เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่ารัฐบาลต้องมีแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ และเห็นด้วยกับการเสนอร่างพระราชบัญญัตินโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในรายงานการศึกษากําหนดกรอบ แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศไทย ซึ่งสภากําลังพิจารณาอยู่นี้ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมได้ดูในรายงานแล้วน่าสนใจครับ มีบทที่ เขียนไว้อยู่ทั้งหมด ๘ บทครับ น่าสนใจในบทที่ ๒ สํานักงบประมาณ ในหน้า ๒๙ ท่านประธานครับ เขียนไว้ครับ ผมมาดูแล้ว ถ้าเขียนไว้อย่างนี้โอกาสที่สมาชิกทุกท่านที่พูดไปนั้นว่า จะได้เงินแค่โน้นแค่นี้เอามาทํายากถ้ารัฐบาลไม่มีแผนงานหรือนโยบายที่จะต้องทํา เขาบอก ไว้เลย สํานักงบประมาณได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรอบและแนวทางการจัดสรรงบประมาณ โดยอธิบายว่าต้องเป็นไปตามแผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนยุทธศาสตร์น้ํา แผนรวม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา แผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ยุทธศาสตร์ จังหวัด แผนการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาตามลําดับความสําคัญและความพร้อมของโครงการอีกด้วย ทั้งนี้สํานักงานงบประมาณได้ให้ตัวเลขสรุปเปรียบเทียบงบประมาณที่จัดสรร อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เขียนไว้อย่างนี้ ให้ทําอย่างไรก็ไม่มีทาง ท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการเอาไปดูแล้ว แล้วเขียนมาอย่างนี้ ถ้าไม่บอกการแก้ไขแนวทาง ตรงนี้ ที่จะให้รัฐบาลทําอะไรมันก็ไม่มีทางจะได้งบประมาณ อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้โอกาสที่เราจะแก้ไขปัญหาน้ําทั้งระบบยาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องมาก่อน รัฐบาลก็ต้องมีแนวทาง อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติได้พูดไปหลายท่านนะครับว่าแนวทางอย่างนี้ รัฐบาลช่วงของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านมีแนวทางอยู่แล้ว ท่านมีนโยบาย อยู่แล้วให้ใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาททําทั้งระบบแล้วแก้ไข อย่างนี้ทําได้ ตรงนี้ครับ ถ้าไม่มี ทําไม่ได้เลยครับ เพราะนี่คือข้อจํากัดขอบเขตของสํานักงบประมาณที่จะเขียนกีดกัน หรือเขียนไว้แล้วว่าท่านต้องทําอย่างนี้ ๆ ไม่อย่างนั้นทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่า แนวทางตรงนี้รัฐบาลต้องตั้งไว้เลยว่าแผนงานที่จะแก้ไขปัญหา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้น้ําเป็นระบบ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าไม่อย่างนั้นโอกาสจะแก้ไขยาก มันต้องมีงบประมาณอย่าง เดียวครับที่จะแก้ไข ทีนี้มาดูครับ ปีหนึ่ง ๆ การแก้ไขปัญหาน้ําได้เท่าไร การบริการจัดสรรน้ํา ตามตารางในปี ๒๕๕๒ ๔๔๑,๐๗๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่มันต้องใช้เงินกว่านี้ พอเวลา ท่านประธานครับ ในการประชุมคณะกรรมาธิการท่านประธานจะพบว่าข้ออ้างของ ข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ เงินไม่พอ ขอมาเท่าไรก็ถูกตัด