ป.ป.ช. ดีครับตั้งขึ้นมา เจตนารมณ์ดี ตรวจสอบผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง แต่กระบวนการที่ได้ กรรมการสรรหา ป.ป.ช. เป็นอย่างไรครับ มีการออกคําสั่งหัวหน้า คสช. ตั้งกรรมการสรรหา ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๘ นี่ละโอเค (OK) ครับ ตั้งประธานสภานิติบัญญัติมันแน่นอนอยู่แล้ว เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งในคณะกรรมการสรรหา แต่ตั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านวิษณุ เครืองาม เข้าไปเป็นกรรมการสรรหาคือนั่งอยู่ใน ฝ่ายบริหารอยู่แล้ว แล้วไปเป็นกรรมการสรรหาเพื่อเลือกกรรมการ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายการเมืองอีก แล้วการแทรกแซงหลักประกันความเป็นอิสระของ ป.ป.ช. แล้วผมจะเชื่อมั่นอย่างไร พี่น้องประชาชนจะเชื่อมั่นอย่างไรว่าเราได้กรรมการ ป.ป.ช. ที่จะมีความเป็นกลางปราศจากการควบคุมทางการเมือง สุดท้ายในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมเลือกท่านพลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน ป.ป.ช. เก่งครับ อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เก่ง ผมว่าเก่ง แต่เสียดายอย่างเดียวท่านเป็นอดีต สนช. แล้วประวัติการดํารงตําแหน่งก็เป็นอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองนะครับ ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เสียนิดเดียวครับ

ประเด็นต่อมา คณะกรรมการ กกต. ก็ต้องจัดการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ตรงกับเจตจํานงของพี่น้องประชาชน แต่เป็นอย่างไรครับ มีการใช้มาตรา ๔๔ ออกคําสั่ง ที่ ๔/๒๕๖๑ สมชัย ศรีสุทธิยากร ออกไป ยุติการปฏิบัติหน้าที่ให้เหตุผลสวยหรูครับ แต่ผมว่า ไม่ใช่ ผมว่าท่านเป็นคนเก่งแต่ว่าพูดเยอะไปนิดหนึ่งก็ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่

ประการต่อมา ไปออกคําสั่งที่ ๑๖/๒๕๖๑ ช่วงนั้น กกต. เตรียมจะจัดการเลือกตั้ง แบ่งเขตเลือกตั้งเรียบร้อย ปรากฏคําสั่งนี้นัยมีอย่างไรครับ ให้ คสช. และรัฐบาลเข้ามาเป็น ส่วนหนึ่งของการเสนอแก้ไขการแบ่งเขตเลือกตั้ง แล้วเขตเลือกตั้งผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่า การแบ่งเขตเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม มีเอนเอียงเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใดไหม

ประเด็นต่อมา เรื่องขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการสูงสุด เมื่อก่อน ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาเป็นองค์กรอิสระ แล้วอิสระไม่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ขึ้นตรง ต่อฝ่ายบริหารแต่มีการใช้อํานาจ คสช. ๖๒/๒๕๕๗ เด้งท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด ก็อัยการสูงสุดอํานาจฟ้องคดีนายกรัฐมนตรี นักการเมืองทั้งนั้น ปรากฏเป็นอย่างไรครับ ปัจจุบันท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง มาเป็นประธานกรรมการอัยการ อัยการทั่วประเทศบอกว่า ท่านคนนี้ดีก็เอามาเป็นประธานกรรมการอัยการ แต่สมัย คสช. เด้งครับ

สุดท้ายคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน สุดท้ายก็ผ่าน การแต่งตั้งมาจากสภา สนช. ทั้งนั้นครับ

ทีนี้ประเด็นในเรื่องการปราบปรามการทุจริต ดีครับ ดีมากครับ วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ คสช. ออกคําสั่งที่ ๔๕/๒๕๕๗ ตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ ภาครัฐ คตร. ตั้งใครครับ ๑๘ คนที่เป็นกรรมการเอาทหารและคนจาก คสช. ๑๑ คน เข้ามา เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ปลายปี ๒๕๕๗ ออกคําสั่งที่ ๑๒๗/๒๕๕๗ ตั้งคณะกรรมการ ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ คตช. ใครเป็นหัวหน้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วที่น่ากลัวที่สุด ก็คือวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ สนช. เก่งครับ ออกกฎหมายพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบ ดีครับ ก็จะได้เอาข้าราชการระดับสูงทุจริตนี่มา มีระบบวิธีพิจารณา ของศาลที่รวดเร็ว รวดเร็วมากกว่าคดีปกติ แต่ปรากฏว่าเอาไปใส่ไว้ในมาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีทุจริต บอกว่าคดีต่อไปนี้ทหารที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต อัยการทั่วไปไม่ต้องฟ้องแล้ว ต้องเป็นอัยการทหารเท่านั้นที่มีอํานาจในการฟ้องคดีที่ทหารถูกกล่าวหาว่าทุจริต เห็นไหมครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นก็เท่ากับว่าพี่น้องประชาชนศาลยุติธรรมตรวจสอบไม่ได้เพราะต้องขึ้นศาลทหาร

ประเด็นต่อมา ในการแทรกแซงการเมืองท้องถิ่นโดยใช้อํานาจของ คสช. ก็การเมืองท้องถิ่นมันเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ การเลือกตั้งท้องถิ่นมีผลโดยตรงครับ เปรียบเสมือนน้ําพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ คสช. บอกว่ามีคดีทุจริตใช้อํานาจมาตรา ๔๔ ออกคําสั่ง ๑๐ ฉบับ ระงับการทํางานของผู้บริหารและสมาชิก อปท. ทั้งหมด ๑๙๒ คน ผลปรากฏว่า พอใกล้เลือกตั้งคืนตําแหน่งเสียแต่คืนไม่หมดครับ คืนไม่หมด คืนไม่เยอะ แล้วคืนไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โดยหัวหน้า คสช. ออกคําสั่งนายกรัฐมนตรี ๔ ฉบับคืนตําแหน่งให้ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๒ คน มันคืนบางตําแหน่ง ไม่คืนบางตําแหน่งเพราะอะไร มีนัยอะไร ถ้าไปตรวจสอบแล้วก็ทราบครับว่าบางคนที่คืนตําแหน่งนายก อบจ. ให้ประกวด ไปนั่งเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ ไปเสนอตัวชูผู้สมัครพรรคการเมืองบางพรรคการเมือง แต่ว่า ไม่ลงรายละเอียดครับ

ประเด็นสุดท้าย เหลือเวลาอีก ๓ นาที ทําไมเราต้องมาอภิปราย พูดแต่เรื่องปัญหา ที่เกี่ยวกับการใช้อํานาจคําสั่ง ประกาศของ คสช. ถ้าต่อไปมีการรัฐประหารอีกสภาก็ต้องพูดอีก มีการรัฐประหารอีกสภาก็ต้องพูดอีก ผมเสนอว่าทําอย่างไรที่เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วจะยุติการรัฐประหารได้ ก็เชิญชวนท่านตุลาการนี่ล่ะครับ ตุลาการศาลยุติธรรมยืนเคียงข้าง ประชาชน ต่อไปที่ท่านเคยตัดสินให้อํานาจรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่ต้องยืนตามครับ ฎีกาที่บอก ๔๕/๒๔๙๖ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ ไม่ต้องยืนตามฎีกาไม่ใช่กฎหมาย ฎีกาคือแนวทาง การศึกษาการใช้กฎหมายข้อเท็จจริง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเสียเลย รัฐประหารคือกบฏ ผมไม่ได้เอามาพูดความเห็นนะครับ แต่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บอกการรัฐประหารล้มล้างการปกครองเป็นกบฏ นี่ถ้ารัฐธรรมนูญฉีกแล้ว จริง ๆ ตัดสินตามกฎหมายอาญาได้เลยนะ นี่คือประเด็นครับท่านประธาน ดังนั้นทําอย่างไร ที่จะยุติการรัฐประหารได้ก็เชิญชวนท่านตุลาการศาลยุติธรรมยืนเคียงข้างประชาชนเหมือนกับ ที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับบอกว่าการตัดสินคดีต้องปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมถึง การถวายสัตย์ท่านก็บอกว่าจะรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ ถ้าเอาตามนี้ จบครับไม่มีการรัฐประหาร

สุดท้ายสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นญัตติด่วนเพื่อที่จะเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่ออะไรครับ ไม่ได้ต้องการที่จะมารื้อฟื้นความขัดแย้งตอกย้ําความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน หรือสร้างความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคการเมือง พวกเราก็ ส.ส. เหมือนกัน มีเจตนาที่ดี กับบ้านเมืองทุกคน ไม่มีใครไม่ดีไปเสียทั้งหมดหรอกครับ คนดีก็มีแต่ทําอย่างไรที่เราจะ ร่วมกันยืนหยัดอํานาจของสภาผู้แทนราษฎรในประเทศแห่งนี้ ดังนั้นการตั้งผมไม่ได้จะเอา ความขัดแย้งความรุนแรงขึ้นมาพูดกัน แต่เพื่อทบทวนอดีตแก้ไขอนาคตอดีตที่พวกเรา นักวิชาการ สื่อมวลชน นักการเมืองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ อดีตที่ประเทศถูกเหนี่ยวรั้ง การพัฒนาเศรษฐกิจพังครับ อดีตที่มีการใช้นโยบายเอื้อประโยชน์กับนายทุนเอาเงินใส่คนจน คนจนเอาเงินไปให้คนรวยมันเจ็บปวด ดังนั้นทําอย่างไรล่ะ ก็ที่พูดกันนี่ไปตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาแล้วมาเปิดเผยในสภาเพื่อยืนยันว่าอํานาจของสภาผู้แทนราษฎรใหญ่กว่าอํานาจเผด็จการ และอํานาจรัฐประหาร ช่วยกันครับพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของราษฎร อํานาจยืนยันว่าใหญ่กว่าเผด็จการและรัฐประหาร ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ท่านสงวน พงษ์มณี และท่านเท่าพิภพ เชิญท่านธีรภัทรครับ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี 🔗

กราบขอบคุณครับท่านประธาน ผม ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้หนึ่งที่เป็นผู้ได้ร่วมลงชื่อในญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไขผลจากประกาศและคําสั่งคณะปฏิวัติต่าง ๆ ในประกาศ และคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ และศึกษาผลกระทบ และความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางปรับแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นญัตติของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นะครับ และอีก ๑ ฉบับ เรื่องขอเสนอญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบ และผลงานของนโยบายทวงคืนผืนป่าร่วมกับท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีคําสั่งของ คณะรัฐประหารจํานวนมากมาย ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนมาถึง เดือนมิถุนายน คําสั่งนั้นออกไปเกือบ ๖๐ กว่าฉบับ ภายในช่วงเวลาเพียงเดือนเศษ ๆ ซึ่งทําให้ ปัญหาของการเร่งรัดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของการออกกฎหมายโดยรวบรัดนั้นส่งผลกระทบ กับประชาชนที่ทํามาหากินอยู่ในผืนดินที่อาจจะถือว่าครอบครองในพื้นที่ของรัฐเป็นปัญหา อย่างมากมาย คําสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทําลาย ทรัพยากรป่าไม้ ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ได้เริ่มในการที่จะบริบทของการทวงผืนป่า เพียงแต่ใช้เวลา ไม่นานครับ อีกไม่กี่วัน วันที่ ๑๗ มิถุนายน ภายในเดือนเดียวกันเพียงแค่ ๓ วัน ก็มีคําสั่ง อีก ๑ ฉบับออกมา ก็คือฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ เพิ่มเติมหน่วยงานสําหรับการปราบปรามหยุดยั้ง การบุกรุกการทําลายป่าไม้ และนโยบายปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทําให้เห็นเลยครับว่าในช่วงเวลาอันสั้น ๆ การออกคําสั่งต่าง ๆ ที่มีความเร่งด่วนฉุกเฉิน ทําให้ประกาศคําสั่งบางฉบับขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบอย่างเพียงพอ และมันทําให้ เกิดปัญหากระทบต่อพี่น้องประชาชนในกรณีนี้ครับ คําสั่งฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ นั้นเพื่อเพิ่มเติม คําสั่งฉบับที่ ๖๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อแรกให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรหรือ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเพิ่มเติมและดูแลเรื่องนี้ และที่สําคัญ ข้อ ๒ ซึ่งเป็นที่มาของการที่พยายามแก้ไขปัญหาของฉบับที่ ๖๔ ก็คือ ข้อ ๒ ให้ทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้องยึดถือนโยบายปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวะปัจจุบันดังนี้

๒.๑ การดําเนินการใด ๆ ต้องไม่กระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทํากินซึ่งได้อาศัยอยู่พื้นที่เดิมนั้น ๆ ก่อนคําสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดําเนินการสอบสวนและพิสูจน์ทราบเพื่อกําหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดําเนินการ ในขั้นต่อไป ผมขออภิปรายในส่วนประเด็นนี้ครับ

