สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

เชิญผู้ถามกระทู้ถามได้นะครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันและในช่วงหลายปีที่ผ่านมาปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน กัญชาและสิ่งเสพติดต่าง ๆ ระบาดรุนแรงเป็นภยันตราย อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะตอนนี้ทราบข่าวจากในพื้นที่หลายพื้นที่หลายจังหวัดว่าได้ แพร่ระบาดไปในระดับโรงเรียน ในระดับประถมศึกษา ในระดับมัธยมศึกษา แล้วก็ประชาชน ทั่วไปเป็นจํานวนมาก ที่สําคัญที่สุดก็คือสถานศึกษาซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ถ้าเกิดว่ารัฐบาล ไม่มีนโยบายหรือว่าไม่มีมาตรการในการที่จะแก้ไขปราบปรามแล้วก็ใช้วิธีการอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดในการแก้ไข ปัญหายาเสพติดต่าง ๆ อาจจะแพร่ขยายลุกลามมากยิ่งขึ้น ผมเองได้ติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยและกลัวว่ายาเสพติดจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ผมได้สืบเสาะแล้วก็ได้เดินทางไปศึกษาดูงานทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้ทราบว่ายาเสพติดนั้นได้มีแหล่งผลิตอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน บางประเทศ จากชนกลุ่มน้อยบางเผ่า มีจํานวนการผลิตปีหนึ่งประมาณ ๒๐๐-๒๕๐ ล้านเม็ด ต่อปี โดยมุ่งเป้ามาจําหน่ายหรือว่าเป็นตลาดหลักอยู่ที่ประเทศไทย ฉะนั้นถือว่าแหล่งผลิต แหล่งนั้นเป็นแหล่งต้นน้ํา รัฐบาลมีมาตรการใด ๆ ที่จะสกัดไม่ให้ยาเสพติดไหลบ่าเข้ามา แพร่ระบาดแล้วก็เป็นอันตรายต่อประเทศ ในส่วนของกลางน้ําจะมีเครือข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด แล้วก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเป็นใจนะครับ ซึ่งแหล่งกลางน้ํานี้จะมีกระบวนการหลายกระบวนการในการที่จะนําเอายาเสพติดเข้ามา จําหน่ายให้กับเยาวชน ให้กับคนไทยเป็นจํานวนมาก เครือข่ายค่อนข้างที่จะเป็นอันตราย แล้วก็มีความเข้มแข็งทั้งเงิน อิทธิพล แล้วก็อาวุธด้วย เพราะฉะนั้นกําลังในภาครัฐ ไม่ว่าจะ เป็น ทหาร ทหารพราน ตํารวจตระเวนชายแดน ตํารวจ ป.ป.ส. อัยการ ศาล แล้วก็ราชทัณฑ์ เครือข่ายองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนมีการบูรณาการ มีการสนธิกําลังในการ ที่จะร่วมมือกันในการป้องปราม ในการปราบปราม ในการจับกุม ในการดําเนินคดี มีการ ลงโทษ รวมไปถึงจําคุก บําบัด ฟื้นฟู และรวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายให้มันเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดอย่างไร เพื่อไม่ให้ ขบวนการยาเสพติดแพร่ระบาดและลุกลามบานปลายไป มากกว่านี้ หรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นเบื้องต้นผมจึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไป ยังรองนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีมาตรการในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพ ติดทุกประเภทอย่างไรบ้าง

ข้อที่ ๒ ก็คือรัฐบาลมีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมายและให้หน่วยราชการ ที่มีส่วนในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดได้ดําเนินการและมีการบังคับใช้กฎหมายให้เกิด ประโยชน์สูงสุดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างไร

ข้อที่ ๓ ก็คือรัฐบาลมีนโยบายที่จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ทั้งผู้เสพ แล้วก็ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพจากการแก้ไขปราบปราม ป้องกันยาเสพติดอย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผมขออนุญาตกราบเรียนตอบอย่างนี้ ว่ารัฐบาลที่มีท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าคณะได้ถือเอาเรื่องของ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสําคัญของรัฐบาล แล้วได้กําหนดยุทธศาสตร์มาตรการ แผนงานในการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นแนวทางเรียกว่า ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกันที่กระผมได้พูดถึงนี่หมายถึง รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วครอบครัว รั้วโรงเรียนทํากันทุกอย่างครับ ตั้งแต่ชายแดนก็มีหน้าที่ที่จะสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจาก ต่างประเทศที่ผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายทะลักเข้ามาในประเทศไทย พอเข้ามา ในพื้นที่ส่วนในเข้ามาเราก็พยายามที่จะทําให้ชุมชนมีความเข้มแข็งให้ประชาชนได้เข้ามามี ส่วนร่วมเพื่อที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและ ช่วยกันป้องกัน ในส่วนของสังคม รั้วสังคมก็มีเรื่องของการที่จะจูงใจให้บรรดาเยาวชน ทั้งหลาย ให้ประชาชนทั้งหลายได้ใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ได้ร่วมกันที่จะช่วยกันต่อสู้กับ ปัญหายาเสพติด สําหรับเด็กนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนต่าง ๆ เราก็มียุทธศาสตร์ที่จะทําให้ โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดยาเสพติด เพื่อนนักเรียนด้วยกัน คุณครูบาอาจารย์ก็ช่วยกันสร้างรั้ว ปกป้องไม่ให้บรรดานักเรียน นักศึกษาของเราต้องเป็นทาสของยาเสพติด ที่สําคัญที่สุดก็คือ ในครอบครัว รัฐบาลรณรงค์เพื่อที่จะให้ทุกครอบครัวได้ช่วยกันดูแลสมาชิกในครอบครัวของ ตัวเองให้รอดพ้นจากภัยของยาเสพติด นี่เรียกว่าเป็นนโยบายยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน นอกจากนั้นก็จะมี ๒ โครงการที่สําคัญครับ คือโครงการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดและ โครงการบําบัดรักษาผู้ที่ติดยาเสพติดครับ รัฐบาลได้ดําเนินการตามยุทธศาสตร์นี้มาตั้งแต่ เริ่มเข้ามารับหน้าที่แล้วก็ดําเนินการให้ทุกส่วนราชการได้บูรณาการกําลังเข้ามาทํางาน สอดประสานกัน โดยในระดับประเทศก็มี กอ.รมน. กองอํานวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักรเป็นผู้รับผิดชอบ กอ.รมน. นั้นท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อํานวยการ ท่านผู้บัญชาการทหารบกเป็นรองผู้อํานวยการ ในระดับจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะทํา หน้าที่ตามกฎหมาย ก็เป็นผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมีอํานาจที่จะใช้กําลัง ทุกภาคส่วนสั่งราชการและทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมมือในการปราบปรามในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนะครับ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงนั้นก็นับตั้งแต่สํานักงาน ป.ป.ส. สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนตอบท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม ว่าในมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้กําหนดเรามีเป้าหมายชัดเจน ครับว่าพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ล่อแหลมเสี่ยงภัยกับยาเสพติดมีปัญหายาเสพติดมากก็คือพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่ที่มี การแพร่ระบาดของยาเสพติดมากที่สุดก็คือกรุงเทพมหานคร แล้วก็พื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมทั้งอําเภอที่เราได้ศึกษาติดตามแล้วทั้งหมด ๑๗๕ อําเภอทั่วประเทศ กําหนดเป็นพื้นที่ เป้าหมายที่เราจะดําเนินการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การที่รัฐบาลกําหนดอย่างนี้ก็ได้ มอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้าไปทําหน้าที่ เช่น เรื่องของรั้วชายแดน การป้องกันการขนส่งยาเสพติดที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามเมื่อสักครู่ เราก็มอบให้ กองทัพไทยให้ กอ.รมน. ระดมทั้งกําลังของตํารวจทั้งกําลังของทหาร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ผมก็ได้ขึ้นไปที่กองทัพภาคที่ ๓ กับท่านผู้บัญชาการทหารบก แล้วก็ซักซ้อมเพื่อให้เพิ่ม ความเข้มข้นในการทํารั้วชายแดนให้แข็งแรงไม่ให้ยาเสพติดได้แพร่ระบาดเข้ามาได้ ในส่วน ภายในประเทศก็มีกระทรวงมหาดไทย มีสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีกระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันครับก็มีความพยายามที่จะให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมในทุกภาคส่วน

ในคําถามสุดท้ายที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ หน้าที่ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดนั้น ผมกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างดี และเป็นผู้สั่งการให้ดูแลบรรดาเจ้าหน้าที่ของเราที่บาดเจ็บ ที่ทุพลภาพหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด วันนี้ได้กําหนดเป็น ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาชัดเจนครับว่าบรรดาลูกหลานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ หน้าที่ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและเกิดทุพพลภาพหรือเสียชีวิต รัฐบาลจะรับเป็น นักเรียนทุน นักศึกษาของรัฐบาล ตั้งแต่ส่งให้เรียนจนกระทั่งจบปริญญาตรีทุกคนครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะช่วยตอบไหม เชิญผู้ถามกระทู้ถาม ครั้งที่ ๒

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบพระคุณ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบายในการ ปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่ผมอยากจะ กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ อีกครั้งหนึ่งเป็นคําถามที่ ๒ ว่า ในปัจจุบัน แน่นอนอันนั้นคือนโยบาย อันนั้นคือยุทธศาสตร์ แต่ผมเองในฐานะผู้แทนปวงชน ผมต้องการ รูปธรรมในการปฏิบัติอย่างจริงจังจากรัฐบาล แล้วก็เป็นการกําหนดในมาตรการในเรื่องการ ปราบปรามยาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง คือทําอย่างไรที่จะให้ผลที่จะเป็น รูปธรรมและสัมผัสได้ก็คือทุกโรงเรียนในประเทศจะต้องปลอดจากยาเสพติด ทุกสถานศึกษา ในประเทศจะต้องปลอดจากยาเสพติด ทุกชุมชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดจะต้องปลอด จากยาเสพติดภายในกรอบเวลาเท่าไร และที่สําคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เรือนจําที่เป็นที่ต้องขังนักโทษอุกฉกรรจ์ที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดตามข้อมูลตามสถิติที่ผมมีอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ปี ๒๕๔๗ มีคดียาเสพติด ๔๔,๕๓๐ คดี ปี ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นรัฐบาลปัจจุบันจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ คดีปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ก็คือ ๑๒๔,๐๗๘ คดี แล้วก็ปี ๒๕๕๒ ๙๓,๑๑๘ คดี นี่คือคดีที่เกี่ยวข้อง กับยาเสพติด ส่วนคดีที่ศาลได้พิพากษาแล้วก็เป็นนักโทษเด็ดขาดไปแล้วนะครับ เฉพาะคดี ยาเสพติดนะครับ ๑๔๓,๘๔๖ คน ที่อยู่ในเรือนจํา ในเรือนจําบางส่วนท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเรือนจําบางแห่งสามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อเพื่อที่จะสั่งซื้อสั่งขาย ยาเสพติดได้ การสั่งซื้อสั่งขายแล้วทําไมนักโทษเด็ดขาด นักโทษที่ศาลได้พิจารณาพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว บางคนโทษประหารชีวิต แต่สามารถที่จะสั่งซื้อสั่งขายยาเสพติด ผ่านเรือนจําในคดีเด็ดขาดได้ มันเป็นไปได้อย่างไรในประเทศไทย ผมก็ไปสืบเสาะแสวงหา ข้อเท็จจริงจากกรมราชทัณฑ์ ทราบข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ทราบข้อเท็จจริงว่าคนที่เป็นนักโทษรายใหญ่เป็นผู้ค้ารายใหญ่หลังจากที่ถูกจับกุม ถูกดําเนินคดีและศาลได้พิพากษาคดีถึงที่สุด จําคุกตลอดชีวิตหรือต้องโทษประหารชีวิต แต่ยังไม่ได้นําไปประหารชีวิตนะครับ นักโทษเหล่านี้มีเครดิตในกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ เพราะการนําเข้ายาเสพติดเขาจะนําเข้ามาทีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เม็ด และก็แบ่งออกเป็น ๕ สาย สายละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วถ้าเกิดว่าให้นาย ก นาย ข ที่ไม่มีเครดิตในขบวนการ ผู้ค้ารายใหญ่นะครับ เขาไม่มีเครดิตที่จะไปรับเอายาเสพติดเอามาจําหน่าย เพราะไม่มีความเชื่อใจแต่จะต้องให้นักโทษอุกฉกรรจ์ที่อยู่ในเรือนจําเป็นผู้รับรองว่าคนนี้ การันตี (Guaranty) ได้ ก็สามารถที่จะส่งมอบยาเสพติดล็อต (Lot) ใหญ่ ๆ เป็นล็อตละล้าน เข้ามาจําหน่ายภายในประเทศได้ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากจะขอความชัดเจน ขอการเป็นรูปธรรม แม้ว่ารัฐบาลจะมีข้อมูลในเชิงสถิติจากกรมราชทัณฑ์ จากสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ แล้วก็ศาลยุติธรรมที่ได้ตัดสินมาว่าในยุคที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ มีผลสถิติในทางคดี ในการจับกุม ในการปราบปรามมากกว่ารัฐบาลชุดใด ๆ แต่ว่า การแพร่ระบาดก็ยังมีอยู่ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ท่านพอที่จะให้คํายืนยันต่อรัฐสภาแห่งนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้หรือไม่ว่านับจากนี้ไปท่านจะต้องล้างยาเสพติดให้สิ้นซาก ท่านจะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นรูปธรรมแล้วก็นับจากนี้ไปกระบวนการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะต้องถูกทลายล้างโดยรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมจาก ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผมขอตอบคําถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นคร มาฉิม ในหนังสือที่ผมถืออยู่นี้ครับท่านประธานเป็นคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๓๐๖/๒๕๕๓ ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็งชนะยาเสพติดยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๓ เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้วว่า รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการเอาชนะยาเสพติดชัดเจน และได้ ดําเนินการมาในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาอย่างแข็งขัน แต่ว่าโชคไม่ดี มันเป็นช่วงสมัยที่บ้านเมือง มีภาวะวุ่นวาย กําลังเจ้าหน้าที่ของเราก็ต้องเอาไปใช้ในการแก้ไขปัญหารักษาความสงบ ของบ้านเมือง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านยืนยันชัดเจนครับว่าท่านจะต้องผลักดันให้การ แก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผล ให้พี่น้องประชาชนได้มีความสบายใจว่าลูกหลานของตัวเอง ได้รอดพ้นจากภัยของยาเสพติด จึงได้มีคําสั่งที่ ๓๐๖/๒๕๕๓ ที่ผมกราบเรียนแล้ว แล้วก็ได้ กําชับให้ผมและผู้ที่รับหน้าที่ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดไปปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพ ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องทําหน้าที่ตามยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน แล้วก็ ๒ โครงการ สําคัญ ๆ ที่ว่า ไปบูรณาการกําลังในการดําเนินการ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นคร มาฉิม ได้เสนอแนะนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับต้องถือว่า การปราบปรามการป้องกันยาเสพติดต้องเป็นวาระของชาติ ในขณะนี้ผมก็ได้ดําเนินการ อย่างนั้นครับ ผมได้ประชุมเจ้าหน้าที่ตํารวจตั้งแต่ระดับผู้บังคับการจังหวัด คือหัวหน้าตํารวจ จังหวัดทุกจังหวัดขึ้นมาจนถึงผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคําสั่งที่ ๓๐๖/๒๕๕๓ แล้วก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม ในการจับกุมผู้ค้า เดิมจะสนใจเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่ รายสําคัญ เที่ยวนี้รายเล็กรายน้อยจับหมดครับ เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ปฏิบัติตาม คําสั่งนี้โดยเข้าไปปิดล้อมชุมชนแต่ละชุมชนที่เป็นพื้นที่ที่เราหาข่าวมาแล้วว่ามีการแพร่ ระบาดของยาเสพติด จับคนขายเล็กน้อย ๓ เม็ด ๕ เม็ด ๑๐ เม็ดนะครับ ไปจนถึงรายใหญ่ แล้วก็เอาผู้ที่ติดยาเข้าไปบําบัดรักษา เป้าหมายสําคัญก็คือว่า ลดความต้องการ ลดดีมานด์ (Demand) ของยาลงทันทีทันใด การปฏิบัติการอย่างนี้ทําพร้อมกัน ทั่วประเทศครับ เฉพาะในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นย่านที่มีการเผยแพร่ยาเสพติดมากที่สุด เป็นตลาดใหญ่ของยาเสพติด ในเดือนที่แล้วครับ ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคม มาจนถึงวันที่ ๒๑ มกราคม จับกุมไปได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าคดี แล้วก็เราจะทําต่อไป ที่น่าเสียดาย ก็คือว่าตอนนี้เอากําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจมาดูแลรัฐสภา มาดูแลทําเนียบรัฐบาล มีกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ผมก็ได้เชิญผู้บัญชาการตํารวจนครบาลมาพบว่าอย่างไรก็ต้องไม่ให้ไปเสียหลักกับการ ทํางานหน้าที่ปกติที่มอบหมายตามนโยบายของรัฐบาลคือเรื่องของการป้องกันปราบปรามยา เสพติดและลดอาชญากรรม

สําหรับโรงเรียน สถานศึกษา ชุมชนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นคร มาฉิม ได้แสดงความเป็นห่วงนั้นผมจะไปเคี่ยวเข็ญกําหนดให้เจ้าของสถานที่ทั้งหลาย ผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ผู้อํานวยการโรงเรียน ครูใหญ่จะต้องทําให้โรงเรียนเป็นรั้วที่แข็งแรงให้นักเรียนทุกคน ได้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติดต่อไปครับ นอกจากนั้นครับเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ทาง กอ.รมน. ทางกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและตัวผมเอง ได้จัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศที่ทําเนียบรัฐบาลแล้วก็ได้พูดจา ซักซ้อมอธิบายให้ฟังถึงคําสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๓๐๖/๒๕๕๓ แล้วให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดได้ไปเพิ่มความเข้มข้นในการดําเนินการปราบปรามยาเสพติด ในการป้องกันยา เสพติด แล้วก็ต้องรายงานผลทุกเดือน ต่อไปนี้การรายงานผลการปฏิบัติการในการแก้ไข ปัญหายาเสพติดจะนําเสนอต่อสาธารณชนทุกเดือนครับ

เรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นห่วง คือเรื่องนักโทษที่อยู่ในเรือนจําต่าง ๆ และยังค้ายาเสพติด อันนั้นเป็นเรื่องจริงเลยครับแล้วก็เป็นปัญหามาก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการแก้ไขปัญหานี้ไล่ไปทีละเรือนจํา ในขณะนี้เรือนจําที่จังหวัด ราชบุรีที่เป็นที่ที่เรามีนักโทษยาเสพติดมากที่สุด ได้ติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ไม่ให้ สามารถที่จะติดต่อสั่งซื้อขายยาเสพติดได้เหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้อีกแล้วครับ นี่ก็พยายามจะ แก้ไขกันอยู่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๔๕๕ เรื่อง ปัญหาความต้องการใช้ไฟฟ้า ที่เพิ่มสูงขึ้นและการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ (นางอานิก อัมระนันทน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน เป็นผู้ตอบ ได้รับหนังสือจากหัวหน้าสํานักงาน สํานักงานรัฐมนตรี และที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานติดภารกิจไม่สามารถที่จะตอบ กระทู้ถามในวันนี้ได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ จึงแจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถามทราบ เลื่อนไปนะครับ

กระทู้ถาม ๑.๑.๓ ที่ ๔๕๖ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาลําไย ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ของรัฐบาล (นายสถาพร มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้ เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่กระทู้ถามของผมได้รับการบรรจุเข้ามาทันเวลา เพราะปกตินั้นกระทู้ถาม ทั่วไปกว่าจะได้ตอบก็โน่นละครับสิ้นสุดฤดูกาล หรือไม่ก็ไม่ทันเหตุการณ์จนเหตุการณ์ ล่วงเลยไป ผมต้องขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้เล็งเห็นความสําคัญของกระทู้ถามลูกชาวบ้าน หลานชาวนาอย่างพวกเราที่ต้องการใช้เวทีสภาแห่งนี้ในการขับเคลื่อน ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมเองนั้นจะต้องตั้งกระทู้ถามทุกปีด้วยความห่วงใย เนื่องจากจังหวัดลําพูนของ กระผมนั้นมีพี่น้องประชาชนเป็นเกษตรกรผู้ปลูกลําไยเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชาชน ในเขตเกษตรของจังหวัดลําพูนรวมทั้งภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด พืชลําไยนั้นเป็นที่ทราบดีว่าเป็น พืชที่มีคุณประโยชน์มีคุณค่าทางอาหาร และขึ้นได้ดีในเขตจังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดลําพูน ดังนั้นการปลูกพืชของจังหวัด ลําพูนนั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่จึงเป็นเรื่องของลําไยเสียเป็นส่วนมาก พี่น้องเกษตรกรของ กระผมนั้นบางทีก็น้อยใจ บางทีก็อดหวั่นไหวไม่ได้ว่าเขาจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปปลูก ยางพารากันแล้ว ทั้ง ๆ ที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นเป็นจิตวิญญาณ เป็นความต้องการ เป็นความ ฝันของพี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือ และมีทักษะในการที่ได้พัฒนาในวิชาชีพเรื่องลําไย มายาวนาน ลําไยนั้นประวัติศาสตร์มีมายาวนานมาก ต้นตระกูลของลําไยจริง ๆ นั้นอยู่ที่ ประเทศจีน ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้รับพระราชทานมาจากพ่อค้าจีน แล้วก็นํามาเผยแพร่ ให้กับเจ้าดารารัศมี เอามาทดลองปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจของ พี่น้องในภาคเหนือทั้งหมด ซึ่งมีประวัติศาสตร์ ๑๐๐ กว่าปี แต่เนื่องจากว่าทุกปีที่มีปัญหานั้น วันนี้ปัญหาที่เราวิตกกังวลกันก็คือว่ามันมีกลุ่มพ่อค้าคนจีนมาลงทุนในจังหวัดลําพูน จังหวัด เชียงใหม่มากมายเหลือเกิน วันนี้ลําไยค้างปีของปี ๒๕๕๓ ลําไยอบแห้งก็ยังค้างสต็อก (Stock) อยู่ ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้ เสมือนหนึ่งว่าจะมีการวางแผนในการที่จะ ดําเนินการในการทําให้ตลาดลําไยวุ่นวาย ในปี ๒๕๕๔ ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน รัฐมนตรีที่ให้ อ.ต.ก. อคส. เข้าไปดูแล และให้ ธ.ก.ส. เข้าไปดูแลในเรื่องของการที่จะเข้ามา ดูแลในเรื่องของเงินทุนและเรื่องของการจํานําโดยใช้ลําไยในการจํานําเพื่อที่จะระบายลําไย อบแห้ง อบเปลือกของปี ๒๕๕๓ ซึ่งค้างสต็อกอยู่นั้นให้ออกไปจากระบบเพื่อที่จะได้ไม่มี ข้ออ้างของกลุ่มพ่อค้าจีนในปี ๒๕๕๔ ที่จะอ้างว่าลําไยปี ๒๕๕๓ มาปลอมปน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีฝากด้วยครับ ช่วยติดตามและช่วยอนุมัติโดยเร่งด่วนเพื่อที่จะระบาย ลําไยตัวนี้ออกไปก่อนที่ฤดูกาลลําไยปี ๒๕๕๔ จะมาถึง ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีครับ ขณะนี้ลําไยกําลังออกดอก เชื่อว่าปี ๒๕๕๔ นั้นในสภาวะอากาศที่หนาวพอดี กับลําไยจะออกดอกนั้นน่าที่จะมีผลผลิตที่มีจํานวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๕๓ นั้นผลผลิต ลําไยไม่เยอะครับ แต่ปริมาณความต้องการของตลาดมีมากขึ้น มีการเปิดตลาดที่ประเทศ เวียดนาม มีการเปิดตลาดใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายประเทศ ก็ทําให้มีความต้องการปริมาณ ลําไยสดและลําไยอบเนื้อสีทอง และลําไยอบแห้งมีพอสมควร แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ก็ยังมี สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายครับ ซึ่งเป็นการที่จะทําให้ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลในการที่จะดูแล เกษตรทั้งหมด ซึ่งผมเองนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีใจครับที่ได้ยื่นกระทู้ถาม วันนี้เป็นการตั้งกระทู้ ในการแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นข้อมูลในการส่งสัญญาณไปยังพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลําไย ในภาคเหนือว่ารัฐบาลมีแผนอย่างไร ผมจึงขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าแผนของปี ๒๕๕๔ ในการที่จะดูแลเรื่องพืชเศรษฐกิจของ ภาคเหนือคือลําไยนั้น ทางรัฐบาลได้เตรียมการแค่ไหน อย่างไร ผมอยากได้รับคําตอบครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับอาจารย์ และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนตันตรารักษ์ ตําบลบางละมุง อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้สภากําลังดําเนินการให้สมาชิกตั้งกระทู้ถาม รัฐบาลอยู่ จึงขอต้อนรับท่านด้วยความยินดีนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตอบกระทู้ถามครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาลําไย ปี ๒๕๕๔ ของรัฐบาล ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลําพูน ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านสถาพร มณีรัตน์ ได้สอบถามเรื่องนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสถาพร เป็นอย่างยิ่งนะครับที่ท่านให้ความสนใจและเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวสวนที่ปลูกลําไยอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าลําไย นั้น มีพี่น้องเกษตรกรของเราที่อยู่ในกระบวนการปลูกลําไยนี้ประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน มีทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราหันมามองในภาคเหนือเองมีพี่น้องเกษตรกรที่ปลูก ลําไยถึง ๒๑๐,๐๐๐ ครัวเรือน พื้นที่ปลูกลําไยก็อยู่ที่ประมาณ ๙๕๐,๐๐๐ ไร่เศษนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือนั้น ๑๗ จังหวัดตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ปลูกมากที่สุดก็คือที่จังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลําพูน ซึ่งมีผลผลิตออกมาเป็นจํานวนมาก สําหรับสถานการณ์ในปี ๒๕๕๔ นั้นผมอนุญาตกราบเรียนว่าตามที่เราได้พยายามประมาณ การข้อมูลเบื้องต้นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสํานักเศรษฐกิจการเกษตรก็ประมาณการว่าปีนี้ลําไยทั้ง ประเทศก็จะมีอยู่ที่ประมาณ ๕๘๔,๐๐๐ ตัน ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วก็คือประมาณ ๕๒๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งก็เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเมื่อปีที่แล้วสภาพอากาศแปรปรวน สําหรับ ปีนี้นั้นสภาพอากาศค่อนข้างที่จะเอื้ออํานวย เพราะคาดว่าผลผลิตก็จะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ซึ่งขณะนี้จากที่กรมส่งเสริมการเกษตรและสํานักเศรษฐกิจการเกษตรได้ลง ไปติดตามสถานการณ์ก็เห็นว่าขณะนี้ลําไยเพิ่งแตกดอกออกมาไม่มากนัก ประมาณร้อยละ ๒๐ และถ้าเทียบกับปกติแล้วจากที่พี่น้องเกษตรกรราดสารลงไปแล้วลําไยน่าจะออกดอกได้ มากกว่านี้นะครับ แต่เนื่องจากว่าปีนี้อากาศหนาวค่อนข้างที่จะยาว ซึ่งปกติแล้วถ้าอากาศต่ํา กว่า ๑๓-๑๕ องศาเซลเซียส ถ้าหนาวอยู่สักประมาณ ๑๔-๑๕ วันก็จะเป็นผลดีลําไยก็จะ ออกดอก แต่ปีนี้หน้าหนาวนี่ค่อนข้างจะยาว เพราะฉะนั้นการคาดการณ์ตรงนี้ก็อาจจะ เปลี่ยนแปลงตัวเลขได้บ้างเล็กน้อยนะครับว่าจะอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า รัฐบาลเองเราก็มีความห่วงใยในเรื่องสินค้าลําไยนี้ เป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ได้มีการเตรียมการไว้ตั้งแต่ต้น โดยคณะกรรมการ พัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ซึ่งตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีตัวกระผมเอง ทําหน้าที่เป็นประธานอยู่นั้น เราก็ได้มองว่าการแก้ไขปัญหาในเรื่องผลไม้ เราจะมองตั้งแต่ต้น น้ําจนถึงปลายน้ํา ซึ่งเราก็ให้หลักการโดยยึดหลักการว่าในการแก้ไขปัญหานั้น อยากให้ จังหวัดซึ่งอยู่ใกล้ชิดเป็นแกนหลักในการจัดทําแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ของจังหวัด หน่วยงานส่วนกลางเราจะเป็นหน่วยสนับสนุนโดยให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา เกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตรระดับจังหวัดเป็นกลไกหลัก ทําหน้าที่ในการ บริหารจัดการและป้องกันในการแก้ไขปัญหาของผลไม้ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องการให้ ตัวเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมมาในการทําแผนอย่างจริงจัง นะครับ

ประการที่ ๒ จะไม่แทรกแซงราคา อยากให้กลไกของตลาดของเขาทํางาน เป็นไปตามปกติอย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๓ เราเน้นในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิต ผลไม้ที่มีคุณภาพดี

ประการที่ ๔ เน้นกระจายผลไม้สดคุณภาพดีออกจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค อย่างรวดเร็ว ที่สําคัญที่สุดปีนี้ที่เราทําก็คือว่า กําหนดปฏิทินการทํางานไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้ ทุกฝ่ายได้ดําเนินการตามกรอบที่เราคิดว่าเราวางไว้ในการแก้ไขปัญหา ผมขอยกตัวอย่างเช่นในกรอบการทํางานนั้นเรามองว่าขณะนี้ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ เราก็จะไปประเมินผลผลิตให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ในการทําแผนป้องกันแก้ไขปัญหา ผลไม้ในระดับจังหวัดนั้นนะครับ ตั้งแต่การทําแผนปรับปรุงคุณภาพอันนี้ทํามาให้เราเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนป้องกันแก้ไขปัญหาและตลาดเรากําหนดไว้ชัดเจนว่าวันที่ ๓๐ เมษายนนี้ต้องทํามาให้เสร็จแล้วก็นํามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผลไม้ให้เสร็จ ภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ แล้วก็ส่งเรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่จังหวัดแก้ไขเหล่านี้นะครับไปขอ อนุมัติการใช้เงินจาก คชก. ต้องให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ มิถุนายน หมายความว่า ๑ มิถุนายน ควรจะได้เม็ดเงินเพื่อจะไปแก้ไขปัญหา เพราะว่าลําไยเราทราบแล้วว่าเขาจะเริ่มมีปริมาณ ออกจํานวนมากตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ฉะนั้นมาตรการ ที่เราจะดําเนินการในปี ๒๕๕๔ นั้นที่ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่าเราจะมองตั้งแต่ต้นน้ําจน ปลายน้ําคือมองใน ๒ มิติ มิติแรกก็คือเราจะพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ในมิติที่ ๒ ก็คือ แก้ไขปัญหาในเรื่องของการตลาด เพราะฉะนั้นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของลําไยนั้นก็ เพื่อเป็นการเพิ่มให้ลําไยมีคุณภาพดี ผมยกตัวอย่างเช่น เราส่งเสริมให้มีการตัดแต่งช่อดอกผล การจัดการปุ๋ย น้ํา และการป้องกันศัตรูพืชในระยะที่ออกดอกออกผลนะครับ แล้วก็เรื่องการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการให้การสนับสนุนการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวให้แก่สถาบัน เกษตรกรเพื่อที่จะรักษาคุณภาพให้คงความสดของผลผลิตจนถึงมือผู้บริโภคโดยทําเป็นแปลง สาธิตเพื่อให้เกษตรกรได้ดูด้วย

ในเรื่องของสนับสนุนเงินกู้เพื่อชดเชยดอกเบี้ยในไม่เกินร้อยละ ๕ ของ วงเงินกู้รายละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทเพื่อให้เกษตรกรนําไปพัฒนาคุณภาพผลผลิต แล้วก็ สนับสนุนในเรื่องของการทําสติกเกอร์ (Sticker) รับรองผลผลิตตลอดจนรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ลําไยคุณภาพดีนั้นนะครับ ส่วนมาตรการทางด้านแก้ไขปัญหาทางด้าน การตลาดลําไยนั้นเพื่อให้บริหารจัดการผลผลิตช่วงที่กระจุกตัว โดยกําหนดเป็นประมาณ ๕ มาตรการ คือการเร่งกระจายผลผลิตภายในประเทศ ตรงนี้เราก็สนับสนุนดอกเบี้ยให้กับ เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนและเป็นผู้รับซื้อกระจายผลผลิตออกนอก แหล่ง ซึ่งการชดเชยดอกเบี้ยตรงนี้ก็ไม่เกินร้อยละ ๓

ในเรื่องของการแปรรูปนั้นก็ส่งเสริมให้มีการแปรรูปโดยสนับสนุนชดเชย ดอกเบี้ยให้กับสถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการเช่นเดียวกันนะครับ ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๓

แล้วก็ในเรื่องของการผลักดันการส่งออกก็สนับสนุนในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการตรวจวิเคราะห์หรือค่าธรรมเนียมภาษีศุลกากร ส่วนการส่งเสริมการบริโภค ภายในประเทศนั้นเราก็จะได้มีการประชาสัมพันธ์ร่วมกับในต่างประเทศ ได้มีการ ประชาสัมพันธ์ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนในเรื่องของส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ ในตลาดใหม่ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้นนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในความก้าวหน้าในเรื่อง ของการดําเนินการนั้น ในเรื่องของโครงการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการผลิตลําไย ซึ่งขณะนี้ได้ทําเป็นโครงการเรียบร้อยแล้วอยู่ในระหว่างที่จะนําเสนอ คชก. เพื่อที่จะขอ งบประมาณไปจัดการในเรื่องของต้นน้ําตามที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่

สําหรับในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในตลาดลําไยนั้นซึ่งขณะนี้เราได้แจ้ง จังหวัดทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องแล้วนะครับเพื่อที่จะทําแผนและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งจะ บูรณาการกันนะครับในการทําแผนเนื่องจากว่าให้จังหวัดเป็นผู้ที่จะดูแลเรื่องนี้ร่วมกับ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วก็คณะทํางานที่ผมได้กราบเรียนว่าเราจะไปประชุมกันในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์นี้เพื่อที่จะประเมินผลผลิตอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเตรียมการร่วมมือในการจัดทําแผน บูรณาการในระดับจังหวัด ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ถามครั้งที่ ๒ ครับเชิญ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ คุณธีระ วงศ์สมุทร ที่เคารพ ตามที่ท่านได้อธิบายความ เรื่องของแผนในการที่จะจัดการผลไม้ลําไย โดยจะให้มีการเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ แล้วก็ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน เพื่อจะดําเนินการในการหาแหล่งทุนแล้วก็ให้เกษตรกร นั้นอุ่นใจ โดยใช้งบ คชก. ท่านประธานครับ ผมเองอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่ แล้วเรียกผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเจ้าของโรงอบลําไย ซึ่งเป็นโรงอบไอน้ําขนาดใหญ่ ในจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่ให้มาตกลงกติกากันเรียบร้อย ข้อเท็จจริงก็คือว่า คนกลุ่มนี้ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนต่างชาติ คือเป็นคนจีนที่มาหาทําธุรกิจในประเทศไทย แล้วพอถึงเวลาในฤดูกาลลําไยออกปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ตั้งสมาคมครับ เรียก สมาคมไทย-จีน หรือสมาคมผู้ประกอบผลิตผลเตาอบไอน้ําอะไรก็แล้วแต่ แล้วใช้สมาคมเหล่านี้เป็นผู้กําหนด ราคา เช่น เช้ามาจะซื้อกิโลละ ๑๐ บาท แล้วเกษตรกรก็เห็นว่า ๑๐ บาทก็เฮโลสาระพาขึ้น เอาลําไยลงมา ปรากฏว่าพอสักบ่ายสองโมงสมาคมผู้ประกอบการเตาอบลําไยจังหวัด เชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ลดลงเหลือ ๗ บาทครับ นี่คือบรรยากาศในสถานการณ์จริงครับที่อยู่ ในพื้นที่ ลําไยนี้เก็บค้างคืนไม่ได้ครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เก็บค้างคืนมัน เน่าแล้วไม่อร่อย แล้วก็กลายเป็นลําไยที่จะเน่าครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลงจากต้นแล้วต้องรีบ ขายครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นช่องว่างที่จะทําให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะ เป็นคนจีนนี่ละครับ มาแต่งงานกับคนไทย จดทะเบียน ไม่จดทะเบียนไม่รู้ แต่ปรากฏว่ารวม หัวกันแล้วก็กดราคา นี่เป็นข้อสังเกตประการที่ ๑

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ การให้เงิน คชก. ขอให้เที่ยงธรรม เพราะบางครั้งกลุ่มเกษตรกรไร้กลุ่มเข้าถึงไม่ได้ ปรากฏว่ามันจะมี สหกรณ์ซึ่งจะมีเป็นสหกรณ์แต่ในนาม เป็นสหกรณ์พวกปล่อยเงินกู้ เป็นสหกรณ์ที่ประกอบ ธุรกิจใหญ่โตมโหฬาร แล้วก็มีสมาชิกรวบรวม ปรากฏว่าสหกรณ์พวกนี้นั้นได้เงินไปเยอะครับ แต่ชาวสวนจริง ๆ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรที่ในการกระจายเรื่องเงินในการที่ คชก. เพราะถือว่าเงิน คชก. นั้นเป็นเงินของเกษตรกรทุกคน ซึ่งเรากําลังจะมีกฎหมาย กองทุนเพื่อ คชก. นี่ละครับ กองทุนเกษตรกรที่กําลังถกเถียงกันอยู่ในการเข้ามาคุมเงินก้อนนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยกําชับว่าต่อไปนี้สหกรณ์ไหนที่ประกอบการจริง ๆ มีสมาชิกจริง ๆ แล้วก็ ไม่มีเรื่องของการตกแต่งตัวเลขก็ขอได้โปรดให้เขาเป็นเจ้าแรก ส่วนเรื่องของการแปรรูป ลําไยอบเนื้อสีทอง ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีมาก แต่ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เคารพครับ บางอย่างรัฐเองไม่อิโหน่อิเหน่อะไรหรอกครับ พอเห็นว่าเขากําลังดี ๆ อยู่ก็เอาเงินไป เอาเงินไปเอาไปสร้างเตาคุณภาพดีบ้างไม่ดีบ้างก็จะกลายเป็นปัญหาเกิดขึ้น ในอนาคต กระผมเองไม่อยากจะให้รัฐเข้าไปแทรกแซงส่วนนี้ เขาเติบโตด้วยภูมิปัญญาของ เขาเอง รัฐมีหน้าที่ในการแสวงหาตลาดและหาทุนให้เขาพอแล้ว การที่เอาเตาอบรีบเอาไป ขยาย ๆ ลําไยอบเนื้อสีทอง ถ้าคุณภาพไม่ดีมันก็จะทําลายภาพรวมของลําไยอบเนื้อสีทอง เพราะเตาบางเตามันเป็นอบเนื้อสีดําครับ มันไม่เป็นสีทอง ก็กลายเป็นว่าลําไยที่คุณภาพดี ๆ อยู่ เมื่อมันเป็นสีดําเขาก็เอาไปต้มกลายเป็นว่าลดเกรดลําไยอบเนื้อสีทองเราอีก ตลาดก็ปั่นป่วน อีกก็เป็นช่องเป็นทางที่ทําให้พ่อค้าคนกลางกดราคาอีก ซึ่งการจะอุดหนุน หรือจะซับซิไดซ์ (Subsidize) สิ่งใดนั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีได้โปรดกําชับลูกน้อง ได้โปรดว่าให้ดู คุณภาพเขาด้วยและอย่าไปแทรกแซง อันไหนที่เขาเข้มแข็งเราหาตลาดให้เขา หาทุนให้เขา หาตลาดให้เขา ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ไปประมูลอะไรกันนั้นอย่าไปยุ่งกับเขา ตรงนั้นเป็น เรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้านเขา อันนี้เป็นเรื่องของการตั้งข้อสังเกต สิ่งที่ผมเองนั้น อย่างน้อยท่านรัฐมนตรีครับ ได้เรียก ประชุมกลุ่มผู้ประกอบการชาวสวนด้วยจะได้ให้เขารู้ว่าต่อไปนี้มาตรการอย่างไร เรื่องคุณภาพสินค้าเราจะมีตลาดที่ไหน อย่างไร และการกระจายสินค้าที่จะให้รวดเร็วทันใจ พี่น้องผู้ปลูกลําไยนั้นจะทําอย่างไร ผมเองได้ตั้งข้อสังเกตและอยากจะได้รับคําตอบว่า ทําอย่างไร ที่จะไม่ให้กลุ่มพ่อค้าคนจีนไปกดราคาพี่น้องเกษตรกรชาวสวน ทําอย่างไรที่จะทํา ให้การช่วยเหลือเกษตรกรให้เกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่ให้นายหน้าในการแสวงหาเงิน คชก. แล้วไปกระจัดกระจายกัน สุดท้ายก็กลายเป็นว่ามีการทุจริตเชิงนโยบายกันอีกก็จะทําให้ ซ้ําเติมเกษตรกรผู้ปลูกลําไยในภาคเหนือตอนบนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคําถามต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ ในประเด็นนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการบริหารจัดการนั้น ซึ่งผม ได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นว่าเรามอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด หรือ คพจ. นะครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ มี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีทางพาณิชย์จังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อจะกํากับ ดูแลต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่ข้อห่วงใยของท่านเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะได้แจ้งแล้วก็ ไปเป็นกรรมการ นอกจากนั้นแล้วผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในคณะกรรมการพัฒนาบริหาร จัดการผลไม้นั้นเราได้แบ่งกลุ่มอนุกรรมการเพื่อจะแก้ไขปัญหาแต่ละด้าน โดยแต่ละภาค เราก็มีการตั้งอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ในภาคเหนือ ซึ่งตรงนี้มอบให้ รองปลัดเป็นประธาน ซึ่งอนุกรรมการชุดนี้นะครับก็จะไปติดตามกํากับและผมจะนํา ข้อสังเกตและข้อห่วงใยที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ไปเพื่อให้กรรมการชุดนี้แก้ไขนะครับ ตรงนี้เอง ผมอยากกราบเรียนว่าต้องขอขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งได้เชิญทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มาปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ แล้วเราก็ได้รับคําแนะนําจาก คณะกรรมาธิการว่าเพื่อให้มีการโปร่งใส เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ขอให้ตั้ง ผู้แทนเกษตรกรเข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมาธิการชุดนี้ด้วยได้ไหม ซึ่งเรื่องนี้ผมก็รับไปแล้ว ก็ได้ปฏิบัติแล้วนะครับแล้วเราตั้งตัวแทนเกษตรกรเข้ามาโดยให้มีการคัดเลือกเกษตรกรที่จะ เป็นตัวแทนเกษตรกร ที่แท้จริงมาร่วมเป็นอนุกรรมการต่าง ๆ เพื่อเขาจะได้วางแผน เพื่อเขาจะได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เขาพบเขาเห็น อย่างน้อยที่สุดเขาจะได้นําข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปบอกล่าวให้กับตัวเกษตรกรด้วยนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดลําพูนอีกครั้งนะครับ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ที่ท่านมีความห่วงใยต่อพี่น้อง ชาวสวนลําไยนะครับ ไม่ว่าในภาคเหนือหรือ ภาคไหนนะครับ แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าข้อสังเกตต่าง ๆ ของท่านผมจะรับไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังติดใจอยู่หรือครับ ก็เชิญครั้งที่ ๓ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะได้ดําเนินการในกิจกรรมเกี่ยวกับพืชผลเกษตร โดยเฉพาะลําไยในปี ๒๕๕๔ ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่ท่านพูดแล้วนั้นผมเชื่อมั่นว่าเกษตรกรก็คงจะ ผ่อนคลายความวิตกกังวลและนําไปเป็นขวัญกําลังใจในการที่จะบํารุงรักษาลําไยให้ลูกโต ๆ ลูกใหญ่ ๆ เพื่อจะได้ราคาดี ๆ สมกับที่ท่านได้วางแผนไว้ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผม นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ห้วงเวลานี้นั้นเป็นห้วงเวลาของผลไม้ ในฤดูกาลกําลังจะออก ก็อยากจะให้ท่านช่วยมีนโยบายกระชับให้กับลูกน้องของท่าน โดยเฉพาะเกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ เกษตรตําบล ได้นําเอาคําอธิบายความทําแผนต่าง ๆ เหล่านี้แจ้งให้กับพี่น้องเกษตรกรและจะทําให้พี่น้องเกษตรกรได้มีความหวังว่า รัฐไม่ได้ ทอดทิ้งพวกเขา อย่างน้อยก็ยังมีแผนที่จะรองรับ โดยเฉพาะแผนในเรื่องของการเข้าถึง แหล่งทุน โดยเฉพาะเรื่องของการวางแผนไว้ว่า วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ แผนทั้งหมดจะสําเร็จ เมื่อแผนวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สําเร็จแล้ว ท่านได้โปรดแจ้งให้กับเกษตรกร แล้วแผนเงิน แผนงาน แผนคน จะเสร็จสิ้นทั้งหมดในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ ซึ่งถือว่าเป็น ช่วงที่ลําไยใกล้จะออก ลําไยจริง ๆ นั้นจะออกประมาณวันที่ ๒๐ กรกฎาคม เป็นต้นไป แล้ว จะเพ็ค (peck) สูงสุดประมาณสิ้นเดือนหรือกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเราได้ มีการวางแผนงาน วางแผนเงิน วางแผนคนให้เรียบร้อย มีระบบในการจัดสรรตลาดให้ เรียบร้อย ผมเชื่อว่าการเอาลําไยออกจากสวนออกจากไร่ของพี่น้องเกษตรกรจะเป็นไปโดย รวดเร็ว แล้วจะได้ตัดตอนกลุ่มที่เป็นกลุ่มพ่อค้าคนจีนที่พยายามจ้องจังหวะฉกฉวยโอกาส ในการที่จะกดราคาของเกษตรกรให้ท่านไป เพราะฉะนั้นในโอกาสที่ผมเองได้ตั้งกระทู้ถาม ทั่วไป ด้วยความห่วงใยแล้วก็ขอขอบคุณทางท่านประธานสภา ขอขอบคุณทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความเป็นสาระกับพี่น้องเกษตรกรจังหวัด ลําพูน รวมทั้งทางภาคเหนือ เพื่อที่จะได้ดําเนินการในการสร้างสรรค์ฐานะครอบครัว ในอนาคตต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องตอบกระมังครับ ฝากครับ ก็ถือว่ากระทู้ถามทั่วไป ๓ กระทู้ได้จบลงแล้วนะครับ

๑.๒ กระทู้ถามสด

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๔ เรื่อง ส. ระบบโทรศัพท์ ๓ จี (3G) (นายประเกียรติ นาสิมมา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นผู้ตอบ

เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ เรียนให้ทราบนะครับ ดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ ครับ กระทู้ถาม ๓ กระทู้ถาม กระทู้ถามละ ๒๐ นาทีนะครับ ช่วยกรุณาแบ่งเวลา ผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญถามครับ เจ้าหน้าที่ตั้งเวลาด้วย

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณท่านประธาน กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอถาม กระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสด คือเรื่องคลื่นโทรศัพท์เป็นเรื่องสําคัญเป็นทรัพยากรของชาติ ซึ่งจะใช้สําหรับการสื่อสารของ ชาติ และคลื่นก็ถูกกฎหมายกําหนดว่าเป็นทรัพยากรของชาติ อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่ได้ สัมปทานคลื่น ผู้นั้นก็จะเป็นมหาเศรษฐีขึ้นในทันที เพราะคลื่นความถี่ที่ใช้กับการสื่อสารนี้ เป็นคลื่นที่ทําให้หลายคนร่ํารวยขึ้นมาอย่างกะทันหัน ที่นี้ในเรื่อง ๓ จี ที่มีปัญหาอยู่ก็เริ่ม ตั้งแต่การที่ประมูลแล้วก็ในที่สุดศาลปกครองก็สั่งให้ยุติการประมูลไปเสียก่อน เนื่องจากมี การประมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือเรื่อง ๓ จี มันเป็นเทคโนโลยีอันหนึ่งซึ่งสูงขึ้นมากกว่า ๑ จี (1G) ๒ จี (2G) แล้วก็เป็น ๓ จี ๒ จี พัฒนาไปเสร็จแล้ว แต่ ๓ จี ยังไม่เริ่มต้น คือเริ่ม ทดลองใช้อย่างไม่เป็นเชิงพาณิชย์ แต่ตอนนี้ก็เกิดปัญหา ส่วนประเทศรอบบ้านของเราไป ๔ จี (4G) เทคโนโลยีของเรารู้สึกเดินทางช้า เพราะผลประโยชน์มันมหาศาล และก็มีข่าวสาร อยู่ทางหน้าหนังสือพิมพ์โดยทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีนี้ผมอยากจะลําดับให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องนี้สักหน่อย เดิมทีเดียวการบริหารคลื่นความถี่เป็นคณะกรรมการบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งเรียกว่า กบถ. เมื่อก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มากําหนดว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติให้ตั้งองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ขึ้นมาควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ ก่อนหน้านี้ก็ผู้ที่จะได้รับการจัดสรร คลื่นความถี่ ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญว่าด้วยคลื่นความถี่ กบถ. ก็จะจัดสรรคลื่นความถี่ให้ เฉพาะหน่วยงานราชการเท่านั้น หน่วยงานราชการหนึ่งที่ได้คลื่นความถี่ไปนั้นคือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย การสื่อสารแห่งประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องเกี่ยวกับโทรคมนาคม อีกส่วนหนึ่งก็คือไปรษณีย์ ส่วนที่เป็นโทรคมนาคมได้เปลี่ยน ชื่อใหม่หลังจากการไพรเวท ไทร์ (Private type) ออกไปเป็นบริษัทมหาชน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นกระทรวงการคลังถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังถือว่าเป็นหน่วยงานของรัฐเป็น รัฐวิสาหกิจอยู่ ชื่อใหม่ก็คือ กสท. โทรคมนาคม จํากัด มหาชน เรียกสั้น ๆ ว่าแคท (CAT) ก็แล้วกันจะได้ทําความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งแคทได้รับอนุญาตคลื่นความถี่ตั้งแต่สมัยที่มี คณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ควบคุมอยู่ ๒ คลื่น คลื่นแรกคือช่วง 850 ในช่วงนั้นเอามา ทําเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหญ่ ๆ ท่านทั้งหลายที่เคยใช้ก็คงจะจําได้ เครื่องละเป็นแสน สามารถที่จะถือไปโทรศัพท์ที่ไหนก็ได้โดยไม่มีสายอันนั้นเขาเรียกว่า ๑ จี สมัยนั้น และต่อมา ก็ได้รับอีกคลื่นหนึ่งช่วงหนึ่ง คลื่นความถี่แรก 850 มีทั้งหมด ๒๕ เมกกะวัตต์ แต่อันที่ ๒ ก็คือคลื่น 1800 มีทั้งหมด ๗๕ เมกกะวัตต์ อันนี้ก็คือแคทได้รับไป แคทก็เอาไปคล้าย ๆ เป็น ทําสัญญาร่วมลงทุนแบ่งให้ทางบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดีแทค (Detac) สมัยก่อนชื่อ ดีแทคหรือบริษัทอื่น ๆ ทรู (True) ในการใช้คลื่นพวกนี้เพื่อที่จะพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เป็นดิจิตอล (Digital) ครับพัฒนาขึ้นมาได้รับความนิยมอย่างสูงซึ่งพวกเราใช้อยู่ใน ปัจจุบันนี้ ความเสื่อมนิยมของอนาล็อก (Analog) ก็คือระบบ 850 ก็เสื่อมไป เมื่อเสื่อมไป เสื่อมความนิยมไป 850 ได้มอบหมายทางแคท ทรู แล้วก็ดีแทคได้มอบให้ทางทรู บริษัท ทรูมูฟ (True Move) ในเครือข่ายของซีพี (CP) เอาไปพัฒนาระบบ ๓ จี อย่างไม่เป็นเชิง พาณิชย์ ในการให้ไปพัฒนาระบบ ๓ จี อย่างไม่เชิงพาณิชย์ได้จํากัดพื้นที่และอุปกรณ์ไว้ด้วย ที่เริ่มทําเข้าใจว่าประมาณต้นปีหรือในช่วงปี ๒๕๐๐ นี้เองนะครับเอาไปพัฒนา แล้วก็มีการ โหมโฆษณาด้วยว่าเป็นการเริ่มทํา ๓ จี โดยบริษัททรูมูฟเรียกสั้น ๆ ว่า ทรู ก็แล้วกัน ทีนี้ ต่อมาก็ปรากฏว่าบริษัททรูได้ทําผิดเงื่อนไขของการให้ใช้อย่างไม่เป็นเชิงพาณิชย์ก็คือเป็นเชิง การค้า เมื่อทําเป็นเชิงการค้าก็มีการขยายพื้นที่และมีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาแคทจึงได้มีการได้ลงมติ คณะกรรมการได้ลงมติให้ยกเลิก ให้ทรูมูฟยกเลิก นี่ยกเลิกและให้ถอนอุปกรณ์ไปด้วย เมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงให้ดําเนินคดีอาญา จึงให้ดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ด้วย ตรงนี้ยังไม่ชัดเจน ทรูมูฟไม่ได้หยุด ทรูมูฟยังโหมโฆษณาต่อมาว่าเป็นผู้พัฒนา ๓ จี คนแรกของประเทศไทย และสามารถที่จะได้ใช้ทั่วถึงในประเทศนี้ ผมจึงมีคําถามแรกครับว่าเมื่อท่านรัฐมนตรี เมื่อรัฐบาลนี้ขึ้นมาท่านรัฐมนตรี ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องทรูมูฟอย่างไร ที่ให้ดําเนินคดีกับทรูมูฟและเพิกถอนอุปกรณ์ออกมา เพราะปรากฏว่ายังไม่มีการเพิกถอน แต่กลับพัฒนามากขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนถามเป็นคําถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลาไป ๘ นาที ๔๘ วินาทีครับ เชิญตอบครับท่านรัฐมนตรี

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาต ตอบกระทู้ถามที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในคําถามของท่านที่ท่านอธิบายมานี่นะครับ คําถามอันแรกที่อยู่ในกระดาษก็คือว่า ท่านมีประสงค์จะกระทู้ถามสดจุดมุ่งหมายของ การพัฒนามาตรฐานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ จี แล้วก็ท่านก็บอกว่าเทคโนโลยีนั้น เดินทางช้าเพราะผลประโยชน์มหาศาลแล้วก็มีเรื่องถามของปัญหาของผู้ประกอบการ

ประเด็นแรกครับท่านประธานครับว่า จุดมุ่งหมายของการพัฒนา ๓ จี ระบบ ๓จี นั้น จริง ๆ แล้วเพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ดีขึ้นมีประโยชน์ มากขึ้น แล้วสําคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ปัจจัยเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน อินเตอร์เน็ต (Internet) นั้นเป็นปัจจัยที่สําคัญในการวัดการลงทุนและวัดขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนั้นแล้วนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ต้องการสร้างโอกาส ให้กับประชาชน โดยที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แล้วก็เมื่อนักเรียน หรือประชาชนนั้นมีความสะดวก ยกระดับด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร แล้วก็ด้าน การบริการภาครัฐโดยผ่านนโยบายบอร์ดแบรนด์ (Board band) แห่งชาติ ซึ่งระบบ ๓ จี นั้น คือหนึ่งในระบบของบอร์ดแบรนด์แห่งชาติ นอกจากนั้นแล้วการที่รัฐบาลมุ่งเร่งทํา ๓ จี นั้น ก็เพื่อลดช่องว่างดิจิตอล คือช่องว่างโอกาสในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน นอกจากนั้น แล้วเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผ่านมา เศรษฐกิจ เดินได้เพราะว่ามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีแล้วก็มีส่วนที่กระตุ้นให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพี (GDP) นั้นได้เพิ่มขึ้นจากการลงทุนนั้นด้วย

ประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดให้ความคุ้มครอง ๓ จี ในการประมูล คลื่นความถี่จากของ กทช. เพื่อนําไปใช้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ๓ จี นั้น รัฐบาลตกใจนะครับ เพราะว่ารัฐบาลสนับสนุนให้เกิดเต็มที่ ในวันนั้นต้องเรียนว่าเอกชน ทั้ง ๓ รายไม่เคยมีใครสนใจทีโอที (TOT) ไม่เคยมีใครสนใจ กสท. เพราะทุกคนมุ่งมั่นที่จะไป พัฒนาระบบ ๓ จี ประมูล ๓ จี ของตัวเองทั้งนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็หมายความว่า กสท. กับทีโอทีนั้นก็เหมือนกับนางงามแต่งตัวเก้อไม่มีใครมาขอ ไม่มีใครสนใจ แต่พอปัญหา เรื่องการประมูลนั้นมีสะดุดทุกคนหันมามองว่า เอ๊ะ ทีโอที สวย กสท. ก็ระดับนางงามโลก อยากจะมาทําธุรกิจด้วยเสีย แล้วก็ผลประโยชน์ แน่นอนครับที่ท่านบอกบอกว่าคนรวย ในพริบตาทันตาเห็นจากโทรศัพท์มือถือ แน่นอนครับคนก็หันมาที่จะธุรกิจตรงนี้ ท่านจะเห็น ได้ว่าเศรษฐีในตลาดหุ้นติดอันดับ ๗-๘ ปีติดต่อกันก็มาจากเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมทั้งนั้น ผมไม่ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ จากระบบ ๓ จี นั้น ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธุรกิจครับ เพราะ ๓ จี นั้นไม่ใช่แค่ เรื่องเสียง เรื่องวอยซ์ (Voice) อย่างเดียว เรื่องการส่งถ่ายข้อมูลด้วย ทําได้เร็วกว่า ต้นทุนที่ถูกกว่า แล้ววันนี้ กสท. ก็ได้ตัดสินใจว่าในการที่ไม่วางสายโครงข่าย ไฟเบอร์ ออปติก (Fiber Optic) เพิ่มขึ้นเพราะทําได้เร็วขึ้นแล้วก็ลงทุนต่ํากว่าบนระเบียบ พื้นฐานพอเพียง นอกจากนั้นแล้วก็เป็นการเพิ่มศักยภาพขององค์กรภาครัฐในการให้บริการ กับประชาชนแล้วก็สร้างฐานการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นให้กับ กสท. ด้วย นอกจากนั้นแล้ว จะเป็นการสร้างระบบการแข่งขันให้เป็นธรรม แล้วก็สร้างการแข่งขันระหว่างทีโอที กับ กสท. เหมือนกัน วันนี้ผู้ประกอบการทั้ง ๕ ราย ๕ รายก็คือภาคเอกชน ๓ ราย แล้วก็ ทีโอทีกับ กสท. นั้นทุกคนอยากจะเป็นคนแรกที่จะให้บริการ ๓ จี เพื่อแย่งฐานลูกค้ากัน ปัญหาที่ท่านได้กรุณาถามด้วยความห่วงใยว่าปัญหาที่บริษัททรู ได้ทําผิดกฎหมาย ก็ได้สอบถามจากฝ่ายบริหาร กสท. แล้ว ฝ่ายบริหาร กสท. ได้แจ้งว่าที่ทรูทําผิดกฎหมายนั้น ก็คือเรื่องของการไปติดตั้งอุปกรณ์นอกเขตพื้นที่รับอนุญาต ซึ่งทางบริษัท กสท. โทรคมนาคม จํากัด ก็ได้แจ้งไปที่ กทช. แล้ว แล้วก็แจ้งบริษัททรูแล้ว แล้วก็ได้ถอดอุปกรณ์นั้นออกไปแล้ว ไม่ได้ติดตั้ง เพราะฉะนั้นก็เลยกราบเรียนให้ทราบว่าเราได้ดําเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ของ กสท. แล้ว ก็อยู่ที่ กทช. จะต้องดําเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐบาลตอบใช้เวลา ๕ นาที กับ ๓ วินาที เชิญท่านผู้ถามเหลือเวลาอีก ๑ นาที กับ ๑๒ วินาที แล้วก็หมดเวลาครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ คําถามที่ ๒ ครม. อนุมัติให้แคทซื้อการบริการจากฮัทช์ (Hatch) ในราคา ๗,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งแคท ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับประชาชนอยู่แล้ว ๕๑ จังหวัด ส่วนฮัทช์นั้น ๒๕ จังหวัด รวมทั้ง กทม. และภาคกลาง ถ้าแคทซื้อการบริการจากฮัทช์ก็จะทําให้การบริการมี ทั่วประเทศได้ ครม. อนุมัติ ทุกอย่างอนุมัติ คณะกรรมการของแคทก็อนุมัติ แต่มาในยุค ของท่านจุติ ไกรฤกษ์ กลับบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่คุ้มค่า ทรูมูฟ หรือมูฟกลับไปทําสัญญา เทค โอเวอร์ (Take Over) ฮัทช์ขึ้นมาในราคาใกล้เคียงกัน เมื่อเทค โอเวอร์ มูฟขึ้นมา ในราคาใกล้เคียงกันแล้วก็ขอเข้าทําสัญญากับแคท ซึ่งได้ทําสัญญาไปแล้วประมาณวันที่ ๒๗ มกราคมนี้เอง ๔ สัญญา การทําสัญญานี้อยู่ภายใต้กฎหมาย กสทช. บอกว่าสัญญานี้เปิดเผย ไม่ได้เนื่องจากเป็นความลับ ผมจึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าการที่ไปทําสัญญา ระหว่างทรูกับแคท ๔ สัญญานี้ทําให้เกิดความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อทรูจะได้คลื่นความถี่ไป ดําเนินการ ๓ จี โดยไม่ต้องสัมปทานใช่หรือไม่ และประโยชน์มหาศาลซึ่งประชาชนจะได้รับ คือรัฐจะได้รับในการให้สัมปทาน ๓ จี ในส่วนนี้ก็จะขาดหายไป ผมจึงอยากจะกราบเรียน ถามว่าใช้กฎหมายอะไร และท่านปฏิเสธว่าท่านไม่ได้รับทราบเรื่องนี้เป็นความจริงแค่ไหน ผมอยากจะกราบเรียนถามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ถามเกินเวลาไป ๑ นาที กับ ๒๓ วินาทีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ ท่านเหลือเวลา ๔ นาที กับ ๕๗ วินาที ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขอตอบคําถามท่านดังนี้นะครับ ในการที่ รัฐมนตรีอนุมัติให้ไปซื้อฮัทช์ในราคา ๗,๕๐๐ ล้านบาทนั้น ต้องขอกราบเรียนท่านว่าก็เป็นความจริงมีการไปขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ ประเด็นก็คือว่าเรื่องที่ก่อนที่จะขอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในเรื่องของการซื้อฮัทช์ ปี ๒๕๕๒ นั้นมีการเตรียมการกันมานานมากกว่าที่จะศึกษาระบบก่อนที่จะใช้ แล้วเมื่อมาถึง ผมผมเข้ามารับตําแหน่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ผมกราบเรียนท่านว่าที่ผมเห็นว่าไม่ควรซื้อ ระบบฮัทช์หรือถ้าเผื่อซื้อควรซื้อในราคาถูกก็เพราะว่า

ประเด็นที่ ๑ สภาพแวดล้อมการแข่งขันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปครับ จากระบบซีดีเอ็มเอ (CDMA) ที่เคยมีอนาคต มันไม่มีอนาคตเสียแล้ว เพราะผู้ผลิตซีดีเอ็มเอ ในโลกนี้เหลือเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือที่เขาต้องหันไปใช้ ๔ จี แอลทีอี (LTE) หรือ แม้กระทั่ง เอชเอสพีเอ (HSPA) ซึ่งปรับด้วยระบบ ๓ จี ได้ทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วในเชิง พาณิชย์ก็คงจะเป็นการโง่มากที่แคทหรือ กสท. จะไปซื้อระบบซีดีเอ็มเอก็จึงต้องเปลี่ยนไป ระบบเอชเอสพีเอ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าในการที่ ประโยชน์จากสัมปทานที่ท่านได้กราบเรียนก็คือว่าการเซ็นสัญญานั้นไม่ได้มีเงื่อนงํา ไม่ได้มี สลับซับซ้อน ผมได้รับรายงานจากทางท่านประธานกรรมการของ กสท. และก็ฝ่ายบริหาร กสท. ว่าความถี่ยังเป็นของ กสท. อยู่นะครับ ไม่ได้ให้บริษัททรูไปนะครับ ความถี่เป็นของ บริษัท กสท. แล้ว กสท. นั้นเป็นผู้ให้บริการขายส่ง

ประการต่อมาไม่ใช่เป็นการให้สัมปทานนะครับ เพราะว่าความถี่เป็นของ กสท. แล้วก็มีความเห็นของกฤษฎีกาสนับสนุนด้วย แล้วก็เป็นไปตามประกาศของ กทช. อย่างสิ้นเชิง ส่วนประโยชน์ของรัฐนั้นผมคํานึงถึงมากที่สุดครับท่านครับ เพราะว่าหากถ้าเผื่อ รัฐบาลตัดสินใจให้เดินหน้าซื้อฮัทช์ไปแล้ว ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ยังต้องไปลงทุนอีก ๓,๘๐๐ ล้านบาท ระบบของซีดีเอ็มเอซึ่งเปลี่ยนเอชเอสพีเอ ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องลงทุนอีก อย่างน้อย ๑๑,๓๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลนั้นประหยัดเงินให้รัฐบาลนี้ตามนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าภาคเอกชนลงทุนได้ดีที่สุด ผมก็ไม่ซื้อหรอกครับ ไม่ต้องลงทุน นะครับ ๑๑,๓๐๐ ล้านบาท เอาเงินไปสร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน สร้างอะไรต่าง ๆ เป็นประโยชน์กับประชาชน ให้เอกชนลงทุนเองครับ แล้วเราก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก ค่าเช่าที่เอกชนจ่ายให้เรา ฉะนั้นผมยืนยันว่าจากระบบสัมปทานที่เคยจ่ายกันร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๒๕ แล้วตอนหลังก็มีการแก้ไขสัญญาไปรัฐเสียประโยชน์นั้น วันนี้ประโยชน์ที่ กสท. ได้รับนั้นมากกว่าจากระบบสัมปทานครับ ฉะนั้นรัฐบาลนั้นไม่เสียประโยชน์หรือประหยัดเงิน ประชาชนแล้วก็เอกชนเป็นผู้ลงทุน รัฐก็ได้ประโยชน์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์จากที่รัฐนั้น นําเงินส่วนนั้นไปลงทุนด้านบริการสังคมมากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทู้ถามสดที่ ๑ จบแล้ว ครับ เพราะหมดเวลาครับท่านถามมากเกินไป เวลาจํากัดต้องไปแก้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ ครับ ผมทําตามข้อบังคับ ไม่อนุญาตครับ เพราะว่าผมบอกตั้งแต่ต้นแล้ว เชิญนั่งลงครับ

๑.๒.๒. กระทู้ถาม เรื่องที่ ๑๖๔ ส. การแก้ไขปัญหาประเทศที่ไร้ทิศทาง (นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชิญท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ เตรียมตอบกระทู้ถามครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาพอดี

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ท่านถามสิ เวลาท่านก็ เหมือนเดิมนะครับ ๒๐ นาที ฝ่ายละ ๑๐ นาทีครับ เราต้องถือข้อบังคับเพราะเราเป็นคนร่าง

นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน อย่าตึง อย่าเครียดมากระหว่างหัวใจวายนะครับท่านประธาน หัวใจวายได้นะครับท่านประธาน ท่านอย่าตึงมากครับ คนเราตึงมากเกินไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ครับ ผมปฏิบัติตาม ข้อบังคับครับ ก็เราได้ตกลงกันแล้ว ผมก็ต้องอาศัยข้อบังคับเป็นหลัก ถ้าอย่างนั้นการบริหาร การดําเนินการต้องเป็นไปตามข้อบังคับครับ

นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานใช้เวลาเกินแล้วนี่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้ให้เวลาท่านเลยครับ ต่อไปก็เชิญได้เลยครับ แบ่งเวลาก็แล้วกันครับ

นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมจะตั้งกระทู้ถามให้ถามเลยใช่ไหมครับท่านประธาน ไม่ต้องพูดอะไรเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แล้วแต่ท่านครับ ท่านแบ่ง เวลา ท่าน ๑๐ นาที

นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

อยากเรียนว่าการแก้ไขปัญหารัฐบาล ชุดนี้ท่านประธานก็เห็น แก้ไขไปไม่รู้ทิศทางอยู่ตรงไหน การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ไม่ค่อยเห็นทิศทาง ท่านทําอะไรบางทีพูดไปแล้วก็ไม่ทํา ท่านพูดเยอะ ยังมีโฆษกเพิ่มอีก ทั้งโฆษกรัฐบาล โฆษกส่วนตัว โฆษกประจําพรรคอีก ผมว่าท่านเลิกใช้โฆษกท่านพูดเองดีกว่า จบดี ตลอดเวลาประชาชนเบื่อหน่ายครับ เบื่อหน่ายมาก บ้านผมเขาบอกเห็นหน้าท่านเขาก็ ปิดทีวี มีคําหยาบ ๆ เดี๋ยวผมไม่อยากจะพูดครับ เพราะทีวีมันจะเสียหายถ้าใช้คํานี้ ผมอยากกราบเรียนว่าที่ผมตั้งนี่ผมอยากเรียงลําดับว่าทําไมถึงไม่มีทิศทาง และการบริหารนี่ รัฐบาลชุดนี้ผมขอใช้คําพูดของท่านชวนซึ่งท่านเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการบริหารนี่ พูดภาษาชาวบ้านคือค่อนข้างห่วย ท่านชวนเคยใช้คําพูดนี้ ผมอยากเรียนครับว่ามาดูด้าน สังคมของการแก้ปัญหาของท่าน ยาเสพติดเป็นอย่างไรครับ ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ประกาศตลอดเวลาว่าจะจับโน่นจับนี่ ตอนนี้คนดิ่งพสุธาจากเสาไฟฟ้าแรงสูง คนจี้คอหอยกัน ปรากฏว่าไม่เห็นมีทิศทางที่ทําอะไรได้ ๒ ปีมานี้ เดี๋ยวนี้ระบาดไปถึงสถานการศึกษา เด็ก ๆ เดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก จังหวัดชัยภูมิ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีไปหน่อย เยอะมาก จนผมตกใจ เรื่องการทําแท้งไม่เคยมี ๒,๐๐๒ ศพ ซวยเลยครับสัปเหร่อติดคุกตั้ง ๖๖๖ ปี ดูคําตัดสินสิครับ แต่ปรากฏติดคุก ๒๐ ปี สวนดุสิตโพล (Poll) ของท่านบอกว่า เขาบอกว่า น่าจะแก้กฎหมายเรื่องนี้ถึง ๖๕.๖๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยแค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งแรก นะครับ ปกติมันจะก้ํากึ่งกันในเรื่องนี้ งวดนี้สูงมากท่านไม่แก้ ท่านบอกท่านไม่แก้ ท่านจะไป แก้กฎหมายเรียกค่าเสียหายจากผู้บริการด้านสาธารณสุข หมอตอนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เห็น ด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านไปยุ่งกฎหมายฉบับนี้ท่านอาจจะอยู่ไม่ได้ นี่ยกตัวอย่างนะครับ ด้านเศรษฐกิจ เรื่องไข่ ท่านประธาน แก้ปัญหาถูกต้องตรงใจประชาชนหรือไม่ สวนดุสิตโพล เขาบอกชั่งกิโลไม่เห็นด้วย ๖๖.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในนี้ไม่เคยซื้อไข่เป็น กิโลครับ ผมถามภรรยาผมเคยซื้อไข่เป็นกิโลไหม ไม่เคย ผมไปถามประชาชนประมาณ ๕๐-๖๐ หมู่บ้าน มีคนหนึ่งครับเป็นแม่ค้าขายไข่พะโล้เคยซื้อไข่เป็นกิโล แก้ปัญหาเรื่อง น้ํามันปาล์ม น้ํามันพืช ขึ้นราคายังไม่พอท่านประธาน ตอนนี้เอาน้ํามันปาล์มเข้ามาอีกแล้ว ๑ แสนตันไม่พอ เอา ๑.๕ แสนตัน แล้วเกษตรกรละครับ ไข่แพงท่านต้องหาไข่ราคาถูก ไปขายนั่นคือมาตรการที่เขาทํากัน สักวันไข่มันก็ลดลง น้ํามันปาล์มเหมือนกันครับ ท่านต้อง ควบคุม ท่านจัดการพวกสต็อกน้ํามัน น้ํามันพืชมีการสต็อกท่านไม่ทําครับ ท่านเอาน้ํามันพืชเข้า เกษตรกรมีแต่วันตาย มาตรการต่าง ๆ นะครับ ผมอยากเรียนว่าเรื่องการเมืองอุดมการณ์ ท่าน ผมเคยฟังท่านตอนที่ท่านเป็น ส.ส. ครั้งแรก อุดมการณ์สุดยอด แต่ปรากฏว่าไปตกลง แค่เท่านั้น ข้อตกลงจะทําอะไรก็ช่างมัน ตกลงกันจะทุจริตอย่างไรก็ช่างมันอย่างนี้หรือ นี่หรือครับอุดมการณ์ พูดอยู่ได้ยุบสภา ท่านอยู่ต่อไปเถอะครับ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ท่านก็หมดเวลาแล้ว อยู่เลย พูดอยู่ได้ยุบสภา ๆ ประชาชนสับสนไม่รู้จะแก้ไขการเมือง อย่างไรนี่ครับ มาตรฐานก็ ๒ มาตรฐาน ปกครองก็ตลกมาก แก้ปัญหากระทรวงมหาดไทย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ตั้งรักษาการ ผบ.ตร. จนสิ้นอายุ เป็นคนแรกในโลก เป็นคนแรกของประเทศไทย ผมนึกว่าท่านจะตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการ ยังดีนะครับ ยังดีนะที่ตั้งได้ ผมก็ ไม่เข้าใจนะครับ เรื่องความมั่นคงภาคใต้ ๒ เล่มเลยครับ ๒ เล่ม ท่านบอก ๙๙ วัน ภาคใต้ ต้องสงบไม่มีคนเสียชีวิต เป็นอย่างไรครับ ดีขึ้นแล้ว ผมสงสารนายทหารที่เสียชีวิตไป แสนกว่าล้าน ผมว่าท่านแก้ยังไม่ถูกที่คันเลยครับภาคใต้ ปัญหาเยอะมาก ท่านน่าจะถามท่าน เจะอามิง ท่านเจะอามิงรู้ข้อมูลดี ท่านส่งทหารไปใช้กําลังปราบปรามประชาชน ไม่มีทางครับ ท่านก็เห็นตูนิเซีย เห็นประเทศกรีซ เห็นไหมครับ ใช้กําลังทหารอํานาจบาตรใหญ่ลงไปปราบ ยิ่งรุนแรงขึ้น การแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ ผมอยากเรียนนะครับ แก้ไม่ค่อยได้ตามที่ท่านอยาก ได้ ทําไมท่านไม่ให้คนไปสํารวจ ที่จังหวัดชัยภูมิน้ําท่วมกี่หลังคาเรือนเดินรู้หมดครับมีรอย ท่วม ปรากฏว่าบางที่ท่วมกลับไม่ได้ ที่ไม่ท่วมกลับได้ ที่สําคัญบางคนเป็นเศรษฐีครับ ผมน้ําท่วมผมไม่เอาจากท่านหรอกครับ แต่บางคนเขาได้ แต่ท่านอย่าไปทําอะไรเขานะครับ ท่านไปให้เขาเอง ท่านต้องดําเนินคดีกับนายกเทศมนตรีให้ข้อมูลเป็นเท็จ ท่านอย่าไปรังแก ประชาชนนะครับ ท่านไปเอาเงินคืนก็ไม่ได้เขาไม่มีเงินแล้ว ผมอยากตั้งกระทู้ถามถามท่าน ท่านทําอะไรมาประชาชนเขาเห็น ผมอยากถามนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คําถามแรกนะครับท่านประธานว่าท่านจะแก้ปัญหาให้ประเทศอย่างจริงจังแบบมีทิศทางได้ หรือไม่ แล้วเมื่อไรจะแก้เสียที เพราะตอนนี้ท่านแก้ผ้าเอาหน้ารอดแก้ตัวไปวัน ๆ แก้ปัญหา ประเทศจนตอนนี้ติดกับไปหมด ต่างประเทศก็วุ่นวายไปหมด แก้จนคนติดคุก ท่านจะเอาธง ชาติไปปักสู้เขาไหม จะเอาให้สูง ๆ ไหม ผมดูแก้ปัญหาได้ค่อนข้างหน่อมแน้ม ถามท่านข้อ แรกครับ ขอบคุณ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลา ๗ นาที ๕๓ วินาที ๑๐ นาทีครับท่านนายกรัฐมนตรี เกินไม่ได้ครับ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมต้องยอมรับว่าจับทิศทางกระทู้ถามท่าน ไม่ค่อยได้ เพราะว่าใน ๗ นาทีท่านถามเยอะมากนะครับ ถ้าจะให้ตอบคําถามว่าจะแก้ปัญหา จริงจังมีทิศทางหรือไม่ ก็ขอกราบเรียนสั้น ๆ ก่อนว่าทําแน่นอนและทํามาแล้ว ชัดเจนที่สุด ก็คือเข้ามาทิศทางแรกที่เราบอกคือต้องไม่ให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤต เศรษฐกิจโลก คนจะตกงานล้านคน ๒ ล้านคนอย่างที่ท่านเคยพูด ในที่สุดไม่เกิดขึ้นครับ เพราะว่าการแก้ปัญหามีทิศทางมีระบบ เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้ การว่างงานขณะนี้ก็อยู่ ประมาณร้อยละ ๑ ซึ่งถือว่าต่ําที่สุดประเทศหนึ่งในโลก การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ใกล้เคียง ร้อยละ ๘ ในปีที่ผ่านมานะครับ ส่วนรายละเอียดปัญหาทั้งหลายที่ท่านพูดมานี้อยากจะ กราบเรียนว่ามีทิศทางที่ชัดเจนทั้งสิ้น แล้วก็ไม่เป็นความจริงครับว่าปัญหาเหล่านี้เพิ่งมา เกิดขึ้นในช่วงที่ผมเข้ามาทํางาน ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลขปัญหายาเสพติดกับการทําแท้ง ที่มี การสํารวจมาโดยเฉพาะเรื่องปัญหาของเด็กวัยรุ่นซึ่งตั้งครรภ์ ตัวเลขนี้ไม่ได้มามีตอนปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ นะครับ มีมาก่อนหน้านี้ แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่เห็นว่าปัญหานี้เป็น ปัญหาสําคัญ ผมจึงสั่งให้มีการดําเนินการทําแผนปฏิบัติการตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ก่อนจะเกิดเรื่อง ที่วัดไผ่เงินนะครับ แล้วก็ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว มีแผนที่ชัดเจน เช่นเดียวกันเรื่องยาเสพติดนะครับ ความต่างอาจจะมีเพียงแค่ว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช้วิธีการนอก กฎหมายในการปราบปรามเท่านั้นเอง แต่การจับกุมผู้ที่ค้ายาเสพติดในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานั้น จับกุมได้มากขึ้นและเป็นการจับกุมรายใหญ่ขึ้น และขณะนี้ก็จะเข้มงวดกวดขันลงไปในระดับ ของพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้จากที่กรุงเทพมหานครซึ่งได้เริ่มต้นแล้ว และขณะนี้ ก็กําลังขยายไปในภูมิภาค แต่ว่าที่ท่านบอกว่าพี่น้องประชาชนสนับสนุนให้แก้ไขกฎหมายเรื่องการทําแท้ง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าความเข้าใจตรงกันหรือไม่ว่าที่อยากให้แก้ แปลว่าอยาก ให้ทําแท้งง่ายขึ้น ผมก็ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้จะอย่างไรก็ตาม ผมโดยส่วนตัวและรัฐบาล ขณะนี้ไม่มีนโยบายจริง ๆ ครับที่จะให้ไปแก้กฎหมายเพื่อให้ทําแท้งเสรีได้ เราไม่เห็นด้วยนะครับ ในฐานะที่คนส่วนใหญ่ของเราซึ่งเป็นคนในเมืองพุทธไม่เห็นด้วยกับแนวทางเช่นนั้นนะครับ ส่วนการแก้ไขกฎหมายเรื่องบริการสาธารณสุขที่มีความเสียหาย การคัดค้านนั่นก็อยู่ บนพื้นฐานซึ่งบางครั้งก็มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ปัญหาการที่หมอถูกฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายขณะนี้เป็นปัญหาที่มีอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้แก้ไขกฎหมาย กฎหมายที่เรา พยายามจะทําจะทํา ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือว่าแทนที่จะให้คนไปฟ้องหมอนี่ครับ คนควรที่จะไปฟ้องเรียก ค่าเสียหายจากตัวกองทุนหรือสังกัด ซึ่งก็จะเป็นการช่วยปกป้องไม่ให้หมอต้องกลายมาเป็น คู่ความ คู่กรณี

เรื่องที่ ๒. เปิดโอกาสให้มีโอกาสไกล่เกลี่ยในการที่จะไม่ต้องไปเป็นคดีความ ในลักษณะของคดีอาญามากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนนะครับถ้ามีความกังวลว่าในเนื้อหาที่ระบุไว้ ในตัวร่างพระราชบัญญัติไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์นี้ก็เป็นหน้าที่ที่พวกเราในสภาแห่งนี้ จะช่วยกันปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการนะครับ

เรื่องไข่ ก็อยากจะกราบเรียนครับว่าที่เราทําเป็นเพียงทางเลือกครับ ใคร อยากซื้อแบบเดิมก็ซื้อไปครับ แล้วก็มาตรการหลักที่จะแก้ปัญหาเรื่องไข่อยู่ที่เรื่องต้นทุน อาหารสัตว์ ซึ่งต้องใช้เวลาครับ เพียงแต่ว่ามีผู้เสนอมาว่าน่าจะเปิดทางเลือกให้ขายเป็นกิโล ได้ เพราะว่าในหลายประเทศมีการทํากันเป็นทางเลือกสําหรับคนจนก็ไปดําเนินการ เท่านั้นเองครับ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ต้องการมันก็หายไปโดยปริยายครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าไม่ได้มีการไปบังคับใคร แล้วก็เป็นเรื่องซึ่งสามารถที่จะดําเนินการตามปกติได้ อยู่แล้ว ส่วนกรณีของผลปาล์มนั้น ขณะนี้ที่เปิดให้เข้ามาต้องยอมรับครับว่าต้นทุนของผล ปาล์มแพงขึ้น แล้วก็มีปัจจัยมาจากทั้งเรื่องของดินฟ้าอากาศ ซึ่งทําให้ผลผลิตลดลงและ ความต้องการมากขึ้น ถามว่ากระทบกับเกษตรกรไหม ผมก็ขอกราบเรียนนะครับว่าขณะนี้ ราคาปาล์มและพืชผลอีกหลายตัวขณะนี้เกษตรกรพึงพอใจมากครับ แล้วก็การนําเข้ามาถ้า สมมุติจะมีการกระทบบ้างนะครับ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะกระทบหรือไม่ ก็ไม่ได้ส่ง ผลกระทบกระเทือนถึงขั้นที่เกษตรกรจะขาดทุนหรอกครับ เพียงแต่กําไรมากน้อยลง เท่านั้นเองยังกําไรมากเพียงแต่ไม่มากมากเท่านั้นเองเป็นมากน้อย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็น เรื่องซึ่งผมคิดว่าเป็นความพอดีที่เราจะต้องดูแลทั้งพี่น้องเกษตรกรแล้วก็ผู้ใช้

ท่านพูดถึงเรื่องการทุจริตนะครับ ขอกราบเรียนครับเช่นเดียวกันว่าทุกเรื่อง ที่เป็นโครงการที่มีปัญหา คณะรัฐมนตรีคณะนี้เป็นคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีการปล่อยผ่านเรื่องซึ่ง เป็นปัญหา แล้วก็นอกจากนั้นอะไรก็ตามซึ่งมีมูล มีเหตุผล มีหลักฐานก็มีการดําเนินการ ในการติดตามสอบสวน แล้วก็มีการรักษามาตรฐานในเรื่องของความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายก็ดําเนินการมา ๒ ปีก็มีทิศทางที่ชัดเจน การโยกย้าย แต่งตั้ง ท่านพูดถึงเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ดําเนินการไปครับท่านเป็นผู้ทักท้วง เองนะครับ เราก็ไปตรวจสอบ ตรวจสอบแล้วก็มีการปรับแก้ในกรณีซึ่งมันมีปัญหาก็มี เปลี่ยนแปลง อันนี้ก็คือหลักการบริหารซึ่งมีทิศทางที่ชัดเจน

เรื่องของการใช้ทหารหรือกําลังเข้าไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องขอประทานโทษนะครับ ๙๙ วันที่พูดระบุชัดเจนครับ ๙๙ วันจะตั้งกลไกพิเศษขึ้นมา ซึ่งก็ได้ตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วนโยบายขณะนี้ก็ชัดก็คือว่า เรากําลังถอยออกมาจากนโยบายการใช้กําลัง ดังจะเห็นได้ว่ามีการปรับลดกําลังมาในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมีการยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษ ทั้งกฎอัยการศึก ทั้ง พรก. เป็นครั้งแรก เมื่อวานนี้ผมก็ไปในงานของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาเรื่องนี้ เขาก็เห็นว่า ทิศทางตรงนี้เป็นทิศทางที่ชัดเจนแล้วก็ถูกต้อง แต่แน่นอนครับเหตุการณ์ยังไม่สงบ แน่นอน เราจะต้องถูกท้าทายยั่วยุจากผู้ที่ต้องการให้เราใช้ความรุนแรงตอบโต้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรา ก็ต้องช่วยกันนะครับให้มีความหนักแน่นตามแนวทางที่ผมว่าท่านก็เห็นด้วยกับผมว่าต้องเป็น เรื่องการเมืองนําการทหาร เอาการพัฒนา เอาความยุติธรรมเข้าไปจับนะครับ

เรื่องภัยธรรมชาติ ก็ขอเรียนนะครับว่า เราได้ดําเนินการทั้งลงไปช่วยเหลือ แก้ไขชดเชยและฟื้นฟูได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เลย ส่วนถ้าหากว่ามีความคลาดเคลื่อน ขณะนี้มีความคิดครับที่จะดําเนินคดี แต่เป็นการดําเนินคดีกับใครก็ตามที่แจ้งเท็จ ใครที่มี เจตนาแจ้งเท็จก็จะต้องถูกดําเนินคดีนะครับ แต่ว่าถ้าพี่น้องประชาชนทําโดยสุจริตก็ไม่ต้องมีอะไรที่จะต้องกังวลอยู่แล้ว แล้วเราก็มีการ ตรวจสอบครับ จริง ๆ จังหวัดของท่านก็เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งเสนองบประมาณในการฟื้นฟูมา ในตัวเลขที่ค่อนข้างจะสูงมากก็ต้องมีการตรวจสอบ มีการกลั่นกรองออกไป แต่ทิศทาง ของการช่วยเหลือของเราชัดเจนก็คือช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ครับ

สุดท้ายเรื่องยุบสภา ท่านต่างหากเป็นฝ่ายพูดมาตลอด ๒ ปี ผมก็พยายาม ที่จะหาทางในการที่จะให้บรรยากาศทางการเมืองคลี่คลายลง ก็มีการดําเนินการประกาศไป ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของกระบวนการประชาธิปไตย ทิศทางของผมชัดครับ ก็หวังว่า อีก ๒ คําถามจะมีทิศทางที่ชัดเจน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เวลา ๗ นาที ๓๑ วินาทีนะครับ ก่อนที่จะถามครั้งที่ ๒ ขออนุญาตสักนิดหนึ่งครับ สภายินดี ต้อนรับครูอาจารย์และกรรมการโรงเรียนบ้านม่วงทวน จังหวัดพัทลุง ด้วยความยินดีนะครับ และสภายินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านคลองคุ้ย อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ด้วยความยินดีเช่นเดียวกัน ขณะนี้สภากําลังพิจารณาเรื่องกระทู้ถามก็แจ้งให้ท่านผู้เข้าร่วม ในการสังเกตการณ์วันนี้ได้ทราบครับ ต่อไปเชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามท่านมีเวลา ๒ นาที กับ ๗ วินาทีครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เห็นชัดครับ ท่านแก้ปัญหาทําแท้ง เอเอสซีทีวี (ASCTV) เขาก็เอาฉายนะรูปนี้ ท่านไปสวมหมวกคอนดอม (Condom) ผมก็ไม่เคยเห็น นายกรัฐมนตรีคนไหนกล้าทําแบบนี้ แล้วท่านต้องไปตอบปัญหาของแพทย์เอง เพราะจริง ๆ กฎหมายที่ท่านบอกว่าเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย แล้วจะไม่ต้องไปฟ้องร้องกัน ไม่ใช่เลย เรียกเสร็จฟ้องต่อได้อีก ๑๐ ปีครับ ท่านต้องไปชี้แจงให้ถูกต้อง ท่านอย่าพูดข้อมูลที่ คลาดเคลื่อน ผมยืนยันครับ ชดเชยแล้วเขาไม่พอใจเขาฟ้องได้อีก หรือรับไปแล้วอีก ๑๐ ปี เขาเกิดเปลี่ยนใจเขาก็ฟ้องได้อีก นี่คือแพทย์เขากังวลใจ ผมอยากตั้งคําถามอีกอันหนึ่ง นะครับ ผมอยากเรียนว่าท่านประธานก็เคร่งครัดเหลือเกินวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสอนผมเองให้เคร่งครัด

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมอยากเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้โครงการที่ท่านบอกท่านจะนําเศรษฐกิจพอเพียงมาทํา ตั้งแต่ท่านเป็นรัฐบาลเพื่อมา แก้ไขปัญหาของประเทศ หลักการมี ๓ อันคือพอมีพอกิน พออยู่พอใช้ และพออกพอใจ ท่านเคยทําไหม ท่านจะกู้อีกไหม ผมอยากถามว่าความนิยมชมชอบของท่าน ผมไปดูที่ สถาบันพระปกเกล้า ต้องขอบคุณดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล ประชากรใช้ที่สํารวจถึงเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน ท่านรู้ไหมครับ รัฐบาลท่านทักษิณ ปี ๒๕๔๗ มีความนิยมความเชื่อมั่นถึง ๙๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านปี ๒๕๕๓ มีแค่ ๖๑.๖ เปอร์เซ็นต์ นี่มันชัดเจนครับเพราะว่า ท่านแก้ปัญหาไม่ถูก ผมอยากเรียนว่าถึงวันนี้ท่านจะยกกระแสพระราชดํารัส ผมขออ่าน นิดหนึ่ง อยากถามท่านท่านจะเอานโยบายเศรษฐกิจมาใช้จริงหรือไม่ ท่านจะเอากระแส พระราชดํารัสของในหลวง ปีใหม่ ความตอนหนึ่ง ผมอยากอัญเชิญมา ในปีใหม่นี้ข้าพเจ้า จึงปรารถนาอย่างยิ่งจะเห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากันด้วยการให้ คือให้ความรัก ความเมตตากัน ให้น้ําใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์กันโดยมุ่งดี มุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจของคนทุกฝ่าย อยากถามท่าน ท่านจะ น้อมนํากระแสพระราชดํารัสของในหลวงที่เป็นที่รักของเรามาใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกินเวลาไปครับ ๕๑ วินาทีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเหลือเวลา ๒ นาที ๒๙ วินาทีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอทําความเข้าใจอีกครั้งนะครับว่าปัญหา เรื่องการฟ้องร้องแพทย์ในขณะนี้เป็นปัญหาอยู่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย แต่สิ่งที่ กฎหมายเพิ่มกลไกเข้าไปก็คือว่าเมื่อสามารถไปเรียกค่าเสียหายจากกองทุนได้แล้วก็อาจจะ นําไปสู่บรรยากาศของการไกล่เกลี่ยและทําให้ไม่มีความจําเป็นจะต้องไปใช้สิทธิในการ ฟ้องร้อง อันนี้ทําความเข้าใจ เรื่องการน้อมนําแนวพระราชดําริ กระแสพระราชดํารัสและเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลซึ่งได้ให้ความสําคัญกับการที่จะให้พี่น้อง ประชาชนนั้นใช้ชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นได้ว่าเราได้สนับสนุน ในเรื่องของการที่จะให้พี่น้องประชาชนจัดทําบัญชีครัวเรือน พร้อมกันนั้นการวางระบบ สวัสดิการของเราในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเงินออม แห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการชาวนา ไม่ว่าจะเป็นการที่เราขยายประกันสังคม ล้วนแล้วแต่ เป็นการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนออมทั้งสิ้นครับ คือแทนที่จะได้รับสิทธิต่าง ๆ จากรัฐบาลเฉย ๆ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการสมทบเงิน ซึ่งเป็นแนวทางของการปลูกฝัง ค่านิยมในเรื่องของการออม และผมเข้าใจว่าขณะนี้จากการตรวจสอบตัวเลขการออมก็จะพบ ความเป็นจริงนะครับว่าเงินฝากในระบบธนาคาร โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. หรือธนาคารที่พี่น้อง ประชาชนคนยากคนจนใช้อยู่ขณะนี้ เงินฝากเพิ่มขึ้นมากก็เป็นการยืนยันเรื่องนี้ ส่วนในเรื่อง ของรัฐบาลเองจะเห็นครับว่ารัฐบาลนั้นเดิมคิดว่าจะต้องกู้เงินค่อนข้างมากเหมือนกับ ในทุกประเทศในโลกในการมาแก้วิกฤติเศรษฐกิจ แต่พอเราแก้วิกฤติเศรษฐกิจไปได้ ระดับหนึ่งเราก็ยกเลิกการกู้ครับ และขณะนี้หนี้สาธารณะมีแนวโน้มลดลงและอยู่ในระดับที่ ต่ํามากนะครับ ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในสากลครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่า แนวทางนี้เราได้มีการปฏิบัติอยู่แล้วนะครับ ส่วนความพึงพอใจของการทํางานของผม หรืออะไรก็ตาม ก็แล้วแต่จะดูโพลล์นะครับ ก็มีโพลล์ที่เปรียบเทียบว่าต้องการให้ผมหรือท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่ากัน ผมก็คะแนนนิยมดีกว่านะครับตอนนี้ เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ว่าท่านจะหยิบโพลล์ไหนขึ้นมา ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการสํารวจ ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ส่วนกระแสพระราชดํารัสในเรื่องของการที่จะปฏิบัติงาน ดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ด้วยความเข้าอกเข้าใจกันก็เป็นสิ่งที่เราพยายามทําตลอดเวลา และก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงในการที่จะทําให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมย้ําเสมอ สุดท้ายท่านก็พูดถึงการที่ผมสวมหมวกนะครับ ก็ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ที่ผ่านมาการรณรงค์เรื่องเอดส์ (AIDS) ถูกละเลยมากครับ แล้วก็วันนั้นทางคนทํางาน เขาก็มารณรงค์ ก็ต้องการให้ผมได้ช่วยรณรงค์ครับ ก็ขอกราบเรียนว่าถ้าสิ่งที่ผมทําให้คนมี ความตื่นตัวมากขึ้น สามารถที่จะรักษาชีวิตคนได้ ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะว่าเป็น ศีรษะผมครับไม่ได้เป็นศีรษะของคนอื่นครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เกินเวลาไป ๑๐ กว่านาที จบแล้วครับ พอแล้วครับ หมดเวลาแล้วครับ เพราะว่าเรื่องอื่นสําคัญกว่าครับ รักษาระเบียบ รักษาข้อบังคับ ไม่ให้ครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ ขอประทานอภัย

ต่อไปเข้าระเบียบวาระ เนื่องจากจบการพิจารณากระทู้ถามแล้ว กระผม ขอเรียนท่านสมาชิกขณะนี้ เดี๋ยวผมลืมครับ มัวเคร่งครัดเกินไป เชิญกระทู้ถามที่ ๓

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๖๖ เรื่อง ส. ปัญหาภัยแล้งและผลกระทบ ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (นายประมวล พงศ์ถาวราเดช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เชิญเจ้าของกระทู้ถาม รักษาเวลานะครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวรเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีปัญหา ภัยแล้งติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๒-๓ ปีมาแล้ว ทําให้เกิดผลกระทบหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่า กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั้ง ๘ อําเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ ปัญหา น้ําอุปโภค บริโภค ปัญหาน้ําทางเกษตรกรรม ปัญหาแหล่งเก็บน้ําต่าง ๆ มีไม่เพียงพอ เป็นระยะเวลาติดต่อกันมาประมาณ ๓ ปีแล้ว ไม่ว่าอ่างเก็บน้ําเขื่อนปราณบุรี ซึ่งมีปริมาตร น้ําน้อยที่สุดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น ทําให้การท่องเที่ยว การประปาในเขตชุมชนเมือง การใช้นําอุปโภค บริโภคในเขตชุมชน ชนบท และการใช้น้ําในทางเกษตรกรรมของเกษตรกรของพี่น้องชาวประจวบคีรีขันธ์มีปัญหา อย่างรุนแรง ผมอยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ว่าท่านจะแก้ไขปัญหาแหล่งน้ําต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มี ไม่เพียงพอ และแหล่งน้ําที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะของพี่น้อง ชาวเกษตรกรในอําเภอเมือง อําเภอทับสะแก อําเภอบางสะพาน และพี่น้องประชาชนที่ทใช้ น้ําอุปโภค บริโภค ในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลหัวหินซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ท่านจะ แก้ปัญหาอย่างไร ผมอยากให้ท่านได้ดําเนินการทําฝนเทียมในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งเดียวของภาคกลางที่ประกาศเป็นจังหวัดภัยแล้งของประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมเรียนถามอีกครั้งหนึ่งว่าท่านจะดําเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับภัยแล้ง อย่างไรของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ้าท่านจะทําฝนเทียม ผมขอให้ท่านเอาเครื่องบินไปรอ หรือสแตนด์บาย (Stand by) อยู่ที่กองบิน ๕ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เลย ไม่ต้องรอว่า สภาพอากาศจะมาเมื่อไร ถ้าสภาพอากาศมาวันไหนท่านขึ้นทําฝนเทียมได้เลยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลา ๒ นาที ๑๑ วินาทีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ที่มีความห่วงใยต่อ พี่น้องประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ประสบปัญหาในเรื่องแล้งอยู่ในขณะนี้นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนข้อเท็จจริงนิดหนึ่งครับว่าในปัจจุบันนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยปกติแล้วค่าเฉลี่ยของฝนก็อยู่ที่ประมาณ ๑,๐๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ว่า ๒ ปีมานี้ ซึ่งจะเห็นว่าฝนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยเป็นจํานวนมาก ในปี ๒๕๕๒ มีฝนเพียง ๗๗๐ มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้นเอง ในปี ๒๕๕๓ มีเพียง ๖๙๐ มิลลิเมตรต่อปี เท่านั้นเอง ถ้าเรามาดูย้อนหลังเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม แทบจะไม่มี ฝนตกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เลย จึงทําให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่ประสบ ปัญหาในเรื่องแล้ง ประกอบกับน้ําต้นทุนที่มีอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เรามีอยู่ ไม่ว่าเขื่อนปราณบุรีก็ดี หรือเขื่อนขนาดกลางก็ดี คลอง บึงก็ดี อยู่ในน้ําที่ค่อนข้างที่จะน้อย เนื่องจากปริมาณน้ําไม่มีที่จะไหลลงอ่างนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยภาพรวมแล้วในการดําเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านเกษตรนั้นนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักในเรื่องนี้ดีจึงได้เสนอรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เราเรียกว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ด้านการเกษตร ซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยภาพรวมแล้วเราก็ได้เตรียมการ มาตรการเอาไว้ทั้ง ๓ ด้าน คือมาตรการตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัยที่ จะทําในเรื่องนี้อย่างไรนะครับ สําหรับก่อนเกิดภัยนั้นนะครับในกรณีเรื่องเตรียมการในเรื่อง ของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงนั้น ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้เตรียมความพร้อม ที่จะดําเนินการจัดทําฝนหลวง ซึ่งในฤดูแล้งนี้เราวางแผนว่าจะทําทั้งหมด ๑๑ หน่วยด้วยกัน รวมทั้งที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้เตรียมเครื่องบินไว้ทั้งหมด ๒๗ เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องบิน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒๑ เครื่อง ก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ ๖ เครื่อง ซึ่งในที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นนะครับซึ่งขณะนี้เราได้เตรียมเครื่องบินเอาไว้ที่ ฐาน ๒ ลํา ก็เตรียมพร้อมที่จะดําเนินการ ถึงแม้ว่าตามแผนของเรานี่เราวางแผนว่าจะเปิด ฐานในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นี้ก็ตาม ถ้าเมื่อไรบรรยากาศในการทําฝนหลวง ความชื้นสัมพัทธ์พร้อมเราสามารถบินขึ้นดําเนินการได้ทันทีนะครับ นี่กรณีในเรื่องของ ฝนหลวงนะครับ ต้องกราบเรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สบายใจในเรื่อง ฝนหลวงนั้นนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าปัญหาของเราก็คือความชื้นสัมพัทธ์ ในบรรยากาศซึ่งตรงนี้มีต่ํากว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เหมาะที่จะทําฝนหลวง เพราะฉะนั้นความชื้นสัมพัทธ์ในบรรยากาศที่เหมาะกับการทําฝนหลวง คือต้องมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นะครับ เครื่องบินเราพร้อมที่จะ ทํางานถึงแม้ว่าเรากําหนดแผนไว้ว่าจะเปิดฐานกลางเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นี้ก็ตาม

ส่วนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ํานั้นนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เนื่องจากว่าน้ําต้นทุนมีค่อนข้างที่จะจํากัดจริง ๆ ซึ่งขณะนี้ซึ่งผมทราบว่าทางกรมชลประทาน และการประปาส่วนภูมิภาคได้ประสานกันที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งการประปา ส่วนภูมิภาคอยู่ระหว่างการวางท่อสูบน้ําจากคลองกุยบุรีเพื่อปิดน้ําประปา แล้วก็ทางกรม ชลประทานก็จะระบายน้ําจากเขื่อนยางชุมมาสมทบตรงนี้ด้วย แล้วก็ทราบว่ามีการ เตรียมการที่จะแก้ไขปัญหาเชื่อมโยงน้ํานะครับ ยกตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงอ่างระหว่างอ่าง เก็บน้ําคลองจะกระกับอ่างเก็บน้ําคลองช่องลมไว้เพื่อที่จะโยงใยน้ําในน้ําที่ปริมาณมากไปสู่น้ํา ประมาณน้อย นอกจากนั้นแล้วนะครับในปี ๒๕๕๔ นี้นะครับที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เองเรา ก็ได้รับงบประมาณดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยมงคล ถึงแม้ว่ามีความจุไม่มากนักก็ สามารถที่จะบรรเทาได้ แล้วก็มีแผนที่จะก่อสร้างอีก ๒ อ่าง คืออ่างเก็บน้ําบ้านไทรทอง อําเภอบาง สะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ตรงนี้ยังมีปัญหาของราษฎรบ้างก็กําลังแก้ไขปัญหากันอยู่ แล้วก็มีอ่างเก็บน้ําละงู อําเภอหัวหิน ซึ่งมีความจุประมาณ ๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ศึกษาเสร็จ แล้วก็เตรียมที่จะดําเนินการก่อสร้างต่อไป นอกจากนั้นแล้วในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินก็ดําเนินการขุดสระในไร่นารอบเขตพื้นที่ชลประทานในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปดําเนินการบ่อที่มีความจุ ๑,๒๖๐ ลูกบาศก์เมตรนั้นครับ ประมาณ ๒๕ บ่อ ซึ่งก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามเราได้ ตระหนักปัญหาในเรื่องของความแล้งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งก็ได้พยายามที่จะแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ตามที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางรัฐมนตรีได้ตอบ ใช้เวลา ๖ นาที ๑๓ วินาที เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามครั้งที่ ๒ ครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากคําถามข้อ ๑ ของผมเรื่องภัยแล้ง เมื่อเกิดภัยแล้ง น้ําคือชีวิต เมื่อไม่มีน้ําทุกอย่างก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นเมื่อขาดน้ําเป็นภัยแล้งเกิดขึ้น จึงทําให้เกิด ศัตรูระบาด คือแมลงศัตรูระบาดเกี่ยวกับสวนมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ ซึ่งรองจากสับปะรด แต่เมื่อเกิดมีการศัตรูระบาดของพืชมะพร้าวเกิดขึ้นอย่างหนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกือบทุกอําเภอนะครับ โดยเฉพาะที่หนักที่สุดคืออําเภอเมืองและอําเภอทับสะแกซึ่งเป็น พื้นที่ที่มีมะพร้าวมาตรฐานที่สุดของประเทศไทย ผลผลิตมะพร้าวช่วงนี้เกษตรกรมีผลผลิต มะพร้าวราคาดีแต่ผลผลิตตกต่ํา เกิดจากแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะแมลงดําหนามและหนอนหัวดํา ซึ่งแมลงดําหนามจะกัดตั้งแต่ยอดอ่อนลงมายอดแก่ ส่วนหนอนหัวดําจะกัดตั้งแต่ทางแก่ คือทางล่างขึ้นยอด ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างเดียวนะครับ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม หรือภาคใต้เกือบทุกจังหวัด แต่ที่ภาคใต้ไม่เกิด ตอนนี้เพราะอะไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะมีฝนตก ถ้ามีฝนตกเกิดขึ้นแมลงศัตรูพืช ต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นจะลดน้อยในการแพร่พันธุ์ จะช่วยให้มะพร้าวหรือพืชเกษตร ต่าง ๆ เจริญงอกงามยิ่งขึ้น เพราะทั้งศัตรูมะพร้าวที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นทําลายเกษตรกร ชาวสวนมะพร้าวเป็นอย่างมาก หมดไปเป็นแสน ๆ ไร่และเริ่มดําเนินการปัญหาโรคนี้มา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ณ มาวันนี้ระบาดออกไป ขยายไปเรื่อย ๆ ผมจะถามท่านประธานสภาผ่านไปทาง ท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะแก้ไขปัญหาศัตรูมะพร้าวดังกล่าวอย่างไร เมื่อปี ๒๕๐๐ ต้น ๆ ทางรัฐบาลเคย ใช้เครื่องบินฉีด พอหลังจากนั้นเราเข้าเป็นสมาชิก ดับบลิวทีโอ (WTO) หน่วยปราบศัตรูพืช ยาฆ่าศัตรูพืช เรายุบไป ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มี เพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านจะ แก้ไขปัญหาศัตรูมะพร้าวที่ผมกล่าวมาแล้วขั้นต้นอย่างไร เพราะช่วงนี้เกษตรกร ชาวสวนมะพร้าวไม่มีมะพร้าวที่จะขาย มะพร้าวที่ยืนอยู่ ที่เป็นอยู่ก็ยืนตายทั้งต้นเหมือนกับ ฟ้าผ่าตายทั้งแปลง ผมถามท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านตอบครับ ผู้ถาม ใช้เวลา ๒ นาที ๕๑ วินาที เชิญครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคําถามในประเด็นที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้สอบถามเรื่องการแก้ปัญหาในเรื่องของศัตรูมะพร้าวนะครับ ก็ยอมรับว่าในเรื่องของ แมลงศัตรูพืชที่ระบาดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะมะพร้าว ซึ่งเป็นแหล่งผลิต มะพร้าวที่สําคัญของประเทศนะครับ ซึ่งพื้นที่ระบาดในขณะนี้ก็มีถึงประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ จากพื้นที่ปลูกมะพร้าวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่กว่า ๆ ถ้าคิด เป็นสัดส่วนแล้วก็มากถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณนะครับ ซึ่งเราก็พยายามแก้ไขปัญหา ในเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ ซึ่งแมลงศัตรูพืชที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ ก็เกิดจาก ๒ ตัวด้วยกัน คือแมลงดําหนามและหนอนหัวดําในมะพร้าว ตัวแมลงดําหนามนั้นก็เคยเกิดระบาดมาก่อน แต่สําหรับหนอนหัวดํานั้นก็เพิ่งเกิดการระบาดมาเมื่อไม่นานมานี้เอง จึงทําให้การแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เรายังทดลองวิธีการต่าง ๆ อยู่นะครับ ซึ่งสุดท้ายเราเห็นว่าการที่จะใช้แก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะใช้ในเรื่องของชีวะวิธีในการดําเนินการ คือการพ่นเชื้อแบคทีเรีย ที่จะกําจัดปัญหา นอกจากนั้นแล้วเราคิดว่าทางมะพร้าวที่ถูกตัด ถูกถอน ตรงนี้ต้องตัดลงมา ซึ่งก็ได้พยายามดําเนินการโดยตลอดประสานกับทางจังหวัดมาโดยตลอด ซึ่งเห็นว่าที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาก็ยอมรับว่าไม่ได้ทําให้แผ่กระจายอย่างกว้างขวาง ถึงทําให้ไม่สามารถที่จะ กําจัดแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ที่เกิดปัญหาในมะพร้าวได้ ซึ่งเรื่องนี้หลังจากทราบปัญหา ซึ่งที่จริงแล้วผมก็ได้คุยกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ คือท่านประมวล ซึ่งท่านก็ได้แจ้งปัญหาเหล่านี้มาให้ผมได้ทราบแต่ก่อนล่วงหน้านี้แล้ว กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เองเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่ประการที่สําคัญก็คืองบประมาณ ที่เราตั้งไว้สําหรับแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มันไม่ได้ตั้งเอาเป็นการเฉพาะ ซึ่งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ได้ทําโครงการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เพื่อของบกลางจากรัฐบาลก็ได้ดําเนินการไป ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ก็รอการพิจารณาของสํานักงบประมาณที่จะ จัดสรรงบกลาง ในขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราก็พยายามช่วยตัวเอง ผมได้ ให้ทั้ง ๒ กรมที่ดูแลเรื่องนี้ คือกรมวิชาการเกษตร และก็กรมส่งเสริมการเกษตร พยายาม เจียดจ่ายงบประมาณของตัวเองที่คิดว่าพอจะเจียดได้ในขณะนี้ก็มีอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาผลิตตัวแบคทีเรียที่จะเข้าไปทําการฉีดพ่นต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งก็กําลังดําเนินการอยู่ ส่วนอีก ๘๐ ล้านบาท ก็จะขอจากงบกลางจากรัฐบาล ซึ่งอยู่ ในระหว่างการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นกิจกรรมที่เราจะทําในเรื่องของแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ ก็ได้แบ่งออกเป็น ๔ กิจกรรมด้วยกัน กิจกรรมแรกคือ การกําจัดแมลงศัตรูมะพร้าว ทั้ง ๒ ชนิดนะครับ ก็คือทั้งหนอนหัวดําในมะพร้าว แล้วก็แมลงดําหนาม แล้วก็มาตรการที่ ๒ ในการดําเนินการก็คือการสร้างความมีส่วนร่วมของเกษตรกรให้เฝ้าระวังในการป้องกันแก้ไข ปัญหา ตรงนี้เรามุ่งว่าจะตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนให้ครบในอําเภอต่าง ๆ ที่เกิดการระบาด เพื่อให้องค์ความรู้กับเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาและเพื่อเป็นการผลิตศัตรูธรรมชาติที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่นี้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยนะครับ รวมทั้งให้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ในการผลิตขยายศัตรูธรรมชาติที่ถูกต้องและเหมาะสมกับเวลา ให้กับพี่น้องเกษตรกร นอกจากนั้นแล้วนะครับ เรายังจะสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน

ประการที่ ๓ คือในเรื่องของเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ต่าง ๆ อันนี้ ก็คงทําเป็นกระบวนการทั้งหมดนะครับ

และสุดท้ายก็คือ ต้องบูรณาการกันระหว่างพื้นที่ ไม่ว่าทางจังหวัด องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตามนะครับ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้นะครับ สิ่งที่เราคิดไว้ก็คงไม่ได้ นิ่งนอนใจก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยตั้งใจว่าการที่จะทํานั้น ในเรื่องของแมลงศัตรูพืชตรงนี้คงใช้วิธีการทางชีวะวิธี คือใช้ศัตรูตามธรรมชาติไปดําเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ใช่ทําเป็นพื้นที่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่งอย่างที่ทํามา อยากให้ทํา พื้นที่เต็มทั้งพื้นที่ที่ระบาด ที่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลาเกินไปเกือบ ๒ นาทีครับ เชิญผู้ถาม ถามครั้งที่ ๓ ท่านเหลือเวลา ๔ นาที ๔๒ วินาที

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะถามคําถามที่ ๓ ผมจะกราบเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการแก้ปัญหาถ้าเราทําไม่จริงจัง โดยหน่วยงานของรัฐ ผมคิดว่าไม่ประสบ ความสําเร็จ เหตุจะกระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งพี่น้องประชาชน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ส่วนใหญ่ ในเขตอําเภอโซนล่าง เพราะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยาว ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ทุกอําเภอติดตะนาวศรีเขตแดนพม่า ทุกอําเภอติดอ่าวไทย เพราะฉะนั้นการกักเก็บน้ําไว้มันเป็นที่ลาดชัน เพราะฉะนั้นท่านต้องให้กรมชลประทาน ต้องศึกษาดูแลแหล่งเก็บน้ําหลาย ๆ จุด บางพื้นที่การทําสวนมะพร้าวส่วนใหญ่เป็นดินทราย กักเก็บน้ําได้ไม่มาก หรือเก็บน้ําไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นผมฝากท่านเรื่องการหาแหล่งน้ําให้ พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะที่อําเภอทับสะแก ซึ่งตําบลแสงอรุณกับตําบลห้วยยาง มีโครงการพระราชดําริที่สร้างอ่างเก็บน้ํา แต่มีปัญหาอยู่เล็กน้อย ผมเพิ่งได้เข้าไปประชุมกับ ท่านนายอําเภอ กับผู้นําชุมชน ผมคิดว่าท่านคงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้าไปดูแล จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ส่วนเรื่องศัตรูมะพร้าวที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้น ผมคิดว่าถ้าเรา ไม่เอาจริงไม่เอาจัง มะพร้าวหมดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ จังหวัดหลาย ๆ จังหวัด ก็จะหมด ไม่ว่าทางใต้ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร ผมว่า จะหมดนะครับ ถ้าท่านไม่จริงจังเอาใจใส่ นี่ผมให้ข้อคิดเห็นนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านก็คง สั่งการให้ปฏิบัติอย่างจริงจัง

ผมจะถามคําถามที่ ๓ สืบเนื่องจาก ๒ คําถามแรกของกระผมทําให้พี่น้อง เกษตรกรมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพ เมื่อมะพร้าวไม่มีผลผลิต ก็ไม่มีลูกมะพร้าวที่จะไปขาย เมื่อไม่มีมะพร้าวที่จะไปขาย ก็ไม่มีเงินทองที่จะใช้ บางแปลงมะพร้าวก็ตายหมดทั้งแปลง ไร่หนึ่งมีประมาณ ๒๕ ต้น หน่วยงานของรัฐบอกชดเชยให้ไร่ละ ๙๑๒ บาท ท่านครับ ๒๕ ต้น ๙๑๒ บาท เกือบ ๑๐ ปีปลูกกว่าจะได้ผล เพราะฉะนั้นผมอยากฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑. ท่านไปคิดค่าชดเชยต่อไร่เสียใหม่ จาก ๑ ไร่ ๙๑๒ บาท เกือบ ๑๐ ปีนะครับต้นหนึ่งไม่ถึง ๔๐ บาท ๒. ท่านช่วยพักหนี้ ให้เกษตรกรของผมหน่อย เพราะไม่มีผลผลิต ไม่มีผลผลิตก็ไม่มีลูกจะขาย ถึงมะพร้าว ๒๑ บาทก็จริง แต่ไม่มีผลผลิต ผมขอฝากท่านประธานว่าให้รีบเร่งทําอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าการพักหนี้เกษตรกรหรือการชดเชย ให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าว และให้รีบเร่งในการปราบศัตรูแมลงมะพร้าวอย่างเร่งด่วน ผมเข้าใจปัญหาสินค้าเกษตรหรือปัญหาต่าง ๆ มีมากมาย แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่มันเกิดขึ้น เกี่ยวกับภัยแล้ง พวก ส.ส. หรือสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านถามว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาแปลก ที่อื่นน้ําท่วม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ภัยแล้งนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ๓ ข้อที่ผมฝากเมื่อกี้นี้ และข้อสุดท้ายที่ถามคือ ๑. พักหนี้ ๒. คิดชดเชยต่อไร่ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเวลาของรัฐมนตรีหมด ไม่สามารถที่จะตอบได้ให้ท่านตอบเป็นเอกสารให้แก่ผู้ตั้งกระทู้ถามครับ ก็จบการตั้งกระทู้ ถามสดนะครับ ของท่านเหลือเวลาอีก ๒๐ วินาทีครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช ให้ท่านรัฐมนตรีตอบสัก ๓๐ วินาทีก็ได้ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ มันหมดเวลาแล้วครับ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ เป็นหลักครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ก็ยกเวลาของผม ให้ท่านรัฐมนตรีไปเลยครับ มันไม่ครบ ๒๐ นาทีดีนี่ครับท่านประธาน ของผมไม่ถึง ให้ท่านรัฐมนตรีตอบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพูดเมื่อกี้ก็หมดไปแล้ว ครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ของผมไม่หมด แต่ของ ท่านรัฐมนตรีหมด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ ของท่านก็หมดแล้ว เมื่อกี้นี้ครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

อย่างนั้นขอบพระคุณ ท่านมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดแล้วครับ ก็ผมบอกว่า ให้ท่านรัฐมนตรีตอบเป็นเอกสารไป ท่านจะได้ไปหาเสียงง่ายนะครับ เพราะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานก็อยู่ข้างหลังท่าน จบกระทู้ถามสดนะครับ

ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อ ๓๑๓ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผม ขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ รายงานสรุปผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ํา ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้ว

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ เชิญคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการ คุณเสนาะ เทียนทอง รองประธานคณะกรรมาธิการ คุณไชยา พรหมา คุณพีระเพชร ศิริกุล คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คุณสุทัศน์ เงินหมื่น ก็มีตามรายการนี้นะครับ ๒๔ ท่านด้วยกัน เชิญครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เชิญครับท่านไชยา ท่านเสนาะไม่มา ท่านไชยาทําหน้าที่เป็นประธานแทน เชิญแถลงครับ

นายไชยา พรหมา กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญการแก้ไขปัญหาน้ํา

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๑ ครั้ง ๑๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติในที่ประชุมให้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาน้ํา รวมญัตติ ๑๑ ญัตติด้วยกัน และมีการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาการศึกษาแก้ไขปัญหาน้ําทั้งระบบ โดยกําหนดระยะเวลาการพิจารณาให้แล้วเสร็จ และรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๖๐ วัน แต่เนื่องจากการทํางานของ คณะกรรมาธิการ ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นทั้งหมด ๘ คณะอนุกรรมาธิการ แล้วได้ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ เพื่อให้เกิดความรอบคอบแล้วก็ประโยชน์สูงสุดของการทํางานในครั้งนี้ที่จะเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎร ทําให้คณะกรรมาธิการวิสามัญต้องขอระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก จํานวน ๒ ครั้ง ขยายครั้งแรก ๑๒๐ วัน และครั้งที่ ๒ อีก ๖๐ วัน ตามนัยแห่งข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๙๘ วรรคสอง

บัดนี้ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไข ปัญหาน้ํา ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป และขออนุญาตต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ๒ ท่าน คือ ท่านดอกเตอร์รอยล จิตดอน และดอกเตอร์สมเกียรติ ประจําวงษ์ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรด้วย จึงขออนุญาตท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ เชิญบุคคล ทั้ง ๒ เข้ามาครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น เชิญครับ คุณสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดลําพูน ขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ํา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเพื่อไปสู่ทิศทางที่ ถูกต้อง แล้วก็เป็นการสรุปแถลงผลการศึกษาที่ถูกจังหวะ ถูกเวลาในสภาแห่งนี้พอดี เนื่องจากว่าขณะนี้นั้นเป็นช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาว น้ําปีที่แล้วนั้นก็เป็นปัญหาอุปสรรค ซึ่งจากการที่เราไม่ได้บริการจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ บางครั้งก็ต้องมีค่าชดเชย ค่าเสียหาย เยียวยาพี่น้องราษฎรทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้าน ในปีนี้นะครับ ปี ๒๕๕๓ ที่น้ําท่วม น้ําขังทั่วประเทศ แล้วเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกครับท่านประธาน ตั้งแต่เราศึกษามานี้นั้น ไม่เคยปรากฏว่าน้ําท่วมอีสาน น้ําท่วมจังหวัดนครราชสีมาอย่างนี้ครับ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นในสมัย เราวัยเด็กเราเห็นว่าจังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นจังหวัดที่มีแผ่นดินสูงน้ําท่วมไม่ถึงแน่นอน เด็ดขาด แต่ปรากฏว่าอยู่ไปอยู่มาน้ําท่วมไปถึงจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ภาคใต้ก็มีผลกระทบ น้ําฝนตกมา ปกติจะต้องมีสัญญาณเตือนภัย แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีสัญญาณอะไรเลยครับ อยู่ ๆ มันก็มาครับ ภาคเหนือของกระผม ไม่ว่าจังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นต้นธารแม่น้ําเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน ไหลรวมกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ปากน้ําโพ กลายมาเป็นลําน้ําเจ้าพระยามาหล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานครและภาคกลางเกือบทั้งภาคกลางเลยครับ ปีนี้ก็เช่นกันครับ มีผลกระทบปรากฏว่าแม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน ฝนตกนิดเดียวไหลท่วมพี่น้อง ราษฎร จังหวัดลําพูนของกระผมก็มีผลกระทบจากน้ําลี้ น้ําแม่ทา น้ําแม่กวง ท่วมกันหมดครับ ซึ่ง เป็นเรื่องที่น่าตกใจครับ ท่านประธานที่เคารพ ว่าธรรมชาติตอนนี้ สภาวะมันแปรปรวน ไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยครับ มันเป็นทั้งโลก บ้างก็กล่าวว่าภาวะโลกร้อน ก็ไปตั้งชื่อแปลก ๆ ครับ ตอนนี้ราษฎรของผมตื่นอกตื่นใจกัน คาร์บอนเครดิต ( Carbon Credit) อะไรนั่น โดยอ้างว่า จะทําให้ลดภาวะโลกร้อนต่อไปน้ําไม่ท่วมเราแล้วถ้าเรามีคาร์บอนเครดิต แล้วก็รวบรวมโฉนด แล้วจะให้ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนก็บอกว่ามันดี เพราะว่านอกจากน้ําไม่ท่วมแล้ว โลกเย็นลง เรายังได้เงินอีก ก็กลายเป็นช่องว่าง แต่ใครจะเป็นสมาชิกกองทุนคาร์บอนเครดิต จะต้องสมัครรายละ ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาทครับ เขาก็เอาเงินไปอีก นี่จะเห็นได้ว่าเรื่องของ ธรรมชาติ เรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องขององค์ความรู้ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสําคัญครับท่านประธาน ผมเองอยากจะ ถามทางกรรมาธิการฝากครับ ว่าในส่วนของการบริหารจัดการลุ่มน้ํา ๒๑ ลุ่มน้ํานั้น ไม่ทราบว่าขณะนี้มันหายไปจากระบบได้อย่างไร ๒๑ ลุ่มน้ําที่เราจะบริหารจัดการในสมัย ท่านทักษิณ ชินวัตร ได้วางแผนรูปแบบการจัดการบริหารน้ํา ๒๑ ลุ่มน้ํา ทางภาคเหนือ ของกระผมก็มีลุ่มน้ําปิง ลุ่มน้ําวัง ลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ําน่าน ทั้งหมดจัดการบริหารเรียบร้อย น้ําแม่ปิงจะต้องมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการสร้างอุโมงค์ผันน้ําจากเขื่อนแม่งัด เข้าแม่กวง แล้วก็ผันน้ําลงในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน โดยเจาะอุโมงค์ผันน้ํา ใช้งบประมาณทั้งหมด ๗,๖๕๐ ล้านบาท วันนี้ก็ไม่คืบหน้าครับ ท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการ ที่ไม่คืบหน้านี่กระผมติดตามตลอดเวลา ปรากฏว่ามันมีเรื่องของอีไอเอ (EIA) เรื่องของผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมครับท่านประธาน ศึกษา เอาเงินไปแล้วเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทครับ ผลการศึกษาทั้งหมด ๓–๔ เล่ม ไม่มีสําเร็จสักเล่มครับ มีศึกษาเรื่องผลกระทบด้านสังคม ศึกษาเรื่องผลกระทบทางภูมิศาสตร์ ศึกษาผลกระทบในเรื่องของรอยเลื่อนแผ่นดินไหว ๒๐๐ ล้านบาทครับ มันเป็นอย่างนี้ครับ อีไอเอของประเทศไทย ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พอเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนประธานอีไอเอ เปลี่ยนคณะกรรมการ แล้วก็ส่งไปศึกษาเล่มที่ ๑ ไม่พอ ขอเล่มที่ ๒ นี่ครับปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแหล่งน้ํา ก็อยากจะฝากไปทาง กรรมาธิการว่า อีไอเอกับคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตัวนี้ล่ะครับ ตัวขัดขวางการพัฒนา แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมนะครับ ท่านประธาน ที่มาทําผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ๓ เดือนผ่าน ๖ เดือนผ่านครับ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ที่เป็นของ เอกชนมันไวเหลือเกิน แต่ของราชการ ๔ ปีแล้ว ไม่ไปไหนสักที ผมก็ไม่รู้ว่ามันอย่างไรของมัน ไม่อยากจะพบว่าพวกนี้เป็นตัวอุปสรรคปัญหา แต่ทําไมคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ที่จะต้องทําอีไอเอ ที่มี ๗๐ แปลงขึ้นไป รูดปื้ด ๆ ผ่านหมดครับ แป๊บเดียวผ่าน ๆ ไม่ต้องมีผลกระทบอะไรหรอกครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากครับท่านประธาน นี่คือปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการพัฒนา แหล่งน้ํา พี่น้องประชาชนรอเหลือเกินอุโมงค์ผันน้ํา แม่งัด แม่กวง คือสูบน้ําจากเขื่อนแม่งัด เจาะดอยประมาณ ๒๗ กิโลเมตร แล้วก็เอาน้ําจากเขื่อนแม่งัดเข้าไปไว้ในเขื่อนแม่กวง น้ําก็ไม่ได้ท่วมจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน เพราะน้ําปิงเวลาหน้าฝนมันมีจํานวนมากครับ ไปท่วมในเมืองหมด ท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ ท่วมจังหวัดลําพูนแล้วไหลลงมาท่วม แถวภาคกลางอีก เพราะว่ามีเขื่อนเดียวที่กั้นไม่ให้น้ําปิงไหลลงมากระทบกระทั่งทาง ทางภาคกลาง นั่นก็คือเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก พอเขื่อนภูมิพลเต็มจะต้องเปิดน้ําไหลลงมา ภาคกลาง ภาคกลางก็ล้นเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปล่อยน้ํา ภาคกลางก็กลายเป็น แก้มลิงของกรุงเทพมหานครอีก มันกระทบทั้งระบบ แต่ถ้าโครงการนี้สําเร็จ หน้าฝนเราเอา มาเก็บไว้ที่เขื่อนแม่งัด น้ําล้นมาเก็บไว้เขื่อนแม่งัดแล้วก็ปล่อยลงเขื่อนแม่กวง แล้วก็ไหลลงหา พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน พี่น้องราษฎรของกระผม ของจังหวัด เชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ภาคเหนือก็มีความสุข น้ําไปถึงไหนมีความสุขที่นั่น ปัญหาอุปสรรค ก็คืออีไอเอนี่ละครับท่านประธาน เป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทยว่าผลกระทบ สิ่งแวดล้อม มีดอกเตอร์เป็นร้อยครับกองอยู่ตรงนั้น ไปอยู่นั่นละครับ ไปถามซ้ําแล้วซ้ําเล่า ไปถามชาวบ้านจนชาวบ้านจะเอามีดฟันหัวแล้ว รําคาญครับ จ้างเด็กนักศึกษาไปถาม เด็กนักศึกษาถามเสร็จ ระดับดอกเตอร์ไปอีก ถามซ้ํา ๆ ซาก ๆ วนเวียนแล้วไม่ไปไหนสักที ชาวบ้านเขาอยากได้น้ํา ผมก็ฝากกรรมาธิการช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาของการจัดงบประมาณที่ซ้ําซ้อน เรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ํา ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการครับ วันนี้ทุกหน่วยงาน โผล่มาก็ขุดลอกครับ อ้างครับลําน้ําตื้นเขิน วันนี้เป็นแฟชั่น (Fashion) ครับ องค์กรท้องถิ่น ทุกระดับ เทศบาล อบต. อบจ. ขุดลอก ระยะเวลา ๓ เดือน จะแก้ปัญหามีน้ําท่วม มีน้ํากิน มีน้ําใช้ ระยะทางขุด ๖ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตร ใครขุดครับ บางทีก็ให้ทหารไปขุด บางที ก็ประมูลกรณีพิเศษ พอขุดเสร็จ ขุดบ้าง ไม่ขุดบ้าง น้ํามา วัดผลไม่ได้ ก็ตรวจรับงานกันไป นี่ละครับเรื่องของงบประมาณที่มันซ้ําซ้อน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตั้งงบประมาณ กรมชลประทานก็ตั้งงบประมาณ กรมทรัพยากรน้ํา ก็ตั้งงบประมาณ ขุดลอก ๆ ขุดตอนหน้าแล้งนะครับตอนนี้แบคโฮ (Backhoe) เต็มลําน้ํา หมดนะครับ แต่พอฝนมาแป๊บเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะเขาขุดเหวี่ยงครับท่านประธาน เขาเรียกขุดแบะ ภาษาเหนือ คือไม่ได้ขุดขน คือขุดเสร็จเอาแบคโฮซ้ายทีขวาที ก็เดินไป ๆ ได้ ๖ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตร ก็ถ่ายรูป สวยครับ พอถ่ายรูปเสร็จก็เอามาเบิกงบประมาณ พอฝนลงมาครับท่าน มันพรวดเดียวมันก็เหมือนเดิมอีก พอหน้าแล้งมาลําน้ํานี้ตื้นเขินก็ขุดอีก ขุดแบะครับ ขุดซ้ายทีขวาที ๆ พอฝนมาก็ตกพรึบ เรียบร้อย นี่อย่างไรครับท่านประธาน ก็ตั้ง งบประมาณซ้ําซ้อนกันครับ แต่เวลาขุดมากเข้า ๆ ปรากฏว่าต้นไม้ ๒ ข้างตลิ่งน้ํามันหาย แทนที่ตลิ่งจะยึดด้วยต้นไผ่ ต้นพืชโบร่ําโบราณที่มันยึดโยงกับชาวบ้าน มันหายหมด คราวนี้ น้ํามาแล้วคราวนี้ เร็วขึ้นครับ แล้วไม่มีการวางแผน สิ่งที่น่าตกใจก็คือมีการขุดต้นน้ําครับ ก็หมายความว่าต้นน้ํา ขุนน้ํานี่มีการขุด แล้วพอขุนน้ํามันไหลลงมา ปลายน้ําเราไม่ได้ขุดครับ มันก็ทะลุทะลวงเอา ๒ ข้างของราษฎรเสียหาย ตรงนี้ละครับ พอเสียหายปุ๊บรัฐบาลก็ตั้ง งบกลาง ตั้งงบไปชดเชยรายละ ๕,๐๐๐ บาทบ้าง ยางพาราได้ต้นละ ๑๗๐ บาท ต้นลําไย บ้านผมได้ต้นละ ๒๕ บาท อย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องชดเชยกันไป ไร่ละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ก็กลายเป็นว่าเราบริหารจัดการงบประมาณวนเวียนซ้ําซากอยู่กับเรื่องของแหล่งน้ํา โดยที่ ไม่ได้บูรณาการ โดยไม่มีการวางแผนบริหารจัดการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่พี่น้องประชาชนได้เห็น เรื่องของการศึกษาเป็นเล่ม สวยงามครับ และอัดแน่นไปด้วยเนื้อหา ทุกลุ่มน้ํามีหมด แต่เมื่อ ศึกษาแล้ว ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการครับ เราจะบังคับรัฐบาลให้เอาตามนี้ ได้อย่างไร นี่คือหัวใจ พอเป็นคาถาเขาเรียกว่า สุ จิ ปุ ลิ หัวใจเศรษฐีเลยครับนี่ เราจะทํา อย่างไรให้มีสภาพบังคับครับว่าเมื่อกรรมาธิการศึกษาพิจารณาแล้วเสร็จรายงานต่อสภา มีสภาพบังคับว่ารัฐบาลจะต้องมีเป็นไปตามนี้ ท่านประธานก็อยู่สภานี้มานาน เราจะทํา อย่างไรครับท่านประธาน ผลการศึกษาดีเลิศครับ มีทั้งระบบท่อ ระบบส่ง เขื่อน อ่าง งบประมาณเท่าไร ปีไหน อย่างไร มีหมดครับ กรรมาธิการศึกษาหมด แต่พอถึงเวลาตั้ง งบประมาณมามันไม่เป็นไปตามนี้ครับท่านประธาน มันไม่เป็นไปตามนี้ครับ แล้วเราจะทํา อย่างไรครับ ที่จะให้สภาแห่งนี้เสียเวลาศึกษา เชิญผู้รอบรู้ทั้งหมดทั้งมวลมานี้ แล้วผู้อาวุโส ทั้งนั้นเลยครับที่เป็นประธาน ปรากฏว่ารัฐบาลไม่เอาไปจะทําอย่างไรท่านประธาน สํานักงบประมาณไม่เอาไป แผนการตั้งงบประมาณไม่เอาตรงนี้ไปใช้ มันก็กลายเป็นว่าเป็น ภาระของเจ้าหน้าที่สภาจะต้องเก็บและอีกไม่นานก็ชั่งกิโลขาย เสียดายครับ ต้องเอาไป ทําลายและชั่งกิโลขาย ถ้าเป็นไปได้ท่านประธาน ผมฝากว่าเราจะทําอย่างไรที่กรรมาธิการ หน้าดําคร่ําเครียด ได้ศึกษาสรุป เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านน้ํา เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านตั้งงบประมาณ มาให้ บริการเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีสภาพบังคับ ทําอย่างไรที่จะให้เป็นไปตามนี้ ถ้าเป็นไปตามนี้ ประเทศไทยเป็นครัวของโลกครับ เวียดนามก็สู้ไม่ได้ เขมรสู้ไม่ได้ ลาวสู้ไม่ได้ ถ้าเป็นไปตามนี้นะครับ เราจะเป็นแหล่งอาหารของโลก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทย เกษตรกรลืมตาอ้าปาก ไม่ต้องไปประกันรายได้อะไรหรอกครับ เอาน้ําไปให้เขา เอาตลาดไป ให้เขาพอแล้ว เป็นไปตามนี้ล่ะ เป็นไปตามนี้ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าเราศึกษาเรียบร้อย ให้ท่านประธานรายงานสภาเรียบร้อย พอถึงเวลาตั้งงบประมาณมันไม่เรียบร้อย ผมอยากจะ ให้สภา เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วช่วยสรุปทั้งหมดให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วกําชับ แล้วเอา เอกสารเหล่านี้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลางบประมาณกลางปี งบประมาณต้นปี จะได้อภิปรายถูก ว่าที่เขาศึกษาทําไมไม่เอา ไปเอาอะไรขุดลอก ๆ ทําไมไม่เอาอันนี้เป็นฐาน ระบบท่อก็มี อ่างก็มี แก้มลิงก็มี ระบบการ จัดการบริหารน้ํามี มีทั้งองค์ความรู้ ทําไมไม่เอาเป็นแม่บท ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการเรื่องของสภาพบังคับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหัวจิตหัวใจในการที่อยากเห็นบ้านเมืองเจริญ ในการที่อยากเห็นราษฎร โดยเฉพาะ ชาวไร่ ชาวนาของพวกเรามีความสุขกับการได้มีแหล่งน้ําที่บูรณาการ น้ําไหล ๑๒ เดือน โดยไม่มีน้ําท่วม น้ําแล้ง ผมเชื่อว่าการศึกษาของกรรมาธิการจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน และรัฐสภา และสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นที่ยกย่องเชิดชูและเป็นความหวังของ พี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอ ถือโอกาสนี้ขอบคุณแล้วก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเรื่องแรก ผมเองเป็นผู้หนึ่งในการเสนอญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ํา การวางระบบชลประทาน ของประเทศต่อสภาแห่งนี้แล้วก็ญัตติของผมก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ญัตติของเพื่อนสมาชิก จากทุกพรรคการเมืองที่เสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยมีตัวแทนของสภาก็คือ คณะกรรมาธิการได้พิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบ รอบด้าน แม้ว่าผมจะไม่มีโอกาส เข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แต่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความคืบหน้าว่า ท่านดําเนินการอย่างไรไปบ้างในการที่จะเป็นส่วนสําคัญในนามของสภาผู้แทนราษฎร ในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ ในฐานะผู้แทนปวงชน ได้สะท้อนปัญหา ได้สะท้อนข้อเท็จจริง ได้สะท้อนมุมมอง และเสนอแนะข้อคิดเห็นในการวางระบบชลประทาน ในการแก้ไขปัญหา เรื่องภัยแล้ง น้ําท่วมให้มันหมดไปเสียที แล้วก็สร้างประเทศของเราให้เป็นอู่ข้าวอู่น้ําของโลก ให้เป็นครัวของโลก ซึ่งผมยังเชื่อมั่นแล้วก็มุ่งมั่นอยู่ตลอดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสร้าง ความเข้มแข็งที่เป็นจุดแข็งที่สุดของประเทศก็คือภาคการเกษตร เหตุผลที่บอกว่าเป็นจุดแข็ง ของประเทศ ก็คือเราไม่สามารถที่จะทําอย่างอื่น ที่เรายังมีความด้อยกว่าประเทศ อุตสาหกรรมอื่น ๆ แต่ว่าจุดแข็งของประเทศของเราก็คือธัญญาหาร ท่านประธานที่เคารพ หลายประเทศทั่วโลกประสบกับภัยพิบัติหลายอย่าง เช่น บางประเทศประสบกับพายุ บางประเทศภัยแล้ง บางประเทศแผ่นดินไหว ทั่วโลกขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนพลังงาน ที่ผลิตจากพืช แต่ประเทศไทยคือจุดแข็ง แต่การที่จะพัฒนาหรือปรับปรุงจุดแข็งให้เป็นจุดแข็ง แล้วก็โดดเด่น ท่านประธานที่เคารพครับ จําเป็นเหลือเกินที่จะต้องอาศัยน้ํา แต่น่าแปลกใจ เหลือเกินที่ประเทศของเราซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินทอง เป็นสุวรรณภูมิ เป็นอู่ข้าวอู่น้ํามาตั้งแต่ โบราณกาล ตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเรา แล้วก็ที่สําคัญที่สุด แม้แต่องค์พระประมุข ของรัฐเอง พระองค์ท่านก็ให้ความสําคัญต่อเรื่องน้ําอย่างยิ่งยวดเหลือเกิน แต่การบริหาร จัดการทรัพยากรน้ํา การบริหารแหล่งน้ําก็ยังสะเปะสะปะ ยังไม่มีระบบ จนถึง คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษามาแล้ว ต้องขอชื่นชมว่าท่านทําได้ดีมาก ทําให้มองเห็นภาพ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของประเทศว่าอันที่จริงแล้วประเทศไทยของเราไม่ได้มีปัญหา ในเรื่องน้ําเลย เรื่องน้ําไม่พอไม่ต้องพูดถึง มันมีพอ ขาดอยู่อย่างเดียวก็คือยุทธศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ําอย่างเป็นระบบ อย่างมีเป้าหมาย แล้วก็เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่เติมให้เกิดความล้มเหลว เกิดความเสียหายทั้งน้ําท่วม ภัยแล้ง อุทกภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็เพราะไม่มีความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ที่น่าสลดใจ มากที่สุด ผมไปฟังหลายหน่วยงานแม้กระทั่งไปฟังดูด้านการพิจารณางบประมาณ เขาไม่ได้ คํานึงนะครับว่างบประมาณของกระทรวงนี้ กรมนี้ ถ้าเกิดว่าได้มาแล้วนี่จะทําอย่างไรให้เงิน ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เพื่อให้ใช้เงิน ทุกบาททุกสตางค์บริหารจัดการแหล่งน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําหลัก ๒,๐๐๐ กว่าลุ่มน้ําสาขา แล้วก็ ๖๐,๐๐๐ กว่าแห่งที่เป็นห้วย หนอง คลอง บึง ที่เป็นแหล่งต้นน้ําไม่มีการวางระบบเลย คิดอยู่อย่างเดียวว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปทําแหล่งน้ํามีเงินทอนเข้ากระเป๋าเท่าไร มันคิดกันอย่างนี้จริง ๆ มีเงินกลับคืนเข้ามาในกระเป๋าผู้ที่รับผิดชอบกี่บาท มันไม่ได้คํานึง เลยครับว่าเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ไปบริหารแล้วเกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับ แหล่งน้ํากิน น้ําใช้ น้ําเพื่อการเกษตรกับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ในระดับหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัด ภาค รวมไปถึงลุ่มน้ําทั้งระบบ เพื่อบริหารจัดการให้มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และประชาชนมีน้ํากิน น้ําใช้ น้ําเพื่อการเกษตรได้ทั้งปี ไม่ต้องมาคํานึงว่าปีนี้น้ําท่วมแล้ว ต้องเสียงบประมาณกี่หมื่นล้านบาท กี่แสนล้านบาท เพื่อเอาไปชดเชยหรือเยียวยาให้กับ ความเสียหาย มันไม่เพียงพอหรอกครับต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติในเรื่องน้ําท่วม เพียงแต่ว่าเยียวยาเหมือนยาพาราบรรเทาปวดเท่านั้น มันไม่เพียงพอหรอกครับกับโอกาสที่ ประชาชนได้สูญเสียไปจากการที่มีแต่ที่ดิน มีแต่คลองแห้ง ๆ มีแต่ลุ่มน้ําสาขาแห้ง ๆ แต่ไม่มี น้ําเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ พอผมได้พิจารณา ได้อ่านรายงานของ กรรมาธิการแล้ว ชื่นชมท่านเหลือเกิน แต่ถามต่อไปว่าจากนี้ไปส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ท่านได้ศึกษาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ําสังกัดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กรมชลประทานสังกัดอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน้ํานี่นะครับ ท่านมารวมกันคิดได้ไหมครับ มารวมกันวางระบบทําเป็นแผนแม่บทเสนอ ให้รัฐบาล และรัฐบาลจะต้องฟังสภาครับ เพราะอันนี้คือผลสรุปของสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าระบบทํากันเป็นแบบนี้ ต่อให้พรรคไหนมาเป็นรัฐบาล ขอให้ท่านยึดแผนแม่บทอันนี้ เป็นหลักเลยว่าถ้าจะต้องดําเนินการตามนี้ ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ พอต่อไปยุบสภา พรรคการเมืองอื่นขึ้นมาเป็นรัฐบาล ท่านต้องนับต่อไปว่าแผนที่ ๔ แผนที่ ๕ แผนที่ ๖ ภายใน ๒๐ ปี เรื่องภัยแล้ง เรื่องน้ําท่วม ขาดน้ํากิน น้ําใช้ น้ําอุปโภค บริโภค ขาดน้ําเพื่อการเกษตรจะต้องหมดไปจากประเทศ แล้วก็จะต้องร่วมกันสร้างว่าภายในอีก ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีข้างหน้า ประเทศของเราจะต้องเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ประเทศของเราจะต้อง เขียวทั้งปี ประชาชนที่อยู่ในเขตชลประทานจะมีรายได้มากกว่าเขตน้ําฝนทั่วไป ๓ เท่า ๓.๕ เท่า โอกาสต่าง ๆ ที่ประชาชนยากจนไม่ใช่ว่าเพราะเขาเกียจคร้าน แต่เพราะขาดโอกาส ที่รัฐควรที่จะหยิบยื่นและส่งเสริมให้กับเขาต่างหาก น่าเสียดายเหลือเกินในช่วงหลายปี ที่ผ่านมาเราไม่ได้วางระบบเรื่องนี้ พอผมเห็นแล้วต้องชื่นชม ท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ต้องขอฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และพี่น้องประชาชนว่า เรามาร่วมกันบูรณาการในการวางระบบน้ําอย่างไร เพราะที่ผ่านมา สะเปะสะปะครับ กรมชลประทานเขาบอกว่าแหล่งน้ําขนาดใหญ่ ก็ทําเฉพาะลุ่มน้ํา แต่ทําเท่าที่มี แต่เงินทอนเท่าไรไม่ทราบนะครับ คิดคํานวณกันไว้หมด คิดเป็นเงินกันไว้หมด กรมทรัพยากรน้ํา เท่าไรครับ ทําไปแล้วเท่าไร ผลสุดท้ายขาดการบูรณาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยากจะทําเหลือเกินเพราะเขาทราบปัญหาดีที่สุดว่าในตําบลของเขา ในเทศบาลของเขา มีแหล่งน้ํากี่แห่ง มีห้วยกี่แห่ง มีหนองกี่แห่ง มีบึงกี่แห่ง มีลุ่มน้ําสาขากี่แห่ง ก่อนที่จะไหล ลงมารวมเป็นลุ่มน้ําหลักใน ๒๕ ลุ่มน้ํา แต่เขาไม่มีเงินที่จะทํา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเลยฝากความหวังเรื่องนี้ผ่านท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับน้ําทั้งระบบว่าทําได้ไหมครับ เอาให้เป็นยุทธศาสตร์ของชาติ เอาไปเป็นแผนแม่บทของประเทศ จากเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษา ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าเกิดรัฐบาลใดก็แล้วแต่ หยิบยกเอารายงานของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ไปดําเนินการ ให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง จะเป็นพระคุณ จะเป็นคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองมากมาย มหาศาลเหลือเกิน แต่สิ่งที่ผมกังวลใจมากที่สุดก็คือเราจะป้องกันไม่ให้มีการทุจริต จากเรื่องการบริหารจัดการน้ําอย่างไร เป็นเรื่องสําคัญที่สุด บางจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ เหมือนเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อน เขาไม่ได้คิดกันนะครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มันคิดกันไปถึงขนาดที่ว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วท่านประธานครับ โดยเฉพาะงบขุดลอกคลอง ซึ่งใช้ประโยชน์แทบไม่ได้เลยครับท่านประธาน ขุดแล้วถม ถมแล้วขุด ถมนี่นะครับฝนตกมาห่าเดียว ท่านประธานครับ ไปหมดแล้วครับ คืนสภาพเดิมหมด แทบจะไม่มีผลเป็นรูปธรรม แต่การที่จะทําให้บรรลุเป้าหมายจริง ๆ มันจะต้อง มีอ่าง มีฝาย มีที่เก็บที่มีมาตรฐานเพียงพอ แล้วก็เก็บน้ําไว้ในช่วงหน้าฝน ปล่อยน้ํามาในช่วง ที่ขาดน้ํา สามารถที่จะทําได้ ช่วยกันล้างการทุจริตในเรื่องแหล่งน้ําให้หมดสิ้นไป และดึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศเกือบ ๘,๐๐๐ องค์กรเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ ระบบมันถึงจะเดินต่อไปได้ กราบเรียนเรื่องนี้กับท่านประธาน และก็ขอชื่นชม คณะกรรมาธิการทุกท่าน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปรายชื่อผู้ที่จะอภิปราย มีดังนี้นะครับ คุณภูมิ สาระผล คุณอํานวย คลังผา คุณวิทยา ทรงคํา คุณรณฤทธิชัย คานเขต คุณนิยม ช่างพินิจ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คุณเรวัต สิรินุกุล คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม คุณวัชระ เพชรทอง ตามลําดับครับ เดี๋ยวรุ่นต่อไปครับ รุ่นนี้ให้จบก่อน เชิญคุณภูมิครับ คือเอากันให้เต็มที่ครับเพราะว่าเรื่องนี้เรื่องสําคัญมาก เรื่องน้ํานี่ครับ เราตั้งหลายปีนะครับ นี่เพิ่งจะได้มาพิจารณากันวันนี้ วันนี้ก็เอาให้เต็มที่ครับ แล้วก็ต้องฝากข้อสังเกต ว่ารัฐบาลควรทําอะไร ๆ บ้าง งบประมาณอย่างที่คุณสถาพรพูด พูดแล้วปัดการรับผิดชอบ ต้องเอาตัวเองเป็นหลักด้วยครับว่า สภานี้มีบทบาทสําคัญในการพิจารณางบประมาณ ถ้าเรา ไม่ได้ตามแผนนี้ เราก็ไม่ควรรับงบประมาณประจําปีครับ เชิญครับคุณภูมิ