แล้วจะไปทําอะไรได้ แล้วก็มา กรรมาธิการตัดลงไปอีก แล้วจะทําอะไรได้ มันทําไม่ได้ ข้ออ้างตรงนี้เงินเขาไม่เพียงพอ เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นโอกาสที่ทําให้น้ําเป็นระบบยาก นี่ประการที่สําคัญรัฐบาลต้องมี ต้องมีก่อน มีแผนงานก่อนว่าจะทํางานทั้งระบบ อย่างสมมุติในปี ๒๕๕๕ งบประมาณ รายจ่ายปี ๒๕๕๕ รัฐบาลก็ต้องตั้งเลยว่าจะทําน้ําให้เป็นระบบ ตั้งไปเลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ถ้าทําอย่างนี้ได้โอกาสอย่างนั้นถึงจะมี ไม่อย่างนั้นก็เป็น อย่างนี้ครับ แล้งซ้ําซาก น้ําท่วมซ้ําซาก เป็นตลอด ไม่มีน้ํากินน้ําใช้ตลอดปี อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้มาข้อที่สําคัญ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาไว้ในบทที่ ๘ ท่านประธานครับ ในบทที่ ๘ นี้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า จําเป็นต้องมีกฎหมายที่เป็นแม่บท ในการจัดการทรัพยากรน้ํา ซึ่งจะใช้ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัตินโยบายและการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... อันนี้ดีมากครับ และดีมากอย่างนี้ก็ไม่ทราบว่าท่านคณะกรรมาธิการ ได้ยกร่างมาหรือเปล่า แต่ผมและก็พร้อมด้วยท่านสมาชิกของพรรคเพื่อไทยยกร่างแล้วครับ ท่านประธาน ยกร่างมาแล้วครับ แล้วก็ได้เสนอแล้วด้วย เสนอต่อสภานะครับ ท่านประธาน ดูนะครับ สรุปรายงานผลของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ท่านประธานดูนะครับ ในข้อ ๗๖ ร่างพระราชบัญญัตินโยบายและการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา พ.ศ. .... ผู้เสนอ นายเรวัต สิรินุกุล กับคณะ ท่านประธานครับ เราก็นึกถึงว่า ถ้ากรรมาธิการเขียนมาอย่างนี้ถูกต้อง และเป็นไปได้ การแก้ไขปัญหาน้ําทั้งระบบต้องมี กฎหมายมารองรับ ก็เห็นด้วยครับ แล้วขณะนี้อยู่อย่างไรครับ ท่านประธานครับ พี่ครับ ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้คํารับรอง ยังไม่รับรองเลย เป็นปีแล้ว ไม่รู้นายกฯ ไปทําอะไรครับ นายกรัฐมนตรีเคยคิดไหมว่าจะแก้ไขปัญหาน้ําให้เป็น ระบบ แล้วกฎหมายนี่ แล้วนายกรัฐมนตรีเขาฟังไหม ฟังรายงานฉบับนี้ไหม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เอารายงานของท่านไปดูหรือเปล่า แล้วดูแล้วคิดไหมว่าจะแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ําให้เป็นระบบ --------------------------------------------------------------------------- แล้วอย่างนี้กฎหมายที่เสนอมาเป็นปีนะครับท่านประธานครับ ผ่านพรรคเพื่อไทยมา พรรคเพื่อไทยเห็นชอบทั้งหมด เซ็นมาแล้วเสนออยู่ในสภา นี่ครับ ลําดับที่ ๗๖ แล้วทํา อย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานตอบผมหน่อยทําอย่างไรครับ ท่านประธานมีสิทธิ และมีการบังคับท่านนายกฯ ให้เซ็นผ่านไหม อย่างนี้เป็นต้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับการเสนอของคณะกรรมาธิการพิจารณาที่ไม่เอาเล่มนี้ออกมานี่ดีมากครับ ทุก อย่างเขียนมาด้วยว่าการแก้ปัญหาและปัญหาที่เกิดขึ้นมีอะไร จะแก้ไขด้วยวิธีใด แล้วก็ สุดท้ายต้องมีกฎหมายรองรับ กฎหมายรองรับเพราะว่าขณะนี้ท่านประธานครับ ท่าน ประธานดูต่อไปในรายงานนี้ โอ้โหทั้งหมดนี่นะครับ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ํา ๔๐-๕๐ หน่วยงาน กฎหมาย ๕๐-๖๐ ฉบับ แต่ละฉบับต่างคนต่างทํา งบประมาณต่างคนต่างขอ ก็เป็นช่องของสํานักงบประมาณที่จะอ้างว่าคุณขอมามีแผนไหม ไม่มีแผนไหม เพราะว่าอะไร ครับ เพราะว่ามันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาทั้งระบบทําไม่ได้ ถ้าจะไป บอกว่าเอาอย่างท่านนายกฯ ทักษิณมาทําระบบก็กลัวว่ารัฐบาลนี้กลัวว่าไปทําตามเขา จริง ๆ แล้วต้องทําอย่างนี้เพราะไม่อย่างนั้นงบประมาณจะไม่ได้เลย ผมอยากเห็นจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา แก้ไขปัญหาน้ํา แล้งซ้ําซาก น้ําท่วมซ้ําซากให้ หมดไปจากระบบจากประเทศไทยเมื่อไร ไม่ทราบ แต่ถ้ากฎหมายนี้ออกไปรองรับโอกาส เป็นไปได้ เพราะอยู่ในระบบเลย งบประมาณอยู่ก้อนเดียว อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็ต้องทวงถามนะครับ ผมทวงถามท่านประธานด้วยว่าช่วยทวงถามให้ผม หน่อยว่านายกฯ จะรับรองกฎหมายฉบับนี้เมื่อไร แล้วถ้านายกฯ เห็นด้วยว่าที่เขาไปรายงาน มาทั้งหมดนี้ นี่ครับรายงานมานี่ ทั้งหมดนี่มันเป็นประโยชน์ แล้วแก้ไขจริง ๆ ก็รีบใช้กฎหมาย นี้แก้ไขเสีย ซึ่งเหมือนกับการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินให้กับพี่น้องประชาชน ผมในฐานะ พรรคเพื่อไทยก็เสนอครับ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เอามาให้เขาทํากินกันเสีย ออกกฎหมาย นี่เสร็จแล้วครับ กําลังจะเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา อย่างนี้เป็นต้น ไม่เช่นนั้น ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยยาก แล้วไม่มีการแก้ไขได้เลยแม้แต่น้อย พูดถึงลุ่มน้ํา ท่านประธานครับ ก็ต้องขออนุญาตพูดถึงจังหวัดกาญจนบุรีเสียหน่อยในฐานะที่ ผมเป็นผู้แทนที่นั่น ท่านประธานครับ แม่น้ําแม่กลองเป็น ๑ ใน ๒๕ ลุ่มน้ํา แต่ท่านประธาน เชื่อไหม การสร้างเขื่อนก็ดี การอะไรก็ทํา ไปสร้างเขื่อนเพื่อที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าก็ไม่ว่ากัน เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย พี่น้องก็ใช้ไฟฟ้าทั่วทั้งประเทศ แต่ว่าไม่ได้คํานึงถึงการให้ใช้น้ํา เพื่อการเกษตรเลยแม้แต่น้อย มาช่วงหลังนี่ครับถึงจะมาคิดว่า เมื่อใช้น้ําปั่นกระแสไฟฟ้า แล้วที่เหลือลงมาก็ดันกลับไปเพื่อที่ให้กับพี่น้องประชาชนแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําด้วย ก็มีการทํา คลอง แต่ก็ยังไม่ถึง พี่น้องประชาชนก็ยังใช้ไม่ทั่วถึงในจังหวัดกาญจนบุรี มิหนําซ้ํายิ่งกว่านั้น ครับ แม่น้ําแม่กลองสะอาดที่สุดในประเทศไทยด้วย เขาทําคลองชลประทานส่งมาครับ ส่งมา ไม่ใช่ให้ชลประทานให้กับพี่น้องประชาชนใช้นะครับ เอามาให้ชาวกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ เป็นน้ําดิบทําประปาครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้เป็นต้น ทําประปาครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงกราบเรียนว่าน้ําเป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ ปีใดแล้ง ปีใดฝนไม่ตก ภาวะแล้ง น้ําไม่พอเพียง พืชไร่แห้งตายหมด พี่น้องยากจนครับ ความยากจนเป็นบ่อเกิด แห่งความยากจนเลย ปีใดน้ําท่วมพืชผลเสียหาย เป็นบ่อเกิดแห่งความยากจนเช่นเดียวกันจะ แก้ไขไหมครับ