ท่านประธานครับ หลังจากที่ได้มีการออกคําสั่งนี้มา ซึ่งผมเชื่อว่า กอ.รมน. ได้มีการวิเคราะห์ตัวเลขกับสถานการณ์การบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทย ประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๓๒๑ ล้านไร่ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ปี ๒๕๐๔ เรามีพื้นที่ป่าประมาณ ๕๓.๓ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๗๑ ล้านไร่ ในปี ๒๕๔๑ ปรากฏว่าเราเหลือพื้นที่ป่าเพียง ๒๕.๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘๑ ล้านไร่เท่านั้น แสดงว่าภายในช่วงเวลา ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมานั้นมีการเข้าไปถือครองในพื้นที่ที่เราเรียกว่า ป่า มาโดยตลอด และเป็นที่มาของมติ ครม. ของวันที่ ๓๐ เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๑๑ ในการจัดการ ทรัพยากรป่าไม้วันนี้ และด้วยนโยบายแห่งนี้ทําให้ป่าไม้เราสามารถบูรณาการได้เพิ่มเติม ในปี ๒๕๑๑ เรามีป่าไม้เพิ่มถึง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐๗ ล้านไร่ แต่ปรากฏว่าปี ๒๕๑๗ ป่าไม้กลับลดลงมาอีกเหลือ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๑๐๒ ไร่เท่านั้น นี่ละครับเป็นที่มา ของการทวงคืนผืนป่าอย่างดุเดือดเป้าหมายของแผนพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ กําหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้อย่างน้อย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐๐ ล้านไร่ ผมขอเลขกลม ๆ นะครับ ประมาณ ๑๓๐ ล้านไร่ เท่ากับว่าเราต้องเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างน้อย ๒๐ กว่าล้านไร่ เพื่อใช้ในการอนุรักษ์ดินน้ําและทรัพยากรอื่น ๆ ในปี ๒๕๐๔ เรามีประชากร เพียง ๓๐ ล้านคนเท่านั้น ปี ๒๕๔๑ เรามี ๔๐ ล้านคน ปี ๒๕๕๗ เรามี ๖๘ ล้านคน ผมว่า เดี๋ยวนี้ถ้าเลขกลม ๆ เราก็มี ๗๐ ล้านคนกับพื้นที่ที่เรามีอยู่เท่าเดิม แต่ประชากรของเรา เพิ่มขึ้นครับ แต่นโยบายตรงนี้มันสวนทางเราไม่สามารถที่จะเพิ่มพื้นที่ในขณะเดียวกันกับ ที่ประชากรของเรามีอยู่ในขณะนี้ทําได้ สิ่งที่เราทําได้ก็คือว่าการให้คนอยู่ร่วมกันกับผืนป่า การให้คนอยู่ร่วมกันกับผืนป่าเท่านั้น เป็นนโยบายที่เราสามารถทําให้ตัวเลข ๑๓๐ ล้านไร่นี้เป็นจริงได้คนต้องอยู่กับป่า เราวันนี้ ใช้นโยบายทวงคืนผืนป่าเราได้ตัวเลขเพิ่มเติมในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาเราได้ตัวเลขผืนป่า มาคืนถึง ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ถามครับ เป้าหมายในปี ๒๕๖๐ เราจะทําได้ถึงขนาดนั้นหรือเปล่า มันไม่มีทางครับ แต่ว่าถ้าเราให้คนมีส่วนร่วมในการดูแลอนุรักษ์ตัวเลขเหล่านี้ คนคู่ป่า ป่าคู่คน เราสามารถทําได้ เพราะไม่เช่นนั้นวันนี้เราก็จะมีเพียงแค่ตัวเลขที่เราขีดวงเพิ่มเติม ขีดวงเพิ่มเติมเรามีพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่ป่าเราเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ป่า ที่มีความหลากหลายทางนานาพันธุ์ ป่าที่มีสัตว์อยู่เรามีหรือเปล่าครับ สิ่งเหล่านี้ขอให้รัฐบาล กลับไปทบทวนและพิจารณา ในพื้นที่ของบ้านผมจังหวัดสุราษฎร์ธานีมันมีพื้นที่ส่วนหนึ่ง ในอําเภอวิภาวดีเขาเรียกว่าเป็นป่าเตรียมการ ป่าเตรียมการนี้นานมากครับ มาเป็นสิบ ๆ ปี แล้วก็ยังใช้คําว่า เตรียมการ อยู่นั่นเอง ยกตัวอย่างก็ได้ครับ เกษตรกรเข้าไปทําพื้นที่ปลูกยาง ปลูกปาล์ม ค้นหาอาศัยมาอยู่ตั้งนานจนกระทั่งนโยบายนี้เกิดขึ้น วันนี้เขากลายเป็นผู้บุกรุกไป ป่าบุกรุกคนหรือคนบุกรุกป่า หรือการเตรียมความพร้อมในการจัดสรรที่ดินของรัฐบาลนั้น พร้อมหรือเปล่า ทําไมภายในช่วงเวลาหลายสิบปีนี้ทําไมการเข้าไปจัดที่ดินให้กับเกษตรกร เข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น การจัดพื้นที่ให้เขา ให้เขารู้ว่าพื้นที่ของเขาอยู่ตรงไหน อยู่ตรงป่าหรือว่า เป็นพื้นที่ที่เขาสามารถมีเอกสาร สามารถใช้สิทธิของตัวเองมีชื่อในทะเบียนบ้านมีชื่อในที่ เป็นแปลงของตัวเองตรงนั้นได้หรือเปล่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้มีการดําเนินอย่างนั้นเลย และวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่อมีการประกาศนโยบายนี้ขึ้นมา ผลกระทบก็คือว่าชาวบ้าน เดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปทําประโยชน์ในพื้นที่ที่ตัวเองเคยทํามาเป็น ๑๐ กว่าปี ในพื้นที่ ตําบลประสงค์ อําเภอท่าชนะเหมือนกันครับ เรามีพื้นที่ที่เกษตรกรเข้าไปอยู่นานแล้ว เป็นเมือง ขนาดใหญ่นานแล้วครับ ยกตัวอย่างอย่างเช่นบริเวณโซน (Zone) บนของอําเภอท่าชนะมีพื้นที่ ที่เป็นการขออนุญาตขอใช้ของกองทัพอากาศ พื้นที่ที่ขออนุญาตใช้ของกองทัพบกหรือแม้แต่ พื้นที่ของเอกชน ทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่มีแล้ว แต่ราษฎรที่เข้าไปอยู่ในนั้นวันนี้ก็ยังไม่มีเอกสาร อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น คนเหล่านี้พร้อมที่อยู่ร่วมกับป่าอยู่ร่วมที่จะดูแลรักษาป่า ผมเรียนได้เลยว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมผู้กระทําผิดในการบุกรุกป่าเข้าไป ปลูกปาล์ม เข้าไปตัดไม้ทําลายป่า สิ่งที่ได้มาจากนี้คืออะไรครับ คนที่แจ้งเหตุก็คือประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ คนพวกนี้เท่านั้นที่เป็นคนหวงแหนในพื้นที่เหล่านั้น เพราะเขาต้องอยู่กับที่แห่งนั้น เขาต้องทํามาหากินในที่แห่งนั้นคนต้องอยู่กับป่า สิ่งเหล่านี้มันถึงจะทําให้เราบรรลุเป้าหมาย ในการที่เราจะทวงคืนผืนป่า เราต้องทวงคุณภาพของคนมาให้ร่วมทําในส่วนนี้ด้วยนะครับ กระผมจึงอยากฝากในส่วนนี้ให้กรรมาธิการถ้าจะมีหรือไม่มีในการตั้งได้มีโอกาสในการพิจารณา การอยู่ร่วมของคนกับป่านะครับ เข้าไปในนโยบายของกรรมาธิการที่จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่ ขออย่าให้มีการดําเนินการอะไรกับราษฎรครับ จนกระทั่งเป็นการกระทบกระทั่งและสุดท้าย ทําให้นโยบายการทวงคืนผืนป่าแห่งนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราจะต้องใช้ ไม่ประสบความสําเร็จครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ อมรัตน์ พรรคอนาคตใหม่ หมอชลน่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานครับ ในการพิจารณาวาระ ที่เรากําลังพิจารณาญัตติ เรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้อํานาจ ตามมาตรา ๔๔ ในวันนี้ เท่าที่ผมตรวจสอบดูจะมีสมาชิกทั้งสองฝ่ายที่แจ้งความประสงค์ อภิปรายน่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน ๙๐ นาทีก็ประมาณ ๑ ทุ่ม ถ้าท่านประธานจะกรุณาก็อยากจะ เรียนหารือท่านประธานว่าเราจะขอความกรุณาท่านประธานได้อนุญาตให้สมาชิกที่มีรายชื่อ อยู่อภิปรายให้หมดแล้วก็ปิดอภิปราย ท่านประธานจะอนุญาตให้เจ้าของญัตติอภิปรายสรุป หรือไม่ก็แล้วแต่ก็เป็นการปิดอภิปรายไป สําหรับวันนี้เราก็มาลงมติกันในสัปดาห์หน้า ได้ เรียนหารือท่านประธานเป็นอย่างนั้น ท่านประธานจะเห็นเป็นประการใดครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอดู สถานการณ์หน่อยว่าผมจะอยู่ถึงขนาดนั้นหรือเปล่า เดี๋ยวอาจจะต้องขออนุญาตไปเข้าห้องน้ํา เบรก (Break) เสียหน่อย ไม่เป็นไรเดี๋ยวดูไปเรื่อย ๆ ครับ ส่วนเรื่องการสรุปเป็นสิทธิของ ผู้เสนอญัตติว่าเขาจะใช้สิทธิสรุปหรือไม่ ตรงนี้คงไปห้ามเขาไม่ได้ ถ้าเขาไม่ใช้สิทธิสรุปก็ไม่มี การสรุป หลังจากปิดอภิปรายแล้วก็เป็นสิทธิของผู้เสนอญัตติที่จะใช้สิทธิสรุปก่อนจะลงมติ ถูกไหมครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นที่ท่านประธานได้กรุณาตัดสินใจว่าจะดูสถานการณ์ คืออย่างนี้ท่านประธานครับ อยากจะให้การอภิปรายจบในวันนี้เลย ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็คิดว่า ๖ โมง ซึ่งท่านประธานคงจะลุกอยู่แล้วได้เท่าไรก็ปิดอภิปรายที่ ๖ โมง ส่วนผู้จะสรุปญัตติ ก็เป็นสิทธิของเจ้าของญัตตินั่นใช่ครับ ก็อาจจะอนุญาตให้สรุปในวันนี้หลังจากที่ปิดอภิปราย ก็ใช้เวลาไม่นาน เราก็จะได้โหวตกันสัปดาห์หน้า

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

แต่ว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คือว่าสมาชิกที่ลงชื่อ อภิปรายไว้ก็จะเสียสิทธิไป ใจผมเองไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกได้เสียสิทธิ เพราะว่ามันเป็น เอกสิทธิ์ของเขา

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะพยายาม ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ก็ขอความกรุณาท่านประธานอยู่ให้ถึงทุ่มนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเค (OK) จะพยายามครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอมรัตน์ต่อเลยครับ

