เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม รายงานการศึกษากำหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของแหล่งน้ำและความจำเป็นในการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและสนับสนุนการเกษตรกรรม
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาใช้เวลาเดินทางมาสู่สภาผู้แทนราษฎรเกือบ ๓ ปี ในฐานะที่ผมก็เป็นโฆษกของกรรมาธิการ วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา น้ําคือชีวิต เป็นที่ ทราบกันดีนะครับว่าการที่จะพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเกษตรกรรม อย่างประเทศไทยจะต้องอาศัยแหล่งน้ําในการที่จะใช้ในการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ตลอดจน ใช้ในการบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกษตรกรรม ในประเทศไทยมีลุ่มน้ํา ทั่วประเทศอยู่ ๒๕ ลุ่มน้ําซึ่งเป็นลุ่มน้ําที่สําคัญครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย มี ๒๕๔ สาขาทั่วประเทศ ที่ภาคเหนือก็มีลุ่มน้ําที่สําคัญไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําสาละวิน แม่น้ํากก แม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน นี่ก็ถือว่าเป็นสายเลือดของพี่น้องชาวภาคเหนือ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานก็มีแม่โขง แม่น้ําชี แม่น้ํามูล เป็นลุ่มน้ําเป็น เมนหลักสายเลือดใหญ่ของพี่น้องภาคอีสาน ทางภาคตะวันออกก็มีแม่น้ําแม่กลอง แม่น้ํา เพชรบุรีชายฝั่งทะเลตะวันออก ส่วนภาคกลางก็จะมีแม่น้ําซึ่งเป็นแม่น้ําสากลก็คือแม่น้ํา เจ้าพระยาและแม่น้ําสะแกกรัง แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําป่าสัก แม่น้ําเพชรบุรี ชายฝั่งทะเล ตะวันตก ส่วนภาคใต้ก็มีลุ่มแม่น้ําตาปี ทะเลสาบสงขลา แม่น้ําปัตตานี ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ทั้งภาคตะวันออกและภาคตะวันตก นี่ก็คือเป็นลุ่มน้ําที่สําคัญยิ่งทั่วทั้ง ทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะมีบ่อ ห้วย หนอง คลอง บึง ฝาย ตามตําบล ตามหมู่บ้านต่าง ๆ แล้ว เราจะต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ําที่กล่าวมาข้างต้น เช่น สมาชิกหลาย ท่านได้อภิปราย ได้ให้ข้อสังเกตว่าการที่จะจบปีมาก็เอางบประมาณมาขุดลอก เสร็จแล้วพอมี น้ํามา ก็ดินพังทลายลงไปก็ตื้นเขิน อันนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาแหล่งน้ําของ ประเทศไทยเราไม่ได้มีนโยบายที่ชัดเจนและไม่ได้มีนโยบายระยะสั้น ระยะยาวที่จะพัฒนา แหล่งน้ํา เราจะเห็นว่าน้ําที่เราสูญเสียไป อย่างภาคอีสานมีแหล่งน้ําหลายแหล่งน้ํา แล้วก็ฝน ตกลงมาเราไม่สามารถกักเก็บน้ําได้เนื่องจากว่าพื้นที่ของภาคอีสานเป็นก้นกระทะ แต่เราไม่มี แหล่งห้วย หนอง คลอง บึงที่จะรองรับน้ํา ต้องสูญเสียน้ําไป ๗๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเปล่าประโยชน์ นั่นก็ชี้ให้เห็นว่าเราจะต้องพัฒนาการกักเก็บแหล่งน้ําต่าง ๆ ให้พอเพียง แล้วก็ที่สําคัญเราจะเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เป็นหลักอยู่ ก็มีกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ํา แม้แต่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ ยังซอยความรับผิดชอบ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า การที่อยากทํางานถ้าต้องการทําเพื่อที่จะเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลเป็นเรื่องที่น่า ภาคภูมิใจ แต่ถ้าเป็นการอยากได้งบประมาณเพื่อไปบริหารผมก็รู้สึกมีความไม่สบายใจใน เรื่องนี้ อยากเห็นการพัฒนาแหล่งน้ําซึ่งถือว่าเป็นหลักสําคัญยิ่ง แล้วก็เราดีใจนะครับว่า ต้อง กล่าวถึงท่านนะครับว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ท่านได้พบหารือกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาน้ําทั้งคณะ แล้วก็บอกว่าถ้ามีโอกาสจะพัฒนาแหล่งน้ํา ทั้งประเทศ โดยจะใช้งบประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกพรรค ทุกคนในคณะกรรมาธิการ มีความเห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่สามารถพัฒนาแหล่งน้ํา ทั้งประเทศเพื่อพี่น้อง เกษตรกรรมและเพื่อพี่น้องคนไทย แต่ก็เสียดายครับยังไม่ไปถึงไหนเป็นที่ทราบกันดีนะครับ ว่ามีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในทางการเมือง ที่สําคัญนะครับ การบริหารทรัพยากรน้ํานี่ เป็นปัจจัยหลัก เป็นที่ทราบกันดีว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างเช่น ห้วย หนอง คลอง บึง น้ํา แหล่งน้ําต่าง ๆ ที่ตื้นเขินเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะทําอย่างไร ถึงจะมีที่กักเก็บน้ํา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับที่จังหวัดอุดรธานี มีหนองหานซึ่งมีเนื้อที่ ๒๓,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าตื้นเขิน ซึ่งจังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี ก็ใช้น้ําที่หนองหานถ้ามีการ พัฒนาแหล่งน้ําที่เป็นรูปธรรม สามารถนําไปใช้ได้ทั้ง ๒ จังหวัด นี่ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง เกษตรกรของเรา แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีเขื่อนห้วยหลวงคอยกักเก็บน้ํา ก็ดีครับตรงนี้จะช่วย ให้พี่น้องได้ทํานา บางคนก็สามารถทํานาปีแล้วก็นาปรังได้ ที่จังหวัดอุดรธานก็มีความสําคัญ อยู่หลายเรื่อง และที่สําคัญที่ผมบอกว่ามันขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเราจะเห็นได้นะครับว่า จังหวัดอุดรธานี น้ําท่วมทุกปีในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่โชคดีครับ ปี ๒๕๔๕ ผมต้องขออนุญาตกล่าวถึง ว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้มองเห็นปัญหาตรงนี้ แล้วก็เข้าไปแก้ปัญหาแบบทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อให้ปัญหาสําเร็จเสร็จสิ้นโดยเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด แล้วก็จากนั้นมาก็ไม่มีน้ําท่วมจังหวัดอุดรธานี โดยใช้งบประมาณประมาณ ๘๐๐ กว่าล้านบาทในปี ๒๕๔๕ อันนี้ก็เป็นคุณูปการในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมของพี่น้อง ชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งผมอยากเห็นการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทุกรัฐบาลครับ ไม่ว่ารัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลไหน ๆ ถ้าเราเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาสามารถที่จะทําได้ นอกจากนั้นเราก็ จะเห็นนะครับที่ภาคกลางมี แป๊บเดียวก็น้ําท่วม แป๊บเดียวก็ภัยแล้ว ก็เรียกว่าน้ําท่วม ภัยแล้ง ซ้ําซากตลอดทุกปี แต่ไม่มีการแก้ไขแบบยั่งยืนและยาวนานให้เป็นรูปธรรม ผมก็ฝากไว้ นะครับ เราจะใช้การแก้ปัญหาในการส่งน้ําเข้าคลอง เข้าไร่นา โดยใช้ระบบคลองไส้ไก่ หรือชลประทานระบบท่ออะไรก็ให้มันเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมสักอย่าง การพัฒนาโขง-ชี-มูล ก็เหมือนกัน ลุ่มน้ําโขง-ชี-มูล ถือว่าเป็นเรื่องหลักของพี่น้องชาวภาคอีสาน ก็อยากเห็นมีการ ทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อพัฒนาแหล่งน้ําให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเพื่อที่ ประเทศของเราจะได้ทํานาปีละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งเหมือนต่างประเทศ ซึ่งเราเห็นตัวอย่างแล้ว นะครับ อย่างชาวนาที่ไต้หวันเราไปดู ก็นั่งรถเบนซ์ (BENZ) ไปดูนาของตัวเอง แล้วเมื่อไร ประเทศไทยจะเห็นสภาพอย่างนั้นว่าพี่น้องชาวนา เกษตรกรชาวไร่ทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็สามารถมีน้ําใช้อย่างพอเพียงแล้วก็สามารถทําเกษตรกรรมได้และมีฐานะที่ดีขึ้น อย่างอารยประเทศเขา ขอบคุณครับ