วิรัตน์ วรศสิริน วิพากษ์การใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะการอ้างมาตรา 44 ที่ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งการจำกัดการชุมนุม การแสดงออก และการปิดกั้นสื่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการทวงคืนผืนป่าที่กระทบเกษตรกร และการเอื้อประโยชน์ภาคเอกชน เรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบและเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนเพื่อสร้างความเป็นธรรมและปรองดองในสังคม
ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าพรรคเสรีรวมไทยได้ติดตามการใช้อํานาจอย่างเบ็ดเสร็จ ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ในรัฐบาลที่ผ่านมา ด้วยความเป็นห่วง ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกประกาศ คําสั่งตามมาตรา ๔๔ ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างมากมาย มีการใช้คําสั่งหัวหน้า คสช. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดยไม่ได้ให้ความเป็นธรรม อย่างเช่น กรณีการแต่งตั้งตํารวจที่จะต้องแต่งตั้งตามลําดับบัญชีอาวุโส ซึ่งก็กําหนดในกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้วแต่ก็ไม่ตั้งเขา เขาก็ฟ้องร้องจะดําเนินคดี แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ ที่สุดทําอย่างไรก็ทําเรื่องผิดให้เป็นถูก แล้วทําอย่างไรก็คือออกมาตรา ๔๔ บอกว่า ที่ทํามาทั้งหมดให้ถือว่าถูกต้อง ให้ผิดกฎหมายเป็นถูกกฎหมาย ท่านประธานอย่างนี้ก็มีด้วย ทํากันได้ ทําให้ผู้เสียหายเขาไม่สามารถฟ้องร้องขอความเป็นธรรมได้ มีการใช้มาตรา ๔๔ ในการโยกย้ายข้าราชการ โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อน มีการกล่าวหาและ ปลดผู้บริหารท้องถิ่นจํานวนนับร้อยคน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการดําเนินการอะไรคือปลดเขาเฉย ๆ อย่างนั้นละครับ ไม่ได้ทําอะไรเลย ๕ ปี คสช. ได้ออกประกาศคําสั่งมากกว่า ๕๖๐ ฉบับ เท่ากับปีละร้อยกว่าฉบับ ประกาศคําสั่งทั้ง ๕๐๐ กว่าฉบับ นอกจากจะมีที่มาที่ไม่เป็นไปตาม หลักนิติบัญญัติคือในระบอบประชาธิปไตยคือมาจากเผด็จการเพียงคนเดียวที่ออกคําสั่ง คําสั่งจํานวนมากยังขัดต่อหลักนิติธรรม คําสั่งมากมายเป็นการลงโทษบุคคลโดยไม่ได้พิสูจน์ ความผิด หลังการยึดอํานาจได้มีการประกาศห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ท่านประธานเชื่อไหม ชู ๓ นิ้วก็ถูกจับ ชูป้ายประท้วงก็ถูกจับ ทั้งหมดถูกจับกันเป็นร้อย นะครับท่านประธานในข้อหาอย่างนี้ มีการจับกุมผู้ที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสัมปทานปิโตรเลียม จับเขาแล้วก็คุมขังเขาเป็นเวลาถึง ๔ วัน ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่า คสช. ใช้ประกาศ คําสั่งเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง ถ้าขัดขืนก็จะถูกดําเนินคดีในศาลทหารอีกด้วย ท่านประธานครับ มีคนถูกเรียกไปปรับ ทัศนคติมากกว่า ๑,๐๐๐ คน บางคนถูกขังในค่ายทหารนานถึง ๗ วัน ก่อนปล่อยตัวก็ต้อง เซ็นเงื่อนไขการปล่อยตัว หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษมากขึ้น เพิ่มขึ้น แล้วจะถูกระงับการทําธุรกรรมทางการเงินด้วย ท่านประธานครับตลอด ๕ ปี คสช. ตามข้อมูลที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้บันทึกไว้ มีประชาชนนักวิชาการนักศึกษาและนักกิจกรรมรวมกระทั่งนักการเมืองถูกละเมิดสิทธิมากมาย ท่านประธานพลเรือน ๒,๔๐๘ คนถูกดําเนินคดีในศาลทหาร ๙๒๙ คนถูกเรียกรายงานตัว ไปปรับทัศนคติ ๕๗๒ คนถูกข่มขู่คุกคาม ๑๘ คนถูกซ้อมทรมาน ๓๕๓ คนถูกปิดกั้นกิจกรรม สาธารณะ ๑๕๕ กลุ่มถูกปิดกั้นการแสดงออกทางเสรีภาพ ๖๗๓ คนถูกตั้งข้อหาชุมนุมทางการเมือง ๑๔๔ คนถูกตั้งข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และ ๑๒๑ คนถูกตั้งข้อหา มาตรา ๑๑๖ เป็นภัย ต่อความมั่นคง แล้วก็ยังมีสื่อมวลชนที่ถูกละเมิดเสรีภาพและถูกสั่งปิดอีกมากมาย หัวหน้า คสช. ใช้อํานาจตามมาตรา ๔๔ ออกคําสั่งให้ กสทช. มีอํานาจสั่งลงโทษปรับหรืองดออกอากาศ หรือปิดสถานีโดยไม่ต้องรับผิดชอบทั้งแพ่งและอาญา นั่นเป็นการเปิดช่องให้ กสทช. ใช้อํานาจได้ตามอําเภอใจโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องดําเนินคดี มีหลายรายการ ที่ถูกระงับไม่ให้ออกอากาศ ผู้ดําเนินรายการถูกตักเตือนส่งผลให้สื่อต้องเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเอง สุดท้ายก็มีแต่คนเชียร์รัฐบาลท่านประธาน อย่างเสรีพิศุทธ์ ขนาดไปบันทึกเทป (Tape) รายการอะไรนะ สุดท้ายยังออกไม่ได้ สถานีไม่ให้ออก
อีกนโยบายครับ ท่านประธานที่ละเมิดสิทธิชุมชน คือนโยบายทวงคืนผืนป่า ได้มีการจับคุมดําเนินคดีคนยากจนที่อาศัยให้เขตป่าซ้ําเติมความทุกข์ยากเขา ตามข้อมูล ของ กอ.รมน. ระบุว่ามีการจับกุมดําเนินคดีไปทั้งหมด ๑,๗๘๕ ราย ยึดคืนที่ดินทํากินไป ทั้งสิ้น ๑๕๑,๓๘๖ ไร่ ในนี้ไม่ได้รวม ๑,๗๐๖ ไร่ อนาคตไม่รู้จะรวมหรือไม่ ท่านประธาน เกษตรกรที่จังหวัดชัยภูมิถูกจับข้อหาบุกรุกป่าเนื้อที่ไร่กว่าเองท่านประธาน ถูกพิพากษา จําคุกไป ๔ เดือนและชดใช้อีก ๔๐,๐๐๐ บาท ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มาสู่การชุมนุม ประท้วงของพี่น้องสมัชชาคนจน ท่านประธาน ในวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ หลังจาก การเลือกตั้งแล้ว พลเอก ประยุทธ์ ได้ใช้มาตรา ๔๔ สั่งให้ กทม. ตกลงกับการรถไฟ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และในมาตรา ๔๔ ก็ยังบังคับให้เจรจาเงื่อนไขกับ ผู้รับสัมปทานให้เสร็จสิ้น บังคับเลยนะครับว่าต้องเจรจาให้เสร็จ ในที่สุดก็ต่อสัญญาให้บีทีเอส (BTS) ไปเพิ่มอีก รวมแล้ว ๔๐ ปี นี่เท่ากับว่าแทนที่หมดสัมปทานจะกลับสู่กรุงเทพมหานคร และลดราคาให้คนกรุงเทพเพื่อชดเชยกับช่วงสัมปทานที่ราคาแพงก็กลายเป็นว่าคนกรุงเทพ จะต้องใช้รถไฟฟ้าแพงไปอีก ๔๐ปี ท่านประธานเวลาน้อยขออนุญาตท่านประธานที่เคารพ หัวหน้า คสช. ใช้อํานาจตาม มาตรา ๔๔ ออกคําสั่งละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชาชน ตามอําเภอใจ โดยไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากมีการรับรองไว้ใน มาตรา ๒๗๙ ว่าคําสั่ง คสช. ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตให้ถือว่าถูกหมด ถูกด้วยรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ประกาศคําสั่งทั้งหมดเป็นสาธารณะเป็นกฎหมายจนกว่าจะมีการออกพระราชบัญญัติยกเลิก นั่นแสดงว่าอะไร แสดงว่าความเสียหายต่าง ๆ ยังต้องเกิดขึ้นต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
สุดท้ายนี้กระผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบจากการทําประกาศและคําสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะจะเป็น จุดเริ่มต้นในการแสวงหาความจริงแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น ช่วยในการกําหนดมาตรการ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะทําให้เกิดความเป็นธรรมต่อสังคมและความปรองดอง ของคนในชาติ กราบขอบพระคุณท่านประธาน