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะ ดิฉันดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ยืนพูดต่อหน้า ท่านประธานแทนเพื่อนพี่น้องที่ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยกันมาและแทนคนไทยทั้งประเทศ หลายสิบล้านคนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ถูกปิดกั้นการรับรู้ข่าวสาร ถูกปิดกั้น การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองตลอด ๕ ปีครึ่งที่ผ่านมาในยุค คสช. เป็นที่ทราบกัน แม้กระทั่งถึงตอนนี้ แม้กระทั่ง คสช. จะสิ้นสภาพไปแล้วตามกฎหมายเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น แต่ว่าผู้ที่ครองอํานาจในปัจจุบันก็ยังเป็นคณะเดิมทั้งสิ้น แล้วก็เป็นที่ทราบกันกับคนทุกคน ในประเทศว่าเหตุการณ์ความไม่สงบก่อนที่จะเกิดการรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ นั้น แท้ที่จริงแล้ว เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่สามารถดูแลควบคุมได้ แต่เกิดจากการเพิกเฉยจงใจที่จะให้ เหตุการณ์บานปลาย อันนํามาสู่การเป็นข้ออ้างในการเข้ายึดอํานาจรัฐประหาร ก่อนรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ ประเทศเราเคยมีบทบาทนําในภูมิภาคนี้ในเรื่องสิทธิมนุษยชน ประเทศเพื่อนบ้านของเราใช้ประเทศไทยเป็นเวทีในการพบปะพูดคุยกันเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่เขาไม่สามารถที่จะพูดในประเทศเขาได้ แต่หลังจากปี ๒๕๕๗ ประเทศไทยไม่ได้เป็นเวที ของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้เป็นที่ปลอดภัยสําหรับคนในภูมิภาคนี้ที่จะมาพูดคุยกันเรื่อง สถานการณ์สิทธิมนุษยชนอีกต่อไป ท่านประธานหลังรัฐประหารเกิดอะไรขึ้น หลังรัฐประหาร ตัวเลขขั้นต่ําจากสํานักงาน ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็มีเพื่อนผู้อภิปรายได้กล่าวไปแล้ว แต่เอาคร่าว ๆ ว่าคนนับ ๑,๐๐๐ คนได้รับผลกระทบ ๙๒๙ รายถูกพาตัวไปค่ายทหารถูกปิดตา คลุมศีรษะด้วยถุงมีอย่างน้อย ๑๘ รายถูกซ้อมทรมาน ๑,๒๑๑ รายถูกจับดําเนินคดี ด้วยข้อหาความมั่นคงร้ายแรงในการไปแสดงออกในการชุมนุมทางการเมืองในการเรียกร้อง การเลือกตั้งผู้ที่อภิปรายยืนต่อหน้าท่านประธานคนนี้ก็ถูกดําเนินคดีด้วยอยู่ใน ๑,๐๐๐ กว่าคน นี้ด้วย ๕๐๐ กว่าคนถูกคุกคามถึงบ้านพักและอย่างน้อย ๑๐๐ คน ต้องหลบหนีออกนอก ประเทศกลายไปเป็นผู้ลี้ภัย คนเหล่านี้ถามว่าทําไมเขาต้องหนี ทําไมเขาไม่ไปรายงานตัว ตามหมายเรียก เพราะว่าคนเหล่านี้เขาไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พวกเขาเหล่านั้นกลัวว่าจะไม่ได้รับการประกันตัว กลัวว่าจะถูกขึ้นศาลทหารแทนศาลพลเรือน ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่เป็นประชาธิปไตยจะยอมรับการให้พลเรือนไปขึ้นศาลทหารได้ค่ะ ท่านประธานเขาเหล่านั้นหวาดกลัวการถูกอุ้มฆ่า การถูกอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หวาดกลัว การถูกขังลืมในคุกทหาร แล้วก็หวาดกลัวการไม่ได้รับความเป็นธรรม ในสถานการณ์อย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดค่ะ ท่านประธานเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของตัวเองในกระบวนการยุติธรรมตามปกตินะคะ ตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยปี ๒๔๙๔ ที่ประเทศไทยของเราก็ได้ร่วมลงนามเอาไว้ คําจํากัดความของผู้ลี้ภัย ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จําเป็นต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง หลบหนีไปเนื่องจากการกลัวภัยจากการ ประหัตประหาร ด้วยสาเหตุที่แตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ และแตกต่างกัน ทางความคิดเห็นทางการเมือง ดิฉันไม่ได้พูดลอย ๆ มีอะไรที่เป็นข้อพิสูจน์ว่าในสถานการณ์ อันป่าเถื่อนนั้น เรามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ข้อพิสูจน์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ก็คือ หลังรัฐประหารเมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจนกระทั่งต้องมีคนทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง ออกไปนั้น มีประเทศทั้งในอเมริกาและยุโรปหลายประเทศ ยอมรับการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย ให้กับคนไทยที่ไปยื่น แล้วก็สามารถพํานักอยู่ในประเทศของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาปฏิบัติกับเราอย่างมีมนุษยธรรม อันนี้เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ การยื่นลี้ภัยตอนนี้ในประเทศ ทั่วโลกมีการแข่งขันยื่นกันสูงแต่คนไทยก็ได้รับ คนเหล่านี้เขามีเหตุผลมีน้ําหนักพอในการ ทําเรื่องนั่นเอง ประเทศเหล่านั้นอนุญาตให้คนไทยได้อยู่คนเหล่านี้เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นครูบาอาจารย์ เป็นนักคิด เป็นนักเขียน เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถ บางคนเป็น นักกฎหมาย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นนักการเมืองคนเหล่านี้ล้วนแต่ทําคุณประโยชน์ ให้กับประเทศของเรา แม้กระทั่งเป็นคนธรรมดาก็คือคนที่รักประชาธิปไตย เป็นคนที่รักชาติ ไม่ต่างจากเรา ๆ ท่าน ๆ ในห้องนี้นะคะ แล้วก็ไม่ต่างจากเผด็จการ ผู้ที่อ้างเหตุผลว่ารักชาติ มากกว่าใครนํามาเป็นเหตุผลในการยึดอํานาจจากรัฐบาลพลเรือน ผู้ลี้ภัยเหล่านี้คือเหยื่อ ของการพังทลายของประชาธิปไตยไทยจากกลุ่มบุคคลที่ยึดอํานาจรัฐประหารในนาม คสช. ซึ่งยังฝังรูปฝังรอยอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานคะ มีผู้ลี้ภัยที่เสียชีวิตแล้วก็สูญหายไป อย่างไม่ทราบสาเหตุในประเทศเพื่อนบ้านอย่างน้อย ๘ ราย ไม่รวมผู้ที่ล้มป่วยตายไป อย่างเงียบ ๆ คนที่สูญหายเหล่านี้พบเป็นศพถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณตามที่เป็นข่าวทั่วโลก มีอยู่ ๒ ศพที่ถูกคว้านท้องยัดด้วยแท่งปูน ๒ ศพนี้ได้รับการพิสูจน์ดีเอ็นเอ (DNA) ว่าเป็น ศพผู้ลี้ภัยไทยจริง ส่วนอีก ๖ รายหายตัวไปอย่างปริศนาค่ะ การที่ไม่สามารถพิสูจน์ศพได้ การติดตามจากครอบครัวญาติพี่น้องไม่ได้รับความร่วมมือจากทั้งประเทศปลายทางและต้นทาง เป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีเอกสารยืนยันตนจากการที่หนีออกไปไม่มีเอกสาร ทําให้เป็น การง่ายค่ะท่านประธาน ง่ายต่อการปัดความรับผิดชอบของทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง เพราะคนเหล่านี้อยู่กันเหมือนไม่มีตัวตน โดยเฉพาะที่ไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เขาเหล่านั้น อยู่กันแบบหลบซ่อนไม่มีอาชีพไม่มีสถานภาพทางกฎหมาย การเรียกร้องเพื่อความยุติธรรม การเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยในประเทศนี้ ทําไมถึงมีต้นทุนมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่า ที่ใคร ๆ จะจิตนาการได้ คนกลุ่มนี้ไม่มีเวลา ไม่มีทรัพยากรของรัฐที่จะมาจุนเจือ ไม่ได้มีการใช้ ชื่อตนเองโดยใช้โครงการของรัฐบาล คนเหล่านี้ทําไมถึงพร้อมที่จะลงทุนด้วยชีวิตและอิสรภาพ ต่อไปไม่จบสิ้น นั่นเป็นเพราะว่ามนุษย์ทุกคนโหยหาความเป็นธรรม นั่นเป็นสิ่งที่ทําให้มนุษย์ ต่างจากสัตว์ค่ะเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการแสวงหาความยุติธรรม คําสั่งและประกาศ ต่าง ๆ ของ คสช. รวมทั้งผลพวงของมาตรา ๔๔ ที่ยังสิงสถิตอยู่ในทุกองคาพยพของกฎหมายไทย ที่ถูกฟอกขาวให้ดูเหมือนประเทศเราได้กลับเข้ามาสู่สถานการณ์ประชาธิปไตยตามปกติแล้ว เป็นสิ่งอัปยศค่ะ ท่านประธานสิ่งที่เราจะต้องชําระสะสางคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบและครอบครัวในทุกกรณี เปรียบเสมือนบาดแผลฉกรรจ์ ท่านประธานอยู่ดี ๆ เราจะมาเย็บปิดปากแผลไม่ได้ เราจะต้องล้างแผลทําความสะอาด เยียวยาแผลข้างในให้สะอาดก่อน ไม่อย่างนั้นมันจะกลัดหนองแล้วก็จะไม่เป็นกระดุมเม็ดแรก ในการที่จะกลับไปสู่ความปรองดองได้เลยท่านประธานคะ ถ้าคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญมีที่ยืน ยังมีที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมนี้ คนที่บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่มีโอกาสได้กลับมา พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองในกระบวนการยุติธรรมตามปกติ คนเหล่านั้นก็ควรจะต้อง มีที่ยืนด้วย ดิฉันคิดไปถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเลยท่านประธาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาผลกระทบแล้ว ดิฉันก็คิดว่าอาจจะมีคน ในคณะศึกษาไปถึงขั้นตรงนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ามีบางรายถูกจับกุมแล้วก็ส่งตัวกลับมายัง ประเทศไทย ครอบครัวพวกเขาเหล่านั้นตระเวนไปยื่นหนังสือติดต่อทุกหน่วยงาน ทั้งกองปราบ ทั้งคณะกรรมาธิการ ทั้งสถานทูตที่กระทรวงการต่างประเทศ แม้แต่องค์การสหประชาชาติ แต่ก็ไม่มีผลคืบหน้าใด ๆ ดังที่บอกไว้แล้วว่าคนเหล่านี้ไม่มีเอกสารแสดงตัวตนที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย สํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ถามไปยัง รัฐบาลไทยก็ได้รับคําตอบสั้น ๆ เพียงไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง หยุดฝังกลบประเทศไทยด้วยการทําเป็นนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ฝากด้วยนะคะขอให้ ที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการยกมือสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทําและจากคําสั่งของ คสช. ด้วย ขอบคุณมากค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสงวน พงษ์มณี แล้วก็ตามด้วยท่านครูมานิตย์นะครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้มาสนทนาธรรมในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมจะพูดถึงรายละเอียดที่ผมต้องการพูดเท่านั้น จะไม่เท้าความยาว ผมรวบรวมได้ว่าคําสั่งที่ ๔๔ มันมีลักษณะเด่น ๒ อย่าง อย่างหนึ่งคือออกคําสั่งเปลี่ยนแปลง โครงสร้าง เปลี่ยนแปลงองค์กรโดยไม่แก้กฎหมาย ตัวอย่างก็คือของกระทรวงศึกษาธิการ ออกคําสั่ง ๑๐ คําสั่ง มีคําสั่งที่สําคัญคําสั่งที่ ๗ ออกเสร็จเปลี่ยนเป็นโครงสร้างหมดเลย มีผลกระทบต่อองค์กรครูมาก ต่อมาเมื่อเห็นว่าในองค์กรนี้มีอะไรก็ออกคําสั่งที่ ๑๗ เข้ามาอีก เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เห็นว่าจําเป็นต้องยกเลิกบางเรื่องที่สั่งไปก่อนเพราะอะไร เพราะตรงนั้น มีคําสั่งนั้นบอกว่ามันมีการสิ้นสุดของคําสั่งว่าคําสั่งนี้จะสิ้นสุดเมื่อไร เมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็ไป ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็กลายเป็นว่าในองค์กรของครูมีเงินซึ่งเขาสะสมไว้เป็นกองทุนหมุนเวียน เพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินเขา ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้บริหารยังไม่ถึงไหนเลยครับ เหลือ ๔,๘๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เรื่องนี้ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจผมคิดว่าครูที่อยู่ใน สภานี้คงจะเป็นคนพูด แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ออกคําสั่งแก้กฎหมาย ออกคําสั่งแก้กฎหมายและผมไม่ได้แปลกใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงทํากันขนาดนั้น ก่อนจะ พูดว่าออกคําสั่งอะไร ผมอยากจะให้ท่านดูว่ารัฐธรรมนูญ หมวด ๘ พูดถึงที่มาของ นายกรัฐมนตรี พูดเรื่อง ครม. รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๓ พูดถึงอัยการซึ่งเป็นอีกหมวดหนึ่ง นั่นแสดงว่าการสร้างดุลอํานาจของรัฐธรรมนูญต้องการให้ดุลอํานาจเป็นแบบนี้ ให้อัยการ เป็นองค์กรอีกองค์กรหนึ่ง กรรมาธิการคณะที่ ๓ ของสภาของเราซึ่งผมไปเป็นอยู่ด้วยเขียนว่า ศาล อัยการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ เห็นไหมครับอัยการเป็นองค์กรหนึ่งซึ่งไม่ขึ้น ต่อฝ่ายบริหาร ท่านประธานครับ แต่คําสั่งของ คสช. สั่งตั้งแต่ขยายอํานาจของพระราชบัญญัติความมั่นคง ปี ๒๕๕๑ ท่านประธานฟังให้ดีครับ ตอนนั้นผมพูดเรื่องนี้วันแถลงนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาขึ้นมาตอบว่าที่ผมพูดนั้นไม่จริง เพราะว่าถ้าไม่ประกาศกฎหมายพิเศษกฎหมายนี้ จะใช้ไม่ได้ทั่วประเทศ ผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ดูองคาพยพทั้งหมดที่ท่านสั่งมา ก็เลยคิดว่าที่ไม่น่าไว้วางใจที่สุดที่จําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่า อยู่ ๆ ก็ออกพระราชบัญญัติความมั่นคงใหม่โดยคําสั่ง คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้น รัฐธรรมนูญประกาศใช้ไปได้ ๗ เดือน เปลี่ยนกฎหมายไม่เหมือนตามรัฐธรรมนูญครับ ผมจะบอกว่าขัดรัฐธรรมนูญเดี๋ยวจะหาว่ากล่าวหาอีก ผมยืนยันว่าแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ โดยสิ้นเชิง วันนี้ท่านเชื่อไหมในจังหวัดทุกจังหวัดมีคําสั่งเปลี่ยนมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ความมั่นคงบอกว่าจังหวัดหนึ่งจะต้องมี กอ.รมน. จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ให้อัยการจังหวัดมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่หนึ่ง ท่านประธานฟังช้า ๆ นะครับ ให้อัยการจังหวัดเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่หนึ่ง คนที่สองใครครับ รองผู้ว่าราชการจังหวัด คนที่สามพันเอกพิเศษมาจากทหารเป็นรอง กอ.รมน. จังหวัด อัยการขึ้นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดซี ๑๐ ขึ้นต่อแม่ทัพภาคซี ๙ ในซี ๙ แม่ทัพภาคแล้วขึ้นต่อซี ๑๐ คือแม่ทัพบก แล้วขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีนี่คือ พ.ร.บ. ความมั่นคง ผมถามต่อว่าแล้วในชั้น ของแม่ทัพภาคเกิดอะไรขึ้นครับ ในชั้นของแม่ทัพภาคเขาให้อัยการสูงสุด อธิบดีอัยการ ที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นรองแม่ทัพภาค รอง กอ.รมน. ภาค แล้วให้ กอ.รมน. ภาคขึ้นต่อ คณะกรรมการอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หัวหน้าไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือครับ เป็นนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี แต่ให้อัยการสูงสุดไปขึ้นต่อและปฏิบัติ ตามไหวไหมครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นโครงสร้างของคําสั่ง มาตรา ๔๔ เริ่มตั้งแต่ให้ร้อยตรี เป็น คําสั่งที่ ๓ เป็นเจ้าพนักงานรักษาความมั่นคง พอคําสั่งที่ ๑๓ เป็นพนักงานป้องกัน และปราบปรามใช้อํานาจตรวจสอบได้ยึดทรัพย์ได้เห็นไหมครับ ๓ เหล่าทัพเลยครับ เรื่องนี้ บ้านผมเป็นเขตอุตสาหกรรมความหวาดกลัวของการลงทุนเกิดขึ้น ท่านช่วยบอกท่านประธาน ไปช่วยบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่าความมั่นคงของท่านมั่นคงจนกระทั่งว่าทางการลงทุน เขาเกิดความไม่มั่นคง ไม่มีใครอยากลงทุนครับ เพราะว่าทหารยศร้อยตรีไปอยู่หน้าโรงงาน ไปตรวจสอบอะไรต่าง ๆ เขาเพิ่งลืมตาขึ้นมาจากการตื่น เมื่อ ๗-๘ เดือนก่อนมันเป็นอย่างนี้ แล้ววันนี้มันจะเป็นต่อไปไม่ยกเลิกเขากลัวครับ ท่านประธานครับ พอพูดถึงเรื่องนี้ผมถามว่า และประเทศนี้มันปกครองด้วยอะไร บังเอิญคนที่ผ่านเดือนตุลาคมมาแล้วผมไปอยู่ในเขตป่า เขาไปเป็นทหารพรรคคอมมิวนิสต์ ผมเป็นคนสอนหนังสืออยู่สถาบันหนึ่งของพรรค ในนั้น มันมีหน่วยพรรคอยู่ ผมเลยมองว่าประเทศของเรากําลังสร้างหน่วยพรรคที่นําโดยทหาร เต็มประเทศทุกจังหวัดจะกํากับดูแลทุกส่วน ตรงนี้ผมถามท่านประธานว่าคําสั่งที่ ๕๑/๒๕๖๐ มันขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ครับ เราจะคิดกันอย่างไรว่าตรงนี้มันจะเป็นอย่างไร พอไปสั่งให้ นายกรัฐมนตรีให้อัยการสูงสุดมาขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่รับมอบหมาย จะเป็นไปได้อย่างไร หมวด ๑๓ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่หมวด ๘ คือการทําของทีมกฎหมาย ของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เมื่อก่อนนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า คสช. สั่งได้ แต่ปัจจุบันนี้ สิ้นสุดแล้วคนกลุ่มนี้หรือว่าหน่วยงานหน่วยนี้ก็ต้องขึ้นต่อฝ่ายบริหารไม่ได้ ในปี ๒๕๖๑ มีพระราชบัญญัติเกิดขึ้นคือระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ท่านดูมันจะหมดเวลาผมจะอ่านให้ท่านฟัง ท่านดูหลักการและเหตุผลในการออกกฎหมายฉบับนี้ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญกําหนดองค์กรของอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีข้อกําหนด ห้ามพนักงานอัยการกระทําการหรือดํารงตําแหน่งอื่นใดที่มีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ เขาห้ามข้าราชการอัยการไปทํางานอื่นไปขึ้นต่อองค์กรอื่น ถ้าหากว่าท่านไปดูเสร็จแล้ว ท่านไปดูกฎหมายความมั่นคงมาตรา ๒๓ ท่านเปิดดูเลยนะครับ ศาลปกครองก็เข้าไม่ได้ ถ้าจะเข้าศาลให้เข้าศาลยุติธรรมได้อย่างเดียว พอเข้าไปปุ๊บถ้าองค์กรท้องถิ่นถูกละเมิด ฟ้องอัยการจังหวัดก็ต้องส่งอัยการมาเป็นผู้ฟ้องเป็นคดีแก้ต่าง เป็นทนายแก้ต่างให้องค์กร ท้องถิ่น แต่แก้ต่างให้ใครครับ คนที่มาเป็นฝ่ายโน้นกลายเป็นว่ามีคําสั่งของกฎหมายฉบับนี้ บอกว่าให้ศาลก่อนจะตัดสินต้องให้คณะกรรมการที่ออกคําสั่งนั้น ๆ มาเป็นผู้ชี้แจงนะครับ นั่นหมายความว่าอัยการจังหวัดแต่งตั้งคนไปช่วย อบต. แล้วไปชี้แจงให้ศาลไปแสดงความเห็น ที่ศาลถูกละเมิดอย่างไร แล้วศาลก็ต้องไปถามอัยการจังหวัดอย่างนั้นหรือครับ อันนี้ละครับ มันต้องด้วยเหตุผลของการออกกฎหมายหรือว่าห้ามดํารงตําแหน่งแบบนี้ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเห็นว่าจําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อดู ถ้าท่านชื่นชมวิธีการบริหารแบบนี้ช่วยกรุณา ออกกฎหมายตั้งทบวงความมั่นคงภายในเราจะได้ตรวจสอบได้ ใช้เงินหลวงได้ เราก็ต้อง ตรวจสอบได้ ถ้ายังอายยังเหนียมซ่อนไว้อย่างนี้คุณจะมัดมือมัดตีนตัวเอง ไปไหนไม่ได้แล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ อาจารย์ครูมานิตย์ แล้วจากนั้นท่านอาจารย์สุรวาท พรรคอนาคตใหม่ อาจารย์ครูมานิตย์ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังเรื่องญัตติตั้งแต่เที่ยงมาถึงวันนี้ ผมคิดว่าพรรคพวกผม แล้วก็เพื่อนที่นั่งอยู่ซ้ายผมนี่คิดตรงกัน แต่ปัญหาที่จะตามมาผมคิดว่าพรรคอีกซีกหนึ่ง คงจะไม่ให้ตั้งกรรมาธิการซึ่งถือว่าเป็นประเด็นหลักในการอภิปรายในวันนี้ เพราะว่า ม. ๔๔ จับตรงไหน คุยตรงไหนมีปัญหาตรงนั้น ฟังจากเพื่อนครูพูดก็มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ จนวันนี้กระทรวงศึกษาธิการวุ่นวายไปหมด เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นํา ใครเป็นผู้นํากันแน่ จะบริหารจัดการอย่างไร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจเต็มอย่างไร ผู้แทนครูที่เขามีอยู่ดี ในการบริหารจัดการไปมอบให้กับครู ๒-๓ คนบริหารจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่ใหญ่ ๆ จะมีปัญหามาก พอมาดูเรื่องที่ดินที่ทํากินก็มีปัญหา ฟังพี่น้องจากเพื่อนทางใต้ก็พูดปัญหา เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการลิดรอน เรื่องทุกอย่าง แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตอย่างเดียว ผมอยากเห็น ผมคงใช้เวลาอภิปรายในเรื่องนี้ไม่นานหรอกครับ เพราะว่าถ้าอภิปรายก็ซ้ํากัน แต่ผมอยากกราบวิงวอนเพื่อนผู้แทนของผมที่เรามาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนว่า วันนี้เราเห็นปัญหาทุกอนุมูลของปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรม ที่ผมพูดเรื่องนี้ไม่ได้ว่าจะมารื้อขอ เพื่อหาตะเข็บ หรือจะมาสร้างความแตกแยกหรอกครับ แต่อยากเห็นพวกเราได้ศึกษาเป็น การช่วยรัฐบาลด้วย ผมได้ข่าวว่าอีกซีกหนึ่งไม่เอาด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็เลย ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราเรามาทํางานเพื่อใคร ทั้ง ๆ ที่ ๕-๗ ปีที่ผ่านมาเราอยู่กัน ด้วยความขมขื่น เราอยู่กันด้วยความลําบาก เหมือนผมเองท่านประธานครับ จะก้าวออกจาก บ้านต้องปิดประตูหน้าบ้าน แล้วก็ต้องเอาสีทาหน้าบ้านทากําแพงหน้าบ้านให้มันเก่าหมด ให้ดูเสมือนว่าบ้านร้างแทบจะไม่มีคนอยู่ เพิ่งได้หายใจเต็มปอดก็เมื่อหลังจากเลือกตั้ง ก็ไม่ได้ เต็มปอดดีนักครับ ผมก็ไม่อยากโทษใคร แต่ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่มันมีอยู่อีกมากมายก่ายกอง เราจะไม่ช่วยหรือครับ วันนี้ลําพังที่เรามาคุยกันทุกปัญหาในสภาแห่งนี้ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่เช้าผมไม่ไปไหน ท่านประธานผมย้ําทุกปัญหาจับตรงไหน แตะตรงไหนเจอหมด แต่เราจะไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญโดยตรง เพราะเราจะได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ท่านสบายใจเถอะครับ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยเสนอผมไปเป็น กรรมาธิการด้วย ผมจะใช้สิทธิโดยไม่เรียกนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงผมยืนยันเลยว่าผมจะค้าน แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมานั่งคุยกันมันถึงจะแก้ปัญหาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็เหมือนกับว่า มาระบายกันตรงนี้ ท่านประธานก็มานั่งฟังพวกผมระบายปัญหาก็อยู่ใต้พรมเหมือนเดิม ไม่มีโอกาสที่จะสะท้อน เพราะผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งวันนี้ โดยความสัตย์จริงผมเชื่อว่า ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรีหลายเรื่องท่านก็ไม่ทราบหรอกครับ ในวันที่ ออกมาตรา ๔๔ บางทีเอกสารกองอยู่เต็มบนโต๊ะเขาให้เซ็นอะไรท่านก็เซ็นหมด ท่านประธาน เชื่อไหมเขาเล่าให้ฟังว่าเลขที่บางทีข้ามเลยครับ คําสั่งที่ ๗ ท่านเซ็นเสร็จไปคําสั่งที่ ๑๑ ๘ ๙ ๑๐ ยังไม่มีคําสั่งเลย เพราะตอนนั้นคําสั่งมันเยอะไม่รู้อะไรต่ออะไร เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้ เหมือนของกระทรวงศึกษาธิการ คําสั่งที่ ๑๑ คําสั่งที่ ๑๒ ยกเลิกใช้คําสั่งที่ ๑๙ คําสั่ง ๑๙ แก้ไขคําสั่งที่ ๓๘ มันชุลมุนไปหมดครับ มันก็เลยทําให้มีปัญหาจนมาถึงวันนี้ พวกเราทุกคนเราเห็นใจ แต่ให้เรามาช่วยกันแก้ไข ท่านที่เคารพทั้งหลายก็อย่าไปเอาใจ นายมาก อะไรที่ช่วยท่านพวกผมมีเจตจํานงจะช่วยรัฐบาลนี้ เพราะเราก็อยากอยู่ยาว อยู่กันยาว ๆ แต่เราต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ พี่น้องที่มาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่นแต่ปัญหาเรื่องใต้ แต่พอจะตั้งกรรมาธิการ ท่านก็ไม่เอา แล้วมันจะแก้ปัญหาได้หรือเปล่าครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ เพราะจับตรงไหนโดนตรงนั้น คุยมาตรา ๔๔ คุย ๓ วันก็ไม่จบหรอกครับท่านประธาน เพียงแต่ลุกขึ้นมาวิงวอนกับสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพราะหลายครั้งแล้วท่านอภิปรายดี ผมฟัง ผมชื่นชม ผมดีใจ แต่พอลงมติเมื่อไรท่านไม่เอา เที่ยวนี้พี่สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเถอะพี่ นี่ขอเลย ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ท่านเทพไท แล้วก็อีกหลายท่านสนับสนุนให้ ตั้งกรรมาธิการแล้วก็ไปศึกษาเรื่องนี้ แล้วเราจะได้ศึกษากัน ผมไม่รบกวนเวลาสภาหรอกครับ เพราะพูดไปถ้าตั้งกรรมาธิการแล้วมันได้ทํางานอย่างแท้จริง ถ้าพูดไปไม่ได้ตั้งก็เหมือนกับ มาบ่นอย่างที่ผมว่าครับท่านประธาน ก็ขอฝากไว้ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุรวาท ทองบุ พรรคอนาคตใหม่ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาและพิจารณาคําสั่งของ คสช. ที่กระทบกับระบบต่าง ๆ ของประเทศ จํานวนมาก ท่านประธานที่เคารพอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดไปเมื่อสักครู่นี้บอกว่าจับตรงไหน ก็เป็นปัญหาในทุกที่ ผมในฐานะที่ดูแลการศึกษาของประเทศมานานก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า จับตรงไหนก็มีปัญหาทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่ผมจะอภิปรายวันนี้ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แต่ก็ยังไม่ได้ทําอะไรกับการศึกษา ในปี ๒๕๕๘ ก็มีการใช้คําสั่ง คสช. ที่อาศัยอํานาจตามมาตรา ๔๔ นั้น ออกคําสั่งเพื่อแก้ปัญหาอะไร บางอย่างหวังว่าจะแก้ปัญหา แต่เรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ๕ ปี ผ่านไปไม่ได้แก้ปัญหาแต่อย่างใด แต่กลับซ้ําเติมปัญหาเสียอีก ผมอยากจะเรียนรายละเอียด ว่าทําไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ คําสั่ง คสช. ที่ออกในช่วงที่ผ่านมาจากปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ นั้น หลายคําสั่งมีการสั่ง แล้วสั่งอีก สั่งแล้วยกเลิกก็มี แล้วสั่งซ้ําก็มี ลองผิดลองถูกอยู่เรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ก็ยังทําให้ เกิดผลอย่างนี้ครับ จากคําสั่งที่สั่งออกมาทั้งหมดนั้นทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์คณะ ทางการศึกษาระดับชาติ มีคณะที่เพิ่มขึ้น ๔ คณะที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลง ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ซึ่งจากเดิมนั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ มีประสบการณ์ในวิชาชีพเป็นประธาน แต่ว่าคําสั่งนี้ ได้สั่งให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเพิ่มขึ้นอีก ๔ คณะ จากเดิม ที่ท่านรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่ ๒ คณะ คือ สภาการศึกษากับคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่เดิมนั้นมีเพียง ๒ คณะที่ท่านเป็นประธาน แล้วเพิ่มขึ้นมา เปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคเพิ่มขึ้นมา มีคณะกรรมการ ครุสภา ซึ่งเดิมผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานก็รัฐมนตรีว่าการเป็นประธาน คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการองค์การค้าสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ๔ คณะนี้ท่านรัฐมนตรีเป็นประธานครับ ท่านประธานครับ นอกจากท่านรัฐมนตรีเป็นประธานแล้วคําสั่งนี้ยังสั่งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นกรรมการ และสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานในกระทรวงนั้นหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า หัวหน้า แท่งต่าง ๆ นั้นเป็นกรรมการ แล้วก็สั่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิสั่งให้ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพ สั่งให้ ผู้แทนคณบดีซึ่งเป็นกรรมการครุสภาซึ่งถือว่าเป็นสภาวิชาชีพครูพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ท่านจะเห็นว่ากรรมการที่เหลือก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการเป็นประธาน รัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นกรรมการ และผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิดเป็นกรรมการ ใคร ๆ ดูก็จะเห็นว่าเสมือนมีหนึ่งเดียว หนึ่งความคิด หัวหน้าหน่วยราชการเหล่านั้นแทบจะทําอะไรไม่ได้ ถ้าพูดอะไรผิดใจนิดหน่อย จะเห็นว่าจะต้องถูกเด้งไปอยู่ในกรมที่มีงบประมาณในหลักร้อยล้านบาทจากหลักแสนล้านบาท หรือไม่ก็ไปช่วยราชการที่สํานักนายกรัฐมนตรี นอกจากหน่วยงานระดับชาติแล้วยังมีการ เปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการบริหารของ สพฐ. ภายใต้ชื่อว่า ศึกษาธิการจังหวัด แท้ที่จริงแล้ว ทํางานเรื่องงานบุคคลของ สพฐ. คือเขตพื้นที่กับโรงเรียนเท่านั้น แต่ใช้ชื่อว่า การศึกษา หรือศึกษาธิการจังหวัด โดยเดิมทีนั้นในเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นส่วนราชการส่วนกลาง มีโรงเรียนอยู่ในสังกัดก็ถือว่าเป็นส่วนราชการส่วนกลาง เขตพื้นที่ขึ้นตรงต่อสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่วันนี้คําสั่งก็ได้เปลี่ยนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็น ประธานศึกษาธิการจังหวัด โดยมีตําแหน่งหน่วยงานเพิ่มเข้ามาคือศึกษาธิการภาคขึ้นมา แล้วก็มีศึกษาธิการจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ทําให้เกิดความสับสนวุ่นวาย เกิดกลุ่มเสื้อดําทั้งผู้บริหาร ครูอาจารย์เดือดร้อนกันทุกหมู่เหล่า จากการที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างนั้นก็เนื่องจากว่าคณะกรรมการต่าง ๆ ไม่ว่าจะระดับชาติ ระดับจังหวัด จะเป็นการขาด การมีส่วนร่วม ไม่มีสภาวิชาชีพใดที่ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ได้เป็นสมาชิก ผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่า จะเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่ ผู้บริหารโรงเรียน ครูอาจารย์ทั้งหลายถูกปลดให้พ้นจากการที่ จะต้องรับผิดชอบในคณะกรรมการต่าง ๆ ขาดการยึดโยง ขาดการรู้ซึ้งถึงปัญหาและ ความต้องการของเขา เขาบอกว่าคณะกรรมการลุแก่อํานาจ ไม่เห็นหัวครู ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานเหล่านั้นทั่วประเทศ ที่สําคัญคือเกิดความไม่รอบคอบ ลองผิดลองถูก ยกเลิกอย่างที่ผมนําเรียนตั้งแต่ต้นนะครับ เกิดการลิดรอนสิทธิความก้าวหน้าของข้าราชการครูให้เกิดความล่าช้า เกิดความสับสน เพิ่มขั้นตอนการสั่งงาน งานทุกอย่างล่าช้าลง เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เราจะเห็นว่า มีหลายเรื่องที่ส่อให้เห็นว่าจะนําไปสู่คุณภาพการศึกษาที่ตกต่ํามาก ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา มีมติของ ก.ค.ศ. หลายเรื่องที่เป็นการบั่นทอนขวัญกําลังใจ ลิดรอนสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพ มีหลายเรื่องที่แลเห็นทําให้มีผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อํานวยการโรงเรียนนี้ว่างอยู่นับ ๔,๐๐๐- ๕,๐๐๐ โรงเรียน ร่วม ๓-๔ ปี และวันนี้รองผู้อํานวยการก็ยังว่าง รองผู้อํานวยการเขตพื้นที่ ก็ไม่สามารถที่จะให้การอบรมและบรรจุแต่งตั้งได้ ผู้อํานวยการโรงเรียนในหลายจังหวัด ก็ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ นั่นคือความสับสนและขัดแย้ง นอกจากนั้นยังมีตําแหน่งอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศึกษานิเทศก์หลายที่ หลายส่วน ปล่อยให้ครูที่สอบขึ้นบัญชีไว้ ปล่อยให้นักเรียนที่อยู่โรงเรียนไม่มีครูสอน อย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการทั้งระดับชาติ คณะกรรมการระดับจังหวัดที่สร้างขึ้นมาใหม่ ตราบใดที่หน่วยงานเหล่านี้มีจํานวนมาก มีอํานาจมากกว่าสถานศึกษา มีคนมากกว่า มีงบประมาณมากกว่าครับ นั่นคือโรงเรียน หรือสถานศึกษาเหล่านั้นก็จะขาดอํานาจการต่อรองทั้งหลาย ต้องวิ่งไล่ล่า ไล่ตามอํานาจ ที่สั่งมาทั้งหมดนั้นเป็นผลจากคําสั่ง คสช. ที่มีออกมาหลายคําสั่ง จึงจําเป็นอย่างยิ่งครับ ก็กราบวิงวอนเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับว่าวันนี้การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนประเทศ การศึกษาเท่านั้นที่จะสร้างคนเพื่อมาสร้างชาติ การศึกษาเท่านั้นที่จะทําให้คนมีคุณภาพ และประเทศชาติของเราก็จะเดินไปข้างหน้าได้ การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปประชาธิปไตย อะไรต่าง ๆ นั้นจึงจะเกิดขึ้นได้ จําเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะต้องทําการศึกษาหาคําสั่งเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทับซ้อนซ้ําเติมปัญหาอยู่ร่ําไปอย่างที่เป็น วันนี้มีเสื้อดํา มีผู้มายื่นหนังสืออยู่ทุกวันมาจากวงการการศึกษาทั้งสิ้น สภาเรายังสร้างไม่เสร็จบริเวณคับแคบ เพื่อนครูทุกระดับ ทุกชนชั้น ทุกประเภท ต้องมายื่นหนังสือเพื่อให้แก้ปัญหานั้นซึ่งเป็นผลพวง จากการใช้คําสั่งเหล่านี้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จําเป็นจะต้องให้สภานี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาพิจารณาเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านศิริกัญญา แล้วก็ต่อด้วยท่านพรรณิการ์เลยครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่ เคารพ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเพื่อสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้คําสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ ท่านประธานคะ ตามมาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าก่อนการตรากฎหมายรัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นกับ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และเมื่อกฎหมายมีผล ใช้บังคับไประยะหนึ่งแล้วรัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลา ที่กําหนด ดิฉันก็คิดว่าครบรอบ ๕ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมามีการออกประกาศคําสั่งต่าง ๆ มากมาย โดย คสช. และหัวหน้า คสช. จึงถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จากประกาศคําสั่งดังกล่าว โดยในส่วนที่ดิฉันได้รับมอบหมายให้อภิปรายจะเป็นผลกระทบ ที่ไปเกี่ยวข้องกับในเชิงเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อม ขอพรีเซนเทชัน (Presentation) ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ไปที่หน้า ๓ นะคะ หน้าต่อไปค่ะ

เรื่องแรกที่จะอภิปรายอาจจะเป็นเรื่องที่พูดกันหลายครั้งแล้ว แต่ว่าในครั้งนี้ จะขอโฟกัส (Focus) ในส่วนที่เป็นเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ที่มีการยืดหนี้ของกลุ่มทุนโทรคมนาคมให้ยืดระยะเวลาออกไปจาก ๕ ปี เป็น ๑๐ ปีโดยที่ไม่มีการคิดดอกเบี้ย และอนุญาตให้ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ต่าง ๆ สามารถ ที่จะคืนคลื่นโดยที่ได้รับเงินที่จ่ายสัมปทานไปแล้วคืนด้วยนะคะ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แบ่งออกเป็น ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกก็คือเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ปกติเวลาที่เราประมูลคลื่นความถี่ จะมีรายได้ส่วนหนึ่งที่ส่งคืนให้กับรัฐ จากการประมาณการพบว่าก่อนหน้าที่จะมีการยืดหนี้ มือถือนี่นะคะ ยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคม กระทรวงการคลังประมาณการไว้ว่าจะมีรายได้ ที่จะนํามาสมทบในงบประมาณของประเทศเป็นเงินถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะใน ปี ๒๕๖๓ เพียงปีเดียว แต่การที่ คสช. อนุญาตให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมไม่จําเป็นจะต้อง จ่ายคืนหนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน ๕ ปีนั้นทําให้รายได้ที่จะส่งกลับคืนสู่คลังนั้นลดลงประมาณถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้มีรายได้ที่จะกลายมาเป็นงบประมาณของเราลดน้อยลง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะคะ ผลกระทบประการที่ ๒ ก็คือว่ามีการพ่วงเอาสัญญา ของการให้ใบอนุญาตคลื่น ๕ จี (5G) ในสัญญาอาจจะมีการพูดถึงการประมูล แต่การประมูล โดยที่มีผู้เข้าร่วมเพียงแค่ ๓ รายนั้นก็เท่ากับว่าไม่ได้มีการประมูล เท่ากับเป็นการแจก ใบอนุญาตคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) โดยที่มีการกําหนดราคาไว้ แล้วคิดว่าถ้าเกิดประมูลจริง ก็คงไม่มีการประมูลเพิ่มเติม ที่สําคัญเป็นการกีดกันไม่ให้มีเจ้าใหม่ ๆ เข้ามาร่วมประมูล ทําให้รัฐจะสูญเสียรายได้ไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่เราจะต้อง รีบร้อนที่จะแจกใบอนุญาตคลื่น ๕ จี (5G)

ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่มีการสร้างมาตรฐานแย่ ๆ ในการทําธุรกรรมกับรัฐก็คือว่าเจ๊งแล้วคืนของได้ แล้วได้เงินคืนด้วยนะคะ ต่อไปนี้ถ้ามีเจ้าอื่น ทําสัมปทานกับรัฐอีกแล้วเกิดการขาดทุนเกิดขึ้น ก็หมายความว่ารัฐจะไม่จําเป็นที่จะต้อง หมายความว่าตัวบริษัทเองนั้นก็อาจจะไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนที่ขาดทุนด้วยตนเอง เนื่องจากว่าได้มีการสร้างมาตรฐานแบบนี้เกิดขึ้นไปแล้วนะคะ ขอเป็นสไลด์ (Slide) ที่ ๖ นอกจากนี้ยังมีคําสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ ที่เกี่ยวกับการยกเว้นผังเมืองและเปิดทาง เพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน สไลด์ (Slide) ถัดไป ๓,๙๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง ๑๐ แห่ง ส่วนหนึ่งจะเป็นที่ดินราชพัสดุ ที่เป็นที่ดินของรัฐอยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เป็นที่ที่ถูกเวนคืนมาจากที่ดินของเอกชน ที่ดิน ส.ป.ก. หรือว่าที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของชาวบ้านอยู่นะคะ สไลด์ (Slide) ถัดไป ๕ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ มีการทุ่มงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดนไปแล้วร่วม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สไลด์ (Slide) ถัดไป เอาเข้าจริงแล้วคนไม่ได้เข้ามา ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมากเท่าที่เราคาดหวังไว้นะคะ ถ้าเรามองดูง่าย ๆ งบประมาณที่ลงไป ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มีบริษัทเอกชนยื่นคําขอรับการส่งเสริมการลงทุน กับบีโอไอ (BOI) เพียงแค่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาลงทุนจริง ๆ ก็คือการออกบัตร ส่งเสริมของบีโอไอ (BOI) เพียงแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ลงเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนมายื่น ขอลงทุนเพียงแค่หมื่นเดียว แล้วลงทุนจริงเพียงแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ เอาเข้าจริงรัฐไป ลงทุนเอง จ้างงานเองน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการที่เอาที่ดินของประชาชนไม่ว่าจะเป็น ป่าชุมชนของชาวบ้านในอําเภอสระใครที่จังหวัดหนองคาย ไปยึดที่ ส.ป.ก. ของชาวบ้าน ที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือว่าที่ดินของรัฐที่อําเภอดอนตาล ที่อําเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ที่แต่ก่อนก็หวงไม่ให้ประชาชนเข้ามาใช้ แต่ว่าพอเอกชนอยากได้ไปตั้งเป็น นิคมอุตสาหกรรมก็เอาไปให้ด้วยราคาถูก ๆ นะคะ ปีหนึ่งเพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ขอไปสไลด์ (Slide) ที่ ๑๕ นอกจากนี้ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยก็ถูกมองข้าม แล้วก็ได้รับ ผลกระทบมาโดยตลอด เรื่องต่อไปก็เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างของอ้อยและน้ําตาล ที่ก่อนหน้าก็มีการส่งเสริมกันมาโดยตลอดว่าปลูกข้าวมันไม่ดี ราคาไม่ดีให้หันมาปลูกอ้อยกัน มีการให้เงินอุดหนุนเกษตรกรที่อยากที่จะเปลี่ยนจากการปลูกข้าวมาเป็นปลูกอ้อยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท แต่วันดีคืนดีเราโดนประเทศบราซิลขู่ว่าจะฟ้อง เพราะว่าเรามีการใช้เงินอุดหนุน โดยการเก็บจากราคาน้ําตาลในตลาดในประเทศ ๕ บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนําไปใช้ในการ อุดหนุนราคาอ้อยให้กับเกษตรกร วันดีคืนดี คสช. ก็ออกคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑/๒๕๖๑ เพื่อไปแก้ไขตัว พ.ร.บ. อ้อยและน้ําตาล ปล่อยลอยตัวราคาน้ําตาลแล้วก็ยกเลิกกองทุนไป โดยปริยาย ทําให้ปัจจุบันนี้พอราคาน้ําตาลในตลาดโลกตกต่ําเรากลับไม่เหลือเงินในกองทุนอ้อย และน้ําตาลเพื่อมาพยุงราคาให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เราไปจูงใจให้เขามาปลูกอ้อย เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองนะคะ นอกจากนี้รายเล็กรายน้อยประชาชนรายย่อยก็ยังได้รับ ผลกระทบอื่น ๆ อีกที่หลายท่านได้มีการอภิปรายไปแล้วดิฉันไม่ขอพูดซ้ํา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการทวงคืนผืนป่าที่มีแต่ตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของหาบเร่แผงลอยซึ่งจริงอยู่ว่าอาจจะไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คนในประชากรในเขตเมือง ที่อาจจะไม่ถูกใจกับหาบเร่แผงลอยที่มาขัดขวางการเดินเท้า แต่เครือข่ายของผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ก็กําลังปรับตัวอยู่ กําลังพูดคุยเจรจากับกรุงเทพมหานครอยู่นะคะ วันดีคืนดีก็ฟ้าผ่าตูมลงมา ต่อไปนี้ต้องจัดระเบียบแล้วก็ไม่สามารถที่จะทํามาค้าขายอีกต่อไปโดยที่ไม่ได้มีแผนการ มาตรการรองรับหรือว่าเยียวยาใด ๆ ขอไปสไลด์ (Slide) ที่ ๑๙ นอกจากเรื่องของนายทุน ยั่งยืน ประชาชนรายเล็กรายน้อยต้องย่ําแย่แล้ว สิ่งแวดล้อมก็ยังย่อยยับอีก คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เป็นการยกเว้นผังเมืองให้กับการตั้งกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า เรื่องของกิจการคัดแยกขยะแล้วก็ฝังกลบสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ รวมไปถึงกิจการโรงงานรีไซเคิล (Recycle) ด้วย เรื่องของโรงไฟฟ้าขยะ ขอหน้ากลับอีกนิดหนึ่ง เรื่องของโรงไฟฟ้าขยะนี่ เราทราบกันดีว่ามีการต่อต้านกันมาโดยตลอดเนื่องจากว่าไม่มีโรงไฟฟ้าขยะที่ดีที่มันมีอยู่จริง ในประเทศไทย โรงไฟฟ้าขยะที่จะไม่ปลดปล่อยมลพิษต้องมีองค์ประกอบ ๒ ส่วนก็คือ ต้องมีขยะที่มีคุณภาพก็คือไม่ชื้นเกินไป มันถึงจะเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ แล้วไม่เกิด มลภาวะให้กับชุมชนรอบข้าง

