สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาผลไม้ลําไย โดยขอให้รัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่และเรียกผู้ประกอบการให้ตกลงกติกากัน และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่ผู้ประกอบการหรือนายหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ คุณธีระ วงศ์สมุทร ที่เคารพ ตามที่ท่านได้อธิบายความ เรื่องของแผนในการที่จะจัดการผลไม้ลําไย โดยจะให้มีการเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ แล้วก็ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน เพื่อจะดําเนินการในการหาแหล่งทุนแล้วก็ให้เกษตรกร นั้นอุ่นใจ โดยใช้งบ คชก. ท่านประธานครับ ผมเองอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยลงพื้นที่ แล้วเรียกผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเจ้าของโรงอบลําไย ซึ่งเป็นโรงอบไอน้ําขนาดใหญ่ ในจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่ให้มาตกลงกติกากันเรียบร้อย ข้อเท็จจริงก็คือว่า คนกลุ่มนี้ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนต่างชาติ คือเป็นคนจีนที่มาหาทําธุรกิจในประเทศไทย แล้วพอถึงเวลาในฤดูกาลลําไยออกปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ตั้งสมาคมครับ เรียก สมาคมไทย-จีน หรือสมาคมผู้ประกอบผลิตผลเตาอบไอน้ําอะไรก็แล้วแต่ แล้วใช้สมาคมเหล่านี้เป็นผู้กําหนด ราคา เช่น เช้ามาจะซื้อกิโลละ ๑๐ บาท แล้วเกษตรกรก็เห็นว่า ๑๐ บาทก็เฮโลสาระพาขึ้น เอาลําไยลงมา ปรากฏว่าพอสักบ่ายสองโมงสมาคมผู้ประกอบการเตาอบลําไยจังหวัด เชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ลดลงเหลือ ๗ บาทครับ นี่คือบรรยากาศในสถานการณ์จริงครับที่อยู่ ในพื้นที่ ลําไยนี้เก็บค้างคืนไม่ได้ครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เก็บค้างคืนมัน เน่าแล้วไม่อร่อย แล้วก็กลายเป็นลําไยที่จะเน่าครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลงจากต้นแล้วต้องรีบ ขายครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นช่องว่างที่จะทําให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะ เป็นคนจีนนี่ละครับ มาแต่งงานกับคนไทย จดทะเบียน ไม่จดทะเบียนไม่รู้ แต่ปรากฏว่ารวม หัวกันแล้วก็กดราคา นี่เป็นข้อสังเกตประการที่ ๑
ข้อสังเกตประการที่ ๒ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ การให้เงิน คชก. ขอให้เที่ยงธรรม เพราะบางครั้งกลุ่มเกษตรกรไร้กลุ่มเข้าถึงไม่ได้ ปรากฏว่ามันจะมี สหกรณ์ซึ่งจะมีเป็นสหกรณ์แต่ในนาม เป็นสหกรณ์พวกปล่อยเงินกู้ เป็นสหกรณ์ที่ประกอบ ธุรกิจใหญ่โตมโหฬาร แล้วก็มีสมาชิกรวบรวม ปรากฏว่าสหกรณ์พวกนี้นั้นได้เงินไปเยอะครับ แต่ชาวสวนจริง ๆ ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรที่ในการกระจายเรื่องเงินในการที่ คชก. เพราะถือว่าเงิน คชก. นั้นเป็นเงินของเกษตรกรทุกคน ซึ่งเรากําลังจะมีกฎหมาย กองทุนเพื่อ คชก. นี่ละครับ กองทุนเกษตรกรที่กําลังถกเถียงกันอยู่ในการเข้ามาคุมเงินก้อนนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยกําชับว่าต่อไปนี้สหกรณ์ไหนที่ประกอบการจริง ๆ มีสมาชิกจริง ๆ แล้วก็ ไม่มีเรื่องของการตกแต่งตัวเลขก็ขอได้โปรดให้เขาเป็นเจ้าแรก ส่วนเรื่องของการแปรรูป ลําไยอบเนื้อสีทอง ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดีมาก แต่ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เคารพครับ บางอย่างรัฐเองไม่อิโหน่อิเหน่อะไรหรอกครับ พอเห็นว่าเขากําลังดี ๆ อยู่ก็เอาเงินไป เอาเงินไปเอาไปสร้างเตาคุณภาพดีบ้างไม่ดีบ้างก็จะกลายเป็นปัญหาเกิดขึ้น ในอนาคต กระผมเองไม่อยากจะให้รัฐเข้าไปแทรกแซงส่วนนี้ เขาเติบโตด้วยภูมิปัญญาของ เขาเอง รัฐมีหน้าที่ในการแสวงหาตลาดและหาทุนให้เขาพอแล้ว การที่เอาเตาอบรีบเอาไป ขยาย ๆ ลําไยอบเนื้อสีทอง ถ้าคุณภาพไม่ดีมันก็จะทําลายภาพรวมของลําไยอบเนื้อสีทอง เพราะเตาบางเตามันเป็นอบเนื้อสีดําครับ มันไม่เป็นสีทอง ก็กลายเป็นว่าลําไยที่คุณภาพดี ๆ อยู่ เมื่อมันเป็นสีดําเขาก็เอาไปต้มกลายเป็นว่าลดเกรดลําไยอบเนื้อสีทองเราอีก ตลาดก็ปั่นป่วน อีกก็เป็นช่องเป็นทางที่ทําให้พ่อค้าคนกลางกดราคาอีก ซึ่งการจะอุดหนุน หรือจะซับซิไดซ์ (Subsidize) สิ่งใดนั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีได้โปรดกําชับลูกน้อง ได้โปรดว่าให้ดู คุณภาพเขาด้วยและอย่าไปแทรกแซง อันไหนที่เขาเข้มแข็งเราหาตลาดให้เขา หาทุนให้เขา หาตลาดให้เขา ส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ไปประมูลอะไรกันนั้นอย่าไปยุ่งกับเขา ตรงนั้นเป็น เรื่องของภูมิปัญญาชาวบ้านเขา อันนี้เป็นเรื่องของการตั้งข้อสังเกต สิ่งที่ผมเองนั้น อย่างน้อยท่านรัฐมนตรีครับ ได้เรียก ประชุมกลุ่มผู้ประกอบการชาวสวนด้วยจะได้ให้เขารู้ว่าต่อไปนี้มาตรการอย่างไร เรื่องคุณภาพสินค้าเราจะมีตลาดที่ไหน อย่างไร และการกระจายสินค้าที่จะให้รวดเร็วทันใจ พี่น้องผู้ปลูกลําไยนั้นจะทําอย่างไร ผมเองได้ตั้งข้อสังเกตและอยากจะได้รับคําตอบว่า ทําอย่างไร ที่จะไม่ให้กลุ่มพ่อค้าคนจีนไปกดราคาพี่น้องเกษตรกรชาวสวน ทําอย่างไรที่จะทํา ให้การช่วยเหลือเกษตรกรให้เกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่ให้นายหน้าในการแสวงหาเงิน คชก. แล้วไปกระจัดกระจายกัน สุดท้ายก็กลายเป็นว่ามีการทุจริตเชิงนโยบายกันอีกก็จะทําให้ ซ้ําเติมเกษตรกรผู้ปลูกลําไยในภาคเหนือตอนบนครับ