สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสมและไม่คุ้มค่า และเสนอแนวทางแก้ไขโดยการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการน้ำสู่ท้องถิ่น เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ยังหารือเรื่องปัญหาน้ำและความยากจนในจังหวัดตาก และเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำและกระจายการชลประทานให้มากขึ้น

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านได้นําเรื่องนี้ซึ่งได้ศึกษามา ใช้เวลานานพอสมควรมาสรุปให้เราได้มีประเด็นในการที่จะเสริมเติมแต่งในส่วนที่อาจจะ ยังขาด หรือควรจะตั้งเป็นข้อสังเกต ท่านประธานครับ ที่จังหวัดผมคือจังหวัดตากนะครับ เป็นพื้นที่ที่ใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศก็คือป่าเขาเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือเขื่อนภูมิพลที่สร้างเสร็จและเริ่มเก็บกักน้ําได้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ ก็คือ ๔๐ กว่าปีมาแล้ว ยังไม่สามารถที่จะทําให้ราษฎรที่อยู่ใต้เขื่อนได้รับผลประโยชน์จากการ นําน้ํานั้นมาใช้ทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ที่จังหวัดผมนอกจากจะมีลําน้ําปิงแล้วยังมีลุ่มน้ําที่สําคัญอีกลุ่มหนึ่งก็คือลุ่มน้ําวังครับ ซึ่งทั้ง ๒ แหล่งนี้ถือว่าเป็นแม่น้ําสายสําคัญซึ่งเป็นแม่น้ําหลักของประเทศ ผมอยากจะเรียน ให้ท่านประธานทราบว่าปัญหาที่เราพูดถึงทุกวันนี้นะครับในเรื่องของปัญหาของการบริหาร จัดการน้ําที่ประเทศไทยมีปัญหาอย่างนี้เราต้องยอมรับว่าเกิดจากพวกเรานี่ล่ะครับ คืออาศัยที่เป็นนักการเมืองนี่ล่ะครับ อยู่ที่ไหนครับ อยู่ตรงที่วิธีการจัดทําพิจารณา งบประมาณ การจัดทํางบประมาณของเรานี้เราไม่ได้ดําเนินการหรือคํานึงถึงปัญหาซึ่งเป็น ปัญหาหลักนะครับ เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าปัญหาเรื่องน้ํามันควรจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนไม่มีใครเถียงหรอกครับ คงสนับสนุนแน่นอน ปัญหาการพิจารณา งบประมาณเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะนี้เราไม่มีการจัดอันดับนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่มี เพราะฉะนั้นปัญหาน้ําอย่างที่ผมอยากจะเรียนตัวเลขให้ทราบก็คือว่า กรมชลประทานเกิดขึ้นมาได้ ๑๐๐ กว่าปี แต่สามารถทําให้ระบบชลประทาน สู่พื้นที่ต่าง ๆ ของทั่วประเทศได้เพียงประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๒๒ ถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นไม่ใช่เพราะความผิดของกรมชลประทานหรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แต่เป็นความผิดจากการพิจารณางบประมาณแผ่นดินของเพื่อนสมาชิกของเรา หรือของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยที่ไม่ได้คํานึงถึงปัจจัยน้ําซึ่งเป็นปัญหาที่สําคัญ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปก็อาจจะยังไม่มีใครพูดก็คือว่าการเกษตรที่อาศัยน้ําทํา นะครับ ต่อไปโลกทั้งโลกก็จะต้องมาดูว่าประเทศต่าง ๆ ใช้น้ําไปมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ในการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ หลายคนคงจะทราบดีว่าขณะนี้มันมีระบบที่เรียกว่า การตรวจสอบคาร์บอน (Carbon) นะครับ เนื่องจากโลกร้อนขึ้นก็มีคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ในส่วนของน้ําก็เช่นเดียวกัน ในอนาคตเราคงจะต้องโดนถูกกีดกัน ทางการค้า ถ้าเราไม่สามารถใช้น้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือทุกชาติขณะนี้มีแนวโน้มที่จะนํา วอเตอร์ ฟุตพริ้นท์ (Water Footprint) เข้ามาสู่การควบคุมการใช้น้ําจืดเพื่อการเพาะปลูก มากยิ่งขึ้น ในส่วนรายงานนะครับ เท่าที่ผมดูแล้วผมก็อยากจะขอเรียนให้ทราบว่า ความสําเร็จมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดขึ้นจากการพิจารณางบประมาณ งบประมาณที่ได้ ก็เกิดมาจากที่ว่าเอาปัญหาเรื่องของการขาดแคลนน้ําของพี่น้องนี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น น้ํากิน น้ําบริโภค หรือน้ําเพื่อการเกษตร