ศักดินัย นุ่มหนู หารือถึงผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และมาตรการควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวประมง ทั้งในด้านข้อกำหนดการแจ้งเข้าออกเรือ การติดตั้งระบบวีเอ็มเอส ข้อห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ปี ออกเรือ และปัญหาเรือถูกยึด จนเกิดความเดือดร้อน ขาดทุน และเยาวชนหันไปทำผิดกฎหมาย จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ลดภาระค่าใช้จ่าย ให้ช่วงเวลาปรับตัว มีนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดี และเสนอจัดตั้งกองทุนเยียวยาพร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบและฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวประมงอย่างเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ มีประเด็นของความเดือดร้อนจากคําสั่งของ คสช. ซึ่งผู้เดือดร้อนที่เป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ อีกกลุ่มหนึ่งท่านประธานครับที่เราจะต้องดูแล ก็คือพี่น้องชาวประมง พี่น้องชาวประมง ได้รับผลกระทบอย่างมากต่อคําสั่งของ คสช. ที่ปรากฏขึ้น ก่อนหน้านั้นพี่น้องชาวประมงนั้น ใช้ชีวิตทํามาหากินทําการประมงในน่านน้ําไทยแล้วถูกมองว่าเป็นผู้ที่ทําลายทรัพยากรธรรมชาติ อย่างไร้การควบคุม เมื่อ คสช. เข้ามายึดอํานาจก็จะมีการจัดระเบียบเรื่องนี้เพื่อที่จะเห็นว่า จะให้ธํารงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นด้วย การที่ คสช. นั้น กําหนดเรื่องเหล่านี้เอาไว้ในมาตรการไอยูยู (IUU) เพื่อที่จะให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีความมั่นคง ซึ่งผมก็คิดว่าพี่น้องชาวประมงเองก็มีความห่วงใยเรื่องนี้นะครับ การออกคําสั่ง ของ คสช. เป็นที่มาในหลาย ๆ คําสั่ง ไม่ว่าจะเป็นคําสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๘ คําสั่งที่ ๔๒/๒๕๕๘ คําสั่งที่ ๑๘/๒๕๕๙ คําสั่งที่ ๕๓/๒๕๕๙ แล้วก็คําสั่งที่ ๒๒/๒๕๖๐ อีกมากมายในหลายคําสั่ง โดยเฉพาะท่านประธานครับ คําสั่งที่ ๑๐ เป็นคําสั่งที่มีการตั้งหน่วยบัญชาการในการแก้ไข ควบคุมการทําประมงที่ผิดกฎหมาย หรือเรียกชื่อย่อว่า ศปมผ. โดยมีผู้บัญชาการกองทัพเรือ เป็น ผบ. ของศูนย์บัญชาการแก้ไขการทําประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกใจ อย่างมาก เพราะว่าเราต้องใช้กองทัพเรือ ผู้บัญชาการกองทัพเรือที่จะเข้ามาควบคุมดูแลครับ ยังกับว่าพี่น้องชาวประมงที่ทํามาหากินมายาวนานจนประเทศไทยนั้นเป็นมหาอํานาจ ทางทะเลอันดับ ๗ ของโลก วันนี้หลังจากที่ คสช. เข้ามายึดอํานาจจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ ทางกองทัพเรือเข้ามาควบคุมและมีมาตรการเฉียบขาดเพื่อที่จะให้ประเทศไทยนั้นพ้น จากใบเหลือง ใบแดงที่สหภาพยุโรปนั้นกําหนดไว้ ดังนั้นการออกมาตรการคําสั่งต่าง ๆ นั้น จึงส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมง กระทบอย่างไร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะได้ยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการที่มีการควบคุมเรื่องของการ นําเรือเข้าเรือออกที่จะต้องมีการแจ้งเข้าแจ้งออก ซึ่งเมื่อก่อนที่ไม่ได้มีการแจ้งเข้าแจ้งออกนั้น พี่น้องชาวประมงก็สามารถออกทําเรือได้โดยปกติ แต่ผมเรียนอย่างนี้ก่อนว่าเรื่องต่าง ๆเหล่านี้ ไม่ใช่ที่เราจะปฏิเสธ เพียงแต่ว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่มีช่วงระยะเวลาของการที่จะ เปลี่ยนผ่าน มีช่วงระยะเวลาที่จะให้พี่น้องชาวประมงได้ปรับตัวนะครับ ซึ่งวันหนึ่งนั้นต้องให้ มีการแจ้งเข้าแจ้งออกและต้องมีการขอใบอนุญาต ซึ่งไม่น้อยกว่า๑๒ รายการ