อย่างที่ ๒ ก็คือว่าตัวเทคโนโลยีที่ใช้กับโรงไฟฟ้าขยะก็จะต้องเป็นเทคโนโลยี ขั้นสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง ๒ อย่างยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทําให้ชาวบ้านออกมาต่อต้าน แล้วก็มีการร้องเรียนปัญหาโรงไฟฟ้าขยะมาโดยตลอด ที่สําคัญก็คือไม่ต้องขออีไอเอ (EIA) โรงไฟฟ้าขยะ เนื่องจากมีการแก้ประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียบร้อยแล้ว

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ จะจบแล้วอีกนิดเดียวค่ะ โรงงานคัดแยกรีไซเคิล (Recycle) แล้วก็กิจการการคัดแยกแล้วก็ฝั่งกลบที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจาก ที่มีประกาศ ๔/๒๕๕๙ ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ซึ่งชื่อมันอาจจะฟังดูดี เป็นโรงงานรีไซเคิล (Recycle) แต่ว่าโรงงานรีไซเคิล (Recycle) พวกนี้ปลดปล่อยมลพิษเป็นตัวร้ายเลยทีเดียว อย่างเช่นในจังหวัดของท่านประธานนะคะ ก็จะมีเป็นโรงงานที่เป็นโรงงานทํารีไซเคิล (Recycle) ก็จะมีการใช้สารเคมีเพื่อรีไซเคิล (Recycle) ตัวพลาสติก พลาสติกที่เป็นขยะแล้วให้กลายเป็นสารเคมีซักล้างไม่ว่าจะเป็น น้ํายาล้างรถหรือว่าแชมพู (Shampoo) สบู่ที่มีราคาต่ํา ซึ่งวันดีคืนดีลําห้วยข้างบ้าน ของชาวบ้านก็จะกลายเป็นสีชมพู เนื่องมาจากว่าสารเคมีนั้นหลุดรอดออกไปจากโรงงาน ที่ไม่ต้องมีการขออีไอเอ (EIA) ไม่ต้องได้รับการยกเว้นผังเมืองจะตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะ ใกล้เขตชุมชนแค่ไหน ไม่ว่าจะใกล้แหล่งเกษตรกรรมมากแค่ไหน ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบ เบื้องต้นนะคะ ดิฉันไม่สามารถที่จะศึกษาให้ละเอียดได้มากกว่านี้ถ้าหากเราไม่มีโอกาส ที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประกาศคําสั่ง หัวหน้า คสช. และคําสั่ง คสช. ตามมาตรา ๔๔ ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านพรรณิการ์ครับ

นางสาวพรรณิการ์ วานิช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอถามท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในที่นี้ให้ท่านตอบในใจนะคะ ดิฉันอายุ ๓๑ ปี ชีวิตดิฉันเผชิญกับการรัฐประหารมาแล้ว ๓ ครั้ง ถือเป็นสถิติที่สูงมาก แต่ละท่านที่อยู่ในที่นี้ส่วนใหญ่อาวุโสกว่าดิฉันทั้งนั้น ล้วนเผชิญกับการรัฐประหาร อย่างน้อยในชีวิตของท่าน ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง ๖ ครั้ง ๗ ครั้ง หรืออาจจะ ๘ ครั้ง ท่านจําได้ไหม คะว่าทุกครั้งหลังการรัฐประหารสิ่งแรกที่ท่านจะเห็นคืออะไร ไม่ใช่รถถังนะคะ ประชาชน ทั้งประเทศไม่ได้เห็นรถถังแน่นอน รถถังส่วนใหญ่แล้วอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ประชาชนทั้งประเทศจะได้ยินเพลงปลุกใจตามมาด้วยเปิดวิทยุโทรทัศน์ช่องไหนก็จะเป็น เรื่องเดียวกันหมด เรื่องของการปลุกใจ และสักพักเมื่อคณะรัฐประหารพร้อมก็จะนั่งเรียงหน้า ปรากฏตัวในโทรทัศน์ประกาศการยึดอํานาจ นั่นหมายถึงอะไรคะ หมายถึงว่าทุกครั้งหลังจาก การยึดกุมอํานาจรัฐ สิ่งที่ถูกยึดกุมทันทีตามมาก็คือสื่อ เพราะอะไร เพราะจะยึดกุมประชาชนได้ ท่านไปใช้ปืนจ่อหัวทุกคนไม่ได้หรอกค่ะ สิ่งที่ท่านจะทําเพื่อควบคุมประชาชนนั่นก็คือ การควบคุมสื่อ คณะรัฐประหารทุกคณะ เผด็จการทุกยุคทําแบบเดียวกัน เมื่อกุมอํานาจรัฐได้ ท่านจะยึดกุมควบคุมสื่อ แต่ คสช. มีลักษณะที่พิเศษกว่านั้น ถึงท่านจะบอกอยู่เสมอเปิดเพลง กรอกหูเราตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาว่าขอเวลาอีกไม่นาน แต่จริง ๆ ท่านวางแผนอยู่นานค่ะ เพราะว่าแผนการยึดกุมควบคุมสื่อของท่านไม่จบในยุคของท่าน แต่หยั่งรากลึกมาจนถึง แม้กระทั่งหลังมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งแล้ว ท่านดูนิดหนึ่งค่ะ สถิติดิฉันเอามาให้ดูว่า เสรีภาพสื่อของประเทศไทยในปีนี้ ปี ๒๕๖๒ อยู่ตรงไหนของโลก องค์กรสื่อไร้พรมแดนนะคะ รีพอร์เตอร์ วิตเอาต์ บอร์เดอร์ (Reporters Without Borders) บอกว่าประเทศไทยรั้งอันดับ ๑๓๖ ในดัชนีเสรีภาพสื่อ ๑๓๖ จาก ๑๘๐ ประเทศนะคะ เรา ถูกจัดอยู่ในอันดับประเทศที่สื่อเผชิญสถานการณ์ยากลําบาก นั่นก็คืออันดับเกือบจะต่ําสุด แล้วนะคะ อันดับ ๓ จาก ๔ อันดับ

มาดูเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตที่จัดอันดับโดยฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) เราอยู่ในกลุ่มประเทศไม่เสรีนะคะ แถมคะแนนที่เขาให้กับหน่วยงานรัฐที่ควบคุมเครือข่าย การให้บริการดิจิทัล (Digital) ได้เท่าไรท่านประธานทราบไหมคะ ศูนย์คะแนนค่ะ ประเทศ ไทย กสทช. ไทยได้คะแนนจากฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ระดับโลก ศูนย์คะแนน ดัชนีที่ตกต่ํามาตรฐานโลกแบบนี้ท่านจะบอกว่าเป็นเสรีภาพสื่อแบบไทย ๆหรือคะ ไม่ใช่ค่ะ นี่คือตัวชี้วัดสะท้อนว่ามีสารเคมีตกค้างจาก คสช. ที่ยังหลงเหลือและ ทําลายต้นกล้าประชาธิปไตยในประเทศไทย มีไม่ถึง ๓ สารเหมือนสารเคมีเกษตรที่เราเพิ่งจะ อภิปรายแล้วก็รับรายงานกันไปนะคะ สารเคมีตกค้างที่ทําลายต้นกล้าเสรีภาพสื่อ เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของประเทศไทยมี ๒ สาร สารแรกชื่อว่า คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔๑/๒๕๕๙ สารเคมีตกค้างที่ ๒ คือประกาศ คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ก่อนที่จะไปถึง ๒ สาร ตกค้างนี้นะคะ ดิฉันพูดให้ฟังก่อนว่าในยุค คสช. สถิติที่น่าตกใจเกี่ยวกับการละเมิดเสรีภาพ สื่อ ตัวเลขสั้น ๆ แต่สะท้อนเรื่องที่ใหญ่โตและกว้างขวางคืออะไร ในช่วง ๕ ปีของ คสช. มีการปิดกั้นลงโทษสื่ออย่างน้อย ๕๙ ครั้ง ในบรรดา ๕๙ ครั้งนี้ทําโดย กสทช. นะคะ แต่เป็น การทําโดย กสทช. ซึ่งอาศัยเงื่อนไขตามประกาศคําสั่งของ คสช. ไม่น้อยกว่า ๓๙ ครั้ง ๓๙ ครั้ง จาก ๕๙ ครั้งเกิดจากประกาศ คําสั่ง คสช. ท่านบอกว่าจะไปพูดทําไมเรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องในอดีต ใช่ค่ะ ๕๙ ครั้งที่ท่านปิดสื่อไป อันนั้นเรื่องในอดีต วันที่ ๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่านบอกว่าคืนของขวัญให้กับประชาชน คืนความสุขให้กับประชาชน ยกเลิก ประกาศ คําสั่ง คสช. จํานวนมากหนึ่งในนั้นคือการปลดล็อกสื่อ ท่านยกเลิกประกาศคําสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับการครอบงําสื่อไปหลายฉบับ แต่ดิฉันจะบอกว่า มันไม่มีความหมายอะไรเลย เป็นการปาหี่ตกแต่งหน้าตาให้สวยเท่านั้น คําสั่งที่ท่านยกเลิกไป มีอะไรบ้าง ท่านยกเลิกประกาศ คสช. ที่ ๙๗ และ ๑๐๓/๒๕๕๗ ๙๗ และ ๑๐๓/๒๕๕๗ เนื้อหาว่าอะไร พูดง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือให้ คสช. มีอํานาจปิดสื่อที่ไม่เผยแพร่เนื้อหาตามที่ คสช. ต้องการ ท่านก็บอกว่าดีแล้วมันยกเลิกไป มันเป็นเผด็จการขนาดนี้ ดิฉันถามค่ะว่า ในเมื่อกําลังจะไม่มี คสช. อยู่แล้วคําสั่งนี้ ๙๗ กับ ๑๐๓/๒๕๕๗ ถึงท่านไม่ยกเลิกมันก็ใช้ ไม่ได้อยู่ดี เพราะว่า คสช. ซึ่งจะเป็นผู้ใช้อํานาจไม่มีอยู่อีกต่อไป แต่ที่ท่านไม่ยกเลิกคืออะไร ที่ท่านไม่ยกเลิกก็คือคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔๑/๒๕๕๙ ซึ่งท่านให้อํานาจ กสทช. อย่างล้นปรี่ ล้นเกิน ล้นอย่างไร ล้นอย่างนี้ค่ะท่าน กสทช. มีอํานาจตาม พ.ร.บ. ปิดสื่อได้อยู่แล้วค่ะ แต่ในกรณีร้ายแรงเท่านั้น นั่นก็คือสื่อนั้นนําเสนอเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครอง หรือละเมิดศีลธรรมประชาชนอย่างร้ายแรง แต่คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔๑/๒๕๕๙ ได้ขยาย อํานาจของ กสทช. ให้สามารถปิดสื่อที่เสนอเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความสับสนขัดแย้งหรือว่า เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติได้ นี่เบากว่าเรื่องของการนําเสนอเนื้อหาที่ล้มล้างการปกครอง เยอะมากนะคะ อะไรก็สามารถถูกตีความว่าก่อให้เกิดความสับสนหรือขัดแย้งได้ทั้งนั้น ในบ้านเมืองของเรายุคนี้ กสทช. พิจารณาว่ารายการนี้ของช่องนี้นําเสนอเนื้อหาขัดแย้ง ก่อให้เกิดความสับสน ปิดได้ทันที เท่านั้นไม่พอ คําสั่ง คสช. ฉบับที่ ๔๑/๒๕๕๙ ยังคุ้มครอง กสทช. อีกด้วย บอกว่าถ้าเกิดพิจารณาสั่งลงโทษสื่อไปแล้วแต่ทําไปโดยสุจริตไม่เกินกว่าเหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับโทษรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและทางวินัย คุ้มครองกันไป ถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นตกลงว่า ๙๗ กับ ๑๐๓/๒๕๕๗ ที่ท่านบอกว่ายกเลิกไปปลดล็อกสื่อ ไม่จริง ท่านย้ายล็อกสื่อที่ล็อกไว้ด้วย คสช. มาเป็นการล็อกด้วยการใช้คําว่า กสทช. ที่ถูก ต่อปีกต่อหางโดยอํานาจของ คสช. และโดยมรดกของ คสช.

