ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการกระทรวงศึกษาธิการ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังเรื่องญัตติตั้งแต่เที่ยงมาถึงวันนี้ ผมคิดว่าพรรคพวกผม แล้วก็เพื่อนที่นั่งอยู่ซ้ายผมนี่คิดตรงกัน แต่ปัญหาที่จะตามมาผมคิดว่าพรรคอีกซีกหนึ่ง คงจะไม่ให้ตั้งกรรมาธิการซึ่งถือว่าเป็นประเด็นหลักในการอภิปรายในวันนี้ เพราะว่า ม. ๔๔ จับตรงไหน คุยตรงไหนมีปัญหาตรงนั้น ฟังจากเพื่อนครูพูดก็มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ จนวันนี้กระทรวงศึกษาธิการวุ่นวายไปหมด เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นํา ใครเป็นผู้นํากันแน่ จะบริหารจัดการอย่างไร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจเต็มอย่างไร ผู้แทนครูที่เขามีอยู่ดี ในการบริหารจัดการไปมอบให้กับครู ๒-๓ คนบริหารจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่ใหญ่ ๆ จะมีปัญหามาก พอมาดูเรื่องที่ดินที่ทํากินก็มีปัญหา ฟังพี่น้องจากเพื่อนทางใต้ก็พูดปัญหา เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการลิดรอน เรื่องทุกอย่าง แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตอย่างเดียว ผมอยากเห็น ผมคงใช้เวลาอภิปรายในเรื่องนี้ไม่นานหรอกครับ เพราะว่าถ้าอภิปรายก็ซ้ํากัน แต่ผมอยากกราบวิงวอนเพื่อนผู้แทนของผมที่เรามาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนว่า วันนี้เราเห็นปัญหาทุกอนุมูลของปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรม ที่ผมพูดเรื่องนี้ไม่ได้ว่าจะมารื้อขอ เพื่อหาตะเข็บ หรือจะมาสร้างความแตกแยกหรอกครับ แต่อยากเห็นพวกเราได้ศึกษาเป็น การช่วยรัฐบาลด้วย ผมได้ข่าวว่าอีกซีกหนึ่งไม่เอาด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็เลย ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราเรามาทํางานเพื่อใคร ทั้ง ๆ ที่ ๕-๗ ปีที่ผ่านมาเราอยู่กัน ด้วยความขมขื่น เราอยู่กันด้วยความลําบาก เหมือนผมเองท่านประธานครับ จะก้าวออกจาก บ้านต้องปิดประตูหน้าบ้าน แล้วก็ต้องเอาสีทาหน้าบ้านทากําแพงหน้าบ้านให้มันเก่าหมด ให้ดูเสมือนว่าบ้านร้างแทบจะไม่มีคนอยู่ เพิ่งได้หายใจเต็มปอดก็เมื่อหลังจากเลือกตั้ง ก็ไม่ได้ เต็มปอดดีนักครับ ผมก็ไม่อยากโทษใคร แต่ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่มันมีอยู่อีกมากมายก่ายกอง เราจะไม่ช่วยหรือครับ วันนี้ลําพังที่เรามาคุยกันทุกปัญหาในสภาแห่งนี้ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่เช้าผมไม่ไปไหน ท่านประธานผมย้ําทุกปัญหาจับตรงไหน แตะตรงไหนเจอหมด แต่เราจะไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญโดยตรง เพราะเราจะได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ท่านสบายใจเถอะครับ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยเสนอผมไปเป็น กรรมาธิการด้วย ผมจะใช้สิทธิโดยไม่เรียกนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงผมยืนยันเลยว่าผมจะค้าน แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมานั่งคุยกันมันถึงจะแก้ปัญหาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็เหมือนกับว่า มาระบายกันตรงนี้ ท่านประธานก็มานั่งฟังพวกผมระบายปัญหาก็อยู่ใต้พรมเหมือนเดิม ไม่มีโอกาสที่จะสะท้อน เพราะผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งวันนี้ โดยความสัตย์จริงผมเชื่อว่า ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรีหลายเรื่องท่านก็ไม่ทราบหรอกครับ ในวันที่ ออกมาตรา ๔๔ บางทีเอกสารกองอยู่เต็มบนโต๊ะเขาให้เซ็นอะไรท่านก็เซ็นหมด ท่านประธาน เชื่อไหมเขาเล่าให้ฟังว่าเลขที่บางทีข้ามเลยครับ คําสั่งที่ ๗ ท่านเซ็นเสร็จไปคําสั่งที่ ๑๑ ๘ ๙ ๑๐ ยังไม่มีคําสั่งเลย เพราะตอนนั้นคําสั่งมันเยอะไม่รู้อะไรต่ออะไร เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้ เหมือนของกระทรวงศึกษาธิการ คําสั่งที่ ๑๑ คําสั่งที่ ๑๒ ยกเลิกใช้คําสั่งที่ ๑๙ คําสั่ง ๑๙ แก้ไขคําสั่งที่ ๓๘ มันชุลมุนไปหมดครับ มันก็เลยทําให้มีปัญหาจนมาถึงวันนี้ พวกเราทุกคนเราเห็นใจ แต่ให้เรามาช่วยกันแก้ไข ท่านที่เคารพทั้งหลายก็อย่าไปเอาใจ นายมาก อะไรที่ช่วยท่านพวกผมมีเจตจํานงจะช่วยรัฐบาลนี้ เพราะเราก็อยากอยู่ยาว อยู่กันยาว ๆ แต่เราต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ พี่น้องที่มาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่นแต่ปัญหาเรื่องใต้ แต่พอจะตั้งกรรมาธิการ ท่านก็ไม่เอา แล้วมันจะแก้ปัญหาได้หรือเปล่าครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ เพราะจับตรงไหนโดนตรงนั้น คุยมาตรา ๔๔ คุย ๓ วันก็ไม่จบหรอกครับท่านประธาน เพียงแต่ลุกขึ้นมาวิงวอนกับสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพราะหลายครั้งแล้วท่านอภิปรายดี ผมฟัง ผมชื่นชม ผมดีใจ แต่พอลงมติเมื่อไรท่านไม่เอา เที่ยวนี้พี่สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเถอะพี่ นี่ขอเลย ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ท่านเทพไท แล้วก็อีกหลายท่านสนับสนุนให้ ตั้งกรรมาธิการแล้วก็ไปศึกษาเรื่องนี้ แล้วเราจะได้ศึกษากัน ผมไม่รบกวนเวลาสภาหรอกครับ เพราะพูดไปถ้าตั้งกรรมาธิการแล้วมันได้ทํางานอย่างแท้จริง ถ้าพูดไปไม่ได้ตั้งก็เหมือนกับ มาบ่นอย่างที่ผมว่าครับท่านประธาน ก็ขอฝากไว้ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน