สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยชี้แจงว่าประเทศไทยมีปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างต่อเนื่องและขอให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทาง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ศึกษา ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าเป็นรายงานที่ดีมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน รายงานฉบับนี้ได้กราบเรียนมาถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เรื่องน้ําเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านประธานกว่าเราจะมาพิจารณาได้ ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๔ เดือนกุมภาพันธ์ ผมว่ามันล่าช้าเกินที่จะแก้ไขปัญหาน้ํา นี่ขณะ สภาผู้แทนราษฎรเสนอเข้ามาเราจะพิจารณาได้ ๓ ปี เพราะหน่วยงานราชการที่มาร่วม พิจารณาและนําสิ่งเหล่านี้ไปศึกษาผมคิดว่าอย่างน้อย ๑๐ ปี ประเทศไทยเจอปัญหาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม ท่านประธานจําได้นะครับ ๒–๓ เดือนที่ผ่านมาเกิด น้ําท่วมหนักไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง แม้กระทั่งภาคใต้รัฐบาลก็มัวยุ่งอยู่ กับถุงยังชีพน้ําท่วม ตอนนี้ภัยแล้งมาแล้วครับรัฐบาลนี้ไม่เคยพูดเลยว่าจะดูแลปัญหาภัยแล้ง ได้อย่างไร ผมต้องขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เพราะจากบทนํา ในบทที่ ๑ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้สรุปไว้พูดถึงความเป็นมาและเจตนารมณ์ชัดเจน ครับ เขาพูดว่านับตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ด้วยการขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ชลประทานเร่งรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้ละครับแสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลท่านสมัครต่อเนื่องมาจากรัฐบาลทักษิณนั่นละครับ เพราะท่านสมัครถูก กล่าวหาว่าเป็นนอมินี (Nominee) ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเพราะฉะนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่ำ แ น ว คิ ด ใ น กำ ร บ ริ หำ ร จั ด กำ ร น้ํำ เ พื่ อ แ ก้ ไ ข ปั ญ หำ ภั ย แ ล้ ง ใ ห้ พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรที่เป็นคนไทยทั้งประเทศนั้นเริ่มตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยคิดที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยใช้งบประมาณค่อนข้างที่จะมากพูดกันถึงประเด็นหลัก ๓–๔ แสนล้านบาท ทุกคน ก็ออกมาโจมตีว่าใช้เงินมาก ท่านประธานเห็นไหมครับเมื่อเกิดน้ําท่วม ความเสียหายที่น้ํา ท่วมที่ผ่านมาเมื่อ ๓–๔ เดือน มูลค่าความเสียหายจากที่ผมได้ติดตามบางคนก็บอกว่าถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันเสียหายถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันคุ้มไหมครับกับที่รัฐบาลไทย จะเอางบประมาณ ๓–๔ ล้านบาท ไปแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ําท่วมให้เป็น ระบบ ท่านประธาน ผมอยากจะติติงการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เพียง เล็กน้อย ท่านประธานลองเปิดไปดูประมวลข้อมูลจากการชี้แจงของส่วนราชการ คณะกรรมาธิการวิสามัญเชิญสํานักงบประมาณ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ํา กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ไล่ ๆ ลงมาไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การพลังงาน แต่ที่น่าเสียใจคือว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญแทนที่จะเชิญ สํานังานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือภาษาฝรั่งเรียกว่า องค์กรจีสด้า (GISTDA) ที่มีดาวเทียม ดาวเทียมดวงนี้เป็นของประเทศไทย มีสัญชาติไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นดาวเทียมที่ถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญกับส่วนราชการเหล่านี้ รู้จักวิธีใช้ภาพถ่ายทางอากาศ เก็บข้อมูลไว้ได้ครับ ช่วงไหนเป็นหน้าแล้งดาวเทียมมัน หมุนรอบโลก ที่จะถ่ายภาพถ่ายไว้ แม้กระทั่งตอนน้ําท่วม น้ําไหลจากบริเวณไหนมา