มาดูเรื่องของเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต สื่อออนไลน์กันบ้างค่ะ ท่านยกเลิก ประกาศคําสั่ง คสช. ที่ ๑๒/๒๕๕๗ ก็จริง ประกาศนี้บอกว่าขอความร่วมมือสื่อออนไลน์ ไม่เผยแพร่เนื้อหาวิจารณ์ คสช. อันนี้ท่านยกเลิกไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านไม่ยกเลิกก็คือประกาศ คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ สารเคมีตกค้างตัวที่ ๒ ประกาศ คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ เนื้อหาว่าอะไร เนื้อหาก็คือให้อํานาจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดีอี (DE) ตั้งคณะทํางาน ปิดเว็บไซต์ (Web site) ขึ้นมาโดยไม่ต้องผ่านศาล ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ซึ่งก็มีปัญหา ในตัวของมันเองอยู่แล้วนะคะ การจะปิดเว็บไซต์ (Web site) การเอาเนื้อหาออกจาก เว็บไซต์ (Web site) ต้องผ่านคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นผู้วินิจฉัยผ่านกระบวนการทางศาล ตรวจสอบแล้วจึงสามารถสั่งปิดเว็บไซต์ (Web site) คําสั่ง คสช. นี้ตั้งคณะทํางานพิเศษ ขึ้นมาโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดีอี (DE) ไม่ต้องผ่านกระบวนการอะไรเลย ไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญในทางใดทั้งสิ้น ปิดเว็บไซต์ (Web site) ได้ทันที คําถามก็คือเมื่อท่าน ไม่เคยยกเลิกคําสั่ง คสช. ฉบับนี้ คณะทํางานคณะนี้ตกลงทุกวันนี้ยังทํางานอยู่หรือไม่ เราตรวจสอบไม่ได้นะคะ เพราะว่าไม่ได้ผ่านกระบวนการทางศาล ไม่รู้จะไปตรวจสอบที่ไหน ว่าตกลงท่านปิดไปแล้วกี่เว็บไซต์ (Web site) เว็บไซต์ (Web site) ที่ท่านปิดตกลงมีเนื้อหา เป็นอย่างไรถึงโดนปิดไป ต่อให้คณะนี้ไม่ได้ทํางานไปแล้ว ท่านจะมีมาตรการอย่างไร มาชดเชย เยียวยาเว็บไซต์ (Web site) ที่ถูกสั่งปิดไปในยุคของ คสช. สิทธิเสรีภาพของ ประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกพรากไปจะต้องได้รับการชดเชยเยียวยา ทั้งหมดนี้ คือสารเคมีที่ตกค้างมาจากยุคของ คสช. ในยุคของ คสช. คือยุคของเผด็จการทหาร เต็มรูปแบบผ่านไปแล้ว ในยุคปัจจุบันเรามีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เรามีกลไกที่มาจาก การเลือกของประชาชน และมีหน้าที่ผูกพันที่จะรับใช้ประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันขอว่ารัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันค่ะ ช่วยให้สิทธิเสรีภาพของสื่อสมกับคําที่ว่าปากกาคมกว่าดาบ อยากให้ปากกานั้นเป็นปากกา ที่ใช้เป็นอาวุธปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่ปากกาที่ถูกทําให้แหลมคมเพื่อที่จะ ฆ่าความจริงเหมือนในยุคของ คสช. ขอบพระคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อภิปราย พอสมควรแล้วนะครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขณะนี้ เหลือผู้อภิปรายอีกเพียงแค่ไม่กี่ท่านครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาให้เดินการอภิปราย จนเสร็จสิ้นนะครับ แล้วลงมติในสัปดาห์หน้าผมว่าน่าจะเป็นการเรียบร้อยครับ ท่านประธาน ก็สามารถปิดการอภิปรายได้ในช่วงท้ายครับ ขอความกรุณาได้ไหมครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนั้น ต่อไปเชิญท่านศักดินัย นุ่มหนู พรรคอนาคตใหม่ แล้วตามด้วยท่านวิรัตน์

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ มีประเด็นของความเดือดร้อนจากคําสั่งของ คสช. ซึ่งผู้เดือดร้อนที่เป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ อีกกลุ่มหนึ่งท่านประธานครับที่เราจะต้องดูแล ก็คือพี่น้องชาวประมง พี่น้องชาวประมง ได้รับผลกระทบอย่างมากต่อคําสั่งของ คสช. ที่ปรากฏขึ้น ก่อนหน้านั้นพี่น้องชาวประมงนั้น ใช้ชีวิตทํามาหากินทําการประมงในน่านน้ําไทยแล้วถูกมองว่าเป็นผู้ที่ทําลายทรัพยากรธรรมชาติ อย่างไร้การควบคุม เมื่อ คสช. เข้ามายึดอํานาจก็จะมีการจัดระเบียบเรื่องนี้เพื่อที่จะเห็นว่า จะให้ธํารงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นด้วย การที่ คสช. นั้น กําหนดเรื่องเหล่านี้เอาไว้ในมาตรการไอยูยู (IUU) เพื่อที่จะให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีความมั่นคง ซึ่งผมก็คิดว่าพี่น้องชาวประมงเองก็มีความห่วงใยเรื่องนี้นะครับ การออกคําสั่ง ของ คสช. เป็นที่มาในหลาย ๆ คําสั่ง ไม่ว่าจะเป็นคําสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๘ คําสั่งที่ ๔๒/๒๕๕๘ คําสั่งที่ ๑๘/๒๕๕๙ คําสั่งที่ ๕๓/๒๕๕๙ แล้วก็คําสั่งที่ ๒๒/๒๕๖๐ อีกมากมายในหลายคําสั่ง โดยเฉพาะท่านประธานครับ คําสั่งที่ ๑๐ เป็นคําสั่งที่มีการตั้งหน่วยบัญชาการในการแก้ไข ควบคุมการทําประมงที่ผิดกฎหมาย หรือเรียกชื่อย่อว่า ศปมผ. โดยมีผู้บัญชาการกองทัพเรือ เป็น ผบ. ของศูนย์บัญชาการแก้ไขการทําประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกใจ อย่างมาก เพราะว่าเราต้องใช้กองทัพเรือ ผู้บัญชาการกองทัพเรือที่จะเข้ามาควบคุมดูแลครับ ยังกับว่าพี่น้องชาวประมงที่ทํามาหากินมายาวนานจนประเทศไทยนั้นเป็นมหาอํานาจ ทางทะเลอันดับ ๗ ของโลก วันนี้หลังจากที่ คสช. เข้ามายึดอํานาจจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ ทางกองทัพเรือเข้ามาควบคุมและมีมาตรการเฉียบขาดเพื่อที่จะให้ประเทศไทยนั้นพ้น จากใบเหลือง ใบแดงที่สหภาพยุโรปนั้นกําหนดไว้ ดังนั้นการออกมาตรการคําสั่งต่าง ๆ นั้น จึงส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมง กระทบอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะได้ยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการที่มีการควบคุมเรื่องของการ นําเรือเข้าเรือออกที่จะต้องมีการแจ้งเข้าแจ้งออก ซึ่งเมื่อก่อนที่ไม่ได้มีการแจ้งเข้าแจ้งออกนั้น พี่น้องชาวประมงก็สามารถออกทําเรือได้โดยปกติ แต่ผมเรียนอย่างนี้ก่อนว่าเรื่องต่าง ๆเหล่านี้ ไม่ใช่ที่เราจะปฏิเสธ เพียงแต่ว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่มีช่วงระยะเวลาของการที่จะ เปลี่ยนผ่าน มีช่วงระยะเวลาที่จะให้พี่น้องชาวประมงได้ปรับตัวนะครับ ซึ่งวันหนึ่งนั้นต้องให้ มีการแจ้งเข้าแจ้งออกและต้องมีการขอใบอนุญาต ซึ่งไม่น้อยกว่า๑๒ รายการ

- ๑๑๑ แล้วก็ต้องมีการแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยงานด้วยกัน ตรงนี้การแจ้งเข้า แจ้งออกท่านประธาน วิถีของการทําประมงเวลาออกทะเลแล้ว เวลาจะกลับเข้าฝั่งไม่ใช่ เรื่องที่จะมากําหนดอะไรกันได้ง่าย ๆ หรือว่าชัดเจนเป็นที่แน่นอน และหากมีการเข้าออก ผิดเวลาเพียงเล็กน้อยก็มีโทษปรับ นั่นคือสิ่งที่พี่น้องชาวประมงนั้นเกิดปัญหาเกิดผลกระทบ นอกจากนี้ท่านประธานครับยังมีการบังคับให้มีการติดตั้งระบบวีเอ็มเอส (VMS) หรือว่า เครื่องติดตาม ถึงแม้เรือนั้นจะไม่ถูกออกทะเลถูกกํากับ ถูกกําหนดไว้แล้วว่าไม่สามารถออก ทําการประมงได้ แต่ก็ยังต้องติดค่าวีเอ็มเอส (VMS) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายเดือน และมีการลงทุน เรื่องวีเอ็มเอส (VMS) เขามีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ มีมูลค่า มีราคา มีต้นทุนที่พี่น้อง ชาวประมงที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่กระทบต่อวัฒนธรรมของพี่น้องชาวประมงอย่างยิ่ง นั่นก็คือเรื่องของการที่กําหนดให้ผู้ที่มีอายุต่ํากว่า ๑๘ ปี ไม่สามารถที่จะออกเรือทํา การประมงได้ โดยวิถีชีวิตของคนที่ทําประมง เด็กที่โตมากับท้องทะเลสามารถที่จะว่ายน้ําได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ จับปูจับปลาได้ สืบทอดการเรียนรู้ความรู้ความสามารถนี้มาจากพ่อแม่ มาจากครอบครัวทําให้มีศักยภาพ เมื่อโตขึ้นอายุแค่ ๙ ขวบ ๑๐ ขวบ ก็สามารถที่จะทํา ประมงได้ เพียงแต่ตอนนี้กฎหมายนี้ห้าม ทําให้เด็กเวลาโตขึ้นมาแล้วไม่สามารถที่จะออกไป ทําการประมงได้เมื่อมีมาตรการนี้กําหนดบังคับอยู่ ส.ส. เพื่อนของผมจากจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ก็ได้ให้ข้อมูลในพื้นที่ของเขา มีรูปธรรมมีเคส (Case) ชัดเจนนะครับ ว่ามีเด็กชายคนหนึ่งที่อําเภอบางปะกง อายุ ๑๖ ปีแล้วครับ การศึกษาก็ไม่มีเก่งเรื่องทะเล ว่ายน้ําเป็นขยันทํามาหากินทําประมงได้ แต่ไม่สามารถออกไปทําการประมงกับพ่อแม่ได้ ด้วยมาตรการด้วยข้อบังคับที่ว่านี้จึงไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ในที่สุดก็ไปถูกจับกุมคุมขังเพราะว่า ไปค้ายาเสพติด แล้วก็มีอีกมากมายเลยโดยเฉพาะเด็กที่มาช่วยพ่อแม่มาล้างหอยแมลงภู่ ซึ่งจะมีค่าจ้างกิโลกรัมละ ๓ บาท ซึ่งตอนหลังก็ถูกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับนายจ้าง เนื่องจากว่าเป็นข้อหาการใช้แรงงานเด็ก และที่สําคัญท่านประธานครับ ด้วยเวลา สั้นจริง ๆ ผมอยากที่จะพูดถึงความรู้สึก ถอดอารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องชาวประมง ที่เขาได้รับผลกระทบว่าวันนี้ทําไมเขาถึงเป็นผู้ร้ายเขาเคยออกทะเลทําการประมง ไม่ใช่ว่า เขาไม่คิดถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร สิ่งที่รัฐบาล คสช. ทําบอกว่าต้องการที่จะให้ ทะเลนี้มีความมั่นคง และชีวิตของพี่น้องชาวประมงนั้นมีอนาคตจากความอุดมสมบูรณ์ ของท้องทะเล แต่คนที่จะมีอนาคตได้มันจะต้องมีวันนี้ด้วยเขาต้องมีวันนี้ที่เขาอยู่ได้ เขาถึงจะมีอนาคต เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ทําให้ชีวิตของพี่น้องชาวประมงจํานวนไม่น้อย จํานวนมากเลยทีเดียวครับที่ต้องโทษต้องคดีจากกฎหมายที่มีโทษปรับรุนแรง มีโทษจับกุม คุมขัง ปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐ ล้านบาท จากข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมา อย่างรุนแรง วันนี้ท่านประธานครับ ในความมืดมิดของพี่น้องชาวประมงเขาต้องการความหวัง เขาต้องการแสงสว่างในการที่เขาจะต้องกลับมาสู่ท้องทะเลอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง เขาอยาก เห็นแสงสว่างของชีวิตที่เป็นความหวังว่าเขาจะกลับมายืนหยัดได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เขาอยากเห็นแสงสว่างแห่งความหวังด้วยดวงไฟ ๔ ดวงครับ ดวงแรกอยากให้มีการแก้ไข กฎหมายประมง โดยยึดถือกระบวนการมีส่วนร่วม คนที่รู้จักทะเลก็คือพี่น้องชาวประมง เรามีคํากล่าวว่า หากไม่ใช่คลื่นอย่าวิจารณ์ทะเล เพราะฉะนั้นต้องให้พี่น้องชาวประมงเขามา มีส่วนร่วมในการที่จะออกกฎหมายในการที่จะกํากับ ที่จะดูแลถึงเรื่องอนาคตความสมบูรณ์ ของท้องทะเลและอนาคตของลูกหลาน ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม เพราะที่ผ่านมานั้น มีการจับกุมคุมขังและทําให้หลายคนนั้นล้มละลายเสียค่าปรับเป็นจํานวนมาก มากเกินกว่า มูลค่าของเรือ มากกว่ามูลค่าของสินค้าที่จับได้

อีกข้อหนึ่งครับ ไปเร็ว ๆ ก็คือการจัดให้มีกองทุนเพื่อการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาในชีวิตที่ย่ําแย่และอับปางที่ผ่านมานั้นเขาไม่สามารถที่จะทําประมงได้ เรือถูกล็อก ถูกยึดเอาไว้ ชีวิตต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่ไม่มีกองทุนครับ หมดแล้วสําหรับต้นทุนแทนที่จะ เริ่มชีวิตใหม่ ท้ายที่สุดมันมีมาตรการในการที่จะซื้อเรือคืนท่านประธาน แต่ก็ยังไม่สามารถ ที่จะดําเนินการได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะว่าทําได้แต่เพียงจํานวนจํากัด หากจะซื้อเรือ พวกเขาคืน พวกเขาก็ยินดีครับ