- ๑๑๑ แล้วก็ต้องมีการแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยงานด้วยกัน ตรงนี้การแจ้งเข้า แจ้งออกท่านประธาน วิถีของการทําประมงเวลาออกทะเลแล้ว เวลาจะกลับเข้าฝั่งไม่ใช่ เรื่องที่จะมากําหนดอะไรกันได้ง่าย ๆ หรือว่าชัดเจนเป็นที่แน่นอน และหากมีการเข้าออก ผิดเวลาเพียงเล็กน้อยก็มีโทษปรับ นั่นคือสิ่งที่พี่น้องชาวประมงนั้นเกิดปัญหาเกิดผลกระทบ นอกจากนี้ท่านประธานครับยังมีการบังคับให้มีการติดตั้งระบบวีเอ็มเอส (VMS) หรือว่า เครื่องติดตาม ถึงแม้เรือนั้นจะไม่ถูกออกทะเลถูกกํากับ ถูกกําหนดไว้แล้วว่าไม่สามารถออก ทําการประมงได้ แต่ก็ยังต้องติดค่าวีเอ็มเอส (VMS) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายเดือน และมีการลงทุน เรื่องวีเอ็มเอส (VMS) เขามีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ มีมูลค่า มีราคา มีต้นทุนที่พี่น้อง ชาวประมงที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่กระทบต่อวัฒนธรรมของพี่น้องชาวประมงอย่างยิ่ง นั่นก็คือเรื่องของการที่กําหนดให้ผู้ที่มีอายุต่ํากว่า ๑๘ ปี ไม่สามารถที่จะออกเรือทํา การประมงได้ โดยวิถีชีวิตของคนที่ทําประมง เด็กที่โตมากับท้องทะเลสามารถที่จะว่ายน้ําได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ จับปูจับปลาได้ สืบทอดการเรียนรู้ความรู้ความสามารถนี้มาจากพ่อแม่ มาจากครอบครัวทําให้มีศักยภาพ เมื่อโตขึ้นอายุแค่ ๙ ขวบ ๑๐ ขวบ ก็สามารถที่จะทํา ประมงได้ เพียงแต่ตอนนี้กฎหมายนี้ห้าม ทําให้เด็กเวลาโตขึ้นมาแล้วไม่สามารถที่จะออกไป ทําการประมงได้เมื่อมีมาตรการนี้กําหนดบังคับอยู่ ส.ส. เพื่อนของผมจากจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ก็ได้ให้ข้อมูลในพื้นที่ของเขา มีรูปธรรมมีเคส (Case) ชัดเจนนะครับ ว่ามีเด็กชายคนหนึ่งที่อําเภอบางปะกง อายุ ๑๖ ปีแล้วครับ การศึกษาก็ไม่มีเก่งเรื่องทะเล ว่ายน้ําเป็นขยันทํามาหากินทําประมงได้ แต่ไม่สามารถออกไปทําการประมงกับพ่อแม่ได้ ด้วยมาตรการด้วยข้อบังคับที่ว่านี้จึงไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ในที่สุดก็ไปถูกจับกุมคุมขังเพราะว่า ไปค้ายาเสพติด แล้วก็มีอีกมากมายเลยโดยเฉพาะเด็กที่มาช่วยพ่อแม่มาล้างหอยแมลงภู่ ซึ่งจะมีค่าจ้างกิโลกรัมละ ๓ บาท ซึ่งตอนหลังก็ถูกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับนายจ้าง เนื่องจากว่าเป็นข้อหาการใช้แรงงานเด็ก และที่สําคัญท่านประธานครับ ด้วยเวลา สั้นจริง ๆ ผมอยากที่จะพูดถึงความรู้สึก ถอดอารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องชาวประมง ที่เขาได้รับผลกระทบว่าวันนี้ทําไมเขาถึงเป็นผู้ร้ายเขาเคยออกทะเลทําการประมง ไม่ใช่ว่า เขาไม่คิดถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร สิ่งที่รัฐบาล