สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

เสนาะ เทียนทอง พูดถึงปัญหาน้ำในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาน้ำที่เกิดจากธรรมชาติ และปัญหาน้ำที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การใช้น้ำในอุตสาหกรรมและธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขุดคลองและใช้น้ำในธุรกิจของเอกชน และเรียกร้องให้มีกฎหมายที่จะควบคุมการใช้น้ำและป้องกันการขาดแคลนน้ำในประเทศไทย

นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในนามของกรรมาธิการเรื่องน้ํา เรียกว่า น้ําแห่งชาติก็ว่าได้นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ส่วนใหญ่ เลยทีเดียวแทบจะไม่มีใครค้านเลยว่าการที่เรามาอภิปรายกันเกี่ยวกับเรื่องน้ําเป็นเรื่องที่ ทุกคน โดยเฉพาะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ในแผ่นดินนี้ต้องการ คําว่า น้ํา นั้นไม่ต้องแปลอย่างอื่นนะครับ เป็นปัจจัยสําคัญของสิ่งที่มี ชีวิตทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิน น้ํา ลม ไฟ ขาดไม่ได้นะครับ เรามักจะพูดคําว่า น้ําคือชีวิต อย่างไร ก็ดีนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายออกความเห็นต่าง ๆ ท่านสมาชิกก็ออกความเห็นหลายแง่หลายมุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟังโดยรวมแล้ว ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่เรามีความตั้งใจในฐานะที่รับอาสาจาก พี่น้องประชาชนเข้ามาทําหน้าที่ในการที่จะดูแลบ้านดูแลเมือง แล้วก็สภาแห่งนี้นั้นก็เป็น ศูนย์รวมของทุกอย่าง ไม่ว่าเป็นกฎ กติกา การอยู่ร่วมกัน การที่จะมาร้องขออุทธรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องอะไรก็ไม่พ้นสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มีจํานวนถึง ๔๐๐ ท่านด้วยกัน ผมคิดว่าการอภิปรายวันนี้ เป็นประโยชน์อย่างมาก แล้วกรรมาธิการก็ขอรับที่จะต้องไปติดตามตามความเห็น แล้วก็ตาม ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านสมาชิกต่อไป ผมคิดว่าผมฟังการอภิปรายมาทั้งวัน มันก็ไม่มี อะไรที่จะแตกต่างกันกับกรรมาธิการที่ได้รวบรวมหลักการ แล้วก็เหตุผลต่าง ๆ ที่เสนอไปยัง รัฐบาล แต่ผมก็รู้สึกน้อยใจอยู่นิด ๆ ว่ารัฐบาลเราเลือกตั้งมาคราวนี้เรามีรัฐบาลถึง ๓ รัฐบาล ต่างคนก็ต่างคิดไป งบประมาณต่าง ๆ ว่าจะออกมาเท่านั้น เท่านี้ ก็ไม่ออกนะครับ ผมเอง ก็รู้สึกว่าการเมืองสมัยนี้กับสมัยก่อน ๆ ค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันไม่เป็นนโยบายที่ต่อเนื่องในเรื่องสําคัญ ๆ โดยเฉพาะเรื่องน้ําก็ดี เรื่องปัจจัยหลัก ๆ ในการ ที่จะดํารงชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันมันก็ไม่พ้นปัจจัยสําคัญ ๆ เรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เรียกว่าเกษตรกรรมเป็นหลัก ไม่ใช่อุตสาหกรรมเป็นหลัก พลังงาน