ศิริกัญญา วิจารณ์จัดสรรคลื่น 5G ชี้ขาดทุน 8 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ศิริกัญญา ตันสกุล อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาจากนโยบายรัฐหลายด้าน เช่น การจัดสรรคลื่นความถี่ 5G ที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 80,000 ล้านบาท การบริหารจัดการทีวีดิจิทัลที่ขาดทุนโดยไม่มีผู้รับผิด ปัญหาการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ส่งผลให้ประชาชนสูญเสียที่ดินทำกิน รวมถึงการดำเนินการด้านอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ผ่านการประเมินอีไอเอ เช่น โรงไฟฟ้าขยะและโรงงานรีไซเคิล จึงเสนอให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่ เคารพ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเพื่อสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของการใช้คําสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ ท่านประธานคะ ตามมาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าก่อนการตรากฎหมายรัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นกับ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และเมื่อกฎหมายมีผล ใช้บังคับไประยะหนึ่งแล้วรัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลา ที่กําหนด ดิฉันก็คิดว่าครบรอบ ๕ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมามีการออกประกาศคําสั่งต่าง ๆ มากมาย โดย คสช. และหัวหน้า คสช. จึงถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จากประกาศคําสั่งดังกล่าว โดยในส่วนที่ดิฉันได้รับมอบหมายให้อภิปรายจะเป็นผลกระทบ ที่ไปเกี่ยวข้องกับในเชิงเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อม ขอพรีเซนเทชัน (Presentation) ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ไปที่หน้า ๓ นะคะ หน้าต่อไปค่ะ

เรื่องแรกที่จะอภิปรายอาจจะเป็นเรื่องที่พูดกันหลายครั้งแล้ว แต่ว่าในครั้งนี้ จะขอโฟกัส (Focus) ในส่วนที่เป็นเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ที่มีการยืดหนี้ของกลุ่มทุนโทรคมนาคมให้ยืดระยะเวลาออกไปจาก ๕ ปี เป็น ๑๐ ปีโดยที่ไม่มีการคิดดอกเบี้ย และอนุญาตให้ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ต่าง ๆ สามารถ ที่จะคืนคลื่นโดยที่ได้รับเงินที่จ่ายสัมปทานไปแล้วคืนด้วยนะคะ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แบ่งออกเป็น ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกก็คือเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ปกติเวลาที่เราประมูลคลื่นความถี่ จะมีรายได้ส่วนหนึ่งที่ส่งคืนให้กับรัฐ จากการประมาณการพบว่าก่อนหน้าที่จะมีการยืดหนี้ มือถือนี่นะคะ ยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคม กระทรวงการคลังประมาณการไว้ว่าจะมีรายได้ ที่จะนํามาสมทบในงบประมาณของประเทศเป็นเงินถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะใน ปี ๒๕๖๓ เพียงปีเดียว แต่การที่ คสช. อนุญาตให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมไม่จําเป็นจะต้อง จ่ายคืนหนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน ๕ ปีนั้นทําให้รายได้ที่จะส่งกลับคืนสู่คลังนั้นลดลงประมาณถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้มีรายได้ที่จะกลายมาเป็นงบประมาณของเราลดน้อยลง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะคะ ผลกระทบประการที่ ๒ ก็คือว่ามีการพ่วงเอาสัญญา ของการให้ใบอนุญาตคลื่น ๕ จี (5G) ในสัญญาอาจจะมีการพูดถึงการประมูล แต่การประมูล โดยที่มีผู้เข้าร่วมเพียงแค่ ๓ รายนั้นก็เท่ากับว่าไม่ได้มีการประมูล เท่ากับเป็นการแจก ใบอนุญาตคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) โดยที่มีการกําหนดราคาไว้ แล้วคิดว่าถ้าเกิดประมูลจริง ก็คงไม่มีการประมูลเพิ่มเติม ที่สําคัญเป็นการกีดกันไม่ให้มีเจ้าใหม่ ๆ เข้ามาร่วมประมูล ทําให้รัฐจะสูญเสียรายได้ไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่เราจะต้อง รีบร้อนที่จะแจกใบอนุญาตคลื่น ๕ จี (5G)

ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่มีการสร้างมาตรฐานแย่ ๆ ในการทําธุรกรรมกับรัฐก็คือว่าเจ๊งแล้วคืนของได้ แล้วได้เงินคืนด้วยนะคะ ต่อไปนี้ถ้ามีเจ้าอื่น ทําสัมปทานกับรัฐอีกแล้วเกิดการขาดทุนเกิดขึ้น ก็หมายความว่ารัฐจะไม่จําเป็นที่จะต้อง หมายความว่าตัวบริษัทเองนั้นก็อาจจะไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนที่ขาดทุนด้วยตนเอง เนื่องจากว่าได้มีการสร้างมาตรฐานแบบนี้เกิดขึ้นไปแล้วนะคะ ขอเป็นสไลด์ (Slide) ที่ ๖ นอกจากนี้ยังมีคําสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ ที่เกี่ยวกับการยกเว้นผังเมืองและเปิดทาง เพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน สไลด์ (Slide) ถัดไป ๓,๙๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง ๑๐ แห่ง ส่วนหนึ่งจะเป็นที่ดินราชพัสดุ ที่เป็นที่ดินของรัฐอยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เป็นที่ที่ถูกเวนคืนมาจากที่ดินของเอกชน ที่ดิน ส.ป.ก. หรือว่าที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของชาวบ้านอยู่นะคะ สไลด์ (Slide) ถัดไป ๕ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ จนถึงปี ๒๕๖๒ มีการทุ่มงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดนไปแล้วร่วม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สไลด์ (Slide) ถัดไป เอาเข้าจริงแล้วคนไม่ได้เข้ามา ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมากเท่าที่เราคาดหวังไว้นะคะ ถ้าเรามองดูง่าย ๆ งบประมาณที่ลงไป ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มีบริษัทเอกชนยื่นคําขอรับการส่งเสริมการลงทุน กับบีโอไอ (BOI) เพียงแค่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมาลงทุนจริง ๆ ก็คือการออกบัตร ส่งเสริมของบีโอไอ (BOI) เพียงแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ลงเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนมายื่น ขอลงทุนเพียงแค่หมื่นเดียว แล้วลงทุนจริงเพียงแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ เอาเข้าจริงรัฐไป ลงทุนเอง จ้างงานเองน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการที่เอาที่ดินของประชาชนไม่ว่าจะเป็น ป่าชุมชนของชาวบ้านในอําเภอสระใครที่จังหวัดหนองคาย ไปยึดที่ ส.ป.ก. ของชาวบ้าน ที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือว่าที่ดินของรัฐที่อําเภอดอนตาล ที่อําเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ที่แต่ก่อนก็หวงไม่ให้ประชาชนเข้ามาใช้ แต่ว่าพอเอกชนอยากได้ไปตั้งเป็น นิคมอุตสาหกรรมก็เอาไปให้ด้วยราคาถูก ๆ นะคะ ปีหนึ่งเพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ขอไปสไลด์ (Slide) ที่ ๑๕ นอกจากนี้ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยก็ถูกมองข้าม แล้วก็ได้รับ ผลกระทบมาโดยตลอด เรื่องต่อไปก็เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างของอ้อยและน้ําตาล ที่ก่อนหน้าก็มีการส่งเสริมกันมาโดยตลอดว่าปลูกข้าวมันไม่ดี ราคาไม่ดีให้หันมาปลูกอ้อยกัน มีการให้เงินอุดหนุนเกษตรกรที่อยากที่จะเปลี่ยนจากการปลูกข้าวมาเป็นปลูกอ้อยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท แต่วันดีคืนดีเราโดนประเทศบราซิลขู่ว่าจะฟ้อง เพราะว่าเรามีการใช้เงินอุดหนุน โดยการเก็บจากราคาน้ําตาลในตลาดในประเทศ ๕ บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนําไปใช้ในการ อุดหนุนราคาอ้อยให้กับเกษตรกร วันดีคืนดี คสช. ก็ออกคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑/๒๕๖๑ เพื่อไปแก้ไขตัว พ.ร.