สุรวาท สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ คสช. ด้านการศึกษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

สุรวาท ทองบุ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะในภาคการศึกษาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรอย่างกว้างขวาง ขาดการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และส่งผลให้เกิดความสับสน ความล่าช้า และการลิดรอนสิทธิของข้าราชการครู

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาและพิจารณาคําสั่งของ คสช. ที่กระทบกับระบบต่าง ๆ ของประเทศ จํานวนมาก ท่านประธานที่เคารพอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดไปเมื่อสักครู่นี้บอกว่าจับตรงไหน ก็เป็นปัญหาในทุกที่ ผมในฐานะที่ดูแลการศึกษาของประเทศมานานก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า จับตรงไหนก็มีปัญหาทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่ผมจะอภิปรายวันนี้ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แต่ก็ยังไม่ได้ทําอะไรกับการศึกษา ในปี ๒๕๕๘ ก็มีการใช้คําสั่ง คสช. ที่อาศัยอํานาจตามมาตรา ๔๔ นั้น ออกคําสั่งเพื่อแก้ปัญหาอะไร บางอย่างหวังว่าจะแก้ปัญหา แต่เรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ๕ ปี ผ่านไปไม่ได้แก้ปัญหาแต่อย่างใด แต่กลับซ้ําเติมปัญหาเสียอีก ผมอยากจะเรียนรายละเอียด ว่าทําไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ คําสั่ง คสช. ที่ออกในช่วงที่ผ่านมาจากปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ นั้น หลายคําสั่งมีการสั่ง แล้วสั่งอีก สั่งแล้วยกเลิกก็มี แล้วสั่งซ้ําก็มี ลองผิดลองถูกอยู่เรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ก็ยังทําให้ เกิดผลอย่างนี้ครับ จากคําสั่งที่สั่งออกมาทั้งหมดนั้นทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์คณะ ทางการศึกษาระดับชาติ มีคณะที่เพิ่มขึ้น ๔ คณะที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลง ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ซึ่งจากเดิมนั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ มีประสบการณ์ในวิชาชีพเป็นประธาน แต่ว่าคําสั่งนี้ ได้สั่งให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเพิ่มขึ้นอีก ๔ คณะ จากเดิม ที่ท่านรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่ ๒ คณะ คือ สภาการศึกษากับคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่เดิมนั้นมีเพียง ๒ คณะที่ท่านเป็นประธาน แล้วเพิ่มขึ้นมา เปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคเพิ่มขึ้นมา มีคณะกรรมการ ครุสภา ซึ่งเดิมผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานก็รัฐมนตรีว่าการเป็นประธาน คณะกรรมการส่งเสริม สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการองค์การค้าสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ๔ คณะนี้ท่านรัฐมนตรีเป็นประธานครับ ท่านประธานครับ นอกจากท่านรัฐมนตรีเป็นประธานแล้วคําสั่งนี้ยังสั่งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นกรรมการ และสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานในกระทรวงนั้นหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า หัวหน้า แท่งต่าง ๆ นั้นเป็นกรรมการ แล้วก็สั่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิสั่งให้ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพ สั่งให้ ผู้แทนคณบดีซึ่งเป็นกรรมการครุสภาซึ่งถือว่าเป็นสภาวิชาชีพครูพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ท่านจะเห็นว่ากรรมการที่เหลือก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการเป็นประธาน รัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นกรรมการ และผู้ใต้บังคับบัญชาใกล้ชิดเป็นกรรมการ ใคร ๆ ดูก็จะเห็นว่าเสมือนมีหนึ่งเดียว หนึ่งความคิด หัวหน้าหน่วยราชการเหล่านั้นแทบจะทําอะไรไม่ได้ ถ้าพูดอะไรผิดใจนิดหน่อย จะเห็นว่าจะต้องถูกเด้งไปอยู่ในกรมที่มีงบประมาณในหลักร้อยล้านบาทจากหลักแสนล้านบาท หรือไม่ก็ไปช่วยราชการที่สํานักนายกรัฐมนตรี นอกจากหน่วยงานระดับชาติแล้วยังมีการ เปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการบริหารของ สพฐ. ภายใต้ชื่อว่า ศึกษาธิการจังหวัด แท้ที่จริงแล้ว ทํางานเรื่องงานบุคคลของ สพฐ. คือเขตพื้นที่กับโรงเรียนเท่านั้น แต่ใช้ชื่อว่า การศึกษา หรือศึกษาธิการจังหวัด โดยเดิมทีนั้นในเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นส่วนราชการส่วนกลาง มีโรงเรียนอยู่ในสังกัดก็ถือว่าเป็นส่วนราชการส่วนกลาง เขตพื้นที่ขึ้นตรงต่อสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่วันนี้คําสั่งก็ได้เปลี่ยนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็น ประธานศึกษาธิการจังหวัด โดยมีตําแหน่งหน่วยงานเพิ่มเข้ามาคือศึกษาธิการภาคขึ้นมา แล้วก็มีศึกษาธิการจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ทําให้เกิดความสับสนวุ่นวาย เกิดกลุ่มเสื้อดําทั้งผู้บริหาร ครูอาจารย์เดือดร้อนกันทุกหมู่เหล่า จากการที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างนั้นก็เนื่องจากว่าคณะกรรมการต่าง ๆ ไม่ว่าจะระดับชาติ ระดับจังหวัด จะเป็นการขาด การมีส่วนร่วม ไม่มีสภาวิชาชีพใดที่ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ได้เป็นสมาชิก ผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่า จะเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่ ผู้บริหารโรงเรียน ครูอาจารย์ทั้งหลายถูกปลดให้พ้นจากการที่ จะต้องรับผิดชอบในคณะกรรมการต่าง ๆ ขาดการยึดโยง ขาดการรู้ซึ้งถึงปัญหาและ ความต้องการของเขา เขาบอกว่าคณะกรรมการลุแก่อํานาจ ไม่เห็นหัวครู ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานเหล่านั้นทั่วประเทศ ที่สําคัญคือเกิดความไม่รอบคอบ ลองผิดลองถูก ยกเลิกอย่างที่ผมนําเรียนตั้งแต่ต้นนะครับ เกิดการลิดรอนสิทธิความก้าวหน้าของข้าราชการครูให้เกิดความล่าช้า เกิดความสับสน เพิ่มขั้นตอนการสั่งงาน งานทุกอย่างล่าช้าลง เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เราจะเห็นว่า มีหลายเรื่องที่ส่อให้เห็นว่าจะนําไปสู่คุณภาพการศึกษาที่ตกต่ํามาก ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา มีมติของ ก.ค.ศ. หลายเรื่องที่เป็นการบั่นทอนขวัญกําลังใจ ลิดรอนสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพ มีหลายเรื่องที่แลเห็นทําให้มีผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อํานวยการโรงเรียนนี้ว่างอยู่นับ ๔,๐๐๐- ๕,๐๐๐ โรงเรียน ร่วม ๓-๔ ปี และวันนี้รองผู้อํานวยการก็ยังว่าง รองผู้อํานวยการเขตพื้นที่ ก็ไม่สามารถที่จะให้การอบรมและบรรจุแต่งตั้งได้ ผู้อํานวยการโรงเรียนในหลายจังหวัด ก็ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้ นั่นคือความสับสนและขัดแย้ง นอกจากนั้นยังมีตําแหน่งอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศึกษานิเทศก์หลายที่ หลายส่วน ปล่อยให้ครูที่สอบขึ้นบัญชีไว้ ปล่อยให้นักเรียนที่อยู่โรงเรียนไม่มีครูสอน อย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการทั้งระดับชาติ คณะกรรมการระดับจังหวัดที่สร้างขึ้นมาใหม่ ตราบใดที่หน่วยงานเหล่านี้มีจํานวนมาก มีอํานาจมากกว่าสถานศึกษา มีคนมากกว่า มีงบประมาณมากกว่าครับ นั่นคือโรงเรียน หรือสถานศึกษาเหล่านั้นก็จะขาดอํานาจการต่อรองทั้งหลาย ต้องวิ่งไล่ล่า ไล่ตามอํานาจ ที่สั่งมาทั้งหมดนั้นเป็นผลจากคําสั่ง คสช. ที่มีออกมาหลายคําสั่ง จึงจําเป็นอย่างยิ่งครับ ก็กราบวิงวอนเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับว่าวันนี้การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนประเทศ การศึกษาเท่านั้นที่จะสร้างคนเพื่อมาสร้างชาติ การศึกษาเท่านั้นที่จะทําให้คนมีคุณภาพ และประเทศชาติของเราก็จะเดินไปข้างหน้าได้ การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปประชาธิปไตย อะไรต่าง ๆ นั้นจึงจะเกิดขึ้นได้ จําเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะต้องทําการศึกษาหาคําสั่งเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทับซ้อนซ้ําเติมปัญหาอยู่ร่ําไปอย่างที่เป็น วันนี้มีเสื้อดํา มีผู้มายื่นหนังสืออยู่ทุกวันมาจากวงการการศึกษาทั้งสิ้น สภาเรายังสร้างไม่เสร็จบริเวณคับแคบ เพื่อนครูทุกระดับ ทุกชนชั้น ทุกประเภท ต้องมายื่นหนังสือเพื่อให้แก้ปัญหานั้นซึ่งเป็นผลพวง จากการใช้คําสั่งเหล่านี้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จําเป็นจะต้องให้สภานี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาพิจารณาเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