สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องคลื่นโทรศัพท์ เป็นทรัพยากรของชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการประมูลคลื่นโทรศัพท์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้ดำเนินคดีกับบริษัทที่ใช้อุปกรณ์ไม่ได้รับอนุญาต

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณท่านประธาน กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอถาม กระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบพระคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสด คือเรื่องคลื่นโทรศัพท์เป็นเรื่องสําคัญเป็นทรัพยากรของชาติ ซึ่งจะใช้สําหรับการสื่อสารของ ชาติ และคลื่นก็ถูกกฎหมายกําหนดว่าเป็นทรัพยากรของชาติ อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่ได้ สัมปทานคลื่น ผู้นั้นก็จะเป็นมหาเศรษฐีขึ้นในทันที เพราะคลื่นความถี่ที่ใช้กับการสื่อสารนี้ เป็นคลื่นที่ทําให้หลายคนร่ํารวยขึ้นมาอย่างกะทันหัน ที่นี้ในเรื่อง ๓ จี ที่มีปัญหาอยู่ก็เริ่ม ตั้งแต่การที่ประมูลแล้วก็ในที่สุดศาลปกครองก็สั่งให้ยุติการประมูลไปเสียก่อน เนื่องจากมี การประมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือเรื่อง ๓ จี มันเป็นเทคโนโลยีอันหนึ่งซึ่งสูงขึ้นมากกว่า ๑ จี (1G) ๒ จี (2G) แล้วก็เป็น ๓ จี ๒ จี พัฒนาไปเสร็จแล้ว แต่ ๓ จี ยังไม่เริ่มต้น คือเริ่ม ทดลองใช้อย่างไม่เป็นเชิงพาณิชย์ แต่ตอนนี้ก็เกิดปัญหา ส่วนประเทศรอบบ้านของเราไป ๔ จี (4G) เทคโนโลยีของเรารู้สึกเดินทางช้า เพราะผลประโยชน์มันมหาศาล และก็มีข่าวสาร อยู่ทางหน้าหนังสือพิมพ์โดยทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีนี้ผมอยากจะลําดับให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องนี้สักหน่อย เดิมทีเดียวการบริหารคลื่นความถี่เป็นคณะกรรมการบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งเรียกว่า กบถ. เมื่อก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มากําหนดว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติให้ตั้งองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ขึ้นมาควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ ก่อนหน้านี้ก็ผู้ที่จะได้รับการจัดสรร คลื่นความถี่ ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญว่าด้วยคลื่นความถี่ กบถ. ก็จะจัดสรรคลื่นความถี่ให้ เฉพาะหน่วยงานราชการเท่านั้น หน่วยงานราชการหนึ่งที่ได้คลื่นความถี่ไปนั้นคือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย การสื่อสารแห่งประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องเกี่ยวกับโทรคมนาคม อีกส่วนหนึ่งก็คือไปรษณีย์ ส่วนที่เป็นโทรคมนาคมได้เปลี่ยน ชื่อใหม่หลังจากการไพรเวท ไทร์ (Private type) ออกไปเป็นบริษัทมหาชน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นกระทรวงการคลังถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังถือว่าเป็นหน่วยงานของรัฐเป็น รัฐวิสาหกิจอยู่ ชื่อใหม่ก็คือ กสท. โทรคมนาคม จํากัด มหาชน เรียกสั้น ๆ ว่าแคท (CAT) ก็แล้วกันจะได้ทําความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งแคทได้รับอนุญาตคลื่นความถี่ตั้งแต่สมัยที่มี คณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ควบคุมอยู่ ๒ คลื่น คลื่นแรกคือช่วง 850 ในช่วงนั้นเอามา ทําเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหญ่ ๆ ท่านทั้งหลายที่เคยใช้ก็คงจะจําได้ เครื่องละเป็นแสน สามารถที่จะถือไปโทรศัพท์ที่ไหนก็ได้โดยไม่มีสายอันนั้นเขาเรียกว่า ๑ จี สมัยนั้น และต่อมา ก็ได้รับอีกคลื่นหนึ่งช่วงหนึ่ง คลื่นความถี่แรก 850 มีทั้งหมด ๒๕ เมกกะวัตต์ แต่อันที่ ๒ ก็คือคลื่น 1800 มีทั้งหมด ๗๕ เมกกะวัตต์ อันนี้ก็คือแคทได้รับไป แคทก็เอาไปคล้าย ๆ เป็น ทําสัญญาร่วมลงทุนแบ่งให้ทางบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดีแทค (Detac) สมัยก่อนชื่อ ดีแทคหรือบริษัทอื่น ๆ ทรู (True) ในการใช้คลื่นพวกนี้เพื่อที่จะพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เป็นดิจิตอล (Digital) ครับพัฒนาขึ้นมาได้รับความนิยมอย่างสูงซึ่งพวกเราใช้อยู่ใน ปัจจุบันนี้ ความเสื่อมนิยมของอนาล็อก (Analog) ก็คือระบบ 850 ก็เสื่อมไป เมื่อเสื่อมไป เสื่อมความนิยมไป 850 ได้มอบหมายทางแคท ทรู แล้วก็ดีแทคได้มอบให้ทางทรู บริษัท ทรูมูฟ (True Move) ในเครือข่ายของซีพี (CP) เอาไปพัฒนาระบบ ๓ จี อย่างไม่เป็นเชิง พาณิชย์ ในการให้ไปพัฒนาระบบ ๓ จี อย่างไม่เชิงพาณิชย์ได้จํากัดพื้นที่และอุปกรณ์ไว้ด้วย ที่เริ่มทําเข้าใจว่าประมาณต้นปีหรือในช่วงปี ๒๕๐๐ นี้เองนะครับเอาไปพัฒนา แล้วก็มีการ โหมโฆษณาด้วยว่าเป็นการเริ่มทํา ๓ จี โดยบริษัททรูมูฟเรียกสั้น ๆ ว่า ทรู ก็แล้วกัน ทีนี้ ต่อมาก็ปรากฏว่าบริษัททรูได้ทําผิดเงื่อนไขของการให้ใช้อย่างไม่เป็นเชิงพาณิชย์ก็คือเป็นเชิง การค้า เมื่อทําเป็นเชิงการค้าก็มีการขยายพื้นที่และมีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต เมื่อ ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาแคทจึงได้มีการได้ลงมติ คณะกรรมการได้ลงมติให้ยกเลิก ให้ทรูมูฟยกเลิก นี่ยกเลิกและให้ถอนอุปกรณ์ไปด้วย เมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงให้ดําเนินคดีอาญา จึงให้ดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ด้วย ตรงนี้ยังไม่ชัดเจน ทรูมูฟไม่ได้หยุด ทรูมูฟยังโหมโฆษณาต่อมาว่าเป็นผู้พัฒนา ๓ จี คนแรกของประเทศไทย และสามารถที่จะได้ใช้ทั่วถึงในประเทศนี้ ผมจึงมีคําถามแรกครับว่าเมื่อท่านรัฐมนตรี เมื่อรัฐบาลนี้ขึ้นมาท่านรัฐมนตรี ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องทรูมูฟอย่างไร ที่ให้ดําเนินคดีกับทรูมูฟและเพิกถอนอุปกรณ์ออกมา เพราะปรากฏว่ายังไม่มีการเพิกถอน แต่กลับพัฒนามากขึ้น ผมอยากจะกราบเรียนถามเป็นคําถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