นายภูมิ สาระผล ขอนแก่น 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ใช้เวลา รอนานมากครับกับการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่ากรรมาธิการ ได้เสนอเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ นับถึงวันนี้เป็นเวลา ๒ ปีกว่าที่เรื่องแช่อยู่ กว่าจะได้นํามาสู่การพิจารณา ต้องขอชื่นชมการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้สามารถรวบรวมข้อมูลให้สภาผู้แทนราษฎรได้นํามากลั่นกรองและออกความเห็น อีกชั้นหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ผมได้สังเกตว่าตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาเกือบ ๒๐ ปี ทุกสมัย จะมีการเสนอญัตติเรื่องปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ําท่วม ทุกยุค ทุกสมัย แล้วก็จะมีการสรุปนํามาเสนอสภา ส่งต่อให้รัฐบาล แต่ในท้ายที่สุดก็ยังไม่เกิดการปฏิบัติ ที่แท้จริง ก็ทําให้ประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ขาดโอกาส เสียโอกาสไปมาก เพราะทุกท่าน ที่เป็นกรรมาธิการ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเป็นข้าราชการที่ทํางานเกี่ยวกับปัญหา เรื่องน้ํา วันนี้รู้กันหมดแล้วว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ํา แต่ว่าเราจัดการน้ํายังไม่สมบูรณ์ เพราะถามข้อมูลจากใครก็จะได้คําตอบเหมือนกันว่า ฝนตกลงมาในประเทศไทยปีหนึ่ง ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่แตกต่างกันแทบทุกปี แต่ว่าเรามีเขื่อนที่จะ เก็บกักไว้อยู่ได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทิ้งลงแม่น้ํา ลําคลอง และก็ทิ้งทะเล หรือว่าซึมลงไป ใต้ดิน ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ก็เป็นปัญหาที่ทราบกันมาตลอดแต่จัดการกันไม่ได้สักทีเพราะอะไร ทําไมจึงไปมีแต่งบประมาณที่จะให้หน่วยงานไปขุดลอก ไปอะไรต่าง ๆ ปีละนับหมื่นล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท บางแห่งขุดลอกไปได้ปีเดียวก็ตื้นเขินเหมือนเดิม เช่น ลําห้วยอะไรต่าง ๆ ที่ทํากันอยู่ และหลายโครงการก็ไปซ้ําซ้อนกับโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทําซ้ํากันไปซ้ํากันมา ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่เสียไปโดยได้ประโยชน์กลับคืนมาน้อยมาก ในยุคหนึ่ง เมื่อประมาณ ๕-๖ ปีก่อน ในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร เขาก็เคย เสนอความคิดกันว่าจะทําโครงการระบบน้ําครบวงจรทั้งประเทศ ก็ประเมินว่าจะใช้เงิน ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าก็มีคนทักท้วงว่ามันแพง มันเปลือง จะควบคุมอย่างไร จะหาเงินจากที่ไหนมาทํา ก็ได้แนวคิดที่สําคัญจากผู้บริหารในยุคนั้นว่าอย่าไปคิดว่ามันแพง อย่าคิดว่าไม่มีเงิน ถ้าคิดว่าเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช้ลงไปในการจัดระบบน้ําแล้ว ทําให้เกษตรกร ตีเสียว่า ๑๐ ล้านครอบครัว อาจจะมีไม่ถึงก็แล้วแต่ แต่เป็นวิธีคิด มีรายได้ เพิ่มขึ้นครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี ๑๐ ล้านครอบครัวนี้ก็เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับตัวเงินที่ลงทุนไปในระบบน้ําต่าง ๆ เหมือนกับได้คืนมา ภายในปีเดียว ถ้าคิดอย่างนี้เกิดขึ้นได้เร็ว แต่เสียดายหลายรัฐบาลก็ไม่ได้มีโอกาสทํา รัฐบาลต่อมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เสนอแนวคิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติ ก็จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบันซึ่งก็ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีความแข็งแรง ก็น่าที่จะ ได้ดําเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นไปได้ ผมจึงอยากจะเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทุกพรรค และทุกรัฐบาล ให้เสนอนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ําของประเทศไทยให้เป็นนโยบาย ที่ประกาศต่อประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่เขารู้แล้วครับว่าปัญหาที่มันมากับภัยแล้ง มันรุนแรงแค่ไหน หรือว่าปัญหาที่มากับน้ําท่วมหนักหนาเพียงใด ปีที่ผ่านมานั้น ปัญหาน้ําท่วมเป็นปัญหาที่หนักที่สุดที่เราได้เคยเผชิญมาในช่วงระยะประมาณ ๑๐ กว่าปีมานี้ ก็ทําให้รู้ว่าปัญหาน้ําท่วมคือปัญหาใหญ่ แล้วที่ยิ่งใหญ่กว่าน้ําท่วมก็คือปัญหาภัยแล้ง คือไม่มี จะกิน ฉะนั้นเมื่อเราเห็นว่าน้ํามันท่วมภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดี หรือภาคอีสานบางส่วนก็ดี ผมเชื่อว่านักวิชาการ นักคิด นักปฏิบัติ หรือข้าราชการที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในประเทศไทย คงจะมีข้อมูลดีพอ ทําอย่างไรจึงจะมีระบบเชื่อมโยงระหว่างลุ่มน้ํา รู้อยู่ว่าประเทศไทย มี ๒๕ ลุ่มน้ํา ก็พูดกันมานาน น้ําท่วมลุ่มน้ําปิง ทําอย่างไรจะระบายให้น้ํามาที่ลุ่มน้ําอื่นได้ แล้วก็เก็บไว้ได้อย่างไร พอฤดูแล้งก็สามารถผันน้ําเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์ในทางการเกษตร ผมเชื่อว่าวิธีคิดมี แต่ว่าเมื่อไรจะได้เริ่มต้น เสียดายที่รัฐบาลไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องนี้ เรามีการ เรียกร้องจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ํามาเมื่อ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีที่แล้ว แต่ก็ขยับขึ้นมาได้เพียง เป็นกรมทรัพยากรน้ําที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในหลายประเทศเขามีกระทรวงทรัพยากรน้ําเพื่อจัดการปัญหาเรื่องน้ํา เพราะถือว่าเป็นเรื่อง ที่สําคัญ อย่างเช่นประเทศที่ไม่เคยประสบภัยเรื่องน้ําท่วมรุนแรง อย่างประเทศออสเตรเลียวันนี้เขาก็ ประสบอย่างหนักหน่วง ฉะนั้นประเทศไทยของเราก็เช่นกันครับ ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ตั้งแต่วันนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการแก้ไขต่อไปข้างหน้า ก็หวังว่าผลงานที่คณะกรรมาธิการ ชุดนี้ทํา จะได้ไปสู่การปฏิบัติของรัฐบาล และขอให้รัฐบาลที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้มองเห็น ปัญหาที่สําคัญเช่นนี้ การแก้ปัญหาด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า น้ําท่วมก็ดี ภัยแล้งก็ดี เช่น เอาของไปแจก หรือว่าไปบรรเทาความเสียหาย มันก็เป็นการบรรเทาเพียงระดับต้น ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเราลงทุนเสียสัก ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริงอยู่มันจะไม่สามารถ สําเร็จได้ในปีเดียว แต่หลายปีพอกพูนไป อาจจะเป็น ๓ ปีหรือ ๕ ปีก็แล้วแต่ เมื่อมันสําเร็จ มันก็จะเป็นความสําเร็จที่ยั่งยืน กระผมก็หวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้ ในการทํารายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะไม่ยุติเพียงรับฟัง ปัญหาแล้วก็เก็บเรื่องเข้าแฟ้มเหมือนเดิม ก็จะได้ดําเนินการกันต่อไป ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ําในวันนี้นะครับ และต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุระเบียบวาระในส่วนนี้เข้ามา ผมถือว่าเป็นโอกาสดี ของบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ได้มาพูดมาคุยกันปัญหาเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้ง ซึ่งในขณะนี้จะเห็นได้ว่ามีผลกระทบทั่วประเทศ หน้าน้ําก็ท่วม พอหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําใช้ ดังนั้น ผมก็อยากจะสะท้อนมุมมองในเรื่องของปัญหาดังกล่าวให้ทางกรรมาธิการได้ทราบส่วนหนึ่ง และตลอดทั้งให้ท่านประธานได้รับทราบเพื่อเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาในโอกาสต่อไปครับ

เรื่องแรกก็คงอยากจะยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ปัญหาทําให้กรุงเทพมหานครน้ําท่วม จังหวัดนนทบุรีก็ดี จังหวัดปทุมธานีก็ดี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ดี จังหวัดอ่างทองก็ดี ขั้นแรกเราต้องรู้ว่าต้นน้ํามาจากไหน เสียก่อนต้นน้ําของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ น้ําไหลมาสู่เขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์ทั้งหมด ๒,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คือปัญหาขั้นแรก แล้วในขณะนี้เขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์เก็บได้ทั้งหมด ๙๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บไว้ ๙๖๐ ลูกบาศก์เมตร ไหลลงมา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพฯ ๑,๔๔๐ ลูกบาศก์เมตร นี่คือปัญหา ดังนั้นหากว่าทางหน่วยงานโดยกรมชลประทาน หากขุดลอกอ่างเก็บน้ํา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มอีกสักพันล้านลูกบาศก์เมตร น้ําก็จะไหลลงมาแค่ ๔๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ก็คือการแก้ปัญหาน้ําท่วม แล้วแถมยังเก็บน้ําไว้ใช้ฤดูแล้งได้อีกด้วย นี่คือปัญหาแรกนะครับ เพราะฉะนั้นหากว่าทางราชการได้คํานวณต้นทุน สมมติแม่น้ําเจ้าพระยา น้ําไหลมา ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เราเก็บสัก ๒,๐๐๐ ไหลลงมา ๑,๐๐๐ ผมคิดว่าน้ําจะไม่ท่วม กรุงเทพฯ เลย นี่คือแนวการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นอย่างกรมทรัพยากรน้ํา ผมคิดว่า ในขณะนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ผมอยากจะให้ยุบเสียด้วยซ้ํา ไม่มีประโยชน์ต่อองค์กร ไม่มี ประโยชน์ต่อท้องถิ่นเลย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเห็นด้วยว่ากรมมันมากไป ก็อยากจะให้ กรมชลประทานเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้ง นี่คือยกตัวอย่างเบื้องต้น เพราะฉะนั้นอีกสิ่งหนึ่งทางราชการต้องรับฟังปัญหาตั้งแต่ข้างล่างขึ้นมาข้างบน ซึ่งในขณะนี้ ปัญหาจากข้างบนลงข้างล่าง มันจึงเกาไม่ถูกที่คันนะครับ ก็อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญได้พิจารณาในส่วนนี้ด้วย ว่าปัญหาทั้งหมดเราฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ปัญหามันต้องออกมาจากท้องถิ่น หมู่บ้าน ตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขารู้ทางน้ําดีว่าตรงนี้ มันจะไหลไปไหน จะเก็บอย่างไร จะท่วมอย่างไร ในขณะนี้เวลาหน้าน้ําน้ําก็ท่วม ไม่เก็บน้ําไว้ ตามที่ท่านภูมิ สาระผล ได้อภิปรายไว้ เวลาน้ําก็ปล่อยน้ําทิ้งไป เราไม่ได้เก็บน้ําไว้เลย พอหน้าแล้งเกษตรกรก็ไม่มีน้ําใช้อีก เพราะฉะนั้นในขณะนี้ต้องวางเป็นระบบโครงข่ายน้ํา โครงข่ายน้ําให้หมุนเวียนกันอยู่ เป็นโครงข่ายน้ําระดับตําบล ระดับหมู่บ้าน ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด ผมคิดว่าหากทําเป็นระบบโครงข่ายน้ําได้เป็นใยแมงมุม ห้วย คลอง หนอง บึง ต้องขุดลอก คลองเชื่อมกัน สระน้ําต้องมีแหล่งเก็บน้ําขนาดใหญ่ตําบลละ ๑ แห่ง หรืออําเภอละ ๑ แห่ง อย่างนี้มันก็สามารถเก็บน้ําไว้ใช้ฤดูแล้งได้ จัดเป็นระบบโครงข่ายน้ําให้สมบูรณ์ ผมคิดว่า มันก็จะแก้ปัญหาได้ แล้วผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบอีกส่วนหนึ่งครับ ที่ปัญหาน้ําท่วมจังหวัดลพบุรี สมมุติว่าในขณะนี้จากสถานีช่องแคมาโคกกระเทียม ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร แต่มีฝายน้ํา ๑๕ แห่งแค่นั้น มีฝายน้ําที่ระบายน้ําจากด้านบนลงด้านล่าง ๑๕ แห่ง ซึ่งมันน้อยมาก ทําให้ปัญหาน้ําท่วมอําเภอต่าง ๆ มากมาย ทําให้พืชผลเกษตร เสียหาย นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นทางชลประทานต้องเพิ่มฝายอีก ๑๕ ตัว เป็นช่วงละ ๑ กิโลเมตรต่อ ๑ ตัว ผมคิดว่ามันก็เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น เรื่องแก้ปัญหาน้ําท่วม นี่คือส่วนหนึ่งที่ภาคราชการไม่ให้ความสนใจในเรื่องของท้องถิ่น ต้องสอบถามชาวบ้าน ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ถามชาวบ้านว่าน้ําช่วงนี้มันไหลมาอย่างไร มากน้อยแค่ไหน อย่างไร หากมีการคํานวณเบื้องต้นแล้ว เอาพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาเป็นครู ผมคิดว่ามันสามารถ ที่จะแก้ปัญหาได้ แต่ในขณะนี้นักวิชาการการนั่งอยู่ในห้องแอร์ คิดแต่อย่างนี้ คิดแต่อย่างนั้น มันแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นในอนาคตผมคิดว่าต้องใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นก็จะสามารถ ที่จะแก้ปัญหาได้นะครับ นี่พูดถึงในเรื่องของต้นน้ํา และในส่วนของกลางน้ํา กลางน้ําก็มีส่วน สําคัญอย่างยิ่งในเรื่องของการขุดลอกคูคลองต่าง ๆ ที่ตื้นเขิน มีส่วนสําคัญมาก ผมอยากจะ ส่งเสริมหน่วยงานหนึ่งครับ กรมของกระทรวงคมนาคม กรมพาณิชย์นาวีนะครับที่มีเรือดูด เพราะฉะนั้นเรือดูดมันจะขุดลอกคลองได้ลึกมาก ส่วนนี้ผมอยากจะให้ทางรัฐบาล ให้กรรมาธิการได้เสนอให้ทางรัฐบาลได้น้ําเรือขุดมาขุดลอกลําคลองให้กับภาคเกษตร ผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์เพราะมันเป็นน้ําลึก ลําคลองนี่ดูดขึ้นมาทั้งดิน ทั้งน้ําขึ้นมา มันก็จะเก็บน้ําได้มากขึ้นนะครับ ก็อยากจะส่งเสริมหน่วยงานนี้ให้มากขึ้นว่าสามารถที่จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อภาคเกษตร นี่คือในเรื่องของกลางน้ํา หากเราขุดกลางน้ําได้ลักษณะเป็น โครงข่ายน้ําได้หมด คิดว่าปัญหาน้ําท่วมนี่จะเบาไปเลยนะครับ แล้วแก้ปัญหาน้ําแล้ง ได้อีกด้วย มันต่อเนื่องกัน แล้วสํารวจในเรื่องของปลายน้ํา ก็เช่นนะครับ ในเรื่องของปลายน้ํา คือภาคเกษตรของเรา พืชสิ่งไหนที่เปลืองน้ํามาก พืชสิ่งไหนกินน้ําน้อย โดยเฉพาะภาครัฐ ต้องศึกษา หากภาครัฐได้ศึกษาแล้ว ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ํา การใช้น้ํา อย่างสิ้นเปลืองได้เป็นอย่างดี ก็จะทําให้ภาคเกษตรนั้นมีรายได้ดีขึ้นในอนาคต ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า การแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมกับภัยแล้งนี่แก้ไม่ยากเลย หากเรามาร่วมกันรณรงค์กันจริง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เมื่อผมดูติดตามงบประมาณทุกภาคส่วน ในขณะนี้ งบประมาณในเรื่องของการขุดลอกคลองมันน้อยมาก รัฐบาลไม่ให้ความสนใจในเรื่องของ งบประมาณในเรื่องของการขุดลอกคลอง อ่างเก็บน้ํา เหมือง ฝายต่าง ๆ ให้ความสนใจ น้อยมาก อย่างกรมชลประทานปีหนึ่งได้งบประมาณแค่ไม่กี่หมื่นล้านบาท แต่ปัญหา ความต้องการของประชาชนมีมากเหลือเกิน ดังนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานกรรมาธิการ ฝากถึงท่านรองประธานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขในเรื่องน้ํา สมมุติว่าปีหนึ่ง ให้สัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคตะวันออกเอาไปสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคกลาง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคอีสาน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคใต้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคเหนือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่ามันจะแก้ปัญหาไปได้เลย ลองระดมกันสักครั้งดูสิครับว่า งบประมาณทุ่มขนาด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้งจะหมดจาก ประเทศไทยอย่างแน่นอน นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมอยากสะท้อนมุมมองให้กับหน่วยงานได้เริ่ม ดําเนินการ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้พาดพิงถึงกรมทรัพยากรน้ํา ผมเห็นทาง กรมทรัพยากรน้ํา ๑. ไม่มีศักยภาพพอที่จะมาขุดลอกคลอง เพราะว่าเจ้าหน้าที่ก็น้อย อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ น้อยเหลือเกิน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่าหากว่าโอนหน่วยงานนี้ ให้เงินไปอยู่ที่ อบต. ผมคิดว่าเขารู้ปัญหาเบื้องต้นเป็นอย่างดี อย่าง อบต. ก เขารู้ปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้งอย่างไร เขาจะขุดลอกอย่างไร โอนเงินไปให้เขาดําเนินการเลย กรมทรัพยากรน้ํา จะเป็นพี่เลี้ยงเขาก็ได้ แต่ว่าเงินไม่ต้องมาอยู่ทางนี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เรื่องนี้ ทางกรรมาธิการได้สรุปส่งเสนอทางรัฐบาลส่วนนี้ด้วย

ประเด็นอีกเรื่องหนึ่ง ในขณะนี้เรื่องฝายนี่นะครับ ฝายน้ําเป็นส่วนสําคัญ อย่างยิ่งเลยนะครับ ฝายน้ํากักเก็บน้ําไว้จุดต่าง ๆ หากว่าไม่มีฝายน้ําก็จะล้นออกไปหมด ตามห้วย ตามคลอง หนอง บึง หากเรามีอ่าง มีฝาย แล้วมันก็สามารถเก็บไปได้นะครับ นี่ก็อยากจะเพิ่มเติมฝากรรมาธิการนะครับว่าอยู่ในใบงานนี้รู้สึกฝายมีน้อย ก็อยากจะให้ท่าน ได้ศึกษาในเรื่องปัญหาด้านศักยภาพกับการเก็บน้ําด้วย คือปัญหาศักยภาพการเก็บน้ําก็คือ เป็นฝายเล็ก หรือเรียกฝายแม้ว ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ก็สามารถเก็บน้ําไว้ได้ แล้วในส่วนปัญหาด้านการบริหารจัดการ ผมคิดว่าทางกรรมาธิการก็ได้ศึกษาไว้ดีพอสมควร ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้รับปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ําตามที่คณะกรรมาธิการได้สรุปมา ผมคิดว่าหากว่าทางรัฐบาลได้รับในส่วนนี้ไปดําเนินการ ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตร ในขณะนี้ผมก็อยากจะหยิบยกปัญหา เรื่องหนึ่ง ก็อยากจะสะท้อนปัญหาให้ท่านประธานได้รับทราบ อยากจะให้ทาง กรมชลประทานเปลี่ยนเกณฑ์นิดหนึ่ง โครงการวางท่อน้ําจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไปอําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ และอําเภอโคกเจริญ ท่านประธานครับ ทางกรมชลประทานเขากําหนดเกณฑ์ว่าอย่างไรครับ หน้าแล้งนี่พี่น้องเกษตรกรต้องจ่ายเงินเอง แต่หน้าฝนเดือนพฤษภาคมไปถึงเดือนกรกฎาคมพี่น้องประชาชนไม่ต้องจ่าย ซึ่งเกณฑ์นี้ มันไม่ถูกต้องครับ พี่น้องประชาชนในขณะนี้มีผลกระทบเรื่องน้ําท่วมมา ที่ข้าวของเสียหายหมด พอหน้าแล้งอยากจะทํานานะครับแต่ทางกรมชลประทานบอกว่าหน้าแล้ง เกษตรกร ต้องจ่ายเงินเอง หน้าฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปเดือนกรกฎาคมไม่ต้องจ่าย ทางกรมชลประทานจ่ายน้ําให้ นี่ก็ส่วนหนึ่งก็อยากจะให้ทางกรมชลประทานได้ทบทวน ในเรื่องนี้ พี่น้องประชาชนในขณะนี้ได้น้ําฝนไม่ต้องซื้อน้ํา ยังขาดทุนเลยครับ หากไปซื้อน้ํา จากกรมชลประทาน แค่กระแสไฟฟ้าต่าง ๆ มันก็จะขาดทุน ก็อยากจะให้ทางกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้กับ กลุ่มเกษตรกรด้วย ในขณะนี้หมู่บ้านพรหมทินเหนือ พรหมทินใต้ของตําบลหลุมข้าว ไม่สามารถที่ จะทํานาได้เลยเพราะว่าเรื่องค่าน้ํามันมันแพง อาจจะสูบน้ําก็ทํานาด้วยมันไม่คุ้มกับต้นทุน ก็ไม่สามารถที่จะทําได้ ก็อยากจะฝากทางกรรมาธิการได้ศึกษา ให้หน่วยงานได้ศึกษา ในเรื่องนี้ด้วยว่าจะแก้อย่างไร จะปรับปรุงอย่างไรที่จะให้เกษตรกรเขาอยู่ได้ในเรื่องของ ค่าน้ํามันเชื้อเพลิงนะครับ วันนี้ก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการซึ่งได้ยื่นมาหลายเรื่องหลายราว ด้วยกัน โดยเฉพาะได้ศึกษาซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ก็อยากจะฝากให้ท่านประธานได้นําเสนอให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านวิทยา ทรงคํา

นายวิทยา ทรงคํา เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสได้มาอภิปรายเกี่ยวกับรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทาง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ศึกษาแล้ว ดูหัวข้อ ก็บอกว่าเป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการน้ํา กระผมก็อยากจะให้ เอาไปเป็นกรอบแล้วก็แนวทางในการบริหารจัดการน้ําของประเทศไทยอย่างจริงจัง รัฐบาล ชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ มีการกู้เงินมหาศาลหลายแสนล้านบาท ผมก็คิดว่าก็คงจะเป็น โอกาสทองของพี่น้องเกษตรกรที่จะได้มีการพัฒนาแหล่งน้ํา ไปเห็นการใช้จ่ายวงเงินกู้แล้วก็เศร้าใจ ท่านเอาไปทําถนนไร้ฝุ่น ซึ่งบางทีมันก็ดี ๆ อยู่ อย่างที่อําเภอสันทรายของผม หน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิ่งไปวิ่งมามันก็ดี วันหนึ่งก็มีเครื่องจักรลงไปทํา ก็ไม่ทราบ ถามนายกฯ ว่าเขาทําอะไรกัน เขาบอกว่างบไทยเข้มแข็ง ก็มาปรับปรุงประมาณกิโลเมตรหนึ่ง ๑๑ ล้านบาท ไปทําต้นกล้าอาชีพ เอาคนไปฝึกอบรมอาชีพ แล้วก็คิดว่าจะให้ทุนเขาไป ประกอบอาชีพ ก็ไม่มี งบประมาณเหล่านี้สูญเปล่าโดยไม่ได้เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น การบริหาร จัดการน้ํา ดูจากหน้า ๔๓ (๕) ข้อย่อยที่ ๔ คือบอกว่า ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นภูเขา ก็น่าจะมี อ่างเก็บน้ําเป็นอ่างพวง ซึ่งอันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ซึ่งกระผมเห็นด้วยจากคณะกรรมาธิการ ที่พิจารณา เรื่องน้ํามันก็มีอยู่ ๒ เรื่อง ๑. น้ําแล้ง ๒. น้ําท่วม ปัญหามันพ่วงกันมา อย่างจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีคณะกรรมการศึกษาว่าถ้าจะแก้ปัญหาน้ําท่วมเมืองเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน มันต้องมีอ่างเก็บน้ําในลุ่มลําน้ําปิงตอนบน เช่น อ่างเก็บน้ําที่แม่แตง อ่างเก็บน้ํา ที่อําเภอพร้าว คือลําน้ําแม่งัดตอนบน หรืออ่างเก็บแม่สะลวมที่อําเภอพร้าว ผมมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ผมก็ไปติดตามเรื่องโครงการของอ่างเก็บน้ํา แม่สะลวมของที่อําเภอพร้าว เป็นโครงการพระราชดําริ เขาขอกันมาหลายสิบปี กรมชลประทานก็ทําแบบแปลนอะไรเสร็จเรียบร้อย คณะกรรมการศึกษาปัญหาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมก็ศึกษาเรียบร้อย ในการสร้างอ่างเก็บน้ําแม่สะลวมมันไปติดพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ศรีลานนากับของกรมป่าไม้ อุทยานแห่งชาติศรีลานนาได้อนุญาตให้สร้างได้ ตอนนี้กรมป่าไม้ พิจารณาก็เป็นหลายปีแล้ว ยังไม่ได้รับการอนุญาต ชาวบ้านก็มีความต้องการ มันจะเป็น ประโยชน์แก่ชาวอําเภอพร้าวที่อ่างเก็บน้ําแม่สะลวม ผมฝากไปถึงรัฐบาล อันนี้เป็นเรื่องของ กรมชลประทาน คิดว่าข้าราชการในกรมชลประทานก็ดี กรมทรัพยากรน้ําก็ดี ก็คงจะรับฟังอยู่ และคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คงจะส่งเอกสารเหล่านี้ไปให้ อ่างเก็บน้ําพวงนี่นะครับ บางอย่างเขาสร้าง อย่างเช่น อ่างเก็บน้ําห้วยแก้ว ตําบลแม่แฝก อําเภอสันทราย สร้างมา ๔-๕ ปีแล้ว ก็ทําท่อส่งน้ําที่จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ปีหนึ่งทําได้ไม่กี่สิบเมตรครับ ก็เมื่อไรไม่รู้ว่ามันจะครบตามโครงการ ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากอันนี้ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการให้การสร้างท่อระบายน้ํา ของอ่างเก็บน้ําห้วยแก้วให้มันรวดเร็ว แล้วก็มีที่อําเภอสันทรายนะครับ ก็ฝากไปถึงกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่นกัน คืออ่างเก็บน้ําที่ห้วยแม่แฝกใหม่ เมื่อก่อนมี ปัญหาเรื่องที่ชาวบ้านต้องเวนคืน อ่างเก็บน้ําขนาดเล็กก็คงทําไม่ได้ แต่ตอนนี้เจ้าของที่ดิน เขายินยอมยกให้นะครับ ผลกระทบของเขาไม่เกี่ยว ไม่เอาค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น อันนี้เขา ทําเรื่องไปที่กรมทรัพยากรน้ําที่จังหวัดลําปางแล้ว แล้วก็ขอย้ําของท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ ที่พูดไปเมื่อกี้ว่าอันนี้มันเป็นประโยชน์มาก อ่างเก็บน้ําแม่งัดเป็นอ่างที่อยู่เหนือลําน้ําปิง มีน้ํามากเหลือเฟือ แต่อ่างเก็บน้ําแม่กวงที่อําเภอดอยสะเก็ด น้ําน้อยแห้งแล้ง เพราะขุนน้ํา มันไม่ลึก มีโครงการของกรมชลประทานที่จะผันน้ําแม่งัดสู่แม่กวง ออกแบบสํารวจเรียบร้อย งบประมาณเหมือนท่านสถาพรพูด แต่ไปติดอยู่ที่คณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็รีบเร่งหน่อยเพราะว่าจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งจังหวัดลําพูนนะครับ แล้วก็นอกจากนั้นก็มีอ่างเก็บน้ําที่แม่ตะละ ตําบลโหล่งขอด แม่แวนที่ตําบลแม่แวน อําเภอพร้าว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตําบลโหล่งขอดทั้งตําบล เขาต้องการลําเหมืองส่งน้ํา ของน้ําแม่ขอด อันนี้เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านทั้งตําบล ก็ฝากทางคณะกรรมาธิการ อย่าจบแค่นี้ ท่านช่วยติดตามเวลารัฐบาลจัดสรรงบประมาณเข้าสภา ช่วยติดตามด้วยว่า เป็นไปตามแนวทางกรอบที่ท่านเสนอมานี้หรือไม่ และผมเองก็จะช่วยติดตามด้วย ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านรณฤทธิชัย คานเขต ครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่ยื่นญัตติเพื่อให้มีการ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ําเป็นระบบทั้งประเทศ แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีการบรรจุวาระ แล้วก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้เป็นระบบนะครับ เมื่อเรามีกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการประชุมกันทางกรรมาธิการเอง โดยท่าน เสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นรองประธาน ก็มีการแต่งตั้ง อนุกรรมาธิการเพื่อที่จะดูแลและเก็บข้อมูลเพื่อที่จะนํามารายงานให้กับทางสภาได้ทราบว่า ปัญหามันมีอะไรบ้าง ทางอนุกรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งไป ทางภาคเหนือมีอยู่กลุ่มหนึ่ง ภาคใต้กลุ่มหนึ่ง ภาคตะวันออกกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าภาคอีสานเองซึ่งถือว่าเป็นภาคใหญ่แล้วก็มีปัญหาเรื่องระบบ ชลประทานค่อนข้างมาก เพราะว่างบประมาณที่ได้มาในอดีต ปรากฏว่าภาคอีสานซึ่งเป็น พื้นที่หนึ่งในสามของประเทศระบบชลประทานมีอยู่แค่นิดเดียว ที่เราทราบก็คือ เมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งเราพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ภาคอีสานมีอยู่ประมาณ ๑๐.๑๖ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ในขณะที่ภาคเหนือในช่วงนั้นประมาณสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางก็มีระบบ ชลประทานเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ก็ประมาณ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ภาคตะวันออกก็ประมาณ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นภาคอีสานก็ได้รับความอนุเคราะห์ จากทางกรรมาธิการวิสามัญให้แต่งตั้งอนุกรรมาธิการ ๔ กลุ่ม ในแต่ละกลุ่ม อย่างท่านไชยา ก็ดูแลรับผิดชอบอยู่ประมาณ ๔ จังหวัด ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านพีระเพชร ท่านวรวัจน์ก็ไปดู ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ซึ่งปัจจุบันท่านเป็น รองนายกรัฐมนตรี ท่านดูแลเกี่ยวกับเรื่องของภาคใต้ เก็บข้อมูลกันมาหมดนะครับถึงจะได้ เป็นรูปเล่มที่ได้จัดเสนอให้กับทางท่านสมาชิกได้มีโอกาสได้พิจารณา ได้อ่านกัน ก็เป็นเล่มใหญ่ ซึ่งในนี้มีเนื้อหาสาระ ถ้าทางรัฐบาลหยิบเอารายงานการพิจารณาในเรื่องนี้ไปปฏิบัติจริง ๆ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ น้ํานี่คือชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านมีพระราชดํารัสมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ ว่าน้ําคือชีวิต แต่ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ความเอาใจใส่ในเรื่องน้ํามันไม่สมดุลกัน ถ้าใครซึ่งมีอํานาจ มีหน้าที่ รับผิดชอบในการผลักดันเรื่องเงินงบประมาณ ก็จัดเอาลงไปให้กับพื้นที่ของตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้กระจายกันไปทั่ว จะเห็นว่าข้อมูลชัดเจนครับว่าภาคกลางค่อนข้างจะได้รับอานิสงส์จาก เงินงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเรื่องของระบบน้ําได้ดีกว่าภาคอื่น ก็เพราะว่ามีคนซึ่ง สามารถผลักดันเรื่องเงินงบประมาณลงไปในพื้นที่ได้ค่อนข้างเยอะ จะเห็นจํานวนเปอร์เซ็นต์ จากระบบชลประทานที่จัดสถานีสูบน้ําส่ง เอาคลองส่งน้ําส่งเข้าไปในนา ภาคกลาง วันนี้ ผมเชื่อว่าทะลุ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้อิจฉานะครับ ก็ดีใจแทนพี่น้องภาคกลาง แต่ในฐานะซึ่งผมเองเป็นผู้แทนราษฎรของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคซึ่งใหญ่พื้นที่ ๑ ใน ๓ ของประเทศ จํานวนประชากร ๑ ใน ๓ ของประเทศ แต่ว่าทําไมคนภาคอีสานถึงเดือดร้อน ทําไมคนภาคอีสานถึงยากจนกัน ก็เพราะว่าอาชีพหลักของพี่น้องคืออาชีพเกษตร เกษตรต้องอาศัยน้ํา ผมถึงบอก พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านพูดถึงน้ํา น้ําคือ ชีวิต เพราะฉะนั้นเกษตรกรถ้ามีน้ําก็สามารถประกอบอาชีพของเขาได้ พี่น้องคนไทย ทั้งประเทศวันนี้ที่มีชีวิตอยู่ ครอบครัวมีความสุขกันได้เพราะมีรายได้เข้าสู่ครัวเรือนใช่ไหม เรายอมรับในสิ่งนี้ไหม เพราะฉะนั้นถ้ายอมรับในสิ่งนี้ว่าการที่จะสร้างรายได้ให้กับพี่น้อง เกษตรกร สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน กับใครก็ได้ มันต้องมีงาน เราเป็นผู้แทนราษฎร เรามี เงินเดือนจากสภา เราเป็นข้าราชการเรามีเงินเดือนจากกระทรวง ถึงสิ้นเดือนมาก็รับ แต่ว่า เกษตรกรถ้าเขาไม่มีอาชีพ เขาไม่สามารถที่จะมีรายได้เข้าสู่ครัวเรือนได้ มันต้องมาดูหัวใจตรง จุดนี้ อาชีพเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของคนภาคอีสาน คนภาคกลาง ภาคไหนก็ตามแต่ที่เป็นเกษตรกร ถ้ามันไม่มีน้ํา มันไม่สามารถที่จะสร้างอาชีพตัวเองได้ ต้องยอมรับในสิ่งนี้ รัฐบาลทุกรัฐบาล ความเอาใจใส่ในเรื่องของการจัดการเรื่องน้ําให้เป็นระบบ ผมถามหน่อยเถอะว่าเราจัดการกัน ด้วยความเป็นธรรม แล้วงบประมาณมันสมดุลกับการสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน มันสมดุลกันจริงไหม ผมคงไม่สามารถยกตัวอย่างที่อื่นได้ เพราะว่าผมเป็นคนจังหวัดยโสธร ที่จังหวัดยโสธร มีลําน้ําชีไหลผ่าน ผ่านบ้านผมนี่ ๔ อําเภอ ผ่านอําเภอเมืองเข้าอําเภอคําเขื่อนแก้ว เข้าอําเภอมหาชนะชัย เข้าอําเภอค้อวัง น้ําต้นทุนมีชัดเจนคือลําน้ําชี เวลาหน้าฝน ฝนตก น้ําท่วม พื้นที่นาไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้มันก็สร้างเงินไม่ได้ หนี้ ธ.ก.ส. มันก็พอกพูน ความสุขของพี่น้องก็ไม่มี ทําอย่างไรเราจะเอาน้ําซึ่งมันมีอยู่ในลําน้ําส่งเข้าไปในไร่นา พี่น้องประชาชนได้ มันก็มีทางเดียวคือต้องจัดการเรื่องน้ําให้เป็นระบบ ต้องมีเงินงบประมาณ ในการที่จะจัดสรรเพื่อสร้างสถานีสูบน้ํา สร้างคลองส่งน้ําเข้าไปสู่ในไร่นาของพี่น้องประชาชน ภาคอีสานทั้งภาคเมื่อปี ๒๕๕๑ ได้รับเงินงบประมาณในการจัดสรรเพื่อทําระบบชลประทาน เข้าสู่นาพี่น้องประชาชนใน ๑๙ จังหวัด แค่ ๑๐.๑๖ เปอร์เซ็นต์ อาศัยน้ําจากพญาแถน พี่น้องครับ ประมาณ ๘๙.๔ เปอร์เซ็นต์ จากปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๓ ปีนี้ ผมดูงบประมาณ ทุกปี ได้เพิ่มก็น้อย ผมปรับให้เลยวันนี้ยังไม่ได้หาข้อมูลชัดเจน เชื่อว่าอย่างไรก็ไม่มีเกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๘๕ เปอร์เซ็นต์อาศัยเทวดาฟ้าดินอย่างเดียว แล้วทุกวันนี้ทุกคนก็ยอมรับว่า ภูมิอากาศมันเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งเมื่อเช้าผมนั่งฟัง เพื่อนผู้แทนเรา คุณถาวรบอกว่า ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปัจจุบันนี้ฝนก็น้อยลง ภัยแล้งเข้า ก็ต้องอาศัยระบบน้ํานี่ละครับ เข้าไปช่วย เหมือนกันกับพื้นที่ทุกพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เกษตร ท่านประธานครับ ผมมีข้อมูล ชัดเจนครับ น้ําที่มันไหลผ่านแม่น้ําชีไหลลงแม่น้ํามูล ปีหนึ่งฝนที่มันตกลงมาจะเก็บกักน้ําไว้ ไม่ได้ ปีหนึ่งตกประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แม่น้ําชีไหลลงแม่น้ํามูล แม่น้ํามูล ไหลตกแม่น้ําโขง น้ํามันหายไป แม่น้ํามูลไหลตกแม่น้ําโขงโดยแม่น้ําชีเข้าไปสมทบ ตกปีหนึ่ง ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ จะบอกว่าน้ําไม่มี ไม่ใช่ น้ํามันมี แต่เรายังไม่สามารถเก็บกักน้ําไว้ได้ แล้วไม่สามารถที่จะเอาน้ําซึ่งมันมีเพียงพอส่งเข้าไปสู่ ไร่นาได้ เพราะมันไม่มีการจัดการให้เป็นระบบ เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้หน่วยงานซึ่งมัน เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ํา มันหลายกระทรวง แต่ละกระทรวงไม่ประสานกัน ไม่เป็นระบบเลย ต่างคนต่างทํา ตามที่จริงแล้วน้ําที่มันตกลงมาทุกปี ทุกคนก็รู้ครับที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ปริมาณมันเพียงพอแต่มันเก็บกักไม่ได้ เพราะไม่ได้เอาแนวพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้กันเลย พระองค์ท่านบอกว่าตรงไหนที่มันมีห้วย หนอง คลอง บึง ที่มันตื้นเขิน ทําไมไม่ทําแก้มลิง พระองค์ท่านทําให้ดูแล้วหลายที่ เอาบึงมักกะสัน ที่กรุงเทพฯ สมัยก่อนแถบ ๆ ข้างบึงมักกะสัน ฝนตกลงมามันเก็บกักน้ําไว้ไม่ได้เพราะว่าอะไร เพราะมันตื้นเขิน น้ํามันมากมันก็ท่วม แต่พระองค์ท่านบอกว่าทําแก้มลิงสิ วันนี้ทําแก้มลิง ปัญหาเรื่องน้ําท่วมมันก็ลดลงเพราะมันมีพื้นที่รับน้ําได้มากขึ้น เหมือนกันกับทั่วทั้ง ประเทศไทยเรา แต่ผมขอย้ําในภาคอีสาน เพราะว่าภาคอีสานเป็นภาคใหญ่ พี่น้องเกษตรกร ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเกษตรกร เป็นชาวไร่ เป็นชาวนา ทํานาด้วย ทําไร่ด้วย แล้วตอนนี้มันสําปะหลังก็มีราคา คนก็ปลูกมากขึ้น อ้อยพอมีราคาขยับขึ้น คนก็ปลูกมากขึ้น ยางพารากําลังจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักของพี่น้องประชาชนที่จะสร้างรายได้ให้กับพี่น้อง ก็ต้องอาศัยน้ํา ถ้ามันไม่มีน้ํา มันจะทําได้อย่างไร มันทําไม่ได้ครับ แล้วเงินงบประมาณที่จะทุ่มเทเพื่อที่จะ สร้างความสุข สร้างรอยยิ้ม สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ถามว่ามันจะมาจากไหน ถ้าไม่ใช่อาชีพเกษตร เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตร แต่เงินงบประมาณที่เทลงให้กับ พี่น้องเกษตรโดยเฉพาะเรื่องน้ํา ถามรัฐบาลมันมีสักเท่าไร นี่ผมเพิ่งรับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลให้ความอนุเคราะห์ ในส่วนเงินซึ่งมันเก็บเพิ่มได้ เอามาจัดให้กับพี่น้องประชาชน ผมกําลังจะเปิดดูว่าจะทํา เรื่องน้ําสักเท่าไรกัน ท่านประธานครับ ในตะวันออกกลางมีน้ํามัน ทําไมเขาตั้งกระทรวง น้ํามันเข้ามาบริหารจัดการได้ แต่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตร ทําไมมันไม่มีกระทรวงน้ํา ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการจะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้มันมี หลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลเรื่องชลประทานซึ่งเป็นหัวใจ ในการส่งน้ํา มีกรมพัฒนาที่ดิน มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกรมทรัพยากรน้ํา มีกรมทรัพยากรน้ําบาดาล กระทรวงมหาดไทย มีกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทั่งทหาร สมัยก่อนเขาเรียก กรป. วันนี้เขาเรียกว่า หน่วยทหารพัฒนา ก็ทําเรื่องน้ําด้วย ในเขตของชายแดน ต่างคนต่างทําไม่เป็นระบบกันเลย ไม่มีการเชื่อมประสาน แล้วมันจะจัดการเรื่องน้ําเป็นระบบได้อย่างไร ผมต้องขอบคุณ ทางที่ปรึกษา ที่ทางกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องน้ําให้เป็นระบบทั้งประเทศ ผมยกตัวอย่างคนหนึ่ง ท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้ แล้วผมเชื่อว่าท่านคงมีโอกาสที่จะตอบชี้แจง สร้างความเข้าใจให้กับมวลสมาชิกเราที่อยู่ในสภา แล้วก็พี่น้องที่ฟังอยู่ทั้งประเทศเรื่องการ จัดการเรื่องน้ําเป็นระบบ คือดอกเตอร์รอยล จิตรดอน ซึ่งท่านเองทํางานถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องน้ํามานานแล้ว ผมก็ได้ความรู้จากท่าน ในบางอย่าง ซึ่งมันมีความจําเป็นว่าเงินน้อยทําอย่างไรจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้มันได้ ท่านไปทําที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ผมก็ตามไปดูมันก็ประสบผลสําเร็จ แต่มันเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ถ้าไม่ได้โครงการ พระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงมาช่วยด้วย จังหวัดยโสธรผมยังไม่รู้เลยว่ามันจะ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้มันจบสิ้นได้เมื่อไร นี่ยังดีว่าจังหวัดยโสธรวันนี้ทางฝ่ายท้องถิ่น ทางฝ่ายข้าราชการเรา ทางฝ่ายผู้แทนเราที่สนใจเรื่องน้ําเข้าไปดูแล และให้ท้องถิ่นเขาทํา เรื่องเสนอทางสํานักพระราชวัง ขอทางราชเลขา ให้ยกบางโครงการซึ่งดูแล้วว่าถ้าให้ หน่วยงานของทางราชการ ไม่รู้อีก ๑๐ ปีจะได้ทําหรือเปล่า ยกให้พระองค์ท่าน พระองค์ท่าน ก็มีเมตตากรุณา จังหวัดยโสธรเรามีโครงการพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงอยู่ ๒ โครงการ แล้วกําลังจะขอต่ออีก ๒ อีกโครงการ แต่ที่ผมพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าวันนี้ ถ้าเราไม่สามารถที่จะรวมหน่วยงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน หรือถ้ามันรวมกันไม่ได้ ก็มีทางเดียว คือหน่วยงานจะต้องประสานกันให้ใกล้ชิด เพราะเรื่องน้ํามันทํากันเป็น ๒ ส่วนตอนนี้ ส่วนหนึ่งคือส่วนที่มันมีน้ําต้นทุนแล้ว กรมชลประทานดึงน้ําจากที่มีน้ําต้นทุน ทําเป็นระบบ ในการสูบ เขาเรียกสถานีสูบส่งน้ําเข้าไปสู่นา นั่นคือส่วนของกรมชลประทาน ในส่วนของ กรมพัฒนาที่ดินกับกรมน้ํา มันแยกส่วนทํากัน คือนอกเขตชลประทาน แต่ถ้าเมื่อไร กรมชลประทานสามารถตั้งสถานีสูบน้ําเอาคลองส่งน้ําเข้านาได้ ถ้ามันจะต่อคลองไป มันก็ต้องต่อได้ ถึงมันจะใช้เงินงบประมาณมากขึ้น แต่ว่าเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ต้องทํา ภาษาบ้านผมบอก ความคิดมีบ่แพ้ ทุนสิค่าหากบ่มี นั่นหมายถึงว่า ความคิดมีเท่าไร ใส่เข้าไป แต่ว่าไม่มีเงินงบประมาณมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ ขอกันเถอะครับ ภาคอีสานถูกหลอกมาเยอะแล้ว รัฐบาลไหนก็บอกคนภาคอีสานจะต้องมีน้ํา แต่ว่าน้ํา ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้ มันมองเห็นชัดเจนว่าในอดีตรัฐบาลทุกรัฐบาลขาดการเอาใจใส่พี่น้อง เกษตรกรในภาคอีสานบ้านเรา ชัดเจนครับ มันเถียงกันไม่ได้หรอก มันเอาข้อมูลมาพูดกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี พี่ชายผมนี่ครับ นั่งอยู่ด้วยกันตอนพิจารณาในเรื่องของกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา ท่านก็นั่งเป็น รองประธาน วันนี้พี่ชายผมไปนั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ผลักดันหน่อยครับ ผลักดัน เรื่องเงินงบประมาณในการเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องระบบชลประทาน นําน้ําที่มันมีอยู่ ส่งเข้าไปในนาให้ได้ ถ้าบอกน้ําไม่มี ไม่ใช่ มันมี เอาจังหวัดยโสธรผมนี่ ลําน้ําชีเป็นหลัก ด้านข้างมีลําน้ํายัง พัฒนาสิ ลําน้ํายังพัฒนาสิ ขุดลอกให้มันลึกสิ ทําฝายสิ มันจะได้กั้นน้ํา ไว้ได้ ตั้งสถานีสูบน้ํา มันก็สามารถดึงน้ําเข้าได้ ข้างบนมีลําห้วยแกว ตรงกลางมีลําคันนาใหญ่ แล้วมีอ่างเก็บน้ําที่สามารถที่จะทําได้อีก ๒ ตัว คือห้วยโพงกับลําเซบาย ห้วยโพง พูดกันมา ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ปีนี้ ๒๕๕๔ แล้ว ติดขัดกันอยู่แค่ ๒ หน่วยงานของทางราชการเป็นหลัก กรมชลประทานเข้าไปทําไม่ได้ เพราะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่ได้ยกที่เขตป่าสงวน ยังไม่ได้ยกเลิก กรมชลประทานก็เข้าไปทําไม่ได้ มันติดกันอยู่อย่างนี้ ส่วนราชการเรามันคุยกันไม่รู้เรื่อง หรืออย่างไร ทั้ง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ถ้าทําอ่างเก็บน้ําข้างบน มีภูเขาเล็ก ๆ จังหวัดยโสธรไม่ค่อยหยิ่ง ไม่มีภูเขาอยู่แล้ว มันก็มีอยู่เขตบน ที่อําเภอเลิงนกทา ที่พอที่จะสร้างอ่างเก็บน้ําได้ โดยเอาภูเขา ๒ ตัวทําฝายคอนกรีตกั้นเป็นฝาย เป็นอ่าง เวลาปล่อยน้ําไม่ต้องมีสถานีสูบน้ําด้วยซ้ําไป เปิดประตูระบายน้ําปุ๊บน้ํามันออกเลย แต่ต้องมี คลองส่งน้ําส่งเข้ามา ติดกันอยู่แค่นี้ครับ แล้วทําอย่างไร รัฐมนตรี ๒ กระทรวงจะคุยกันบ้าง ทางท่านสุวิทย์ คุณกิตติ ก็พวกกันนี่ละ ท่านธีระเอง รัฐมนตรีก็สนิทกัน พูดในสภาวันนี้ ฝากไปถึงด้วย ๒ หน่วยงาน ช่วยเร่งให้หน่อยได้ไหม เพราะโครงการสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยโพง มันจะเก็บน้ําได้ประมาณ ๑๒ ล้านคิว ถ้าถามว่ามันไม่น้ํา มันมีถ้าทํา ๑๒ ล้านคิว แล้วบูรณาการห้วยโพงทั้งหมด ตรงไหนมันแคบขุดให้มันลึกได้ไหม แล้วทําฝายกั้นเป็นช่วง ๆ ถ้าไม่ทําฝาย น้ําที่มันส่งลงมา สมมุติทําอ่างเสร็จ มันปล่อยลงถึงอําเภอคําเขื่อนแก้ว มันเก็บ ไม่ได้เพราะมันจากที่สูงลงที่ต่ํา พวกเราที่ดูแลเรื่องน้ํากันอยู่นี้มองเห็นว่าวิธีการแก้มันมี เพียงแต่ว่ามีเงินงบประมาณไหมล่ะ ถ้าไม่มีเงินงบประมาณจะทําอย่างไร ผมถึงบอกว่าวันนี้ ตั้งกระทรวงน้ําได้ไหม เอามาดูแลเรื่องน้ํา เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตร ทําได้ไหมล่ะ ถ้าทําไม่ได้ก็ต้องบูรณาการร่วมกัน โดยใช้รายงานของกรรมาธิการเรานะครับ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยดู ช่วยอ่านหน่อย ถ้ามีน้ําเมื่อไรประเทศไทยเราเจริญรุ่งเรือง พี่น้องเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ หนี้ ธ.ก.ส. หมดแน่นอน เพราะที่ดินมันจะสามารถใช้เป็น ประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทํานา ถ้าลองทําปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ภาคกลาง ทํา ๓ ครั้ง กําลังจะไป ๔ ครั้งแล้ว อีสานทําครั้งเดียวยังเกี่ยวได้ไม่หมดเพราะมันตาย มันไม่มี น้ําส่งเข้าไป เพราะฉะนั้นฝากด้วยนะครับ ฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการเรา ผมก็เป็น แต่ว่าส่งต่อให้ถึงทางรัฐบาลด้วยนะครับว่าการที่จะสร้างรายได้ สร้างความมั่นคงให้กับ ครอบครัวของภาคเกษตร มีทางเดียวครับ น้ําต้องเข้านา น้ําต้องเข้าไร่ ต้องมีเงินงบประมาณ ในการที่จะเอาไปใช้แก้ปัญหา มีความคิด บ่มีเงิน ไม่มีทางแก้ได้ครับ ฝากไว้ด้วยครับ ฝากรัฐบาลด้วย ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตอ่านรายชื่อลําดับผู้อภิปราย เราจะไม่สลับฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลนะครับ เพราะว่าผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๕๙ วรรคท้าย ถือเป็นการรับทราบ รายงาน ใครยกมือแสดงความจํานงก่อนก็เรียงลําดับนะครับ จากนี้จะเป็นท่านนิยม ช่างพินิจ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านเรวัต สิรินุกุล ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ท่านวัชระ เพชรทอง แล้วก็ท่านนิยม เวชกามา ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย ท่านไพจิต ศรีวรขาน แล้วก็ท่านประมวล เอมเปีย นี่ที่ยกมือตามลําดับไว้นะครับ ผมคิดว่าเพื่อให้ ทุกท่านได้อภิปรายกันแล้วก็กระชับหน่อย ก็ขอกําหนดเวลาไม่เกิน ๑๐ นาที เชิญท่านนิยม ช่างพินิจ ครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พอมาถึงคิวที่ผมจะพูดท่านประธานก็กําหนดให้ ๑๐ นาที วันนี้ต้อง ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาในการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ํา แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูด อยากจะอธิบาย และผมเชื่อได้ว่ากรรมาธิการทุกท่าน เข้าใจ โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของน้ํา ถ้าเรามองดูครับท่านประธาน ภาพรวมของประเทศ คน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ประกอบอาชีพภาคการเกษตร และสิ่งสําคัญเลย ไม่มีอะไรหรอกครับ ภาคการเกษตร วัตถุดิบคือน้ํา น้ํามัน แล้วก็ปุ๋ย ยาต่าง ๆ น้ําถือว่า เป็นต้นทุนหลักเลย แต่สิ่งที่ผ่านมานี้ครับ ผมในฐานะที่ได้มีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ มีน้อยมากครับ งบประมาณที่เกี่ยวกับ การใช้น้ํา โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง งบประมาณส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ที่ กระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะงบจัดซื้ออาวุธหลายหมื่นล้านบาท ทีแรกก็คิดว่าน่าจะไปอยู่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ เกี่ยวกับการที่จะไปดูแลพี่น้องภาคการเกษตรในเรื่องของการ ขุดลอกคูคลอง ร่องน้ํา แต่ไม่มีหรอกครับ มีน้อยนิดมาก ต้นทุนในการผลิตนะครับถ้าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรด้วยความจริงใจ เรื่องน้ํานี้ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามอง วันนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นครัวที่คิดว่าจะเป็นครัวโลกนะครับ โดยเฉพาะ ภาคการเกษตร ผมยังมองว่ายังยากถ้าเปรียบเทียบกับเวียดนาม ถ้าไปดูต้นทุนโดยเฉพาะ ในระบบชลประทานของเวียดนาม ถ้ามีนาร้อยไร่ ระบบชลประทานเขา ๗๐ ไร่หรือเท่ากับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ประเทศไทยละครับ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เองครับที่เต็มรูปแบบ และส่วนใหญ่ก็อยู่ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท อะไรอย่างนี้ ภาคเหนือ ตอนล่างก็ไม่มีแล้วครับ โดยเฉพาะภาคเหนือในเขตของท่านประธานนะครับมีน้อยมาก นี่ล่ะครับคือความเหลื่อมล้ํา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมาพูดว่าวันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มานั่งอยู่ที่นี่ ที่นั่งชี้แจง ผมไม่ค่อยเข้าใจ แต่ผมฝากนะครับวันนี้รัฐบาลไม่มีเลยครับ อยากจะให้นายกรัฐมนตรีมานั่งฟังอยู่ที่นี่ว่าในการจัดทํางบประมาณต่อไป เราจะทําอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ทุกกระทรวง ทุกกรม ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ทําไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทําไป ไปท้องถิ่นก็ทําอีก แล้วผมได้รับเรื่องร้องเรียน บ่อยครั้งมากในเรื่องของการขุดลอกคูคลองต่าง ๆ เขาบอกว่าคณะกรรมการตรวจการจ้าง นี่นะครับ เขาบอกให้เอาอาชีพประมงมาเป็นคณะกรรมการ ผมก็งง ผมบอกว่าทําไม ต้องอาชีพประมงมาเป็นคณะกรรมการในการตรวจรับงาน เขาบอกว่าคลองที่ขุดไว้ใหม่ ๆ ท่านประธานครับ คนที่ประกอบอาชีพประมงถ้าบอกถึง ทอดแห พอทอดไปทางกลาง ทางกลางก็ยังเป็นป่าอยู่เลย ก็คือประมาณขุดข้าง ๆ ขุดข้าง แล้วก็กลาง ๆ ก็ปล่อยน้ําลงไปมันก็ไม่พ้นเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อย่าว่าแต่ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เลย เดี๋ยวนี้บางหน่วยงาน ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านลองนึกดูนะครับ ท่านประธาน เงิน ๑๐๐ บาท เนื้องานออกมา ๓๐-๔๐-๕๐ และ ๕๐ นั้นหายไปไหน แล้วเรา จะแก้ปัญหาอย่างไรในเรื่องของการทุจริต เพราะในโครงการทุกอย่างนี้ต้องมีการเรียกเก็บ เปอร์เซ็นต์ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ แล้วเนื้องานมันจะเหลือเท่าไรล่ะครับ นี่ล่ะครับคือ ปัญหาที่ผมอยากจะพูด และที่ผมอยากจะสะท้อนว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร วันนี้เอง ถ้าปล่อยอย่างนี้ไม่ไหวละครับ ผมเองในฐานะที่มาเป็นตัวแทนผมได้มีโอกาสได้ตั้งญัตติในการ แก้ปัญหาโดยเฉพาะลุ่มน้ํายม ทุกวันนี้ท่านประธานลองไปดูนะครับ แล้ง ทรายนี่ขึ้นเต็ม หมดเลย เผลอ ๆ ก็ไปเล่นกีฬากันในลุ่มน้ํายม กีฬาฟุตบอลในหาดทราย แต่รัฐบาลเองนี่ไม่ใช่ แก้ปัญหาอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ผมว่าทุกวันนี้เราแก้ที่ปลายเหตุ พอน้ําท่วมเราก็ตั้งงบ ชดเชย ไร่ละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แล้วอยากจะถามว่าใช้เม็ดเงินเท่าไร เงินที่ชดเชยน้ําท่วม ยังไม่ทันหมดเลยครับท่านประธานเอาอีกแล้วปัญหาภัยแล้งอีกแล้ว มันแก้ที่ปลายเหตุ เดี๋ยวก็ต้องตั้งงบไปอุดหนุนอีกแล้วแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยให้ชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร เป็นไร่ นี่มันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากนี่ครับ วันนี้ คณะกรรมาธิการต้องขอขอบคุณนะครับที่ทํามาอย่างนี้ แต่สิ่งที่สําคัญในรัฐบาลจะนําไปปฏิบัติ มากน้อยแค่ไหนก็ดูจากการจัดทํางบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาอย่างที่ผมเรียนไปสักครู่นี้ ว่าในระบบของการแก้ปัญหาเรื่องน้ํามีน้อยมาก เพราะฉะนั้นมันไปไม่ไหวหรอกครับ ไปไม่รอดหรอกครับ เพราะฉะนั้นอยากจะไว้ก็อยากจะฝากนะครับ โดยเฉพาะในสถานที่ผม เชื่อได้ว่าทุกจังหวัด ถ้าดูจากภูมิประเทศ ถ้ามันมีลําคลองมีแม่น้ํามาสถานที่นั้นจะต้องมีบึง อย่างยกตัวอย่างง่าย ๆ จังหวัดพิษณุโลกในเขตพื้นที่อําเภอบางระกําของผมจะมีบึงละมาน บึงขี้แร้ง บึงจะเข่ง บึงนี่ถ้าเราจะทํากันแบบบูรณาการไปขุดลอกนะครับทําเป็นแก้มลิง แล้วก็ ขุดลอกเก็บกักน้ําไว้ใช้ ชาวบ้านว่าพอเลยครับอย่างน้อยก็หนักเป็นเบา ฤดูน้ํามา น้ํามาปุ๊บ เราก็ปล่อยน้ําเข้าไปในบึง อย่างน้อยก็กักเก็บน้ําบรรเทาในการท่วมได้ ถ้าฤดูแล้งเราก็สูบน้ํา ออกมาอย่างนี้ แล้วไม่ใช่ว่ามีเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลกหรอกครับ มีทุกจังหวัดล่ะครับ เป็นแบบนี้ เพราะภูมิประเทศเขาทําไว้อย่างนี้ครับ แต่เราเองก็ไม่ได้ทําแก้ปัญหาจริง ๆ จัง ๆ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทําบางทีท้องถิ่นขุดไปแล้ว หน่วยงานในกระทรวงนี้ ก็ต้องมาขุดซ้ําขุดซากอยู่อย่างนี้ มันเหมือนว่าเป็นการขุดที่แก้ปัญหาในอําเภอเขาเรียกร้อง ในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ของค่าขุดของผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็คงจะพูดคุยครับว่าถ้าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรจริง ๆ แหล่งน้ํานี่ล่ะครับเป็นต้นทุน แล้ววันนี้เองก็เกิดวิกฤติ น้ํามันแพงขึ้นมา พี่น้องเกษตรกรก็ต้องใช้สูบน้ําครับในแม่น้ําลําคลองหรือสูบน้ําใต้ดิน หรือสูบน้ําบาดาลขึ้นมาใช้ก็คงจะฝากไว้ครับ ก็อยากจะฝากกรรมาธิการวิสามัญที่ต้อง ขอขอบคุณ แต่สิ่งสําคัญวันนี้ยังอยากให้เกิดเป็นรูปธรรม อยากจะแก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยเฉพาะเรื่องอยากให้นายกรัฐมนตรี งบประมาณปี ๒๕๕๕ ให้ทําให้เสร็จจริง ๆ จัง ๆ ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทาง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ศึกษา ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าเป็นรายงานที่ดีมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน รายงานฉบับนี้ได้กราบเรียนมาถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เรื่องน้ําเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านประธานกว่าเราจะมาพิจารณาได้ ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๔ เดือนกุมภาพันธ์ ผมว่ามันล่าช้าเกินที่จะแก้ไขปัญหาน้ํา นี่ขณะ สภาผู้แทนราษฎรเสนอเข้ามาเราจะพิจารณาได้ ๓ ปี เพราะหน่วยงานราชการที่มาร่วม พิจารณาและนําสิ่งเหล่านี้ไปศึกษาผมคิดว่าอย่างน้อย ๑๐ ปี ประเทศไทยเจอปัญหาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม ท่านประธานจําได้นะครับ ๒–๓ เดือนที่ผ่านมาเกิด น้ําท่วมหนักไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง แม้กระทั่งภาคใต้รัฐบาลก็มัวยุ่งอยู่ กับถุงยังชีพน้ําท่วม ตอนนี้ภัยแล้งมาแล้วครับรัฐบาลนี้ไม่เคยพูดเลยว่าจะดูแลปัญหาภัยแล้ง ได้อย่างไร ผมต้องขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เพราะจากบทนํา ในบทที่ ๑ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้สรุปไว้พูดถึงความเป็นมาและเจตนารมณ์ชัดเจน ครับ เขาพูดว่านับตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ด้วยการขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ชลประทานเร่งรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้ละครับแสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลท่านสมัครต่อเนื่องมาจากรัฐบาลทักษิณนั่นละครับ เพราะท่านสมัครถูก กล่าวหาว่าเป็นนอมินี (Nominee) ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเพราะฉะนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่ำ แ น ว คิ ด ใ น กำ ร บ ริ หำ ร จั ด กำ ร น้ํำ เ พื่ อ แ ก้ ไ ข ปั ญ หำ ภั ย แ ล้ ง ใ ห้ พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรที่เป็นคนไทยทั้งประเทศนั้นเริ่มตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยคิดที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยใช้งบประมาณค่อนข้างที่จะมากพูดกันถึงประเด็นหลัก ๓–๔ แสนล้านบาท ทุกคน ก็ออกมาโจมตีว่าใช้เงินมาก ท่านประธานเห็นไหมครับเมื่อเกิดน้ําท่วม ความเสียหายที่น้ํา ท่วมที่ผ่านมาเมื่อ ๓–๔ เดือน มูลค่าความเสียหายจากที่ผมได้ติดตามบางคนก็บอกว่าถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันเสียหายถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันคุ้มไหมครับกับที่รัฐบาลไทย จะเอางบประมาณ ๓–๔ ล้านบาท ไปแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ําท่วมให้เป็น ระบบ ท่านประธาน ผมอยากจะติติงการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เพียง เล็กน้อย ท่านประธานลองเปิดไปดูประมวลข้อมูลจากการชี้แจงของส่วนราชการ คณะกรรมาธิการวิสามัญเชิญสํานักงบประมาณ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ํา กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ไล่ ๆ ลงมาไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การพลังงาน แต่ที่น่าเสียใจคือว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญแทนที่จะเชิญ สํานังานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือภาษาฝรั่งเรียกว่า องค์กรจีสด้า (GISTDA) ที่มีดาวเทียม ดาวเทียมดวงนี้เป็นของประเทศไทย มีสัญชาติไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นดาวเทียมที่ถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญกับส่วนราชการเหล่านี้ รู้จักวิธีใช้ภาพถ่ายทางอากาศ เก็บข้อมูลไว้ได้ครับ ช่วงไหนเป็นหน้าแล้งดาวเทียมมัน หมุนรอบโลก ที่จะถ่ายภาพถ่ายไว้ แม้กระทั่งตอนน้ําท่วม น้ําไหลจากบริเวณไหนมา เราถ่ายภาพไว้ได้เพื่อได้จะวิเคราะห์ว่าต้นกําเนิดของน้ําท่วมมาจากไหน หรือน้ําแล้งในพื้นที่ บริเวณใด ทําไมไม่เชิญเขามาร่วมพิจารณาด้วยให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่าหาว่า ผมสอนนะครับท่านประธาน ผมอยากจะให้กรรมาธิการวิสามัญซึ่งศึกษาเรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ เอาออกไป ไหน ๆ มันช้าอยู่แล้ว ๓ ปี เอาไปทํามาใหม่ดีไหมครับ จะได้รวมทั้งปัญหาน้ําแล้ง ปัญหาน้ําท่วมไปเลยทีเดียว จะได้แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เสียงบประมาณ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ท่านประธาน ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ก็ ๑๐ กว่าปี สมัยก่อนครับ กรมชลประทาน ของบประมาณแผ่นดินทุกครั้ง ลอกคลอง ลอกซ้ําแล้วซ้ําอีก ผมเคยถามสํานักงบประมาณว่า ท่านเคยเก็บสถิติไหมว่าคลองเส้นนี้ลอกมาแล้วกี่ครั้ง แล้วสมัยนั้นชอบขุดบ่อครับ บ่อขนาดเล็ก ๖๒.๕ คิว ผมก็เลยถามกรมชลประทานว่าทําไมต้อง ๖๒.๕ คิว เวลาขุดบ่อ เศษคิว ๐.๕ นั้น คํานวณอย่างไรเวลาให้เขาไปขุดหรือจ้างบริษัทไปขุด ท่านประธาน รู้ไหมครับ ขุดบ่อเสร็จเขามีน้ําใส่ ถ้าดินข้างล่างเป็นโคลน เวลาลงไปตรวจสอบความลึกก็ใช้ ไม้จิ้มลงไปลึก ๆ แต่ถ้าผู้รับเหมาไม่รู้จักกัน ก็จะเอาแค่ผิวโคลน เวลาเอาไม้จิ้มลงไปในบ่อน้ํา อันนี้ละครับคือความเสียหายที่ประเทศชาติได้รับจากผู้รับเหมาก็ดี ข้าราชการก็ดี ที่รู้เห็นกัน เห็นแก่ประโยชน์ ถ้าเราขุดบ่อตามจํานวนที่สํานักงบประมาณเคยอนุมัติไป ท่านประธาน เคยเห็นคนหน้าเป็นหลุมเป็นบ่อไหมครับ ป่านนี้ประเทศไทยเหมือนดวงจันทร์เรามีแต่หลุม ๆ เล็ก ๆ นับไม่ถ้วน บ่อเหล่านั้นวันนี้หายไปหมดท่านประธาน มันแก้ไขปัญหาไม่ได้ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปราย แต่ละกรม แต่ละกระทรวงไม่ยอมพูดกันเอง ทุกคน มีข้อมูลของตัวเอง แต่ไม่เคยเอาข้อมูลนั้นมาศึกษาร่วมกัน วันนี้กรมทรัพยากรน้ํา ที่มีรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ท่านก็ดูขึงขังเอาจริงเอาจัง ๒ ปี ไม่เห็นทําอะไรเลย แก้ปัญหา อะไรไม่ได้ รัฐบาลก็นิ่งเฉย โดยเฉพาะรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ความแห้งแล้งหรือน้ําท่วมให้เป็นรูปธรรมได้เลย แก้มลิงคิดจะทําแต่ก็ไม่มีการดําเนิน โครงการให้เป็นชิ้นเป็นอัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทมีปัญหาเหล่านี้ เงินงบประมาณ ก็ไม่ได้มาก เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าที่ใช้ในกรุงเทพมหานครเกิดมาเป็นคนกรุงเทพมหานคร ผมว่าเป็นบุญอย่างยิ่งที่มีสาธารณูปโภคที่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่พี่น้องประชาชน เกษตรกรที่วันนี้ประเทศไทยเรา ๓๐-๔๐ ล้านคนมีอาชีพการเกษตร และกลับไม่มีน้ําใช้ แต่เวลาน้ําท่วมขึ้นมารัฐบาลเอาจริงเอาจัง กุลีกุจอจัดถุงยังชีพไปแจก ท่านประธานคิดสิครับมันได้ประโยชน์ไหมหรือว่าใครได้ประโยชน์ผมอยากจะฝากไว้ ท่านประธาน เมื่อกี้นี้เสียงเตือนแล้วที่จริงอยากจะอภิปรายมากกว่านี้แต่ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านคณะกรรมาธิการ รายงานของท่านนี้ดีมากนะครับเพียงแต่มีจุดบกพร่องในมุมมอง ของผมเล็กน้อยว่าควรที่จะเชิญจีสด้ามาและเอาภาพถ่ายดาวเทียมมาเป็นประโยชน์จะได้รู้ว่า บริเวณไหนที่แห้งแล้ง เดือนไหนแห้งแล้ง วันไหนแห้งแล้งเพราะดาวเทียมมันหมุนรอบโลก หลาย ๆ รอบ ๖๐ รอบ ๗๐ รอบต่อวันมันก็จะได้ภาพถ่ายเหล่านี้ใช้ให้เป็นประโยชน์แล้ว ประเทศชาติเราจะได้ประโยชน์และคนที่สั่งซื้อดาวเทียม รัฐบาลที่จัดซื้อดาวเทียมก็คือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านมองวิธีแก้ไขปัญหาออกแต่คนที่มา บริหารงานตามมานั้นคิดไม่เป็นก็เลยไม่รู้จะทําอย่างไรก็อยากจะฝากไว้ว่าถ้าเราได้กลับมา เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทําเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมให้ได้ องค์กรเดียวที่จะดูแลเรื่องน้ําต้อง เป็นองค์กรเดียวอย่าไปแบ่งแยกงานแล้วก็แย่งงบประมาณกัน ทุกหน่วยงานก็อยากทําเรื่อง น้ําแล้วทําไปได้ไม่ถึงไหน ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ ๑๐ นาที

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี 🔗

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาใช้เวลาเดินทางมาสู่สภาผู้แทนราษฎรเกือบ ๓ ปี ในฐานะที่ผมก็เป็นโฆษกของกรรมาธิการ วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา น้ําคือชีวิต เป็นที่ ทราบกันดีนะครับว่าการที่จะพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเกษตรกรรม อย่างประเทศไทยจะต้องอาศัยแหล่งน้ําในการที่จะใช้ในการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ตลอดจน ใช้ในการบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกษตรกรรม ในประเทศไทยมีลุ่มน้ํา ทั่วประเทศอยู่ ๒๕ ลุ่มน้ําซึ่งเป็นลุ่มน้ําที่สําคัญครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย มี ๒๕๔ สาขาทั่วประเทศ ที่ภาคเหนือก็มีลุ่มน้ําที่สําคัญไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําสาละวิน แม่น้ํากก แม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน นี่ก็ถือว่าเป็นสายเลือดของพี่น้องชาวภาคเหนือ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานก็มีแม่โขง แม่น้ําชี แม่น้ํามูล เป็นลุ่มน้ําเป็น เมนหลักสายเลือดใหญ่ของพี่น้องภาคอีสาน ทางภาคตะวันออกก็มีแม่น้ําแม่กลอง แม่น้ํา เพชรบุรีชายฝั่งทะเลตะวันออก ส่วนภาคกลางก็จะมีแม่น้ําซึ่งเป็นแม่น้ําสากลก็คือแม่น้ํา เจ้าพระยาและแม่น้ําสะแกกรัง แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําป่าสัก แม่น้ําเพชรบุรี ชายฝั่งทะเล ตะวันตก ส่วนภาคใต้ก็มีลุ่มแม่น้ําตาปี ทะเลสาบสงขลา แม่น้ําปัตตานี ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ทั้งภาคตะวันออกและภาคตะวันตก นี่ก็คือเป็นลุ่มน้ําที่สําคัญยิ่งทั่วทั้ง ทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะมีบ่อ ห้วย หนอง คลอง บึง ฝาย ตามตําบล ตามหมู่บ้านต่าง ๆ แล้ว เราจะต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ําที่กล่าวมาข้างต้น เช่น สมาชิกหลาย ท่านได้อภิปราย ได้ให้ข้อสังเกตว่าการที่จะจบปีมาก็เอางบประมาณมาขุดลอก เสร็จแล้วพอมี น้ํามา ก็ดินพังทลายลงไปก็ตื้นเขิน อันนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาแหล่งน้ําของ ประเทศไทยเราไม่ได้มีนโยบายที่ชัดเจนและไม่ได้มีนโยบายระยะสั้น ระยะยาวที่จะพัฒนา แหล่งน้ํา เราจะเห็นว่าน้ําที่เราสูญเสียไป อย่างภาคอีสานมีแหล่งน้ําหลายแหล่งน้ํา แล้วก็ฝน ตกลงมาเราไม่สามารถกักเก็บน้ําได้เนื่องจากว่าพื้นที่ของภาคอีสานเป็นก้นกระทะ แต่เราไม่มี แหล่งห้วย หนอง คลอง บึงที่จะรองรับน้ํา ต้องสูญเสียน้ําไป ๗๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเปล่าประโยชน์ นั่นก็ชี้ให้เห็นว่าเราจะต้องพัฒนาการกักเก็บแหล่งน้ําต่าง ๆ ให้พอเพียง แล้วก็ที่สําคัญเราจะเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เป็นหลักอยู่ ก็มีกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ํา แม้แต่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ ยังซอยความรับผิดชอบ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า การที่อยากทํางานถ้าต้องการทําเพื่อที่จะเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลเป็นเรื่องที่น่า ภาคภูมิใจ แต่ถ้าเป็นการอยากได้งบประมาณเพื่อไปบริหารผมก็รู้สึกมีความไม่สบายใจใน เรื่องนี้ อยากเห็นการพัฒนาแหล่งน้ําซึ่งถือว่าเป็นหลักสําคัญยิ่ง แล้วก็เราดีใจนะครับว่า ต้อง กล่าวถึงท่านนะครับว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ท่านได้พบหารือกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาน้ําทั้งคณะ แล้วก็บอกว่าถ้ามีโอกาสจะพัฒนาแหล่งน้ํา ทั้งประเทศ โดยจะใช้งบประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกพรรค ทุกคนในคณะกรรมาธิการ มีความเห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่สามารถพัฒนาแหล่งน้ํา ทั้งประเทศเพื่อพี่น้อง เกษตรกรรมและเพื่อพี่น้องคนไทย แต่ก็เสียดายครับยังไม่ไปถึงไหนเป็นที่ทราบกันดีนะครับ ว่ามีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในทางการเมือง ที่สําคัญนะครับ การบริหารทรัพยากรน้ํานี่ เป็นปัจจัยหลัก เป็นที่ทราบกันดีว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างเช่น ห้วย หนอง คลอง บึง น้ํา แหล่งน้ําต่าง ๆ ที่ตื้นเขินเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะทําอย่างไร ถึงจะมีที่กักเก็บน้ํา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับที่จังหวัดอุดรธานี มีหนองหานซึ่งมีเนื้อที่ ๒๓,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าตื้นเขิน ซึ่งจังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี ก็ใช้น้ําที่หนองหานถ้ามีการ พัฒนาแหล่งน้ําที่เป็นรูปธรรม สามารถนําไปใช้ได้ทั้ง ๒ จังหวัด นี่ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง เกษตรกรของเรา แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีเขื่อนห้วยหลวงคอยกักเก็บน้ํา ก็ดีครับตรงนี้จะช่วย ให้พี่น้องได้ทํานา บางคนก็สามารถทํานาปีแล้วก็นาปรังได้ ที่จังหวัดอุดรธานก็มีความสําคัญ อยู่หลายเรื่อง และที่สําคัญที่ผมบอกว่ามันขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเราจะเห็นได้นะครับว่า จังหวัดอุดรธานี น้ําท่วมทุกปีในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่โชคดีครับ ปี ๒๕๔๕ ผมต้องขออนุญาตกล่าวถึง ว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้มองเห็นปัญหาตรงนี้ แล้วก็เข้าไปแก้ปัญหาแบบทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อให้ปัญหาสําเร็จเสร็จสิ้นโดยเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด แล้วก็จากนั้นมาก็ไม่มีน้ําท่วมจังหวัดอุดรธานี โดยใช้งบประมาณประมาณ ๘๐๐ กว่าล้านบาทในปี ๒๕๔๕ อันนี้ก็เป็นคุณูปการในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมของพี่น้อง ชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งผมอยากเห็นการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทุกรัฐบาลครับ ไม่ว่ารัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลไหน ๆ ถ้าเราเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาสามารถที่จะทําได้ นอกจากนั้นเราก็ จะเห็นนะครับที่ภาคกลางมี แป๊บเดียวก็น้ําท่วม แป๊บเดียวก็ภัยแล้ว ก็เรียกว่าน้ําท่วม ภัยแล้ง ซ้ําซากตลอดทุกปี แต่ไม่มีการแก้ไขแบบยั่งยืนและยาวนานให้เป็นรูปธรรม ผมก็ฝากไว้ นะครับ เราจะใช้การแก้ปัญหาในการส่งน้ําเข้าคลอง เข้าไร่นา โดยใช้ระบบคลองไส้ไก่ หรือชลประทานระบบท่ออะไรก็ให้มันเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมสักอย่าง การพัฒนาโขง-ชี-มูล ก็เหมือนกัน ลุ่มน้ําโขง-ชี-มูล ถือว่าเป็นเรื่องหลักของพี่น้องชาวภาคอีสาน ก็อยากเห็นมีการ ทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อพัฒนาแหล่งน้ําให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเพื่อที่ ประเทศของเราจะได้ทํานาปีละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งเหมือนต่างประเทศ ซึ่งเราเห็นตัวอย่างแล้ว นะครับ อย่างชาวนาที่ไต้หวันเราไปดู ก็นั่งรถเบนซ์ (BENZ) ไปดูนาของตัวเอง แล้วเมื่อไร ประเทศไทยจะเห็นสภาพอย่างนั้นว่าพี่น้องชาวนา เกษตรกรชาวไร่ทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็สามารถมีน้ําใช้อย่างพอเพียงแล้วก็สามารถทําเกษตรกรรมได้และมีฐานะที่ดีขึ้น อย่างอารยประเทศเขา ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเรวัตนะครับ เดี๋ยวท่านวัชระ เพราะเมื่อกี้ท่านเรวัตท่านต้องอภิปรายก่อน ท่านเกรียงศักดิ์ก็สลับกัน ท่านเกรียงศักดิ์จะไปประชุมกรรมาธิการครูนะครับ เชิญท่านเรวัต ครับ ๑๐ นาที

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในรายงานการศึกษากําหนดกรอบ แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งสภากําลังพิจารณาอยู่นี้ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมได้ดูในรายงานแล้วน่าสนใจครับ มีบทที่ เขียนไว้อยู่ทั้งหมด ๘ บทครับ น่าสนใจในบทที่ ๒ สํานักงบประมาณ ในหน้า ๒๙ ท่านประธานครับ เขียนไว้ครับ ผมมาดูแล้ว ถ้าเขียนไว้อย่างนี้โอกาสที่สมาชิกทุกท่านที่พูดไปนั้นว่า จะได้เงินแค่โน้นแค่นี้เอามาทํายากถ้ารัฐบาลไม่มีแผนงานหรือนโยบายที่จะต้องทํา เขาบอก ไว้เลย สํานักงบประมาณได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรอบและแนวทางการจัดสรรงบประมาณ โดยอธิบายว่าต้องเป็นไปตามแผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนยุทธศาสตร์น้ํา แผนรวม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา แผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ยุทธศาสตร์ จังหวัด แผนการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาตามลําดับความสําคัญและความพร้อมของโครงการอีกด้วย ทั้งนี้สํานักงานงบประมาณได้ให้ตัวเลขสรุปเปรียบเทียบงบประมาณที่จัดสรร อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เขียนไว้อย่างนี้ ให้ทําอย่างไรก็ไม่มีทาง ท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการเอาไปดูแล้ว แล้วเขียนมาอย่างนี้ ถ้าไม่บอกการแก้ไขแนวทาง ตรงนี้ ที่จะให้รัฐบาลทําอะไรมันก็ไม่มีทางจะได้งบประมาณ อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้โอกาสที่เราจะแก้ไขปัญหาน้ําทั้งระบบยาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องมาก่อน รัฐบาลก็ต้องมีแนวทาง อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติได้พูดไปหลายท่านนะครับว่าแนวทางอย่างนี้ รัฐบาลช่วงของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านมีแนวทางอยู่แล้ว ท่านมีนโยบาย อยู่แล้วให้ใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาททําทั้งระบบแล้วแก้ไข อย่างนี้ทําได้ ตรงนี้ครับ ถ้าไม่มี ทําไม่ได้เลยครับ เพราะนี่คือข้อจํากัดขอบเขตของสํานักงบประมาณที่จะเขียนกีดกัน หรือเขียนไว้แล้วว่าท่านต้องทําอย่างนี้ ๆ ไม่อย่างนั้นทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่า แนวทางตรงนี้รัฐบาลต้องตั้งไว้เลยว่าแผนงานที่จะแก้ไขปัญหา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้น้ําเป็นระบบ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าไม่อย่างนั้นโอกาสจะแก้ไขยาก มันต้องมีงบประมาณอย่าง เดียวครับที่จะแก้ไข ทีนี้มาดูครับ ปีหนึ่ง ๆ การแก้ไขปัญหาน้ําได้เท่าไร การบริการจัดสรรน้ํา ตามตารางในปี ๒๕๕๒ ๔๔๑,๐๗๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่มันต้องใช้เงินกว่านี้ พอเวลา ท่านประธานครับ ในการประชุมคณะกรรมาธิการท่านประธานจะพบว่าข้ออ้างของ ข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ เงินไม่พอ ขอมาเท่าไรก็ถูกตัด แล้วจะไปทําอะไรได้ แล้วก็มา กรรมาธิการตัดลงไปอีก แล้วจะทําอะไรได้ มันทําไม่ได้ ข้ออ้างตรงนี้เงินเขาไม่เพียงพอ เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นโอกาสที่ทําให้น้ําเป็นระบบยาก นี่ประการที่สําคัญรัฐบาลต้องมี ต้องมีก่อน มีแผนงานก่อนว่าจะทํางานทั้งระบบ อย่างสมมุติในปี ๒๕๕๕ งบประมาณ รายจ่ายปี ๒๕๕๕ รัฐบาลก็ต้องตั้งเลยว่าจะทําน้ําให้เป็นระบบ ตั้งไปเลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ถ้าทําอย่างนี้ได้โอกาสอย่างนั้นถึงจะมี ไม่อย่างนั้นก็เป็น อย่างนี้ครับ แล้งซ้ําซาก น้ําท่วมซ้ําซาก เป็นตลอด ไม่มีน้ํากินน้ําใช้ตลอดปี อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้มาข้อที่สําคัญ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาไว้ในบทที่ ๘ ท่านประธานครับ ในบทที่ ๘ นี้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า จําเป็นต้องมีกฎหมายที่เป็นแม่บท ในการจัดการทรัพยากรน้ํา ซึ่งจะใช้ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัตินโยบายและการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... อันนี้ดีมากครับ และดีมากอย่างนี้ก็ไม่ทราบว่าท่านคณะกรรมาธิการ ได้ยกร่างมาหรือเปล่า แต่ผมและก็พร้อมด้วยท่านสมาชิกของพรรคเพื่อไทยยกร่างแล้วครับ ท่านประธาน ยกร่างมาแล้วครับ แล้วก็ได้เสนอแล้วด้วย เสนอต่อสภานะครับ ท่านประธาน ดูนะครับ สรุปรายงานผลของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ท่านประธานดูนะครับ ในข้อ ๗๖ ร่างพระราชบัญญัตินโยบายและการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ผู้เสนอ นายเรวัต สิรินุกุล กับคณะ ท่านประธานครับ เราก็นึกถึงว่า ถ้ากรรมาธิการเขียนมาอย่างนี้ถูกต้อง และเป็นไปได้ การแก้ไขปัญหาน้ําทั้งระบบต้องมี กฎหมายมารองรับ ก็เห็นด้วยครับ แล้วขณะนี้อยู่อย่างไรครับ ท่านประธานครับ พี่ครับ ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้คํารับรอง ยังไม่รับรองเลย เป็นปีแล้ว ไม่รู้นายกฯ ไปทําอะไรครับ นายกรัฐมนตรีเคยคิดไหมว่าจะแก้ไขปัญหาน้ําให้เป็น ระบบ แล้วกฎหมายนี่ แล้วนายกรัฐมนตรีเขาฟังไหม ฟังรายงานฉบับนี้ไหม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เอารายงานของท่านไปดูหรือเปล่า แล้วดูแล้วคิดไหมว่าจะแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ําให้เป็นระบบ --------------------------------------------------------------------------- แล้วอย่างนี้กฎหมายที่เสนอมาเป็นปีนะครับท่านประธานครับ ผ่านพรรคเพื่อไทยมา พรรคเพื่อไทยเห็นชอบทั้งหมด เซ็นมาแล้วเสนออยู่ในสภา นี่ครับ ลําดับที่ ๗๖ แล้วทํา อย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานตอบผมหน่อยทําอย่างไรครับ ท่านประธานมีสิทธิ และมีการบังคับท่านนายกฯ ให้เซ็นผ่านไหม อย่างนี้เป็นต้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับการเสนอของคณะกรรมาธิการพิจารณาที่ไม่เอาเล่มนี้ออกมานี่ดีมากครับ ทุก อย่างเขียนมาด้วยว่าการแก้ปัญหาและปัญหาที่เกิดขึ้นมีอะไร จะแก้ไขด้วยวิธีใด แล้วก็ สุดท้ายต้องมีกฎหมายรองรับ กฎหมายรองรับเพราะว่าขณะนี้ท่านประธานครับ ท่าน ประธานดูต่อไปในรายงานนี้ โอ้โหทั้งหมดนี่นะครับ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ํา ๔๐-๕๐ หน่วยงาน กฎหมาย ๕๐-๖๐ ฉบับ แต่ละฉบับต่างคนต่างทํา งบประมาณต่างคนต่างขอ ก็เป็นช่องของสํานักงบประมาณที่จะอ้างว่าคุณขอมามีแผนไหม ไม่มีแผนไหม เพราะว่าอะไร ครับ เพราะว่ามันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาทั้งระบบทําไม่ได้ ถ้าจะไป บอกว่าเอาอย่างท่านนายกฯ ทักษิณมาทําระบบก็กลัวว่ารัฐบาลนี้กลัวว่าไปทําตามเขา จริง ๆ แล้วต้องทําอย่างนี้เพราะไม่อย่างนั้นงบประมาณจะไม่ได้เลย ผมอยากเห็นจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา แก้ไขปัญหาน้ํา แล้งซ้ําซาก น้ําท่วมซ้ําซากให้ หมดไปจากระบบจากประเทศไทยเมื่อไร ไม่ทราบ แต่ถ้ากฎหมายนี้ออกไปรองรับโอกาส เป็นไปได้ เพราะอยู่ในระบบเลย งบประมาณอยู่ก้อนเดียว อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็ต้องทวงถามนะครับ ผมทวงถามท่านประธานด้วยว่าช่วยทวงถามให้ผม หน่อยว่านายกฯ จะรับรองกฎหมายฉบับนี้เมื่อไร แล้วถ้านายกฯ เห็นด้วยว่าที่เขาไปรายงาน มาทั้งหมดนี้ นี่ครับรายงานมานี่ ทั้งหมดนี่มันเป็นประโยชน์ แล้วแก้ไขจริง ๆ ก็รีบใช้กฎหมาย นี้แก้ไขเสีย ซึ่งเหมือนกับการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินให้กับพี่น้องประชาชน ผมในฐานะ พรรคเพื่อไทยก็เสนอครับ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เอามาให้เขาทํากินกันเสีย ออกกฎหมาย นี่เสร็จแล้วครับ กําลังจะเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา อย่างนี้เป็นต้น ไม่เช่นนั้น ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยยาก แล้วไม่มีการแก้ไขได้เลยแม้แต่น้อย พูดถึงลุ่มน้ํา ท่านประธานครับ ก็ต้องขออนุญาตพูดถึงจังหวัดกาญจนบุรีเสียหน่อยในฐานะที่ ผมเป็นผู้แทนที่นั่น ท่านประธานครับ แม่น้ําแม่กลองเป็น ๑ ใน ๒๕ ลุ่มน้ํา แต่ท่านประธาน เชื่อไหม การสร้างเขื่อนก็ดี การอะไรก็ทํา ไปสร้างเขื่อนเพื่อที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าก็ไม่ว่ากัน เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย พี่น้องก็ใช้ไฟฟ้าทั่วทั้งประเทศ แต่ว่าไม่ได้คํานึงถึงการให้ใช้น้ํา เพื่อการเกษตรเลยแม้แต่น้อย มาช่วงหลังนี่ครับถึงจะมาคิดว่า เมื่อใช้น้ําปั่นกระแสไฟฟ้า แล้วที่เหลือลงมาก็ดันกลับไปเพื่อที่ให้กับพี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําด้วย ก็มีการทํา คลอง แต่ก็ยังไม่ถึง พี่น้องประชาชนก็ยังใช้ไม่ทั่วถึงในจังหวัดกาญจนบุรี มิหนําซ้ํายิ่งกว่านั้น ครับ แม่น้ําแม่กลองสะอาดที่สุดในประเทศไทยด้วย เขาทําคลองชลประทานส่งมาครับ ส่งมา ไม่ใช่ให้ชลประทานให้กับพี่น้องประชาชนใช้นะครับ เอามาให้ชาวกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ เป็นน้ําดิบทําประปาครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้เป็นต้น ทําประปาครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนว่าน้ําเป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ ปีใดแล้ง ปีใดฝนไม่ตก ภาวะแล้ง น้ําไม่พอเพียง พืชไร่แห้งตายหมด พี่น้องยากจนครับ ความยากจนเป็นบ่อเกิด แห่งความยากจนเลย ปีใดน้ําท่วมพืชผลเสียหาย เป็นบ่อเกิดแห่งความยากจนเช่นเดียวกันจะ แก้ไขไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมดเวลาแล้วครับ ครบ ๑๐ นาทีครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ผมกี่นาทีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เกิน ๑๐ นาทีแล้วครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ที่ผมพูดมานี้ยังไม่หมดนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต้องเคารพกติกานะครับ เพราะเพื่อน ๆ ก็ ๑๐ นาทีเหมือนกัน

นายเรวัต สิรินุกุช แบบสัดส่วน

ประธานคนก่อนนะ เขาบอกว่าใครพูด แล้วมีสาระสําคัญเขาก็ปล่อยให้พูด ท่านประธานครับ ผมก็มีสาระสําคัญนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือมันเป็นกติกาที่เราตกลงร่วมกันนะครับท่านครับ

นายเรวัติ สิรินุกุล แบบสัดส่วน

อย่างนั้นจะจบแล้ว โดยสรุป ท่านประธาน ครับท้ายที่สุดโดยสรุปของผม กฎหมายที่ผมเสนอไปผมขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพเลยว่าท่านดูหน่อย แล้วก็รับรองมาเสีย เพื่อเกิดประโยชน์ในการแก้ไขน้ํา ให้เป็นระบบ มิฉะนั้นแล้วแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าท่านอยากจะเห็นพี่น้องคนไทยทั้งหลาย กินดีอยู่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องน้ําแล้ง น้ําท่วม ท่านก็สั่งเลยว่านโยบายแผนงานในการแก้ปัญหา น้ําท่วมที่สํานักงบประมาณเขามีกติกาหรือมีกฎหมายบอกไว้อย่างนี้ ท่านก็สั่งเสียให้แก้ไข ให้ใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเราแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําเป็นระบบครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่ผมลุกขึ้นอภิปรายในรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ก็เพราะว่าผมเป็น ส.ส. จากเมืองบางกอก และเป็น ส.ส. ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งที่มีคําว่า บาง และ หนอง นําหน้า ก็คือ บางแคและหนองแขม ซึ่งน้ําเป็นปัจจัยที่สําคัญยิ่ง น้ําก่อให้เกิดชีวิตและน้ําทําให้เราดํารงอยู่ได้ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ ซึ่งมีท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานนั้น ได้สรุปมีรายละเอียด หลายประการเหลือเกิน ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ เพราะผมได้เห็นท่านอาจารย์ดอกเตอร์รอยล จิตรดอน ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าฝ่ายข้าราชการประจําได้ของบประมาณ ในการแก้ไขบริหารจัดการน้ํา รอพึ่งฝ่ายการเมืองเป็นสภาที่อนุมัติงบประมาณแผ่นดิน ก็ควรที่จะให้ความร่วมมือกับข้าราชการประจํา แต่ถ้าเราตัดงบประมาณของข้าราชการ ประจําที่เป็นหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา ทําให้ข้าราชการไม่สามารถจะแก้ไขได้นั้นก็จะ เป็นโทษในอนาคต ท่านประธานครับในรายงานฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนครับครอบคุลมทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ไปถึงภาคใต้ โดยสรุปก็คือว่าเรากําลังเผชิญ ปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ําท่วม ซึ่งตามธรรมชาตินั้นที่เก็บกักน้ําตามธรรมชาติมีไม่เพียงพอ เราก็ต้องจัดการที่จะสร้างที่เก็บกักน้ําตามแนวพระราชดําริ ซึ่งในหลวงท่านได้มีพระราชดําริ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําหลายครั้งหลายหน ข้าราชการต่าง ๆ ที่ท่านได้เสนอมานั้นที่จะให้ ออกกฎหมายหลายฉบับ ผมว่าแท้ที่จริงแล้วไม่จําเป็นต้องออกกฎหมายอะไรมากมายครับ ถ้าท่านยึดแนวทางตามพระราชดํารัส เพราะปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเกิดการทุจริต การคอร์รัปชั่น มีงบขุดลอกคูคลอง ถามว่าขุดลอกคูคลองจริงหรือไม่ เท่าไร ใครตรวจสอบ และการทุจริตในการขุดลอกคูคลองนั้นมีทั่วประเทศและไปถึงชายฝั่งทะเล แน่นอนครับ รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณชายฝั่งทะเลด้วยเช่นเดียวกัน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องเกี่ยวกับน้ํานั้นไม่มีการพูดถึงในรายงานฉบับนี้ ซึ่งผม อยากจะเพิ่มเติมว่าถ้าท่านได้บรรจุลงไปด้วยก็จะเป็นรายงานที่สมบูรณ์มาก ซึ่งการทุจริต ต่าง ๆ นั้นมีหลายรูปแบบจะทําให้การใช้เงินของแผ่นดินเป็นไปอย่างมีคุณค่า เพราะปัญหา ต่าง ๆ ก็เกิดจากคน คนที่ซึ่งเป็นนักการเมือง คนที่ซึ่งเป็นข้าราชการ ผู้มีอิทธิพล และได้ไปใช้ เงินของแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เมื่อใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาก็ติดตามมา อย่างต่อเนื่อง ไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในรายงานฉบับนี้ก็ไม่ได้กล่าวถึง แม่น้ําระหว่างประเทศ เช่น แม่น้ําโขง เราจะเห็นว่าประเทศบางประเทศนั้นได้ตักตวง ทรัพยากรธรรมชาติ น้ําจากแม่น้ําโขงอย่างเป็นกอบเป็นกํา ถึงขั้นสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ทําให้ พี่น้องในภาคอีสานที่มีเขตติดกับแม่น้ําโขงทั้งหมดประสบความเดือดร้อน แล้วทําไม ประเทศเราไม่คิดที่จะเอาน้ําจากแม่น้ําโขงมาใช้ประโยชน์เหมือนกับประเทศอื่นบ้าง ถึงขั้น กั้นเขื่อนกั้นแม่น้ําโขง ของเราคงไม่ทําถึงขนาดนั้นครับท่านประธาน แค่ทําอุโมงค์สูบน้ําขึ้น มาแล้วเอามาแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ใช้กันทั่วประเทศก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ท่าน ประธานครับ ในรายงานฉบับนี้มีการกล่าวถึงหน่วยงานคือการประปาส่วนภูมิภาค ผมก็ อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยครับว่า ปรากฏว่าใน หน่วยงานนี้ก็มีการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องน้ําเช่นเดียวกัน ซื้อน้ําจากเอกชนแพงมหาศาล แล้ว การประปาจะไม่ขาดทุนอย่างไรไหว ท่านประธานครับ ส่วนที่มีรายงานเกี่ยวกับ กรุงเทพมหานคร ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สํานักการระบายน้ํา กรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบเรื่องน้ําในกรุงเทพมหานครนั้นมีปัญหาก็คือว่าปัจจุบันในเขต กรุงเทพมหานครซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก มีคู คลองต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งลําประ โดง แต่ปัจจุบันท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีบ้านข้าราชการชั้น ผู้ใหญ่ มีบ้านคนใหญ่คนโตสร้างรุกล้ําคู คลองลําประโดงเหล่านั้น ทําให้ปิดกั้นทางน้ํา กรุงเทพมหานครก็ต้องแก้ไขอย่างเด็ดขาด อย่าได้ไว้หน้าใครต่อใครครับ เพราะไม่เช่นนั้น ปัญหาเรื่องน้ําท่วมในกรุงเทพมหานครก็จะแก้ไขไม่ได้ และรวมถึงปัญหาน้ําเน่า ในกรุงเทพมหานครในขณะนี้ ซึ่งท่วมขังตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ปรากฏว่าก่อให้เกิดโรค ไข้เลือดออก พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครเป็นไข้เลือดออกจํานวนหลายร้อยรายในขณะนี้ กรุงเทพมหานครต้องแก้ไข ท่านประธานครับ ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ ที่เขียนไว้ในรายงาน ฉบับนี้ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผมก็เห็นว่าทํางานดีอยู่แล้ว รวมถึงการเคหะ แห่งชาติซึ่งก็มีหน้าที่ที่เกี่ยวพันในหลายเรื่องก็ทํางานดีอยู่แล้วเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ เมื่อมาดูรายงานในหน้า ๑๔๕ เรื่องข้อมูลน้ําในภาพรวมตามรายลุ่มน้ํา ผมไม่แน่ใจครับว่าใน รายงานฉบับนี้จะผิดหรือถูก เพราะปรากฏว่าเขียนบอกว่า ที่ลุ่มน้ําตาปีนั้นปัญหาน้ําท่วม ๐.๐๐ ท่านประธานครับ แต่ข่าวที่เราได้ยินได้ฟังก็คือว่า มีปัญหาน้ําท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ ธานีเนื่องจากแม่น้ําตาปีเอ่อล้น และรวมถึงแม่น้ําปัตตานีด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ในบทสรุปรายงานเกี่ยวกับกฎหมาย ภารกิจและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นผมเห็นว่าปัญหา สําคัญที่สุดนอกเหนือจากที่ท่านได้เขียนมาในรายงานฉบับนี้นั้นคือปัญหาเรื่องการรักษาน้ํา ที่ดีอยู่แล้ว เพราะอะไรครับ เพราะว่าน้ําที่ดีอยู่แล้วเรายังรักษาไม่ได้ รักษาไม่ได้เพราะอะไร ครับ เพราะโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปล่อยน้ําเสียลงมา ไม่ว่าจะเป็นโรงงานชาวต่างชาติที่อําเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี หรือโรงงานชาวต่างชาติที่ เขตอําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครติดเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ก็ปล่อยน้ํา เสียลงในแม่น้ําลําคลอง น้ําเสียทั้งคลอง ปลาตาย ท่านประธานครับ ข้าราชการกระทรวง อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าไม่รับเงินจากโรงงานเหล่านี้น้ําใสบริสุทธิ์ครับ แต่ เป็นเพราะไปรับเงินจากโรงงานทั้งของคนต่างชาติและโรงงานที่ก่อให้เกิดมลภาวะของคน ไทยบางคน ก็ทําให้เกิดน้ําเน่าเสียและเป็นอันตรายต่อสังคม เราต้องขจัดข้าราชการที่ทุจริต คอร์รัปชัน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่รับเงินโรงงาน ท่านประธานครับ ชุมชนร้องเรียนเรื่องน้ํา เสีย แต่ปรากฏว่าข้าราชการไม่ทําอะไร ผมอยากเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมเด็ดขาด ปิดโรงงานเหล่านั้นไม่ว่าเป็นโรงงานของใครก็สุดแท้แต่ และถ้าหาก เป็นชาวต่างชาติ ผมคิดว่าเราต้องขับไล่ชาวต่างชาติเหล่านั้นออกไปนอกประเทศไทย ไม่ว่า จะเป็นชาวไต้หวัน ชาวญี่ปุ่น หรือชาวอะไรก็สุดแท้แต่ ที่มาก่อให้เกิดมลภาวะในประเทศไทย ไม่ควรที่จะให้อยู่ในประเทศเราอีกต่อไป ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ว่าน้ําที่ท่านบอกว่าน้ําท่วมไม่มีที่กักเก็บ เราก็ต้องสร้างที่เก็บน้ํา ปัญหาภัยแล้งเราก็ไม่รู้ว่าจะ หาน้ํามาจากไหน แต่น้ําที่มีอยู่เราก็ถูกทําลายโดยโรงงานที่เห็นแก่ตัวปล่อยน้ําเสีย ทุกลุ่มน้ํา ครับท่านประธานครับ ไม่เว้นแม้แต่ลุ่มน้ําตาปี โรงงานบางโรงงานก็ปล่อยน้ําเสีย ซึ่งก็ต้อง เด็ดขาดเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกันจากการใช้น้ํา คนจน คนรวย มีสิทธิใช้น้ําอย่างเท่าเทียมกัน อย่าให้ใครมามีอภิสิทธิ์เหนือใคร และผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ารัฐบาลจริงจัง เด็ดขาดกับข้าราชการที่ทุจริตคอร์รับชันเกี่ยวกับเรื่องน้ํานั้นก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้มากทีเดียว สุดท้ายท่านประธานครับ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาน้ําเน่าก็ไม่เท่าคนที่ทรยศต่อ น้ําพระพิพัฒน์สัตยา

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน นิยม เวชกามา ครับ ๑๐ นาที

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนําเสนอในการที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ปัญหาเรื่องน้ํา ดึงเข้าดึงออก ๓ ปีแล้วครับ เพิ่งจะมี โอกาสนําเสนอ ผมเองเป็นผู้หนึ่งซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยหลักจริง ๆ แล้ว ท่านเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้มีเจตนาอยากจะทํางานชิ้นนี้จริง ๆ แต่ ปรากฏว่า ๓ ปีจริงๆ ครับ ต้นปี ๒๕๕๑ ท่านก็นั่งอยู่ข้างบน ท่านไชยา พรหมา ก็ดี ท่าน ดอกเตอร์รอยลก็ดี ต้องขอเอ่ยนามท่าน ท่านมีเจตนาจริง ๆ แล้วอยากจะทําการแก้ปัญหา เรื่องน้ําทั่วระบบ แต่ว่าผมดูในรัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องการแก้ปัญหาน้อยมาก จากการ ที่ตั้งงบประมาณไม่สมบูรณ์กับการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าวันนี้แก้ปัญหา ไม่ได้ เพราะดูจากการตั้งงบประมาณของรัฐบาลให้ความสําคัญในการแก้ปัญหาเรื่องน้ําน้อย จริง ๆ วันนี้ต้องบอกว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้หลายคนมาเป็นรัฐบาล มาเป็นรอง นายกรัฐมนตรี ต้องขอเอ่ยนามท่าน ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ ถามว่าวันนี้ท่านคิดอย่างไร ท่านเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการชุดนี้จริง ๆ ครับ ปฏิเสธไม่ได้ ท่านไปดูในรายชื่อ แต่วันนี้ การแก้ไขปัญหาไปไม่ถึงไหน เพราะในการใส่ใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องน้ําไม่มี ไม่มีจิตวิญญาณ จริง ๆ เพราะว่าน้ําคือชีวิต หลายท่านปฏิเสธไม่ได้ แก้ปัญหาเรื่องน้ําไม่มี ไม่มีจิตวิญญาณจริง ๆ เพราะว่าน้ําคือชีวิตหลายท่านปฏิเสธไม่ได้ ประเทศไทยไม่ว่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง มีปัญหาเหมือนกันเรื่องน้ํา โดยเฉพาะภาคอีสานแล้งกับน้ําท่วม พอถึงวันนี้ฤดูช่วงนี้ภัยแล้งกําลังก้าวเข้ามา แต่หน้าฝน ภาคอีสานน้ําท่วม บ้านผมจังหวัดสกลนครขอบอกกล่าวว่าเราได้มีตั้งคณะกรรมาธิการ หลายชุดซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการแม้กระทั่งคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการชุดเล็กของ คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ตั้งเข้ามาศึกษาเหมือนกันแล้วปัญหาเรื่อง นี้นําเสนอท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จังหวัดสกลนครมีแหล่งน้ําใหญ่ คือหนองหานซึ่งมีเนื้อที่ ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๗๖,๑๑๕ ไร่ วันนี้แห้งขอดในฤดูแล้งเพราะ ความตื้นเขินของหนองหาน เสนอไปแล้วก็ไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะดู จากการตั้งงบประมาณไม่สมดุลกันเลยครับการแก้ปัญหาเรื่องน้ํา บ้านผมหลักใหญ่ลําน้ําก่ํา ซึ่งจากหนองหานไหลลงสู่แม่น้ําโขง ประตูปิดน้ํากั้นน้ําของหนองหานมีที่เดียวของจังหวัด สกลนครคือประตูน้ําสุรัสวดี ซึ่งเดิมทีเดียวคือประตูแววพยัคย์คันเดิม ต่อมามีการสร้างประตู ใหม่ทดแทนประตูนี้ประตูเดิมแววพยัคย์คันสร้างเมื่อปี ๒๕๐๘ เป็นประตูขนาดเล็กก็ไม่ได้ใช้ วันนี้ก็เก็บเป็นอนุสรณ์มาสร้างประตูกั้นน้ําหนองหานใหม่มีที่เดียวครับระหว่างหนองหานกับ ลําน้ําก่ําซึ่งเป็นลําน้ําไปสู่แม่น้ําโขง ส่วนที่ประตูสร้างขึ้นใหม่อีก ๒ แห่งอยู่ในเขตจังหวัด นครพนม เพราะฉะนั้นในช่วงที่มันระยะห่างกันพอถึงหน้าแล้งประตูลําน้ําก่ําไม่ได้กั้นไว้เป็น ระยะ ๆ ผมไม่ทราบว่าทางกรมชลประทานได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากความแห้งแล้ง ของจังหวัดสกลนครก็ยังมีเหมือนเดิมอันนี้คือการศึกษาของอนุกรรมาธิการชุดเล็กก็ศึกษาไป แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนประตูลําน้ําจากลําน้ําพุงคือจากพื้นที่ภูพานลงมาสู่หนองหานซึ่ง เป็นลําน้ําใหญ่ลําน้ําหนึ่งระยะทางประมาณ ๕๐ ต่อกิโลเมตร วันนี้คณะอนุกรรมาธิการชุด เล็กก็นําเสนอของท่านนายกรัฐมนตรีว่าจําเป็นต้องมีตัวกักน้ําเพราะจังหวัดสกลนครเองมี ปริมาณมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ผมพูดหลายครั้งหลายหนแล้วว่ามีความจําเป็น เพียงแต่การบริหารจัดการน้ําไม่ได้จัดการให้เป็นระบบอย่างชัดเจนเท่านั้น จากลําน้ําพุง ๕๐ ต่อกิโลเมตร พอฤดูฝนน้ําหลากท่วมไร่ท่วมนาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอโคกศรี สุพรรณ เต่างอย มาจนถึงอําเภอ แต่พอหน้าแล้งน้ําแห้งขอด ผมถ่ายรูปของ คณะอนุกรรมาธิการนําเสนอของรัฐบาลไปแต่วันนี้ไม่ได้รับการตอบสนองมาอันนี้คือเป็น ปัญหาซึ่งเป็นวัฎจักรเป็นแบบนี้มาไม่รู้กี่สิบปีแล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิมผมจึงไม่ทราบว่าปัญหา น้ําแห้ง ปัญหาน้ําท่วมเมื่อไรจะได้รับการแก้ไขให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง เป็นปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน วันนี้ผมฝากรัฐบาลซึ่งคณะกรรมการศึกษาปัญหาแก้ปัญหาเรื่องน้ํา ก็นําเสนอในระดับหนึ่ง แต่เรื่องใหญ่ก็ยังมีผมจึงบอกว่าปัญหานี้สิ้นสุดไปไม่ได้ถ้าตราบใดยัง ไม่แก้ให้เป็นระบบอย่างชัดเจน น้ําท่วม ภัยแล้ง เป็นวัฎจักรอยู่แบบนี้ของจังหวัดสกลนครเอง ซึ่งจะเป็นลําน้ําพุงซึ่งผมพูดถึง ๕๐ กว่ากิโลเมตรจากภูพานลงมาสู่หนองหานวันนี้ผมยังไม่ ทราบว่ารัฐบาลคิดอย่างไรที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งกับน้ําท่วมเป็นแบบนี้ครับ ลําน้ําสายหลัก ของจังหวัดสกลนคร มีลําห้วยเดียกซึ่งเป็นชลประทานในโครงการพระราชดําริ ก็ดูแลได้ระดับหนึ่ง ผมจึงบอกว่า วันนี้รัฐบาลถ้ายังตั้งงบประมาณไม่ให้เป็นระบบอย่างชัดเจนปล่อยให้ลอกให้ทําโครงการ เล็ก ๆ ซึ่งไม่ได้ดูในระบบให้เป็นระบบจริง ๆ แบบหนองหานนี่พื้นที่กว้าง ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ วันนี้ตื้นเขิน ถ้าไม่มีหน่วยงานหลักต้องเข้าไปดูแลคือกรมชลประทานอย่างจริงจัง ปล่อยให้ สะเปะสะปะอย่างทุกวันนี้ทํากันไม่เป็นระบบทําให้ส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่แก้ปัญหาไม่ได้ครับ หนองหานตื้นเขิน ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดท่านเสนาะ เทียนทอง ท่านก็ บอกชัดเจนว่าหนองหานวันนี้เหลืออยู่ ๑ เมตรเศษ ๆ ถึง ๒ เมตรเท่านั้นจากที่เดิม ๕ เมตร ๖ เมตรเพราะว่ามันตื้นเขินแล้วระบบนี้ถ้าไม่ทําอย่างจริงจัง ท่านคณะอนุกรรมาธิการท่านไป ดูแล้วก็บอกว่ามันจริง ๆ ต้องลอกทั้งระบบ ทําเขื่อน ทําถนนกั้นเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกให้เป็น ระบบจริง ๆ ใช้งบประมาณไม่ต้องทําเป็นเล็ก ๆ เหมือนที่ผ่านมาแต่ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม ผมจึงต้องฝากท่านไตรรงค์ซึ่งวันนี้ท่านเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้แต่ ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีท่านดูแลเรื่องงบประมาณ แต่ท่านต้องรู้ว่ามันเป็นอย่างนี้แล้ว เมื่อไรจะได้รับการแก้ไข ผมเองต้องบอกว่าทําไม่ได้หรอกครับถ้าปล่อยให้เหตุการณ์ปล่อยให้ สถานการณ์เป็นอย่างนี้แก้ไม่ได้ครับ เพราะท่านไม่ทําเป็นระบบ ท่านทําเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับในส่วนของชลประทานห้วยเดียกวันนี้ชลประทานไม่ทั่วถึงครับ แห้งแล้งท่านไปดูสิ คู คลองที่ท่านทําไป คลองไส้ไก่ทั้งหลายที่ว่านี้มันมีน้ําไหลไปไหม ผ่านพื้นที่หลายที่ผมไปดู ในพื้นที่เขตเลือกตั้งผมก็ทําเป็นเล็ก ๆ แล้วก็แตกแห้งแตกไปหมดแล้ว พวกคลองไส้ไก่ น้ํามันไม่ทั่วถึงมันไม่ไปหลายพื้นที่ไม่ว่าตําบลห้วยยางท่านดูแลอยู่ ตําบลงิ้วด่อนซึ่งเป็นเขต อําเภอเมืองซึ่งอยู่ในเขตของชลประทานห้วยเดียกท่านก็ยังดูแลไม่ทั่วถึง อันนี้ผมฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูแล เรื่องการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็นําเสนอค่อนข้าง ชัดเจนในหลายพื้นที่ แต่ว่าผมบอกว่าไม่ได้รับการดูแล เห็นไหมครับของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๘๗,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรของพื้นที่เกษตร แต่จริง ๆ แล้วคือ ๘.๘๓ ล้านไร่คลองชลประทานมันห่างกันไกลมากครับ อันนี้ก็นําเสนอไปแล้วผมไม่ทราบว่า รัฐบาลท่านคิดอย่างไรวันนี้ ผมจึงบอกว่าต้องทําเป็นระบบที่น้ํามันไม่มีมันแล้งมันท่วม ทุกวันนี้มันไม่ใช่ไม่มีน้ําที่มันแล้ง เพราะเราเก็บกักน้ําไม่ได้มาตรฐาน ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ตรงเวลาดีครับ เชิญท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับวันนี้ถือว่าวันเป็นสําคัญที่พวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้ไปทําการศึกษาแล้วก็ได้รายงานกําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากร น้ําของประเทศไทยเข้าสู่สภาในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดกันบ่อยมากในเรื่อง ของปัญหาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม น้ําแล้ง ประเทศไทยเราประสบปัญหาเรื่องเหล่านี้ มาเป็นเวลายาวนาน แต่ไม่มีรัฐบาลชุดใดที่หยิบยกเรื่องปัญหาเรื่องน้ํามาจัดการอย่างจริงจัง ให้ความสําคัญอย่างจริงจัง ไม่มี รัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามที่จะดําเนินการในเรื่องของ การจัดการปัญหาเรื่องน้ํา โดยเฉพาะรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สมัยปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๘ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการพูดกันว่าประเทศไทยเรานี่ถ้ามีน้ําอย่างเพียงพอประเทศไทย เราจะไม่จนเลย พี่น้องประชาชนจะไม่จนเลย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งอาศัยปัจจัยลุ่มน้ําเป็นปัจจัยการผลิตเป็นหลัก ถ้ามีน้ํา เขาจะสามารถที่ดํารงชีวิตและประกอบกิจการเรื่องของการเกษตรอย่างเป็นล่ําเป็นสันและมี รายได้เพียงพอต่อการยังชีพและเป็นประโยชน์สําหรับประเทศไทยด้วย ท่านประธานที่เคารพ ครับ รายงานฉบับนี้ต้องขอชื่นชมในเรื่องของวิสัยทัศน์และการทํางาน ใช้เวลาไม่นานในการ ทํางานเรื่องนี้ จากการอ่านเอกสารนี้ก็ประมาณสักเกือบปี แล้วก็นําเข้าสู่เสนอสภา กว่าจะมา ได้มีการพิจารณาในวันนี้ก็ใช้เวลาเป็น ๒ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานจะทําได้ สวยหรูได้ดีขนาดไหนก็ตาม การศึกษาจะดีเลอเลิศขนาดไหนก็ตาม ถ้าผู้ที่มีความรับผิดชอบ ในบ้านเมืองนี้ไม่หยิบยกเอามาใช้ประโยชน์ การศึกษาเหล่านั้นก็ไร้ค่า วันนี้ผมถึงอยากจะ เรียนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้หันหน้ามาคุยกัน หันหน้ามาจับมือกันในเรื่องการ เอาจริงเอาจังในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องน้ํา ทําเป็นวาระแห่งชาติได้ไหม การแก้ปัญหาเรื่องน้ํา ภัยแล้ง ทําเป็นวาระแห่งชาติเลยมันจะใช้งบประมาณสักเท่าไร กี่แสนล้านบาท ต้องกล้า ในการตัดสินใจในการที่จะไม่มีเงิน เรากู้มาทําเรื่องอื่นกู้มาเยอะแยะ กู้มาทําเพื่อเกษตรกร แก้ปัญหาน้ําเรื่องน้ําแล้ง น้ําท่วม ซึ่งมีการศึกษาในหลาย ๆ หน่วยงาน ศึกษามาโดยเป็น ระยะ ๆ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในวันนี้ถ้าเรา ร่วมมือไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ํา แม้แต่หน่วยงานอื่น ภาคทหาร กรมทหารพัฒนา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ลองมานั่งคุยกันดีไหม งบประมาณมี สักเท่าไร เอาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเขาดูแลใกล้ชิดปัญหา ทราบปัญหาดี เอาลองมา คุยกันไหมว่าในแต่ละพื้นที่จะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง เรื่องน้ําท่วมอย่างไร ให้เขามีส่วนร่วม ในการสํารวจออกแบบ ในการวางแผนแก้ปัญหาทั้งหมด เรียกว่าการบูรณาการในการ แก้ปัญหา ไม่ต้องเป็นห่วงว่างบประมาณนี้จะใช้มากน้อยสักเท่าไร ถ้าไปบอกว่างบประมาณ ไม่มี มันก็ตันเสียแล้ว แนวความคิดมันก็ไม่เกิด ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ท่านประธาน ครับ ผมมองว่าเรื่องนี้มีการพูดคุยทําเป็นยุทธศาสตร์และจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง ซึ่งเรามีนโยบายที่เป็นขั้นเป็นตอน ประมาณ ปี ๒๕๔๘ เรากําหนดยุทธศาสตร์ ๔ ปีไม่มีแล้ง ปี ๒๕๔๙ ถูกปฏิวัติ นโยบายเหล่านี้จะ แก้ปัญหาความยากจนได้โดยสิ้นเชิง เราพยายามหาวิธีการแก้ปัญหาความยากจน แต่เราลืม มองปัญหาพื้นฐาน พื้นฐานซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญของพี่น้องเกษตรกร นั่นก็คือน้ํา ปัจจัยอื่นเป็น ปัจจัยรอง เรื่องปุ๋ยเป็นปัจจัยรอง แต่ถ้ามีน้ํา ท่านประธานครับ มั่นใจเหลือเกินว่า ประเทศไทยของเราก็คงจะไม่หยุดนิ่งอยู่ขนาดนี้ ผมเองอยากจะวิงวอนแล้วก็ขอเสนอ ในหลาย ๆ ส่วน

ประเด็นแรกก็คือว่าในเรื่องของการทําอย่างไรที่จะสามารถรักษาน้ําที่เป็น น้ําธรรมชาติ น้ําจากฟ้า หรือน้ําฝนให้อยู่บนผืนดินนี้นานที่สุด ชะลอการที่จะไหลลงไป แม่น้ําโขงหรือแม่น้ําใหญ่ ๆ หรือไหลลงทะเล นั่นหมายถึงว่า ห้วย หนอง คลอง บึง แหล่งน้ําที่มีอยู่ทั้งหมดจะต้องได้รับการหยิบยกขึ้นมาเพื่อรองรับ สิ่งเหล่านี้ รองรับน้ําให้ได้ ขณะเดียวกันเมื่อรองรับมาก ๆ มันก็จะเกิดปัญหาน้ําท่วม ก็ต้องมี วิธีการระบายน้ํา การส่งน้ํา ทําอย่างไรที่จะแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมในคราวเดียวกัน เป็นเรื่อง ใหญ่ เรื่องสําคัญ ลําห้วยต่าง ๆ มีมาก การขุดสระ ขุดลําห้วยให้ลึกลง การทําแก้มลิง สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่จะสามารถกักเก็บน้ําได้

เรื่องที่ ๒ เราพูดกันเสมอว่าแม่น้ําซึ่งเป็นแม่น้ําโขง โดยเฉพาะเป็นแม่น้ํา นานาชาติซึ่งเราก็มีการศึกษาพอสมควร สมัยก่อนท่านประธานครับ มีการคิดจะทําเขื่อนกั้น แม่น้ําโขงเรียกว่า เขื่อนผามอง สมัยผมเป็นเด็ก ๆ มีการที่จะทําเขื่อนกั้นแม่น้ําโขงบริเวณ ผาตั้ง ตําบลผาตั้ง อําเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มีการวางผังออกแบบไว้เป็นอย่างดี สมัยก่อนมีการออกข้อสอบด้วยซ้ําไปว่าเขื่อนผามองอยู่ที่ไหน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เป็นเขื่อนเลย นะครับ พอข้อสอบบอกว่าอยู่ที่ไหน ก็บอกว่าอยู่ที่ตําบลผาตั้ง อําเภอสังคม จังหวัด หนองคาย ก็นึกได้ว่ามาถึง ณ วันนี้สิ่งเหล่านี้มันหายไป แล้วก็มีความพยายามที่จะเอาน้ําโขง เข้ามาใช้ประโยชน์ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ว่าการนําน้ําโขงหรือแม่น้ําใดก็ตามที่จะมาใช้ ประโยชน์เป็นเรื่องที่ลําบากมากกว่าที่จะเอาน้ําที่มีอยู่ในบ้านเราในน้ําธรรมชาติ อย่างน้ําฝน มีปริมาณมากเหลือเกิน แต่วิธีการกักเก็บน้ํา บริหารจัดการน้ําเราไม่ดีพอแค่นั้นเอง วันนี้ก็มี หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานที่พยายาม แต่ทําไม่เป็นระบบ งบประมาณมันถึง กระจัดกระจาย กรมทหารพัฒนาก็ไปทําอีกเรื่องหนึ่ง ขุดลอกตรงไหนที่เห็นว่าสําคัญก็ไป ซึ่งไม่ได้มีการประสานแผนกัน กรมชลประทานก็ไปทางหนึ่ง กรมทรัพยากรน้ําก็ไปอีก ทางหนึ่ง ผมเรียนว่าถ้าหน่วยงานเหล่านี้ได้มีการบูรณาการอย่างจริงจัง งบประมาณที่เราคาด ว่าจะใช้จ่ายมันจะเป็นสัก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผมก็คิดว่าไม่มาก และสามารถจัดการให้เกิดประโยชน์ได้ภายใน ๓-๔ ปี ประเทศไทยเราก็มีผลผลิต ประชากร ก็จะหมดในเรื่องของความยากจน ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ํา สมกับที่มี การเอ่ยขานนามประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในแถบเอเชีย วันนี้ถ้าพวกเรามี โอกาสได้เป็นรัฐบาลหรือว่าพี่น้องประชาชนที่กําลังรับฟังอยู่ขณะนี้มีแนวคิดดี ๆ ได้โปรด นําเสนอมาที่พรรคเพื่อไทย เพราะเรามีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องน้ําอย่างจริงจังครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ ๑๐ นาที

