นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องปัญหาน้ำในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาน้ำที่ยากลำบาก รวมถึงเรื่องการทุจริตในโครงการชลประทาน และขอฝากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พอมาถึงคิวที่ผมจะพูดท่านประธานก็กําหนดให้ ๑๐ นาที วันนี้ต้อง ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาในการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ํา แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูด อยากจะอธิบาย และผมเชื่อได้ว่ากรรมาธิการทุกท่าน เข้าใจ โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของน้ํา ถ้าเรามองดูครับท่านประธาน ภาพรวมของประเทศ คน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ประกอบอาชีพภาคการเกษตร และสิ่งสําคัญเลย ไม่มีอะไรหรอกครับ ภาคการเกษตร วัตถุดิบคือน้ํา น้ํามัน แล้วก็ปุ๋ย ยาต่าง ๆ น้ําถือว่า เป็นต้นทุนหลักเลย แต่สิ่งที่ผ่านมานี้ครับ ผมในฐานะที่ได้มีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ มีน้อยมากครับ งบประมาณที่เกี่ยวกับ การใช้น้ํา โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง งบประมาณส่วนใหญ่ก็ไปอยู่ที่ กระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะงบจัดซื้ออาวุธหลายหมื่นล้านบาท ทีแรกก็คิดว่าน่าจะไปอยู่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ เกี่ยวกับการที่จะไปดูแลพี่น้องภาคการเกษตรในเรื่องของการ ขุดลอกคูคลอง ร่องน้ํา แต่ไม่มีหรอกครับ มีน้อยนิดมาก ต้นทุนในการผลิตนะครับถ้าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรด้วยความจริงใจ เรื่องน้ํานี้ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามอง วันนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นครัวที่คิดว่าจะเป็นครัวโลกนะครับ โดยเฉพาะ ภาคการเกษตร ผมยังมองว่ายังยากถ้าเปรียบเทียบกับเวียดนาม ถ้าไปดูต้นทุนโดยเฉพาะ ในระบบชลประทานของเวียดนาม ถ้ามีนาร้อยไร่ ระบบชลประทานเขา ๗๐ ไร่หรือเท่ากับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ประเทศไทยละครับ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เองครับที่เต็มรูปแบบ และส่วนใหญ่ก็อยู่ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท อะไรอย่างนี้ ภาคเหนือ ตอนล่างก็ไม่มีแล้วครับ โดยเฉพาะภาคเหนือในเขตของท่านประธานนะครับมีน้อยมาก นี่ล่ะครับคือความเหลื่อมล้ํา เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมาพูดว่าวันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มานั่งอยู่ที่นี่ ที่นั่งชี้แจง ผมไม่ค่อยเข้าใจ แต่ผมฝากนะครับวันนี้รัฐบาลไม่มีเลยครับ อยากจะให้นายกรัฐมนตรีมานั่งฟังอยู่ที่นี่ว่าในการจัดทํางบประมาณต่อไป เราจะทําอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ทุกกระทรวง ทุกกรม ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ทําไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทําไป ไปท้องถิ่นก็ทําอีก แล้วผมได้รับเรื่องร้องเรียน บ่อยครั้งมากในเรื่องของการขุดลอกคูคลองต่าง ๆ เขาบอกว่าคณะกรรมการตรวจการจ้าง นี่นะครับ เขาบอกให้เอาอาชีพประมงมาเป็นคณะกรรมการ ผมก็งง ผมบอกว่าทําไม ต้องอาชีพประมงมาเป็นคณะกรรมการในการตรวจรับงาน เขาบอกว่าคลองที่ขุดไว้ใหม่ ๆ ท่านประธานครับ คนที่ประกอบอาชีพประมงถ้าบอกถึง ทอดแห พอทอดไปทางกลาง ทางกลางก็ยังเป็นป่าอยู่เลย ก็คือประมาณขุดข้าง ๆ ขุดข้าง แล้วก็กลาง ๆ ก็ปล่อยน้ําลงไปมันก็ไม่พ้นเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อย่าว่าแต่ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เลย