สุดท้ายที่ผมอยากจะขอวิงวอนไปทางผู้ที่มีอํานาจ อยากให้เห็นว่าชีวิต ทุกชีวิตต้องการอนาคต ต้องการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีเกียรติ ขอโอกาส ขอพื้นที่ของ ท้องทะเลไทยให้กับพี่น้องชาวประมงได้กลับเข้ามามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ผมจึงเห็นว่าการที่จะได้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะได้พิจารณาศึกษาถึงผลกระทบเหล่านี้ โดยเฉพาะ ของพี่น้องชาวประมงให้กลับเข้ามายืนหยัดและทําหน้าที่ของพวกเขาอย่างสมเกียรติอีกครั้ง แต่ผมยืนยันนะครับว่าผมไม่ได้ปฏิเสธมาตรการไอยูยู (IUU) เพียงแต่ต้องการให้เห็นว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านนั้นเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและสมควร มีการคํานึงต่อชีวิตของ พี่น้องชาวประมงโดยคนส่วนใหญ่ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน แล้วก็ตามด้วยท่านโชติพิพัฒน์ พรรคอนาคตใหม่ เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าพรรคเสรีรวมไทยได้ติดตามการใช้อํานาจอย่างเบ็ดเสร็จ ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ในรัฐบาลที่ผ่านมา ด้วยความเป็นห่วง ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกประกาศ คําสั่งตามมาตรา ๔๔ ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างมากมาย มีการใช้คําสั่งหัวหน้า คสช. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดยไม่ได้ให้ความเป็นธรรม อย่างเช่น กรณีการแต่งตั้งตํารวจที่จะต้องแต่งตั้งตามลําดับบัญชีอาวุโส ซึ่งก็กําหนดในกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้วแต่ก็ไม่ตั้งเขา เขาก็ฟ้องร้องจะดําเนินคดี แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ ที่สุดทําอย่างไรก็ทําเรื่องผิดให้เป็นถูก แล้วทําอย่างไรก็คือออกมาตรา ๔๔ บอกว่า ที่ทํามาทั้งหมดให้ถือว่าถูกต้อง ให้ผิดกฎหมายเป็นถูกกฎหมาย ท่านประธานอย่างนี้ก็มีด้วย ทํากันได้ ทําให้ผู้เสียหายเขาไม่สามารถฟ้องร้องขอความเป็นธรรมได้ มีการใช้มาตรา ๔๔ ในการโยกย้ายข้าราชการ โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อน มีการกล่าวหาและ ปลดผู้บริหารท้องถิ่นจํานวนนับร้อยคน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการดําเนินการอะไรคือปลดเขาเฉย ๆ อย่างนั้นละครับ ไม่ได้ทําอะไรเลย ๕ ปี คสช. ได้ออกประกาศคําสั่งมากกว่า ๕๖๐ ฉบับ เท่ากับปีละร้อยกว่าฉบับ ประกาศคําสั่งทั้ง ๕๐๐ กว่าฉบับ นอกจากจะมีที่มาที่ไม่เป็นไปตาม หลักนิติบัญญัติคือในระบอบประชาธิปไตยคือมาจากเผด็จการเพียงคนเดียวที่ออกคําสั่ง คําสั่งจํานวนมากยังขัดต่อหลักนิติธรรม คําสั่งมากมายเป็นการลงโทษบุคคลโดยไม่ได้พิสูจน์ ความผิด หลังการยึดอํานาจได้มีการประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ท่านประธานเชื่อไหม ชู ๓ นิ้วก็ถูกจับ ชูป้ายประท้วงก็ถูกจับ ทั้งหมดถูกจับกันเป็นร้อย นะครับท่านประธานในข้อหาอย่างนี้ มีการจับกุมผู้ที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสัมปทานปิโตรเลียม จับเขาแล้วก็คุมขังเขาเป็นเวลาถึง ๔ วัน ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่า คสช. ใช้ประกาศ คําสั่งเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง ถ้าขัดขืนก็จะถูกดําเนินคดีในศาลทหารอีกด้วย ท่านประธานครับ มีคนถูกเรียกไปปรับ ทัศนคติมากกว่า ๑,๐๐๐ คน บางคนถูกขังในค่ายทหารนานถึง ๗ วัน ก่อนปล่อยตัวก็ต้อง เซ็นเงื่อนไขการปล่อยตัว หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษมากขึ้น เพิ่มขึ้น แล้วจะถูกระงับการทําธุรกรรมทางการเงินด้วย ท่านประธานครับตลอด ๕ ปี คสช. ตามข้อมูลที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้บันทึกไว้ มีประชาชนนักวิชาการนักศึกษาและนักกิจกรรมรวมกระทั่งนักการเมืองถูกละเมิดสิทธิมากมาย ท่านประธานพลเรือน ๒,๔๐๘ คนถูกดําเนินคดีในศาลทหาร ๙๒๙ คนถูกเรียกรายงานตัว ไปปรับทัศนคติ ๕๗๒ คนถูกข่มขู่คุกคาม ๑๘ คนถูกซ้อมทรมาน ๓๕๓ คนถูกปิดกั้นกิจกรรม สาธารณะ ๑๕๕ กลุ่มถูกปิดกั้นการแสดงออกทางเสรีภาพ ๖๗๓ คนถูกตั้งข้อหาชุมนุมทางการเมือง ๑๔๔ คนถูกตั้งข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และ ๑๒๑ คนถูกตั้งข้อหา มาตรา ๑๑๖ เป็นภัย ต่อความมั่นคง แล้วก็ยังมีสื่อมวลชนที่ถูกละเมิดเสรีภาพและถูกสั่งปิดอีกมากมาย หัวหน้า คสช. ใช้อํานาจตามมาตรา ๔๔ ออกคําสั่งให้ กสทช. มีอํานาจสั่งลงโทษปรับหรืองดออกอากาศ หรือปิดสถานีโดยไม่ต้องรับผิดชอบทั้งแพ่งและอาญา นั่นเป็นการเปิดช่องให้ กสทช. ใช้อํานาจได้ตามอําเภอใจโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องดําเนินคดี มีหลายรายการ ที่ถูกระงับไม่ให้ออกอากาศ ผู้ดําเนินรายการถูกตักเตือนส่งผลให้สื่อต้องเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเอง สุดท้ายก็มีแต่คนเชียร์รัฐบาลท่านประธาน อย่างเสรีพิศุทธ์ ขนาดไปบันทึกเทป (Tape) รายการอะไรนะ สุดท้ายยังออกไม่ได้ สถานีไม่ให้ออก

อีกนโยบายครับ ท่านประธานที่ละเมิดสิทธิชุมชน คือนโยบายทวงคืนผืนป่า ได้มีการจับคุมดําเนินคดีคนยากจนที่อาศัยให้เขตป่าซ้ําเติมความทุกข์ยากเขา ตามข้อมูล ของ กอ.รมน. ระบุว่ามีการจับกุมดําเนินคดีไปทั้งหมด ๑,๗๘๕ ราย ยึดคืนที่ดินทํากินไป ทั้งสิ้น ๑๕๑,๓๘๖ ไร่ ในนี้ไม่ได้รวม ๑,๗๐๖ ไร่ อนาคตไม่รู้จะรวมหรือไม่ ท่านประธาน เกษตรกรที่จังหวัดชัยภูมิถูกจับข้อหาบุกรุกป่าเนื้อที่ไร่กว่าเองท่านประธาน ถูกพิพากษา จําคุกไป ๔ เดือนและชดใช้อีก ๔๐,๐๐๐ บาท ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มาสู่การชุมนุม ประท้วงของพี่น้องสมัชชาคนจน ท่านประธาน ในวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ หลังจาก การเลือกตั้งแล้ว พลเอก ประยุทธ์ ได้ใช้มาตรา ๔๔ สั่งให้ กทม. ตกลงกับการรถไฟ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และในมาตรา ๔๔ ก็ยังบังคับให้เจรจาเงื่อนไขกับ ผู้รับสัมปทานให้เสร็จสิ้น บังคับเลยนะครับว่าต้องเจรจาให้เสร็จ ในที่สุดก็ต่อสัญญาให้บีทีเอส (BTS) ไปเพิ่มอีก รวมแล้ว ๔๐ ปี นี่เท่ากับว่าแทนที่หมดสัมปทานจะกลับสู่กรุงเทพมหานคร และลดราคาให้คนกรุงเทพเพื่อชดเชยกับช่วงสัมปทานที่ราคาแพงก็กลายเป็นว่าคนกรุงเทพ จะต้องใช้รถไฟฟ้าแพงไปอีก ๔๐ปี ท่านประธานเวลาน้อยขออนุญาตท่านประธานที่เคารพ หัวหน้า คสช. ใช้อํานาจตาม มาตรา ๔๔ ออกคําสั่งละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชาชน ตามอําเภอใจ โดยไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากมีการรับรองไว้ใน มาตรา ๒๗๙ ว่าคําสั่ง คสช. ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตให้ถือว่าถูกหมด ถูกด้วยรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ประกาศคําสั่งทั้งหมดเป็นสาธารณะเป็นกฎหมายจนกว่าจะมีการออกพระราชบัญญัติยกเลิก นั่นแสดงว่าอะไร แสดงว่าความเสียหายต่าง ๆ ยังต้องเกิดขึ้นต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

สุดท้ายนี้กระผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบจากการทําประกาศและคําสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะจะเป็น จุดเริ่มต้นในการแสวงหาความจริงแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น ช่วยในการกําหนดมาตรการ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะทําให้เกิดความเป็นธรรมต่อสังคมและความปรองดอง ของคนในชาติ กราบขอบพระคุณท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คิดว่า อภิปรายกันพอสมควรแล้วนะครับ ให้ท่านโชติพิพัฒน์เป็นผู้อภิปรายคนสุดท้ายแล้วก็จะ ปิดการอภิปรายเพื่อจะขออนุญาตไปลงมติในสัปดาห์หน้า วันพุธหน้านะครับ เชิญท่านโชติ พิพัฒน์ครับ

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ก็ขออนุญาตลุยเลยนะครับ คําสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙ เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทําผิดบางประการ ซึ่งเป็นภยันอันตราย ต่อความสงบและบ่อนทําลายระบบเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย ท่านประธานครับ คําสั่งดังกล่าวเป็นอํานาจของพนักงานจับกุมบุคคลที่กระทําความผิดซึ่งหน้า ควบคุม ค้นยึด อายัด หรือควบคุมตัวระบุไม่ได้ไม่เกิน ๗ คน การที่ไม่มีระบบการตรวจสอบการทํางานของ เจ้าหน้าที่ทหารในยุคนั้นจะช่วยให้การต่อรองกับเจ้าของบ่อนการพนัน เจ้าของสถานบริการ คาราโอเกะ (Karaoke) หรือว่าแอบเปิดบ่อนการพนันอยู่ในการควบคุมของพวกพ้องตนเอง หรือไม่ ขบวนการการเล่นการพนันให้เห็นมากขึ้นและมีมากขึ้นต่อเนื่องไป ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ มีคําสั่งหนึ่งคือหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๔/๒๕๕๘ คําสั่งดังกล่าวมีข้อสังเกตว่า ถ้าปฏิบัติตรงไปตรงมาตั้งแต่ยุคนั้นตลอดจน ๕ ปี ในปัจจุบันบ่อนการพนัน การทําการขยายตัว หลายรูปแบบและสู่ระบบออนไลน์ ถึงเยาวชนง่ายขึ้น และเนื่องจากทหารที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จ ในช่วงนั้นเป็นผู้ควบคุมเก็บส่วยแทน บางทีน่าจะลงทุนและคําดังกล่าวจึงส่งผลกระทบ ถึงรัฐบาลในชุดปัจจุบันนี้นะครับ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันร่วมกับศูนย์วิจัยการพัฒนาสังคม และธุรกิจดําเนินโครงการศึกษาสถานการณ์และพฤติกรรมการกระทําการพนันในประเทศไทย ปี ๒๕๖๒ เก็บข้อมูลกับประชาชนทั่วไปอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปใน ๗๗ จังหวัด ช่วงระหว่าง เดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ รวม ๔๔,๐๕๐ ตัวอย่าง คนไทยร้อยละ ๗๖.๓ หรือประมาณ ๔๐.๖๙ ล้านคน เคยเล่นการพนัน ๒ ประเภทการพนันที่คนไทยเล่นครั้งแรก และมากที่สุดก็คือการเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินครับ ส่วนการพนันยอดนิยม ๕ อันดับแรก ยังเป็นเช่นเดิม ที่ผ่านมาก็มีการเล่นการพนันสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน ไพ่ พนันผลฟุตบอล ไฮโล โปปั่น กุ้ง หอย ปู ปลานะครับ ด้านผลกระทบพบว่าร้อยละ ๙.๘ ของการเล่นการพนันในปี ๒๕๖๒ เป็นประมาณ ๒.๙ ล้านคน ระบุว่าได้รับการกระทบเชิงลบ จากการเล่นการพนันได้แก่การขาดเงินได้จ่ายเงินในชีวิตประจําวันมีปัญหาความเครียด จากการเล่นการพนันได้แก่ การขาดเงิน ได้จ่ายเงินในชีวิตประจําวัน มีปัญหาความเครียด เป็นหนี้ เป็นปาก เป็นเสียง ทะเลาะกันในครอบครัว สุขภาพเสื่อมโทรม เสียเวลากับการ ทํางาน อย่างไรก็ตามแม้จะมีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับวันที่ ๙/๒๕๖๒ ที่มีประกาศในราชกิจานุเบกษา ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เรื่อง การยกเลิกการประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคําสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับทั้งที่หมดความจําเป็น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคําสั่งยกเลิก ๖๖ คําสั่ง ก็เป็นเพียงมรดกถ่ายทอดอํานาจของอํานาจยุคปัจจุบันนี้ ทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แล้วก็การปฏิรูปตํารวจที่เมื่อสักครู่ที่พรรคพรรคหนึ่งพูดไปแล้วนะครับ ผมเองก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

วันนี้คิดว่า พอสมควรแล้วนะครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๓ นาฬิกา