ต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงงานโดยเฉพาะเกษตรกรก็ถึง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนนั้นเรียกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ แต่เดี๋ยวนี้ลดลงมาเหลือประมาณสัก ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ดํารงชีพในทางเกษตรกรรม มีคําจํากัดความไว้ คนโบราณเขาบอก ในน้ํา มีปลา ในนามีข้าว คือประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ําเราดูสิครับว่าสมัยก่อนตั้งเป็น ร้อยปีมาแล้ว รถขุดก็ไม่มีเครื่องจักร เครื่องกลอะไรก็ไม่มี พ่อหลวง ร. ๕ ของเรา เห็นไหมครับท่านคิด ผมอยากจะชี้ให้เห็น ผมยกตัวอย่างคลองรังสิต ตั้งแต่กรุงเทพมหานครออกไปธัญบุรี ออกไปติดจังหวัดนครนายก มี ๑๖ คลองด้วยกัน คลอง ๑ ถึงคลอง ๑๖ เห็นไหมครับ พระองค์ทรงมีแผน มีนโยบายในการขุดคลอง ๑๖ คลอง ด้วยกัน ทุกคลองนั้นห่างกัน ๔๐ เส้น เส้นหนึ่งก็ ๒๐ วา ๔๐ เส้นนี่มีคลอง ๆ หนึ่งเป็น กากบาทตัดออกไปยาวเหยียดทั้ง ๒ ฝั่ง เห็นไหมครับ แล้วอีกคลองหนึ่ง คลองสําคัญนะครับ คลองแสนแสบ คลองแสนแสบนี่จากกรุงเทพมหานครนะครับ ขุดไปออกคลองท่าไข่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ฐิติมาก็คงจะทราบดี เพราะฉะนั้นข้อสังเกตใด ๆ ก็แล้วแต่ในการที่ ท่านสมาชิกได้พูดไว้ทั้งหมดได้บันทึกเอาไว้ในหลักการและเหตุผลค่อนข้างจะละเอียด แต่ว่า จะให้ละเอียดยิบไปทั้งหมดคงไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหลักการ คณะกรรมาธิการก็ประกอบ ไปด้วยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกพรรค แล้วก็ท่านที่ปรึกษาก็มาจากฝ่ายวิชาการ เช่น ดอกเตอร์รอยล อย่างนี้เป็นต้น ก็นี่ฝ่ายวิชาการ ก็ได้ออกมาพูดมาคุยกัน ส่วนสมาชิกพวกเรา ก็ออกความเห็นกัน แต่ละภาค แต่ละที่ แต่ละตรรกะ ก็เอามาผนึก มารวมกัน ผมก็ตั้งเป็น อนุกรรมการออกไปทุกภาค เช่นจังหวัดฉะเชิงเทราที่หลานสาวพูดเมื่อกี้นี้ อันนั้นเรายังลงไป ไม่ถึง ก็อยากจะบอกท่านสมาชิกซึ่งเป็นหลานสาว ฐิติมา ฉายแสง ว่าเรายังลงไปไม่ถึงว่า คนที่มีโมโนโพลีในการที่จะใช้น้ําทรัพยากรต่าง ๆ นั้นเอาไปใช้ เรียกว่าถืออภิสิทธิ์ในการที่จะ เอาน้ําส่วนรวมเอาไปทําธุรกิจ เป็นโมโนโพลีต่าง ๆ อันนั้นเรายังไปไม่ถึง แต่เมื่อท่านสมาชิก พูดขึ้นมา อันนี้เราก็จะต้องฝากเอาไว้ว่าจะต้องลงไปไว้ในกฎหมายนะครับ จะต้องมีกฎหมาย และก็มีเกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ําหรือว่าจะไปใช้กับอะไร ถ้าไปใช้กับเกษตรกรก็อีกอย่าง ถ้าจะ ใช้ตรงนี้ไปใช้ทําเป็นธุรกิจมันก็ต้องว่ากันอีกอย่าง ผมคิดว่าผมได้มอบหมายให้ ท่านรองประธาน ไชยา พรหมา ได้ไปรวบรวมในการที่จะไปออกกฎหมายซึ่งร่างเอาไว้ เรียบร้อยแล้ว และก็อยากจะให้สมาชิกทุกพรรคมาเซ็นร่วมกัน ไม่ต้องไปว่าพรรคโน้น พรรคนี้เสนอ มันจะวุ่นวาย เอาว่าของสภาเรามาเสนอร่วมกันเลย กรรมาธิการ แล้วก็ ท่านสมาชิกคนไหนจะมาเซ็นในการที่จะมาออกกฎหมายร่วมกันก็มาเซ็น แล้วก็ส่วนรัฐบาล เขาจะออกกฎหมายมาอย่างไรก็อีกส่วนหนึ่ง