คสช. ทําบอกว่าต้องการที่จะให้ ทะเลนี้มีความมั่นคง และชีวิตของพี่น้องชาวประมงนั้นมีอนาคตจากความอุดมสมบูรณ์ ของท้องทะเล แต่คนที่จะมีอนาคตได้มันจะต้องมีวันนี้ด้วยเขาต้องมีวันนี้ที่เขาอยู่ได้ เขาถึงจะมีอนาคต เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ทําให้ชีวิตของพี่น้องชาวประมงจํานวนไม่น้อย จํานวนมากเลยทีเดียวครับที่ต้องโทษต้องคดีจากกฎหมายที่มีโทษปรับรุนแรง มีโทษจับกุม คุมขัง ปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐ ล้านบาท จากข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมา อย่างรุนแรง วันนี้ท่านประธานครับ ในความมืดมิดของพี่น้องชาวประมงเขาต้องการความหวัง เขาต้องการแสงสว่างในการที่เขาจะต้องกลับมาสู่ท้องทะเลอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง เขาอยาก เห็นแสงสว่างของชีวิตที่เป็นความหวังว่าเขาจะกลับมายืนหยัดได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เขาอยากเห็นแสงสว่างแห่งความหวังด้วยดวงไฟ ๔ ดวงครับ ดวงแรกอยากให้มีการแก้ไข กฎหมายประมง โดยยึดถือกระบวนการมีส่วนร่วม คนที่รู้จักทะเลก็คือพี่น้องชาวประมง เรามีคํากล่าวว่า หากไม่ใช่คลื่นอย่าวิจารณ์ทะเล เพราะฉะนั้นต้องให้พี่น้องชาวประมงเขามา มีส่วนร่วมในการที่จะออกกฎหมายในการที่จะกํากับ ที่จะดูแลถึงเรื่องอนาคตความสมบูรณ์ ของท้องทะเลและอนาคตของลูกหลาน ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม เพราะที่ผ่านมานั้น มีการจับกุมคุมขังและทําให้หลายคนนั้นล้มละลายเสียค่าปรับเป็นจํานวนมาก มากเกินกว่า มูลค่าของเรือ มากกว่ามูลค่าของสินค้าที่จับได้
อีกข้อหนึ่งครับ ไปเร็ว ๆ ก็คือการจัดให้มีกองทุนเพื่อการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาในชีวิตที่ย่ําแย่และอับปางที่ผ่านมานั้นเขาไม่สามารถที่จะทําประมงได้ เรือถูกล็อก ถูกยึดเอาไว้ ชีวิตต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่ไม่มีกองทุนครับ หมดแล้วสําหรับต้นทุนแทนที่จะ เริ่มชีวิตใหม่ ท้ายที่สุดมันมีมาตรการในการที่จะซื้อเรือคืนท่านประธาน แต่ก็ยังไม่สามารถ ที่จะดําเนินการได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะว่าทําได้แต่เพียงจํานวนจํากัด หากจะซื้อเรือ พวกเขาคืน พวกเขาก็ยินดีครับ
สุดท้ายที่ผมอยากจะขอวิงวอนไปทางผู้ที่มีอํานาจ อยากให้เห็นว่าชีวิต ทุกชีวิตต้องการอนาคต ต้องการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีเกียรติ ขอโอกาส ขอพื้นที่ของ ท้องทะเลไทยให้กับพี่น้องชาวประมงได้กลับเข้ามามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ผมจึงเห็นว่าการที่จะได้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะได้พิจารณาศึกษาถึงผลกระทบเหล่านี้ โดยเฉพาะ ของพี่น้องชาวประมงให้กลับเข้ามายืนหยัดและทําหน้าที่ของพวกเขาอย่างสมเกียรติอีกครั้ง แต่ผมยืนยันนะครับว่าผมไม่ได้ปฏิเสธมาตรการไอยูยู (IUU) เพียงแต่ต้องการให้เห็นว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านนั้นเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและสมควร มีการคํานึงต่อชีวิตของ พี่น้องชาวประมงโดยคนส่วนใหญ่ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