เราถ่ายภาพไว้ได้เพื่อได้จะวิเคราะห์ว่าต้นกําเนิดของน้ําท่วมมาจากไหน หรือน้ําแล้งในพื้นที่ บริเวณใด ทําไมไม่เชิญเขามาร่วมพิจารณาด้วยให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่าหาว่า ผมสอนนะครับท่านประธาน ผมอยากจะให้กรรมาธิการวิสามัญซึ่งศึกษาเรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ เอาออกไป ไหน ๆ มันช้าอยู่แล้ว ๓ ปี เอาไปทํามาใหม่ดีไหมครับ จะได้รวมทั้งปัญหาน้ําแล้ง ปัญหาน้ําท่วมไปเลยทีเดียว จะได้แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เสียงบประมาณ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ท่านประธาน ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ก็ ๑๐ กว่าปี สมัยก่อนครับ กรมชลประทาน ของบประมาณแผ่นดินทุกครั้ง ลอกคลอง ลอกซ้ําแล้วซ้ําอีก ผมเคยถามสํานักงบประมาณว่า ท่านเคยเก็บสถิติไหมว่าคลองเส้นนี้ลอกมาแล้วกี่ครั้ง แล้วสมัยนั้นชอบขุดบ่อครับ บ่อขนาดเล็ก ๖๒.๕ คิว ผมก็เลยถามกรมชลประทานว่าทําไมต้อง ๖๒.๕ คิว เวลาขุดบ่อ เศษคิว ๐.๕ นั้น คํานวณอย่างไรเวลาให้เขาไปขุดหรือจ้างบริษัทไปขุด ท่านประธาน รู้ไหมครับ ขุดบ่อเสร็จเขามีน้ําใส่ ถ้าดินข้างล่างเป็นโคลน เวลาลงไปตรวจสอบความลึกก็ใช้ ไม้จิ้มลงไปลึก ๆ แต่ถ้าผู้รับเหมาไม่รู้จักกัน ก็จะเอาแค่ผิวโคลน เวลาเอาไม้จิ้มลงไปในบ่อน้ํา อันนี้ละครับคือความเสียหายที่ประเทศชาติได้รับจากผู้รับเหมาก็ดี ข้าราชการก็ดี ที่รู้เห็นกัน เห็นแก่ประโยชน์ ถ้าเราขุดบ่อตามจํานวนที่สํานักงบประมาณเคยอนุมัติไป ท่านประธาน เคยเห็นคนหน้าเป็นหลุมเป็นบ่อไหมครับ ป่านนี้ประเทศไทยเหมือนดวงจันทร์เรามีแต่หลุม ๆ เล็ก ๆ นับไม่ถ้วน บ่อเหล่านั้นวันนี้หายไปหมดท่านประธาน มันแก้ไขปัญหาไม่ได้ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปราย แต่ละกรม แต่ละกระทรวงไม่ยอมพูดกันเอง ทุกคน มีข้อมูลของตัวเอง แต่ไม่เคยเอาข้อมูลนั้นมาศึกษาร่วมกัน วันนี้กรมทรัพยากรน้ํา ที่มีรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ท่านก็ดูขึงขังเอาจริงเอาจัง ๒ ปี ไม่เห็นทําอะไรเลย แก้ปัญหา อะไรไม่ได้ รัฐบาลก็นิ่งเฉย โดยเฉพาะรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ความแห้งแล้งหรือน้ําท่วมให้เป็นรูปธรรมได้เลย แก้มลิงคิดจะทําแต่ก็ไม่มีการดําเนิน โครงการให้เป็นชิ้นเป็นอัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทมีปัญหาเหล่านี้ เงินงบประมาณ ก็ไม่ได้มาก เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าที่ใช้ในกรุงเทพมหานครเกิดมาเป็นคนกรุงเทพมหานคร ผมว่าเป็นบุญอย่างยิ่งที่มีสาธารณูปโภคที่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่พี่น้องประชาชน เกษตรกรที่วันนี้ประเทศไทยเรา ๓๐-๔๐ ล้านคนมีอาชีพการเกษตร และกลับไม่มีน้ําใช้ แต่เวลาน้ําท่วมขึ้นมารัฐบาลเอาจริงเอาจัง กุลีกุจอจัดถุงยังชีพไปแจก ท่านประธานคิดสิครับมันได้ประโยชน์ไหมหรือว่าใครได้ประโยชน์ผมอยากจะฝากไว้ ท่านประธาน เมื่อกี้นี้เสียงเตือนแล้วที่จริงอยากจะอภิปรายมากกว่านี้แต่ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านคณะกรรมาธิการ รายงานของท่านนี้ดีมากนะครับเพียงแต่มีจุดบกพร่องในมุมมอง ของผมเล็กน้อยว่าควรที่จะเชิญจีสด้ามาและเอาภาพถ่ายดาวเทียมมาเป็นประโยชน์จะได้รู้ว่า บริเวณไหนที่แห้งแล้ง เดือนไหนแห้งแล้ง วันไหนแห้งแล้งเพราะดาวเทียมมันหมุนรอบโลก หลาย ๆ รอบ ๖๐ รอบ ๗๐ รอบต่อวันมันก็จะได้ภาพถ่ายเหล่านี้ใช้ให้เป็นประโยชน์แล้ว ประเทศชาติเราจะได้ประโยชน์และคนที่สั่งซื้อดาวเทียม รัฐบาลที่จัดซื้อดาวเทียมก็คือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านมองวิธีแก้ไขปัญหาออกแต่คนที่มา บริหารงานตามมานั้นคิดไม่เป็นก็เลยไม่รู้จะทําอย่างไรก็อยากจะฝากไว้ว่าถ้าเราได้กลับมา เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทําเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมให้ได้ องค์กรเดียวที่จะดูแลเรื่องน้ําต้อง เป็นองค์กรเดียวอย่าไปแบ่งแยกงานแล้วก็แย่งงบประมาณกัน ทุกหน่วยงานก็อยากทําเรื่อง น้ําแล้วทําไปได้ไม่ถึงไหน ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