นริศ ชี้ทวงคืนผืนป่าคลาดเคลื่อน ขอตั้ง กมธ.ตรวจสอบความเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

นริศ ขํานุรักษ์ อภิปรายประเด็นการบังคับใช้นโยบายทวงคืนผืนป่าที่คลาดเคลื่อนจากเจตนารมณ์ จนส่งผลให้ประชาชนผู้ยากไร้ถูกดำเนินคดีมากกว่าผู้มีอิทธิพล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของนโยบายที่ผ่านมา ทั้งการจับกุมไม่ตรงเป้า ป่าถูกบุกรุกแต่ยังใช้ประโยชน์ต่อ โครงการปลูกป่าที่ทุจริต และการไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้มีอำนาจ เรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบผลกระทบ กำหนดแนวเขตป่าอย่างชัดเจน จัดทำแผนที่มาตราส่วนเดียว คืนพื้นที่ป่าและพื้นที่สาธารณะหลังหมดสัมปทาน ออกเอกสารสิทธิอย่างโปร่งใส ตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการวันแมปที่สูงผิดปกติ และเร่งคุ้มครองสิทธิชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชนเผ่า พร้อมเสนอให้มีหน่วยงานภายนอกตรวจสอบการฟื้นฟูป่าอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้นโยบายเกิดผลจริงและเป็นธรรมต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติ เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและผลงาน ของนโยบายทวงคืนผืนป่า ผมขออนุญาตเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธาน คําสั่งของ คสช. เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปในหลายคําสั่งแล้ว ผมขออนุญาตอภิปรายเพียงคําสั่งเดียวนะครับ คือคําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุก ที่ดินของรัฐ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน หรือที่เราเรียกภาษาทั่วไปว่า แผนทวงคืนผืนป่า ที่จริงคําสั่ง คสช. ทุกฉบับมีทั้งส่วนดีและมีส่วนไม่ดี หลายคําสั่ง คสช. แก้ปัญหาและพัฒนาชาติบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีบางคําสั่งแม้ว่าจะมีคําสั่งที่เป็น คําสั่งดี ๆ แต่ในทางปฏิบัติกลับทําให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถแก้ไข ปัญหาชาติบ้านเมืองได้ก็มีอยู่หลายคําสั่ง เช่นคําสั่งที่ผมได้กล่าวแล้วตั้งแต่ต้น คือ คําสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ คําสั่งดังกล่าวนี้มุ่งหวังที่จะให้แก้ไขปัญหาที่ดิน ป่าไม้ โดยให้จับกุมดําเนินคดี เฉพาะนายทุนหรือคนรวย เขียนไว้ชัด สําหรับคนยากจนนั้นให้ผ่อนปรนไว้นี่เป็นคําสั่งครับ แต่ในทางปฏิบัติมีตัวเลขในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๘ เฉพาะคดีที่ครอบครองไม้ ๕๐๐ คดี เขาพบว่าเป็นคนจนอยู่ ๔๙๐ คดี คนรวยเพียง ๑๐ คดี มันสวนทางกับนโยบาย ทางปฏิบัติ คนรวยถูกดําเนินคดีเพียง ๑๐ คดี จาก ๕๐๐ คดี ผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธานต่อว่า สําหรับข้อเท็จจริงเรื่องพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยในขณะนี้คนเข้าไปอยู่ในป่าก่อนป่าประกาศ ไม่ว่าจะเป็นป่า ปี ๒๔๘๔ ป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ คนเข้าไปอยู่ก่อนประกาศป่าเหล่านี้มีอยู่จริงครับเป็นชุมชนอยู่กันแบบดั้งเดิม เป็นครัวเรือน อยู่กับแบบดั้งเดิมมีอยู่จริงครับ ๒. ประชาชนเข้าไปอยู่หลังประกาศเขตป่าเหล่านี้ก็มีอยู่จริง มีผู้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้นี้ก็มีอยู่จริงแต่ว่าที่ผ่านมาเรามีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เหล่านี้ เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่เข้าไปจับกุมดําเนินคดี เพราะรอการตรวจสอบตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ นี่คือความมีอยู่จริง ของการบุกรุกป่าและการมีอยู่จริงที่ป่าประกาศที่ทับชาวบ้าน แต่หลักการทั้งหลักทั่วไป และนโยบายป่าไม้แห่งชาติมีหลักว่า สําหรับประเทศไทยแล้วต้องมีป่าอยู่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศถึงจะมีความอุดมสมบูรณ์ ป่าถึงจะเอื้อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และโดยหลักทั่วไปถ้าประชาชนเข้าไปอยู่ในป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เข้าไปหลังที่ประกาศป่า ประชาชนก็ต้องออกจากพื้นที่ป่านะครับ เพราะประชาชนเข้าไปอยู่แบบผิดกฎหมาย ต้องออกไม่มีสิทธิอยู่ แต่ว่าเช่นเดียวกัน ถ้าในพื้นที่ป่าพื้นที่ใดประชาชนอยู่ก่อนประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะอยู่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและรัฐต้องเร่งออก เอกสารสิทธิให้ประชาชนได้ครอบครองทํากินอย่างมีเสถียรภาพ นี่คือหลักการ ทั้งหลักการ ทั่วไป หลักการทางกฎหมาย และนโยบายป่าไม้แห่งชาติ

ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งก็คือ ชาวบ้านขณะนี้ทุกข์ร้อนเรื่องไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทํากินกระจายอยู่ทั่วทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ ภาคตะวันตกยันภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านทุกข์ร้อนเรื่องที่ทํากิน ชาวบ้านทุกข์ร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย กระจายอยู่ทั่วไป สภาแห่งนี้ท่านประธานก็คงสังเกตได้ว่าเพื่อนสมาชิกหารือ เพื่อนสมาชิก ยื่นกระทู้ เพื่อนสมาชิกยื่นญัตติเรื่องที่ดินทํากินของพี่น้องประชาชนน่าจะเป็นอันดับต้น ๆ เพราะสิ่งนี้คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือข้อเท็จจริงว่าประชาชนยังเดือดร้อน แม้ว่ารัฐจะพยายามใช้กฎหมาย แม้ว่ารัฐจะพยายามใช้นโยบาย แม้ว่ารัฐจะพยายามทุ่มเทคน งบประมาณมากมาย แต่ว่าวันนี้ข้อเท็จจริงคนยังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทํากิน

ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ๕ ปีที่ผ่านมา คําสั่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าจะดําเนินการจับกุมกับคนรวยและผ่อนปรนคนยากจนนั้น ไม่ประสบความสําเร็จ ไม่เพียงแต่คดี ท่านประธานครับ ขณะนี้เป้าหมายที่เขาวางกันไว้ว่าจะยึดคืนผืนป่าให้ได้ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ และพอบอกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ให้กรมแต่ละกรม หน่วยงานแต่ละหน่วย ไปตั้งเป้ามา หน่วยนั้นได้ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ และดําเนินการจับกุม ข้อเท็จจริงในพื้นที่ก็คือเจ้าหน้าที่ไปจับกุมโดยไปวงเอาแผนที่ครับ ๓,๐๐๐ ไร่ ๒,๐๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ และส่งโรงพักโดยไม่มีผู้ต้องหา นี่คือถือว่าทวงคืนผืนป่าเป็นไปตามเป้าแล้วนะครับ และตํารวจคดีก็เยอะแยะมากมาย เจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ไปให้การอะไรเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทั้ง ๆ ที่คดีที่เกิดขึ้นไม่มีวันที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานไม่รู้ว่าเป็นใคร