เดี๋ยวนี้บางหน่วยงาน ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านลองนึกดูนะครับ ท่านประธาน เงิน ๑๐๐ บาท เนื้องานออกมา ๓๐-๔๐-๕๐ และ ๕๐ นั้นหายไปไหน แล้วเรา จะแก้ปัญหาอย่างไรในเรื่องของการทุจริต เพราะในโครงการทุกอย่างนี้ต้องมีการเรียกเก็บ เปอร์เซ็นต์ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ แล้วเนื้องานมันจะเหลือเท่าไรล่ะครับ นี่ล่ะครับคือ ปัญหาที่ผมอยากจะพูด และที่ผมอยากจะสะท้อนว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร วันนี้เอง ถ้าปล่อยอย่างนี้ไม่ไหวละครับ ผมเองในฐานะที่มาเป็นตัวแทนผมได้มีโอกาสได้ตั้งญัตติในการ แก้ปัญหาโดยเฉพาะลุ่มน้ํายม ทุกวันนี้ท่านประธานลองไปดูนะครับ แล้ง ทรายนี่ขึ้นเต็ม หมดเลย เผลอ ๆ ก็ไปเล่นกีฬากันในลุ่มน้ํายม กีฬาฟุตบอลในหาดทราย แต่รัฐบาลเองนี่ไม่ใช่ แก้ปัญหาอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ผมว่าทุกวันนี้เราแก้ที่ปลายเหตุ พอน้ําท่วมเราก็ตั้งงบ ชดเชย ไร่ละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แล้วอยากจะถามว่าใช้เม็ดเงินเท่าไร เงินที่ชดเชยน้ําท่วม ยังไม่ทันหมดเลยครับท่านประธานเอาอีกแล้วปัญหาภัยแล้งอีกแล้ว มันแก้ที่ปลายเหตุ เดี๋ยวก็ต้องตั้งงบไปอุดหนุนอีกแล้วแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยให้ชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร เป็นไร่ นี่มันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากนี่ครับ วันนี้ คณะกรรมาธิการต้องขอขอบคุณนะครับที่ทํามาอย่างนี้ แต่สิ่งที่สําคัญในรัฐบาลจะนําไปปฏิบัติ มากน้อยแค่ไหนก็ดูจากการจัดทํางบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาอย่างที่ผมเรียนไปสักครู่นี้ ว่าในระบบของการแก้ปัญหาเรื่องน้ํามีน้อยมาก เพราะฉะนั้นมันไปไม่ไหวหรอกครับ ไปไม่รอดหรอกครับ เพราะฉะนั้นอยากจะไว้ก็อยากจะฝากนะครับ โดยเฉพาะในสถานที่ผม เชื่อได้ว่าทุกจังหวัด ถ้าดูจากภูมิประเทศ ถ้ามันมีลําคลองมีแม่น้ํามาสถานที่นั้นจะต้องมีบึง อย่างยกตัวอย่างง่าย ๆ จังหวัดพิษณุโลกในเขตพื้นที่อําเภอบางระกําของผมจะมีบึงละมาน บึงขี้แร้ง บึงจะเข่ง บึงนี่ถ้าเราจะทํากันแบบบูรณาการไปขุดลอกนะครับทําเป็นแก้มลิง แล้วก็ ขุดลอกเก็บกักน้ําไว้ใช้ ชาวบ้านว่าพอเลยครับอย่างน้อยก็หนักเป็นเบา ฤดูน้ํามา น้ํามาปุ๊บ เราก็ปล่อยน้ําเข้าไปในบึง อย่างน้อยก็กักเก็บน้ําบรรเทาในการท่วมได้ ถ้าฤดูแล้งเราก็สูบน้ํา ออกมาอย่างนี้ แล้วไม่ใช่ว่ามีเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลกหรอกครับ มีทุกจังหวัดล่ะครับ เป็นแบบนี้ เพราะภูมิประเทศเขาทําไว้อย่างนี้ครับ แต่เราเองก็ไม่ได้ทําแก้ปัญหาจริง ๆ จัง ๆ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทําบางทีท้องถิ่นขุดไปแล้ว หน่วยงานในกระทรวงนี้ ก็ต้องมาขุดซ้ําขุดซากอยู่อย่างนี้ มันเหมือนว่าเป็นการขุดที่แก้ปัญหาในอําเภอเขาเรียกร้อง ในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ของค่าขุดของผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็คงจะพูดคุยครับว่าถ้าเราจะ ช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรจริง ๆ แหล่งน้ํานี่ล่ะครับเป็นต้นทุน แล้ววันนี้เองก็เกิดวิกฤติ น้ํามันแพงขึ้นมา พี่น้องเกษตรกรก็ต้องใช้สูบน้ําครับในแม่น้ําลําคลองหรือสูบน้ําใต้ดิน หรือสูบน้ําบาดาลขึ้นมาใช้ก็คงจะฝากไว้ครับ ก็อยากจะฝากกรรมาธิการวิสามัญที่ต้อง ขอขอบคุณ แต่สิ่งสําคัญวันนี้ยังอยากให้เกิดเป็นรูปธรรม อยากจะแก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยเฉพาะเรื่องอยากให้นายกรัฐมนตรี งบประมาณปี ๒๕๕๕ ให้ทําให้เสร็จจริง ๆ จัง ๆ ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