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่อนุญาตให้ดิฉันได้เป็นผู้หนึ่งที่จะอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับ รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งดิฉันถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากและรอมาเป็นปี ๆ แล้ว เพราะรายงานนี้ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ท่านประธานคะ ดิฉันสนใจเรื่องน้ําเป็นพิเศษ เพราะว่าหลายคน พูดว่าน้ําคือชีวิต น้ําคือทรัพยากรธรรมชาติที่สําคัญที่สุด แล้วก็น่าหวงแหนที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นความสนใจของดิฉันจึงต้องพยายามดูว่าเล่มนี้เขาเขียนอะไรไว้บ้าง แล้วก็เล่มนี้ มีประโยชน์อย่างไร ตอนแรกก็ดีใจว่ามีรายงานเล่มนี้ออกมาเพราะว่าพออ่านชื่อแล้วรู้สึกว่า เอาล่ะสิ ทีนี้เราคงจะได้แก้ปัญหาน้ํากันได้แล้วของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ และประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมซึ่งจําเป็นต้องใช้น้ําอย่างมากเราคงจะดี แต่พออ่าน ลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็พบว่าเล่มนี้ดูดีเฉพาะภายนอก ดูดีถ้าเราดูมันหลวม ๆ แล้วก็ดูดี เพราะว่ามันหนาดีท่านประธาน มันหนาดี ๒๓๖ หน้า แต่ถ้าเราไปดูในรายละเอียดแล้วจะ พบว่ารายงานฉบับนี้ถึงแม้จะมีแผนที่ แผนภูมิและเหตุผล หรือทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย แต่มัน อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับพื้นที่ประเทศไทยในหลาย ๆ ส่วน ซึ่งความสนใจของดิฉัน ดิฉัน เป็น ส.ส. ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในภาคกลางตอนตะวันออกของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งตั้ง เป็นคณะอนุกรรมาธิการศึกษากันออกไปในรายละเอียด เล่มนี้มันจะแบ่งเป็นภาค ๆ ถูกไหม จะภาคเหนือ ภาคเหนือตอนนั้นตอนนี้ ภาคใต้อะไรก็ว่าไป แต่เล่มนี้พูดถึงภาคกลางตอน ตะวันออก ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทราก็จึงต้องลงไปดูในรายละเอียดว่าพูดถึงจังหวัด ฉะเชิงเทราบ้างหรือเปล่าหนอ ก็พบว่าในเนื้อหาเขาก็จะบอกว่าคณะอนุกรรมาธิการเพื่อ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ําในพื้นที่ภาคกลางตอนตะวันออก ประกอบด้วย ๑๓ จังหวัด ซึ่งมีจังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก จังหวัด ระยอง จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสระแก้ว มีท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งท่านเป็น ส.ส. จังหวัดนครนายก พอมา ตรงนี้พออ่านไปเรื่อย ๆ ท่านทราบไหมคะว่า ข้อสรุปต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวกับภาคกลาง ตอนตะวันออกนั้นไม่มีพูดถึงจังหวัดฉะเชิงเทราอีกเลยในเล่มนี้ พูดแค่เพียงว่าจังหวัด ฉะเชิงเทราเป็น ๑ ใน ๑๓ จังหวัดนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาดิฉันจึงยังไม่พบว่าเขา พูดถึงปัญหาอะไรเอ่ย แล้วทางแก้ของเขาคืออะไรเอ่ย ดูยังไม่เจอเลย แต่ก็พบว่าคณะอนุ กรรมาธิการภาคกลางตอนตะวันออกนี้มีความขยันขันแข็งเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าไปศึกษา ดูงานมากกว่าภาคอื่น ๆ ไปถึง ๖ ครั้งด้วยกัน แต่ ๖ ครั้งนั้นท่านทราบไหมคะว่าเขาไปที่ไหน ใน ๖ ครั้งไปจังหวัดนครนายกถึง ๔ ครั้ง เพราะจังหวัดนี้เป็นจังหวัดของท่านประธาน คณะกรรมาธิการเอง ไปจังหวัดชลบุรี ๑ ครั้ง จังหวัดสมุทรปราการ ๑ ครั้ง ก็ไม่ได้ไปศึกษา ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ํา เป็นพื้นที่ต้นน้ําที่จะส่งน้ําไปให้ยังอุตสาหกรรม ด้วย ก็ไม่ได้ไปศึกษาว่าปัญหามันคืออะไร แต่ดิฉันเป็น ส.ส. ของจังหวัดฉะเชิงเทราจึงพบว่า ปัญหาจริง ๆ แล้วมันมีมากมายเหลือเกิน โดนฟ้องมาจากประชาชนมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่ เป็น ส.ส. สมัยแรกจนมาสมัยนี้ ปัจจุบันเมื่อวานยังฟ้องอยู่เลยว่าขณะนี้แล้งเหลือเกิน น้ํา ไม่มีเลย ท่านคะ ดิฉันพูดถึงจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแหล่งต้นน้ํา เพราะเรามีแม่น้ําบางปะกง แม่น้ําบางปะกงก็เป็นแม่น้ําที่มีทั้งน้ําเค็มแล้วก็น้ําจืด เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือว่าถ้าเวลาที่มัน มีน้ําเค็มล่วงเข้ามานั้นมันทําให้ทําการเกษตรไม่ได้ ชลประทานก็พยายามจะสร้างเขื่อนทดน้ํา บางปะกงเพื่อกะว่าจะกั้นน้ําที่มันเค็ม ๆ ให้เอาน้ําจืดไว้ใช้ แล้วก็จะใช้ ปรากฏว่าศึกษากันไป มีโครงการกันไปหลายพันล้านก็ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้เพราะว่าผลิตทีไรตลิ่งพังทุกที นี่คือปัญหาซึ่ง ท่านอาจารย์รอยลท่านทราบดี ท่านเป็นผู้ศึกษาน้ํามากมาย แต่ว่าในภาคกลางตอน ตะวันออกนี้แม้แต่เป็นที่ปรึกษาหรือเป็นอะไรท่านก็ไม่ได้เป็นเลย เพราะฉะนั้นคนเก่ง ๆ แบบนี้ไม่เอามาใช้ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าทางความสัมพันธ์กับชลประทาน ท่านมีหรือไม่อย่างไร จึงไม่ได้มีชื่อท่านอยู่ในนี้เลย ทีนี้จังหวัดฉะเชิงเทราเองยังมีคลองมีโครงการอ่างเก็บน้ําสียัด ซึ่งเป็นต้นน้ําอีกเช่นเดียวกัน เป็นต้นน้ําที่จะต้องเอาน้ําให้กับเกษตรกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มากกว่าอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุประสงค์แรกของโครงการอ่างเก็บน้ําสียัด ซึ่งเขาจะต้องส่ง น้ําให้เกษตรกรรมก่อนเป็นข้อแรก ๆ แล้วจึงส่งให้อุตสาหกรรม แต่ก็พบว่าหลังจากที่หลายปี มานี้ต้องทะเลาะกับชลประทาน นั่นหมายความว่าใครทะเลาะ ประชาชนทะเลาะกับ ชลประทานเพราะแย่งน้ํา เกษตรกรต้องแย่งน้ําจากอุตสาหกรรม เนื่องจากให้อุตสาหกรรม ตลอดเลย แต่ประชาชนต้องรอดูว่าจะให้น้ําฉันวันไหน สัปดาห์ไหน ปัจจุบันให้น้ํากับ เกษตรกร ๑๕ วันครั้ง อีก ๑๕ วันไม่ให้ ๑๕ วันนี่ก็เอาล่ะ พอได้ก็แจกจ่ายกันไปตามคลอง เล็ก ๆ ก็ว่าไป ๑๕ วันที่ไม่ได้ก็รอกันไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีก ๑๕ วันข้างหน้าค่อยมาเอา แต่อุตสาหกรรมสิคะ ได้ตลอด นี่คือปัญหาที่ประชาชนพบ แต่อีกแหล่งหนึ่งท่านประธาน อีกแหล่งหนึ่งก็คือมาซีกที่เป็นคลองพระองค์ไชยานุชิตที่จะต้องรับน้ําจากทางรังสิต ท่านประธาน ตอนนี้คลองทุกคลองแห้งหมด มีน้ําที่ดิฉัน เช็กแล้วจะ ๕๐ เซนติเมตรก็ดีหรือว่า ๓๐ เซนติเมตรหรือ ๒๐ เซนติเมตรก็ดีหรือเป็นถนน แล้วก็ดี คลองนี้กลายเป็นถนนแล้วก็ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้เขาขาดน้ํามาก ทางชลประทาน จังหวัดฉะเชิงเทราก็พยายามขอน้ําไปที่ทางหน่วยเหนือว่าอย่างนั้นเถอะ หน่วยเหนือนี่ขอหน่อย เถอะ ๑.๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปรากฏว่าได้แค่ ๔๐๐,๐๐๐ มันหางจากเป้าหมายเขา เหลือเกิน ทีนี้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ปลูกข้าวมาก เพราะฉะนั้นประชาชน ที่เดือดร้อนขณะนี้คือข้าวกําลังจะออกรวง แต่ไม่มีข้าวที่จะมาให้ นอกจากนั้นแล้วบางพื้นที่ ยังเป็นที่ดอนอีกด้วย จึงมีปัญหามากมายต้องทําการกักเก็บน้ํา แต่สุดท้ายไม่มีทดค่ะ ท่านประธาน ไม่มีเขื่อน ไม่มีทด ประชาชนจึงต้องทําทํานบเอาเองอย่างนี้เป็นต้น แต่การศึกษาในฉบับนี้ก็ไม่ได้ศึกษาถึงขั้นว่าจังหวัดฉะเชิงเทราหรือทางภาคตะวันออกนั้น มีปัญหาอะไรหรือไม่อย่างไร ได้แต่พูดเป็นเพลา ๆ เหมือนอ่านทฤษฎีค่ะท่านประธาน เราอ่านทฤษฎีนี้ คณะอนุกรรมาธิการไปศึกษา ๑๕ ครั้ง ๑๕ ครั้งนี้มีอะไรบ้าง อาจจะบอกว่า ขนส่งทางน้ํากระจายน้ําควรจะเพิ่มปริมาณน้ําต้นทุน พูดสวยหรูแต่ไม่ได้บอกหรอกว่า เพิ่มปริมาณน้ําต้นทุนนั้นมันจะต้องทําอย่างไร จะปลูกฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ําให้อุดมสมบูรณ์ ก็เป็นทฤษฎี ไม่ได้พูดลงไปอีกว่าการเพิ่มป่าต้นน้ําทําอย่างไร ในขณะที่เขาอ่างฤาไนนั้นควร จะเป็นป่า ซึ่งมันไม่สมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ควรจะพูดว่าปลูกป่าให้มากขึ้น เพื่อให้มันมีฝนตกลง มากขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้จึงเป็นรายงานที่พูดถึงภาคกลาง ตอนตะวันออกเพียงหน้าครึ่งเท่านั้นเอง และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ดิฉันเลยเกิดคําถามว่า รายงานฉบับนี้เมื่อท่านรับฟัง ส.ส. แล้ว ส.ส. บ่นให้ฟังแล้วท่านเอาไปทําอะไรต่อไป อาจจะสรุป ให้รัฐบาล แล้วรัฐบาลก็เก็บอีก แล้วยิ่งรัฐบาลชุดนี้ยิ่งไม่แน่ใจว่าตั้งใจจริงหรือเปล่าในการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกษตรกรรม เพราะอะไร กรมชลประทานเป็นกรมที่มีงบประมาณ มากที่สุดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายหมื่นล้านบาท แต่ว่าแค่ทําทํานบ หรือแค่ทํา เขื่อน หรือแค่ทําฝายกั้นอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากเลย ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนั้น เป็นตัวอย่างเท่านั้น แต่มันมีทั้งซีกซ้าย ซีกขวาในจังหวัดฉะเชิงเทราที่จําเป็นจะต้องทําทํานบ ที่พูดถึงนี่ หรือเขื่อน หรือประตูระบายน้ําเพื่อกั้นน้ํา ควรจะทําอีกหลายจุด ซึ่งไม่ได้ใช้ งบประมาณมาก ถ้าทํามันจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนทําการเกษตร ไม่ว่าจะปลูกข้าวก็ มากมาย ผลไม้ก็มากมาย และยังเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งกันอีก เป็นจังหวะที่ทําตรงนี้เยอะมาก แต่น้ําไหลลงจังหวัดสมุทรปราการหมด เพราะจังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ต่ํากว่า จังหวัดฉะเชิงเทรา นี่คือปัญหาที่ประชาชนพบอยู่ตลอดเวลาและขอร้องมา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งตรงตําบลบางปะกง อําเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น เขาขอให้ทําประตูกั้นน้ํา หรือขอให้กักเก็บน้ําไว้ให้ประชาชนตามคลองซอยต่าง ๆ มานาน ๒๐ กว่าปีแล้ว แล้วดิฉัน ก็ทํากระทู้เพื่อให้รัฐบาลนั้นตอบก็ยังไม่ได้ตอบให้ ถามว่าทําอะไร ทําประตูกั้นน้ําเพื่อไม่ให้ น้ําไหลไปสู่จังหวัดสมุทรปราการหมดนั่นเอง ไหลไปสู่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ใช่ว่า ประชาชนจังหวัดสมุทรปราการจะได้ธรรมดานะคะ มันไหลลงทะเลค่ะท่านประธาน ไหลไป หมด เพราะฉะนั้นมันก็คือของเสียเปล่า นี่คือการบริหารจัดการที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ช่วยเหลือ ประชาชนอย่างแท้จริงเลยท่านประธาน ดิฉันจึงขออภิปรายเชิงต่อว่ากับการรายงาน การศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทยฉบับนี้ที่ว่า น่าเสียดายค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ ๑๐ นาทีครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๒ ครับประธาน ก่อนอื่นใคร่ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ ให้โอกาสมาแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องน้ํา ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ๑ คน ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัดอยู่ภาคอีสาน โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งของ กระผมนั้น น้ําถึงฤดูฝนน้ําท่วม ถึงฤดูแล้งไม่มีน้ํา ทําให้รัฐเสียงบประมาณโดยไร้เหตุ ท่านประธานที่ เคารพครับ รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําไม่ถูกจุด เพราะอะไร เพราะแย่งงานกันทําแต่ละ กระทรวง ท่านประธานครับ กระทรวงกลาโหมก็ยังมาทําน้ํา กระทรวงมหาดไทยก็ทําน้ํา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังมากระทรวงน้ํา อีกครับท่านประธาน แถมยังไปกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไปทําน้ํากับเขาอีก นี่ละครับผมถึง ว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นการทําให้มีการคอร์รัปชันมากที่สุดเท่าที่ เป็นประวัติศาสตร์ของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้นําเกริ่นเบื้องต้นผมเป็น ผู้แทนราษฎรมาครบ ๒ ปี เลือกตั้งซ่อมไม่เคยพบไม่เคยเห็นการจะไปคอร์รัปชัน ผมจะไม่พูด นะครับเรื่องน้ําอยู่ที่นั่นมีที่ไหน ๆ แก้ปัญหาอย่างไร อันนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ แต่ผมจะเสนอแนะว่ารัฐบาลต้องไปปราบทุจริตคอร์รัปชันที่แท้จริง เกิดปัญหานายก อบต. กับอดีตนักการเมือง กับผู้รับเหมา เกิดโต้แย้งกัน เกิดที่บ้านผมนี่ละครับ บ้านท่าสังข์ ตําบล หนองหว้า อําเภอกุมภวาปี ท่านไปสอบเอาเอง ได้รับงบประมาณไม่รู้มาจากไหน จู่ ๆ ก็มีคน เอารถแบคโฮไปตักขยายหนองน้ําบ้านท่าสังข์บ้านผมซึ่งมันไม่มีน้ําประปาใช้ ผู้รับเหมา บอกว่าผมมาได้รับจ้างจากนาย ก ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ ได้รับเงินมา ๓๐๐,๐๐๐ บาท มาขุดหนองตรงนี้ พอขุดไปขุดมาชาวบ้าน บอก อ้าวแล้วมันมาขุดนี่มันจะมาถมหนองเรา นี่ ปรากฏว่าเกิดการร้องเรียนกันไปถึง สตง. สตง. ให้ข้าราชการคืนเงินนะครับท่านประธาน อันนี้ท่านไปสอบเอาเองนะครับ ท่านประธาน ท่านไปสอบเอาเองว่าคอร์รัปชัน อันนี้ผมบอก บ้านแล้ว ปรากฏว่าขณะนี้แล้วก็อีกที่หนึ่ง ตําบคําเลาะ อําเภอไชยวาฬ นายก อบต. กับชาวบ้านไม่ยอมเบิกเงินให้ เพราะอยู่ ๆ ก็มีงบประมาณเขาบอกว่าไทยเข้มแข็งออกมา ก็เหมือนเดิม หลายที่หลายแห่งครับผมชี้ให้เห็นว่าเป็นแต่ละประเด็นแค่นั้น อันนี้กระทรวง ไหนรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านไปสืบเอาเอง ถ้าหาก แก้ปัญหาตัวนี้ได้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ แก้ปัญหาคอร์รัปชันนี้ได้ประเทศไทยจะ เจริญรุ่งเรือง จะไม่มีน้ําท่วม จะไม่มีน้ําแล้ง จะไม่ได้เสียงบประมาณไร่ละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ไปยืมเงินอยู่ยังไม่ได้ ชาวบ้านก็มาร้องเรียนผมว่าเมื่อใดจะได้ ผมก็เลยตอบ ไปว่ารัฐบาลไปยืมเงินอยู่ ถ้ายืมเงินได้เราถึงจะได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ละครับผมถึงอยากจะฝาก ไปถึงรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่ากฎเหล็ก ๙ ข้อของท่านอยู่ที่ไหน ท่านไปทํา สิครับท่านจะแก้ปัญหาเรื่องน้ําได้ หนองหานบ้านผม กุมภวาปี ผมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี มาตอบก็บอกว่าเป็นหนองน้ําที่ใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ผักตบชวามันก็เต็มอยู่อย่างเดิมละครับ งบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ที่ไหน ผมได้นําเรียนท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ท่านเป็นผู้มี อุปนิสัยดี มีอะไรบอกพี่มา ตอนนั้นก็ไปเกลี่ยนิดหนึ่ง เอารถแบคโฮไป ตอนนั้นท่านเป็น รัฐมนตรี เอาไปจอดอยู่ ๓ วัน ก็หนีละครับท่านประธาน แจ่วเรือเสร็จก็หนี เดี๋ยวนี้ผักตบชวา ก็มาเต็มอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเงิน ๓๐๐ ล้านบาทไปขุดลอกลําห้วยลําปาว เอาไปจอดอยู่ ๓ วันก็หนีแล้วครับท่านประธาน แข่งเรือเสร็จก็หนี เดี๋ยวนี้ผักตบก็มาเต็ม อีกแล้ว ผักตบชวานะครับ เพราะฉะนั้นเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ไปขุดลอกลําห้วยลําปาว หนองหมัด ไม่ได้ไปขุดลอกหรอกครับท่านประธาน ชาวบ้านบอกว่าตรงนี้แบบแปลนบอกมา ว่าจะสร้างประตูน้ํา สะพานข้าม แล้วมันอยู่ที่ไหน อันนี้ล่ะครับการคอร์รัปชันเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าหากท่านตัดประเด็นคอร์รัปชันนี้ออกไปได้ ท่านไปเปิดโอกาสให้คนของท่าน ให้พรรคพวก ของท่านได้คอร์รัปชันมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ คุณจะมีเงินสักล้าน ๆ บาทหลายล้านบาท ท่านก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเขาเอาไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ไม่ได้เอา ๕๐ ๓๐ ดังที่คุยนะ เงิน ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท เอามาจ้างผู้รับเหมา ๓๐๐,๐๐๐ บาท มันหายไปตั้ง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะครับ นี่ล่ะครับ ชาวบ้านขณะนี้เขาออกไปตรวจสอบ เขาก็รู้แต่เขาทําอะไรไม่ได้ อบต.บาง อบต. ก็ไม่เบิกเงินให้ก็ร้องศาลฟ้องศาลกัน ถึงจะเอา ส้มตําสาดหน้ากันก็มีระหว่างอดีตนักการเมืองกับผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายก อบต. นี่ล่ะครับคือปัญหา เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาต่างประเทศเราก็ไปดูงานหลายประเทศ เขาก็ แก้ปัญหาการคอร์รัปชันครับ ประเทศนอร์เวย ประเทศสวีเดน ครับ น้ําเปิดก๊อกกินเลยครับ ท่านประธาน ทําไมเขาทําได้ล่ะครับ เพราะเขาคอร์รัปชันน้อย เขาติดแค่ ๑ ใน ๔ ใน ๒ แค่นั้นเอง แต่ของเรา ๘๐ กว่าครับท่านประธานคอร์รัปชันแล้วมันจะไปเจริญ จะไปแก้ไข ปัญหาอย่างไรได้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลเอา ๙ กฎเหล็กข้อของท่านไปทําหน่อย จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เดี๋ยวนี้แล้วก็แก้กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๖ ครับท่านประธาน เขียนไว้ชัดเจน ห้ามสมาชิกหรือ ส.ส. ส.ว. ไปก้าวก่าย ไปแทรกแซงหน่วยราชการ ทําไมล่ะ ประชาชนเดือดร้อนเราก็ไปร้องไม่ได้ พูดไม่ได้ เวลามา สภาท่านประธานก็ใจดีก็ให้ ๒ นาทีหารือ แล้วหน่วยงานก็ตอบไปบอกกําลังดําเนินการ ดําเนินการแล้วไม่โอนเงินให้เขา เขาจะไปทําได้อย่างไรละครับท่านประธาน ทหารก็ยังไปทํา น้ําอีกนะครับท่านประธาน ที่จริงทหารมีหน้าที่ปกป้องเป็นรั้วของชาติ แต่ก็ยังไปคุมน้ํา ไปเจาะน้ําบาดาลอีกนะครับท่านประธาน นี่ละครับคือปัญหา การเจาะน้ําบาดาลมันเป็น หน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ํา แต่งตั้งเอาขึ้นมาแล้วต้องให้เขาทํา ทําไมต้องให้ทหารไปทํา อยู่ ๆ โครงการขุดสระในโรงเรียนก็มีนะครับท่านประธาน สระเล็ก เอาอีกแล้วครับ มันไม่ได้ ไปแก้ปัญหาอะไร เดี๋ยวเผลอ ๆ เด็กนักเรียนวิ่งไปแล้วตกน้ําตายครับ นี่ล่ะอยากจะให้ แก้ปัญหา มีเงินเราต้องทําให้มันมีประโยชน์ แล้วก็ทําตามที่ประชาชนเขาอยากได้หน่อย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนกําลังรอคอยรอความหวังว่าเมื่อไรเราจะมีน้ํากินน้ําใช้สะอาด ที่ไม่ต้องซื้อไม่ต้องไปหาเร่ บางคนก็ไปเอาน้ําบ่อที่ไหนมาขายให้กับชาวบ้านดื่มก็มีนะครับ ท่านประธาน อันนี้ผมฝากนะครับ ผมเองนั้นไม่เก่งในด้านว่าจะไปรู้ว่าห้วย หนอง คลอง บึง ที่ไหนฟากไหน แต่รู้แต่ว่าถ้าหากจะแก้ไขปัญหานี้ได้ต้องปราบคอร์รัปชันให้สิ้นซากไปครับ ท่านประธาน ก็ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึง ท่านวิชาญ คุณหญิงกัลยาขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องกราบ ขอบพระคุณมากที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้เกียรติกล่าวถึงดิฉันแล้วก็พูดในลักษณะที่ดีว่าดิฉัน เข้าใจอะไรต่ออะไร ดิฉันก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้วก็ขอบคุณให้ดิฉันมีโอกาสขึ้นมาพูดจา เกี่ยวกับเรื่องน้ําของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้ง ๆ ที่ดิฉันไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว นะคะ คือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดทํานองว่าทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้งบประมาณไป ๓๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะไปขุดลอกคู คลอง แล้วก็ไม่ได้ผล แล้วพูดไป ในทํานองที่ว่ามีการทุจริตคอรัปชันกันถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ดิฉันขอปฏิเสธว่าดิฉัน ไม่ทราบเรื่องเลย แล้วก็คิดว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มีหน้าที่ที่จะไปขุดลอก คูคลอง หน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งดิฉันขออนุญาตท่านประธาน นะคะดิฉันนั่งรอโอกาสอย่างนี้มานานแล้วว่าค่ะว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ใช้ความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์และเครื่องไม้เครื่องมือที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอยู่ทั้งหมด รวมถึงดาวเทียมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็มีสํานักสารสนเทศ ทรัพยากรน้ําและเกษตรของประเทศอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราเป็นบุคคล หรือเป็นหน่วยงานที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าทําไมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะไป เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา มีวิศวกรหรือเปล่า มีเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือหรือเปล่า ไม่มี แล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนใจที่จะบริหารจัดการน้ําตามแนวพระราชดําริคือ หาน้ําให้กับประชาชนนอกเขตชลประทาน ชลประทานมีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความรู้ มีคน มีความสามารถ เราก็ไปช่วย ชุมชนต่าง ๆ ให้สามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ได้ตลอดปีซึ่งเราได้ทําสําเร็จมาแล้วทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานโดยเฉพาะซึ่งเป็นภาคที่ดิฉันเติบโตมา อีสานแห้งแล้ง อีสานเป็นที่ราบสูง เพราะฉะนั้นจึงยากจนแล้วก็มีคําพูดว่า คนอีสานโง่ แล้วก็จน แล้วก็เจ็บ ซึ่งดิฉันเองเป็นคน โคราช เป็นคนอีสานดิฉันคิดว่าเมื่อดิฉันอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ดิฉันก็อยากจะช่วยทําให้ ชาวอีสานมีน้ําใช้ตลอดปี หน้าแล้งไม่แล้ง หน้าน้ํามาน้ําไม่หลาก อันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ปฏิบัติมา จนเป็นผลสําเร็จหลายต่อหลายแห่ง แห่งหนึ่งที่เราภาคภูมิใจจนกระทั่งมูลนิธิโค้ปได้นําการ บริหารจัดการน้ําที่บ้านลิ่มทอง อําเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ไปนําเสนอที่ดาวอส (Davos) ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วว่าเป็นการบริหารจัดการน้ําที่ได้ประโยชน์สูงสุด เป็นการ บริหารจัดการน้ําตามพระราชดํารัสแก้มลิง โดยใช้องค์ความรู้เข้าไปช่วยขุดบ่อน้ําโดย ประชาชนเป็นเจ้าของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มีวิศวกร เราไม่ได้ทํา ชลประทานแต่เราส่งเสริมให้ประชาชนบริหารจัดการน้ําด้วยตนเองได้ ใช้เงินที่น้อยมาก ถ้าโดยเฉลี่ยแล้วต่อ ๑,๐๐๐ ไร่ ใช้เงินประมาณ ๑ ล้านบาทเท่านั้นเองทําให้หมู่บ้านนี้มี รายได้เพิ่มขึ้น ๕ เท่า ดิฉันเข้าไปครั้งแรกเขาบอกมีรายได้หลังจากบริหารจัดการน้ําทําแก้ม ลิงแล้ว โดยชุมชน แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความรู้ไปใช้ดาวเทียมดูเส้นน้ํา ว่าน้ําควรจะไหลไปที่ไหน น้ําหลากมากก็กักเก็บไว้ ๑๕ บ่อในหมู่บ้านนี้มีน้ําใช้ตลอดปี ดิฉัน ไปเยี่ยมครั้งแรกเขาบอกว่ารายได้เพิ่มขึ้น ๑๐๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจําตัวเลข ๑๐๕ ได้ตลอด ปีที่ ๒ ดิฉันไปเยี่ยมเขาอีกเป็น ๑๘๙ เปอร์เซ็นต์ ถูกต้องทุกอย่างถ้ามีน้ําใช้แล้วอีสานจะ ไม่จนอีกต่อไป ไม่โง่ จน เจ็บ อีกแล้ว ดิฉันคิดว่าอยากจะให้เข้าใจตรงกันว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราใช้องค์ความรู้ ใช้บุคลากร แล้วก็ร่วมมือกับชุมชนที่มีความเข้มแข็งกักเก็บน้ําไว้ได้ ขณะนี้หมู่บ้านนี้ขยายไปเป็น ๗,๐๐๐ ไร่กลายเป็น ๒๐,๐๐๐ ไร่กําลังจะขยายเป็น ๖๐,๐๐๐ ไร่ เทศบาลเมืองของจังหวัด บุรีรัมย์นี่นะคะตอนหน้าแล้งที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นจังหวัดที่แล้งซ้ําซาก การทําน้ําประปาก็ มาเอาน้ําที่หมู่บ้านลิ่มทอง อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ใช่ชลประทานแต่ว่าเป็นน้ําที่เทวดาให้มา ทุก ๆ คนพูดเหมือนกันว่าเทวดาให้น้ํามาแล้วทําไมเราไม่กักเก็บไว้ใช้ตลอดปี เชื่อไหมคะว่า อีสานนี่มีปริมาณน้ําฝนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี ไม่ได้น้อยกว่าภาคอื่น ๆ เลย แต่เราเก็บได้เท่าไรทราบไหมคะเราเป็นคน อีสานด้วยกันก็อยากจะให้ทราบว่า ทั้งภาคอีสานนี่นะคะ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เทวดาเอื้อเฟื้อให้มาสม่ําเสมอกับทุกภาคของประเทศไทย อีสานเก็บได้ ๗,๐๐๐ ล้าน ลูกบาศก์เมตร ๗,๐๐๐ นี้เท่ากับ ๓ เปอร์เซ็นต์ของที่เทวดาให้มา เพราะฉะนั้นเราจึงจะใช้ ทฤษฎีตามแนวพระราชดําริขุดแก้มลิง แต่ว่าเป็นบ่อพลวงที่ใช้องค์ความรู้เข้าไปช่วยไม่ใช่ขุด สะเปะสะปะแล้วพอน้ําหลากบ้านเรือนก็เสียหาย น้ําท่วมบ้านเรือนถนนหนทางเสียหาย ต่อไปนี้ถ้ามีแก้มลิงตามแนวพระราชดําริ มีองค์ความรู้จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี จากคนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะดอกเตอร์รอยล ที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมว่าเป็นจ้าวยุทธจักรของเรื่องน้ําของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าอีสานทําได้ เหมือนกับบ้านลิ่มทอง อําเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์แล้วละก็อีสานไม่มีวันจนค่ะ อันนี้ก็ อยากจะกราบเรียนว่าอย่าตําหนิว่ากระทรวงโน้นกระทรวงนี้เข้าไปเกี่ยวข้องทําไมเราไม่ต้องมี วิศวกร มีหลายคนถามว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีวิศวกรกี่คน มีวิศวกรน้ํา กี่คน ไม่มีค่ะ แต่เรามีบุคคลที่มีความรู้ทางด้านทรัพยากรน้ําดีที่สุดของประเทศ เรามีเครื่องที่ เราเรียกว่าโทรมาตรติดตั้งทั่วประเทศ ดูทางลม ทางเมฆ ดูความชื้น ดูอุณหภูมิไว้ทั่วประเทศ ๖๐๐ กว่าเครื่อง เพราะฉะนั้นเรามีข้อมูลที่ดีที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีค่ะ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้า ส.ส. ของภาคอีสานหรือของ ทุกภาคจะเข้าไปคุยกับประชาชนแล้วก็ประชาชนอยากจะทําก็มาติดต่อขอความรู้หรือดูงาน ที่หน่วยงานต่าง ๆ เรามีประมาณ ๓๐ หมู่บ้านที่สามารถบริหารจัดการน้ําในรูปแบบต่าง ๆ ทางเหนือก็เป็นอีกวิธีหนึ่งแต่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทานแล้วมีน้ําใช้ตลอดปีค่ะ ขอบพระคุณ มากค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ ประสงค์จะอภิปรายตามที่ท่านรองสามารถจดเอาไว้ดังนี้นะครับผมจะอ่านให้ฟังจะได้เตรียม อภิปรายได้ถูกนะครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณประมวล เอมเปีย คุณละออง ติยะไพรัช คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ คุณเกียรติ์อุดมพาดพิงนะครับ ขอสั้น ๆ เลยนะครับ เพราะว่ายังมีเพื่อนสมาชิก จะขออภิปรายอีก ๑๐ กว่าท่านนะครับ

นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาต นะครับด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่จริงแล้วผมไม่ได้หมายความว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้ให้งบประมาณไป ๓๐๐ ล้านบาท แต่ผม หมายความว่าที่ผมได้พูดกับท่านรัฐมนตรีขณะนั้นว่าผักตบชวามันเยอะแล้วก็แต่ก่อนนี้ ท่านประจวบ ไชยสาส์น เป็นรัฐมนตรีท่านได้ดําริโครงการโขง ชี มูล แล้วมีงบประมาณแต่ทีนี้ ว่าปัญหาว่าขณะนี้ผักตบชวามันเยอะก็เลยพูดกับท่านรัฐมนตรีว่า ท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวพี่จะ ดูแลให้แต่ก็บังเอิญมีรถไปรถแบคโฮนะครับท่านประธานต้องเรียน ไม่ได้หมายความว่า ท่านไปเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ ขออนุญาตชี้แจงผมถึงว่าท่านเป็นคนเก่งมากนะครับ ผมยังเสียดายว่าท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะให้ท่านรัฐมนตรีให้เป็นรัฐมนตรีต่อนะครับไม่น่าจะ ปรับออก อันนี้ก็ต้องเรียนนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมได้ดูรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําในฉบับนี้นะครับ ก็ยอมรับครับว่าทํามาพอที่จะศึกษาดูได้บางส่วน แต่บางส่วนนั้นรายงานฉบับนี้ขออนุมัติสภาตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ วันนี้เกือบครบ ๓ ปี เพิ่งเอาเข้ามา ถามว่า ๓ ปีที่ศึกษาไปนี้ มีการศึกษาแล้วเอาเข้ามาต่อสภา ๓ ปี ผมว่า อันนี้ล้าสมัยแล้ว ล้าสมัยอีกฉบับหนึ่งนะครับท่านประธาน ผมจําได้ว่าตัวผมเองมีโอกาส เข้าสู่สภาเมื่อปี ๒๕๔๔ แล้วก็มีโอกาสที่เขาตั้งญัตติเรื่องภัยแล้ง เรื่องน้ํา แล้วร่วมอภิปราย ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงกับอีกประมาณ ๓๐ กว่านาที คือ ๑ ชั่วโมงครึ่ง ผมพูดเรื่องน้ํา แต่ผมมีความรู้เพียงเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร ดังนั้นวันนี้คงไม่ไปแตะ ๒๕ ลุ่มน้ํา คงไม่ไปพูดถึงว่าลุ่มน้ําโขง ลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ําต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตภูมิภาคต่าง ๆ แต่ขออนุญาต กลับมานะครับว่าเรื่องน้ํานั้นเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องรักษาและหวงแหน สาเหตุประการสําคัญก็คือว่าเราไม่ได้ดูแลเลย เขาบอกว่าฝนตกมามีจํานวนน้ําฝน หลายล้านลูกบาศก์เมตร แต่ถามว่าเก็บได้เท่าไร ไม่ทราบ แล้วป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ของประเทศไทย ผมจําได้ว่าผมเองเรียนหนังสือมา ตอนเรียนชั้นประถมเขาบอกว่า ประเทศไทยป่าไม้อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ ๓ ของโลก แล้วก็สามารถที่จะส่งไม้ออกจําหน่าย ดีใจครับตอนเรียนหนังสือ แต่เดี๋ยวนี้ป่าไม้ลดน้อยลง ป่าที่เหลืออยู่ก็จะเป็นป่าปลูก แล้วป่า ก็ยังมีการตัดไม้ทําลายป่า มีการบุกรุกป่า ก็สภาแห่งนี้ล่ะครับเป็นผู้ออกกฎหมาย แต่กฎหมายแต่ละฉบับที่ออกไปนี้บังคับใช้ได้หรือเปล่า ท่านประธานครับ กฎหมายนี้ ต้องศักดิ์สิทธิ์ แต่คนที่นําไปปฏิบัติก็คือข้าราชการ ถ้าข้าราชการคํานึงถึงบทบาทหน้าที่ ของตัวเองให้ดีกว่านี้ ผมคิดว่าป่าไม้ก็คงจะอยู่คู่กับประเทศไทย แล้วปลูกป่าก็คงจะได้จํานวน มากขึ้น แต่วันนี้ส่วนหนึ่งพอฝนตกน้ําท่วมไม่มีอะไรที่ยึดเหนี่ยวให้น้ําต่าง ๆ เหล่านี้คงอยู่ แล้วดินก็ชุ่มชื้น ตอนนี้น้ํามี ๒ อย่างครับ มีน้ําผิวดินกับน้ําใต้ดิน ที่เรากําลังพูดกันอยู่นี้ คือน้ําผิวดิน เพราะน้ําส่วนหนึ่งพอตกแล้วมันสามารถกักเก็บได้โดยตามเขื่อน ตามหนอง บึงต่าง ๆ แต่น้ําส่วนนี้มันน้อย เพราะคนในประเทศไทยนั้นทํากสิกรรมกันเป็นจํานวนมาก ทั้งหมดนี้เขาบอกว่านาทั้งหมดนี้ที่ยังขาดน้ําอยู่ประมาณ ๓๒๑ ล้านไร่ ผมไม่ทราบว่าจํานวน เป็น ๓๐๐ กว่าล้านไร่นี้ ถ้าคิดเทียบจํานวนมันกินเข้าไปกี่จังหวัด แต่สิ่งหนึ่งพอฝนตก น้ําท่วม ปัญหาตามมาก็คือน้ําที่เก็บไว้นี้มันก็คงไปอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ลงใต้ดิน ลงไปอยู่ ในแม่น้ํา ไหลจากแม่น้ําลงสู่ทะเล สูงลงต่ําเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่มองเห็นนั้น ในกรุงเทพมหานคร ที่ท่านบอกว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแอ่งกระทะต่ํา แต่ผมเรียนว่า แอ่งกระทะอย่างนี้แหละครับ พอฝนตก น้ําท่วม มันก็มาอยู่ที่กรุงเทพมหานครเสียส่วนใหญ่ เพราะน้ําทางเหนือไหลลงมาก็ลงมาทางใต้ ทางกรุงเทพมหานคร ผมเล่านิดหนึ่งครับว่า สาเหตุที่ฝนตก น้ําท่วมไม่มีที่หยุดยั้งนี้ เขื่อนเองก็ทําน้อย แหล่งกักเก็บก็น้อย เรารู้ปัญหา หมดครับ แต่งบประมาณเติมน้อยจริง ๆ ถ้าวันนี้มีแหล่งกักเก็บน้ํา จะเป็นแก้มลิง จะเป็น โดยธรรมชาติหรือขุดขึ้นมานี้โดยกําหนดเป็นหมวดหมู่ทุกคนทราบครับว่าทําได้ แต่ไม่เคยมี การเอาจริงเอาจัง กรรมาธิการชุดนี้พูดถึง ๑๓ หน่วยงานที่เอามาศึกษา มีทั้งกรมชลประทาน มีทั้งกระทรวงมหาดไทย มีทั้งจังหวัด ภูมิภาค มีทั้งการไฟฟ้าที่ทําเขื่อน ทําอะไร สุดท้าย การศึกษาฉบับนี้จะเป็นประวัติศาสตร์อีกฉบับหนึ่ง แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรอกครับ เพราะ เม็ดเงินงบประมาณที่จะเติมหรือจัดเก็บนี้ไม่มี ผมเรียนว่าพอน้ําตกแรง ๆ ก็เกิดปัญหาว่าเกิด น้ําท่วม ประเทศเสียหายอีกครับ คนโดนน้ําท่วมขัง ปัญหารัฐบาลต้องเอาเงินงบกลาง เอาเงินอุดหนุน เงินต่าง ๆ ลงมาใช้ ฉุกเฉินจําเป็น ภาคเอกชนก็เอาเงินลงมาช่วย แต่พอน้ําลดทันทีเพราะรีบระบายน้ํา ที่เหลือก็คือแล้ง คนทําไร่ ทํานา ยิ่งบอกว่าปีนี้รัฐบาลจะส่งข้าวออกนอกจํานวนมาก เขาเพาะปลูกกันจาก ๒ เป็น ๓ จาก ๓ เป็น ๔ ฤดูกาล เกิดปัญหาแย่งชิงน้ําครับ ทะเลาะกัน เกิดปัญหาตามมา นี่คือส่วนหนึ่ง แต่ผมขออนุญาตเจาะลงมาที่กรุงเทพมหานคร พอน้ําทางเหนือมันไหลลงมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงมาก็มาจังหวัดนนทบุรี เข้ามาจังหวัดนนทบุรีแล้วมาจังหวัดปทุมธานี ซึ่งพอมาสู่กรุงเทพมหานครนเข้ามาทาง เขตพื้นที่ลําลูกกาจังหวัดปทุมธานี พอเข้ามามันมี ๒ สายทางตะวันออกนะครับ เขาลงมา ทางคันคลองพระราชดําริแล้วลงมาอีกส่วนหนึ่งก็คือในเขตคลองสามวา ปัจจุบันก็คือ คลองสามวาแล้วลงคลองแสนแสบ ส่วนนี้ก็ยังมีอีกตอนหนึ่งที่ออกมาทางลําลูกกา คลองสิบสาม คลองสิบสี่ ลงมาทางหนองจอก ถามว่าทั้งหมดนี้มันไหลลงมาครับ ประตูระบายน้ําที่เดียวกันก็คือลงสู่คลองแสนแสบ แล้วลงไปคลองพระโขนง มันก็ไปติด ทดต่าง ๆ ที่ต้านไว้ ทดคลองสาม ทดคลองสิบสาม คลองหนองจอก ทดบางชัน ถามว่า ทดน้ําเหล่านี้กักเก็บน้ําได้เท่าไรครับ ไม่เยอะครับ เมื่อไม่เยอะกับปริมาณเกิดปัญหา น้ําท่วมขังซ้ําซากในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกเป็นปัญหากับพี่น้องของผมครับ เพราะเป็นมนุษย์น้ํา ไปกําหนดผังเมืองที่ไม่ชัดเจน บอกว่าสีเขียวลายทางนี้เป็นที่เพาะปลูก ทํามาหากินอาศัยอยู่ ท่านประธานครับ เป็นปัญหาตอนนั้นผมอภิปรายเมื่อปี ๒๕๔๕ ไม่ใช่ปี ๒๕๔๖ นะครับ เรื่องนี้มีนาอยู่ ๑๗๐,๐๐๐ ไร่ ในฝั่งตะวันออกที่ทํานา วันนี้เหลืออยู่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ท่านยังกําหนดว่าจะต้องในลักษณะของการทํานา แต่ภัยแล้งตามมา น้ําท่วมไม่ว่าภัยแล้งอีกครับ ปัญหานี้แล้วก็เอาไปชดเชยเกษตรกร แล้วประปายังไปไม่ถึง กักเก็บน้ําก็ไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหาของคนเมืองกรุงเทพมหานครเหมือนกัน แล้วมิหนําซ้ําน้ําที่ไหลออกมานี่ถ้าฝั่งตะวันออกนี่ยังเป็นน้ําท่วมขัง ฝั่งตะวันตกเป็นน้ําหนุน พอฤดูอย่างเดือนมีนาคม เดือนเมษายน จากเดือนมกราคมมานี้จะมีน้ําหนุนอีกส่วนหนึ่ง ก็คือน้ําเค็มหนุนเข้ามาทางแทบฝั่งธนบุรีจะประสบปัญหา เขื่อนต่าง ๆ ทําไว้เม็ดเงิน จํานวนน้อย ผมเรียนว่าเป็นปัญหาที่ทุกคนรู้เหมือนกันหมด แต่ปฏิบัติไม่ถึง ดูแลไม่ทั่วถึง ทําไมไม่ตั้งเขื่อน ตั้งการสูบน้ําต่าง ๆ ให้มันไหลเวียนไปสุวรรณภูมิพื้นที่หายไปเท่าไร ในส่วนของการรับน้ําในบริเวณนี้ การกําหนดผังเมืองต้องชัดเจน ท่านประธานครับ ผังเมืองนี้เป็นสิ่งสําคัญ คุณเอาบริเวณบ้านไปอยู่ที่ลุ่มไปบอกเขาทํานา ปรากฏน้ําท่วมขัง เกิดปัญหา คุณไปอยู่ที่ดอนไปทําไร่ ทํานา ก็มีปัญหา ฉะนั้นผังเมืองในแต่ละเขตภูมิภาค ต้องกําหนดความชัดเจนจะเอาเขตอุตสาหกรรม เขตพาณิชย์ เขตทุกอย่างต้องมาว่ากันให้ชัด เขตนี้เอาไปทําเรื่องเกษตรกร เขตนี้เอาไปทําในเรื่องของการปศุสัตว์ก็ต้องอยู่ที่สูง ต้องไล่กันครับ แล้วจะจัดเก็บอย่างไรในเรื่องของลุ่มน้ําในการบริหารจัดการน้ํา ผมมามอง กรุงเทพมหานคร อาจจะเลยสักนิดหน่อยเป็นประโยชน์ครับท่านประธาน เพราะคนอื่น ใช้เวลาแล้วมาก แต่กรุงเทพมหานครมีน้อย ส่วนหนึ่งผมต้องยอมรับว่าพอน้ําไหลลงมา มาสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อสักครู่พูดค้าง มันก็พยายามที่จะออกคลองแสนแสบ พอปิดกั้นปุ๊บ มันกั้นประตูออกไปคลองสองต้นนุ่น ออกไปทางแถวคลองด่าน ส่วนหนึ่ง มันจะวิ่งออกไปทางหนองจอก ถ้าเราติดทดน้ําตั้งโรงสูบน้ําออกไป ตอนนั้นเคยเสนอ ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ตอนนี้บอกงบประมาณติดขัดยังไม่ได้ทํา ผมไม่ทราบ ขยายคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตเสร็จหรือยังครับ ยังครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเป็น การระบายในเขตกรุงเทพมหานครให้ดี แต่สิ่งหนึ่งมันมีส่วนหนึ่งที่เป็นบึงเก่า ที่ทางกรุงเทพมหานครต้องลงไปดูแลเอาเม็ดเงินงบประมาณไปดําเนินการ ผมอ่านรายงาน ฉบับนี้เศร้าครับ มีเขียนไว้นิดเดียวครับ ๖ ข้อ หน้าที่ภารกิจของกรุงเทพมหานคร แต่ไปบอกว่าแก้มลิงนี่ซึ่งเป็นโครงการพระราชดําริผมยกตัวอย่าง บึงกระเทียม ในเขตกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ผม เขตมีนบุรี มีพื้นที่ ๘๐ ไร่ วันนี้ไม่มีการดูแลปรับปรุงเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ไม่ได้ทําอะไรเลยครับ บอกว่ากําหนดแล้วไล่บ้านคนออก แต่บึงตรงนี้ไม่มีการ เอางบประมาณไปลง เห็นบอกว่าจะจัดงบประมาณ ๗๐ กว่าล้านบาท จะทําเป็นโครงการ ของในหลวงว่าบึงประดิษฐ์ ก็คอยอยู่ครับว่ารัฐบาลชุดนี้จะใจกว้างหรือเปล่า ว่าจะให้ เงินงบประมาณ ๗๔ ล้านบาท เอาลงไปทําหรือเปล่า

-๖๖/๑ เพราะตรงนี้มีเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ไปเขียนครับว่าเป็นบึงพระราชดําริแก้มลิง แต่ถูกบุกรุกติดไปหมด วันก่อนผมไปประชุมก็ไปดําเนินการสร้างกังหันอันหนึ่งให้ตีน้ํา เพราะน้ํามันเหม็นเน่า แล้วส่งมอบให้กรุงเทพมหานครไป ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังเอาเงินมาให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วมีคนบริจาคเงินเข้ามา ตก ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท มอบให้กับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านสุขุมพันธ์แล้ว แต่ถามว่าตรงนั้นช่วยบรรเทาไหม ช่วยครับ ในการดูแลให้น้ํามันสะอาดขึ้นเพราะเป็นแก้มลิง เพราะน้ําต่าง ๆในเขตกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งในมีนบุรีมันจะไหลลงบึงนี้ อีกอันหนึ่งบึง สะแกงามสามเดือน อยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวา วันนี้ทําเสร็จหรือเปล่าครับ ทําก็ยังไม่เสร็จ เนื้อที่ตรงนั้น ๑๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานครับ จะขุดจะทําอย่างไรก็ตามให้มันเป็นพื้นที่ อนุรักษ์ แล้วก็เป็นพื้นที่กักเก็บน้ํา หรือแม้กระทั่งตามหมู่บ้านต่าง ๆ หมู่บ้านสัมมากรในเขต สุขาภิบาล ๓หรือหมู่บ้านพฤกษชาติ หมู่บ้านต่าง ๆ ที่เขามีพื้นที่ที่เขาขุดดินขึ้นมาแล้วเอาไป ถมที่ทําบ้านกรุงเทพมหานครไม่เคยเข้าไปดูแลเลย พอฝนตกน้ําท่วมก็ไปบอกว่าไปช่วยเขา สูบน้ํา แต่การพัฒนาตรงนี้ยังไม่ถึงจุด กรุงเทพมหานครอาจจะบอกว่ามีเม็ดเงินงบประมาณ จํากัด แต่ท่านต้องอย่าลืมว่าส่วนนี้เป็นส่วนสําคัญเพราะว่าเวลาฝนตกน้ําท่วม ปัญหา เศรษฐกิจมันอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ตกทีไรน้ําท่วม เศรษฐกิจ รถติด มากกว่าการลงทุน ในด้านน้ํา แล้วยังสร้างปัญหาครับ น้ําธรรมชาติบ้านผม เดี๋ยวนี้คลองแสนแสบ ผมเป็น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปี ๒๕๓๗ เป็นสมาชิกสภาเขต ปี ๒๕๒๘ ผมเข้าไปสู่ สภากรุงเทพมหานคร น้ําเน่าอยู่ที่คลองตันท่านประธาน เดี๋ยวนี้เน่าทะลุมาถึงมีนบุรีครับ กําลังจะออกหนองจอก เพราะประตูระบายน้ํามันปิดอยู่ ถ้าเปิดคือน้ําเน่าออกไปหมดแล้ว ถามว่าสิ่งนี้เป็นทรัพยากรน้ําหรือเปล่า เป็น น้ําในคลองแสนแสบเน่า น้ําในคลองแสนแสบ เป็นคลองที่ขุด ขุดโดยเงิน ๙,๐๐๐ กว่าบาท ในสมัยรัชกาลที่ ๓ มาเสร็จสมัยรัชกาลที่ ๕ ถามว่าเสร็จแล้วสําคัญอย่างไรครับ รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสต้น แล้วกําหนดว่าวันที่ ๒๐ ของเดือนกันยายนเป็นวันอนุรักษ์คู คลอง ที่คลองแสนแสบ วันนี้ไม่มีการจัดการอนุรักษ์ คูคลอง ไม่มีการดูแล ปล่อยน้ําเน่าเสีย ปล่อยน้ําท่วม ปล่อยน้ําเน่าเหม็น แล้วรัฐบาลเอง ก็มาบอกกล่าวว่าจะดูแลป้องกันน้ําท่วม อีกประการหนึ่ง คู คลองต่าง ๆ วันนี้ถูกบุกรุก โดยบุคคลจะมีสัญชาติหรือไม่มีสัญชาติผมไม่ทราบ ทุกคู คลองในกรุงเทพมหานครถูกบุกรุก ไปหมด แล้วบอกว่าน้ําท่วมออกมาพูดบอกว่าจะขุดคลองจะลอกคลองก็ลําบาก เพราะติด บ้านเรือน แล้วทําไมไม่พิจารณาว่าเอาคนเหล่านี้ขึ้นไปพักอาศัยอยู่บนบก เป็นมนุษย์น้ํา หรืออย่างไรครับ หรือไม่มีที่อยู่อาศัย แฟลตเอื้ออาทรก็ไม่รองรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นปัญหา ที่ต้องแก้ไขเป็นมวลรวม ที่ผมพูดเพราะในรายงานไม่มีเขียนในการแก้ไขอย่างยั่งยืน ต้องเติมลงไปครับ แล้วเติมลงไปต้องเป็นกฎหมาย เพราะการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ในคลองมันผิดกฎหมาย ผู้อํานวยการเขตทําอะไรอยู่ ปลัด ผู้ว่าฯ ทําอะไรอยู่ ให้มันมีการ บุกรุกริมคลองอยู่ตลอด แล้วบอกว่าระบายน้ําไม่ได้ ขุดลอกคลองไม่ได้ ผักตบชวาแน่นคลอง ผมเรียนว่าหน้าที่ของท้องถิ่น หน้าที่ของกรุงเทพมหานคร นี่ดีนะครับตอนนี้มีการกระจาย อํานาจเลือกตั้งท้องถิ่น เทศบาล แต่กรุงเทพมหานครไม่มีการเลือกตั้งผู้อํานวยการเขต ถ้ามีการเลือกตั้งผู้อํานวยการเขตจะลดส่วนของความเดือดร้อน เรื่องการบริหาร เรื่องการบริการจัดการ เรื่องการดูแลเรื่องพื้นที่เขตคลองสาธารณะต่าง ๆ เพราะว่าคนที่ มาจากการเลือกตั้งเขาระแวง เขาสงสัย เขากลัวปัญหา แต่วันนี้การบริหารจัดการในเรื่องของ การปกครองไม่ได้ดีพอ ก็เป็นเหตุอันหนึ่งซึ่งผมว่าต้องบันทึกไว้ เพราะจัดการ การบุกรุกป่า การบุกรุกแหล่งน้ํา การไม่ดูแลเป็นเรื่องของหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปดูแล โดยเฉพาะ หน่วยงานที่เล็กที่สุด ก็คือเทศบาล อบต. รวมถึงเขตในกรุงเทพมหานคร อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ ผมไปดูศึกษา ผมเคยอภิปรายไว้ผมชอบใจนะครับที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยเอาคําพูดผม ในสมัยก่อนท่านอาจจะไม่ทราบหรอกครับ เพราะผมอภิปรายที่นี่ เจ้าพระยา ๒ ครับท่านประธาน เมื่อครู่ผมพูดกับท่านประธานแล้วว่า น้ํามันไปอยู่ทางเหนือแล้วไหลลงมา พอไปติดอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามันเป็นกระพุ้ง แก้ม นึกออกไหมครับ วัดใหญ่ชัยมงคล ตรงนั้นจะเป็นแหล่งรวมน้ํา ท่านศึกษาหรือเปล่า จากตรงนั้นถ้าท่านขุดคลองลัดลงมา โดยใช้แนวเก่าที่เขาจะสร้างถนนเลี่ยงเมือง ที่เขาเรียกว่า ทรัค โรด (Truck road) คือถนนรถบรรทุก ๘๖ กิโลเมตร มันจะวิ่งพาดออกไป รอบนอก จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาวิ่งออกจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี แล้ววิ่งผ่าเข้ามา แนวโน้มบ้านคนขณะนี้ก็ยังไม่มี ผมพูดเมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๔๕ วันนี้ไปดูแนวก็ยังอยู่ ได้ แต่ถามว่าท่านจะทําอย่างไรครับท่านประธาน นี่เสนอนะครับ ถ้ารัฐบาลฟังอยู่ก็ฟังต่อ ครับ แนว ๘๖ กิโลเมตรเป็นแนวที่เขาสํารวจแล้วน่าจะทําถนนเลี่ยงเมือง ไม่ให้รถวิ่งเข้าผ่าน ในเมืองกรุงเทพมหานครเพราะรถติด และเป็นแหล่งรถบรรทุกที่ป้องกันไม่ให้ถนนมันพัง ประการสําคัญก็คือเวียนคืนที่ ๑ กิโลเมตร เพราะมีแนวรัศมีที่เขาเวียนอยู่แล้วในทรัคโรด ท่านเอาเจ้าพระยา ๒ เป็น ๕๐๐ เมตร ขุดไปเลยครับ ๘๖กิโลเมตร แบ่งครึ่งข้างละ ๒๕๐ เมตร เอาสักส่วนหนึ่งที่ติดขอบเป็นแหล่งท่องเที่ยว อีกส่วนหนึ่งติดชายขอบของที่ดิน ของคนอื่น เอาไปสักอีกประมาณสัก ๕๐ เมตร ทําเป็นมอเตอร์เวย์ (Motorway) แล้วเก็บเงินค่าผ่านด่านได้ มันจะลัดจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาวิ่งออกไปสู่สุวรรณภูมิ ถามว่าได้อะไรท่านประธาน ประการแรกได้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ประการที่สอง ได้แหล่งน้ํา เพื่อการเพาะปลูก เพราะย่านนี้เพาะปลูกกันหมด ประการสําคัญก็คือแหล่งน้ําดิบ ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งเดียวได้ป้องกันน้ําท่วมอีกอันหนึ่ง แล้วเป็นแหล่งน้ําดิบ ให้การประปาส่วนภูมิภาคในส่วนของกรุงเทพมหานคร คือนครหลวงในการดําเนินการ เอาน้ําเหล่านี้มาใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค ท่านประธานครับลงทุนเงินอย่างไร ผมพูดต่อเลย จะทําอย่างไรครับ ที่ดินเหล่านี้ท่านออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน แล้วให้เขามีโอกาส ลงทุนเป็นตลาดทุน แบ่งไปเลยครับว่าถือ ๑ ไร่ สมมุติว่าเวนคืนที่เขามา ๒๐๐,๐๐๐ บาท เอาไปเข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณมีที่กี่ไร่คุณประเมินว่าเป็นตัวเลขเท่าไรแล้วตีเป็นมูลค่าหุ้น คุณซื้อเกินคุณเอาไป รัฐก็ต้องหาเงินกองทุนมาวางแล้วให้พวกนี้มาบริหารจัดการ ดินที่ได้จาก การขุดเป็นการพัฒนาที่ดินของคนอื่น บริษัทหรือเอกชนที่จะมาพัฒนาเอาดินส่วนนี้ไปถม ขายดินได้อีกครับ แล้วให้แต่ละส่วน ๘๖ กิโลเมตรนี้ ให้แต่ละบริษัท ยกตัวอย่าง บริษัท ก ข ค เอามา คุณจะเอาไป ๑ กิโลเมตรไหม เอาดินไปขายแล้วส่งคืนให้หลวง แล้วก็ทําตรงนี้ต่อ โครงการนี้มันทําได้ แต่เมื่อทําแล้วจะได้ประโยชน์กับการลงทุนโดยใช้เม็ดเงินจาก ตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้เม็ดเงินการลงทุนจากที่ดินของบุคคลที่เขามีที่ดินอยู่ตรงนั้น แต่ถ้าไม่ทําผมเรียนว่ากรุงเทพมหานครเป็นเขตเศรษฐกิจ พอน้ําท่วมเสียหายถ้าท่วมแบบ ปี ๒๕๒๖ ท่วมตั้งแต่หน้ารามคําแหง ท่วมฝั่งตะวันออก หรือปี ๒๕๔๐ ก็ท่วมใหญ่ จะท่วม ๓ วัน ๕ วัน หรือ ๑ เดือน เสียหายหมดครับ เศรษฐกิจวันหนึ่งหลายพันล้านบาท ถ้าคิดตัวเลขแล้ว ปี ๒๕๒๖ เสียหายหลายหมื่นล้านบาท ฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ว่าการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้อาจจะศึกษาเฉพาะส่วนภูมิภาคในรายจังหวัด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร แต่ผลกระทบตรงนี้ท้ายที่สุดมันจะกระทบอยู่ที่ไข่แดง คือกรุงเทพมหานคร แล้ววันนี้สุวรรณภูมิเป็นตัวอย่างที่ดีครับ ถ้าวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิ ขยายเฟส (Phase) ออกไปเต็มที่ก็ต้องรักษาสุวรรณภูมิไว้ ถนนโดยรอบการเดินทางก็จะ มีเกิดอีกเส้นหนึ่งถ้ามีการขุดเจ้าพระยา ๒ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าโครงการอย่างนี้ สภาเคยหยิบยกมาพูดกันไหม ไม่เคยครับ ผมพูดครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ และอาจจะได้พูด ในวาระต่อไปถ้ามีการเลือกตั้งในสมัยหน้าหรืออาจจะไม่มีโอกาสพูดก็ไม่แน่ แต่เรียนว่า ท่านประธานครับในเมื่อทุกคนรู้เหมือนกัน เหตุผลเหมือนกัน คณะกรรมาธิการทุกคนทราบ ว่าอะไรคืออะไร แต่รัฐบาลจะรับรายงานฉบับนี้ไปทําหรือเปล่า เพราะรายงานฉบับนี้ จะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ผมไม่ทราบ แต่ ๓ ปี มันอาจจะไม่เกิดประโยชน์แล้วหรืออาจจะ ทําแล้วตามความคิดเห็น แต่สิ่งที่ผมนําเรียนมันเป็นวิธีการแก้ไขอย่างยั่งยืน แต่ท่านเอง จะต้องบังคับใช้กฎหมายมากกว่านี้ ถ้ากฎหมายไม่สามารถบังคับได้ ผมให้เอาผิดข้าราชการ มาตรา ๑๕๗ ครับ เพราะเขาเองรับชอบอย่างเดียว อยากเป็นผู้บริหาร อยากเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด อยากเป็นนายอําเภอ อยากทุกอย่าง ท้ายที่สุดปัญหาที่ตกอยู่นี้ มันตกอยู่กับประชาชน แล้วเราไม่ได้อะไรเลยครับ แต่ถ้าเขาทําได้เม็ดเงินงบประมาณการขุด การดูแลทุกอย่าง ผสมผสานเข้าไป ผมคิดว่าประโยชน์ที่จะได้นั้นประชาชนได้แน่ แล้วไม่จําเป็นจะต้อง เอาเรื่องนี้มาพูดซ้ําซาก มันก็เหมือนกับว่าน้ําจะท่วมทุกปีปัญหาก็จะตามมา ผมขออนุญาต ฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ คงจะจบแล้วครับเพราะท่านรายงานอย่างนี้ แต่ให้บันทึกแนบท้ายไว้ในรายงานการประชุมว่าผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้เวลาไป ๒๐ นาทีครับ ท่านหลัง ๆ ต้องขอความกรุณาด้วยนะครับ เพราะว่ายังมี ผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายอยู่ในรายชื่ออีก ๑๒ ท่านนะครับ เกรงว่าเดี๋ยวท่านหลัง ๆ รอไม่ไหว จะกลับเสียก่อนครับ คุณประสิทธิ์ วุฒินันท์ชัย ครับ

