สัมฤทธิ์ ชี้ยกเลิกสารเคมีเกษตร ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตต่อการยกเลิกสารเคมีเกษตรสามชนิด โดยตั้งคำถามถึงความรอบด้านของข้อมูล ผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรม และความสับสนจากการไม่มีสารทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องการพิจารณาที่สมดุลระหว่างความปลอดภัยและข้อเท็จจริงภาคสนาม

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พลังประชารัฐ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาในการอภิปรายในรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ท่านประธานครับ จากรายงานผมได้เห็นว่าคณะกรรมาธิการได้ใช้การประชุม ๑๓ ครั้ง แล้วมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งยกเลิกสารเคมีทางการเกษตร ๓ ชนิด ผมไม่ทราบว่า การประชุม ๑๓ ครั้งจะศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงได้ครบถ้วนครอบคลุมมากน้อยเพียงใด การยกเลิกสารกําจัดวัชพืช ๒ ชนิด หรือยาฆ่าหญ้า ได้แก่ สารพาราควอต (Paraquat) กับไกลโฟเซต (Glyphosate) และสารกําจัดแมลงอีก ๑ ชนิด คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) จะตอบโจทย์ของการสร้างความปลอดภัยให้กับเกษตรกร สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ และพี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้แท้จริงหรือไม่ ผมอยากนําเรียนท่านประธานครับว่าการ ยกเลิกสารเคมีนั้นมิได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศของเรา กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีประกาศ ให้ยกเลิกสารเคมีมาแล้วเกือบ ๑๐๐ ชนิด ในปี ๒๕๓๘ มีการยกเลิกสารเคมีไปเกือบ ๓๐ ชนิด ในปี ๒๕๔๓ มีการยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรอีกเกือบ ๓๐ ชนิด ในปี ๒๕๔๔ ยกเลิกอีก ๑๙ ชนิด และในปี ๒๕๔๖ มีการยกเลิกสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมใช้แพร่หลายของเกษตรกร รวมถึง กระผมในฐานะเกษตรกรคนหนึ่ง คือสารเมทามิโดฟอส (Methamidophos) เนื่องจากมีการ ตรวจพบสารปนเปื้อนในพืชผักผลไม้และพืชผลทางการเกษตรเป็นสารก่อมะเร็งและในปี ๒๕๔๗ มีการยกเลิกอีก ๒ ชนิด เอนโดซัลแฟน (Endosulfan) กับสารเมทิลพาราไทออน (Methylparathion) ด้วยข้อหาเดียวกันท่านประธานครับ จากวันนั้นถึงวันนี้เกษตรกรไม่ได้ใช้สารเคมีน้อยลงเลย ครับ ยังมีสารเคมีอีกหลายสิบชนิด หลายร้อยชนิดที่อยู่ในท้องตลาดในประเทศของเรา และพี่น้องประชาชนคนไทยก็ไม่ได้เป็นมะเร็งลดลงเลยครับ ดูจากรายงานในหน้า ๑๑ ของคณะกรรมการชุดนี้ เราพูดเพียงว่ามีหลายประเทศ ๕๐ ประเทศที่ยกเลิกการใช้สารพาราควอต (Paraquat) แต่เราไม่ได้พูดถึงอีก ๘๖ ประเทศที่เขายังให้ใช้อยู่และอีกหลายสิบประเทศ ที่จํากัดการใช้ หมายความว่าควบคุมการใช้ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องและปลอดภัย เราไม่ได้พูดถึง ว่ายังมีอีก ๑๖๑ ประเทศที่ยังให้ใช้ไกลโฟเซต (Glyphosate) อยู่ เราไม่ได้ศึกษาว่าหากเรา ยกเลิกพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) แล้ว พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกอ้อย จะทําอย่างไร เราจะส่งออกน้ําตาลทรายเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้หรือไม่ พี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกมันสําปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะทําอย่างไร ประเทศเราจะส่งออกผลิตภัณฑ์จาก มันสําปะหลังเป็นอันดับ ๑ ของโลกต่อไปได้หรือไม่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรม น้ํามันพืชจะทําอย่างไรในเมื่อทุกวันนี้เรายังต้องพึ่งพาการนําเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศ ที่เขายังไม่ยกเลิกพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) เราค่อนข้างสับสนครับ วันนี้เกษตรกรสับสนที่กรมวิชาการเกษตรออกมาว่ามีสารทดแทนพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) ๑๖ ชนิด ผมไม่ทราบข้อมูลว่ากรมวิชาการเกษตรออกมาชี้แจงเช่นนั้น ได้อย่างไร ทางกรมทราบหรือไม่ครับว่าสารกลูโฟซิเนต แอมโมเนียม (Glufosinate-ammonium) มันใช้ในไร่อ้อยไม่ได้ หญ้าในไร่อ้อยตาย อ้อยก็ตายด้วยครับ อะมีทรีน (Ametryn) ที่แจ้งมา มันใช้ในไร่มันสําปะหลัง ไร่ข้าวโพดไม่ได้ หญ้าตาย ข้าวโพดก็ตายครับ มันสําปะหลังก็ตายครับ วันนี้พี่น้องคนไทยสับสน พี่น้องคนไทยเรากลุ่มหนึ่งคิดว่าการยกเลิก ๓ สารแล้วจะทําให้เขา ปลอดภัยจากการไปซื้อคะน้า ซื้อข้าว ซื้อผักผลไม้ในท้องตลาดมารับประทาน แต่ในข้อเท็จจริง ไม่ใช่ครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่ สาร ๓ ชนิดไม่ได้ใช้ครับ ใช้สารเคมีชนิดอื่นที่เรายังไม่ได้ ยกเลิกครับ วันนี้เรายกภาระให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะต้องมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ในการเปลี่ยนชนิดวัตถุอันตรายจากชนิดที่ ๓ เป็นชนิดที่ ๔ เรายกภาระให้กับกรมวิชาการเกษตร ที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายหลักของรัฐบาลและนโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๔ ครับ ที่รวมกันแล้ว ระบุว่ารัฐบาลจะควบคุมการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืชในการเกษตรเพื่อนําไปสู่ การลด ละ เลิก โดยต้องหาสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรต้อง ดําเนินการครับ วันนี้ผมไม่ทราบว่าทิศทางของพี่น้องประชาชนจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามผมต้อง ขอบคุณคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ที่ยังได้ให้ข้อเสนอแนะในการที่จะให้รัฐบาลได้เยียวยากับ เกษตรกรในช่วงระยะเวลาของท่านเปลี่ยนผ่าน และยังเสนอแนะให้ผลักดันโครงการของ เกษตรอินทรีย์ โครงการเกษตรอินทรีย์ครับก็เหมือนโครงการในความฝัน เราผลักดันกันมา เกือบ ๒๐ ปี มี ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ จากจํานวนพื้นที่ ๑๕๐ ล้านไร่ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังดี ที่วันนี้เราให้ความสําคัญ และผมก็ฝันนะครับว่าพี่น้องคนไทย พี่น้องเกษตรกรของเรา จะได้ปลอดจากสารพิษ แต่สิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นมันไม่ใช่อย่างที่เราคิดครับ มันเป็นสิ่งที่ยัง หาทางออกไม่ได้ วันนี้เราใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน แล้วไปเปลี่ยนวิถีการดําเนินชีวิต ของเกษตรกรที่มีมา ๓๐-๔๐ ปี ในส่วนของผมเองผมขอแสดงความเห็นว่าการจํากัดการใช้ การสอนให้เกษตรกรใช้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ปลอดภัยกับตัวเขาต่อครอบครัว ต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และที่สําคัญที่สุดครับปลอดภัยต่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ให้สร้างจิตใต้สํานึกที่ดีต่อกัน ให้ความรับผิดชอบเกิดขึ้นและผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างผลลัพธ์ ได้ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