ทั้งหมดนี้เราจะต้องนํามาสู่ปัญหาระดับชาติ แล้วก็จัดงบประมาณลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันกับเวลา ซึ่งขณะนี้ภัยแล้งมันเกิดขึ้นทุกปี และนับวันจะหนักหน่วงยิ่งขึ้น กุญแจของความสําเร็จเท่าที่ผมได้อ่านเอกสารทั้งหมด และเท่าที่ได้ดูในพื้นที่จริงก็จะพบว่าความสําเร็จจะอยู่ที่ต้องมีการกระจายอํานาจ การบริหาร จัดการน้ําสู่ท้องถิ่น หลายพื้นที่ของจังหวัดผมเมื่อผมเข้าไปดูแล้วพื้นที่ของโครงการ ชลประทานที่ทําเสร็จแล้วบางครั้งไม่มีภาคประชาชนหรือท้องถิ่นเข้าไปร่วมด้วย ปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างนั้นยังไม่เกิดผลประโยชน์สูงสุด หรืออาจจะพูดได้ว่าสร้างแล้ว ยังไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่สูญเสียไป นี่คือส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนให้ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จัดทํารายงานนี้นะครับว่ากุญแจความสําเร็จก็คือต้องกระจาย อํานาจในการบริหารจัดการน้ํา ส่งเงินให้ท้องถิ่นเขา เขาเป็นผู้ที่รู้ดีว่าพื้นที่ใดที่เป็น ที่เหมาะสมกับแหล่งกักเก็บน้ํา แล้วก็สามารถประสานงานไปยังหน่วยราชการจังหวัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในจังหวัดของผมครับ เนื่องจากมีพื้นที่ป่าสงวน ป่าเสื่อมโทรม รวมทั้งพื้นที่ ที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนี้มาก เพราะฉะนั้นเวลาที่เรา จะขอเสนอทําโครงการน้ําต่าง ๆ ในจังหวัดปัญหาก็จะติดขัดอยู่ที่หน่วยราชการยังไม่อนุญาต ให้ใช้พื้นที่ ผมได้เคยทําเรื่องนี้เสนอผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ ๓ ปีที่ผ่านมาก็ปรากฏว่า ก็ยังกําลังศึกษาอยู่ครับ กําลังศึกษาอยู่ตลอด คําตอบที่ได้มาก็คือกําลังศึกษา

- ๑๐๑ ปัญหาของผมก็คือว่าท่านศึกษาอะไรนานถึงขนาดนั้น ถึง ๓ ปียังไม่สามารถสรุปได้ ต้องใช้ การเดินเท้าหรือใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้าช่วยจะได้หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ ท่านประธานครับ ในส่วนของเรื่องแหล่งน้ํานะครับ ที่สําคัญก็คือว่าน้ําบนภูเขา เนื่องจาก พื้นที่มันมีเป็นที่ภูเขามาก เพราะฉะนั้นต้องส่งเสริมให้มีการกักเก็บน้ําบนที่สูง และผลจาก การกักเก็บน้ําบนที่สูงทําให้เราไม่ต้องใช้พลังงานในการสูบน้ํา อาจจะได้พลังงาน จากกระแสไฟฟ้าที่น้ําตกมาอีกด้วย อีกประการหนึ่งก็คือในลุ่มน้ําปิงและลุ่มน้ําวังนะครับ โดยเฉพาะลุ่มน้ําปิงสันทรายจะเกิดมากมาย แล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เพราะว่า มันทับถมมากขึ้นทุกปี ๆ เพราะฉะนั้นทําให้น้ําไม่สามารถกระจายไปได้ทั่วไป ก็มีผลให้กับ การทําน้ําประปาของเมืองหรือของอําเภอ คือน้ําประปาภูมิภาคไม่สามารถจะดูดได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เนื่องจากเขื่อนก็เปิด-ปิดน้ําเป็นเวลา เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่จะแก้ไขโดยเร่งด่วน ก็คือต้องทําฝายกั้นแม่น้ําปิงเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถนําน้ําที่อยู่เหนือฝายนั้น ไปใช้ในการเพาะปลูกหรือสูบน้ําเอาไปใช้ในการเกษตรได้ อันนี้เชื่อว่าจะเป็นผลดีนะครับ ในส่วนของการกระจายการชลประทาน ผมคิดว่ากรมชลประทานคงจะต้องทําให้เกิดการ ชลประทานกระจายขึ้นไปให้มากที่สุดนะครับ ขณะนี้ตัวเลขของทั่วประเทศก็คือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย แต่ของจังหวัดตากของผมก็คือเพียงแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น จังหวัดที่มีเขื่อนและคนใต้เขื่อนยังยากจนอยู่อย่างนี้ เราจะเอาเขื่อนไปสร้างที่ใด มันไม่สามารถสําเร็จได้ เพราะเขาจะเห็นตัวอย่างว่าจังหวัดนี้อยู่ใต้เขื่อน ความยากจนของ พี่น้องก็ยังมีอยู่เท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ผมจึงขอเรียนให้ท่านประธานได้กรุณารับทราบ แล้วก็ผ่านไปยังท่านประธานวิสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านอย่าท้อถอย นะครับ ให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป ความสําเร็จอยู่ที่ภาคปฏิบัติครับ ต้องรีบปฏิบัติทันที ขอบคุณ มากครับ