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ความเป็นมาและเจตนารมณ์ นับตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงนโยบายต่อสภา เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ โดยการขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพ ชลประทาน เร่งรัดบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การมีส่วนร่วม ของประชาชน ท่านประธานที่เคารพ พื้นฐานของประเทศคือการเกษตร จะพัฒนาประเทศ ต้องพัฒนาที่เกษตร วันนี้ผมดีใจครับที่รายงานการศึกษากําหนดกรอบของคณะกรรมาธิการ ได้เข้ามาในวันนี้ ดีใจแทนพี่น้องประชาชนภาคเกษตร และผมภูมิใจครับที่ผมมาจาก ภาคเกษตรในสมัยนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการคณะนี้ได้เกิดในสมัย ท่านสมัคร สุนทรเวช แล้วได้มาพิจารณาในสภานี้ในสมัยของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะ เป็นปีสุดท้ายแล้วนะครับ อย่างไรผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอได้กรุณาช่วยดูเรื่องของน้ําให้เป็นเรื่องสําคัญของรัฐบาลท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขอยกเอาตัวอย่างของเขตพื้นที่เลือกตั้งของผม คือ เขต ๓ จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ๖ อําเภอ มีอําเภอแม่อาย อําเภอฝาง อําเภอไชยปราการ อําเภอเชียงดาว และอําเภอแม่แตง ๖ อําเภอครับ ๓ อําเภอครับ อําเภอไชยปราการ อําเภอฝางและ อําเภอแม่อาย หัวใจสําคัญเกษตรกรคือน้ํา ผมได้ลงพื้นที่พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนผมมา บอกว่าท่าน ส.ส. ไม่ขออะไรมาก ขอน้ําอย่างเดียว เงินทองไม่อยากได้ ต้องการน้ํา เมื่อต้องการน้ําผมก็ถามพี่น้องประชาชนว่าต้องการน้ํานี้ต้องทําอย่างไรถึงจะได้น้ํา ผมแกล้ง ถามดู พี่น้องประชาชนบอกว่าต้องการอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อม ที่อําเภอไชยปราการครับ ทําไมต้องการอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อมที่อําเภอไชยปราการละครับท่านประธาน ถ้าอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อมเกิดขึ้นที่อําเภอไชยปราการแล้ว พี่น้องเกษตรกร ๓ อําเภอครับ อําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ จะได้มีน้ําใช้ทําการเกษตรทั้ง ๓ อําเภอครับ ท่านประธานครับ ๓ อําเภอนี้จะเป็นจังหวัดอีกไม่นานนี้แล้วนะครับท่านประธาน คือจังหวัดฝางครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการและผู้บริหาร ประเทศช่วยดูหน่อยครับ เรื่องของน้ํานี้เป็นเรื่องสําคัญ ถ้าอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อมเกิดขึ้น เกษตรกรใน ๓ อําเภอ นี่ผมยกตัวอย่าง เขาบอกผมแล้วว่าไม่ต้องการเงิน ต้องการน้ํา เมื่อมีน้ําแล้วกระเป๋า เขาตุงครับ ท่านประธานครับ วันนี้กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมดีใจครับที่ได้มี คณะกรรมาธิการนี้ได้มาแถลงรายงานต่อสภาแห่งนี้ กระผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ ครับ และขอให้สภานี้ช่วยแก้ไขปัญหาน้ําให้กับคนไทยทั้งประเทศครับ ขอกราบขอบพระคุณ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก่อนจะอภิปรายต่อไป ขอต้อนรับครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนทัพทันอนุสรณ์นะครับ หลาน ๆ ครับขณะนี้สภากําลังพิจารณาในวาระรับทราบนะครับ รับทราบผลการรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ละท่านก็จะรับทราบ พร้อมทั้งเสนอแนะเพื่อให้รัฐบาลไปดําเนินการแก้ไขนะครับ ต่อไปเชิญคุณประมวลครับ ถ้าตามรายชื่อก็จะเป็นคุณประมวลแล้วก็เป็นคุณละอองครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณละอองก่อนครับ แล้วเดี๋ยวจะเป็นคุณสมบูรณ์ครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ต้องขอขอบพระคุณนะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดก่อนนะคะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เรื่องน้ําท่วมน้ําแล้งมันเป็นปัญหาซ้ําซาก แล้ววันนี้ดิฉันก็ได้อ่านรายงาน การศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งในรายละเอียดตรงนี้ไม่มีว่าแผนที่น้ําในการจัดการน้ําของแต่ละจังหวัดแต่ละที่จะเป็น อย่างไร ซึ่งก็คงจะเป็นข้อจํากัดในการศึกษาเหมือนกัน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ ซึ่งดิฉันเป็น ผู้แทนของจังหวัดเชียงราย และก็อยู่ในส่วนของภาคเหนือ อาชีพส่วนใหญ่ก็คือหนีไม่พ้นเรื่อง ของเกษตร เกษตรสําคัญที่สุดก็คือเรื่องน้ําเป็นปัจจัยและเป็นหัวใจหลัก เป็นต้นทุนหลักของ การผลิตพืชผลทางการเกษตร ในช่วงปิดสภาดิฉันได้มีโอกาสได้เข้าในพื้นที่มาก แล้วก็ได้รับ ทราบปัญหาของพี่น้องเกษตรกรว่าจริง ๆ แล้วความยากจนของพวกเรานี้คืออะไร แต่ก็ไม่ใช่ เป็นเรื่องแปลกนะคะ ทุกคนคงจะทราบว่าส่วนใหญ่เกษตรกรที่ยากจนแล้วก็มีปัญหาก็มี ปัญหาเรื่องต้นทุนของการผลิตสินค้าและราคาสินค้าที่จะขาย อันนี้ก็คือเป็นหัวใจหลัก แต่เรื่องสําคัญที่ดิฉันอยากจะคุยถึงพูดถึงก็คือเรื่องน้ํา เรื่องน้ําเรามองเมื่อกี้ดิฉันได้ฟัง ท่านคุณหญิงกัลยาพูด ก็เป็นเรื่องที่เป็นความหวัง เป็นความคิด เป็นความฝันของดิฉันด้วยซ้ํา ไปว่าการจัดการบริหารน้ํานี้เราต้องศึกษา เราจะต้องให้ทางวิชาการเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ ปล่อยปละละเลย วันนี้เรามีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกรมทรัพย์ฯ มี กรมพัฒนาที่ดิน มีกรมชลประทาน มีหลายกรมหลายอย่างมาก แต่ความรู้ในเรื่องของการ จัดการน้ําให้พี่น้องเกษตรกรแทบไม่มีเลย แล้วดิฉันก็ถามทางกระทรวงด้วยและถามทาง เกษตรกรด้วย ดิฉันเข้าพื้นที่ก็ถามพี่น้องเกษตรกรก่อนว่าการจัดปัญหาน้ําเมื่อกี้เหมือนกับ ท่านประสิทธิ์เลย เข้าพื้นที่ในลักษณะเดียวกันว่าเราจะจัดการปัญหาเรื่องน้ําท่วมน้ําแล้งนี้ได้ อย่างไร ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๒-๓ ตําบลของอําเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ดิฉันนะคะ อย่างเช่น เส้นสายน้ําคํานี้ ถามผู้ใช้น้ําคําพวกเราจะเรียกว่าแก่เหมืองแก่ฝาย ถามว่าเราจะ แก้ไขปัญหาน้ําได้อย่างไร เกษตรกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะที่มา เขาบอกว่าอยากได้ห้วยฮาง ดี ห้วย ก็แปลว่าลําน้ํา ฮาง ก็เหมือนกับกะละมังที่กักเก็บน้ํา เขาก็ชื่อห้วยฮางดี ก็คือแหล่งที่ เก็บน้ําที่ดีที่สุด ถามว่าห้วยฮางดีตอนนี้เป็นแหล่งที่สามารถใช้กักเก็บน้ําได้ ถ้าเราทําฝายกั้นน้ําหรือเขื่อนกั้นน้ําตรงนั้นงบประมาณก็ไม่สูง ก็จะสามารถกักเก็บน้ําให้ พี่น้องเกษตรกรทางสายเส้นน้ําคําได้จนถึงใช้ถึงอําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ ส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรก็จะได้รับน้ําอย่างสมบูรณ์ และเวลาทําทั้งข้าวนาปรังหรือนาปี ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องของน้ํา ถามว่าห้วยฮางดีก็มีปัญหาในเรื่องของการที่จะจัดสรรทรัพยากร หมายถึงงบประมาณเข้าไป แต่ละกระทรวงก็มีข้อจํากัดบอกว่าอยากจะสร้าง แต่ไม่มี การศึกษา ถามว่าห้วยฮางดีมีปัญหาไหม แพงไหม ถ้าโดยงบประมาณก็คงไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ๓๐–๔๐ ล้านบาทนี้สําหรับนาประมาณ ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ ไร่ มันเป็นเรื่องที่ รัฐบาลน่าจะลงทุน แล้วสามารถที่จะเก็บน้ําได้ก็คือห้วยสามัคคีใหม่ที่ตําบลแม่ฟ้าหลวง ก็สามารถเก็บน้ําได้หลายลูกบาศก์เมตร อันนี้หลายล้านนะคะ ก็สามารถที่จะช่วยพี่น้อง เกษตรกรได้ ถามว่างบประมาณสูงไหม ก็สูง แต่มันก็คุ้มค่าที่จะทําให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งหลาย พื้นที่หลายหมื่นไร่นี้ได้รับประโยชน์ ก็สามารถแก้ไขความยากจนได้ กระทรวง ต่าง ๆ ไม่ต้องไปแจกผ้าห่ม ไม่ต้องไปแจกเบี้ยยังชีพหรืออะไรที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ ความยั่งยืนของพี่น้องเกษตรกร ทางรัฐบาลควรที่จะทําและควรที่จะทําการศึกษา แล้วก็ แหล่งกักเก็บน้ําเหมือนท่านคุณหญิงกัลยาพูดถึงนะคะว่ามันควรที่จะต้องมี เพราะว่าในพื้นที่ ของดิฉันเองฝนตกตามฤดูกาล ฝนตกมาน้ําก็ไหลทิ้งแม่น้ําโขง แม่น้ําสายใหญ่หมด สายหลักหมด แต่พื้นที่ของในพื้นที่ถ้าสามารถกักเก็บน้ําได้หลาย ๆ จุด ประมาณ ๑๕ จุด หรือ ๒๐ จุดก็สามารถจะเป็นแหล่งอาหาร แหล่งที่เลี้ยงปลา หรือการประมงได้ด้วย อันนี้ ก็คือสิ่งที่ควรจะทํา แล้วก็มาถึงในตัวอําเภอแม่จันอีก แล้วมาสายอีกสายหนึ่งก็คือสายทาง แม่น้ําที่ใช้แถวตําบลศรีค้ํา พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือเขาควรจะสร้างอ่างแม่สะลองเพื่อที่จะ กักเก็บน้ําไว้ให้ทั้งชาวเขา ชาวพื้นราบด้วยที่จะใช้น้ําในการรดทั้งเรื่องของการปลูกชา เรื่องของการปลูกกาแฟ เรื่องของการประมงทุกอย่างมันน่าจะทําได้ แต่ไม่มีการศึกษา แล้วก็ไม่มีความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรว่าเราจะทําสิ่งเหล่านี้ไหม มีแผนที่น้ําไหม ว่าเรา จะจัดการในเรื่องน้ํานี้อย่างไร ในสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะ ทําการศึกษาว่าในพื้นที่ ดิฉันอยากยกตัวอย่างจริง ๆ นะคะว่าอาจจะทําแล้วดิฉันไม่ทราบก็ได้ แต่ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้จากที่ไหนว่าทางหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเขาได้ทําแผนที่น้ําไว้ไหม แผนที่น้ําในความหมายของดิฉันก็คือว่า ในพื้นที่ทั้งหมด ยกตัวอย่างในจังหวัดเชียงรายนะคะว่าเรามีแหล่งน้ําธรรมชาติที่ไหนบ้าง เรามีต้นทุนน้ําที่ไหนบ้าง เรากักเก็บน้ํา และเราสามารถที่จะใช้น้ําตรงไหนบ้าง ปริมาณเท่าไร พืชผลการเกษตรเท่าไร แล้วต้องทํากี่จุดในการรักษาน้ําที่เอาไว้ใช้ เวลาน้ําท่วมเราจะมี สถานีน้ําตรงไหนบ้างที่จะสามารถปล่อยน้ําอย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะไม่ให้น้ําท่วม ในตลาด ในบ้านช่องของพี่น้องชาวบ้านทั้งหลาย ไม่เกี่ยวกับเกษตรกรด้วยซ้ําไป ทั้งพื้นที่ เพราะเดี๋ยวนี้การน้ําท่วมหรือว่าธรรมชาติที่เกิดขึ้น ฝนตกนี่นะคะ ธรรมดาสิ่งที่ดิฉันเห็น ที่เกิดมานี้น้ําไม่เคยท่วมอําเภอแม่จันเลย มา ๒–๓ ปีนี้ ฝนตกประมาณ ๒–๓ ชั่วโมงน้ําท่วม ก่อนน้ําจะท่วมเราก็รู้ว่าอีก ๒–๓ ชั่วโมงน้ําจะถึงในเมือง เราก็น่าจะมีสถานีปล่อยน้ํา หรือจัดการอย่างไรสักอย่างหนึ่งได้ แต่วันนี้มันไม่มีระบบป้องกันภัย ไม่มีอะไรเลยที่จะ ให้หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะไปช่วยพี่น้องเกษตรกรหรือชุมชนสังคม ตรงนั้น ไม่มีเลย ก็ปล่อยปละว่าน้ําท่วมก็คือน้ําท่วม น้ําท่วมเสร็จก็คือไปแจกถุงยังชีพ ไปแจกผ้าห่ม ไปแจกอะไรสารพัด อันนี้มันไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดิฉัน อยากขอให้ทางหน่วยงานวิชาการ ไม่ว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ดี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันอยากจะให้มีแผนที่หรือแนวทางในการป้องกันน้ําท่วม น้ําแล้ง และระบบ การจัดการน้ําที่ดีให้กับพี่น้อง ชุมชน สังคมต่าง ๆ ของแต่ละอําเภอ ของแต่ละจังหวัดว่า ๑. เราควรจะทําอย่างไร ๒. เราจะทําอย่างไร ๓. เราจะทําอย่างไร สิ่งเหล่านี้มันควรจะทํา แต่วันนี้ดิฉันเห็นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ว่าเข้าไปในพื้นที่อีกตําบลหนึ่ง เฉพาะตําบลจอมสวรรค์ วันนั้นดิฉันก็เลยปรึกษาหารือกับ ท่านประธานเหมือนกัน ก็มีฝาย ฝายชื่อฝายกอตึ๋ง ซึ่งฝายตรงนี้พี่น้องเกษตรกรว่ามันเป็น ฝายที่สามารถที่จะช่วยรองรับน้ําได้ นาสักประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ไร่ถ้าฝายตรงนี้ตอนนี้ ฝายตรงนี้ชํารุด ดิฉันก็ประสานไปที่หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็พูดที่สภานี้ว่าให้ช่วยทําฝายนี้ ให้หน่อย ปรากฏว่าได้สอบถามทางกรมชลประทานที่ตอบจดหมายไปจากการปรึกษาหารือ ที่สภานี้เขาบอกว่า เป็นแบบของกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือ กรมชลประทานนี้เข้าไปทําไม่ได้ อันนี้สิ่งเหล่านี้มันมีหลายกระทรวงมันซับซ้อน แล้วอย่างเรา เป็น ส.ส. หรือว่าเราคลุกคลีอยู่นี้ เรายังรู้สึกความสับสนแล้วก็พี่น้องเกษตรกรล่ะ ถ้าเรา มีหลายกระทรวงหลายหน่วยงานที่ทํามันไม่มีแนวทางหรือมันไม่มีแผนที่ มันไม่มีระบบ มันไม่มีอะไรที่สามารถที่จะให้มองเห็นเป็นรูปธรรมได้ ดิฉันว่ามันเป็นเรื่องที่น่าคิด แล้วก็ น่าเศร้าใจมากว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมากี่ปีที่ผ่านมาที่เรามีสภาแห่งนี้ และดิฉันตั้งแต่เด็กเล็ก มาจนโต ก่อนที่ดิฉันจะมาเป็น ส.ส. ตอนเด็ก ๆ ก็ชอบฟังผู้อภิปรายในสภาพูดถึงน้ําท่วม น้ําแล้งแล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมมันท่วมทุกปี แล้งทุกปีทําให้เป็นปัญหาก็ไม่นึกว่าตัวเองจะมายืน พูดตรงนี้เรื่องน้ําท่วม น้ําแล้งเหมือนกัน ก็สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะดิฉันอยากจะฝากทาง ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาลนะคะว่า วันนี้แนวทางการจัดการปัญหาเรื่องน้ํามันไม่ใช่เรื่องที่ยาก หรือซับซ้อน ถ้ารัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องให้ความสนใจและใส่ใจ แล้วก็มีผู้ที่รับผิดชอบ อย่างแท้จริง ดิฉันว่ามันเป็นเรื่องที่ควรที่จะทํา ควรที่จะมีความเมตตากับพี่น้องเกษตรกรด้วย ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณมากค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

น้อง ๆ นักเรียนที่เข้ามาดูงานจากโรงเรียนทัพทันอนุสรณ์ครับ ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ ส.ส. มีหน้าที่หลายประการ

ประการแรก คือการออกกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณากันในวันพุธ

ประการที่ ๒ คือการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลด้วยการตั้งกระทู้ถาม แล้วก็วาระรับทราบในวันพฤหัสบดี

แล้วอีกประการหนึ่ง ก็คือสมาชิกจะประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งในวันพฤหัสบดีส่วนใหญ่สมาชิกจะประชุมคณะกรรมาธิการกัน น้อง ๆ อาจจะเห็นว่า สมาชิกที่อยู่ในห้องนี้มีจํานวนไม่มากก็อย่าได้แปลกใจครับ ส่วนใหญ่ประชุมคณะกรรมาธิการ กันอยู่ ก็ขอให้น้อง ๆ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ ต่อไปคุณประมวล เอมเปีย ครับ

นายประมวล เอมเปีย ชลบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรีครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมดีใจที่สภาวันนี้ได้บรรจุผลสรุปรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ํา ซึ่งพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียกว่ารอคอยกันมาเกือบ ๓ ปี ในการที่จะอภิปรายในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่คณะกรรมาธิการเอาเข้าสู่สภาเพื่อรายงาน ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับพวกเราที่ว่าพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการจะได้นําเสนอปัญหาของตัวเองในพื้นที่ เพื่อที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญน้ําจะได้เอาเรียกว่าบันทึกแนบท้ายในรายงานอันนี้ไว้ด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นมีท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งยัง มีการแยกย่อยออกไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการอีก ๘ คณะอนุกรรมาธิการด้วยกัน ซึ่งผม จะยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ฟังว่าอย่างเช่น คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาน้ําพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออกนั้นประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร. จังหวัดนนทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัด ชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระแก้ว ๑๓ จังหวัด แล้วยัง มีทางภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ภาคกลางตอนตะวันตก ๑๓ จังหวัด ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด ภาค กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือตอนตะวันออก ๕ จังหวัด ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๕ จังหวัด ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๔ จังหวัด แล้วสุดท้ายก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนกลาง ๕ จังหวัด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้รวบรวมปัญหาและข้อมูลต่าง ๆ ในภาค ต่าง ๆ ไม่ว่าจะสภาพปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วมแล้วก็แนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อสรุป รายงานมาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญใหญ่ เพื่อจะทํารายงานเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลจากการสรุปและการรายงานนี้ผมว่ามันเป็นข้อดีนะครับ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ก็ยังไม่ได้เคยมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญน้ําอันนี้ เพื่อจะมาแก้ไขปัญหาน้ําอย่างจริงจัง ซึ่งเราก็ได้มีการอภิปรายจากเพื่อนสมาชิกหลายคนด้วยกัน ซึ่งมีการต่อว่าต่อขานทางรัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี้ เข้ามาไม่มีการใส่ใจแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําจริงจัง แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นกันอย่างเด่นชัดว่ารัฐบาล ชุดนี้โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้ความสําคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํา เป็นหลัก ถือว่าน้ําเป็นชีวิต น้ําคือต้นทุนของเกษตรกรซึ่งเป็นเกษตรกรเรียกว่าส่วนใหญ่ ของประเทศไทยเรา ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าผมนําผลจากการรายงานสรุปข้อมูลตรงนี้ ซึ่งเรา ยังไม่ได้นําเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนี้ ได้ไปปรึกษาหารือกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องว่า เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ยกตัวอย่างว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําอย่างภาคตะวันออก เราได้รับงบประมาณจากรัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้ผ่านความเห็นชอบ ขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างเช่น ภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรีมีการสร้าง อ่างเก็บน้ําขึ้นมา เพราะว่าจังหวัดจันทบุรีน้ําท่วมทุกปี ในเรื่องพืชผลการผลผลิตในเรื่องผลไม้ เสียหายทุกปี แล้วก็มีการเก็บกักน้ําแล้วส่งน้ํามาที่จังหวัดระยองซึ่งถือว่าจังหวัดระยองมีอ่าง เก็บน้ําประแสร์อ่างคลองใหญ่ แล้วก็ยังมีทั้งหมด ๔ อ่างด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อ ภาคอุตสาหกรรม ทางรัฐบาลนี้ก็ให้ใส่ใจตั้งงบประมาณไปให้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัด จันทบุรี ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๒ จังหวัด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่รวมถึงจังหวัด ชลบุรีจังหวัดบ้านผมมีการขอเรื่องอ่างเก็บน้ําทางภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีมานี้ รัฐบาลนี้ได้อนุมัติงบประมาณลงไปเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดกลาง ๒๒,๒๒๙ ไร่ ซึ่งอ่าง เก็บน้ําคลองหลวงนี้ เพื่อเก็บกักน้ําเอาไว้เพื่อให้จังหวัดชลบุรีเก็บกักน้ําเพื่อไม่ให้น้ําท่วมและ ภัยแล้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เดินทางลงไปดูเรื่องปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วม ซึ่งระยะเวลา ในการที่เราต่อสู้มานี้ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา ก่อนหน้านี้เป็นสมาชิกสภาจังหวัด ถึง จะเป็นส.ว. ได้ ๕ เดือน โดนทหารยึดอํานาจไป แต่ว่าการต่อสู้ภาคเอกชนอย่างเราในเรื่องน้ํา เราถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ปัจจัยสําคัญเราก็ต้องต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ต่อสู้อย่างขาดตอน ต่อสู้เรื่องอ่างเก็บน้ําคลองหลวง ๑๙ ปีที่ผมต่อสู้มา รวมทั้งพี่น้องประชาชนต่อสู้กันมา ๔๖ ปี ผลการต่อสู้อย่างต่อเนื่องผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจว่าเราต่อสู้ อย่างจริงจังหรือไม่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชลบุรียังต่อสู้ กระผมได้รวบรวม รายชื่อกว่า ๖๐,๐๐๐ รายชื่อ ถวายฎีกาต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้รัฐบาล เห็นว่าเรามีความจําเป็นที่จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ําตรงนี้ ซึ่งอ่างเก็บน้ําคลองหลวงก็ได้มีการ ดําเนินการก่อสร้างไปแล้ว เช่นนั้นยังไม่พอนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นคณะกรรมาธิการ ชุดหนึ่งที่อยู่ในชุดนี้แล้วก็คํานึงถึงในเรื่องภัยแล้งและน้ําท่วม โดยเฉพาะ กทม. ที่ท่านวิชาญ ได้อภิปรายไปแล้วว่าเราไม่คํานึงถึงนั้น จะบอกถึงข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงอันนี้ผมได้รายงาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าปัญหาที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งและ น้ําท่วมทั้งจังหวัดฉะเชิงเทราและกรุงเทพมหานครได้นั้น มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นก็คือโดยการที่ เราวางท่อส่งน้ําผันน้ําจากคลองพระองค์ไชยานุชิต ซึ่ง ส.ส. จากจังหวัดฉะเชิงเทราก็ได้ อภิปรายเรื่องนี้ไป เราผันน้ําจากคลองพระองค์ไชยานุชิตไปสู่อ่างเก็บน้ําบางพระ ระยะทาง ๕๘ กิโลเมตรครึ่งนะครับ ซึ่งเราจะเอาน้ําตรงนี้ซึ่งมาจากแม่น้ําเจ้าพระยาจะไหลท่วมมา ตลอดจากคลองรังสิต จังหวัดนครนายกมาสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา เวลามาท่วมอยู่คลอง พระองค์ไชยานุชิตนั้นน้ําจะท่วมจังหวัดฉะเชิงเทราและปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร เราก็ ดูดน้ําตรงนี้ ที่น้ําเหลือจ่ายตรงนี้ประมาณ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไปสู่อ่างเก็บน้ําบางพระซึ่ง ใช้งบประมาณ ๔,๙๓๖ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ก็ได้อนุมัติไปแล้วนะครับ อนุมัติไปเพื่อจะ แก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งในจังหวัดชลบุรี เรื่องน้ําท่วมในกรุงเทพมหานครและฉะเชิงเทรา บางส่วน น้ําตรงนี้แทนที่จะท่วมขังอยู่เราก็เก็บสูบเข้าไป ทําให้น้ําท่วมกรุงเทพมหานครและ จังหวัดฉะเชิงเทราก็ลดลงไป เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก ได้รับทราบว่าการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้มันมีผลดีอย่างยิ่ง แต่ว่าเรื่องจะสมบูรณ์ไปหมดนั้น ก็คงจะเป็นไปไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องการข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกันนะครับที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าจะมีข้อเสนอแนะอย่างไรในพื้นที่ของท่าน ที่จะให้คณะกรรมาธิการมีการบันทึกแนบท้ายเอาไว้เสนอให้รัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมี โอกาสทํางานเพียง ๒ ปี แต่ว่าผลงานทางระบบชลประทานผมเชื่อแน่ว่าทําในหลายพื้นที่ แล้วงบประมาณในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําหรือการผันน้ําจากแม่น้ําเจ้าพระยา จากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตไป มันไม่ได้เป็นงบลัมพ์ ซัม (Lump sum) ก้อนใหญ่ เป็นงบผูกพัน ๕ ปี ๗ ปี ซึ่งการแก้ไขปัญหาอันนี้มันก็ยังอีกระยะยาวนะครับ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนท่านประธานไปสู่พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาน้ําอย่างเป็นระบบนั้น ผมยังมองว่าเราจะต้องตั้งกระทรวงน้ํา ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้มันมีหลายกระทรวงในการที่มาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํากัน แล้วก็ต่างคนต่างแย่งงบประมาณลงไป เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจึงไม่ได้ อย่างจริงจังนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําอย่างเป็นระบบนั้นผมยังมองว่า ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. หรืออําเภอนี่ทุกคนต้องมานั่งคิด ต้องมานั่งคุยกันในการแก้ไข ปัญหาในท้องถิ่นของตัวเองว่าจะทําอย่างไร ไม่ใช่ต่างคนต่างของบประมาณลงไป ต่างคน ต่างขอไปขุดลอกคลองไปทําฝาย มันไม่ได้ผลอย่างจริงจังนะครับ เพราะต่างคนต่างทํา ถึงเวลาก็ขุดเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณก็ผลาญลงไปมันก็ ไม่มีระบบ เพราะฉะนั้นพี่น้องแต่ละตําบล ผู้นําท้องถิ่นแต่ละตําบลที่เป็นนายกหรือเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องมานั่งรวมกันคิดจะบูรณาการอย่างไร เอามาแก้ไขปัญหากันอย่างไร โดยวิธีการอาจจะจ้างบริษัทเอกชนมานั่งเขียนแบบกันทั้งอําเภอ ทั้งตําบลเลย แล้ววิธีการ งบประมาณจะลงไปนี่จะลงกันเป็นระบบอย่างไร ซึ่งครั้งที่แล้วนี่ที่ปี ๒๕๕๑ เราได้เรียกร้อง ของบประมาณจากรัฐบาลท่านสมัครลงไปประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเราก็ไม่ได้ลงมา แต่ว่ามาถึงรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านก็ทยอยลงไปตามความจําเป็น ตามความสําคัญที่พี่น้องเรียกร้องกันมา วันนี้ก็เลยอยากจะเรียนฝากมาถึงคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าในฐานะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดที่เขาไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ที่มีข้อเสนอแนะลงไป ท่านต้องเก็บข้อเสนอแนะที่จะไปแก้ไขปัญหานําเสนอให้กับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้ หรือว่ารัฐบาลชุดต่อ ๆ ไปจะต้องนําปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนซึ่งผู้แทนราษฎรทุกคนได้ลงพื้นที่ ได้รู้ปัญหาและได้รับการร้องขอมา ได้รับการต่อว่าจากราษฎรมาโดยตลอดว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํานั้นยังไม่เป็นรูปธรรม โดยระบบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการและรัฐบาลต่อ ๆ ไปด้วยว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํานั้นจะต้องทําอย่างเป็นระบบนะครับ และผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ผมบอกตรง ๆ ว่ามีอย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าท่านได้แก้ไขปัญหาไปอย่างไร แต่อยู่ที่ การต่อสู้ของพวกเราผู้แทนราษฎรนี้ ต่อสู้อย่างเพียงลําพังอาจจะไม่ได้ผล เพราะฉะนั้น ท่านจะต้องใช้มวลชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ อย่างที่ผมทําอยู่นี้ใช้เวลาต่อสู้มา ๑๙ ปี ถึงจะได้อ่างเก็บน้ําขนาดกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีซึ่งได้ดําเนินการ ก่อสร้างมาแล้วทั้ง ๒ แห่งนะครับ แล้วก็ยังมีอีก ๑ แห่งอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลด้วยนะครับ อ่างเก็บน้ําของบ่อทอง อ่างเก็บน้ําประแสร์นี้สามารถที่จะไปช่วยเก็บน้ํา แล้วเอาไปช่วย ที่จังหวัดระยองได้นะครับ ซึ่งอันนี้ถือว่ารัฐบาลต่อ ๆ ไปถ้าใส่ใจที่จะช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร ภาคตะวันออกนี้ถือว่าเป็นจังหวัดที่สร้างภาษี สร้างงบประมาณให้กับประเทศไทยในระดับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํานะครับ แต่จังหวัดชลบุรีนี้ปีละเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรานําภาษีสู่ส่วนกลางถือว่ามากนะครับ เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ก็ต้องให้ความใส่ใจมาก ๆ หน่อย เพราะว่าภาษีที่ได้นั้นเอาไปช่วยภูมิภาคอื่นอีกหลายภูมิภาค ด้วยกันนะครับ แต่ภาษีที่ย้อนกลับไปสู่จังหวัดชลบุรีนี้ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เพียงพอ นะครับ ก็ฝากถึงประธานและถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําของประเทศไทยฉบับนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่าน นะครับที่ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมถึงหน่วยงานของทางภาครัฐ ผมยังจําได้ ในช่วงปี ๒๕๕๑ ครับท่านประธานมีผู้เสนอญัตติเข้ามากัน ๘ ญัตติด้วยกันในการแก้ไขปัญหา น้ําของประเทศ ผมเองเป็นหนึ่งที่เป็นผู้เสนอ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ํา โดยส่วนใหญ่เราจะไปมองกันในระดับประเทศนะครับ จากผลการวิจัยก็คือจะไปมองกัน ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน และภาคเหนือ แต่ว่าปัญหาของภาคใต้ก็เป็น ภูมิภาคหนึ่งที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ํามาก หลายคนบอกว่าจะขาดแคลนน้ําได้อย่างไร ภาคใต้เป็นดินแดนที่มีฝนตก ฝน ๘ แดด ๔ คือฝนตกสัก ๘ เดือน แล้วก็มีแดดแค่ ๔ เดือน ท่านประธานครับ โดยสภาพข้อเท็จจริงก็คือ ภาคใต้มีฝนตกมากจริงครับ ปริมาณน้ําต้นทุนมีสูงมาก แต่ถ้าท่านประธานไปดูสถิติในการ กักเก็บน้ําของพี่น้องภาคใต้น่าเห็นใจมากครับ บางแห่งเก็บไม่ถึงร้อยละ๑ หมายถึงปริมาณ ฝนที่ตกลงมากับปริมาณที่กักเก็บไว้ใช้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ส่วนที่เหลือก็คือ ลงไปสู่ทะเล ซึ่งมีทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งอ่าวไทยแล้วก็ฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นปัญหาของพื้นที่ ภาคใต้เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก แล้วโดยส่วนใหญ่รัฐแทบจะไม่เข้าไปแก้ปัญหา วันใดก็แล้วแต่ ที่รัฐบอกว่ามีงบประมาณสําหรับไปแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ํา การขาดแหล่งน้ํา ต้องสร้าง อ่างเก็บน้ํา ต้องสร้างสระ ก็จะโยนงบประมาณไปให้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ไม่มีครับท่านประธาน ผมเรียนว่าถึงแม้ปริมาณฝนจะมาก การกักเก็บน้ํา เราไม่มีพื้นที่ที่จะกักเก็บน้ําเลยในพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่โดยส่วนใหญ่ถ้าเกิดกรณี อยู่ริมชายฝั่งทะเลครับท่านประธาน ดินส่วนใหญ่จะเป็นดินปนทราย หรือบางแห่งก็เป็น ดินโคลน ท่านประธานลองนึกภาพนะครับว่า ถ้าเกิดกรณีจะไปขุดสระเพื่อกักเก็บน้ํามันก็ เก็บไม่อยู่ หรือถ้าเก็บก็มีลักษณะมีโคลนเป็นน้ํากร่อย ท่านประธานลองนึกภาพว่า ชายฝั่งทะเลกักเก็บน้ําไม่ได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่พี่น้องจะใช้น้ําทําอย่างไรครับ ต้องใช้วิธีก่อสร้าง ถังเก็บน้ําขึ้นมา ซื้อโอ่งเพื่อสําหรับเก็บน้ํา จากชายฝั่งลงไปสู่พื้นที่เกาะครับ ท่านประธาน จะเห็นว่ารายได้ของประเทศไทยของเรา นักท่องเที่ยวทั้งหลายเข้ามาประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยวที่ภาคใต้ครับ ไปเที่ยวทางทะเลเสียส่วนใหญ่ พื้นที่ปัญหาในการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็คือการขาดแคลนน้ํา ผมยกตัวอย่างที่ เกาะสมุย ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องน้ําภาคใต้ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นประธาน ผมเป็นเลขานุการอยู่ เรามีดอกเตอร์รอยล เราไปสํารวจกัน ที่เกาะสมุยครับ เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นํารายได้เข้าสู่ประเทศมาก แต่มีปัญหาน้ํา รุนแรงมาก บางรัฐบาลมีแนวคิดว่ามีแหล่งน้ําของภาคใต้ที่ใหญ่ที่สุดก็คืออยู่ที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน วิธีที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกาะสมุยในการแก้ปัญหาน้ําก็คือเดินท่อ จากเขื่อนเชี่ยวหลานข้ามทะเลไปที่เกาะสมุย แต่ลงทุนกันหลายพันล้าน หลายหมื่นล้าน ท่านประธานครับ เราโชคดีว่าเรามีนักวิชาการที่มีความรู้อาศัยข้อมูลทางด้านดาวเทียม แล้วความรู้ที่สํานักงานเขามี ก็เลยไปศึกษา พบว่าพื้นที่ภาคใต้หลายพื้นที่ครับถ้าเกิดเรา สามารถปรับปรุงแหล่งน้ํา สามารถกักเก็บน้ําได้ เราไม่ต้องใช้งบประมาณมากเลย สามารถ ที่จะปรับปรุงใช้เพียงพอสําหรับพื้นที่ดังกล่าว ที่เกาะสมุยครับมีพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการได้ลงไปสํารวจ หลังจากนั้นขณะนี้เริ่มที่จะดําเนินการในการ แก้ปัญหาบูรณาการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐหลาย ๆ ส่วน รวมถึงการปกครองของท้องถิ่น ท่านประธานครับ หลายคนบอกว่ารายงานฉบับนี้ถึงแม้จะสวยหรูอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่ไปทํา ไม่ให้งบประมาณไป มันไม่เกิดครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ผมก็คิดเหมือนกับหลาย ๆ ท่าน เดิมก็มองว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลฟังการรายงานจากสภา เสร็จแล้วก็เงียบครับ ส.ส. แต่ละท่านก็พยายามที่จะนําเสนอปัญหาให้กับรัฐบาลได้รับทราบ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแล ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ ณ วันนี้ผมกราบเรียนพี่น้อง ส.ส. ทุกท่านนะครับว่า รายงานฉบับนี้จะมีคุณค่ามาก ผมเชื่อว่าหลังจากพิจารณาของสภาเสร็จสิ้นแล้วส่งไปให้ทางรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกกันว่า คณะกรรมการ บริหารโครงการจัดการทรัพยากรน้ําชุมชนตามแนวพระราชดําริเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๓/๒๕๕๔ ที่ลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม อันนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้เห็นความสําคัญของ การจัดการน้ําจริง ๆ ครับ ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็ที่ปรึกษาที่เป็นบุคคลอีกหลายท่านครับ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ครับเป็นประธานกรรมการ มีผู้บัญชาการทหารบก มีคุณสามารถ โชคคณาพิทักษ์ คุณทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ นายนิพนธ์ พัวพงศกร มีอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ํา อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เป็นเลขานุการ พร้อมทั้งมีผู้อํานวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร องค์การมหาชนก็คือดอกเตอร์รอยลเป็นผู้ช่วยเลขานุการ นี่ครับ นายกรัฐมนตรีตั้งคําสั่งนี้ ขึ้นมา เพื่อให้ไปดูกรอบการดําเนินงานและประเมินผลงานตลอดจนเสนอแนะแนวทาง การขยายผลให้เป็นระบบที่สําคัญในการแก้ไขปัญหาน้ํา แค่นั้นยังไม่ชัดเจนครับ ชัดเจนคือต้องพิจารณาอนุมัติโครงการ ๘๔๐ แห่ง ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงที่มีการศึกษา ตามแนวพระราชดําริครับ ผมเชื่อว่าถ้าเกิด ๘๔๐ แห่งนี้ได้ก่อสร้างการแก้ปัญหาน้ําต่อไปนี้ จะเป็นระบบขึ้น นี่คือแนวทางการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในการแก้ปัญหาน้ํา และผมขออนุญาตกราบเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ให้ทราบครับว่า ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๕ ยุทธศาสตร์ ในการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ยุทธศาสตร์ที่สําคัญก็คือ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือการแก้ปัญหาเรื่องน้ําแล้วก็การแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ที่รัฐกําหนดเป็น ๑ ใน ๕ ครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าต่อไปนี้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นในเรื่องการใช้น้ําแล้วก็ปัญหาเรื่องน้ําท่วมมีโอกาสที่จะได้แก้ปัญหาอย่างเป็น ระบบกันจริง ๆ ขอบคุณครับ หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่าขณะนี้เรายังไม่บูรณาการกัน เรามีหน่วยงานที่เป็นคลังสมองครับ ผมเรียนว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร ตรงนี้จะเป็นข้อมูล หลังจากนั้นครับ ไปบูรณาการกับกระทรวง กรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชลประทานหรือทรัพยาการน้ํา มอบงบประมาณไปให้ท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นก็คือมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารท้องถิ่น นายก อบต. นายกเทศบาล เขาดูแลว่าพื้นที่ตรงไหนจะต้องเป็นพื้นที่กักเก็บน้ํา พื้นที่ตรงไหน จะต้องเป็นพื้นที่สําหรับการระบายน้ําเพื่อป้องกันน้ําท่วม ผมเชื่อว่าถ้าเกิดเราร่วมมือกัน จริง ๆ มีเนื้อหาวิชาการความรู้รวมถึงความร่วมมือกันระหว่างทางภาครัฐแล้วก็ท้องถิ่น ผมเชื่อว่าปัญหาน้ําของประเทศของเราก็มีโอกาสที่จะได้แก้ไขปัญหาให้ลุล่วง แล้วผมก็ ให้กําลังใจกับทุกท่านนะครับ แล้วก็เชื่อว่ารายงานฉบับนี้ที่เรารอกัน ๓ ปี ท่านไชยา เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒-๓ คณะ ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะได้เห็นการแก้ปัญหาน้ํา ที่เป็นระบบตรงตามที่เราได้ศึกษานะครับ และคิดว่าพี่น้องประชาชนของเราทุกคน คงมีความสุขสบายขึ้น ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องของน้ํานั้นคือข้อได้เปรียบคือสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้จับจอง แล้วก็สร้างไว้ให้ ท่านประธานครับไปที่ประเทศที่เป็นทะเลทราย เขาขายการท่องเที่ยว ก็คือว่าขับรถไปวิ่งในทะเลทราย นี่คือสิ่งที่เขาพอจะหาเงินได้ หาความสุขได้ แต่ประเทศไทย เรามีทั้งภูเขา มีแม่น้ํา มีธรรมชาติ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาได้ทํางานหนัก ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์มาตลอดว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ได้ทํางานอย่างจริงจัง ในเมื่อศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรมีอยู่ก็ขอให้ ทางฝ่ายบริหารนําไปพิจารณาแล้วก็นําไปใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ในยุคสมัยของ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้มีนโยบายแก้ปัญหาน้ําทั้งระบบ ใช้เงินอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งน้ํากิน น้ําใช้ น้ําที่สูงก็กักไว้ใช้ที่ต่ํา น้ําในแม่น้ําที่ต่ําก็สูบขึ้นไปใช้ในที่สูง ท่านประธานครับ ๗ ปีผ่านไป จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าวันนี้อาจจะเป็น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ ลองไปเอาโครงการเก่า ๆ ของรัฐบาลทักษิณมาดู นะครับ เผื่อจะได้ช่วยกันให้รอบคอบมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมได้ผลักดันแล้วก็ช่วยเหลือ เขื่อนแม่วงก์มาตลอด ซึ่งอยู่จังหวัดนครสวรรค์ก็ไม่ใช่บ้านผมนะครับ ไปเห็นพี่น้องแม่วงก์ ถูกน้ําท่วมทุกปี ๔๐ ปีมาแล้วครับ ซึ่งเขาเรียกร้องที่จะมีเขื่อน ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้มันคงจะไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว มันน่าจะ เป็น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไป ปัญหาอยู่ที่ไหนครับ ปัญหาก็คือนักอนุรักษ์ของเรา อุทยานแห่งชาติ ปัญหาเอ็นจีโอ (NGO) สุดท้ายก็คืออุปสรรคของประเทศที่จะพัฒนาเรื่องน้ํา ก็คืออีไอเอ (EIA) ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปศึกษาเรื่องเขื่อนแม่วงก์ ศึกษาสิ่งแวดล้อม ป่านนี้ก็ยังไม่จบ ว่าจะจบ หลายปีมาก็ไม่จบ วันนี้ก็ไม่จบ แล้วเมื่อไรจะได้สร้างครับ เราเคยมีงบประมาณ มารออยู่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็สร้างไม่ได้ ติดเงื่อนไขสิ่งแวดล้อม แก่งเสือเต้น น้ําท่วม จังหวัดสุโขทัยทุกปี ต่อไปนี้นะครับถ้าจะพูดเรื่องแก่งเสือเต้นให้พูดภายใน ๓ เดือน ช่วงที่ ฝนตก น้ําท่วม น้ําหลาก พูดตรงนั้นครับ แล้ววางโครงการ แล้วก็อนุมัติให้เสร็จภายใน ๓ เดือน ช่วงที่มีน้ําท่วม เอ็นจีโอมันจะได้ไม่โผล่ออกมา แต่ถ้ามาพูดตอนนี้หรือครับ เอ็นจีโอ ก็จะออกมาคัดค้าน ก็ไม่ได้สร้างสักที ท่านประธานครับ ผมนี่โชคดีนะครับเกิดท่ามกลาง ธรรมชาติ บ้านผมอยู่จังหวัดเชียงราย ปรากฏว่ามีอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานเต็มไปหมด เวลาจะสร้างอ่างเก็บน้ําเพื่อให้พี่น้องคนยากคนจนได้ใช้ ปรากฏว่าไม่ได้สร้างครับ มันเป็นสมบัติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปหมด ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาของบ้านผม บางหมู่บ้านอยู่กลางภูเขา อยู่กลางอุทยานแห่งชาติ อยู่มาเป็น ร้อย ๆปี ไฟฟ้าก็ไม่มี ถนนก็เข้าไม่ได้ ซึ่งอุทยานแห่งชาติก็มาประกาศภายหลัง จะทําฝายกั้นน้ํา จะทําอ่างเก็บน้ําก็ไม่ได้ นี่คือปัญหา ท่านประธานครับ ประเทศจีน ได้สร้างเขื่อนเสร็จไปแล้ว ๔ เขื่อนกั้นแม่น้ําโขง เหลืออีก ๒ เขื่อนถูกนานาชาติระงับไว้ วันนี้น้ําโขงแห้งที่จังหวัดเชียงราย ฤดูฝนก็น้ําแห้ง ใครรับผิดชอบครับ เราคงจะไปว่า ประเทศจีนไม่ได้ เพราะต้นน้ําอยู่ที่ประเทศของเขา ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสเดินทาง ไปที่ประเทศลาวช่วงที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญไปตรวจว่าแม่น้ําโขงทําไมแห้ง ประเทศลาว เขายอมรับครับว่าเขาได้สร้างเขื่อนหลายเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า ปรากฏว่า มีอยู่เขื่อนหนึ่งเขื่อนน้ําเทิน ๒ กําลังผลิตไฟฟ้ามากกว่าเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์รวมกัน ท่านประธานครับ เรื่องน้ําวันนี้ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว เขาก้าวหน้าไปกว่าประเทศไทยหลายเท่า แม่น้ําที่ลงสู่แม่น้ําโขงเขากักไว้หมดครับ เขาทําฝายกั้นน้ําทําเขื่อนกักแม่น้ําเขาไว้หมดครับ เพื่อไปใช้ประโยชน์ผลิตไฟฟ้าทางด้านการเกษตร แต่ประเทศเรายังคัดค้านกันอยู่ ยังไม่มีโอกาสสร้าง ดังนั้นโอกาสของประเทศเรานั้นมีน้อยลงทุกวันนะครับ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรการจัดการน้ําของประเทศเราถึงจะบรรลุเป้าหมาย ผมสงสารประเทศจริง ๆ นะครับ วันนี้สภาผู้แทนได้ทํารายงานเล่มใหญ่ ๆ มานี้ ผมเอากลับบ้านไปหลายเที่ยวแล้วครับ กลับบ้านเมื่อไรก็หอบเล่มนี้ไปนะครับ จะเข้าสภาก็ไม่ได้เข้าสักที ผมก็เอาไป ป่านนี้ก็มีประมาณ ๒๐-๓๐ เล่ม เอาไปแจกพี่น้องตามห้องสมุดต่าง ๆ ตาม อบต. เพราะมีประโยชน์มาก ดังนั้นของฝากรัฐบาลว่าน้ําคือหัวใจสําคัญของประเทศเรา ปริมาณ น้ําฝนเรามากมายเหลือเกิน แต่สถานที่รองรับน้ําฝนเพื่อใช้งานนั้นยังมีเปอร์เซ็นต์น้อย เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลชุดต่อไปหรือรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าเห็นความสําคัญก็ตั้งงบประมาณ ทักษิณกล้าตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ ถ้าคิดจะหาเสียงก่อนเลือกตั้งก็พูดมา จะตั้งงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คุณก็พูดไป ก็ยังดีที่ได้พูด ก็ยังมีอยู่ในสมอง ของคุณ ท่านประธานครับ ฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ช่วยกันผลักดัน สิ่งที่ท่านได้สรุปมานี้เพื่อให้เป็นจริงให้ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ําของประเทศไทย ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๑ ซึ่งเวลานั้นเรายังไม่มีคณะกรรมาธิการวิสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎร สภาซึ่งมีความเห็น หลากหลาย และก็มีข้อเสนอแนะที่ดีมากมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ํา ก็ไม่มีทางที่จะ เป็นช่องทางที่จะนําเสนอกับรัฐบาล เมื่อมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้จัดตั้งขึ้นมา แล้วก็ทํางาน อย่างเข้มแข็ง จนกระทั่งได้รับรายงานอันนี้ขึ้นมาแล้วก็นําเสนอต่อสภา ต้องขอชื่นชมในความ พยายามของท่านนะครับ เรารับรู้กันดีนะครับว่าปัญหาน้ําเป็นปัญหาซ้ําซาก ทั้งปัญหา น้ํามากและปัญหาน้ําน้อย ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนที่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดและยั่งยืน เพราะถ้ารัฐบาลไหนได้แก้ไขจนเป็นผลสําเร็จแล้วก็ยั่งยืนได้เราก็คงไม่ต้อง มายืนอภิปรายกันในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความที่เป็นปัญหาที่ซ้ําซากต่อเนื่อง แล้วก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ก็เป็นภาระหนักของรัฐบาลหลัง ๆ ที่จะต้องเข้ามาแบกรับที่จะเข้ามาแก้ไข ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการเฉพาะในส่วนของภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้จัดตั้งอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ําในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมี ฯพณฯ ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นประธาน มี ส.ส. สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เป็นเลขานุการ ข้อสรุปทั้ง ๑๒ ข้อ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้รายงานไว้ในรายงานฉบับนี้ เป็น ๑๒ ข้อ ที่ตรงประเด็นแล้วก็ ยังคงทันสมัยอยู่ แม้ว่ารายงานนี้จะทําเสร็จมาเมื่อ ๒ ปีแล้วก็ตาม แล้วก็ยังมีประโยชน์ ถ้าหากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลจะหยิบยกนําไปปฏิบัติให้เป็นจริง ทั้ง ๑๒ ข้อนี้ ผมจะไม่กล่าวลงในรายละเอียดนะครับ แต่ผมคิดว่าถ้า ๑๒ ข้อนี้ถูกนําไปปฎิบัติ จะเกิดประโยชน์ และเป็น ๑๒ ข้อ ที่ผมเข้าใจว่าเป็นข้อที่ผมเข้าใจว่าเป็นข้อสรุปที่คล้ายคลึงกับในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมีลักษณะปัญหาใกล้เคียงกันนะครับ ถามว่าภาคใต้มีปัญหาอะไร ปัญหาน้ํามากภาคใต้ ก็เผชิญ ปัญหาน้ําน้อยภาคใต้ก็เผชิญ วันนี้ภาคใต้กําลังเผชิญกับปัญหาน้ํามากครับ เราเข้าสู่ภาวะฤดูมรสุมตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผสมโรงซ้ําด้วยวาตภัยเข้ามา จนกระทั่งบัดนี้ครับภาคใต้ฝนตกหนักทุกวันครับ แล้วก็ยังมีสภาพน้ําท่วมขังอยู่ในหลายพื้นที่ พืชผลการเกษตรเสียหายอย่างหนัก สวนปาล์มที่เป็นปัญหาหนึ่งที่ทําให้ต้องมีการนําเข้า ผลผลิตปาล์มจากต่างประเทศเพราะส่วนหนึ่งมาจากปัญหาน้ําท่วมสวนปาล์มไม่สามารถ จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ไร่นาข้าวนี่ครับเสียหายตอนนี้ข้าวนาปีสุกเก็บไม่ได้ จมอยู่ใต้น้ํา แล้วก็ กําลังจะเน่า นี่คือภาวะที่พี่น้องภาคใต้กําลังเผชิญอยู่ ปัญหาเมื่อก่อนนี้หน้าน้ําเมื่อน้ํามาก ในภาคใต้ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา น้ําหลากมาก็เดี๋ยวก็ลด แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นน้ําท่วม น้ําขังและกลายเป็นภัย ไม่เคยมียุคไหนสมัยไหนครับที่ภาวะวิกฤติทางธรรมชาติทําให้ ภาวะน้ํามากในภาคใต้กลายเป็นภัยกับพี่น้องชาวภาคใต้ แทบทุกครัวเรือนครับ ได้รับผลกระทบอันนี้ และกําลังเป็นภาระของรัฐบาลในการแก้ไขอยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเกิดปัญหาน้ํามากก็ทําให้เกิดวิกฤติ วิกฤติมากก็คือท่วมขังบ้านเรือน ถนนหนทาง ไปไหนมาไหนไม่ได้ จมอยู่ เป็นคนติดเกาะอยู่ ถ้าน้ําน้อย วิกฤติน้อยหน่อย ไร่นา พืชผลการเกษตรก็เสียหาย แต่ว่าทุกครั้งที่มีน้ําท่วม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ องค์กรปกครองท้องถิ่น ทุกภาคส่วนล่ะครับเข้าไปดูแล เข้าไปดูแลแล้วก็สรุปประเด็นปัญหาออกมาเหมือนกันทุกปี น้ําท่วมก็เนื่องจากว่า มีการทําลายทรัพยากรป่าไม้ น้ําบนภูเขาไม่สามารถอุ้มดินได้ พื้นที่ถนนหนทางมีการสร้าง แล้วก็ขวางทางน้ํา ไม่มีรูรอดระบายน้ํา ท่อบล็อกต่าง ๆ เสียหาย แต่ว่าก็พูดกันไป เสร็จแล้วก็จบ ทางรถไฟสายใต้ทั้งเส้นยกคันดินขึ้นมาแล้วก็มีทางเจาะท่อทางน้ําผ่าน ๑๐ กิโลเมตรสักช่องหนึ่ง นอกนั้นก็กั้นทางน้ําไปตลอด แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ ๒ ข้างทางเป็นที่รับน้ํา ก็เสียหายกันทุกปี ต้องไปชดเชย ต้องไปแจกถุงยังชีพกันทุกปี ลักษณะเช่นนี้ไม่มีการนําเอาบทเรียนไปแก้ไขในปีต่อ ๆ ไป องค์กรปกครองท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาคถามว่ารู้ไหม ก็รับรู้ครับ แต่ว่าเขาไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะแก้ไข เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาที่ท่านได้สรุปมาว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหาร ทรัพยากรน้ําในพื้นที่ที่ควรจะมาบูรณาการกันผมคิดว่าต้องทํา เวลานี้ราชการส่วนภูมิภาค ก็มีงบประมาณนะครับ งบต่อต้านภัยพิบัติจังหวัดละ ๕๐ ล้านบาท แต่ว่าเงินเหล่านี้ ไม่สามารถเอาไปใช้ในเชิงของการป้องกันได้ ก็เอาไปแก้ไขเอาไปละลายน้ํากันทุกครั้ง ทุกปีเป็นเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าในแต่ละพื้นที่จะป้องกันอย่างไร แต่ไม่มีงบประมาณ ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องนําไปขบคิดนะครับ มาถึงปัญหาน้ําน้อยครับ ภาคใต้นี่เข้าถึง ระบบชลประทานได้น้อยมาก บอกว่าพื้นที่ฝนดี แหล่งน้ําดี บางทีก็ไม่จําเป็นต้องมี ชลประทาน ก็ต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝนมาโดยตลอด ปัจจุบันนี้พื้นที่ทางการเกษตรจํานวนมากลดลง เนื่องจากว่าไม่มีน้ําในการทํานา ไม่มีน้ําในการปลูกผัก พืชไร่ต่าง ๆ ก็ต้องไปปลูกพืช ที่กินน้ําน้อยแล้วก็ให้ผลผลิตที่ต่ําไปด้วย ภาวะอย่างนี้ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานต้องคิดมากกว่านี้ มีข้อเสนอหลายข้อเสนอนะครับ ผมยกตัวอย่างในพื้นที่เขตเลือกตั้งของผมในอําเภอเฉลิมพระเกียรติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งส่วนราชการเสนอเลยว่าอําเภอนี้ควรที่จะมีแหล่งน้ํา สําหรับรองรับการเกษตร สําหรับรองรับภาวะน้ําท่วม สําหรับรองรับการเป็นแหล่งประมง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา พันธุ์สัตว์น้ําต่าง ๆ ก็เสนอโครงการไป ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยินยอมให้ใช้พื้นที่ แต่ไม่มีงบประมาณในการไปศึกษาสํารวจความเป็นไปได้หรือว่าศึกษา ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เขาบอกว่าให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่น อบต. จะเอาสตางค์ที่ไหนครับ ผมอยากจะฝากไปถึงกรมชลประทานว่าโครงการนี้ควรที่จะทํา และสามารถที่จะป้องกันแก้ไขทั้งปัญหาน้ําท่วมและน้ําที่จะใช้ในการเกษตร รวมทั้ง น้ําอุปโภค บริโภค เป็นแหล่งประปาให้กับอําเภอได้ทั้งอําเภอ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของ คณะอนุกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาน้ําในพื้นที่ภาคใต้ที่บอกว่าควรที่จะสํารวจว่า ๑ หมู่บ้านจะต้องมีแหล่งน้ําสัก ๑ แหล่งเป็นอย่างน้อย ผมบอกว่าไม่ต้อง ๑ หมู่บ้าน หรอกครับ แค่ขนาดใหญ่อําเภอละ ๑ แหล่ง แล้วสามารถที่จะให้น้ําทางการเกษตร ให้น้ําเพื่อการอุปโภค บริโภคทั้งอําเภอได้ ผมคิดว่าแหล่งเดียวก็พอแล้วครับทําให้ใหญ่ ไปเลยนะครับ

ประการต่อมาครับ หลายพื้นที่ที่มีแหล่งน้ําขนาดใหญ่อยู่แล้ว เช่น อําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอชะอวดในจังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอร่อนพิบูลย์มีทํานบ ๓ ซึ่งกรมชลประทานไปทํา บัดนี้ก็พบว่ามีความชํารุดเสียหาย น้ําไม่สามารถกักเก็บได้เต็มที่ ห้วยน้ําใสก็เหมือนกันก็เคยเกิดปัญหา ผมไม่แน่ใจว่ามันเนื่องมาจากการทุจริตหรือไม่ ทําให้การกักเก็บน้ําเป็นไปไม่มีประสิทธิภาพนะครับ นั่นเป็นปัญหาน้ําน้อย ซึ่งก็อยากจะฝาก นะครับว่าภาคใต้ก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกับภาคอีสานและภาคอื่น ๆ นะครับ

สุดท้ายซึ่งท่านได้สรุปไว้ เรื่องของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแบบบูรณาการ ซึ่งผมคิดว่าเราจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่าอย่างเดียวไม่ได้นะครับ กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นเจ้าภาพสําคัญและเป็นหน่วยงานกลางของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นไปตามสภาพความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ เพราะว่าแต่ละพื้นที่การกัดเซาะแม้จะรุนแรงใกล้เคียงกัน แต่ว่าที่มาของปัญหานี้แตกต่างกัน ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะอ่านรายชื่อผู้ที่ยกมือค้างไว้นะครับ ท่านต่อไปคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ แล้วก็จะเป็น นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณสมคิด บาลไธสง และท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ นะครับ เชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ผมจะขอสัก ๘ นาทีก็แล้วกันนะครับ แต่เกินได้ไม่เป็นไรครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานค่ะต้องเลย ๑๐ นะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉัน ดีใจนะคะ ซึ่งจะบอกตรง ๆ เลยว่าดิฉันเองเป็นกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ในครั้งนี้ด้วย และท่านดอกเตอร์รอยลนั้นท่านเป็นเจ้าแห่งน้ําอยู่แล้วนะคะ แต่สิ่งที่ดิฉัน อยากจะอภิปรายเพิ่มเติมในส่วนนี้เพื่อจะสะท้อนว่า ในกรณีที่กรรมาธิการทุก ๆ คนนั้นตั้งใจ ที่จะทํางานให้เพื่อที่ต้องการที่จะให้ชาวเกษตรกรทั้งหลายนั้นได้มาซึ่งน้ํา น้ําเป็นสิ่งสําคัญ นะคะ หลาย ๆ ท่านอภิปรายมาว่าจะให้มีกระทรวงการน้ํานั้นดีมากค่ะ ให้มีกระทรวงการน้ํา ขึ้นมาเลย จะได้ให้ท่านดอกเตอร์รอยลทํางานได้สบายใจหน่อย ในกรณีที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีทั้งกรมทรัพยากรน้ํา มีทั้งกรมชลประทาน มีทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องน้ํา แต่ปัญหาเรื่องน้ํานี้แก้ไม่ได้สักที ดิฉันเป็นโฆษกในคณะกรรมาธิการนี้ ประกาศตั้งแต่ที่ได้ ตั้งเป็นกรรมาธิการแล้ว ได้พิจารณาแต่ละครั้ง ๆ ก็ได้ออกวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ประกาศให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารพร้อม ๆ กับประชาชนต่างจังหวัดได้ทราบถึงว่า คณะกรรมาธิการของเรานี้จะแก้ไขเรื่องน้ํานี้ให้เสร็จสิ้น เพื่อต้องการที่จะให้ประชาชน ชาวจังหวัดทุก ๆ จังหวัดที่เป็นเกษตรกรต้องการเรื่องน้ํานี้จะได้เงยหน้าอ้าปากได้สักที ในวันที่นั่งประชุมกันนั้นท่านดอกเตอร์ได้บอกอยู่ว่าท่านพิจารณาเรื่องน้ํานี้มาและระดับน้ํา น้ําขึ้นน้ําลงจะว่าโทรมาตรหรืออะไรต่าง ๆ นี้ท่านสํารวจไว้ทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารมีระดับน้ําที่สูงกว่าแม่น้ําโขงนั้น ๑๒ เมตร รู้มาตั้งแต่ ตัวดิฉันเองอายุ ๑๘ ปี จนเดี๋ยวนี้ ๕๕ ปีแล้วก็ยังไม่ได้แก้ไขสักที นี่ล่ะค่ะดิฉันจึงบอกว่า การที่คณะกรรมาธิการนี้ตั้งจิตตั้งใจในกรณีที่สรรหาปัญหาต่าง ๆ เพื่ออยากจะให้รัฐบาล นําไปแก้ไขในแต่ละกระทรวง การที่จะแก้ไขนั้นจะต้องมีซึ่งงบประมาณที่จะให้มาแก้ไข ท่านคะ ในหนังสือเล่มนี้ดิฉันได้ถือกลับไปกลับมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่เปิดสมัยครั้งที่แล้ว จังหวัดมุกดาหารมีอยู่ ๗ อําเภอ ท่าน เรา คณะกรรมาธิการได้ไปดูแล โดยท่านประธาน ของคณะอนุกรรมาธิการนั้นท่านรณฤทธิชัย ท่านไปดูและก็ได้รายงานในเล่มนี้ ดิฉันอ่านแล้ว อ่านอีก ดีใจมากค่ะว่าเข้าถึงแก่นจริง ๆ เข้าถึงแก่นจริง ๆ ว่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ๗ อําเภอมีปริมาณน้ํานี้ น้ําท่วมอยู่ทุกครั้ง ๖ อําเภอ อําเภอที่ไม่ท่วมอยู่ที่อําเภอดงหลวง อําเภอดงหลวงเป็นอําเภอที่สูงที่สุดและอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนเสียด้วยซ้ําไป ๖ อําเภอที่ท่าน เขียนเอาไว้ใช่ค่ะ น้ําท่วมทุกปี แต่ปีนี้ยิ่งมีการสํารวจ ยิ่งมีการพิจารณาก็ยังมาท่วม อําเภอดอนตาล วันนี้ ปีนี้ท่วมอีกค่ะ ท่านดอกเตอร์รอยลซึ่งเป็นกรรมาธิการนะคะ ปีนี้ท่านไม่ได้พิจารณา แต่อยากจะเรียนให้ทราบว่าวันที่ ๒๗ สิงหาคมที่ผ่านมานี้น้ําท่วม อําเภอดงหลวงก็ท่วม เท่ากับว่าจังหวัดมุกดาหารทั้ง ๗ อําเภอท่วม แต่ปรากฏว่า ในงบประมาณที่กําหนดเอาไว้บอกว่าในพื้นที่ที่วิกฤติ ๕๔ จังหวัดที่ท่วมในปีนี้ ที่จะแก้ไข ปัญหาให้ ไม่มีจังหวัดมุกดาหาร ตัดออกไปเหลือแค่ ๔๕ จังหวัด ท่านคะ ปัญหาอันนี้ ท่านไม่แก้ ปัญหานี้ท่านได้เจอะได้เจอ แต่ท่านไม่แก้ด้วยงบประมาณ แล้วท่านจะเอาอะไร ไปแก้ อภิปรายในสภานี้ อภิปรายไปก็เท่านั้นเอง งบประมาณในวันนั้นที่ดิฉันได้อภิปราย เรื่องน้ําท่วม วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๑๙ ท่วมจังหวัดมุกดาหาร วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๒๑ ท่วมจังหวัดมุกดาหาร วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๔๒ ท่วมจังหวัดมุกดาหาร วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๔๖ ท่วมจังหวัดมุกดาหาร วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๔๘ ท่วมจังหวัดมุกดาหาร พอมาปี ๒๕๕๒ ก็ท่วม วันที่ ๒๗ สิงหาคมเช่นเดียวกัน วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ ก็ท่วม แต่ในกรณีท่วมนั้น ท่านคะ ในรายงานนี้เขียนมาคิดว่าครั้งก่อน ที่คณะกรรมาธิการก็จะเขียนเช่นนี้เหมือนกัน เพราะจังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่ที่ติดแม่น้ําโขง ๗๒,๐๐๐ เมตร ก็คือ ๗๒ กิโลเมตรติดแม่น้ําโขง ระดับน้ําที่ต่ํากว่าพื้นที่ ๑๒ เมตร ใคร ๆ ก็รู้จัก แต่เวลานี้ท่วมขึ้นมานะคะ ๑๒ เมตร ๙๐ เซนติเมตร ในพื้นที่ที่ต่ํากว่า ๑๒ เมตรนั้น ก็จะท่วมไปอยู่ ๙๐ เซนติเมตร แต่ในพื้นที่ที่ต่ํากว่า ๑๒ เมตรลงไปอีกก็จะท่วมไป ทั้ง ๑๒ เมตรเลย ท่วมถึงตึก ๔ ชั้น ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดิฉันอยากจะขออภิปราย เพื่อจะสนองให้ท่านทราบว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านเดินขึ้นมาเมื่อกี้ค่ะ ท่านเสนาะ เทียนทอง ท่านนําทีมกรรมาธิการทั้งหลายไปสํารวจแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งจังหวัดสระแก้วที่ท่านอยู่ ท่านพาไปดูในระบบ ระเบียบต่าง ๆ ในกรณีที่ให้น้ําไหล มาจากที่สูงลงสู่ที่ล่าง จากพื้นที่ที่ว่าแห้งแล้งและก็ได้มาเพราะแก้มลิง จากพื้นที่ที่ไม่มีน้ําเลย เจาะเอาพื้นที่ต่อท่อ ขุดพื้นที่ ถมท่อ ปล่อยท่อเข้าไปค่ะ ซื้อท่อพีวีซี (PVC) ปลูกมันสําปะหลัง ได้ที่อําเภอคลองหาดของท่านประธาน มันสําปะหลังปลูกได้ ๑ ไร่ ๓๐ ตัน คิดดูสิคะท่าน ถ้ามีน้ําเพียงพออย่างนี้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้แน่นอน แต่จากที่ศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จากที่ไปดูงานที่อําเภอคลองหาดของท่านประธานเสนาะ เทียนทอง ท่านคะ ตอนนี้เกษตรกร ก็ยังขาดน้ําอยู่เช่นเดียวกัน และก็ปลูกมันสําปะหลังก็ได้แค่ ๑ ไร่ต่อ ๒ ตันครึ่งเท่านั้นเอง ท่านค่ะ แก้ไขเรื่องน้ํานี้ถ้าจะแก้ไขให้จริงจังท่านรัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลน่าจะตั้งใจนะคะ กระทรวงน้ําให้มีเถอะค่ะ ให้มีรัฐมนตรีที่ดูแลเฉพาะน้ําอย่างเดียว อย่าไปปะปนอยู่ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีรัฐมนตรี มีอธิบดี กรมชลประทาน อธิบดีกรมชลประทานงบประมาณของกรมชลประทานในแต่ละปี ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านไปละลายอยู่ที่ไหนค่ะ ท่านไปละลายอยู่ที่พื้นที่ภาคกลางทั้งหมด ดิฉันไม่อยากจะบอกว่าในสถิติที่ได้มา พื้นที่การเกษตรที่ทํานาข้าวในพื้นที่ภาคอีสานในนี้ได้ระบุเอาไว้ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ในพื้นที่ ภาคกลางเท่าไรคะ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ในกรณีที่จัดหาแหล่งน้ําให้กับทางภาคกลาง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ พอลงในพื้นที่แหล่งน้ําให้กับพื้นที่ภาคอีสานจากมีพื้นที่นา ๕๔ เปอร์เซ็นต์ จัดให้แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะสถิติมีเขียนไว้ไม่ต้องอ่านให้หมด แล้วก็ไม่ได้เจาะเฉพาะด้วย เอาแค่ความคิดที่ท่านคิดว่าจะช่วยเหลือพื้นที่ที่ขาดน้ําจริงหรือไม่ จังหวัดมุกดาหาร ๗๒,๐๐๐ เมตรที่ติดแม่น้ําโขง น้ําแม่น้ําโขงทุกปีท่วม น้ําแม่น้ําโขงทุกปีแล้ง จังหวัดมุกดาหาร มีปรากฏการณ์อย่างเช่นปัจจุบันนี้ ท่านคะ กรรมาธิการนี้ทําหน้าที่ในการที่ใช้จ่ายเงินทอง ของประชาชน ภาษีราษฎรแล้วจะสามารถบังเกิดประโยชน์ให้กับเขาได้ไหม กฎหมาย ที่ออกมาเอื้อให้กับเขา ไม่ว่าจะกฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณในกรณีที่จัดสรร งบประมาณให้กับเขาในเงินภาษีราษฎร ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องการจัดสรรน้ํา ไม่ว่า จะเป็นกฎหมายเรื่องที่จะให้กระทรวงไอซีทีให้มีโทรมาตรเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ ท่านคะ อยู่ในนี้ มาดูแล้วท่านดูสิคะ ในพื้นที่ทั้งหมดนี้ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานดูภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ ที่ปรากฏให้เห็น สึนามิที่เกิดขึ้นถ้ากระทรวงไอซีทีเขามีเงินที่จะสามารถพิจารณาดู รู้ล่วงหน้าเลยค่ะ หมอดูนอสตราดามุสก็ได้บอกตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ปีก่อน บอกว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ประชาชนอยู่ในพื้นที่จะบอกว่าเขางมงาย เขาไปเชื่อฟังหมอดู จะไม่ให้งมงาย ได้เมื่อไร ได้อย่างไร ในเมื่อสึนามิเกิดมานี้ทางกระทรวงไอซีทีหรือทางกรมอุตุนิยมก็ยังไม่รู้ ว่าจะเกิดสึนามิขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต แล้วถ้าหากตอนนี้แม่น้ําโขงแห้ง มีปรากฏการณ์ให้ไหม ว่าแม่น้ําโขงแห้ง นอสตราดามุสบอกไว้ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ปีก่อนแล้วว่าจะมีเหตุการณ์ที่น้ํานี่แห้ง แล้วน้ําในพื้นที่จะแห้งไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะ แล้วคนที่เรียนหนังสือมาเขาเอาสมองไปไว้ ที่ไหน เขาเอาสมองไว้อยู่ที่หนังสือ อยู่ในเอกสารที่รายงานอยู่ขณะนี้ ท่านดอกเตอร์รอยล ท่านพูดตั้งแต่วันนั้นที่เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ท่านบอกว่าท่านไปดูที่จังหวัดอุบลราชธานี น้ําท่วมสูงถึงเสาไฟฟ้า ๑๐ ปี ๑๐ ปีอย่างไรก็ยังท่วมถึงขนาดนั้น แล้วเขื่อนแม่น้ํามูล ทําไมเป็นอย่างนี้ จําไม่ได้ว่าเขื่อนอะไร แต่ถ้าในจังหวัดมุกดาหารท่านคะ ลําห้วยมุก ลําห้วยปู ลําห้วยลึคึ ลําห้วยผีหลอก ลําห้วยชิงชัน ทุกลําห้วยที่จะสามารถรับน้ําจาก แม่น้ําโขง แต่ปรากฏว่าในกรณีที่รับน้ํามานั้นมาท่วมในจังหวัดมุกดาหาร แล้ว ๓ วันก็หายไป แล้วพื้นที่เกษตรกรรมนั้นก็เสียหาย แล้วก็จัดเงินชดเชยไปให้แต่ละปี ดิฉันดีใจที่ได้ เงินชดเชยไป ถุงยังชีพแต่ละถุงยังชีพนั้นเป็นเทวดาให้กับเขาเลย น้ําท่วมมาทีไรน้ําตาซึม น้ําตาซึมคือไม่มีน้ําตาที่จะไหลแล้ว ท่านคะ แม่น้ําโขงเกิดตั้งแต่ตัวดิฉันเกิดมา เห็นแล้ว น้ําอยู่ในแม่น้ําโขงนั้นมี ปีไหน เวลาไหน ช่วงฤดูไหนมี ไม่ใช่เหมือนทางปักษ์ใต้ ทางใต้ฝน ๘ แดด ๔ แต่ทางภาคอีสานแดด ๘ ฝน ๔ แต่ว่าแดด ๘ ฝน ๔ นี้ปลายเดือน เมษายน ต้นเดือนพฤษภาคม แน่นอนล่ะ ฝนจากเทวดาที่มาโดยที่ท่านคุณหญิงกัลยา บอกเมื่อสักครู่นี้ จากเทวดาส่งมาให้ ๒๕ ล้านคิวที่ได้มาจากเทวดา แล้วทุก ๆ เดือน ทุก ๆ ปี เขาก็รู้ แต่ในวิธีกรณีที่ปิดกั้นเอาไว้ ๒๕ ล้านคิวจากเทวดาลงมานั้น สามารถใช้น้ําได้แค่ ๗ ล้านคิว แล้วใน ๒๕ ล้านคิวนั้นมันล้นท่วมพื้นที่นาของเกษตรกร