ใครเป็นผู้บุกรุก ทุกคดีไม่มีวันที่ผู้ใหญ่บ้าน กํานันไม่รู้ครับ เพียงแต่ไม่มีใครไปบอกตํารวจเพิ่มเติม แจ้งตํารวจเพิ่มเติมว่าใครเป็นผู้บุกรุก คดีจึงไม่มีผู้ต้องหา ได้แต่สนองนโยบายทวงคืนผืนป่า แต่ข้อเท็จจริงทวงคืนไม่ได้ ข้อเท็จจริง ทวงคืนได้นิดเดียว ผมเป็นคนลุกขึ้นประท้วงว่าการทวงคืนผืนป่าต้องได้ป่ามาจริง ๆ ครับ ได้ผู้ต้องหาหรือไม่ ไม่จําเป็น แต่ว่าการทวงคืนผืนป่าได้มาเท่าไรต้องสามารถเข้าไปฟื้นฟูได้ ต้องไปปลูกป่าได้ ไปยึดคืนมาได้ ปรากฏว่าพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้ปลูกป่าจริง ๆ ครับ แต่ว่า น่าเศร้าถ้าผมจะเรียนกับท่านประธานว่า พื้นที่ประเทศไทยเราปลูกป่ากันมาแล้วร้อยกว่าปี ถ้าปลูกได้ครบชาวบ้านไม่มีที่อยู่เลยครับ เป็นป่าทั้งนั้นครับ แต่ว่าปลูกได้ไม่ครบ ยกตัวอย่าง รายงานดีเอสไอ (DSI) มีการปลูกป่าแปลงหนึ่งที่แก่งกระจานงบประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ปลูก ๔,๒๐๐ ไร่ พื้นที่ไปวงไว้กลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดีเอสไอ (DSI) บอกว่า ถ้าเดินจากพื้นราบไปสู่ที่ปลูกนี่เดินตัวเปล่าใช้เวลา ๓ วัน ๓ คืน อันนี้ไม่ต้องแบกกล้าไม้ไป แค่เดินเข้าไปใช้เวลา ๓ วัน ๓ คืน ไปปลูกไว้ใจกลางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดีเอสไอ (DSI) ตามขึ้นไปครับ สํารวจครบถ้วนแล้ว ๔๒๐ ไร่ ตามแผนที่ขอปลูกต้นไม้ปรากฏเท่าไร ท่านประธานครับ ปลูกแค่ ๒ ไร่เองครับ ปลูกแค่ ๒ ไร่ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าสวนป่า ไม่ว่าจะเป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ว่าจะเป็นของกรมป่าไม้ลองชี้ให้สภาแห่งนี้ ลองชี้ให้ผมดูสักป่าสิครับว่า ปลูกแล้วมีครบป่าไหนบ้าง และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถ้าดีเอสไอ (DSI) ไม่เข้าไปตรวจ ก็ตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา เพราะไปปลูกไว้ในใจกลางป่าตรวจสอบยากและเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ โครงการนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศอุทยานที่สมบูรณ์ เข้าไปปลูกกลางอุทยาน ที่จริงรับสั่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ บอกว่าป่าประเทศไทยไม่ต้องปลูก เพียงแต่ว่าควบคุมอย่าให้มีการบุกรุกป่าเขา ฟื้นตัวขึ้นมาเอง เราสูญเสียเงินกับการฟื้นฟูป่า เราเสียเงินกับการปลูกป่ามากมาย เราสร้าง คนอิทธิพลขึ้นจากเงินเลวร้ายส่วนนี้มากมายแล้วนะครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า การทวงคืนผืนป่า ๕ ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสําเร็จและสภาพป่าที่ทวงคืนมาไว้ นอกจาก ทวงคืนไม่ได้จริงแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะได้จริง ผมพูดให้เป็นธรรมนะครับ ส่วนหนึ่งก็ได้ครับ ได้กลับมาจริง ๆ แล้วก็การฟื้นฟูไม่เป็นจริง คือปลูกป่าไม่จริงก็มี อาจจะมีที่ปลูกได้จริงบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้จริง เพราะผืนป่าที่ทวงคืนเข้ามาส่วนที่เป็นสวน เป็นไร่ เป็นสวนยาง ผมพบเจอบ่อยครับ ยังมีการกรีดยาง ยังมีการทําไร่ ยังใช้ทํามาหากินอยู่ปกติ ทั้ง ๆ ที่ว่า ผืนป่าผืนนี้ได้ทวงคืนผืนป่าตามคําสั่งนี้แล้ว ที่เป็นรีสอร์ต (Resort) ยังเป็นรีสอร์ต (Resort) โฮมสเตย์ (Homestay) คนไปพักออกบิล (Bill) ออกใบเสร็จ รีสอร์ต (Resort) ที่ทวงคืนผืนป่า อยู่จนถึงวันนี้ครับ หลายร้อยรีสอร์ต (Resort) ที่ยังอยู่ในทวงคืนผืนป่า แต่ยังเปิดบริการอยู่ เช่นเดิม คนจนยังถูกจับกุมดําเนินคดีอยู่จนถึงขณะนี้ คนรวยยังถูกดําเนินคดีน้อยลงจนถึง ขณะนี้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่าญัตตินี้หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตเพื่อที่จะทําให้นโยบายนี้ได้ประสบความสําเร็จ ไม่ล้มเหลว เหมือนที่ผ่านมา

๑. เรื่องแนวเขตป่าต้องมีความชัดเจนต้องครบถ้วนทุกป่าครับ แนวเขตป่า เป็นแนวธรรมชาติมากมายเลยครับ เหลือแนวที่ต้องทําอีกไม่เท่าไร รัฐทุ่มเทไปอีกไม่เท่าไร แล้วนะครับ ไม่กี่พันกิโลเมตรแล้ว ไม่ถึงหมื่นกิโลเมตรก็จะจบ แยกเสียว่าที่นี้เป็นที่ประชาชน ที่นี้เป็นที่รัฐ ที่นี้เป็นป่าสงวนอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แนวเขตเป็นที่ที่ยุติ ความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ป่าไม้กับประชาชนได้ดีที่สุด

๒. แผนที่ กระทรวงพยายามทําแผนที่ให้เป็นมาตราส่วนเดียวกัน ประเทศไทย มีแผนที่ ๑ : ๑๐,๐๐๐ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ๑ : ๒๕๐,๐๐๐ และ ๑ : ๔,๐๐๐ ความคิดวันนี้ยุติครับว่าเราจะใช้แผนที่เดียวกันคือ ๑ : ๔,๐๐๐ เพื่อที่จะให้กรมที่ดินใช้ เพื่อที่จะให้ทหารใช้ เพื่อที่จะให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชใช้ ใครก็ใช้มาตราส่วน อัตราส่วนเดียวกันไม่ขัดแย้งกันนะครับ บางทีไปประชุมกรมป่าไม้ถือมามาตราส่วนหนึ่ง กรมพัฒนาที่ดินถือมามาตราส่วนหนึ่ง ทหารถือมามาตราส่วนหนึ่ง หาข้อยุติไม่ได้ แต่ว่า ก็น่าเศร้าอีกเช่นกันท่านประธานครับ งบประมาณที่ทําวันแมป (One map) ครับ ขณะนี้ ใช้ไปหมดแล้วแต่ว่ายังไม่เสร็จครับ มีคนหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เริ่มต้นเขาบอกว่ามีบริษัทบริษัทหนึ่งเสนอบอกว่าให้ผมทําเลยแผนที่ประเทศไทย พื้นที่ป่า ใช้ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาทมืออาชีพทํา แต่กระทรวงไม่จ้าง กระทรวงไปจ้าง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่จ้าง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทขณะนี้ยังไม่เสร็จ และสอบสวนกันยังไม่เสร็จ หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะครับ ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบก็กรุณาสอบสวนต่อ เพราะนี่คือ ที่แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนนะครับ

๓. ในวันที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมได้พบปัญหาหนึ่งครับท่านประธาน คนเข้าไปอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์นี้ มากมาย ผมได้เสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าควรจะมีเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านมนุษยชนเรื่องชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ เพราะปัญหา เหล่านี้เป็นปัญหาละเอียดอ่อนที่ประเทศไทยถูกตําหนิบ่อยครั้งในการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็เกิดปัญหาจริง ๆ ด้วยครับ มีการเผาบ้านพี่น้องชาวกะเหรี่ยง มีการฆ่า มีการทําลาย ชนกลุ่มน้อยในพื้นที่อุทยาน ถ้าเรามีเจ้าหน้าที่สักกลุ่มหนึ่ง ก้อนหนึ่งที่จะทํางานกับ ชนกลุ่มน้อย พี่น้องชนเผ่าในพื้นที่อนุรักษ์ ผมเชื่อว่าเหตุการณ์สะเทือนใจจะไม่เกิดขึ้น แต่ว่าข้อเสนอผมถูกปฏิเสธและถูกละเลยทั้ง ๆ ที่เป็นความปรารถนาดีโดยแท้นะครับ

ผมเรียนท่านประธานครับ เรื่องถัดมาที่จะทําให้นโยบายนี้ประสบความสําเร็จ คือการบํารุงป่าต้องครบถ้วน ต้องได้ครบครับ ปลูกร้อยไร่ต้องได้ร้อยไร่ ต้องตรวจสอบกัน โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจสอบจากข้างนอก การตรวจสอบกันเองร้อยปีที่ผ่านมาป่าแทบ ไม่เหลือป่าที่ปลูกนี่ แต่ว่าถ้าจะมีหน่วยงานข้างนอกเข้าไปตรวจสอบแล้วก็หน่วยงานที่มี ความน่าเชื่อถือเข้าไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. หรือตํารวจ กองบังคับการ ปปป. เข้าไปตรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานข้างนอก ผมคิดว่าน่าเชื่อถือได้ และการปลูกป่าบํารุงป่า อาจจะครบถ้วนขึ้น

ผมขอฝากอีกประเด็นสั้น ๆ ท่านประธานครับ ว่าในพื้นที่ประเทศเราผ่าน การทําเหมือง เหมืองแร่หลายหมื่นไร่ ทําเสร็จเขาเรียกขุมเหมือง ขุมเหมืองเป็นพื้นที่ที่ผ่าน การสัมปทาน คือพื้นที่รัฐอนุญาตให้ทําเหมือง เมื่อทําเสร็จแล้วที่มันต้องเป็นของรัฐกลับไปอยู่ สถานะเดิม ถ้าเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็ต้องเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็คืนกลับไป ถ้าพื้นที่เดิม เป็นพื้นที่อุทยานสมมุตินะครับ เมื่อทําเหมืองเสร็จแล้วก็ต้องกลับไปเป็นพื้นที่อุทยาน แต่ว่า ขณะนี้ขุมเหมืองในประเทศไทย เจ้าของขุมเหมือง เจ้าของสัมปทานออกเอกสารสิทธิเป็น ของตัวเองเกือบทั้งสิ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แทนที่ว่ากลับมาเป็นของพี่น้องประชาชน เช่นกัน ครับ ป่าชายเลน ป่าชายเลนเคยให้สัมปทานไป การให้สัมปทานความหมายก็คือ ให้ที่ที่เป็น ป่าสงวนแห่งชาติ ให้บุคคลไปทําสัมปทานป่าไม้ ตัดไม้ทําฟืน ทําถ่าน เป็นป่าชายเลน เมื่อ หมดอายุสัมปทานพื้นที่ตรงนี้ต้องกลับมาเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่ว่าประเทศไทยนี้การกลับ มันกลับกันท่านประธาน พอหมดอายุสัมปทาน เจ้าของสัมปทานกลับไปออกเอกสารสิทธิ เป็นโฉนด เป็น น.ส.๓ เป็นเจ้าของเสีย มีผลประโยชน์เพิ่มขึ้นหลังจากได้ประโยชน์จาก สัมปทานแล้ว นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่จริงทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อประกอบ ญัตตินี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าญัตตินี้กรรมาธิการจะรับข้อเสนอของผมไป และหวังว่าญัตตินี้ จะเป็นญัตติที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนที่ไม่มีที่ทํากิน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและเดือดร้อนอยู่กับ เรื่องนี้ หวังว่าญัตตินี้จะทําให้พื้นที่ป่าไม้ได้รับการปกป้องและเพิ่มมากขึ้น หวังว่าญัตตินี้ จะฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ใกล้เคียงกับในอดีต เรียนท่านประธานสุดท้ายว่า หลังจากคําสั่ง คสช. นี้แล้ว ไม้ต่ออยู่ในมือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รับไม้ต่อ สิ่งที่ผมอภิปรายหากรัฐมนตรีได้รับฟังอยู่พาดพิงไปสู่ประเด็นใด ที่จะตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้ทุจริตให้ทําโดยเร็ว หากเรื่องใดที่จะพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ให้ มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นให้รีบทํา เพราะผมจะได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