ปิยบุตร แสงกนกกุล หารือถึงปัญหาการขยายอำนาจของทหารผ่าน กอ.รมน. ที่ทับซ้อนกับการบริหารของพลเรือน และเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อทบทวนคำสั่ง คสช. และมาตรา 44 ทั้งเพื่อยกเลิกหรือแปลงเป็นกฎหมายปกติ รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งในการลงมติของ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลที่แม้เสนอญัตติเองแต่อาจไม่ลงคะแนนสนับสนุน จึงเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรยืนหยัดฟื้นคืนความยุติธรรมและไม่เพิกเฉยต่อความทุกข์ทรมานของประชาชนภายใต้ระบบรัฐประหาร
ขอบคุณครับท่านประธาน เหลืออีก ๒ หน้ากระดาษ จะจบแล้วครับท่านประธาน
ข้อที่ ๕ มีการแผ่ขยายอํานาจทางทหารครอบคลุมทั่วประเทศผ่านกลไก กอ.รมน. ในคําสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๕๑/๒๕๖๐ ได้มีการขยายนิยามคําว่า การรักษา ความมั่นคงภายใน ออกไป รวมถึงการป้องกันราชอาณาจักรด้วย ทีนี้ก็มีการจัดวาง กอ.รมน. ครับ เป็น กอ.รมน. ภาคและ กอ.รมน. จังหวัด เสร็จแล้วก็มีการบูรณาการรวมหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหมดเข้ามาอันเดอร์ (Under) ภายใต้ กอ.รมน. ภาค หรือ กอ.รมน. จังหวัด มันกลายเป็นว่า ตอนนี้แต่ละจังหวัดมีการบริหารงานคู่ขนาน ปกติพลเรือนก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งรับอํานาจ จากส่วนกลางไป แต่มี กอ.รมน. วิ่งคู่มาอีกครับ จนเขาแซวกันเล่น ๆ แล้วตอนนี้ว่าท่านแม่ทัพ ภาคต่าง ๆ หรือ กอ.รมน. ภาคแล้วก็ทหารที่เป็น กอ.รมน. จังหวัดกลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ทางทหารคู่ขนานไปกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นพลเรือน
ทั้งหมดที่ผมพูดมาผมจึงมีความเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เราจึงจําเป็น ที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาบรรดาประกาศ คําสั่ง คสช. ทั้งหลาย เพื่ออะไรครับ เราเอามานั่งวิเคราะห์มานั่งดูกันครับ ประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. ฉบับไหนที่ดี ฉบับไหนที่มันต้องใช้ต่อ เพราะถ้าไม่ใช้เลิกไปมันกระทบคนสุจริตจํานวนมากที่เขาได้รับ ประโยชน์ไปแล้ว เราก็มาแปลงให้มันเป็นกฎหมายที่ถูกต้องในระบบ เช่น เปลี่ยนให้มันเป็น พระราชบัญญัติ เปลี่ยนให้มันเป็นประกาศกระทรวง กฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกาก็ว่าไป เปลี่ยนให้มันเป็นระบบกฎหมายปกติ แต่อันไหนที่ไปละเมิดสิทธิมนุษย์ชน ไปละเมิด หลักความยุติธรรมอย่างร้ายแรง พวกนี้ก็ยกเลิกให้หมด แล้วก็เยียวยาให้กับผู้เสียหายด้วย ท่านประธานครับ ผมสรุปแล้วครับ
ผมได้ยินข่าวแว่ว ๆ มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็สัปดาห์นี้ดูเหมือนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางซีกของรัฐบาลน่าจะลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมา ผมก็แปลกใจอยู่เพราะว่าผมก็เห็นญัตติที่รวมกันเข้ามานี้ก็มี ส.ส. จากซีกรัฐบาลอยู่ที่เสนอญัตติเข้ามาด้วยเช่นเดียวกัน โดยธรรมดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ต้องหมายความว่าอยากจะให้ตั้งถูกไหมครับ ก็ควรจะต้องยกมือโหวตให้ตั้ง ดังนั้นผมก็นึกไม่ออกว่าถ้า ส.ส. ที่เสนอญัตติแล้วในท้ายที่สุด ลงคะแนนว่าไม่ตั้งมันจะแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
ท่านประธานครับ หลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในที่นี่หลายคน พวกท่านเจออะไรกันมาบ้าง วันนี้หลายท่านไปเป็น ส.ส. ซีกรัฐบาล หลายท่านไปเป็นรัฐมนตรี หลายท่านยังเป็นฝ่ายค้าน หลายท่านย้ายข้างกลับไปอีกข้างหนึ่ง หลายท่านยังอยู่ข้างเดิม แต่เพื่อนสมาชิกทั้งหมดครับ ท่านยังจําได้ไหมว่าวันที่เขายึดอํานาจการปกครองประเทศแล้ว เขาเรียกท่านไปรายงานตัว บางท่านถูกเอาถุงพลาสติก ผ้ากระสอบคลุมหัวปิดตา พาท่านไปไหน ก็ไม่รู้อยู่ในรถวนไปวนมา แล้วก็ไปกักตัวท่านอยู่ในค่าย บางท่านถูกห้ามเดินทาง จะเดินทางไปต่างประเทศต้องไปขออนุญาตทุกครั้ง บางท่าน ถูกอายัดบัญชี ถูกดําเนินคดี ถูกข่มขู่ ว่าง ๆ ก็มีคนไปเยี่ยมที่บ้าน ว่าง ๆ ก็มีคนชวนไปกินกาแฟ เอาละครับไม่ต้องคิดตัวท่านเองก็ได้ครับ คิดถึงพี่น้องประชาชนดูรัฐประหารครั้งนี้ได้สร้าง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจํานวนมากหลายแวดวงหลายวงการ มีสุภาษิตกฎหมายอยู่ สุภาษิตหนึ่งท่านประธานก็คงได้ยินเพราะว่าท่านประธานเป็นนักกฎหมาย มีสุภาษิตกฎหมาย บทหนึ่งเป็นภาษาละตินใช้กันมาตั้งแต่สมัยโรมันเราแปลเป็นภาษาไทยก็ได้ ผมได้ยินคํานี้ ครั้งแรกเป็นบทความของท่านหม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ในนามปากกาว่าแมลงหวี่ ท่านใช้เอาไว้ นั่นก็คือ เมื่อเสียงปืนดังขึ้นกฎหมายก็เงียบลง แต่ ณ วันนี้ครับท่านประธาน เสียงปืนเริ่มเงียบลงแล้ว กฎหมายก็ควรกลับมาส่งเสียงในช่วงเวลาที่คนถือปืนยึดอํานาจ ตั้งตัวเป็นใหญ่ พวกเราคนธรรมดาอาจกลัวอาจไม่กล้าในช่วงยามที่คนถือปืนเปลี่ยนแปลงปืน ของตัวเองให้กลายเป็นกฎหมาย แล้วเอากฎหมายห่อปืนมาใช้บังคับกับพวกเรา พวกเราอาจจะ ต้องเคารพกฎหมายของเขา แต่ ณ วันนี้ครับท่านประธานเรามีการเลือกตั้ง เรากําลังทยอย กลับเข้าสู่ระบบปกติ เรามีอํานาจนิติบัญญัติที่พี่น้องประชาชนมอบมาให้พวกเราใช้แทน ถึงเวลาแล้วครับท่านประธาน ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องยืนตรงอย่างทะนงองอาจ ต่ออํานาจเผด็จการเหล่านี้ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบรัฐธรรมนูญได้หากยังมีระบอบ รัฐประหารฝังตัวอยู่ ประเทศไทยไม่มีทางสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงได้หากยังมีมรดก คสช. เหล่านี้อยู่ นี่จึงเป็น ภารกิจสําคัญยิ่งของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรจากการเลือกตั้งองค์กรเดียวที่ยัง หลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ผมขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้แทนของราษฎรช่วยกันลงมติแทนราษฎรให้ความเห็นชอบการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. และการใช้อํานาจของ หัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ ขอบคุณครับ