-๘๒/๑ แล้วท่านไม่มีความคิดที่จะแก้ไขหรือคะ ขอเถอะนะคะ ในครั้งนี้ที่ตัวดิฉันมาเป็น ผู้แทนราษฎร จากปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ ดิฉันได้มาเป็นผู้แทนราษฎรถึงปี ๒๕๔๔ เวลานั้น ดิฉันพูดตลอดทุกวัน แทบทุกครั้งที่มีการอภิปรายก็จะขออภิปรายเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้ง แต่ละปี ๆ ๔,๗๐๐ ล้าน ๔,๘๐๐ ล้าน น้ําท่วม ๔,๗๐๐ ล้าน น้ําแล้ง ๔,๘๐๐ ล้าน รวมกัน แล้วทั้ง ๒ อันนี้ ๙,๐๐๐ กว่าล้าน ใน ๙,๐๐๐ กว่าล้าน จากปี ๒๕๓๘ จนถึงปัจจุบัน ๑๐ กว่าปีแล้ว ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ กว่าล้าน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้าน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านนั้น เนรมิตให้น้ําให้กับเกษตรกรได้ อ่างเก็บน้ําที่สามารถจุน้ําได้ ๔ ล้านคิว ใช้น้ําได้แค่ ๑ ล้านคิว ๑ ตารางกิโลเมตรใช้ได้ในพื้นที่นั้น แล้วทําไมท่านไม่ใช้ความคิดที่จะสามารถใช้ ๔ ล้านคิวนั้น ให้พื้นที่ ๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรนั้นได้ใช้น้ําจากอ่างเก็บน้ําของกรมชลประทานที่ใช้ไป ท่านคะดิฉันไปดูพื้นที่ คลองส่งน้ําที่ปล่อยลงมา ปล่อยไปแค่พันเมตรหยุดอยู่ตรงนั้นแล้ว หยุดอยู่ตรงนั้นแล้วน้ําไปถึงตรง ๑,๐๐๐ เมตรนั้นไหม ท่านไปดูนะคะ กรมชลประทาน ท่านไปดู เปิดน้ําจากอ่างเก็บน้ําปล่อยน้ําลงไปลงที่คลองส่งน้ําพอไปถึง ๕๐๐ เมตร กระสอบ กั้นไว้แล้วเอาน้ําไว้ก่อน เอาน้ําไว้ในพื้นที่ที่ใกล้ ๆ ตรงนั้นล่ะค่ะ ๓๐๐-๔๐๐ เมตร แล้วตรง ๕๐๐-๖๐๐ เมตรตรงเหลือไปนั้นรอค่ะ รอไปรอมาถึงเวลาปิดน้ํา ถึงเวลาปิดน้ําไม่ได้ปล่อยน้ํา ออกไป น้ําก็ไม่ไปถึงตรง ๑ ตารางกิโลเมตรที่ท่านคํานวณเอาไว้ นี่ล่ะค่ะพอหลังจากที่ ฝนตกลงมาในอ่างเก็บน้ํานั้นก็ล้นท่วมพื้นที่ ๑,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรที่ท่านให้น้ําไว้ตอนปลูก พอปลูกแล้วน้ํามาท่วมเสร็จพื้นที่ ๑,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรที่อยู่ใกล้ ๆ นั้นก็เสียหาย ได้รับผลเสียหาย นี่ล่ะค่ะท่านคะในกรณีการแก้ไขไม่ยากเลยค่ะ ท่านคะงบประมาณเท่านั้น ล่ะค่ะ แต่งบประมาณที่ท่านส่งลงไปให้ส่งไปถึงพื้นที่ที่มีปัญหาจริง ๆ ด้วย แล้วก็แก้ให้ถึง การที่ส่งท่อลงไปอย่างของท่านประธานนะคะ ดิฉันได้ไปดูมาดีใจนะคะว่าปลูกมันสําปะหลัง ได้ ๓๐ ตัน แต่พอมาพูดทีไรใคร ๆ ก็หัวเราะ ไม่มีหรอกใครจะปลูกได้ ๓๐ ตัน นั่นแค่เป็น พื้นที่สาธิต แล้วท่านไม่เอาคําว่า สาธิต มาเป็นผลสําเร็จหรือคะ เอาคําว่า สาธิต แล้วให้มา เป็นผลสําเร็จให้กับเกษตรกรภาคพื้นจังหวัดอื่น หลาย ๆ คนหัวเราะ ดิฉันได้พูดตลอดเวลา พูดในจังหวัดมุกดาหารพูดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าหากสามารถปลูกมันสําปะหลังได้ ๑ ไร่ ๓๐ ตัน ไม่ต้องเลยค่ะ ไม่ต้องก่อม็อบอย่างนี้ ไม่ต้องปิดถนนอย่างนี้ เสื้อเหลือง เสื้อแดง ไม่ต้องมา ร่ํารวยกันหมดแล้ว ท่านคะทําเถอะค่ะ รัฐบาลท่านมีอํานาจแต่ละพื้นที่ข้าราชการ ประจําสามารถบอกกล่าวได้เลยว่าตรงไหนที่มีปัญหาและท่านทําลงไป แต่ทําลงไปนะคะ อย่าไปเจาะอยู่ที่กรมชลประทานที่เดียว กรมชลประทาน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้าน เจาะได้ ให้อ่างเก็บน้ําได้ไม่ถึงอยู่ ๑๐ จังหวัด ทั้ง ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด ๗๖ จังหวัด แล้วจะมีอีก ๗๗ จังหวัด ก็คือจังหวัดบึงกาฬ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้คุณวรศุลีรวบรัดด้วยครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ที่พูดไปในส่วนนี้เพื่อต้องการ จะสะท้อนให้ท่านเห็นว่าหนังสือเล่มนี้นะคะ กรรมาธิการตั้งใจที่จะทําและตั้งใจที่จะรายงาน และเพื่อต้องการให้ผ่านท่านประธานถึงรัฐมนตรีทั้งหลายที่ดูแลว่าในส่วนที่พื้นที่ ที่คณะกรรมาธิการทั้งหมดนี้นะคะ ตัวดิฉันเองเป็นโฆษก เป็นกรรมาธิการเหมือนกัน แต่อยากขออภิปรายเพื่อต้องการจะสะท้อนความในใจของตนเองและปัญหาของประชาชน ที่จะได้รับการแก้ไขจาก ส.ส. ที่ไปเป็นกรรมาธิการ ในแต่ละจังหวัด ส.ส. มีปัญหาทั้งนั้น ท่านคะ เห็นแต่ละท่านที่ยืนขึ้นมาพูดทุกคนขอว่าสร้างเขื่อนนะ ขอว่าสร้างอันนั้นนะ แล้วได้ไหมล่ะคะ วันนั้นที่ดิฉันได้อภิปรายวันที่ ๒๗ สิงหาคม ได้อภิปรายว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเห็นดีด้วยในกรณีที่จะจัดสรรงบประมาณไปแก้ไขเรื่องน้ําท่วม ในจังหวัดมุกดาหาร ในกรณีที่ของบประมาณมาสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยคันแท ฝายประตู เปิด-ปิดน้ําห้วยมุก ท่านได้มีหนังสือถึงวรศุลี ถึงสํานักงานวรศุลีและได้มีหนังสือไปที่ งบประมาณ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีค่ะ ไม่มีปรากฏในกรณีงบประมาณโครงการที่จะเกิดขึ้นเลย อย่างนี้จะให้วรศุลีเป็น ส.ส. ได้อย่างไร ในกรณีที่เป็น ส.ส. อยู่ในขณะนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ประชาชนเขาก็ ไม่กาให้เข้ามาในสภา แต่ในส่วนที่สามารถที่จะกาให้เข้ามาในสภาได้ก็อยู่ส่วนที่ ทางคณะรัฐมนตรีช่วยดูแลด้วยค่ะ ท่านดูแลในส่วนไหน ในส่วนไหนก็ดูแลให้ถูกจุดที่เป็น ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าจุดที่ไม่มีปัญหา แต่ท่านจัดงบประมาณลงไป อ่างเก็บน้ําในภาคกลาง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ในพื้นที่ภาคอีสานแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้มันจะแก้ไขได้อย่างไร ในรายงานนี้ดิฉันก็อยากจะท้วงติงสักเล็กน้อยว่า ๕๔ เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่นานั้นไม่ขาดแคลน มีแค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ต้องการน้ํา ไม่ใช่นะคะ ความต้องการน้ํานั่นใช่ว่าแค่นี้ แค่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนที่จะเอาน้ําเข้ามาให้ เพราะปริมาณน้ําในพื้นที่ภาคอีสาน มีให้เห็นอยู่แล้ว ท่านดูสิคะ แม่น้ําชี แม่น้ําโขง แม่น้ํามูล น้ําทั้งนั้น แต่ไหนล่ะคะน้ําที่ให้ เกษตรกรรม น้ําที่ให้ภาคพื้นเกษตรกรรมอยู่ไหนคะ งบประมาณก่อสร้างค่ะ งบประมาณ ก่อสร้างไม่ใช่ว่าไปสร้างอ่างเก็บน้ําอยู่ภาคกลางทั้งหมด แล้วภาคพื้นที่ กรมทรัพยากรน้ํา มีงบประมาณปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วมันจะไปแก้ไขได้อย่างไร กรมพัฒนาที่ดิน ที่ขุดสระน้ําเล็กอยู่ในพื้นที่นาก็จะสามารถแก้ไขเรื่องไร่นาได้ กรมพัฒนาที่ดินก็ได้งบประมาณ ปีละ ๔,๗๐๐ ล้านบาท ไม่เท่ากับการแก้ไขภัยแล้งเลย ๔,๗๐๐ ล้านบาท มีกรณีในเรื่องน้ํา แค่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอย่างนี้จะไปแก้ไขได้อย่างไร แก้ไข เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ สถานีสูบน้ํา ริมแม่น้ําโขงนี้มีสถานีสูบน้ําขึ้นมา กระทรวงพลังงานหรือคะ จัดสถานีสูบน้ําไปสิคะ ตั้งสถานีสูบน้ําไว้ตรงนั้น พอตั้งไว้แล้วให้ไปดูด้วยเครื่องสูบน้ําสูบน้ํา ได้ไหม ใช้เงินงบประมาณไปซื้อ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่สูบน้ําไม่ได้ แล้วจะทําอะไรได้ สูบน้ํา จากแม่น้ําโขงขึ้นมาได้ไหม ไม่ได้ ท่านคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่งบประมาณลงไป ขอให้เจาะลึกว่า มันเป็นจริงที่จะบังเกิดผลประโยชน์ให้กับประชาชน มันสามารถคุ้มครองให้เขาได้จากเงิน ภาษีราษฎรของเขาเองนะคะท่านประธาน ดิฉันขอระบายในกรณีที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการนี้ ดิฉันตั้งจิตตั้งใจที่จะอยู่ประชุม แล้วพยายามไปดูพื้นที่แต่ละพื้นที่ ที่ปรากฏว่า เอ๊ะ ทําไม มันถึงไม่ได้งบประมาณมา มันติดขัดอยู่ตรงไหน ปากห้วยแข้ ปากห้วยมุก ติดขัดอยู่ที่ ๒ กระทรวง กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประตูเปิด-ปิดน้ํา บอกว่าให้กรมโยธาธิการ อยู่กระทรวงมหาดไทย แต่ปรากฏว่าแบบนั้นเป็นแบบของเทศบาล แล้วทางเทศบาลก็บอกว่าไปขอความร่วมมือจากกรมชลประทาน กรมชลประทานบอกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเขตเทศบาล จะต้องส่งไปให้ทางโยธาธิการ นี่ล่ะค่ะขัดแย้งกันเอง ในแต่ละกระทรวง แล้วจะทําอะไรให้กับประชาชนได้ ประชาชนรอคอยลืมตาอ้าปาก วัน ๆ หนึ่งต้องกินข้าว วันหนึ่งต้องกินข้าว ๓ มื้อ แต่ท่านผิดกันระหว่าง ๓ กระทรวงนี้ ๓ ปี ๓๐ ปี ไม่มีอะไรให้ ท่านคะ แก้เถอะค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณวรศุลีสรุปได้แล้วครับ เพราะว่าท่านใช้เวลาไปเกือบ ๒๐ นาทีแล้วนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธาน ที่ได้ดิฉันอภิปราย ขออภิปรายแค่นี้ล่ะค่ะ ขอบคุณท่านมากนะคะ แล้วขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ท่านเสนาะ เทียนทอง แล้วก็ท่านกรรมาธิการ ดอกเตอร์รอยล ท่านตั้งจิตตั้งใจทํางาน เถอะค่ะ ดิฉันเห็นใจนะคะว่าท่านทํางาน แต่ผลที่ท่านเห็นนั้นไม่มีความสําเร็จเกิดขึ้นเลย อย่างนี้เสียแรงที่ท่านต้องทํางานเสียหนักอย่างนี้นะคะ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เป็นกรรมาธิการ วิสามัญเรื่องน้ํา แล้วขอฝากรัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านจะหาเสียงเหมือนท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้ ได้อภิปรายนะคะ ท่านทําเถอะค่ะ กรมน้ํานั้นจัดงบประมาณเลยค่ะ ไม่ต้องคิดว่าจะได้มา ซึ่งความชัยชนะของการเลือกตั้งหรือพ่ายแพ้แก่ความเลือกตั้ง ขอว่าท่านได้ทําความตั้งใจ ในการที่ท่านเป็นรัฐบาลในชุดนี้แล้ว ในขณะที่ตัวดิฉันเองเป็น ส.ส. ในสมัยนี้ ขอบคุณมากค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลจากอําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ท่านสมาชิก อบต. ครับ ทุกวันพุธเราจะพิจารณากฎหมาย ในวันพฤหัสบดีจะเป็นการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถาม หรือคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ขณะนี้สมาชิกส่วนใหญ่ประชุมคณะกรรมาธิการกันอยู่ จึงมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมไม่มาก และในวาระปัจจุบันคือวาระรับทราบผลการรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาน้ําโดย ท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานคณะกรรมาธิการก็จะเปิดให้สมาชิก ได้อภิปรายเสนอความคิดเห็นอย่างที่ท่านได้รับฟังอยู่เมื่อกี้นี้ครับ ต่อไปจะเป็นนายแพทย์ บรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเรียนท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้ คือท่านเสนาะ เทียนทอง ด้วยนะครับที่เป็นที่เคารพนับถือของบรรดา ส.ส. ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าผมจะมีอาชีพเป็นหมอ แต่ว่าเมื่อต้องมามีภาระดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ในฐานะที่เป็น ส.ส. สัดส่วน ซึ่งก็เป็นเขตพื้นที่ที่ ๗ ซึ่งในเขตพื้นที่ที่ ๗ นี้มีจังหวัดอยู่ทั้งหมด ๑๖ จังหวัดด้วยกันครับ ไล่ตั้งแต่จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัด เพชรบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม เรื่อยมาจนถึงจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี รวม ๑๖ จังหวัดด้วยกัน ผมก็ได้ไปสัมผัสกับพี่น้องชาวนา ชาวไร่ที่เป็นเกษตรกร ปัญหาที่ผมรับทราบมาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ําแล้งหรือว่าน้ําท่วมก็ตาม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าใครจะกล่าวอย่างไรก็ตามว่าผลงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างไร แต่ผมอ่านดูแล้วผมขอชื่นชมและมีข้อติติงเสนอแนะเป็นบางประเด็น เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องมีประวัติศาสตร์มายาวนาน เพราะท่าน ส.ส. บางท่านก็ยังบอกว่า ฟังตั้งแต่ยังไม่เป็น ส.ส. เป็นเด็ก ๆ อยู่ จนกระทั่งเข้ามาพูดในสภา ต้องมีหน้าที่มาพูดในสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมก็เช่นเดียวกันครับ ก็ฟังมาตลอด แล้วผมคิดว่าเรามาจากพื้นที่ซึ่งมีแม่น้ําหลัก ๆ อย่างน้อยก็ ๗ สายนะครับ ถ้าผมไม่นับเรื่องจังหวัดชุมพร จังหวัดระนองและจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ แล้วไล่มาตั้งแต่แม่น้ําเพชรบุรี แม่น้ําแม่กลอง แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําสุพรรณบุรี แม่น้ําป่าสัก แม่น้ําเจ้าพระยา แม่น้ําลพบุรี รวมทั้งแม่น้ําน้อยด้วย แม่น้ําเหล่านี้ก็เป็นวิถีชีวิต ของชาวนาชาวไร่เกษตรกรที่อาศัยอยู่ใน ๑๖ จังหวัด ในเขตพื้นที่ที่ ๗ นี้ ซึ่งแน่นอนนะครับ ปีไหนที่ไม่มีปัญหาเรื่องน้ําก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านก็จะมีความสุขไม่เดือดร้อน แต่ถ้าตรงกันข้ามแน่นอนครับ ชาวบ้าน ประชาชนก็จะเดือดร้อน เพราะว่าเรื่องน้ําแล้งหรือ น้ําท่วมก็ตาม เพราะฉะนั้นผมก็จะค่อย ๆ ศึกษาดูว่ารายงานฉบับนี้มีความเป็นมาอย่างไร ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้เหมือนกัน ผมก็พบว่าอย่างนี้ ผมจะแบ่ง เรื่องความเป็นมามาสัก ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็คือว่าความเป็นมาที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของทางคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ แต่ว่าได้รับมอบหมายภารกิจมา ตั้งแต่เรื่องก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาปัญหาเรื่องน้ํานี้ ก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๑๑ คณะด้วยกัน ในการเสนอ ญัตติในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องน้ําในพื้นที่ของท่านเหล่านั้น ๑๑ ญัตติด้วยกัน มีผลทําให้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา กาลต่อมาคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ไปตั้ง คณะอนุกรรมาธิการอีกประมาณ ๖ คณะด้วยกันศึกษาปัญหาเรื่องนี้ แล้วใช้เวลาก็ไม่น่าจะ มาก ก็คือใช้เวลาศึกษาทั้งหมด ๘ เดือนด้วยกัน ท่านก็ได้ผลเป็นหนังสือ ๒ เล่มนี้ออกมา แต่กาลต่อมาในการบรรจุเข้าวาระของสภาแห่งนี้หลายท่านก็พูดไปแล้วว่าใช้เวลาถึง ๒ ปี ๑๑ เดือน เกือบจะ ๓ ปี ถ้าเกิดว่านับถึงวันที่ ๑๒ มีนาคม เดือนหน้าก็จะครบ ๓ ปี เพราะฉะนั้นหลายท่านก็บอกว่าอาจจะล้าสมัยไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ว่า ไม่ใช่เป็นความบกพร่องของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมจึงมีข้อสังเกตนะครับว่าทุกฝ่าย เห็นความสําคัญเรื่องปัญหาเรื่องน้ําว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของประเทศนี้

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าปัญหาเรื่องน้ํานั้นมีความสลับซับซ้อน ยากต่อการเข้าใจ และยากต่อการที่จะมีข้อตกลงในการแก้ไขที่เป็นฉันทามติร่วมกัน อันนี้เป็นความยากครับ เพราะฉะนั้นนะครับ มันก็นําไปสู่เรื่องประเด็นความเป็นมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ เหมือนกัน ก็คือในส่วนของการดําเนินการของรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งอันนี้ ก็มีรายงานสรุปอยู่ในเอกสาร ๔ หน้า แต่เป็น ๔ หน้าที่มีคุณค่าครับ ถึงแม้ผมจะมีความรู้สึกว่า มันสั้นไปหน่อย แต่ท่านก็สรุปรายงานและข้อเสนอแนะตรงนี้ไว้ค่อนข้างที่จะชัดเจนถึงแม้ว่า มันจะสั้นไปหน่อยก็ตาม เพราะว่ารายงานถ้า ๒ เล่มนี้มารวมกันคงประมาณ ๔๐๐ กว่าหน้า แต่ว่าท่านสรุปสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในนั้นเพียง ๔ หน้าเท่านั้นเอง แต่เป็น ๔ หน้าที่มีคุณค่า เพราะฉะนั้นก็อดที่จะกล่าวของความเป็นมาในเรื่องของการรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ชุดต่าง ๆ ที่เคยผ่านมาของประเทศไทยเรา ในรายงานนี้กล่าวไว้อย่างนี้นะครับ

ประการที่ ๑ เกี่ยวกับนโยบายการบริหารจัดการน้ํา มี ๓-๔ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องกฎหมายภารกิจและหน้าที่ของหน่วยงาน ท่านบอก อย่างนี้นะครับว่าตั้งแต่ก่อนปฏิรูประบบราชการ คือก่อนปี ๒๕๔๕ ปัญหาบทบาท ภารกิจ ของหน่วยงาน กฎหมาย กฎ ระเบียบ สรุปได้ว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยู่ใน ความรับผิดชอบของหน่วยราชการหลายกระทรวง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีคณะกรรมการเกี่ยวข้องหลายคณะ การบริหารจัดการจึงขาดความต่อเนื่อง ขาดเอกภาพ นี่ประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ กฎหมายที่มีอยู่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีเข้ามามีส่วนร่วม ต่อมาครับ อันนี้ก็ยังเป็นเรื่องประวัติศาสตร์อยู่ นะครับ เมื่อมีการปฏิรูประบบราชการ ปี ๒๕๔๕ ก็มีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีการจัดตั้งกรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ําบาดาลแล้วก็ตาม ก็ยังมี ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ําที่ยังกระจายอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ทั้งในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และมีส่วน ราชการ หน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหาร จัดการน้ําอีกจํานวนมากมาย ในช่วงนั้นก็ยังมีปัญหาเรื่องการขาดกฎหมายและองค์กร ระดับนโยบายในการที่จะเชื่อมการประสานงาน การดําเนินการให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อจะ ลดความเสียหายให้ปัญหานั้นมีความมั่นคง และเป็นธรรม และยั่งยืน สุดท้ายท่านก็ได้ ทบทวน คล้าย ๆ วรรณกรรมนะครับ ท่านประธานครับ ขอเวลาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าหลายฝ่ายเห็นความสําคัญและความจําเป็นในการมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการบริหาร ทรัพยากรน้ํา ได้มีการพยายามยกร่างมาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสําเร็จ เนื่องจากว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นจํานวนมาก ต้องอาศัยการรับฟังความคิดเห็น เพราะฉะนั้น ท่านก็มีข้อเสนอแนะทั้งหมด ๕ ข้อด้วยกันนะครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าต้องจัดกลุ่มภารกิจ เป็น ๘ กลุ่มด้วยกัน ประเด็นที่ ๒ ต้องมีกฎหมายซึ่งท่านได้ให้ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติ นโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ปี พ.ศ. .... แล้วควรมีองค์กรระดับนโยบาย เรียกว่าคณะกรรมการนโยบายทรัพยากรน้ําแห่งชาติ อันนี้ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ชัดเจน และดีมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยและมีองค์กร ที่เป็นองค์กรกลางในการบริหารจัดการน้ํา ถึงแม้จะดูเหมือนว่ามันจะเป็นการรวบอํานาจ แต่ถ้าเกิดว่ามีการบริหารจัดการที่ดี ใช้การมีส่วนร่วมผมคิดว่าจะเป็นเรื่องที่ดี แทนที่จะให้ เป็นหน้าที่ของส่วนราชการในกระทรวงต่าง ๆ ที่ไปบริหารจัดการกันเอง ผมยกตัวอย่างครับ น้ําท่วมคราวที่แล้ว ในพื้นที่ของผม ๑๖ จังหวัด ก็มีคนตั้งข้อสงสัยว่าทําไมจังหวัดสุพรรณบุรี น้ําไม่ท่วม บางคนก็บอกว่าเพราะว่ามันมีการปิดเขื่อน ๒ แห่งด้วยกันนะครับ คือ เขื่อนพลเทพ และเขื่อนท่าโบสถ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่อําเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนชัยนาท ก็ทําให้ น้ําไม่เข้าแม่น้ําท่าจีน ซึ่งแน่นอนคือไปไหลไปที่จังหวัดสุพรรณบุรีเข้าแม่น้ําเจ้าพระยา อย่างเดียว ฉะนั้นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ประสบปัญหาตรงนี้เยอะเรื่อยมาจนถึง จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะว่าอย่างไรมันก็อยู่ใน ๑๖ จังหวัดนี้ แต่ปัญหาก็คือว่ามันเกิดปัญหาคําถามขึ้นมาว่าเราจะบริหารจัดการตรงนี้ ให้ดีขึ้นกว่านี้ได้ไหม ผมมีตัวอย่างครับ ถึงแม้รัฐบาลพยายามจะชดเชยในพื้นที่ราษฎร ที่ประสบภัยน้ําท่วมครั้งนี้ไร่ละ ๒,๐๙๘ บาท บ้านไหนที่มีน้ําท่วม เข้าหลักเกณฑ์ก็ได้บ้านอีก ๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้รับการชดเชยเรื่องประกันรายได้ ถ้าขึ้นทะเบียนไว้แล้วก็ได้อีก ชาวบ้านเขาเรียกว่าได้ ๒ เด้ง คือได้ทั้งเรื่องของ ๒,๐๙๘ บาท และได้ส่วนต่างจากโครงการ ประกันรายได้ด้วย แล้วก็อีกเด้งหนึ่งก็คือได้พันธุ์พืชที่จะมาปลูกในฤดูการต่อไป ฟรีด้วย คือรัฐบาลก็แก้ได้ถูกจุดครับ แต่ว่าเป็นการถูกจุดที่ว่ามันเป็นการแก้ปัญหาตามปัญหา มันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเพื่อป้องกันปัญหา ผมมีตัวอย่างครับท่านประธาน ขอเวลาสักนิดหนึ่ง ไม่นานครับ ผมกําลังจะสรุป คือที่ประเทศแคนาดาเขาเล่ากันว่า แต่เป็นความจริงนะครับ มีชุมชนแห่งหนึ่งที่เขายินยอมให้รัฐบาลมาตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในชุมชนของเขา แต่เขามี การพูดจา เจรจากันครับ จนกระทั่งชุมชนนั้นพอใจครับ ชุมชนนั้นได้รับการชดเชยมากมาย จนกระทั่งเรียกว่าไม่คาดคิดว่าจะได้ ไม่ว่าจะเรื่องของชดเชยในระดับครอบครัว ในระดับ ชุมชน ไม่ว่าจะเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างในเรื่องของการศึกษา เรียนฟรีถึงมหาวิทยาลัย เรื่องของสาธารณสุขรักษาฟรีนะครับ เรื่องของการลดภาษีให้ สารพัดเลยครับ โครงสร้างของ เขาดี ถนนหนทางก็ดีขึ้นเยอะ ความเป็นอยู่ต่าง ๆ สะดวกสบายขึ้น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ เพียบพร้อม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ซึ่งไม่คาดคิดครับ ปรากฏว่าชุมชนอื่นพอเห็นชุมชนนี้ ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลมากมายขนาดนี้เดินขบวนประท้วงครับ ขอเอาบ้างครับ ขอเอาอย่างนี้บ้างครับ นี่เป็นตัวอย่างครับ ผมก็เลยนึกภาพว่าในลักษณะเช่นนี้ไม่ว่าต่อไป ประเทศนี้จะประสบภัยน้ําแล้งหรือน้ําท่วมเราตั้งโจทย์เลยได้ไหมครับ ชดเชยให้เขาเลย เขาต้องการอะไร เจรจากัน รัฐบาลชดเชยให้เขาเลยครับ แล้วปัญหาว่าจะผันน้ํา จะปิดเขื่อน ไม่ให้ลงท่าจีน จะให้มันลงเจ้าพระยาอย่างเดียว ดูเลยครับ ชาวบ้านจังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเดือดร้อนอะไร ชดเชยให้ครับ ชดเชยให้ เป็นการล่วงหน้าเลย เขาจะได้รู้ว่าน้ําจะท่วมบ้านเขาแล้วนะ เขาจะได้ไม่เพาะปลูก เขาจะได้รับ การชดเชยในส่วนนี้ เพราะเขาเสียสละแทนจังหวัดข้างเคียง รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย ผมว่าแนวคิดอย่างนี้ก็น่าจะมาปรับใช้อยู่เหมือนกัน ผมก็เลยอยากจะฝากท่านกรรมาธิการครับ ท่านช่วยบวกข้อเสนอของกระผมเข้าไปได้ไหมครับ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ดี แล้วในเรื่อง การที่มีกฎหมายฉบับนี้ผมก็คิดว่าน่าจะดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรกลางในการที่จะบริหาร จัดการน้ําในภาพรวมนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วมันก็จะกลายเป็นอํานาจของกระทรวง ทบวง กรมใด กระทรวง ทบวง กรมหนึ่งไปจัดการ อย่างเช่นกรณีปิดเขื่อน ๒ แห่งที่ผมกล่าวถึงนี้ ก็เป็นอํานาจหน้าที่ของกรมชลประทาน ใครจะไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับเขาล่ะครับ เขาก็ทําตามภารกิจของเขา มีภาระพื้นที่ของเขา เขาไม่ได้คํานึงถึงภาพรวม เพราะฉะนั้น องค์กรกลางนโยบายนี้ผมคิดว่าดีแล้วครับที่จะต้องมีขึ้นมากฎหมายฉบับนี้ ผมก็ขอเสนอแนะ และขอชื่นชม และขอฝากให้บวกในเรื่องนี้เข้าไปในรายงานการประชุมของท่านด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ เห็นใจ ท่านหลัง ๆ บ้างนะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้มีโอกาสขึ้นแสดงความคิดเห็นในการบริหารจัดการน้ําของประเทศไทย ซึ่งตัวเอง เป็นลูกชาวบ้าน ลูกชาวนา อยู่กับน้ําแท้ ๆ แต่รัฐบาลใดก็แก้ไม่ได้ ทําไมผมพูดอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่ท่านนั่งอยู่ข้างบน ท่านเสนาะ เทียนทอง ท่านเป็นผู้รู้ เพราะหลายคนทํามา ทุกยุคทุกสมัยเรื่องน้ํา ผมก็ทํามาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ สุดท้ายก็ไม่ประสบความสําเร็จ ท่านประธานครับ นั่งฟังตั้งแต่เช้ามาถึงวันนี้ทุกคนพูดเหมือนกันหมด แก้ไขปัญหาน้ํา แต่มันแก้ไม่ถูกจุดท่านประธาน ผมบอกวิธีแก้เลยครับ ประเทศไทยเหมือนท้องงูเหลือม เหมือนพระองค์ท่านบอก ท่านไม่ต้องไปดูเรื่องอื่น ท่านดูเขื่อนป่าสัก เขื่อนป่าสักแต่ก่อน สร้างไม่ได้ นักเลงเยอะ อิทธิพลมาก พอจะสร้างปั๊บ เอ็นจีโอออกมาขวางทันที ผิดหลักการ ผิดหลักเกณฑ์ ธรรมชาติไม่ได้ วันนี้ถ้าประเทศไทยสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น นะครับ ตั้งแต่ ๑๖ จังหวัดที่คุณพูดเมื่อสักครู่นี้ไม่มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นแน่ ท่านไม่ต้องไป มองคนอื่นท่านประธานครับ ผมฝากท่านเป็นรายงานไว้เลยครับว่าไปดูด้วยตาตัวเอง ไปศึกษา ไปเห็นมาครับ ประเทศไทยท่านบอกน้ําจะต้องมาจากด้านเหนือตลอด น้ําท่วม ต้องท่วมจังหวัดพิจิตร จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี น้ําแล้งทางนี้ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร ยาวมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกปีต้องเป็นอย่างนี้ตลอดครับ ท่านประธาน แต่ก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ ท่านประธานลองดูตอนน้ําท่วม ผมจังหวัดลพบุรีนี่ ผู้แทนราษฎรแทบไม่มีที่อยู่ น้ําตาชาวบ้านมันท่วมน้ํา ยิ่งกว่าน้ําครับ บางคนกําลังจะเกี่ยว ข้าว ท่วมต้องเอาเรือไปรีบเกี่ยว ข้าวยังไม่ได้เวลาก็ต้องเกี่ยวกันก่อน รัฐบาลก็ไม่ได้ดูแลว่า จะให้ราคาชดเชยอย่างที่หลายคนพูดนะครับ อยากจะไปเห็นน้ําตาชาวบ้าน น้ําตาชาวนาไหม ว่าเป็นอย่างไร นี่ล่ะครับ ผมถึงบอกท่านประธานว่าประเทศไทยมันแก้ไม่ถูกจุด วิธีแก้ ต้องแบบประเทศจีนครับ ของใหญ่จีนทํา ของเล็กไทยไม่กล้าทํา ประเทศจีนสร้างเขื่อนใหญ่ ๆ เลย รองรับน้ํา ท่านลองพาคณะกรรมการไปดูเถอะครับ ผมไปดูมาด้วยตาตัวเอง แม่น้ําโขง ผิดหลักเลย เขาบอกประเทศจีนผิดหลัก แต่วันนี้ผมพูดครั้งที่ ๒ ตอนท่านสมัครอยู่ ท่านสมัครถึงได้โดนคนอื่นตําหนิในสภาผู้แทนราษฎรว่าจีนสร้างเขื่อนที่สิบสองปันนา ขวางแม่น้ําโขง แต่วันนี้ผมพูดมุมกลับครับท่านประธาน ไปเห็นเมื่อปีที่แล้ว จะเห็นเลยครับ พอน้ํามาเยอะ ๆ เขื่อนสิบสองปันนาที่เขาขวางแม่น้ําโขงเก็บน้ําไว้สูงกว่าเมตรครึ่ง ถ้าไม่มี เขื่อนนี้นะครับ แถวจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี เชียงแสน จังหวัดเชียงรายท่วมหมด นะครับ เพราะประเทศจีนไม่กลัวเอ็นจีโอครับ ในหลักธรรมชาติท่านประธานครับ วันนี้ต้อง ยอมรับว่าโลกมันเปลี่ยนไป บางปีหนาว หิมะตกจนจําสติไม่ได้ บางทีแล้งจนแบบน้ําไม่มี บางทีออสเตรเลียหนาว ๆ อยู่ฝนตกกระหน่ํา โลกมันเปลี่ยนครับท่านประธาน แต่คนไทย กลับไม่ยอมเปลี่ยนคิดว่าธรรมชาติจะช่วยได้ เพราะอะไรครับ คนไทยพึ่งอะไรท่านประธาน รู้ไหมครับ พึ่งพระโคครับ ผมพูดเสมอว่าพระโคถึงปีเราเป็นชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา หวังพึ่ง พระโคเสี่ยงทายตลอด ถ้าวันไหนพระโคได้ผ้ากี่คืบ กี่ศอก น้ําขนาดไหนชาวบ้านจะตั้งหลัก ทํานาวันนั้นเลย เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ หลักธรรมชาติมันเปลี่ยน วันนี้ฝากไปถึงประธานกรรมาธิการ ฝากไปถึงประธานสภา ฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีอันดับแรกนะครับ นายกรัฐมนตรีต้องเคลียร์ เอ็นจีโอก่อน เพราะตอนน้ําท่วมไม่มีเอ็นจีโอออกไปดูเลย ตอนน้ําแล้งก็ไม่มีเอ็นจีโอออกไปดู มีแต่ชาวบ้านที่ทนทุกข์ทรมานกับผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ วันนี้ครับท่านประธาน ถ้าขอ ก็ต้องขอกัน ท่านรัฐมนตรีไปดูจังหวัดลพบุรีน้ําท่วมมิดหลังคา ท่านรัฐมนตรีบอกผม ว่าอย่างไรครับ บอกว่าท่านสุชาติที่พูดกันมาในสภาหลายครั้งนะครับ เขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนแม่วงก์ ๒ เขื่อนนี้ถ้าสร้างเสร็จปั๊บรับรองว่าภาคกลางไม่มีน้ําท่วม ไม่มีน้ําแล้ง เพราะเขื่อน ๒ เขื่อนนี้จะเก็บน้ําได้มากกว่าเขื่อนภูมิพล แต่รัฐบาลใดก็ไม่กล้าลงทุนสร้าง ศึกษาทีแรกเขื่อนแก่งเสือเต้นบอกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เขื่อนแม่วงก์ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๒ เขื่อน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่มุมกลับรัฐบาลนี้กลับมาสร้างรถไฟสายสีม่วงให้คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ว่าอิจฉา ผมไม่ได้ อิจฉานะ ผมจะพูดให้เห็นภาพ ทั้ง ๆ ที่รถไฟ รถราง รถอะไรก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าลองไปสร้าง เขื่อนสักประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะสร้างสายรถไฟเป็นแสน ๆ ล้านบาท ท่านลองดูครับ ความแปลกของประเทศไทยจะเกิดขึ้นเลย ๑. พอเริ่มสร้างปั๊บน้ําจะไม่ท่วม ฝนตกมาเก็บน้ําไว้เต็มพิกัด พอแล้งเปิดมาได้เต็มพิกัด พี่น้องตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย จังหวัด พิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมรับรองท่านประธานครับว่าถ้ารัฐบาลใดกล้าแก้อย่างนี้ไม่มีท่วม เพราะประเทศไทยเหมือนขวานครับท่านประธาน เหมือนท้องงูเหลือม เหมือนพระองค์ท่านบอก ในฐานะท่านประธานเป็นคนจังหวัดนนทบุรี สมัยก่อนไม่มีเขื่อนป่าสัก ท่านประธานครับ น้ํา ท่วมบ้านท่านก่อน พอเปิดมาปั๊บไม่มีเขื่อนป่าสัก แต่เดี๋ยวนี้น้ําไม่ค่อยท่วมเพราะเขื่อนป่าสัก เก็บเต็มพิกัด แต่เดือนที่แล้วธรรมชาติเปลี่ยนครับท่านประธาน ผมว่าเทวดาคงเห็นเป็นใจ ท่วมมาตั้งแต่ภาคอีสานยาวมาเลยครับ ไล่ท่วมระเนระนาดมาหมด นี่คือหลักธรรมชาติ มันเปลี่ยน ไม่มีที่เก็บน้ําครับท่านประธาน ก็เลยฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับว่าอย่างน้อย ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสแก้หรอกครับ ปีหนึ่ง ๆ ก็พึ่งหลักธรรมชาติ หรือไม่ก็พึ่งพระโคเสี่ยงทายอย่างที่ผมบอกครับ เพราะพึ่งคนอื่นก็พึ่งไม่ได้ ครั้นจะพึ่งรัฐบาล รัฐบาลปัญหาเยอะมากมายแก้ไม่หวาดไม่ไหว วันนี้รัฐบาลยังไม่เคยคิดเรื่องที่จะมาพูด เรื่องน้ําเลยว่าจะสร้างเขื่อนใหญ่ ๆ กี่ที่ ไม่มีครับท่านประธาน ท่านลองไปดูนะครับ ท่านไปดู ในท้องถิ่น เดี๋ยวนี้ท่านรู้ไหม ท้องถิ่นในต่างจังหวัดทําอะไรท่านรู้ไหมครับ รัฐบาลต้องไปดู ท้องถิ่นในต่างจังหวัดแจกของ พาไปเที่ยว ตัดแว่นแข่งกันหมดเลยทั้งประเทศ ไม่เคยคิด ยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ รัฐบาลนี้ทุ่มไปกับแจกของ พาไปเที่ยว ตัดแว่น ท่านประธานรู้ไหม ปีละ ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาว่าไม่ให้ท้องถิ่นไปแจกและไปสร้างเขื่อน ท่านประธานครับ พี่น้องจะได้อานิสงส์อย่างมโหฬาร ทําไมผมพูดอย่างนี้ แล้วจะใช้สูตร เดียวกันทั้งประเทศ ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์กล้านะครับ กล้าว่า ๑. เงินที่จะโอนไปท้องถิ่น ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐๐ ล้านบาท หรือเงินงบประมาณปีที่แล้วที่ชดเชย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณอยู่ ที่จะต้องชดเชยให้กับน้ําแล้ง น้ําท่วมอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พอดีท่านไตรรงค์มา ท่านไตรรงค์เห็นอยู่พอดี ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านมานี้นะครับ ลองเอา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีเดียวไปสร้างเขื่อน ๒ เขื่อนนี้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศจะผาสุกเหมือนกัน ตั้งแต่ ๑๖ จังหวัดที่ผมบอกมานี้ เพราะ อบจ. แต่ละ อบจ. ท่านประธานลองไปไล่ดู ตั้งแต่ ภาคเหนือท่านไปรวมเป็น อบจ. มา อบจ. ละเท่าไร ๆ ท่านลองไม่ต้องโอนดู กล้าเก็บไว้ แล้วเอาไปสร้างเขื่อนอย่างที่ผมบอกนี้นะครับ คนไทยทั้งประเทศจะมีความสุข ท่านรู้ไหม เมื่อที่ผ่านมาน้ําท่วมลพบุรีถุงยังชีพเกลื่อนเลย ชาวบ้านบอก ท่าน ส.ส. ถามว่าถุงยังชีพ ไปทําอะไรได้บ้าง ข้าวก็แข็ง น้ํามันก็ขวดเล็ก ๆ แล้วเบิกกันกินพิกัดอย่างนี้ รัฐบาลก็ไม่เคย ไปเหลียวแล แต่รัฐบาลก็สนับสนุนไป เพราะเราบอกว่ารัฐบาลนี้มีสูตรเดียวครับ พาไปเที่ยว แจกของ ตัดแว่น ทําเหมือนกันทั้งประเทศ ผมพูดเสมอครับ นี่คือความเป็นจริง ท่านประธาน รู้วิธีตัดแว่นไหม ตัดแว่นอันละไม่กี่ร้อยบาท แต่เบิกประมาณ ๑,๖๐๐-๒,๐๐๐ บาท ถุงยังชีพชุดหนึ่ง ๑,๖๐๐ บาท ผมถามว่าอย่างนี้ถ้าปล่อยกันทุจริตคอร์รัปชันอย่างนี้ เขื่อนก็เกิดไม่ได้ครับท่านประธาน ที่จริงเอ็นจีโอกับ สตง. น่าจะไปตรวจเรื่องนี้ ผมบอกว่า ทําไมพูดเรื่องน้ําแล้วมาโยงเรื่องนี้ ท่านประธานจะเห็นภาพเลยครับว่าถ้าคิดเหมือนผม คนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานบางตอนถ้ามีเขื่อนแก่งเสือเต้น มีเขื่อนแม่วงก์ น้ํานี้นะครับ พอฝนตกเก็บมาไว้อย่างมโหฬารมันจะได้ไปช่วยเขื่อนภูมิพลได้ ตอนนี้เขื่อนมันช่วยกันไม่ได้ มีอยู่เขื่อนเดียว พอน้ํามาเยอะ ๆ เดี๋ยวเขื่อนภูมิพลแตก ต้องรีบเปิดมาท่วมตั้งแต่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร ท่านประธานเคยได้ยินอําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตรไหม คนจังหวัดพิจิตรเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด พอน้ําท่วมน้ําตาไหลนอง รีบเกี่ยวข้าวหนีน้ําตลอด วันนี้ครับท่านประธาน ฝากกันครับ พระองค์ท่านด้วยนะครับ พอดีท่านเชาวรินธร์บอกว่า เอารูปพระองค์ท่านมาให้ผมดู พระองค์ท่านอยากจะเห็นโครงการพระราชดําริเรื่องเขื่อนนี้ เพราะพระองค์ท่านบอกว่ากรณีเขื่อนป่าสักเป็นสิ่งที่น่าศึกษา ใครก็บอกสร้างไม่ได้ สร้างไม่ได้ พอเป็นเขื่อนในพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พอสร้างเสร็จพี่น้อง ชาวจังหวัดลพบุรี พี่น้องจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พี่น้องจังหวัดสิงห์บุรีมีความภาคภูมิใจ แต่รัฐบาลนี้จะกล้าไหม ถ้ากล้าอย่างที่ผมบอก เรื่องท้องถิ่นนะครับ ท่านเอางบประมาณ ตรงนี้มาเลย แล้วก็ไปสร้าง เพราะว่าวันนี้ฝากไว้ในรัฐบาลนี้ว่าคุณจะกล้าไหม ๑. ปราบทุจริต ไม่ต้องพาไปเที่ยวแจกของ ตัดแว่น แล้วเอาเงินตรงนี้มาให้กับพี่น้อง ไปสร้างเขื่อน ๒ เขื่อนที่ผมบอกครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายหลายท่านนะครับ ก็ขอท่านให้อยู่ในเวลาก็แล้วกัน เพราะว่า เดี๋ยวท่านหลัง ๆ จะรอนาน คุณอรรถพร พลบุตรครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปราย ในการรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้นะครับ ผมเองฟังการอภิปราย มาตั้งแต่ช่วงบ่าย ได้เห็นถึงคุณค่าจากความเหนื่อยยากของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ที่ได้ใช้ความตั้งใจและใช้เวลาที่มีคุณค่า และเราก็ได้รายงานที่ได้สรุปถึงสภาพของปัญหา สภาพข้อเท็จจริงของปัญหาเรื่องน้ําในประเทศไทยเป็นข้อสรุปรายงานที่มีคุณค่าและตรงต่อ ข้อเท็จจริง และแนวทางต่าง ๆ ที่ได้มีการนําเสนอ ไม่ว่าจะแต่ละภาค แต่ละส่วน ถ้าแม้ ได้ถูกนําไปใช้เพียงครึ่งเดียวคนไทยก็จะได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากเม็ดงาน เม็ดเหงื่อที่ท่าน ได้กระทําลงไป ในนามของ ส.ส. ของสภาแห่งนี้ผมก็ขอบพระคุณ เราต้องยอมรับความจริง ครับว่าสภาแห่งนี้จะมีอยู่ ๒-๓ เรื่องที่เราหยิบยกมาพูดอยู่เป็นประจํา เรื่องที่เราพูดกันบ่อย ที่สุดก็คือเรื่องการขาดแคลนน้ําของพี่น้องเกษตรกร เรื่องของปัญหาความยากจน เรื่องของ ชีวิตที่ไม่เป็นธรรมของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ๒-๓ เรื่องนี้ประเด็นอาจจะแตกต่างกัน แต่เนื้อหา ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เนื้อหาซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขาดประสิทธิภาพในการที่จะจัดการ ให้ประเทศซึ่งมีฐานะเป็นอู่ข้าวอู่น้ําของโลกจะได้มีปัจจัยการผลิตที่มีความสมบูรณ์ ข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการศึกษาเมื่อเห็นแล้วน่าตกใจและก็น่าเศร้าใจ ผมเชื่อ ส.ส. จํานวนมากก็เพิ่งได้ทราบว่าประเทศที่ผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารหล่อเลี้ยงชาวโลก ที่แบ่งเป็น ๔ ภาคนี้มีอยู่ภาคเดียวที่ปริมาณน้ําต้นทุนกับความต้องการน้ําอยู่ในสัดส่วน ที่สมดุลก็คือภาคเหนือ อีก ๓ ภาคที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ น้ําต้นทุนที่มีน้อยกว่าปริมาณความต้องการของพี่น้องประชาชนเกือบครึ่งหนึ่ง และแม้แต่ภาคเหนือเองซึ่งบอกว่าน้ําต้นทุนมีเพียงพอต่อความต้องการ หลายพื้นที่ ของภาคเหนือก็แห้งแล้งไม่ต่างจากพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดของภาคอีสาน ผมได้เคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้ว่าประเทศที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ําของโลกมองหาระบบชลประทานยาก เหมือนมองหา สิวเสี้ยนบนแก้มของนางสาวไทย ตัวเลขที่คณะกรรมการได้นําเสนอได้ชี้ให้เราเห็นว่า วันนี้เป็นวันที่ต้องเหนื่อยมากเพื่อปฏิบัติเปลี่ยนแปลงปฏิรูประบบชลประทานเพื่อแก้ปัญหา การขาดแคลนน้ําในประเทศไทย อย่างเช่นตัวเลขที่ท่านระบุว่าในปี ๒๕๕๑ ความต้องการ ใช้น้ํารวมของประเทศนี้อยู่ที่ ๗๓ ล้านลูกบากศ์เมตร ไม่ว่าจะเป็นน้ําเพื่อการเกษตร น้ําเพื่อการบริโภค อุตสาหกรรม หรือเพื่อการรักษาสภาพทางนิเวศวิทยา แต่เรามีน้ําที่ใช้ได้จริง ๆ น้อยกว่านั้นเป็นอันมาก ภาคกลางบ้านผม ความต้องการใช้น้ํา ๓๗ ล้านคิวต่อปี แต่เรามีน้ําต้นทุนแค่ ๑๘ ล้านคิว คือครึ่งเดียว แม้ว่าเราจะไปแย่งชิงน้ํา จากภาคเหนือมาใช้ ผมว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สภาแห่งนี้และวันนี้จะต้องเป็นวันเริ่มต้น โดยใช้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง แนวทางการนําเสนอของคณะกรรมการชุดนี้เป็นกุญแจอันสําคัญ สิ่งที่เรา ได้เห็นอย่างชัดเจนก็คือว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําของประเทศนี้ ที่แหล่งน้ํานี่ล่ะคือต้นทาง ของอารยธรรมของการตั้งประเทศก็คือการขาดความเป็นเอกภาพ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านได้นําเสนอประเด็นเหล่านี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะการขาดความเป็นเอกภาพในเรื่องของ นโยบาย เรื่องของยุทธศาสตร์ เรื่องของงบประมาณ หรือแม้กระทั่งเรื่องขององค์กร ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ในเวลาอันจํากัด อย่างที่จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่บางพื้นที่ของอําเภอเขาย้อย ซึ่งเป็นอําเภอที่มีความแห้งแล้งใกล้เคียงกับภาคอีสาน เราได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหา ความแห้งแล้งตรงนั้น ยกตัวอย่างอย่างที่ตําบลหนองปรง ตําบลทับคาง อําเภอเขาย้อย แล้งมาก เราได้รับน้ําต้นทุนมาจากคลองราชบุรีฝั่งขวาซึ่งมาจากจังหวัดกาญจนบุรี มาจาก เขื่อนท่าม่วง มาจากเขื่อนศรีนครินทร์ แต่น้ําเหล่านี้ไม่สามารถจะหล่อเลี้ยงพื้นที่เหนือ ด้านที่สูงของคลองชลประทานนี้ได้ ใช้ได้แต่ด้านล่าง เพราะด้านบนเป็นที่สูง เกือบ ๒ ปีที่เรา นําเสนอปัญหาด้วยการตั้งเครื่องสูบน้ําพลังงานไฟฟ้าเพื่อดึงน้ําจากคลองราชบุรีฝั่งขวาขึ้นไป บนที่สูงแล้วก็ปล่อยมาด้วยแรงกราวิทัตหรือแรงโน้มถ่วงหล่อเลี้ยงพื้นที่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ไร่ วันนี้โครงการยังไม่เกิดครับ ตรวจสอบดูไม่เกิดเพราะอะไร เพียงเพราะว่าหน่วยงาน ชลประทานในพื้นที่ยังไม่ได้รับรายงานถึงปริมาณน้ําต้นทุนที่โครงการราชบุรีฝั่งขวาจะเข้ามา สนับสนุนโครงการนี้ได้ ตัวเลขแค่ตรงนี้ครับเกือบ ๒ ปีนะครับ นั่นกรมเดียวกันนะครับ ถ้าต้องข้ามกรมไปที่กรมทรัพยากรน้ํา ถ้าต้องข้ามกรมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถ้าต้องไปถึงพาองค์กรส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ไม่ทราบเมื่อไรครับ อาจจะ ๑ วัน ก่อนชั่วนิจนิรันดรก็ได้ครับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพอย่างชัดเจนที่สุด ผมจึงสนับสนุนแนวทางที่จะได้มีกฎหมาย ที่จะรวบรวมหมวดหมู่ของการจัดการบริหาร เรื่องน้ําเป็นแหล่งเดียว ที่เรียกว่าร่างพระราชบัญญัตินโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา และนําทุกหน่วยงานจาก ๓ กระทรวงหลัก ไม่ว่ากระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงพลังงานมารวบรวมเป็นทิศทาง เดียวกัน มีองค์กรผู้ใช้น้ําในแต่ละระดับพื้นที่เพื่อมานําเสนอประเด็นความต้องการ งบประมาณไปทิศทางเดียวกัน ยุทธศาสตร์ แผนงาน เป็นทิศทางเดียวกัน เราอาจจะยังทํา ไม่ได้ถึงขนาดที่จะต้องตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ําขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ได้เพียงมีเวทีเดียวกัน คณะทํางานเดียวกัน งบประมาณเดียวกัน ยุทธศาสตร์เดียวกัน จุดมุ่งหมายเดียวกัน ผมเชื่อว่ากรมชลประทานก็จะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่เป็นเพียงหม้อข้าวใบใหญ่ของใครบางคน ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ สนับสนุนแนวทางของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และผมขอให้ท่านต่อสู้ต่อไป ผลักดัน ร่างพระราชบัญญัตินโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําให้เกิดขึ้น และผมก็หวังว่า จากวันนี้คุณูปการที่เกิดขึ้นจะทําให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยได้มีโอกาสใช้น้ําชลประทาน หยดแรกในชีวิตครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีมาก คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาต กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง ในวาระนี้ซึ่งเป็นวาระสําคัญอีกครั้งหนึ่งของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกสัดส่วนของประเทศในเรื่องของรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนว ทางการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งมีท่านอดีตรัฐมนตรี ท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาในเรื่อง ดังกล่าว ดังที่เพื่อนผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ขึ้นมาอภิปรายก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานแล้วก็คณะกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่งที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นคุณอนันต์ แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และก็ต่อประเทศชาติในโอกาสต่อไป ซึ่งทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงก็คงต้องบอกว่าท้ายที่สุดนั้นประเทศชาติหรือพี่น้องประชาชน ได้มองเห็นความสําคัญเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่ ในขณะเดียวกันโดยเฉพาะรัฐบาลได้เห็น ความสําคัญร่วมด้วยหรือไม่ในการที่จะดําเนินการผลักดันให้มีเรื่องต่าง ๆ ดังผลการศึกษา ที่ท่านได้สู้อุตส่าห์ศึกษามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ว่าจะวิธีเรื่องการบริหาร การจัดการในเรื่องของประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของงบประมาณในการจัดองค์กร การบริหารองค์กรหรือใดก็ตามแต่ แล้วผมต้องพูดต่อไปก็คือบอกว่าพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า หรือทุกคนนั้นได้เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ดังที่เพื่อนสมาชิกได้พูดว่าเอ็นจีโอ กลุ่มเอ็นจีโอทั้งหลายมีทั้งพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบหรือมีปัญหาก็สนับสนุน แต่กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงคัดค้านการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง อ่างเก็บน้ํา สร้างเขื่อน สร้างคูคลองต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องถือว่าคนเหล่านั้นก็ถือเป็น ประชาชนคนไทยด้วย แล้วก็เป็นประชาชนในภาคส่วนหนึ่งในสังคมหรือในประเทศเราก็ต้อง ชี้แจงและทําความเข้าใจกันให้สัมฤทธิผลด้วย แม้บางครั้งรัฐบาลจะมีความประสงค์หรือมี ความต้องการในการที่จะก่อสร้างแต่ก็ไม่สามารถดําเนินการได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นเป็นเรื่องสําคัญ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็พูด แต่ว่า ก็คาบเกี่ยวพอสมควร อย่างท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ก็บอกว่าแทนที่จะไปสร้างรถไฟสายต่าง ๆ หลาย ๆ สาย ทําไมเราไม่ไปคิดเอางบประมาณตรงส่วนนั้นมาสร้างเป็นเรื่องของคู คลองบ้าง เรื่องของอ่างเก็บน้ําบ้าง น้ําจะได้มีใช้บ้าง อันนั้นก็เป็นแนวคิดแนวคิดหนึ่งที่ท่านสุชาติเสนอ ว่าเราทํารถไฟมากไปหรือเปล่า หรือน้อยไปหรือเปล่า หรือกําลังพอดี ถ้าเกิดพอดีแล้วก็ต้อง ไปจัดหาอีกเช่นเดียวกันว่าเราจะทําอย่างไรให้มีงบประมาณในการที่จะใช้ในการสร้าง อ่างเก็บน้ําหรือเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาน้ําแล้ง น้ําท่วม บางครั้งต้องบอกว่าการแก้ปัญหาน้ําแล้ง น้ําท่วม บางทีการจัดสรรงบประมาณบ้านเราเป็นปัญหา เราแบ่งตามสภาพของผู้มีอํานาจ ในรัฐบาล ใครมีอํานาจในรัฐบาลไหน อย่างไร จะเอาไปทําอะไร ดูแลกระทรวงไหนเราก็ไป ตามนั้น นี่คือปัญหาประเทศเราเลย เพราะฉะนั้นการจัดสรรก็คงต้องบอกว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็น ปัญหาอุปสรรคบ้านเรา น้ําแล้ง น้ําท่วม ความจริงการสร้างเขื่อนต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าปัญหาของเราก็คือไม่มีงบประมาณ มีผู้คัดค้าน ไม่เห็นด้วย ความรู้ไม่มี แต่ความรู้ผมเชื่อว่าปัญหาไม่เกิด ไม่มี สามารถดําเนินการได้ ถ้าเราสร้างไม่ได้หรือทําไม่ได้ ให้ต่างชาติเขามาศึกษาวิธีการแก้ไข ในขณะเดียวกันสภาพปัญหาทางภูมิศาสตร์ ก็เช่นเดียวมันก็เป็นองค์ความรู้เหมือนกัน ก็สามารถดําเนินการได้ มันก็มีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ ในเรื่องของงบประมาณว่าเรามีงบประมาณหรือไม่ อย่างไร กับอันที่ ๒ คือรัฐบาลหรือ ผู้ที่ในสังคมจะเอาด้วยหรือไม่ อย่างไร ก็คือเห็นเป็นเรื่องวาระสําคัญหรือเป็นเรื่องสําคัญ ที่จะต้องทําตามลําดับความสําคัญ ๑ ๒ ๓ หรือไม่ แล้วก็ถ้าเราเห็นพ้องกันก็ดําเนินการ แต่สิ่งสําคัญเท่าที่ฟังมาก็คือในเรื่องของการขาดแคลนงบประมาณ ความจริงแล้ววิธีการใช้งบประมาณหรือการดําเนินการงบประมาณเราก็คงต้องบอกว่าถ้าเรา มัวแต่เก็บภาษีพี่น้องประชาชนแล้วก็เอามาสร้างโน่นสร้างนี่ เอามาทําโน่นทํานี่ ไม่ว่าจะทํา อะไร ทําถนนหนทางหรืออะไรก็ตามแต่ ผมบอกว่าถ้าเปรียบเป็นพ่อค้า นักธุรกิจ หรือ เป็นประชาชนก็คือทํามาหากินแล้ว บริษัท หรือร้านค้า หรือตัวเองใช้แรงงานแล้วมีเงิน เหลือเก็บแล้วค่อยสร้างบริษัทหรือค่อยลงทุนเพิ่ม ถ้าอย่างนั้นผมบอกว่าแก่ตายก็ยังไม่มี บริษัทที่เป็นใหญ่ ๆ เลย ทําไม่ได้ครับ วิธีการนักบริหารนักลงทุนเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น เขาไม่ได้คิดเอาเงินมาเก็บหรือไปเก็บในลักษณะของรายได้ของตัวเองมาแล้วก็ไปดําเนินการ แล้วก็มาสร้างบริษัทหรือขยายธุรกิจ ไม่ใช่ครับ ถ้าคิดแค่นั้นไปไม่รอด เหมือนกับรัฐเก็บภาษี พี่น้องประชาชนเพียงอย่างเดียวแล้วก็จ้องเอาภาษีพี่น้องประชาชนเอามาทําอะไร เอามา ลงทุนโน่นลงทุนนี่ หรือทําโน่นทํานี่ ไปไม่รอดครับ วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีการบริหารการจัดการที่ดี ของการจัดการ เพราะฉะนั้นการลงทุนหรือการจัดการต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าเป็นเรื่องที่เราคิดว่ามันมีความเหมาะสมหรือไม่ มันคืนทุนได้หรือไม่ อย่างไร การสร้างเขื่อนนี่ถ้าเราพูดไปมันสามารถคืนทุนได้ ทุนหนึ่งก็คือทุนในเรื่องของการ อะไร ในเรื่องของรัฐต้องจัดไปเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องภัยน้ําท่วม น้ําท่วมเราก็จัด งบประมาณไปแก้ปัญหาน้ําท่วม ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ถุงยังชีพเลยช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหลาย หลังจากนั้นเยียวยา หลังจากนั้นแก้ไขฟื้นฟูจิตใจ อะไรก็ตามแต่ นับวันมันจะมากขึ้นครับงบประมาณตรงนี้ นับวันมันจะเยอะขึ้นเพราะว่า ประชาชนมาก พื้นที่มันเล็กจริงแต่ประชาชนมันเยอะ ความกระทบมันก็มากขึ้นเป็นเงา ตามตัวงบประมาณก็ต้องเป็นทวีคูณ การคิดงบก็ต้องคิดว่าถ้าในลักษณะแบบนี้อีกกี่ปี มันจะสักเท่าไร เราต้องแก้ไข ต้องใช้ ในขณะเดียวกันงบประมาณในเรื่องของภัยแล้ง ก็เช่นเดียวกัน มันก็เป็นงบหนึ่งที่รัฐจัดเข้าไปแล้วก็สามารถที่จะมารวมกันได้ เอามาจัดการ เอามารวม คิดว่างบตัวนี้ถ้าเกิดว่าเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง สร้างเขื่อนได้ สร้างอะไรได้ ระบบได้ งบตัวนี้มันก็จะชดเชยกลับไปเป็นส่วนหนึ่ง อีกเช่นเดียวกันในเรื่องของรายได้ที่ได้ จากภาคการเกษตร ได้จากภาคอุตสาหกรรม ได้จากพี่น้องประชาชนคนทั่วไป ในภาคอุตสาหกรรมก็จะมีน้ํามากขึ้น อุตสาหกรรมก็จะดีขึ้น ประเทศเราถ้าบอกว่าขาดน้ํา มาก ๆ น้ําไม่เพียงพอปัญหาต่างชาติเขาจะมาลงทุนเขาก็รู้ว่าน้ําไม่มีใครที่ไหนจะมา ต่างประเทศเขาก็ไม่มา ธุรกิจที่เขาจะมาก็ต้องเป็นธุรกิจที่ไม่เป็นน้ําเขาถึงจะมา พอบอกว่า เขาต้องใช้น้ําเยอะ ใช้น้ําพอสมควร เขาก็ไม่เอาแล้ว หลบไปที่ประเทศที่มีน้ํา เพราะฉะนั้น อุตสาหกรรมที่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ํา หรืออุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ําพอสมควรเขาก็ ไม่กล้ามาลงทุนประเทศเรา พี่น้องประชาชนก็ไม่มีแรงงาน รัฐเราก็ไม่ได้ภาษีเรื่องนี้ หรือความเจริญที่จะต่อเนื่องจากเทคโนโลยีเราก็ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราต้องเสียหาย สิ่งที่เราต้องขาด ในขณะเดียวกันรายได้จากภาคการเกษตรก็เช่นเดียวกันน้ํามี ภาคการเกษตรก็ได้เงินได้ทอง พี่น้องประชาชนก็ไม่ต้องทนแล้งกับความเสียหาย รัฐต้องไปชดเชย สามารถขยายเพิ่มเติมการทําอะไร ทํานา ทําไร่ ทําสวน ได้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ถ้าเรารวมเป็นรายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้จาก ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม รายได้ที่ต้องไปชดเชยในเรื่องภัยแล้ง อุทกภัยแล้ว เอามารวม ๆ แล้วต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ มันเป็นงบประมาณที่มัน สามารถคืนทุนให้กับการก่อสร้างในเรื่องของเขื่อนได้มากน้อยขนาดไหน ตรงนี้ต้องไป วิเคราะห์ ในขณะเดียวกันเมื่อสักครู่ผมก็พูดแล้วนะครับว่าการชดเชยไม่ใช่ชดเชยเท่าปีนี้ ปีหน้ามันมากขึ้น ๆ อะไรอย่างนี้ก็ต้องไปคิดกลับว่าเราสามารถคืนทุนได้ขนาดไหน อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามแต่ท่านประธาน ถ้าไม่มีน้ํา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอช่วยรวบรัดด้วยนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับถ้าไม่มีน้ํา ทําอย่างอื่นไม่ได้ วันนี้เราเอาน้ํานี่นะครับท่านประธาน ผมพูดล่วงหน้าไปอีกหน่อย ขออนุญาตเวลานิดหนึ่งครับท่านประธาน เราเอาน้ําไปคิดค้นพันธุ์ดีพื้นดินดี ถ้าไม่มีน้ํา ผลผลิตมันไม่มา เราเอาเงินไปพัฒนาที่ดิน เมื่อมันไม่มีน้ําเราเอาเงินพัฒนาที่ดินไปเท่าไร มันเสียหายหมดแล้วครับเงินที่จะไปพัฒนาที่ดิน เงินที่เราจะไปพัฒนาในเรื่องเมล็ดพันธุ์ พืชพันธุ์ มันก็เสียหายไปหมดแล้ว เพราะว่าน้ําไม่มี มันไม่สามารถทําได้ เพราะฉะนั้นเราต้อง ลําดับความสําคัญ ก่อน หน้า หลัง ว่าอะไรคือความจําเป็น ก่อน หน้า หลัง เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการสู้อุตส่าห์ไปศึกษามา เพราะฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมเราโดยเฉพาะรัฐบาลแล้วก็พี่น้องประชาชนทุกภาค ส่วนนะครับที่สนับสนุนก็ดี ที่คัดค้านก็ดี คงจะเห็นต้องด้วยกันในการที่จะช่วยกันผลักดันสิ่ง เหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราสักทีหนึ่ง ผมเองก็อยากจะเห็นในสิ่งเหล่านี้ ก็ ขออนุญาตกราบสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งนะครับ และก็เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าพี่ น้องประชาชนและประเทศชาติของเราจะดียิ่งขึ้นครับ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลืออีก ๔ ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ คุณนรพล ตันติมนตรี คุณฐิติมา ฉายแสง ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ เชิญ พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ใคร่ขออภิปรายเรื่องเกี่ยวกับน้ําโดยย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ กระผมจะไม่คัดค้าน ไม่ทักท้วงสิ่งที่ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทุ่มเทเวลาไปศึกษาโดยละเอียด ถี่ถ้วน รอบคอบ ภาพประกอบกับความคิดความอ่าน ความเห็น ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติที่ได้ช่วยท่านอภิปรายเพิ่มเติมเสริมต่อในวันนี้ กระผมคิดว่าจะเป็นความสมบูรณ์ แบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีตนะครับ เพราะว่าสภาเราพูดเรื่องน้ํามาทุกยุคทุกสมัย แต่คราวนี้ออกจะเป็นครั้งที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ท่านประธานที่เคารพ กระผมอยากจะ ขออภิปรายในสิ่งที่ยังไม่มีใครได้พูดถึง ตั้งแต่เริ่มอภิปรายเรื่องนี้มากระผมได้นั่งสดับตรับฟัง มาโดยตลอด ก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้กล่าวอย่างน่าตกอกตกใจว่า โคราชที่ราบสูงน้ําท่วมน่าตกใจ น่ากลัว อย่าว่าแต่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลยครับ ที่มีความรู้สึกอย่างนั้น แม้กระทั่งพี่น้องชาวโคราชที่เป็นผู้ที่อยู่ดั่งเดิมหรือพี่น้องประชาชน คนจากต่างจังหวัดทั่วประเทศที่อพยพหลั่งไหลไปซื้อที่ดินที่โคราช เมื่อทราบว่าโคราชน้ําท่วม ปี ๒๕๕๓ ก็มีความตื่นตระหนกตกใจ เพราะว่าเมื่อ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาสังคมไทยก็มีความตื่นตัว กับภาวะโลกร้อน กลัวว่าน้ําแข็งจากขั้วโลกละลายแล้วจะท่วมประเทศไทย กรุงเทพมหานคร จะจมน้ํา คนกรุงเทพมหานคร ก็ดี คนจากต่างจังหวัดก็ดี ก็หลั่งไหลไปซื้อที่ดินที่โคราช ซึ่งถือ ว่าเป็นที่ราบสูง หนีน้ําครับ ไปซื้อที่ดินหวังว่าถ้าแม้ที่อื่นเขาท่วมโคราชคงจะไม่ท่วม ซึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด ผมต่อให้ที่ที่ธิเบตซึ่งเป็นหลังคาโลก ถ้าเจอภาวะอย่างเดียวกับโคราชเมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๓ ปีที่ผ่านมา ธิเบตน้ําก็จะท่วม จะประสบปัญหาเหมือนอย่างที่โคราชที่เราได้ประสบกัน กระผมในฐานะ ที่พอจะมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้างเรื่องลม ฟ้า อากาศ อุตุนิยมวิทยา มีพื้นฐานความรู้ทางด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ความสูงต่ําของแผ่นดิน กระผมก็จึงอยากจะขออรรถาธิบายเพิ่มเติมเพื่อที่ พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ตื่นตระหนักตกใจว่าน้ําท่วมโคราชเราอยู่กับมัน อยู่กับธรรมชาติ เมื่อรู้แล้วเราก็จะสบายใจ อธิบายย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ เป็นความเข้าใจที่ถูกครับ โคราชนั้น เป็นที่ตั้งของเขาใหญ่ เขาใหญ่ก็จะมีความกว้างใหญ่ ก็สมชื่อมัน เขาใหญ่จะมีอาณาบริเวณประมาณกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล บวกกับจังหวัดนครปฐม บวกกับจังหวัดฉะเชิงเทราเอา ๓ พื้นที่มารวมกันเข้าก็จะมีความใหญ่โตพอ ๆ กับเขาใหญ่ เวลาเรานั่งเครื่องบินไปข้างล่างผ่านเขาใหญ่จะดังกุ๊ก ๆ นั่นล่ะครับเราไปสะดุดกับ คลื่นอากาศตรงเหนือเขาใหญ่ ท่านประธานที่เคารพ โคราชก็เป็นที่ราบสูงจริง ๆ ยอดเขาใหญ่สูงสุด ๑,๔๐๐ เมตร ๑.๔ กิโลเมตร ตรงปากช่องประมาณ ๗๐๐ เมตร เหนือระดับน้ําทะเล ลาดลงไปครับ อําเภอสีคิ้ว อําเภอสูงเนิน อําเภอปักธงชัย อําเภอโชคชัย หรือแม้กระทั่ง ที่ตัวอําเภอเมืองโคราชจะสูงกว่าระดับน้ําทะเลประมาณสัก ๓๐๐ เมตร จะเห็นว่าเขาใหญ่นั้น จะเปรียบเสมือนหลังคาของภาคอีสาน เป็นหลังคาที่ใหญ่โตมโหฬาร หลังคาเขาใหญ่จะลาด ไปทางอําเภอสูงเนิน อําเภอสีคิ้ว อําเภอปากช่อง อําเภอปักธงชัย ลาดไปทางอําเภอเมือง เป็นที่ลาด ๆ ลงไป จะไม่ค่อยมีความชันมาก แต่ความชันของหลังคาเขาใหญ่จะมาชัน อยู่ตรงจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรีจะเป็นที่ลาดชัน เพราะฉะนั้นตรงที่ลาดชันก็จะรับ ปริมาณน้ําฝนน้อย แต่น้ําฝนจะกรรโชกไหลแรง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้เมื่อมีหลังคา เขาใหญ่อย่างนี้ก็เป็นเหตุบังเอิญในรอบ ๖๐ กว่าปีในชั่วชีวิตของผม ผมได้ประสบกับปัญหา น้ําท่วมที่โคราช ๓ ครั้ง ตอนแรกผมเป็นเด็ก ๆ ๔-๕ ขวบ ต่อมาประมาณสัก ๓๐ กว่าปี น้ําท่วมโคราชครั้งที่ ๒ หนักใกล้เคียงกับปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา และครั้งที่ ๓ เมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๓ เหตุที่น้ําท่วมโคราชสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับคนที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ก็เพราะ อย่างนี้ครับ เดือนตุลาคมนั้นเป็นเดือนที่มีลมฟ้าอากาศแปรปรวนเพราะจะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จากร้อน จากฤดูฝน มาเป็นฤดูหนาวครับ อากาศจะแปรปรวน ลมจากเหนือพัดลงใต้ กรรโชกจากใต้พัดขึ้นเหนือ แปรปรวนอย่างนี้สลับไปสลับมา เผอิญประมาณสักกลางเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๓ อากาศเย็นจากประเทศจีนครับ ไอเย็นเฉียบจากจีนไหลจากประเทศจีน มาที่เขาใหญ่ มาที่ลําตะคอง พอมากระทบเขาใหญ่มันก็ลอยตัวขึ้นข้างบนครับ อากาศเย็น เฉียบเลยครับ และในขณะเดียวกันก็เผอิญอากาศร้อนชื้นที่ไหลมาจากทะเลอันดามัน มาจาก ภูเก็ตไหลมากระแทกเขาใหญ่แถว ๆ จังหวัดปราจีนบุรี แถว ๆ จังหวัดสระแก้ว แล้วก็พลิ้วตัว ขึ้นข้างบน เห็นไหมครับ ร้อนก็ขึ้นข้างบน เย็นก็ขึ้นข้างบน อากาศร้อนชื้น ไอน้ํามาก กระทบกับอากาศเย็นที่เย็นเฉียบมันก็กลายเป็นหยดน้ําแล้วบังเอิญมันก็เกิดฝนตกขึ้นมา อย่างหนัก สภาวการณ์อย่างนี้ ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างนี้ ทําให้ฝนตกเหนือหลังคา เขาใหญ่ตรง ๆ ๗ วัน ๗ คืน ๘ วัน ๘ คืน ไม่หยุดไม่หย่อนครับ น้ํามหาศาลก็ไหลลงหลังคา แล้วไหลลงมาที่ชายคาตามรางน้ําจังหวัดโคราชนั้นอยู่ตรงชายคา อําเภอที่อยู่ตรงรางน้ํา ชายคา เช่น อําเภอปากช่อง อําเภอสีคิ้ว อําเภอสูงเนิน อําเภอปักธงชัย อําเภอโชคชัย เจอน้ํา ที่ชายคาก็ท่วมปั๊บ ๆ ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ครับเมื่อน้ําท่วมวันที่ ๒๐ เดือนตุลาคมว่า ธรรมชาติน้ําท่วมโคราชมันจะท่วมเร็ว ท่วมแรง น้ําไหลแรงขั้นสูง ๑ เมตร ๒ เมตร ๓ เมตร แต่มันจะท่วมอยู่สั้น ๆ ครับ ๗ วัน ๘ วัน ๑๐ วัน แล้วก็แห้งหายไป เมื่อน้ําแห้งหายมันจะ กวาดเอาถนนหนทาง บ้านเรือน สะพานหายวับไปกับตาไปด้วย ไม่เหมือนน้ําท่วมภาคกลาง จะเอ่อ จะแช่อยู่เป็น ๒ เดือน ๓ เดือน โคราชสูงสุดเมื่อไหลลงมาตามชายคาก็ไหลลงไปสู่ จังหวัดชัยภูมิ ไปจังหวัดศรีษะเกษ ไปจังหวัดอุบลราชธานีลงไปสู่ลําแม่น้ําโขง พี่น้องที่เคารพ ครับ สูงเท่าไร อยู่ตรงไหน แม้อยู่บนธิเบตถ้าเจอปัญหาภาวะทางธรรมชาติอย่างนี้ คือไอร้อน ไอเย็น กระทบกันเกิดฝนตกเหนือภูเขา ๗ วัน ๗ คืน ๘ วัน ๘ คืนหนักหน่วงอย่างนี้ที่ไหน น้ําก็ท่วมได้ เพราะฉะนั้นคนที่อยู่โคราชก็ดี คนที่อพยพไปซื้อถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ กะจะไปอยู่ น้ําจะได้ไม่ท่วม กลัวน้ําท่วมกรุงเทพฯ เมื่อรู้แล้วจะได้ไม่ต้องตกใจ พี่น้องที่เคารพครับ ภาษิตจีนเขาบอกว่าถ้าใครคุมแม่น้ําฮวงโห แม่น้ําเหลืองไม่ให้ท่วมได้ เหมือนกันครับ ถ้าใครคุมน้ําท่วมไม่ให้ท่วมโคราชได้ก็ต้องไปคุมฝน คุมฟ้า คุมอากาศเย็น อากาศร้อนให้ได้ พี่น้องที่เคารพ ท่านที่เคารพครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่กรรมาธิการวิสามัญศึกษาอย่างหนักหน่วงและ ส.ส. อภิปรายกัน มากมายกว้างขวางวันนี้เปรียบเสมือนความรู้ แต่ร้อยรู้ไม่สู้หนึ่งทํา ถ้ารัฐบาลทําจริงจัง ผมกราบเรียนว่าอีก ๕๐ ปี ๑๐๐ ปีข้างหน้าก็คงไม่มี ส.ส. รุ่นหลังต้องมาพูดเรื่องนี้ซ้ําอีก เพราะมีคนที่ทําจริงจัง กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนรพล ตันติมนตรี ครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในเรื่องของน้ํานะครับ โดยมี คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ํา ท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานของคณะ กระผมคงจะขอใช้เวลาในการที่จะเสนอแนวทางนะครับ เพราะว่า มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปราย แล้วก็เข้าประเด็น แล้วก็มีประโยชน์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่าถ้ามีการศึกษาแล้ว ถ้าเราได้ลงมือ ทําจริงผมเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์กับการที่เราได้ศึกษา แต่อาจจะติดปัญหาเรื่องของ งบประมาณที่ไม่ได้ลงมา อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ไม่สามารถที่จะดําเนินการอะไรได้ ถ้าเราได้ ศึกษาแล้ว เราได้ทําสักส่วนหนึ่งมันก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย กับประชาชนทุกคน นะครับ ส่วนของกระผมเองได้ดูในรายละเอียดคร่าว ๆ ในการศึกษาเรื่องปัญหาของน้ํา น้ําแบ่งออกเป็นเรื่องของต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา กระผมอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ทางภาคเหนือ ขออนุญาตพูดถึงในส่วนของต้นน้ํา ในส่วนของต้นน้ําที่กระผมจะพูดถึง อาจจะขอยกตัวอย่างอําเภอแม่แจ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านก็คงจะได้ยินเรื่องปัญหา การปลูกข้าวโพด ปัญหาราคาข้าวโพด ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่จะประกันรายได้ในเรื่องของ ข้าวโพด ข้าว ในเรื่องของมันสําปะหลัง ในส่วนของกระผมที่จะพูดถึงในเรื่องของต้นน้ํา คืออําเภอแม่แจ่มมีการปลูกข้าวโพดมากอําเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และในขณะที่ อําเภอแม่แจ่ม พื้นที่อําเภอแม่แจ่มส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของต้นน้ํานะครับ ดั่งในหนังสือ หน้า ๒๒ ก็มีการบ่งชี้ไว้ชัดเจนนะครับว่า พื้นที่ต้นน้ําป่าเสื่อมโทรมลงไปมาก มีพื้นที่ป่า ที่จะเป็นต้นน้ําลดลง ตรงนี้หลังจากที่กระผมได้ลงไปพบปะกับประชาชนที่อําเภอแม่แจ่ม แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านเองก็มีความคิดที่อยากจะเลิก อยากจะลดการปลูกข้าวโพดลง การที่ ประชาชนมีการลดจํานวนปลูกข้าวโพดลง แต่รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการส่งเสริม อาชีพให้กับเกษตรกร ทางผู้นําชุมชน ผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้เสนอมาว่าอาจจะมีการชดเชย ในการปลูกป่า การปลูกป่าที่อําเภอแม่แจ่มรัฐบาลอาจจะมีการช่วยเหลือในรายละ ๕,๐๐๐ บาทต่อปี ๓,๐๐๐ บาทต่อปี เกษตรกรรายหนึ่งอาจจะมีพื้นที่การเพาะปลูกในส่วนที่ทํากินอยู่แล้ว ประมาณ ๒๐ ไร่ อาจจะแบ่งออกมารายละ ๕ ไร่ ยกตัวอย่างว่า ๕ ไร่ รัฐบาลจะต้องใช้ งบประมาณในการสนับสนุน ในการชดเชยให้กับผู้ปลูกข้าวโพดไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท คูณ ๕ ก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ใน ๑๕,๐๐๐ บาทที่รัฐบาลจะช่วยเหลือเกษตรกรให้ลดจํานวน ปลูกข้าวโพดลงแต่หันมาปลูกป่า อาจจะไม่ได้เป็นการชดเชยในตัวของงบประมาณทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นการนําเรื่องของข้าวไปให้กับเกษตรกร ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ผมได้ยินมานะครับ แล้วก็นําเสนอกับทางท่านประธานเผื่อถึงทางรัฐบาลที่จะได้ยินว่าจริง ๆ แล้วก็อยากที่จะลด จํานวน แล้วก็เพิ่มนะครับ จะได้เพิ่มจํานวนป่าในพื้นที่ป่าต้นน้ํา การที่เรามีป่า ทุกท่าน ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าหมอกควันก็จะลดลงถ้าเราไม่ได้ปลูกข้าวโพด หรือการที่เรามีป่าน้ําก็จะ มากขึ้น น้ําในเขื่อนภูมิพลก็จะได้มีน้ําปริมาณมากขึ้นตลอดทั้งปี ฝนตกครั้งหนึ่งถ้าพื้นที่ ทั้งอําเภอมีแต่การเพาะปลูกเป็นเขาหัวโล้น เก็บน้ําไม่ได้น้ําก็ท่วมอย่างที่เราเห็นอยู่ ผมอยากจะนําเสนอการที่เราจะเพิ่มพื้นที่ป่า แล้วก็เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่อยากที่จะ ลดจํานวนปลูกข้าวโพดลงป่าก็จะได้เพิ่มขึ้นตรงนี้ เพื่อที่จะได้เป็นตัวอย่างไปถึงจังหวัดอื่น ๆ ที่จะได้ลดพื้นที่การเพาะปลูกลงในส่วนที่เห็นว่าทุกปีราคาข้าวโพดจะเป็นปัญหาอยู่ทุกปี แต่ถ้าจํานวนดีมานด์ (Demand) หรือ ซัพพลาย (Supply) อุปสงค์ อุปทาน มีจํานวน ที่เท่ากัน ราคาพืชผลก็เป็นสิ่งที่พลอยได้ที่จะทําให้ราคาพืชผลทางการเกษตรก็ไม่ต้องมีปัญหา เราได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นตรงนี้ ส่วนปัญหาอันหนึ่งก็คือการที่จะเข้าโครงการ จริง ๆ แล้วทางกรมป่าไม้ อาจจะมีโครงการที่จะปลูกป่าอยู่แล้ว แต่กรมป่าไม้อาจจะต้องเป็นการปลูกในพื้นที่ที่มี เอกสารสิทธิ แต่สิ่งที่กระผมได้เสนอ ณ ขณะนี้คือว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกษตรกรที่ปลูกพืช เป็นพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เราจะใช้วิธีการ มาตรการเดียวกับการที่เกษตรกรขึ้นทะเบียน การประกันรายได้เกษตรกร ตรงนั้น เป็นตัวบ่งชี้ว่าเกษตรกรรายนั้นได้มีสิทธิทํากินในพื้นที่นั้นจริง ๆ แต่อยากจะเปลี่ยนโครงการเข้ามาเป็นการปลูกป่าเพิ่มตรงนี้ ก็คงจะเป็นในส่วนของพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่มีชาวบ้านได้ทํากินอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ผมเห็นว่าถ้ารัฐบาล มีโครงการตรงนี้ที่จะให้กับเกษตรกร ให้กับประชาชนลงไปเราจะได้ป่าต้นน้ํากลับคืนมา ขอฝากท่านประธานถึงทางรัฐบาล กับคณะกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ยกมือเพิ่มอีก ๒ คนนะครับ ต่อจากท่านฐิติมา ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ก็จะเป็นนายแพทย์ เธียรชัย แล้วก็คุณทวีวัฒน์ ฤทธิฤาชัย นะครับ ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณนะคะ ดิฉันก็ติดใจ แล้วก็เวลามันไม่ค่อยพอ แต่ว่าเห็นท่านประธาน กรรมาธิการ คุณอาที่รักของดิฉันนะคะ อาเสนาะ เทียนทอง ท่านขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ด้วย ก็ยิ่งอยากที่จะต้องฝากถึงท่านมากขึ้น เพราะว่าดิฉันติดใจว่ารายงานฉบับนี้บางคนบอกว่า มันตรงกับข้อเท็จจริงก็จะไม่เถียง เพียงแต่ว่ามันไม่ครบถ้วนเท่านั้นเอง เพราะว่าได้พูดไปว่า ภาคกลางตอนตะวันออกนั้นมันไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเลย ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรเลย มันสะท้อน ปัญหาบ้าง แต่ว่าไม่มีแนวทางแก้ไข เพราะฉะนั้นสิ่งที่ติดใจจึงต้องขอพูดอีกครั้งหนึ่งว่า เราจะทําอย่างไรให้การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้ตรงตามกับรายงานที่ควรจะมีคุณค่ามากกว่านี้ และนําเสนอรัฐบาล แล้วรัฐบาลจะทําอย่างไรกันต่อไป นี่คือสิ่งที่ดิฉันติดใจนะคะ ในเมื่อ มันไม่มี จะทํากันอย่างไร ท่านกําลังจะรับฟังพวกเรา แล้วท่านไปเขียนเพิ่มเติมต่อหรือเปล่า เพื่อจะเสนอหรือเปล่า จะได้เข้าใจ ซึ่งเดี๋ยวจะต้องฟังคําตอบจากท่านประธาน หรือท่าน จะให้ท่านอาจารย์รอยลหรือคุณไชยาพูดต่ออีกก็ไม่ทราบนะคะ แต่ว่าจะรอฟัง ทีนี้ท่านประธานคะ ดิฉันเองอยากจะเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งว่าปัญหาของน้ํา แน่นอนมันเป็นการ บริหารจัดการ ซึ่งท่านพูดอยู่ในหนังสือเล่มนี้อยู่แล้วว่ามันมีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ในพื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งดิฉันขอย้ํานะคะ ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทราจึงนํา เรื่องนี้มาเป็นตัวอย่างว่าการแย่งชิงน้ํามันแย่งกันเหลือเกิน จนกระทั่งในพื้นที่นี่เรียกว่าประชาชนแทบจะมีการเผาอาคารบางอาคารทิ้ง เพราะแย่งน้ํากัน และมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายด้วย ซึ่งดิฉันอยากหยิบยกว่าในหน้า ๖๗ ท่านก็พูด อยู่แล้ว มาตรา ๘๔ ของรัฐธรรมนูญบอกอยู่แล้วว่าการจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อันจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ในทางเศรษฐกิจ และต้องมิให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจําเป็นต่อการดํารงชีวิต ของประชาชนอยู่ในความผูกขาดของเอกชน อันอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐได้ สิ่งนี้คืออยากหยิบยกขึ้นมาว่าที่เขาต้องทะเลาะกัน ประชาชนกับชลประทานต้องทะเลาะกัน ทะเลาะเพราะว่าชลประทานไปให้กับบริษัทบางบริษัท ซึ่งเมื่อปี ๒๕๓๖ บริษัทนี้ ขออนุญาต ต้องเอ่ยนามจริง ๆ ว่าบริษัท อีสท์ วอเตอร์ (East Water) ชื่อบริษัทเต็ม ๆ ภาษาไทยคือ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ําภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) อันนี้คือสิ่งที่ประชาชน ทะเลาะกัน เพราะว่าอะไร เนื่องจากว่าบริษัทนี้นะคะเคยเป็นบริษัทที่การประปาภูมิภาค ถือหุ้นอยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อปี ๒๕๓๖ เมื่อปี ๒๕๓๙ หรืออะไรก็แล้วแต่ก็เพิ่มหุ้น เพิ่มทุนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ณ ขณะนี้ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว เป็นบริษัทเอกชน เพราะว่า การประปาภูมิภาคก็ดี หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดก็แล้วแต่ที่เข้าไปมีหุ้นอยู่ เหลือเป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเอกชน แต่บริษัทเอกชนนี้สามารถมาเอาน้ําซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของเรา ไปฟรี ๆ ไม่ได้ ท่านประธาน ไม่ได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ท่านกําลังจะบอกแบบนั้น มันก็ไม่ได้ เพราะว่ามีรายได้เกิดขึ้นก็ต้องมาแบ่งกับรัฐสิ ไม่อย่างนั้น ชลประทานต้องผิดสิที่ท่านไม่เอาเงินจากเขาบ้าง จริง ๆ แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องไปออกกฎกระทรวงเพื่อจะคิดอัตราค่าน้ํา ทีนี้ไม่ออกกฎกระทรวงเสียที นี่เท่าที่ดิฉัน เข้าใจในตอนที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๓ ซึ่งพรรคเพื่อไทยพยายามต่อสู้เยอะเหลือเกิน แล้วพยายามให้น้ําเป็น วาระแห่งชาติด้วย ไม่ออกกฎกระทรวงเพื่อจะคิดอัตราค่าน้ํา เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ออก กฎกระทรวงก็ซื้อขายกันไม่ได้ มันก็กลายเป็นให้น้ํากันฟรี ๆ เพราะฉะนั้นบริษัทนี้จึงสามารถ ที่จะมาเอาน้ําโดยที่มาเอาน้ําจากคลอง จากคลองนครเนื่องเขตในอําเภอเมือง จังหวัด ฉะเชิงเทรานี่ล่ะไป ทีนี้ประชาชนแถบนั้นปลูกข้าวเยอะมาก เขาก็พบว่าน้ําพอตอนกลางคืน จากบันไดบ้านหล่นลงไปเรื่อย ๆ เพราะสูบน้ําไปใช้ เอาไปทําน้ําดิบส่งไปให้อุตสาหกรรม อะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันคือการแย่งชิง กฎหมายท่านดูบ้างหรือเปล่า ท่านเขียนเองว่า มันมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ท่านดูบ้างหรือเปล่าว่าท่านให้บริษัทนี้ใช้น้ําเอาไปทํา มันเป็นโมโนโพลี (Monopoly) อยู่ มันเป็นโมโนโพลีแล้วมาแย่งชิง ปรากฏไม่มีอยู่ในรายงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเลย เพราะฉะนั้นภาคกลางตอนตะวันออกซึ่งท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านเสนาะ เทียนทอง ก็อยู่ในจังหวัดสระแก้ว เป็น ๑ ใน ๑๓ จังหวัดของ ภาคกลางตอนตะวันออก เหตุไฉนจึงไม่มีรายงานใด ๆ หรือสรุปปัญหาใด ๆ รายจังหวัด อย่างเช่นภาคอีสานตอนตะวันออกเขาทําดีมาก ในหน้า ๕๐ ถึงหน้า ๕๒ เขียนเป็นราย จังหวัดเลย ทําไมท่านไม่ทําเป็นรายจังหวัดล่ะ ท่านจะได้รู้ว่าปัญหาแต่ละจังหวัดมันมี อะไรบ้าง แล้วท่านเอามาบูรณาการกัน เอามาคุย เอามาจัดวางแผน เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่มี ถามว่าวันนี้ท่านจะตอบสังคม ท่านจะตอบกับ ส.ส. ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนอย่างไร ว่า รายงานฉบับนี้ส่งต่อไปให้รัฐบาล แล้วรัฐบาลจะทําอย่างไร ดิฉันก็สงสัย อย่างเช่นก่อนหน้านี้ บอกไปแล้วว่าสงสัยรัฐบาลชุดนี้ไม่ค่อยเท่าไรนะกับการแก้ปัญหาให้ประชาชน จึงต้องกลับมา พูดถึงว่าถ้าท่านไม่วางแผนให้ชัดเจนดีพอ ไม่มองแต่ละจังหวัดให้ดีพอ แล้วไม่มองถึงความ เดือดร้อนของประชาชนให้ดีพอจะแก้ปัญหาน้ําซึ่งเป็นปัญหา เป็นชีวิตของประชาชนเลยได้ อย่างไร อันนี้คือซีกหนึ่ง ท่านประธานมีอีกซีกหนึ่งอีก อย่างที่ดิฉันบอกแล้วว่าถ้าเกิดว่าไม่ทํา ทํานบหรือทําเขื่อนกั้นอะไรก็แล้วแต่ น้ําไหลลงสู่จังหวัดสมุทรปราการหมดจริง ๆ นี่ไม่ใช่แค่ เพียงปัญหาที่น้ําในคลองเหือดแห้งเท่านั้นแล้วไม่มีทํานบกันไว้ ไม่ใช่ ขณะนี้ประชาชนทําทํานบเองอยู่แล้วล่ะ แต่ปัญหาของเขาไม่ได้มีแค่นี้ แถวตําบลสองคลอง อําเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราดิฉันพูดแล้วในการตั้งกระทู้หรือหารือก็ตาม ท่านคะ เขามีปัญหาแม้กระทั่งว่าน้ําทะเลมันท่วมข้ามถนนสุขุมวิทสายเก่ามาหาฝั่งน้ําจืด เพราะฉะนั้น น้ําจืดที่เขาแทบจะไม่มีอยู่แล้ว แต่เวลาหน้าน้ําเมื่อมีน้ําก็ดันเป็นน้ําเค็มอีก แล้วมันจะทํา การเกษตรกันได้อย่างไร นี่คือความทุกข์ยากของประชาชนที่ถามว่าเรื่องพวกนี้ท่านพูดกันอยู่ ในชั้นอนุกรรมาธิการบ้างหรือไม่ ท่านอาจจะไม่ได้พูดเลยเพราะท่านไม่ได้มาสอบถาม ไม่ได้ อะไรเลย แต่ก็ไปจังหวัดที่ดิฉันบอกแล้วว่าไปนครนายกก็หลายครั้ง ไปเพื่อการท่องเที่ยวด้วย ไป ๔-๕ ครั้งเพื่อการท่องเที่ยว อย่างเช่น ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ ไปเพื่อการท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายก ต่อมาก็เพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก ดิฉันเลยไม่รู้ว่าแล้วทําไมฉะเชิงเทราเอง หรือจังหวัดอื่นใดเขาไม่ต้องมีการท่องเที่ยวหรืออะไรบ้างหรือ อยากฟังอาจารย์รอยลจริง ๆ ท่านประธาน ท่านเป็นผู้รู้ แล้วก็เคยลงไปจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมกับดิฉัน รู้ปัญหาของ ประชาชน แต่ยังไม่มีการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนเลยท่านอาจารย์รอยล ฝากหน่อยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองเป็น ส.ส. แบบสัดส่วนกลุ่ม ๗ ตลอด ระยะเวลา ๓ ปีที่เป็น ส.ส. แบบสัดส่วนมานี้ ผมว่าผมไปเที่ยวทุกจังหวัดในเขตเลือกตั้งของ กลุ่ม ๗ ซึ่งไล่อย่างไรก็ไล่ได้แค่ ๑๕ จังหวัด แต่วันนี้ประมาณ ๔ โมงเย็นมี ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่ม ๗ บอกว่าเขามี ๑๖ จังหวัด ผมก็แปลกว่าใจว่า ๓ ปีที่ผมไปเที่ยวมา ๑๕ จังหวัด มันตก หล่นไปที่ไหนสักจังหวัดหนึ่งหรือเปล่า จนต้องไปให้เจ้าหน้าที่ค้นออกมาว่ากลุ่ม ๗ มีจังหวัด อะไรบ้าง ก็ปรากฏว่ามีจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัด ราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัด สุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี เพราะฉะนั้นที่เพื่อน ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่ม ๗ อภิปรายตอน ๔ โมงเย็น ว่ามี ๑๖ จังหวัดก็อยากจะฝากบอกไว้ว่าท่านพลาดแล้วล่ะ เพราะมันมีแค่ ๑๕ ครับ ผมเที่ยว มาครบแล้ว ๑๕ จังหวัดนี่ ๓ ปีนี่ไปมาทั่วเลย ท่านประธานครับ กลับมาถึงเรื่องของรายงาน ฉบับนี้ ต้องขอแสดงความชื่นชมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านเสนาะ เทียนทอง ถ้าไม่ใช่ เสนาะ เทียนทอง ที่มีบารมีอย่างนี้ ไม่มีทางตั้งคณะอนุกรรมาธิการได้ตั้ง ๑๐ คณะ ซึ่งไม่มีปรากฏหรอกครับ แม้แต่สามัญเขายังให้แค่ ๒ คณะ นี่วิสามัญตั้ง ๑๐ คณะ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือความร่วมมือจากส่วนราชการต่าง ๆ เท่าที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ ถ้าไม่ใช่ประธานคณะกรรมาธิการที่ชื่อ เสนาะ เทียนทอง ไม่มีทางหรอกครับที่จะได้รับ ความร่วมมือมากขนาดนี้ ผมจําได้ว่าเมื่อญัตติเรื่องนี้เข้ามา ตอนนั้นเราเพิ่งจะเลือกตั้งกันมา หมาด ๆ ไม่กี่เดือน ผมเป็นคนหนึ่งที่อภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ตัวผมปฏิเสธที่จะเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทว่านั่งรออยู่ว่าเมื่อไรจะมี ความเมตตาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญเชิญผมไปพูดคุยบ้าง รอแล้วรอเล่าก็ไม่มี จนกระทั่ง ได้เห็นรายงานฉบับนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๑ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ก็ไม่มีโอกาสไปร่วมสนทนากับ คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญและกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ด้วยก็คือว่า ผมคิดว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้มีเจตนาที่จะศึกษาแนวทางในการแก้ปัญหา ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือ เรื่องน้ําท่วม อีกด้านหนึ่งก็คือฝนแล้ง หรือขาดแคลนน้ําทํานองนั้น ผมคิดว่าจําเป็นเหลือเกิน ที่จะต้องให้ความสําคัญทั้ง ๒ ด้าน แล้วต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนกว่านี้ ผมดูแล้วนะครับ ยังไม่มีความชัดเจน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมขออนุญาตที่จะฉายหนังซ้ําอีกครั้งหนึ่ง ผมได้อภิปรายสนับสนุน แล้วก็เสนอแนวคิดว่า ในพื้นที่ประเทศไทยประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ถ้าคํานวณเป็นพื้นที่ จํานวนไร่ ก็อยู่ที่ประมาณ ๓๑๒,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณนะครับ สมมุติว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เพาะปลูก จะเป็นทําไร่ ทํานา ทําสวนก็แล้วแต่ สมมุติว่าครึ่งหนึ่ง ก็ประมาณ ๑๕๖ ล้านไร่ นี่เป็นพื้นที่สําหรับทําการเกษตร จะปลูกเรือกสวนไร่นาอะไร ก็แล้วแต่ สมมุติว่าเกษตรกรครอบครัวหนึ่งมีที่ดิน ๑๐ ไร่ ต้องกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ว่า ควรที่จะมีแหล่งน้ําประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑ไร่ สมมุติมีที่ดิน ๑๐ ไร่ ขุดบ่อ ๑ บ่อ พื้นที่ ๑ ไร่ ส่วนโครงการใหญ่ ๆ ที่ท่านไปศึกษามา รวมทั้งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาโดยลําดับนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแก่งเสือเต้น เขื่อนอะไรต่ออะไรต่าง ๆ นั่นเป็นโครงการชลประทาน ขนาดใหญ่ แต่ในยุทธศาสตร์อันนี้ควรที่จะกําหนดไปที่ครอบครัวเกษตรกรเลยว่าที่ดินของ เกษตรกรไม่ว่าจะทําไร่ ทํานา ทําสวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ควรจะเป็นแหล่งน้ํา ยกตัวอย่าง ผมบอกเมื่อกี้นี้ว่ามี ๑๐ ไร่ ขุดบ่อ ๑ บ่อ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ ไร่ ๑,๖๐๐ ตารางเมตร ให้มี ความจุน้ําได้ ๓ เมตร ก็เท่ากับว่าเรามีน้ํา ๔,๘๐๐ คิว จากงานวิจัยหลายฉบับสรุปตรงกันว่า การทํานาของเกษตรกรพื้นที่ ๑ ไร่ ๑,๖๐๐ ตารางเมตรจะใช้น้ําประมาณ ๑๒๐ คิว ต่อ ๑ ฤดูกาลเพาะปลูก นั่นหมายความว่าถ้า ๑๐ ไร่ ขุดบ่อ ๑ ไร่ เหลือ ๙ ไร่ ๙ ไร่ทํานา แต่ละครั้งจะใช้น้ําไปประมาณ ๑,๐๘๐ คิว ถ้าเรามีน้ําต้นทุนอยู่ ๔,๘๐๐ คิว ใช้ ๑,๐๘๐ คิว ในการทํานา ๙ ไร่ ยังจะเหลือน้ําอยู่ประมาณ ๓,๗๒๐ คิว แน่นอนน้ํามันต้องมีการระเหยไป เนื่องจากการเผาผลาญของดวงอาทิตย์ก็ยังเหลือพอที่จะใช้รดผัก ปลูกพืชผักสวนครัว ฟัก แฟง แตงกวา สารพัดจะปลูกได้ และในขณะเดียวกันในบ่อนั้นหลังจากที่ทํานาไปแล้ว ก็ยังมีน้ําเหลืออยู่ก็เอาปลาไปปล่อย ปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าในการพัฒนาการใช้พลังงาน จากแสงอาทิตย์ ซื้อไฟที่เป็นพลังงานแสงอาทิตย์แจกเกษตรกร บ่อหนึ่งให้มีสัก ๑๐ ดวง กลางคืนพอพระอาทิตย์ตกไฟก็ติดขึ้นมา แมลงก็มาเล่นไฟ ตกลงไปก็เป็นอาหารปลา อย่างนี้ คนไทยจะจนหรือครับ ลองกําหนดเป็นยุทธศาสตร์อย่างนี้ ทําให้เป็นหลุมขนมครกไป ทั่วทั้งประเทศ ท่านประธาน ผมเชื่อแน่ว่าท่านเคยไปเมืองจีน ไม่ว่าจีนแผ่นดินใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือจีนที่เป็นเกาะไต้หวัน ก่อนเครื่องบินจะลงนี่ ถ้าเรานั่งอยู่กรอบ หน้าต่างจะมองลงไปข้างล่าง มันเหมือนมีใครเอากระจกเงาไปวางอยู่บนพื้นสะท้อน แสงอาทิตย์ขึ้นมา นั่นคือบ่อน้ําครับท่านประธาน บ่อน้ําที่เขาขุดไว้มันเหมือนตาข่ายหรือ เหมือนหลุมขนมครก ถ้าบ้านเมืองของเราทําได้อย่างนั้นคนไทยทั้งชาติจะไม่มีวันจน เพราะฉะนั้นผมก็เลยขออนุญาตที่จะนําความคิดตรงนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เหมือนอย่างเช่นท่าน ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา ฐิติมา ฉายแสง บอกว่าจะมีทางเพิ่มข้อมูลอะไรบางอย่างเพิ่มไปได้ไหมเพื่อจะนําเสนอให้รัฐบาล นําไปสู่การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าถ้าเรา วางยุทธศาสตร์อย่างนี้ ให้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นสวน เป็นไร่ เป็นนา เป็นแหล่งน้ํา ให้กับทุกครอบครัว โดยไม่ต้องคํานึงถึงเรื่องการสร้างโครงการชลประทาน ขนาดใหญ่ อันนั้นก็เป็นเรื่องของพื้นที่สาธารณะ แต่พื้นที่ทํากินของเกษตรกรควรจะกําหนด เป็นยุทธศาสตร์ อาจจะมอบหมายภารกิจตรงนี้ให้แก่ อบต. ซึ่งปัจจุบันมีทั่วประเทศแล้ว ส่วนที่เป็นเทศบาลส่วนมากก็เข้ามาอยู่ในชุมชนเมืองซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกน้อย แต่ อบต. สามารถที่จะเป็นแขนขาให้แก่รัฐ ให้แก่องค์กรของฝ่ายบริหารในการที่จะทําเรื่องนี้ให้เป็นจริง เป็นจัง ถ้าทุกพื้นที่ทํากินของเกษตรมีแหล่งน้ําสําหรับใช้ในการเพาะปลูกก็ดี เลี้ยงปลาก็ดี ผม มั่นใจเหลือเกินว่ายุทธศาสตร์นี้คนไทยทั้งประเทศจะไม่มีวันยากจนอีกต่อไป ก็คงจะใช้เวลา เพียงแค่นี้ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านได้นําเรื่องนี้ซึ่งได้ศึกษามา ใช้เวลานานพอสมควรมาสรุปให้เราได้มีประเด็นในการที่จะเสริมเติมแต่งในส่วนที่อาจจะ ยังขาด หรือควรจะตั้งเป็นข้อสังเกต ท่านประธานครับ ที่จังหวัดผมคือจังหวัดตากนะครับ เป็นพื้นที่ที่ใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศก็คือป่าเขาเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือเขื่อนภูมิพลที่สร้างเสร็จและเริ่มเก็บกักน้ําได้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ ก็คือ ๔๐ กว่าปีมาแล้ว ยังไม่สามารถที่จะทําให้ราษฎรที่อยู่ใต้เขื่อนได้รับผลประโยชน์จากการ นําน้ํานั้นมาใช้ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ที่จังหวัดผมนอกจากจะมีลําน้ําปิงแล้วยังมีลุ่มน้ําที่สําคัญอีกลุ่มหนึ่งก็คือลุ่มน้ําวังครับ ซึ่งทั้ง ๒ แหล่งนี้ถือว่าเป็นแม่น้ําสายสําคัญซึ่งเป็นแม่น้ําหลักของประเทศ ผมอยากจะเรียน ให้ท่านประธานทราบว่าปัญหาที่เราพูดถึงทุกวันนี้นะครับในเรื่องของปัญหาของการบริหาร จัดการน้ําที่ประเทศไทยมีปัญหาอย่างนี้เราต้องยอมรับว่าเกิดจากพวกเรานี่ล่ะครับ คืออาศัยที่เป็นนักการเมืองนี่ล่ะครับ อยู่ที่ไหนครับ อยู่ตรงที่วิธีการจัดทําพิจารณา งบประมาณ การจัดทํางบประมาณของเรานี้เราไม่ได้ดําเนินการหรือคํานึงถึงปัญหาซึ่งเป็น ปัญหาหลักนะครับ เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าปัญหาเรื่องน้ํามันควรจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนไม่มีใครเถียงหรอกครับ คงสนับสนุนแน่นอน ปัญหาการพิจารณา งบประมาณเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะนี้เราไม่มีการจัดอันดับนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่มี เพราะฉะนั้นปัญหาน้ําอย่างที่ผมอยากจะเรียนตัวเลขให้ทราบก็คือว่า กรมชลประทานเกิดขึ้นมาได้ ๑๐๐ กว่าปี แต่สามารถทําให้ระบบชลประทาน สู่พื้นที่ต่าง ๆ ของทั่วประเทศได้เพียงประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๒๒ ถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นไม่ใช่เพราะความผิดของกรมชลประทานหรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แต่เป็นความผิดจากการพิจารณางบประมาณแผ่นดินของเพื่อนสมาชิกของเรา หรือของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยที่ไม่ได้คํานึงถึงปัจจัยน้ําซึ่งเป็นปัญหาที่สําคัญ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปก็อาจจะยังไม่มีใครพูดก็คือว่าการเกษตรที่อาศัยน้ําทํา นะครับ ต่อไปโลกทั้งโลกก็จะต้องมาดูว่าประเทศต่าง ๆ ใช้น้ําไปมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ในการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ หลายคนคงจะทราบดีว่าขณะนี้มันมีระบบที่เรียกว่า การตรวจสอบคาร์บอน (Carbon) นะครับ เนื่องจากโลกร้อนขึ้นก็มีคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ในส่วนของน้ําก็เช่นเดียวกัน ในอนาคตเราคงจะต้องโดนถูกกีดกัน ทางการค้า ถ้าเราไม่สามารถใช้น้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือทุกชาติขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนํา วอเตอร์ ฟุตพริ้นท์ (Water Footprint) เข้ามาสู่การควบคุมการใช้น้ําจืดเพื่อการเพาะปลูก มากยิ่งขึ้น ในส่วนรายงานนะครับ เท่าที่ผมดูแล้วผมก็อยากจะขอเรียนให้ทราบว่า ความสําเร็จมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดขึ้นจากการพิจารณางบประมาณ งบประมาณที่ได้ ก็เกิดมาจากที่ว่าเอาปัญหาเรื่องของการขาดแคลนน้ําของพี่น้องนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น น้ํากิน น้ําบริโภค หรือน้ําเพื่อการเกษตร ทั้งหมดนี้เราจะต้องนํามาสู่ปัญหาระดับชาติ แล้วก็จัดงบประมาณลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันกับเวลา ซึ่งขณะนี้ภัยแล้งมันเกิดขึ้นทุกปี และนับวันจะหนักหน่วงยิ่งขึ้น กุญแจของความสําเร็จเท่าที่ผมได้อ่านเอกสารทั้งหมด และเท่าที่ได้ดูในพื้นที่จริงก็จะพบว่าความสําเร็จจะอยู่ที่ต้องมีการกระจายอํานาจ การบริหาร จัดการน้ําสู่ท้องถิ่น หลายพื้นที่ของจังหวัดผมเมื่อผมเข้าไปดูแล้วพื้นที่ของโครงการ ชลประทานที่ทําเสร็จแล้วบางครั้งไม่มีภาคประชาชนหรือท้องถิ่นเข้าไปร่วมด้วย ปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างนั้นยังไม่เกิดผลประโยชน์สูงสุด หรืออาจจะพูดได้ว่าสร้างแล้ว ยังไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่สูญเสียไป นี่คือส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนให้ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จัดทํารายงานนี้นะครับว่ากุญแจความสําเร็จก็คือต้องกระจาย อํานาจในการบริหารจัดการน้ํา ส่งเงินให้ท้องถิ่นเขา เขาเป็นผู้ที่รู้ดีว่าพื้นที่ใดที่เป็น ที่เหมาะสมกับแหล่งกักเก็บน้ํา แล้วก็สามารถประสานงานไปยังหน่วยราชการจังหวัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในจังหวัดของผมครับ เนื่องจากมีพื้นที่ป่าสงวน ป่าเสื่อมโทรม รวมทั้งพื้นที่ ที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนี้มาก เพราะฉะนั้นเวลาที่เรา จะขอเสนอทําโครงการน้ําต่าง ๆ ในจังหวัดปัญหาก็จะติดขัดอยู่ที่หน่วยราชการยังไม่อนุญาต ให้ใช้พื้นที่ ผมได้เคยทําเรื่องนี้เสนอผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ ๓ ปีที่ผ่านมาก็ปรากฏว่า ก็ยังกําลังศึกษาอยู่ครับ กําลังศึกษาอยู่ตลอด คําตอบที่ได้มาก็คือกําลังศึกษา