ผมคิดว่ามันจะผ่านได้เร็ว แล้วตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาแปรญัตติกัน ตรงไหนที่คิดว่าเรามีความคิดอ่านในการที่จะเพิ่มเติม จะแก้ไขอย่างไรก็มาว่ากัน ผมคิดว่า ผมได้สั่งการให้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการได้ไปดําเนินการเรื่องนี้โดยด่วน และก็คิดว่า ควรที่จะต้องออกกฎหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก็ขอบคุณท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่ให้โอกาสเอาเรื่องนี้มาพูด แต่ผมคิดว่ากว่าจะมาพูดได้มันตั้ง ๒ ปี แล้วก็รัฐบาลก็ยังไม่เคยหยิบยกอะไรเกี่ยวกับเรื่องน้ํา เรื่องอะไรต่าง ๆ เอามาพูดหรือเอามา ทําให้เป็นกิจจะลักษณะเลยหลังจากที่เราได้เสนอเรื่องนี้เข้าไปตั้ง ๒ ปีแล้ว ผมคิดว่า การพูดจากันในวันนี้คงจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการที่จะเริ่มก้าวถึงจะเป็นก้าวแรกในการ ที่จะลงไปในภาคปฏิบัติ ผมก็คิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากที่ฟังวันนี้นะครับ เมื่อสมาชิก ทุกท่าน ทุกพรรค เห็นพ้องต้องกัน อะไรบ้างครับทําไม่ได้ ทําได้ทั้งนั้นครับ สภาแห่งนี้ทําได้ ทั้งนั้น เพราะว่าสภาแห่งนี้เป็นผู้ผลิตผู้นําประเทศ ผู้นําประเทศก็ต้องออกจากตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นให้มันรู้ไปว่าถ้าพวกเรารวมตัว รวมใจกันจริง ๆ ไม่ว่าพรรคไหนนะครับ จะเดิน ก้าวไปสู่ในทางที่ถูกต้อง ที่ดีด้วยกันแล้ว ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่เลือกเรามานั้นเขาจะมี ความสุข ไม่เหลืออะไรแล้วครับประเทศไทย เหลืออย่างเดียวว่าเมื่อไรเราจะมาปรองดองกัน สมานฉันท์กัน แล้วก็เดินหน้าไปด้วยกัน ถ้าทิ้งไว้อย่างนี้ผมเป็นห่วงเหลือเกิน ในฐานะที่เป็น ผู้อาวุโส ทั้งอยู่ในสภาและก็ทั้งอาวุโสในเรื่องส่วนตัวนะครับ ก็เป็นบั้นปลายของชีวิต ก็อยากจะเห็นว่าบ้านนี้เมืองนี้ถ้าขืนปล่อยไว้อย่างนี้ผมคิดว่าน่าเป็นห่วง เป็นห่วงลูก เป็นห่วง หลานนะครับ ไม่ได้เป็นห่วงตัวเองหรอก เคยทําสนามรบให้เป็นสนามการค้ามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๑ ตั้งแต่น้าชาติเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็เอาเรื่องปัญหาของชายแดน เรื่องอะไรต่าง ๆ มาพูด ก็เลยออกเป็นนโยบายทําสนามรบให้เป็นสนามการค้า แต่เสียใจเหลือเกินว่าตอนนี้ มาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานกันแล้วจะทําสนามการค้าให้เป็นสนามรบ ผมก็รู้สึกเสียใจแล้วก็เป็นห่วง เพราะฉะนั้นก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ให้การสนับสนุน เห็นด้วยกับการทํางาน ของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องน้ํา อย่างไรก็แล้วแต่เรามาช่วยกันในการที่จะเข้าต่อไป ในการที่จะออกกฎบัตร กฎหมายนะครับ กําหนดทิศทางในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ํา ให้ถูกต้องต่อไป ผมก็มีแค่นี้ ขอขอบคุณครับ