บ. อ้อยและน้ําตาล ปล่อยลอยตัวราคาน้ําตาลแล้วก็ยกเลิกกองทุนไป โดยปริยาย ทําให้ปัจจุบันนี้พอราคาน้ําตาลในตลาดโลกตกต่ําเรากลับไม่เหลือเงินในกองทุนอ้อย และน้ําตาลเพื่อมาพยุงราคาให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เราไปจูงใจให้เขามาปลูกอ้อย เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองนะคะ นอกจากนี้รายเล็กรายน้อยประชาชนรายย่อยก็ยังได้รับ ผลกระทบอื่น ๆ อีกที่หลายท่านได้มีการอภิปรายไปแล้วดิฉันไม่ขอพูดซ้ํา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการทวงคืนผืนป่าที่มีแต่ตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของหาบเร่แผงลอยซึ่งจริงอยู่ว่าอาจจะไม่ถูกใจใครหลาย ๆ คนในประชากรในเขตเมือง ที่อาจจะไม่ถูกใจกับหาบเร่แผงลอยที่มาขัดขวางการเดินเท้า แต่เครือข่ายของผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ก็กําลังปรับตัวอยู่ กําลังพูดคุยเจรจากับกรุงเทพมหานครอยู่นะคะ วันดีคืนดีก็ฟ้าผ่าตูมลงมา ต่อไปนี้ต้องจัดระเบียบแล้วก็ไม่สามารถที่จะทํามาค้าขายอีกต่อไปโดยที่ไม่ได้มีแผนการ มาตรการรองรับหรือว่าเยียวยาใด ๆ ขอไปสไลด์ (Slide) ที่ ๑๙ นอกจากเรื่องของนายทุน ยั่งยืน ประชาชนรายเล็กรายน้อยต้องย่ําแย่แล้ว สิ่งแวดล้อมก็ยังย่อยยับอีก คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เป็นการยกเว้นผังเมืองให้กับการตั้งกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า เรื่องของกิจการคัดแยกขยะแล้วก็ฝังกลบสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ รวมไปถึงกิจการโรงงานรีไซเคิล (Recycle) ด้วย เรื่องของโรงไฟฟ้าขยะ ขอหน้ากลับอีกนิดหนึ่ง เรื่องของโรงไฟฟ้าขยะนี่ เราทราบกันดีว่ามีการต่อต้านกันมาโดยตลอดเนื่องจากว่าไม่มีโรงไฟฟ้าขยะที่ดีที่มันมีอยู่จริง ในประเทศไทย โรงไฟฟ้าขยะที่จะไม่ปลดปล่อยมลพิษต้องมีองค์ประกอบ ๒ ส่วนก็คือ ต้องมีขยะที่มีคุณภาพก็คือไม่ชื้นเกินไป มันถึงจะเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ แล้วไม่เกิด มลภาวะให้กับชุมชนรอบข้าง

อย่างที่ ๒ ก็คือว่าตัวเทคโนโลยีที่ใช้กับโรงไฟฟ้าขยะก็จะต้องเป็นเทคโนโลยี ขั้นสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง ๒ อย่างยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทําให้ชาวบ้านออกมาต่อต้าน แล้วก็มีการร้องเรียนปัญหาโรงไฟฟ้าขยะมาโดยตลอด ที่สําคัญก็คือไม่ต้องขออีไอเอ (EIA) โรงไฟฟ้าขยะ เนื่องจากมีการแก้ประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียบร้อยแล้ว

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ จะจบแล้วอีกนิดเดียวค่ะ โรงงานคัดแยกรีไซเคิล (Recycle) แล้วก็กิจการการคัดแยกแล้วก็ฝั่งกลบที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจาก ที่มีประกาศ ๔/๒๕๕๙ ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ซึ่งชื่อมันอาจจะฟังดูดี เป็นโรงงานรีไซเคิล (Recycle) แต่ว่าโรงงานรีไซเคิล (Recycle) พวกนี้ปลดปล่อยมลพิษเป็นตัวร้ายเลยทีเดียว อย่างเช่นในจังหวัดของท่านประธานนะคะ ก็จะมีเป็นโรงงานที่เป็นโรงงานทํารีไซเคิล (Recycle) ก็จะมีการใช้สารเคมีเพื่อรีไซเคิล (Recycle) ตัวพลาสติก พลาสติกที่เป็นขยะแล้วให้กลายเป็นสารเคมีซักล้างไม่ว่าจะเป็น น้ํายาล้างรถหรือว่าแชมพู (Shampoo) สบู่ที่มีราคาต่ํา ซึ่งวันดีคืนดีลําห้วยข้างบ้าน ของชาวบ้านก็จะกลายเป็นสีชมพู เนื่องมาจากว่าสารเคมีนั้นหลุดรอดออกไปจากโรงงาน ที่ไม่ต้องมีการขออีไอเอ (EIA) ไม่ต้องได้รับการยกเว้นผังเมืองจะตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะ ใกล้เขตชุมชนแค่ไหน ไม่ว่าจะใกล้แหล่งเกษตรกรรมมากแค่ไหน ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบ เบื้องต้นนะคะ ดิฉันไม่สามารถที่จะศึกษาให้ละเอียดได้มากกว่านี้ถ้าหากเราไม่มีโอกาส ที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประกาศคําสั่ง หัวหน้า คสช. และคําสั่ง คสช. ตามมาตรา ๔๔ ขอบพระคุณค่ะ