- ๑๐๑ ปัญหาของผมก็คือว่าท่านศึกษาอะไรนานถึงขนาดนั้น ถึง ๓ ปียังไม่สามารถสรุปได้ ต้องใช้ การเดินเท้าหรือใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้าช่วยจะได้หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ ท่านประธานครับ ในส่วนของเรื่องแหล่งน้ํานะครับ ที่สําคัญก็คือว่าน้ําบนภูเขา เนื่องจาก พื้นที่มันมีเป็นที่ภูเขามาก เพราะฉะนั้นต้องส่งเสริมให้มีการกักเก็บน้ําบนที่สูง และผลจาก การกักเก็บน้ําบนที่สูงทําให้เราไม่ต้องใช้พลังงานในการสูบน้ํา อาจจะได้พลังงาน จากกระแสไฟฟ้าที่น้ําตกมาอีกด้วย อีกประการหนึ่งก็คือในลุ่มน้ําปิงและลุ่มน้ําวังนะครับ โดยเฉพาะลุ่มน้ําปิงสันทรายจะเกิดมากมาย แล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เพราะว่า มันทับถมมากขึ้นทุกปี ๆ เพราะฉะนั้นทําให้น้ําไม่สามารถกระจายไปได้ทั่วไป ก็มีผลให้กับ การทําน้ําประปาของเมืองหรือของอําเภอ คือน้ําประปาภูมิภาคไม่สามารถจะดูดได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เนื่องจากเขื่อนก็เปิด-ปิดน้ําเป็นเวลา เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่จะแก้ไขโดยเร่งด่วน ก็คือต้องทําฝายกั้นแม่น้ําปิงเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถนําน้ําที่อยู่เหนือฝายนั้น ไปใช้ในการเพาะปลูกหรือสูบน้ําเอาไปใช้ในการเกษตรได้ อันนี้เชื่อว่าจะเป็นผลดีนะครับ ในส่วนของการกระจายการชลประทาน ผมคิดว่ากรมชลประทานคงจะต้องทําให้เกิดการ ชลประทานกระจายขึ้นไปให้มากที่สุดนะครับ ขณะนี้ตัวเลขของทั่วประเทศก็คือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย แต่ของจังหวัดตากของผมก็คือเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น จังหวัดที่มีเขื่อนและคนใต้เขื่อนยังยากจนอยู่อย่างนี้ เราจะเอาเขื่อนไปสร้างที่ใด มันไม่สามารถสําเร็จได้ เพราะเขาจะเห็นตัวอย่างว่าจังหวัดนี้อยู่ใต้เขื่อน ความยากจนของ พี่น้องก็ยังมีอยู่เท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ผมจึงขอเรียนให้ท่านประธานได้กรุณารับทราบ แล้วก็ผ่านไปยังท่านประธานวิสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านอย่าท้อถอย นะครับ ให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป ความสําเร็จอยู่ที่ภาคปฏิบัติครับ ต้องรีบปฏิบัติทันที ขอบคุณ มากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอตามลําดับก่อนแล้วกัน คุณหมอจะมีอะไรเพิ่มเติม ตั้งสั้นจริง ๆ นะครับ เชิญครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

คือถูกพาดพิงนิดหนึ่งครับ คือตามที่ ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้พาดพิงถึงผมเรื่องของจํานวนจังหวัดในโซน ๗ ซึ่งมี ๑๖ จังหวัด ต้องขอขอบคุณท่านมาก แต่ว่าผมจําเป็นต้องลุกขึ้นมาชี้แจง ไม่อย่างนั้นจะเสียหาย คือถ้า ผมพูดว่ามี ๑๔ จังหวัด ผมเสียหายแน่นอน แต่ว่าผมพูดว่ามี ๑๖ จังหวัด คือมันเกินไป ๑ จังหวัด เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าจังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่เรารับผิดชอบเหมือนกัน เพราะว่าไปบ่อย แม้แต่เรื่องน้ําท่วมนี้ก็ไปครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องขอชี้แจงอย่างนี้ ทําให้คิดถึง พลตรี มนูญกฤต รูปขจร ซึ่งก็เป็นผู้อุปการคุณของผมอีกคนหนึ่งที่ว่าถ้าท่าน ไม่ลาออกผมเองก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาเป็น ส.ส. แบบสัดส่วนนี้ ก็ต้องขอบคุณทางท่าน ส.ส. ผู้อาวุโส และขอชี้แจงว่า ผมบอกว่า ๑๖ จังหวัด นั่นหมายถึงว่าผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น กว่าปกติถึง ๑ จังหวัดครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ สกลนครครับ ผมขอรบกวนเวลา ท่านประธานสักประมาณ ๕ นาที แรงจูงใจที่ผมได้มีโอกาสพูดวันนี้ เนื่องจากผมเห็น ท่านประธาน ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ท่านเสนาะ เทียนทอง มานั่งอยู่นะครับ ท่านเคย เดินทางไปที่จังหวัดสกลนครในช่วงที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สังกัด พรรคความหวังใหม่ในอดีตนะครับ ท่านเคยลงเรือไปสํารวจตรวจสอบหนองหาน จังหวัดสกลนคร ผมก็อยากจะฝากประเด็นเรื่องนี้ไว้กับท่านด้วย เพราะเป็นแหล่งน้ําสําคัญ ของจังหวัดสกลนคร ตอนนี้หนองหานตื้นเขิน มีผักตบชวาเยอะแยะมากมาย ในสมัยท่านเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เคยขอตั้งงบประมาณพัฒนาหนองหาน เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท แต่ว่าโครงการหลายโครงการต้องล้มเลิกไปทําให้การพัฒนาหนองหานนั้น ไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร แต่แหล่งน้ําที่สําคัญเป็นแหล่งน้ําประปา เป็นแหล่งน้ําดิบ เป็นแหล่งน้ําในการประมงอย่างสําคัญนั้นก็ยังไม่ได้รับพัฒนาเท่าที่ควร ขอฝากท่านด้วย เผื่อท่านได้มีโอกาสมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งในรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลต่อไป สําหรับเรื่องที่เรากําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ผมอยากจะกราบเรียนอีกนิดหน่อยว่าในโอกาส ที่ผมเคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน ในสมัยก่อนนั้น ซึ่งขอเอ่ยนามท่าน ท่านดํารง ลัทธพิพัฒน์ และ ท่านเล็ก นานา ในช่วงที่ผม สังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้น การพลังงานแห่งชาติในสมัยก่อนนั้นได้มีส่วนในการพัฒนา แหล่งน้ําแหล่งสําคัญในประเทศ โดยเฉพาะทางภาคอีสาน แม่น้ําโขง-ชี-มูล ริมน้ําโขง ริมน้ํามูล ริมน้ําชี หรือรอบหนองหานนั้นมีสถานีสูบน้ําไฟฟ้า ซึ่งดูแลโดยการพลังงานแห่งชาติ ผมไม่ทราบว่าเมื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แต่ไม่มีคําว่า การพลังงาน นั้น การพลังงานแห่งชาติยังอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอีกหรือไม่ โครงการสูบน้ําด้วยไฟฟ้าซึ่งตั้งสถานีสูบน้ํา สูบน้ําในลําน้ํามูล ลําน้ําชี ริมหนองหาน ลําน้ํายาม หรือแหล่งน้ําทั่วภาคอีสานนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ พัฒนาทางการเกษตรและเป็นแหล่งน้ําสําคัญของพี่น้องประชาชน แล้วโครงการเหล่านี้ยังมี อีกหรือไม่ การพลังงานแห่งชาตินั้นยังได้รับการพัฒนาหรือยังอยู่ในกระทรวงใด ตอนนี้ผมก็ ไม่ทราบรายละเอียด และอีกประการหนึ่งนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อก่อนเราเคยมี ความคิดว่าเราจะผันน้ําโขงขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ํา แต่การผันน้ําโขงขึ้นมานั้นก็มีปัญหา เรื่องน้ําโขงเป็นแหล่งน้ํานานาชาติ อีกประการหนึ่งก็ต้องเจาะอุโมงค์ลอดภูเขาขึ้นมาต้องใช้ งบประมาณเยอะแยะมากมาย ผมคิดว่าโครงการที่รัฐบาลก่อนหรือรัฐบาลนี้ได้ทําไว้ ไม่ว่า จะเป็นสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าก็ดี การขุดลอกแหล่งน้ําขนาดเล็กในหมู่บ้าน ในตําบลต่าง ๆ ก็ดี เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง การพัฒนาแหล่งน้ําขนาดใหญ่นั้นผมเห็นว่าโดยเฉพาะการสร้างเขื่อน ในภาคอีสานนั้นผมว่าควรจะเพียงพอแล้ว ไม่สมควรที่จะสร้างเขื่อนเก็บน้ําขนาดใหญ่ อีกต่อไป แต่ว่าพัฒนาแหล่งน้ําขนาดเล็กและพัฒนาเป็นเขื่อนยาง ไม่ทราบว่าเทคโนโลยีนี้ ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ โดยการสร้างเขื่อนยางกั้นลําน้ําเป็นช่วง ๆ ไปเพื่อสูบน้ําขึ้นมาเพื่อทํา การเกษตรในพื้นที่ต่าง ๆ ในภาคอีสาน ผมคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาการเพาะปลูก แก้ปัญหาทางการเกษตรได้ ผมจึงขอฝากประเด็นสั้น ๆ ไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเป็นเวลาพอสมควรนะครับ ผมเห็นควร ปิดการอภิปรายครับ เรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเสาะ เทียนทอง ได้อภิปรายสรุปด้วยครับ

นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในนามของกรรมาธิการเรื่องน้ํา เรียกว่า น้ําแห่งชาติก็ว่าได้นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ส่วนใหญ่ เลยทีเดียวแทบจะไม่มีใครค้านเลยว่าการที่เรามาอภิปรายกันเกี่ยวกับเรื่องน้ําเป็นเรื่องที่ ทุกคน โดยเฉพาะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ในแผ่นดินนี้ต้องการ คําว่า น้ํา นั้นไม่ต้องแปลอย่างอื่นนะครับ เป็นปัจจัยสําคัญของสิ่งที่มี ชีวิตทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิน น้ํา ลม ไฟ ขาดไม่ได้นะครับ เรามักจะพูดคําว่า น้ําคือชีวิต อย่างไร ก็ดีนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายออกความเห็นต่าง ๆ ท่านสมาชิกก็ออกความเห็นหลายแง่หลายมุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟังโดยรวมแล้ว ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่เรามีความตั้งใจในฐานะที่รับอาสาจาก พี่น้องประชาชนเข้ามาทําหน้าที่ในการที่จะดูแลบ้านดูแลเมือง แล้วก็สภาแห่งนี้นั้นก็เป็น ศูนย์รวมของทุกอย่าง ไม่ว่าเป็นกฎ กติกา การอยู่ร่วมกัน การที่จะมาร้องขออุทธรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องอะไรก็ไม่พ้นสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มีจํานวนถึง ๔๐๐ ท่านด้วยกัน ผมคิดว่าการอภิปรายวันนี้ เป็นประโยชน์อย่างมาก แล้วกรรมาธิการก็ขอรับที่จะต้องไปติดตามตามความเห็น แล้วก็ตาม ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านสมาชิกต่อไป ผมคิดว่าผมฟังการอภิปรายมาทั้งวัน มันก็ไม่มี อะไรที่จะแตกต่างกันกับกรรมาธิการที่ได้รวบรวมหลักการ แล้วก็เหตุผลต่าง ๆ ที่เสนอไปยัง รัฐบาล แต่ผมก็รู้สึกน้อยใจอยู่นิด ๆ ว่ารัฐบาลเราเลือกตั้งมาคราวนี้เรามีรัฐบาลถึง ๓ รัฐบาล ต่างคนก็ต่างคิดไป งบประมาณต่าง ๆ ว่าจะออกมาเท่านั้น เท่านี้ ก็ไม่ออกนะครับ ผมเอง ก็รู้สึกว่าการเมืองสมัยนี้กับสมัยก่อน ๆ ค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันไม่เป็นนโยบายที่ต่อเนื่องในเรื่องสําคัญ ๆ โดยเฉพาะเรื่องน้ําก็ดี เรื่องปัจจัยหลัก ๆ ในการ ที่จะดํารงชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันมันก็ไม่พ้นปัจจัยสําคัญ ๆ เรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เรียกว่าเกษตรกรรมเป็นหลัก ไม่ใช่อุตสาหกรรมเป็นหลัก พลังงาน ต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานโดยเฉพาะเกษตรกรก็ถึง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนนั้นเรียกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ แต่เดี๋ยวนี้ลดลงมาเหลือประมาณสัก ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ดํารงชีพในทางเกษตรกรรม มีคําจํากัดความไว้ คนโบราณเขาบอก ในน้ํา มีปลา ในนามีข้าว คือประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ําเราดูสิครับว่าสมัยก่อนตั้งเป็น ร้อยปีมาแล้ว รถขุดก็ไม่มีเครื่องจักร เครื่องกลอะไรก็ไม่มี พ่อหลวง ร. ๕ ของเรา เห็นไหมครับท่านคิด ผมอยากจะชี้ให้เห็น ผมยกตัวอย่างคลองรังสิต ตั้งแต่กรุงเทพมหานครออกไปธัญบุรี ออกไปติดจังหวัดนครนายก มี ๑๖ คลองด้วยกัน คลอง ๑ ถึงคลอง ๑๖ เห็นไหมครับ พระองค์ทรงมีแผน มีนโยบายในการขุดคลอง ๑๖ คลอง ด้วยกัน ทุกคลองนั้นห่างกัน ๔๐ เส้น เส้นหนึ่งก็ ๒๐ วา ๔๐ เส้นนี่มีคลอง ๆ หนึ่งเป็น กากบาทตัดออกไปยาวเหยียดทั้ง ๒ ฝั่ง เห็นไหมครับ แล้วอีกคลองหนึ่ง คลองสําคัญนะครับ คลองแสนแสบ คลองแสนแสบนี่จากกรุงเทพมหานครนะครับ ขุดไปออกคลองท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ฐิติมาก็คงจะทราบดี เพราะฉะนั้นข้อสังเกตใด ๆ ก็แล้วแต่ในการที่ ท่านสมาชิกได้พูดไว้ทั้งหมดได้บันทึกเอาไว้ในหลักการและเหตุผลค่อนข้างจะละเอียด แต่ว่า จะให้ละเอียดยิบไปทั้งหมดคงไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหลักการ คณะกรรมาธิการก็ประกอบ ไปด้วยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกพรรค แล้วก็ท่านที่ปรึกษาก็มาจากฝ่ายวิชาการ เช่น ดอกเตอร์รอยล อย่างนี้เป็นต้น ก็นี่ฝ่ายวิชาการ ก็ได้ออกมาพูดมาคุยกัน ส่วนสมาชิกพวกเรา ก็ออกความเห็นกัน แต่ละภาค แต่ละที่ แต่ละตรรกะ ก็เอามาผนึก มารวมกัน ผมก็ตั้งเป็น อนุกรรมการออกไปทุกภาค เช่นจังหวัดฉะเชิงเทราที่หลานสาวพูดเมื่อกี้นี้ อันนั้นเรายังลงไป ไม่ถึง ก็อยากจะบอกท่านสมาชิกซึ่งเป็นหลานสาว ฐิติมา ฉายแสง ว่าเรายังลงไปไม่ถึงว่า คนที่มีโมโนโพลีในการที่จะใช้น้ําทรัพยากรต่าง ๆ นั้นเอาไปใช้ เรียกว่าถืออภิสิทธิ์ในการที่จะ เอาน้ําส่วนรวมเอาไปทําธุรกิจ เป็นโมโนโพลีต่าง ๆ อันนั้นเรายังไปไม่ถึง แต่เมื่อท่านสมาชิก พูดขึ้นมา อันนี้เราก็จะต้องฝากเอาไว้ว่าจะต้องลงไปไว้ในกฎหมายนะครับ จะต้องมีกฎหมาย และก็มีเกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ําหรือว่าจะไปใช้กับอะไร ถ้าไปใช้กับเกษตรกรก็อีกอย่าง ถ้าจะ ใช้ตรงนี้ไปใช้ทําเป็นธุรกิจมันก็ต้องว่ากันอีกอย่าง ผมคิดว่าผมได้มอบหมายให้ ท่านรองประธาน ไชยา พรหมา ได้ไปรวบรวมในการที่จะไปออกกฎหมายซึ่งร่างเอาไว้ เรียบร้อยแล้ว และก็อยากจะให้สมาชิกทุกพรรคมาเซ็นร่วมกัน ไม่ต้องไปว่าพรรคโน้น พรรคนี้เสนอ มันจะวุ่นวาย เอาว่าของสภาเรามาเสนอร่วมกันเลย กรรมาธิการ แล้วก็ ท่านสมาชิกคนไหนจะมาเซ็นในการที่จะมาออกกฎหมายร่วมกันก็มาเซ็น แล้วก็ส่วนรัฐบาล เขาจะออกกฎหมายมาอย่างไรก็อีกส่วนหนึ่ง ผมคิดว่ามันจะผ่านได้เร็ว แล้วตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาแปรญัตติกัน ตรงไหนที่คิดว่าเรามีความคิดอ่านในการที่จะเพิ่มเติม จะแก้ไขอย่างไรก็มาว่ากัน ผมคิดว่า ผมได้สั่งการให้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการได้ไปดําเนินการเรื่องนี้โดยด่วน และก็คิดว่า ควรที่จะต้องออกกฎหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก็ขอบคุณท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่ให้โอกาสเอาเรื่องนี้มาพูด แต่ผมคิดว่ากว่าจะมาพูดได้มันตั้ง ๒ ปี แล้วก็รัฐบาลก็ยังไม่เคยหยิบยกอะไรเกี่ยวกับเรื่องน้ํา เรื่องอะไรต่าง ๆ เอามาพูดหรือเอามา ทําให้เป็นกิจจะลักษณะเลยหลังจากที่เราได้เสนอเรื่องนี้เข้าไปตั้ง ๒ ปีแล้ว ผมคิดว่า การพูดจากันในวันนี้คงจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการที่จะเริ่มก้าวถึงจะเป็นก้าวแรกในการ ที่จะลงไปในภาคปฏิบัติ ผมก็คิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากที่ฟังวันนี้นะครับ เมื่อสมาชิก ทุกท่าน ทุกพรรค เห็นพ้องต้องกัน อะไรบ้างครับทําไม่ได้ ทําได้ทั้งนั้นครับ สภาแห่งนี้ทําได้ ทั้งนั้น เพราะว่าสภาแห่งนี้เป็นผู้ผลิตผู้นําประเทศ ผู้นําประเทศก็ต้องออกจากตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นให้มันรู้ไปว่าถ้าพวกเรารวมตัว รวมใจกันจริง ๆ ไม่ว่าพรรคไหนนะครับ จะเดิน ก้าวไปสู่ในทางที่ถูกต้อง ที่ดีด้วยกันแล้ว ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เลือกเรามานั้นเขาจะมี ความสุข ไม่เหลืออะไรแล้วครับประเทศไทย เหลืออย่างเดียวว่าเมื่อไรเราจะมาปรองดองกัน สมานฉันท์กัน แล้วก็เดินหน้าไปด้วยกัน ถ้าทิ้งไว้อย่างนี้ผมเป็นห่วงเหลือเกิน ในฐานะที่เป็น ผู้อาวุโส ทั้งอยู่ในสภาและก็ทั้งอาวุโสในเรื่องส่วนตัวนะครับ ก็เป็นบั้นปลายของชีวิต ก็อยากจะเห็นว่าบ้านนี้เมืองนี้ถ้าขืนปล่อยไว้อย่างนี้ผมคิดว่าน่าเป็นห่วง เป็นห่วงลูก เป็นห่วง หลานนะครับ ไม่ได้เป็นห่วงตัวเองหรอก เคยทําสนามรบให้เป็นสนามการค้ามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๑ ตั้งแต่น้าชาติเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็เอาเรื่องปัญหาของชายแดน เรื่องอะไรต่าง ๆ มาพูด ก็เลยออกเป็นนโยบายทําสนามรบให้เป็นสนามการค้า แต่เสียใจเหลือเกินว่าตอนนี้ มาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานกันแล้วจะทําสนามการค้าให้เป็นสนามรบ ผมก็รู้สึกเสียใจแล้วก็เป็นห่วง เพราะฉะนั้นก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ให้การสนับสนุน เห็นด้วยกับการทํางาน ของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องน้ํา อย่างไรก็แล้วแต่เรามาช่วยกันในการที่จะเข้าต่อไป ในการที่จะออกกฎบัตร กฎหมายนะครับ กําหนดทิศทางในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ํา ให้ถูกต้องต่อไป ผมก็มีแค่นี้ ขอขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการจะขอชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ เชิญท่านรองไชยา พรหมา ครับ

นายไชยา พรหมา กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้เวลาสัก ๑ นาทีเพื่อที่จะขยายความกรณีที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการคือ ท่านเสนาะ เทียนทอง ได้พูดถึงเรื่องการเสนอกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นําเสนอเป็นบทสรุปอยู่ในภาคผนวก ซึ่งเป็นเอกสารที่ท่านสมาชิกสามารถที่จะดูได้ เรามีความเห็นว่าปัญหาในเรื่องการบริหาร จัดการน้ําและก็ปัญหาที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางนั้น ปัญหาอุปสรรค อย่างหนึ่งก็คือมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องน้ํานี่ทั้งที่ประกาศใช้ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมาย ที่อาจจะล้าสมัยในยุคสมัยแล้ว ซึ่งเราได้รวบรวม แล้วก็ได้แก้ไข ได้นําเสนอ มีการปรับปรุง กฎหมายซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการคือ ท่านเสนาะ เทียนทอง ได้มอบหมายให้ ท่านรองประธาน นั่นก็คือ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการในการที่ จะยกร่างกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งเราก็คงจะคิดว่าถ้าเป็นประโยชน์สําหรับ การแก้ไขปัญหาในอนาคตนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่มี ความซ้ําซ้อนแล้วก็ล้าสมัย เราได้ทําการยกร่างพระราชบัญญัตินโยบายการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ไว้เป็นที่เรียบร้อย อยู่ในภาคผนวก ซึ่งอยากจะขอการสนับสนุน จากท่านสมาชิกในสภานี้ว่าถ้าหากว่าผลรายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา ในอนาคตก็ขอการสนับสนุนโดยช่วยสนับสนุนในการนําเสนอกฎหมายจากทุกพรรคการเมือง จากท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันในอนาคตครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ นับเป็นรายงานฉบับหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายเป็นจํานวนมาก เนื่องจากรายงานฉบับนี้ไม่มีข้อสังเกต เพราะฉะนั้นเป็นอันสรุปว่าสภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาน้ําเรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เสนาะ เทียนทอง กรรมาธิการทุกท่าน เจ้าหน้าที่ทุกคนครับ ปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๐๓ นาฬิกา